Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ทรัพย์

ทรัพย์

Published by Rachata501st TH, 2020-02-18 00:04:35

Description: ทรัพย์

Search

Read the Text Version

ทรัพย์ ความหมายของคาว่าทรัพย์และทรัพย์สิน หลกั กฎหมายมีดงั น้ี  ทรัพย์ หมายความวา่ วตั ถุมีรูปร่าง  ทรัพยส์ ิน หมายความว่า ท้งั ทรัพยแ์ ละวตั ถุไม่มีรูปร่าง ซ่ึงอาจมีราคาและอาจถือเอาไดจ้ าก หลกั กฎหมายดงั กล่าว อธิบายไดว้ า่ 1. คาว่าทรัพย์ ความหมายในกฎหมายในกฎหมายน้นั หมายถึง “วตั ถุมีรูปร่าง” วตั ถุท่ีมีรูปร่างคือวตั ถุท่ีเรา สามารถมองเห็นได้เป็ นรูปทรง สามารถจบั ได้ สัมผสั ได้ เห็นได้ด้วยตาของเรา มีรูปร่างเป็ นตวั ตน เช่น แกว้ น้า รถยนต์ โตะ๊ ปากกา สมุด ดินสอ อาคาร ท่ีดิน เป็นตน้ 2. คาว่า ทรัพย์สิน ความหมายในกฎหมายน้นั หมายถึง วตั ถุมีรูปร่าง และวตั ถุไม่มีรูปร่าง ซ่ึงอาจมีราคาและ ถือเอาได้ วตั ถุมีรูปร่างเราทราบแลว้ คือ ทรัพยน์ ั่นเอง ทรัพยจ์ ึงเป็ นส่วนหน่ึงของทรัพยส์ ิน ส่วนวตั ถุไม่มี รูปร่างซ่ึงอาจมีราคาและถือเอาไดน้ ้นั แยกเป็น 2.1 อาจมีราคา หมายความวา่ วตั ถุน้นั มีคุณค่าอยใู่ นตวั ของมนั เอง กล่าวคือ ของบางอยา่ งถึงแม้ จะไม่มีราคาที่จะซ้ือขายในทอ้ งตลาด แต่อาจมีคุณค่าต่อบุลคลใดบุคคลหน่ึง ที่จะยดึ ถือหรือหวงแหงไวเ้ พื่อ ตน เช่น กระแสไฟฟ้า แก๊สหุงตม้ หรือแก๊สทวั่ ๆ ไป แมไ้ ม่มีรูปร่าง ไม่มีตวั ตน สัมผสั ไม่ได้ แต่ก็มีคุณค่า มี ราคา หรือประเภทมีรูปร่างได้แก่ กระดูกของบรรพบุรุษ ย่อมมีคุณค่า มีราคาของลูกหลาน ถือได้ว่าเป็ น ทรัพยส์ ิน 2.2 อาจถือเอาได้ มิไดห้ มายถึงวตั ถุท่ีบุคคลหยิบ จบั และถือเอาดว้ ยมือเท่าน้ัน แต่หมายความ รวมถึงการที่บุคคลจะเขา้ ถือสิทธิหรือแสดงอาการหวงแหงหรือมีสิทธิครอบครองดว้ ยและสามารถห้ามมิให้ บุคคลอื่นเขา้ มาเก่ียวขอ้ งรบกวนทรัพยน์ ้นั ส่ิงที่ไม่มีรูปร่างอนั อาจถือเอาได้ เช่น กรรมสิทธ์ิ สิทธิครอบครอง สิทธิเหนืออสงั หาริมทรัพย์ สิทธิเหนืออสงั หาริมทรัพยน์ ้นั ๆ ตลอดจนสิทธิในเคร่ืองหมายการคา้ เป็นตน้ อน่ึง อาจสงสยั หรือมีคาถามวา่ มนุษยเ์ ราหรือตวั บุคคลเราน้ีมีรูปร่าง จะถือเป็นทรัพยส์ ินไดห้ รือไม่ จากการที่ไดศ้ ึกษามาบา้ งแลว้ คงตอบว่าใช่ เช่นเดียวกบั สมยั โบราณหรือสมยั กรุงรัตนโกสินทร์ก่อนรัชกาลท่ี 5 ข้ึนไป มีการซ้ือขายมนุษย์ มีการซ้ือขายทาสหรือค้าทาสมนุษย์มีราคาและถือเอาได้จึงเป็ นทรัพยส์ ินตาม ความหมายน้ี คือ มีรูปร่าง มีราคาและถือเอาได้ แต่ในปัจจุบนั น้ีไม่มีการซ้ือขายมนุษย์ ไม่มีการซ้ือทาสขายทาส หากผใู้ ดฝ่ าฝื นเป็นการผดิ กฎหมาย มนุษยจ์ ึงไม่อาจมีราคาและถือเอาได้ มนุษยจ์ ึงไม่ใช่ทรัพยส์ ิน ดว้ ยเหตุผลท่ีวา่ บุคคลใดจะยดึ เอาชีวติ บุคคลอีกบุคคลหน่ึงมาเป็นชีวติ ของตนไม่ไดจ้ ะซ้ือขายกไ็ ม่ได้ แต่ถา้ ร่างกายมนุษยส์ ่วนใด ส่วนหน่ึงขาดหรือหลุดออกมาจากตวั บุคคลน้นั แลว้ และเขา้ ลกั ษณะความหมายที่วา่ “อาจมีราคาและถือเอาได”้ กเ็ ป็ นทรัพยส์ ิน เช่น ผมท่ีตดั มาทาผมปลอมสาหรับขาย หรือเลือดที่ถ่ายออกมาจากร่างกายใส่ขวดเพ่ือขายหรือ อยใู่ นธนาคารเลือด ยอ่ มมีราคาถือเอาไดจ้ ึงเป็นทรัพยส์ ิน

ประเภททรัพย์สิน เราทราบความหมายของทรัพยแ์ ละทรัพยส์ ินมาแลว้ ต่อไปจะอธิบายให้เห็นถึงชนิดของ ทรัพยแ์ ละ ทรัพยส์ ิน ดงั น้ี 1. สังหาริมทรัพย์ กฎหมายบญั ญตั ิว่า “สังหาริมทรัพย์ หมายความว่าทรัพยส์ ินอื่นนอกจาก อสังหาริมทรัพย์ และ หมายความรวมถึงสิทธิอนั เก่ียวกบั ทรัพยส์ ินน้นั ดว้ ย จากบทบญั ญตั ิมาตราน้ี สรุปได้ว่านอกจากท่ีดิน ทรัพยอ์ นั ติดอยู่กับท่ีดิน ทรัพยป์ ระกอบ เป็ นอนั เดียวกบั ท่ีดินและทรัพยสิทธิในทรัพยด์ งั กล่าว ซ่ึงเคล่ือนที่ไม่ไดน้ ้นั แลว้ จะเป็น สงั หาริมทรัพยท์ ้งั สินโดยไม่คานึงวา่ ทรัพยส์ ินน้นั จะมีรูปร่าง หรือไม่มีรูปร่าง รวมท้งั สิทธิท้งั หลาย อนั เกี่ยวกบั ตวั ทรัพยส์ ินน้นั ดว้ ย ทรัพยส์ ินที่สามารถ นาเคลื่อนท่ีได้ เช่น เกา้ อ้ี โตะ๊ หนงั สือ รถยนต์ ปากกา นาฬิกา สุนขั เป็นตน้ ซ่ึงสามารถเคลื่อนท่ีไดโ้ ดยไม่เสียรูปทรง การเคล่ือนที่อาจเคล่ือนได้ ดว้ ยตนเอง เช่น โค กระบือ ชา้ ง มา้ หรือมนุษยท์ าใหเ้ คล่ือนที่ เช่น รถยนต์ หยิบปากกาใส่ กระเป๋ า นอกจากน้ีทรัพยส์ ินไม่มีรูปร่าง ไดแ้ ก่ กาลงั แรงธรรมชาติอนั อาจถือเอาได้ เช่น แรงลม พลงั งาน ความร้อน กระแสไฟฟ้า เป็ นตน้ และคาว่ารวมถึงสิทธิเกี่ยวกบั ทรัพยส์ ินน้นั ดว้ ย ไดแ้ ก่ สิทธิในการ เป็ นเจา้ ของ สิทธิในการ จานา สิทธิในเครื่องหมายการคา้ สิทธิในการเป็นเจา้ ของลิขสิทธ์ิ เป็นตน้ 2. อสังหาริมทรัพย์ “อสงั หาริมทรัพย์ หมายความวา่ ที่ดินและทรัพยอ์ นั ติดอยกู่ บั ท่ีดินมา ลกั ษณะเป็ นการถาวร หรือ ประกอบเป็ นอนั เดียวกบั ท่ีดินน้นั และหมายความรวมถึงทรัพยส์ ินอนั เกี่ยวกบั ที่ดิน หรือทรัพยอ์ นั ติดอยู่กบั ท่ีดิน หรือประกอบเป็นอนั เดียวกบั ที่ดินน้นั ดว้ ย” ดงั น้นั อสงั หาริมทรัพยจ์ ึงไดแ้ ก่ 2.1 ท่ีดิน หมายถึงพ้ืนดินที่เป็ นผิวพ้ืนโลกทวั่ ๆ ไป อาจเป็ นแปลงหรือมีอาณาเขตจติดต่อ กนั หรือเป็ นพ้ืนที่อนั พึงกาหนดวดั ได้ เป็ นพ้ืนที่มีความกวา้ งความยาว อาจมีแม่น้าลาคลองหรือถูกพา ขวางก้นั บา้ งแต่ก็เป็ นพ้ืนดิน แต่ถา้ ดินน้ันถูกขุดข้ึนมา จะเป็นดินเพ่ือนาไปซ้ือขายหรือทาประโยชน์ อยา่ งอ่ืนแลว้ ไม่ ถือวา่ เป็นพ้ืนดินหรือท่ีดิน จึงไม่เป็นอสงั หาริมทรัพย์ 2.2 ทรัพย์อนั ตดิ อยู่กบั ทด่ี นิ มลี กั ษณะเป็ นการถาวร อาจเกิดข้ึนโดยธรรมชาติ เช่น ตน้ ไม้ ยนื ตน้ หรือมนุษยน์ ามาติดไวเ้ ป็นการถาวร เช่น ตึก บา้ นเรือน กาแพง สะพาน อนุสาวรีย์ เป็นตน้ แต่ถา้ นามาติดอยู่ กบั ที่ดินเพยี งชว่ั คราว เช่น แผงลอย ประราพธิ ีในงานต่าง ๆ โรงละครสตั วท์ ี่ตอ้ ง ยา้ ยการแสดงเป็นประจา ไม่ ถือวา่ เป็นทรัพยอ์ นั ติดอยกู่ บั ที่ดินมีลกั ษณะเป็นการถาวร ไม่ใช่ อสงั หาริมทรัพย์ ท้งั น้ีรวมท้งั ไมล้ ม้ ลุก ธญั พืช เช่น ผกั สวนครัว ตน้ ขา้ วในนาตอ้ งเก็บเก่ียวตามระยะ เวลาไม่ใช่อสงั หาริมทรัพย์ หรือไมย้ ืนตน้ ซ่ึงติดอยกู่ บั ท่ีดินโดยธรรมชาติเป็นการถาวร ยอ่ มเป็น อสงั หาริมทรัพย์ แต่ถา้ ตดั ฟันโค่นขาดออกมาจากท่ีดินแลว้ ไมน้ ้นั จะไม่ยนื ตน้ และ ไม่เป็น อสงั หาริมทรัพยท์ นั ที

2.3 ทรัพย์อนั ประกอบเป็ นอนั เดยี วกนั กบั ทด่ี ิน เช่น ภูเขา แม่น้าลาคลอง ถนน แอลฟัลด์ แร่ธาตุ ไดแ้ ก่ กรวด หิน ทราย และแร่อื่น ๆ ซ่ึงประกอบเป็ นอนั เดียวกนั กบั ที่ดิน ลว้ นเป็ น อสังหาริมทรัพย์ แต่ถา้ เจตนาแยกออกจากที่ดิน เช่น ขุดทรายข้ึนมาเพื่อจะนาไปใชป้ ระโยชน์อยา่ ง อ่ืนเช่นน้ี ทรายน้นั ขาดจากการประกอบเป็ นอนั เดียวกนั กบั พ้ืน จึงไม่ใช่ อสังหาริมทรัพย์ 2.4 ทรัพย์สิทธิอันเกีย่ วกับท่ดี ิน คาวา่ ทรัพยส์ ิทธิ โดยทว่ั ไปหมายถึง สิทธิท่ีมีวตั ถุแห่ง สิทธิเป็ นทรัพยส์ ินหรือ สิทธิท่ีมีอยเู่ หนือทรัพยส์ ินโดยตรง เช่น ทรัพยส์ ิทธิในรถยนต์ ทรัพยส์ ินใน แหวนเพชร สาหรบั ทรัพยส์ ิทธิอนั เกี่ยวกบั ที่ดินกไ็ ดแ้ ก่ สิทธิครอบครองที่ดิน สิทธิภาระจายอมในที่ ดิน สิทธิอาศยั สิทธิเก็บกิน สทิ ธิเหนือพ้ืนดิน ทรัพยส์ ิทธิใน อสงั หาริมทรัพย์ ดงั กล่าวน้ีจะตอ้ งทา การจดทะเบียนการไดม้ าตอ่ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ จึงจะเป็นทรัพยส์ ิทธ์ิที่สมบูรณ์ 2.5 ทรัพย์อนั ติดอยู่กบั ทดี่ นิ หรือประกอบเป็นอนั เดียวกนั กบั ที่ดิน คือ สิทธิท่ีจะไดป้ ระโยชน์จากทรัพยส์ ินน้นั ๆ ไดแ้ ก่ กรรมสิทธ์ิในแร่ธาตุ กรวด หิน ทราย ท่ีอยใู่ นดิน สิทธิในแร่ ธาตุดงั กล่าวน้ี ไดแ้ ก่ สทิ ธิที่จะจาหน่ายจ่ายโอน เป็ น ตน้ อน่ึงการที่แบ่งทรัพยส์ ินออกเป็ นประเภทอสังหาริมทรัพยแ์ ละสังหาริมทรัพย์ ก็เพ่ือ ประโยชน์ในเรื่อง การทานิติกรรมแก่ทรัพยส์ ินน้ัน ๆ เช่น การซ้ือขาย การแลกเปลี่ยน การให้ การ จานอง การจานา การขายฝาก ทรัพย์สินน้ัน ๆ ซ่ึงกฎหมายบัญญัติไว้ให้มีข้ันตอนและกรรมวิธีแตก ต่างกัน ตัวอย่าง การซ้ือขาย อสงั หาริมทรัพย์ ไดแ้ ก่ ที่ดิน จะตอ้ งเป็นหนงั สือและจดทะเบียนต่อ พนกั งานเจา้ หนา้ ที่ หากไม่ทาจะทาใหม้ ีผล ใหน้ ิติกรรมน้นั โมฆะ คือใชไ้ ม่ได้ ซ่ึงต่างกบั การซ้ือขาย สงั หาริมทรัพย์ สามารถซ้ือขายกนั ไดโ้ ดยส่งมองให้แก่ กนั หรือสละเจตนาการครอบครอง ไม่ตอ้ ง ทาตามแบบที่สมบูรณ์แลว้ เวน้ แต่การขายสังหาริมทรัพยช์ นิดพิเศษ บางอย่าง ซ่ึงเป็ นขอ้ ยกเวน้ ไวว้ ่า ตอ้ งทาเป็ นหนงั สือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจา้ หน้าทด่ี ว้ ย เช่น ขายเรือ กาปั่นเรือมีระวางต้งั แต่ หกตนั ข้ึนไป เรือกลไฟ หรือเรือยนตม์ ีระวางต้งั แต่ห้าตนั ข้นึ ไป แพซ่ึงเป็ นที่อยู่อาศยั สัตวพ์ าหนะ เหล่าน้ีตอ้ งดาเนินการเช่นเดียวกบั การซ้ือขายอสังหาริมทรัพย์ นอกจากน้ีในเรอื่ งการเป็ นเจา้ ของ ทรัพยส์ ิน กล่าวคือ อสังหาริมทรัพยจ์ ะตอ้ งมีผูเ้ ป็นเจา้ ของเสมอ หากไม่เป็นเอกชนก็ตอ้ งเป็นของรัฐ เช่น ท่ีดิน ไม่เป็นของนาย ก หรือนาย ข หรือไม่เป็นของใครเลย กต็ อ้ งเป็นของรัฐ หรือเป็นทรัพยส์ ิน ของแผน่ ดิน ไดแ้ ก่ ที่ดินรกร้างวา่ งเปล่า ท่ีดินอนั เป็นป่ าสวนแห่งชาติ เกาะกลางทะเลสาบ เกาะใน ทางน้า เหล่านเ้ี ป็นของรัฐ

3.ทรัพย์แบ่งได้ กฎหมายบญั ญตั ิวา่ “ทรัพยแ์ บ่งได้ หมายความวา่ ทรัพยอ์ นั อาจแยกออกจาก กนั เป็ นส่วน ๆ ไดจ้ ริง ถนดั ชดั แจง้ แต่ละส่วนไดร้ ูปบริบูรณ์ลาพงั ตวั ” ทรัพยแ์ บ่งไดจ้ ึงไดแ้ ก่ ทรัพยท์ ี่อาจแยกออกจากกนั ไดโ้ ดยไม่เสียภาวะรูปร่างลกั ษณะเดิมหรือ รูปทรง แยกเป็นส่วน ๆ ไดส้ มบูรณ์ในตวั ของมนั เอง เช่น แบ่งแยกท่ีดินเป็ นแปลง ๆ ไดห้ ลายแปลง ตดั แบ่งเสอ้ื ผา้ ออกเป็ น ชิ้น ๆ สามารถแบ่งขา้ วไดเ้ ป็ นถงั หรือกระสอบ น้าตาลทราย 20 กิโลกรัม สามารถแบ่งไดเ้ ป็ นถุง ๆ ละ 5 กิโลกรัม ได้ 4 ถุง เป็นตน้ 4.ทรัพย์แบ่งไม่ได้ กฎหมายบญั ญตั ิวา่ “ทรัพยแ์ บ่งไม่ไดห้ มายความวา่ ทรัพยอ์ นั จะแยกออก จากกนั ไม่ได้ นอกจาก เปล่ียนแปลงภาวะของทรัพย์ และหมายความรวมถึงทรัพยท์ ่ีมีกฎหมาย บญั ญตั ิวา่ แบ่งไมไ่ ดด้ ว้ ย” จากบทบญั ญตั ิของกฎหมาย แยกไดด้ งั น้ี 4.1 ทรัพย์สินอนั แบ่งแยกไม่ได้โดยตัวทรัพย์น้ันเอง ถา้ แบ่งหรือแยกออกจากกนั แล้ วจะทาใหท้ รัพย์ น้นั เสียรูปร่าง เสียลกั ษณะภาวะแห่งทรัพยน์ ้นั และผดิ ไปจากเดิม ไม่สามารถใช้ ประโยชน์ในลกั ษณะสภาพเดิมได้ เช่น บา้ นท่ีแบ่งแยกแล้วจะกลายเป็ นเศษไมเ้ ศษอิฐ ใช้อยู่อาศยั ไม่ ได้ เรือยนต์หากแบ่งแยกออกมาแลว้ ิ่งไม่ได้ ภาพวาดหรือภาพเขียน เป็นตน้ 4.2 ทรัพย์สินทกี่ ฎหมายบัญญตั วิ ่าแบ่งไม่ได้ เช่น ส่วนควบของทรัพยไ์ ม่อาจแยกจาก กนั ได้ นอกจาก ทาลาย ทาใหบ้ ุบสลาย หรือทาใหท้ รัพยน์ ้นั เปลี่ยนแปลงรูปทรงหรือสภาพไป หรือ หุน้ บริษทั ซ่ึงกฎหมายบญั ญตั ิวา่ “อนั หุน้ น้นั ท่านวา่ จะแบง่ แยกหาไดไ้ ม่” ประโยชน์ของการแยกวา่ ทรัพยแ์ บง่ ได้ ทรัพยแ์ บง่ ไม่ได้ กเ็ พือ่ ประโยชนใ์ นการแบ่งแยก ทรัพยส์ ินท่ีมี กรรมสิทธ์ิร่วมกนั ถา้ เป็ นทรัพยแ์ บ่งไดก้ ็สามารถแบ่งทรัพยน์ ้นั ตามสภาพได้ เช่น แบ่ง ลูกสนุ ขั ไดฝ้ ่ ายละ 2 ตวั แต่ ในกรณีทรัพยแ์ บ่งได้ หากแบ่งแยกแลว้ ทรัพยน์ ้นั จะบุสลายเปล่ียนแปลง สภาพไป การแกไ้ ขคือ ตอ้ งใชว้ ิธีขยาย ประมูลทรัพยส์ ินน้นั หรือขายทอดตลาด แลว้ นาเงินมาแบ่ง กนั ต่อไป 5. ทรัพย์นอกพาณิชย์ กฎหมายบญั ญตั ิว่า “ ทรัพยน์ อกพาณิชย์ หมายความว่า ทรัพย์ ท่ีไม่สามารถถือเอาได้ และ ทรัพยท์ ่ีโอนแก่กนั มิไดโ้ ดยชอบดว้ ยกฎหมาย จากบทบญั ญตั ิของกฎหมาย แยกไดด้ งั น้ี 5.1 ทรัพย์ที่ไม่สามารถถือเอาได้ หมายถึงทรัพยท์ ่ีไม่สามารถจะนามาครอบครองยดึ ถือ เป็ นวตั ถุแห่ง สิทธิได้ ไม่สามารถจะนามาคานวณหรือวดั ได้ ไม่สามารถนามาจาหน่ายจ่ายโอนได้ ไดแ้ ก่ดวงอาทติ ย์ ก้อนเมฆ ดวงดาวเป็ นตน้ 5.2 ทรัพย์ที่โอนให้แก่กันมิได้โดยชอบด้วยกฎหมาย หมายถึงทรัพยส์ ินที่จะนามา จาหน่ายจ่ายโอน เช่น ทรัพยส์ ินโดยทวั่ ๆไปไม่ได้ หากนามาโอนใหแ้ ก่กนั แลว้ การโอนหรือนิติ กรรมน้นั ก็ไม่ชอบดว้ ยกฎหมาย ใช้ บงั คบั กนั ไม่ได้ เช่น สาธารณสมบตั ิของแผน่ ดิน จะโอนแก่กนั ม ไดเ้ วน้ แต่อาศยั อานาจแห่งบทกฎหมายเฉพาะ หรือ สิทธิคา่ อุปกรณ์เล้ียงดูน้นั จะสละหรือโอนมิได้ และไม่อยใู่ นขา่ ยแห่งการบงั คบั คดี

สิ่งทเ่ี กยี่ วเน่ืองกับทรัพย์สิน ในตวั ทรัพยห์ รือทรัพยส์ ิน อาจมีส่ิงท่ีเกี่ยวกบั ตวั ทรัพยท์ ี่รวมอยูด่ ว้ ย ท้งั ท่ีไม่สามารถแยก ออกจากตวั ทรัพย์ และสมารถแยกออกจากตวั ทรัพยไ์ ดด้ งั น้ี 1.ส่วนควบของทรัพย์ กฎหมายบญั ญตั ิวา่ “ส่วนควบของทรัพย์ หมายความวา่ ส่วนซ่ึงโดย สภาพของทรัพย์ หรือโดยจารีตประเพณีแห่งทอ้ งถ่ินเป็ นสาระสาคญั ในความเป็ นอยู่ของทรัพยน์ ้นั และไม่อาจแบ่งออกจากกนั ได้ นอกจากจะทาลาย ทาใหบ้ ุบสลาย หรือทาใหท้ รัพยน์ ้นั เปลี่ยนแปลงรู ปลง หรือเปล่ียนสภาพไป เจา้ ของทรัพยส์ ีกรรมสิทธ์ิในส่วนควบของทรัพยน์ ้นั จากบทบญั ญตั ิของกฎหมาย สามารถแยกส่วนควบของทรัพย์ ไดด้ งั น้ี 1.1 โดยสภาพของทรัพย์ เป็ นสาระสาคญั ในความเป็ นอยู่ของทรัพย์ เช่น ลอ้ รถยอ่ มเป็ น สาระสาคญั แห่งความ เป็ นรถยนต์ ถา้ ไม่มีลอ้ รถยนตก์ ็วิ่งไม่ได้ หรือเสาบา้ นย่อมเป็ นสาระสาคญั ของ ตวั บา้ น หากไม่มีเสาเป็ นโครงสร้าง ของบา้ นแลว้ ตวั บา้ นก็จะต้งั อยไู่ ม่ได้ จากตวั อยา่ งน้ีจะเห็นไดว้ า่ ลอ้ รถยนตห์ รือเสาบา้ นโดยสภาพแห่งทรัพยส์ ิน จึง เป็นส่วนควบของทรัพยป์ ระธานคือ รถยนตแ์ ละ บา้ นเป็นตน้ 1.2 โดยจารีตประเพณแี ห่งท้องถนิ่ เป็ นสาระสาคัญในความเป็ นอยู่ของทรัพย์น้ัน เช่น บา้ น โดยจารีตประเพณี แห่งทอ้ งถิ่น ยอ่ มเป็ นสาระสาคญั ในความเป็ นอยขู่ องที่ดิน ครัว โดยจารีต ประเพณีแห่งทอ้ งถิ่นเป็ นสาระสาคญั ใน ความเป็นอยแู่ ห่งทรัพยจ์ ึงเป็นส่วนควบของท่ีดินและบา้ น ตามลาดบั 1.3 ไม่อาจแบ่งแยกจากกันได้ นอกจากจะทาลาย ทาให้บุบสลายและทาให้เปล่ยี นแปลงรูป ทรงหรือสภาพไป กล่าวคือ ถา้ จะแยกออกจากกนั ตอ้ งทาลาย เช่นเสาบา้ นท่ีแยกดว้ ยคอนกรีต ตอ้ ง ทุบ ตอ้ งทาลาย ทาให้แตกหกั บุบ สลาย หรือรถยนต์หรือถอดลอ้ รถยนต์ออกมา นอกจากรถยนตจ์ ะ วิ่งไม่ได้แลว้ ยงั เปลี่ยนแปลงรูปทรงไปจากเดิม หมดสภาพไปทนั ที จึงเห็นไดว้ า่ ส่วนควบน้นั จะเป็น อสงั หาริมทรัพยห์ รือสงั หาริมทรัพยก์ ็ได้ 1.3 ทรัพย์ที่เป็ นประธานส่ วนควบของทรัพย์ อาจเป็ นทรัพย์ประเภทอสังหาริมทรัพย์ เช่น ท่ีดิน หรือ สงั หาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์ กไ็ ด้

1.5 เจ้าของทรัพย์ย่อมมีกรรมสิทธ์ิในส่วนควบของทรัพย์น้ัน ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ ใครเป็ น เจา้ ของทรัพย์ ประธาน ยอ่ มมีกรรมสิทธ์ิในส่วนควบของทรัพยน์ ้นั ฉะน้นั นาย ก เป็ นเจา้ ของที่ดิน แปลงหน่ึง ยอ่ มเป็ นเจา้ ของใน สิ่งก่อสร้างที่ปลูกในท่ีดินเป็ นการถาวร ซ่ึงไดแ้ ก่ บา้ น ตน้ ไมย้ ืนตน้ ทุกชนิด ซ่ึงอยู่ในที่ดินน้นั จึงอาจกล่าวไวเ้ ป็ น หลกั กฎหมายวา่ บา้ น อาคาร ตน้ ไมย้ นื ตน้ ซ่ึงปลูก หรือมีข้ึนอยู่ในท่ีดินแปลงใด ยอ่ มเป็ นส่วนควบของท่ีดินแปลง น้นั ข้อยกเว้นหลักของส่วนควบ ทรัพยบ์ างชนิดแมเ้ ขา้ ลกั ษณะเป็ นส่วนควบของทรัพย์ แต่มี ขอ้ ยกเวน้ ไม่ ถือวา่ เป็นส่วนควบของทรัพย์ คือ ก. ไมล้ ม้ ลุกหรือธญั ชาติ อนั จะเกบ็ เก่ียวรวงผลได้ คราวหน่ึงหรือหลายคราวต่อปี ไม่เป็ น สวบกบั ที่ดิน เช่น พชื ผกั สวนครัว ตน้ ขา้ วโพด แปลงถวั่ ลิสง ตน้ ขา้ วในนาเป็นตน้ ไมล้ ม้ ลุกหรือธญั ชาติตอ้ งเก็บเก่ียวรวงผลเม่ือสุก แลว้ ถอนตน้ ทิง้ ไป ไมเ่ ป็นส่วนควบของทรัพย์ หรือของท่ีดิน ข. ทรัพยท์ ี่เกี่ยวกบั ท่ีดินหรือเก่ียวกับโรงเรือนเพียงชั่วคราว ไม่ถือว่าเป็ นส่วนควบของที่ดิน หรือ โรงเรือนน้นั ความขอ้ น้ีใช้บงั คบั แก่โรงเรือนหรือส่ิงปลูกสร้างอย่างอื่น ซ่ึงผูม้ ีสิทธ์ิในที่ดินของ ผูอ้ ื่น ใชส้ ิทธิปลูก สร้างไวใ้ นท่ีดินน้นั ดว้ ย เช่น ปลูกอาคารในงานแสดงสินคา้ เป็นส่วนควบของที่ ดิน หรือ นาย ก เช่าท่ีของนาย ข เพ่ือ ปลูกบา้ นอยอู่ าศยั บา้ นนาย ก จึงไมใ่ ช่ส่วนควบ ของท่ีดินนาย ขเม่ือหมอสัญญาเช่าที่ดิน นาย ก ก็ตอ้ งร้ือบา้ นของตน ไป 2. อปุ กรณ์ กฎหมายวางหลกั การไวด้ งั น้ี อุปกรณ์หมายความวา่ สังหาริมทรัพยโ์ ดยปกตินิยมเฉพาะถิ่น หรือเจตนา ชดั แจง้ ของเจา้ ของทรัพยท์ ี่เป็ นประธาน เป็ นของใชป้ ระจาที่เก่ียวกบั ทรัพยท์ ี่เป็ นประธาน เป็ นอาจิณ เพ่ือประโยชน์ แก่การจดั ดูแล ใช้สอย หรือรักษาทรัพยท์ ี่เป็ นประธาน และเจา้ ของทรัพยท์ ่ี นามาสู่ทรัพยท์ ี่เป็ นประธาน โดยการ นามาติดตอ่ หรือปรับเขา้ ไว้ หรือทาโดยประการอ่ืนใดในฐานะ เป็นของใชป้ ระกอบกบั ทรัพยท์ ่ีเป็ นประธานน้นั อุปกรณ์ท่ีแยกออกจากทรัพยท์ ่ีเป็ นประธานเป็ นการชั่วคราว ก็ยงั ไม่ขาดจากการเป็ น อุปกรณ์ของ ทรัพยท์ ี่เป็นประธานน้นั อุปกรณ์ยอ่ มตกติดไปกบั ทรัพยท์ ี่เป็ นประธาน เวน้ แตจ่ ะมีการกาหนดไวเ้ ป็นอยา่ งอื่น จากบทบญั ญตั ิน้ี สามารถแยกลกั ษณะของอุปกรณ์ไดด้ งั น้ี 2.1 ลกั ษณะอปุ กรณ์ ก. ตอ้ งมีทรัพยเ์ ป็นประธาน กล่าวคือ ตอ้ งมีประธานจึงตอ้ งมีอปกรณ์ เช่น มีเรือจึงมีพาย มี รถยนตจ์ ึงมี กญุ แจประจารถยนต์ มีหนา้ ต่างจึงมีขอรับขอสบั หรือกลอนหนา้ ต่าง เป็นตน้ ข. ทรัพยท์ ่ีเป็ นอุปกรณ์ตอ้ งเป็ นสังหาริมทรัพยเ์ ท่าน้นั อสังหาริมทรัพยจ์ ะเป็ นอุปกรณ์ไม่ได้ เช่น พาย เป็ นอุปกรณ์ของเรือ กุญแจรถยนตเ์ ป็ นอุปกรณ์ของรถยนต์ กลอนหรือขอรับขอสับของ หน้าต่างเป็ นอุปกรณ์ของ หนา้ ต่าง ลว้ นแลว้ แตเ่ ป็นสงั หาริมทรัพยท์ ้งั สิ้น ค. ทรัพยท์ ี่เป็นอุปกรณ์นิยมกนั ในทอ้ งถ่ินหรือเจตนาโคนชดั แจง้ ของผเู้ ป็ นเจา้ ของทรัพย์ ประธาน เช่น รถยนตต์ อ้ งมีลอ้ อะไหล่ เพราะเป็ นท่ีนิยมเพราะจาเป็ น รถยนตต์ อ้ งมีเคร่ืองดบั เพลิง ประจารถ ซ่ึงเป็ นเจตนาโดยชดั แจง้ ของผเู้ ป็นเจา้ ของรถยนตใ์ หม้ ีเคร่ืองดบั เพลิง ง. ทรัพยท์ ่ีเป็นอุปกรณ์ตอ้ งมีของใชอ้ ยกู่ บั ทรัพยท์ ่ีเป็นประธานที่เป็นอาจิณเพอื่ เป็น ประโยชน์แก่ทรัพย์ ประธานในการจดั ดูแล ใช้สอยหรือรักษาทรัพยท์ ่ีเป็ นประธาน เช่น เคร่ืองมือ ซ่อมประจารถยนต์ แม่แรงยกล้อ รถยนต์ เป็ นของใช้ติดอยู่กบั รถยนต์เป็ นประจา เพ่ือประโยชน์ต่อ ทรัพย์ประธานคือ รถยนต์ เมื่อตอ้ งการซ่อม เคร่ืองยนต์ เปล่ียนยางรถยนต์ เป็นตน้

2.2 การแยกอปุ กรณ์จากประธานเป็ นการช่ัวคราว ก็ยงั ไม่ทาใหอ้ ุปกรณ์น้นั ขาดจากการเป็น อุปกรณ์ ของทรัพยท์ ี่เป็นประธานน้นั เช่น เคร่ืองซ่อมประจารถยนต์ สามารถแยกไปบางชิ้น เพ่ือไป ซ่อมรถคนั อื่น หรือใช้ ภารกิจอื่นเป็นการชว่ั คราวได้ เสร็จแลว้ ก็นามาติดต้งั หรือเกบ็ ไวก้ บั รถยนตค์ นั เดิม ไมท่ าใหข้ าดจากการเป็นอุปกรณ์ 2.3 อปุ กรณ์ย่อมตกตดิ ไปกบั ตวั ทรัพย์ประธาน เว้นแต่จะกาหนดไว้ให้เป็ นอย่างอ่ืน กล่าวคือ โดยปกติ ทรัพยป์ ระธานไปอยู่ ณ ท่ีใด ทรัพยอ์ ุปกรณ์จะตอ้ งตกติดไปดว้ ยเสมอ ตวั อยา่ งเช่น ขายรถ ยนต์ จะตอ้ งขายไปพร้อม กบั ตวั ลอ้ อะไหล่รถยนตด์ ว้ ยเวน้ ไวแ้ ต่จะตกลงกนั วา่ ลอ้ อะไหล่ไมเ่ อา เพราะดอกยางสึกหมดแลว้ เป็ นตน้ 3. ดอกผลของทรัพย์ กฎหมายบญั ญตั ิวา่ “ดอกผลของทรัพย์ ไดแ้ ก่ คอกผลธรรมดา และดอก ผลนิติภยั 3.1 ดอกผลธรรมดา เป็นดอกผลท่ีเกิดข้ึนตามธรรมชาติ อนั เกิดจากผลิตผลของตวั แม่ทรัพยน์ ้นั งอกเงย ออกมาจากตวั ทรัพยน์ ้ันตามปกติธรรมดา โดยที่ตวั แม่ทรัพย์ยงั คงสภาพเดิมหรือลักษณะเดิมไวไ้ ด้ เช่น ผลไม้ ผลิตผลออกมาจากตน้ ไมช้ นิดน้นั (มะม่วงออกลูก) น้านมไดจ้ ากแม่โคนม (น้านมโค)ขนสัตวไ์ ดจ้ ากตวั สัตว์ (ขน แกะ) ลูกสุนขั คลอดออกมาจากสุนขั เหล่าน้ีเป็นดอกผลธรรมดาท่ีเกิดข้ึน โดยธรรมชาติ โดยท่ีตวั แม่ทรัพย์ ไดแ้ ก่ ตน้ มะม่วง แมโ่ ค ตวั แกะแม่สุนขั ยงั คงสภาพเดิม ทรัพยท์ ี่ถือวา่ เป็นดอกผลน้นั ตอ้ งหลุด ขาด หรือหล่นออกมาจากตวั แมท่ รัพย์ ถา้ ยงั ไมข่ าดตอนจากแม่ ทรัพย์ กย็ งั ไมถ่ ือวา่ เป็นดอกผลที่อาจถือเอาได้ การขาดจากแมท่ รัพยอ์ าจขาด หรือหลุดออกมาเองตามธรรมชาติ หรือ เกิดจากแรงกายภาพไปทาใหข้ าดกถ็ ือวา่ ขาดตามกฎหมาย แลว้ เช่น ผลมะม่วงสุกหล่นลงมาหรือใชไ้ มส้ อยลงมาก็ถือ วา่ เป็นดอกผลธรรมชาติจากตน้ มะม่วงแลว้ 3.2ดอกผลนิตภิ ัย ไมใ่ ช่คอกผลท่ีเกิดจากธรรมชาติ แต่เกิดจากท่ีไดม้ ีการใชแ้ ม่ทรัพยน์ ้นั และกฎหมาย รองรับใหเ้ ป็นดอกผล เช่น ดอกเบ้ีย คา่ ปันผล มีลกั ษณะดงั น้ี ก. ดอกผลนิตินยั ตอ้ งเป็ นทรัพยเ์ สมอ คาวา่ ทรัพยไ์ ม่จาเป็ นตอ้ งเป็ นเงินเสมอไป เป็ นรูป ทรัพยอ์ ื่นๆ ก็ ได้ อาทิ ค่าเช่า อาจจะเป็ นเงินหรืออาจจะเป็ นผลิตผล เช่น ขา้ งเปลือกก็ได้ แต่จะเป็ นผล ประโยชน์อื่นไม่ได้ เช่น ให้ คา่ เช่านา โดยตกลงใหผ้ เู้ ช่าใชแ้ รงงานเป็นคนทาสวนใหค้ า่ เช่านา 1 ปี เช่นน้ีไมใ่ ช่ดอกผลนิตินยั ข. ตอ้ งเป็ นทรัพยท์ ่ีตกแก่เจา้ ของทรัพย์ เช่น ใหค้ ่าเช่าบา้ น ค่าเช่าบา้ นยอ่ มตกแก่เจา้ ของ บา้ น ใหเ้ งินกู้ ผใู้ หก้ ไู้ ดด้ อกเบ้ีย แต่ถา้ นาย ก ตอ้ งการเงินกูน้ าย ข ใหน้ าย ค พาไปกูเ้ พราะรู้จกั ยาน ข แลว้ ใหเ้ งินตอบแทน นาย ค เงินที่นาย ค ไดร้ ับไมใ่ ชด้ อกผลนิตินยั เพราะนาย ค ไม่ใช่เจา้ ของเงินกู้ ค. ทรัพยท์ ่ีไดแ้ ก่เจา้ ของแมท่ รัพยต์ อ้ งเป็นการตอบแทนจากผอู้ ่ืนในการท่ีผอู้ ื่นน้นั ไม่ใช่ ทรัพย์ เช่น เช่า บา้ น เงินคา่ เช่าบา้ นตอ้ งเป็นของฝ่ ายผเู้ ช่า แตถ่ า้ นาย ก เช่าบา้ นนาย ข เจา้ ของบา้ น กลบั เอาเงินของตนกลบั มาจ่ายเป็ น คา่ เช่าแทน เพราะเห็นวา่ เป็นเพอื่ นกนั เช่นน้ีไมใ่ ช่เพราะวา่ ดอก ผลของบา้ น คือไม่เป็นค่าเช่า

ง. ทรัพยท์ ่ีเจา้ ของทรัพยไ์ ดต้ อ้ งเป็ นคร้ังคราวจากการใช้แม่ทรัพยน์ ้นั โดยแม่ทรัพยไ์ ม่ สูญหายไปไหน เช่น ไดด้ อกเบ้ียเงินกูไ้ ดเ้ ป็ นรายวนั หรือรายเดือน เงินตน้ หรือแม่ทรัพยย์ งั อยู่ ไดค้ ่า เช่าบา้ นเป็ นรายเดือนตวั บา้ น ยงั อยู่ ใหเ้ ช่ารถทาแท็กซี่ส่งค่าเช่าเป็ นรายวนั ตวั รถแทก็ ซ่ียงั อยู่ แต่ถา้ นาย ก ขายรถยนตใ์ ห้นาย ข แลว้ จ่ายเป็ น งวดเดียวท้งั หมดหรือผ่อนชาระค่าซ้ือ เป็ น 12 งวด เช่นน้ี ไม่ใช่ดอกผลนิตินยั เพราะตวั แม่ทรัพยไ์ ม่ใช่รถยนต์ สิ้นสภาพไปดว้ ย 3.3 ใครเป็ นเจ้าของดอกผลและทรัพย์ โดยหลกั ทวั่ ไป เจา้ ของแม่ทรัพย์ย่อมมีสิทธิในดอกผลของแม่ทรัพย์น้ัน เจา้ ของตน้ มะม่วงย่อมเป็ น เจา้ ของผลมะม่วง เจา้ ของแม่โคยอ่ มเป็นเจา้ ของน้านมโค เจา้ ของบญั ชีเงินฝาก ธนาคารยอ่ มเป็นเจา้ ของในดอกเบ้ียเงินฝากน้นั มีขอ้ ยกเวน้ ท่ีผอู้ ื่นไม่ใช่เจา้ ของอาจมีสิทธิในดอกผลไดด้ งั น้ี 1) มีกฎหมายกาหนดไว้ เช่น “ผใู้ ดรับทรัพยส์ ินโดยสุจริต ยอ่ มไดด้ อกผล ของทรัพยน์ ้นั ตลอดเวลาที่สุจริต อย”ู่ แสดงใหเ้ ห็นวา่ ถา้ ตนเองสุจริตแลว้ ยอ่ มไดด้ อกผลจากทรัพย์ สินน้นั แมไ้ ม่ใช่เจา้ ของ 2) มีสัญญาขอ้ ตกลงไวว้ า่ อนุญาตให้ผูไ้ ม่ไดเ้ ป็ นเจา้ ของไดอ้ อกผลอนั น้นั เช่น นาย เช่าท่ีดินนาย ข ซ่ึงมี ตน้ มะมว่ งปลูกไวเ้ ดิม หากผลมะมว่ งหล่นมาใหน้ าย ก ผเู้ ช่ามีสิทธิท่ี จะเก็บกินผลมะมว่ งน้นั ได้ 3) ให้สิทธิเอาดอกผลชาระหน้ีท่ีเจา้ ของแม่ทรัพยเ์ ป็ นหน้ีตนได้ เช่น ผทู้ รง สิทธิยึดเหนี่ยวจะเก็บดอกผล แห่งทรัพยส์ ินที่ยึดเหน่ียวไวแ้ ละจดั สรรเอาไวเ้ พื่อการชาระหน้ีแก่ตน ก่อนเจา้ หน้ีคนอื่นได้ เช่น นาย ก นาแม่ สุนขั พนั ธ์ดี มาฝากนาย ข เล้ียงไว้ ต่อมาแม่สุนขั ไดค้ ลอดลูก ออกมา 5 ตวั สวยงามมาก นาย ก จึงมาขอแม่สุนขั พร้อมลูกสุนขั ท้งั 5 ตวั คืน นาย ข ไม่ยอมให้ เพราะอา้ งวา่ ตนไดเ้ ล้ียงดูเสียค่าอาหารมามากมาย ตอ้ งการยึดเอาลูก สุนขั ไวท้ ้งั หมดเช่นน้ี กฎหมาย ถือวา่ นาย ข ไดส้ ิทธิยดึ เหน่ียวที่จะเอาลูกสุนขั อนั เป็ นดอกผลชาระหน้ีได้ หากมี ขอ้ ตกลงค่าจา้ งเล้ียงไว้

แบบประเมินผลการเรียนรู้ ตอนท่ี 1 จงเลือกคาตอบท่ีถูกตอ้ งที่สุดเพียงขอ้ เดียว 1. วตั ถุเป็นทรัพยต์ ามความหมายของทรัพยค์ ือขอ้ ใด ก. กระแสไฟฟ้า ข. แก๊ส ค. พลงั น้าตก ง. แหวนเพชร 2. ทรัพยท์ ่ีเป็นสงั หาริทรัพยค์ ือขอ้ ใด ก. บา้ น ข. ท่ีดิน ค. กรรมสิทธ์ิในท่ีดิน ง. ดินที่ขดุ แลว้ 3. ขอ้ ใดเป็นอสังหาริมทรัพย์ ก. รถยนต์ ข. ตน้ ขา้ วโพด ค. โคหรือกระบือ ง. ถนน 4. ขอ้ ใดเป็นทรัพยแ์ บ่งไม่ได้ ก. ขา้ วสาร ข. ภาพเขียนรัชกาลที่ 5 ค. น้าตาล ง. ดินสอดา 1 กล่อง 5. ทรัพยท์ ่ีเป็นส่วนควบของท่ีดินคือขอ้ ใด ก. บา้ น ข. ร้ัวบา้ น ค. ตน้ ไมย้ นื ตน้ ง. ถูกทุกขอ้ 6. ทรัพยท์ ี่โอนใหแ้ ก่กนั มิไดก้ ฎหมายเรียกวา่ อะไร ก. ทรัพยแ์ บ่งไมไ่ ด้ ข. ทรัพยไ์ ม่มีรูปร่าง ค. ทรัพยม์ าสามารถยดึ ถือเอาได้ ง. ทรัพยน์ อกพาณิชย์ 7. อุปกรณ์ของรถยนตไ์ ดแ้ ก่ขอ้ ใด ก. ลอ้ รถยนต์ ข. หนา้ ปัดความเร็วรถยนต์ ค. พวงมาลยั ง. เคร่ืองมือซ่อมประจารถ 8. ทรัพยท์ ่ีเป็นดอกผลธรรมดาคือขอ้ ใด ก. คา่ เช่า ข. เงินปันผล ค. ดอกเบ้ีย ง. ขนแกะ 9. ทรัพยท์ ่ีเป็นดอกผลนิตินยั คือขอ้ ใด ก. น้านมววั ข. เงินปันผล ค. ขนสัตว์ ง. เงินปันผลค่าหุน้ 10. ทรัพยส์ ิทธิในที่ดินไดแ้ ก่ขอ้ ใด ก. สิทธิภาวะจายอม ข. สิทธิจานา ค. ลิขสิทธ์ิ ง. ไมม่ ีขอ้ ใดถูก

ตอนที่ 2 จงตอบคาถามต่อไปน้ีตามหลกั กฎหมาย 1. คาวา่ ทรัพย์ และทรัพยส์ ิน มีความหมายวา่ อยา่ งไร 2. อสงั หาริมทรัพยค์ ืออะไร จงบอกถึงลกั ษณะที่เป็นอสงั หาริมทรัพยม์ าใหเ้ ขา้ ใจ 3. สงั หาริมทรัพยค์ ืออะไร สิทธิอนั เก่ียวกบั สงั หาริมทรัพยม์ ีอะไรบา้ ง อธิบายมา 3 ขอ้ 4. มนุษยเ์ ป็นทรัพยส์ ินหรือไม่ อธิบาย 5. จงอธิบายคาวา่ ดอกผลของทรัพยม์ าใหเ้ ขา้ ใจ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook