๑ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมจงั หวดั ราชบุรี สว่ นท่ี ๑ ลกั ษณะของมรดกภูมิปญั ญาทางวัฒนธรรม ๑. ชื่อรายการ : พิธกี รรมเลีย้ งผมี อญ ชอื่ เรยี กในทอ้ งถิน่ พธิ ีกรรมเลย้ี งผมี อญ /ราผมี อญ ๒. ลกั ษณะของมรดกภูมปิ ัญญาทางวัฒนธรรม : แนวปฏบิ ตั ทิ างสังคม พธิ ีกรรม ประเพณี และงานเทศกาล ๓. พนื้ ที่ปฏิบัติ - อาเภอบ้านโปง่ จังหวดั ราชบรุ ี - อาเภอโพธาราม จังหวดั ราชบรุ ี - ทกุ ชุมชนไทยมอญช้ือสายมอญ จงั หวดั ราชบรุ ี ๔. สาระสาคญั ของมรดกภมู ิปัญญาทางวฒั นธรรมโดยสงั เขป ผีมอญ หมายถึง ผปี ระจาตระกลู ผีต้นตระกลู ทชี่ าติพันธุ์มอญเคารพนบั ถือสืบทอดมาทกุ ตระกูล ตอ้ งมีการเลี้ยงผีประจาตระกูลปีละ 1 ครัง้ หรือ 2 ครั้ง ตามวถิ ีปฏิบตั ิของชมุ ชน การเลี้ยงผปี ระจาตระกูล มี หลกั ปฏบิ ัติ คอื 1) ห้ามเลยี้ งผีประจาตระกูลในวันพระ และวนั อ่นื ๆ ตามความเชอ่ื ของชุมชน 2) หา้ มเลี้ยงผี ในชว่ งเทศกาลเข้าพรรษา โดยแต่ละตระกูลนยิ มเล้ียงในเดือนคู่ คือ เดือน 6 หรือ เดอื น 12 ผปู้ ระกอบพธิ กี รรม เรยี กวา่ “โต้ง” โต้งไมจ่ ากัดเพศ และวยั ต้องมีความรคู้ วามเข้าใจในพิธกี รรม ทุกขนั้ ตอนตามความเช่อื ทถ่ี ูกตอ้ งทสี่ บื ทอดกนั มา ชุมชนมอญทุกหมูบ่ า้ นมีผู้ประกอบพิธีการ ซึ่งเปน็ การปลูกฝัง สร้างจติ สานึกความกตัญญูกตเวทีต่อ บรรพบรุ ษุ และใหเ้ หน็ ความสาคญั กบั ผปี ระจาตระกลู ในการประกอบพิธีกรรมชาวมอญต้องไม่มีการเปล่ียนแปลง หรอื ดดั แปลงความเชือ่ หรอื วัฒนธรรมเดิมทบี่ รรพบุรุษไดด้ ารงสบื ทอดกนั มาอันยาวนานก่อให้เกิดความภูมิใจในอตั ลกั ษณ์ของชาติพนั ธุ์มอญ ซึง่ เปน็ กจิ กรรมทสี่ าคญั ท่ีทาร่วมกันโดยไม่ขัดตอ่ กฎหมาย รฐั ธรรมนญู ไทย แต่นามาซึ่ง ความปรองดอง และความสามัคคีในทุกครวั เรือน เปน็ กจิ กรรมทค่ี วรมีการอนุรกั ษ์ และสืบทอดอยา่ งถูกต้องเพราะ พิธีกรรมเลย้ี งผมี อญ เปน็ พิธกี รรมท่ีสบื ทอดกนั มาอย่างเปน็ ข้นั ตอน มรี ะเบยี บแบบแผนทีส่ ะท้อนใหเ้ ห็นถึงวถิ ชี วี ิต ความเช่อื ในการดาเนนิ ชวี ิตของ ชาวไทยมอญเช้ือสายมอญทเ่ี ปน็ อตั ลักษณ์ของกลุ่มชน และยงั ควบคมุ พฤติกรรมของคนในสังคมให้ดาเนินไปอยา่ งถูกต้องตามหลักปฏบิ ัติทีม่ ีมาตงั้ แต่อดีต ซ่ึงแบบแผนและข้อปฏิบัติที่ ปรากฏในข้ันตอนพธิ ีกรรมราผีมอญตง้ั แตเ่ กดิ จนตายซึ่งเกย่ี วข้องกับผแี ละพุทธศาสนา ๕. ประวตั ิความเป็นมา ผีมอญ หมายถึง ผีประจาตระกลู ผตี น้ ตระกลู ท่ชี าติพนั ธ์ุมอญเคารพนบั ถือสบื ทอดกนั มา (กาสกั เต๊ะขันหมาก. 2561, หน้า 5) การนับถอื สัญลกั ษณผ์ บี ้านประจาตระกลู มีการกาหนดใช้สัตวเ์ ป็น สญั ลักษณ์ ชาวไทยมอญเช้ือสายมอญตาบลบา้ นม่วงมกี ารนบั ถอื 3 ชนิด คือ ผีเต่า ผงี ู และผีไก่ เม่ือคนใน ตระกูลพบสัตวท์ ่ีเป็นสัญลกั ษณ์ประจาตระกูล มขี ้อปฏบิ ัตเิ กยี่ วกับสตั ว์แต่ละชนดิ ดังน้ี 1. เตา่ หรอื ผีเต่า ต้องนามาทาเป็นอาหาร หากไม่อยากนามาทาเปน็ อาหารให้พูดเปน็ เคล็ดว่า “เต่าเนา่ ” หรือ “เตา่ เหมน็ ” เพือ่ ใหผ้ บี า้ นรู้วา่ เรานัน้ ไมส่ ามารถทาได้ เตา่ เป็นสญั ลกั ษณ์ของการมีอายุยนื เพราะ เตา่ เปน็ สัตวท์ ่ีมีอายุยืนเป็น 100 ปี แสดงวา่ บรรพบุรุษนับถือเต่า ให้ความสาคัญกับการมีอายุยนื 2. งหู รือผงี ู เมอ่ื พบห้ามตหี รือทาร้าย ในการประกอบพิธีกรรมใหใ้ ช้ไก่ในการเซน่ ไหว้ เพราะงูกินไก่
๒ เป็นอาหาร งเู ปน็ สญั ลักษณ์ของความมอี านาจ เพราะงูเป็นสัตว์มพี ษิ สามารถทาให้คนตายได้โดยเฉพาะงูท่ีชาวไทย มอญเชื้อสายมอญใหก้ ารเคารพนบั ถือ คอื งูเห่าตาลาน เปน็ งูท่ีมพี ิษรา้ ยแรงแสดงถึงอานาจที่จะบันดาลความตาย ใหแ้ กค่ นได้ 3. ไก่หรอื ผีไก่ ต้องนามาทาเปน็ อาหารโดยนาหัวไก่ ขาไก่ เซน่ ผบี า้ นกอ่ นหรอื ถ้าไม่มหี ัวก็แบ่งส่วน ใดก็ได้ ไก่เป็นสัญลักษณ์ของความขยันเพราะไก่เป็นสัตว์ที่ตื่นแต่เช้า แสดงว่าบรรพบุรุษให้ความสาคัญกับความ ขยันในการประกอบอาชพี ผีประจาตระกูลทล่ี ่วงลับไปแลว้ จะคอยดูแลปกป้องลูกหลานให้ปราศจากภัยอนั ตรายทงั้ ปวง ซง่ึ ลูกหลานต้องให้ความเคารพนับถือ ต้องทาการเซ่นไหวบ้ ูชาปฏิบตั ิอย่างเครง่ ครัดจะละเลยไมไ่ ด้ การเซน่ ไหว้ผีจะ ทาท่บี ้านตน้ ผี เรียกว่า “การเลย้ี งผี” หรือเรียกอีกอย่างหน่งึ วา่ “กินทงั้ น่ัง”โดยกาหนดวันเซ่นไหวใ้ นเดอื น 2 เดอื น 4 เดอื น 6 และ เดือน12 ผีบา้ นตระกูลใดเคยเซน่ ไหว้เดือนใดต้องเซ่นไหว้ในเดือนนั้นประจาเสมอ เว้นวนั เสารเ์ พราะเป็นวันแข็ง และวันพระจะทาให้เกิดเภทภยั ต่าง ๆ นอกจากในปีนน้ั มีคนตระกลู เดียวกันเสยี ชีวติ ผูห้ ญงิ ในตระกลู ผีบา้ นเดยี วกันตง้ั ครรภแ์ ก่ หรือคนในตระกลู ผีบา้ นเดียวกนั จดั ราผีใหแ้ ก่ผีบ้านแลว้ ในปีนนั้ ไม่ตอ้ ง ทาพิธีเซน่ ไหว้ผปี ระจาเครื่องเซ่นไหว้ผบี า้ นที่ใชใ้ นการเลีย้ งผมี ีความสาคัญมาก ต้องยดึ ตามแบบโบราณว่าถ้าเคยใช้ เครอ่ื งเซ่นไหวช้ นดิ ใด มีอะไรบา้ ง จานวนเท่าไหรก่ ็ให้เอาเครอื่ งเซน่ ไหวช้ นดิ นั้นทาให้ครบถว้ นทุกปี ถ้าจะทาการ ดดั แปลงใหด้ ีข้ึนหรือจะเพมิ่ ให้มจี านวนมากข้ึนไม่ไดเ้ ด็ดขาด การเซน่ ไหวป้ ระจาปนี ้นั คนในตระกลู ทุกคนต้องไปรว่ มเซ่นไหว้ ถา้ มเี หตุทาใหไ้ ม่สามารถไปรว่ ม พิธีกรรมได้ จะต้องจดั สง่ ส่ิงของหรือเงินทองไปรว่ มเสมอ มิฉะน้ันต่อไปอาจมโี ทษภายหลังได้ หรอื ในกรณีทบี่ ้าน อยู่ไกลไปร่วมเซ่นไหว้ไม่สะดวกทุกปี ต้องทาการแยกผบี ้านไปไว้ทบี่ า้ นตนเองโดยเมื่อถงึ เวลาเซน่ ไหว้ประจาปีให้ทา การแยกผบี ้านในวันนั้น โดยจดั เตรยี มเคร่ืองแยกผีมีเส้ือผ้าของผบี า้ นใหค้ รบถ้วนตามแบบเดิม คร้ันเมือ่ ทาพธิ ีเซ่น ไหวเ้ สร็จแล้วผู้ประกอบพธิ จี ะทาการแยกผีใหโ้ ดยผ้ทู าพิธตี ้องเชิญผบี า้ นนาไปสง่ ให้ถงึ บ้านของผู้ทต่ี ้องการแยกผี และทาพิธจี ดั ตัง้ ให้เสรจ็ เรียบรอ้ ยในปตี ่อไปเมอ่ื ถึงเวลาเซน่ ไหวก้ ็ทาพิธีทบี่ ้านของตนเองให้ตรงกับเวลาเดิม การนับ ถือผบี ้านของชาวไทยมอญเชื้อสายมอญก่อใหเ้ กดิ ข้อห้ามซึ่งคนในตระกูลต้องปฏิบตั ิอยา่ งเคร่งครดั ข้อห้ามต่าง ๆ ได้แก่ 1) ห้ามหญิงมคี รรภม์ านอนบนบ้าน ยกเวน้ ลูกหลานภายในตระกลู ของตนเอง 2) ห้ามสามีภรรยานอกตระกูลร่วมหลับนอนกนั บนบ้าน 3) ห้ามหนุ่มสาวหยอกล้อกันในบรเิ วณบ้าน 4) เมือ่ มีคนในตระกลู ตาย หรือท้องในปนี นั้ (สิน้ สดุ ถึงเดือนหก)ห้ามคนในตระกูลจัดงานพิธตี ่าง ๆ เชน่ โกนจุก แตง่ งาน บวช เลย้ี งผี 5) คนในตระกลู จะจดั งานได้เพยี ง 1 งานในปเี ดยี ว เช่น ถ้าจดั งานบวชแลว้ จะจดั งานแตง่ งาน เลี้ยงผรี าผี โกนจุก อีกไม่ได้ตอ้ งรอไปจัดปหี นา้ หรือจัดงานรว่ มกนั วนั เดียวกนั หากคนในตระกูลไม่ทาตามข้อปฏบิ ตั ิ หรือทาผดิ ข้อหา้ มดังกล่าวผจี ะลงโทษให้เกดิ เหตกุ ารณ์รุนแรง รา้ ยแรง คนใดคนหนึง่ ในตระกูลป่วย หรือมีอันเปน็ ไปตา่ ง ๆ นานา และอาจถงึ ตายได้ จะต้องมีการทาพธิ ีขอขมาที่ เสาเอกผบี า้ นก่อน หากผีบา้ นให้อภยั คนท่ีป่วยกจ็ ะหายเป็นปลดิ ทงิ้ แตถ่ ้าผีไม่ให้อภยั ต้องขอขมาลาโทษโดยจัด พิธีกรรม “ราผมี อญ” ถวาย เรียกอีกช่ือหน่ึงว่า “กนิ ทั้งยืน” หรือแก้บนในส่งิ ที่บนบานกับผบี ้านให้ไดใ้ นสงิ่ ท่ี ปรารถนา หากคนในตระกูลใดไมม่ ีพิธกี รรมราผีมอญเลยแสดงใหเ้ หน็ ว่าคนในตระกลู นั้นมคี วามเคารพนบั ถอื ผีบ้าน ของตนดีมาก จะเปน็ ทีช่ ่ืนชมของคนในชมุ ชนมากแสดงให้ถงึ เห็นถงึ ความสาคัญของพิธกี รรมทย่ี ังคงความศักดสิ์ ิทธ์ิ แมน้ ปจั จบุ นั วิถีชีวิตของชาวไทยมอญเชือ้ สายมอญจะมกี ารเปล่ียนแปลงแต่ความเช่ือที่เกี่ยวกับผยี ังคงฝังรากลึกอยู่ ในกลุม่ ชุมชนชาวไทยมอญเชื้อสายมอญ ซง่ึ มบี ทบาทในการรักษาแบบแผนดาเนินชวี ิตควบคมุ ความประพฤติของ คนในสังคมให้ดาเนินไปอยา่ งถกู ต้องตามหลักท่ีปฏิบตั ิตงั้ แต่อดีตจนถึงปัจจบุ ัน
๓ ๖. ลกั ษณะเฉพาะท่ีแสดงถงึ อัตลกั ษณ์ของมรดกภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม โดยให้มีรายละเอียดครอบคลมุ สาระ ดงั ต่อไปนี้ 6.1 ประเภท : พิธกี รรม 6.2 สถานท่ี - ตาบลบ้านม่วง อาเภอบ้านโป่ง จังหวดั ราชบรุ ี - ตาบลค้งุ พยอม อาเภอบา้ นโปง่ จงั หวดั ราชบุรี - ตาบลสวนกลว้ ย อาเภอบ้านโป่ง จงั หวัดราชบุรี - ตาบลสรอ้ ยฟ้า อาเภอโพธาราม จงั หวดั ราชบุรี 6.3 แหล่งปฏบิ ตั ิ - บา้ นต้นผที จ่ี ดั พิธีกรรมราผีมอญ - ชมุ ชนมอญจงั หวดั ราชบุรี และจังหวดั อนื่ ๆ ที่มีชาวไทยเชื้อสายมอญ 6.4 ข้นั ตอนพิธกี รรมเล้ียงผีมอญ 1. พธิ เี ลยี้ งผีมอญ “แบบนัง่ กิน” คอื การจัดเตรยี มเคร่อื งเซน่ ไหวผ้ บี รรพบุรุษของชาวมอญ ในเดือน 6 ยกเว้นวันเสาร์ และวันพระที่บ้านของต้นผี ชาวมอญถือว่าเดือน 6 เป็นเดือนขึ้นปีใหม่ท่ีเร่ิมทาการ ปลูกข้าว การเลี้ยงผีเพื่อให้เกิดความอบอุ่นในการทามาหากินให้เกิดอุดมสมบูรณ์แก่ลูกหลาน การเล้ียงผีมอญ เจา้ ของบ้านทุกบ้านสามารถจดั เล้ียงผมี อญได้ หรือให้เจา้ คณะพธิ ี (โต้ง) มาจดั เลี้ยงผมี อญกไ็ ด้ 2. การเล้ียงผมี อญ “แบบกนิ ทงั้ ยืน” หรอื เรียกว่าพิธรี าผีมอญ พิธกี รรมราผีมอญ แบง่ ออกเป็น 2 วัน คือ ๒.1 วนั เตรียมพิธี ก่อน 1 วัน โดยผูท้ าหน้าท่ี คือ โต้งโดยบา้ นต้นผีเปน็ ผู้อานวยความ สะดวกตามแตโ่ ตง้ ร้องขอ โตง้ และทีมงานจัดเตรยี มดังนี้ 1) จดั เตรยี มโรงเรอื นราผี เป็นหน้าทขี่ องทีมงานของโตง้ ฝ่ายชาย 2) ทาขนมเพ่อื ใชใ้ นพธิ เี ซน่ ไหว้ เป็นหนา้ ทข่ี องทมี งานของโตง้ ฝ่ายหญงิ 3) เตรยี มอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นพิธไี ด้แก่ 3.1) อุปกรณ์ท่ีใช้ในการรา เชน่ ใบขาไกด่ า ดาบ แหลนหรือหอก 3.2) เคร่ืองประกอบจังหวะ ไดแ้ ก่ กรับทีท่ าจากไมไ้ ผ่ผ่าคร่ึง เพอ่ื ใหญ้ าติทมี่ า ร่วมงานตีใหจ้ ังหวะแก่ผู้รา 3.3) เตรยี มพ้นื ทข่ี ้างโรงพธิ ีสาหรับวงป่ีพาทย์มอญ 2.2 วันประกอบพิธีราผมี อญ พิธีกรรมราผีมอญแบง่ ออกเป็น 2 ช่วง คอื ช่วงเชา้ 08.00 น.-11.00 น. ชว่ งบ่าย 13.00 น. จนเสรจ็ ส้นิ พิธกี รรม 1) พิธกี รรมชว่ งเชา้ 08.00-18.00 น. มขี ั้นตอนดงั นี้ 1) โตง้ จะนากระบงุ ผอี อกมาทาการสารวจว่ามีสิ่งใดชารดุ หรือไมแ่ ล้วจัดใส่ถาด 2) โต้งทาการไหว้ครู 3) การเชิญผีบ้านมาร่วมงาน 4) การเชิญผีท้งั หลายของตระกลู มารว่ มพธิ ี 5) เลีย้ งแมวตาฤาษี 6) ปัดเป่าเสนียดจัญไรออกจากต้นผี 7) เชิญผเี รือนมารว่ มพธิ ี 8) บวช สมมติให้ต้นกล้วยแทนตัวต้นผที าการบวช 9) เปล่ยี นต้นผี
๔ 10) บวชตน้ ผคี นตอ่ ไป 11) จุดเทยี นชัยเพือ่ เสีย่ งทายวา่ คนในตระกลู จะมคี วามเจรญิ ในภายภาคหนา้ หรือไม่ 12) ถวายเครอ่ื งเซน่ ไหวผ้ บี รรพบุรษุ (ผีหวั หนา้ ครอบครัว) 13) ราผีบรรพบรุ ษุ ทงั้ หมดของตระกลู โดยให้ลูกหลานเขา้ มาทาการราทลี ะ 2-3 คน 14) ราถวายเครื่องเซ่น 15) การรับผเี มียน้อย 16) ปัดเปา่ เสนยี ดจญั ไรจากต้นผี 2) พธิ กี รรมช่วงบ่ายเร่มิ เวลา 13.00 น. จนสนิ้ พธิ กี รรม 17) ราผบี รรพบรุ ุษ โดยให้ลกู หลานมาราเพือ่ เป็นสริ มิ งคลทีละ 2-4 คน 18) เซ่นไก่ โดยนาไก่มาทาต้มยาให้ลูกหลาน 3 คนเปน็ คนทาพธิ ี 19) ขอขมา ใหต้ ้นผนี าผา้ แดงหอ่ ดอกรกั มากราบไหวข้ อขมาตอ่ ผบี รรพบุรุษ 20) การราผีเจา้ นาย (คนใหญ่คนโต) ที่บรรพบรุ ุษนับถือ 21) การราแกบ้ นในกรณีท่ีลูกหลานบนบานผบี รรพบรุ ุษเอาไว้ไม่ว่าจะสาเร็จ หรือไม่กต็ ้องทาการราแก้บน 2.3 การเล้ียงผีลูกสาว (ผีผหู้ ญิงประจาตระกลู ) โดยทาพธิ บี ริเวณกลางแจง้ ผู้เข้าร่วมพิธี เปน็ ผูห้ ญิง 7 คน นัง่ ลอ้ มวงรอบเคร่ืองเซ่น มเี ครือ่ งเซ่นที่พิเศษ คือ ยอดมะมว่ ง น้าพริกกะปิ จากนน้ั ก็รากลบั ไปท่ี โรงพิธี 2.4 การคลอ้ งชา้ งใหผ้ ู้เขา้ รว่ มพิธีแตง่ กายทาเหมอื นเป็นช้าง อกี 2 คน ทาพิธีเซน่ ไหว้ผี ราผีแลว้ ออกมาคล้องชา้ งรอบต้นหวา้ จากนั้นผ้ามามว้ นสมมุตวิ ่าเปน็ ไก่แล้วนามาชนไก่เหมือนกับการตีไก่ 2.5 การเลน่ สะบา้ ใหต้ ้นผีทาการเซน่ ไหว้แล้วนากลว้ ยมาโยนไปมาระหวา่ งโต้งกับต้นผี เหมือนการเลน่ สะบา้ 2.6 การดบั เทียนชยั ท่ีทาการเส่ยี งทาย ถ้าข้าวติดท่ีเทยี นมากแสดงว่าลูกหลานจะพบ ความเจรญิ ร่งุ เรอื ง ข้าวทเี่ หลือในหม้อดนิ ใหน้ าไปไว้ท่วี ดั 2.7 การเลยี้ งผีเจ้าทข่ี องหม่บู ้าน ซง่ึ ใช้มะพร้าวในการเซน่ ไหว้ โดยนามะพร้าวมาทบุ ท่ี บรเิ วณหนา้ โรงพิธี 2.8 การสง่ ผที ง้ั หมดกลบั โดยนานา้ โปรยนอกโรงเรือนพิธีบอกใหผ้ ีกลับ ซึ่งจะจบลงดว้ ย การตดั ต้นหวา้ รวบรวมเศษอาหารและตน้ กลว้ ยมาเทรวมกนั เททงิ้ แล้วนาไปลอยนา้ โดยเช่อื วา่ เปน็ การลอยส่ิงไม่ ดอี อกจากคนในวงศ์ตระกลู 2.9 การส่งผขี ึ้นบ้านโดยให้ต้นผีมารับกระบุงผขี นึ้ บ้านก่อนขน้ึ บา้ นตอ้ งใหภ้ รรยาของตน้ ลา้ งเท้าให้แกต่ น้ ผีก่อนขึ้นบ้าน โดยนากระบุงผีไปไวท้ ่ีเสาผีตามเดมิ 2.10 การเล้ียงผภี รรยาน้อยตอ้ งทาประมาณ 23.00 น. ท่หี วั บนั ไดต้องแอบกนิ แตเ่ พื่อ เปน็ การประหยดั เวลาให้ทาพิธีหลังสดุ แตต่ ้องแอบเซน่ ไหวท้ บ่ี ันไดบา้ นเช่นเดิม ส่วนที่ ๒ คุณคา่ และบทบาทของวถิ ีชุมชนที่มีต่อมรดกภมู ิปัญญาทางวัฒนธรรม ๑. คณุ คา่ ของมรดกภมู ปิ ัญญาทางวัฒนธรรมท่ีสาคญั 1.1 บทบาทในการใหค้ วามรู้แก่บุคคลในสังคม และรกั ษาแบบแผนควบคุมพฤติกรรมของคนใน สงั คม พิธีกรรมเลีย้ งผมี อญเปน็ ความเชื่อของชาวไทยมอญเชือ้ สายมอญมาต้ังแต่อดตี และสืบทอดมาถงึ ปจั จบุ นั ความเชอ่ื เกีย่ วกับผบี รรพบรุ ุษท่ลี ่วงลับไปแล้วจะทาหนา้ ท่ปี กป้องคุ้มครองดูแลลูกหลานในวงศ์ตระกลู ให้
๕ เจริญรุ่งเรืองปราศจากภยั อนั ตรายทั้งปวง ซง่ึ ลูกหลานต้องใหค้ วามเคารพนับถือจะล่วงละเมิดไมไ่ ด้หากมีคนใน ตระกลู คนใดคนหนึ่งลว่ งละเมิด หรือทาผดิ ข้อหา้ มจะทาให้ผีบรรพบุรุษโกรธ และจะดลบนั ดาลให้คนในตระกลู เกิดโรคภยั ไข้เจ็บรักษาไมห่ าย เมื่อจัดพิธีกรรมราผีมอญขอขมาต่อผแี ลว้ คนท่ีเจ็บปว่ ยก็จะหาย กรณบี นบานศาลกล่าวต่อผบี รรพบุรุษใหด้ ลบันดาลใหใ้ นสิ่งทปี่ รารถนาแมว้ า่ จะไดส้ ่ิงที่ปรารถนาหรือ ไมไ่ ดก้ ็ตามจะต้องจัดพิธีกรรมราผีมอญข้ึน ซึ่งส่งผลต่อจิตใจทาให้มีพลังในการทาสิ่งต่าง ๆ เม่ือทาได้สาเร็จตามท่ี ต้องการก็เช่ือว่าผีบรรพบุรุษให้ความช่วยเหลือ การจัดพิธีกรรมราผีมอญลูกหลานในวงศ์ตระกูลไม่ว่าอยู่ที่ใดต้อง มาร่วมพิธีกรรม หากมีเหตุจาเป็นท่ีไม่สามารถมาร่วมพิธีกรรมได้ต้องส่งเงินหรือส่งของมาร่วมพิธีกรรม แสดงให้ เห็นถึงการเน้นย้าให้ทุกคนในตระกูลเห็นความสาคัญของพิธีกรรมราผีมอญซึ่งเป็นอัตลักษณ์ของชาวไทย มอญเช้ือ สายมอญ 1) พิธีกรรมเลยี้ งผมี อญมบี ทบาทหนา้ ทใี่ นการปลกู ฝังค่านยิ มความกตัญญูกตเวทตี ่อผ้มู ีพระคุณ โดยเฉพาะบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้ว การให้ความเคารพบูชาที่แสดงออกเป็นรูปธรรม คือการดูแลส่ิงที่เป็น ตัวแทนบรรพบุรุษ คือกระบุงผีภายในกระบุงบรรจุเสื้อผ้าของบรรพบุรุษไม่ให้ชารุดเสียหาย และทาการเซ่นไหว้ อย่างสมา่ เสมอ 2) ปลกู ฝังค่านิยมความมผี วั เดียวเมียเดียวจะเห็นได้จากข้ันตอนในพิธีกรรม มขี น้ั ตอนการเลีย้ งผี เมียน้อยโดยเชิญผีเมียน้อยมาร่วมพิธีกรรมหลังจากท่ีเชิญผีบรรพบุรุษอ่ืน ๆ เรียบร้อย และข้ันตอนการเล้ียงของ เซน่ ไหว้จะทาการเซ่นไหว้ในอันดับสุดท้าย แสดงให้เห็นว่าการเป็นเมียน้อยเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีผิดศีลธรรมสังคม ไมย่ อมรับ จึงไมค่ วรปฏบิ ัติ 3) ปลกู ฝังมารยาทในสงั คมการไปบ้านผู้อ่นื ตอ้ งแสดงกริ ยิ าอาการสารวม โดยเฉพาะหนุ่มสาว เม่ืออยู่ในบ้านของชาวไทยเช้ือสายมอญต้องไม่หยอกล้อกันในบริเวณบ้าน และสามีภรรยาไม่ควรหลับนอนกันใน บ้านของผู้อนื่ ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กิดข้อปฏบิ ตั แิ ละขอ้ ห้ามต่าง ๆ เช่น - หา้ มหญงิ มีครรภม์ านอนนอกบ้าน ยกเว้นลกู หลานภายในตระกูลของคน อาจเปน็ เพราะ บ้านไทยเชื้อสายมอญเป็นบ้านไม้ยกพ้ืนสูงเวลาข้ึนบ้านต้องข้ึนบันไดท่ีมีความชัน อาจเกิดอุบัติเหตุตกบันไดหรือ ลน่ื ลม้ ทาใหแ้ ทง้ ลกู ได้ สว่ นลูกหลานในตระกูลย่อมรู้แล้วว่าสว่ นไหนชัน สว่ นไหนลื่น - หา้ มหญิงตัง้ ครรภข์ องชาวไทยเช้อื สายมอญนง่ั กลางนอกชาน หรอื เฉลียงบ้าน ห้ามน่งั เหยียดขาหรือน่ังห้อยขา ห้ามนั่งหัวบันไดบ้านและเหยียดขาบนหัวบันไดบ้าน ข้อห้ามเพ่ือป้องกันไม่ให้คนท้อง เส่ียงตกลงมาจากบ้านทาให้แท้งลูกได้ คนในตระกูลตายหรือตั้งครรภ์ในปีนั้น (ส้ินสุดเดือน 6) ห้ามคนในตระกูล จัดงานพิธีต่าง ๆ เชน่ โกนจุก แต่งงาน บวช เลยี้ งผี เปน็ ต้น และในแต่ละปีคนในตระกูลจะจัดงานได้เพียงปีละ 1 คร้งั ไม่ว่าจะเป็นงานมงคล หรืออวมงคล เพื่อไมใ่ ห้เครือญาติต้องมาร่วมพิธีปีละหลาย ๆ คร้ัง เป็นการเสียเวลา ในการประกอบอาชพี และปอ้ งกันไม่ใหห้ ญิงต้ังครรภ์เกดิ อนั ตราย 1.2 บทบาทหน้าทีใ่ นการรักษาขนบธรรมเนยี มประเพณี และวัฒนธรรม ไดแ้ ก่ 1) พิธีการบวช โดยมขี น้ั ตอนในพธิ กี รรมราผมี อญ คือ ขัน้ ตอนท่ี 1 - การถากโคนต้นกลว้ ยแทนการโกนผมนาค - การอาบน้า และทาขมิน้ ให้ตน้ กลว้ ยแทนการอาบน้านาค - ให้ลูกหลานโปรยขา้ วตอกแทนการโปรยทาน ซึง่ การบวชต้นกล้วยเปน็ การจาลองพธิ ีการ บวชนาค ข้ันตอนท่ี 2 ให้ตน้ ผบี วชโดยแตง่ ตัวเหมอื นพระออกเปน็ บณิ ฑบาต จากนัน้ สึกเปน็ ฆราวาส แสดงให้เหน็ ถงึ ความเลือ่ มใสศรทั ธาในพทุ ธศาสนา และปฏิบัตติ ามหลักคาสอนอย่างเคร่งครัด ผู้ชายอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ตอ้ งทาการอุปสมบทเปน็ พระภกิ ษุ เพือ่ ตอบแทนบุญคณุ บิดามารดาแล้วจึงแตง่ งาน 2) การกระทุง้ หลงั คาของโรงพธิ ีราผี เปน็ ใต้ถุนเรือนบา้ นฝ่ายหญงิ ซง่ึ เปน็ ประเพณกี ารเข้าหา
๖ ผ้หู ญิงของผูช้ ายสมยั ก่อน เพ่อื ใหล้ กู หลานได้รู้ถงึ ประเพณที มี่ ีมาแต่อดีตของบรรพบุรษุ 3) การละเล่น ไดแ้ ก่ - การเล่นสะบ้า โดยโต้งจะนากลว้ ยมาโยนสลบั ไปสลับมากับตน้ ผี - การเล่นชนไก่ โต้งจะนาผ้าม่านมว้ นสมมุตเิ ป็นตัวไก่ แล้วนามาชนกัน - การคล้องช้าง โตง้ จะนาผ้ามา่ นม้วนสมมตุ เิ ป็นชา้ งแล้วมกี ารคล้องช้าง 1.3 บทบาทในการสรา้ งความเป็นน้าหนึง่ ใจเดยี วกันของชาวไทยมอญเชอื้ สายมอญ พธิ ีกรรมราผมี อญ แสดงบทบาทในการสร้างความเป็นน้าหน่ึงใจเดียวกันของกลมุ่ เครือญาตเิ หน็ ไดว้ า่ มีการกาหนดใหท้ ุกคนในตระกูลไม่ว่าจะอยู่ท่ีไหนก็ต้องมาร่วมพิธีจะละเว้นไม่ได้ ยกเว้นฝ่ายหญิงที่แยกผีไปนับถือ ผีทางสามีจะมาร่วมพิธหี รอื ไมก่ ไ็ ด้ ซึ่งข้อกาหนดเช่นน้ีทาให้คนในสายตระกูลเดียวกันมีความสนิทสนมคุ้นเคย ไม่ กระจัดกระจาย นิยมปลูกบ้านในละแวกเดียวกัน บางครั้งมีการเชิญคนในตระกูลอ่ืนร่วมด้วยเพื่อมาร่วมงาน และชว่ ยงาน ซง่ึ กอ่ ใหเ้ กดิ ความสามัคคใี นชมุ ชน จากการจดั เวทสี นทนากลุม่ กับกลมุ่ ชนชาวไทยเชือ้ สายมอญ และหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้อง สรุปได้ว่า 1) กลุ่มชนชาวไทยเชอื้ สายมอญใหค้ วามสาคัญกับการเล้ยี งผีมอญ แบบท่ีเรียกว่า “กนิ ท้งั นั่ง” ซงึ่ จะทาเปน็ ประจาทุกปี แตพ่ ิธีกรรมราผีมอญไมอ่ ยากให้เกดิ ขน้ึ เพราะเป็นเรือ่ งท่ีน่าอับอาย เป็นเร่ืองที่ลูกหลาน ทาผดิ ถงึ แม้ว่าบางครง้ั จัดพิธีราเพ่ือแก้บนในเรอ่ื งท่ดี ีท่ีขอไวก้ บั บรรพบุรุษแล้วได้สมปรารถนา เช่น ขอให้ได้ลูกชาย ขอใหห้ ายเจบ็ ปว่ ย 2) การราผีมอญเป็นพิธีกรรมทาให้ได้พูดคุยถามไถ่กับบรรพบุรุษว่าจะอยู่สุขสบายไหม อยากได้ อะไรเม่ือผีบรรพบุรุษเข้าร่างโต้ง หรือบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ในขณะประกอบพิธีลูกหลานจะสังเกตอากัปกิริยา และลูกหลานจะรู้ว่าผีที่เข้าร่างคือใครจะนาอาหารหรือส่ิงที่ผีบรรพบุรุษต้องการมาให้ลูกหลานก็จะดีใจบางคน รอ้ งไห้ เม่อื ไดพ้ ูดคุยสกั พักหน่งึ ผีก็จะออกจากรา่ งแตม่ ีผีบรรพบุรุษบางคนไม่คยุ มาราตามจังหวะเพลง 3) การราผมี อญเป็นการสรา้ งขวญั และกาลงั ใจผ่านการร้องรา ทาใหค้ นป่วยกห็ ายปว่ ย 4) เกิดความสัมพันธ์ท่ีดีในหมู่ญาติ เกิดความรักความสามัคคีการจัดพิธีกรรมราผีมอญเป็นความ เชื่อ แต่ไม่งมงายเพราะเป็นกุศโลบายของบรรพบุรุษสอนเรื่องความกตัญญูกตเวทีของกลุ่มคนไทยเช้ือสายมอญ ซ่ึงส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น มีการวางแผนอย่างแยบคายให้ทุกคนได้ปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติแล้วสบายใจได้ตอบแทนบุญคุณ แสดงถึงความกตัญญู และได้รวมญาติพี่น้องในตระกูล ก่อให้เกิดความรักความสามัคคี ความร่วมมือร่วมใจ เชิดชู วงศ์ตระกลู ๒. บทบาทของชมุ ชนทมี่ ีต่อมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มูลนิธิมอญเชอื้ สายมอญรกั ษ์ (2561 : หน้า 1-13) กล่าวว่า ปจั จบุ นั การนับถอื ผปี ระจาตระกลู ของ ชุมชนมอญเร่ิมห่างหายไปตามกระแสยุคสังคมปัจจุบัน ทาให้ความผูกพันระหว่างคนในชุมชนคนในตระกูลผี เดียวกันเรม่ิ ไมผ่ ูกพนั กันเหมือนเดิม เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่สนใจวัฒนธรรมประเพณีภูมิปัญญาท้องถ่ินอันเป็นของดี ท่ีควรแก่การอนุรักษ์ รักษา สืบทอดต่อไป ความเชื่อเก่ียวกับการนับถือบรรพบุรุษถูกทอดท้ิง ถูกกลืนไปกับ กระแสวัฒนธรรมยุคใหม่ และเร่ิมจางหายไปจากวิถีชีวิตคนมอญ มูลนิธิมอญเช้ือสายมอญจึงเร่ิมโครงการมอญ เช้อื สายมอญรกั ษส์ ัญจรคุยเฟื่องเร่ืองของดีชุมชนมอญ “นาผีมอญกลับบ้าน” เพื่อกระตุ้นให้ชุมชนชาติพันธ์ุมอญ หันหลังกลับมาทบทวนภูมิปัญญา และของดีในชุมชนที่มีคุณค่าเพื่อสืบสานต่อไป ซึ่งได้จัดทาธรรมนูญผีมอญข้ึน ในหมวด 4 การอนรุ กั ษ์การฟนื้ ฟู และการถา่ ยทอด ข้อ 10 คุณสมบัติผปู้ ระกอบพธิ กี รรม (โต้ง) ตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจทกุ ข้ันตอนตามความเชื่อท่ี ถกู ต้อง ท่สี บื ทอดกนั มาแตล่ ะทอ้ งถ่ิน ข้อ 11 คณุ สมบตั ิผสู้ ืบทอดไมจ่ ากัดเพศ แต่จะตอ้ งได้รับการถ่ายทอด และรับรองจากผ้ปู ระกอบ พิธกี รรม (โต้ง)
๗ ขอ้ 12 ทกุ หมบู่ ้านชมุ ชนมอญควรมีผูป้ ระกอบพิธีกรรม ข้อ 13 ปลกู ฝังสรา้ งจติ สานึกความกตญั ญกู ตเวทีต่อบรรพบรุ ุษ และให้เหน็ ความสาคญั กับผีประจา ตระกลู ขอ้ 14 ชนชาติพันธ์ุต้องไมเ่ ปล่ียนแปลง หรอื ดัดแปลงความเชื่อหรือวัฒนธรรมเดิมท่บี รรพบุรษุ ได้ ดารงสบื ทอดกนั มาอันยาวนาน หมวด 8 การประชาสมั พนั ธ์ และการสร้างเครือข่าย ข้อ 24 ต้องจัดให้มีการประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลการเลีย้ งผีตามธรรมนูญผมี อญใหเ้ ขา้ ถึง ชุมชนหมบู่ ้านให้ทว่ั ถึง ครอบคลมุ ทุกครัวเรอื นทช่ี าติพนั ธุ์มอญอาศัย เพ่ือการอนรุ ักษแ์ ละสืบทอดการเลี้ยงผมี อญ อยา่ งถูกต้อง ขอ้ 25 ตอ้ งจดั ต้ังให้มีศูนย์ข้อมลู กลางเพื่อเป็นศนู ยก์ ลางในการนาข้อมลู ข่าวสารในธรรมนูญผมี อญ ออกไปเผยแพรต่ ามชุมชนหมู่บา้ น ข้อ 27 ตอ้ งสร้างเครอื ข่ายใหเ้ กิดขนึ้ ระหว่างกลุ่มชาติพันธ์ุมอญด้วยกันเอง หรือเครอื ขา่ ยนอกกลุ่ม ชาติพนั ธ์ุมอญ บทบาทของชุมชน คือ กระบวนการที่ทาใหค้ นในชุมชน ในตระกลู คนในชุมชน ได้พูดคุยหาแนวทาง ในการอนรุ ักษ์ และสบื ทอดวธิ ีการเลย้ี งผีมอญให้คงอยู่ และพัฒนาใหเ้ กดิ ข้ึน “พลงั ชมุ ชน”สืบต่อไป จากเวทกี ารสนทนากลุ่มของชาวไทยมอญเชื้อสายมอญ ได้เสนอบทบาทของชุมชนวา่ ชุมชนภูมใิ จ ในพธิ กี รรมเลย้ี งผีมอญเน่อื งจาก 1. บรรพบุรุษสั่งสอนใหเ้ ป็นคนดี เม่ือทกุ คนเป็นคนดีชุมชนก็จะสงบสขุ 2. เกดิ จิตสานึกในความเปน็ ชาติพันธุ์ไทยมอญเชอื้ สายมอญรว่ มกนั 3. สรา้ งความภาคภมู ใิ จในความเป็นชาติพันธ์ุไทยมอญเช้อื สายมอญ 4. ชมุ ชนยอมรับกตกิ าของการอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คม 5. เกิดความโอบอ้อมอารี แบง่ ปนั ในชุมชน 6. เกดิ ความสามัคคใี นชุมชน 7. เกิดแนวคดิ ในการทางานไปในทศิ ทางเดยี วกัน 8. คนนอกชมุ ชนยอมรบั ในวถิ ชี วี ิตของความเป็นชาติพนั ธุ์ไทยมอญเช้อื สายมอญ 9. เกิดการอนรุ ักษป์ ระเพณวี ฒั นธรรมของชุมชนซง่ึ ถ่ายทอดจากรุ่นสรู่ ุ่น 10. ชุมชนได้สืบสานประเพณีสู่ลูกหลานทาให้วัฒนธรรมดารงอยู่ได้ สร้างความเข้มแข็งได้ชุมชนย่ังยืน 11. คุณค่าทางศลิ ปะและวัฒนธรรมสบื สานผ่านอาหารเส้อื ผ้าและเครอื่ งแตง่ กาย ๓. รายช่ือผูส้ ืบทอดหลกั (เช่น บุคคล กลมุ่ คน เป็นต้น) รายชือ่ บุคคล/หัวหน้าคณะ/ อาย/ุ อาชีพ องค์ความรดู้ า้ นทไ่ี ด้รบั สถานที่ตดิ ตอ่ /โทรศพั ท์ กลุ่ม/สมาคม/ชุมชน การสืบทอด/จานวนปีที่ ชมุ ชนบ้านวดั เกาะ โตง้ 82 ปี สบื ทอดปฏิบตั ิ 1. นางสมจิต หลวงพนั เทา 39 หมู่ 2 ตาบลสรอ้ ยฟ้า ผู้นาพิธกี รรมราผมี อญ อาเภอโพธาราม 2. นางอาภา เย็นเปิง 67 ปี เลีย้ งท้ังนง่ั จังหวดั ราชบุรี 3. นายกามเทพ ม่ิงสาแดง 50 ปี ผ้นู าพิธีกรรมราผมี อญทา 29 หมู่ 3 ตาบลคลอง หน้าทโ่ี ตง้ ผู้ทาพธิ ีกรรมราผีมอญ
๘ รายชื่อบคุ คล/หัวหน้าคณะ/ อายุ/อาชีพ องค์ความรดู้ ้านที่ไดร้ บั สถานทต่ี ิดต่อ/โทรศพั ท์ กลุ่ม/สมาคม/ชมุ ชน 55 ปี การสืบทอด/จานวนปีท่ี ตาคต อาเภอโพธาราม ผ้ชู ่วยโตง้ 72 ปี สืบทอดปฏิบัติ จงั หวดั ราชบุรี 4. นางวไิ ล ประชากลู 60 ปี ทาหน้าที่โต้ง โทร 089 809 1638 5. นางสะอาด กนั ตะเกยี งวงค์ ผูช้ ่วยโตง้ เตรยี มอุปกรณใ์ นพธิ ีกรรม 41 หมู่ 9 6. นางอนงค์ อ่อนราพรรณ ตาบลคุง้ พะยอม ผชู้ ว่ ยโต้งเตรียมอปุ กรณใ์ น อาเภอบา้ นโปง่ คณะป่พี าทย์มอญ พธิ ีกรรม จังหวัดราชบุรี 7. นายฉลาด เดอื นฉาย โทร 081 0117 8794 ผู้ช่วยโต้งเตรียมอปุ กรณใ์ น 53/3 หมู่ 12 พิธกี รรม ตาบลคุ้งพะยอม อาเภอบ้านโปง่ คณะป่ีพาทยม์ อญ จงั หวัดราชบุรี ส. ประสบศิลป์ โทร 092 7304 45 23/1 หมู่ 7 ตาบลคลองตาคต อาเภอโพธาราม จังหวดั ราชบุรี โทร 064 5123 39 โทร 089 0629 921
๙ เอกสารอา้ งอิง กาญจนา ชินนาค. (2542). การศกึ ษาประเพณแี ละพธิ ีกรรมราผีมอญบา้ นวดั เกาะ ตาบลสรอ้ ยฟา้ อาเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี. ราชบรุ ี : สถาบันราชภฏั หมบู่ า้ นจอมบึง. กาสกั เตะ๊ ขนั หมาก. (2561). ธรรมนญู ผมี อญ.นนทบุรี : โรงพมิ พ์เดือนตุลาคม จวน เครือวิชฌยาจารย์. (2538). ประเพณีมอญท่ีสาคัญ.กรุงเทพฯ : ศูนย์มานุษยวิทยาสิรนิ ธร. วดีพร จติ ต์สถาพร. (2549). การศกึ ษาการราผีมอญของชาวไทยมอญเชื้อสายมอญตาบลบ้านม่วง อาเภอบา้ นโป่ง จงั หวดั ราชบุรี.สารนพิ นธ์ กศม. : กรงุ เทพมหานคร : มหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ สุภรณ์ โอเจรญิ . (2541). มอญในเมืองไทย. กรงุ เทพฯ : สานกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั อมาวสี ย้มิ อานวย. (2536). ประเพณีความเช่อื ของชาวมอญบ้านม่วงจงั หวัดราชบุรีในลมุ่ น้า แม่กลอง : พัฒนาการทางสังคมและวฒั นธรรมที่ระลึกในการเปดิ พพิ ิธภัณฑพ์ น้ื บ้านวัดบา้ นมว่ ง จังหวดั ราชบรุ ี. ม.ป.พ. บคุ คลอ้างอิง 1. นายกามเทพ มิง่ สาแดง ทีอ่ ยู่ 29 หมู่ 3 ตาบลคลองตาคต อาเภอโพธาราม 2. นางเอื้ออารีย์ ขุณณรงค์ ที่อยู่ 25 หมู่ 3 ตาบลคลองตาคต อาเภอโพธาราม 3. นางสุวารี บุญสง่ ทอี่ ยู่ 23/6 12 หมู่ 2 ตาบลทา่ มะกา อบต.บ้านมว่ งกองการศึกษา 4. นางนวนิตย์ ศริ ิธร ท่ีอยู่ 108/1 หมู่ 5 ตาบลบา้ นมว่ ง อาเภอบ้านโปง่ 5. นางอนงค์ อ่อนราพรรณ ที่อยู่ 23/1 หมู่ 7 ตาบลคลองตาคต อาเภอโพธาราม 6. นางบุญชว่ ย แมลงภู่ (รองนายกองค์การบริหารส่วนตาบลคลองตาคต) ท่ีอยู่ 68 62/2 หมู่ 1 ตาบลคลองตาคต อาเภอโพธาราม 7. นายวันชยั ดดั พนั ธุ์ ทอี่ ยู่ 79 หมู่ 3 ตาบลบา้ นมว่ ง อาเภอบา้ นโปง่ 8. นายคมสรร จบั จุ ทีอ่ ยู่ 25 หมู่ 4 ตาบลนครชมุ น์ อาเภอบ้านโป่ง 9. นายสวัสด์ิ เจิมเครือ ท่ีอยู่ 65/15 ตาบลบ้านม่วง อาเภอบ้านโปง่ 10. นางวิไล ประชากูล ท่อี ยู่ 41 หมู่ 9 ตาบลค้งุ พะยอม อาเภอโพธาราม 11. นางสอางค์ พรหมมนิ ทร์ ที่อยู่ 99 หมู่ 5 ตาบลบางม่วง อาเภอบา้ นโปง่ 12. นางสาวนภากรณ์ สุขผ่อง ที่อยู่ 17 หมู่ 4 ตาบลชาแระ อาเภอโพธาราม (อบต. นครชมุ น)์ 13. นางสาวสมพร หลวงละ ท่ีอยู่ 20/1 หมู่ 5 ตาบลนครชุมน์ อาเภอบ้านโปง่ 14. นางสาวบญุ พรอ้ ม สาสาย อบต.ค้งุ พยอม 15. นางศริ จิ นิ ต์ ดารงคดีราษฎร์ อบต.คุง้ พยอม
๑๐ ๑. รปู ภาพ การเชิญผบี ้านมาร่วมพิธี อาบนา้ ตน้ ผี ต้นผปี ระกอบพธิ ีราผมี อญ
๑๑ ภรรยาต้นผีประกอบพิธกี รรมราผมี อญ การเชญิ ผีทง้ั หลายของตระกลู มารว่ มพธิ ี การปัดเปา่ เสนยี ดจญั ไรออกจากต้นผี
๑๒ กระบอกใสใ่ บขาไกด่ า เคร่ืองเซน่ ไหว้ อุปกรณ์ในการราผีมอญ
๑๓ เทยี นชยั เสย่ี งทาย จดั ทา : สานกั งานวฒั นธรรมจังหวดั ราชบุรี จัดเกบ็ /เรยี บเรียง : ผศ. วรลักษณ์ กรรณวฒั น์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั หม่บู ้านจอมบึง
Search
Read the Text Version
- 1 - 14
Pages: