จุลสารเตรียมงานรำ�ลึก ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อึ้งภากรณ์ สู่ ๙๘ ปีปที ่ี ๓ ฉบบั ที่ ๑ ประจ�ำ เดอื น มกราคม ๒๕๕๗ ผู้ใหญท่ ่ีไม่กะลอ่ น ส๓ู่ปีที่ แจจุลกสฟารรี
หนงั สอื หนังหา ใต้รม่ แห่งพทุ ธะ (In the Shadow of the Buddha) ทางฝกึ ตน ถนนธรรมะ : โลดแลน่ ส่กู ารคน้ พบตัวเองไปกับแท็กซ่ีวิถีพุทธ ผ้เู ขยี น : แมทเตโอ พิสโตโน ผู้แปล : พนิ ทุสร ติวุตานนท์ ไบรอนั เฮย์คอ็ ค เขยี น โตมร ศขุ ปรีชา แปล ร้านหนงั สือสวนเงินมีมา ราคา: ๓๐๐ บาท โครงการสรรพสาส์น ส�ำ นักพมิ พม์ ลู นธิ ิเด็ก ใต้รม่ แห่งพทุ ธะ เป็นหนงั สอื ที่งดงามและนา่ สนใจยิ่ง เพราะแมทเตโอ จำ�นวน ๒๕๖ หน้า ราคา ๒๐๐ บาท พสิ โตโน ไดเ้ ชอ่ื มร้อยผสมผสานเรอื่ งราวการเดนิ ทางด้านจิตวิญญาณ พบกบั พนื้ ฐานแหง่ การฝึกจติ ตามแนวทางพทุ ธศาสนานกิ ายเซน ผ่านวถิ ปี ฏิบตั ิ ของเขา เข้ากับการเผชญิ หน้ากบั สภาพความเป็นจรงิ ในสงั คมธิเบตท่ี ของคนขับแท็กซแี่ ห่งเมอื งใหญ่ ด้วยฝมี ือเล่าเรอ่ื งท่ีกระชบั ชัดเจนและเป่ียม เป็นอย่ใู นปจั จุบนั ในฐานะนกั เขียนหน่มุ ซงึ่ เป็นนกั ขา่ วภาคสนามซงึ่ อารมณ์ขัน บอกเล่าผ่านประสบการณจ์ รงิ ของนักเขยี น ผโู้ ลดแล่นด้วยแท็กซ่ี ก�ำ ลังอยูใ่ นช่วงหันเหความสนใจของชีวิต มาสู่การคน้ หาความหมาย บนถนนธรรมะ ทางจติ วญิ ญาณ ต้ังแต่การนับตัวเป็นศษิ ย์ของท่านโซเกยี ล ริมโปเช ธรรมาจารยช์ าวธเิ บต จนในท่สี ดุ ได้ตดั สนิ ใจทีจ่ ะออกส�ำ รวจและ ไม่มีค�ำ วา่ ลม้ เหลว : ๑๐๑ วจนะเพื่อแรงบันดาลใจใหช้ วี ติ ค้นหารากทีม่ าทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนวัฒนธรรมการสอนพุทธ ศาสนาของธรรมาจารยท์ า่ นน้ี ซึ่งสืบสาวไปถงึ ท่านเตอรเ์ ตนิ โซเกยี ล วิลเลยี ม โฃไอ. นโิ คลส์ บรรณาธกิ าร ส. สวุ รรณ แปล เลรบั ลงิ ปะ รวมทั้งการกลบั ชาติมาเกดิ ในภพก่อนหนา้ ของทา่ น เพอ่ื โครงการสรรพสาส์น ส�ำ นกั พมิ พม์ ูลนิธิเดก็ เสริมสร้างความกล้าแกร่งให้กับการฝึกปฏิบัติสมาธิภาวนาของตน จำ�นวน ๓๒๘ หนา้ ราคา ๒๖๕ บาท แตแ่ ล้วอยา่ งไม่คาดคดิ มากอ่ น นกั จารกิ หนมุ่ กลบั ได้รบั รู้การทารุณ รวบรวมค�ำ คม วาทะ และขอ้ เขียนจากบรรดาบุคคลส�ำ คญั ของโลก ช่วยส่อง กรรม ปญั หาดา้ นสทิ ธิมนุษยชนและบริบททางภมู ิรัฐศาสตร์ของธิเบต สะทอ้ นหลากมิติของการด�ำ เนินชวี ติ พรอ้ มขอ้ เขียนอธบิ ายถงึ ความส�ำ คญั ของ รวมทั้งจติ วิญญาณเสรที ไี่ ม่อาจท�ำ ลายไดข้ องประชาชนธิเบต ด้วย การปรบั ใชแ้ นวคดิ อันยง่ิ ใหญ่ใหเ้ หมาะสมกับแตล่ ะบุคคลอีกด้วย การสนับสนนุ ของริชาร์ด เกียร์ แมทเตโอจงึ ขุดค้ยุ เบื้องลกึ ทัง้ ขอ้ เท็จ จริงด้านการกดขท่ี างการเมอื ง ตลอดจนเรอ่ื งราวมหัศจรรย์ทีบ่ าง ประชาธปิ ไตย ครั้งก็ชวนพิศวงงงงวยในมิติการฝึกปฏิบัติของพุทธศาสนิกชาวธิเบต หนงั สือนี้ไดร้ อ้ ยเรียงเหตกุ ารณ์ในอดตี และปจั จุบัน จนกลายเป็นผล สารคดโี ดย : เปน็ เอกรัตนเรือง และภาสกร ประมูลวงศ์ งานเชงิ วิพากษส์ บื ค้นรว่ มสมยั ช้ินเยีย่ ม เรียบเรียงโดย : ชานนั ท์ ยอดหงส์ ส�ำ นกั พมิ พ์มตชิ น ราคา: ๒๔๐ บาท ไมส่ งบจงึ ประเสรฐิ : หลากหลายความเคลื่อนไหวเพ่ือเปลี่ยนแปลงโลก พลังความเงียบ (Blessed Unrest: How the Largest Movement in the เป็นพนื้ ที่เพื่อความสรา้ งสรรค์ World came into Being and Why No One Saw It Com- ing) เขียนโดย : จอห์น เลน แปลโดย : สดใจ ขันตวิ รพงศ์ สำ�นกั พมิ พส์ วนเงนิ มมี า ราคา: ๒๐๐ บาท ผแู้ ต่ง : พอล ฮอวเ์ กน ผแู้ ปล : ภคั วดี ร้านหนังสือสวนเงินมีมา ราคา: ๔๗๐ บาท หนังสือท่ีเปี่ยมไปด้วยพลังและความรักเล่มนี้บอกเล่าเรื่องราวของ คนธรรมดาสามญั ท่ใี ช้จนิ ตนาการ ความมุง่ มัง่ และความอดทน สรรคส์ ร้างความมหัศจรรย์ขน้ึ ในชีวิตประจำ�วัน เพือ่ ขับเคลือ่ นและ เปลย่ี นแปลงชุบชีวติ โลกใบนี้ พวกเขาไม่ใชอ่ ภิมหาเศรษฐีพนั ล้านหรือ นายพล หากแต่คอื ประชาชนมากมายมหาศาลท่ัวโลกทม่ี ีความรัก ตอ่ เพอื่ นบ้านและตอ่ พิภพใบนี้
• คนชอื่ ปว๋ ย รวยน้�ำ ใจ ไมตรีจิต ทำ�พดู คดิ เพ่อื ทวยราษฎ์ อยา่ งอาจหาญ ยิ้มเยาะ ตวั เองได้ ใจช่ืนบาน ประกอบการ ออ่ นนอ้ ม และถ่อมตน • แตก่ ก็ ลา้ ท้าทาย ทรราช เด่นผงาด ในทางธรรม แทบทกุ หน ชอ่ื สัตย์ สุจริต และอดทน นับเป็นคน ทคี่ คู่ วร กบั บารมี • เปน็ คนเขม้ ทเ่ี ยน็ ยง่ิ อยา่ งสงา่ กติ ศิ พั ท์ ลอื ชา สมศกั ดศ์ิ รี ในโอกาส ชาตกาล ครบรอ้ ยปี ขอบชู าป๋วย คนน้ี ตลอดไปฯ ส.ศิวรกั ษ์
สารบัญ ๖ คนดี คนเด่น ๒๐ เร่อื งของป๋วย กติ ติบดี บวั หลวงงาม ใตร้ ม่ เงาค�ำ สอนของอาจารย์ ผอู้ อกแบบตราสัญลกั ษณ์ “๑๐๐ ปี ปว๋ ย” ๒๒ เรือ่ งสน้ั ๘ ปฏิทิน - กิจกรรม - ข่าวสาร มอื หาย ๑๐ ภาพกจิ กรรม ๑๒ เรื่องจากปก ๒๔ ความดี ความงาม ความจรงิ บนั ทึกเร่อื งชือ่ “ปว๋ ย” จากธรรมสสู่ ังคม และ จากสงั คมสู่ธรรม ๑๔ กวีนพิ นธ์ ๒๗ ปว๋ ยป่าวร้อง เกดิ เปน็ ไทยเพราะใจถงึ จึงเปน็ ไทย พลังงานไทย . . . มหกรรม มหโกง!! ๑๕ ปาก(กา)ปัญญาชนสยาม ๓๐ นริ าศตามรอยปว๋ ย การเมอื งไทยปัจจบุ นั ในทศั นะ ส.ศิวรักษ์ อัสสัมชนกิ และมาสเตอร”์ ปว๋ ย” ๓๒ สารส่ังป๋วย จดั ท�ำ โดย : มลู นธิ เิ สฐยี รโกเศศ-นาคะประทปี โครงการเตรียมงานรำ�ลกึ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ศาสตราจารย์ ดร.ปว๋ ย อง๊ึ ภากรณ์ “ปฏทิ ินอุดมคติและความหวัง เพ่อื สรา้ งสรรค์สคู่ ณุ ภาพชีวติ และสงั คมสขุ ภาวะใหม่” ท่ปี รกึ ษา: สุลักษณ์ ศิวรกั ษ์ นิพนธ์ แจ่มดวง หงสจ์ ร เสน่หง์ ามเจริญ บรรณาธิการ: วนั ฟ้าใหม่ เทพจนั ทร์ กองบรรณาธิการ: รฐั มนตรี หล้าสมบัติ จักรกรชิ จิรวิวฒั น์เสรี ศิลปกรรม: เมฎาร์ อุนตระกูล พิสูจนอ์ ักษร: ฟ้าฮา่ ม สำ�นกั งาน: ๖๖๖ ระหวา่ งซอยเจรญิ นคร ๒๐ - ๒๒ ถนนเจรญิ นคร แขวงบางล�ำ ภลู ่าง เขตคลองสาน กรงุ เทพฯ ๑๐๖๐๐ โทรศัพท์: ๐-๒๘๖๐-๓๕๒๗ โทรสาร: ๐-๒๘๖๐-๑๒๗๘ พมิ พ์ท่ี: บริษัท ฟิล สไตล์ จ�ำ กัด โทร ๐-๒๘๖๙-๔๔๐๑-๒ อเี มล์ [email protected]
เชญิ ร่วมงานคารวะกาล “ศิลปคารวะ มวลมหาประชาชน” โดย เครอื ข่ายศลิ ปินเพื่อประชาธปิ ไตย ๑๑ มกราคม ๒๕๕๗ ณ ราชด�ำ เนนิ ถนนของประชาชน เก้านาฬกิ าเป็นไปต้น ตดิ ตามรายละเอียดกิจกรรมต่อเน่ือง ท่ีหน้าเพจเฟซบกุ๊ เครอื ข่ายศิลปนิ เพ่ือประชาธปิ ไตย https://www.facebook.com/ArtistNetworkDemocracy?hc_location=timeline
โดยบรษิ ัทเคลด็ ไทย
สง่ สารปว๋ ย “ปว๋ ย” เปลี่ยนไปปีใหม่ มะเสง็ งเู ลก็ ไดล้ ่วงผา่ น มะเมียมา้ มาถึงกาล พอ้ งพานประสบพบกนั “จลุ สาร”กผ็ ่านสมัย เตบิ ใหญม่ าอย่างสรา้ งสรรค์ สู่ปที ่สี ามสารพัน สาระสรรหามาแสดง เพื่อความรูท้ ค่ี วรฝึก และความรู้สึกทค่ี วรแสวง ศาสตรแ์ ละศิลปจ์ งึ แจง ไวใ้ นสารป๋วยดว้ ยกนั สลกั สำ�คญั คา่ คือปัญญาพิถพี ถิ นั รู้แล้วเร่งแบ่งปัน ตอ่ ยอดพรสวรรค์ตน อนึง่ ในปีใหม่ “ผใู้ หญท่ ไี่ มก่ ะลอ่ น”ล่วงพน้ นาม “ป๋วย” นยี้ อดคน จะครบเกา้ สิบแปดชาตกาล แม้ตัวเปน็ ขี้เถ้า ช่อื เขายงั เลา่ ขบั ขาน จากครรภ์มารดามานาน จวบผ่านถงึ เชงิ ตะกอน รอยเท้าทีก่ ้าวย่าง ทกุ อย่างคอื ท�ำ คำ�สอน “สันตปิ ระชาธรรม”ย้อน “ความดี ความงาม ความจริง” “ปว๋ ย”ไปใหโ้ ลกดู อะไรจะอยไู่ ดท้ ุกส่ิง มินานต้องละทง้ิ คนื ธาตุสีท่ กี่ องไฟ ความดที ่ีสงั่ สม จะบ่มเพาะความงามให้ จดจำ�จารนานไป และเป็นความจริงตราบนริ นั ดร์ ก่ปี กี ี่เปลี่ยนสมัย วันใหม่ปใี หมไ่ ม่แปรผัน ยึดมัน่ อดุ มคติอัน ดีย่ิงเยย่ี งอยา่ ง “ป๋วย” เป็น วนั ฟ้าใหม่ เทพจนั ทร์ บรรณาธกิ าร สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 5
คนดี คนเดน่ กิตตบิ ดี บวั หลวงงาม ผู้ออกแบบตราสัญลกั ษณ์ “๑๐๐ ปี ป๋วย” กจิ กรรมในโครงการเตรียมงาน ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ๊งึ ภากรณ์ น้นั ได้มี การจัดการประกวดทำ�ตราสญั ลกั ษณข์ ึน้ มาในการนี้ดว้ ย โดยผลการประกวดได้ สำ�เร็วออกมาแล้วและตราสัญลักษณ์นั้นก็ได้นำ�มาใช้เผยแพร่สู่สายสาธารณะให้ เปน็ ที่รูจ้ กั ทางเฟซบกุ๊ และโดยเฉพาะในสารป๋วยนี้ โอกาสน้ีจงึ ถือเปน็ วาระท่ีดี ที่ ผมจะไดส้ มั ภาษณค์ ุณกติ ตบิ ดี บัวหลวงงาม ผู้ชนะเลิศในการประกวดในครั้งน้ี เพ่อื จะได้รบั รู้ถงึ แนวความคิดและเจตนารมณ์ว่าเป็นอย่างไร • คุณกิตตบิ ดที ำ�ไรอยู่ครับตอนน้ี แนะน�ำ ตวั เองหน่อย ผมชอ่ื นายกติ ติบดี บวั หลวงงาม จบการศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย ปจั จุบันทำ�งานดา้ นการออกแบบศิลปะอสิ ระ (Art & Graphic Freelancer) ประเภทกราฟิก ส่ือส่งิ พิมพ์ แอดส์ หนงั สือ วารสาร งานสร้างสรรค์อตั ลักษณภ์ ายใน องค์กร ผลงานสร้างช่อื อาทิ การออกแบบตราสัญลกั ษณ์ทอ้ งฟา้ จำ�ลอง กรงุ เทพฯ ผลงานการประกวด อาทิ ชนะเลศิ ตราสญั ลักษณส์ ง่ เสรมิ คุณธรรมความดี “ชอ่ สะอาด” ของ ส�ำ นักงาน ปปช. และลา่ สดุ ไดร้ บั เกยี รติให้ออกแบบโล่รางวลั สันตปิ ระชาธรรม • ได้รบั ทราบข่าวการประกวดตราสญั ลกั ษณง์ านปว๋ ยจากไหน มคี วามรู้สกึ อยา่ งไรเม่ือรขู้ ่าว จากทาง Official Fan Page “สู่ ๑๐๐ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึ๊งภากรณ”์ ครับ และจากเพอ่ื นๆ ดว้ ยครบั แต่ใกลจ้ ะ หมดเขตอกี ประมาณ ๒-๓ วนั เทา่ นัน้ ความรสู้ กึ แรกเลย คือ ดใี จมากท่จี ะไดม้ ีโอกาสเขา้ รว่ มประกวดฯ ในฐานะเปน็ ส่วน หนงึ่ ของกิจกรรมอนั ทรงคุณค่า ในวาระ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ของทา่ นอาจารย์ ศ. ดร. ปว๋ ย อ๊งึ ภากรณ์ ปชู นียบุคคลแห่งชาติ อนั สำ�คญั ตอ่ ประเทศไทยอยา่ งยิ่งยวด • ในขณะที่ลงมอื ออกแบบผลงาน มคี วามคิดหรือความรู้สกึ ความคาดหวังอะไรบ้าง ความคาดหวังแรก น่าจะเปน็ ในเรอื่ งของการท่เี ราจะสอื่ สารอยา่ งไรให้เขา้ ถงึ “ความเปน็ ปัจเจก” ของท่านป๋วย ให้ได้มากและตรงประเดน็ อยา่ งแทจ้ ริง ภายใตค้ ณุ ปู การอันหลากหลาย กอปรกบั เป็นวาระครบรอบชาตกาล ๑ ศตวรรษ อันยง่ิ ใหญ่ จงึ เร่มิ ลงมือหาขอ้ มลู ท้งั เชงิ ลกึ และกว้าง เพ่ืออธบิ ายความเป็นตัวตนทชี่ ดั เจน อันจะส่อื ได้อยา่ งถอ่ งแท้ต่อผู้ พบเห็นในทา้ ยที่สดุ จงึ ได้พยายามตีโจทย์ออกมาในหลายๆ แนวทางครบั • เม่ือรูว้ า่ ตัวเองไดร้ บั รางวลั ชนะเลศิ และตราสญั ลกั ษณ์น้จี ะได้ถูกน�ำ ไปใชง้ านจรงิ ๆ รสู้ ึกอย่างไร ขอเรยี นตามตรงวา่ ความรู้สึกภูมิใจมาเปน็ อันดับแรก ไมไ่ ดค้ าดหวงั ถึงตอ้ งชนะเลศิ แคไ่ ดม้ ผี ลงานเข้ารว่ มใน โครงการทโ่ี ปรง่ ใสยุตธิ รรมคร้ังน้ี และได้รับการพิจารณาพร้อมวิพากษ์จากท่านคณะกรรมการผู้ทรงคณุ วุฒใิ นวงการศลิ ปะ กเ็ พียงพอแลว้ และถอื เปน็ เกียรตอิ ยา่ งยิง่ ที่ตราสัญลักษณน์ ี้ จะถกู ใชเ้ ปน็ ทางการในการประชาสมั พันธโ์ ครงการฯ สบื ต่อ ไป ผมรสู้ กึ ประทบั ใจทกุ คร้ัง ที่ไดเ้ ห็นผลงานของเราไปปรากฏตามส่ือสาธารณะตา่ งๆ ไม่ว่าจะเปน็ Facebook Icon เอกสารสำ�คัญของโครงการ และลา่ สดุ ในปฎทิ นิ ๒๕๕๗ สยามปชู นียบคุ คลแห่งสันติประชาธรรม เคยี งคพู่ ร้อมภาพเขยี น อันละเมยี ดผ่านศิลปนิ ทา่ นอาจารย์หงสจ์ ร เสน่หง์ ามเจรญิ • ชว่ ยอธบิ ายถึงรายละเอยี ดของสญั ลกั ษณ์ทอี่ อกแบบหน่อยครับ ว่ามคี วามหมายอย่างไรบา้ ง 6 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ภาพรวมของสัญลกั ษณ์ มาจากแนวคิดทว่ี า่ “แสงเทยี นสอ่ งทาง ๑๐๐ ปี กา้ วย่าง สนั ตปิ ระชาธรรม” อันมี แรงบนั ดาลใจมาจาก “เปลวเทยี นสีทองสอ่ งสวา่ ง” เรียงร้อยเปน็ เลขไทย ๑๐๐ โดยเลขศูนยต์ ัวกลางนนั้ คลคี่ ลายมาเป็น ตัวอักษร ป ปลา อยา่ งลงตัว เปน็ การซ้อนอตั ลกั ษณค์ วามเป็นทา่ นอาจารย์ป๋วย (ป = ปว๋ ย) สว่ นด้านในปรากฏรปู ลาย เส้นของทา่ นสีเหลอื งบนพ้นื แดง ส่ือถงึ วรี กรรมการต่อสแู้ ละพฒั นาประเทศชาตอิ ย่างมุ่งมน่ั ด้วยพลงั ดุจแสงเทยี นอนั ไมม่ ี วนั ดับ ทั้งในดา้ นเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง การศึกษา และคุณธรรม ภายใต้ “หลักสันติประชาธรรม” นั่นคือ “ความดี ความงาม และความจรงิ ” นนั่ เอง อนั ก่อใหเ้ กดิ การยกระดบั คุณภาพชวี ติ คนไทยอยา่ งไมม่ ที ี่สิ้นสดุ .... นยิ าม “เปลวเทียนคอยส่องทาง ใหก้ บั ผูค้ นจวบ ๑ ศตวรรษ” จงึ เปรยี บกับ “ต�ำ นานท่ยี งั มีชีวติ และลมหายใจ” ของทา่ นอาจารย์ป๋วยได้อย่างดษุ ฏี • กอ่ นหนา้ นี้ คณุ กิตติบดรี ู้จกั เร่อื งราวของอาจารย์ป๋วยมากอ่ นไหมครบั ตอ้ งหาข้อมูลอะไรเพ่ิมเตมิ ไหม ในฐานะทีเ่ ราและธรรมศาสตร์คือพี่นอ้ ง ผมมีโอกาสพบปะกับกล่มุ เพอื่ นๆ ท่ีน่นั แถวท่าพระจันทร์ ไดซ้ มึ ซบั เรือ่ งราวอนั งดงามถงึ ชีวประวตั ิ การตอ่ สู้เรอ่ื งสทิ ธทิ างการเมืองอนั ถูกต้อง การยกระดบั ความเปน็ อยูข่ องคนไทยในเรอ่ื ง เศรษฐกิจสงั คม แตก่ ็พยายามทำ�การบา้ นเพ่มิ ในจุดของสิ่งทนี่ ่าจะเป็น “สัญลกั ษณ”์ หรอื “ตวั แทน” ของท่าน ท่คี นสว่ น รวมจะเข้าใจไปในทศิ ทางเดยี วกนั ได้ จึงมาลงตัวทีน่ ยิ ามของ “แสงเทียนอนั ไมเ่ คยดบั ” • รู้จักอาจารย์ปว๋ ยอยา่ งไรบา้ ง และอะไรทค่ี ุณถอื อาจารย์เปน็ แบบอย่าง ท่านอาจารย์ปว๋ ย ถอื ไดว้ ่าเปน็ ๑ ในสยามปูชนยี บคุ คลอนั ประจักษ์ดว้ ยผลงาน “หลักสันติวีธี” ถือเป็นข้อปฎิบัติ อันมีคา่ ย่งิ ในการรกั ษาระบอบประชาธิปไตย รวมไปถึงความเชื่อมน่ั ในอดุ มการณข์ อง “ความมีศกั ดิ์ศรีในสทิ ธิเสรีภาพของ มนษุ ย์” เหลา่ นี้ สามารถน�ำ มาปรบั ใช้ไดเ้ ป็นอยา่ งดี ในการธำ�รงตนอย่ทู ่ามสภาวะบ้านเมืองเช่นปจั จุบันได้อยา่ งพึงมีสติ และรูเ้ ทา่ ทันอยา่ ไหลไปตามกระแสสังคมโดยไม่ค�ำ นึงถงึ หลักของความถูกตอ้ ง ความดงี าม ความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ จุดเดน่ อีก อยา่ งหน่งึ คือกลยุทธการประยุกตห์ ลกั เศรษฐศาสตรใ์ หส้ อดคลอ้ งกับสังคมและประเทศชาตทิ ี่น่ายกย่อง และถอื เปน็ แม่ แบบทดี่ ีเยีย่ ม • ในวาระหนง่ึ รอ้ ยปขี องอาจารยป์ ว๋ ยที่จะมีข้นึ ในปี ๒๕๕๙ คณุ กิตติบดรี สู้ กึ อย่างไรท่ีตัวเองเป็นผู้มีสว่ นรว่ ม ในฐานะผอู้ อกแบบตราสญั ลักษณค์ ร้งั น้ี นับเปน็ ความภาคภมู ใิ จและการไดร้ บั เกียรติสูงสุด ทกุ ๆ ท่าน ที่มีส่วน รว่ มในการสบื สานปณิธานต่างก็พยายามอทุ ิศแรงกายและใจมิรูเ้ หนอื่ ย ไม่ว่าจะเป็น ท่านอาจารย์ ส. ศวิ รักษ์ และอกี หลายทา่ นท่มี ิไดเ้ อย่ นาม เราเองแมเ้ ปน็ แคซ่ เ่ี ฟอื งตัวเล็กๆ แต่ได้รบั โอกาส ได้มสี ่วนรว่ มในการขบั เคล่ือนสายพานอันเข้ม แขง็ และย่งิ ใหญ่คร้ังน้ี เพอ่ื ให้สังคมและประชาไดร้ บั รูแ้ ละตระหนกั ในคุณธรรมความดงี ามของอาจารยป์ ว๋ ย อนั พงึ มตี ่อ ชาตแิ ละส่วนรวมอยา่ งต่อเนอ่ื งมาจวบวันน้ี • สุดทา้ ยนี้อยากใหฝ้ ากอะไรถงึ คนท่ีอา่ นป๋วย ของฝากในฐานะซีเ่ ฟอื งเล็กๆ ตวั หนง่ึ ให้ทุกท่าน ได้เล็งเห็นถึงคณุ ูปการของท่านอาจารย์ ศ. ดร. ปว๋ ย อึง๊ ภา กรณอ์ นั มีต่อประเทศชาตอิ ย่างถอ่ งแท้ “สารปว๋ ย” ถอื เป็น ๑ ใน ”หนา้ ตา่ งความคดิ ท่มี เี สียง” บานหนึ่งที่เปดิ กว้าง นำ� เสนอข้อมูลข้อเท็จจรงิ อนั พงึ ประโยชน์ ภายใตร้ ูปลกั ษณท์ ี่ เข้าสมยั ท่สี �ำ คญั ขอฝากคนรนุ่ ใหม่ในฐานะฐานกำ�ลงั ของ ปวงชน มาร่วมกนั สืบสานอุดมคตแิ ละปณธิ าน “มใิ หจ้ าง หายไปด้วยกาลเวลา แต่ยังทรงคณุ ค่าในความเป็นจรงิ ” ดว้ ยกันนะครบั ขอบคุณครบั สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึง้ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 7
ปฏทิ นิ - กิจกรรม - ขา่ วสาร ปว๋ ยเสวนาคาร ขอเชญิ รว่ มเสวนาในหัวข้อ “พระยาอนมุ านราชธน ตามทศั นะของถาวร สกิ ขโกศล” โดย อ.ถาวร สิกขโกศล ดำ�เนนิ รายการโดย กษดิ ศิ อนนั ทนาธร วนั เสารท์ ี่ ๑ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๗ เวลา ๑๓.๓๐ - ๑๖.๐๐ น. ณ ปว๋ ยเสวนาคาร ในโรงเรยี นวดั ปทมุ คงคา เยาวราช bacc cinema เทศกาลภาพยนตรค์ ัดสรร “Cinema Diverse: Director’s Choice” เสารท์ ี่ 25 มกราคม 2556 เวลา 16.30 – 21.00 น. ห้องออดทิ อเรียม ชน้ั 5 หอศลิ ปวฒั นธรรมแหง่ กรุงเทพมหานคร ฉายเป็นภาษาญ่ีปุน่ และมซี บั ไตเตลิ้ ภาษาไทย ภาพยนตรเ์ รมิ่ ฉายเวลา 18.00 น. การพูดคยุ หลังภาพยนตร์จะมกี ารแปลเปน็ ภาษาองั กฤษด้วย ภาพยนตร์เรื่องนีเ้ หมาะสมกับผ้มู ีอายุต้ังแต่ 15 ปีข้นึ ไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร 02 214 6630-8 ต่อ 528 และอีเมล์ [email protected] ไมเ่ สยี ค่าใชจ้ า่ ยในการเข้าร่วมกจิ กรรม 8 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย องึ้ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
Concept Context Contestation: art and the collective in Southeast Asia มโนทศั น์ บริบท การตอ่ ตา้ น : ศลิ ปะ และส่วนรวม ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ 13 ธันวาคม 2556 – 2 มนี าคม 2557 หอ้ งนทิ รรศการหลัก ช้นั 8 ด�ำ เนนิ งานโดย ฝ่ายนิทรรศการ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพ ขอเชิญรว่ มฝึกอานาปานสติ 16 ข้นั กบั กลุ่มอย่เู ย็น เปน็ ประโยชน์ ทกุ เย็นวนั พุธ พฤหสั บดี และ ศกุ ร์ ณ หอ้ งนิพพานชมิ ลอง ช้นั 2 สวนโมกข์กรงุ เทพ แผนที่ http://goo.gl/maps/EzxdT 16.00 - 17.00 สนทนาธรรม 17.00 - 19.00 ฝึกอานาปานสติ 16 ขนั้ สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 9
ภาพกจิ กรรม ประมวลภาพกจิ กรรม ๑๒๕ ปชี าตกาล และวนั พระยาอนมุ านราชธน กรมศลิ ปฉ์ ลอง ๑๒๕ ปี พระยาอนุมานราชธน กระทรวงวฒั นธรรม โดยกรมศลิ ปากร จัดเสวนาทางวิชาการ “๑๒๕ ปี พระยาอนุมานราชธน” เพอื่ รำ�ลกึ ถงึ และเชดิ ชูเกียรติคุณของพระยาอนมุ านราชธน ท่ไี ด้ สร้างสรรค์ผลงานท่ีมีความโดดเด่นงดงามด้วยภาษาและวรรณศิลป์ไว้ให้อนุชนตระหนัก ในคณุ คา่ มรดกวฒั นธรรมของชาติ อกี ทั้งพระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐยี รโกเศศ) ยงั เคยรับต�ำ แหนง่ อธิบดีกรมศิลปากร จงึ เป็นบคุ คลท่มี คี ุณูปการใหญห่ ลวงต่องานของ กรมศลิ ปากรและศลิ ปวฒั นธรรมของชาติ โอกาสนี้ นายปรชี า กันธิยะ ปลดั กระทรวง วัฒนธรรม เป็นประธานในพธิ เี ปิดนทิ รรศการและการเสวนาทางวิชาการ “๑๒๕ ปี พระยาอนมุ านราชธน” เพือ่ เผยแพรผ่ ลงานของพระยาอนมุ านราชธน ณ หอ้ งประชุม สำ�นกั หอสมุดแหง่ ชาติ ท่าวาสุกรี กรุงเทพฯ เมอื่ วนั ที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๕๖ และมี กจิ กรรมทัง้ ภาคเชา้ และบ่าย เช่น ปาถกถาเปิดงานโดย ส.ศวิ รกั ษ์ และมกี ารเสวนาวา่ ดว้ ยอฉั รยิ ภาพของพระยาอนมุ านราชธน รวมทัง้ การหยบิ ยกเอาวรรณคดีลือช่ือ อยา่ ง “กามนิต วาสฏิ ฐ”ี ขึ้นมาเสวนาให้ความรู้อีกดว้ ย ศิลปากรรำ�ลกึ ๑๒๕ อธิการบดีคนแรก เม่อื วนั ท่ี ๑๔ ธนั วาคม มหาวทิ ยาลัยศิลปากรได้จัดกจิ กรรม “วัน อนุมานราชธน” ข้นึ ภายในมหาวิทยาลยั ศลิ ปากรวงั ทา่ พระ โดยมีพธิ ีสงฆบ์ ริเวณอาคาร ทอ้ งพระโรง หลังจากนั้นในหลังบา่ ยมกี ารจัดกจิ กรรมกลางแจง้ ที่สวนแก้ว ท้งั การแสดง ดนตรี การเสวนา “รามยณะกบั พระยาอนุมานราชธน” นอกจากนย้ี งั ไดม้ ีการมอบรางวลั วรรณกรรม “พระยาอนุมานราชธน” แดผ่ ้ชู นะการประกวดงานเขียนในประเภทต่างๆอีก ด้วย โดยพระยาอนุมานราชธนถือว่าเป็นผู้ที่มีคุณูปการแก่มหาวิทยาลัยศิลปากร เปน็ อยา่ งยิง่ ซง่ึ ท่านได้ร่วมกับศาสตราจารย์ศลิ ป์ พรี ะศรี ในการพฒั นาหลกั สูตรจาก โรงเรยี นศลิ ปากร จนยกฐานะข้นึ เป็นมหาวทิ ยาลัยในปัจจุบัน และท่านยงั ด�ำ รงต�ำ แหนง่ ผู้ อ�ำ นวยการเป็นคนแรก ซ่ึงภายหลังเปลย่ี นเป็นตำ�แหนง่ อธกิ ารบดี ทายาท “อนมุ านราชธน” ทำ�บญุ อุทศิ เมอ่ื ชว่ งเชา้ ของวนั ท่ี ๑๔ ธนั วาคม เหลา่ บรรดาลกู หลาน ทายาทตระกูลอนุมานราชธน และลูกศิษย์ผู้เคารพนับถือพระยา อนมุ านราชธน ไดร้ ว่ มกนั ท�ำ บญุ อทุ ศิ กศุ ลแดพ่ ระยาอนมุ านราชธน ใน วาระครบรอบ ๑๒๕ ปี ซง่ึ อฐั ขิ องทา่ นไดถ้ กู น�ำ มาบรรจไุ วท้ ฐ่ี านพระพทุ ธ รปู บรเิ วณวหิ ารคดหลงั พระอโุ บสถ วดั พระเชตพุ นวมิ ลมงั คลารามฯหรอื วดั โพธท์ิ า่ เตยี น ซง่ึ ในการท�ำ บญุ ในครง้ั นจ้ี ดั ขน้ึ เปน็ การภายในครอบครวั และปฏบิ ตั เิ ปน็ ประจ�ำ ทกุ ปี เพอ่ื แสดงความกตญั ญตุ าตอ่ พระยา อนมุ านราชธนบรรพชน 10 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
“ขา่ ยใยแห่งชีวิต กับแนวคดิ ของ ฟริตจ๊อฟ คาปรา้ ” วนั อาทติ ยท์ ่ี ๑๕ ธนั วาคม ทผ่ี า่ นมาส�ำ นกั พมิ พม์ ลู นธิ โิ กมลคมี ทอง จดั เสวนาและเปดิ ตวั หนงั สอื THE WEB OF LIFE “ขา่ ยใยแหง่ ชวี ติ กบั แนวคดิ ของ ฟรติ จอ๊ ฟ คาปรา้ ” รว่ มเสวนาโดย คณุ ประชา หตุ านวุ ตั ร (ผแู้ ปลจดุ เปลย่ี นแหง่ ศตวรรษ) คณุ วศิ ษิ ฐ์ วงั วญิ ญู (ผแู้ ปลโยงใยทซ่ี อ่ นเรน้ )ด�ำ เนนิ รายการโดย คณุ นงลกั ษณ์ สขุ ใจเจรญิ กจิ โดยกจิ กรรมเรม่ิ ตง้ั แต่ เวลา ๙.๓๐ น. - ๑๒.๐๐ น.ณ หอจดหมายเหตุ พทุ ธทาส อนิ ทปฺ ญั โญ นอกจากนภ้ี ายในงาน ยงั จ�ำ หนา่ ยหนงั สอื ขา่ ยใยแหง่ ชวี ติ ในราคาพเิ ศษ อกี ดว้ ย “สภาหนา้ โดม ; สภาประชาชน” เม่อื วันเสาร์ที่ ๒๑ ธันวาคม “สภาหน้าโดม” ได้จดั งานเสวนาในหัวขอ้ “สภาประชาชน : ทางออก หรือ ทางตนั ” ณ ห้อง ๒๐๖ บร.๑ ม.ธรรมศาสตร์ ศนู ย์รงั สติ รว่ มเสวนาโดย ส.ศิวรักษ์ ปัญญาชนสยาม บก.ลายจดุ จากมติชน อ.เจษฏ์ โทณะวณกิ และ อ.เอกชัย ไชยนุวัติ สองอาจารย์แห่งมหาวทิ ยาสยาม และนอกจากน้ียงั เปิดโอกาสให้ผูเ้ ข้ารว่ มรบั ฟังได้แสดงความคิดเหน็ ซึง่ มที ง้ั นักศกึ ษา ประชาชนและพระภกิ ษุ ปว๋ ยเสวนาคาร กจิ กรรมปว๋ ยเสวนาคาร เมอ่ื วนั อาทติ ยท์ ่ี ๘ ธนั วาคม ทผ่ี า่ นมาถอื เปน็ กจิ กรรมกจิ กรรมสง่ ทา้ ยของปนี ้ี โดย จดั เสวนาขน้ึ ในหวั ขอ้ “สบื สานปณธิ านหง่ิ หอ้ ย : วนดิ า ตนั ติ วทิ ยาพทิ กั ษ”์ โดย ส. ศวิ รกั ษ์ ประภาส ปน่ิ ตบแตง่ บารมี ชยั รตั น์ ด�ำ เนนิ รายการโดย อภชิ าต พงษส์ วสั ด์ิ ซง่ึ กจิ กรรมเรม่ิ ขน้ึ ตง้ั แตเ่ วลา ๑๓.๓๐ มผี สู้ นใจเขา้ นรว่ มรบั ฟงั และรว่ มเสวนา ณ ปว๋ ยเสวนาคาร ในโรงเรยี นวดั ปทมุ คงคา เยาวราช สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 11
เรอื่ งจากปก บันทกึ เร่ืองช่ือ “ปว๋ ย” วทิ ยาสาร ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ เรียน อาจารย์ทนี่ บั ถอื ด้วยมนี กั เรยี นถามความหมายชือ่ อาจารย์ “ป๋วย” ว่าแปลวา่ กระไร เด็ดเด๋ยี วนม้ี ีความสนใจซอกแซก ผมก็ใคร่จะสนอง ความสนใจของเขา เปน็ การชักน�ำ ใหเ้ ขาหันมาทางคน้ ควา้ หาความรู้ ผมเองไมท่ ราบความหมายค�ำ น้ี จงึ เรียนถามมา หากจะกรุณา อธิบายคำ�ในนามสกลุ ด้วยกจ็ ะเป็นพระคณุ ผมได้สอดจดหมายของเด็กมาดว้ ยแล้ว หากจะกรุณาตอบ โปรดส่งจดหมายเด็กคนื มาดว้ ย โดยความเคารพ (นายเปล้อื ง ณ นคร) 12 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
๒๔ พฤศจกิ ายน ๒๕๑๒ เรยี น อาจารยท์ ่เี คารพ ผมขอประทานอภยั ทต่ี อบจดหมายของอาจารย์ช้าไป เพราะมัวไตรถ่ ามผู้รู้เสียหลายวนั พอจะไดค้ วามดังนี้ ชอื่ ของผม “ปว๋ ย” นั้น เตย่ี ผมต้งั คำ�จนี ให้เป็นชือ่ ตวั (ซงึ่ ตา่ งจากชอ่ื สกลุ และช่ือรนุ่ คอื Generation ตามธรรมเนยี มจนี ชอ่ื สกลุ ของผมคอื องึ๊ ช่ือรนุ่ คอื เคียม อ่านท้ังสามตัวตามลำ�ดับประเพณีจนี ส�ำ เนยี งแต้จ๋ิว จะเป็น “อง๊ึ ป้วย เคยี ม” แตถ่ ้าอา่ นโดดๆ วรรณยกุ ต์จะเปลี่ยนไป ชื่อสกลุ เปน็ อึ๊ง และชอ่ื ตัวเปน็ ปว๋ ย) ค�ำ วา่ “ปว๋ ย” ตามที่เต่ยี เขยี นใหน้ ัน้ แปลตรงตัวไดว้ า่ “พนู ดินท่ีโคนตน้ ไม้” เพราะตวั ประกอบในอกั ษรระบไุ ว้เชน่ น้ัน แต่ มคี วามหมายกว้างออกไปอีก คือ “บ�ำ รุง” “หลอ่ เลี้ยง” “เพาะเลีย้ ง” และ “เสริมก�ำ ลงั ” ปทานุกรมจีน-องั กฤษทพ่ี มิ พ์จ�ำ หน่ายท่ี ฮ่องกง แปลว่า “to bank up with earth; to cultivate; to nourish; to nurse; toad energy; to strengthen” ถ้าหากกลา่ วถึงเจตนาของผ้ใู หก้ �ำ เนิดผมในการตง้ั ช่ือ ก็คงจะเปน็ ไปตามท่เี ขยี นไว้ข้างต้น แต่ผมไดเ้ คยเตรยี มไว้ตอ่ สกู้ ับ นกั ชาตินยิ มทเี่ คยนิยมว่า ชือ่ เป็นเจ๊ก ใจคงจะเป็นเจก๊ ไปด้วย ซำ�้ ยังกลา่ วหาว่าด้อื รน้ั ไม่ยอเปล่ยี นช่อื จึงไดถ้ ามเพอื่ นๆชาวเหนือของ ไทยเราวา่ “ปว๋ ย” ในภาษาไทยเหนือนั้น หมายความว่ากระไร เพราะเหน็ วา่ มีต�ำ บลปางปว๋ ย อยู่แถวล�ำ ปาง ได้ความวา่ ดังนี้ คำ�ไทยเหนอื “ปว๋ ย” นั้นแปลวา่ ไมต้ ะแบก ดอกปว๋ ย คอื ดอกตะแบก ปางปว๋ ยคอื ทพี่ ักในป่าตะแบก แตน่ อกจากนั้นยงั มีปว๋ ยอกี คำ�หนึ่งซง่ึ อาจจะอา่ นวา่ โปย๋ ก็ได้ แปลวา่ เปลอื ย “ปว๋ ยต๋ัว” แปลวา่ เปลือยกาย “ผีปว๋ ย” แปลวา่ ชีเปลอื ย ช่อื สกุล “อง๊ึ ภากรณ์” ลงุ ผมเปน็ ตน้ สกุล ลงุ ผมมาจากเมืองจนี แล้วมากอ่ สร้างตวั ได้ เขาเรยี กทา่ นว่า “นายอากร ปอ” และได้รับพระราชทานยศบรรดาศักดิ์เป็นขุนรักษาอากรกจิ ผมจำ�ไมไ่ ดแ้ น่ว่านามสกุลน้นั ท่านไดร้ ับพระราชทานหรือไดร้ ับ ประทานจากพระบรมวงศานุวงศ์พระองคใ์ ด แต่ประกอบดว้ ยช่ือสกุลจีน คอื อึ๊ง แปลวา่ เหลอื ง และมีสรอ้ ยไทยวา่ ภากรณ์ ใน ปทานุกรมไมม่ ีค�ำ วา่ “ภากรณ์” มแี ต่ “ภากร” แปลวา่ พระอาทิตย์ ผมไม่ทราบเจตนาอันแท้จรงิ ของทา่ นทบ่ี ัญญตั ิชื่อสกลุ ถ้าจะให้ เดากเ็ หน็ วา่ ทา่ นอาจจะหมายให้ได้ความว่า “เหลืองเหมือนแสงอาทิตย”์ ผมเขียนเรือ่ งมาเสยี ยดื ยาว เพราะเมอื่ ไดส้ อบถามแล้ว ก็อยากจะเกบ็ ส�ำ เนาคำ�อธบิ ายไว้ให้ลูกหลานทราบต่อไป สว่ นท่ี อาจารย์จะตอบเด็กนั้น กแ็ ล้วแตอ่ าจารยจ์ ะยอ่ หรือคดั เอาสาระส�ำ คญั ต่อไป ตามแต่จะเหน็ สมควร ผมไดค้ ืนจดหมายนักเรยี นมาดว้ ยแลว้ ดว้ ยความเคารพ (ป๋วย อ๊งึ ภากรณ์) (ท่ีมา จากหนังสอื ชุดปชู นียบุคคล ประวตั ิและความคดิ ดร.ป๋วย อ๊งึ ภากรณ์ ปรมาจารยท์ างด้านเศรษฐกิจ เลม่ ๑ รวบรวมและเรยี บ เรียงโดย วิทยากร เชียงกลู ) สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึ้งภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 13
กวีนพิ นธ์ เกิดเปน็ ไทยเพราะใจถงึ จงึ เป็นไทย ๑ เกิดเป็นไทยเพราะชือ่ ไทยหรอื ไรหนอ เป็นตามพ่อหรือเพราะแม่ตงั้ แต่ตน้ หรือเพยี งเหยียบแผ่นดินถนิ่ ไทยชน จึงถือตนเป็นคนไทยได้เสรี เกิดเป็นไทยเพราะในบัตรบอกชัดแจง้ เพยี งแสดงแหล่งหลกั เกยี รติศักด์ศิ รี ถือสิทธบ์ิ นผลประโยชนโ์ ฉนดชี้ อ้างคณุ งามความดวี รี กรรม ๒ เกดิ เปน็ ไทยแตใ่ จมใิ ชไ่ ทย จึงก่อการหยาบใหญแ่ ละเหยียบย่�ำ เผยธาตุแท้แม้รา่ งรอยในถ้อยคำ� ยงิ่ ตอกย�้ำ ท�ำ ลายตายท้งั เป็น ทั้งกอบโกยโกงกินทรัพย์สนิ ชาต ิ เบยี ดบังราษฎรม์ ิอาจส้ยู ากรู้เห็น เมื่อปลาใหญไ่ ล่ปลาน้อยถอยกระเดน็ ความลำ�เคญ็ เข็ญคาวฉาวสงั คม ไม่อาจพบหนทางสจุ รติ ทงั้ ซ้ือเสียงขายสิทธิ์พิษสะสม งกู นิ หางขลกุ ขลกั ในปลกั ตม น้ำ�เตา้ น้อยจะถอยจมปมการเมือง ทงั้ ซือ้ ขายปรญิ ญาวชิ าชพี ดบั ประทีปปญั ญาชนจนลอื เล่อื ง จะผลิตบณั ฑติ เล่าก็เปล่าเปลือง เมื่อทุกเรื่องลวงตาประชาชน หากเป็นไทยเพียงได้ว่ากอ็ ยา่ เรยี ก จงส�ำ เหนียกใหถ้ อ่ งแทต้ ั้งแตต่ ้น เกิดเป็นไทยในเลือดเน้ือชาติเชือ้ ตน เม่ือเปีย่ มลน้ ท้นดวงใจจึงใคร่เป็น ๓ เกิดเปน็ ไทยไมค่ ดโกงจรรโลงชาติ ทั้งรฐั ราษฎรป์ ระกาศสโู่ ลกรเู้ ห็น น�้ำ พึ่งเรือเสอื พึง่ ไพรไรล้ ำ�เค็ญ พร้อมบำ�เพ็ญโอบเออ้ื เพอื่ แผน่ ดิน เกดิ เปน็ ไทยเพราะใจถงึ จึงเปน็ ไทย สมนิยามความยงิ่ ใหญ่ไดถ้ วลิ จงหยดั ยืนฟื้นศรัทธาเปน็ อาจณิ ตราบชีวนิ ยงั ยนิ คา่ ว่าคนไทย อนวุ ฒั น์ แกว้ ลอย 14 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ปาก(กา)ปญั ญาชนสยาม ส.ศิวรักษ์ การเมืองไทยปจั จุบนั ในทศั นะ ส.ศวิ รกั ษ์ ผู้ด�ำ เนินรายการ ที่เฝ้าดูปรากฏการณ์ทางการเมืองในคราวน้ี อาจารย์พอจะมองเห็น การเมืองเป็นเร่ืองท่ีเกี่ยวข้องกับทุกคนอย่างท่ีเราได้ ทางออกท่เี ป็นรูปธรรมเปน็ รูปเป็นรา่ งบ้างไหมคะ ทราบ ไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม เพราะฉะน้ันการหา ทางออกเรื่องการเมืองก็เป็นเร่ืองที่หลายๆ ฝ่ายให้ความสนใจ ส.ศิวรักษ์ หลายฝ่ายได้พยายามท้ังทางตรงและทางอ้อมซึ่งเห็นได้ในส่ือหลายๆ ทางออกมีครบั แต่ถ้าจะให้ชัดเจนเปน็ รูปธรรมน้ันยาก กระแส น่คี ืออกี วนั หนง่ึ ทเ่ี ราจะคยุ เรื่องทางออกประเทศไทย วันน้ีรายการของเราได้รับเกียรติอย่างย่ิงจากนักเขียนมือ ผู้ดำ�เนนิ รายการ รางวัลมากมายท่ีมีหนังสือร่วมหลายร้อยเล่ม และเป็นนักวิชาการ เพราะอะไรคะอาจารย ์ อิสระท่ีได้รับการยอมรับ นั่นคือ อาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรือ อาจารย์ ส.ศวิ รกั ษ ์ คะ่ ส.ศวิ รักษ์ อาจารย์สุลกั ษณ ์ สวัสดีค่ะ คือปัญหาของเราสะสมมานานนะครับ ปัญหาใหญ่ก็ คือคนไทยร่วมสมัยเป็นอันมากขาดความกล้าหาญทางจริยธรรม ส.ศิวรักษ ์ เพราะฉะน้ัน การทร่ี ฐั สภาออกกฎหมายนิรโทษกรรมมาครง้ั น ี้ แลว้ สวัสดคี รบั ยกประโยชน์ทั้งหมดให้ทักษิณเนี่ย มันเป็นจุดสำ�คัญที่ปลุกให้คน ไทยตื่นขึ้น ให้แลเห็นว่า โดยพื้นฐานแล้วสังคมต้องมีความชอบ ผ้ดู ำ�เนนิ รายการ ธรรม การที่คนออกมาต่อต้านในครั้งนี้ ผมว่าด้านหน่ึงต้องขอบใจ ค่ะ อาจารย์คะ ตอนนี้เราอยากเห็นทางออก เราก็ ทักษิณเขานะครับ เพราะถ้าไม่ทำ�อันน้ี คนไทยก็ยังไม่ตื่น เพราะ ต้องไปถามนักคิดหรือผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายทาง เพ่ือที่จะได้ การตื่นครั้งน้ี เป็นการต่ืนให้เห็นเลยว่า เราถูกมอมเมา เราถูก แนวคิดดีๆ มาเป็นแนวทางในการตัดสินใจ ถ้าถามอาจารย์ในฐานะ เอาเปรียบ และไม่มีความชอบธรรมข้ันพื้นฐานเลย เพราะฉะน้ัน สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 15
ในแง่นี้ เป็นแง่ท่ีเราจะต้องชมคนไทยท้ังหมดเลย รวมท้ังพวก เดียวกันกับสำ�นักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ก็จะต้องโปร่งใส เส้ือแดงหลายต่อหลายคนด้วยนะครับ เส้ือแดงหลายต่อหลาย ให้ตรวจสอบได้เช่นเดียวกับทุกสถาบันทุกแห่ง ถ้าเปลี่ยนอย่างนี้ได้ คน เขาต้องการความเป็นไพร่ เขาต้องการการเปล่ียนแปลง เขา เราก็จะเดินไปสทู่ างท่ถี ูกต้องดงี าม ต้องการความยุติธรรมในสังคม แต่หลายก็นึกว่าจะต้องผูกติดอยู่ กับทักษิณ เม่ือเขาแลเห็นความช่ัวร้ายของทักษิณ เสื้อแดงหลาย ผ้ดู ำ�เนินรายการ คนก็ไม่เอาทักษิณแล้ว ผมว่าอันนี้เป็นนิมิตหมายท่ีดีครับ อีกนัย ทีนี้ถ้าเป็นทางออกท่ีเราเห็นๆ กันอยู่อย่างนี้ละคะ หนึ่งคือ การแก้ปัญหาพ้ืนฐานต้องกลับมาแก้ปัญหาท่ีจริยธรรม ศีล อาจารย์ เห็นมีความพยายามของแกนนำ�กลุ่มผู้ชุมนุมโดยเฉพาะ ธรรม เพราะศีลธรรม จริยธรรมน้ันเป็นรากฐานของการเมืองครับ อย่างย่ิงแกนนำ� กปปส. ที่พยายามจะไปนัดหมายพูดคุยกับผู้ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐบาลทักษิณ ปฏิเสธอันนี้ครับ ใช้รูปแบบ บัญชาการเหล่าทัพ ไปพูดคุยกับเอกชนแล้วเม่ือวานนี้ (๑๒ ธ.ค.) อย่างน้ี อ้างว่าฉันชนะเสียงเลือกต้ังมา ฉันคุมสภามา อันนั้นมัน แล้วก็นัดกันได้แล้ว วันพรุ่งนี้ (๑๔ ธ.ค.) บ่ายสาม ท่ีกอง เป็นปลายแถวครับ ซึ่งต้นแถวก็คือจริยธรรม ศีลธรรม ซ่ึงผมดีใจ บัญชาการกองทัพไทย อันน้ีกำ�ลังจะเป็นสัญญาณว่าทางออกกำ�ลัง นะครับ คนไทยเร่ิมกลับมาเห็นประเด็นน้ี แต่ผมว่าส่วนใหญ่ยังเห็น จะมองเห็นแล้วรึเปล่า อันที่หนึ่ง อันท่ีสองคือรัฐบาลย่ิงลักษณ์ก็ ประเด็นนไี้ มช่ ดั เจนเท่าไหรน่ กั ประกาศให้ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ เป็นผู้นำ�ในการ รวบรวมความเห็นให้คนมาแสดงออกในเวทีปฏิรูป วันอาทิตย์ (๑๕ ผู้ดำ�เนนิ รายการ ธ.ค.) เริ่มเก้าโมงเช้า เพื่อให้ทุกฝ่ายมาแสดงความเห็นกัน สอง ก็เลยเป็นประเด็นว่า ทางออกท่ีเป็นรูปธรรมนั้นยังยาก สัญญาณนพ้ี ออา่ นอะไรได้บา้ งไหมคะ อยู่หรอื เปลา่ คะอาจารย์ ส.ศวิ รกั ษ์ ส.ศิวรักษ์ สัญญาณท่ีสองนะครับ รัฐบาลกำ�ลังประหน้าทาแป้ง ครับ อย่าลืมนะครับ ความฉ้อฉลในสังคมไทยไม่เพียง เพราะถ้ารัฐบาลจริงใจแล้ว รัฐบาลไม่มีทางอื่นครับ ต้องลาออก แค่รัฐบาลหรือรัฐสภานะครับ ความฉ้อฉลมีทุกระดับ และผมพูด คุณดูสิครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ เลยนะครับ ประเทศยูเครนนะ อย่างไม่เกรงใจนะครับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยรู้ตัวรึเปล่าครับว่า ครับ เพียงสำ�นักงานใหญ่ของเอกชน ไม่ใช่ของรัฐบาลด้วย พังลง จุฬาลงกรณ์ฯกเ็ ปน็ องค์กรหนึ่งทม่ี ีความฉอ้ ฉลเขา้ มาเกี่ยวขอ้ งดว้ ย มา รัฐบาลลาออกเลย รัฐบาลต้องรับผิดชอบครับ อาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ถูกเล่นงานในสภา ท่านลาออกกลางสภา อาจารย์ ผูด้ ำ�เนินรายการ เสนีย์ ปราโมชถูกเล่นงานในสภา ท่านลาออกกลางสภา คือเป็น ยังไงคะ นายกรัฐมนตรีต้องมีหริโอตัปปะครับ ต้องมีความละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป คุณย่ิงลักษณ์ไม่มีเลยครับ กลัวพี่ชายอยู่คนเดียว ส.ศิวรกั ษ์ และปัญหาท้ังหมดเวลานี้ ถ้าเผื่อว่าทักษิณเขาต้องการจะเป็น สภามหาวิทยาลัยทุกแห่งนะครับ การเลือกต้ังสภา วีรบุรุษนะครับ เขาเลิกจากทุกอย่างก็เท่าน้ันเองครับ บอกว่าผม มหาวิทยาลัยทุกแห่งอ้างว่าเป็นประชาธิปไตย แต่จริงๆ แล้วไม่ ล้างมือแล้วครับ ก็เท่านั้นเองครับ ผมร่ำ�รวยมาพอแล้วครับ ผม เป็นประชาธิปไตย ไม่มีการตรวจสอบ ไม่มีความโปร่งใส คณะ จะอยู่นอกประเทศ อย่างท่ีกษัตริย์เบ๋าได๋อยู่นอกประเทศ อย่างท่ี เดียว กลุ่มเดียว พวกเดียวแทบทุกมหาวิทยาลัยครับ ด้วยความ พระเจ้าฟารุกอยู่นอกประเทศ เท่าน้ันก็จบครับ แต่น่ียังต้องการจะ เคารพนะครับ แต่ผมก็ดีใจครับ อันน้ีเป็นครั้งแรกเลยที่จุฬาฯออก กลับมาครับ และไม่ใช่กลับมาธรรมดา จะเอาเงินทองคืนทั้งหมด มาเป่านกหวีดร่วมกับเขาด้วย แต่ถ้าเป่านกหวีดเป็นเพียงวิธีการ แล้วก็ประกาศเลยว่าจะทำ�ความช่ัวช้าอย่างที่เคยทำ�มาแล้ว แล้วเรา เป็นเพียงวัฒนธรรม เป็นเพียงรูปแบบไม่ได้ผลครับ จุฬาฯก็ต้อง รับได้หรอครับ แล้วธงทองเขาเป็นข้าราชกาประจำ� เขาก็ต้องทำ� คิดเปล่ียนเลยครับ ว่าทำ�ยังไงจะให้จุฬาฯโปร่งใสมากข้ึน ทำ�ยังไง ตามที่นายกฯส่ัง แต่ส่ังทำ�แบบน้ีมันของเล่นครับ นายกฯก็เคยทำ� จุฬาฯจึงจะมีจุดยืนทางจริยธรรมเพ่ิมข้ึน ทำ�ยังไงจุฬาจะไม่ไล่อุเทน มาแล้ว ต้ังคุณบรรหาร ศิลปอาชา ตั้งใครต่อใคร เป็นของเล่น ถวายที่อยู่ติดกับจุฬาฯ อย่างที่จุฬาฯเคยไล่ท่ีสามย่าน ผมเคยขาย ท้ังน้ัน ไม่มีความจริงใจ ถ้าเราเชื่อในความจริงใจของรัฐบาล ทุก หนังสืออยู่ท่ีสามย่านมาย่ีสิบปีนะครับ แล้วร้านหนังสือผม (ร้าน อย่างแก้ปัญหาได้หมด แต่เราไม่เช่ือครับ เพราะยิ่งลักษณ์เป็นตัว ศึกษิตสยาม) เป็นจุดเริ่มต้นประชาธิปไตย ๑๔ ตุลาฯ เขียนเผย ตลก เป็นตัวท่ีทำ�ตามคำ�ส่ังของพ่ีชาย ย้ิมหวานๆ แล้วหลอกคนได้ แพร่ไปท่ัวโลกเลยครับ แต่จุฬาฯก็ไล่ที่ผมเหมือนไล่หมูไล่หมา ถ้า อาจหลอกได้ช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้หลอกใครไม่ได้อีกแล้ว เร่ืองของท่ี เผื่อไม่เปล่ียนจุดยืนอันน้ี เสร็จ! แล้วผมว่า นิมิตหมายที่ดีนะครับ ยิ่งลกั ษณพ์ ยายามจะทำ�นั้นไม่ไดร้ ับความเชื่อถือจากผมแนน่ อน ขนาดสำ�นักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ยังเร่ิมเปล่ียนจุดยืน แล้ว สำ�นักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เห็นแล้วว่าการที่ไล่ ผู้ด�ำ เนนิ รายการ คนออกจากพื้นที่เหมือนหมูเหมือนหมาน้ันผิด สำ�นักงานทรัพย์สินฯ แปลว่ารัฐบาลไม่ควรมาเป็นเจ้าภาพจัดเวที หรือ เริ่มหันมาทำ�งานด้านอนุรักษ์ ด้านท่ีเป็นความดีความงาม แต่เช่น อาจารยไ์ มเ่ ห็นด้วยกับการจัดเวท ี 16 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อึ้งภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ส.ศิวรกั ษ์ จะเห็นนะครับ คุณหลอกประชาชนได้ระยะส้ัน แต่ต่อไประยะยาว เปล่า ท้ังหมดนี่มันของเล่นครับ ถ้าจะทำ�ต้องของจริง หลอกเขาไม่ไดห้ ลอกครับ เขาตน่ื ตัวมากขนึ้ ทุกทีละครบั ครับ แตย่ ังไมเ่ คยเหน็ รฐั บาลท�ำ ของจริงสักอนั ผดู้ �ำ เนินรายการ ผูด้ �ำ เนินรายการ คราวน้ีถ้ามองถึงสัญญาณแรกที่ดิฉันพูดถึงคือการ ของจริงทวี่ ่า เชน่ อะไรบา้ งคะอาจารย์ เคลื่อนไหวของ กปปส. ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.ประชาธิปัตย์ ไม่แน่ใจ ว่าอาจารย์จะวิพากษ์ถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยหรือไม่อันน้ีสุดแล้ว ส.ศิวรักษ์ แต่อาจารย์ แต่ตอนนี้คุณสุเทพบอกตอนนี้เป็นแกนนำ�ประชาชน หน่ึง ลาออกสิครับ ง่ายนิดเดียว สอง ก็พูดกับพ่ีชาย ฟังประชาชนเป็นหลัก และแสดงความพยายามไปคุยกับทหาร เลยว่า หนูพอแล้วนะพี่ พ่ีใช้หนูมาสองปี หนูแย่แล้วนะคะ เลิก แล้วนัดหมายพรุ่งน้ี (๑๔ ธ.ค.) บ่ายสาม อาจารย์คิดว่าตรงน้ีมี นะพ่ี เพียงเท่าน้ีละครับ ทุกอย่างแก้ไขปัญหาได้หมดเลย แต่ ความหมายอยา่ งไรไหมคะ คุณเล่นลูกเล่นแบบน้ีคุณหลอกใครครับ หลอกเด็กครับ แล้วคน เส้ือแดงหลายคนเขาก็ไม่เชื่อคุณแล้ว คุณอย่าโกหกตอแหลต่อไป ส.ศิวรกั ษ์ สิครับ และเป็นที่น่าเสียใจว่าข้าราชการส่วนใหญ่ก็ยังรับใช้นักการ ก็มีความหมายดีตรงท่ีมีการพูดคุยกันครับ การพูด เมืองบูดเบี้ยวพวกนี้อยู่ ส่วนใหญ่ก็ยังไม่มีจิตสำ�นึก ก็คือเห็นแต่ คุยกันเป็นของดีครับ พูดคุยกันแล้วแลกเปลี่ยนทัศนคติกัน ไม่ ว่าการรับใช้นักการเมืองเป็นของดี ข้าราชการประจำ�ของไทยต้องมี จำ�เป็นต้องเห็นด้วยกัน ผมเห็นว่าเป็นของดีครับ แต่ขณะเดียวกัน จิตสำ�นึกนะครับ ข้าราชการประจำ�ของไทยท่ีแล้วๆ มามีจิตสำ�นึก ผมต้องเตือนคุณสุเทพนะครับ ต้องเตือนคุณผู้ฟัง และเตือนคุณ ครับ ผมอยากจะเรียนนะครับ เมื่อเกิดเร่ืองใหญ่ปากีสถานตะวัน ด้วย ทหารเขาจะยืนอยู่บนรั้วครับ เพราะทหารเขาไม่เคยเสียผล ออก ตะวันตกสู้รบกัน ข้าราชการประจำ�หลายต่อหลายคน ประโยชน์อะไรเลย ทหารเขาได้ประโยชน์มาตลอด ทหารเขาเป็น กระทั่งทูตด้วย เขาลาออกกันหมดครับ ถึงเกิดบังคลาเทศขึ้นมาได้ รัฐภายในรัฐมาตลอด แต่ตอนนี้ทหารเขารู้เป็นครั้งแรกว่าท่ีเขาทำ� ตอนน้ีข้าราชการประจำ�ไทยไม่รู้สึกครับ ลึกๆ แล้ว ข้าราชการ รัฐประหารทุกครั้ง เพราะเขาเสียประโยชน์ เขาไม่มีทางจะออกจึง ประจำ�ของไทยส่วนใหญ่เอาเปรียบราษฎร รับใช้นักการเมืองโกงๆ ทำ�รัฐประหาร ไม่ใช่เขารักประชาธิปไตยนะครับ เพราะเขารักตัว ข้าราชการส่วนใหญ่ก็โกงด้วย ไม่โกงก็กินตามน้ำ� ไม่ง้ันก็แหย ถ้า เขาเอง คุณคิดดูสิครับ ท่ีสามสี่จังหวัดภาคใต้วุ่นวายนัก เพราะ จดุ นไ้ี ม่เปล่ียน บา้ นเมืองเปลี่ยนไมไ่ ด้ครับ ทหารนะครับ ถ้าคุณถอนทหารออกมาเมื่อไหร่ สามสี่จังหวัดภาค ใต้แก้ปัญหาได้ทันทีเลยครับ ผมพูดให้ผู้นำ�เหล่าทัพฟังด้วยความ ผ้ดู ำ�เนนิ รายการ เคารพครับ มีนายพลคนไหนถูกฆ่าตายบ้างครับท่ีปักษ์ใต้ พลทหาร อาจารย์ขา คำ�ถามแรกยังค้างอยู่ กรณีคุณสุเทพ พลตำ�รวจ คนเล็กคนน้อยถูกฆ่าตาย นายทหารนั่งกินไวน์มีความ (แกนนำ� กปปส.) ไปคุยกับทหาร อันนี้ขอค้างไว้ แต่ขอแย้ง สุขอยู่ตลอดเวลา เป็นรัฐภายในรัฐอยู่ครับ แล้วน่ีเขาส่ังได้เลยครับ อาจารย์นิดนึง เพราะคนก็คิดแตกต่างหลากหลาย เลยขออนุญาต คุณสุเทพจะเข้าเฝ้าเขาเม่ือไหร่ แล้วแต่เขาสะดวกเลยครับ น่ีหรือ ถาม อาจารย์คิดอย่างไรกับความคิดท่ีไม่เห็นด้วยกับแนวทาง มันมี ครับเขาเช่ือประชาชน ประชาชนต้องเข้ามาหาเขาครับ ถ้าทหาร มีสองแนวทางหลักๆ คนที่บอกว่าความเหลื่อมลำ้�ทำ�ไมไม่มีใครพูด ไม่เปล่ียนจุดยืนอันนี้ ทหารก็จะเป็นสถาบันซ่ึงไร้ความหมายในทาง ถึง การละเลยความต้องการของประชาชนรากหญ้า รัฐบาลชุดน้ี ประชาธิปไตย ดังทหารในอารยประเทศ ทหารไทยยังนึกว่าตนเอง เข้ามาเติมเต็ม และการปฏิบัติท่ีสองมาตรฐานมาโดยตลอด รัฐบาล เป็นรัฐภายในรัฐอยู่ ทหารต้องเร่ิมอ่อนน้อมถ่อมตัว ต้องเริ่มฟัง ทักษิณก็เข้ามาให้ประโยชน์กับเขา แล้วเขาก็พยายามบอกว่ารัฐบาล ประชาชน แล้วต้องเปลี่ยน ไม่ใช่เหยียบเรือสองแคม ไม่ใช่บอก ทำ�ดอี ะไรบา้ ง เหลา่ นีเ้ ปน็ ตน้ มนั ฟังไมข่ นึ้ หรอคะอาจารย์ ว่าฉันไม่เข้าข้างฝ่ายไหน อันนี้เห็นได้ชัดๆ เลยครับ ว่าทหารไม่มี ความเข้มแขง็ ทางจริยธรรมอะไรเลยครับ ดว้ ยความเคารพ ส.ศวิ รกั ษ์ ฟังขึ้นส่วนหน่ึงนะครับ หลายคนท่ีเขาเป็นพวกเส้ือแดง ผดู้ �ำ เนนิ รายการ เขาพอใจนะครับที่รัฐบาลทักษิณทำ� ต้องเข้าใจนะครับว่าท่ีทักษิณ อาจารย์ขา ถ้าพูดถึงคำ�ว่าประชาชน ก็ได้ยินมาอยู่ ทำ�น้ันให้ประโยชน์กับราษฎรในระยะส้ันครับ แล้วต่อๆ ไปคน เนืองๆ ว่า ก็มีหลายคนพูดว่า “เอ...ถามผมรึยัง” แล้วตกลงวัด เหล่านี้ก็จะต่ืนข้ึน เหมือนคนที่ต่ืนข้ึนจากพระราชบัญญัตินิรโทษ เสียงประชาชนอย่างไร เอาจำ�นวน หรือเอาจำ�นวนท่ีออกมาบน กรรมคร้ังน้ี ทีนี้ปัญหาคือ พรรคประชาธิปัตย์เองทำ�สู้พรรค ท้องถนน เราจะบอกได้อย่างไรว่าประชาชนกลุ่มใดเป็นเจ้าของ ของทักษิณไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์แหยมาตลอดครับ พรรค อำ�นาจที่แท้จรงิ คะอาจารย์ ประชาธิปัตย์น้ันอิงพวกขุนนางข้าราชการนานเกินไป ทักษิณเขาตัด ขุนนางข้าราชการครับ เขาตัดตรงถึงราษฎร ราษฎรจึงพอใจเขา ส.ศิวรกั ษ์ แต่วิธีท่ีทักษิณเบ้ียวต่างๆ เหล่าน้ัน เขายังมองไม่เห็น แต่ต่อไปเขา ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่ีมีเสียงปรากฏออกมาเหล่านี้ สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 17
เป็นของดีนะครับ ยิ่งมีเสียงออกมามากเท่าไหร่เป็นของดีทั้งน้ัน อยากให้โอกาสคุณสุเทพ คุณสุเทพก็มีเปื้อนมาก่อนนะครับ คุณ นะครับ และในขณะเดียวกันเราก็ต้องฟังด้วยนะครับ มีกลุ่มนัก สุเทพก็บริหารพรรคอย่างเลอะเทอะเหลวแหลกนะครับ แต่คร้ังน้ี วิชาการท่ีเขาไม่เห็นด้วยกับกลุ่มของคุณสุเทพนะครับ เช่น พวก ถ้าคุณสุเทพเปลี่ยนจิตสำ�นึก แล้วทำ�ตามท่ีพูดว่าไม่มักใหญ่ใฝ่สูง นิติราษฎร์ คนพวกน้ีต้องเคารพเขานะครับ แต่ขณะเดียวกันการ ทางการเมือง แล้วลดบทบาทความเป็นเลขาธิการ มาเป็นเพียง เคารพน้ันก็ต้องอภิปรายกัน เพราะพวกเราจำ�นวนไม่น้อยนับถือ คนหน่ึง ไม่ใช่เป็นตัวนำ� กปปส. คำ�ว่า เลขาธิการ อย่าลืมนะ พวกนิติราษฎร์มากเลยนะครับ เพราะพวกน้ีเป็นคนซ่ือสัตย์สุจริต ครับ มันเป็นศัพท์ในพรรคคอมมิวนิสต์นะครับ พรรคคอมมิวนิสต์ แต่พวกน้ีบางทีเขาไม่รู้ตัว เขาไปเรียนเมืองฝร่ังนานเกินไป เขายึด นี่เลขาธิการเป็นใหญ่นะครับ แล้วการเคลื่อนไหวต่างๆ ผมไม่เห็น ทฤษฎีฝร่ังมากเกินไป ทฤษฎีฝรั่งมันมีประโยชน์นะครับ แต่ต้อง มีช่ือใครเลย แล้วมีชื่อใครเป็นประธาน ผมไม่เห็นมีช่ือใครเลยครับ ถามว่ามันประยุกต์เข้ากับเมืองไทยได้หรือไม่ แล้วเมืองไทยที่เลว ต้องระวังครับ คุณสุเทพต้องมีความอ่อนน้อมถ่อมตัวมากข้ึน ฟัง ร้ายขนาดนี้ ท่ีทักษิณทำ�เลวร้ายขนาดน้ี ย่ิงลักษณ์ทำ�เลวขนาด คำ�เตือนจากคนต่างๆ อย่างเช่นผมมากขึ้น แล้วต้องลดบทบาทลง นี้ ยังใช้ไม้บรรทัดแบบฝร่ัง ใช้เลือกตั้งแบบฝรั่ง ใช้เสียงข้างมาก โดยเฉพาะที่จะมีสมัชชาอะไรกันเน่ีย กลุ่มคุณสุเทพจะตั้งเอง ๑๐๐ แบบฝร่ัง มันแก้ปัญหาได้ไหมครับ ผมอยากจะเตือนทุกคนครับ คน กลุ่มอ่ืนๆ ๓๐๐ คน ผมว่าอันน้ีมันไม่ค่อยชอบมาพากลนะ ปัญหาที่สำ�คัญต้องกลับมาท่ีปัญหาจริยธรรมครับ ปัญหาขั้นพ้ืน ครบั ฐาน ปัญหาปากท้องราษฎร และด้วยความเคารพต่อคุณสุเทพ ครับ คุณสุเทพไปคุยกับแม่ทัพก็มีประโยชน์ครับ แต่มีประโยชน์ ผดู้ ำ�เนนิ รายการ ไม่มาก คุยกับนักธุรกิจการค้าก็มีประโยชน์ครับ แต่สิ่งท่ีคุณสุเทพ รายช่ือกรรมการอาจไม่เปิดเผยท่ัวไป ดิฉันเห็นแรกๆ ไม่เคยคิดคำ�นึง ทำ�ไมไม่ไปคุยกับสมัชชาคนจนครับ ทำ�ไมไม่ไปคุย แวบหน่ึงมีช่ือออกมา ตอนหลังๆ ก็หายไป อาจจะทำ�ให้คนรู้สึกว่า กับคนที่เขาต่อสู้ท่ีบ้านกรูด ท่ีบ่อนอก ท่ีอุดร หลายต่อหลายคน ไมม่ ตี วั ตนเท่าคุณสเุ ทพกไ็ ด ้ มันกเ็ ป็นประเด็นเหมือนกนั ครับ พวกนี้เขาเป็นรากหญ้า และมีพื้นภูมิธรรมเดิมของเรา มีท้ัง อหิงสธรรม มีท้ังเมตตากรุณาธรรม และมีอะไรต่างๆ หลายอย่าง ส.ศิวรกั ษ์ ครับ แต่เขาเป็นคนเล็กคนน้อย ซึ่งถ้าพวกคุณสุเทพเห็นประโยชน์ เป็นปัญหาท่ีต้องระวังครับ เพราะถ้าให้อัตตามันเป็น จากคนเล็กคนน้อย ฟังคนเหล่าน้ีครับ เราจะพลิกผันเปล่ียนแปลง ใหญ่แล้ว มันจะพาไปสู่ความหายนะ พระพุทธเจ้าท่านสอนเลยนะ บ้านเมืองครับ เพราะบ้านเมืองจะเปลี่ยนไม่ใช่เอาทักษิณออก ครับ เรื่องการบ้านการเมืองเราจะต้องถูกฝึกไม่ให้เป็นอัตตาธิปไตย ไปเท่านั้นครับ บ้านเมืองเรายังมีบริษัทยักษ์ใหญ่คุมอยู่ บริษัท ให้เป็นโลกาธิปไตย ต้องให้เสียงส่วนใหญ่สำ�คัญกว่าเสียงของเรา CP คุมอยู่ เบียร์ช้างคุมอยู่ และ คนเหล่าน้ีครับไม่มีใครเล่นงาน เพียงเท่านั้นยังไม่พอครับ ต้องธรรมาธิปไตย ต้องเห็นความถูก เลยครับ และคนเล็กคนน้อยเหล่าน้ีที่จะทำ�ให้บ้านเมืองพลิกผัน ต้องช่ัวดีเป็นใหญ่มากกว่าอะไรทั้งหมด คุณสุเทพก็เคยบวชเรียน ไป บ้านเมืองในกรุงเทพฯเต็มไปด้วยคอนโดฯ คนยากคนจนไปอยู่ มาท่ีสวนโมกข์ แต่อาจจะบวชส้ันไปหน่อย น้อยไปหน่อย คุณสุ ที่ไหนครับ แล้วพวกเราจะไปซ้ือส้มตำ�ถูกๆ กินได้ท่ีไหนครับ ส่ิง เทพต้องหันมาสู่ธรรมาธิปไตยให้ได้ครับ ถ้าจะเห็นธรรมเป็นใหญ่ เหล่าน้ีต้องมองท่ีบริบทต่างๆ ให้ชัดเจนครับ ผมก็เห็นใจคุณสุเทพ ได้ ต้องลดอคติครับ ไม่ว่าฉันทาคติ โมหาคติ ภยาคติ โทสาคติ นะครับ เขาก็อยากจะเอาชนะวันสองวันน้ี แต่การเอาชนะวันสอง ผมเห็นว่าคุณสุเทพยังไม่ปลอดไปจากอคติทั้งส่ีนี้นะครับ ด้วยความ วันน้ีเป็นไปไม่ได้หรอกครับ ต้องให้ประชาชนส่วนใหญ่เขามานำ�เรา เคารพและเตือนด้วยความหวังดคี รับ ไม่ใช่เราไปนำ�เขาครบั ผดู้ �ำ เนนิ รายการ ผู้ด�ำ เนนิ รายการ ทีนี้ถ้าเป็นแนวทาง แม้อาจารย์จะไม่เห็นเป็นรูปธรรม อาจารย์เชื่อม่ันในคุณสุเทพมากน้อยแค่ไหน เพราะก็มี แต่ถ้าเป็นคำ�แนะนำ�ว่านายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีรักษาการลา เสียงส่วนหน่ึงบอกว่า ประชาชนอย่าไปเป็นเหย่ือ อย่าให้เขาใช้เป็น ออกเสร็จแล้ว ทำ�อย่างไรต่อ เป็นข้ันเป็นตอน อาจารย์พอจะบอ เส้นทางแสวงหาอำ�นาจให้กลับคืนสู่กลุ่มของเขาเอง อย่างนี้ก็มีไม่ กกว้างๆ ได้ไหมคะ น้อย เพราะยังติดว่าเป็นคนของประชาธิปัตย์ เราจะวางใจตรงน้ีได้ ดว้ ยเหตผุ ลอะไรบ้างคะ ส.ศิวรกั ษ์ ผมว่าถ้าลาออกนะครับ มันจะแก้ปัญหาได้มากเลย ส.ศวิ รกั ษ์ ส่วนทางแก้ปัญหาอาจจะไม่ใช่ทางเดียว อาจจะหนึ่ง สอง สาม ผมก็อยากให้โอกาสคุณสุเทพนะครับ อย่างที่ผมเคยให้ ต้องมาคุยกัน ต้องพยายามรอมชอมให้เข้าใจ ถ้าเผ่ือว่าย่ิงลักษณ์ โอกาสคุณทักษิณมาแล้วนะครับ เมื่อคุณทักษิณเข้ามาเป็นรัฐบาล กล้า แต่ผมก็เสียใจ ยิ่งลักษณ์เป็นคนไม่กล้า เป็นคนที่กลัวพี่ชาย คร้ังแรก (พ.ศ.๒๕๔๔) ผมอุ้มคุณทักษิณอยู่ปีหนึ่งเต็มๆ เลยครับ มากกว่ารักบ้านเมือง รักประชาธิปไตย ย่ิงลักษณ์จะกล้าก็ต่อเมื่อ ไม่ใช่ผมคนเดียวนะครับ มีผู้ใหญ่อย่างอาจารย์หมอเสม พริ้งพวง ทักษิณกล้า และผมยังเชื่อว่าลึกๆ แล้วทักษิณน่าจะมีความกล้า แก้วด้วย เราอยากให้โอกาสเขา เช่นเดียวกันครับ คราวนี้ผมก็ น่าจะแสดงตัวเป็นวีรบุรุษจริง สมกับที่เขาใฝ่ฝัน เลิกสนใจเถิดครับ 18 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
บ้านน้ีเมืองนี้คุณกอบโกยไปเยอะแล้ว ไปนอนเสพสุขอยู่ข้างนอก ส.ศิวรักษ์ เถิดครับ แล้วไม่ต้องห่วงหรอกครับ บ้านนี้เมืองน้ีเขาแก้ปัญหากัน อันนี้ผมไม่ใช่ศาสดาพยากรณ์ครับ มันข้ึนอยู่กับเหตุ ไดเ้ องครับ โดยท่ีคุณไมต่ ้องเข้ามาเกยี่ วขอ้ ง ปัจจัยหลายอย่าง แต่แน่นอนว่าถ้าเลือกตั้งเพียงตามรูปแบบ แน่นอนว่า คนเขาไม่เอาหรอกครับ และตามรูปแบบท่ีเป็นอยู่เวลา ผดู้ �ำ เนินรายการ น้ี มันไม่มีทางอ่ืนครับ ทักษิณก็กลับมาเป็นใหญ่อยู่ อีกอันหนึ่ง ความหวังที่คุณทักษิณกล้า กับคุณย่ิงลักษณ์กล้า อัน นะครับ ถ้า ป.ป.ช. (คณะกรรรมการป้องกันและปราบปรามการ ไหนอาจารยม์ ีความหวงั มากกว่ากนั นะ ทุจริตแห่งชาติ) ตัดสินอะไรออกมาให้ชัดเจน ให้คนเห็นว่าอะไร ถูกผิด นี่จะเป็นอีกอันหนึ่งท่ีเราต้องการเวลาน้ี คือความยุติธรรม ส.ศวิ รักษ์ นะครับ ขอโทษนะครับ เวลานี้ศาลก็เอียงกะเท่เล่มาหลายแห่งแล้ว ก็ย่ิงลักษณ์เขาฟังพี่ชายเขาอย่างเดียวน่ีครับ เขาไม่เคย เราต้องการความไม่เอียงกะเท่เล่ แล้วบางอย่างยังมีอยู่นะครับ ผู้ ฟังคนอื่นเลย เป็นท่ีน่าเสียใจนะครับ ระบบครอบครัวแบบนี้มัน ตรวจการแผ่นดินเอย กรรมการข้อมูลข่าวสารฯ เอย ส่ิงเหล่าน้ี เป็นระบบขงจ้ือ ไม่ใช่ระบบพุทธครับ ระบบพุทธน้ันพี่น้องต้อง ไม่ทำ�งานกันทั้งน้ันครับ ถ้าองค์กรเหล่าน้ีทำ�งานจริงจัง เช่น เปิด คุยกัน ต้องเป็นกัลยาณมิตรซ่ึงกันและกัน ตักเตือนกัน แต่ระบบ เผยข้อมูลข่าวสารของทางราชการต่างๆ ออกมาอย่างจริงจัง โอ้โห ขงจ้ือน้ัน ผู้ชายส่ังผู้หญิง พ่ีชายเอาเปรียบน้องสาว แล้วก็ยอมกัน ประชาชนก็จะต่ืนตัวทันที ตั้งแต่คุณสุรสีห์ โกศลนาวิน ถูกไล่ออก หมดเลย แล้วไม่ใช่เท่านี้ครับ ทักษิณ น้องเขยเขาก็เอามาเป็นนา ไป (จากสำ�นักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของทางราชการ) ยกฯได้ครับ แล้วถ้ายิ่งลักษณ์ไม่ฟังเขาก็อาจเอาออกก็ได้ วิธีน้ีเป็น แล้วรัฐบาลท่ีไล่คุณสุรสีห์ ก็คือคุณชวน หลีกภัย ต้ังแต่นั้นก็แทบ วิธีท่ีฉ้อฉล วิธีที่มอมเมาคน แต่ตอนน้ีคนก็ต่ืนตัวแล้วนะครับ ทำ� ไม่เปิดเผยอะไรกันเลยครับ และอย่างผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไม่ทำ� เช่นน้ีต่อไปอกี ไมไ่ ด้แล้ว อะไรกันเลยครับ เน่ียละครับองค์กรต่างๆ เหล่านี้ แต่อย่างน้อย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ยังพอจะทำ�อะไรอยู่บ้าง แม้ ผดู้ �ำ เนนิ รายการ จะเปน็ เพยี งคนเดียวท�ำ ก็ดีกว่าไม่มใี ครท�ำ อะไรกันเลย เหลือเวลาประมาณสองนาทีค่ะอาจารย์ อยากจะแตะ สภาประชาชนสักนิดว่า อาจารย์เห็นด้วยไหม หรืออาจารย์เห็น ผูด้ �ำ เนนิ รายการ อะไรในใจบ้างไหมคะ เอาละค่ะ นี่เป็นข้อวิเคราะห์ที่น่าสนใจมากจากนัก วิชาการอิสระ ที่เป็นนักเขียนที่มีผลงานมากมาย และเป็นที่ ส.ศวิ รกั ษ์ ยอมรับ น่ีคืออาจารย์สุลักษณ์ ศิวรักษ์ หรืออาจารย์ ส.ศิวรักษ์ ตอนน้ีผมไม่อยากตีเรือท้ังโกลน ไม่อยากให้เขาหมด ขอบพระคณุ อาจารยม์ ากนะคะ ความหวัง ทีนี้ถ้าจะมีสภาประชาชน ผมว่าเขาต้องใช้ความ ระมัดระวังให้มาก ท่ีคุณสุเทพเผยไต๋มาว่าจะเอาคนเสื้อแดงมาร่วม ส.ศิวรกั ษ์ ถ้าเอาคนเส้ือแดงมาร่วม อย่าเอาเขามาเป็นเครื่องมือครับ ต้องให้ สวสั ดีครบั เขามาอย่างมีศักดิ์ศรี ต้องให้พวกนิติราษฎร์มาร่วมด้วยครับ ดึง คนท่ีไม่เห็นด้วยมาร่วมด้วย แล้วคุยกันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมา และผมว่าคนไทยเรา ถ้าเปิดเผยตรงไปตรงมาแล้ว โอกาสท่ีจะแก้ สถานีวิทยแุ ห่งจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั สัมภาษณ์ ส.ศิวรกั ษ ์ ปัญหามี เพราะปัญหาท่ีสำ�คัญท่ีสุดนะครับ ปัญหามีแต่ฉอเลาะ มี ออกอากาศสด วันท่ ี ๑๓ ธนั วาคม ๒๕๕๖ การสนทนาวิสาสะ แต่การสนทนาวิสาสะ ไม่ใช่ฟังอย่างเดียวนะ ครับ ตามองตาต้องเชื่อกันด้วย ใจต่อใจด้วย ใช้ตาด้วย ใช้ใจด้วย ใช้ปากด้วย และไม่ปิดบังอำ�พรางไว้ด้วย ผมว่าโอกาสแก้ปัญหามี ครับ และคนไทยเราแม้ตอนน้ีกำ�ลังสมาทานบริโภคนิยม ทุนนิยม และถูกถอนรากถอนโคนออกจากศาสนาพุทธ แต่ลึกๆ แล้วความ เป็นพุทธของเรายังมีอยู่นะครับ แม้เพ่ือนของเรามีเป็นมุสลิม ลึกๆ เขาก็มีอิสลามิกธรรมอยู่ ผมว่าถ้าเรากลับมาหาอันนี้ละครับ เราจะ แก้ปญั หาได้ ผดู้ ำ�เนนิ รายการ สุดท้าย วันเลือกต้ัง ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ในใจ อาจารยเ์ ชือ่ วา่ จะมีการเลอื กต้งั ไหมคะ สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 19
เรอ่ื งของปว๋ ย จักรกริช จิรววิ ัฒนเ์ สรี ใต้ร่มเงาค�ำ สอนของอาจารย์ เหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันกำ�ลังคุกรุ่น ร้อนระอุย้อนแย้งฤดูกาล จึงนำ�คำ�สอนของอาจารย์เพื่อหวนกลับมาคิด คำ�นึง จากความผูกพันที่ยึดโยงอยู่กับสถานศึกษากว่าค่อนชีวิต คงไม่มีสิ่งใดน่าแปลกใจที่อาจารย์ ป๋วย จะมีความคิดและ ตระหนักถึงคุณค่าและให้ความสำ�คัญกับสถานศึกษาและนักศึกษารวมไปถึงพลังของวัยหนุ่มสาวที่เปล่งแสงทอประกายความคิด เห็นให้สังคมให้ผู้ใหญ่ได้รับรู้ถึงการแสดงออก กระน้ันก็ตามการแสดงออกซ่ึงความคิดเห็นน้ันแม้ว่าอาจจะอยู่ในขอบข่ายของ เสรีภาพ แต่คงเป็นเร่ืองยากท่ีจะปฏิเสธได้ว่าเสรีภาพดังกล่าวถูกจัดแสดงออกมาในลักษณะของความเป็นหนุ่มสาวท่ีมีความเด็ด เด่ียวกล้าหาญยดึ มนั่ ในอุดมคติแตข่ าดความลมุ่ ลึก ในการยึดถือซ่ึงอุดมคติน้ันเป็นเร่ืองดีที่วัยหนุ่มสาวซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาพ่ึงกระทำ� ทว่าอาจารย์ป๋วยกลับมองลึกซ้ึงไป ในใจความสำ�คัญของอุดมคติเหล่านั้นถึงด้านดีและไม่ดี เหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ อุดมคติของหนุ่มสาวก็เป็นเช่นนั้นมิอาจหลีก เลี่ยงการดำ�เนินชีวิตอุดมด้วยคติแห่งความดีงามนั้นมากไปด้วยคุณประโยชน์นานัปการ ตรงกันข้ามกับเหรียญอีกด้านอับแสงคง อยู่อย่างมืดบอดสาเหตุท่ีเป็นเช่นนั้น อาจารย์ป่วยมองว่าความเจนจัดในวิถีชีวิตของวัยหนุ่มสาวยังไม่เพียงพอ ด้วยเหตุอันนี้จะ นำ�ไปสู่ความเกร้ียวกราดเม่ือเผชิญอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งนับได้ว่าเป็นส่ิงที่อันตรายพอๆ กับการเพิกเฉย ดังจะเห็นได้จากใน ปัจจุบัน หนุ่มสาวต่างพากันเรียกร้องและแสดงออกถึงเสรีภาพกันอย่างก่นเกลื่อน เสรีภาพนั้นเล่าเป็นคำ�ที่ยากจะจำ�กัดความแม้ มีความคิดใกล้เคียงกันมากแค่ไหนก็ตาม ซ่ึงส่งผลถึงขอบเขต การกระทำ�และสถานที่จัดแสดงออกมาในเร่ืองของความเหมาะสม การมชี ่วงวยั ระหวา่ งความเป็นเด็กและความเปน็ ผูใ้ หญ ่ ความจริงกับสงิ่ สมมติจงึ ยากเกินจะเข้าใจ อาจารย์ป๋วยเคยกล่าวไว้ถึงทรรศนะของคนวัยหนุ่มสาวซ่ึงแม้ว่าจะผ่านมานานหลายทศวรรษ แต่ว่าด้วยสายตาอันชาญ ฉลาดของอาจารย์ผู้คลุกคลีกับวัยหนุ่มสาวจึงนำ�มาใช้ได้ดีในปัจจุบัน ทรรศนะดังกล่าวคือการที่หนุ่มสาวมักจะมองเห็นโลกของ ผู้ใหญ่น้ันเต็มไปด้วยความบกพร่อง ความรู้สึกผิดหวังในการกระทำ�ของบุคคลที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้ใหญ่ท่ีคร้ังหนึ่งให้การเคารพ เช่ือถือ แต่การณ์กลับกลายเป็นว่าผู้ใหญ่เหล่านั้นเองหาได้ทำ�ตัวเป็นผู้ใหญ่จริง และกลับเป็นผู้ใหญ่เสียมากกว่าที่เป็นตัวปัญหา เมื่อเป็นเช่นนั้นวัยหนุ่มสาวมักจะเกิดขัดแย้งกันภายในจิตใจของ พบแต่เพียงว่าโลกของผู้ใหญ่เป็นโลกท่ีน่าผิดหวังสะอิดสะเอียน คำ�สอนตา่ งๆ ทีค่ รั้งหนง่ึ เคยเป็นขอ้ ห้ามของผูใ้ หญ ่ กลบั กลายเปน็ วา่ ผู้ใหญเ่ ปน็ ผู้ละเมดิ ขอ้ หา้ มเหล่าน้ันเสียเอง ทรรศนะของหนุ่มสาวในสมัยก่อนจากมุมมองของอาจารย์ป๋วย มีความน่าสนใจตรงท่ีว่า การท่ีหนุ่มสาวต่างลุกขึ้นมา 20 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
เรียกร้องสิทธิเสรีภาพและบอกถึงข้อบกพร่องของผู้ใหญ่ที่ได้ กบั สวสั ดิการของนสิ ติ นักศกึ ษาเอง กระทำ�ลงไปแต่ทว่ากลับกลายเป็นผู้ใหญ่เสียเองกลับคอยห้าม สุดท้ายหากจะมีการเรียกร้องใดๆ เกิดข้ึนท่ีเป็น ปรามแล้วยังบอกกล่าวโดยหยิบยกเร่ืองของความไม่เหมาะสม เร่ืองของนักศึกษามีความขัดแย้งซึ่งจะนำ�ไปสู่การเผชิญหน้า พลังบรสิ ุทธิก์ ลายเปน็ ส่งิ จอมปลอมในสายตาของผูใ้ หญ่ในสงั คม ในส่วนนี้การปลูกฝังในเรื่องของประชาธิปไตยจึงเป็นสิ่งสำ�คัญ จากสถานการณ์บ้านเมืองในปัจจุบันหนุ่มสาวต่างหันมาสนใจ อันจะนำ�ไปสู่การถกเถียงในประเด็นท่ีจะประท้วงรวมไปถึง เหตุการณ์บ้านเมืองเมื่อหนุ่มสาวเหล่านั้นค้นพบแล้วว่า ส่ิงท่ี ความเหมาะสมและการให้ความสำ�คัญการอภิปรายในหัวข้อที่ เกิดข้ึนกับประเทศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ในนามประชาชน กำ�ลังจะประท้วงเพื่อกำ�หนดกฎเกณฑ์แนวทางในการแก้ไข ซ่ึง คนหนึ่งในประเทศ แม้การแสดงในส่วนของความคิดเห็น การเผชิญหน้าในส่วนน้ีไม่เพียงแต่เป็นการเผชิญหน้าระหว่าง อาจเทียมไม่ได้กลับผู้ใหญ่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ว่ามันก็ถูกจัด นิสิตนักศึกษากับอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ผู้ใหญ่ในบ้าน แสดงออกมาในฐานะประชาชนคนหน่ึงที่ต้องอาศัยผืนแผ่นดิน เมืองควรจะเรียนรู้ว่า การประท้วงแบบสันติน้ันเป็นเช่นไรและ น้ีอยู่ด้วยความรู้สึกรักและหวนแหนมิได้แตกต่างจากผู้ใหญ่คน มีความแตกต่างไปจากการประท้วงแบบรุนแรงอย่างไร การ อน่ื พยายามจนถึงท่ีสุดในการรักษาความสงบดูจะเป็นเรื่องสำ�คัญ การเกิดช่องว่าที่เป็นดั่งสูญญากาศระหว่างวัยกลาย ในขณะเดียวกันเม่ือกล่าวถึงผู้ดูแลบ้านเมือง จากคำ�สอนของ เป็นปัญหาเพ่ือใช้โจมตีการแสดงออกซ่ึงความคิดเห็นของอีก อาจารย์น้ันคงเป็นส่ิงท่ีเราจะพบได้ยากและเป็นในทางตรงกัน ฝา่ ย ขา้ ม อาจารย์ได้กล่าวถึงการแก้ปัญหาเหล่านั้นไว้สี่ “...ตำ�รวจท่ีคอยดูแลให้การจราจรเป็นไปอย่างมี ประการด้วยกัน แต่ส่ิงท่ีจะยกมากล่าวอ้างหรือเพื่อทำ�ความ ระเบียบในโอกาสท่ีมีงานมงคลสมรสฉันใด เมื่อมีการเดิน เข้าใจในคำ�สอนที่อาจารย์ได้ท้ิงไว้ให้ลูกศิษย์นำ�มาปรับใช้เพ่ือ ขบวนอย่างสันติของนักศึกษา ตำ�รวจก็พึงรักษาปกป้องให้ ดำ�รงตนในวัยหนุ่มสาวกาลข้างหน้าได้ตระหนัก เป็นเร่ือง กระทำ�ได้โดยดีฉันนั้น มิใช่ว่าถ้ามีข่าวจะเดินประท้วง ก็ด่วน การประพฤติปฏิบัติตัวของผู้ใหญ่ให้คู่ควรแก่การเคารพนับถือ เอารถหรืออาวุธสำ�หรับปราบจลาจลมาขู่และก้ันทางเสียแล้ว เหตุการณ์บ้านเมืองเป็นอย่างไรคงเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ เป็นเหตุยุให้เกิดการประทะกันได้ง่าย เป็นเหตุให้การเดิน ท่ีจารึกตามความรู้สึกมากกว่าคำ�บอกเล่าที่เป็นเช่นน้ันเพราะ ขบวนโดยสันติน้ันกระทำ�ได้โดยยาก และแปรสภาพจากสันติ มันล้วนผ่านการตีความมาแล้วอีกหลายชั้นจนกลายมาเป็น เปน็ รุนแรงไปโดยเปลา่ ประโยชน์...” ประวัติศาสตร์ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ขึ้นอยู่กับความรู้สึกของผู้ ในขณะเดียวกันตัวหนุ่มสาวท่ีเป็นนักศึกษาเองสิ่งที่ ใดจะเป็นจริงเท็จแค่ไหน ซ่ึงคนเหล่านี้จะเติบใหญ่ในเวลาต่อ อาจารย์ป๋วยเน้นย้ำ�คือการพิจารณาประเด็นเรื่องราวด้วยความ มา หากจะกล่าวถึงในปัจจุบันคงไม่เป็นการเกินเลยไปนักท่ี รู้ การเข้าร่วมโดยท่ียังไม่ทราบข้อเท็จจริงหรือใช้เพียงอารมณ์ จะบอกว่าหนุ่มสาวในยุคนี้คล้ายเรือลอยล่องอย่างไร้ทิศทาบน ชั่ววูบโดยขาดการไตร่ตรองอาจตกเป็นเหยื่อของคนบางกลุ่มที่ นาวาท่ีผู้ใหญ่ได้สร้างข้ึนมา หากจะแสวงหาด้วยเข็มทิศนำ�ทาง เพียงต้องการผลประโยชน์แต่เพียงเท่าน้ันจากพลังอันอันเป่ียม ที่ได้ชือ่ ว่าผใู้ หญ่ซง่ึ ขน้ึ อย่กู ับว่าจะเลอื กเชอื่ ถือกันอย่างไร ไปด้วยความบริสุทธ์ิ ซ่ึงส่ิงเหล่านี้เกิดจากคำ�สอนของอาจารย์ นอกจากน้ันแล้วในหัวข้อต่อมาเป็นเร่ืองของความ ท่ามกลางสภาพบ้านเมืองท่ีข้ันวิกฤติ คุณธรรมและจริยธรรม สัมพันธ์ระหว่างบุคคลในครอบครัว ซ่ึงถือว่าเป็นหน่วยเล็ก หาได้ยากเต็มที พลังดังกล่าวจึงเป็นพลังที่จะสานต่อให้ความ ท่ีสุดในสังคม ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนทัศนะ ในส่วนของ ดีงามเกิดมีข้ึนในสังคมไทย เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าหนุ่ม ความคิดเห็นท่ีนำ�มาโต้ตอบกันอาจจะยึดถือของตนมากกว่า สาวในวันนี้คงเป็นผู้ท่ีต้องรับหน้าท่ีดูและประเทศชาติในวันข้าง ทว่าอย่างน้อยท่ีสุดก็จะได้รับรู้ในเหตุผลของกันและกัน หน้า แม้ว่าจะรับวัฒนธรรมใหม่จากท่ีอื่นอย่างฟุ่มเฟือยและดู เป็นการรับฟังความคิดเห็นของหนุ่มสาวมากกว่าที่จะมองข้าม เกินเลยหากจะพูดถึงเหตุผล ขอเพียงเดินเข้าสู่ร่มเงาคำ�สอน ตั้งแต่เร่ิมต้น ซึ่งตรงนี้การท่ีหนุ่มสาวจะสามารถแสดงความคิด ของอาจารย์จึงเป็นภูมิคุ้มกันให้ทนต่อแรงเสียดทานท่ามกลาง เห็นให้คนในสังคมได้ตระหนักรู้ต้องข้ึนอยู่กับปัจจัย และบริบท สายตาแหง่ ความไมเ่ ขา้ ใจ ท่ีแวดล้อมตัวหนุ่มสาวเหล่า ดังเช่นสถานศึกษาโดยเฉพาะ มหาวิทยาลัย ซ่ึงจำ�เป็นต้องส่งเสริมระบบประชาธิปไตย นิสิต นักศึกษาควรมีสิทธิมีเสียงโดยเฉพาะในเรื่องที่มีความเกี่ยวข้อง สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 21
เร่อื งสัน้ มอื หาย ในฝัน…เสยี งในเงามืดบอกผมว่า ‘มือ’ แ ล้ ว ใ น ฝั น คื น ห นึ่ ง ผ ม ก็ ฝั น เ ห็ น เ พื่ อ น ร่ ว ม ผมตืน่ จากฝนั และทบทวนเรื่องความฝนั … งาน ‘ปากหาย’ ราวกับภาพวาดที่ถูกลบตรงส่วนปากทิ้ง ทุก จำ�ฝันไม่ได้ จำ�ได้บางช่วงบางตอน อันที่จริงก็ตอน คนในท่ีทำ�งานพูดไม่ได้ เพราะไม่มีปาก…ฝันบ้าบออะไร ทำ�ไม เดียวเทา่ น้ันแหละท่ีจ�ำ ได้…’มอื ’ มันน่ากลวั เชน่ น!้ี วันน้ีหลังเลิกงานผมเลยไปงานศพของลูกสาวของ ตื่นจากฝัน... ผมรีบจับปากตัวเอง มองใบหน้าตัว เพ่ือนคนสนิท พิธีศพที่เห็นแต่ชุดดำ� สีดำ�สัญลักษณ์ส่ือแทน เองในกระจกเงา กาแฟร้อนกลายเป็นเย็นชืด กำ�ลังคิดถึงฝัน ความหมองหมน่ เฉกเช่นอกี าสองตัวทเ่ี พิ่งบนิ ผา่ นหัวของผมไป เมื่อคืน จำ�ฝันไม่ได้ จำ�ได้บางช่วงบางตอน อันที่จริงก็ตอน เสียง…กา…กา…ยังดังก้องให้ได้ยินไปตลอดทางที่เดินเข้าไปยัง เดยี วเท่านั่นแหละทจ่ี �ำ ได ้ คือ ‘ปากหาย’ ศาลาสวดอภธิ รรมศพ เพื่อนและภรรยาตาแดงกำ่� ผมเดินเข้าไปน่ังลง วันท่ีผมมาเห็นลูกสาวเพ่ือน ขาทั้งสองข้างหายไป ที่เก้าอี้ตัวข้างๆ ตบบ่าเพื่อนเบาๆ และก้มหน้าแสดงความ แล้ว แกกำ�ลังนอนมองเพดานอยู่บนเตียง เด็กสาววัยมัธยม เสียใจให้ภรรยาเพื่อน พระสงฆ์ส่ีรูปกำ�ลังสวดพระอภิธรรม ต้น วัยแรกแย้มผลิบาน ชีวิตน่าจะได้ไปโรงเรียนกระโดดโลด ผมยกมอื ข้ึนประนม กม้ หวั ลงแล้วหวนนึกถึงเร่อื งทีเ่ พอ่ื นเล่า… เตน้ อยู่กบั เพอื่ นๆ ไม่นา่ ตอ้ งมานอนแหมบ็ อย่อู ย่างนี…้ “นั่งกินข้าวกันอยู่ดีๆ จู่ๆ แขนซ้ายของลูกก็หาย และหลังจากวันน้ันเพียงสองวัน เด็กสาวก็หายไป ไป!” …‘แขนซ้ายหาย?’ เฉยๆ เหลือแต่ ‘ตูด’ ก้อนตูดวางแหมะอยู่บนเตียง เพื่อน เรื่องเล่าเมื่ออาทิตย์ที่แล้วซ่ึงทำ�เอาผมปั้นหน้าไม่ถูก โทรมาร�่ำ ไหส้ ะอกึ สะอื้นใหผ้ มฟัง อยากข�ำ แต่เพ่ือนทำ�หนา้ จรงิ จงั ครอบครัวผมยากจน พ่อแม่มีลูกเยอะ ผมต้อง “แล้วมนั จะหายไปเฉยๆ ได้ยงั ไง?” ผมสงสัย ปากกัดตีนถีบมาตั้งแต่เล็ก ตราตรำ�ทำ�งานหนักสารพัดเพื่อส่ง “พอตอนเช้าแขนอีกข้างก็หายไป” เพ่ือนถอนใจ เสียตัวเองเรียนจนจบ กว่าจะมีวันนี้ได้เหน่ือยสายตัวแทบขาด สีหน้าเศร้า พูดอย่างหมดอาลัย แต่ตอนน้ีที่เป็นอยู่กลับ ‘หนักใจ’ มีคนเคยบอกว่าถอนหายใจ “ไมร่ วู้ ่าอะไรจะหายไปอกี ” บอ่ ยอายุจะสัน้ สงสยั ผมคงจะใกลเ้ ต็มที …มันคงเป็นเร่ืองตลกไปจริงๆ ถ้าถัดจากวันน้ันผม ฝนั ไมเ่ คยซ�ำ้ กันในแตล่ ะคืน…แต่คืนนีฝ้ นั เกา่ กลับมา ไม่ได้มาเห็นดว้ ยตาตัวเอง ‘มือ’ เสียงแหบแห้งในเงามืดเอ่ยคำ�เดิมอีกคร้ัง จะ หลังงานศพ ผมกอดเพ่ือนแล้วลูบหลัง ผมไม่อยาก กลัวหรอื จะงง แตใ่ นฝนั ผมบงั คับตวั เองได้ พูดปลอบใจอะไรออกไปในตอนนี้ “หมายความว่าไง!” ผมกระชากเสียงถามอย่าง คนก�ำ ลงั เศร้า หากนาํ้ ตาชว่ ยได้ก็รอ้ งไหอ้ อกมาเถดิ ท้าทาย ในที่ทำ�งาน ในสิ่งท่ีเห็นชินตา คุยหัวร่อต่อหน้า ‘มือ’… ‘ลองใชม้ ือ’ กันอย่างสนุกสนาน พอลับหลังก็กระแนะกระแหนให้เพ่ือน “ลองใชม้ อื ? …แล้วยงั ไงตอ่ …” อีกคนฟัง ซุบซิบนินทากันปากมัน เหมือนเพ่ิงหมำ่�น่องไก่มา ตื่นจากฝัน... จำ�ฝันไม่ได้ จำ�ได้บางช่วงบางตอน เหมือนสุภาษิตท่ีว่า ‘หน้าไหว้หลังล้ินลากยาว’, ‘รู้หน้าไม่รู้ อันที่จริงก็ตอนเดียวเท่าน้ันแหละที่จำ�ได้ ‘ลองใช้มือ’ ผม หนังหน้า’, ‘น้ําใสอยู่ข้างนอก น้ําเน่าอยู่ข้างใน’ ฯลฯ ต้อง ยกมือท้ังสองข้างขึ้นตรงหน้า ดูนิ้วมือทั้งสิบ ‘ลองใช้มือ’ … มอี ยู่ในตัวกนั ทกุ คน ใชม้ อื ทำ�อะไร? ทำ�ไมคนเราต้องตวัดตลบล้ินใส่กันไปมา ไม่เมื่อย เพ่ือนและภรรยารักลูกสาวคนนี้มาก เฝ้าฟูมฟัก ลิ้นกันบ้างหรืออย่างไร บอกตามตรง ผมมองบรรยากาศใน ทะนุถนอมเหมือนไข่ในหิน เพื่อนไว้หนวดเป็นแผงหนาเมื่อลูก ที่ทำ�งานอย่างทนอยู่ ไม่เคยกินอ้วกหมา แต่คิดว่าท่ีเป็นอยู่ ขึ้นช้ันมัธยม เร่ืองงานบ้านงานช่องภรรยาไม่เคยให้จับหรือลอง ตนเองกำ�ลงั ก้มกนิ อว้ กหมาอย่ทู ุกวัน! ท�ำ เลยสักอย่าง 22 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
“สมัยเด็กตัวเท่าลูกแกน่ี ฉันกวาดบ้านถูบ้านช่วย “ใชม้ ือ…แลว้ …แล้วไง” งานพ่อแม่แลว้ ” ‘ลงมอื ’… ‘ก่อนมือจะหาย’ “มันไม่เหมือนกันเว้ย เรียนมาทั้งวัน เด็กมันก็ ตื่นจากฝัน จำ�ฝันไม่ได้ จำ�ได้แต่บางช่วงบางตอน เหน่ือยแล้ว” อันท่ีจริงก็ตอนเดียวเท่าน้ันแหละท่ีจำ�ได้ ‘ก่อนมือจะหาย’ “แต่น่ังเลน่ เกมไม่เหนื่อย” ผมเย้า ผมยกสองมือตัวเองข้ึนดู…กลัวมือจะหาย ‘ลงมือ’...ลงมือทำ� “เฮ้ยแกจะมาหาเรื่องเด็กมันทำ�ไมวะ” เพื่อนทำ�หัว อะไร? คิดหัวแทบแตกแต่ก็คิดไม่ออก ดีท่ีวันน้ีเป็นวันหยุด เสยี ใส่ เราจงึ เปลย่ี นเรื่องคุยกัน ไม่ต้องตื่นไปกินอ้วกหมาเหมือนทุกวัน น่ังจิบกาแฟร้อนใจลอย เย็นวันนน้ั กับขา้ วไมอ่ รอ่ ยเหมอื นทกุ เดือนท่เี รานดั เจอกนั อยู่ในห้อง ห้องช้ันส่ีท่ีมองลงไปเห็นแต่ถนน…ความโกลาหลบน ท้องถนน ผมกับเพ่ือนสนิทกันต้ังแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย กินข้าวอิ่มแล้วแต่ก็ยังคิดไม่ออก ความฟุ้งซ่านรบกวนสมอง เดินเข้าออกบ้านมันเหมือนเป็นส่วนหน่ึงของครอบครัว ได้เห็น ความกังวลกลัวว่าอยู่ดีๆ มือจะหาย ผมยังต้องใช้มันทำ�งาน ลูกมันมาตลอดช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่าน จากเด็กหน้าตา ยังต้องหยิบจับล้วงแคะแกะเกาและลูบคล�ำ แต่ตอนนี้ใช้เกาหัว น่ารักน่าเอ็นดู ถอดเค้าความสวยจากแม่มาเห็นๆ แต่บัดน้ีลูก แกรกๆ เดินงงชีวิตอยู่บนท้องถนน เดินอย่างไร้จุดหมายไป เพื่อนตัวอ้วนจำ้�ม่ำ�จนแก้มห้อยย้อยออกมา เดินนิดเดินหน่อย ตามเส้นทางจนมาถึงเสาชิงช้า และ ‘วัด’ พลันนึกถึงความ ก็เหน่ือยหอบ คิดอยู่เหมือนกันว่า วันๆ แกจะเคยเดินเกิน เงยี บสงบจึงเดินเขา้ ไปนั่งหยอ่ นก้นบนมา้ หินและหลับตา… ห้านาทีไหม เพราะเพ่ือนขับรถไปรับส่งอยู่ทุกวัน นั่งเรียนอยู่ ฟังเสียงสายลมพูดคุย บทเพลงใบไม้กระซิบ นก แต่ในห้อง น่ังกินอาหารกลางวัน กลับมาบ้านก็นั่งเล่นเกมอยู่ ประสานเสียงร้องเพลงกล่อม หมาเห่า! และแมวเข้ามา หน้าคอมพิวเตอร์ ตกดึกก็เข้านอน ตูดติดเบาะอยู่แบบน้ีไม่ คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ผมลืมตาแล้วลูบคลำ�หัวมัน สักพักมันก็ อ้วนก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว แต่ผมเข็ดและไม่อยากพูด เกรงจะ เดินจากไป เปิดกระเป๋าสะพายแล้วหยิบหนังสือข้ึนมาอ่าน ขุ่นข้องหมองใจกันเปล่าๆ ในเมื่อเพ่ือนและภรรยารักของแก กว่าสองช่ัวโมงท่ีน่ิง…เงียบ…ลึกอยู่ในภวังค์ หนังสือจบเล่มและ แบบนี ้ ผมคงไดแ้ ตม่ องและปลอ่ ยเลยตามเลยไปจะดีกวา่ ไม่ผิดหวังท่ีซื้อมา… ‘เขียนฝันด้วยชีวิต’ ของ ‘ประชาคม ลุ ผมยังมานั่งกินอ้วกหมาอยู่ทุกวัน ทำ�ไงได้ ต้องทน นาชัย’ ใช่…ชีวิตมันเป็นเช่นนี้เอง หากรักและหลงใหลในอะไร ทำ� ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทอง รอบกายมีแต่กองหญ้า สักอย่างก็จงทุ่มเทให้กับมัน เพราะ ‘ฝันหนักแน่น’ ไม่เคย กองฟางและกองนิตยสารเก่าๆ ของใครก็ไม่รู้ เย็นนั้นด้วย ทำ�ให้ ‘ผู้ล่าฝนั ’ ผดิ หวัง! ความเบ่ือหน่าย ผมจึงไม่รีบกลับห้อง น่ังมองมือตัวเองเล่นอยู่ …ก่อนมอื จะหาย…คนื น้ีผมไดค้ �ำ ตอบ ในสวนสาธารณะ ‘เลบ็ ก�ำ ลงั ยาว’ …ผมกำ�ลงั ไวเ้ ลบ็ ! ต่ืนจากฝัน คืนน้ีผมไม่ได้นอนบนเตียง ฟุบหลับอยู่ บนโต๊ะหน้าคอมพิวเตอร์ จำ�ฝันไม่ได้ จำ�ได้บางช่วงบางตอน ออกจากสวนฯมาทุ่มนิดๆ รถยังติดแหง็ก! การ อันที่จริงก็ตอนเดียวเท่าน้ันแหละท่ีจำ�ได้ ‘มาถูกแล้ว’ ผมเงย จราจรบ้านเมืองนี้ก่ีปีๆ ก็ยังเหมือนเดิม ซ้ำ�รถเมล์ผู้โดยสาร หนา้ ขึ้นมองท่ีหน้าจอ ไลอ่ ่านเรอื่ งราวตรงหนา้ ท่ผี มเขยี น ก็แน่นเอี๊ยด รออีกคันแต่ก็เหมือนเดิม ตัดสินใจเรียก ‘เรื่องส้ัน’ เร่ืองแรกในชีวิตความยาวเจ็ดหน้า มอเตอร์ไซค์รับจ้าง จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิไปถนนสุโขทัย กระดาษ… เพื่อนเรียกแปดสิบบาท…โอ้แม่เจ้า! โหดจนหนังหัวลุก ขูด ‘มาถูกแล้ว’ จริงหรอื …? เลือดกันชัดๆ! แต่จำ�ต้องควักจ่ายอย่างจำ�นน โง่เอง ผมยังสงสัยอยู่ แต่กลัวว่ามือจะหาย ผมจึงต้องเช่ือ ไม่ยอมถามแต่ทีแรก…เฮ้ย! ผมอุทานออกมาในใจ อนิจจัง ไม่ใช่แค่เช่ือ แต่ต้องม่ันใจ เหมือนมีความมั่นใจสวมทับร่าง หรือผมตาฝาดไป เมื่อเงยหน้าขึ้นมองเห็นคนขับมีแต่ ‘หัว สวมอยูใ่ นจติ วิญญาณ ผมไม่อยากกินอว้ กหมาไปตลอดชวี ิต กะโหลก’ กำ�ลังรับเงินจากมือผม และบิดจากไปเป็น ‘ผี …ใช!่ ผมต้องมน่ั ใจและลงมอื ท�ำ กระดูก’ ในเสือ้ วิน! และนับจากวันน้ันผมก็ไม่เคย ‘ฝัน’ ถึงเสียงน้ัน ฝนั ไมเ่ คยซ�ำ้ กันในแต่ละคืน…แตค่ นื นฝ้ี ันเกา่ กลบั มา อีก… ‘มือ’… ‘ลองใช้มือ’ เสียงแหบแห้งในเงามืดเอ่ยคำ�นี้ข้ึนมาอีก ครง้ั จะกลัวหรือจะงง แตใ่ นฝันผมบงั คับตวั เองได…้ มเี กียรต ิ แซ่จิว สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 23
ความดี ความงาม ความจรงิ พรชัย บรบิ รู ณ์ตระกลู จากธรรมสสู่ ังคม และ จากสงั คมสธู่ รรม ๒ ท่านผูม้ บี ทบาทน�ำ ทางสงั คมของลาว นน้ั คือ ดร.สมบดั สมพอน นักทำ�งานสังคมรุ่นอาวุโส ผู้กอ่ ต้ังศนู ย์ฝกึ อบรม รว่ มพัฒนา (Participatory Development Training Center, PADETC) ซง่ึ ถูกอมุ้ หายไปเมือ่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๕๕ และอกี ทา่ น คือ พระอาจารย์ใหญช่ าลี กันตสโี ล รองประธานสงฆล์ าว หวั หน้ากรรมาธิการเผยแพรแ่ ละปฏบิ ตั ิวิปัสสนากมั มฎั ฐาน และประธาน โครงการพัฒนาศาสนาเพอื่ การพัฒนา (Lao Buddhism for Development,BDP) ถอื เป็นผู้นำ�ทางธรรม ท่านมรณภาพ ไปเม่ือ ๑๐ กันยายน ๒๕๕๖ในสงั คมลาวตอ้ งไม่ลมื ว่าทัง้ ๒ ทา่ นถอื เป็นเสาหลักทยี่ ึดโยงงานพัฒนาสังคมกบั คุณคา่ ทางศาสนาธรรมให้ เขา้ หากนั หรือเช่ือมโยง “โลก” กับ “ธรรม”ให้เกดิ เป็นคุณค่าท่ปี รากฏในสังคม อันเปน็ การลดผ่อนความ “ทุกข”์ “จน” ในสงั คม ลาวอย่างแท้จรงิ กลา่ วถึง ดร.สมบดั สมพอน ความท่เี ขาเปน็ ลกู ชาวนา ความที่เขาเรียนจบมาสูงจากฮาวายและตั้งใจอยากให้คนลาวมี คณุ ภาพชีวิตท่ีดขี ้ึน เมอื่ เขากลบั มาลาวราวปี ๒๕๒๙จงึ กอ่ ตัง้ องค์กรทางสังคมของคนลาวขนึ้ เพอ่ื ลงไปสู่การท�ำ งานรากฐานในชมุ ชน จากนั้นก็ได้มุ่งเน้นงานด้านการศึกษาเพราะถือเป็นแนวทางพัฒนาสังคมที่ย่ังยืน จนเกิดเป็นนโยบายโรงเรียนคุณภาพเกิดอาสา 24 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึง้ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
สมัครกิจกรรมทางสังคมและในโรงเรียนจำ�นวนมากต่อมาอาสา ฐานให้คงสบื ต่อเนอ่ื งในสังคมลาว แม้ลาวจะปฏิวัติเปน็ ประเทศ สมัครเหล่าน้ีได้เติบโตขึ้นเป็นนักทำ�งานสังคมท่ีมีคุณภาพอยู่ใน สังคมนิยมแล้วก็ตามโดยท่านเป็นผู้นำ�ฟ้ืนงานวิปัสสนากัมมัฏ แทบทกุ องคก์ รของลาวผลงานทเ่ี กดิ ขนึ้ ท�ำ ให้ ดร.สมบัติ ได้รบั ฐานอกี ครงั้ ในปี ๒๕๓๒ หลังจากถูกหยดุ ไปร่วม ๑๕ปี รางวลั แม็กไซไซสาขาการนำ�พัฒนาชุมชน ในป๒ี ๕๔๘ เมื่อลาวเริ่มมีการเปิดประเทศเพื่อต้องการพัฒนาเข้า แนวคดิ งานพัฒนาสงั คมของ ดร.สมบตั ิ เริม่ เขา้ ไปสู่ ส่คู วามทนั สมัย ในปี ๒๕๓๘ปัญหาตา่ งๆได้เร่มิ เกดิ ขน้ึ โดยไมไ่ ด้ เรอ่ื งภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ เรอ่ื งความสุขมวลรวมประชาชาต(ิ Gross ทันตั้งรับ ระดับชมุ ชนไดเ้ กิดปญั หายาเสพตดิ โรคเอดส์ และ National Happiness, GNH)และการท่ีเขาได้เริ่มเขา้ มาทำ�งาน อาชญากรรมตามมาจดุ นเ้ี องพระอาจารย์ใหญช่ าลี กนั ตสโี ล ได้ ใกลช้ ิดกบั พระอาจารยใ์ หญช่ าลตี ้ังแตป่ ี ๒๕๔๘ โดยสนใจใน น�ำ พาคณะสงฆ์เขา้ สู่การช่วยสงั คม จากปญั หาเข้าไปสกู่ ารแก้ไข เรื่องจัดอบรมหนุนเสริมพระรุ่นใหม่ไปสู่การทำ�งานเพื่อชุมชน ที่สาเหตขุ องปญั หา โดยต้ังโครงการพุทธศาสนาเพื่อการพัฒนา และอาสาสมัครพระสงฆ์นำ�กระบวนการเรียนรู้ธรรมะผ่าน ขึน้ ในปี ๒๕๔๖ เชื่อมโยงคณะสงฆก์ ับผ้นู ำ�นักท�ำ งานทางสงั คม ประสบการณ์ในโรงเรียนต่างๆทวั่ นครหลวงเวียงจนั ทน์กวา่ ๔๐ เขา้ รว่ มกัน อย่าง ดารา กลั ยา นักทำ�งานการศึกษา, ดวงเดอื น โรง และก�ำ ลงั ขยายออกไปพรอ้ มกับส่งเสรมิ ใหค้ นรนุ่ ใหมก่ ลบั บุนยาวง นักทำ�งานทางวฒั นธรรมและ ดร.สมบัด สมพอนเกิด มาภาวนารูจ้ กั ตนเองและเชื่อมั่นคณุ ค่าของสงั คมลาว นี่อาจจะ เป็นนวัตกรรมการท�ำ งานขบั เคลอ่ื นทางสงั คมของลาว มีการ เป็นสิ่งที่ทำ�ให้เขามีความลุ่มลึกทางด้านศาสนาธรรมและราก หนุนสร้างพระสงฆ์รุ่นใหม่เป็นอาสาสมัครและกลับลงไปทำ�งาน เหงา้ ของตนเองย่ิงขน้ึ เป็นการเชื่อมโยงจาก “สังคมไปสูธ่ รรม” ในชุมชน สรา้ งกระบวนการทำ�งานการศึกษากับเยาวชน การ จากน้ันเขาเร่ิมนำ�เสนอแนวคิดการพัฒนาท่ีแท้จริงย่อมวัดได้ รวมกลมุ่ ชมุ ชนพัฒนาอย่างยั่งยืน การท�ำ งานสอ่ื สาธารณะ โดย จากดัชนีความสุขไม่ใช่ดัชนีการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่าง กิจกรรมเหล่านี้ใช้คุณค่าทางศาสนาธรรมและภูมิปัญญาท้องถ่ิน เดียวซ่ึงถือเป็นวิสัยทัศน์ที่มองเห็นคุณค่าชีวิตและธรรมชาติที่ เข้าไปสร้างงานพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ลึกซึ่งและความย่ังยืนของ ลึกซึ้งมากกว่าเพียงวัตถุ และถ้าวัดด้วยมาตราวัดนีล้ าวจะพลิก ชุมชนเป็นการเชื่อมโยงจาก “ธรรมไปสสู่ งั คม”ท่ียังผลนา่ สนใจ กลับมาเป็นประเทศที่มีระดับความสุขในลำ�ดับไม่เกินร้อยของ ยง่ิ โลก เมื่อพระอาจารย์ใหญ่ชาลี กันตสีโลมรณภาพลง แตเ่ ปน็ ที่น่าเสียดายท่ี ดร.สมบัด ได้ถูกอุม้ หายไป และหลังจากตงั้ ศพสวดบำ�เพ็ญกศุ ลจนมาถงึ วนั ที่ ๒๒ธนั วาคม และเมอ่ื วันท๑่ี ๕ ธนั วาคม ๒๕๕๖ทางศูนย์ฝกึ อบรมร่วมพัฒนา ๒๕๕๖จึงได้มีการจัดพิธีฌาปนกิจศพท่านข้ึนที่วัดป่านาคูนน้อย และ งก ชุย เม็ง (Ng ShuiMeng) ภรรยาของเขาได้จัดงาน นครหลวงเวยี งจันทน์ โดยมพี ระอาจารย์ใหญผ่ อ่ ง สะมะเลิก PDATC Fairเป็นการนำ�เสนอผลงานองค์กรฯ และรำ�ลึกถงึ ประธานสงฆล์ าว เป็นประธานงานฝ่ายสงฆ์ และทา่ นสีสะหวาด การหายตวั ไปครบรอบ ๑ปขี อง ดร.สมบดั สมพอน โดยมีมิตร แกว้ บุนพัน ประธานสหพนั ธศ์ นู ยก์ ลางแนวลาวสร้างชาติสปป. สหายและจากองค์กรต่างๆทั้งในลาวและองค์กรนานาชาติเข้า ลาว และท่าน สมสะหวาด เลง่ สะหวดั รองนายกรัฐมนตรเี ป็น ร่วมกล่าวความรู้สึกนึกคิดที่มีต่อเขานี่ถือเป็นคร้ังแรกท่ีมีการจัด ประธานงานฝ่ายฆราวาส กจิ กรรมทางสาธารณะในลาว เพื่อรำ�ลกึ ถงึ เขาอย่างอาลัยและ นับไดว้ ่าเม่ือโลกกบั ธรรมเข้ามาใกล้ชิดกนั ย่งิ ขน้ึ โดย เชิดชูในความดีงามทเ่ี ขาทำ�ไว้ใหก้ ับสังคมลาว จติ ใจและความทุ่มเทเพื่อสงั คมของท้งั ๒ ทา่ น ได้กอ่ เกดิ ความดี สว่ นในดา้ นพระอาจารย์ใหญช่ าลี กันตสีโล ท่านถือ งามข้ึนหลายสิ่งหลายอย่างถือเป็นอนุสรณ์ให้สังคมได้รำ�ลึกและ เป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่คนในลาวและผมเคารพบูชายิ่งโดยผม เรยี นรู้สืบตอ่ และขอผลบุญกศุ ลน้ี หาก ดร.สมบดั สมพอน ยังมี ได้มีโอกาสเขา้ ไปช่วยงานของท่านในลาวร่วมปีที่ ๗และไดช้ ว่ ย ชีวิตอยู่ขอให้เป็นเคร่ืองคุ้มครองให้เขารอดพ้นจากภัยพาลและ สัมภาษณ์และเป็นผู้เรียบเรียงเร่ืองราวชีวิตและผลงานของท่าน กลบั มาดว้ ยความปลอดภยั ดว้ ยเทอญ ออกเปน็ หนังสือ “๘๐ชวี ติ ธรรม” จากพ้ืนฐานครอบครัวคนมีธรรมะและพระอาจารย์ ใหญ่ชาลี กนั ตสโี ลเปน็ คนใฝ่ธรรมแต่นอ้ ยเมอื่ ไดเ้ ขา้ บวชเรียน แลว้ ท่านได้พระอาจารยม์ หาปาน อานันโท เป็นครบู าอาจารย์ อนั ประเสรฐิ ประกอบกบั ความมุง่ มนั่ ฝกึ ฝนจงึ ทำ�ใหท้ า่ นไดเ้ ข้า ถึงคุณค่าแห่งธรรมและได้เป็นผู้สืบทอดให้งานวิปัสสนากัมมัฏ สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 25
อัจฉรยิ ภาพของเนลสนั แมนเดลลา คอื ความกลา้ ของเขา เมื่อเอาชนะความกลัว (ภย) ได้ กย็ ่อมให้ อภัยได้ แมก้ ับคนที่กดข่ีข่มเหงและ เบียดเบยี นบีฑาเขา ตลอดจนประชาชนคนผวิ ค�ำ ทั้งหมด แต่การกลบั คืนดกี ับผู้กดขีผ่ วิ ขาวหล่านัน้ ต้องเริ่มจากการยอมรับความจริงเป็นประการแรก ถา้ ขาดสจั จะเสยี แลว้ ยอ่ มแกป้ ญั หาใดๆ ไม่ได้ เนลสัน แมนเดลลา ยดึ มนั่ ในสัจธรรม อหงิ สธรรม และขันตธิ รรม โดยมีอารมณข์ นั เป็น เจา้ เรือน ท่ีส�ำ คัญคือเขาหัวเราะเยาะตวั เองไดด้ ้วย การยกย่องเชิดชูบุคคลผู้นี้ ไม่มีคุณค่าเท่ากับการนำ�เอาวิถีชีวิตและกรณียกิจของเขามาเป็นแบบ อยา่ ง ทงั้ ทางด้านความสำ�เร็จและความล้มเหลวของเขา นีค่ ือปฏิบตั บิ ชู า ซ่งึ มีค่ากว่าอามิสบชู าเป็นไหนๆ ส.ศิวรักษ์ ๗-๑๒-๕๖ หนังสือ แนะนำ� 26 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อ้ึงภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ปว๋ ยปา่ วรอ้ ง ชมุ พล ศรรี วมทรัพย์ พลังงานไทย . . . มหกรรม มหโกง!! เราถูกสอนมาวา่ ประเทศไทยเป็นประเทศยากจนดว้ ยสาเหตสุ �ำ คญั ประการหน่ึงคอื เราไม่มแี หลง่ พลังงานปิโตรเลียม ของตนเอง ต่อมา เราก็รับรูก้ นั วา่ พลังงานปิโตรเลียมของไทยเราเองกม็ ีในอ่าวไทย แต่ปริมาณไม่พอกับความต้องการ ท�ำ ใหย้ งั คง ต้องนำ�เขา้ อยู่ดี ทวา่ เรามี พ.ร.บ. ปโิ ตรเลียม พ.ศ. ๒๕๑๔ ท่ีเอือ้ อ�ำ นวยให้ผรู้ ับสัมปทานสามารถขายปิโตรเลยี มในราคาน�ำ เขา้ จาก ตา่ งประเทศ (โปรดดมู าตรา ๕๗ และ ๕๘ ตลอดจน มาตรา ๖๔ (๒) ซง่ึ เอ้อื ประโยชนใ์ ห้ผูร้ บั สมั ปทานอยา่ งมาก) และใน พ.ร.บ. ปโิ ตรเลยี ม (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๐ ยังมสี ว่ นทีน่าสนใจศกึ ษาคือ การลดหย่อนค่าภาคหลวงไดถ้ ึงรอ้ ยละ ๙๐ (ดูมาตรา ๑๙ ประกอบ) จงู ใจกนั มหาศาล ลดแลกแจกแถมขนาดน้ี บนตรรกะทีว่ า่ ประเทศไทยมีพลังงานน้อยมาก มนั แปลกๆ อยู่นา!!!! ยงั ยงั ไม่หมดเทา่ น้ี เรายงั ถกู สอนกนั มาวา่ ข้าว คอื สนิ คา้ ส่งออกอันดับตน้ ๆ ของไทย สินคา้ เกษตรคือตวั ทำ�รายได้เขา้ ประเทศ แต่ข้อมูลปจั จุบนั ของกระทรงพาณชิ ย์ (ม.ค. – ต.ค. ๕๖) ระบุชัดเจนว่า สนิ ค้าส่งออกสำ�คัญ ๑๐ อนั ดบั แรก นา้ํ มนั ส�ำ เรจ็ รปู อย่ใู นล�ำ ดบั ท่ี ๓ มูลคา่ ๓๑๐,๑๕๓ ล้านบาท แถมวงการขา้ วไทยกย็ ํ่าแย่เพราะโครงการจ�ำ น�ำ ข้าวไปเรียบร้อยโรงเรยี นชนิ แม้กระทรวงพาณชิ ยจ์ ะระบุวา่ ยอดการน�ำ เข้าอนั ดับหนึ่งคือ นาํ้ มันดบิ กต็ าม แตท่ า่ นลองคิดดๆี สวิ า่ หากเราขาดแค ลนนํ้ามันจนต้องน�ำ เขา้ มาถงึ กว่า ๙๘๓,๗๖๔.๑ ล้านบาทแลว้ เรายังจะเหลือนํ้ามันสำ�เรจ็ รูปส่งออกไปอีกหรอื ???? ถึงจะอ้างว่าน้นั สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อง้ึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 27
ท่ีส่งออกนนั้ ไมต่ รงกับความตอ้ งการกเ็ ถอะ ถอื เปน็ มหโกงลำ�ดับท่หี นง่ึ เพ่อื ใหค้ นไทยอย่ใู นวงั วนความไมร่ ตู้ ่อไปได้ดีเย่ยี มแท้ มหโกงล�ำ ดับทส่ี อง คอื โครงสรา้ งราคาพลังงานไทย ในช่วงเวลาทผ่ี า่ นมา มวี าทกรรมประเภท “ขนึ้ ราคานํา้ มนั เพราะ ขาดทุนคา่ การตลาด” ถูกน�ำ มาใช้บ่อยมาก ค�ำ วา่ คา่ การตลาด ในท่นี ห้ี มายถงึ สว่ นต่างระหวา่ งตน้ ทุนนํ้ามันสำ�เรจ็ รปู หนา้ โรงกล่ัน และราคาขายน้ํามนั สำ�เรจ็ รปู หน้าปม๊ั หลักการคา่ การตลาดแบบสินค้าปกตทิ ่วั ไป คอื เอาราคาขายขัน้ สุดทา้ ยตั้ง ลบด้วยตน้ ทนุ ขนั้ ตน้ สว่ นตา่ งคือกำ�ไร แลว้ คอ่ ยน�ำ ไปหกั ภาษี หักคา่ บริหารจัดการ เหลอื เปน็ กำ�ไรสทุ ธิเขา้ กระเปา๋ แต่กรณีพลังงานน้นั หาเปน็ เชน่ นนั้ ไม่ โปรดสังเกตตัวอย่างท่ี ยกมา น่นั คอื ราคานา้ํ มนั ณ วนั ที่ ๒๔ ธันวาคม ๑๕๕๖ ประเภทน้าํ มันดีเซล ดังนี้ ราคานาํ้ มนั ดีเซลสำ�เร็จหนา้ โรงกลัน่ = ๒๗.๒๖๖๐ บาท ภาษีสรรพสามติ = ๐.๐๐๕๐ บาท ภาษีเทศบาล/ท้องถ่ิน = ๐.๐๐๐๕ บาท คา่ กองทุนนํ้ามันเชือ้ เพลิง = - ๐.๗ บาท คา่ กองทุนเพื่อสง่ เสริมการอนุรกั ษ์พลังงาน = ๐.๒๕ บาท ราคาขายส่งหนา้ โรงกลนั่ = ๒๖.๘๒๑๕ บาท ภาษมี ลู คา่ เพิม่ (ราคาขายส่ง) = ๑.๘๗๗๕ บาท ค่าการตลาด (ผ้คู า้ ปลีก) = ๑.๒๐๖๖ บาท VAT (คา่ การตลาดผูค้ ้าปลกี ) = ๐.๐๘๔๕ บาท ราคานํ้ามนั คา้ ปลกี หน้าปม๊ั = ๒๙.๙๙๐๑ บาท ที่มา : สำ�นกั งานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลงั งาน จากตวั อย่างจะเหน็ ชัดว่า ผ้บู ริโภคลำ�ดบั สดุ ท้ายอยา่ งเราๆ ถกู บวกภาษีและค่าอะไรตอ่ มิอะไรให้รบั ภาระเต็มท่ีทเี ดียว และทีส่ �ำ คญั นํา้ มนั และกา๊ ซธรรมชาติ เปน็ ทรัพยากรพ้นื ฐานสำ�คัญชนดิ ทว่ี ่าแทบไมต่ ้องแขง่ ขันกข็ ายได้ ไม่ตอ้ งกังวลเร่อื งเนา่ เสยี ดงั เช่นอาหารอกี ต่างหาก การค้านํ้ามนั มคี วามเสย่ี งตอ่ ภาวะขาดทนุ ตรงไหนมทิ ราบ!!! นอกจากระดบั ค้าปลกี จะบรหิ ารงานจนหนา้ ปัม๊ เจง๊ เองตา่ งหากคอื ความเสี่ยงของเขา มหโกงล�ำ ดับที่สาม การปรบั ราคากา๊ ซหงุ ตม้ แบบลอยตัว รฐั บาลโดยกระทรวงพลงั งานอา้ งวา่ เพื่อลดภาระอุดหนนุ ของ กองทุนน้าํ มนั เช้ือเพลงิ และเพ่อื ให้สอดคล้องกบั การเขา้ สู่ประชาคมอาเซยี น (AEC) ขอ้ เท็จจรงิ สำ�คัญคือ การลอยตวั ราคา LPG ย่อมกระทบตอ่ ตน้ ทนุ ชีวติ ของประชาชน ร้านคา้ อาหารต่างๆ และภาคขนสง่ ถือเป็นการซ้ำ�เติมภาวะค่าครองชพี แพงจากราคานํา้ มันและต้นทุนสินคา้ สูงขน้ึ อยู่แต่เดมิ แล้ว แต่ภาคอตุ สาหกรรมปิโตรเคมี กลบั ยงั คงซอื้ ขาย LPG ในราคาค้าปลีกแบบไมล่ อยตวั โดยอ้างว่ามสี ัญญาผกู พันของเกา่ กอ่ นท่จี ะประกาศลอยตัว และท่ีส�ำ คัญ ในปี ๒๕๕๖ (ม.ค. – มิ.ย.) ภาคครัวเรือนใช้ไป ๖.๗ พันตัน/วัน ภาคขนสง่ ใชไ้ ป ๔.๗ พันตนั / วนั ภาคอตุ สาหกรรมใช้ไป ๑.๗ พนั ตนั /วนั แตภ่ าคอุตสาหกรรมปโิ ตรเคมีใช้ไปถึง ๗.๓ พนั ตนั /วนั มาตรการลอยตัว LPG ทเี่ กดิ ข้นึ นัน้ เป็นธรรมกับคนไทยหรือไม?่ เพียงมหโกงสามประการเทา่ น้ี กน็ ่าจะช่วยกระตุ้นใหท้ า่ นผอู้ ่านทรี่ ักไดก้ ลับมาย้อนมองเร่อื งใกลต้ ัวกนั ไดบ้ า้ งกระมัง โอกาสตอ่ ไปเราคอ่ ยมามองมหโกงพลงั งานไทยกันตอ่ ไปแลฯ 28 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึ้งภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ขอ้ มูลอ้างอิง ส�ำ นักงานนโยบายและแผนพลงั งาน กระทรวงพลงั งาน.๒๕๕๖. Price Structure of Petroleum Products in Bangkok. เขา้ ถงึ ไดจ้ าก : http://www.eppo.go.th/petro/price/pt-price-st-2013-12-24.xls. ๒๔ ธนั วาคม ๒๕๕๖. ส�ำ นักงานปลดั กระทรวงพาณิชย.์ ๒๕๕๕. สถติ ิการคา้ ของไทยรายปี. เขา้ ถงึ ได้จาก : http://www.ops3.moc.go.th/infor/db_sql/gp_main_trade.asp. ๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖. ไทยพบั ลิก้า : ๒๕๕๖. ปรบั ราคาก๊าซหงุ ต้ม แก้ปญั หาโครงสร้างราคาบดิ เบือน แท้จริงใครไดป้ ระโยชน.์ เข้าถงึ ได้จาก : http://thaipublica.org/2013/09/gas-prices/. ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๖. ฐานเศรษฐกจิ . ๒๐๑๒. ย่งิ ลกั ษณ์’ลอยตวั LPG ‘เฮียเพ้ง’ลนั่ กลางก.พ.ปีหนา้ เอาแน่/ครัวเรอื นขยบั ๗บาทตอ่ กก.. เขา้ ถึงได้จาก :http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view= article&id=157808:lpg-7&catid=89:2009-02-08-11-24-05&Itemid=417. ๒๐ ธนั วาคม ๒๕๕๖. Department of Mineral Fuels Ministry of Energy. ๒๐๑๒. Thailand Petroleum Concession Map. Available : http://www.dmf.go.th/cms/assets/1/Map_A3_13_12_2556.jpg. ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๖. สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย อ้งึ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙ 29
นิราศตามรอยปว๋ ย รฐั มนตรี หล้าสมบตั ิ อัสสมั ชนกิ และมาสเตอร”์ ปว๋ ย”์ ๐โอ!้ บางรกั รกั ไมร่ ้างทัง้ บางรกั รถยังติดคนยังแนน่ แสนประจักษ์ ทกุ อยา่ งยงั คกึ คกั อยทู่ กุ ครา ๐ถนนเจรญิ กรุงยงั รงุ่ เรอื ง นบั ตอ่ เนื่องมาตลอดแนวคูหา เห็นมแี ต่กิจการห้างร้านค้า เจริญกรุงเจริญตามาตามทาง มาตามรอยอาจารย์”ปว๋ ย”ดว้ ยดวงจิต ใหไ้ ด้คิด-เหน็ กับตา ใหต้ าสวา่ ง ว่าโอ!้ อสั สัมชัญ ช่างรางชาง แหล่งทีส่ รา้ งคนดีมีคณุ ธรรม คนดอี ย่าง”ป๋วย อง้ึ ภากรณ์” ผ่านการเรยี นการสอนอยูห่ ลายฉน�ำ ท้งั เลา่ เรยี นและเพยี รกระท�ำ เพื่อเห็นค�ำ -ว่าสจั จะแท้แกช่ ีวิต “อสั สัมชญั ” อศั จรรย์ใจประจกั ษ ์ อ่านค�ำ แปลยิง่ ตระหนกั ความศักดิส์ ทิ ธิ์ “ที่สำ�หรบั ระงบั บาป”-บอกใหค้ ิด แหละ”ท่หี าวทิ ยาการ”มานานนับ นานนบั ศตวรรษ ผลดั เปลี่ยนร่นุ มนี กั บญุ คาทอลิกคอยก�ำ กับ คอยม่งุ สอนใหร้ ู้คูใ่ หร้ ับ- -ผิดชอบกบั สังคมเสมอมา เสมอมั่นในชาวอัสสัมชญั ปณธิ านที่ตั้งมัน่ ในศาสนา ตอ้ งเปน็ เลศิ ในศิลปะวทิ ยา แหละต้องรูค้ ุณค่าศกั ดิ์ศรตี น มาตามทางอาจารยป์ ว๋ ยย่ิงชว่ ยคดิ วา่ ชวี ติ ทา่ นเล่าเรยี นสำ�เร็จผล ไดม้ าเปน็ อสั สมั ชนิกชน ให้เปน็ คนมจี รรยา-เปน็ อาจารย์ เปน็ ครสู อนวิชาค�ำ นวณ ภาษาฝรัง่ เศส กล็ ้วนสอนแตกฉาน ยิง่ เป็นคนกตญั ญรู ้ปู ระมาณ เงินค่าสอนให้มารดา-ชว่ ยหาทรพั ย์ ยง่ิ เขา้ ใจในสัจจะว่าแทจ้ ริง คนต้องยิง่ มีธรรมคอยกำ�กบั คอื ความดมี ีคณุ ค่าคณานับ คอยประดบั ใหก้ ับคนไปจนตาย ยิง่ มาเหน็ ประตมิ ากรรมจำ�หลัก ซึ่งสลักบทกลอนสะทอ้ นความหมาย ของบราเธอร์ ฟ.ฮีแลร์ แทค้ มคาย เพื่อขยายความจรงิ ยิง่ ส�ำ คัญ “จงตื่นเถิด เปดิ ตา หาความรู้ เรยี นค�ำ ครู ค�ำ พระเจา้ เฝ้าขยัน จะอดุ ม สมบัติ ปัจจบุ ัน แต่สวรรค์ ดกี วา่ เราอย่าลืม” คนนริ าศกพ็ ลันใจปรม่ิ ปลืม้ ๐ ว่าโอ้ มานิราศอัสสมั ชญั มารว่ มดื่มด่ำ�ใจในวิทยา ศรทั ธาในวิทยาขอมายมื ผู้ทท่ี ำ�ประโยชนท์ รงคุณค่า เพราะรูว้ า่ มศี ษิ ย์เก่านามอุโฆษ เป็นผูว้ า่ การธนาคารแหง่ ประเทศไทย เหน็ ชื่อในธนบตั รประทบั ตรา ยงั บวรประชาธรรมนำ�สมยั คืออาจารย์ปว๋ ย อง๊ึ ภากรณ์ “อสั สมั ชญั ” ไม่เคยไรค้ นดเี อย ชอ่ื ทเ่ี ปน็ ศษิ ยเ์ ก่าแผเ่ งาใน 30 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ป๋วย องึ้ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
ชอื่ หนงั สอื : เสฐยี รโกเศศ ตามทศั นะ ส.ศิวรกั ษ์ พมิ พค์ รง้ั แรก: ๑๔ ธันวาคม ๒๕๓๑ จ�ำ นวน: ๒๒๖ หน้า จัดพิมพโ์ ดย: มลู นิธเิ สฐยี รโกเศศ-นาคะประทีป จ�ำ หน่ายในราคาเลม่ ละ: ๑๒๕ บาท (รายได้หลงั หักคา่ ใช้จา่ ยสมทบทุนเพื่อกจิ กรรมของมลู นิธิเสฐยี รโกเศศ-นาคะประทีป) ชือ่ หนังสอื : พระยาอนมุ านราชธน จดั พมิ พเ์ ป็นท่ีรฦกเน่ืองในวาระครบรอบ ๑๒๕ ปี พระยาอนุมานราชธน ๑๒ ธนั วาคม ๒๕๕๖ โดย กรมศลิ ปากร กระทรวงวฒั นธรรม ชอื่ หนังสือ: บรรณานุกรมงานนิพนธ์ ศาสตราจารย์ พระยาอนมุ านราชธน จดั พมิ พ์ในวาระครบรอบ ๑๒๐ ปี ชาตกาล โดย กรมศลิ ปากร ๒๕๕๒ ชอ่ื หนงั สอื : พอ่ แมเ่ ต้าเต๋อจิง :คำ�สอนเกา่ แกส่ ำ�หรบั พ่อแมย่ คุ ใหม่ Parent’s Tao Te Ching: Ancient Advice for Modern Parents เขียน: William Martin แปล : ถิง ชู และ วจิ ักขณ์ พานิช จัดพิมพโ์ ดย: สำ�นักพมิ พ์ปลากระโดดกันยายน ๒๕๕๖ ราคา ๒๐๐ บาท ช่ือหนงั สอื : สคู่ วามกวา้ งของดวงใจ ผเู้ ขยี น เพริศพรรณ แดนศิลป์ สำ�นกั พมิ พ์มูลนธิ โิ กมลคมี ทอง จดั จ�ำ หนา่ ยโดย บรษิ ัทเคลด็ ไทย จำ�กัด ราคา ๑๙๐ บาท
สารสง่ั ปว๋ ย “ป๋วย” เปน็ จลุ สารแจกโดยไม่คดิ มลู ค่า จดั ทำ�เป็นรายเดือนๆละ ๒,๐๐๐ เล่ม ซง่ึ จะออกวางแผงตง้ั แต่วันท่ี ๑๐ ของเดือนเปน็ ต้นไปตามสถานที่ หรอื จุดวางที่ ได้แจง้ ไวใ้ นดา้ นล่างนี้ สว่ นบุคคลหรอื สถานศกึ ษา ทม่ี คี วามสนใจอยากจะขอรบั เปน็ สมาชิกหรืออุปการะสนบั สนุนคา่ ใช้จ่ายในการจัดพิมพ์ สามารถแจ้งเจตน์ จำ�นงไดด้ ังนี้ ( ) สมัครสมาชิกจุลสารปว๋ ย เป็นรายปี (๑๒ เล่ม) โดยมคี ่าจดั สง่ เล่มละ ๕๐ บาท รวม ๑ ปี ๖๐๐ บาท ชื่อ/หน่วยงาน………………………………………………………………………………………………………………………………………. ท่อี ยู่ในการจัดส่ง………………………………………………………………………………………………………………………………….. …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………. โทรศัพท…์ ………………………………………………………………………………………………………………………………………….. ขอเปน็ สมาชกิ ต้งั แตเ่ ดือน……………………………………………..ถงึ เดอื น…………….….………….………………… (๑๒ เดือน) โดยโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธเิ สฐยี รโกเศศ-นาคะประทปี เพื่อโครงการ ป๋วย อง๊ึ ภากรณ์ ธนาคารไทยพาณชิ ย์ สาขาเจริญนคร เลขทบ่ี ัญชี ๐๒๔-๒๗๒๖๒๓-๔ กรุณาแนบสง่ แบบฟอรม์ พร้อมทง้ั หลักฐานการโอนเงินมาที่ มูลนิธิเสถียรโกเศศ-นาคประทีป ๖๖๖ ถนนเจรญิ นคร แขวงบางลำ�ภูล่าง เขตคลองสาร กรุงเทพฯ ๑๐๖๐๐ สอบถามรายละเอยี ดเพม่ิ เตมิ ท่กี องบรรณาธกิ ารโทร. ๐๘๒-๐๒๘๒๙๐๕ สำ�หรับเจ้าหนา้ ท่ี สำ�หรับเจ้าหน้าที่การเงิน ๑. เลขท่ีสมาชกิ ......................................... ๑. เจ้าหนา้ ทกี่ ารเงนิ .................................. ๒. วันท่ี...................................................... ๒. วนั ที่...................................................... ๓. เร่มิ ตั้งแต่ฉบับเดอื น.............................. ๓. วนั ท่โี อนเงิน.......................................... อา่ นและหยิบปว๋ ยไดท้ ่.ี .. สถานศึกษา(กรงุ เทพฯ) ร้านหนังสือ(กรุงเทพฯ) รา้ นอาหาร กาแฟ และอ่นื ๆ ๐ศูนยห์ นังสอื ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจนั ทร์ ๐ร้านสวนเงนิ มมี า ถนนเฟอื่ งนคร ๐สวนอาหารสภุ รส ถนนเสรีไทย ซ.๕๗ ๐หอสมุดปรีดี พนมยงค์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจนั ทร์ ๐รา้ นศึกษติ สยาม ถนนเฟอื่ งนคร ๐ร้านคงิ สซ์ ฟี ดู๊ พัทยา ๐ใต้ถุนคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจนั ทร์ ๐ร้านริมขอบฟา้ อนุสวรยี ์ประชาธิปไตย ๐เฮือนสุนทรี เวชานนท์ เชียงใหม่ ๐หอสมดุ ป๋วย อ๊ึงภากรณ์ ม.ธรรมศาสตร์ รงั สิต ๐รา้ นหนังสอื เดนิ ทาง ถนนพระสุเมรุแยกผา่ นฟ้า ๐รา้ นโนบลู งิ การ์ คอฟฟ่ี พะเยา ๐ศูนยห์ นังสอื จุฬาฯ ชัน้ ๔ จามจุรีสแควร์ ๐ร้านบคุ๊ โมบี้ ช้ัน ๔ หอศลิ ปก์ ทม ๐รา้ นกาแฟวาวี ถนนนางลิน้ จี่ สาทร กทม ๐ห้องสมุดม.ศิลปากร วังทา่ พระ ๐รา้ นประตูสฟี า้ เอกมัย๑๐ ๐ร้านกาแฟ Think Tank หน้าม.ราชมงคลกรงุ เทพ สาทร ๐หอสมดุ ม.ศรนี ครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร ร้านหนังสอื (ต่างจงั หวัด) ๐รา้ นกาแฟHouse of Commons – Café & space สถานศกึ ษา(ตา่ งจังหวัด) ๐ร้านเลา่ ถนนนมิ มานเหมนิ ทร์ เชยี งใหม่ (หนา้ มลู นิธิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทปี คลองสาน) ๐หอสมุดม.เชียงใหม่ ๐ร้านบุค๊ รพี ับบลคิ เลยี บคันคลอง เชียงใหม่ ๐ร้านกาแฟ Black Canyon ม.ธรรมศาสตร์ ทา่ พระจนั ทร์ ๐หอสมุดม.ราชภฎั อุตรดิตถ์ ๐รา้ นหนงั สอื เชียงดาว อ.เชียงดาว เชยี งใหม่ ๐รา้ นณาณา กาแฟ หาดเส้ยี ว อ.ศรสี ชั ชนาลยั สุโขทยั ๐หอ้ งสมุดโรงเรียนอตุ รดิตถ์ ๐บ้านๆน่านๆห้องสมดุ และเกสต์โฮม นา่ น ๐สวนศวิ โมกข์ แมร่ มิ เชียงใหม่ ๐หอสมุดม.นเรศวร พิษณุโลก ๐รา้ นกาลครั้งหน่ึง อทุ ัยธานี ๐หอศลิ ปแ์ ห่งกรงุ เทพมหานคร ชั้น ๕ ๐หอสมุดม.ขอนแกน่ ๐รา้ นฟลิ าเดลเฟีย อบุ ลราชธานี ๐มลู นธิ ิเสฐียรโกเศศ-นาคะประทปี (สวนเงนิ มีมา คลองสาน) ๐หอสมดุ ม.มหาสารคาม ๐รา้ นสุนทรภู่ ระยอง ๐หอสมดุ ม.บรู พา ๐รา้ นหนงั (สอื ) ๒๕๒๑ ภเู กต็ ๐หอสมุดจอห์น เอฟ เคเนด้ี ม.สงขลานครินทร์ ๐ร้านหนังสอื บูคู ปัตตานี (BuKu Books & More) 32 สู่ ๑๐๐ ปี ชาตกาล ปว๋ ย อึง้ ภากรณ์ พ.ศ.๒๕๕๙
วสุ สุฉันทบตุ ร เทคนคิ : สีอะครลิ ิค-สีชอล์คบนกระดาษ ขนาด : 75 × 57 เซนตเิ มตร ศิลปนิ : หงสจ์ ร เสน่ห์งามเจริญ เม่ือเอาเถื่อนถ่อยอธรรมเป็นอำ�นาจ รฐั ก็คือ ปีศาจ อุบาทว์ช่ัว ฆ่าคนกลา้ ก็คอื การ ประจานตัว ประจานความหวาดกลวั ของตัวเอง ท่ไี ม่กล้าเผชิญ ความจรงิ ประจัน ตวั ตนอนั เว้งิ วา้ งว่าง โหวงเหวง อมุ้ ศกั ดศ์ิ รผี ีปอบ หอบกระเตง ความเป็นคน โคลงเคลง และคลอนแคลน เธอตายเพื่อจะปลุกใหค้ นตืน่ เธอตาย เพอื่ ผูอ้ น่ื อีกหมื่นแสน เธอคอื ดนิ กอ้ นเดียว ในดนิ แดน แตจ่ ะหนักและจะแนน่ เต็มแผ่นดิน ฆา่ คนตายความเป็นคนไมเ่ คยตาย จะสืบสาย เลอื ดสู้ ไมร่ ู้สน้ิ ทรราช จะพนิ าศ ทัง้ ธรณนิ ความเปน็ ธรรม จะยํา้ ยนิ ทงั้ โลกา เพอ่ื นคือทิพย์ ทระนง เป็นธงนำ� ให้จดจ�ำ วรี กรรมความหาญกลา้ เสียสละเพ่ือชาติ เพื่อชยั ประชา เลอื ดเพ่ือนทาแถบธง เพอื่ คงไท คารวะวรี ชน คนผู้กล้า ยืนหยดั ทา้ ทุรยุค มาทกุ สมัย ใจผสู้ ู้ ผูก้ ล้า ผฝู้ า่ ภัย ใจน้ีแหละ เป็นใจ ที่ไม่ตาย ! เนาวรัตน์ พงษไ์ พบลู ย์
มาร์กาเร็ด อ๊ึงภากรณ ์ ๑๙๑๙ - ๒๐๑๒ มาร์กาเร็ดเกิดในตระกูลที่เน้นอุดมการณ์ แต่เป็นความเชื่อและอุดมการณ์ที่ แตกตา่ งกัน คุณตาเป็นครูสอนศาสนานิกายกระแสรองที่ปฏิเสธความหรูหรา ในช่วงท้ายๆ ของชีวิตคุณแม่ของมาร์กาเร็ดเป็น “คเวเคอร์” พ่อของมาร์กาเร็ดเป็นคนอนุรักษ์ นิยมรักชาติที่อาสาไปรบในสงครามโลกคร้ังที่หน่ึง ซ่ึงทำ�ให้แม่ของมาร์กาเร็ดต่อต้าน สงคราม มาร์กาเร็ดเติบโตที่ลอนดอนทางใต้ใกล้ๆ แม่นำ้�เทมส์ เขาจะเล่าว่าตอนเด็กๆ จะไปเล่นตามสวนและทงุ่ ในพน้ื ทีจ่ นรจู้ กั ดอกไม้ธรรมชาตหิ ลายชนดิ มาร์กาเร็ดเข้าโรงเรียนสตรีเซนต์พอลส์ ซ่ึงตอนนั้นมีอาจารย์เป็นเฟมินิสต์ และครูเหลา่ นัน้ มอี ิทธพิ ลกบั มารก์ าเรด็ เป็นอยา่ งมาก มาร์กาเร็ดเปน็ ผู้หญงิ ที่เขม้ แขง็ และแน่วแนใ่ นความคิด และเขาเปน็ คนกลา้ หาญ เขากลา้ หาญในสองเรอื่ งใหญ่คอื เรอื่ งที่หนง่ึ คอื กล้า แสดงจุดยนื ตา้ นสงคราม โดยท่ีไม่ยอมท�ำ งานช่วยรฐั บาลอังกฤษในการท�ำ สงครามโลกครัง้ ที่สอง และเลือกไปท�ำ งานสังคมสงเคราะห์แทน เพ่ือนร่วมอุดมการณ์ของเขาที่เป็นผู้ชายและต้านสงครามจะติดคุกเพราะไม่ยอมไปรบ มาร์กาเร็ดต่อต้านสงครามตลอดชีวิต เขาไปร่วม ประทว้ งใหญก่ ับเพ่ือนผ้หู ญิงคนหน่งึ จากยคุ มหาวิทยาลัย เพื่อตอ่ ต้านสงครามอิรกั ในป ี ๒๐๐๓ ตอนนน้ั เขาอาย ุ ๘๔ ในเรื่องท่ีสอง มาร์กาเร็ดกล้ารักเพื่อนนักเรียนคนท่ีชื่อป๋วย ซึ่งเป็นคนไทย สองคนพบกันท่ีมหาวิทยาลัยลอนดอน หลังสงครามโลก มาร์กาเร็ดกล้าตัดสินใจเดินทางไปอีกซีกหน่ึงของโลก เพื่อไปใช้ชีวิตในประเทศไทยที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เขาตั้งใจเรียนภาษาไทยจนอ่านและพูด ได้ มาร์กาเร็ด เป็นนักสังคมนิยมประชาธิปไตย ตอนที่เขาเรียนท่ีมหาวิทยาลัย เขาได้รับอิทธิพลจากเพ่ือนร่วมห้องคนหน่ึงท่ีใกล้ชิดกับสส. ฝา่ ยซ้ายของพรรคแรงงาน มาร์กาเร็ดไม่ใช่มาร์คซิสต์ แต่ในช่วงแรกๆ เขาไม่ยอมเป็นสมาชิกพรรคแรงงาน เพราะมองว่าไม่ซ้ายพอ เขาพึ่งมาสมัครเป็นสมาชิก พรรคแรงงานในชว่ งท้ายของชวี ติ ในยคุ นายกแทชเชอร์ มนั เป็นการแสดงจุดยนื ต้านแทชเชอรแ์ ละพรรคพวก อย่างไรก็ตามเขาจะพูดเสมอว่าพรรคแรงงานถูกทำ�ลายไปหมดโดยโทนน่ีบแลร์ เขาเกลียด แนวเสรีนิยมและทัศนะมือใครยาวสาวได้สาวเอาของพวกกลไกตลาดและฝ่ายขวา เขาคัดค้านการแปรรูป รัฐสวสั ดิการ และบ่นว่า “พวกใส่ซดู ” คมุ อำ�นาจเพือ่ ความโลภ เขารักประเทศไทยและอาศัยอยู่ในไทยหลายๆ ปี แต่เขาเกลียดทหารเผด็จการที่ชอบ แทรกแซงการเมืองไทย เกลียดการโกงกินคอร์รับชั่น และการท่ีผู้น้อยต้องหมอบคลานต่อผู้ใหญ่ เขา มองวา่ ทุกประเทศควรเป็นสาธารณรฐั มาร์กาเร็ด ไม่เชื่อในศาสนาและเกลียดความงมงายทุกชนิด ท่ีบ้านซอยอารีเขาจะร้ือศาล พระภูมิทงิ้ แตเ่ ขามองว่าลูกๆ ควรเรียนรูเ้ รอ่ื งศาสนาตา่ งๆ แล้วตดั สินใจเอง มาร์กาเร็ด รักธรรมชาติ รักการอ่านหนังสือ สนใจประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคม เขารกั ดนตรขี อง Beethoven ถ้าเขารูว้ ่าผมเขียนบทความนี้เกี่ยวกบั เขา เขาคงจะต่อว่าผมด้วยความร�ำ คาญ (ใจเขยี นถึงแม่ผเู้ พ่ิงจากไป มาร์กาเรต็ คู่ชวี ิตป๋วย)
Search
Read the Text Version
- 1 - 36
Pages: