ใบความรู้ วิชาอนิ เตอร์เนต็ ในงานธรุ กจิ (Internet in business) รหัสวชิ า ๒๐๒๐๔ – ๒๑๐๑ จุดประสงค์รายวชิ า เพ่ือให้ 1–2-2 1. เข้าใจเกยี่ วกบั หลกั การของอินเทอรเ์ นต็ 2. เข้าใจเกี่ยวกบั การขายสินค้าบนอินเทอร์เนต็ (E-commerce) 3. สามารถใช้อนิ เทอร์เนต็ ในการสบื คน้ ขอ้ มูล (Search engine) 4. สามารถประยกุ ต์ใช้อนิ เทอร์เน็ตเพื่องานธรุ กจิ 5. มีเจตคติและกจิ นิสยั ท่ีดีในการปฏบิ ตั งิ านคอมพวิ เตอร์ด้วยความละเอยี ดรอบคอบ และถกู ตอ้ ง สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรเู้ กย่ี วกับหลกั การของอินเทอร์เนต็ 2. แสดงความรเู้ ก่ยี วกับการขายสนิ ค้าบนอินเทอร์เน็ต (E-commerce) 3. ใชอ้ ินเทอรเ์ นต็ ในการสบื ค้นข้อมลู (Search engine) 4. ประยุกตใ์ ช้อนิ เทอรเ์ น็ตเพื่องานธรุ กจิ คาอธบิ ายรายวิชา ศกึ ษาและปฏิบัติเกี่ยวกับหลกั การของอนิ เทอร์เน็ต การขายสนิ ค้าบนอินเทอร์เนต็ (E-Commerce) การ สืบคน้ ขอ้ มลู ดว้ ย (Search Engine) การประยุกต์ใช้อนิ เทอรเ์ น็ตเพ่ืองานธุรกิจ และการทาธุรกิจออนไลน์
บทที่ 1 เครือขา่ ยสงั คมออนไลน์ ( Social Network) หมายถึง สาหรับในยคุ นี้ เราคงจะหลกี เล่ยี งหรือหนคี าว่า Social Media ไปไมไ่ ด้ เพราะไมว่ ่าจะไปทีไ่ หน ก็จะพบเห็นมันอยู่ ตลอดเวลา ซึง่ หลายๆ คนกอ็ าจจะยังสงสยั ว่า “Social Media” มนั คอื อะไรกนั แน่ วันนเ้ี ราจะมารจู้ กั ความหมาย ของมันกันครบั คาวา่ “Social” หมายถึง สงั คม ซ่งึ ในที่นีจ้ ะหมายถึงสังคมออนไลน์ ซง่ึ มขี นาดใหม่มากในปัจจบุ นั คาวา่ “Media” หมายถงึ สอื่ ซ่งึ กค็ อื เนือ้ หา เรื่องราว บทความ วีดีโอ เพลง รูปภาพ เป็นต้น ดังน้นั คาวา่ Social Media จงึ หมายถงึ ส่อื สังคมออนไลนท์ ี่มีการตอบสนองทางสงั คมไดห้ ลายทิศทาง โดยผ่าน เครอื ขา่ ยอินเตอรเ์ นต็ พดู งา่ ยๆ กค็ ือเวบ็ ไซตท์ ่บี คุ คลบนโลกนี้สามารถมปี ฏิสัมพนั ธ้์โต้ตอบกนั ไดน้ นั่ เอง พน้ื ฐานการเกดิ Social Media ก็มาจากความตอ้ งการของมนุษย์หรือคนเราท่ตี อ้ งการตดิ ต่อส่ือสารหรอื มี ปฏสิ มั พนั ธ์กัน จากเดิมเรามีเวบ็ ในยคุ 1.0 ซงึ่ ก็คอื เวบ็ ที่แสดงเนื้อหาอยา่ งเดยี ว บุคคลแตล่ ะคนไมส่ ามารถติดต่อ หรอื โตต้ อบกันได้ แต่เมอ่ื เทคโนโลยเี ว็บพัฒนาเขา้ สยู่ ุค 2.0 ก็มีการพัฒนาเว็บไซตท์ ่เี รยี กวา่ web application ซงึ่ ก็คอื เว็บไซตม์ ีแอพลเิ คชนั หรอื โปรแกรมตา่ งๆ ทม่ี ีการโต้ตอบกบั ผู้ใชง้ านมากข้นึ ผู้ใชง้ านแต่ละคนสามารถโตต้ อบ กันไดผ้ ่านหน้าเว็บ อ้างองิ : http://www.dmc.tv/pages/top_of_week เว็บไซต์ ท่ีใหบ้ ริการ Social Network หรือ Social Mediaนยุคนท้ี าให้เกดิ ครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ ซ่งึ เป็นสงั คม ออนไลน์ท่ชี ว่ ยให้คนสามารถทาความร้จู กั กัน เปิดเผย ขอ้ มูลส่วนตัว รปู ภาพ วิดโี อ แลกเปล่ียนความคดิ เหน็ และ ความสนใจรว่ มกนั (Cheung, Chiu, & Lee, 2010) จากสถติ ิพบว่าปัจจบุ ันมคี นกว่า 100 ลา้ นคนท่วั โลกที่ ตดิ ตอ่ ผ่านเครอื ข่ายสงั คมออนไลน์ มกี ารใช้ Face book, MySpace, LinkedIn และเครอื ขา่ ยอื่นๆ ซง่ึ แตล่ ะคน สามารถท่ีจะสรา้ ง Profile ของตนเอง และสามารถ เชอื่ มต่อกับ Profile ของบคุ คลอืน่ เพ่อื ใช้ในการแลกเปล่ยี น ข้อมลู ระหวา่ งกนั ได้ (Cheung & Lee, 2010) เครือข่าย สงั คมออนไลนไ์ ดร้ ับความนยิ มสงู สดุ ไมเ่ พยี งเฉพาะใน
กล่มุ ของนกั ศกึ ษามหาวทิ ยาลัยเท่าน้นั แมแ้ ตบ่ รรดา ผู้นาองค์กรช้ันนาของโลก กลมุ่ คนทางานท่ีมีหลากหลายวัย ต่างก็ใช้เครอื ข่ายสังคมออนไลนก์ ันอยู่เป็นประจา อ้างอิง : http://phutthawan.blogspot.com/ คาวา่ เครือข่ายสังคมออนไลน์มผี ใู้ ห้ความหมาย ไวห้ ลากหลาย แต่ในบทความน้จี ะใช้ความหมายของ อดิเทพ บุ ตราช (2553) ซึง่ ไดใ้ ห้นิยามคาว่าเครือข่าย สงั คมออนไลน์ หมายถงึ กลมุ่ คนทร่ี วมกนั เปน็ สงั คมและ มกี ารทา กจิ กรรมรว่ มกนั บนเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ต ซึง่ อยู่ในรูปแบบของเวบ็ ไซต์มีการแพร่ขยายออกไปเรอ่ื ยๆ โดยใช้ รูปแบบของการติดต่อสอ่ื สารผา่ นเครือขา่ ย อนิ เทอร์เนต็ มีการสร้างเครือขา่ ยชมุ ชนเสมือนบน เครอื ขา่ ย คอมพิวเตอรเ์ พ่ือใชเ้ ปน็ เคร่อื งมอื สาคญั ในการ ตดิ ตอ่ สอ่ื สาร การทากิจกรรมตา่ งๆ รวมทง้ั การใชป้ ระโยชน์ ทางด้านการศึกษา ธุรกจิ และความบนั เทิง คนในสงั คม ปัจจุบันสว่ นใหญ่จะใช้ชวี ิตอยกู่ บั สงั คมออนไลน์เพิ่ม มาก ขนึ้ มีการใช้เครือข่ายสังคมออนไลนเ์ พ่ือบอกเลา่ เร่อื งราว ประสบการณ์ รปู ภาพ และวดิ โี อ ท่ีผู้ใชจ้ ัดทาข้นึ เอง หรอื พบเจอจากสอื่ ตา่ งๆ แลว้ นามาแบง่ ปันให้ กบั เพ่อื นและผอู้ ื่นทอ่ี ยใู่ นเครือข่ายของตนไดท้ ราบผ่าน ทางเวบ็ ไซต์ ของเครือข่ายสังคมออนไลน์ ประเภทเครือข่ายสังคมออนไลน์ บรกิ ารที่มีลกั ษณะ Social Network สามารถแบ่งเปน็ ประเภทได้ 6 ประเภท ดงั นี้ 1. สรา้ งและประกาศตวั ตน (Identity Network) เครอื ข่ายสงั คมออนไลนป์ ระเภทน้ใี ช้สาหรับให้ผู้เข้าใช้งานไดม้ ี พ้ืนท่ใี นการสร้างตัวตนขึน้ มาบนเวบ็ ไซต์ และสามารถท่จี ะเผยแพรเ่ รื่องราวของตนผา่ นทางอนิ เทอรเ์ นต็ โดย ลักษณะของ การเผยแพร่อาจจะเป็นรปู ภาพ วดิ ีโอ การเขยี นขอ้ ความลงในบล็อก อกี ท้ังยงั เปน็ เว็บทเี่ นน้ การหา เพอื่ นใหม่ หรือการค้นหาเพ่ือนเกา่ ทีข่ าดการติดต่อได้ ตัวอยา่ งเช่น
2. สรา้ งและประกาศผลงาน (Creative Network) เครอื ข่ายสังคมออนไลนป์ ระเภทน้ี เป็นสงั คมสาหรับผู้ใช้ท่ี ตอ้ งการแสดงออกและนาเสนอผลงานของตัวเอง สามารถแสดงผลงานไดจ้ ากท่วั ทุกมมุ โลก จงึ มีเวบ็ ไซต์ทใ่ี ห้บรกิ าร พืน้ ท่เี สมือนเปน็ แกลเลอร่ี (Gallery) ที่ใชจ้ ัดโชวผ์ ลงานของตัวเองไม่วา่ จะเปน็ วิดีโอ รูปภาพ เพลง อีกท้ังยงั มี จดุ ประสงค์หลักเพือ่ แชร์เนอ้ื หาระหว่างผใู้ ชเ้ วบ็ ท่ีใช้ฝากหรือแบง่ ปนั โดยใชว้ ิธเี ดียวกันแบบเวบ็ ฝากภาพ แต่เว็บน้ี เน้นเฉพาะไฟลท์ เ่ี ปน็ มัลตมิ ีเดยี ซง่ึ ผใู้ ห้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ ประเภทนี้ ได้แก่ YouTube, Flickr, Multiply, Photobucket และ Slideshare เป็นต้น
3. ความชอบในส่งิ เดยี วกนั (Passion Network) เป็นเครือข่ายสงั คมออนไลน์ทีท่ าหน้าที่เกบ็ ในส่ิงทีช่ อบไว้บน เครอื ข่าย เป็นการสรา้ ง ท่คี ่ันหนงั สือออนไลน์ (Online Bookmarking) มแี นวคดิ เพอ่ื ให้ผู้ใช้สามารถเก็บหนา้ เว็บ เพจท่คี ่ันไวใ้ นเครื่องคนเดยี วก็นามาเกบ็ ไวบ้ นเว็บไซตไ์ ด้ เพอ่ื ทจ่ี ะไดเ้ ปน็ การแบง่ ปนั ใหก้ บั คนทมี่ คี วามชอบในเรอื่ ง เดยี วกนั สามารถใช้เป็นแหลง่ อา้ งอิงในการเขา้ ไปหาข้อมูลได้ และนอกจากน้ียงั สามารถโหวตเพอื่ ใหค้ ะแนนกบั ท่ี คน่ั หนังสือออนไลนท์ ผ่ี ู้ใชค้ ดิ วา่ มีประโยชน์และเป็นทน่ี ยิ ม ซ่งึ ผู้ให้บริการเครือข่ายสงั คมออนไลน์ ได้แก่ Digg, Zickr, Ning, del.icio.us, Catchh และ Reddit เปน็ ต้น 4. เวทที างานร่วมกนั (Collaboration Network) เปน็ เครอื ข่ายสงั คมออนไลนท์ ต่ี อ้ งการความคิด ความรู้ และ การต่อยอดจากผู้ใช้ทเ่ี ปน็ ผู้มีความรู้ เพ่อื ให้ความรู้ที่ไดอ้ อกมามีการปรับปรุงอย่างตอ่ เนือ่ งและเกดิ การพฒั นาใน ทสี่ ดุ ซง่ึ หากลองมองจากแรงจงู ใจท่ีเกดิ ขึน้ แลว้ คนท่เี ข้ามาในสงั คมนม้ี กั จะเป็นคนทมี่ ีความภูมิใจทไ่ี ดเ้ ผยแพร่สิ่งท่ี ตนเองรู้ และทาให้เกดิ ประโยชน์ต่อสงั คม เพ่ือรวบรวมขอ้ มลู ความรใู้ นเรื่องตา่ งๆ ในลกั ษณะเน้อื หา ทง้ั วชิ าการ ภมู ศิ าสตรป์ ระวัติศาสตร์ สินค้า หรือบริการ โดยส่วนใหญ่มกั เปน็ นักวิชาการหรอื ผูเ้ ช่ียวชาญ ผูใ้ หบ้ ริการเครือขา่ ย สงั คมออนไลน์ในลกั ษณะเวทีทางานร่วมกัน ในลกั ษณะเวทที างานร่วมกนั เชน่ Wikipedia, Google earth และ Google Maps เป็นตน้ 5. เครือข่ายท่เี ช่อื มตอ่ กันระหว่างผ้ใู ช้ (Peer to Peer : P2P) เปน็ เครอื ข่ายสงั คมออนไลน์แหง่ การเชื่อมต่อกนั ระหว่างเครอ่ื งผ้ใู ช้ด้วยกันเองโดยตรง จงึ ทาใหเ้ กิดการส่อื สารหรือแบ่งปันขอ้ มูลต่างๆ ไดอ้ ย่างรวดเร็ว และตรงถึง ผใู้ ช้ทนั ที ซงึ่ ผใู้ หบ้ ริการเครือข่ายสงั คมออนไลน์ ประเภทน้ี ไดแ้ ก่ Skype และ BitTorrent เป็นต้น
6. ประสบการณเ์ สมอื นจริง (Virtual Reality) เครือขา่ ยสังคมออนไลนป์ ระเภทนม้ี ลี ักษณะเป็นเกมออนไลน์ (Online games) ซ่งึ เป็นเวบ็ ท่นี ยิ มมากเพราะเปน็ แหลง่ รวบรวมเกมไวม้ ากมาย มลี ักษณะเปน็ วดิ ีโอเกมที่ผู้ใช้ สามารถเล่นบนเครือข่ายอนิ เทอรเ์ นต็ เกมออนไลนน์ ีม้ ลี กั ษณะเป็นเกม 3 มิตทิ ผ่ี ู้ใช้นาเสนอตวั ตนตามบทบาทใน เกม ผูเ้ ล่นสามารถติดตอ่ ปฏิสัมพนั ธ์กับผูเ้ ล่นคนอื่นๆ ไดเ้ สมอื นอยใู่ นโลกแห่งความเป็นจรงิ สรา้ งความร้สู กึ สนุก เหมอื นไดม้ สี ังคมของผเู้ ลน่ ที่ชอบในแบบเดยี วกัน อีกท้ังยังมกี ราฟิกท่สี วยงามดึงดูดความสนใจและมีกิจกรรมต่างๆ ใหผ้ ู้เล่นรสู้ กึ บันเทงิ เช่น Second Life, Audition, Ragnarok, Pangya และ World of Warcraft เปน็ ตน้ ประโยชนเ์ ครือข่ายสงั คมออนไลน์ 1. สามารถแลกเปล่ียนขอ้ มูลความรใู้ นสิง่ ที่สนใจร่วมกันได้ 2. เป็นคลังข้อมูลความรู้ขนาดยอ่ มเพราะเราสามารถเสนอและแสดงความคดิ เห็น แลกเปล่ียนความรู้ หรอื ตัง้ คาถามในเรอื่ งต่างๆ เพ่ือให้บุคคลอ่นื ทีส่ นใจหรือมคี าตอบได้ชว่ ยกันตอบ 3. ประหยัดคา่ ใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารกับคนอ่ืน สะดวกและรวดเรว็ 4.เปน็ ส่ือในการนาเสนอผลงานของตัวเอง เช่น งานเขยี น รปู ภาพ วีดิโอตา่ งๆ เพอื่ ให้ผอู้ ่นื ได้เข้ามารับชม และแสดงความคิดเห็น
อา้ งอิง : http://www.rakball.net/home/82183/ 5. ใช้เป็นสอื่ ในการโฆษณา ประชาสมั พันธ์ หรือบริการลูกค้าสาหรับบรษิ ัทและองคก์ รตา่ งๆ ชว่ ยสร้าง ความเช่ือมัน่ ให้ลูกค้า 6. ชว่ ยสร้างผลงานและรายไดใ้ หแ้ ก่ผู้ใช้งาน เกดิ การจา้ งงานแบบใหม่ๆ ขึน้ 7.คลายเครยี ดได้สาหรบั ผ้ใู ชท้ ต่ี อ้ งการหาเพอื่ นคยุ เล่นสนกุ ๆ 8. สรา้ งความสัมพันธท์ ีด่ จี ากเพือ่ นสู่เพอ่ื นได้ แนวโนม้ การใช้ส่ือเครือข่ายสังคมออนไลน์ แนวโนม้ ใน ด้านบวก การพฒั นาเครอื ข่ายคอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เน็ตท่ีเชื่อมโยงกนั ทว่ั โลก ก่อให้เกดิ การ เปลี่ยนแปลงทางสงั คม ชอ่ งทางการดาเนินธุรกจิ เชน่ การทาธรุ กรรมอิเลก็ ทรอนกิ ส์ การพาณิชย์ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ การผอ่ นคลายด้วยการดูหนงั ฟังเพลง และบันเทิงตา่ งๆ เกมออนไลน์ การพัฒนาใหค้ อมพวิ เตอร์สามารถฟังและตอบเป็นภาษา พูดได้ อา่ นตวั อักษรหรอื ลายมือเขียนได้ การ แสดงผลของคอมพิวเตอร์ไดเ้ สมอื นจริง เป็นแบบสามมติ ิ และการรับรู้ด้วยประสาทสัมผสั เสมอื นว่าได้อยู่ ในท่นี ัน้ จรงิ การพัฒนาระบบสารสนเทศ ฐานข้อมลู ฐานความรู้ เพ่อื พฒั นาระบบผูเ้ ช่ียวชาญและการจดั การความรู้ การศกึ ษาตามอัธยาศยั ด้วยระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ (e-learning) การเรียนการสอนดว้ ยระบบโทรศกึ ษา (tele-education) การคน้ คว้าหาความรู้ได้ตลอด 24 ชวั่ โมงจากห้องสมุดเสมอื น (virtual library) การพัฒนาเครือข่ายโทร คมนาคม ระบบการสือ่ สารผ่านเครือขา่ ยไรส้ าย เครอื ข่ายดาวเทียม ระบบ สารสนเทศภูมิศาสตร์ ทาให้สามารถคน้ หาตาแหนง่ ได้อยา่ งแมน่ ยา การบริหารจดั การภาครัฐสมัยใหม่ โดยการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและเครอื ขา่ ยการสือ่ สารเพอ่ื เพิ่ม ประสทิ ธิภาพการ ดาเนนิ การของภาครฐั ท่ีเรยี กว่า รฐั บาลอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (e-government) รวมทงั้ ระบบ ฐานข้อมลู ประชาชน หรือ e-citizen แนวโน้มใน ดา้ นลบ ความผดิ พลาดในการทางานของระบบ คอมพิวเตอร์ ท้งั ส่วนฮาร์ดแวรแ์ ละซอฟต์แวร์ ที่เกดิ ข้ึนจากการ ออกแบบและพัฒนา ทาให้เกิดความเสียหายต่อระบบและสญู เสยี ค่าใช้จ่ายในการแก้ปัญหา การละเมดิ ลขิ สิทธิข์ องทรพั ยส์ ินทางปญั ญา การทาสาเนาและลอกเลยี นแบบ การกอ่ อาชญากรรมทางคอมพวิ เตอร์ การโจรกรรมข้อมูล การล่วงละเมดิ การกอ่ กวนระบบคอมพวิ เตอร์ เวบ็ ไซต์ทใ่ี หบ้ รกิ ารเครือข่ายสังคมออนไลน์
สรา้ งและประกาศตัวตน Facebook (เฟซบกุ๊ ) เป็นบรกิ ารเครอื ขา่ ยสงั คมออนไลน์ เปดิ ให้บริการเมื่อ 4 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2547 เจา้ ของคือ Facebook, Inc. ผูก้ อ่ ตั้งคือ มาร์ก ซกั เคอรเ์ บริ ก์ (Mark Zuckerberg) ปัจจบุ นั เป็นท่นี ิยมและมีจานวนผใู้ ชเ้ พม่ิ ขนึ้ อย่างรวดเร็ว Twitter (ทวติ เตอร์) เปน็ บริการเครือข่ายสังคมออนไลนป์ ระเภทไมโครบล็อก จัดเป็นบลอ็ กขนาด เลก็ มคี ุณสมบัตคิ ล้ายกบั บลอ็ กทั่วไป ทวิตเตอร์ก่อต้ังเมื่อเดือนมนี าคม พ.ศ. 2549 โดย แจก็ คอรซ์ ีย์, บซิ สโตน และ อวี าน วลิ เลยี มส์ เจา้ ของบริษทั Obvious Corp ท่ซี านฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา Bloggang (บล็อกแก๊ง) เปน็ บรกิ ารเครือข่ายสงั คมออนไลน์ประเภทบลอ็ กของประเทศไทยทีเ่ ปดิ บลอ็ กเพือ่ ใหบ้ ริการกบั ผ้ใู ช้ เพอื่ ให้ผู้ใช้นาเสนอเร่อื งราวและเหตกุ ารณต์ า่ งๆ ของผู้ใชใ้ นรูปแบบ ของบทความ กราฟิก หรอื วิดีโอ และอนุญาตให้ผู้อืน่ ทเี่ ขา้ มาดูบล็อกนน้ั ๆ สามารถเขียนความ คิดเห็นตา่ งๆ ลงไปได้ สรา้ งและประกาศผลงาน
YouTube (ยทู ูบ) เปน็ เวบ็ ไซต์ประเภทแชร์ไฟลว์ ดิ ีโอ กอ่ ตงั้ เมอ่ื 15 กุมภาพนั ธ์ พ.ศ. 2548 โดย แชด เฮอร์ลยี ์ สตฟี เชง และยาวดี คาริม ยทู ูบมบี รกิ ารเพ่ือใหผ้ ใู้ ชง้ านสามารถอัปโหลดและ แลกเปลย่ี นคลปิ วดิ โี อผา่ นทางเวบ็ ไซต์ รวมถึงการสรา้ งรายการโทรทัศน์ มิวสกิ วดิ ีโอ วิดโี อจาก สมาชิก งานโฆษณา ผา่ นเวบ็ ยูทูบ Flickr (ฟลคิ เกอร์) เป็นบรกิ ารเครอื ข่ายสงั คมประเภทแชร์รปู ภาพ มีตน้ กาเนดิ จากประเทศ แคนาดา บริษทั ลูดคิ อรป์ (Ludicorp) เป็นผู้พัฒนาโดย Catherina Fake และ Stewart Butterfield ไดพ้ ฒั นาระบบการจดั เก็บขอ้ มลู โดยคานึงถงึ ระดับของผู้ใช้งาน เพ่อื ใหม้ ีการ เชอ่ื มโยงขอ้ มูลถึงกันท้ังหมด ความชอบหรือคลง่ั ไคลใ้ นสงิ่ เดียวกัน
Ning (หนงิ ) เป็นแพลตฟอรม์ ออนไลน์สาหรบั บคุ คลและองคก์ รในการสร้างเครือข่ายทางสังคมที่ กาหนดเอง เปิดตวั เมอ่ื เดือนตุลาคม พ.ศ. 2548 หนิงไดร้ ่วมกอ่ ตง้ั โดย Marc Andreessen และ Gina Bianchini หนงิ เป็นเว็บสาหรับผทู้ ่ีชอบอะไรทเี่ หมอื นกนั และสร้างชุมชนเพ่อื ตอบสนอง ความสนใจและความตอ้ งการของกลุ่ม Pantip (พนั ทปิ ) เปน็ เวบ็ ไซตข์ องประเทศไทยท่ีใหบ้ รกิ ารกระดานข่าวสาหรบั ผู้ที่ ช่นื ชอบในเรื่อง เดยี วกัน กอ่ ต้งั โดยนายวนั ฉตั ร ผดุงรตั น์ เปดิ ตัวเม่ือวนั ท่ี 17 มถิ ุนายน พ.ศ. 2546 พนั ทิป ให้บริการผใู้ ช้โดยจัดให้มีห้องสนทนาเป็นกลมุ่ ใหญ่ครอบคลุมเรอ่ื งตา่ งๆ เช่น คอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ การเมือง ความรู้ กีฬา บันเทงิ ศาสนา ความงาม และกฎหมาย เป็นตน้ เวทีทางานรว่ มกัน Wikipedia (วกิ ิพเี ดีย) เปน็ โครงการสารานุกรมเนอ้ื หาเสรีหลายภาษาบนเว็บไซต์ เปิดตัวในปี พ.ศ. 2544 โดย จิมมี เวลส์ และแลรร์ ี แซงเจอร์ คาว่า “วกิ พิ ีเดยี ” มาจากการผสมคาวา่ wiki ซึง่ เป็นลักษณะของการสรา้ งเวบ็ ไซต์แบบมีส่วนร่วม เป็นคาในภาษาฮาวายที่แปลวา่ “เร็ว” และ คาว่า encyclopedia ทแ่ี ปลวา่ สารานกุ รม
Google Earth (กเู กิล เอริ ธ์ ) พัฒนาโดยบรษิ ทั กูเกิล เป็นซอฟตแ์ วรส์ าหรบั ให้บรกิ ารดูแผนท่ี ภาพถ่ายทางอากาศจากทวั่ โลก และผังเมอื งซ้อนทับลงในแผนท่ีรวมทง้ั ระบบจีไอเอส (GIS) ใน รปู แบบ 3 มติ ิ ประสบการณ์เสมอื นจริง Second Life (เซคนั ดไ์ ลฟ)์ พฒั นาโดยบรษิ ทั ลินเดนรีเสริ ์ช เซคันดไ์ ลฟไ์ ดร้ บั แรงบันดาลใจจาก วรรณกรรมทเ่ี รียกวา่ ไซเบอรพ์ ังก์ (cyberpunk) และนวนิยายของนลี สตเี ฟนสัน (Neal Stephenson) เร่อื ง Snow Crash ให้บริการเมอ่ื พ.ศ. 2546 เปน็ เครอื ข่ายสังคมออนไลนท์ ี่ ช่วยในการร่วมสรา้ งประสบการณ์เสมือนจริง World of Warcraft เกมรปู แบบ Massively multiplayer online game (MMORG) ใน จกั รวาลของ warcaft พฒั นาโดย Blizzard Entertainment เริ่มวางจาหนา่ ยในวนั ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 สรา้ งโดยนาบรรยากาศในซีรีย์ Warcraft จาลองไว้ในเกม และไดจ้ ัดทา
เปน็ เกม 3 มติ ิโดยผู้เลน่ นาเสนอตัวตนตามบทบาทในเกม ทาให้ผู้เลน่ สามารถตดิ ตอ่ ปฏิสมั พันธ์ กบั ผู้เลน่ คนอน่ื ๆ ไดเ้ สมอื นอยใู่ นโลกแห่งความเป็นจรงิ เครอื ข่ายเพอ่ื การประกอบอาชพี ลงิ ค์อิน (LinkedIn) เป็นเว็บไซตเ์ ครอื ข่ายสังคมทใ่ี หบ้ ริการเพ่อื การประกอบอาชีพเนน้ ดา้ น เครอื ขา่ ยธรุ กิจ โดยจดุ ประสงค์หลกั ของลิงค์อินเพ่อื ใหบ้ ริการแก่ให้ผู้ใช้ที่ลงทะเบยี นกบั ทาง เวบ็ ไซต์แล้ว ผู้ใช้จะสามารถสรา้ งรายการสว่ นตวั เก่ยี วกับอาชีพสาหรบั ติดต่อกับผอู้ ่นื หรอื กบั บริษทั ตา่ งๆ และเป็นการสร้างเครือขา่ ยทางอาชพี ของผู้ใชเ้ อง เครือขา่ ยทเ่ี ชอ่ื มต่อกันระหวา่ งผใู้ ช้ Skype (สไกป์)เปน็ โปรแกรมท่ใี ห้ผู้บรกิ ารผู้ใชส้ าหรับสนทนาโทรศพั ท์ สนทนาแบบวดิ โี อ ส่ง ขอ้ ความผ่านอนิ เทอรเ์ นต็ สไกป์ก่อตง้ั โดย Niklas Zennström และ Janus Friis ชาวสวเี ดน หน้าที่ของสไกป์คอื ให้บรกิ ารผา่ นทางคอมพวิ เตอร์เครือ่ งหน่งึ สคู่ อมพวิ เตอรอ์ กี เครือ่ งหนึ่งเปน็ เสยี งและภาพขณะสนทนา การส่งขอ้ ความ และการสง่ ข้อมลู ในรูปแบบไฟล์ โดยไมเ่ สียค่าใช้จา่ ย
BitTorrent (บิตทอรเ์ รนต)์ เปน็ โพรโทคอลรปู แบบ peer-to-peer ในการแลกเปล่ียนข้อมูล ระหวา่ งเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ด้วยกันโดยตรงผ่านเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ ถูกพัฒนาตงั้ แตเ่ ดือน เมษายน พ.ศ. 2544 จากความคิดของแบรม โคเฮน (Bram Cohen) ท่ีตอ้ งการใหก้ ารส่งผ่าน ขอ้ มูลสามารถอานวยประโยชน์ไดท้ ง้ั ขาเข้าและขาออก เครือขา่ ยของการใช้โปรแกรมบิตทอร์ เรนต์น้ันเป็นลกั ษณะโยงใยถึงกันหมดทุกเคร่อื งคอมพิวเตอร์สามารถรับสง่ ไฟลถ์ ึงกันไดต้ ลอดเวลา อา้ งอิงจาก http://thedctmike.blogspot.com/2013/01/technology-lesson-5_22.html เว็บ social media แบ่งตามหมวด 1. หมวดการส่ือสาร (Communication) Blogs: Blogger, LiveJournal, TypePad, WordPress, Vox Internet forums: vBulletin, phpBB Micro-blogging: Twitter,Plurk, Pownce, Jaiku Social networking: Avatars United, Bebo, Facebook, LinkedIn, MySpace, Orkut, Skyrock, Netlog, Hi5, Friendster, Multiply Social network aggregation: FriendFeed, Youmeo Events: Upcoming, Eventful, Meetup.com 2. หมวดความรว่ มมอื และแบ่งปนั (Collaboration) Wikis: Wikipedia, PBwiki, wetpaint Social bookmarking: Delicious, StumbleUpon, Stumpedia, Google Reader, CiteULike Social news: Digg, Mixx, Reddit Opinion sites: epinions, Yelp
3. หมวด มลั ติมเี ดยี (Multimedia) Photo sharing: Flickr, Zooomr, Photobucket, SmugMug Video sharing: YouTube, Vimeo, Revver Art sharing: deviantART Livecasting: Ustream.tv, Justin.tv, Skype Audio and Music Sharing: imeem, The Hype Machine, Last.fm, ccMixter 4. หมวดรีวิว และแสดงความคดิ เหน็ (Reviews and Opinions) Product Reviews: epinions.com, MouthShut.com, Yelp.com Q&A: Yahoo Answers 5. หมวดบนั เทงิ (Entertainment) Virtual worlds: Second Life, The Sims Online Online gaming: World of Warcraft, EverQuest, Age of Conan, Spore (2008 video game) Game sharing: Miniclip อ้างอิง : https://sites.google.com/site/kruun10/socail-media/web-social-media-baeng-tam-hmwd ภัยจากการใช้เครือข่ายสังคมออนไลน์
“เครอื ขา่ ยสังคมออนไลน์” กลายเป็นสงั คมท่ีมีขนาดใหญม่ ากขน้ึ และมคี วามหลากหลายท้ังในแง่คณุ ลกั ษณะทาง เพศและอายุ ตลอดจนวัตถปุ ระสงค์การใช้งาน ท่ีนับวนั ภาพของ “สงั คมออนไลน์” กจ็ ะยงิ่ สะท้อนภาพของคนใน “สงั คมไทย” เข้าไปทุกที ขณะเดียวกนั ผลวิจัยเร่ือง “วัยรุ่นใชส้ ือ่ ออนไลน์อยา่ งไรในการหาคู่” ของ นิพนธ์ ดาราวุฒิมาประกรณ์ นกั วิจยั สถาบนั วจิ ยั ประชากรและสังคม มหาวทิ ยาลัยมหิดล พบความน่าเปน็ ห่วง คอื กลมุ่ วัยรนุ่ ใช้สอื่ สงั คมออนไลน์ ไมว่ า่ จะเป็นเฟซบุ๊ก ไลน์ ในการหา “ก๊กิ ” และคนู่ อน โดยพฤติกรรมการมแี ฟนและเพศสมั พันธ์แบ่งเปน็ กล่มุ 4 กลมุ่ คอื (1) มีแฟนทลี ะคนไมม่ กี ิก๊ หรอื กล่มุ วยั รนุ่ ทใ่ี ช้ส่ือออนไลนใ์ นการพูดคุยกบั เพือ่ นทวั่ ไปเทา่ นนั้ (2) มีแฟนและกก๊ิ แตจ่ ะมเี พศสมั พนั ธก์ บั แฟนคนเดยี ว คือกล่มุ วยั รนุ่ ทใี่ ช้สอ่ื ออนไลนเ์ ป็นชอ่ งทางในการคุยกบั ก๊ิก แต่ไม่คยุ เพอื่ จะมีเพศสัมพนั ธด์ ้วย และไม่ใช้สอ่ื ออนไลน์ในการหาคู่ (3) มแี ฟนและกกิ๊ และมเี พศสมั พนั ธ์กบั ทกุ คน และ (4) มเี พศสัมพนั ธก์ บั ใครก็ไดไ้ ม่จาเปน็ ต้องแฟนหรอื กิก๊ สองกลุ่มหลงั น้ีคือ กล่มุ ทีใ่ ช้ส่อื อนไลน์ในการตดิ ตอ่ กนั เพือ่ นาไปสกู่ ารมเี พศสัมพนั ธ์ โดยวยั รุ่นชายจะใช้สื่อออนไลน์ในการหาคชู่ ัดเจรกวา่ วัยรุน่ หญงิ อกี ท้งั ใชเ้ วลาพูดคุยทาความรูจ้ ักไม่นานกอ่ นการมี เพศสมั พันธ์ เจ้าของงานวิจัยเร่อื ง “วัยรนุ่ ใช้สื่อออนไลน์อย่างไรในการหาคู่” ใหค้ วามเห็นว่า โดยปกติแลว้ ผูช้ ายสว่ นใหญจ่ ะ สามารถหาคูไ่ ด้งา่ ยกว่าผู้หญงิ ผ้ชู ายสามารถมเี ซ็กส์กบั แฟนตวั เอง เพ่ือนคนร้จู กั รวมท้งั พนกั งานบรกิ าร ขณะเดยี วกัน ผูห้ ญงิ สามารถมีเซ็กส์ได้กบั แฟนตวั เอง สามี ส่วนคนรจู้ กั อาจถูกบงั คบั หรอื ไม่เตม็ ใจ ทั้งนี้ ผู้ชายจะมี ความตั้งใจในการมีเซก็ สม์ ากกว่าผหู้ ญงิ อา้ งองิ : http://bloouz.blogspot.com/2013/12/blog-post_9496.html ความขัดแยง้ บนโลกออนไลน์ สู่โลกความเปน็ จริง จะเห็นไดว้ า่ ต้งั แต่เทคโนโลยีการส่ือสารพฒั นาอยา่ งกา้ วล้า สือ่ สังคมออนไลนก์ ลับสง่ ผลไปในการลบตอ่ ชวี ิตประจาวันและความสัมพนั ธ์ของคนในสังคมอย่างชัดเจนยง่ิ ขนึ้ จนกลายเปน็ ประเดน็ ทางสังคม ทีท่ ง้ั สอื่ กฎหมายและประชาชนเองจะตอ้ งให้ความสาคัญในการปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หาเหล่าน้ี โดยเฉพาะกบั กลุ่มวัยรุ่นที่ ใชเ้ วลาไปกบั สอื่ ออนไลนว์ ันละ หลายชว่ั โมง จนอาจนาไปสูค่ วามขัดแย้ง ทะเลาะววิ าท จนถงึ ข้นั ทารา้ ยร่างกาย ตามมา
จากผลการวจิ ยั หวั ข้อ “เหว่ยี ง’ และ ‘วีน’ ออนไลน์… ความขัดแย้งและการววิ าทในส่อื สังคมของวัยร่นุ ” ของผศ. ดร.ภูเบศร์ สมุทรจกั ร อาจารย์ประจาสถาบันวจิ ยั ประชากรและสงั คมมหาวิทยาลยั มหดิ ล พบวา่ ความขัดแย้งใน กลุ่มวยั รุน่ ส่วนใหญเ่ ปน็ ประเดน็ เกย่ี วกบั ความสมั พันธใ์ นกลุ่มเพอ่ื นและคนรัก การแข่งขนั ในการเรยี น และ สถานภาพทางสงั คม “การทไ่ี ม่มตี ัวตน หรอื มตี วั ตนซ่อนเรน้ ในโลกออนไลน์ ทาให้คนมีอสิ ระในการแสดงความคิดเหน็ หรอื แสดง ‘ความ แรง’ ออกมาในสังคมมากขึ้น โดยเฉพาะในสงั คมวัยร่นุ สมยั นีท้ ม่ี กี ารส่อื สารห้วนขน้ึ สั้นขึน้ แรงขึน้ หรอื วฒั นธรรม แบบสามคาสี่พยางค์ อย่างเวลาทเี่ ราพูดหว้ นๆ จะมคี วามแรงอยู่ดว้ ย ซ่งึ จะนาไปสู่การวิวาทงา่ ยขน้ึ ” ผศ.ดร. ภเู บศร์ กล่าวและว่า การทะเลาะวิวาท ในสงั คมออนไลน์มีหลายกรณี เชน่ “ทะเลาะในเฟซบกุ๊ แล้วไปต่อในไลน์ หรอื ทะเลาะในไลนแ์ ลว้ ไปตอ่ ในตอ่ ในเฟซบุ๊ก แล้วออกมาเคลยี รก์ นั ตัวต่อตัว” จากความรุนแรงทางความสมั พนั ธ์ ในการส่อื สาร กลายเป็นความรนุ แรงทางกายภาพ ด้านนายแพทยอ์ ภิชาต จรยิ าวิลาศ จติ แพทยโ์ รงพยาบาลศรีธัญญา กรมสขุ ภาพจติ กระทรวงสาธารณสขุ ให้ คาแนะนาว่า เพอื่ ป้องกันปญั หาทต่ี ามมา ควรระวงั บุคคลทจ่ี ะส่ือสารดว้ ย เพราะอาจมอี าชญากรรมแฟงตวั และไม่ ควรหมกมนุ่ ในการสอ่ื มากเกินไป อย่างไรก็ตาม สง่ิ ท่เี ราสามารถทาไดใ้ นการป้องกนั ภยั ทีม่ าจากส่อื สังคมออนไลน์ ก็คอื การรู้เท่าทนั ส่ือ (Media Literacy) โดยต้องเขา้ ใจสภาพของสื่อออนไลนว์ า่ เปน็ สังคมทีม่ ีท้งั พ้ืนทีส่ ว่ นตวั และพนื้ ทสี่ าธารณะ เรียนรูก้ าร สือ่ สารและการมีปฏสิ ัมพันธบ์ นโลกออนไลน์กับชีวติ จริงวา่ ความรอบคอบและมสี ติทกุ ครงั้ ในการสือ่ สารและแสดง ความคดิ เห็นต่างๆ บนโลกออนไลน์ คือวิธีป้องกันภยั ร้ายได้อยา่ งดี อ้างองิ : http://bloouz.blogspot.com/2013/12/blog-post_9496.html สรุปท้ายหน่วย สงั คมออนไลน์ หรือทเี่ รียก Social Network เปน็ สงั คมท่สี ามารถติดต่อสื่อสารได้อย่างกว้างขวาง และใช้ ในการเรยี นรู้ดา้ นต่างๆ อยา่ งมากมาย ไมว่ ่าจะเปน็ รปู แบบของบทความ วดี ีโอ เพลง รปู ภาพ เปน็ ต้น โดยผา่ นโซ เชียลเนต็ เวิรก์ (Social Network) ท่ีใหบ้ รกิ ารบนโลกออนไลน์ แต่ทั้งน้ี สังคมออนไลนก์ ็ยงั มีข้อทีต่ อ้ งระมัดระวัง เพราะมีผู้ไมป่ ระสงค์ดีเขา้ มาหลอกลวง ผใู้ ช้จริงต้องมีความระมัดระวงั ใหม้ าก ผทู้ เ่ี ขา้ ใช้ระบบสังคมออนไลนจ์ ะตอ้ ง เรียนร้อู ปุ กรณ์เครือขา่ ยและฮาร์ดแวรท์ ใี่ ช้ใหเ้ หมาะสม โดยในปจั จุบันมอี ปุ กรณท์ ท่ี นั สมยั มากขนึ้ ไม่ว่าเปน็ สมาร์ท ทีวี หรอื สมาร์ทโฟน
ใบงานบทท่ี 1 ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามต่อไปนี้ให้ไดใ้ จความสมบรู ณ์ 1. จงอธิบายความหมายของสังคมออนไลน์ 2. จงบอกประเภทของสงั คมออนไลนม์ า 5 ประเภท 3. จงอธิบายสงั คมออนไลนป์ ระเภท Webiogs 4. จงอธิบายสงั คมออนไลน์ประเภท Social Networking 5. จงอธิบายสังคมออนไลนป์ ระเภท Micro Biogging 6. จงอธิบายสังคมออนไลนป์ ระเภท Online Vedio 7.จงอธิบายสงั คมออนไลนป์ ระเภท Photo Sharing 8. จงอธิบายประโยชน์ของสังคมออนไลน์ 9. จงอธิบายโทษของสงั คมออนไลน์ 10. จงบอกประเภทของอปุ กรณฮ์ ารด์ แวรท์ มี่ ีอยใู่ นระบบ Social Network ในปจั จบุ นั ตอนที่2 จงทาเคร่อื งหมายกากบาท (X) ลงหน้าข้อทถ่ี ูกทีส่ ดุ 1. ข้อใดหมายถงึ สังคม ก. Social ข. Medlia ค. Network ง. People 2. ขอ้ ใดหมายถึงเครือข่าย ก. Social ข. Medlia ค. Network ง. People 3. สงั คมออนไลน์ประเภทใดมีลกั ษณะเปน็ แหล่งความรทู้ ีม่ ผี ูเชีย่ วชายเข้าไปเขียนได้อยา่ งอิสระ Sourcing คอื อะไร ก. Webiogs ข. Social Networking ค. Micro Biogging ง. Photo Sharing 4. Facebook จดั อยู่ในสังคมออนไลนป์ ระเภทใด ก. Webiogs ข. Social Networking ค. Micro Biogging ง. Photo Sharing
5. Twitter จัดอยใู่ นสังคมออนไลน์ประเภทใด ก. Webiogs ข. Social Networking ค. Micro Biogging ง. Photo Sharing จ. Wikis 6.เว็บไซตใ์ ดทใี่ หบ้ ริการวีดีโอออนไลนืท่มี ผี นู้ ิยมใช้มากที่สุด ก. Yahoo ข. MSN ค. Hotmail ง. Sanook 7. Virtual Worlds เป็นการสอื่ สารระหวา่ งกนั บนอนิ เทอร์เน็ตทีม่ ีลกั ษณะโลกเสมือนจรงิ หนว่ ยงานประเภทใดที่ นยิ มเขา้ ไปใช้ ก. สานกั ข่าวรอยเตอร์ ข. บริษทั สรา้ งภาพยนตร์ ค. สถานศกึ ษา ง. สถานพยาบาล 8. ข้อดีของสงั คมออนไลนป์ ระเภท Crow Sourcing คืออะไร ก. มีไฟล์วีดโี อให้คน้ หา ข. ทาใหเ้ กดิ ควาหลายหลายทางความคิดเพ่ือแกไ้ ขปญั หา ค. มีข้อมูลทางดา้ นรถยนตโ์ ดยเฉพาะ ง. มไี ฟลร์ ูปภาพต่างๆ 9. Pantip.com เปน็ เว็บไซตท์ มี่ ีลักษณะเฉพาะตามข้อใด ก. มไี ฟลว์ ดี โี อใหค้ น้ หา ข. ทาใหเ้ กิดควาหลายหลายทางความคดิ เพอ่ื แก้ไขปญั หา ค. เป็นเวบ็ บอรด์ที่ใหเ้ ข้ามาแสดงความคิดเห็น ง. มีไฟลร์ ปู ภาพตา่ งๆ 10. Thaigraph.com เปน็ เวบ็ ไซตท์ ีม่ ลี ักษณะเฉพาะตามขอ้ ด ก. มไี ฟลว์ ีดีโอให้คน้ หา ข. ทาให้เกิดควาหลายหลายทางความคดิ ค. มขี อ้ มลู ทางด้านรถยนตโ์ ดยเฉพาะ ง. มไี ฟลร์ ปู ภาพ ต่างๆ
บทท่ี 2 การใช้อินเทอรเ์ นต็ ในงานธรุ กจิ ธรุ กิจในปจั จบุ ันสามารถทจี่ ะดาเนนิ การต่อไปอย่างเข้มแข็ง และมกี ลมุ่ เป้าหมายทก่ี วา้ งขวางมากยงิ่ ขนึ้ ทาให้ การเกดิ การแขง่ ขนั และขยายตวั ทางการตลาดมากข้ึน การใชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ จงึ มีสว่ นสาคญั ในการพฒั นาธรุ กจิ เพราะ โลกอินเทอรเ์ น็ตสามารถที่จะตดิ ต่อส่ือสารได้ท่วั โลกธุรกิจที่นาอนิ เทอร์เนต็ มาใช้งานมักจะไดเ้ ปรยี บค่แู ขง่ ขนั เสมอ โดยทธี่ รุ กิจตา่ ง ๆ สามารถที่จะนาอินเทอรเ์ น็ตมาใชใ้ นงานธรุ กจิ ของตนเองได้แทบทกุ ดา้ น ความสาคญั ของการนาอนิ เทอร์เนต็ มาใชใ้ นงานธรุ กจิ ดา้ นตา่ งๆ ธุรกจิ (Business) หมายถึง กิจกรรมตา่ งๆทีท่ าให้การผลิตสนิ ค้าและบรกิ าร มีการซอื้ ขายแลกเปล่ียนมี การจาหน่าย มกี ารกระจายสนิ ค้า และมีประโยชน์ คอื ไดก้ าไรจากกิจการน้ัน ธุรกิจมคี วามจาเป็นตอ่ คนในสังคม ปจั จบุ นั มาก ไม่วา่ จะเปน็ องค์กรท่ีผลติ สินค้าหรอื บริการท่ีเป็นปัจจัยพนื้ ฐานของการดารงชีวิต หรอื ปจั จัยส่ีแล้ว การประกอบธุรกิจต่างๆ องคข์ นาดเลก็ หรอื ใหญ่แค่ไหนก็ตาม ส่ิงสาคัญกค็ อื กาไร เพราะ กาไรเป็นสิง่ จูงใจ สาคัญในทางธุรกจิ ก่อให้เกดิ การแข่งขนั และขยายตวั ทางธรุ กิจทาให้เกดิ ความเจริญก้าวหนา้ มากขึ้น การดาเนนิ ธุรกจิ หมายถงึ การทากิจกรรมใด ๆ ท่ที าใหเ้ กดิ การค้าหรอื การบริการ แล้วมรการ แลกเปลีย่ นซอ้ื ขายกัน และมวี ัตถปุ ระสงค์ท่ีจะไดร้ ับประโยชนจ์ ากกจิ กรรมน้ัน ๆ โดยท่ีผา่ นช่องทางการจาหน่าย ในรูปแบบของรา้ นค้า ฝากขาย และดาเนนิ ธรุ กิจผ่านระบบอินเทอรเ์ น็ต ทัง้ น้ี ธุรกิจผา่ นระบบอินเทอรเ์ นต็ เป็นที่ นิยมมากในปจั จบุ นั เพราะเป็นการนาคอมพิวเตอร์เขา้ มามบี ทบาทในธุรกิจ เพอื่ ทาให้เกิดผลกาไร และมี ประสทิ ธภิ าพมากยิ่งข้ึน การนาอินเทอรเ์ น็ตเข้ามามีสว่ นร่วมในงานธุรกิจมีประโยชนเ์ ปน็ อย่างมาก คือ ชว่ ยในการสนับสนนุ การ ทางานของพนักงานในฝ่ายต่าง ๆ ช่วยทาให้การสือ่ สารมคี วามสะดวกและรวดเรว็ และยงั ช่วยในการลดต้นทุน ขอลการสื่อสารใหต้ ่าลงได้ ทาใหเ้ กิดรูปแบบใหม่ ๆ ในการติดต่อสอื่ สารไดต้ ลอดเวลา เช่น จดหมาย อิเล็กทรอนกิ ส์ (Eletronic Mail) เวบ็ ไซต์ (Website) ฯลฯ การพัฒนารปู แบบใหม่ อินเทอร์เน็ตเป็นส่อื กลางทางการค้าที่ทนั สมยั ซึงทาใหธ้ รุ กจิ สามารถแข่งขนั กบั ธุรกจิ อ่นื ได้โดยสร้างชอื่ เสยี งใหเ้ ปน็ ทย่ี อมรบั ของลูกค้าท่ีอินเทอรเ์ นต็ สามารถชว่ ยทางธรุ กิจ คือ ธรุ กิจสามารถ เขา้ ถึงระบบการแลกเปล่ียนขอ้ มูลอเิ ล็กทรอนิกส์ และระบบเครอื ข่ายท่มี ีต้นทุนสูงได้โดยตรงอย่างท่ีไมส่ ามารถ กระทาได้โดยในอดตี ในยุคของอนิ เทอรเ์ นต็ ความเรว็ กลายเป็นส่งิ ทมี่ คี วามสาคัญที่สุด เปา้ หมายสาคัญขอ้ แรกใน กระบวนการวางแผนธุรกิจ คอื แผนงานในการสร้างความเร็วใหร้ ะบบ โดยผ่านงานดงั กล่าวจะประสบ ความสาเรจ็ ไดน้ นั้ ต้องวางกรอบการทางานเพอ่ื ตอบสนองคาถามพื้นฐานต่อไปน้ี 1. องค์กรมีวธิ กี ารทจ่ี ะนาสนิ ค้าเจา้ สูก่ ารตลาดให้รวดเร็วได้อย่างไร 2. คู่แขง่ ขนั ขององค์กรมีวกี ารทต่ี ะนาสินคา้ ของเขาเขา้ สตู่ ลาดใหร้ วดเร็วได้อย่างไร 3. องค์กรสามารถพัฒนาและเพมิ่ ประสิทธภิ าพใหก้ ับสนิ ค้าท่ีมีอยูไ่ ดอ้ ยา่ งรวดเร็วมากน้อยแคไ่ หน 4. อนิ เทอรเ์ น็ตสามารถเปลี่ยนแปลงการดาเนินธุรกจิ ขององคก์ รได้เร็วแค่ไหน
ความสาคญั ของการนาอินเทอรเ์ น็ตมาใช้ในงานธรุ กจิ ดา้ นต่าง ๆ มดี งั นี้ 1. การนาอนิ เทอรเ์ นต็ มาใช้งานทางด้านธรุ กจิ การศกึ ษา(Education) เชน่ 1.1 การเรยี นรู้ผ่านระบบอนิ เทอรเ์ นต็ 1.2 การรับสมคั รนกั ศึกษาเข้าเรียน 1.3 การดูผลการเรียน การศกึ ษาในยุคเทคโนโลยสี ารสนเทศ E-Learning เก่ียวข้องกบั ครูผสู้ อนและผู้เรยี นโดยตรง ปจั จุบัน องคก์ รของภาครฐั และเอกชน ตลอดจนสถาบันการศกึ ษา เรมิ่ โครงการสอนแบบ E-Learning หรอื เรียนแบบ E-Learning ควบคู่กบั การเรียนในห้องเรียนปกติ ความหมายของ E-Learning E-Learning มาจากคาวา่ Eletronic Learning หมายถงึ การเรียนร้ทู างอเิ ล็กทรอนิกส์ หรือการโดย ใช้คอมพวิ เตอรม์ าช่วยสอนแทนรูปแบบการสอนเดมิ การใช้วีดิทศั น์ ซดี รี อม สญั ญาณดาวเทียม อนิ เทอรเ์ น็ต และอนิ ทราเนต็ E-Learning เปน็ การศกึ ษาทางคอมพิวเตอรท์ ่ีใชร้ ะบบเครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ (Internet Computer Network) ท้งั หลาย และเทคโนโลยตี ่างๆ ทมี่ ีอยู่ มาช่วยเพม่ิ ความสะดวกในการเรียน การวัดผลและการจดั การศึกษาท้ังหมดแทนการเรยี นการสอนแบบเดมิ ลกั ษณะของ E-Learning E-Learning เปน็ ลักษณะการเรียนแบบออนไลน์ หมายถึง ลักษณะของขอ้ มูลที่เป็นขอ้ มูลทาง คอมพิวเตอร์ หรืออเิ ลก็ ทรอนกิ สใ์ นสภาพท่ีพรอ้ มใชง้ านไดต้ ลอดเวลา ทาให้การเรยี นการสอนแบบ E-Learning เป็นการเรยี นท่สี ามารถโต้ตอบกนั ได้เหมอื นการเรียนในหอ้ งเรยี นปกติ เพราะเป็นข้อมลู อิเลก็ ทรอนกิ ส์สามารถ นาเสนอโดยใช้เทคโนโลยีท่เี ปน็ ลักษณะของมลั ตมิ ีเดีย หรือลกั ษณะการแสดงขอ้ มลู เปน็ รูปกราฟ เสียง และ ภาพเคล่อื นไหว ทาให้ดารเรียนการสอนแบบ E-Learning เปน็ ทนี่ ่าสนใจมากขึน้ นอกจากน้ี E-Learning มีคุณสมบตั ิสาคัญคือ การเรยี นทางไกล(Distance Learning) ซึ่งผู้เรียนและ ผสู้ อนไมต่ ้องพบกนั ตามารถเรยี นหนังสอื ได้ ทาใหไ้ ม่ต้องเสียเวลา ผเู้ รียนและผ้สู อนมีเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์สามารถ เช่ือมตอ่ ดว้ ยอนิ เทอร์เน็ตก็เรยี น สอนกันได้จงึ เป็นทาให้เกิดการเรยี นรู้ด้วยตัวเอง(Self-Learning) มีประโยชน์ คือ ผู้เรยี นได้เรียนรู้ดว้ ยตวั เองมากขน้ึ มีอสิ ระในการเรยี นและมคี วามคล่องตวั ในการเรียนมากขึน้ 2. การนาอนิ เทอรเ์ นต็ มาใชง้ านทางด้านธุรกจิ การเงนิ และการธนาคาร (Finance) เชน่ 2.1 การให้บรกิ ารกับลูกค้าดา้ นการเงิน 2.2 การฝากเงนิ การโอเงิน และการถอนเงิน 2.3 การชารพค่าบริ กิ ารต่าง ๆ เป็นตน้ 3. การนาอินเทอรเ์ นต็ มาใช้งานทางดา้ นธรุ กิจโรงแรม(Hotel) เชน่ 3.1 การเข้าไปดรู ายละเอยี ดสถานท่ีของทพี่ กั 3.2 การส่งั จองที่พกั 3.3 การบนั ทกึ ข้อมลู การเข้าพัก และการแจ้งคืนห้องพักของลกู ค้า 3.4 การชาระค่าหอ้ งพัก เป็นต้น
ธรุ กจิ พาณชิ ยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) คือ ธรุ กจิ ทด่ี าเนนิ ซ้ือขายทางอนิ เทอร์เนต็ อย่างเป็นระบบ และ เป็นการดาเนนิ ธุรกิจที่น่าเชื่อถอื มากกวา่ ซึง่ วตั ถปุ ระสงค์ในการดาเนินธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีดังนี้ 1. เพอ่ื เพิ่มช่องทางในการทาการตลาดและขยายช่องทางในการจัดจาหน่ายสนิ ค้าหรอื บริการให้ทั่วถงึ มากยิ่งขึน้ โดยเฉพาะลูกคา้ ในตา่ งประเทศ 2. เปน็ การประชาสมั พนั ธส์ ินค้าหรอื บรกิ ารให้เป็นที่รจู้ ักแพรห่ ลายมากข้นึ 3. เพื่ออานวยความสะดวกให้กบั ผ้บู รโิ ภคโดยไม่ต้องเสียเวลา ในการเดินทางมาซอ้ื สินคา้ หรอื บรกิ ารด้วย ตัวเอง เพราะสามารถที่จะดาเนนิ การได้ตลอด 24 ช่วั โมง อย่างไรก็ตาม พาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ (E- Commerce) มีท้ังขอ้ ดี และข้อเสีย สรปุ ได้ดงั น้ี ข้อดี 1. สามารถดาเนินการได้ 24 ชั่วโมง 2. ดาเนินการค้าอย่างกว้างขวางและรวดเรว็ 3. สามารถประชาสัมพนั ธส์ ินคา้ หรือบริการไดท้ ว่ั โลกโดยใชง้ บประมาณลงทุนน้อย 4. ลดปญั หาในการเดนิ ทาง ข้อเสีย 1. ผู้ซื้อและผูข้ ายจะตอ้ งเป็นผู้ทีม่ ีความรู้และมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอนิ เทอรเ์ น็ต 2. ประเทศของผู้ซอื้ และผูข้ ายจะต้องมีกฎหมายรับรองอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 3. ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าเชื่อถอื และไวว้ างใจได้ 4. สินคา้ ท่แี สดงบนอินเทอรเ์ นต็ อาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริง การดาเนินการพาณชิ ยอ์ ิเลก็ ทรอนกิ ส์ อาจจะมที ง้ั ข้อดแี ละขอ้ เสยี แตก่ ารทาธุรกจิ บนอินเทอรเ์ นต็ ที่ เรยี กวา่ พาณชิ ย์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ มปี ระโยนช์หลายดา้ น ทั้งผู้บรโิ ภค ผู้ผลิต และผจู้ ัดจาหนา่ ย คอื 1. ประโยนช์ต่อผูบ้ รโิ ภค 1.1 ไดร้ ับความสะดสกรวดเร็วในการซอ้ื สินคา้ 1.2 มีช่องทางในการเลกื ซ้ือสินค้าและบริการมากขึ้น 1.3 มสี ินคา้ และบริการให้เลือกซื้อมากขน้ึ 1.4 ทาใหร้ าคาสนิ คา้ และบริการถกู ลง เพราะไม่ต้องผ่านคนกลาง 1.5 สามารถซ้อื ข้อมูลเพ่อื เปรยี บเทียบราคาและคณุ ภาพก่อนการตดั สินใจซ้อื 2. ประโยชน์ต่อผ้ผู ลิต 2.1 สามารถเพิ่มชอ่ ทางในการจดั จาหนา่ ยไดม้ ากข้ึน 2.2 สามารถขยายตลาดใหมไ่ ด้มากขึน้ 2.3 สร้างความสัมพนั ธ์กับผ้บู ริโภคไดม้ ากข้ึน 2.4 ลดคา่ ใช้จ่ายในการจดั เก็บเอกสาร 2.5 เพ่ิมประสิทธิภาพในการผลติ เพราะรู้ข้อมลู ความต้องการข้อผู้บโิ ภค 3. ประโยนช์ตอ่ ผู้จดั จาหน่าย 3.1 เพิ่มประสทิ ธิภาพในการดาเนนิ งานและการขาย
3.2 สามารถเขา้ ถึงลูกค้าไดท้ ว่ั โลก 3.3 เพม่ิ ยอดขายได้มากขนึ้ 3.4 เปิดทาการจาหนา่ ยได้ 24 ช่วั โมง 3.5 ลดตน้ ทนุ และเวลาในการจัดทาหนา่ ย 3.6 สร้างความเทา่ เทยี มกันในผู้จาหนา่ ยรายยอ่ ยและรายใหญ่ 3.7 ลดค่าใช้จา่ ยในการจดั เกบ็ สนิ ค้า เพราะสามารถลดจานวนสนิ คา้ คงคลังลง 3.8 สามารถโฆษณาประชาสมั พันธส์ ินค้าได้กว้างขวางข้ึน 3.9 สามารถทาตลาดและใหบ้ รกิ ารกบั ลูกค้าเป็นรายบุคคลได้ ปัจจุบนั อนิ เทอรเ์ นต็ ได้เข้ามาเก่ียวข้องในชีวติ ประจาวันเปน็ อยา่ งมาก เพราะฉะน้ัน เมื่อมคี นเขา้ ใช้ อนิ เทอร์เน็ตมากขึ้นและกวา้ งขวางขนึ้ ย่อมทาให้ธรุ กิจท่ใี ช้อนิ เทอรเ์ นต็ มตี ลาดท่ีใหญ่ขนึ้ มรี ายได้ที่มากขึน้ ทาให้ การนาอินเทอรเ์ นต็ มาใชใ้ นงานธุรกจิ มคี วามสาคัญ สรปุ ไดด้ งั น้ี 1. เพอ่ื ให้ธรุ กจิ ของตนเองใหพ้ รอ้ มบรกิ ารแกล่ ูกค้าทางอนิ เทอร์เนต็ เน่ืองจากอนิ เทอรเ์ น็ตมผี ู้ใช้จานวนมากจากทั่วโลก และมรอตั ราการเพมิ่ ข้ึนแบบเทา่ ตวั ทุกปี ในฐานะผู้ ประกอบธุรกิจแล้วควรทต่ี อ้ งคานงึ ถึงช่องทางการตลาดขนาดใหญ่ท่ีสามารถเข้าถึงผู้บริโภคไดโ้ ดยตรง โดยไม่มี ข้อจากัดในสถานประกอบการ เวลาทาของธรุ กจิ ดว้ ยต้นทนุ ทป่ี ระหยัด ดังน้ัน ธุรกจิ ตอ้ งอาศยั คฯุ สมบัตขิ อง อินเทอรเ์ นต็ ในการเตรียมความพรอ้ ม เพอ่ื ใหบ้ รกิ ารแก่ลูกค้าท่ีเปน็ ผใู้ ชอ้ นิ เทอรเ์ น็ตตอ่ คู่แขง่ ขนั 2. เพอ่ื เพมิ่ ประสิทธภิ าพในการสรา้ งเครอื ข่ายของธรุ กจิ ในการดาเนินธุรกิจ การสรา้ งความสมั พันธก์ ับผทู้ เ่ี กยี่ วขอ้ งในธรุ กิจของตนเองมีความสาคญั วิธกี าร สาคญั วธิ หี น่งึ ท่ีนักธุรกิจใช้ในการสรา้ งความสมั พันธ์ในเครอื ขา่ ยทางธรุ กิจของตนเอง เมื่อมโี อกาสพบผูท้ ่ี เก่ียวข้อง คอื การให้นามบัตร( Business Card) ซง่ึ นามบัตรแบบท่วั ไปจะให้ขอ้ มลู ทคี่ อ่ นขา้ งจากัดวา่ ตนั เองเปน็ ใคร อยทู่ ี่ไหน ขายสินค้า/ให้บริการอะไร แตใ่ นนามบตั รของนกั ธรุ กิจที่มี Websiteของตนเองซึง่ จะบอกทอ่ี ยู่บน อินเทอรเ์ น็ตของบริษทั คือ เว็บไซต์ หรือจดหมายอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ทาให้ผ้มู ีความสนใจในบริษทั ซงึ่ เปน็ ลกู ค้าทุก ระดับ สามารถดขู ้อมลู ของบรษิ ัท สนิ ค้าหรอื บริการไดอ้ ย่างสะดวก และสามารถตดิ ต่อสือ่ สารธรุ กจิ ไดอ้ ย่างมร ประสิทธิภาพตลอด 24 ชั่วโมง ทุกวัน และประหยดั ค่าใช้จา่ ย ซ่ึงจะทาให้ธรุ กจิ มรโอกาสขยายเครอื ขา่ ยของ ธรุ กิจได้มากข้นึ อกี ดว้ ย 3. เพอื่ ให้ขอ้ มูลของธรุ กจิ พรอ้ มให้ลูกค้าเขา้ มาค้นหาได้ การเผยแพร่ข้อมลู ธุรกจิ เพื่อให้ลกู คา้ ค้นหาบริษัทได้และทาธรุ กิจกบั ตนเองดว้ ยวิธีทที่ นั สมยั กวา่ ระบบท่ี เปน็ อยู่โดยทั่วไป ซึง่ ระบบอินเทอร์เน็ต ธุรกิจสามารถให้ลกู ค้าเข้ามาค้นหาข้อมูลของธุรกจิ ได้อยา่ งงา่ ยดาย และ สามารถลงโฆษณาอะไรกไ็ ด้มากเทา่ ท่ีตอ้ งการ นอกจากนน้ี ยงั สามารถปรับปรุงขอ้ มลู ไดต้ ลอดเวลา เช่น การ เสนอสว่ นลดพิเศษในแตล่ ะชว่ งเวลา การจักรายไดพ้ เิ ศษส่งเสรมิ การขาย เชน่ การตอบปัญหาหรอื การเขา้ ร่วมเลน่ เกมตา่ ง ๆ ท่จี ูงใจลูกค้าซ่งึ หากบริษัทมีโอกาสให้ขอ้ มลู เหล่าน้แี ก่ลูกค้า และมสี ว่ นชว่ ยให้ลกู คา้ ตดั สินใจซื้อสินค้าหรอื บรกิ ารของบรษิ ทั ไดม้ ากข้นึ อีกดว้ ย 4. เพื่อเพิ่มประสทิ ธภิ าพในการให้บรกิ ารลกู คา้ ระบบอนิ เทอรเ์ นต็ เปน็ ระบบที่มคี ุณสมบัตขิ องเครือขา่ ยที่มอี ยู่ท่วั โลกของการติดตอ่ ส่อื สารขอ้ มลู ข่าวสาร เป็นไปอย่างมีประสทิ ธภิ าพ โดยระบบท่ใี ห้ลูกคา้ สามารถค้นหาสนิ ค้าและขอ้ มลู ของสนิ ค้าที่ตอ้ งการจากฐานขอ้ มลู
สินคา้ ของธุรกจิ รวมท้งั วธิ กี ารสง่ั ซ้ือสินค้าละเง่ือนไขตา่ ง ๆ ดว้ ยตนเองตลอกเวลา ทาให้ลกู ค้ามีขอ้ มลู ประกอบการตัดสนิ ใจซอ้ื สินคา้ ธุรกจิ นัน้ ๆ ในส่วนของสินค้าหรอื บรกิ ารท่ตี รงตามความตอ้ งการ ดา้ น ราคา ทราบจานวนที่ตอ้ งการ วธิ กี ารและค่าใช้จ่ายในการจดั ส่ง วนั ทจี่ ะไดร้ ับสินคา้ วธิ กี ารชาระเงนิ การจดั สง่ สินคา้ เง่อื นไขและสว่ นลดพเิ ศษ ฯลฯ 5. เพอ่ื ขยายผลและขอบเขตการโฆษณาและประชาสมั พนั ธใ์ ห้มากขน้ึ เนอื่ งจากเครือขา่ ยอินเทอร์เน็ตเป็นเครือขา่ ยทีท่ าใหโ้ ลกของการตดิ ตอ่ สอ่ื สารข้อมลู ข่าวสารไปเปน็ อยา่ ง ไร้พรหมแดน ทาใหข้ อ้ มลู การโฆษณาและประชาสัมพนั ธ์ของบริษัทสามารถกระจายไปยังบุคคลต่าง ๆ ทว่ั ไป (Anybody ) ไปยงั ทุกๆเมือง (Anywhere) ทีส่ ามารถเข้าสรู่ ะบบอินเทอรเ์ น็ตสามารถเขา้ ถึงข้อมูลทีท่ ันสมันของ บริษทั ได้ดงั กลา่ ว 6. เพ่ือขจดั ปญั หาดา้ นเวลาดาเนนิ การของธุรกิจ การดาเนนิ ธุรกจิ ของสานักงานทวั่ ไป คือ 8.00-17.00น. แตใ่ นความเปน็ จรงิ ยังไม่เพียงพอตอ่ ความ ตอ้ งการของลูกคา้ ทบี่ างทีต้องการติดต่อและขอบรกิ ารจากบรษิ ัทนอกเวลาเปน็ ทาการโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ บริทษั ที่ ทาธรุ กจิ กาค้าระหวา่ งประเทศที่มีปญั หาเรอื่ งของเวลาทางานทแ่ี ตกตา่ งกนั ซงึ่ ระบบอินเทอรเ์ นต็ สามารขจดั ปญั หา ดังกล่าวได้ โดยสามารถตอบสนองความตอ้ งการของลกู ค้าผ่านระบบอินเทอร์เน็ตไดต้ ลอดเวลา 7. เพอื่ ขายสินคา้ หรือบริการ อนิ เทอร์เนต็ นอกจากระบบเป็นส่ือกลางในการตดิ ต่อสื่อสารระหว่างบริษทั กับลกู ค้าแล้ว ยงั เปน็ ชอ่ งทางการตลาด และเปน็ วธิ ใี นการขายสินคา้ แก่ลูกคา้ ที่ครบทกุ ขนั้ ตอน ตั้งแต่การให้คาแนะนาและขอ้ มูลสนิ ค้า แก่ลกู คา้ การตกลงเง่อื ไขทางการค้า การตอ่ รองราคาสนิ ค้า การเลือกวิธีการขนส่ง จนกระทัง่ การชาระเงนิ คา่ สินค้าผ่านทางอนิ เทอร์เน็ตดว้ ยบตั รเครดิต หรือระบบ Telebanking ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตซ่ึงทาให้สะดวกมาก ยงิ่ ขึ้น 8. เพือ่ นาเสนอข้อมลู ของธุรกิจแบบมลั ติมเี ดีย (Multimedia) เนอ่ื งจากบนอินเทอรเ์ นต็ น้ัน ธุรกิจมีเวบ็ ไซต์ท่ีสามารถทจี่ ะนาเสนอดว้ ยตัวหนังสอื ภาพนง่ิ เสยี ง และ ภาพเคลอื่ นไหวประกอบเสยี ง มานาเสนอเรื่องราวของเกีย่ วกับตวั สินคา้ หรอื บรกิ ารดว้ ยคณุ สมบตั ิที่มาให้ลกู ค้า นามาใชป้ ระกอบการตัดสนใจในการเลอื กสนิ ค้าหรอื ใช้บรกิ ารไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และตรงตามความต้องการ 9. เพ่ือเข้าสูต่ ลาดทลี่ กู คา้ มคี วามตอ้ งการบรโิ ภคสินคา้ สงู (Highly Desirable Dmographic Market) เนือ่ งจากผูใ้ ช้อนิ เทอรเ์ นต็ มีทกุ เพศทุกวัย ทกุ ระดบั และทุกอาชพี ส่วนใหญ่จะมอี านาจในการซ้ือ/บรโิ ภคสนิ คา้ สงู กลุ่มคนดังกลา่ วจะเป็นผู้บริโภคที่มีความสาคัญมากบนอินเทอร์เน็ต และมพี ฤติกรรมการบรโิ ภคทีจ่ ะใช้ อินเทอรเ์ น็ตเป็นเครือ่ งมือหรือช่องทางอย่างหนึ่งในการบริโภคสนิ คา้ จ้ังแตก่ ารค้นหาขอ้ มูลของสนิ ค้าหรือ บรกิ าร การเปรียบเทยี บคุณสมบัตแิ ละราคาสนิ ค้าหรอื บรกิ ารของแตล่ ะบรษิ ัท การซ้ือสินค้าผ่านทาง อนิ เทอรเ์ น็ต และต้องการการบรกิ ารหลงั การขายทางอนิ เทอรเ์ น็ต
ใบงานบทท่ี 2 ตอนท่ี1 จงตอบคาถามต่อไปนใี้ หไ้ ดใ้ จความสมบูรณ์ 1. จงอธบิ ายความหมายเก่ยี วกบั ธรุ กิจ 2. จงอธิบายความหมายของการดาเนนิ ธุรกจิ 3. จงบอกชื่อเวบ็ ไซตท์ ีด่ าเนินงานทางด้านธรุ กิจการศกึ ษามา 3 ชื่อ 4. จงบอกชื่อเว็บไซต์ที่ดาเนินงานทางด้านธุรกิจการเงินและการธนาคาร มา 3 ชื่อ 5. จงบอกชอ่ื เวบ็ ไซตท์ ี่ดาเนินงานทางด้านธุรกิจโรงแรม มา 3 ชอื่ 6. จงบอกชื่อเวบ็ ไซตท์ ี่ดาเนนิ งานทางดา้ นธรุ กจิ สายการบิน มา 3 ชื่อ 7. จงบอกชอ่ื เว็บไซต์ทดี่ าเนนิ งานทางด้านธุรกจิ สายการแพทย์ มา 3 ช่อื 8. จงบอกชือ่ เว็บไซตท์ ด่ี าเนนิ งานทางด้านธุรกจิ สายการสอื่ สาร มา 3 ชอ่ื 9. จงบอกชือ่ เวบ็ ไซตท์ ีด่ าเนินงานทางดา้ นธรุ กจิ สายสอ่ื ส่ืงพมิ พ์ มา 3 ชื่อ 10. จงอธบิ ายลักษณะของธุรกจิ พาณิชยอ์ ิเล็กทรอนิกส์ ตอนท่ี2 จงทาเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงหนา้ ข้อท่ีถกู ทสี่ ุด 1. Business หมายถึงข้อใด ก. ธุรกิจ ข. การดาเนินธุรกจิ ค. การซื้อขาย ง. การแลกเปล่ียน จ. การทามาหากิน 2. E-Learning ยอ่ มาจากอะไร ก. Easy Learning ข. Electronic Learning ค. Every Learning ง. Ethic Learning จ. Economic Learning 3. การใชบ้ รกิ าร KTC เป็นการใชบ้ รกิ ารอนิ เทอร์เน็ตด้านใด ก. ดา้ นธรุ กจิ การเงนิ และการธนาคาร ข. ด้านธุรกจิ โรงแรม ค.ด้านธรุ กจิ สายการบนิ ง. ด้านธรุ กจิ การแพทย์ จ. ดา้ นธุรกจิ บนั เทิง 4. เวบ็ ไซต์ Major Cineplex เป็นการใหบ้ รกิ ารอินเทอร์เนต็ ดา้ นใดประเทศท่วั โลก ก. ดา้ นธุรกิจการเงนิ และการธนาคาร ข. ด้านธรุ กจิ โรงแรม ค.ด้านธรุ กจิ สายการบนิ ง. ดา้ นธุรกิจการแพทย์ จ. ดา้ นธุรกจิ บันเทิง 5. เวบ็ ไซต์ HotelThailand.com เป็นการให้บริการ เรียกว่า อนิ เทอร์เนต็ ดา้ นใด ก. ดา้ นธุรกิจการเงินและการธนาคาร ข. ด้านธุรกิจโรงแรม ค.ด้านธรุ กิจสายการบิน ง. ด้านธุรกจิ การแพทย์ จ. ดา้ นธรุ กิจบันเทิง 6. E-Commerce หมายถึงข้อใด ก. การรับ-ส่งจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ข. การเพ่ิมชอ่ งทางการตลาด ค. พาณิชยอ์ เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ง. การประชาสัมพันธอ์ อนไลน์ จ. การอานวยความสะดวกให้กบั ลกู ค้า
7. ข้อใดไม่ใช่ขอ้ ดขี อง E-Commerce ก. สนิ ค้าทแ่ี สดงอาจจะไม่ตรงตามความเป็นจริง ข. สามารถดาเนนิ การได้ 24 ช่วั โมง ค. ลดปัญหาในการเดินทาง ง. ดาเนินการค้าอยา่ งกวา้ งขวางและรวดเรว็ จ. ใช้งบประมาณลงทนุ นอ้ ย 8. ข้อใดหมายถึงอินเทอร์เน็ตสามารถติกต่อกันทุกคนไดท้ ่วั โลก ก. Anywhere ข. Anyplace ค. Anyperson ง. Anybody จ. Anyone 9. ข้อใดหมายถงึ อินเทอรเ์ นต็ สามารถตกิ ต่อกนั ทุกประเทศทั่วโลก ก. Anywhere ข. Anyplace ค. Anyperson ง. Anybody จ. Anyone 10. การติดต่อเรอ่ื งการเงินผ่านธนาคาร เรียกว่า อินเทอร์เนต็ ด้านใด ก. BankingService ข. Data Banking ค. AccountBank ง. Telebankink จ. Internet Banking
บทท่ี 3 การคน้ หาข้อมลู ด้วย Search Engine การหาค้นหาขอ้ มูลด้วย Search Engine สาระสาคัญ สงั คมออนไลนโ์ ดยเฉพาะสงั คมแหง่ ข้อมูลข่าวสาร การค้นหาขอ้ มูลด้วย Search Engine เป็นท่นี ิยม ใชใ้ นการค้นหา เพราะประโยชนท์ ไี่ ด้รับนน้ั มอี ยา่ งมากมาย อีกท้ังมีความสะดวก รวดเรว็ ขอ้ มูลท่ีได้มีหลายรูปแบบ ไมว่ ่าจะเป็นเวบ็ ไซต์ทเี่ กี่ยวข้อง รปู ภาพ แผนที่ และไฟล์วีดีโอ และขอ้ มลู ท่ีได้จากคน้ หา สามารถท่ีจะทาการบนั ทึก ซง่ึ การบันทึกมหี ลายลักษณะ เช่น ไฟล์ PDF ไฟล์ DOC ไฟล์PPT และไฟลว์ ีดโี อ ความหมายของ Search Engine Search Engine หมายถงึ เครือ่ งมอื ทช่ี ่วยในการค้นหาข้อมูลต่าง ๆ ผา่ นระบบเวบ็ ไซต์และเครอื ขา่ ย อินเทอรเ์ น็ต เพื่อเขา้ ถงึ เว็บไซตข์ อ้ มลู ทต่ี ้องการค้นหา เรียกอย่างเปน็ ทางการวา่ “โปรแกรมช่วยในการสบื คน้ ข้อมูล” ซงึ่ “Search Engine”สามารถสบื ค้นไดท้ ้ังข้อความ รูปภาพ สื่อ มลั ตมิ เี ดีย (Multimedia) ภาพเคลือ่ นไหว (Animation) วีดโี อ (Video) แผนท่ี (Map) และขอ้ มลู อื่น ๆ ท่ไี ด้ตาม ต้องการ โดยการกรอกคาคน้ หา (Keyword) ลงไปในช่องคาค้นหาและคลกิ คน้ หา Search Engine กจ็ ะแสดง เว็บไซต์หรือรูปภาพทเ่ี กย่ี วขอ้ งกับคาคน้ หาน้นั ออกมาแสดงผลใหผ้ ู้ใชง้ านได้เห็น ผู้ใช้งานก็จะเลือกอ่านหวั ขอ้ เรือ่ ง (Title) รายละเอียด (Description) ทเ่ี กี่ยวข้องกับคาคน้ หาหรอื ขอ้ มลู ท่ีตอ้ งการและคลกิ เขา้ สู่เว็บไซตข์ อ้ มูล เพ่อื คน้ หาขอ้ มูลตอ่ ไป ประโยชน์ของ Search Engine Search Engine นั้นมปี ระโยชน์อยา่ งมากในการคน้ หาขอ้ มูลบนอนิ เตอรเ์ นต็ และเปน็ เหมอื นตัวกลาง ในการเชอื่ มต่อระหว่างผ้ใู ช้งานและเว็บไซต์ ปัจจุบันผใู้ ชง้ านสว่ นใหญใ่ ช้งาน Search Engine มากกวา่ การเชา้ ชม เว็บไซต์โดยตรง เพราะเว็บไซต์ในระบบอนิ เทอร์เนต็ มมี ากมายหลายเว็บไซต์ ซึง่ ไมส่ ามารถทีจ่ ะรไู้ ดว้ ่าข้อมูลที่ ตอ้ งการนนั้ อยใู่ นเว็บไซตใ์ ด เพราะฉะนั้น Search Engine จงึ มีประโยชนม์ ากมายดังนี้ 1. สามารถค้นหา้ เวบ็ ไซต์ท่ีต้องการได้สะดวก รวดเร็ว 2. สามารถคน้ หาแบบเจาะลึกได้ไมว่ า่ จะเปน็ รปู ภาพ ข่าว MP3 วดี ีโอ แผนที่ และอน่ื ๆ 3. สามารถค้นหาจากเว็บไซตเ์ ฉพาะทางท่ีมกี ารจดั ทาไว้เชน่ www.download.com 4. มีความหลากหลายในการค้นหาขอ้ มูล 5. รอบรบั การคน้ หาภาษาไทย ลักษณะการทางานของ Search Engine Search Engine แต่ละประเภทจะมกี ารทางานท่ีคลา้ ย ๆ กนั คอื การสง่ Web Crawler หรอื Spider ไปเก็บ ข้อมลู เว็บไซต์ต่าง ๆ เขา้ มาเก็บไวใ้ นระบบ เพอื่ จดั ทาเปน็ ดัชนี (Index) การคน้ หา และเมอื่ ผใู้ ชง้ านค้นหาขอ้ มูล ผ่าน Search Engine ตวั โปรแกรม Search Engine ก็จะทาการประมวลผลดว้ ยอัลกอรทิ ึมการจัด อันดับ (Ranking) และนาผลลัพธจ์ ากขอ้ มูลที่มอี ยู่ออกมาแสดงผลใหผ้ ู้ใชง้ านได้เห็น Search Engine ท่ีนิยมใช้ในปัจจบุ ัน ไดแ้ ก่ www.google.co.th www.youtube.com www.wikipedia.org www.sanook.com www.thaiware.com www.yahoo.com
การคน้ หาแผนที่ มีวิธีปฏบิ ัติ ดังน้ี 1. พิมพช์ ื่อสง่ิ ที่ตอ้ งการค้นหา ในทน่ี ี้คอื จงั หวัดลพบรุ ี 2. จะปรากฏแผนที่ตามทต่ี ้องการ ในทน่ี ีค้ ือตอ้ งการหาจังหวดั ลพบุรี อยดู่ ้านขวามือ 3. ใหค้ ลิกท่รี ปู แผนท่ที ีป่ รากฏ แผนท่ีจะขยายเต็มหนา้ จอ ดังรูป 4. ทาการขยาย เพ่ือที่จะใหเ้ ห็นภาพเดน่ ชัดหรือใกล้เคียงสถานที่ทตี่ อ้ งการมากยิ่งข้ึน 5. ให้สังเกตทางดา้ นซา้ ยมือ จะปรากฏรปู Earth เพื่อที่จะใหด้ แู ผนท่ีตามสภาพจรงิ ให้ทาการคลิกท่ี บริเวณ Earth 6. จะปรากฏแผนท่ีตามสภาพจริง ดังน้ี
การค้นหารูป การค้นหารูป มวี ธิ ีปฏบิ ัติ ดงั น้ี 1. พิมพ์ชอ่ื ทีต่ ้องการคน้ หา แลว้ คลิกท่ี ค้นรปู 2. จะปรากฏรูปภาพตามช่ือท่ีตอ้ งการ 3. ใหค้ ลกิ บรเิ วณรปู ภาพที่ต้องการ รปู ภาพนัน้ จะขยายขึ้น 4. ถา้ ต้องการบันทกึ ภาพนั้น ใหค้ ลิกเมาส์ข้างขวาบริเวณรปู ภาพที่ต้องการ แลว้ คลกิ ที่ Save image as… 5. จะปรากฏกรอบ Save as แลว้ ให้พมิ พ์ชื่อรูปภาพในช่อง File name แลว้ เลอื กแหล่งเก็บขอ้ มลู ที่ ตอ้ งการ เสร็จแล้ว คลกิ ท่ีปุ่ม Save
การค้นหาวีดโี อ ในเวบ็ ไซต์ www.google.co.th นนั้ ยงั สามารถทีจ่ ะหาไฟลว์ ีดโี อทเี่ กีย่ วขอ้ งกับสิง่ ท่ีตอ้ งการค้นหาไดอ้ ีกดว้ ย โดยคลกิ ท่ีคาวา่ วีดโี อจะปรากฏไฟล์วีดโี อท่เี ก่ียวข้องใหเ้ ลือก ใบงานบทที่ 3 ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปน้ีใหไ้ ด้ใจความสมบรู ณ์ 1. จงอธบิ ายความหมายของ Search Engine 2. จงอธิบายลักษณะการทางานของ Search Engine 3. จงบอกเวบ็ ไซตท์ ี่ใหบ้ รกิ าร Search Engine มา 5 เว็บไซต์ 4. จงอธิบายข้นั ตอนการคน้ หาขอ้ มูลจากเวบ็ ไซต์ต่าง ๆ ด้วย Google 5. จงอธิบายขน้ั ตอนการค้นหาแผนท่ีดว้ ย Google 6. จงอธิบายขั้นตอนการคน้ หารปู ภาพดว้ ย Google 7. จงอธิบายข้ันตอนการค้นหาไฟลว์ ีดโี อดว้ ย Youtube 8. จงอธิบายขั้นตอนการคน้ หาแผนท่ีดว้ ย Wikipedia 9. จงบอกสารบัญเวบ็ ไซตข์ อง Sanook.com ว่ามอี ะไรบ้าง 10. จงบอกหมวดหมกู่ ารค้นหาของ Yahoo
บทท่ี 5 การใชบ้ รกิ ารทม่ี อี ยบู่ นโลกสงั คมออนไลน์ 1.บรกิ ารเวิลดไ์ วนเ์ วบ็ (WWW) เวลิ ดไ์ วน์เวบ็ (World Wide Web) หรือเครือข่ายใยแมงมมุ เหตทุ ่ีเรยี กชือ่ นี้เพราะเปน็ ลกั ษณะของการเช่ือมโยง ข้อมลู จากทห่ี นง่ึ ไปยงั อกี ทีห่ นึ่งเรื่อยๆ เวลิ ดไ์ วน์เวบ็ เปน็ บริการท่ีได้รับความนยิ มมากท่ีสดุ ในการเรียกดเู วบ็ ไซต์ ตอ้ งอาศัยโปรแกรมเวบ็ บราวเ์ ซอร์ (Web Browser) ในการดขู ้อมูล เว็บบราวเ์ ซอรท์ ่ไี ด้รบั ความนิยมใช้ในปจั จุบนั เช่น Internet Explorer , Firefox , Google Chrome , Safari ลา่ สดุ เว็บไซต์ Top Ten Review ไดจ้ ดั อันดบั เวบ็ บราวเ์ ซอรย์ อดนยิ มตา่ งๆของโลก โดยผลการจดั อันดับท่อี อกมาจะมีการให้คะแนนในสว่ นตา่ งๆให้ครอบคลุมมากที่สุด ซ่ึงผลปรากฏว่าอันดับหนงึ่ คือ Google Chrome ตามมาดว้ ย Mozilla Firefox และ Microsoft Internet Explorer สว่ น Safari จะใชก้ บั โทรศพั ท์ สมาร์ตโฟนย่ีห้อ IPhone 2.บริการจดหมายอเิ ลก็ ทรอนิกส์ (Electronic Mail) การติดตอ่ สือ่ สารโดยใช้อีเมล์สามารถทาไดส้ ะดวกและประหยดั เวลา หลักการทางานของอีเมล์คล้ายกบั การส่ง จดหมายธรรมดา คือ จะต้องมีท่ีอยู่ที่ระบชุ ัดเจน ท่ีเรยี กว่า อเี มล์แอดเดรส (E-Mail Address) เชน่ [email protected] การใชง้ านอเี มล์ แบ่งได้ดังน้ี คือ 1. Corporate E-mail คอื อเี มล์ที่หนว่ ยงานตา่ งๆ สร้างข้นึ มาให้กับพนักงานหรือบุคคลากรในองค์กรน้ัน เชน่ [email protected] 2. Free E-Mail คอื อเี มล์ท่านสามารถสมัครไดฟ้ รตี าม Web Mail ต่างๆ เช่น Hotmail , Yahoo , Gmail , Mail
3.บริการโอนยา้ ยไฟล์ ( File Transfer Protocol) บริการโอนย้ายไฟล์ เป็นบริการทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับการโอนย้ายไฟล์ผ่านระบบอนิ เตอร์เน็ต การโอนย้ายไฟล์แบ่ง ไดด้ ังนี้ 1.การดาวน์โหลดไฟล์ (Download File) การดาวน์โหลดไฟล์ คือ การรบั ข้อมูลเข้ามายงั เครือ่ ง คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ ในปจั จุบนั มีหลายเว็บไซต์ที่จัดใหม้ ีการดาวนโ์ หลดโปรแกรมไดฟ้ รี เชน่ www.downlond.com , www.thaiware.com 2.การอพั โหลดไฟล์ (Upload File) การอพั โหลดไฟล์ คือ การนาไฟล์ขอ้ มูลจากเครือ่ งของผใู้ ชไ้ ปเกบ็ ไวใ้ นเคร่ืองทีใ่ ห้บริการ (Server) ผา่ นระบบอนิ เตอรเ์ นต็ เช่น กรณีที่ทาการสรา้ งเวบ็ ไซต์ จะมกี ารอัพโหลดไฟลไ์ ป เกบ็ ไวใ้ นเคร่ืองบริการเว็บไซต์ (Web Sever) ทขี่ อใช้บริการพื้นที่ (Web Server) โปรแกรมทใี่ ช้ในการอัพโหลด ไฟล์ เชน่ FileZilla Client 4.บริการรบั ฝากไฟลแ์ ละข้อมูล บริการรบั ฝากไฟล์และข้อมลู เป็นบริการท่ีให้ผูใ้ ช้บรกิ ารสามารถแบ่งปันไฟล์และข้อมลู ให้ผ้อู ่ืนได้ โดยผู้ฝากไฟล์ และขอ้ มูลจะต้องทาการลงทะเบยี นการใช้บรกิ ารจากเวบ็ ไซต์ผู้ให้บรกิ าร เช่น www.skydrive.live.com , www.4share.com , www.youtube.com
5.บริการสนทนาแบบอนิ เตอรเ์ น็ต การสนทนาบนอินเตอรเ์ นต็ คือ การส่งข้อความถงึ กันโดยทนั ทที นั ใด นอกจากน้ี ยงั สามารถสง่ สัญลักษณ์ตา่ งๆ เชน่ รปู ภาพ ไฟล์ขอ้ มูลไดด้ ้วย การสนทนาบนอนิ เตอร์เนต็ เป็นโปรแกรมทไี่ ด้รบั ความนิยมในปจั จบุ ัน โปรแกรมประเภท นี้ เชน่ โปรแกรม MSN Messenger , Skype , Line เป็นต้น สาระนา่ รู้ … สังคมออนไลนห์ รือการใช้อินเตอรเ์ น็ตเพอ่ื งานธุรกจิ จะสงั เกตไดว้ ่า ทุกองคก์ รธรุ กจิ หรือ แมแ้ ตร่ ายบุคคลกต็ าม จะต้องเข้าไปใชบ้ ริการทมี่ ีอย่บู นสังคมออนไลน์ อยา่ งนอ้ ย 2 อย่างข้ึนไป ส่งิ ท่ีสาคัญ คอื คอมพวิ เตอร์ทุกเครอื่ ง จะตอ้ งมีโปรแกรมท่ีเรียกวา่ เว็บบราว์เซอร์ (Web Browser) อย่างนอ้ ย 3 โปรแกรม คือ Internet Explorer , Google Chrome และ Mozilla Firefox
ใบงานบทที่ 5 ตอนท่ี 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ให้ไดใ้ จความสมบูรณ์ 1.จงบอกเวบ็ เบราว์เซอร์ที่ได้รับความนยิ มในปจั จุบนั มา 3 ขอ้ 2.จงอธบิ ายลักษณะของการบริการโอนยา้ ยไฟล์ 3.จงอธบิ ายความหมายของการอพั โหลดไฟล์ 4.จงบอกชอ่ื เวบ็ ไซตท์ ใ่ี หบ้ รกิ ารรับฝากไฟลแ์ ละข้อมูล 5.จงอธิบายลักษณะของการบริการสนทนาบนอินเทอรเ์ นต็ 6.จงอธิบายประเภทของการค้นหาขอ้ มูลบนอินเทอร์เนต็ 7.จงบอกชอ่ื เว็บไซตท์ ี่ใหบ้ ริการด้านการค้นหาข้อมูล มา 5 เวบ็ ไซต์ 8.จงบอกชอื่ เวบ็ ไซตท์ ใ่ี ห้บริการหอ้ งสนทนา มา 3 ขอ้ 9.จงบอกชอ่ื เว็บไซต์ท่ีใหบ้ รกิ ารอีคอมเมิร์ช มา 5 เวบ็ ไซต์ 10.จงบอกชอ่ื เวบ็ ไซต์ท่ีใหบ้ ริการวิทยุและโทรทัศน์ออนไลน์ มา 5 เวบ็ ไซต์ ตอนท่ี2 จงทาเครื่องหมายกากบาท(X)ลงหนา้ ขอ้ ที่ถูกตอ้ งท่ีสุด 1. เวบ็ เบราวเ์ ซอร์ใดท่ีใชก้ ับโทรศัพท์มอื ถือยหี่ อ้ IPhone ก. Internet Explorer ข. FireFox ค. Google Chrome ง. Safari จ. Samsung 2. ข้อใดไมใ่ ช่เวบ็ เบราว์เซอร์ ก. Internet Explorer ข. Firefox ค. Google Chrome ง. Safari จ. Samsung 3. www. ย่อมาจากคาใด ก. World Wide Web ข. Wide W0rld Web ค. Web World Wide ง. Website World Wide จ. Website Wide Web 4. การใช้งานอเี มล์ แบ่งออกเป็นกแี่ บบ ก. 2 แบบ ข. 3 แบบ ค. 4 แบบ ง. 5 แบบ จ. 6 แบบ 5. เวบ็ ไซต์ใดที่ใช้ทาการดาวนโ์ หลดโปรแกรมตา่ งๆไดฟ้ รี ก. sanook.com ข. mthai.com ค. Thaiware.com ง. hunsa.com จ. google.com 6. FileZilla Client หมายถงึ บรกิ ารแบบใด ก. บรกิ ารโอนย้ายไฟล์ ข. บริการอพั โหลดไฟล์ ค. บรกิ ารรบั ฝากไฟลแ์ ละข้อมลู ง. บรกิ ารสนทนาบนอนิ เทอรเ์ นต็ จ. บรกิ ารคน้ หาขอ้ มูลบนอินเทอร์เนต็
7. Line หมายถงึ บรกิ ารแบบใด ก. บรกิ ารโอนย้ายไฟล์ ข. บริการอพั โหลดไฟล์ ค. บรกิ ารรับฝากไฟล์และข้อมูล ง. บริการสนทนาบนอินเทอรเ์ น็ต จ. บริการคน้ หาข้อมูลบนอนิ เทอร์เน็ต 8. Search Engine คือบรกิ ารบนอนิ เทอร์เนต็ รปู แบบใด ก. บรกิ ารโอนยา้ ยไฟล์ ข. บรกิ ารอัพโหลดไฟล์ ค. บริการรบั ฝากไฟล์และข้อมลู ง. บริการสนทนาบนอนิ เทอร์เนต็ จ. บริการค้นหาขอ้ มูลบนอินเทอรเ์ นต็ 9. เว็บไซตใ์ ดท่ใี หบ้ ริการเปดิ รา้ นค้าฟรบี นอนิ เทอรเ์ นต็ ก. sanook.com ข. lnwshop.com ค. pantip.com ง. google.com จ. siamha.com จ. siamha.com 10. เว็บไซตใ์ ดทใ่ี ห้บรกิ ารวิทยอุ อนไลนบ์ นอนิ เทอร์เน็ต ก. sanook.com ข. lnwshop.com ค. pantip.com ง. google.com
บทท่ี 6 โปรแกรมจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คล โปรแกรมจัดการสารสนเทศส่วนบคุ คล ความหมายของโปรแกรมจดั การสารสนเทศส่วนบุคคล การจัดการสารสนเทศส่วนบคุ คล (Personal Information Manager) หมายถงึ การ พฒั นากลยทุ ธท์ ี่ชดั เจนในการดาเนินการกบั สารสนเทศที่ได้รับ อาจจะอย่ใู นรปู แบบของการจัดเก็บ การดแู ล การ สบื ค้น การแสดงผล และการจากัดสารสนเทศท่ีไมต่ อ้ งการ สารสนเทศ (Information) หมายถงึ ข้อมลู ข่าวสารทุกประเภทท่ีไดร้ ับ อาจอยู่ในรูปแบบของ ภาพนิง่ ตวั อกั ษร ภาพเคลื่อนไหว เสียง ซงึ่ อาจมีแหลง่ ที่มาต่างๆ เช่น โทรศพั ท์ โทรสาร สอ่ื คอมพวิ เตอร์ เป็นต้น ส่วนบุคคล (Personal) หมายถึง การท่บี ุคคลมีความตอ้ งการหรือความจาเป็นในการใช้ สารสนเทศหนงึ่ ๆในการประกอบกิจการงานหรอื การดารงชวี ิตประจาวนั สรุปไดว้ ่า โปรแกรมจดั การสารสนเทศสว่ นบคุ คล เปน็ แนวคดิ ที่อาศยั ทกั ษะหลายด้านในการ ดาเนนิ การเกย่ี วกับสารสนเทศทกุ ประการทีแ่ ต่ละบคุ คลไดร้ บั โดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอรม์ าช่วยในการจดั การทัง้ ทีเ่ กี่ยวกบั การประกอบกิจการงานหรือการดารงชวี ิต เพ่อื ใหส้ ามารถนาสารสนเทศท่สี าคัญหรือจาเป็นตอ่ บุคคลนั้น ออกมาใช้ประโยชน์ได้อย่าง ประโยชน์ได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ ความสาคัญของการจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คล ความสาคัญของการจัดการสารสนเทศส่วนบคุ คล มีแนวคดิ เกี่ยวกบั การวางแผนด้าน สารสนเทศสาหรับบุคคลเป็นแนวคดิ ใหมท่ ี่ต้องอาศัยทักษะหลายด้าน โดนเฉพาะอยา่ งยิง่ ทักษะด้านการจดั การ ทง้ั น้ี เพ่ือใหป้ ระสบความสาเร็จในการประกอบกจิ การงานและการดารงชีวติ ในยคุ การเปลี่ยนแปลงดังเชน่ ปจั จุบัน แนวคิดน้ีเรยี กว่า การจดั การ สารสนเทศสว่ นบุคคล การจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คลใหป้ ระสบความสาเร็จมีข้ันตอนดารดาเนินการ ดงั นี้ 1. วเิ คราะห์ความต้องการดา้ นสารสนเทศของตนเอง 2. สารวจและทดลองระบบ 3. พัฒนาความรูแ้ ละทักษะท่ีจาเปน็ เพอ่ื ให้สามารถกาหนดระบบที่เหมาะสมท่สี ุด 4. นาระบบทกี่ าหนดแล้วมาใชง้ าน 5. ศึกษาหาความรูเ้ พ่ิมเตมิ เกย่ี วกับเทคโนโลยีใหม่ๆ สาระนา่ รู้ การนดั หมายบุคคลโดยทาการบนั ทึกโปรแกรมตา่ งๆ ทีอ่ ยใู่ นเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ ซ่งึ สามารถท่ีจะ เชอ่ื มโยงและเปดิ ดูตารางการนดั หมายได้ตลอดเวลา กอ่ นทจ่ี ะเข้าไปใช้โปรแกรมการบริหารจัดการส่วนบคุ คล ควร ที่จะทาการนดั หมายและการตดิ ตามงานในสมุดโนต้ หรอื สมดุ บนั ทึกส่วนตัว เพอ่ื ท่ีจะได้ทราบในแต่ละวัน หรอื มีกา นดั หมายบุคคลใดบ้าง เมื่อไรจะได้ไมพ่ ลาดการนดั หมายนัน้ ๆ แล้วจึงเขา้ ไปใช้โปรแกรมการบริหารจัดการสว่ น บคุ คลในคอมพวิ เตอรห์ รอื ระบบอนิ เตอรเ์ นต็ ต่อไป ซ่ึงได้แก่ Calendar , Note หรอื ใน Outlook เป็นต้น
องคป์ ระกอบของระบบการจดั การสารสนเทศสว่ นบคุ คล องคป์ ระกอบของระบบการจดั การสารสนเทศสว่ นบคุ คล เมื่อพิจารณาตามโครงสรา้ งของระบบท่ี ใชจ้ ัดการฐานขอ้ มลู แล้ว พบว่ามีองค์ประกอบที่เหมอื นกนั คอื ส่วนรับเขา้ แบ่งออกเปน็ 2 ส่วนย่อย คือ - ความต้องการด้านสารสนเทศของผู้ใช้ - ข้อมลู ที่เข้าระบบ สว่ นประมวลผล (Processing Unit) หมายถงึ กลไกทท่ี าหนา้ ที่ในการจัดหมวดหมู่ หาสถานที่ สาหรับจัดเก็บขอ้ มูลเพ่ือสามารถนาออกมาใช้ได้ การจัดการเข้าถงึ ขอ้ มูล ส่วนแสดงผล (Output Unit) เป็นสว่ นทม่ี ีความสาคัญมากระดบั หนึง่ คือ ผู้ใช้จะพงึ พอใจระบบ มากนอ้ ยเพียงใด ข้นึ อยกู่ ับคุณภาพของผลลัพท์ ความต้องการและวัตถปุ ระสงค์ของผ้ใู ชร้ ะบบเปน็ หลัก ประเภทของระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคล ประเภทของระบบการจดั การสารสนเทศสว่ นบุคคล จาแนกตามรปู ลกั ษณแ์ บ่งออกได้ดังน้ี 1. ประเภทโปรแกรมสาเรจ็ รูป เช่น โปรแกรมบริหารบคุ คล โปรแกรมระบบบัญชีเงินเดือน 2. ใช้กับไมโครคอมพิวเตอรใ์ นลกั ษณะใช้งานอิสระและผ่านเครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอรภ์ ายในองค์กร 3. ฟังกช์ ่นั การทางานหลกั ไดแ้ ก่ ฟังกช์ ั่นนดั หมาย ฟงั กช์ ั่นตดิ ตามงาน ฟังกช์ ่นั ติดต่อส่ือสาร 4. โปรแกรมสาเร็จรูปที่ใช้ในงานสานักงานทวั่ ไป เชน่ โปรแกรมไมโครซอฟต์เวริ ด์ โปรแกรมเอก็ เซล โปรแกรม พาวเวอร์พอยท์ ประเภทของระบบการจดั การสารสนเทศส่วนบุคคลจาแนกไดต้ ามฟังกช์ ัน่ การทางานสามารถแบง่ ออกได้ดงั น้ี 1.ประเภทพื้นฐาน เป็นระบบทีม่ คี วามซับซอ้ นนอ้ ยท่สี ุด ประกอบด้วยฟงั ก์ชน่ั การทางานสามฟงั ก์ช่ันทม่ี รี ะดับ ความสามารถในการทางานไม่ซับซอ้ น นอกจากน้ี ยงั มีโปรแกรมอรรถประโยชน์ตา่ งๆ เชน่ บนั ทึกชว่ ยจา นาฬกิ า ปลกุ เครอ่ื งคิดเลข เกม 2.ประเภทก่ึงซบั ซ้อน เป็นระบบทม่ี ีความซบั ซ้อนมากกวา่ ระบบประเภทพืน้ ฐาน ประกอบดว้ ยฟังกช์ นั่ ทั่วไป ท้ังหมดของประเภทพ้ืนฐานและฟงั ก์ชนั ติดตามงานกลุ่มเขา้ ไป ระบบน้เี หมะสาหรับกลมุ่ ผู้ใชท้ ีม่ ีภารกจิ ประจาวนั คอ่ นข้างมาก ไดแ้ ก่ ผู้บริหาร นกั ธรุ กิจทว่ั ไป 3. ประเภทซับซ้อน เป็นระบบทมี่ ีความซบั ซ้อนมากท่ีสุด ประกอบดว้ ย ฟงั กช์ ัน่ ท่วั ไปท้งั หมดของสองประเภทแรก เพมิ่ ฟังกช์ ันการติดต่อสือ่ สารแบบซบั ซ้อนทงั้ ท่ีผ่านเครอื ขา่ ยโทรศพั ทแ์ ละคอมพิวเตอร์ มีราคาแพงทีส่ ุด เหมาะ สาหรับองค์กรที่มีขนาดใหญ่ ระบบนดั หมายสว่ นบุคคล
เปน็ โปรแกรมคอมพวิ เตอรท์ ่พี บในระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบคุ คล โดยทั่วไปมีลกั ษณะ คล้ายสมุดนัดหมายบุคคลที่เปน็ กระดาษ เปน็ เคร่ืองมอื ในการบรหิ ารเวลา และช่วยใหม้ กี ารใช้เวลาอยา่ งคุม้ คา่ ซ่ึง ระบบนดั หมายสว่ นบุคคล มีประโยชน์ดงั นี้ 1. การใชง้ านระบบ 2. เป็นระบบทใ่ี ชง้ านง่าย 3. ระบบมกี ารบันทึกขอ้ มูลแบบลดั 4. การค้นหาขอ้ มลู (Search) สามารถทาไดเ้ ปน็ รายวนั รายสัปดาห์ หรือ รายปี และสามารถใช้ฟังกช์ ั่นทาซา้ 5. หากมีกจิ กรรมมากกว่าหน่งึ กจิ กรรมซา้ ซอ้ นในเวลาเดยี วกนั ระบบจะเตือนใหผ้ ู้ใช้งานทราบเพอ่ื แกไ้ ขปญั หา 6. มสี ัญญาณเตอื นการนัดหมาย (Appointment Alarm) 7. มีระบบชว่ ยจา(Reminder) 8. ป้อนข้อความเตอื นความจาเข้าสู่ระบบนัดหมายส่วนบคุ คลโดยอตั โนมตั ิ 9. มหี น้าต่างเตอื นความจาแสดงขนึ้ ที่หน้าจอภาพ เมอ่ื มีการเปดิ เคร่ืองคอมพวิ เตอร์หรอื พีดีเอ 10. สง่ ข้อความเตือนความจาผา่ นระบบไปรษณยี อ์ ิเล็กทรอนกิ ส์ (Electronic Mail) 11. เป็นระบบคอมพิวเตอรท์ ่ชี ่วยในการนดั ประชุม (Meeting) หรือเรยี กว่า ระบบนัดหมาย (Group) ระบบการติดตามงานส่วนบคุ คล ส่วนหนงึ่ ของโปรแกรมการบริหารจัดการสารสนเทศสว่ นบคุ คลท่นี ยิ มใช้ คอื ระบบการตดิ ตามงานสว่ น บุคคล เพราะมีประโยชน์ในการติดตามเพือ่ ใหง้ านประสบผลสาเรจ็ ซ่งึ ระบบการตดิ ตามงานสว่ นบุคคลมี รายละเอียดเก่ยี วกับโปรแกรม ดงั นี้ 1. ระบบตดิ ตามงานสว่ นบุคคล เป็นโปรแกรมอรรถประโยชนเ์ ช่นเดยี วกับนาฬิกาปลกุ และเครอื่ งคิดเลข 2. ระบบติดตามงานบุคคล หมายถงึ บัญชีรายงานที่ยังไมไ่ ด้ดาเนินการ มีลักษณะคลา้ ยสมุดจดบันทึกช่วยจาทเี่ ป็น กระดาษ 3. ระบบตดิ ตามงานส่วนบคุ คล เปน็ เครอ่ื งมอื อย่างหนึ่งในกาบรหิ ารงานและเวลาของแต่ละบุคคลโดยเฉพาะผมู้ ี ภารกิจมาก 4. ปัญหาท่พี บในการบรหิ ารเวลาของตนเอง คือ พยายามทจ่ี ะทางานหลายอย่างใหเ้ สร็จภายในวันเดียว 5. มีนิสัยผดั วันประกนั พรุ่ง จงึ ต้องทางานแบบเรง่ รีบในชว่ งเวลาสุดทา้ ย พัฒนาการของระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบคุ คล ในขณะท่ใี ช้ระบบการจัดการส่วนบคุ คล หมายถึง การพัฒนาการบริหารจัดการในรปู แบบของกระดาษ มาใชเ้ ปน็ ระบบเทคโนโลยที ่ีทันสมยั โดยมีลกั ษณะของการพัฒนาการ ดงั น้ี 1. ระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคลในรปู กระดาษท่ีมมี าตงั้ แต่อดตี จนถงึ ปัจจบุ นั 2. ระบบสารสนเทศส่วนบคุ คลในรูปคอมพิวเตอร์ ซ่ึงมคี วามหลากหลายท้งั ดา้ นรูปลกั ษณ์ ระดบั ความสามารถใน การทางาน และราคา ซ่งึ แนวโน้มว่าในอดีตจะมีความผกผนั ระหว่างขนาดของฮาดรแ์ วร์และความสามารถในการ ทางานของระบบ
3. ระบบการจัดการสารสนเทศของกลุ่ม ซง่ึ เปน็ การเชือ่ มโยงสารสนเทศบคุ คลของกลุม่ บคุ คลที่ทางานรว่ มกันเข้า ดว้ ยกนั โดยผ่านเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์ เกณฑก์ ารเลือกระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคล การพจิ ารณาเป้าหมายสว่ นบุคคลที่เกยี่ วกับชวี ิตการทางานและชีวติ ส่วนตวั และเป้าหมายขององค์กร รวมท้งั ลักษณะ ประเภท และนโยบายหลกั ขององคก์ ร มีเกณฑ์การเลอื กระบบการจัดการสาสนเทศสว่ นบุคคล ดงั น้ี 1. ความต้องการดา้ นสารสนเทศ 2. ความต้องการระบบนดั หมายสว่ นบคุ คลหรอื ระบบนัดหมายกลุ่ม 3. ความตอ้ งการระบบติดตามงานหรือไม่ 4. ความตอ้ งการระบบตดิ ต่อสือ่ สารในลกั ษณะใด 5. สภาพแวดล้อมในการทางาน 6. การทางานในลักษณะคนเดียวหรือกล่มุ 7. การทางานภายในหรือภายนอกองค์กร 8. การตดิ ตอ่ สือ่ สารกับบคุ คลอืน่ 9. ความสามารถในการทางาน พจิ ารณาด้านคุณลกั ษณะเฉพาะและประสทิ ธภิ าพในการทางานของแต่ละระบบ 10. ราคา พิจารณาเรอ่ื งวัตถปุ ระสงค์ที่สามารถจากัดวตั ถปุ ระสงค์ทีจ่ ะเลือก เพ่อื ให้สอดคล้องกบั งบประมาณ ทตี่ ัง้ ไว้ 11. ความยากง่ายในการทางาน พจิ ารณาในการเข้าถึงระบบ การปอ้ นสารสนเทศเข้าส่รู ะบบ เร่ืองวัตถปุ ระสงค์ ในการใช้เวลามากนอ้ ยเพียงใด ในการเรียนรู้ระบบ จะคุ้มค่าหรอื ไม่กับเวลาที่เสียไป 12. การสนบั สนุนด้านเทคนคิ ชว่ ยเหลือในระบบออนไลน์ พิจารณาวัตถุประสงค์ทบ่ี ริษัทผู้ผลิตหรือผูจ้ าหนา่ ย มี การสนบั สนุนดา้ นเทคนคิ 13. การรับฟังความคิดเหน็ พิจารณาวตั ถปุ ระสงค์ในการทราบความคิดเห็นเกี่ยวกบั ระบบตา่ งๆ 14. การทดลองใชร้ ะบบ พิจารณาให้สามารถประเมินระบบจากการปฏบิ ัติ โดยทดลองใช้ระบบที่คาดวา่ จะนาใช้ จรงิ สรุปท้ายหน่วย โปรแกรมการจดั การสารสนเทศสว่ นบคุ คล เปน็ แนวคิดทีอ่ าศัยทักษะหลายด้านในการดาเนินการ เกี่ยวกับสารสนเทศทุกประเภททแ่ี ต่ละบคุ คลได้รบั โดยการใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยในการจัดการ ท้ังท่ี เกี่ยวกบั การประกอบกิจการ หรอื การดารงชวี ติ เพอ่ื นาสารสนเทศท่สี าคัญหรือจาเป็นตอ่ บุคคลนัน้ นามาใช้ ประโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ โดยความสาคัญของการจดั การสารสนเทศสว่ นบุคคล มีแนวคิดเก่ียวกบั การ วางแผนสารสนเทศสาหรบั บคุ คล เปน็ แนวคิดใหม่ทต่ี ้องอาศยั ทักษะหลายดา้ น โดยเฉพาะอย่างยิง่ ทักษะดา้ นการ จดั การ ทั้งน้ี เพอ่ื ให้ประสบความสาเรจ็ ในการประกอบกิจการงานและการดารงชวี ติ ในยคุ การเปล่ียนแปลง
ใบงานบทท่ี 6 ตอนที่ 1 จงตอบคาถามตอ่ ไปนี้ใหไ้ ด้ใจความสมบูรณ์ 1.จงอธบิ ายความหมายของการจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คล 2.จงอธบิ ายความหมายของสารสนเทศ 3.จงอธิบายความหมายส่วนบุคคล 4.จงอธิบายความหมายของโปรแกรมจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล 5.จงอธิบายขัน้ ตอนการดาเนินการทท่ี าใหก้ ารจัดการสารสสนเทศสว่ นบุคคลประสบความสาเรจ็ 6.จงอธิบายองคป์ ระกอบของระบบดารจัดการสารสนเทศสว่ นบคุ คล 7.จงอธบิ ายประเภทของระบบการจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คล 8.อธบิ ายระบบนดั หมายส่วนบุคคล 9.จงอธบิ ายพัฒนาการของระบบการจดั การสารสนเทศสว่ นบุคคล 10.จงอธบิ ายเกณฑ์การเลอื กระบบการจดั การสารสนเทศส่วนบคุ คล ตอนที่ 2 จงทาเครื่องหมาย (x) ลงหนา้ ข้อทถี่ กู ที่สุด 1.ข้อใดไม่ใช่รูปแบบของการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคล ก. การจดั เก็บ ข. การดูแลรกั ษา ค. การสืบคน้ ง. การดาวนโ์ หลดข้อมลู จ. การจัดการสารสนเทศท่ีไมต่ ้องการ 2.ขอ้ ใดจัดเป็นประเภทของระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคลท่แี บ่งตามฟงั ก์ชนั่ การทางาน ก. ประเภทพนื้ ฐาน ข. ประเภทโปรแกรมสาเรจ็ รปู ค. ใช้กับไมโครคอมพิวเตอร์ ง. ฟงั ก์ชัน่ การทางานหลกั จ. โปรแกรมสาเรจ็ รูปท่ใี ช้ในงานสานักงานทั่วไป 3.บนั ทกึ ช่วยจา จัดเปน็ ระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบุคคลประเภทใด ก. ประเภทพ้นื ฐาน ข. ประเภทโปรแกรมสาเร็จรปู ค. ใชก้ ับไมโครคอมพวิ เตอร์ ง. ฟังกช์ ั่นการทางานหลกั จ. โปรแกรมสาเรจ็ รปู ทีใ่ ชใ้ นงานสานักงานทั่วไป 4.ส่วนรบั เขา้ ของระบบการจัดการสารสนเทศสว่ นบคุ คล แบ่งออกเป็นกี่ส่วนย่อย ก. 1 สว่ น ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน ง. 4 ส่วน จ. 5 ส่วน 5.ส่วนใดจัดเปน็ ส่วนของการประมวลผล ก. Input ข. Output ค. Process ง. Income จ. Reply 6.องค์ประกอบของระบบการจัดการสารสนเทศส่วนบุคคล แบ่งออกเปน็ กส่ี ่วน ก. 1 ส่วน ข. 2 ส่วน ค. 3 ส่วน ง. 4 สว่ น จ. 5 สว่ น
7.ขอ้ ใดหมายถึงระบบช่วยจา ก. Search ข. Remember ค. Appointment ง. Electronic Mail จ. Alarm จ. Alarm 8.ขอ้ ใดหมายถงึ การนัดหมาย จ. Alarm จ. Alarm ก. Search ข. Remember ค. Appointment ง. Electronic Mail 9.ข้อใดหมายถงึ การเตอื นความจาผา่ นจดหมายอิเลก็ ทรอนกิ ส์ ก. Search ข. Remember ค. Appointment ง. Electronic Mail 10.ขอ้ ใดหมายถงึ การค้นหาขอ้ มูล ก. Search ข. Remember ค. Appointment ง. Electronic Mail
บทท่ี 7 การเรยี นรผู้ ่านระบบเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ ความหมายของเครอื ข่ายการเรยี นรู้ ความหมายของเครือขา่ ยการเรยี นรู้ (Web Based Instruction) หมายถึง การเรยี นรใู้ นระบบ คอมพวิ เตอร์ เพื่อใช้ประกอบกจิ กรรมทางการศึกษาทุกระดบั โดยมีองค์ประกอบสาคญั คอื อปุ กรณ์ คอมพวิ เตอร์ โปรแกรมท่ีใชค้ วบคุมระบบการทางานและเครือขา่ ยการสอื่ สาร นอกจากน้ี การเรยี นรขู้ อง ผู้เรยี นแตล่ ะคนยงั แตกต่างกนั ออกไปตามความสามารถในการส่อื สาร และสภาวะแวดล้อมในการเชอ่ื มโยงขอ้ มูล อกี ดว้ ย คุณลกั ษณะพเิ ศษของเครอื ข่ายการเรียนรู้ 1.สามารถเข้าถึงได้กว้างขวาง งา่ ย สะดวก เรยี กข้อมูลมาใช้ได้ง่าย เช่ือมโยงเข้าหานักเรยี นคนอื่นได้ งา่ ย รวดเรว็ และสามารถเรยี กใช้ขอ้ มูลไดท้ กุ เวลา ทกุ สถานท่ีมีเครอื ข่าย 2.เป็นการเรียนแบบร่วมกันและทางานร่วมกนั เป็นกลุ่ม คณุ ลกั ษณะพน้ื ฐานของเครือขา่ ยการเรยี นรู้ คอื การเรยี นแบบร่วมมอื กัน ดงั นั้น ระบบเครอื ข่ายจงึ ควรเปน็ กลมุ่ ของการเรยี นร้โู ดยผ่านระบบการสอ่ื สารท่ีสงั คม ยอมรับ เครอื ข่ายการเรยี นรู้จงึ มรี ปู แบบของการร่วมกนั บนพนื้ ฐานนของการแบง่ ปนั ความน่าสนใจของข้อมลู ข่าวสารซ่ึงกันและกัน 3.สร้างกจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยเน้นใหผ้ ้เู รียนเปน็ ผู้กระทามากกว่าเปน็ ผถู้ ูกกระทา 4.ผเู้ รียนเป็นศูนย์กลางการเรียนการสอน และเน้นบทบาททีเ่ ปล่ยี นแปลงไป 5.จัดใหเ้ ครือขายการเรยี นรเู้ ปน็ เสมอื นชุมชนของการเรียนร้แู บบออนไลน์ แนวทางการบริหารจัดการและพัฒนาเครอื ข่ายการเรียนรู้ แนวทางการบรหิ ารจดั การและพฒั นาเครือขา่ ยการเรยี นรู้ แบง่ ออกเปน็ 4 ข้นั ดังนี้ 1.ข้นั การก่อรปู เครอื ข่ายการเรยี นรู้ (Learning Network Forming) เปน็ การก่อตัวขึน้ โดยมี แนวทางสาคัญท่ี ควรดาเนินการ 4 ประการ ได้แก่ 1.1 การสรา้ งความตระหนกั ในปญั หา 1.2 การสร้างสานกึ ในการรวมตัว 1.3 การสรา้ งจุดรวมของผลประโยชนใ์ นเครอื ข่ายการแสวงหาแกนนาทีด่ ขี องเครือขา่ ย 1.4 การสรา้ งแนวร่วมของสมาชกิ เครือข่าย ถา้ เครือข่ายแหง่ ใดปฏิบตั ไิ ด้ตามแนวทางดงั กลา่ วกเ็ ช่ือไดว้ า่ จะสามารถก่อต้งั เครือข่ายในชุมชนไดอ้ ยา่ งแนน่ อน 2.ขัน้ การจดั ระบบบริหารเครอื ข่ายการเรียนรู้ (Learning Network Organizing) การจดั ระบบบริหาร เครอื ข่ายการเรียนรทู้ จ่ี ะนาไปสู่ความสาเรจ็ มีองคป์ ระกอบสาคญั ท่ีควรพจิ ารณา 5 ประการ คือ 1. การจดั ผงั กลุ่มเครือขา่ ย 2. การจดั บทบาทหน้าท่ีของสมาชิกในเครอื ขา่ ย 3. การจัดระบบการตดิ ต่อส่อื สาร 4. การจัดระบบการเรยี นรู้รว่ มกนั 5. การจัดระบบสารสนเทศ
ดังนัน้ ถา้ สามารถจัดระบบบริหารเครือข่ายไดค้ รบถว้ นดงั กลา่ ว ผลทีต่ ามมาก็จะเปน็ ไปอยา่ งราบรน่ื 3.ขนั้ การใช้เครือขา่ ยการเรยี นรู้ (Learning Network Utilizing) การใชป้ ระโยชนจ์ ากเครือข่ายการเรียนรู้ จากการดาเนนิ งานดา้ นตา่ งๆ ทสี่ าคญั 5 ประการ ได้แก่ 1. การใชเ้ ครอื ขา่ ยเพื่อใหเ้ ป็นเวทกี ลางประสานงานรว่ มกนั ระหว่างสมาชิกภายในและภายนอกเครือข่าย 2. การใชเ้ ครือข่ายเพอ่ื เป็นเวทีแลกเปลีย่ นสารสนเทศและความรขู้ องสมาชกิ เครือข่ายและผู้สนใจ 3. การใช้เครอื ขา่ ยเพื่อให้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนระดมทรพั ยากรรว่ มกันของสมาชกิ เครอื ข่าย 4. การใชเ้ ครอื ข่ายเพื่อใหเ้ ปน็ เวทีร่วมสร้างสรรค์และพัฒนาความรู้ใหม่ๆใหแ้ ก่สมาชิกทงั้ ภายในและ ภายนอกเครอื ขา่ ย 5. การใชเ้ ครือขา่ ยเพ่อื ใหเ้ ป็นเวทีสร้างกระแสผลักดนั ประเดน็ ใหม่ๆทีเ่ ป็นปัญหาของชมุ ชนและสังคม 4.ข้ันการธารงรักษาเครือขา่ ยการเรียนรู้ (Learning Network Maintaining) การธารงรักษาเครือขา่ ยเพ่ือให้ ดาเนนิ การไปสคู่ วามสาเร็จ มีแนวทางปฏบิ ัติ 6 ประการ คอื 1. การจดั ดาเนินการกิจกรรมต่างๆ ร่วมกนั อย่างตอ่ เนอ่ื ง 2. การรักษาสมั พนั ธภาพท่ดี ีตอ่ กนั ระหว่างสมาชกิ เครอื ขา่ ย 3. การกาหนดกลไก 4. การสร้างระบบแรงจูงใจให้แก่สมาชกิ ของเครือขา่ ย 5. การให้ความช่วยเหลือและแก้ไขปญั หาอย่างจรงิ จัง 6. การสรา้ งผนู้ ารุ่นใหมอ่ ยา่ งต่อเนื่อง ข้อดแี ละขอ้ เสยี ของการเรียนรู้ผ่านเครอื ขา่ ยอินเทอรเ์ นต็ ขอ้ ดี 1. เอ้อื อานวยใหก้ บั การตดิ ตอ่ สือ่ สารท่ีรวดเร็ว ไมจ่ ากดั เวลาสถานที่ รวมทง้ั บุคคล 2. ผเู้ รียนและผู้สอนไมต่ อ้ งการเรียนและสอนในเวลาเดียวกัน 3. ผ้เู รยี นและผู้สอนไม่ต้องมาพบกนั ในห้องเรยี น 4. ตอบสนองความต้องการของผูเ้ รยี นและผู้สอนท่ีไมพ่ รอ้ มด้านเวลา ระยะทางในการเรยี นได้เปน็ อย่างดี 5. ผเู้ รยี นทไี่ มม่ คี วามม่นั ใจ กลวั การตอบคาถาม ตัง้ คาถาม ตั้งประเดน็ การเรยี นรู้ในหอ้ งเรยี น มีความ กลา้ มากกวา่ เดมิ เนือ่ งจากไมต่ ้องแสดงตนตอ่ หนา้ ผ้สู อนและเพื่อนรว่ มชนั้ โดยอาศัยเครื่องมือ เช่น E-Mail , Webboard , Chat , Newsgroup แสดงความคิดเห็นได้อยา่ งอสิ ระ ข้อเสยี 1. ไมส่ ามารถรับรู้ความรูส้ ึก ปฏกิ ริ ิยาทแ่ี ทจ้ รงิ ของผูเ้ รยี นและผสู้ อน 2. ไม่สามารถสื่อความรสู้ ึก อารมณใ์ นการเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งแท้จรงิ 3. ผ้เู รยี นและผ้สู อนจะตอ้ งมคี วามพร้อมในการใช้คอมพวิ เตอร์และอินเทอรเ์ นต็ ท้ังด้านอุปกรณ์ทกั ษะ การใช้งาน
ข้อคานงึ ในการจัดการเรียนร้ผู ่านระบบเครือข่ายอินเทอรเ์ น็ตในการจดั การเรยี นการสอนผ่านเว็บไซต์หรือผา่ น ระบบเครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต ควรคานึงถงึ ประเดน็ ตา่ งๆ ดังตอ่ ไปน้ี 1. ความพรอ้ มของอุปกรณแ์ ละระบบเครือขา่ ย เน่ืองจากการเรยี นการสอนผ่านเว็บไซต์ เปน็ การปรบั เนื้อหาเดมิ ส่รู ปู แบบใหม่ จาเปน็ ตอ้ งมีเคร่อื งมือ อปุ กรณ์ และระบบเครือขา่ ยที่พร้อมและสมบรู ณ์ เพือ่ ใหไ้ ด้ บทเรยี นดิจิตอลท่ีมคี ุณภาพ และทันตอ่ ความต้องการ ผู้เรียนสามารถเลอื กเวลาเรียนได้ทุกช่วงเวลาตามที่ต้องการ เรียน ซึง่ ในประเทศไทยพบว่ามปี ญั หาในด้านนมี้ าก โดยเฉพาะในเขตนอกเมืองใหญ่ 2. ทกั ษะการใชค้ อมพวิ เตอรแ์ ละอินเทอรเ์ น็ต ผ้เู รียนและผู้สอนตอ้ งมีความรแู้ ละทกั ษะท้งั ด้าน คอมพิวเตอร์และเครือขา่ ยอนิ เทอร์เนต็ พอสมควร โดยเฉพาะผู้สอนจาเป็นต้องมที ักษะอ่ืนๆ ประกอบเพื่อสรา้ ง เวบ็ ไซตก์ ารสอนท่ีน่าสนใจใหก้ บั ผ้เู รยี น 3. ความพร้อมของผเู้ รียน ผู้เรียนจะตอ้ งมคี วามพรอ้ มทงั้ ทางดา้ นจิตใจและความรู้ คอื จะตอ้ งยอมรบั ในเทคโนโลยีรูปแบบนี้ ยอมรบั การเรยี นด้วยตนเอง มคี วามกระตือรือร้น ต่ืนตัว ใฝ่รู้ มีความรับผิดชอบ กล้า แสดงความคิดเหน็ และศกึ ษาหาความรู้ใหมๆ่ 4. ความพรอ้ มของผู้สอน ผู้สอนจะตอ้ งเปล่ยี นบทบาทจากผแู้ นะนามาเป็นผอู้ านวยความสะดวก ยึด ผู้เรียนเป็นศนู ย์กลาง กระตนุ้ ให้ผ้เู รยี นเกิดความอยากรอู้ ยากเห็น อยากเรียนรู้ กระตุ้นการทากจิ กรรมออนไลน์ และการเผยแพร่บทเรียนผ่านเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต 5. เนื้อหา บทเรยี น เนอ้ื หาบทเรียนจะต้องเหมาะสมกบั ผู้เรยี นใหม้ ากกลุ่มทีส่ ดุ มีหลากหลายใหแ้ ละ ผู้เรียนแตล่ ะกล่มุ เลอื กเรยี นได้ด้วยตนเอง มีกิจกรรม วัตถุประสงค์ทชี่ ัดเจน เลอื กใช้สอื่ การสอนท่เี หมาะสมและ เหมาะสมกับความพรอ้ มของเทคโนโลยี การลาดับเนอ้ื หาไม่ซบั ซอ้ น ไมก่ ่อใหเ้ กดิ ความสับสน ระบแุ หล่งคน้ ควา้ อื่นๆ ทช่ี ดั เจน ใบงานบทท่ี 7 จงตอบคาถามต่อไปน้ใี ห้ได้ใจความสมบรู ณ์ 1. จงอธบิ ายความหมายของเครือข่ายการเรยี นรู้ 2. จงอธิบายคุณลักษณะพเิ ศษของเครอื ข่ายการเรียนรู้ 3. จงอธบิ ายแนวทางการบรหิ ารจดั การและพัฒนาเครือข่ายการเรียนรู้ 4. จงอธิบายกระบวนการและวธิ กี ารสรา้ งเครือขา่ ยการเรียนรู้ 5. จงอธิบายความหมายของ E-Learning 6. จงอธิบายลักษณะของ E-Learning ในประเทศไทย 7. จงอธบิ ายปญั หาการพฒั นาระบบการเรียนรูผ้ า่ นเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ ในประเทศไทย 8. จงอธบิ ายขอ้ ดแี ละขอ้ เสียของการเรยี นรูผ้ ่านเครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ 9. จงอธิบายขอ้ คานึงในการจดั การเรียนรู้ผ่านระบบเครือข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต 10. จงบอกชอื่ เวบ็ ไซต์ที่เป็นเครือข่ายการเรียนรู้มา 5 ชอื่
บทที่ 8 การป้องกนั และกาจดั ไวรัส ความหมายของไวรัส (Virus) ไวรัสคอมพวิ เตอร์ เป็นโปรแกรมชนิดหนง่ึ ทมี่ คี วามสามารถในการสาเนาตัวเองเข้าไปตดิ อยใู่ นระบบ คอมพิวเตอร์ และถ้ามโี อกาสก็สามารถแทรกเข้าไประบาดในระบบคอมพวิ เตอรอ์ ื่นๆ ซึง่ อาจเกดิ จากการนาเอา ไวรัสจากเครือ่ งหน่ึงไปใชอ้ กี เคร่อื งหนงึ่ หรืออาจผ่านระบบเครือข่ายหรอื ระบบส่อื สารข้อมูลไวรัสก็อาจแพร่ ระบาดได้เช่นกนั เมอ่ื ไวรสั เข้ามาอยู่ในคอมพวิ เตอร์แลว้ อาจจะทาความเสียหายแก่ขอ้ มูลท่อี ยใู่ นคอมพิวเตอร์ หรอื รบกวนการทางานของระบบปฏบิ ัตกิ าร การท่เี ครือ่ งคอมพวิ เตอรเ์ ครือ่ งใดติดไวรสั ไวรัสได้เข้าไปฝังตวั อย่ใู น หน่วยความจาของคอมพิวเตอร์ ประเภทของไวรัส ไวรัสมอี ย่หู ลายประเภท โดยแบง่ เป็นประเภทใหญๆ่ ได้ดงั นี้ 1. ไฟล์ไวรสั (File Virus) เป็นประเภทไวรัสที่ใหญท่ ส่ี ดุ โดยไวรสั ประเภทนีจ้ ะซอ่ นตัวเองไปกับ ไฟล์ ซง่ึ โดยมากมกั เปน็ ไฟล์ประเภทโปรแกรมทม่ี ีนามสกลุ เป็น .com , .exe, .sys, .dll 2. บู๊ตเซกเตอร์ไวรสั (Boot Sector Virus) เปน็ ไวรสั ประเภททีต่ ดิ ทางอุปกรณพ์ กพา คอื แฟลซ ไดรฟ์ ตัวไวรสั จะทางานโหลดตัวเองขึ้นมากอ่ นระบบปฏิบตั กิ าร ทุกคร้งั ที่เปิดเครอ่ื ง ก็เทา่ กับวา่ ไปทาให้ไวรัส ข้ึนมาทางานทกุ ครั้งกอ่ นการเรยี กใช้โปรแกรมอนื่ ๆ 3. มาไครไวรสั (Macro Virus) เป็นไวรัสประเภทใหมท่ ่ีก่อกวนโปรแกรมสานักงานต่างๆ เชน่ MS Word, Excel, PowerPoint ซ่งึ จะใช้ลกั ษณะพเิ ศษของโปรแกรมท่ีมีการเขยี นโปรแกรมดว้ ยมาโครเปน็ ชดุ คาสง่ั เลก็ ๆทางานอัตโนมตั ิ มกั จะทาให้ไฟล์มขี นาดใหญข่ ึ้นผิดปกติ การทางานหยดุ ชะงักโดยไมท่ ราบสาเหตุ หรอื ทาใหไ้ ฟล์เสยี หาย ขดั ขวางกระบวนการพิมพ์ เปน็ ตน้ 4. หนอนไวรัส (Worm) โดยทีจ่ ริงแลว้ หนอนไวรสั ยงั ไม่ถอื วา่ เปน็ ไวรสั เสยี ทเี ดยี ว เนอ่ื งจากจะไม่ ตดิ กับโปรแกรมใดๆ หนอนไวรัสอาจจะเปน็ โปรแกรมหนงึ่ หรอื ชดุ คาสง่ั โปรแกรม ซ่ึงสามารถทาสาเนาได้เอง และจะตดิ กับคอมพวิ เตอรใ์ นระบบเครอื ข่าย (Network) เปา้ หมายของหนอนไวรัส คอื การโจมตผี ่านเครอื ข่าย ซ่ึงมตี ัง้ แตข่ ัดขวางการทางานไปจนถึงทาใหเ้ ครอื ข่ายลม่ 5. โทรจัน (Trojan) มีลักษณะและพฤติกรรมไมแ่ พรเ่ ชือ้ ไปติดไฟลอ์ ่ืนๆ ไมส่ ามารถส่งตัวเองไปยัง คอมพวิ เตอรเ์ ครอื่ งอน่ื ๆได้โทรจันเปน็ โปรแกรมคอมพิวเตอรท์ ถี่ ูกออกแบบมาใหแ้ ฝงตัวเองเข้าไปในระบบและจะ ทางานโดยการดักจบั เอารหัสผ่านเข้าส่รู ะบบต่างๆและสง่ กลบั ไปยังผ้ปู ระสงค์ร้าย เพ่ือเขา้ ใช้หรอื โจมตรี ะบบใน ภายหลัง ซึง่ แฝงมาในหลายๆ รูปแบบ เชน่ โปรแกรม หรอื การ์ดอวยพร เปน็ ตน้ เพือ่ ดกั จับตดิ ตาม หรอื ควบคมุ การทางานของเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ทถี่ ูกคุกคาม สปานแวร์ (Spyware) สปานแวร์ (Spyware) คอื โปรแกรมทีแ่ ฝงเขา้ มาในคอมพิวเตอรข์ ณะที่กาลงั ทางานบน อินเทอร์เนต็ เป็นโปรแกรมที่ถกู เขียนขึ้นมาสอดส่อง หรือดักจับข้อมลู การใช้งานเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ นอกจากน้ี อาจมีการสารวจโปรแกรมและไฟล์ตา่ งๆ ในเครอื่ งคอมพวิ เตอรอ์ กี ด้วย สปายแวรน์ ีจ้ ะทาการสมุ่ ข้อมลู ดงั กล่าวไป ในเครอื่ งปลายทางที่โปรแกรมไดร้ ะบเุ อาไว้ ดงั นนั้ ขอ้ มลู ตา่ งๆในเคร่อื งคอมพวิ เตอรอ์ าจจะไม่เปน็ ความลับอกี
ต่อไป สปายแวรอ์ าจเข้ามาเพื่อโฆษณาสนิ คา้ ต่างๆบางตัวกส็ รา้ งความราคาญเพราะจะเปิดหนา้ ต่างโฆษณาบอ่ ยๆ แต่บางตวั ร้ายกวา่ นั้น คอื ทาให้ไม่สามารถใช้อนิ เทอร์เน็ตไดเ้ ลย สปายแวร์ตดิ เคร่ืองคอมพิวเตอรไ์ ด้อยา่ งไร ผู้ใช้คอมพิวเตอรส์ ว่ นใหญ่ไมค่ ่อยได้ดแู ลเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ที่ใช้ ไมเ่ คยปอ้ งกนั ไมเ่ คยบารงุ รกั ษา จึงมกั เกิดปัญหา สปายแวร์จะตดิ ไดห้ ลายทางแตห่ ลกั ๆ คือ 1. เขา้ เย่ียมเว็บไซตต์ ่างๆ เมื่อเว็บไซต์บอกให้ดาวนโ์ หลดโปรแกรมดาวนโ์ หลดโดยท่ีไมร่ วู้ ่าคืออะไร 2. ดาวน์โหลดโปรแกรมฟรีท่ีเรยี กวา่ Freeware มาใช้โปรแกรมฟรนี ้ันมีใชก้ ไ็ ด้ แต่ก็ควรดใู ห้ดีเพราะโปรแกรม ฟรีหลายตัว จะมีสปายแวร์ติดมาดว้ ย 3. เปิดโปรแกรมท่ีสง่ มากบั อเี มล บางคร้งั มีผทู้ ี่สง่ อีเมล์มาใหพ้ รอ้ มโปรแกรมสวยงาม โดยทไ่ี มร่ วู้ า่ มีสปาย แวร์อยู่ด้วย กส็ ง่ ตอ่ ๆกันไป ขอ้ สังเกตเกี่ยวกบั สปายแวร์ เมือ่ สปายแวร์เข้ามาอยใู่ นเคร่อื งคอมพิวเตอร์ ก็จะสาแดงลกั ษณะพิเศษของโปรแกรมออกมา คือ นาเสนอหนา้ เว็บไซต์โฆษณาเชิญชวนใหค้ ิดทกุ คร้งั ทีอ่ อนไลน์อินเทอรเ์ นต็ โดยมาในรปู ต่างๆกนั ดงั น้ี 1. มี Pop up ขึ้นมาบอ่ ยครงั้ ท่ีเข้าเวบ็ 2. ทลู บาร์ ( Toolbar ) มแี ถบปมุ่ เคร่ืองเมื่อเพม่ิ 3. หนา้ จอ ( Desktop ) มีไอคอน ( Icon ) แปลกๆเพม่ิ ข้นึ 4. เมื่อเปิดเว็บเบราวเ์ ซอร์ ( Web Browser ) หนา้ เวบ็ แรกทีพ่ บแสดงเวบ็ ไซต์ทไ่ี มร่ จู้ ักหรือไมเ่ คยพบเห็นมา กอ่ น 5. เวบ็ ไซตใ์ ดที่ไมส่ ามารถเขา้ ไดห้ นา้ เว็บไซต์โฆษณาของสปายแวรจ์ ะมาแทนที่วิธีการปอ้ งกันเพอ่ื ไม่ใหถ้ ูกโจมตี จากสปายแวร์ 1. ตดิ ตง้ั โปรแกรม Anti-Spyware ไว้ในเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เพอื่ ให้ Anti-Spyware สามารถตรวจสอบค้นหา สิ่งแปลกปลอม (Spyware) ท่จี ะเข้าฝ่ังตวั อย่ภู ายในเครือ่ งคอมพิวเตอร์ ซงึ่ โปรแกรม Anti-Spyware จะทา หน้าท่ีตรวจสอบเปน็ ลกั ษณะเรียลไทม์ เม่อื Anti-Spyware ตรวจพบสปายแวรก์ จ็ ะทาการเตือนให้ผ้ใู ช้ทราบ และทาการลบสปายแวร์ออกจากเครื่องคอมพิวเตอร์โดยทันที 2. ไมด่ าวน์โหลดไฟลข์ ้อมลู หรอื โปรแกรมจากเว็บไซตท์ ี่ไม่น่าเชื่อถือ ควรจะดาวนโ์ หลดจากเวบ็ ไซต์ท่ีนา่ เชื่อถือ เท่านั้น 3. เม่ือเขา้ ไปในเว็บไซตใ์ ดเวบ็ ไซต์หนง่ึ และพบหนา้ จอทผี่ ิดปกติ ใหพ้ ิจารณาอา่ นขอ้ ความเพือ่ ตรวจสอบเงื่อนไข การใช้
การป้องกันสปายแวร์และซอฟต์แวร์ทไี่ มพ่ งึ ประสงค์ บางครัง้ อาจจะมีซอฟต์แวรไ์ มพ่ งึ ประสงค์อ่นื ๆ เขา้ มาละเมดิ ความเปน็ ส่วนตวั แสดงโฆษณาทไ่ี ม่ ต้องการแบบไมร่ ู้ กาลเทศะ ทาให้คอมพิวเตอรท์ างานชา้ หรอื อาจทาให้คอมพวิ เตอร์มีปญั หาใช้งานไมไ่ ด้ วธิ ีการช่วยป้องกัน คอมพิวเตอร์จากสปายแวร์และซอฟตแ์ วรท์ ี่ไม่พึงประสงค์ตา่ งๆ มีดังนี้ ขนั้ ตอนท่ี 1 อัพเดตซอฟตแ์ วร์ที่ใช้อยู่ ถา้ หากใช้ Windows XP อย่วู ิธกี ารอย่างหน่งึ ซงึ่ ชว่ ยปอ้ งกันสปายแวร์และซอฟแวรไ์ มพ่ ึงประสงค์ ต่างๆ ได้ คือ ตรวจสอบใหแ้ นใ่ จว่าซอฟต์แวร์ทั้งหมดได้รบั การอพั เดตแลว้ โดยจะต้องเข้าไปท่ีเมนู Windows Update เพอ่ื ดวู ่า หัวข้อ Automatic Updates เปดิ ทางานอยู่แลว้ หรือไม่ เพราะคุณสมบตั ิขอ้ นี้ จะช่วยใหด้ าวน์โหลดอพั เดตโปรแกรมสาคญั และระบบรักษาความปลอดภัยลา่ สุดมายังคอมพิวเตอร์ได้ ขน้ั ตอนท่ี 2 ปรบั แตง่ ตัวแปรระบบรกั ษาความปลอดภยั ของ Internet Explorer สามารถปรับแตง่ ตวั แปรระบบรกั ษาความปลอดภยั ของเว็บเบราวเซอร์ Internet Explorer วา่ ตอ้ งการรับขอ้ มูลจากเวบ็ ไซตต์ า่ งๆ มากน้อยเพยี งใดได้ ไมโครซอฟตแ์ นะนาให้คณุ ต้ังค่าตัวแปรของระบบรกั ษา ความปลอดภยั ของ Internet Zone ให้อย่ทู ี่ Medium หรอื สูงกวา่ จึงจะดีทสี่ ุด ขนั้ ตอนท่ี 3 ใช้ไฟรว์ อลล์ (Firewall) แมว้ า่ สปายแวรแ์ ละซอฟต์แวร์ไมพ่ งึ ประสงคส์ ว่ นใหญม่ ักจะมากับโปรแกรมอ่นื ๆ แตย่ ังมสี ปายแวร์ อีกประเภทหน่ึงซึ่งอาจถกู แฮกเกอรน์ ามาปล่อยเอาไว้กเ็ ปน็ ได้ ดงั น้ัน การติดต้งั ไฟร์วอลล์หรอื ใช้ไฟร์วอลล์ที่มีอยู่ ใน Windows XP จะช่วยให้ปอ้ งกนั แฮกเกอร์เหลา่ นไ้ี ด้ ข้ันตอนท่ี 4 ทอ่ งเว็บไซต์และดาวนโ์ หลดขอ้ มูลอย่างรอบคอบ วธิ กี ารป้องกนั สปายแวร์และซอฟต์แวรไ์ มพ่ งึ ประสงคต์ ่างๆ ก็คือ การไม่ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ เหล่านีม้ าต้งั แต่แรก เทคนคิ ชว่ ยป้องกนั ตวั จากการดาวน์โหลดซอฟแวร์ทไ่ี มต่ ้องการ มีดงั นี้ คอื 1. ดาวน์โหลดโปรแกรมจากเว็บไซตท์ ่ีเช่อื ใจเทา่ นั้น ถ้าหากไม่แน่ใจว่าจะเช่ือใจซอฟต์แวรท์ กี่ าลงั ดาวน์โหลดมา หรือไมค่ วรสอบถามจากเพ่อื นที่มีความรูม้ ากกวา่ หรอื ใสช่ ือ่ โปรแกรมดงั กล่าวลงไปในกลไกคน้ หาข้อมลู ชนิดใดก็ ได้เพอ่ื ดูว่ามีการรายงานพบสปายแวรใ์ นโปรแกรมชนดิ นหี้ รือไม่ 2. อา่ นคาเตือนเรื่องระบบรักษาความปลอดภยั ขอ้ ตกลงเรื่องลิขสทิ ธิ์ และขอ้ ความมที่เกีย่ วข้องกับขอ้ มูลส่วนตวั ในซอฟต์แวรท์ ่กี าลงั จะดาวนโ์ หลดมาใช้ 3. หา้ มคลิกที่ Agree หรือ Ok เพ่อื ปดิ วินโดวส์ แต่ควรคลิกทีป่ ุ่ม X สแี ดงที่มุมขวาบนของวินโดวส์ 4. เลือกใชโ้ ปรแกรมแลกไฟล์เพลงและภาพยนตร์ “แจกฟรี” ช่อื ดังชนิดต่างๆ อยา่ งระมัดระวงั ต้องตรวจสอบ ให้แนใ่ จว่ามซี อฟตแ์ วร์อะไรทพี่ ่วงมากบั ตวั โปรแกรมหลักแลว้ บา้ ง วธิ ีการป้องกันไวรสั คอมพวิ เตอร์ วิธกี ารที่ดที ่ีสดุ ในการป้องกันปญั หาไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ ให้ติดตั้งโปรแกรมแอนตไี้ วรสั แล้วทา การอัพเดตไวรสั อย่างสมา่ เสมอ และให้ทาการสแกนไวรัสเปน็ ประจา โดยสแกนแบบ Full ทัง้ น้ี มีข้อที่ควร ปฏบิ ัติในการปอ้ งกนั ไวรัส ดงั นี้
1. ตดิ ต้งั โปรแกรมป้องกันไวรัส และอัพเดตไวรัสอย่เู สมอ 2. ติดตง้ั โปรแกรมป้องกนั ไวรัสทเ่ี หมาะสมกับระบบปฏบิ ตั กิ ารของเคร่อื ง 3. สรา้ งแผ่น Emergency Disc หรือแผ่น Boot CD/USB เพือ่ ใชใ้ นการกู้ระบบ 4. อพั เดตข้อมูลไวรสั ของโปรแกรมทกุ วัน หรอื ทุกครงั้ ที่โปรแกรมแจง้ เตอื นใหอ้ ัพเดต 5. เปดิ ใชง้ าน auto-protect ถา้ โปรแกรมสนบั สนนุ 6. ตรวจสอบหาไวรัสทกุ ครงั้ ก่อนเปิดไฟลจ์ ากแผ่นหรือสือ่ บันทึกขอ้ มลู ตา่ งๆ 7. ใชโ้ ปรแกรมเพื่อทาการตรวจหาไวรัสบนเครื่องคอมพวิ เตอร์อยา่ งนอ้ ย 1 ครง้ั ตอ่ สปั ดาห์ โปรแกรมทีน่ ยิ มใชใ้ นการป้องกนั ไวรสั การใช้โปรแกรมปอ้ งกันไวรัส สว่ นมากจะชอบโหลดโปรแกรมสแกนไวรสั จากเว็บไซต์ตา่ งๆ จะมีโปรแกรมทนี่ ยิ ม ดาวนโ์ หลดใชใ้ นการป้องกันไวรสั มีดังน้ี 1. AVG Antivirus Free Edition 2011 เป็นโปรแกรมที่สามารถปอ้ งกนั ไวรัสและสปายแวรต์ ใหมๆ่ ได้ เช่น ไวรสั ทม่ี ากับ E-mail เพราะทกุ วันนไี้ วรสั และสปายแวรจ์ ะมกี ารอพั เดตความสามารถในการทาลายอยู่ ตลอด ดงั น้ัน ควรอัพเดตโปรแกรมทมี่ ีอยแู่ ละอัพเดตเวอร์ชัน่ ใหม่ๆ ของโปรแกรมอยู่ตลอดเวลา ถ้ายังไมม่ ี โปรแกรมสแกนไวรัส ลองใชโ้ ปรแกรมท่ตี ดิ อันดับตน้ ๆ ของการดาวนโ์ หลด อย่าง AVG Antivirus Free Edition 2011 มาลองใชก้ นั 2. Avira AntiVir Personal Free Edition สามารถกาจัดไวรสั ได้มากกวา่ 300,000 ชนิดมีการ อพั เดต ขอ้ มลู ไวรัสในเครอื่ งแบบอัตโนมตั ิทาใหโ้ ปรแกรมไม่ลา้ หลังและตามไวรัสตัวใหม่ๆ ไดท้ ันโปรแกรมน้ี เหมาะสมสาหรับคนทชี่ อบเล่นอนิ เทอร์เนต็ และชอบดาวนโ์ หลดทง้ั หลายแต่บางที่เวลาทีส่ แกนโปรแกรมกอ็ าจจะ ลบข้อมลู บางอย่างออกไปดว้ ย
3. Avast Free Antivirus สามารถปอ้ งกันไวรสั Spyware หรอื Malware ต่างๆ ทีแ่ ฝงตัวมากับเว็บไซต์ ไมใ่ หเ้ ข้ามาทารา้ ยขอ้ มลู ในเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ได้ การสแกนสามารถสแกนได้ทั้งไฟล์ที่อยู่ในเครื่ คอมพิวเตอร์ และสแกนสามารถสแกนขณะท่ีบู๊ตเครอื่ งก็ได้ โดยโปรแกรมจะตรวจจับไวรสั และกาจัดไวรสั ใหท้ ันที ท่พี บ และในปัจจุบนั โปรแกรมสามารถรองรับภาษาได้มากกวา่ 19 ภาษา เปน็ โปรแกรมท่มี ีขนาดเลก็ กะทัดรัด สามารถใชง้ านไดง้ า่ ย ทีส่ าคญั ไมห่ นกั เครอื่ งด้วย 4. PC Tools AntiVirus Free โปรแกรมน้จี ะช่วยป้องกนั เครอื่ งคอมพวิ เตอรไ์ มใ่ หต้ ดิ ไวรัสได้ง่ายๆ ซึ่ง เหมอื นกบั โปรแกรมสแกนไวรัสตัวอื่นๆ โปรแกรมนส้ี ามารถดาวน์โหลดมาใชง้ านไดฟ้ รี แต่ขนาดของไฟลอ์ าจจะ ค่อนข้างใหญ่ และอาจทาให้หนกั เครือ่ งอยู่บ้าง 5. Microsoft Security Essentials โปรแกรมนีเ้ ป็นโปรแกรมที่สามารถตรวจสอบและกาจัดไวรสั หรอื สปาย แวรไ์ ด้เกอื บทกุ รูปแบบ ไมว่ ่าไวรสั จะเปลย่ี นสถานะในการเข้าถงึ ข้อมลู เป็นอย่างไรก็ตามโปรแกรมก็จะตรวจพบ ไวรัสได้อยู่ดี จึงควรดาวน์โหลดโปรแกรมนไี้ ปใช้ เพราะเป็นโปรแกรมท่ีพัฒนาขึน้ มาโดยบรัท Microsoft เองซึง่ นา่ จะช่วยผ้ทู ี่ใชง้ านคอมพิวเตอรใ์ นระบบปฏิบตั กิ าร Windows User
6. ThreatFire AntiVirus Free Edition โปรแกรมป้องกันและกาจดั ไวรสั น้ีสามารถตรวจได้ท้ัง Trojans, rootkits, hijackers, keyloggers และ Malware ตวั อื่นๆ แตโ่ ปรแกรมสแกนไวรสั ตัวนไี้ มส่ ามารถสแกนครัง้ ละ File หรือ Folder ได้ เพราะโปรแกรมจะบงั คบั ให้สแกนทุกไดรฟ์ พรอ้ มกนั หมด 7. Emsisoft Anti-Malware 5.0 เปน็ โปรแกรมที่ช่วยปอ้ งกันไวรสั โทรจนั ประเภท Back Orifice และ โปรแกรมน้ียงั สามารถตรวจหาไวรสั ท่ีแนบมากับ E-Mail ท่ีเป็นตระกลู ZIP, ARJ, CAB หรือไฟลท์ ี่มาจากการ ดาวนโ์ หลดได้เช่นกัน และในโปรแกรมนี้ยังสามารถสแกนตัวโทรจันและระบขุ อ้ มูลของไวรัสโทรจนั แตล่ ะประเภท ไดอ้ กี ด้วย การเรยี นร้เู กย่ี วกับไวรัสโทรจนั เหลา่ นี้ ถ้าจะใชโ้ ปรแกรมนี้จะตอ้ งใช้เวลานานในการตดิ ตั้ง เพราะ โปรแกรมมขี นาดใหญพ่ อสมควร 8. Panda Cloud Antivirus Free เป็นโปรแกรมท่ีมขี นาดเล็ก ใช้พนื้ ท่ขี องเครื่องคอมพิวเตอร์น้อย สาหรบั โปรแกรมนสี้ ามารถใชง้ านง่าย เพราะมไี อคอนเพยี งไมก่ ีป่ ุ่ม ในการทางานของโปรแกรมน้จี ะทาการอพั เดต อัตโนมตั เิ มอ่ื เราเชื่อมต่ออนิ เตอร์เนต็ ทาให้สามารถสแกนไวรสั ตัวใหมๆ่ ได้ อีกทั้งยังสแกนไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว 9. MultiVirusCleaner 2009 โปรแกรมนเ้ี ป็นโปรแกรมอเนกประสงค์ท่สี ามารถตรวจจับและกาจดั ไวรัสหรอื สปายแวรไ์ ด้ และสามารถอพั เดตฐานข้อมูลไวรัสของตัวเองเพ่อื ให้โปรแกรมสามารถตรวจจับไวรัสขนิด
ใหมๆ่ ได้ โดยสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมนี้มาใชง้ านไดห้ ากเคร่ืองมีปญั หา นอกจากนโี้ ปรแกรมสแกน ไวรัส MultiVirusCleaner 2009 ยงั สามารถตรวจพบไวรัสได้มากถึง 6,400 ประเภทในแบบต่างๆ กันไดโ้ ดย ไม่มีปญั หา 10. Avast-Virus Cleaner and Worm Removal Tool โปรแกรมนจ้ี ะชว่ ยกาจัดไวรสั และหนอน ต่างๆ ในเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเปน็ การลบจาก Registry หรือ Start up สาหรับขอ้ เสียของโปรแกรม น้ี คอื ไมส่ ามารถกาจัดไวรสั ได้ทุกตวั สว่ นขอ้ ดี คือ โปรแกรมนีไ้ มจ่ าเป็นตอ้ งตดิ ตัง้ ให้ยงุ่ ยากเพียงแค่ดบั เบิ้ล คลิกกส็ ามารถใชง้ านได้ทนั ที และข้อดอี กี อยา่ งหนง่ึ กค็ อื โปรแกรมนส้ี ามารถพกพาได้งายเพยี งแคท่ าการบันทกึ ใส่ Flash Drive ก็นาไปสแกนไดท้ กุ ท่ี 11. Baidu Antivirus 2014 เป็นโปรแกรมสแกนไวรสั แจกฟรีที่มปี ระสทิ ธภิ าพสูงจากประเทศจีน พฒั นา โดย Baidu Inc. เป็นบรษิ ัททใ่ี หบ้ รกิ าร Search Engine ใหญท่ ี่สดุ แห่งหนง่ึ ของประเทศจนี และผู้ใชม้ าก ท่สี ุดในประเทศ โดยใหด้ าวนโ์ หลดแบบไม่ตอ้ งเสียคา่ ใช้จา่ ย โปรแกรมสแกนไวรสั Baidu Antivirus สามารถดูแลคอมพิวเตอร์ไดเ้ ปน็ อยา่ งดี ปลอดภัยจากไฟล์ท่ีไม่ พงึ ประสงค์ต่างๆ ปอ้ งกนั ไวรัสมลั แวร์ และภัยคุกคามอน่ื ๆ ท่อี าจจะเกิดข้ึนกบั เครอ่ื งคอมพิวเตอรไ์ ด้ทุกเวลา
Search