ผัดไทยเป นอาหารประเภทท่ีรับประทานง าย มีขายท่ัวไป แ ล ะ มี ร ส ช า ติ อ ร อ ย น อ ก จ า ก นี ยั ง มี สู ต ร วิ ธี ก า ร ป รุ ง และเทคนิคเฉพาะตัวแตกตางกันไป ผัดไทยมีรสชาติท่ีแสดงถึง ความเปนไทยและแตกตางจากกวยเต๋ียวชาติอ่ืน ๆ เนื่องจาก การใชน้าปรุง ๓ รส ท่ีไดจาก น้าปลา น้าตาลปีบ และน้ามะขาม เมื่อน้ามาผสมกันจะได รสชาติท่ีกลมกล อมลงตัว ผัดไทย ในสมัยกอนจะใชกงุ แหง ไมใชกุงแมนา้
แกงเผ็ด
อตั ลักษณ์ “แกงเผ็ด” หรือแกงแดง เปนแกงกะทผิ สมดวยเครือ่ งแกงสด และเคร่อื งเทศบางชนดิ แกงเผ็ด น้าแกง มสี ีแดงเขมกา้ ลงั ดกี ลน่ิ หอม เนือสตั วสกุ นมุ ไมคาว มะเขอื พวงสกุ ไมดา้ รสชาติ กลมกลอม ไมหวาน เผ็ด เค็ม หวาน เสมอกนั ในสมัยกอนนยิ มใชพรกิ บางชาง เพราะใหสีแดงสด แกงเผด็ นิยมใสเนอื สัตว เชน เนือ ไก หมู ฯลฯ เรยี กวาแกงเผด็ เนือ แกงเผ็ดหมู แกงเผ็ดไก และใสผกั ไดแก มะเขือพวง มะเขอื เปราะ หนอไม ฟกทอง
ซ่งึ ขอส้าคญั จะตองใสใบโหระพาเพอื่ ดบั กลิน่ คาวและใบมะกรูด พริกชฟี าเพมิ่ สีสนั ใหสวยงาม แกงเผ็ดเปนแกงยอดนยิ มประเภทหนึ่ง ในสา้ รบั อาหารไทยของภาคกลาง สามารถดดั แปลงเปนแกงแบบอ่นื ได อกี หลายชนิด เชน แกงเผ็ดเปดยาง ซ่ึงดัดแปลงมาจากแกงเปดสด ของชาวมุสลิม โดยเพิม่ เครือ่ งเทศ ไดแก ลูกจันทร ดอกจันทร และสมนุ ไพรหอมลงในเครอ่ื งแกง
แกงเขียวหวาน
อตั ลักษณ์ “แกงเขียวหวาน” มีมาตังแตสมยั อยธุ ยา นับวาเปนอาหารไทยแท ๆ เปนภูมปิ ญญาอาหารของคนไทย ในสมยกั อนที่เิริม่ จากแกงเลยี งและ แกงปาตาง ๆ ที่ไิมใสกะทิ ตอมาดดั แปลงอาหารการกินโดยการน้ากะทใิ ิส ลงไปในแกงทา้ ใหเกดิ แกงเผ็ดขนึ โดยแกงเผ็ดจะใสพริกแหงสแี ดงลงไป จากนนั เรยี กวา แกงแดง และไดมกี ารประยุกตมาเปนแกงเขียวหวาน ดวยการใสพรกิ สีเขยี วลงไป อาจจะใสทังพริกขีหนูสีเขยี วและพริกชฟี าสเี ขียว
มกี ารดัดแปลงแกงเขยี วหวานไกในสมยั กอนมาเปนแกงเขียวหวาน ลูกชินปลากรายสอดไสไขเค็มดวย หรอื ขาวผดั แกงเขียวหวาน แกงเขียวหวานจะตองมีกลน่ิ ของเครอ่ื งแกงทห่ี อม ใชเครอ่ื งแกงทเ่ี ปน สมนุ ไพรสดในการนา้ มาโขลกเปนพริกแกง จึงจะไดแกงเขียวหวาน ที่เปนต้นต้ารบั สมชอ่ื “แกงเขยี วหวาน”
อาหารภาคใต้
ภาคใตเปนภูมิภาคท่ีมีพืนที่ติดชายฝงทะเลมากที่สุด ประชาชนโดยสวนใหญ่ จึงมีอาชีพที่เก่ียวของกับการประมงและทะเล เพราะมีทรัพยากรในทองทะเลมากมาย อาหารหลักในการด้ารงชีวิตจึงตองก่ียวพันกับ “อาหารทะเล” จากในอดีตดินแดนแหงนี เคยเปนศูนยกลางการเดินเรือของพอคาชาวอินเดีย จีน และชวา จึงท้าใหวัฒนธรรม ของชาวตางชาติเขามามีอิทธิพลตออาหารภาคใต้ โดยเฉพาะอินเดียใตนิยมใชเคร่ืองเทศ ปรุงอาหาร การผสมผสานระหวางอาหารพืนบานภาคใตกบั อาหารของอนิ เดียทางตอนใต ท้าใหอาหารของภาคใตมีรสเผ็ดมากกวาภาคอ่ืน ๆ ประกอบกับอยูติดทะเลทังสองฝง จงึ มีอาหารทะเลทีส่ มบูรณ และมีสภาพอากาศที่รอนชืน มีฝนตกตลอดทังปี
อาหารภาคใต้ โดยเฉพาะแกงและเคร่ืองจิมจึงมีรสจัด เผ็ดรอน เพื่อช วยให ร างกายอบอุ น มีสุขภาพดีและป องกันการเจ็บไข คนภาคใตโดยทั่วไปรับประทานขาวเจาเปนอาหารหลัก และขนมจีน รองลงมา อาหารจะมีรสที่ไมหวาน แตจะมีรสจัด เผ็ดรอน และเค็ม เขมขน ถึงเครื่องปรุงเครื่องเทศ รสชาติเผด็ รอนจะไดจากพริกขีหนูสด หรือแหง พริกไทย รสเค็มจากกะป เกลือ รสเปรียวจากสมแขก ตะลิงปลิง ระกาิ มะนาว มะขามเปยกหรือสด และเคร่ืองปรงุที่มีติด ครวั ไวเ้ สมอ ไดแก ขมินเหลอื ง พรกิ เคย เกลอื
ภาคใตถึงแมจะมีมะพราวมาก แตอาหารสวนใหญไมนิยมใสกะทิ ดังนัน วัตถุดิบหลักท่ีส้าคัญในการปรุงอาหาร ไดแกปลาและอาหารทะเล ซ่ึงมักจะมีกล่ินคาวจัด จึงต องมีเิ คร่ืองเทศ โดยเ ฉพาะ ขมิน จะช วยดับกล่ินคาวได ดี จะเห็นได ว าอาหารภาคใต ส วนใหญ จะมีสีออกเหลือง ๆ แทบทุกรายการไมวาจะเปนแกงเหลือง ค่ัวกลิง ปลาตมขมนิ เปนตน
อาหารท่ีเป นอัตลักษณ ของภาคใต จะมีรสเผ็ดและเค็มจัด และส วนใหญ ใส ขมิน ผักสดท่ีจะดับความเผ็ดร อนและความเค็ม ข อ ง อ า ห า ร จ ะ ต อ ง รั บ ป ร ะ ท า น กั บ ผั ก ส ด จ า น ใ ห ญ เ ต็ ม ส้ า รั บ เรียกว า “ผักเหนาะ” หรือผักเกร็ด ผักเหนาะ นับว าเป นอัตลักษณ์ ในการรบั ประทานอาหารของภาคใต เพราะนอกจากจะชวยลดความเผ็ดและชวย ชูรสอาหารไดดีแลว ยังเปนสมุนไพรในการรักษาโรคและบ้ารุงรางกายไดดี และยังมผี ักอ่นื ท่ีขึนช่ืออกี ไดแก สะตอ ลูกเนียง ใบเหลยี ง ยอดจกิ ยอดหมุย
นอกจากนันอัตลักษณการกินของภาคใตในแตละทองถิ่นมีทังเหมือน และแตกตางกัน เชน ในแถบระนอง ภูเก็ต นครศรีธรรมราช จะนิยม รับประทานขนมจีนน้ายาเปนอาหารเชา โดยแนมกับผักเหนาะกระจาดใหญ ขณะที่ “ขาวย้า” เปนเมนูหลักของแถบ ยะลาและปตตานี จะราดดวยน้าบูดู แตถาภูเก็ตจะเปนขาวย้าแบบคลุกไมใสน้าบูดู ดวยการน้าใบชิงชางมาต้า กับหอมแดง พริกไทย มาคลุกกับขาว เปนตน และดวยวิถีชีวิตเก่ียวของ กับทะเลเปนส้าคัญ เมื่อออกทะเลไดอาหารมามากจึงน้ามาถนอมอาหาร เพ่ือเกบ็ ไวกินนาน ๆ
กะปท่ีภาคใตจะนิยมท้าจากเคยเปนภูมิปญญาในการถนอมอาหาร ของภาคใต นอกจากนนั ยงั มีน้าบูดูทีห่ มักจากปลาตัวเลก็ ๆ แลวมาเคย่ี วปรุงรส ใหออกเค็ม หวาน ซึ่งเปนเมนูยอดนิยมของชาวไทยมุสลิม กุงเสียบซ่ึงก็ไดแก กุงสดที่น้ามาเสียบไมยาง นิยมน้ามาท้าเปนน้าพริกกุงเสียบหรือผัดกับใบเหลียง ซงึ่ เปนรายการทข่ี ึนชอื่ รายการหนึง่ ของภาคใตอกี ดวย
แกงเหลอื ง
อตั ลักษณ์ “แกงเหลอื ง” นา้ แกงจะมสี ีเหลอื งขมิน กลน่ิ หอมไมปรา หนอไมเปรยี วไมเฝอนปลา สกุ ไมเหม็นคาว รสเผ็ด เปรยี วเค็มไมหวาน แกงเหลอื ง เปนแกงชนดิ หนึ่งทางภาคใตที่มีสเี หลอื งที่ไดจากขมนิ ซึ่งสวนใหญ ในทองถนิ่ เรียกวา แกงสม ซ่ึงมีความแตกตางจากแกงสมของภาคกลาง มีรสเปรียวดวยสมแขก ทังในดานรสชาติ เครื่องปรุง วิธกี ารปรุง กลน่ิ และสสี นั ของนา้ แกงท่ีปรุงเสร็จแลว สวนวัตถุดิบที่นิยมนา้ มาท้าเปนแกงเหลอื งนนั คลายกบั แกงสมของภาคกลาง เชน ปลา กงุ ทส่ี ้าคญั ตองมนี ้าพริกแกงเหลอื งและเครอื่ งปรงุ รสชาตอิ ื่น ๆ เปนสวนประกอบที่ขาดไมได คอื ขมนิ สมแขก และปลาทะเลสวนใหญจะใชปลากระบอก
ค่วั กลงิ
อัตลกั ษณ์ “คั่วกลิง” เนือจะนุ ม มีกลิ่นหอมเครื่องแกง ไม ปร า เฝ อน รสเผ็ดน้าเล็กน อย เปนลกั ษณะผดั แหง เกบ็ ไวหลายวันไมเสยี งายคัว่ กลงิ เปนอาหารประเภทผัดท่ีขึนช่ือของภาคใต สันนิฐานวามีจุดเร่ิมตนอยูที่จังหวัดกระบ่ี ดวยจังหวัดกระบ่ิเปนจังหวัดท่ีมีความอุดมสมบูรณ จึงมีพรานเขาปาและมักลาสัตวเพื่อน้ามาประกอบอาหารไดมีวิธีการน้าเนือสัตวออกมาจาก ปาดวยการท้าใหสุกแลวบรรจุลงในกระบอกไมไผซึ่งเปนภูมิปญญาในการรักษาเนือสัตว ไมใหเนาเสีย เมื่อน้าเนือสัตวกลับมาประกอบอาหารไดน้ามาปรุงดวยการใสเครื่องแกง ลงไปเพอ่ื ใหมีรสชาตอิ รอย
ตอมาการน้าเนือสัตวสุกปรุงดวยการใสเครื่องแกงนีไดรับความนิยมและท้ากัน อยางแพรหลาย จากเนือสัตว ที่น้ามาจากปาไดพัฒนามาเปนการน้าเอา เนืสัตวที่มีอยูมาหั่นแลวท้าใหสุก โดยการค่ัวจนสุกไมใสน้ามันใสเครื่องแกง และผัดใหเขากัน การค่ัวจนสุกโดยเนือสัตวไมติดกระทะนีจึงเรียกอาหารชนิดนี วา “ค่ัวกลิง” และลักษณะดังเดิม คือ เปนแบบแหง ๆ ของเนือสัตว์ท่ีผัดเขากัน กับเคร่ืองแกง แตไมมีการระบุชัดเจน วาเนือสัตวนันมีลักษณะใด อาจหั่นเปน ชนิ ใหญ่หรือสับหยาบ ๆ แลวนา้ มาผดั
ในปจจุบันจะเห็นวาการสับจะนิยมกันอยางแพรหลายมากกวาการผัดเปนชิน เนือสตั ว ทีใ่ ชิ สวนมากเปนเนือหมูแิละเนือวัว ไมคอยนิยมน้าเนือปลาหรือเนือไก มาท้าค่ัวกลิง หากใชเนือไกก็จะใชเนือไกบาน ลักษณะเดนของค่ัวกลิง คือ สีของค่ัวกลิงท่ีมีสีเหลืองออกคล้าเล็กนอย ซึ่งมาจากการผสมขมินลงในเครื่องแกง ที่น้ามาผัด เปนภูมิปญญาของคนไทยในการน้าสมุนไพรมาประกอบอาหาร และเพิม่ สีสันท้าใหอาหารนารบั ประทานมากขนึ
ตมสม/ปลาตมขมนิ
อตั ลักษณ์ “ปลาตมขมิน” น้าแกงไมคาว สีเหลืองขมิน ปลาไมคาว รสเค็มน้าเล็กนอย หวานเล็กนอย กลิ่นหอม ขมินสุกไมเฝอน ปลาตมขมิน เปนอาหารประเภทตม ของภาคใต มีรสเค็มเล็กนอย ตามดวยเปรียวออน ๆ รับประทานคลายตมจืดได เพราะรสออน นอกจากเนือปลายงั พบวามีการใชเนือไกบานมาท้าตมขมินดวยเชนกัน การเรียกช่ือวา ตมขมินสันนิษฐานวาเรียกตามวัตถุดิบท่ีใสเน่ืองจากนิยมใสขมินเปน ทอน ๆ ทบุ จนแตกจงึ เปนชอ่ื ตมขมิน
ลักษณะดังเดิมของปลาต มขมิน น้าแกงจะออกสีเหลืองใสไมขุนมัว โดยมีน้าแกงมากกวาเนือ คือ น้าแกง ๒ สวน เนือ ๑ สวนมีรสชาติ ไมจัดจานมากนัก หากเปนรสเค็มอยางเดียวก็จะมีรสออกกรอยเล็กนอย ไมเค็มโดด และมีกลิ่นหอมตะไครคลายตมย้า แตจะมีกล่ินขมินจาง ๆ รวมดวย
ไกกอและ
อตั ลักษณ์ “ไกกอและ” หรอื “ไกฆอและ” เปนอาหารที่ชาวมุสลิมแถบชายแดนใตของไทย ท้ารับประทานกัน โดยเฉพาะที่ปตตานีจะมีชิีอเสียงมาก บางแหงจะท้าไกกอและขาย คูกับขาวหลามดวย ไกกอและ ในภาษามลายูปาตานีจะอานวา “อายมัฆอและ” (Ayam Golek) ค้าวา อายัม (Ayam) แปลวาไก ฆอและ (Golek) แปลวา กลิงอายัมฆอและ จึงแปลวาไกกลิง ก็นาจะหมายถึง การยางเพราะตองคอยพลิก กลับไปมานอกจากจะใชไกท้าแลว ยงั สามารถใชเนือสัตวอ่ืน ๆ กไ็ ิด้
ลกั ษณะเดนของไกกอและ คือ น้าแกงสแี ดงเขมพริกเหลืองขมนิ นา้ แกงขนเล็กนอย เนอื ไกสุกนมุ น้าแกงซมึ เขาเนือ กลิน่ หอมเครื่องนา้ พรกิ แกง รสชาติกลมกลอม ผสมผสานกันอยางลงตัว รสเค็ม เผด็ เปรียวหวานและจะเพิ่มความเผ็ดดวยพริกขหี นูสด และพรกิ ชีฟาแดง
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือภาคอีสาน เปนพืนท่ีอารยธรรมและวัฒนธรรม โบราณท่ีสืบทอดกันมานานแตดวยสภาพภูมิประเทศที่แหงแลงจึงมีผลตออาหารการกิน ของผู คนในท องถ่ิน ชาวอีสานจึงด้ารงชีวิตอยู อย างสอดคล องกับธรรมชาติ ดวยการแสวงหาสิ่งตาง ๆ ที่กินไดในทองถ่ินมาดัดแปลงเปนอาหารงาย ๆ ในแตละมือ เชน ปลา กบ เขียด อ่ึงอาง แย งู หนู แมลงบางชนิดและผักพืนบานตาง ๆ ตลอดจนการเรียนรูท่ีจะถนอมอาหารไวกินนาน ๆ ซ่ึงถือเปนส่ิงส้าคัญในการด้ารงชีวิต ของคนอีสาน คนอีสานสวนใหญกินขาวเหนียวนึ่ง เปนอาหารหลักเชนเดียวกับ ภาคเหนือ
อ า ห า ร ที่ เ ป น อั ต ลั ก ษ ณ ข อ ง ภ า ค ต ะ วั น อ อ ก เ ฉี ย ง เ ห นื อ จ ะ แ ต ก ต า ง จ า ก ภ า ค อื่ น อ ย า ง ชั ด เ จ น คื อ ร ส เ ค็ ม จ า ก ป ล า ร า ร ส เ ผ็ ด จากพริกสดหรือพริกแห ง รสเปรียวจากผักพืนบ านจากมะกอก ส มมะขาม และมดแดง อาหารส วนใหญ จะมีรสเผ็ด เค็ม เปรียว แต ไม นิยมรส เปรียวมาก อาหารอีสาน ประเภทล าบ ส มต้าขนาน แท จะออกรสเผ็ด และเคม็และไม นิยมเคร่ืองเทศ แต ใช พืชประเภทแต งกลิ่น เช น ผักชีลาว ตระไคร ใบมะกรดู ผกั แพว
การประกอบอาหาร มักใชวิธีตม แกง ป งหรือยางเชนเดียวกับภาคเหนือ ไมนิยมใชไขมัน นา้ มัน หรอื กะทิ สวนใหญมีรสเผด็ และเค็ม มีน้าขลุกขลิกเพ่ือ ใหสามารถปน ขาวเหนียวจิมลงในอาหารได มีผักพืนบานท่ีหาไดในทองถ่ิน เชน ผกั ตวิ ผักกระโดน เปนตน จิมกินกับน้าพรกิ และกนิ คูลาบและสมตา้
ปลารา คือ เครื่องปรุงรสอาหารของภาคอีสานท่ีส้าคัญและขาดไมได ชาวอีสานจะท้า ปลารารับประทานกันในบาน หากหาปลาไดมากรับประทานไมหมดจะท้าปลารา ปลาตากแหงถนอมไวรับประทานในมือตอไป ชาวอีสานทุกบาน ตองมีปลาราไว ประจ้าครัว ใส แทนอาหารแทบทุกชนิดแบบเดียวกับภาคกลาง ท่ีใิช น้าปลา อาหารอีสาน จะเปนอาหารที่ติดปากคนไทย ติดใจชาวตางชาติรับประทานไดทุก สถานที่ ทุกเวลา ไมวาจะเปน สมต้าไกยาง ขาวเหนียว ลาบ ซุบหนอไม ตมแซบ หมก หม่า้ เปนตน
ตมแซบ
อตั ลักษณ์ “ตมแซบ” เปนอาหารประเภทตมท่ีขึนชื่อของทองถิ่นภาคอีสานอยางหนึ่ง มีกรรมวิธีการท้าไมยากโดยจะน้าสวนของเครื่องในมาตมรวมกัน มีรสชาติ จัดจาน มีเผ็ด เค็มและเปรียว มีกล่ินหอมของสมุนไพรขา ตะไคร ใบมะกรูด
ลาบ
อัตลกั ษณ์ “ลาบ” เปนอาหารทองถ่ินทางภาคอีสานและภาคเหนอื โดยน้าเนือมาสั บใหละเอียดแลวคลุกกับเคร่ืองปรงุ ซ่ึงเนือที่มาท้าลาบเปนเนือหลายชนิด เชน เนือไก เนือเปด เนือวัว เนือควาย เนือปลา เนือหมู และเนือนก นอกจากนียังสามารถท้าลาบสัตวจ้าพวก กวาง ละมั่ง กระจง เกง น้ามา ลาบไดเชนกนั ลาบนยิ มกินคูกับขาวเหนียว
ลาบของภาคอีสานเปนอาหารที่ปรุงโดยใชเนือสัตวที่สับละเอียด ซอยหรือหั่น เปนชินเล็ก ๆ ปรุงรสดวย น้าปลา มะนาว และโรยขาวคั่ว พริกปน ใบสาระแหน ต นหอมและหอมแดง มีทังที่ใช เนือสัตว สุกและดิบ กินกับพืชผักพืนบาน เชน แตงกวา ยอดกระถิน ลินฟา ยอดมะกอก ยอดมะเฟอง ยอดมะตูม ยอดสะเดา เปนตน
แจวบอง
อตั ลักษณ์ “แจวบอง” คือ น้าพริกปลาร าอีสาน ซ่ึงเปนวิถีการรับประทานน้าพริก ของคนอีสาน ขึนอยูกับวัตถุดิบในพ้ินท่ีบานของตน น้าพริกจะมีหลายอยาง รวมทังอาหารที่รับประทานกับน้าพริกจะมากตามไปดวย น้าพริกจะสัมพันธ กับพืนท่ี เชน รัวบาน ไร นา สวน ปา หนองน้า ฯลฯ น้าพริกเปนผลผลิต จากการปรับตัวใหเขากับภูมิเวศนอีสาน จึงท้าใหน้าพริกอีสานมีหลายชนิด น้าพริกจะอรอยขึนอยูกับสวนประกอบส้าคัญ คือ จะตองมีวัตถุดิบที่ดี วัตถุดิบ ตองมาจากพืนบานหรือมาจากธรรมชาติแวดลอม
ไสกรอกอสี าน
อตั ลักษณ์ “ไสกรอกอีสาน” ไสกรอกท้าเองไมใสดินประสิว สีจะเปนสีธรรมชาติ ไมแดง รสไมเค็มจัด ไมเปนเมือก รสจะเปรียวเล็กนอยโดยธรรมชาติ และท้าเสร็จแลวเก็บใสภาชนะปดฝาหลังจากผึ่งไว ๑ วัน จะมีรสเปรียว เล็กนอยเพ่ิมข้นเมิ่อปงหรือทอดสุกเนือจะไมเหนียวเพราะลางขาวเหนียว นง่ึ กอน
“ไส กรอก” ส้าหรับคนอีสานสมัยก อน คือรูปแบบหนึ่งของการถนอมอาหาร เปนภูมิปญญาพืนบานในการใชประโยชนจากเนือสัตวอยางคุมคา โดยปกติท่ัวไปแลว ชาวบานไมไดท้าไสกรอกกินกันบอยนัก นอกจากวามีการจัดงานบุญ เม่ือมีการลมวัว ควาย หรือหมู และตองการใชประโยชนจากเนือสัตวทุกสวน จึงมีวิธีการเก็บรักษาเนือ สัตวไมใหเนาเสีย เพราะไมมีตูเย็นแช จ้าเปนตองหากรรมวิธีในการถนอมอาหาร เหลานัน เชน เอาเนือสัตวมาหมักแลวยัดใสไห เชนเดียวกับการท้าปลาแดก แตการหมักเนือจะผสมขาวสุก กระเทียมและเกลือ เรียกกันวา น้าเค็ม เศษเนือสัตว น้ามา ท้าไสกรอก สวนเครอ่ื งในก็จะท้า “หมา่้ ”
ไสกรอกอีสาน หรือไสกรอกเปรียวเปนอาหารพืนบานไทยทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เปนไสกรอกประเภทไสกรอกสดที่ผลิต จากเนือหมูบด มันหมู และขาวเจาหุงสุก ปรุงรสดวยเกลือ เคร่ืองเทศสมุนไพร เชน กระเทียม เกลือ พริกไทยผสมใหเขากัน นวดใหเหนียว บรรจุใสไสหมู แลวมัดดวยเชือกเปนขอ ปลอยไวใหเกิดการหมัก เม่ือจะรับประทานตองท้าใหสุก ดวยการทอด หรอื ยาง
สมตา้
อตั ลักษณ์ “สมต้า” เปนอาหารทองถ่ินของภาคอีสาน มีหลากหลาย เชน ต้าแตง ต้าถั่ว ต้ามะละกอ สมต้าท่ีนิยมจะน้ามะละกอมาตาิ สมต้าอีสานทิี่เปนท่ีนิยม ไดแก สมตาิปลารา จะใสปลารา นิยมรับประทานกันมากในภาคอีสาน ปจจุบันนิยมกันมาก และสวนใหญปรับเปล่ียนการท้าปลารา เพ่ือลดกล่ิน โดยการน้าปลารามาตมกับสมุนไพร กอนน้ามาผสมกับสมต้า หรืออาจ นา้ ไปตมและปรุงรสใหมรี สชาติกลมกลอมขึนกวาเดิม
ใบงาน เร่ือง อตั ลักษณ์อาหารไทย 4 ภาค คา้ ชีแจง: ใหน้ ักเรียนสรปุ ความรู้เร่อื ง อตั ลักษณ์อาหารไทย 4 ภาค ในเครื่องมอื Diagram
Search