Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

ใบความรู้เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

Published by praditsomchan, 2018-05-03 00:53:26

Description: ใบความรู้เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ

Keywords: สารสนเทศ,เทคโนโลยี

Search

Read the Text Version

เทคโนโลยสี ารสนเทศเพ่อื การจดั การอาชีพความร้เู บ้ืองต้นเกี่ยวกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ ครูประดษิ ฐ์ สมจนั ทร์ วิทยาลยั การอาชีพสวา่ งแดนดิน

บทที่ 1 ความร้เู บ้ืองต้นเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ สาระสาคญั information Technology หรือ IT คือ การประยุกต์ความร้ทู างวิทยาศาสตร์มาใช้ในระบบสารสนเทศ ตั้งแต่กระบวนการจดั เกบ็ ประมวลผล และการเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทนั ต่อเหตกุ ารณ์ ปจั จุบันคาว่า “ เทคโนโลยีสาระสนเทศ ” หรือเรียกส้นั ๆว่า “ ไอที ” ( IT ) นั้น มักนามาใชง้ านอย่างกว้างขวาง เกือบทกุ วงการล้วนเหน็ ความสาคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศกนั แทบท้ังสนิ้ หรืออาจเรียกว่า โลกแห่งยคุ ไอทีนน้ั เอง ในความเป็นจริง คาว่าเทคโนโลยีสาระสนเทศนน้ั ประกอบด้วยคาว่า “เทคโนโลยี” และคาว่า “สารสนเทศ” มารวมกนั โดยแต่ละคามีความหมายดงั นี้ เทคโนโลยี ( Technology ) คือการประยกุ ต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ ที่เกีย่ วข้องการผลิต การสร้างวิธีการดาเนนิ งาน และรวมถงึ อุปกรณต์ ่างๆ ที่ไม่ได้มีในตามธรรมชาติโลกแห่งเทคโนโลยียคุ นี้ ทาให้มนษุ ยไ์ ด้รับสิง่ อานวยความสะดวกจากเทคโนโลยีมาประยกุ ต์ใช้กับการดาเนินชีวิตประจาวันม ากมายนบั ไม่ถ้วน สารสนเทศ ( Information ) คือผลลพั ธ์ที่เกิดจากการประมวลผลข้อมลู ดิบ (Rau data ) ด้วยการรวบรวมข้อมลู จากแหล่งต่างๆ และนามาผ่านกระบวนการประเมนิ ผล ไม่ว่าจะเปน็ การจัดกล่มุ ข้อมูล การเรียงลาดบั ข้อมลู การคานวณและสรุปผล จากนน้ั กน็ ามาเสนอในรปู แบบของรายงานทีเ่ หมาะสมต่อการใช้งานที่ก่อเกิดประโยชน์การดาเนนิ ชีวิ ตของมนษุ ย์ ไม่ว่าจะเปน็ ด้านของชีวิตประจาวัน ข่าวสาร ความร้ดู ้านวิชาการ ธุรกิจ เมื่อนาคาว่า เทคโนโลยี และ สารสนเทศ รวมเข้าไว้ด้วยกนั แล้ว จึงสรปุ ความหมายโดยรวมได้ว่า เทคโนโลยีสารสนเทศ ( Information technology ) คือการประยกุ ต์ความรทู้ างด้านวิทยาสาสตร์มาจดั การสารสนเทศที่ต้องการ โดยอาศยั เครอื่ งมือทางเทคโนโลยีใหมๆ่ เช่น เทคโนโลยีด้านคอมพวิ เตอร์

เทคโนโลยีด้านเครือข่ายโทรคมนาคมและการสือ่ สารตลอดจนอาศยั ความรใู้ นกระบวนการดาเนินงานสารสนเทศในข้นั ตอนต่างๆ ตั้งแต่การแสวงหาการวิเคราะห์ การจดั เก็บ รวมถึงการจัดการเผยแพรแ่ ละแลกเปลี่ยนสารสนเทศด้วยเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพความถูกต้องแมน่ ยา และความรวดเรว็ ทนั ต่อการนามาใชป้ ระโยชน์ได้นน่ั เองวตั ถปุ ระสงค์ 1. เพือ่ ทราบความหมายของเทคโนโลยีสารสนเทศและกระบวนการต่าง ๆ 2. ทราบถงึ องค์ประกอบองค์ประกอบระบบสารสนเทศได้ 3. ทราบถงึ ประโยชน์ของระบบสารสนเทศทนี่ าไปใช้

1.1 ลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ หวั ขอ้ ที่ 1.1 ลกั ษณะสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ ลักษณะสาคญั ของเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยพนื้ ฐานของเทคโนโลยีย่อมมีประโยชน์ต่อการพฒั นาประเทศชาติใหเ้ จริญก้าวหน้าได้ แต่เทคโนโลยีสารสนเทศเปน็ เรือ่ งทีเ่ กีย่ วข้องกบั วิถีความเปน็ อย่ขู องสงั คมสมยั ใหม่อย่มู าก ลกั ษณะเด่นทสี่ าคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศมีดงั นี้เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิม่ ผลผลิต ลดต้นทนุ และเพิม่ ประสิทธภิ าพในการทางานในการประกอบการทางด้านเศรษฐกิจ การค้า และการอุตสาหกรรมจาเปน็ ต้องหาวิธีในการเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิม่ ประสิทธิภาพในการทางานคอมพิวเตอร์และระบบสือ่ สารเข้ามาช่วยทาให้เกิดระบบอัตโนมัติ เราสามารถฝากถอนเงนิ สดผ่านเครอื่ งเอทีเอ็มได้ตลอดเวลา ธนาคารสามารถให้บริการได้ดีขึ้นทาให้การบริการโดยรวมมีประสิทธิภาพในระบบการจัดการทกุ แห่งต้องใช้ข้อมูลเพื่อการดาเนนิ การและการตัดสินใจระบบธุรกจิ จงึ ใช้เครือ่ งมือเหล่านี้ช่วยในการทางาน เช่น ใชใ้ นระบบจัดเก็บเงินสด จองตั๋วเครอื่ งบินเป็นตน้เทคโนโลยีสารสนเทศเปลี่ยนรปู แบบการบริการเป็นแบบกระจายเมือ่ มีการพฒั นาระบบข้อมูล และการใช้ข้อมูลได้ดี การบริการต่าง ๆจึงเน้นรูปแบบการบริการแบบกระจาย ผ้ใู ช้สามารถสงั่ ซื้อสินค้าจากทีบ่ ้านสามารถสอบถามข้อมลุ ผ่านทางโทรศัพท์

นิสิตนักศึกษาบางมหาวิทยาลยั สามารถใช้คอมพิวเตอร์สอบถามผลสอบจากทีบ่ ้านได้ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิง่ ทีจ่ าเป็น สาหรับการดาเนินการในหนว่ ยงานต่าง ๆ ปจั จบุ ันทุกหน่วยงานต่างพัฒนาระบบรวบรวมจัดเกบ็ ข้อมลู เพือ่ ใข้ในองค์การประเทศไทยมีระบบทะ เบียนราษฎร์ทีจ่ ัดทาด้วยระบบ ระบบเวชระเบียนในโรงพยาบาล ระบบการจดั เกบ็ ข้อมลู ภาษี ในองค์การทุกระดับเหน็ ความสาคญั ทีจ่ ะนาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ เทคโนโลยีสารสนเทศเกี่ยวข้องกบั คนทุกระดบั พัฒนาการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ทาให้ชีวติ ความเปน็ อย่ขู องคนเกีย่ วข้องกับเทคโนโลยี ดังจะเหน็ ได้จาก การพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์ การใช้ตารางคานวณ และใช้อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมแบบต่าง ๆ เป็นต้น1.2 บทบาทพื้นฐานของระบบสารสนเทศ

หัวข้อที่ 1.2 บทบาทพืน้ ฐานของระบบสารสนเทศบทบาทพื้นฐานของระบบสารสนเทศ ระบบสารสนเทศ (Information System หรือ IS) คือระบบแบบเฉพาะเจาะจงชนิดหนง่ึ ซ่งึ อาจกล่าวได้วา่ เป็นกลุ่มของส่วนประกอบพื้นฐานต่างๆทท่ี างานเกี่ยวข้องกันในการเก็บ (นาเข้า), จัดการ (ประมวลผล) และเผยแพร่(แสดงผล) ข้อมลู และสารสนเทศและสนบั สนนุ กลไกลของผลสะท้อนกลับเพื่อให้บรรลตุ ามวตั ถุประสงค์สว่ นประกอบของระบบสารสนเทศระบบสารสนเทศประกอบด้วย ส่วนหลกั ดงั รปู ที่ 3 1. ส่วนที่นาเข้า (Inputs) ได้แก่การรวบรวมและการจัดเตรยี มข้อมลู ดิบส่วนทนี่ าเข้านสี้ ามารถมีได้หลายรปู แบบไม่ว่าจะเปน็ การโทรเข้าเพื่อขอข้อมลู ในระบบสอบถามเบอร์โทรศพั ท์ ข้อมูลที่ลกู ค้ากรอกในใบ สอบถามการให้บริการของร้านค้าฯลฯขึ้นอย่กู บั ส่วนแสดงผลที่ต้องการส่วนทนี่ าเข้านอี้ าจเป็นขบวนการทที่ าด้วยตัวเองหรือเป็นแบบอัตโนมตั ิก็ได้เช่นการอ่านขอ้ มลู รายชือ่ สินค้าและรายราคาโดยเครื่องอ่าน บารโ์ คด้ ของห้างสรรพสินค้าจดั เป็นส่วนที่นาเข้าแบบอตั โนมตั ิ 2. การประมวลผล (Processing)เกีย่ วข้องกบั การเปลี่ยนและการแปลงข้อมลู ให้อย่ใู นรปู ของส่วนแสดงผลที่มีประโยชน์

ตัวอย่างของการประมวลผลได้แก่การคานวณ การเปรยี บเทียบการเลือกทางเลือกในการปฏิบตั ิงานและการเกบ็ ข้อมลู ไว้ใช้ในอนาคตโดยการประมวลผลสามารถทาได้ด้วยตนเองหรือสามารถใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยก็ได้ตวั อย่างเชน่ ระบบคิดเงนิ เดือนพนกั งาน สามารถคิดได้จากการนาจานวนชว่ั โมงการทางานของพนักงานคูณเข้ากบั อัตราค่าจ้างเพือ่ ใหไ้ ด้ยอดเงินรวมทีต่ ้องจ่ายรวมถ้าช่ัวโมงการทางานรายสปั ดาห์มากกว่า 40 ชัว่ โมงอาจมีการคิดเงินล่วงเวลาให้โดยเพิ่มเข้าไปกบั เงินรวม จากนนั้ อาจจะทาการหกั ภาษีพนกั งานโดยการนาเงินรวมมาคิดภาษีและนาเงินรวมมาลบด้วยภาษีที่คานวณได้จะทาให้ได้เงินสทุ ธิทตี่ ้องจ่ายให้กบั พนกั งาน 3. สว่ นทีแ่ สดงผล (Outputs) เกี่ยวข้องกบั การผลิตสารสนเทศทีม่ ีประโยชน์มักจะอยใู่ นรปู ของเอกสาร หรือรายงานหรืออาจะเป็นเช็คทีจ่ ่ายให้กบั พนกั งานรายงานทนี่ าเสนอผ้บู รหิ ารและสารสนเทศทีถ่ ูกผลิตออกมาใหก้ ับผถู้ ือห้นุ ธนาคาร หรือกล่มุ อืน่ ๆโดยส่วนแสดงผลของระบบหนึ่งอาจใชเ้ ป็นส่วนที่นาเข้าเพื่อควบคมุ ระบบหรืออปุ กรณ์อืน่ ๆ กไ็ ด้เช่นในขบวนการผลิตเฟอรน์ ิเจอร์ พนกั งานขาย ลกู ค้า และนกั ออกแบบเฟอร์นิเจอร์อาจจะทาการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ซ้าแล้วซ้าเล่าเพือ่ ใหต้ รงตามความต้องการของลกู ค้าโดยอาจจะใช้ซอฟต์แวร์หรอื ฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยในการออกแบบนี้ด้วยจนกระทัง่ ได้ต้นแบบทตี่ รงความต้องการมากที่สดุ จงึ ส่งแบบนน้ั ไปทาการผลิต

จะเห็นว่าแบบเฟอร์นิเจอรท์ ไี่ ด้จากการออกแบบแต่ละครั้งจะเปน็ ส่วนทีถ่ ูกนาไปปรบั ปรงุ การออกแบบในคร้งั ต่อๆ ไป จนกระท่งั ได้แบบ สุดท้ายออกมาอาจอย่ใู นรปู ของสิ่งพิมพ์ที่ออกมาจากเครื่องพิมพห์ รอื แสดงอย่บู นหน้าจอคอมพิวเตอร์ทีเ่ ป็นอปุ กรณ์แสดงผลตวั หนึง่ หรืออาจจะอย่ใู นรปู ของรายงานและเอกสารทเี่ ขียนด้วยมือกไ็ ด้ 4. ผลสะทอ้ นกลับ (Feedback)คือส่วนแสดงผลที่ใช้ในการทาให้เกิดการเปลีย่ นแปลงต่อส่วนทนี่ าเข้าหรือส่วนประมวลผล เช่นความผิดพลาดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจาเป็นต้องแก้ไขข้อมลู นาเข้าหรือทาการเปลี่ยนแปลงการประมวลผลเพือ่ ให้ได้ส่วนแสดงผลที่ถูกต้อง ตัวอย่างเชน่ ระบบการจ่ายเงินเดือนพนักงานถ้าทาการป้อนชว่ั โมงการทางานรายสปั ดาห์เปน็ 400 แทนทจี่ ะเป็น 40 ช่ัวโมงถ้าทาการกาหนดให้ระบบตรวจสอบค่าช่ัวโมงการทางานให้อยู่ในช่วง 0-100 ชวั่ โมงดงั นั้นเมื่อพบข้อมลู น้ีเปน็ 400 ช่ัวโมง ระบบจะทาการส่งผลสะท้อนกลบั ออกมาอาจจะอย่ใู นรปู ของรายงานความผิดพลาดซึง่ สามารถนาไปใช้ในการตรวจสอบและแก้ไขจานวนช่ัวโมงการทางานทีน่ าเข้ามาคานวณให้ถกู ต้องได้ตัวอยา่ ง เช่น ระบบล้างรถอัตโนมัติระบบสารสนเทศประกอบด้วย ส่วนหลกั ดังรูปที่ 3 ส่วนทีน่ าเข้า คือ รถที่สกปรก น้า และน้ายาต่างๆ ที่ใช้ในการล้างรถเวลาและพลงั งานถกู ใชใ้ นการปฏิบตั ิการล้างรถทักษะได้แก่ความสามารถเฉพาะอย่างจะถกู นามาใช้ในการฉีดสเปรย์ ขดั โฟม และเป่าแห้งความรู้ถกู นามาใช้ในการกาหนดข้นั ตอนการทางานของการล้างรถให้ทางานไปตามข้นั ตอนที่ถูกต้อง การประมวลผล ประกอบด้วย ขั้นทีห่ นึง่ การเลือกประเภทการล้างรถที่ต้องการ เช่น

ล้างอย่างเดียว ล้างและขดั เงา ล้างและขดั เงาและเป่าแห้งฯลฯและข้นั ต่อไปทาการนารถเข้าไปในเครื่องล้างรถ(สังเกตว่าในส่วนน้จี ะเกิดกลไกของผลสะท้อนกลบั ขึ้นได้แก่การประเมินผลของเจ้าของรถทีม่ ีต่อขบวนการล้างรถทีก่ าลังเกิดขึ้น)จากนน้ั ของฉีดของเหลวจะฉีดน้า สบู่เหลว หรือครีมขดั เงาไปทรี่ ถขึ้นอย่กู ับตวั เลือกทีเ่ ลือกไวใ้ นตอนต้น ส่วนที่แสดงผล คือรถที่สะอาดแล้วจากตัวอย่าง จะเห็นว่าส่วนประกอบอิสระต่างๆ ในระบบล้างรถอตั โนมัติ เช่นเครอื่ งฉีดของเหลวแปลงสาหรบั ทางโฟม และเครื่องเป่าแหง้ ทางานโตต้ อบกัน เพื่อให้รถสะอาดนน่ั เองระบบสารสนเทศทีใ่ ชค้ อมพิวเตอร์ (Computer-Based Information Systems : CBIS) ระบบสารสนเทศทใี่ ช้คอมพิวเตอร์ประกอบด้วย ฮาร์ดแวร์ (Hardware), ซอฟต์แวร์ (Software),ข้อมูล(Data), บคุ คล (People), ขบวนการ (Procedure) และการสื่อสารข้อมูล (Telecommunication)ซึง่ ถกู กาหนดขึ้นเพื่อทาการรวบรวม, จัดการ จัดเก็บและประมวลผลข้อมูลให้เป็นสารสนเทศ รูปที่4 แสดงส่วนประกอบของระบบ สารสนเทศที่ใช้คอมพิวเตอร์1.3 องค์ประกอบของระบบสารสนเทศ

หัวขอ้ ที่ 1.3 องคป์ ระกอบของระบบสารสนเทศ ฮาร์ดแวร์-เป็นเครื่องมอื ทีช่ ่วยในการจดั การสารสนเทศ ซอฟตแ์ วร์-ลาดบั ข้นั ตอนคาสงั่ ให้เครื่องคอมพิวเตอร์ ทางานตามวตั ถปุ ระสงค์ที่วางไว้ บคุ ลากร-ผ้ทู ี่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบคุ ลากรภายในองค์กรเปน็ ส่วนประกอบที่จะทาให้เกิดระบบสารสนเทศด้วยกนั ทกุ คน ขั้นตอนการปฏิบตั ิ-เปน็ ระเบียบวิธีการปฏิบตั ิงานในการจัดเก็บรกั ษาข้อมลู ให้อย่ใู นรปู แบบทีจ่ ะทาใหเ้ ปน็ สารสนเทศได้ ขอ้ มูล-เปน็ วตั ถดุ ิบที่ทาให้เกิดสารสนเทศ ข้อมูลทีเ่ ป็นวตั ถุดิบจะต่างกนั ขึ้นอย่กู บั สารสนเทศทตี่ ้องการ เครือขา่ ยและการสื่อสารข้อมลู-ระหว่างคอมพิวเตอร์จานวนต้ังแต่ 2 เครือ่ งขึ้นไปสามารถแลกเปลีย่ นข้อมูลกนั ได้1.4 การสืบค้น การจัดเก็บ ค้นคืน ส่งผ่าน และการดาเนินการข้อมูลสารสนเทศ

หวั ข้อที่ 1.4 การสืบคน้ การจัดเก็บ คน้ คืน ส่งผ่าน และการดาเนินการข้อมลู สารสนเทศการสืบคน้ ขอ้ มูลดว้ ย Search Engineเสิร์ชเอนจิน (search engine) หรือ โปรแกรมค้นหาและคือโปรแกรมที่ชว่ ยในการสืบค้นหาข้อมลู โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต โดยครอบคลมุ ท้ังข้อความรปู ภาพ ภาพเคลือ่ นไหว เพลง ซอฟต์แวร์ แผนที่ ข้อมูลบคุ คล กล่มุ ข่าว และอืน่ ๆซึง่ แตกต่างกนั ไปแล้วแต่โปรแกรมหรือผ้ใู ห้บริการแต่ละรายเสิร์ชเอนจินส่วนใหญ่จะค้นหาข้อมูลจากคาสาคญั (คีย์เวิร์ด) ทีผ่ ้ใู ช้ป้อนเข้าไปจากนนั้ ก็จะแสดงรายการผลลพั ธ์ทีม่ นั คิดว่าผ้ใู ช้น่าจะต้องการขึ้นมา ในปัจจุบนั เสิร์ชเอนจนิ บางตวัเช่น กเู กิลจะบันทกึ ประวตั กิ ารค้นหาและการเลือกผลลัพธ์ของผ้ใู ช้ไว้ด้วยและจะนาประวตั ิทีบ่ นั ทึกไว้น้นั มาช่วยกรองผลลพั ธ์ในการค้นหาครั้งต่อ ๆ ไปตวั อย่าง Web Search Engine 1. http://www.google.co.th/ 2. http://www.youtube.com/ 3. http://dict.longdo.comการสืบคน้ เว็บไซต์ข้อมลู ด้วย Search Engine ทตี่ ้องการ ข้นั ตอนการสืบค้นเว็บไซต์ข้อมลู ด้วย Search Engine 1. ทาการเปิดเว็บไซต์ทใี่ หบ้ ริการ http://www.google.co.th/ 2. เลือกหวั ข้อทีต่ ้องการคน้ ในที่นจี้ ะเลือกหวั ข้อ “เวบ็ ” 3. พิมพ์ keyword (ข้อความ) ที่ต้องการสืบค้นลงในช่อง text box 4. กดทปี่ ุ่ม “ค้นหา” 5. ระบบจะทาการค้นหาเวบ็ ไซตท์ ี่ตรงกับ keywordและแสดงออกมาในรูปแบบของลิ้งค์พร้อมคาอธิบายประกอบ

1.5 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ

หวั ขอ้ ที่ 1.5 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศผลกระทบดา้ นบวก- เพิม่ ความสะดวกสบายในการสื่อสาร การบริการและการผลิตชีวิตคนในสังคมได้รบั ความสะดวกสบาย เช่น การติดต่อผ่านธนาคารด้วยระบบธนาคารทบี่ ้าน(Home Banking) การทางานทบี่ ้าน ติดต่อสื่อสารด้วยระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตการบนั เทิงพกั ผ่อนด้วยระบบมลั ตมิ ีเดีย เป็นตน้- เป็นสงั คมโลกแห่งการสื่อสารเกิดขึ้น โดยสามารถเอาชนะเรอื่ งระยะทาง เวลา และสถานทไี่ ด้ด้วยความเร็วในการติดต่อสื่อสารที่เปน็ เครือข่ายความเรว็ สงู และที่เปน็ เครือข่าย แบบไร้สายทาให้มนษุ ย์สามารถติดต่อถึงกันอย่างรวดเรว็- มรี ะบบผ้เู ชีย่ วชาญต่างๆ ในฐานข้อมูลความรู้ เกิดการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตในด้านทีเ่ กี่ยวกับสาธารณสุขและการแพทย์ แพทยท์ อี่ ย่ใู นชนบทกส็ ามารถวินิจฉยั โรคจากฐานข้อมลู ความรู้ของผ้เู ชีย่ วชาญเฉพาะทางการแพทย์ ในสถาบนั การแพทย์ทมี่ ีชื่อเสียงได้ทว่ั โลก หรือใช้วธิ ปี รึกษาแพทย์ผ้เู ชยี่ วชาญในระบบทางไกลได้ด้วย- เทคโนโลยีสารสนเทศสร้างโอกาสให้คนพกิ าร หรือผ้ดู ้อยโอกาสจากการพิการทางร่างกายเกิดการสร้างผลิตภัณฑ์ช่วยเหลือคนพิการ ให้สามารถพฒั นาทกั ษะและความรไู้ ด้ เพือ่ ให้คนพิการเหล่านั้นสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ผู้พิการจึงไม่ถูกทอดท้ิงให้เป็นภาระของสงั คม รูปแสดงสือ่ การเรียนรู้สาหรบั คนพิการหรือผ้ดู ้อยโอกาส - พฒั นาคณุ ภาพการศึกษา โดยเกิดการศกึ ษาในรปู แบบใหม่ กระตนุ้ ความสนใจแก่ผ้เู รียนโดยใช้คอมพิวเตอร์เปน็ สือ่ ในการสอน (Computer-Assisted Instruction : CAI) และการเรียนรโู้ ดยใชคอมพิวเตอร์ ( Computer-Assisted Learning : CAL )ทาให้ผ้เู รียนมคี วามรู้ความเข้าใจในในบทเรียนมากยิง่ ขึน้

ไม่ซ้าซากจาเจผ้เู รียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ด้วย นอกจากน้นั ยงั มบี ทบาทต่อการนามาใช้ในการสอนทางไกล (Distance Learning) เพือ่ ผ้ดู ้อยโอกาสทางการศึกษาได้อีกด้วย- การทางานเปลีย่ นแปลงไปในทางที่ดีขึน้ กล่าวคือช่วยลดเวลาในการทางานให้น้อยลงแต่ได้ผลผลิตมากขึ้น เช่น การใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยคิดบญั ชี การสร้างกราฟ แผนภมู ิออกแบบงานลกั ษณะต่างๆ เปน็ ต้น- ผ้บู รโิ ภคได้รบั ประโยชน์จากการบรโิ ภคสินค้าทีห่ ลากหลายและมีคณุ ภาพดีขึ้นความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทาให้รปู แบบของผลิตภัณฑ์มีความแปลกใหม่และหลากหลายมากยิ่งข้นึผ้ผู ลิตผลิตสินค้าทมี่ ีคณุ ภาพ ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อได้ตามต้องการและช่องทางทางการค้ากม็ ีให้เลือกมากขึ้น เช่นการเลือกซื้อสินค้าทางอนิ เทอร์เน็ตและการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เปน็ ตน้ผลกระทบด้านลบ- ก่อใหเ้ กิดความเครียดในสงั คมมากขึ้น เนื่องจากมนษุ ย์ไมช่ อบการเปลีย่ นแปลงเคยทาอะไรแบบใดมักจะชอบทาอยา่ งน้ันไม่ชอบการเปลีย่ นแปลงแต่เทคโนโลยีสารสนเทศเข้าไปเปลี่ยนแปลงบคุ คลที่รับตอ่ การเปลีย่ นแปลงไม่ไดจ้ ึงเกิดความวิตกกังกล จนกลายเป็นความเครียดกลวั วา่ คอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยีสารสนเทศจะทาให้ คนตกงานเพราะสิง่ เหล่านีจ้ ะเขา้ มาทดแทนมนษุ ย์- กอ่ ใหเ้ กิดการรบั วัฒนธรรม หรือแลกเปลี่ยนวฒั นธรรมของคนในสงั คมโลกทาให้พฤติกรรมทีแ่ สดงออก ดา้ นการแต่งกาย และการบริโภคเปลีย่ นแปลงไปการมอมเมาเยาวชน ในรูปของเกมส์อิเล็กทรอนิกส์สง่ ผลกระทบตอ่ การพฒั นาอารมณแ์ ละจิตใจของเยาวชนเกิดการกลืนวฒั นธรรมดง้ั เดิมซึ่งแสดงถึงเอกลกั ษณ์ของสงั คมนน้ั ๆ- ก่อใหเ้ กิดผลดา้ นศีลธรรม

การติดตอ่ สื่อสารที่รวดเรว็ ในระบบเครือขา่ ยมีผลกอ่ ใหเ้ กิดโลกไร้พรมแดนแตเ่ มือ่ พิจารณาศีลธรรมของแตล่ ะประเทศพบวา่ มีความแตกตา่ งกนั ประเทศตา่ งๆผคู้ นอยูร่ ่วมกนั ได้ดว้ ยจารีตประเพณี และศีลธรรมดีงามของประเทศน้ันๆการแพร่ภาพหรือขอ้ มูลขา่ วสารที่ไมด่ ีไปยงั ประเทศต่างๆมีผลกระทบต่อความรูส้ กึ ของคนในประเทศน้ันๆ ทีน่ บั ถือศาสนาแตกตา่ งกนั- การมีส่วนรว่ มของคนในสงั คมลดน้อยลง การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศทาให้เกิดความสะดวก รวดเร็วในการสือ่ สาร และการทางานแตใ่ นอีกดา้ นหนึ่งการมสี ว่ นรว่ มของกิจกรรมทางสงั คมที่มีการพบปะสงั สรรคก์ ันจะมีน้อยลงผู้คนมักอยู่แตท่ ีบ่ ้านหรือทีท่ างานของตนเองมากขึน้- การละเมิดสิทธิเสรีภาพสว่ นบคุ คลโดยการเผยแพร่ข้อมลู หรือรปู ภาพต่อสาธารณชนซึง่ ข้อมูลบางอยา่ งอาจไม่เป็นจริงหรือยงั ไม่ไดพ้ ิสูจน์ความถกู ตอ้ งออกสสู่ าธารณชนกอ่ ใหเ้ กิดความเสียหายตอ่ บุคคลโดยไม่สามารถปอ้ งกนั ตนเองได้ การละเมิดสิทธสิ ว่ นบคุ คล เชน่ นีต้ อ้ งมีกฎหมายออกมาให้ความคุ้มครองเพื่อให้นาข้อมูลต่างๆมาใชใ้ นทางทีถ่ ูกต้อง- เกิดช่องวา่ งทางสังคม การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศจะเกีย่ วข้องกับการลงทนุผใู้ ชจ้ ึงเป็นชนช้ันในอีกระดับหนึ่งของสงั คมในขณะที่ชนชั้นระดบั รองลงมามีอยจู่ านวนมากกลบั ไม่มี โอกาสใช้และผทู้ ี่ยากจนกไ็ ม่มีโอกาสร้จู ักกบั เทคโนโลยีสารสนเทศ- อาชญากรรมบนเครือขา่ ย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศกอ่ ให้เกิดปญั หาใหมๆ่ขึ้น เชน่ ปัญหาอาชญากรรม ตัวอย่างเช่น อาชญากรรมในรปู ของการขโมยความลับการขโมย ข้อมลู สารสนเทศ การใหบ้ ริการ สารสนเทศที่มีการหลอกลวงรวมถึงการบอ่ นทาลายข้อมลู และไวรัส- กอ่ ใหเ้ กิดปัญหาดา้ นสขุ ภาพ นบั ต้งั แตค่ อมพิวเตอรเ์ ขา้ มามีบทบาทในการทางาน

การศึกษา บนั เทิง ฯลฯ การจ้องมองคอมพิวเตอรเ์ ปน็ เวลานานๆมีผลเสียต่อสายตาซึ่งทาใหส้ ายตา ผิดปกติ มีอาการแสบตา เวียนศรีษะนอกจากนั้นยังมีผลตอ่ สขุ ภาพจิต เกิดโรคทางจิตประสาท