ใบความรู้ วชิ าโปรแกรมมัลติมเี ดยี 2-2-3 รหัส 20204 - 2110 จุดประสงค์รายวิชา เพอื่ ให้ 1. เขา้ ใจหลักการสร้างสื่อมลั ตมิ เี ดีย 2. เขา้ ใจเกีย่ วกับหลกั การออกแบบโครงร่างเรื่องราว (Story Board) 3. สามารถออกแบบ สร้าง แก้ไข และตกแตง่ โดยใช้โปรแกรมมลั ตมิ เี ดยี 4. สามารถผลติ ส่อื มัลตมิ เี ดยี ในงานอาชีพ 5. มเี จตคติและกิจนิสยั ท่ดี ใี นการปฏบิ ตั ิงานคอมพิวเตอรด์ ้วยความละเอยี ดรอบคอบ และถกู ต้อง สมรรถนะรายวิชา 1. แสดงความรู้เก่ยี วกับหลกั การสร้างสอ่ื มลั ติมเี ดยี 2. แสดงความรู้เกีย่ วกับหลกั การโครงร่างเรื่องราว (Story Board) 3. ปฏบิ ตั กิ ารออกแบบ สรา้ ง แก้ไข และตกแต่งโดยใช้โปรแกรมมลั ติมีเดยี 4. ปฏบิ ัติการผลติ สอ่ื มัลติมเี ดียในงานอาชีพ คาอธิบายรายวชิ า ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับหลกั การสร้างสื่อมลั ติมเี ดยี หลกั การออกแบบโครงรา่ งเร่ืองราว (Story Board) การออกแบบ สรา้ ง แก้ไข ตกแตง่ โดยใช้โปรแกรมมัลติมเี ดีย และการผลิตสอ่ื มัลติมเี ดยี ในงาน อาชพี
ใบความรู้ ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกับมัลติมเี ดีย ความหมายของมัลติมีเดีย ( Multimedia ) สาหรับคาวา่ “มลั ติ” (Multi) หมายถึง หลายๆ อย่างผสมรวมกัน ส่วนคาว่า “มเี ดีย” (Media) หมายถึง สือ่ ขา่ วสาร ชอ่ งทางการตดิ ต่อสือ่ สาร เม่ือนามารวมกนั เป็นคาวา่ “มัลติมเี ดยี ” จึงหมายถึง การนาองค์ประกอบของสื่อชนดิ ต่างๆ มาผสมผสาน เขา้ ด้วยกัน ซ่งึ ประกอบดว้ ย ตัวอกั ษร (Text) ภาพน่ิง (Still Image) ภาพเคลือ่ นไหวหรืออนเิ มช่ัน (Animation) เสียง (Sound) และวดิ โี อ (Video) โดยผา่ นกระบวนการทางระบบคอมพวิ เตอรเ์ พ่ือส่ือความหมายกบั ผู้ใชอ้ ย่าง มีปฏิ สัมพันธ์ (Interactive Multimedia) และได้บรรลุผลตามวัตถุประสงคก์ ารใชง้ าน ความหมายของ “มัลตมิ เี ดีย” หรอื “สือ่ ประสม” มใี ชก้ ันใน 2 ลักษณะ คือ 1. ใชใ้ นความหมายตามคาแปล หมายถึง สื่อทเ่ี กิดจากการแสดงผลของข้อความ ภาพ และเสียง พรอ้ มๆ กนั ใน ลักษณะใด ลักษณะหนงึ่ โดยใช้อุปกรณต์ ่างๆ ได้แก่ โทรทศั น์ ภาพยนตร์ สไลด์ ประกอบเสียง หรือการใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ตา่ งๆ ในการสาธิตหรือการสอน หรือหมายถึง การใชส้ ่อื มากกวา่ 1 ส่อื รว่ มกันนาเสนอข้อมลู ขา่ วสาร โดยมจี ุดมงุ่ หมายให้ผรู้ ับสื่อสามารถรับข้อมลู ข่าวสารไดม้ ากกวา่ 1 ช่องทาง และหลากหลายรูปแบบ 2. ใช้ในความหมายปัจจุบัน หมายถึง การใชค้ อมพวิ เตอรเ์ พอื่ นาเอาขอ้ ความ ภาพ และเสยี งในรปู แบบตา่ งๆ ซึง่ ถกู บันทึกไว้ในรปู ข้อมลู มาแสดงผลแปลงกลบั เปน็ ข้อความ ภาพ และเสียง ทางจอภาพและลาโพง ผสมผสาน กัน รวมทงั้ ควบคุมการแสดงผลของส่อื เหล่านน้ั โดยโปรแกรม(Program) สัง่ งานคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบของมลั ติมีเดยี มัลติมเี ดียเปน็ การผสมผสานระหว่างสื่อหลายๆ ส่อื ประกอบดว้ ย 1. ขอ้ ความหรือตัวอักษร (Text) 2. ภาพนงิ่ (Still Image) 3. ภาพเคล่อื นไหว (Animation) 4. เสยี ง (Sound) 5. ภาพวีดีโอ (Video)
1. ข้อความ (Text) ขอ้ ความ เปน็ ส่วนท่เี ก่ยี วกับเน้อื หาของมัลติมีเดยี ใชแ้ สดงรายละเอียด หรือเนือ้ หาของเรอื่ งทน่ี าเสนอ ซงึ่ ปจั จุบนั เราสามารถแบ่งประเภทของข้อความได้หลายรูปแบบดงั น้ี คือ 1.1 ข้อความท่ไี ดจ้ ากการพิมพ์ เป็นข้อความปกตทิ ่ีพบได้ทั่วไป ได้จากการพิมพด์ ้วย โปรแกรม ประมวลผลคา(Word Processor) เชน่ NotePad,Text Editor, Microsoft Word อปุ กรณ์นาเข้าคอมพวิ เตอร์ (Input device ) ท่ที าใหเ้ กิดขอ้ ความ คอื แป้นพมิ พ์ (Keyboard) 1.2 ข้อความจากการสแกนด้วยสแกนเนอร์ เปน็ ขอ้ ความในลกั ษณะภาพ หรอื Image ได้จากการนา เอกสารท่ีพมิ พ์ไว้แลว้ หรือเอกสารตน้ ฉบบั มาทาการสแกน ด้วยเครื่องสแกนเนอร์ (Scanner) 1.3 ข้อความไฮเปอร์เท็กซ์ (Hyper Text) ข้อความหรือกล่มุ ของข้อความที่ถูกเช่ือมโยงเขา้ ด้วยกัน โดยมีการนาเสนอแบบปฏิ สมั พันธ์ โดยการนาข้อความที่ใช้ มาเป็นจุดเช่ือมโยง ซง่ึ จะมีลักษณะเดน่ กว่าข้อความ อน่ื เช่น การขดี เส้นใต้ การเน้นด้วยสี ตวั หนา หรอื ตัวเอยี ง การลิงค์ไปยังข้อความหรือจดุ อื่นๆ 2. ภาพนิง่ (Still Image) ภาพน่งิ (Still Image) เปน็ ภาพท่ีไมม่ ีการเคลื่อนไหว เช่น ภาพถ่าย ภาพวาด และภาพลายเสน้ เปน็ ตน้ ภาพน่งิ นับว่ามบี ทบาทต่อระบบงานมัลตมิ เี ดยี เปน็ สือ่ ในการนาเสนอท่ีดี เนื่องจากมีรูปแบบท่ีน่าสนใจ สามารถสอื่ ความหมายไดก้ ว้างกวา่ ข้อความหรอื ตัวอักษร
ประเภทของภาพน่งิ แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 2 ชนิด 2.1 ภาพ 2 มติ ิ (2D Image) ภาพเวกเตอร์ (Vector Graphic) มีลกั ษณะของโครงสร้างเปน็ รูปทรงเรขาคณิต เช่น เส้นตรง วงกลม รปู หลายเหล่ียม และข้อความศลิ ป์ รวมถงึ การแสดงภาพที่เกิดจากการคานวณและประมวลผลไดใ้ กลเ้ คียงกับ ภาพบติ แมป ภาพบติ แมป (Bitmapped Image) เป็นภาพท่ีเกดิ จากการประกอบรวมกันของพกิ เซล ซ่ึงเป็น สว่ นประกอบทเ่ี ล็กท่ีสุดท่ีใชแ้ สดงผลบนจอภาพและในการพิมพ์ ภาพบิตแมปสามารถรองรบั การแสดงสไี ด้ มากกวา่ 16.7 ล้านสี (ความละเอียดที่ 26 บิต) 2.2 ภาพ 3 มิติ (3D Image) มลี ักษณะมุมมองของภาพท่เี หมือนจริง อยู่ในรูปทรง 3 มติ ิ (3D) มพี น้ื ฐานการสร้างมาจากภาพ 2 มิติ (มีเพียง แกน X และ Y) โดยเพม่ิ ความลกึ ใหก้ บั ภาพท่ีสร้าง (เพม่ิ แกน Z) 3. ภาพเคลอ่ื นไหว (Animation) ภาพเคล่อื นไหว หมายถงึ ภาพกราฟิกท่มี ีการเคลื่อนไหวเพอ่ื แสดงขน้ั ตอนหรอื ปรากฏ การณ์ต่างๆ ท่เี กิดขนึ้ อยา่ งต่อเนอื่ ง เชน่ การเคลอื่ นทีข่ องอะตอมในโมเลกลุ หรือการเคล่อื นที่ของลูกสูบ ของเคร่อื งยนต์ เป็นตน้ เพื่อสรา้ งสรรคจ์ ินตนาการให้เกดิ แรงจูงใจจากผู้ชม 4. เสียง (Sound) เสยี งเปน็ องค์ประกอบหน่ึงทสี่ าคญั ของมลั ตมิ ีเดยี โดยจะถูกจัดเกบ็ อยูใ่ นรปู ของสญั ญาณ ดจิ ิตอลซงึ่ สามารถเล่นซ้ากลับไปกลบั มา ได้ จะช่วยให้ระบบมัลตมิ เี ดยี นนั้ เกิดความสมบูรณแ์ บบมาก ย่ิงขึ้น นอกจากน้ี ยงั ช่วยสรา้ งความน่าสนใจและน่าตดิ ตามในเรอ่ื งราวตา่ งๆ ได้เปน็ อย่างดี
5.วดี ิโอ (Video) วิดีโอเปน็ องค์ประกอบของมลั ติมีเดียทมี่ ีความสาคญั เปน็ อย่างมาก เนือ่ งจากวดิ ีโอในระบบดิจติ อลสามารถ นาเสนอข้อความหรือรปู ภาพ (ภาพน่ิงหรอื ภาพเคลื่อนไหว) ประกอบกบั เสียงไปพร้อมกันไดส้ มบูรณม์ ากกวา่ องค์ประกอบชนดิ อนื่ ๆ ทาใหเ้ กิดความน่าสนใจในการนาเสนอ มากยิ่งขึ้น ประโยชนข์ องมลั ตมิ เี ดีย ปจั จุบนั นสี้ อื่ มัลตมิ เี ดีย ได้เขา้ มามบี ทบาทในชีวิตของคนเรามากยงิ่ ขน้ึ โดยมีประโยชน์ ดังน้ี 1. มกี ารประยุกตใ์ ช้มลั ติมีเดยี ในการสรา้ งสื่อการเรียนการสอน อันสง่ ผลให้เกดิ ระบบหอ้ งสมุดแบบดจิ ทิ ัล (Digital Library) การเรียนการสอนทางไกล (Distance Learning) การสร้างห้องเรียนเสมอื นจริง (Virtual Classroom) และการเรียนการสอนแบบกระจาย อนั ส่งผลให้เกิดการเรยี นรู้อย่างกว้างขวาง 2. ในสว่ นของภาคธรุ กิจ โดยเฉพาะธรุ กจิ รูปแบบใหม่ท่ีเรยี กวา่ E-Commerce อันจะชว่ ยใหก้ ารนาเสนอ สนิ ค้า มีความนา่ สนใจมากกว่าเดิม 3. ธรุ กจิ การพิมพ์ นับเป็นอกี หน่ึงธรุ กิจที่สมั พนั ธก์ ับเทคโนโลยีมลั ตมิ ีเดีย อันจะสง่ ผลให้หนังสือ สง่ิ พิมพต์ า่ งๆ มคี วามนา่ สนใจมากข้นึ และปัจจบุ ันก็มี E-Magazine หรอื E-Book ออกมาอย่างแพร่หลาย 4. ธุรกจิ การใหบ้ รกิ ารขอ้ มลู ขา่ วสาร เม่อื มกี ารนาเทคโนโลยีมลั ตมิ ีเดียมาชว่ ย จะทาให้ขอ้ มูลข่าวสารท่เี ผยแพร่ ออกไป มีความนา่ สนใจมากกว่าเดิม
5. ธุรกจิ โฆษณา และการตลาด มีการใช้มัลตมิ ีเดยี เขา้ มาชว่ ยในการสรา้ งส่ือโฆษณา ซง่ึ จะช่วยดึงดูดคนเขา้ มา ชม ดว้ ยเทคโนโลยใี หม่ๆ ทมี่ ีความแปลกใหม่ 6. การแพทยแ์ ละสาธารณสุข ปัจจบุ นั มกี ารสร้างสื่อเรยี นรูด้ ้านการแพทย์ ชว่ ยใหป้ ระชาชนทว่ั ไป มคี วาม สนใจศึกษา เพือ่ สรา้ งความเข้าใจทีถ่ ูกต้องเกยี่ วกบั การดแู ล รกั ษาสขุ ภาพตนเอง 7. นนั ทนาการ นับเปน็ บทบาทที่สาคัญมาก ทง้ั ในรูปของเกมการเรียนรู้ 8. มีการประยุกตใ์ ช้ Virtual Reality เพ่อื ให้เกดิ ประโยชน์ในดา้ นต่างๆ มากยง่ิ ขึ้น ความหมายของสตอร่ีบอร์ด (Story Board) สตอรี่บอรด์ (Story Board) คือ การเขยี นกรอบแสดงเร่ืองราวทส่ี มบรู ณ์ของภาพยนตรห์ รอื หนังแตล่ ะเรอื่ ง โดยมี การแสดงรายละเอยี ดท่จี ะปรากฏในแตล่ ะฉากหรือแต่ละหนา้ จอ เชน่ ข้อความ ภาพ ภาพเคล่ือนไหว เสียงดนตรี เสียงพดู และแต่ละอยา่ งน้ันมีลาดบั ของการปรากฏว่าอะไรจะปรากฏขน้ึ กอ่ น-หลงั อะไรจะปรากฏพร้อมกัน เป็น การออกแบบอยา่ งละเอียดในแต่ละหนา้ จอก่อนท่จี ะลงมอื สรา้ งเอนเิ มชันหรือ หนงั ขึ้นมาจรงิ ๆ • Storyboard คอื การสร้างภาพใหเ้ ห็นลาดับขนั้ ตอนตามเนือ้ เร่ืองทต่ี ้องการ โดยเฉพาะภาพเคล่ือนไหว • รายละเอยี ดที่ควรมใี น Storyboard ไดแ้ ก่ คาอธบิ ายแต่ละสอื่ ที่ใช้ (ขอ้ ความ รปู ภาพ ภาพเคลื่อนไหว เสยี ง วีดโิ อ) หลักการเขยี นสตอรีบ่ อร์ด รูปแบบของสตอรบี่ อรด์ จะประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ สว่ นภาพกบั ส่วนเสยี ง โดยปกตกิ ารเขียนสตอรี่ บอรด์ ก็จะวาดภาพในกรอบส่ีเหล่ียม ตอ่ ด้วยการเขียนบทบรรยายภาพหรือบทการสนทนา และส่วนสุดท้ายคือ การใส่เสียงซ่งึ อาจจะประกอบด้วยเสยี งสนทนา เสยี งบรรเลง และเสียงประกอบต่างๆ สิง่ สาคัญท่ีอยภู่ ายในสตอรี่ บอร์ด ประกอบดว้ ย - ตัวละครหรือฉาก ไม่วา่ จะเป็นคน สัตว์ สง่ิ ของ สถานทีห่ รอื ตัวการต์ ูน และที่สาคัญ คือ พวกเขากาลงั เคล่ือนไหว อย่างไร
- มมุ กล้อง ท้ังในเรอื่ งของขนาดภาพ มมุ ภาพและการเคล่ือนกลอ้ ง - เสยี งการพูดกนั ระหว่างตัวละคร มเี สียงประกอบหรือเสยี งดนตรีอยา่ งไร ขอ้ ดีของการทา Story Board 1. ชว่ ยให้เน้อื เรอ่ื งลืน่ ไหล เพราะได้อา่ นทวนตงั้ แต่ตน้ จนจบกอ่ นจะลงมือวาดจริง 2. ช่วยใหเ้ นือ้ เร่ืองไม่ออกทะเล เพราะมีแผนการวาดกากบั ไว้หมดแลว้ 3. ชว่ ยกะปริมาณบทพูดให้พอดีและเหมาะสมกบั หนา้ กระดาษและบอลลูนน้นั ๆ 4. ชว่ ยใหส้ ามารถวาดจบได้ในจานวนหนา้ ทก่ี าหนด (สาคัญสุด!) ขนั้ ตอนการทา Story Board 1.วางโครงเรือ่ งหลัก ไมว่ า่ จะเปน็ Theme, ตัวละครหลัก, ฉาก ฯลฯ 1.1 แนวเรอ่ื ง 1.2 ฉาก 1.3 เนื้อเร่ืองย่อ 1.4 Theme/แก่น (ขอ้ คิด/สิ่งที่ตอ้ งการจะสื่อ) 1.5 ตัวละคร สิง่ สาคญั คอื กาหนดรปู ลักษณข์ องตัวละครแต่ละตวั ใหโ้ ดดเด่นไมค่ ล้ายกันจนเกนิ ไป ควร ออกแบบรปู ลกั ษณ์ของตัวละครให้โดดเด่นแตกต่างกัน และมองแล้วสามารถสื่อถงึ ลักษณะนิสยั ของตวั ละครได้ ทันที 2. ลาดบั เหตุการณ์คร่าว ๆ จุดสาคัญคือ ทุกเหตุการณจ์ ะเปน็ เหตุเปน็ ผลซงึ่ กนั และกนั เหตุการณ์กอ่ นหน้าจะทาใหเ้ หตุการณ์ต่อมามีนา้ หนัก มากขึน้ และต้องหา จดุ Climax ของเร่อื งใหไ้ ด้ จุดน้จี ะเปน็ จดุ ทนี่ า่ ตื่นเต้นที่สดุ ก่อนท่ีจะเฉลยปมทุกอย่างในเร่ือง การสรา้ งปมใหผ้ ู้อา่ นสงสัยกเ็ ป็นจดุ สาคัญในการสร้างเรือ่ ง ปมจะทาใหผ้ อู้ า่ นเกดิ คาถามในใจและคาดเดาเนื้อเรือ่ ง รวมถึงตอนจบไปตา่ ง ๆ นานา 3. กาหนดหน้า 4. แตง่ บท
เปน็ ขน้ั ตอนสุดทา้ ยก่อนลงมือวาดสตอร่บี อร์ด ควรเขยี นบทพูดและบทความคดิ ที่จะใช้เขียนลงในหนัง ออกมาโดยละเอยี ดเพือ่ ท่ีจะไดก้ าหนดขนาดของบอลลนู และจัดวางลงบนหน้ากระดาษได้อยา่ เหมาะสม 5. ลงมือเขยี น Story Board แบบฟอรม์ การเขียนสตอรีบ่ อร์ดแบบตา่ งๆ แบบที่ 1 แบบที่ 2
แบบท่ี 3
ตวั อยา่ งสตอร่บี อรด์ (Story Board)
เรือ่ ง โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 ความหมายของการนาเสนอข้อมูล การนาเสนอข้อมูล หมายถึง การสื่อสารเพื่อเสนอข้อมูล ความรู้ ความคิดเห็นหรือ ความต้องการไปสู่ผู้รับ สาร โดยใช้เทคนิคหรือวิธกี ารต่าง ๆ อันจะทาใหบ้ รรลุผลสาเรจ็ ตามจุดมุ่งหมายของการนาเสนอ หลักการนาเสนอข้อมูลและสร้างสื่อนาเสนอ การนาเสนองานหรือผลงานนั้นสื่อนาเสนอเปรียบเสมือน สะพานเชื่อมเนื้อหาของผู้บรรยายไปยังผู้ฟังและผู้ชม ดังน้ันส่ือจึงมีบทบาทสาคัญอย่างมาก ส่ือที่ดีจะช่วยให้การ ถ่ายทอดเน้ือหาสาระทาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยอาจใช้อุปกรณ์ประกอบเพ่ือเพ่ิมความน่าสนใจ เช่น เครื่อง โปรเจคเตอร์ เครอื่ งรบั โทรทศั น์ หรือเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ เป็นตน้ กระบวนการนาเสนอขอ้ มลู การนาเสนอ (Presenting) เป็นศาสตร์ (วิธีการ) ของการสื่อสาร (Communication) ซ่ึงเป็นกระบวนการ ถา่ ยทอด สาร (message) จากฝา่ ยหน่ึงทเี่ รยี กวา่ ผูส้ ่งสาร (sender) ไปสอู่ ีกฝา่ ยหนึ่งท่เี รยี กว่า ผรู้ บั สาร (receiver) โดยผา่ นชอ่ งทานของ สอื่ (channel) หลกั การพน้ื ฐานของการนาเสนอข้อมลู 1. การดึงดดู ความสนใจ โดยการออกแบบและเลือกองคป์ ระกอบต่าง ๆ ใหน้ า่ สนใจ เชน่ สพี นื้ แบบ สแี ละ ขนาดของตัวอกั ษร รูปประกอบ ตอ้ งเหมาะสม สวยงาม 2. ความชัดเจนและความกระชับของเนื้อหา ส่วนที่เป็นข้อความต้องสั้นแต่ได้ใจความชัดเจน ส่วนที่เป็น ภาพประกอบต้องมสี ่วนสมั พันธอ์ ย่างสร้างสรรค์กับข้อความท่ีต้องการสื่อความหมาย 3. ความเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น กลุ่มเป้าหมายเป็นเด็ก ต้องใช้สีสด ๆ และภาพการ์ตูนมีความ เหมาะสม ถ้ากลมุ่ เป้าหมายเปน็ ผู้ใหญ่ ตอ้ งเน้นการนาเสนอเรอื่ งวชิ าการหรอื ธรุ กจิ และใชภ้ าพประกอบที่เหมาะสม หลกั การเตรียมงานนาเสนอ การนาเสนอท่ีดีควรทาอย่างเป็นลาดับข้ันตอน ซึ่งการเตรียมงานนาเสนอด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint มขี ัน้ ตอนดังนี้ 1. เตรียมข้อมูลท่ีต้องการนาเสนอ ก่อนการจัดทางานนาเสนอ ควรมีความชัดเจนในสิ่งที่ต้องการนาเสนอ เช่น การร่างหัวข้อและรายละเอียดที่ต้องการนาเสนอ การวางลาดับขั้นตอนและแนวทางการนาเสนอ โดยหัวข้อ และข้อความท่ีใชน้ าเสนอควรเปน็ ประโยคทีส่ มบูรณ์ กระชับและเข้าใจงา่ ย นอกจากน้คี วรศกึ ษาขอ้ มลู เก่ียวกับผู้ฟัง ด้วย เช่น อายุ เพศ ความรู้ เป็นตน้ 2. วางโครงรา่ งสไลด์ ให้นาชอ่ื หัวข้อและรายละเอียดท่ีร่างไว้มาจัดโครงร่างและวางลาดับสไลด์ โดยกาหนด จานวนสไลด์ทั้งหมดครา่ ว ๆ แลว้ จึงวางแผนว่าในสไลด์แต่ละแผ่นควรใส่เนื้อหา รปู ภาพหรือวดี ิโอประกอบอย่างไร พร้อมทัง้ จัดลาดับใหเ้ หมาะสมกับเนื้อหา
3. สร้างงานนาเสนอ ให้นาข้อมูลและโครงร่างที่วางแผนไว้มาสร้างงานนาเสนอด้วยโปรแกรม Microsoft PowerPoint โดยใส่เน้ือหาตา่ ง ๆ เชน่ ข้อความ รปู ภาพลงในสไลดแ์ ละตกแต่งให้สวยงาม การเข้าสู่โปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 เม่อื ต้องการเขา้ สู่การใชง้ านของโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 เพอื่ เปิดใช้งาน มีขน้ั ตอนดงั น้ี 1. คลิกทป่ี ุ่ม Start 2. คลกิ ที่ All Programs 3. คลิกที่ Microsoft Office 2013 4. คลิกที่ PowerPoint 2013 5. เลือกรูปแบบของแผน่ สไลด์ (จากรูปเลือกเปน็ แผน่ สไลดเ์ ปลา่ ) ก่อนจะเขา้ สู่การใช้งานโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013
การสรา้ งสไลด์ เมือ่ เปิดโปรแกรม Microsoft PowerPoint 2013 ขึ้นมา โปรแกรมจะกาหนดให้สรา้ งรูปแบบสไลด์ 1 แผ่น แต่ถ้าต้องการสรา้ งสไลด์ใหม่ก็สามารถทาได้ มีขัน้ ตอนดังนี้ การสร้างสไลดจ์ ากงานนาเสนอเปล่า 1. คลกิ ที่แท็บ FILE (ไฟล)์ 2. คลกิ ท่ี New (ปิด) แล้วเลือกรปู แบบของสไลด์ Blank Presentation (งานนาเสนอเปล่า) ดงั รูป
การสรา้ งสไลดจ์ ากแม่แบบ 1. คลกิ ที่แทบ็ FILE (ไฟล์) 2. คลกิ ท่ี New (ใหม่) แลว้ เลอื กรูปแบบของสไลดจ์ ากแม่แบบและชุดรูปแบบท่พี รอ้ มใชง้ าน ดงั รปู 3. หรอื ดาวนโ์ หลดรูปแบบอนื่ ๆ มาใช้งาน 4. คลกิ เลือกรปู แบบของสไลดจ์ ากแม่แบบ 5. คลิกท่ีปุ่ม Create (สร้าง)
6. จะปรากฏแมแ่ บบและชุดรปู แบบท่ีพรอ้ มใชง้ าน
การใสข่ อ้ ความ การสร้างข้อความในสไลด์ เพ่อื ใชใ้ นการส่อื ความหมาย เม่ือต้องการพิมพข์ ้อความลงในสไลด์ สามารถทาได้ 2 วธิ ี ดงั นี้ การใส่ขอ้ ความด้วยกรอบเค้าโครง 1. คลิกภายในกรอบเคา้ โครง 2. พมิ พข์ ้อความตามทีต่ อ้ งการ เม่ือพิมพ์เสร็จแลว้ ให้คลิกดา้ นนอกของกรอบเค้าโครง
การใสข่ ้อความด้วยกลอ้ งข้อความ 1. คลกิ ที่แท็บ INSERT (แทรก) 2. คลกิ ทป่ี ุ่ม Text Box (กล่องข้อความ) 3. คลิกเมาส์บนสไลด์ แลว้ พิมพข์ ้อความตามที่ต้องการ
การแทรกรูปภาพ รปู ภาพต่าง ๆ นิยมนามาตกแต่งสไลด์ เพื่อสอื่ ความหมายและเพิม่ ความน่าสนใจ ซ่ึงมีขั้นตอนการแทรก รูปภาพดงั นี้ วธิ ที ่ี 1 แทรกรูปภาพจากแฟม้ 1. คลกิ ท่ีแท็บ INSERT (แทรก) 2. คลิกที่ปุ่ม Pictures (รูปภาพ) 3. เลือกโฟลเดอร์ท่ีเกบ็ รปู ภาพ 4. เลอื กรปู ภาพทตี่ ้องการ 5. คลกิ ทปี่ ุ่ม Insert (แทรก)
วธิ ที ี่ 2 แทรกรูปภาพจากการเลือกรูปแบบเคา้ โครงสไลด์ 1. คลกิ ทีเ่ ลือกที่ตอ้ งการ 2. คลกิ ท่ีแท็บ HOME (หน้าแรก) 3. คลกิ ทีป่ ุ่ม New Slide (สไลดใ์ หม่) แลว้ เลือกรูปแบบเค้าโครงสไลด์ 4. ทีห่ นา้ จอออกแบบ คลกิ ทีป่ ่มุ Pictures (รปู ภาพ) ดังรูป (จากนัน้ เลอื กรูปภาพตามวธิ ีที่ 1) การตกแตง่ รูปภาพ เมอ่ื แทรกรูปภาพแล้ว Microsoft Powerpoint 2013 ยังมเี คร่ืองมือสาหรับปรับแต่งรปู ภาพมีมากมาย ซ่งึ มี รายละเอียดดังน้ี 1. ดบั เบลิ คลกิ ท่ีรูปภาพ จะปรากฏเคร่ืองมือต่าง ๆ ของแทบ็ FORMAT (รูปแบบ)
2. กาหนดคา่ ต่าง ๆ ให้กบั รปู ภาพดงั น้ี การแทรกตาราง การนาเสนอในรูปแบบของตารางจะชว่ ยให้น่าสนใจและง่ายต่อการอา่ น ซ่งึ ตารางประกอบดว้ ย 3 ส่วนหลกั ๆ คอื - แถว (Row) : ส่วนทแ่ี สดงในแนวนอน - คอลมั น์ (Column) : สว่ นท่ีแสดงในแนวต้งั - เซลล์ (Cell) : ช่องท่เี กดิ จากการตัดกันระหวา่ งแถวและคอลัมน์ วธิ ที ี่ 1 การแทรกตารางจากแถบรบิ บอน 1. คลิกที่แทบ็ INSERT (แทรก) 2. คลกิ ที่ปุ่ม Table (ตาราง) 3. คลิกเมาส์คา้ งแล้วลาก เพือ่ เลือกจานวนแถวและคอลัมน์
4. ...หรือคลกิ เลือก Insert Table (แทรกตาราง) เพ่ือระบุจานวนคอลัมนแ์ ละแถว จากน้นั กดปุ่ม OK - Number of columns (จานวนคอลมั น)์ - Number of rows (จานวนแถว)
วิธีที่ 2 การแทรกตารางจากเค้าโครงสไลด์ 1. คลกิ ที่เลือกทต่ี ้องการ 2. คลกิ ท่ีแท็บ HOME (หน้าแรก) 3. คลิกทีป่ ุ่ม New Slide (สไลด์ใหม่) แลว้ เลอื กรูปแบบเคา้ โครงสไลด์ 4. ทหี่ นา้ จอออกแบบ คลิกที่ปุ่ม Insert Table (แทรกตาราง) ดังรปู 5. ระบบจานวนคอลมั น์และแถว จากนัน้ กดปุ่ม OK (ตกลง) การพมิ พข์ ้อความในตาราง เมื่อสร้างตารางเสร็จแล้ว ใหค้ ลกิ ท่ีเซลลท์ ่ตี อ้ งการแลว้ พิมพ์ข้อความ
การแทรกแถวและคอลัมน์, การลบแถวและคอลัมน์ 1. คลกิ ทเ่ี ซลล์ทตี่ อ้ งการจดั การ 2. คลิกที่แทบ็ LAYOUT (เค้าโครง) 3. ถ้าต้องการแทรกแถวและคอลมั น์ - Insert Above (แทรกแถวดา้ นบน) - Insert Below (แทรกแถวด้านล่าง) - Insert Left (แทรกคอลมั น์ดา้ นซ้าย) - Insert Right (แทรกคอลมั น์ด้านขวา) 4. ถ้าต้องการลบแถวและคอลัมน์ - Delete Columns (ลบคอลัมน์) - Delete Rows (ลบแถว) - Delete Table (ลบตาราง) การรวมเซลล์และการแบง่ เซลล์ 1. คลิกเลือกช่วงเซลล์ท่ีต้องการรวมเซลล์ หรือ คลกิ เลอื กเซลลใ์ นกรณีท่ตี ้องการแบ่งเซลล์ 2. คลกิ ท่ีแท็บ LAYOUT (เค้าโครง) 3. ถ้าต้องการรวมเซลล์ คลิกที่ป่มุ Merge Cells (ผสานเซลล์) 4. ถา้ ต้องการแบง่ เซลล์ คลกิ ทปี่ ุม่ Split Cells (แยกเซลล์) - Number of columns (จานวนคอลมั น์) - Number of rows (จานวนแถว)
การบันทกึ เสียง การบันทึกเสียง ต้องเตรียมอปุ กรณแ์ ละเชอ่ื มต่อไมโครโฟนเข้ากบั คอมพิวเตอร์ให้เรียบรอ้ ย จากนัน้ ทาตาม ขนั้ ตอนดงั นี้ 1. คลกิ สไลด์ เพื่อบันทึกเสยี งในสไลดน์ ั้น ๆ 2. คลกิ ท่ีแท็บ INSERT (แทรก) 3. คลกิ ท่ีปุ่ม Audio (เสียง) 4. คลิกเลอื ก Record Audio... (บนั ทกึ เสียง...)
5. จะปรากฏหน้าต่าง Record Sound (บนั ทกึ เสยี ง) เม่อื บนั ทึกเสียงเสรจ็ เรียบรอ้ ยแลว้ ใหค้ ลกิ ท่ีป่มุ OK 6. สงั เกตจะมปี ่มุ ลาโพงที่หนา้ จอออกแบบ การกาหนดทรานซิซน่ั (Transition) รปู แบบการแสดงสไลด์หรอื ทรานซิซน่ั (Transition) คอื การใสเ่ อฟเฟ็กต์ระหว่างการเล่อื นสไลดไ์ ปยังสไลด์ ถดั ไป ซงึ่ มีขนั้ ตอนดงั น้ี 1. คลิกทสี่ ไลด์ 2. คลิกที่แท็บ TRANSITIONS (การเปลี่ยน) 3. คลิกเลอื กเอฟเฟ็กต์ทต่ี ้องการ 4. ...หรือคลกิ เลือกเอฟเฟ็กต์อื่น ๆ
การกาหนดรายละเอียดของ Transition เพ่ิมเติม 1. เมอ่ื กาหนด Transition ให้กับสไลด์จะมีสญั ลักษณ์ ดังรูป หมายเลข 1 2. กาหนดรปู แบบของ Effect Options (ตวั เลือกเอฟเฟ็กต์) เพ่ือกาหนดเอฟเฟ็กตเ์ พ่ิมเติม 3. กาหนดรายละเอียดอนื่ ๆ ในการแสดงสไลด์ การลบ Transition 1. คลิกเลือกสไลด์ 2. คลิกที่แท็บ TRANSITIONS (การเปลย่ี น) 2. คลิกที่ปุ่ม None (ไมม่ ี) การสรา้ งจุดเชอ่ื มโยงสไลด์ การฉายงานนาเสนอ โปรแกรมจะนาเสนอโดยเรยี งตามลาดับหมายเลขของสไลด์ แต่ถา้ ต้องการใหแ้ สดง แบบไมเ่ รยี งลาดบั เราสามารถสร้างป่มุ เพื่อเช่ือมโยงไปยังสไลด์ทต่ี อ้ งการได้ ซงึ่ มีขัน้ ตอนดงั นี้ วิธีที่ 1 การสร้างจดุ เชื่อมโยงด้วยปุ่มสาเรจ็ รูป 1. คลกิ เลอื กสไลด์ 2. คลกิ ท่ีแทบ็ INSERT (แทรก) 3. คลกิ ทป่ี ุ่ม Shapes (รปู รา่ ง)
4. คลิกเลือก Action Buttons (ปมุ่ ปฏบิ ัตกิ าร) 5. คลกิ เมาส์ค้างแล้วลาก เพือ่ วาดปมุ่ เชือ่ มโยงในสไลด์ 6. คลิกเลือกแทบ็ คาสง่ั ให้การเชอ่ื มโยงทางาน - Mouse Click (คลิกเมาส)์ : ทางานเมื่อคลิกเมาส์ - Mouse Over (เมาส์อยเู่ หนือ) : ทางานเมื่อวางเมาส์บนปมุ่ 7. คลิกเลอื ก Hyperlink to (ไฮเปอร์ลิงกไ์ ปท่ี) : เพ่อื ทาการเชื่อมโยง - Next Slide (สไลด์ถัดไป) - Previous Slide (สไลด์ก่อนหนา้ - First Slide (สไลด์แรก) - Last Slide (สไลด์สุดทา้ ย) - Last Slide Viewed (สไลดล์ ่าสุดทไี่ ด้แสดงไป) - End Show (สน้ิ สดุ การนาเสนอ) - Custom Show... (การนาเสนอแบบกาหนดเอง) - Slide... (สไลด์) : ไปยังสไลด์อน่ื ๆ - URL... : ไปยังเวบ็ ไซต์ - Other PowerPoint Presentation... (งานนาเสนอ PowerPoint อ่นื ๆ) - Other File... (ไฟล์อ่นื ๆ) 8. ถ้าต้องการใสเ่ สียงให้กบั จดุ เช่อื มโยง ใหค้ ลกิ Play sound (เล่นเสยี ง) 9. คลิกท่ปี ุ่ม Ok (ตกลง)
วธิ ที ่ี 2 การสร้างจุดเช่ือมโยงดว้ ยข้อความหรอื วตั ถุ 1. คลกิ ขวาท่ีข้อความหรือวัตถใุ นสไลด์ 2. คลิกเลือก Hyperlink... (ไฮเปอรล์ ิงก์) จะปรากฏหนา้ ต่าง Insert Hyperlink (แทรกไฮเปอร์ลิงก)์ 2.1 การเช่อื มโยงไปยังไฟล์อ่ืน ๆ 1. คลกิ ที่ Existing File or Web Page (ไฟล์หรือเว็บเพจที่มีอยู่) เพื่อเลือกรปู แบบไฟลห์ รือเว็บเพจ 2. คลิกท่ี Current Folder (โฟลเดอร์ปจั จุบนั ) เพ่อื เลือกโฟลเดอรป์ จั จบุ นั 3. คลกิ เลือกโฟลเดอร์ที่จัดเก็บไฟล์ 4. คลกิ เลือกไฟลท์ ่ีต้องการ
5. คลกิ ที่ปุ่ม OK (ตกลง) 2.2 การเชอ่ื มโยงไปยังสไลด์ที่อยใู่ นไฟล์เดยี วกัน 1. คลกิ ที่ Place in This Document (ตาแหน่งในเอกสารน)้ี เพือ่ เลอื กตาแหน่งในเอกสาร 2. คลิกเลือกสไลด์ที่ต้องการ 3. คลิกท่ีป่มุ OK (ตกลง) การฉายงานนาเสนอ การฉายงานนาเสนอ เราสามารถนาเสนอด้วยแปน้ พิมพ์ เพื่อความรวดเร็ว 1. กดท่ปี ุ่ม F5 เพ่ือฉายงานนาเสนอต้งั แต่สไลด์แผ่นแรก 2. กดทปี่ ุ่ม Shift + F5 เพอ่ื ฉายงานนาเสนอต้ังแตส่ ไลด์ปัจจบุ นั ...หรือเรียนรู้จากวิธีอืน่ ๆ
การควบคุมการฉายงานนาเสนอ ขณะฉายงานนาเสนอ จะปรากฏแถบควบคุมอยูต่ รงมุมลา่ งดา้ นซ้ายมือของสไลด์ สามารถคลกิ เลือกใชง้ าน ได้
ใบความรู้ เรือ่ ง โปรแกรม movie maker ข้นั ตอนแรกกเ็ ปิดโปรแกรม โดยไปที่ Start > All Programs แลว้ หาโปรแกรมน้ีใหเ้ จอคะ่ สญั ลกั ษณ์ ของโปรแกรมเป็นแบบในภาพ เมื่อเปดิ เข้ามาในโปรแกรม หน้าตาของโปรแกรมจะเป็นดงั ภาพ ส่วนต่างๆ ของโปรแกรม Movie Task เป็นแถบงาน ท่ีมตี าสง่ั ตา่ งๆ สาหรบั การทา VDO ใหเ้ ราเลอื กใช้ Collection จะเปน็ ทเ่ี ก็บภาพ วดี โี อ เพลง ท่เี รา Import เขา้ มา Preview สว่ นแสดงวีดโี อท่เี ราไดท้ าขน้ึ Storyboard เปน็ สว่ นที่แสดงภาพข้อความ วีดโี อ เสยี ง ตามลาดบั เวลา สามารถเปลีย่ นเปน็ มุมมองแบบ Timeline ได้
มาดใู นราละเอยี ดสว่ นตา่ งๆ ของ Movie Tasks กันบ้าง มที ั้งหมด 4 สว่ น Capture Video เปน็ ส่วนนาเข้าวดี ีโอ รปู ภาพ และเสียง Edit Movie จะมคี าส่ังเกีย่ วกับการใส่ video effects, video transitionsหรอื การเปล่ยี นภาพในวดี โี อ และการใส่ขอ้ ความลงในวีดโี อ Finish Movie สว่ นจดั การกบั VDO เม่อื ทาเสร็จแลว้ Movie Making Trips เปน็ คาแนะนาการใชต้ ่างๆ
ปมุ่ ควบคุมการเล่นแสดงตัวอยา่ งวีดีโอ เร่ิมจากการนารปู เขา้ โดยไปคลิกที่ Import Picture จากนน้ั คลกิ เลือกรปู และคลกิ Import Note รูปท่ี นามาทาวดี ีโอ อาจจะเปน็ รูปที่มกี าร resize หรือลดขนาดแล้ว โดยปกติในวีดีโอทท่ี าจะมีขนาด 640x480 ดงั นัน้ ภาพท่ีมาทาไมค่ วรเล็กหรือใหญ่เกินไป หากใหญจ่ ะทาให้วดี ีโอที่ทาเสรจ็ มีขนาดใหญ่มาก หากรปู เล็กเกนิ ไปจะทา ให้ไมช่ ดั จะใชร้ ูปขนาดเทา่ กันกับวีดโี อเลยกไ็ ด้คือ 640x480 รปู ท่ีเราเลอื กก็จะมาอยใู่ น Collection ลากรูปทต่ี ้องการมาใสใ่ น Storyboard ตามลาดบั รปู ที่ต้องการใหแ้ สดง
หากตอ้ งการใส่ video effect ใหค้ ลิกท่ี view video effect note video effect การเปลี่ยนแปลงในลกั ษณะ ตา่ งๆ ของรปู นัน้ ๆ ตาม effect ท่เี ราเลือก เช่น จากสกี ลายเปน็ ขาวดา หรอื จากชดั กลายเปน็ เบลอ แตโ่ ดยปกติถา้ ไมต่ ้องการ effect ใดเปน็ พเิ ศษกจ็ ะไม่ใส่ เลือก Effect ทีต่ ้องการใส่แล้วลากลงไปใส่ไว้ในรปู ของเรา ดาวจะกลายเป็นสีนา้ เงินแสดงวา่ รปู นน้ั มีการใส่ video effect หากต้องการเอา effect ออก ให้คลกิ ทรี่ ปู ดาวในรูปน้นั 1 ครง้ั แล้วกด Delete
ใส่ Transition คือ Effect ในระหวา่ งท่จี ะเปลี่ยนจากรปู หน่งึ สอู่ ีกรูปหนง่ึ หากตอ้ งการใส่ คลิกท่ี View video transition จากนั้นเลอื ก Transition แลว้ ลากลงไปใสใ่ นชอ่ งทีอ่ ยู่ระหว่างรูป จะลองกด Play ดผู ลกอ่ นกไ็ ด้
จากน้นั หากต้องการใสเ่ สยี งเพลง เสียงดนตรี คลิกท่ี Import audio or music และเลือกเพลงทต่ี ้องการ คลิกท่ี Import เพลงจะเขา้ มาอยู่ใน Collection ลากเพลงลงไปใสไ่ วห้ นา้ สุดของ Storyboard
มุมมองจะเปล่ยี นเปน็ แบบ Timeline สามารถคลิกให้กลับไปเปน็ แบบ Storyboard ไดโ้ ดยคลิกท่ี Show Storyboard มาดแู ถบเคร่ืองมือในส่วนของ Story Board กันสักนิด ส่วนแรกเปน็ สว่ นควบคมุ เสียง
สว่ นท่สี องเปน็ การจัดการกับไมโครโฟน ในกรณีท่มี ีการตอ่ ไมโครโฟน สว่ นนี้เครื่องหมาย เปน็ การเพ่ิมและลดขนาดของมมุ มองใน - และ +Timeline
เมือ่ ใสเ่ สยี งเรยี บร้อยแล้ว เรามาใส่ขอ้ ความให้กับวีดโี อกนั บ้าง คลกิ ท่ี Make titles or cradits ในส่วนของ Make titles or cradits จะมีใหเ้ ลอื กคือ title at the beginning ใสต่ อนเร่มิ วดี ีโอ title before the selected clip ใสก่ อ่ นหน้ารูปที่เลือก title on the selected clip ใส่บนรูปท่ีเลือก title after the selected clip ใส่หลงั รปู ที่เลือก cradits at the end ใส่ Cradit ตอนจบวีดีโอ
เรามาเพ่ิมตอนกอ่ นจะเริ่มวดี โี อกัน คลิกที่ title at the beginning พมิ พ์ข้อความท่ีตอ้ งการ จากนน้ั คลิกท่ี Change the title nimation
คลกิ เลอื กแบบที่ต้องการ จะแสดงตวั อย่างให้ดูด้านขา้ ง จากน้นั หากตอ้ งการเปลยี่ นสแี ละแบบอกั ษรคลกิ ท่ี Change title text font and color ต้งั ค่าตา่ งๆ ตามต้องการ
เมือ่ เสรจ็ แลว้ คลกิ ที่ Done, add title to movie ขอ้ ความจะขึน้ มาอนั แรกสดุ หากตอ้ งการแกไ้ ขใหด้ บั เบิ้ลคลกิ ท่คี ลปิ น้นั เพื่อท่จี ะเข้าไปแกไ้ ข
จากนั้นเราลองมาใส่ข้อความบนรูปภาพกนั บ้าง คลิกเลือกรูปภาพท่เี ราจะใสข่ ้อความก่อน หลังจากน้นั ใหค้ ลกิ ท่ี title on the selected clip พมิ พข์ ้อความ จะแสดงข้อความให้ดูด้านข้าง
เลอื ก Animation ทตี่ อ้ งการ เสรจ็ แล้วคลกิ ท่ี Done, add title to movie ใน Timeline จแสดงข้อความตรงกับรูปภาพนน้ั สามารถท่จี ะจับเลอ่ื นได้ จากนนั้ เมื่อเสรจ็ สิน้ การทาวดี ีโอแล้วบนั ทกึ งานตามปกติ ไฟล์ท่ีได้จะเปน็ นามสกุล .MSWMM และการแปลงไฟล์ เป็นไฟล์วีดโี อ ให้คลกิ ท่ี Save to my computer
ตัง้ ช่อื และเลือกทีเ่ กบ็ วดี ีโอ จากน้นั คลิก Next เลือกคุณภาพของวดี ีโอ หากต้องการตัวเลือกอ่นื ๆ เพ่ิมเตมิ คลกิ ท่ี Shoe more choices
จะมีตวั เลอื กใหเ้ ลอื กเพ่ิมเตมิ ซง่ึ จะเลือกเปน็ แบบกาหนดขนาดท่ีแน่นอนก็ไดโ้ ดยเลอื กแบบ fit size หรอื ตัวเลอื ก อน่ื ๆ เสรจ็ แ้ลว้ คลิก Next จะทาการ Save รอสักครู่
เสรจ้ แลว้ คลิกที่ Finish เป็นอันเสรจ็ หากไม่ต้องการให้เล่นวีดีโอ ให้เอาเครื่องหมายถกู ที่ Play movie when I click Finish. ออก ไฟลว์ ีดโี อที่ได้จะเป็นนามสกลุ .wmv
ลองเปิดเล่นดู หรือหากตอ้ งการนามาใชใ้ ส่ Blog ตา่ งๆ หรือใหเ้ พ่ือนคนอ่นื ๆ ได้ชมก็อาจจะเอา Upload ไว้ในเว็บ ต่างๆ ท่รี ับฝากวดี โี อเชน่ YouTube หรือ Google กไ็ ด้ แคน่ ้ีกจ็ ะไดว้ ดี ีโอฝีมอื ตวั เองไว้ใชง้ านงา่ ยมากๆ เลย ^_^ ความสวยงามก็แล้วแตว่ ่าแตล่ ะคนมีความคดิ สร้างสรรค์ อยา่ งไร ลองทาใหด้ ูเพ่ือเป็นแนวทาง
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: