คํานํา กระแสรักสุขภาพและสนใจสิ่งแวดลอมของผูบริโภค นํามาซ่ึงการ ปรับเปลี่ยนวิธีการผลิตพืชผักของเกษตรกรใหมีความปลอดภัย ไดมาตรฐานรับรอง และสอดคลองกับความตองการของตลาด ดังน้ันการผลิตพืชผักอยางปลอดภัย นอกจากลดการใชส ารเคมที ส่ี ง ผลกระทบตอ เกษตรกร ผบู รโิ ภค และสง่ิ แวดลอ มแลว ยังสามารถลดตน ทนุ การผลติ สรางรายไดเพม่ิ เพ่มิ มูลคาผลผลิต มสี วนรว มในการ สรางสิ่งแวดลอมทีด่ ี และสรางโอกาสในการขยายตลาดทง้ั ในและตางประเทศ กรมสงเสริมการเกษตร จึงไดเรียบเรียงเอกสารคําแนะนํา เรื่อง “ผลิตและบริโภคผักปลอดภัย” โดยเน้ือหาประกอบดวย วิธีการผลิต การดูแล รักษากอนและหลังการเก็บเกี่ยว วิธีการเก็บเก่ียวผลผลิต ตลอดจนตลาดพืชผัก และเมนูอาหารจากพืชผัก หวังเปนอยางยิ่งวาเอกสารคําแนะนําฉบับน้ี สามารถ สรางความรู ความเขาใจ และตระหนักถึงการผลิตพืชผักใหปลอดภัยแกเกษตรกร มุงหวังใหเกษตรกรพัฒนาตนเอง สรางความเขมแข็งและพึ่งพาตนเอง รวมถึงเปนเคร่ืองมือสําหรับเจาหนาท่ีเพื่อใชในการปฏิบัติงานสงเสริมการเกษตร ใหเ กิดการพฒั นาการผลิตผักปลอดภยั สมกบั เมอื งไทยเปนครวั ของโลก กรมสงเสรมิ การเกษตร 2562 การปองกนั กาํ จดั โรคและแมลงศตั รูมันสําปะหลัง
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง สารบัญ บทท่ี 1 บทนํา หนา บทท่ี 2 การปลกู ผกั และดูแลรักษา 1 บทท่ี 3 ศัตรผู กั และการปองกนั กําจัด 2 บทที่ 4 การเก็บเกีย่ วและการจัดการหลงั การเก็บเก่ยี ว 8 บทท่ี 5 การตลาดพชื ผัก 14 18 ภาคผนวก พืชผกั ทีเ่ กษตรกรนิยมปลกู เมนูอาหารจากพชื ผัก 20 26 บรรณานุกรม 30
บทที่ 1 บทนํา 1.1 ความหมายของพชื ผกั พืชผัก หมายถึง พืชที่สามารถนําสวนตาง ๆ เชน ใบ ลําตน ดอก ผล และราก มาบริโภคไดไมวาบริโภคสดหรือทําใหสุกกอนรับประทาน อาจใชเปนสวนประกอบหลัก หรือสวนประกอบรอง หรอื เปน เครอื่ งเคยี งชวยใหน า รบั ประทานยิ่งข้นึ 1.2 คณุ ประโยชนพ ืชผัก พชื ผกั เปนพืชท่ีอดุ มดว ยคุณคา ทางอาหาร ไดแ ก วิตามินและเกลือแรที่จําเปนตอรางกาย โดยเฉพาะแคลเซียมและธาตุเหล็ก และเปนสารตา นอนุมูลอิสระ แปง และนํา้ ตาลซ่งึ เปน แหลง พลังงาน และใหความอบอุนแกร างกาย เซลลูโลสและไฟเบอร ชวยในการยอ ยอาหารและการขบั ถา ยของรางกาย การปอ งกันกาํ จดั โรผคลแิตลแะแลมะบลรงโิศภัตครผมู ักันปสลําอปดะหภลัยัง 1
การ ปองกัน ํกาจัดโรคและแมลง ัศต ูร ัมน ํสาปะหลัง บทท่ี 2 การปลกู ผกั และดูแลรกั ษา ในการผลิตพืชผักเพื่อใหไดผลผลิตสูงและมีคุณภาพนั้น จําเปนตองใหความสําคัญ ตัง้ แตการเลอื กเมลด็ พนั ธุ การปลูก การใสปยุ การใหน ้ํา การจัดการศตั รูพืช การเกบ็ เกี่ยว และการจัดการหลงั เกบ็ เกีย่ ว 2.1 เมลด็ พนั ธุพืชผกั การใชเ มลด็ พนั ธพุ ชื ผกั ตอ งคาํ นงึ ถงึ ตรงตามพนั ธุ เปน ทต่ี อ งการของตลาด เหมาะสม ตอ สภาพแวดลอ ม มอี ตั ราความงอกสงู ไมห มดอายุ อยใู นภาชนะทป่ี ด สนทิ และควรเลอื กซอ้ื เมลด็ พนั ธจุ ากรานคา หรอื บริษัทท่ีเชื่อถือได 2.2 การเลือกชนดิ ผัก ผักจาํ แนกไดเปน 3 ชนิด ตามอายกุ ารเก็บเก่ียว ไดแ ก 1) ผักอายุส้ัน หมายถึง ผักที่มีอายุตั้งแตปลูกจนถึงสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิต ไดนอยกวา 2 เดือน มีการเจริญเติบโตรวดเร็ว สามารถปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตได ในเวลาสนั้ เชน ผักบงุ จนี คะนา กวางตุง เปนตน 2) ผักอายุปานกลาง หมายถึง ผักที่มีอายุประมาณ 2–5 เดือน ตั้งแตปลูก จนสามารถเก็บเก่ียวผลผลิตไปบริโภคได เชน กะหลํ่าปลี ผักกาดขาวปลี กะหล่ําดอก ถ่วั ฝกยาว แตงโม บวบ มะระ และฟกทอง เปน ตน 3) ผักยืนตน หมายถึง ผักที่สามารถปลูกและเก็บเก่ียวผลผลิตไปรับประทานได อยางตอ เนอ่ื ง สามารถปลกู และอยขู ามป เชน ผักหวาน กะเพรา โหระพา แมงลกั ขงิ ขา ตะไคร และกระชาย เปน ตน 2 กรมสง เสริมการเกษตร
2.3 การเพาะเมลด็ การเพาะเมล็ดผักทน่ี ิยมมี 2 วิธี ดงั น้ี 1) การเพาะในแปลงเพาะ ควรเปนบริเวณท่ีสะดวกตอการดูแล ดินดี น้ําไมทวม และแสงแดดเพียงพอ แปลงเพาะกลาควรมีขนาดกวาง 1 เมตร ความยาวตามตองการ และสะดวกตอผูดูแลแปลง โดยขุดดินตากแดดประมาณ 10-15 วัน ใสปุยคอกหรือ ปุยหมกั ยกแปลงสงู ประมาณ 10 เซนตเิ มตร เกลี่ยหนา แปลงใหเรยี บ หวา นเมลด็ กระจาย ใหทั่วแปลง หรือโรยเปนแถวใหแตละแถวหางกันประมาณ 15-20 เซนติเมตร เกล่ียดิน กลบบาง ๆ แลวรดน้ํา ควรคลุมดนิ ดวยแกลบหรอื ฟางแหง เพื่อรักษาความชน้ื 2) การเพาะในถาดเพาะ เหมาะสําหรับเมล็ดพันธุท่ีมีราคาแพง และขนาดเล็ก ใชพ้ืนที่ไมมากนัก เคลื่อนยายงาย ทราบจํานวนตนกลาแนนอน วัสดุเพาะอาจใช อัตราสว นระหวาง ดินละเอียด : ปยุ คอกแหงหรอื ปยุ หมกั : ทรายละเอยี ด : ขุยมะพรา ว อยางละเทากันก็ได โดยใสเมล็ดหลุมละ 1-2 เมล็ด เมื่อตนกลาแข็งแรงดีแลว จงึ นําไปยายปลูกลงแปลง 2.4 การเตรยี มแปลงปลกู เมล็ดพืชผักโดยสวนใหญมีขนาดเล็ก มีระบบรากตื้น หากเตรียมดินไมดีจะสงผลตอ การงอกและการเจริญเติบโต โดยปกติใหทําการไถผาน และไถดะ ลึก 15-20 เซนติเมตร แลวตากดินไว 7-10 วัน เพ่ือทําลายไขแมลงและศัตรูพืชในดิน ทําการไถพรวนพรอมใส ปุยอินทรียผสมคลุกเคลาไปกับดิน จะทําใหดินรวนซุย และเหมาะสมกับการเจริญเติบโต และควรใสปยุ หมกั หรือปยุ คอกในอัตรา 4-6 ตนั ตอไร ปละ 1 ครงั้ 2.5 การปลกู 1) การปลกู ลงแปลงโดยตรง การหวาน/การโรย ปกติเกษตรกรนิยมปลูกผักกินใบดวยการหวาน เชน ผักชี คะนา กวางตุง ผักบุง เปนตน ซ่ึงควรยอยหนาดินใหละเอียดกอนเสมอ ควรหวานเมล็ดพันธุใหกระจายทั่วแปลงมากท่ีสุด หากเมล็ดพันธุมีขนาดเล็กควรผสมกับ ทรายละเอยี ดกอนหวานเพื่อเพ่ิมการกระจายตัวของเมล็ดพันธุ หรืออาจโรยเปนแถวหางกัน ประมาณ 10 เซนติเมตร แลวคลมุ ดว ยฟาง รดนํ้าใหช ุมดวยบัวฝอย เม่ือตน กลา เจรญิ เตบิ โต ใหท าํ การถอนแยก โดยถอนตนทีเ่ ปน โรคและออ นแอไมส มบูรณท ง้ิ การปองกันกําจัดโรผคลแติลแะแลมะบลรงโิศภัตครผูมักนั ปสลําอปดะหภลยั งั 3
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง การหยอดเมล็ด นิยมหยอดเมล็ดพันธุพืชผักเลื้อยกินผลลงในแปลงปลูก โดยตรง โดยขุดหลุมตามระยะและความลึกที่เหมาะสม แลวหยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด กลบดวยดินผสมปุยคอกหรือปุยหมัก อัตราสวน 1:1 เม่ือตนกลางอกมีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ จงึ คัดตน ท่ไี มแ ข็งแรงสมบูรณ เหลอื เพียงหลมุ ละ 1 ตน 2) การยา ยกลา เลือกตนกลาที่แข็งแรง ไมมีโรค แมลง ลําตนตรง ไมคดงอ ใบสมบูรณ มีใบจริง 3-5 ใบ โดยขุดหลุมตามระยะปลูก และลึกตามชนิดของพืชผักน้ัน ๆ ทั้งนี้ กอ นยา ยตน กลา ควรงดนาํ้ 1 วนั และกอ นปลกู 1 ชว่ั โมง ใหร ดนาํ้ ใหช มุ ควรปลกู ในชว งเยน็ หรอื แดดออ น และรดนํา้ ตามทันที 3) การทาํ คา ง การทําคางสําหรับพืชผักเล้ือย เชน แตงกวา มะเขือเทศ และพืชผัก ตระกูลถั่วตาง ๆ เกษตรกรนิยมใชไมไผกลม หรือไมอื่น ๆ ที่หาไดงายและราคาถูก ยาวประมาณ 1.5 เมตร ปกในดิน 30 เซนติเมตร ขางตนผัก โดยทําเปนแถวคู เอนปลาย หากันผูกเปนกระโจม แลวใชไมพาดขวางที่ดานบนและดานขาง ผูกเชือกใหแนน เปนการชว ยพยุงลําตน และงายตอ การจัดการแปลง การทํารานสําหรับพืชผักเล้ือย เชน บวบ มะระ และแฟง โดยทําเสา ดวยการนําไมไผขนาดกลางปกขางตนผักทุกหลุม ใหสูงจากพื้นประมาณ 1.5-2 เมตร แลวใชไมไผพาดดานบนไมไผแตละดานใชลวดมัดใหแนนเพื่อทําเปนคาน แลวจึง ใชเชือกไนลอนขึงทับ หางกันประมาณ 70 เซนติเมตร หรืออาจซ้ือสําเร็จรูป แลวมัดกับ ไมไผที่ทําเปนเสาและคานใหแนน เมื่อพืชเลื้อยและออกผลดานบนจะสะดวกในการดูแล รักษาและเกบ็ เกย่ี ว มากกวา ปลูกใหเ ลื้อยบนพน้ื ดนิ 2.6 การใหปุย 1) ปุยรองพ้ืน จะใชในชวงเตรียมดินหรือรองกนหลุมกอนปลูก ควรใสปุยคอก หรือปุยหมัก เพ่ือทําใหดินโปรง รวนซุย อุมน้ํา รักษาความช้ืน และชวยดูดซับปุยเคมี ที่ใสภายหลัง ไมใหสลายเร็วเกินไป และทาํ ใหตน กลาตงั้ ตวั ไดเ ร็ว 2) ปุยบํารุง อาจเปนปุยเคมี หรือปุยชีวภาพ แตควรแบงใส โดยครั้งแรก ควรใสเมื่อยายกลาจนตนกลาต้ังตัวไดแลว และใสอีกครั้งหลังจากใสคร้ังแรกประมาณ 2-3 สัปดาห โดยโรยปุยระหวางแถวพรวนดินกลบ ไมควรใสชิดตนเพราะจะทําให ตนผักตายได เมอ่ื ใสปยุ แลว รดนํ้าตาม 4 กรมสง เสริมการเกษตร
2.7 การใหน ํา้ พชื ผักโดยมากเปนพชื อวบน้ํามีความตองการนํา้ อยางเพยี งพอ และไมช อบน้าํ ขัง ควรรดนํ้า เชา-เย็น ไมควรรดตอนแดดจัด รดใหชุมแตไมควรแฉะและ มีน้าํ ขงั เพราะอาจเปน สาเหตกุ ารระบาดของโรคพืชได หากปลูกพืชผักตระกูลแตงในชวงหนาหนาว และกลางคืนมีหมอกลงจัด ในตอนเชาควรโชยนํา้ บาง ๆ ลา งใบ เพอ่ื ปองกันการเจริญเตบิ โตของโรคราน้าํ คา ง การเลือกชนดิ ผัก เมลด็ พันธุพืชผกั การเตรียมแปลงปลกู การใหน ํ้า การใสปยุ รองพนื้ การถอนแยก การปอ งกนั กําจดั โรผคลแติลแะแลมะบลรงโิศภัตครผูมักันปสลําอปดะหภลยั ัง 5
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง คาํ แนะนาํ การปลกู พืชผกั ตารางสรปุ การปลกู พชื ผกั ซงึ่ สามารถแบง กลุมทเี่ กษตรกรนิยมผลิตได 5 กลมุ ตามตารางที่ 1 ตารางท่ี 1 คาํ แนะนําการปลูกพชื ผกั พชื ผัก ชนดิ พันธุ อตั ราการใชเ มลด็ ระยะปลูก การใสปุย วธิ ปี ลูก อายุการเกบ็ เกย่ี ว ตระกูล พืช (กรมั /ไร) ตน xแถว (วนั ) แตง แตงกวา 200 50X70 ซม. - ปรบั ปรงุ ดิน 15-15-15 อตั รา 30 กก./ไร ยา ยกลา 40-60 มะระจีน 250 50-75X - 14 วนั หลังงอก 46-0-0 อัตรา 30 กก./ไร ยา ยกลา 80-90 100-120 ซม. - 20 วันหลังงอก 15-15-15 อัตรา 40-50 กก./ไร - 30 วนั หลงั งอก 13-13-21 อตั รา 30-50 กก./ไร ฟกทอง 250-450 300X300 ซม. - ระยะแรก ใสป ุย ทม่ี ฟี อสฟอรสั สงู หยอดเมล็ด 120-180 200 - ระยะเจริญของเถา ใส 21-0-0 ยายกลา บวบเหลย่ี ม - ระยะตดิ ผล ใส 15-15-15 หรอื 13-13-21 45-60 บวบหอม 50-60 75X100 ซม. - รองกนหลุมดวย 13-13-21 อัตรา 30-50 กก./ไร - 7-10 วนั ใส 46-0-0 อตั รา 3-5 กก./ไร - 20-30 วันหลังงอก ใส 13-13-21 อตั รา 30-50 กก.ไร แตงโม พันธุเบา 40-50 90X300 ซม. - ใส : 10-10-20/13-13-21 หยอดเมล็ด 65-85 อตั รา 100-150 กก./ไร เมอ่ื มใี บจรงิ 5 ใบ พนั ธุห นกั - ใส 46-0-0 เมอ่ื เถาทอดยาวประมาณ 1 ฟตุ 250-500 - ใส 46-0-0 และ 0-0-60 เม่อื เถายาว 7 ฟตุ หรอื 90 ซม. กะหล่ํา กะหลาํ่ ปลี 100-150 30-40X30-40 - 14 วนั หลงั ยายปลกู ใส 13-13-21 ยายกลา พันธุเบา 50-60 ซม. อตั รา 30 กก./ไร พนั ธุหนกั 120 - 20 วนั หลงั ยายปลูก ใส 46-0-0 และ 15-15-15 อัตรา 50 กก./ไร - 40 วันหลงั ยายปลูก ใส 13-13-21 หรอื 14-14-21 อัตรา 50 กก./ไร คะนา 1,000-1,500 20X25 ซม. - 14 วนั หลังงอกใส 46-0-0 หวา น 35-55 อัตรา 40-50 กก./ไร - 28-40 วนั ใส 15-15-15 หรอื 16-16-16 อัตรา 40-50 กก./ไร ผักกาดเขยี ว 200-250 20X25 ซม. - 7-10 วันหลังงอก ใส 46-0-0 หวา น 30-35 กวางตุง อัตรา 40-50 กก./ไร - 20-25 วันหลังงอก ใส 16-16-16 อัตรา 40-50 กก./ไร ผกั กาด 200 50X50 ซม. - 7-14 วนั หลงั ยายปลกู ใส 20-10-10 ยายกลา 45-50 อตั รา 40-50 กก./ไร ขาวปลี - 21-28 วนั หลังยายปลูก ใส 20-10-10 อัตรา 40-50 กก./ไร - 40 วนั หลังยา ยปลกู ใส 15-15-15 อตั รา 40-50 กก./ไร 6 กรมสงเสรมิ การเกษตร
ตารางที่ 1 คําแนะนาํ การปลกู พืชผัก (ตอ) พชื ผัก ชนดิ พนั ธุ อตั ราการใชเ มลด็ ระยะปลกู การใสปยุ วิธปี ลกู อายกุ ารเกบ็ เก่ียว ตระกลู พชื (กรมั /ไร) ตน xแถว (วัน) กะหล่ํา ผกั กาดหวั 2,000 20X30 หรือ - 14 วันหลังปลกู ใส 46-0-0 หวา น 45-60 (ตอ) อตั รา 40-50 กก./ไร 30X45 ซม. - 28 และ 40 วัน ใส 13-13-21 หวา น 40-45 อัตรา 40-50 กก./ไร ผักกาดหอม 300-500 50X50 ซม. - 7-14 วันหลงั งอก ใส 46-0-0 อัตรา 40-50 กก./ไร - 21-22 วันหลงั งอก ใส 15-15-15 หรอื 16-16-16 อัตรา 40-50 กก./ไร พริกขหี้ นู 100 แถวเดย่ี ว - รองกนดวยปยุ หมัก ปยุ คอกผสมปยุ เคมี ยา ยกลา 70-95 พริกและ พรกิ ช้ฟี า 15-15-15 อตั รา 25 กก./ไร มะเขอื พรกิ มนั 250-350 50X100 ซม. - 30 วนั หลังยายปลูก ยายกลา 70-90 พริกหนมุ 250-350 แถวคู ใส 15-15-15 อัตรา 50 กก./ไร ยายกลา 100 พรกิ หยวก 250-350 ยายกลา 100 มะเขือเทศ 50X80 ซม. - 60 วนั หลังยายปลูก มะเขอื พวง ระหวา งแถวคู ใส 13-13-21 อตั รา 50 กก./ไร 120 ซม. - 20 วนั หลังยายปลกู ใส 15-15-15 อัตรา 20-50 กก./ไร 250X250 ซม. - 30 วันหลังยายปลูก ใส 15-15-20 อัตรา 80 กก./ไร พรอม 46-0-0 อัตรา 20 กก./ไร มะเขือเปราะ 50X80 ซม. - 7-10 วันหลงั ยา ยปลกู ใส 46-0-0 มะเขือยาว อัตรา 30 กก./ไร 100X100 ซม. - 30 วันหลงั ยา ยปลกู ใส 15-13-21 หรอื 15-15-15 อตั รา 15-25 กก./ไร ถั่วฝก ยาว 1,500 50X100 ซม. - 14 วนั หลงั งอก ใส 46-0-0 อตั รา 30 กก./ไร หยอดเมล็ด 55-60 ถ่ัว - 28 วันหลงั งอก ใส 15-15-15 45-50 อตั รา 40-50 กก./ไร 50-60 ถวั่ พู 4,000-5,000 200X200 ซม. - 38-40 วนั หลังงอก ใส 13-13-21 หยอดเมล็ด อตั รา 40-50 กก./ไร ถัว่ แขก 3,000-4,000 30X50 ซม. - 15 วนั หลงั งอก ใส 46-0-0 อตั รา 15 กก./ไร หยอดเมล็ด - 30 วันหลงั งอก ใส 15-15-15 อตั รา 25 กก./ไร - 45 วนั หลงั งอก ใส 13-13-21 อตั รา 25 กก./ไร การปอ งกนั กําจัดโรผคลแิตลแะแลมะบลรงโิศภัตครผมู กั ันปสลําอปดะหภลยั งั 7
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง บทท่ี 3 ศตั รูผักและการปอ งกันกาํ จัด 3.1 แมลงศัตรผู กั ท่ีสาํ คัญและการปอ งกนั กาํ จัด 1) หนอนใยผัก ช่อื อน่ื : หนอนใย ตัวจรวด ความสําคัญและลักษณะการทําลาย : สรางความเสียหาย กับพืชตระกูลกะหลํ่าทุกชนิด หนอนใยผักมีวงจรชีวิตสั้น ขยายพันธุเร็ว วางไขไดตลอดชีวิต ระยะหนอนสามารถ ทําลายพืชโดยกินใบ กาบใบ และยอดได ทําใหใบผัก ลักษณะการทําลาย เปนรูพรุนคลายรางแห เมื่อถูกตัวหนอนจะด้ินอยางแรงและ สรางเสนใยพาตัวข้ึนลงระหวางพื้นดินกับใบพืช ตัวเต็มวัย เปนผเี สอ้ื กลางคนื ขนาดเล็ก ชอบบนิ มาเลน แสงไฟชวงหวั คา่ํ พชื อาหาร : ผักตระกูลกะหลํา่ การปองกนั กําจดั : ตดิ กบั ดกั กาวเหนียวสีเหลือง 80 กบั ดกั ตอไร ใชโรงเรือนตาขา ยไนลอน หรือปลูกผกั กางมุง ลกั ษณะตัวเต็มวยั และดกั แด ใชแ ตนเบยี นไขท ริคโคแกรมมา อตั รา 60,000 ตวั ตอ ไร ทุก 10 วัน ใชแ บคทเี รยี บาซลิ ลสั ทรู งิ เยนซสิ (บที )ี 60-80 กรมั ตอ นาํ้ 20 ลติ ร ฉดี พน ทกุ 4-7 วนั ใชส ารเคมตี ามคาํ แนะนาํ ของทางราชการ ไดแ ก สปน โนแซด หรอื คลอรฟ น าเพอร หรือ อนิ ดอ กซาคารบ 2) หนอนกระทหู อม ช่ืออืน่ : หนอนหลอดหอม หนอนหอม หนอนหนงั เหนยี ว ระยะไข หนอน ดกั แด และตวั เตม็ วยั ความสําคัญและลักษณะการทําลาย : สรางความเสียหาย กับพืชตระกูลกะหล่ําทุกชนิด ระบาดรุนแรงชวงฤดูรอน ระยะหนอนสามารถทาํ ลายพชื โดยกดั กนิ ผวิ ใบตามสว นตา ง ๆ เขา ดักแดใตผิวดนิ ตัวเต็มวยั เปน ผเี สื้อกลางคนื ขนาดกลาง 8 กรมสง เสรมิ การเกษตร
พืชอาหาร : คะนา กะหลํา่ ปลี กะหลํา่ ดอก ผักกาดขาวปลี ผักกาดเขียวปลี ผักกาดหัว หอมแดง หอมหัวใหญ หนอไมฝร่ัง กระเจี๊ยบเขียว พริก องุน ขาวโพด ถั่วเหลือง กหุ ลาบ ดาวเรือง และกลวยไม การปอ งกนั กาํ จดั : หมน่ั ตรวจแปลง ถา พบหนอนไมม ากใหเ กบ็ ทาํ ลาย ลกั ษณะการทาํ ลาย ใชโ รงเรือนตาขา ยไนลอน หรือปลูกผกั กางมุง ใชแ บคทเี รยี บาซลิ ลสั ทรู งิ เยนซสิ (บที )ี 60-80 กรมั ตอ นาํ้ 20 ลติ ร ฉดี พน ทกุ 4-7 วนั ใชสารเคมีตามคําแนะนําของทางราชการ ไดแก คลอรฟนาเพอร หรือ อินดอกซาคารบ หรอื สปน โนแซด 3) หนอนคบื กะหลํา่ ชอ่ื อน่ื : หนอนเขยี ว หนอนคบื หนอนคบื เขยี ว ความสาํ คญั และลกั ษณะการทาํ ลาย : เปนหนอนขนาดกลาง กิ นจุ กั ด กิ นที่ ผิ ว ใ บ จ นถึ ง กั ด กิ น เน้ื อ ใ บ ทํ า ให เป น รอยแหวงเหลือแตกานใบ สวนใหญพบระบาดในชวงเดือน กมุ ภาพนั ธ- มนี าคม ตวั เตม็ วยั เปนผเี ส้อื กลางคืนขนาดกลาง พชื อาหาร : กะหลํ่าปลี ผกั กาดขาวปลี กะหลํ่าดอก ขน้ึ ฉา ย ลกั ษณะการทําลาย บีทรูท คะนา มันฝร่ัง ผักกาดเขียวปลี ผักกาดหอม ผักกวางตงุ และผักกาดขาว การปอ งกนั กาํ จดั : หมนั่ ตรวจแปลง ถา พบหนอนไมม ากใหเ กบ็ ทาํ ลาย ใชโ รงเรอื นตาขา ยไนลอน หรอื ปลกู ผกั กางมงุ ใชแ บคทเี รียบาซิลลสั ทูรงิ เยนซิส (บีท)ี ระยะไข หนอน ดกั แด และตวั เตม็ วยั 60-80 กรัมตอนํา้ 20 ลิตร ฉีดพน ทกุ 4 -7 วนั ใชสารเคมีตามคําแนะนําของทางราชการ ไดแก แลมบดาโซฮาโลทริน หรือ เดลทาเมทรนิ หรอื คลอฟลอู าซูรอน การปองกันกําจัดโรผคลแิตลแะแลมะบลรงิโศภัตครผูมักนั ปสลําอปดะหภลยั ัง 9
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง 4) เพลี้ยไฟ ความสําคัญและลักษณะการทําลาย : ดูดกินนํ้าเลี้ยงจากพืช ทําใหเกิดรอยดานหรือรอยแผลสีน้ําตาล ทําใหใบแหง หรือ หงิกงอมวนข้ึนดานบนยอด ดอก และตาออนไมเจริญเติบโต ในระยะที่พืชขาดนํ้าอาจทําใหพืชตายได พบทําลายพืชได ตวั เต็มวัย ตลอดทงั้ ป มักพบระบาดรุนแรงชวงฤดรู อ น ฝนทิ้งชวง พชื อาหาร : แตงโม มะเขอื เปราะ มะเขือยาว แตงกวา มะระ ฟกเขียว ถ่ัวฝกยาว หนอไมฝรั่ง พริก ไมผล พืชไร และ ไมด อกหลายชนดิ การปอ งกนั กาํ จดั : เพม่ิ ความช้ืนโดยการใหน ํ้าแกพชื ลกั ษณะอาการใบพริกทถ่ี กู เพล้ยี ไฟเขา ทําลาย ใชเช้ือบิวเวอเรยี 250 กรัมตอ น้าํ 20 ลติ ร ฉดี พน ทุก 7-15 วนั ใชส ารเคมตี ามคาํ แนะนาํ ของทางราชการ ไดแ ก อมิ ดิ าโคลพรดิ หรอื อมิ าเมก็ ตนิ เบนโซเอต หากพบการระบาดในชว งแลง ควรปรบั หัวฉีดสารเคมีใหเปนฝอยทส่ี ดุ 5) เพล้ียออนฝา ย ความสําคัญและลักษณะการทําลาย : ดูดกินนํ้าเลี้ยงจากใบ และยอด ทําใหตนพืชชะงักการเจริญเติบโต เปนพาหะนําโรค ไวรัสหลายชนิดมาสูพืช พบระบาดมากในชวงอากาศแหงแลง หรอื ในฤดูหนาว ตวั เตม็ วัย พืชอาหาร : ฝาย ยาสูบ พริก มันฝร่ัง มะเขือเทศ กระเจ๊ียบเขียว มะเขือเปราะ ถั่วฝกยาว ถ่ัวตาง ๆ และพืช ตระกูลกะหลํ่า การปอ งกนั กาํ จดั : กาํ จดั วชั พชื บรเิ วณแปลงปลกู เพราะเปน แหลง อาศยั ของเพลย้ี ออ น ลกั ษณะอาการใบพรกิ ทถ่ี กู เพลย้ี ออ นฝา ยเขา ทาํ ลาย ใชเช้ือบิวเวอเรยี 250 กรัมตอนํา้ 20 ลติ ร ฉีดพน ทุก 7-15 วัน ใชสารเคมีตามคําแนะนําของทางราชการ ไดแก อมิ ดิ าโคลพริด เปนตน 10 กรมสงเสรมิ การเกษตร
6) แมลงวนั ทองพริก ตัวเตม็ วยั ชอ่ื อน่ื : หนอนดดี หนอนน้าํ ปลา ลกั ษณะการทาํ ลาย ความสําคัญและลักษณะการทําลาย : เปนศัตรูสําคัญของ พรกิ และพชื ตระกลู มะเขอื ตวั เตม็ วยั วางไขใ นระยะพรกิ เปลย่ี นสี หรือผลใกลส ุก หนอนกดั กนิ ภายในผล เขาดกั แดในดนิ พชื อาหาร : ผักตระกลู พริกและมะเขือตา ง ๆ การปอ งกนั กาํ จดั : รกั ษาความสะอาดในแปลง เกบ็ ผลพรกิ ทถี่ กู ทาํ ลาย ไปเผาหรอื ฝง ใชสารลอแมลง (เมธิลยูจินอล) ผสมกับสารเคมี มาลาไธออน จมุ สาํ ลแี ลว แขวนในขวดพลาสตกิ วางกระจายในแปลง พน ดว ยนํ้ามนั ปโ ตรเลียม สารเคมมี าลาไธออน 3.2 โรคผกั ทีส่ ําคัญและการปองกันกําจัด 1) โรคเนา เละ สาเหตุ : เกิดจากเชอื้ แบคทีเรยี ลักษณะอาการ : พบมากในพืชตระกูลกะหลํ่า มีแผลช้ํา ฉํ่านํ้า แผลเละเปนเมือกเย้ิม สงกลิ่นเหม็น อาการลุกลาม อยางรวดเรว็ ในสภาพอากาศรอ นจัด มีความชน้ื สูง การแพรร ะบาด : ถูกพัดพาไปโดยนํ้า ติดไปกับแมลงและ อาการของโรค เครื่องมอื ทางการเกษตร เศษซากพชื ท่ีเปน โรค การปอ งกนั และกาํ จดั : การเตรียมแปลงปลูก ใหกําจัดเศษซากพืชที่เปนโรคออกจากแปลง ไถดิน ตากแดดจัด 7-15 วนั หลีกเลี่ยงไมใหน้าํ ทว มขงั ในแปลงเปน เวลานาน ควบคมุ หนอนและแมลงปากกดั ในแปลง การปอ งกันกําจดั โรผคลแิตลแะแลมะบลรงโิศภัตครผูมกั ันปสลาํ อปดะหภลัยัง 11
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง 2) โรคแอนแทรคโนส สาเหตุ : เกิดจากเช้ือรา ลักษณะอาการ : ใบพืชเปนแผลแหงสีน้ําตาล เห็นเช้ือ สาเหตุจุดดํา ๆ มีลักษณะเรียงเปนวงซอนกันคอนขางชัดเจน โรคนเี้ กดิ ไดท งั้ บนใบ กง่ิ และผล พบระบาดมากในชว งฤดฝู น การแพรร ะบาด : ปลวิ ไปกบั ลม และนํ้าฝน อาการของโรคบนผลพรกิ การปอ งกนั และกาํ จดั : เวนระยะปลูกพืชใหเหมาะสม อากาศถายเทได และหม่ันสํารวจแปลง เม่ือพบ โรคใหเกบ็ เผาทําลายท้งิ ใชเ ช้อื ไตรโคเดอรม า 250 กรัมตอ นํ้า 20 ลติ ร ฉดี พน ทกุ 7-15 วนั ฉีดพนสารเคมีปองกันและกําจัดโรคพืชตามคําแนะนําของทางราชการ เชน แมนโคเซบ หรือ โปรคลอราช หรือ คารเบนดาซมิ เปน ตน 3) โรครานํ้าคาง สาเหตุ : เกดิ จากเชอ้ื รา ลกั ษณะอาการ : พบมากในผักตระกูลกะหล่ํา และตระกูล แตง จะพบกลุมของเช้ือราเปนผงสีขาวหรือสีเทาบนใบ ตอมาดานหลังใบจะเกิดแผลสีเหลืองและกลายเปนสีน้ําตาล แผลคอนขางเปนส่ีเหลี่ยมขอบไมแนนอน ถาเปนรุนแรง อาการของโรค แผลจะมีจาํ นวนมาก ใบจะเหลืองและแหงตาย การแพรร ะบาด : ลอยไปกบั ลม อยูขา มฤดูไดนานในซากพืช ติดไปกับเมล็ดพันธุ การปอ งกนั และกาํ จดั : ใชเมล็ดพันธุปราศจากเช้ือ หรือแชเมล็ดในนํ้ารอน 50 องศาเซลเซียส 20-30 นาที กอนปลูก หรือคลุกเมล็ด ดวยสารปองกันและกําจัดโรคพืช เมตาแลกซิล หรือ เมตาแลกซลิ ผสมแมนโคเซบ กอ นปลกู ไมปลกู ผกั ซาํ้ ในพื้นที่เคยเกดิ โรค โดยปลกู หมนุ เวียนอยางตาํ่ 3 – 4 ป ควรปลกู พืชใหม รี ะยะหางพอสมควรอยา ใหแนน เกินไป 12 กรมสงเสริมการเกษตร
หลังจากเก็บเกี่ยวควรทําลายเศษซากพืชหรือพืชท่ีงอกใหมใหหมด เพ่ือลด แหลง สะสมโรค เมื่อพบอาการบนใบควรพนดว ยสารปอ งกนั และกาํ จดั โรคพืช ไดแก เมตาแลกซลิ ผสมแมนโคเซบ หรือไซบ็อกซามิลผสมแมนโคเซบ หรือ ออกซาไดซิลผสมแมนโคเซบ หรือโพรพเิ นบผสมไซมอกซาม็อกซามลิ เปน ตน 4) โรคราแปง สาเหตุ : เกดิ จากเช้อื รา ลักษณะอาการ : พบในผักทั่วไป จะเห็นเปนกลุมราสีขาว หรอื เทาบนใบ พบทใ่ี ตใ บในพรกิ จะดดู นํ้าเล้ยี งจากใบทําให ใบหงิกงอ ใบเปลี่ยนเปนสีเหลืองและนํ้าตาลระบาดงาย ในชวงอากาศแหงหรือหนาว อาการของโรค การแพรระบาด : ลอยไปกับลม ติดไปกับแมลง เคร่ืองมือ เส้ือผา เคร่ืองนุงหมและ ส่ิงที่เคลื่อนไหวทกุ ชนิด การปอ งกนั และกาํ จดั : หลังเกบ็ เกี่ยวแลวใหท าํ ลายเศษซากพืชทเี่ คยเปน โรคหรือไถกลบเสียใหห มด ทําลายวัชพืช ในบริเวณใกลเคียงหรือแปลงปลูกอยาใหมีหลงเหลืออยู เพ่ือลด แหลงสะสมโรค ปลูกพชื หมนุ เวยี นสลบั 2 – 3 ป ใชส ารเคมฉี ดี พน เชน กาํ มะถนั ผง ตามทรี่ าชการแนะนาํ การปองกนั กําจัดโรผคลแิตลแะแลมะบลรงิโศภตั ครผมู ักนั ปสลาํ อปดะหภลยั ัง 13
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง บทที่ 4 การเก็บเกยี่ วและการจัดการหลงั การเก็บเกย่ี ว เมอ่ื พชื ผกั มกี ารเจรญิ เตบิ โตตามระยะเวลาทก่ี าํ หนดแลว เกษตรกรจาํ เปน ตอ งเกบ็ เกย่ี ว ในระยะท่ีเหมาะสม ซึ่งการเก็บเก่ียวผลผลิต จําเปนตองใชความรู เทคนิคและวิธีการ เกบ็ เกีย่ วทเี่ หมาะสมกบั ชนิดพืชผัก 4.1 เทคนิคและวธิ กี ารเก็บเก่ียว 1) การเกบ็ เกยี่ วดว ยมอื ตอ งใชแ รงงานจาํ นวนมาก เหมาะกบั การเกบ็ เกยี่ วทตี่ อ งการ เกบ็ ผลผลติ ท่ีมคี ุณภาพสงู เพอื่ สงตลาดสด 2) การเก็บเก่ียวดวยเครื่องจักร จะใชเคร่ืองจักรเปนตัวทํางานเก่ียวกับการ เก็บเกี่ยวทัง้ หมด วิธีน้เี หมาะสมกับการผลิตพืชผกั เพื่อสง โรงงานมากกวา สง ตลาดสด 3) การเก็บเกี่ยวดวยเครื่องจักรผสมแรงงานคน เปนการใชเครื่องจักรซึ่งอาจ เปนเพียงแทนสายพานลําเลียงผลผลิตท่ีถูกตัดหรือเก็บดวยมือมากอน สงมายังจุดกลาง ทม่ี คี นงานคอยคัดเลอื กและบรรจุ 14 กรมสง เสรมิ การเกษตร
4.2 ดัชนีการเก็บเก่ยี ว ความสุกแกของผลผลิตเปนปจจัยหลักในการเก็บเก่ียว มีผลตอคุณภาพของ ผลผลิต การเก็บเก่ียวพืชผักท่ีลาชากวาอายุเก็บเก่ียวจะทําใหพืชผักมีอายุการเก็บ รักษาส้ัน ไมเหมาะสมตอการขนสง หรือหากเก็บเก่ียวกอนอายุการเก็บเกี่ยวจะมีผลทําให พืชผักคุณภาพไมดี ในพืชผักแตละชนิดมีดัชนีการเก็บเก่ียวท่ีแตกตางกันและในพืชเดียวกัน อาจตองใชการสังเกตลักษณะของผลผลิตเปนดัชนีเก็บเก่ียวรวมดวย เชน การเคาะฟงเสียง การดูขั้วผล เปน ตน การปองกนั กําจัดโรผคลแิตลแะแลมะบลรงิโศภตั ครผูมักนั ปสลําอปดะหภลยั งั 15
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง ดชั นกี ารเก็บเก่ียวพืชผกั บางชนิด ตารางท่ี 2 ดชั นกี ารเกบ็ เกย่ี วพชื ผักบางชนดิ ชนิดพชื ผัก ดชั นีการเก็บเก่ยี ว กระเจี๊ยบเขยี ว ระยะเวลา ดัชนีอื่นๆ 3-5 วันหลังดอกบาน กลีบเล้ยี งยงั ไมรว ง ฝกตรง ความยาวฝก 7-10 ซม. รปู ทรง 5 เหลย่ี ม สีเขียวเขมสมาํ่ เสมอ กระเทยี ม 70-140 วันหลังปลูก ใบเร่มิ แหง คอนิม่ กะหลาํ่ ดอก 50-125 วันหลังปลูก ดอกแนน มขี าวนวล ไมเ หลือง กะหลา่ํ ปลี 60-120 วนั หลังปลูก หวั แนน ขาวโพดฝก ออ น 42-60 วันหลงั ปลูก ความยาวของไหม ความแนนของฝก 90-125 วนั หลงั ปลกู ใบมีสเี ขียวสด ขนึ้ ฉาย 45-55 วนั หลงั ปลูก ใบออกนวล คะนา 85-110 วันหลังปลูก ผวิ บริเวณข้ัวผลเกิดรอยแตก แคนตาลูป 50-95 วันหลงั ปลูก เสน ผา ศนู ยก ลางไมนอยกวา ¾ นิว้ และขนาดไมใหญเ กินไป แครอท 30-40 วนั หลังปลูก ผลยงั มหี นาม ผิวผลยงั ไมเปลี่ยนเปน สีเหลือง แตงกวา 22-30 วันหลงั ผสมเกสร มือเกาะแหง เคาะฟงเสียง แตงโม 40-60 วันหลังปลกู ปลายผลยงั ไมพ อง บวบเหลี่ยม 25-30 วันหลังปลกู สงู ประมาณ 30 ซม. ผกั บุง จีน 60-90 วันหลังปลกู สีเขยี วเขม เริม่ ออกสี พริกขี้หนู 70-95 วันหลังปลกู สีเขยี วเขม เริ่มออกสี พรกิ ชีฟ้ า 60-90 วนั หลังปลกู เมล็ดหลบคมมดี เม่ือผา เร่มิ เปลย่ี นสที ี่กนผล มะเขอื เทศ ความสูงของหนอ ปลายหนอตอ งไมแ ยกจากกัน หนอไมฝรั่ง 20-25 ซม. หอมแดง หอมแบง 70-110 วนั หลังปลูก ใบเร่มิ แหง คอนิม่ 45-60 วันหลังปลูก ใบสีเขยี วตงั้ ตรง 16 กรมสง เสรมิ การเกษตร
4.3 การปฏิบัติหลงั การเกบ็ เกย่ี ว เมื่อผลผลิตพืชผักเก็บเกี่ยวแลว ควรรีบนําเขาท่ีรม อยาใหตากแดด แลวรีบระบาย ความรอนภายในผลผลิต โดยการแผออก อยาวางผลผลิตทับซอนกัน ผักท่ีเก็บเกี่ยว จะถูกขนยา ยไปยงั จุดคัดแยก เพอื่ ทําการลา ง ตัดแตง คัดเกรด และบรรจตุ อไป โดยมีข้ันตอน ในการปฏิบตั หิ ลงั การเก็บเกยี่ ว ดังนี้ 1) การลาง ผักกินใบ กินหัวและกินรากบางชนิด ควรลางผลผลิต กอนนําสง ตลาด เพื่อลางเอาสว นของดนิ ทต่ี ดิ มากบั รากและใบออก น้ําที่ใชควรสะอาด นํ้าไหล หรือควรจะเปล่ียนนํ้าบอย ๆ เพื่อ ปองกันการติดเช้ือจุลินทรียทําลายคุณภาพของผัก อยางไรก็ตาม ผักบางชนิดไมจําเปนตองลาง เชน ผักตระกูลกะหลํ่า และ พวกผักสลัด 2) การตดั แตง การตดั แตง อาจเรม่ิ ตงั้ แตก อ นการลา งซง่ึ มกั ตดั แตง แยก สวนท่ีไมดี หรือเนาเสียออก จะแยกสวนที่ไมตองการออกใหมาก ที่สุด การคัดสวนที่ไมดีทิ้งยังชวยลดคาใชจายในการขนสงและ การขนยาย ลดการเสียหายเพ่ิมข้ึนจากสวนที่เนาเสียเดิมกอน การขนสง โดยเฉพาะการขนสงทางไกล 3) การคดั เกรด ผักทุกชนิดควรไดรับการคัดขนาดและคุณภาพทันที ขณะเก็บเก่ียว หรือหลังจากเก็บเกี่ยว ผักที่อยูในเกรดดี ยอมได ราคาสูงกวาผกั ที่เกรดรองลงมา 4) การบรรจุ ภาชนะบรรจุผกั ตอ งไมท ําใหผักเสยี หาย โดยทั่วไปนยิ ม ใชถุงพลาสติกในการบรรจุขนยายผัก หรืออาจจะใชเขง ตะกรา เพราะสะดวก หางาย สามารถบรรจไุ ดใ นปริมาณมาก 5) การขนยา ยและการเกบ็ รกั ษา ผลผลิตพืชผักสด ควรขนยายและเก็บรักษาดวยความ เหมาะสม และถูกตอง เพื่อรักษาคุณภาพไวใหยาวนานที่สุด ควร ขนยายดวยความระมดั ระวัง ใหเกิดรอยชาํ้ หรอื ฉีกขาดนอยที่สุด การปอ งกันกาํ จัดโรผคลแิตลแะแลมะบลรงิโศภัตครผูมกั นั ปสลาํ อปดะหภลยั งั 17
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง บทท่ี 5 การตลาดพชื ผัก การผลิตพืชผักในปจจุบันมิใชเปนการผลิตเพ่ือยังชีพ แตเปนการผลิตเพื่อการคา และอตุ สาหกรรม ดงั นน้ั เกษตรกรผผู ลติ พชื ผกั จาํ เปน ตอ งมคี วามรดู า นการผลติ การจาํ หนา ย ความตองการของตลาด และควรมีการวางแผนการผลิตพืชผักโดยมีขอมูลดานการตลาด อยา งเพยี งพอ โดยใชห ลกั การ “การตลาดนาํ การผลติ ” ซง่ึ เปน แนวคดิ ดา นการบรหิ ารจดั การ สินคาเกษตร ใหปริมาณการผลิตและความตองการสินคาเกษตรเกิดความสมดุล เกษตรกร สามารถดําเนินการ ดงั นี้ 5.1 สํารวจตลาด • สํารวจขอ มลู ตลาด ควรสํารวจตลาด ไมว า จะเปน ตลาดทองถิน่ ตลาดคาสง (ตลาดไท ตลาดส่ีมุมเมือง แม็คโคร เปนตน) ซูเปอรมารเก็ต (เทสโก โลตัส คารฟู บก๊ิ ซี ท็อปส เปนตน) เพ่อื ศึกษาดูวาแตละชองทางการตลาดมีความตองการพืชผักชนิดใด และ แตละชวงเวลาพืชผักชนิดใดมีราคาสูง มาตรฐานท่ีตลาดตองการ การบรรจุในบรรจุภัณฑ ท่ีมีตราสินคาที่สามารถตรวจสอบยอนกลับได ระยะเวลาและปริมาณในการสงผลผลิต รวมถงึ ควรคาํ นึงระยะทางในกระบวนการขนสง พชื ผักอกี ดวย • สืบคน ขอมูล ศึกษาใหรอบดานในชนิดพืชน้ัน ๆ เชน สภาพดิน แหลงน้ํา ภูมิอากาศท่ีเหมาะกับพืชน้ัน ๆ โรค แมลง ราคาและแหลงจําหนายปจจัยการผลิต ขอมูลตนทุนการผลิต เพ่ือสรางความชํานาญใหแกตนเอง สําหรับตัดสินใจในการผลิต ไดตนทุนการผลิตเหมาะสม ผลผลิตมีคุณภาพดี สอดคลองกับตลาด รวมถึงประยุกต ใชใ หเ หมาะสมกับตวั เกษตรกรผผู ลติ ไดมากทสี่ ดุ 5.2 เลอื กเปาหมาย • สินคา เกษตรกรกําหนดชนิดพืชผักที่จะผลิตเพ่ือจําหนาย โดยคํานึงถึง ความตอ งการของตลาด ความเหมาะสมของสภาพแวดลอม และความถนัดของตวั เกษตรกร ทจ่ี ะปลูกพืชผักใหไดตามเงื่อนไขของตลาดมากที่สดุ 18 กรมสง เสรมิ การเกษตร
• ผูรับซื้อ ควรเลือกตลาดที่มีการตกลงกันชัดเจน ทั้งดานปริมาณ คุณภาพ ราคา สถานที่เหมาะสม เชน ตลาดคาสง ตลาดซุปเปอรมารเก็ต ตลาดออนไลน โรงพยาบาล โรงแรม เปนตน 5.3 วางแผนผลิต เม่ือเกษตรกรตกลงกับผูซ้ือเรียบรอย ก็จะไดเปาหมายการผลิตท้ังคุณภาพ และปรมิ าณ ชวงเวลา โดยวางแผนบรหิ ารจดั การ ดงั นี้ • คุณภาพ การควบคุมคุณภาพใหตรงตามความตองการเปนสิ่งสําคัญ ไดแก ตรงตามพนั ธุ ขนาด สี นํา้ หนัก มาตรฐานรับรอง เปน ตน • ปรมิ าณ ปรมิ าณผลผลติ ตามทค่ี คู า ตอ งการ โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ตลาดคา ปลกี ที่มีการตกลงจํานวนชนิด ปริมาณผลผลิต และราคาซ้ือขายกันลวงหนาอาจมีการ สรา งเครือขายกบั เกษตรกรกลมุ อน่ื เพอ่ื รวบรวมผลผลติ ใหค ูค า ไดตามขอ ตกลง • ชวงเวลา ชวงเวลาการผลิตท่ีตองผลิต และจัดสงใหสอดคลองกับขอตกลง กบั ตลาด 5.4 รกั ษาตลาด • ความตอเนื่อง สม่ําเสมอ เกษตรกรตองผลิตตามแผนเพ่ือใหมีผลผลิต อยางตอเน่ือง สรางความเชื่อมั่นใหแกภาคการตลาด และสรางความนาเช่ือถือใหแกตนเอง เชน ปลกู พืชผักแบบเหลอ่ื มเวลา สมาชิกแตล ะรายตอ งปลูกตามชว งเวลาทก่ี าํ หนด เปน ตน • ความซื่อสัตย ตองจัดสง สนิ คาตามคุณภาพ ปรมิ าณ ราคารบั ซื้อ ทีไ่ ดต กลง ไวแลวเปนส่ิงสําคัญที่สรางความเชื่อมั่นใหแกคูคา เชน ไมนําผลผลิตจําหนายแกผูซื้อ รายอน่ื ท่ใี หราคาสงู กวา ไมป ลอมปนสนิ คาทไ่ี มไดมาตรฐาน เปน ตน นอกจากน้ัน การสรางชองทางการตลาดเพ่ิมดวยการเพ่ิมคุณคาของสินคา เปนสิ่งสําคัญ เชน การสรางอัตลักษณของสินคา การแปรรูปเพ่ิมมูลคา การสรางเร่ืองเลา การสรา งตราสินคา รวมถึงมาตรฐานสินคาเกษตร เปน ตน การปอ งกนั กําจดั โรผคลแิตลแะแลมะบลรงิโศภัตครผมู กั นั ปสลําอปดะหภลัยัง 19
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง ภาคผนวก • พืชผกั ทีเ่ กษตรกรนิยมปลกู ผักบุงจีน ผักบุงจนี เปน พืชผกั ทีบ่ ริโภคภายในครัวเรือน เปนประจาํ และเปน ผักทสี่ ามารถปลกู ไดงา ย สามารถ ปลกู ไดตลอดป การปลกู ระยะปลูก นิยมใชหวานเมล็ดลงบนแปลงปลูก โดยใชเ มลด็ พนั ธุ 13 -15 กิโลกรัมตอไร การเตรยี มดิน ไถดินใหลกึ 30–40 เซนตเิ มตร ตากดินไว 1-2 อาทิตย แลวยอยดินใหละเอียด หวานปูนขาวในอัตรา 100-300 กิโลกรัมตอไร ใสปุยคอกหรือปุยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัมตอไร ปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมตอไร คลุกเคลาใหท่ัวแลวยกแปลงใหสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร การเตรียมเมล็ดพันธุ ถาตองการใหเมล็ดพันธุผักบุงจีนงอกเร็วขึ้น ควรนําไป แชนา้ํ นาน 4-6 ช่วั โมง กอ นนําเมลด็ หวานลงแปลงปลูก วิธีปลูก รดนํ้าแปลงปลูกใหชุม แลวนําเมล็ดผักบุงจีนหวานใหกระจายทั่วท้ังแปลง การดูแลรักษา การใหนํ้า ผักบุงจีนเปนพืชท่ีชอบดินชุมชื้น แตไมขังแฉะ รดนํ้าใหสมํ่าเสมอ วันละ 1-2 คร้ัง เวนชวงฝนตก อยาใหแปลงปลูกผักบุงจีนขาดน้ํา เพราะจะทําใหชะงัก การเจรญิ เตบิ โต ตนแขง็ กระดาง เหนียว ไมนา รับประทาน การใสปุย ใสปุยสูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร แบง ใส 2 คร้งั หลังหวานเมล็ด 7 วนั และ 15 วนั การเกบ็ เกีย่ ว หลังจากหวานเมล็ดผักบุงจีนลงแปลง 20-25 วัน ถอนตนผักบุงจีนออกจาก แปลงปลกู ท้ังตนและราก หลังจากนนั้ ลา งรากใหส ะอาด เก็บใบและแขนงท่ีโคนตน ออก 20 กรมสงเสรมิ การเกษตร
คะนา คะนา เปนผักท่ีบริโภคกันทุกครัวเรือน ตลาดมีความตอ งการสูงมากในแตละป การปลูก ระยะปลูก นิยมใชหวานเมล็ดโดยหวาน ใหสม่ําเสมอ ถอนแยกใหตนหางกันประมาณ 20-30 เซนติเมตร อัตรา 1-1.5 กิโลกรัมตอ ไร การเตรียมดิน ไถดินใหลกึ 20–30 เซนตเิ มตร ตากดินไว 7-10 วัน แลวยอยดินใหละเอียด ใสปุยคอกหรือปุยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัมตอไร และปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมตอไร คลุกเคลาใหเขากันแลวปรับดินใหเรียบยกแปลง ใหสงู ประมาณ 20 เซนตเิ มตร กวา ง 1.2 เมตร วิธีปลูก คลุมฟางรดน้ําใหชุม หวานเมล็ดคะนาใหท่ัวแปลง และสมํ่าเสมอ โดย 1 ไร ใชเมล็ดพันธุ 2 กิโลกรัม รดน้ําตามใหชุม เม่ือตนกลาอายุได 15-20 วัน จงึ ถอนแยกใหม ีระยะหา งตามกําหนด การดแู ลรักษา การใหน้ํา รดนํ้าเชา-เย็น คะนาเปนพืชท่ีตองการนํ้าอยางเพียงพอและสมํ่าเสมอวัน เพราะตนคะนามกี ารเจริญเตบิ โตอยางรวดเร็ว การใสปุย ใสปุยสูตร 46-0-0 หรือ 25-7-7 อัตรา 30 กิโลกรัมตอไร เม่ืออายุ 7 วนั ใสปุย สูตร 15-15-15 ในอัตรา 30-40 กิโลกรมั ตอไร ทุก 10-15 วันและ รดนํ้าตามทันที การเกบ็ เก่ยี ว เก็บเกี่ยวเม่ืออายุ 40-45 วัน หลังจากปลูกเปนคะนาท่ีโตเต็มท่ี สวนคะนาออน หรือที่เรียกวา ยอดคะนา จะเกบ็ เกย่ี วไดใ นชวงอายุประมาณ 30 วัน การปองกนั กําจัดโรผคลแติลแะแลมะบลรงิโศภตั ครผูมกั ันปสลาํ อปดะหภลัยัง 21
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง กะเพรา/โหระพา กะเพรา/โหระพา เปนพืชที่ใชใบสดประกอบ อาหารเพื่อดับกลิ่นคาว และชวยใหอาหารมีกล่ินหอม นอกจากนั้นยังมีสรรพคุณเปนสมุนไพร เปนพืช ที่นิยมปลูกในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต เชน ประเทศไทย มาเลเซีย การปลกู ระยะปลูก ระหวางตน 40 เซนติเมตร ระหวางแถว 40 เซนติเมตร การเตรยี มดนิ ไถดนิ ใหล กึ 20–30 เซนติเมตร ตากดินไว 1-2 อาทิตย ยอยดินใหละเอียด หวาน ปูนขาวในอัตรา 100-300 กิโลกรัมตอไร ใสปยุ คอก หรือปุยหมัก อัตรา 2,000 กิโลกรัมตอไร ปุยสูตร 15-15-15 อัตรา 30 กิโลกรัมตอไร คลกุ เคลา ใหทั่วแลวยกแปลงใหส ูงประมาณ 30 เซนตเิ มตร กวาง 120 เซนติเมตร วธิ ปี ลกู กะเพรา/โหระพา สามารถปลกู ไดโ ดยใชก ง่ิ ชาํ หรอื ใชเ มลด็ เพาะเปน ตน กลา แลวยายปลูก ตามระยะหางที่กําหนด รดน้ําตามใหชุม เม่ือตนกลาอายุได 15-20 วัน จึงถอนแยกใหมรี ะยะหางตามกําหนด การดแู ลรักษา การใหน าํ้ ควรใหน ํ้าเพยี งพอกับความตองการของตน พชื การใสปุย ใสปุยสูตร 15-15-15 ในอัตรา 30-50 กิโลกรัมตอไร หลังเก็บเกี่ยว ทุกครัง้ การเก็บเกย่ี ว ใชมีดคม ๆ เก็บเก่ียวโดยตัดแตงกิ่งกานท่ีแก เจริญเติบโตเต็มที่แลว ซ่ึงในไมชา จะแตกกิ่งตนออกมาเชนเดิม (อายุเก็บเก่ียว 40-45 วัน) สามารถเก็บเกี่ยวไดหลายครั้ง ในระยะทีไ่ มไ ดเกบ็ เกี่ยวผลผลิตควรมกี ารตัดดอกทิ้งเพือ่ เรงการเจริญเตบิ โตทางใบ 22 กรมสง เสริมการเกษตร
มะเขือเปราะ มะเขอื เปราะ เปน ผกั ทป่ี ลกู งา ยเจรญิ เตบิ โตเรว็ ใหผลตอบแทนเร็ว และสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได นานตอเน่อื งถา มกี ารดแู ลรักษาที่ดี การปลกู ระยะปลกู ระยะปลกู ระหวา งตน 80 เซนตเิ มตร ระหวางแถว 100 เซนติเมตร การเตรียมดิน ไถดนิ ใหลกึ 30–40 เซนตเิ มตร ตากดินไว 7-10 วัน ยอยดินใหล ะเอยี ด หวา นปนู ขาว ในอัตรา 100-200 กิโลกรัมตอไร ใสปุยหมักหรือ ปุยคอก อัตรา 2,000 กโิ ลกรมั ตอไร และใสปุยสตู ร 15-15-15 อัตรา 30 กโิ ลกรมั ตอไร คลุกเคลาใหท ั่ว แลว ยกแปลงสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวาง 120 เซนติเมตร การเตรียมกลา ใสดินผสมในถาดเพาะกลา (ดินทีร่ อนแลว 3 สว น ปุยคอก 1 สวน ทรายหรือแกลบ 1 สวน) รดนาํ้ และหยอดเมลด็ ลงในถาดหลมุ ๆละ 1 เมลด็ รดน้าํ เชา -เย็น วิธีปลูก ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 10-20 เซนติเมตร นํากลามะเขือเปราะท่ีมี อายุ 15 วนั หรอื มใี บจริง 3-4 ใบ มาปลูกตามหลุมท่ีกําหนด กลบดนิ และรดนํา้ การดแู ลรกั ษา การใหน้ํา ตองใหสมํ่าเสมอ หลังยายกลาทุกเชา-เย็น เมื่อกลาต้ังตัวดีแลวจึง รดนา้ํ เพียงวนั ละ 1 ครง้ั การใสปุย หลังยายปลูก 7-10 วัน ใสปุยสูตร 46-0-0 อัตรา 30 กิโลกรัมตอไร เพอ่ื เรงการเจรญิ เติบโต ใสปุย สตู ร 13-13-21 หรือ 8-24-24 อตั รา 50-100 กโิ ลกรมั ตอไร โดยทยอยแบง ใสในชวงออกดอกติดผล ทุก 20 วัน การเกบ็ เกีย่ ว อายุการเก็บเกี่ยว 65-70 วัน หรือหลังดอกบาน 7-10 วัน จะสามารถเก็บเกี่ยว ผลผลิตไดโดยเก็บผลที่มีขนาดพอเหมาะไมออนหรือแกเกินไป โดยการเก็บเกี่ยวใหขั้ว มะเขือเปราะติดมากับผลดวย การปองกันกาํ จดั โรผคลแติลแะแลมะบลรงโิศภตั ครผูมักนั ปสลําอปดะหภลยั ัง 23
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง พรกิ ขี้หนู/พรกิ มัน/พริกหนุม พริก เปนผักท่ีใชสวนของผลในการบริโภค คนไทยนยิ มรบั ประทานพริกทุกครอบครวั พรกิ ทปี่ ลกู มีหลายชนิด ท้ังพริกขี้หนูผลเล็ก เชน พริกข้ีหนูสวน พริกข้ีหนูใหญ เชน พริกจินดา พริกผลใหญ เชน พริกชี้ฟา พรกิ มัน พรกิ หนุม และพรกิ เหลือง เปน ตน การปลูก ระยะปลูก ระยะปลูกที่เหมาะสมสําหรับพริก ทม่ี ที รงพุมใหญควรใชระยะระหวางตน 80 เซนตเิ มตร ระยะหา งระหวางแถว 100 เซนตเิ มตร การเตรียมดิน การเตรียมแปลงเพาะ ทําเปน แปลงขุดดินใหลึกประมาณ 15–20 เซนติเมตร ตากดินไวใ หแ หง 5-7 วัน โรยปยุ คอกหรอื ปยุ หมกั ใหม าก คลกุ เคลา ใหท วั่ ยอ ยดินใหล ะเอียด การเตรียมแปลงปลูก ขุดดินใหลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากดินใหแหง 7-10 วัน ใสปุยคอกหรือปุยหมักท่ีสลายตัวดี อัตรา 2-3 ตันตอไร ถาดินมีความเปน กรดสูงควรใชปูนขาวชวย ในอัตรา 200-300 กิโลกรัมตอไร เพ่ือชวยลดความเปนกรด ของดิน จากนั้นก็ทําการคลุกเคลา และยอยดินใหมีขนาดเล็กลง ยกแปลงสูงประมาณ 30 เซนติเมตร กวา ง 1.20 เมตร การเตรียมกลา หลังเตรียมแปลงเพาะกลาแลว ใหหวานเมล็ดใหกระจายท่ัวแปลง หรืออาจทําเปนแถวหางกันแถวละ 15 เซนติเมตร ทํารองลึกประมาณ 1 เซนติเมตร โรยเมล็ดลงในรองแลวหวานกลบดวยปุยคอกหรือปุยหมัก หรือดินละเอียด หนาประมาณ 0.5-1.0 เซนติเมตร รดนํ้าใหชุมและคลุมดวยฟางแหง หรือหญาแหงบาง ๆ หลังจาก ตนกลางอกได 15-20 วัน ใหถอนแยกตนที่ไมสมบูรณ หรือตนที่ออนแอออก พรอมจัด ระยะกลา ใหห า งกันประมาณ 10 เซนติเมตร ยายกลา ปลูกเมือ่ อายุ 30-40 วัน วิธีปลูก หลังจากเตรียมแปลงปลูก ขุดหลุมปลูกตามระยะท่ีกําหนด และตนกลา ไดขนาดดีแลวก็ทําการปลูกได ตนกลาท่ียายปลูกควรเปนตนกลาที่แข็งแรงมีอายุประมาณ 24 กรมสง เสริมการเกษตร
30-40 วนั สงู ประมาณ 10-15 เซนตเิ มตร การถอนกลา ควรมีดินติดรากมาดวย และทําอยางระมัดระวัง ตนกลาท่ียายมาตองรีบปลูกทันที การปลูกควรกด ดินโคนตนพริกใหแนน และระวังอยาใหรากลอยจะ ทําใหตนพริกโคนลมงาย เพราะพริกมีรากแผกระจาย อยูใกลผิวดินหลังจากปลูก แลวรดน้ําใหชุม และ ควรทําเพิงบังแดดอยาใหตนกลาโดนแดดจัดในระยะ เร่ิมยา ยปลกู ใหม ๆ เพราะตนกลาจะโตชา หรือเฉาตาย การดแู ลรักษา การให้น้ํา ควรใหนํ้าอยางเพียงพอสม่ําเสมอ อยาใหแฉะเกินไป ควรใหทุกวันหลังปลูกจนตนกลา ต้ังตัวไดประมาณ 5-6 อาทิตย หลังจากนั้นจึง คอ ยลดปรมิ าณนาํ้ ลง ซ่งึ อาจจะรด 1 วัน หยดุ 2 วนั ทั้งนี้ตองดูสภาพความช้ืนของดินดวย อยาใหแฉะ เกินไป เพราะจะทาํ ใหพริกชะงกั การเจริญเติบโต การทําคาง สําหรับพริกมัน/พริกหนุม การทําคางและการตัดแตงก่ิง เพื่อปองกัน ไมใหตนลม จะทําใหไดผลผลิตที่สูง การตัดแตงกิ่ง ควรเด็ดก่ิงแขนงออกทิ้งตั้งแต ใบขอแรก จนถึงใบที่อยูใตชอดอกใหหมด เพราะถาไมตัดออกจะทําใหทรงพุมหนาทึบ สงผลใหผ ลผลติ ต่ํา การใสปุย ปุยที่แนะนํา คือ ปุยสูตร 15-15-15 หรือ 14-14-21 ใสอัตรา 100 กิโลกรัมตอไร ทั้งน้ีขึ้นอยูกับความอุดมสมบูรณของดิน โดยแบงใสเปน 2 คร้ัง ครั้งแรกปริมาณคร่ึงหน่ึงใสรองพ้ืนพรวนกลบลงดิน ครั้งที่สองอีกคร่ึงหน่ึงเมื่ออายุพริกได 30 วัน หลังยา ยปลกู แบบโรยขา งตน แลว พรวนกลบ การเก็บเกย่ี ว พริกเปนพืชที่มีอายุยืนและปลูกไดผลดีตลอดป อายุจากวันงอกจนถึงเก็บเกี่ยว ผลผลิตสดคร้ังแรกเม่ืออายุประมาณ 65-90 วัน ผลผลิตในระยะแรกจะนอยแตจะ เพิ่มข้ึนเรื่อย ๆ และลดลงอีกคร้ังเม่ือตนเริ่มการการเก็บเกี่ยว ควรเก็บทุก ๆ 7 วัน ใชวิธี เด็ดทีละผล โดยใชเล็บจิกตรงรอยกานผลตอกับกิ่ง ซ่ึงพริกจะไดผลผลิตนาน 6 เดือน หรืออาจเปนปจนกวาตน จะเหีย่ ว การปอ งกนั กําจดั โรผคลแิตลแะแลมะบลรงโิศภตั ครผูมกั ันปสลาํ อปดะหภลัยงั 25
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง • เมนูอาหารจากพชื ผัก ยาํ หมูยา งมะเขือเปราะ สว นผสม 300 กรมั มะเขือเปราะ 10 ลูก เนือ้ หมูสนั นอก 20 – 25 เม็ด นํ้าปลา 3 ชอนโตะ พริกขี้หนูสวน ชอ นโตะ นํ้าตาลทราย 1 ½½ ชอนโตะ (สาํ หรบั ผสมนาํ้ ยาํ ) นาํ้ มะนาว 3 ตน ผักชี 1 ตน ตน หอม 2 ชอ นโตะ น้ําตาลทราย 1 ชอนโตะ (สาํ หรบั หมกั เนอ้ื หม)ู ซอี ้วิ ขาว 2 ชอนชา เกลอื ปน 1/4 วธิ ที ํา 1. ลางเน้ือหมูสันนอก ใชสอมจ้ิมใหทั่ว หมักดวยซีอิ้วขาว 2 ชอนโตะ น้ําตาลทราย 1 ชอ นโตะ เกลอื ปน 1/4 ชอนชา คลุกเคลาใหเ ขากัน หมักไว 1 ชวั่ โมง 2. มะเขอื เปราะลา งใหส ะอาด นาํ มาหน่ั เปนช้ินบาง แชนํ้าเกลอื (นาํ้ 1 ลติ ร เกลอื ปน 2 ชอ นชา) ท้งิ ไวสักพกั 3. ตนหอม ผักชี พริกข้หี นู ลางใหสะอาด 4. ตน หอม ผกั ชี หนั่ เปน ทอ นสั้น ๆ พริกข้ีหนทู ุบแลวสับใหเ ลก็ ๆ พักไว 5. ผสมน้ํายํา โดยใสน้ํามะนาว นํ้าตาลทราย นํ้าปลา คนเขาดวยกัน ใสพริกขี้หนู ท่ีสับไว ชิมรส พักไว 6. นาํ หมูท่หี มักไวมายางพอสกุ (อยา ใหส ุกมาก) หัน่ เปน ชน้ิ ขนาดพอคาํ 7. นาํ มะเขือเปราะขน้ึ พักไวใ หสะเดด็ นํ้า 8. นําหมูยางที่ห่นั ไว มะเขือเปราะ ผสมลงในอาง ใสน้าํ ยําคลกุ เคลาใหเขากัน 9. ตกั ใสจ าน โรยหนาดว ยตน หอม ผกั ชี หมายเหตุ น้าํ ยําสามารถปรับรสชาตไิ ดต ามความชอบ 26 กรมสงเสรมิ การเกษตร
หวั ผกั กาดดอง สวนผสม หัวผักกาด 1 หัว น้าํ สมสายชู 1 ถวยตวง นาํ้ ตาลทราย 1 ถวยตวง เกลือปน 1 ชอนชา วิธที าํ 1. ลา งภาชนะสําหรบั บรรจุ (ขวด) ใหส ะอาด ลวกดว ยนา้ํ เดือด ผึ่งใหแ หง พกั ไว 2. นําหัวผักกาดมาปอกเปลือกลางใหสะอาด นํามาห่ันเปนช้ินสี่เหล่ียมลูกเตา แชลง ในน้าํ สะอาด แชจ นหวั ผกั กาดมีความตึง กรอบ และอมิ่ น้าํ นําข้ึนมาพกั บนตะแกรง ใหส ะเด็ดนาํ้ 3. โรยเกลือปน 1/2 ชอนชา เคลาใหเขากัน วางไวบนตะแกรง ประมาณ 10 นาที เพ่ือใหห วั ผักกาดคลายความเผด็ ออกมา 4. นํามาลางนํ้าสะอาดอีกคร้ัง แลวทําการเคลาเกลือปน 1/2 ชอนชา อีกคร้ัง (จะสังเกตไดวาหัวผักกาดจะนิ่มข้ึน) นํามาลางนํ้าเปลาอีกหลาย ๆ ครั้ง จนมั่นใจ วาหายเคม็ นาํ ข้ึนมาพักไวใหส ะเดด็ น้ํา 5. เตรียมนํ้าสําหรับดอง โดยใสนํ้าสมสายชู น้ําตาลทราย ต้ังไฟใหเดือด เค่ียวจน เรมิ่ เหนียว ยกลงตงั้ ไวใ หเ ยน็ 6. บรรจุหัวผักกาดท่ีสะเด็ดนํ้าแลวลงในขวดท่ีเตรียมไว เทน้ําดอง ใสลงในภาชนะ ท่ีใสหัวผักกาดไวใหทวม ปดฝาใหสนิทเก็บใสตูเย็นไว 1 คืน รับประทานได ถา รับประทานไมห มดใหเ กบ็ ใสตูเ ยน็ ไว หมายเหตุ น้าํ ดอง สามารถปรุงรสไดต ามความชอบและสามารถใชดองผักอ่นื ๆ ได เชน กะหลา่ํ ดอก แครอท เปนตน การปองกนั กําจดั โรผคลแติลแะแลมะบลรงโิศภตั ครผูมกั ันปสลําอปดะหภลัยงั 27
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง นํา้ พริกหนุม สวนผสม พริกหนมุ 500 กรัม กระเทียม 100 กรัม หอมแดง 100 กรัม เกลอื ปน 40 กรัม วธิ ที ํา 1. ปอกเปลอื กกระเทยี ม หอมแดง เด็ดขัว้ พรกิ หนมุ ออก ลา งใหส ะอาด 2. นําไปยางพอสุก (ใชคว่ั ในกระทะก็ได) 3. โขลกพรกิ หนุม กระเทยี ม หอมแดง พอละเอยี ด ปรุงรสดว ยเกลอื หมายเหตุ 1.พรกิ หนมุ ทย่ี า งไฟแลว ปอกเปลอื กพรกิ หนมุ ออก หรอื ไมป อกกไ็ ดแ ลว แตค วามชอบ 2.สามารถปรงุ รสไดต ามความตองการ น้ําพรกิ ตะไครใ้ สก่ ุ้งแหง้ สว นผสม 150 กรัม กระเทียม 100 กรมั ตะไครหน่ั ฝอย 100 กรัม นา้ํ ตาลทราย 60 กรมั กุง แหงปน 25 กรัม เกลือปน 1/2 ชอนโตะ พรกิ ปน 100 กรมั น้ํามะขามเปย ก 3 ชอ นโตะ หอมแดง วธิ ที าํ 1. ตะไครหน่ั ฝอย หอมแดง กระเทียม คั่วใหสกุ โขลกใหละเอียด พกั ไว (หรือบดดว ยเคร่อื ง) 2. นา้ํ มะขามเปย ก นํา้ ตาลทราย เกลือ ตั้งไฟเค่ียวใหข น พอประมาณ 3. นําสวนผสม ขอ 1 และกุง แหง ปน พรกิ ปน ใสลงไปผดั กับสว นผสมขอ 2 ใหเ ขากัน ผดั ใหห อม ยกลงตงั้ ไวใหเยน็ 4. รบั ประทานกับผกั สด หมายเหตุ สามารถเพิม่ ลด ความเผด็ และรสชาติไดตามความตองการ 28 กรมสงเสรมิ การเกษตร
ทอดมันหัวปลี สว นผสม เน้ือหมตู ดิ มันสับละเอยี ด 200 กรมั หวั ปลี (กลวยนํ้าวา) 1 หวั ไขไ ก 1 ฟอง น้าํ พริกแกงค่ัว 1 ชอ นโตะ เกลอื ปน 1/2 ชอนชา นํ้าตาลทราย 1 ชอนชา แปง สาลี 1/4 ถวยตวง นํ้ามะนาวสาํ หรับแชห วั ปลี (นา้ํ 1 ลติ ร นาํ้ มะนาว 1 ½ ½ ชอนโตะ ) นา้ํ มนั พชื สําหรบั ทอด นาํ้ จ้มิ ไก วิธที ํา 1. ลอกเปลือกหัวปลีออกใหเหลือเฉพาะสวนท่ีออน ฝานบาง ๆ ตามขวางแชใน นาํ้ มะนาวหรือนาํ้ มะขามเปย ก เพอ่ื ไมใ หห วั ปลีดาํ นําขนึ้ พักใหส ะเดด็ น้าํ 2. นาํ หัวปลไี ปคลุกเคลา กับเน้ือหมูใหเขา กัน ใสน ้าํ พริกแกงควั่ เกลือปน นา้ํ ตาลทราย ไขไก คลกุ เคลาใหเ ขากัน 3. ใสแปงสาลีคลุกเคลาใหเขากัน นําไปปนเปนกอน ทอดในนํ้ามันรอนไฟปานกลาง จนสกุ เหลอื ง ตกั ขึ้นพักไวใ หสะเด็ดนํา้ มนั 4. จัดใสจ านเสริ ฟพรอมนํ้าจ้ิมไก การปองกันกาํ จดั โรผคลแติลแะแลมะบลรงิโศภตั ครผมู กั นั ปสลาํ อปดะหภลัยงั 29
การปอง ักนกํา ัจดโรคและแมลงศัต ูรมัน ํสาปะห ัลง บรรณานุกรม อรสา ดิสถาพร. 2551. ผักสวนครัว สานสายใยรักแหง ครอบครวั . สาํ นักสงเสริมและ จดั การสนิ คาเกษตร. กรมสง เสริมการเกษตร. กรุงเทพฯ: โรงพมิ พชุมนุมสหกรณ การเกษตรแหงประเทศไทย จํากดั . จิราภา จอมไธสงและคณะ. 2557. การผลิตพืชผักปลอดภัย. สํานักสงเสริมและ จัดการสินคา เกษตร. กรมสงเสริมการเกษตร. กรงุ เทพฯ: โรงพมิ พช มุ นมุ สหกรณ การเกษตรแหง ประเทศไทย จํากัด. 30 กรมสงเสริมการเกษตร
การปองกนั กาํ จดั โรคและแมลงศัตรมู ันสาํ ปะหลงั
เอกสารคําแนะนาํ ที่ 3/2562 ผลติ และบริโภคผกั ปลอดภยั พมิ พค รง้ั ที่ 1 : จํานวน 5,000 เลม มนี าคม พ.ศ. 2562 พิมพท่ี : กลุมโรงพิมพ สํานกั พฒั นาการถายทอดเทคโนโลยี จดั พมิ พ : กรมสงเสรมิ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ
เอกสารคาํ แนะนําที่ 3/2562 ผลติ และบริโภคผักปลอดภัย ทป่ี รกึ ษา อธิบดีกรมสง เสริมการเกษตร รองอธิบดกี รมสง เสรมิ การเกษตร นายสาํ ราญ สาราบรรณ รองอธบิ ดกี รมสง เสรมิ การเกษตร วาทร่ี อ ยตรี ดร.สมสวย ปญ ญาสทิ ธิ์ ผูอ ํานวยการสํานกั พฒั นาการถายทอดเทคโนโลยี นางดาเรศร กติ ติโยภาส ผอู ํานวยการสาํ นกั สง เสรมิ และจัดการสินคา เกษตร นางอญั ชลี สุวจิตตานนท ผอู าํ นวยการกองพฒั นาเกษตรกร นางมาลนิ ี ยุวนานนท นางสาวภาณี บุณยเกอ้ื กูล เรยี บเรยี ง นางปดารณี ธรรมธร ผูอํานวยการกลมุ สง เสรมิ พชื ผกั และเหด็ นายศตนนั พรรณอภัยพงศ นักวิชาการเกษตรชาํ นาญการ นางสาวจฑุ ามาศ รุง เกรยี งสทิ ธ์ิ นกั วิชาการเกษตรชาํ นาญการ นายปยณฐั วงษว สิ ทิ ธ์ิ นักวิชาการเกษตร กลุมสงเสริมพชื ผกั และเห็ด สาํ นักสง เสรมิ และจัดการสินคาเกษตร กรมสงเสรมิ การเกษตร นางขวญั จิตต เกตกุ ัน นักวชิ าการสง เสริมการเกษตรชาํ นาญการพเิ ศษ นางสาวสุตาภา ทองสมจิต นักวชิ าการสง เสรมิ การเกษตรชาํ นาญการ นางสาวลลิดา ศริ ิเสาร นกั วิชาการสงเสรมิ การเกษตรปฏิบตั ิการ กลุม พัฒนาแมบ า นเกษตรกรและเคหกิจเกษตร กองพัฒนาเกษตรกร กรมสงเสรมิ การเกษตร บรรณาธิการ ผอู าํ นวยการกลมุ พฒั นาสอ่ื สงเสริมการเกษตร นกั วชิ าการเผยแพรชํานาญการ นางรจุ พิ ร จารุพงศ นางสาวอําไพพงษ เกาะเทยี น กลุมพฒั นาส่อื สงเสริมการเกษตร สาํ นักพัฒนาการถา ยทอดเทคโนโลยี กรมสงเสรมิ การเกษตร ออกแบบ กลมุ โรงพิมพ สํานักพัฒนาการถายทอดเทคโนโลยี กรมสง เสริมการเกษตร www.doae.go.th การปอ งกนั กาํ จัดโรคและแมลงศัตรมู นั สาํ ปะหลงั
Search
Read the Text Version
- 1 - 37
Pages: