Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Published by tothsapon, 2016-02-03 02:57:08

Description: เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

Keywords: ในหลวง ทรงงาน

Search

Read the Text Version

đøĊ÷îøĎšĀúÖĆ ÖćøìøÜÜćî ĔîóøąïćìÿöđéÝĘ óøąđÝćš Ă÷ĀĎŠ Ćü

ต ล อ ด เว ล า ก ว่ า ห ก ท ศ ว ร ร ษ แ ห่ ง ก า ร ค ร อ ง ร า ช ย์ ท่ี ผ่ า น ม าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของปวงชนท้ังชาติดว้ ยพระราชปณธิ านอันแน่วแน่ท่ีจะทรงเสียสละประโยชน์สุขส่วนพระองค์เพอื่ พสกนกิ รชาวไทย สมดังที่ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า“เราจะครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ แหง่ มหาชนชาวสยาม”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว

พระราชกรณียกิจที่พระองค์ทรงปฏิบัติ นับต้ังแต่เสด็จข้ึนเถลิงถวัลย์สิริราชสมบัติในปี ๒๔๘๙แ ส ด ง ใ ห้ เ ห็ น ถึ ง พ ร ะ เ ม ต ต า แ ล ะพระมหากรุณาธิคุณ ในการบำบัดทกุ ขบ์ ำรงุ สขุ ใหแ้ กพ่ สกนกิ รทง้ั แผน่ ดนิ ไดม้ ชี วี ติ ความเปน็ อยทู่ ดี่ ขี นึ้ ทรงทมุ่ เท พระวรกายตรากตรำและมงุ่ มนั่ เพอื่แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่พสกนิกร ไม่ว่าจะเชื้อชาติและศาสนาใด หรืออยู่ห่างไกลสักเพียงใดก็มิทรงย่อท้อ ทรงเข้าไปช่วยเหลือราษฎรทั้งด้านสาธารณสุข การศึกษาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน การเกษตร การฟ้ืนฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ท้ังดิน น้ำ ป่าไม้ และพลังงาน หรือแม้กระท่ังการจราจรกท็ รงคดิ ค้นแนวทางแก้ไขปญั หาได้อย่างแยบยล การทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นการดำเนินงานในลักษณะทางสายกลางท่ีสอดคล้องกับวิถีชีวิตของสังคมไทย และสามารถปฏิบัติได้จริง โดยทรงเน้น “การพัฒนาคน” เป็นตัวต้ัง และยึดหลักผลประโยชน์ของปวงชน และการมีส่วนร่วมตัดสินใจของประชาชน ตลอดจนภูมิสงั คมทคี่ ำนึงความแตกต่างกนั ในแต่ละพ้ืนท่ี และการพึ่งตนเอง โดยรู้จักประมาณตนและดำเนินการด้วยความรอบคอบระมัดระวัง และ “ทำตามลำดับข้ัน” อย่างบูรณาการ ซ่ึงอาศัยความ“เข้าใจ เขา้ ถงึ พฒั นา” และการ “รู้ รกั สามคั ค”ี ของทกุ ฝ่าย ส่งผลให้ประชาชนและชุมชนในชนบทที่ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริมีความเป็นอยทู่ ี่ดีข้นึ สามารถพ่ึงตนเองไดท้ ง้ั เรื่องเศรษฐกิจ สังคม มีเทคโนโลยที ี่เหมาะสม ดำเนินการได้อย่างประหยัด และใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อันนำไปสชู่ มุ ชนและสังคมท่เี ขม้ แข็งและอยรู่ ่วมกันอย่างสันติสุข เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จึงได้ขออนุญาตสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ (กปร.) น้อมนำ“หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” อันทรงคุณค่ายิ่งซึ่งสำนักงาน กปร. ได้จัดพิมพ์ขึ้น มาจัดพิมพ์ลงในสมุดบันทึก“เรยี นรหู้ ลกั การทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เผยแพรแ่ ก่ปวงชนชาวไทย เพื่อช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจหลักการทรงงานในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ภาคส่วนต่างๆ เห็นคุณค่าและยึดถือเป็นแนวปฏิบัติในการเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาท เพื่อให้สามารถพ่ึงตนเองได้ และขยายไปสู่การพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งสร้าง “สังคมอยเู่ ย็นเปน็ สุขรว่ มกนั ” สืบไป สำนักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ธนั วาคม ๒๕๕๑ เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั

ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั “หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ที่สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพ่ือประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) รวบรวมไว้มีความหลากหลายถึง ๒๓ หลักการซ่ึงปวงชนชาวไทยสามารถน้อมนำไปปฏิบัติในวาระและโอกาสต่างๆตามความเหมาะสม ไดแ้ ก่ ๑.ศกึ ษาข้อมลู อย่างเป็นระบบ ๒.ระเบดิ จากขา้ งใน ๓.แกป้ ญั หาที่จุดเล็ก ๔. ทำตามลำดับข้ัน ๕.ภมู สิ งั คม ๖.องคร์ วม ๗. ไม่ติดตำรา ๘.ประหยดั เรยี บงา่ ย ไดป้ ระโยชนส์ งู สดุ ๙.ทำใหง้ า่ ย ๑๐.การมีสว่ นร่วม๑๑.ประโยชนส์ ว่ นรวม ๑๒.บรกิ ารรวมทีจ่ ุดเดยี ว๑๓.ทรงใชธ้ รรมชาติ ชว่ ยธรรมชาติ ๑๔.ใช้อธรรมปราบอธรรม๑๕.ปลูกปา่ ในใจคน ๑๖.ขาดทนุ คอื กำไร๑๗.การพึง่ ตนเอง ๑๘.พออยพู่ อกนิ ๑๙.เศรษฐกิจพอเพยี ง ๒๐.ความซอ่ื สัตย์ สจุ รติ จรงิ ใจตอ่ กนั ๒๑.ทำงานอยา่ งมคี วามสุข ๒๒.ความเพียร : พระมหาชนก๒๓.รู้ รัก สามัคคี สำหรบั รายละเอยี ดหลักการทรงงานในหวั เรือ่ งขา้ งต้นมดี ังตอ่ ไปน้ี เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว

การทจี่ ะพระราชทานโครงการใดโครงการหนงึ่ จะทรงศกึ ษาขอ้ มลูรายละเอียดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อมูลเบ้ืองต้นจากเอกสาร แผนท่ีสอบถามจากเจา้ หน้าท่ี นกั วิชาการ และราษฎรในพ้นื ท่ี ให้ได้รายละเอียดที่ถูกต้อง เพ่ือท่ีจะพระราชทานความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง รวดเร็วตรงตามความตอ้ งการของประชาชนเรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั

พระองค์ทรงมุ่งเน้น เรื่องการพัฒนาคน ทรงตรัสว่า“ต้องระเบิดจากข้างใน” หมายความว่า ต้องสร้างความเข้มแข็งให้คนในชุมชนท่ีเราเข้าไปพัฒนามีสภาพพร้อมที่จะรับการพัฒนาเสียก่อน แล้วจึงค่อยออกมาสู่สังคมภายนอก มิใช่การนำเอาความเจริญหรือบุคคลจากสังคมภายนอกเข้าไปหาชมุ ชนหมู่บา้ นที่ยงั ไม่ทนั ได้มโี อกาสเตรยี มตัวหรือต้งั ตวั เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงเปยี่ ม ไปด้วยพระอัจฉริยภาพในการแก้ไขปัญหา ทรง มองปัญหาในภาพรวม (Macro) ก่อนเสมอ แต่ การแก้ปัญหาของพระองค์จะเริ่มจากจุดเล็กๆ (Micro) คือการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่คนมัก จะมองขา้ ม ดังพระราชดำรสั ความตอนหน่งึ ว่า “...ถ้าปวดหัวก็คิดอะไรไม่ออก เป็นอย่างน้ันต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน...มันไม่ได้เป็นการแก้อาการจริงแต่ต้องแก้ปวดหัวก่อน เพอ่ื ท่ีจะใหอ้ ยู่ในสภาพทคี่ ิดได.้ ..แบบ (Macro)นี้ เขาจะทำแบบรื้อท้ังหมด ฉันไม่เห็นด้วย...อย่างบ้านคนอยู่เราบอกบ้านน้ีมันผุตรงน้ัน ผุตรงนี้ ไม่คุ้มที่จะไปซ่อม...เอาตกลงร้ือบ้านน้ีระเบิดเลย เราจะไปอยู่ท่ีไหน ไม่มีที่อยู่...วิธีทำต้องค่อยๆ ทำ จะไประเบิดหมดไมไ่ ด้...”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว

ในการทรงงาน พระองค์จะทรงเร่ิมต้นจากสิ่งที่จำเป็นของประชาชนทสี่ ดุ ก่อน ได้แก่ สาธารณสขุ เมื่อมรี ่างกายสมบรู ณแ์ ข็งแรงแล้วก็จะสามารถทำประโยชน์ด้านอ่ืนๆ ต่อไปได้ จากนั้นจะเป็นเร่ืองสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานและส่ิงจำเป็นในการประกอบอาชีพ อาทิ ถนนแหล่งน้ำเพ่ือการเกษตร การอุปโภคบริโภค ท่ีเอ้ือประโยชน์ต่อประชาชนโดยไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงการให้ความรู้ทางวิชาการและเทคโนโลยีท่ีเรียบง่าย เน้นการปรับใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ราษฎรสามารถนำไปปฏิบัติได้และเกิดประโยชน์สูงสุด ดังพระบรมราโชวาทเมื่อวันที่ ๑๘กรกฎาคม ๒๕๑๗ ความตอนหนงึ่ วา่ “...การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับข้ัน ต้องสร้างพืน้ ฐานคือความพอมพี อกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เปน็ เบอ้ื งตน้กอ่ น ใช้วิธีการและอุปกรณท์ ่ปี ระหยดั แตถ่ กู ตอ้ งตามหลกั วชิ าการ เม่ือ เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว

ได้พ้ืนฐานท่ีม่ันคงพร้อมพอสมควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสรมิ ความเจรญิ และฐานะเศรษฐกิจข้นั ท่สี งู ขน้ึ โดยลำดับตอ่ ไป หากมุง่แต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่ประการเดียวโดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชน โดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่างๆข้ึน ซ่ึงอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในท่ีสุด ดังเห็นได้ท่ีอารยประเทศกำลังประสบปญั หาทางเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรงในเวลาน้ี การช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนในการประกอบอาชีพ และต้ังตัวให้มคี วามพอกนิ พอใช้กอ่ นอืน่ เปน็ พนื้ ฐานนน้ั เป็นสง่ิ สำคญั อย่างยงิ่ยวด เพราะผู้ที่มีอาชีพและฐานะเพียงพอท่ีจะพ่ึงตนเอง ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าระดับที่สูงได้ต่อไปโดยแน่นอน ส่วนการถือหลักท่ีจะส่งเสริมความเจริญให้ค่อยเป็นไปตามลำดับ ด้วยความรอบคอบระมดั ระวงั และประหยดั นน้ั กเ็ พอื่ ปอ้ งกนั ความผดิ พลาดลม้ เหลวและเพ่อื ให้บรรลุผลสำเรจ็ ไดแ้ นน่ อนบรบิ ูรณ์...”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู วั

การพัฒนาใดๆ ต้องคำนึงถึงสภาพภูมิประเทศของบริเวณน้ันว่าเป็นอย่างไร และสังคมวิทยาเกี่ยวกับลักษณะนิสัยใจคอของคน ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณีในแต่ละท้องถิ่นท่ีมีความแตกต่างกัน ดังพระราชดำรัสความตอนหน่ึงวา่ “ . . . ก า ร พั ฒ น า จ ะ ต้ อ ง เ ป็ น ไ ป ต า ม ภูมิประเทศทางภูมิศาสตร์ และภูมิประเทศ ทางสังคมศาสตรใ์ นสงั คมวิทยา คอื นสิ ยั ใจคอ ของคนเรา จะไปบังคับให้คนอ่ืนคิดอย่างอื่น ไม่ได้ เราต้องแนะนำ เราเข้าไปช่วยโดยที่จะคดิ ให้เขาเข้ากบั เราไมไ่ ด้ แตถ่ า้ เราเข้าไปแลว้ เราเขา้ ไปดูว่าเขาต้องการอะไรจริงๆ แล้วก็อธิบายให้เขาเข้าใจหลักการของการพัฒนาน้ีก็จะเกิดประโยชน์อยา่ งยง่ิ ...” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู ัว

ทรงมีวิธีคิดอย่างองค์รวม (Holistic) หรือมองอย่างครบวงจร ในการที่จะพระราชทานพระราชดำริเก่ียวกับโครงการหน่ึงน้ัน จะทรงมองเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น และแนวทางแก้ไขอย่างเช่ือมโยง ดังเช่น กรณีของ“ทฤษฎีใหม่” ที่พระราชทานให้แก่ปวงชนชาวไทย เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพแนวทางหน่ึงท่พี ระองคท์ รงมองอยา่ งองค์รวม ตง้ั แตก่ ารถอืครองท่ีดินโดยเฉล่ียของประชาชนคนไทย ประมาณ ๑๐-๑๕ ไร่ การบริหารจัดการท่ีดินและแหล่งน้ำ อันเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญในการประกอบอาชีพ เม่ือมีน้ำในการทำเกษตรแล้วจะส่งผลให้ผลผลิตดีข้ึน และหากมีผลผลิตเพิ่มมากข้ึน เกษตรกรจะต้องรู้จักวิธีการจัดการและการตลาด รวมถงึ การรวมกลุ่มรวมพลงั ชุมชนใหม้ คี วามเข้มแขง็ เพ่ือพรอ้ มที่จะออกสู่การเปล่ียนแปลงของสังคมภายนอกได้อย่างครบวงจรนั่นคือทฤษฎีใหม่ ขัน้ ที่ ๑, ๒ และ ๓เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หวั

การพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ก า ร พั ฒ น า ท่ีอนุโลม และรอมชอมกับสภาพธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและสภาพของสังคมจิตวิทยาแห่งชุมชน คือ “ไม่ติดตำรา” ไม่ผูกมัดติดกับวิชาการและเทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสมกับสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่แทจ้ รงิ ของคนไทย เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั

ในเรื่องของความประหยัดนี้ ประชาชนชาวไทยทราบกันดีว่าเรอื่ งสว่ นพระองคก์ ท็ รงประหยดั มากดงั ทเี่ ราเคยเหน็ วา่ หลอดยาสพี ระทนตน์ นั้ ทรงใชอ้ ยา่ งคมุ้ คา่ อยา่ งไร หรอื ฉลองพระองคแ์ ตล่ ะองคท์ รงใชอ้ ยเู่ ปน็ เวลานานดงั ทนี่ ายสเุ มธ ตนั ตเิ วชกลุ เลขาธกิ ารมลู นธิ ชิ ยั พฒั นา เคยเลา่ วา่ เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว

“ . . . ก อ ง ง า น ใ น พ ร ะ อ ง ค์ โ ด ยทา่ นผหู้ ญงิ บตุ รี วรี ะไวทยะ บอกวา่ ปหี นงึ่พระองค์เบิกดินสอ ๑๒ แท่ง เดือนละแท่ง ใช้จนกระทั่งกุด ใครอย่าไปท้ิงของท่านนะ จะกริ้วเลย ประหยัดทุกอย่าง เป็นต้นแบบทุกอย่าง ทุกอย่างนี้มีค่าสำหรับพระองค์หมด ทุกบาททุกสตางค์จะใช้อย่างระมัดระวัง จะส่ังให้เราปฏิบัตงิ านด้วยความรอบคอบ...” ขณะเดียวกันการพัฒนาและช่วยเหลือราษฎร ทรงใช้หลักในการแก้ไขปัญหาด้วยความเรียบง่ายและประหยัด ราษฎรสามารถทำได้เองหาได้ในท้องถ่ินและประยุกต์ใช้สิ่งที่มีอยู่ในภูมิภาคนั้นๆ มาแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องลงทุนสูงหรือใช้เทคโนโลยีที่ไม่ยุ่งยากนัก ดังพระราชดำรัสความตอนหนึง่ วา่ “...ให้ปลูกป่า โดยไม่ต้องปลูก โดยปล่อยให้ขึ้นเองตามธรรมชาติ จะได้ประหยดั งบประมาณ...” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ ัว

ด้วยพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้การคิดค้น ดัดแปลง ปรับปรุง และแก้ไขงานการพฒั นาประเทศตามแนวพระราชดำรดิ ำเนนิ ไปไดโ้ ดยงา่ ย ไมย่ งุ่ ยากซบั ซอ้ นและท่ีสำคัญอย่างยิ่ง คือ สอดคล้องกับสภาพความเป็นอยู่และระบบนเิ วศโดยส่วนรวม ตลอดจนสภาพทางสังคมของชุมชนน้นั ๆ ทรงโปรดทจ่ี ะทำสิ่งที่ยากให้กลายเป็นง่าย ทำส่ิงที่สลับซับซ้อนให้เข้าใจง่าย อันเป็นการแก้ปัญหาด้วยการใช้กฎแห่งธรรมชาติเป็นแนวทางน่ันเอง แต่การทำสิ่งยาก ให้กลายเป็นง่ายน้ันเป็นของยาก ฉะนั้นคำว่า “ทำให้ง่าย” หรือ“Simplicity” จึงเป็นหลักคิดสำคัญที่สุดของการพัฒนาประเทศในรูปแบบของโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำริเรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พร ะ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นนักประชาธิปไตย จึงทรงนำ “ประชาพจิ ารณ”์ มาใชใ้ นการบรหิ าร เพอ่ื เปดิ โอกาสใหส้ าธารณชน ประชาชน หรือเจ้าหน้าท่ีทุกระดับได้มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีจะต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชน หรือความต้องการของสาธารณชน ดงั พระราชดำรัสความตอนหน่ึงว่า “...สำคญั ท่ีสดุ จะตอ้ งหดั ทำใจให้กว้างขวางหนกั แนน่ รจู้ กั รับฟงัความคิดเห็น แม้กระท่ังความวิพากษ์วิจารณ์จากผู้อื่นอย่างฉลาดเพราะการรู้จักรับฟังอย่างฉลาดนั้นแท้จริงคือ การระดมสติปัญญาและประสบการณ์อันหลากหลาย มาอำนวยการปฏิบัติบริหารงานให้ประสบความสำเรจ็ ที่สมบูรณน์ ัน่ เอง...” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว

การปฏิบัติพระราชกรณียกิจ และการพระราชทานพระราชดำริในการพัฒนาและช่วยเหลือพสกนิกร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระลกึ ถงึ ประโยชนข์ องสว่ นรวมเปน็ สำคญั ดงั พระราชดำรสั ความตอนหนงึ่ วา่ “...ใครตอ่ ใครบอกว่าขอใหเ้ สียสละส่วนตัวเพ่อื สว่ นรวม อันนฟ้ี ังจนเบื่อ อาจจะรำคาญด้วยซ้ำว่า ใครต่อใครมาก็บอกว่าขอให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวม อาจมานึกในใจว่า ให้ๆ อยู่เรื่อยแล้วส่วนตัวจะได้อะไร ขอให้คิดว่าคนท่ีให้เพ่ือส่วนรวมนั้นมิได้ให้ส่วนรวมแต่อย่างเดียวเป็นการให้เพื่อตัวเองสามารถที่จะมสี ่วนรวมทีจ่ ะอาศยั ได.้ ..” พระบรมราโชวาท มหาวิทยาลัยขอนแกน่ ๒๕๑๔เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั

การบรกิ ารรวมทจ่ี ดุ เดยี ว เปน็ รปู แบบการบรกิ ารแบบเบด็ เสรจ็หรือ One Stop Services ท่ีเกิดข้ึนเป็นครั้งแรกในระบบบ ริ ห า ร ร า ช ก า ร แ ผ่ น ดิ น ข อ งประเทศไทย โดยทรงให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเน่ืองมาจากพระราชดำริเป็นต้นแบบในการบริการรวมที่จุดเดียว เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนที่มาขอใช้บริการ จะประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยมีหน่วยงานราชการต่างๆ มาร่วมดำเนินการและให้บรกิ ารประชาชน ณ ทแี่ ห่งเดยี ว ดังพระราชดำรสั ความตอนหน่งึ วา่ เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว

“...กรม กองต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับชีวิตประชาชนทุกด้านได้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปรองดองกัน ประสานกันตามธรรมดาแต่ละฝ่ายต้องมีศูนย์ของตน แต่ว่าอาจจะมีงานถือว่าเป็นศูนย์ของตัวเองคนอื่นไม่เกี่ยวข้อง และศูนย์ศึกษาการพัฒนาเป็นศูนย์ที่รวบรวมกำลังทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ทุกกรม กอง ท้ังในด้านเกษตรหรือในด้านสังคม ท้ังในด้านหางาน การส่งเสริมการศึกษามาอยู่ด้วยกันก็หมายความว่าประชาชน ซ่ึงจะต้องใช้วิชาการท้ังหลายก็สามารถท่ีจะมาดู ส่วนเจ้าหน้าท่ีจะให้ความอนุเคราะห์แก่ประชาชนก็มาอยู่พร้อมกันในท่เี ดยี วกันเหมือนกนั ซ่งึ เป็นสองดา้ น กห็ มายถึงวา่ ท่ีสำคัญปลายทางคือ ประชาชนจะได้รับประโยชน์และต้นทางของผู้เป็นเจ้าหน้าที่จะใหป้ ระโยชน์...”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั

ทร ง เ ข้ า ใ จ ถึ ง ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะต้ อ ง ก า ร ใ ห้ ป ร ะ ช า ช น ใ ก ล้ ชิ ด กั บธรรมชาติ ทรงมองอย่างละเอียดถึงปัญหาธรรมชาติ หากเราต้องการแก้ไขธรรมชาติ จะตอ้ งใชธ้ รรมชาตเิ ขา้ ชว่ ยเหลอือาทิ การแก้ไขปัญหาป่าเสื่อมโทรมได้พระราชทานพระราชดำริ การปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ธรรมชาติช่วยในการฟ้ืนฟูธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งการปลกู ปา่ ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อยา่ งได้แก่ ปลูกไม้เศรษฐกิจ ไม้ผล และไม้ฟืน นอกจากได้ประโยชน์ตามช่ือของไม้แล้วยังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่พ้ืนดินด้วย เห็นได้ว่าทรงเข้าใจธรรมชาติ และมนุษย์อย่างเก้ือกูลกัน ทำให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อยา่ งย่ังยนื เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั

ทรงนำความจริงในเรอ่ื ง ความเป็นไปแห่งธรรมชาติและ กฎเกณฑ์ของธรรมชาติมาเป็น หลักการ แนวปฏิบัติที่สำคัญ ในการแก้ปัญหาและปรับปรุง เปลี่ยนแปลงสภาวะท่ีไม่ปกติ เข้าสู่ระบบที่เป็นปกติ เช่น การนำน้ำดี ขับไล่น้ำเสีย หรือ เจือจางน้ำเสียให้กลับเป็นน้ำดี ตามจงั หวะการขนึ้ ลงตามธรรมชาต ิ ของน้ำ การบำบัดน้ำเน่าเสียโดย ใช้ผักตบชวาซ่ึงมีตามธรรมชาติให้ดูดซึมส่ิงสกปรกปนเปื้อนในน้ำ ดังพระราชดำรัสความว่า “ใช้อธรรมปราบอธรรม”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ วั

เป็ น การปลูกป่าลงบนแผ่นดินด้วยความตอ้ งการอย่รู อดของมนุษย์ ทำให้ตอ้ งมีการบริโภคและใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสิ้นเปลือง เพื่อประโยชน์ของตนเองและสร้างความเสียหายให้แก่ส่ิงแวดล้อม ปัญหาความไม่สมดุลจึงบังเกิดข้ึน ดังนั้น ในการที่จะฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติให้กลับคืนมาจะต้องปลูกจิตสำนึกในการรักผืนป่าให้แก่คนเสียกอ่ น ดังพระราชดำรสั ความตอนหน่งึ ว่า “...เจา้ หนา้ ทปี่ า่ ไมค้ วรจะปลกู ตน้ ไม้ ลงในใจคนเสยี กอ่ น แลว้ คนเหลา่ นน้ั กจ็ ะพากนั ปลกู ตน้ ไมล้ งบนแผน่ ดนิ และรกั ษาตน้ ไมด้ ว้ ยตนเอง...” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู วั

“...ขาดทนุ คอื กำไร Our loss is our gain...การเสยี คอื การได้ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขน้ัน เป็นการนับที่เป็นมลู คา่ เงินไม่ได้...” จากพระราชดำรัสดังกล่าว คือ หลักการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อพสกนิกรไทย “การให้” และ “การเสียสละ”เป็นการกระทำอันมีผลเป็นกำไรคือความอยู่ดีมีสุขของราษฎร ซ่ึงสามารถสะท้อนใหเ้ ห็นเปน็ รปู ธรรมชดั เจนได้ ดังพระราชดำรัสที่ไดพ้ ระราชทานแก่ตัวแทนของปวงชนชาวไทย ท่ีได้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรเน่ืองในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษา เม่ือวันท่ี ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔ ณ ศาลาดุสิดาลัยพระตำหนกั จิตรลดารโหฐาน ความตอนหนึ่งว่า เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว

“...ประเทศต่างๆ ในโลก ในระยะ ๓ ปี มานี้ คนท่ีก่อตั้งประเทศท่ีมีหลัก ทฤษฎีในอุดมคติท่ีใช้ในการปกครอง ประเทศล้วนแต่ล่มสลายลงไปแล้ว เมือง ไทยของเราจะสลายลงไปหรือ เมืองไทย นับว่าอยู่ได้มาอย่างดี เมื่อประมาณ ๑๐ วันกอ่ น มชี าวต่างประเทศมาขอพบ เพ่อื ขอโอวาทเก่ียวกับการปกครองประเทศ ว่าจะทำอย่างไร จึงได้แนะนำว่า ให้ ปกครองแบบคนจน แบบที่ไม่ติดตำรา มากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคี มีเมตตา กัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไม่เหมือนกับคนที่ทำ ตามวิชาการ ท่ีเวลาปิดตำราแล้วไม่รู้จะ ทำอย่างไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกเร่ิมใหม่ ถอยหลังเข้าคลอง ถ้าเราใช้ตำราแบบอะลุ้มอล่วยกันในท่ีสุดได้ก็เป็นการดี ให้โอวาทเขาไปว่าขาดทุนเป็นการได้กำไรของเรา นักเศรษฐศาสตร์คงค้านว่าไม่ใช่ แต่เราอธิบายได้ว่า ถ้าเราทำอะไรที่เราเสีย แต่ในท่ีสุดเราเสียนั้น เป็นการได้ทางอ้อม ตรงกับงานของรัฐบาลโดยตรง เงินของรัฐบาลหรืออีกนัยหนึ่งคือเงินของประชาชน ถ้าอยากให้ประชาชนอยู่ดี กนิ ดี ก็ต้องลงทนุ ตอ้ งสรา้ งโครงสร้าง ซ่ึงตอ้ งใชเ้ งินเปน็ ร้อย พนั หม่นื ลา้ น ถ้าทำไปเปน็ การจ่ายเงินของรัฐบาล แตใ่ นไม่ช้าประชาชนจะได้รบั ผล ราษฎรอยู่ดี กินดี ราษฎรไดก้ ำไรไป ถา้ ราษฎรมีรายได้ รัฐบาลก็เก็บภาษีได้สะดวก เพ่ือให้รัฐบาลได้ทำโครงการต่อไปเพอ่ื ความกา้ วหนา้ ของประเทศชาติ ถ้ารู้รกั สามัคคี รู้เสยี สละ คอื การได้ ประเทศชาติก็จะก้าวหน้า และการที่คนอยู่ดีมีสุขน้ัน เป็นการนับท่ีเป็นมลู คา่ เงินไม่ได.้ ..” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อย่หู ัว

กา ร พั ฒ น า ต า ม แ น ว พ ร ะ ร า ช ด ำ รั ส เพื่อแก้ไขปัญหาในเบื้องต้นด้วยการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า เพอ่ื ใหม้ คี วามแข็งแรง พอท่ีจะดำรงชีวิตได้ต่อไป แล้วข้ันต่อไป ก็คือการพัฒนาให้ประชาชนสามารถ อยู่ในสังคมได้ตามสภาพแวดล้อมและ สามารถ “พ่ึงตนเองได้” ในท่ีสุด ดังพระราชดำรัสความตอนหน่ึงวา่ “ . . . ก า ร ช่ ว ย เ ห ลื อ ส นั บ ส นุ นประชาชนในการประกอบอาชพี และตง้ั ตวั ใหม้ คี วามพอกนิ พอใชก้ อ่ นอน่ืเป็นส่ิงสำคัญยิ่งยวด เพราะผู้มีอาชีพและฐานะเพียงพอที่จะพ่ึงพาตนเองได้ ยอ่ มสามารถสร้างความเจรญิ ในระดบั สงู ขั้นต่อไป...”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั

การพัฒนาเพ่ือให้พสกนิกรท้ังหลายประสบความสุขสมบูรณ์ในชีวิตได้เร่ิมจากการเสดจ็ ฯ ไปเยีย่ มประชาชนทกุหมู่เหล่าในทุกภูมิภาคของประเทศไทยไ ด้ ท อ ด พ ร ะ เ น ต ร ค ว า ม เ ป็ น อ ยู่ ข อ ง เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว

ราษฎรด้วยพระองค์เอง จึงทรง สามารถเข้าพระราชหฤทัยใน สภาพปัญหาได้อย่างลึกซึ้งว่า มี เหตุผลมากมายท่ีทำให้ราษฎรตก อยู่ในวงจรแห่งทุกข์เข็ญ จากน้ัน ได้พระราชทานความช่วยเหลือให้ พสกนกิ ร มคี วามกินดอี ยดู่ ี มชี ีวิต อยู่ในข้ัน “พออยู่พอกิน” ก่อนแล้วจงึ ขยบั ขยายใหม้ ขี ีดสมรรถนะทก่ี า้ วหนา้ ตอ่ ไป ในการพัฒนานั้น หากมองในภาพรวมของประเทศมิใช่งานเล็กน้อยแต่ต้องใช้ความคิดและกำลังของคนท้ังชาติ จึงจะบรรลุผลสำเร็จ ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทำให้คนทั้งหลายได้ประจกั ษว์ ่าแนวพระราชดำริในพระองค์น้นั “เรยี บง่าย ปฏบิ ัติได้ผล” เปน็ท่ียอมรับโดยทว่ั กัน ดงั พระราชดำรัสความตอนหน่ึงวา่ “...ถ้าโครงการดี ในไม่ช้า ประชาชนก็ได้กำไร จะได้ผล ราษฎรจะอย่ดู กี ินดีขน้ึ จะได้ประโยชน์ไป...”เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ ัว

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๓๐ ปี ตั้งแต่ก่อนเกดิ วิกฤตการณท์ างเศรษฐกิจ และเม่อื ภายหลังไดท้ รงยำ้ แนวทางการแก้ไข เพ่ือให้รอดพ้นและสามารถดำรงอยู่ได้อย่างมั่นคงและย่ังยืนภายใต้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ดังปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทีไ่ ด้พระราชทานไวด้ ังน้ี เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั

เศรษฐกิจพอเพียง เป็น ปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนใน ทุกระดับ ต้ังแต่ระดับครอบครัว ร ะ ดั บ ชุ ม ช น จ น ถึ ง ร ะ ดั บ รั ฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหาร ป ร ะ เ ท ศ ใ ห้ ด ำ เ นิ น ไ ป ใ น ทางสายกลาง โดยเฉพาะการ พัฒนาเศรษฐกิจเพ่ือให้ก้าวทัน ต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความ พอเพียง หมายถึง ความพอ ประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถงึ ความจำเป็นที่จะต้องมีระบบ ภูมิคุ้มกันในตัวท่ีดีพอสมควร ต่อการมีผลกระทบใดๆ อันเกิด จากการเปลย่ี นแปลงทงั้ ภายนอก และภายใน ทั้งนี้ จะต้องอาศัย ความรอบรู้ ความรอบคอบและความระมดั ระวงั อยา่ งยงิ่ ในการนำวชิ าการตา่ งๆ มาใชใ้ นการวางแผนและการดำเนนิ การทกุ ขัน้ ตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสรา้ งพนื้ ฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทกุ ระดบั ใหม้ สี ำนกึ ในคณุ ธรรม ความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ และใหม้ คี วามรอบรู้ทีเ่ หมาะสม ดำเนินชีวิตดว้ ยความอดทน ความเพียร มีสติ ปญั ญา และความรอบคอบ เพ่ือให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็วและกว้างขวางท้งั ด้านวัตถุ สงั คม สง่ิ แวดลอ้ ม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกไดเ้ ปน็ อยา่ งดีเรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำรัส เรื่องความซ่ือสัตย์ สุจริตจริงใจต่อกันอย่างต่อเน่ืองตลอดมา เพราะเห็นว่าหากคนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันช่วยชาติ พัฒนาชาติด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตจรงิ ใจตอ่ กนั แลว้ ประเทศไทยจะเจรญิ กา้ วหนา้ อยา่ งมาก ดงั พระราชดำรสั ดงั น้ี เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ วั

“...คนที่ไม่มีความสุจริต คนท่ีไม่มีความมั่นคง ชอบแต่มักง่ายไม่มีวันจะสร้างสรรค์ประโยชน์ส่วนรวมที่สำคัญอันใดได้ ผู้ท่ีมีความสุจริตและความมุ่งมั่นเท่านั้น จึงจะทำงานสำคัญยิ่งใหญ่ที่เป็นคุณเป็นประโยชน์แทจ้ ริงได้สำเรจ็ ...” พระราชดำรัส เม่อื วนั ท่ี ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๒๒ “...ผู้ที่มีความสุจริตและบริสุทธ์ิใจ แม้จะมีความรู้น้อยก็ย่อมทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมได้ มากกว่าผู้มีความรู้มากแต่ไม่มีความสุจริตไม่มคี วามบรสิ ทุ ธใ์ิ จ...” พระราชดำรสั เมอื่ วนั ท่ี ๑๘ มีนาคม ๒๕๓๓ “...ผู้ว่า CEO ต้องเป็นคนที่สุจริต ทุจริตไม่ได้ ถ้าทุจริตแม้แต่นดิ เดยี วก็ขอแช่งใหม้ อี ันเปน็ ไป...” “...ข้าราชการหรือประชาชนมีการทุจริต ถ้ามีทุจริตแล้วบ้านเมืองพัง ท่เี มอื งไทยพงั มาเพราะมีทจุ ริต...” พระราชดำรสั เมอ่ื วนั ท่ี ๓ ตุลาคม ๒๕๔๖เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อย่หู ัว

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเกษมสำราญและทรงมีความสุขทกุ คราทีจ่ ะช่วยเหลือประชาชน ซงึ่ เคยมีพระราชดำรสั ครั้งหนง่ึ ความวา่ “...ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ นอกจากการมีความสุขร่วมกันในการทำประโยชนใ์ ห้กับผู้อ่นื ...” เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยหู่ ัว

จากพระราชนพิ นธ์ “พระมหาชนก”เป็นพระราชนิพนธ์ท่ีพระองค์ทรงใช้เวลาค่อนข้างนานในการคิดประดิษฐ์ ทำให้เข้าใจง่าย และปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสภาพสังคมปัจจุบัน อีกท้ังภาพประกอบ และคติธรรมต่างๆ ได้ส่งเสริมให้หนังสือเล่มน้ี มีความศักดิ์สิทธ์ิที่หากคนไทยน้อมรับมาศึกษา วิเคราะห์และปฏิบัติตามรอยพระมหาชนก กษัตริย์ ผู้เพียรพยายามแม้จะไม่เห็นฝั่ง ก็ยังว่ายน้ำต่อไป เพราะถ้าไม่เพยี รว่ายก็จะตกเปน็ อาหาร ปู ปลา และ ไมไ่ ด้พบกบั เทวดาทีม่ าช่วยเหลอื มใิ ห้จมนำ้ ไป เช่นเดียวกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงริเร่ิมทำโครงการต่างๆ ในระยะแรก ท่ีไม่มีความพร้อมในการทำงานมากนกั และทรงใชพ้ ระราชทรพั ยส์ ว่ นพระองคท์ ง้ั สน้ิ แตพ่ ระองค์ กม็ ไิ ดท้ อ้ พระราชหฤทยั มงุ่ มนั่ พฒั นาบา้ นเมอื งใหบ้ งั เกดิ ความรม่ เยน็ เปน็ สขุ เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั

พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วัมีพระราชดำรัสในเร่ือง “รู้ รักสามัคคี” มาอย่างต่อเน่ือง ซ่ึงเป็นคำสามคำ ที่มีค่าและมีความหมายลึกซ้ึง พร้อมท้ังสามารถปรับใช้ได้กับทกุ ยุคทกุ สมัย รู้ : การท่ีเราจะลงมือทำส่ิงใดน้ัน จะต้องรู้เสียก่อน รู้ถึงปัจจัยท้ังหมด รูถ้ งึ ปัญหา และรถู้ ึงวิธีการแกป้ ัญหา รัก : คือความรัก เม่ือเรารู้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว จะต้องมีความรกั การพิจารณาทจ่ี ะเข้าไปลงมือปฏิบตั ิแก้ไขปัญหานน้ั ๆ สามัคคี : การท่ีจะลงมือปฏบิ ตั นิ ั้น ควรคำนงึ เสมอวา่ เราจะทำงานคนเดียวไม่ได้ ต้องทำงานร่วมมือร่วมใจเป็นองค์กรเป็นหมู่คณะ จึงจะมีพลังเข้าไปแกป้ ัญหาให้ลุล่วงไปไดด้ ้วยดี เรียนรู้หลักการทรงงาน ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั

คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาตินายพนสั สิมะเสถยี ร ประธานกรรมการนายโฆสิต ปน้ั เปยี่ มรัษฎ์ กรรมการนายพารณ อิศรเสนา ณ อยธุ ยา กรรมการนายชัยวฒั น์ วิบลู ยส์ วัสดิ์ กรรมการนายประสทิ ธิ์ โฆวไิ ลกูล กรรมการนายอาชว์ เตาลานนท์ กรรมการนางจรุ ี วจิ ติ รวาทการ กรรมการนายศกั รินทร์ ภมู ิรัตน กรรมการนายวบิ ูลย์ เข็มเฉลมิ กรรมการนายสนิท อักษรแกว้ กรรมการผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (นางธารษิ า วัฒนเกส) กรรมการผอู้ ำนวยการสำนกั งบประมาณ (นายบัณฑูร สภุ ัควณชิ ) กรรมการเลขาธิการ ก.พ. (นายปรชี า วชั ราภัย) กรรมการผอู้ ำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (นายสมชยั สจั จพงษ)์ กรรมการเลขาธิการ สศช. (นายอำพน กิตตอิ ำพน) กรรมการและเลขานกุ าร พคฒัณนะผากบู้ ารริหเศารรสษำฐนกกัิจงแาลนะคสณงั คะมกแรรหม่งกชาารตินายอำพน กิตติอำพน เลขาธกิ ารฯนางสาววไิ ลพร ลวิ่ เกษมศานต์ รองเลขาธิการฯนายอาคม เตมิ พทิ ยาไพสฐิ รองเลขาธิการฯนายอุทศิ ขาวเธียร รองเลขาธิการฯนางจฑุ ามาศ บาระมชี ัย รองเลขาธิการฯนางเพ็ญจา ออ่ นชิต รองเลขาธิการฯนางสุวรรณี คำมัน่ รองเลขาธิการฯนายสวุ ฒั น์ วาณสี บุ ุตร ทีป่ รึกษาด้านนโยบายและแผนงานนายปรเมธี วมิ ลศริ ิ ทป่ี รกึ ษาด้านนโยบายและแผนงานนายธานินทร์ ผะเอม ท่ปี รกึ ษาด้านนโยบายและแผนงานนายชาญวทิ ย์ อมตะมาทุชาติ ทป่ี รึกษาดา้ นนโยบายและแผนงานนางนิตยา กมลวทั นนิศา รกั ษาการท่ีปรึกษาดา้ นนโยบายฯนางสาวลดาวลั ย์ คำภา รักษาการท่ีปรกึ ษาดา้ นนโยบายฯนางชุตนิ าฏ วงศ์สบุ รรณ รกั ษาการทปี่ รึกษาด้านนโยบายฯ






Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook