Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสาร_เสียงชนเผ่า_ประจำเดือนเมษายน_2563

วารสาร_เสียงชนเผ่า_ประจำเดือนเมษายน_2563

Published by Thalanglibrary, 2020-04-10 02:43:17

Description: วารสาร_เสียงชนเผ่า_ประจำเดือนเมษายน_2563

Search

Read the Text Version

สื่อแนวราบจากชุมชนบนพื้นที่สูง เมษายน 2563 ปที ี่ 11 ฉบับท่ี 12 วารสารราย 4 เดอื น 1 0 ป ีเ ด็ ก G กั บ ก อ ง ทุ น คื น สิ ท ธิ เด็กไร้รัฐ ไรส้ ญั ชาติ ชวี ิตทไ่ี ร้หลักประกนั I เดก็ G กบั 10 ปกี องทุนคนื สทิ ธิ วยั เยาว์ที่ไมไ่ ด้อยกู่ ับเราตลอดกาล I เด็ก G ในวันนี้คอื อนาคตไทยในวันหนา้ I บนั ทึกเดก็ ตวั G ที่อุม้ ผาง สถานเลา่ เรยี นศาสนา การสรา้ งจินตนาการทางสงั คมและอตั ลักษณ์ตอ่ เดก็ ๆ มสุ ลมิ พมา่ I หนู (เดก็ G) ไมข่ อเดือนและตะวัน แต่ขอแค่มีสิทธขิ น้ั พน้ื ฐานด้านสาธารณสขุ กพ็ อ

contents I สารบญั 5 บทความพเิ ศษ 23 ทางทเ่ี ปลีย่ น วิถที ี่เป็น เด็กไรร้ ฐั ไร้สญั ชาติ ชีวติ ทีไ่ รห้ ลกั ประกนั สถานเลา่ เรียนศาสนา การสร้างจินตนาการทางสงั คมและ 12 สนามเดก็ เล่น อัตลักษณ์ต่อเด็กๆ มุสลิมพม่า วยั เยาวท์ ไี่ ม่ไดอ้ ยูก่ บั เราตลอดกาล 16 เข้า ถึง ใจ เด็ก G ในวนั น้ีคืออนาคตไทยในวันหน้า 8 เรือ่ งจากปก เดก็ G กับ 10 ปีกองทุนคนื สิทธิ 21 ยาใจคนชายขอบ 29 พิราบส่งสาร บนั ทกึ เดก็ ตวั G ท่อี ุม้ ผาง หนู (เด็ก G) ไม่ขอเดอื นและตะวัน แตข่ อ แคม่ สี ทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐานด้านสาธารณสุขกพ็ อ บรรณาธิการอำ� นวยการ ววิ ัฒน์ ตามี่ สนับสนนุ โดย บรรณาธิการ ขวัญเรยี ม จติ อารยี ์ กองบรรณาธกิ าร วิวัฒน์ ตาม่/ี สมุ ติ รชยั หัตถสาร/สพุ จน์ หล่ีจา ศาสตรา บุญวจิ ิตร/ขวัญเรยี ม จิตอารีย์ รูปเล่ม/ศลิ ปกรรม ดอกไม้ สตดู โิ อ สำ�นกั 9 สำ�นกั สนับสนุนสขุ ภาวะประชากรกลมุ่ เฉพาะ จัดท�ำโดย สำ�นกั งานกองทุนสนบั สนนุ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ (สสส.) วารสาร เสยี งชนเผา่ สนใจรับวารสารหรือเสนอแนะ ไดท้ ี่ สือ่ แนวราบจากชุมชนบนพนื้ ทส่ี งู โครงการพัฒนาระบบและบริการสขุ ภาพชนเผ่าพ้นื เมอื ง โครงการพฒั นาระบบและบริการสขุ ภาพชนเผ่าพ้นื เมอื ง และกล่มุ ชาตพิ นั ธุท์ มี่ ีปัญหาสถานะและสิทธิ วารสารราย 4 เดือน และกลมุ่ ชาติพันธท์ุ ี่มีปญั หาสถานะและสิทธิ มูลนธิ ิพัฒนาชนกล่มุ น้อยและชาติพันธุ์ (พชช.) มูลนิธพิ ัฒนาชนกลมุ่ น้อยและชาตพิ นั ธ์ุ (พชช.) เมษายน 2563 Iปีที่ 11 ฉบบั ที่ 12 229/61 หมู่ที่ 3 ต.สนั ทราย อ.เมืองเชยี งราย 229/61 หมทู่ ี่ 3 ต.สนั ทราย อ.เมอื งเชยี งราย จ.เชยี งราย 57000 จ.เชยี งราย 57000 โทรศัพท์ 088 2524 790 โทรศพั ท์ 088 2524 790 อเี มล htp.mailgroup@gmail.com และ wtamee@gmail.com อเี มล wtamee@gmail.com และ dokmaistudio@gmail.com

บขก่า.วอฝ�ำนากวยจกาการ มติคณะรฐั มนตรี 23 มีนาคม 2563 เรื่องการใหส้ ทิ ธ(ิ คืนสิทธ)ิ ข้นั พืน้ ฐานด้านสาธารณสขุ แก่ กลมุ่ ผูม้ ปี ัญหาสถานะและสทิ ธิ และมตคิ ณะรัฐมนตรี วนั ที่ 20 เมษายน 2558 คนื สิทธใิ ห้เฉพาะกลุ่มที่ ไดร้ บั การสำ�รวจทางทะเบยี นราษฎรและกำ�ลงั รอพสิ จู นส์ ญั ชาตแิ ละสถานะบคุ คล (ชนกลมุ่ นอ้ ย 18 กลมุ่ ) จึงไม่ครอบคลุมถึงกลุ่มคนด้ังเดิมท่ีเป็นคนจีน เวียดนามโพ้นทะเล และเด็กท่ีเกิดจากบิดามารดาหลบหนี เข้าเมอื งผดิ กฎหมายทง้ั หมด ในทนี่ ้ีรวมถึงเด็กนักเรยี นรหสั G ท่กี ำ�ลงั เรียนในระดบั ประถมศกึ ษากว่า 9 หมนื่ คน เป็นสาเหตุทำ�ให้ไม่มีหลักประกันสขุ ภาพแห่งชาติ หรือสิทธิข้นั พ้ืนฐานด้านสาธารณสุข ทผ่ี ่านมา มูลนิธิพัฒนาชนกลุ่มน้อยและชาติพันธุ์ ร่วมกับภาคีเครือข่าย โดยการสนับสนุนจากสำ�นักงานกองทุน สรา้ งเสรมิ สุขภาพ (สสส.) สำ�นกั ๙ ไดข้ บั เคลอ่ื นนโยบายมาอย่างตอ่ เนอื่ ง เพื่อให้รัฐคนื สทิ ธิขัน้ พื้นฐาน ดา้ นสาธารณสุขแก่เดก็ นกั เรยี น G ปนี ค้ี รบรอบ 10 ปขี องการมกี องทนุ ใหส้ ทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ ขน้ั พนื้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ แกก่ ลมุ่ ผมู้ ปี ญั หา สถานะและสิทธิ มูลนิธพิ ัฒนาชนกลุ่มนอ้ ย มลู นธิ ภิ วิ ัฒน์สาธารณสขุ ไทย คณะนิตศิ าสตร์ คณะส่อื สาร มวลชน มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ รว่ มกับภาคีเครอื ข่ายต่างๆ จะจดั งานครบรอบ 10 ปกี องทุน ระหวา่ ง วันที่ 18 – 20 มีนาคม 2563 เพอ่ื รณรงค์สอ่ื สารสาธารณะทางนโยบาย และนำ�เสนอข้อเสนอนโยบาย ต่อรฐั บาลเพอ่ื ใหม้ ีการคืนสิทธขิ ั้นพืน้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ แกเ่ ด็กนักเรียน G สถานทจี่ ดั งาน คอื จังหวัดเชียงรายและเชียงใหม่ จงั หวดั เชียงรายจะจัดเวทเี สวนา ในวันท่ี 18 มีนาคม 2563 ณ โรงเรียนบ้านสันกอง ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน และพานักข่าวลงพื้นที่ที่โรงพยาบาลแม่สาย อ.แม่สาย ในวันท่ี 19 มีนาคม 2563 จะจัดเวทีเสวนา เรื่องบทเรียนการสำ�รวจคัดกรองข้อมูลเด็ก นกั เรียน G ณ โรงเรยี นหว้ ยหมากเล่ียม อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ และเวทีรวมทีเ่ ป็นเวทีใหญ่ 10 ปี กองทุน ให้สิทธิ(คนื สทิ ธิ) กับบคุ คลทีม่ ีปัญหาสถานะและสิทธิ จัดในวนั ท่ี 20 มีนาคม 2563 ณ โรงแรมคุ้ม ภคู ำ� จ.เชยี งใหม่ เชิญหนว่ ยงานที่เกีย่ วข้อง อาทิ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวง ศกึ ษาธกิ าร สำ�นกั งานสภาความมน่ั คงแหง่ ชาติ (สมช.) และภาคประชาสงั คม มารว่ มเสวนา เรอื่ งกา้ วตอ่ ไปของกองทนุ ใหส้ ทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ ขน้ั พนื้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ กบั ผมู้ ปี ญั หาสถานะและสทิ ธิ ในการนไ้ี ดเ้ ชญิ ผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรมไม่นอ้ ยกวา่ 250 คน โดยมีผ้สู อื่ ขา่ ว 50 คน นกั วชิ การ-นกั ศกึ ษา เดก็ G ครู องคก์ ร ภาคีเครอื ข่ายต่างๆ จงึ ขอเชิญชวนผทู้ ส่ี นใจ เข้ารว่ มกจิ กรรมในครั้งน้ี กิจกรรมคร้ังนี้ เป็นการิเริ่มงานขับเคล่ือนนโยบายคืนสิทธิข้ันพื้นฐานด้านสาธารณสุขให้แก่เด็ก นกั เรยี น G ดงั นนั้ ภายหลงั จดั กจิ กรรม กจ็ ะพาเดก็ ๆ ไปยนื่ หนงั สอื ใหร้ ฐั มนตรกี ระทรวงสาธารณสขุ และ ยนื่ หนงั สอื กบั นายกรฐั มนตรโี ดยตรง เพอ่ื ใหเ้ มตตาเรง่ คนื สทิ ธขิ น้ั พน้ื ฐานดา้ นสาธารณสขุ แกเ่ ดก็ นกั เรยี น G โดยเร็วต่อไป วิวฒั น์ ตาม่ี

บทบรรณาธกิ าร หากใครเป็นแฟนหนังจีนกำ�ลังภายในคงคุ้นเคยกับ ประโยค “10 ปีล้างแคน้ ยังไม่สาย” กันดี ระยะเวลาสบิ ปนี ี้จะนับ วา่ นานกน็ าน นานจนพอใหค้ นๆ หนงึ่ ฝกึ ปรอื ฝมี อื เพอื่ ไปลา้ งแคน้ ได้ ถ้านับเป็นการเติบโตของเด็กคนหนึ่ง ก็ดูเหมือนไม่นานเลย แตส่ ำ�หรบั ปญั หาบางปญั หากลบั ยดื เยอ้ื ยาวนานหลายสบิ ปกี ย็ งั แก้ไขไมไ่ ด้ ทวงแค้นแทนคณุ กันไปไมร่ ูก้ ี่ครั้งก็ยงั ไม่จบสนิ้ มาถึงปีน้ี ครบ 10 ปี กองทุนคืนสิทธิ เด็กรหัส G จำ�นวนไม่น้อยพ้นวัยเด็กไปเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไม่ได้ฝึกปรือฝีมือ อะไรด้วย เด็ก G ในโรงเรียนก็ยังไม่ได้รับสิทธิขั้นพ้ืนฐานด้าน สาธารณสขุ ท่เี คยขอไป เด็ก G หนา้ ใหมก่ ย็ งั มีเพม่ิ ข้ึน จากพ่อ แมท่ ม่ี ปี ญั หาสถานะบคุ คล ผเู้ ฒา่ ผเู้ แกห่ ลายคนตายไปพรอ้ มกบั ความเปน็ คนไรร้ ฐั ไรส้ ญั ชาตแิ ละไรส้ ทิ ธิ หรอื สบิ ปผี า่ นยงั ไมน่ าน พอ? เสยี งชนเผา่ ฉบบั บนจี้ งึ ขอบอกเลา่ ทวงคนื สทิ ธิ และเปน็ กำ�ลังใจให้กับคนไทยไร้สัญชาติทุกท่าน ขอให้มีกำ�ลังกายกำ�ลัง ใจทเ่ี ขม้ แข็ง แมป้ ัญหาอาจยาวนานกว่าจะผ่านพน้ แตค่ งมีสัก วันท่สี ทิ ธนิ ้นั จะคนื กลับมา เปน็ แรงใจให้ทกุ ท่านคะ่ ขวัญเรยี ม จิตอารยี ์

เด็กไรร้ ฐั ไรส้ ัญชาติ บทความพิเศษ ชีวติ ท่ไี ร้หลกั ประกัน เร่อื ง : วรี ะ อยูร่ ัมย์ ผอ.มูลนธิ ิกระจกเงา ภาพ : มูลนธิ กิ ระจกเงา เด็กชายศรี และพี่น้องรวม 4 คน เป็นกลุ่มลูกแรงงานเคล่ือนย้ายข้ามชาติท่ีเคลื่อนย้ายถ่ินฐานจากรัฐฉาน พม่า ติดตามครอบครัวเข้ามาในประเทศไทย และเข้ารับการศึกษาท่ีศูนย์การรียนไร่ส้มวิทยา พร้อมน้องๆ อีกสองคน พ่อแม่ เคล่ือนยา้ ยขา้ มแดนมาขายแรงงานในภาคการเกษตรในพืน้ ทอ่ี ำ�เภอฝาง จงั หวัดเชยี งใหม่ ศรีและพ่ีน้องไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคใดๆ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคมักเส่ียงเป็นโรค และมี โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงและเสยี ชวี ิตมากท่สี ดุ วนั นศ้ี รปี ว่ ยดว้ ยโรคหดั ซง่ึ จดั เปน็ โรคตดิ ตอ่ ทม่ี โี อกาสตดิ เชอื้ ไดส้ งู และตอ้ งนอนรกั ษาตวั ในโรงพยาบาล เนอื่ งจากมอี าการผนื่ ขน้ึ และเป็นไขร้ ่วมด้วย ทว่าแนวทางการรักษาพยาบาลท่ีมีตง้ั หลักเกณฑ์ ต้งั เงือ่ นไขส�ำหรบั กล่มุ ผปู้ ว่ ยทยี่ งั ไร้รัฐไรส้ ญั ชาติ มนั เป็นเงื่อนไขท่ผี ู้ ปว่ ยและผปู้ กครองตอ้ งตกอยใู่ นสภาวะจำ� ยอม ผปู้ ว่ ยทไี่ รร้ ฐั ไรส้ ญั ชาติ ตอ้ งวางเงนิ มดั จำ� สำ� หรบั คา่ รกั ษาพยาบาลกรณผี ปู้ ว่ ยทตี่ อ้ งนอนโรง พยาบาล จำ� นวน 5,000 บาท ซง่ึ หากผปู้ ว่ ยนอนพกั รกั ษาตวั เพยี ง 3 คนื จะมคี า่ ใชจ้ า่ ยอยทู่ สี่ ามพนั บาท ไมร่ วมคา่ ยา และทางโรงพยาบาล จะคืนเงนิ สว่ นทเ่ี หลอื แต่หากนอนพักรักษาตวั ในโรงพยาบาลตงั้ แต่ 5 วนั ขนึ้ ไป ผ้ปู กครองกต็ อ้ งชำ� ระคา่ รักษาพยาบาลตามจำ� นวนวนั ที่ เขา้ รบั รักษาพยาบาล และน้ันยังไมร่ วมคา่ ยา 5

เด็กชายศรี ผู้ไม่มีหลักประกันสุขภาพเม่ือเข้ารับการรักษา เพราะการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงสาธารณสุขที่แจกจ่าย ยังประสบปัญหาการปฏิบัติที่แตกต่าง คือถูกเรียกค่ารักษาที่แพง ไปยังโรงพยาบาลแต่ละแห่งจะให้งบตามจ�ำนวนประชากรท่ีมี กวา่ และนี่ คอื ปญั หาการเขา้ ถงึ สทิ ธใิ นการรบั การรกั ษาพยาบาลของ สญั ชาตไิ ทยในพน้ื ที่ ทำ� ใหพ้ นื้ ทตี่ ามแนวชายแดนหรอื พนื้ ทสี่ งู ทม่ี คี น คนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ หรือไร้สถานะในประเทศไทย เป็นปัญหาท่ียัง ไร้รัฐ ไร้สัญชาติ อาศัยอยู่จ�ำนวนมาก มักได้รับการจัดสรรงบ ไม่ได้รับการแก้ไขท่ีต้นเหตุอย่างจริงจัง ท้ังที่จริงแล้วปัญหาเหล่านี้ ประมาณไม่เพียงพอต่อจ�ำนวนประชากรที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่จริง ถือเป็นความเหล่ือมล้�ำเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข รัฐไทยจ�ำเป็น ภาระค่าใช้จ่ายที่มากกว่างบประมาณสนับสนุนที่ได้รับ อาจส่งผล ตอ้ งย่ืนมอื เขา้ มาจดั การช่วยเหลือใหค้ นไรร้ ัฐ ไรส้ ัญชาติ ไดร้ ับสิทธิ ใหโ้ รงพยาบาลขาดสภาพคล่อง การบรหิ ารงานในโรงพยาบาลอาจ ข้นั พืน้ ฐานตามหลักสทิ ธมิ นุษยชน ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอท่ีจะดูแลคนไข้ได้ทุกคน เพราะขาดงบ ส�ำหรับคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ที่มีทั้งผู้มีเลขและไม่มีเลขบัตร ประมาณ ขาดแคลนเครื่องมือทางการแพทย์ หรือกระทั่งขาด ประจ�ำตัวประชาชน สิทธิที่จะได้รับก็จะแตกต่างกัน การแบ่งกลุ่ม บคุ ลากร ซง่ึ พน้ื ทต่ี ามแนวชายแดนถอื เปน็ พนื้ ทท่ี ตี่ อ้ งมกี ารปอ้ งกนั คนไรร้ ัฐในทนี่ ้มี ี 3 ประเภท คือ และควบคมุ โรคอย่างเขม้ งวด การป้องกนั และควบคมุ โรคตามแนว กลุ่มท่ีมีเลขประจ�ำตัวประชาชนข้ึนต้นด้วยเลข 0 และใน ชายแดนถือเป็นเร่ืองที่ควรให้ความส�ำคัญ เพ่ือไม่ให้มีการแพร่ หลักท่ี 6 และ 7 เปน็ เลข 89 (0-xxxx-89xxx-xx-x) กล่มุ นีเ้ ป็นกลุม่ ระบาดของโรคร้ายแรงท่ีเคยเกิดข้ึนในอดีตเข้ามาในประเทศไทย ที่ได้รับการส�ำรวจในปี 2549 และ 2552 อยู่ระหว่างรอเปลี่ยน เพราะกลุ่มคนท่ีอพยพมาจากประเทศเพ่ือนบ้านเข้ามาอยู่ใน สถานะ ถือเปน็ กลมุ่ ท่ีไดร้ ับสทิ ธิการรักษาพยาบาล ประเทศไทย อาจท�ำให้โรคติดต่อหลายประเภทท่ีหายไปจาก กลุ่มท่ีมีเลขประจ�ำตัวประชาชนข้ึนต้นด้วยเลข 0 และใน ประเทศไทยแล้วกลับเข้ามาแพร่ระบาดได้อีก เพียงเพราะคนกลุ่ม หลกั ท่ี 6 และ 7 เปน็ เลข 00 (0-xxxx-00xxx-xx-x) กลมุ่ นส้ี ว่ นใหญ่ น้ีไม่มีสิทธิและเข้าไม่ถึงการรักษาพยาบาลที่พวกเขาพึงได้รับ โดย จะเป็นบุตรหลานของคนกลุ่มแรก ซ่ึงจะไม่ได้รับสิทธิในการรักษา เฉพาะ “เด็ก” พยาบาล และต้องเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยเองเมื่อเข้ารับการรักษา ถึงเวลาหรือยัง? ที่จะร่วมกันป้องกันและมีส่วนร่วมในการ กลมุ่ ทไ่ี มม่ เี ลขประจำ� ตวั ประชาชน เปน็ กลมุ่ คนทต่ี กหลน่ ยงั ปอ้ งกันการระบาดของโรคติดต่ออย่างจรงิ จัง ไมไ่ ดร้ บั การสำ� รวจ หรอื ไมส่ ามารถพสิ จู นต์ วั ตนได้ คนกลมุ่ นจ้ี ะไมม่ ี ถึงเวลาหรือยัง? ท่ีจะให้โอกาสเด็กไร้รัฐ ไร้สัญชาติเข้าถึง สทิ ธใิ ดๆ และจะตอ้ งเสยี คา่ ใชจ้ า่ ยเมอื่ เขา้ รบั การรกั ษาพยาบาลเชน่ สทิ ธใิ นการรกั ษาพยาบาลแบบไมม่ เี งอื่ นไข เดยี วกับกลมุ่ ท่ี 2 ปัญหาการเข้าถึงสิทธิข้ันพื้นฐานด้านสาธารณสุข ไม่เพียง แต่จะส่งผลกระทบต่อคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติเท่านั้น ยังส่งผลกระทบ ต่อโรงพยาบาลในพื้นท่ีก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ด้วย 6

รจู้ ัก ศนู ย์การเรียนไร่ส้มวิทยา ศูนย์การเรียนไร่ส้มวิทยา โรงเรียนทางเลือกเพ่ือเด็กด้อยโอกาส โดยส่วนใหญ่เป็นลูกหลานแรงงานข้าม ชาติที่เข้ามาทำ�งานเป็นลูกจ้างตามสวนส้ม เขตติดต่อชายแดนไทย/พม่า ซึ่งส่วนใหญ่เด็กๆ ยังไร้สัญชาติ ศูนย์ การเรียนนี้มีจุดเร่ิมต้นมาจากโปรเจ็กต์ ช่ือ Free School ของคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย ที่เคยทำ�กับ กลุ่มเด็กหญิงในอินเดีย เพื่อให้พวกเธออ่านออกเขียนได้ และสร้างทางเลือกให้กับตัวเองนอกจากการแต่งงาน ซงึ่ เปน็ ทางเลอื กเดยี วทม่ี ี มลู นธิ กิ ระจกเงา (The Mirror Foundation) ไดเ้ ขา้ มาดำ�เนนิ การตอ่ ในปี 2549 หลงั จากทัง้ ค่กู ลับประเทศ โดยมพี น้ื ทที่ ำ�งาน 3 แห่ง คอื เชยี งราย เชยี งใหม่ แมฮ่ อ่ งสอน ศนู ยก์ ารเรียนไรส่ ม้ วิทยา ไดพ้ ฒั นาใหเ้ ปน็ ศนู ยก์ ารเรยี นเตม็ เวลา โดยมจี ดุ มงุ่ หมายใหเ้ ดก็ ๆ ทต่ี กหลน่ จากระบบโรงเรยี นรฐั ไดม้ โี อกาสเรยี น หนงั สอื อา่ นออกเขยี นได้ มที กั ษะชวี ติ และสามารถพฒั นาตนเองใหใ้ ชช้ วี ติ ไดด้ ที ส่ี ดุ เทา่ ทจี่ ะทำ�ได้ ซง่ึ ศนู ยก์ ารเรยี น รแู้ หง่ นไี้ ดร้ บั อนญุ าตจดั ตงั้ ศนู ยก์ ารเรยี นจากรฐั บาลเมอื่ เดอื น มนี าคม 2561 ไดด้ ำ�เนนิ การสอนและจดั กจิ กรรม สรา้ งสรรคต์ ่างๆ มาอย่างตอ่ เน่ือง ที่ต้ัง 277 ม.10 ต.แมข่ ่า อ.ฝาง จ.เชยี งใหม่ 50320 ติดตอ่ และติดตาม ไดท้ ี่ facebok: Raisomwitdhaya และ raisomschool.com ร้จู ัก \"มลู นิธกิ ระจกเงา\" ปลายปี 2534 กลุ่มหนุ่มสาวได้รวมตัวกันทำ�กิจกรรมต่อเน่ืองจากกิจกรรมการเมืองช่วง การรฐั ประหารโดย รสช. ในช่อื กล่มุ ศิลปวฒั นธรรมกระจกเงา มีการทำ�กจิ กรรมละครเพ่อื สงั คม กจิ กรรมเดก็ และเยาวชน การใช้ไอซเี พือ่ การพฒั า เปน็ ตน้ ตอ่ มาได้ยา้ ยสำ�นักงานมาท่ี จ.เชยี งราย ในปี 2541 ยังเน้นกิจกรรมเด็กและเยาวชน พร้อมทั้งขยายสู่งานอ่ืนๆ เช่น สัญชาติ ยาเสพติด อาสาสมัคร และในปี 2546 ไดเ้ ปดิ สำ�นักงานทก่ี รุงเทพอกี ครัง้ เพ่ือเช่ือมโยงปัญหาชนบทและเมอื ง เช่น โครงการผู้ป่วยข้างถนน คอมพวิ เตอรเ์ พ่อื นอ้ ง TV4KIDS และศูนย์ขอ้ มลู คนหาย ท่ที กุ คน รจู้ ักกันดี 7

เรื่องจากปก เรื่อง/ภาพ : ศาสตรา บญุ วิจิตร เดก็ G กับ 10 ปีกองทุนคืนสทิ ธิ “ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ” หลายร้อยปีมาแล้วท่ีคำ�พูดนี้ก็ยังคงเป็นจริง คนที่เคยป่วยเท่าน้ันที่จะเข้าใจ ประโยคน้ี คนทเ่ี คยเขา้ โรงพยาบาลเทา่ นน้ั ทจ่ี ะเขา้ ใจคำ�พดู นี้ แตจ่ ะมใี ครละ่ ทไี่ มเ่ คยปว่ ย มใี ครสกั กคี่ นทไ่ี มเ่ คยเขา้ โรงพยาบาล ไมม่ ใี ครอยากปว่ ย ไมม่ ใี ครอยากเจบ็ ไมม่ ใี ครอยากตาย นเี่ ปน็ สญั ชาตญาณพน้ื ฐานของมนษุ ยท์ กุ คน เปน็ เหตผุ ลทท่ี กุ ชวี ติ ด้นิ รนให้พ้นจากความเจ็บความปว่ ย ความตาย หลายตอ่ หลายคนสญู เสียเงินทอง ทรพั ยส์ ินทเ่ี คยสะสมมาท้ังชีวิต หลาย ครอบครัวล้มละลายเนื่องจากความเจ็บป่วย ดังน้ันการได้รับการดูแลทางด้านสุขภาพจากรัฐจึงเป็นความใฝ่ฝันของ ประชาชนในทกุ รฐั และเปน็ ความพยายามของแทบทกุ รฐั ทอี่ ยากจะจดั สวสั ดกิ ารดา้ นสขุ ภาพใหแ้ กป่ ระชาชน เพราะประชาชน คอื รากฐานของรฐั ประชาชนทไ่ี รโ้ รคภยั จะทำ�ใหป้ ระเทศชาตแิ ขง็ แรง ความจรงิ ขอ้ นป้ี ฏเิ สธไมไ่ ด้ ประเทศไทยเองกเ็ ปน็ ประเทศ หน่งึ ทีต่ ระหนกั ถงึ เรอ่ื งน้ีเชน่ กัน ประเทศไทยมคี วามพยายามทจ่ี ะจดั สวสั ดกิ ารดา้ นสาธารณสขุ ใหแ้ กป่ ระชาชนมาเปน็ เวลานาน จนในทส่ี ดุ กส็ ามารถจดั สวสั ดกิ าร ในฝันใหแ้ ก่ประชาชนไดใ้ นชื่อ “โครงการหลักประกนั สขุ ภาพถ้วนหน้า” หรอื ทชี่ าวบา้ นเรียกกนั ทั่วไปวา่ 30 บาทรกั ษาทุกโรค หรอื บัตร ทอง แต่กระน้ันโครงการน้ีก็ยังมีช่องโหว่ที่ต้องได้รับการปรับปรุง เพราะไม่ใช่ทุกคนในประเทศไทยที่สามารถใช้สิทธิน้ีได้ ท�ำไมเป็นเช่น น้ัน? แล้วจะมกี ารแก้ไขอย่างไร? กำ� เนิดบตั รทอง กอ่ นทีจ่ ะพดู ถงึ เรอ่ื ง ใครเปน็ ผไู้ ดส้ ทิ ธใิ นการเข้าถงึ หลกั ประกนั สขุ ภาพถว้ นหนา้ ใครไมม่ ีสทิ ธิ ใครโดนปลดสทิ ธิ ใหเ้ รามาทำ� ความ ร้จู กั กันก่อนว่า เส้นทางของการพยายามจดั สวสั ดิการดา้ นสาธารณสุขนน้ั มีพัฒนาการมาเช่นไร 8

ถึงแม้ว่าก่อนหน้าท่ีจะมีโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วน บาทรักษาทุกโรค จนกระท่ังปี พ.ศ. 2545 แนวคิดหลักประกัน หน้าน้ันทางภาครัฐก็ได้มีการจัดสวัสดิการและหลักประกันสุขภาพ สขุ ภาพฉบบั ประชาชนนไ้ี ดผ้ า่ นความเหน็ ชอบของคณะรฐั มนตรใี น อยู่แล้ว เช่น ระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลของข้าราชการและ สมัยนน้ั ซึ่งมี พ.ต.ท.ทักษณิ ชนิ วตั ร นงั่ เกา้ อนี้ ายกรัฐมนตรี กำ� เนดิ รฐั วิสาหกจิ ระบบประกนั สังคม ระบบประกนั สุขภาพโดยสมัครใจ เป็น พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545 หรือท่ีเรียกกัน (โครงการบตั รสขุ ภาพ) แตน่ น่ั กไ็ มไ่ ดต้ อบสนองตอ่ ความตอ้ งการของ ติดปากวา่ บตั รทอง มาจนถงึ ทุกวันน้ี ประชาชนท่ัวไปอย่างแท้จริง เพราะมีเงื่อนไขหลายข้อที่ชาวบ้าน ท่ัวไปไม่สามารถเข้าถึงได้ จะพอมีบ้างที่จัดท�ำเพื่อประชาชนคือ กระนั้น ณ วันนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนท่ีอยู่บนผืน โครงการสวสั ดกิ ารประชาชนดา้ นการรกั ษาพยาบาล (สปร.) ทีเ่ ป็น แผ่นดินไทยจะได้สิทธิน้ี มีผู้คนจ�ำนวนไม่น้อยท่ีไม่สามารถเข้าถึง สวัสดกิ ารเพ่ือประชาชน สวัสดิการหลักประกันสุขภาพแห่งชาตินี้ได้ เหตุเพราะว่าเขาถูก “ปลดสิทธิ” ในการเข้าถึงสวัสดิการนี้ โครงการสวัสดิการประชาชนด้านการรักษาพยาบาล เริ่ม ดำ� เนนิ โครงการใน ปี พ.ศ. 2518 ภายใตร้ ฐั บาลโดยมหี มอ่ มราชวงศ์ ทำ� ไมถึง “คนื สิทธิ”...กำ� เนดิ มติ ครม. 23 มี.ค. 53 คึกฤทธิ์ ปราโมช เปน็ นายกรฐั มนตรใี นสมัยนั้น โครงการสวัสดกิ าร มคี นไทยจำ� นวนไมน่ อ้ ยทไี่ มส่ ามารถเขา้ ถงึ สวสั ดกิ ารนไ้ี ดอ้ นั ประชาชนดา้ นการรกั ษาพยาบาล (สปร.) เปน็ สวสั ดกิ ารทถี่ กู คดิ ขน้ึ เนื่องมาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความผู้ที่ได้รับสิทธิจาก มาส�ำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยประชาชนสามารถซ้ือแบบเหมาจ่าย โครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้าว่า ตาม พ.ร.บ. ประกันสุขภาพ คา่ บรกิ ารในราคา 500 บาทตอ่ ปตี อ่ ครอบครัว ชาวบา้ นจงึ มักเรียก แห่งชาติ มาตรา 5 น้ัน เป็นการรับรองสิทธิของบุคคลท่ีมีสัญชาติ ตดิ ปากวา่ บัตร 500 บาท ทุกคนที่ซื้อบัตรนี้มีสทิ ธเิ ข้าถึงการรกั ษา ไทยเท่านั้น นั่นหมายความว่าคนไทยท่ีมีปัญหาเรื่องสถานะทาง พยาบาลข้ันพ้ืนฐานของรัฐได้ ถึงแม้กระนั้นโครงการน้ีก็ไม่ประสบ ทะเบียนราษฎร หรือผู้รอพิสูจน์สิทธิ คนด้ังเดิมตกหล่นท่ีไม่มี ผลส�ำเร็จมากนัก อย่างน้อยในเวลาต่อมาก็ไม่เป็นที่นิยมของชาว สัญชาติไทย แต่มีช่ืออยู่ในทะเบียนราษฎร เช่น คนจีนโพ้นทะเล บา้ นทว่ั ไป อาจเพราะวา่ ชาวบา้ นเหน็ วา่ ในปหี นงึ่ ๆ ความเจบ็ ปว่ ยที่ หรือแม้แต่กระท่ังผู้ท่ีได้รับอนุญาติให้พักอาศัยอยู่ได้ถาวรตาม จะเข้าโรงพยาบาลก็มีไม่มาก หรือชาวบ้านบางคนท่ีมีรายได้น้อย กฎหมาย กไ็ มเ่ ขา้ ขา่ ยผมู้ สี ทิ ธิ สง่ ผลทำ� ใหค้ นไทยเหลา่ นก้ี วา่ 5 แสน มากๆ ก็ไม่อยากเสียค่าใช้จ่าย 500 บาทต่อปีที่เราจะได้เข้าโรง คน ถูกปลดสิทธิทันที ไม่สามารถใช้สิทธิบริการจากหลักประกัน พยาบาลจริงหรอื เปลา่ กไ็ มร่ ู้ ดังนัน้ ในเวลาตอ่ มาบตั ร 500 บาทจึง สุขภาพถ้วนหน้าได้ ส่งผลให้หลายต่อหลายคนมีภาระหนี้สินจาก ดเู หมอื นว่าหายไปจากการบรกิ ารประชาชน การรักษาพยาบาลตนเอง โรงพยาบาลรัฐก็มีภาระหน้ีสิ้นมากขึ้น อย่างมากอันเน่ืองมาจากความจ�ำเป็นท่ีต้องรักษาพยาบาลผู้ไม่มี ตลอดหลายปนี บั ตงั้ แตป่ ี พ.ศ. 2518 เปน็ ตน้ มา กไ็ มม่ คี วาม สิทธิ และไม่สามารถเบิกงบประมาณส่วนน้ไี ด้ คืบหนา้ หรือการพัฒนาเรือ่ งนี้อีกเลย จนกระท่งั ปี พ.ศ. 2543 ไดม้ ี การหยบิ ยกเรอ่ื งนมี้ าพดู คยุ และจดุ กระแสความสนใจอกี ครง้ั เมอื่ มี ปญั หานไ้ี มไ่ ดร้ บั การแกไ้ ขและยงั คงดำ� เนนิ ตอ่ เนอ่ื งเชน่ นี้ การเคลอ่ื นไหวของขบวนการประชาชนกวา่ 100 องคก์ รรว่ มกบั นกั ไปถึง 9 ปี จนในทส่ี ุดก็มกี ารพจิ ารณาเร่ืองน้กี ันอกี ครัง้ เม่ือปี พ.ศ. วิชาการ นักพัฒนา องค์กรเครอื ข่ายประชาชน 9 ดา้ น โดยไดร้ ่วม 2553 สมัยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีการ กนั รา่ ง พ.ร.บ. หลกั ประกนั สขุ ภาพฉบบั ประชาชน และเสนอแนวคดิ แต่งต้ัง นายจุรินทร์ ลักษณวิสิษฏ์ เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวง น้ตี อ่ พรรคการเมือง ซง่ึ นายแพทยส์ งวน นิตยารัมภ์พงศ์ เปน็ ผู้หนง่ึ สาธารณสขุ วนั ที่ 11 ม.ค. พ.ศ. 2553 เครอื ขา่ ยองคก์ รรว่ มไดเ้ สนอ ท่ีมีความส�ำคัญที่ร่วมผลักดันแนวคิดน้ี และได้เป็นเลขาธิการ นโยบายกองทุนคืนสิทธิรักษาพยาบาลให้แก่บุคคลมีปัญหาสถานะ สำ� นกั งานหลักประกนั สขุ ภาพแห่งชาตคิ นแรกในทสี่ ดุ แนวคดิ จาก และสทิ ธติ อ่ นายจรุ นิ ทร์ ลกั ษณวสิ ษิ ฏ์ ตอ่ มาในวนั ที่ 13 ก.พ. พ.ศ. 2553 ภาคประชาชนน้ีได้เสนอต่อพรรคการเมืองและพรรคไทยรักไทยก็ นายจุรินทร์ ลักษณวิสิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นพรรคที่น�ำแนวคดิ น้ีไปสร้างเปน็ นโยบายที่พดู กนั ติดปากวา่ 30 เสนอนโยบายกองทนุ คนื สทิ ธแิ ละรายชอื่ ผมู้ ปี ญั หาสถานะและสทิ ธิ 9

ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา และในที่สุดวันที่ 23 มี.ค. 2553 คณะ ดังน้ันในวันที่ 5 มิถุนายน 2560 ผู้แทนเครือข่ายชนเผ่า รัฐมนตรีน�ำโดยนายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีก็มีมติ พื้นเมืองแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายกลุ่มคนรักหลักประกัน เห็นชอบนโยบายกองทุนให้สิทธิ(คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้าน สุขภาพแห่งชาติ ได้ยื่นหนังสือข้อเสนอเชิงนโยบายต่อนายก สาธารณสขุ ส�ำหรับผูม้ ปี ญั หาสถานะและสิทธิ ดงั นน้ั วันที่ 23 ม.ี ค. รัฐมนตรี เพื่อให้มีการพิจารณาการให้สิทธิ(คืนสิทธิ) กลุ่มเด็ก 2553 จึงก�ำเนิด “กองทุนให้สิทธิ(คืนสิทธิ) ขั้นพ้ืนฐานด้าน นักเรียนรหัส G และกลุ่มคนจีนโพ้นทะเล ทางส�ำนักปลัดนายก สาธารณสุขแก่บุคคลผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ” หรือท่ีพูดกัน รัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงท่ี ตดิ ปากว่า “กองทุนคืนสทิ ธิ” “มติ ค.ร.ม. 23 มีนาฯ 53” เกย่ี วขอ้ งดำ� เนนิ การ หลงั จากนนั้ กระทรวงมหาดไทยจงึ ไดส้ งั่ การให้ ทกุ จงั หวดั ทกุ อำ� เภอคดั กรองเดก็ รหสั G ในเวลาตอ่ มา แตถ่ งึ อยา่ งไร วนั ท่ี 23 ม.ี ค. 2553 จงึ นบั เปน็ ครง้ั แรกทม่ี กี ารเสนอรายชอื่ เรอื่ งนกี้ ไ็ มม่ คี วามคบื หนา้ ไปไหน กลา่ วคอื มคี วามลา่ ชา้ อยา่ งมากใน ผขู้ อคนื สทิ ธกิ วา่ 457,409 คน แตบ่ คุ คลทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งคนื สทิ ธไิ มห่ มด การบรหิ ารจดั การ ซง่ึ ภาคเอกชน นกั พฒั นา เกดิ ความวติ กกงั วลถงึ เพียงแค่น้ี ดังนั้นจึงมีการขับเคลื่อนเสนอรายช่ือผู้ท่ีจ�ำเป็นต้องคืน ระยะเวลาว่าจะแล้วเสร็จเม่ือใด จนกระท่ังเม่ือวันท่ี 1 มิถุนายน สิทธิให้ในเวลาต่อมาอีกหลายครั้งเราอาจสรุปต้ังแต่คร้ังแรกมาได้ 2562 ไดม้ กี ารจดั ประชมุ คณะกรรมการกำ� หนดแนวทางปฏบิ ตั ติ าม ดังนี้ มติ ครม. 23 มนี าคม 2553 เพอ่ื ตดิ ตามความกา้ วหน้าการด�ำเนนิ ครง้ั ที่ 1 วนั ที่ 23 ม.ี ค. 2553 สมยั รฐั บาลนายก อภสิ ทิ ธิ์ เวช การส�ำรวจคัดกรองก�ำหนดเลข 13 หลักของเด็กนักเรียนตัวอักษร ชาชวี ะ มีการเสนอบุคคล 2 ประเภทคอื (1) บคุ คลที่มีบัตรประจำ� G ฝา่ ยเลขานกุ ารเสนอวา่ เดก็ นักเรียนรหสั G, P และ 0 รวมแล้วมี ตัวท่ีขึ้นต้นดว้ ย เลข 6 และเลขหลัก ท่ี 6 และ 7 เป็นเลขต้ังแต่ 50 จ�ำนวน 90,640 คน แต่ผา่ นการคดั กรองและได้รับการก�ำหนดเลข ขน้ึ ไป และ (2) บคุ คลทมี่ บี ตั รประจำ� ตวั ทขี่ นึ้ ตน้ ดว้ ย เลข 0 และเลข ประจำ� ตวั 13 หลกั เพยี ง 2,789 คนเทา่ นนั้ ดงั นน้ั ในการประชมุ อกี หลกั ท่ี 6 และ 7 เป็นเลข 8 และ 9 ในจ�ำนวนบคุ คลทัง้ 2 ประเภท คร้ังในวันที่ 13 ต.ค. 2562 จึงร่วมกันคิดและมีมติว่า จะเสนอให้ ท่ีเสนอไปน้ัน บุคคลทมี่ ีบัตรประจ�ำตวั ทข่ี ้ึนตน้ ด้วย เลข 0 และเลข รฐั มนตรวี ่าการกระทรวงสาธารณสขุ นำ� ข้อมลู เดก็ นักเรียนรหัส G หลกั ท่ี 6 และ 7 เปน็ เลข 8 และ 9 ไมผ่ า่ นการพจิ ารณาเห็นชอบ ทผี่ า่ นการคัดกรอง จ�ำนวน 2,789 คนนเ้ี สนอคณะรัฐมนตรีโดยเร่ง จากคณะรัฐมนตรีให้รับสิทธิน้ี เนื่องจากสภาความม่ันคงแห่งชาติ ดว่ นไปกอ่ น (สมช.) ให้ความเหน็ ว่า ยังตรวจสอบทะเบียนไมแ่ ลว้ เสรจ็ ดงั น้ันจะ มีการด�ำเนินการเสนอชอ่ื ต่อไปเปน็ ครัง้ ที่สอง ถึงแม้ความใฝ่ฝันของประชาชนเรื่องสวัสดิการด้าน สาธารณสุขจากรัฐได้เกิดข้ึนแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ประชาชนทุกคนจะ ครงั้ ท่ี 2 วนั ที่ 20 เมษายน 2553 สมยั รฐั บาลนายกประยทุ ธ์ สามารถเขา้ ถงึ สวัสดกิ ารนีไ้ ด้ โครงการนย้ี งั มเี งอ่ื นไขและชอ่ งวา่ งที่ จนั ทร์โอชา มกี ารเสนอช่ือผ้ทู มี่ ปี ญั หาสถานะและสิทธิ 3 ประเภท หลายๆ หน่วยงาน หลายๆ ภาคส่วนท้ังภาครัฐและเอกชนจ�ำเป็น คอื (1) บคุ คลทม่ี บี ตั รประจำ� ตวั ท่ีขนึ้ ตน้ ดว้ ย เลข 0 และเลขหลัก ท่ี ต้องร่วมมือกันในการปรับปรุงระบบให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น มี 6 และ 7 เปน็ เลข 8 และ 9 (2) บุคคลที่มบี ตั รประจ�ำตวั ทีข่ น้ึ ตน้ ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการได้มากย่ิงขึ้น ดว้ ย เลข 0 ทวั่ ไปทไ่ี ด้รบั การสำ� รวจจากโครงการเฉลิมพระเกียรติ ใชแ่ ล้ว ส่งิ ทด่ี ีทีส่ ุด ณ เวลาน้กี ็คือ พ.ร.บ. หลกั ประกันสขุ ภาพแห่ง และ (3) เดก็ นกั เรยี นทมี่ เี ลขรหสั ประจำ� ตวั นกั เรยี นทข่ี น้ึ ตน้ ดว้ ยตวั ชาตไิ ดเ้ กดิ ขน้ึ แลว้ แตส่ งิ่ ทเ่ี ราทกุ คนตอ้ งทำ� ตอ่ ไปกค็ อื รว่ มกนั พฒั นา อักษร G ส�ำรวจโดยโรงเรียนในกระทรวงศึกษาธิการ ในจ�ำนวน ระบบให้ดียิ่งข้ึน ถึงแม้เวลาผ่านไป 10 ปีแล้วก็ตามแต่ก็ยังมีกลุ่ม ทั้งหมดท่ีเสนอไปนั้น เด็กนักเรียนท่ีมีเลขรหัสประจ�ำตัวนักเรียนที่ เด็กรหัส G ที่เข้าไม่ถึงสวัสดิการนี้ ช่วงเวลาต่อจากน้ีไปนับว่าเป็น ขนึ้ ตน้ ดว้ ยตวั อกั ษร G ไมผ่ า่ นการพจิ ารณาใหไ้ ดร้ บั สทิ ธนิ ี้ เนอ่ื งจาก ชว่ งเวลาแห่งการปรับปรุงต่อยอดอยา่ งแทจ้ รงิ คณะรัฐมนตรีมีความเห็นว่าข้อมูลไม่ชัดเจน ดังน้ันจึงมีความ พยายามแก้ไขปัญหาเรอ่ื งนแ้ี ละเสนอรายช่อื ต่อไป 10

ใครร้จู ัก “เดก็ G” ยกมือขน้ึ - “เดก็ G” เปน็ เดก็ ไรส้ ถานะทางทะเบยี นราษฎร - “เดก็ G” มีเลขประจำ�ตัว 13 หลกั ที่ขึน้ ต้ันหลักแรกดว้ ยตวั อกั ษ G - เลขประจำ�ตัว 13 หลักทขี่ ึ้นตันหลักแรกเปน็ ตวั อกั ษร G กระทรวงศึกษาธิการ โดยสำ�นกั งาน คณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน (สพฐ.) เปน็ หนว่ ยงานทอี่ อกให้ ไมม่ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ งกบั สว่ นการ ปกครองหรอื กระทรวงมหาดไทยแตอ่ ยา่ งใด - เลขหลักที่ 1 G คอื Generate หมายถึงการออกเลขประจำ�ตัว 13 หลกั ท่ถี ูกกำ�หนดขน้ึ โดย ระบบ DMC (Data Management Center) - เลขหลกั ที่ 2 และ 3 หมายถงึ รหสั จังหวัด - เลขหลกั ที่ 4 และ 5 หมายถงึ รหัสอำ�เภอ - เลขหลกั ท่ี 6 และ 7 หมายถงึ รหสั ปีการศกึ ษา - เลขหลักที่ 8 ถึง 13 หมายถงึ เลขลำ�ดบั ทข่ี องนักเรียนที่ไม่มเี ลขประจำ�ตวั คนท่เี ทา่ ใดของระบบ ฐานขอ้ มูล DMC - จากคมู่ อื และแนวปฎบิ ตั สิ ําหรบั การจดั การศกึ ษาแกบ คุ คลทไี่ มม หี ลกั ฐานทะเบยี นราษฎรหรอื ไมม ี สัญชาตไิ ทย สํานกั งานปลัดกระทรวง กระทรวงศึกษาธิการ ขอ้ 1.2 แนวปฎบิ ัตใิ นการจัดการ ศกึ ษาขนั้ พื้นฐานแก่บคุ คลทีไ่ ม่มีหลกั ฐานทางทะเบียนราษฎรหรอื ไมม่ ีสญั ชาตไิ ทย ใน (5) ระบวุ า่ “สถานศึกษาสรุปข้อมูลจากแบบ บค. 02 ลงในบัญชีรายชื่อเด็กที่มีอายุก่อนเกณฑ์ภาคบังคับ เขา้ เรยี นตาม พ.ร.บ. การศกั ษาภาคบังคับ พ.ศ.2554 หรือแบบ บค. 03 (กรณที เ่ี ดก็ ยงั ไม่มีเลข ประจำ�ตัว 13 หลกั ใหโ้ รงเรยี นกำ�หนดรหัส G และตามด้วยเลข 12 หลัก 11

สนามเด็กเล่น วั ย เ ย า ว ์ เรื่อง/ภาพ : ขวญั เรียม จติ อารยี ์ ท่ี ไ ม ่ ไ ด ้ อ ยู ่ กั บ เ ร า ต ล อ ด ก า ล ถา้ พดู ถงึ ชว่ งวยั ตา่ งๆ ในชวี ติ คนเรา “วัยเด็ก” เป็นช่วงวัยที่คนเราจดจ�ำได้ดี ที่สุด ทั้งเหตุการณ์ การเล่น สัตว์เล้ียง เพ่ือนฝูง แม้แต่สิ่งเล็กน้อยอย่างเสื้อบาง ตวั ของเลน่ บางชน้ิ ทงั้ ยงั มนี ทิ าน เรอ่ื งเลา่ เร่ืองราวท่ีประทับใจที่แม้โตเป็นผู้ ใหญ่แล้ว หลายคนยังน�ำเร่ืองท่ีเคยฟังมาเล่าให้ลูก หลานฟังต่อได้อีก ไม่ว่าวัยเด็กจะผ่านพ้น ไปนานแค่ไหนแล้วก็ตาม ภาพจาก www.freepik.com ในตอนเดก็ มเี รอื่ งราวของคนๆ หนงึ่ ทฉี่ นั ยงั จำ� ไดด้ ี เขา เข้าใจว่าไกลนักหนา ต่างแยกย้ายไกลกันออกไปเหมือนเกสร เป็นนา้ ชายของเพือ่ น บา้ นเราห่างกันแคบ่ ้านเหนือบา้ นใต้ เขา ดอกไมถ้ กู ลมพัด ฉันลืมผูช้ ายคนน้ันเสียสนทิ ผูน้ ไ้ี ม่มีอะไรแตกตา่ งจากผู้ชายคนอนื่ ในหมู่บา้ น เว้นแต่ทกุ คน ....................................... มักเรียกเขาวา่ “บา่ วเฒ่า” อันหมายถงึ ชายโสดสูงอายแุ ทนชอื่ ปลายเดอื นธนั วาคม ปี 59 วารสารเสยี งชนเผา่ ฉบบั ที่ 1 ของเขา บ่าวเฒา่ มไิ ดท้ ุกขร์ อ้ นอนั ใดกบั คำ� เรยี กขานนี้ เขาไมม่ ี ประจำ� ปที ่ี 8 ถกู ทำ� ขน้ึ อยา่ งฉกุ ละหกุ หลงั จากเสรจ็ งานเวทเี ปดิ ทที ่าวา่ จะแตง่ งาน ไม่ออกหมู่บ้านไปทำ� งานทอี่ ื่น ขณะทห่ี นุ่ม ประเด็นเร่ืองเด็ก G และคนไทยไร้สถานะที่ตกหล่นในพื้นที่ สาวยคุ นนั้ ต่างม่งุ หน้าเขา้ เมอื งไปท�ำงานโรงงาน แตเ่ ขากลับใช้ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ วารสารออกในต้นเดือนมกราคม ปี60 ใน ชีวิตอย่างสันโดษ คอยไล่ต้อนฝูงวัวควายไปตามท้องทุ่ง หน้า ธีม “G generation” รู้จกั เด็ก G คนไทยทโ่ี ลกลืม เมื่อไดร้ ูจ้ กั นากต็ อ้ นพวกมนั เขา้ ปา่ เรอื นนอนกบั หา้ งพกั ในไรเ่ ปน็ บา้ นของ เด็ก G แลว้ มองไปทางไหนฉันมักพบเจอพวกเขาอย่เู สมอ ท้ัง เขาที่ละพอๆ กัน ตอนเด็กฉันไม่ได้คิดอะไร เห็นเขาเป็นคน หมู่บ้านห่างไกลบนดอยสูง และเมืองใหญ่ท่ีผู้คนปะปนหลาก แปลกๆ คนหนง่ึ ตามท่ผี ู้ใหญเ่ ขาพูดกัน เพ่อื นฉนั บอกวา่ ต่อไป หลาย ภาพชีวิตของพวกเขาหากมองเพยี งผิวเผินก็แทบไม่ตา่ ง น้าของเขาอาจกลายเป็นฤาษีก็ได้ เราก็เชื่อกันอย่างน้ันตาม จากเดก็ ทวั่ ไป หว้ิ กระเปา๋ ไปโรงเรยี นในตอนเชา้ เดนิ หวิ้ กระเปา๋ ประสาเดก็ จนเวลาลว่ งผา่ น เมอื่ พวกเราเติบโตขึ้น ความหนมุ่ กลับบา้ นตอนเยน็ บ้างเล่นหวั กบั เพื่อนอยู่หน้าโรงเรยี น บา้ งผู้ แน่นของเขาก็ร่วงโรยหดหายไปตามวัย การเรียนหนังสือพา ปกครองมารับกลับบ้าน ได้ร่วมงานวันเด็กที่คึกคักสนุกสนาน พวกเราออกมาจากหมบู่ า้ น อำ� เภอ และเมอื งในตวั จงั หวดั ทเ่ี คย ทกุ ปี แลว้ พวกเขามอี ะไรที่แตกตา่ งจากเด็กทว่ั ไปหรือ? 12

เดก็ หญงิ ชนเผา่ ลาหคู่ นหนงึ่ ในโรงเรยี นตะเขบ็ ชายแดน จากกรณีของเด็กหญิงมะลิ เธอเกิดรอยบวมคล้ายฝี อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เคยเล่าให้ฉันฟังว่า เวลาเธอไม่สบาย ขนึ้ ใตค้ าง ครปู ระจำ� ชน้ั พาไปหาหมอแลว้ พบวา่ รากฟนั ของเดก็ แม่จะหายาสมุนไพรมาต้มให้กนิ ถ้ายังไม่หายก็จะเอาเส้นดา้ ย หญิงอักเสบเรื้อรังจนลุกลามมาถึงช้ันผิวหนังด้านนอก เธอ มาพันปลายนิ้วไว้ จนน้ิวมีสีคล้�ำ บวมเป่ง แล้วค่อยใช้เข็ม จำ� เปน็ ตอ้ งผา่ ตดั เธอเปน็ นกั เรยี นกนิ นอน ครจู งึ ตอ้ งพาไปรกั ษา เจาะเอาเลือดสีด�ำออกมา หรือไม่ก็ท�ำกัวซาจนแผ่นหลังแดง ก่อนแล้วค่อยเจรจากับโรงพยาบาลเร่ืองค่าใช้จ่ายทีหลัง ไม่ใช่ เถือก แม่เชื่อว่ามันจะช่วยให้ความป่วยไข้ทุเลาลง เพราะการ แค่เด็กคนนี้แต่รวมไปถึงเด็กทุกคน หากพวกเขาเกิดเจ็บป่วย ไปหาหมอเป็นเร่ืองยากล�ำบากส�ำหรับพวกเขา ผู้เป็นพ่อแม่ท่ี ขึ้นมา หลังจากที่ครูพามะลิเทียวไปเทียวมาหาหมอนานถึง 5 ไมม่ บี ตั รประจำ� ตวั ประชาชน แมเ้ ธอจะไดเ้ ขา้ เรยี นแตก่ ารไปหา เดือนจนเธอหายดี ก็ถึงคิวของเด็กชายวัยประถมอีกคนหน่ึงที่ หมอยังไงเสยี ก็ตอ้ งใชเ้ งินจา่ ย เธอไม่เข้าใจวา่ ทำ� ไมคนหมู่บ้าน ชอบขยต้ี าอยตู่ ลอด ครสู งั เกตเุ หน็ และพบวา่ เปลอื กตาบนของ เธอสว่ นใหญถ่ งึ ไมม่ บี ตั ร เธอเกดิ ทห่ี มบู่ า้ นนี้ พอ่ แมป่ ยู่ า่ ตายาย เดก็ ชายมีความผิดปกติ ท�ำให้เคืองตาตลอดเวลา ครจู �ำตอ้ งพา ของเธออพยพโยกย้ายอยู่ในเทือกเขาแถบน้ีมานานเนิ่น จะมี นักเรียนไปหาหมออีกคร้ัง แน่นอนว่าเป็นเด็กรหัส G เรื่องค่า เดก็ เชน่ นี้ พอ่ แมเ่ ชน่ น้ี ปยู่ า่ ตายายเชน่ นอ้ี กี กคี่ น กคี่ รอบครวั ก่ี ใชจ้ ่ายโรงเรียนและโรงพยาบาลตอ้ งช่วยกนั แม้หลายโรงเรยี น หมบู่ า้ นในพนื้ ทรี่ อยตอ่ ของประเทศ คำ� ตอบคอื นบั ไมถ่ ว้ น ! ยงั จะพยายามแก้ปัญหาด้วยการท�ำประกันกลุ่ม ซึ่งเป็นประกัน นับวา่ เป็นเร่ืองดที ีเ่ ด็กๆ เหลา่ นไ้ี ด้เข้าเรยี นในโรงเรยี น รหสั G อบุ ตั เิ หตุ ถา้ โรงเรยี นปดิ เทอมแลว้ เดก็ เกดิ อบุ ตั เิ หตกุ จ็ ะไมไ่ ดร้ บั ที่ปรากฏขึ้นแสดงถึงการมีตัวตนของพวกเขา แต่หากพวกเขา การคุ้มครอง ครแู ละหมอ โรงเรยี นและโรงพยาบาลจึงตอ้ งรบั เจ็บป่วยขึน้ มาทางโรงเรยี นจะท�ำเช่นไร? ผดิ ชอบพวกเขาเหมอื นทเี่ คยเปน็ มาอกี ครงั้ อกี ครง้ั และอกี ครงั้ ด้วยมนุษยธรรมท่ีไม่อาจประเมินค่าได้ ยังผลให้โรง พยาบาลชายแดนสว่ นใหญต่ อ้ งแบกรบั ภาระคา่ ใชจ้ า่ ยจากการ รักษาพยาบาลของคนไทยไร้สิทธิเหล่าน้ี ไม่ใช่แค่เด็ก แต่รวม ถงึ คนทกุ คน ปญั หาเหลา่ นจี้ ะไมเ่ กดิ ขนึ้ ถา้ ปญั หาสถานะบคุ คล และสิทธิได้รับการแก้ไขอย่างถูกต้องชอบธรรมต้ังแต่แรก ทุก วันนี้จึงเป็นความพยายามแก้ไขปัญหาจากทั้งต้นเหตุและผล ลัพทอ์ นั เป็นเหตขุ องปญั หาต่อเนื่องอืน่ ๆ ไปพรอ้ มๆ กนั เวลา ทที่ บทา่ วไปทกุ ขณะทำ� ใหด้ เู หมอื นวา่ ปญั หานจ้ี ะยงั ไมส่ นิ้ สดุ ลง ง่ายๆ หลังจากช่วงพักกลางวันเสร็จสิ้น เสียงบทสวดมนต์ สรภัญญะจากโรงเรียนบ้านโป่งน้อยจะดังเจ้ือยแจ้วผ่านเสียง ตามสายของโรงเรียนมาให้ได้ยินเป็นประจ�ำ เทศบาลต�ำบล สุเทพเป็นท่ีพื้นท่ีอันดับหน่ึงของเมืองเชียงใหม่ท่ีมีแรงงานข้าม ชาติเข้ามาอยู่อาศัยมากที่สุด เด็กๆ ลูกหลานแรงงานจะเข้า เรียนในโรงเรียนประจ�ำพ้ืนที่ ชาวบ้านเรียกโรงเรียนน้ีว่า “โรงเรียนนานาชาติ” เหตุเพราะมีนักเรียนจากหลายเช้ือชาติ ทั้งไทใหญ่ คนเมือง (ไทโยน) ลีซู คนไทกลาง กมั พูชา หรือชน เผา่ อน่ื ๆ ทคี่ รอบครวั พากนั มาปกั หลกั ทำ� งานทน่ี ี่ ครปู ระจำ� ชน้ั 13

ติดต่อท่ีสามารถรักษาหายได้ เช่น วัณโรค เอดส์ มาลาเรีย ไข้เลือด ออก เป็นต้น หากไมไ่ ดร้ ับการรักษาจะสามารถแพร่เช้ือให้กับคนไทย ทวั่ ไปได้ นอกจากนย้ี งั มโี รคทหี่ ายจากบา้ นเราไปแลว้ เชน่ โรคเทา้ ชา้ ง ไขก้ าฬหลงั แอน่ อาจกลบั มาระบาดได้อกี พรอ้ มกับการอพยพเคลือ่ น ย้ายของคนกลุ่มนี้ เดก็ หญงิ แสงภู เดก็ สาวจากเมอื งตา้ งยาน เมอื งทางตอนเหนอื ของรฐั ฉาน ตอนนเี้ ธออายใุ กลค้ รบ 18 ปี ใกลถ้ งึ คราวทจี่ ะตอ้ งไปบตั ร ประชาชนทปี่ ระเทศเมยี นมารแ์ ลว้ ฉนั ไดค้ ยุ กบั เธอเมอ่ื 2 ปกี อ่ น ตอน นนั้ เธอเรยี นอยชู่ นั้ ป.5 ครอบครวั แสงภมู ดี ว้ ยกนั 6 คน อพยพมาเมอื ง ไทยหลงั จากพสี่ าวของเธอเขา้ มาทำ� งานทนี่ ก่ี อ่ น เธอ และนอ้ งชายของ เธอทง้ั สองเรยี นทโี่ รงเรยี นวดั ปา่ เปา้ ซง่ึ นกั เรยี นสว่ นใหญเ่ ปน็ ลกู หลาน แรงงานขา้ มชาติ เดก็ สาวทำ� งานทรี่ า้ นอาหารตง้ั แตห่ ลงั เลกิ เรยี นจนถงึ เที่ยงคืนทุกวัน เธอบอกว่าต้องท�ำตัวเองให้แข็งแรง จะได้ไม่ป่วยง่าย ตอนทน่ี อ้ งคนเลก็ ปว่ ย พอ่ พาไปหาหมอคลนี กิ เสยี เงนิ แตล่ ะครง้ั ไมใ่ ช่ น้อยๆ ความเจ็บปว่ ยเป็นสง่ิ ทที่ กุ ครอบครวั กลัวทสี่ ุด การเปน็ บคุ คลไรส้ ถานะเปน็ เหมอื นรา่ งแหทคี่ รอบคลมุ ทกุ กลมุ่ คน เพศ การศกึ ษา ชนชน้ั ทางสังคม อยา่ งไมล่ ะเว้น จากกรณพี ระจอ พออา พระปกาเกอญอ จากอำ� เภออุ้มผาง จ.ตาก ทีต่ ้ังใจเล่าเรยี นมา ตงั้ แต่เด็กจนเรยี นจบภาควชิ าภาษาองั กฤษ จากมหาจฬุ าลงกรณ์ราช วิทยาลัย เป็นอาจารย์สอนหนังสือให้กับพระเณรที่โรงเรียนสมเด็จ พระพทุ ธชนิ วงศ์ วดั ศรโี สดา ถา้ ไมใ่ ชเ่ พราะ 20 ปกี อ่ นเจา้ หนา้ ทสี่ ำ� รวจ ขอ้ มลู ท�ำทะเบียนราษฎร์ ทำ� ให้ชาวบ้านทงั้ หมูบ่ า้ นของพระจอพออา กลายเปน็ คนฝ่ังประเทศเมียนมาร์ ทงั้ ทหี่ มบู่ า้ นต้ังอยู่บนผนื แผน่ ดนิ ไทย พระจอพออาจะเป็นคนที่มีนามสกุล เป็นคนไทยโดยก�ำเนิด มี บัตรประจ�ำตัวประชาชน สามารถเรียนหนังสือได้เท่าที่อยากเรียน อนบุ าลเลา่ วา่ ครตู อ้ งไปเยยี่ มบา้ นเดก็ เปน็ ประจำ� ซงึ่ บา้ น หรือแม้แต่สึกออกไปประกอบอาชีพอ่ืนก็ได้ การติดอยู่ในบ่วงปัญหา นน้ั กม็ กั จะเปน็ เพงิ พกั แคม้ ปค์ นงาน หอ้ งเชา่ ราคาถกู ทอ่ี ยู่ สถานะบคุ คล ตอ้ งกลบั มาเรยี กรอ้ งสทิ ธทิ เ่ี ปน็ ของตนใหค้ นื กลบั มาอกี กันอย่างแออัด ถ้าดมี าหนอ่ ยจะเปน็ บ้านเชา่ ท่ีอย่รู ่วมกัน ครงั้ นนั้ ฉดุ รง้ั ชวี ติ และความฝนั ของแตล่ ะคนไวท้ ง้ั หมด การคนื สทิ ธจิ งึ หลายคน เด็กหลายคนขาดเรียน บางคนหายไปเลย เหตุ เป็นความจ�ำเป็นที่รัฐไทยต้องรับผิดชอบต่อพวกเขา หากรัฐยังไม่เร่ง จากการยา้ ยงานของพอ่ แมท่ ไ่ี มเ่ ปน็ หลกั แหลง่ แนน่ อน ครู แก้ไขปญั หาเทา่ กบั ฉดุ รง้ั การพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ย์ของประเทศ ต่อ บอกวา่ สงิ่ ที่น่าเป็นห่วงคือเร่อื งสขุ ภาพ เพราะทอ่ี ยอู่ าศยั ไปในอนาคตเรือ่ งเหลา่ นจี้ ะเปน็ ผลเสยี มากกว่าผลดี การกินอยู่และสุขอนามัยไม่ค่อยดีนัก อย่างที่รู้กันว่า แรงงานที่ข้ามแดนมาส่วนใหญ่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ท่ีบอกเล่าสู่กันฟังเป็นเพียงส่วนน้อยนิดจากทั้งหมดท้ังมวลที่ ป้องกันโรค เด็กท่ีติดตามมาหรือคลอดในบ้านเรามีเพียง ไมร่ วู้ ่าต้องพบเจออะไรบ้าง บางส่วนเท่านั้นที่ได้รับวัคซีน ท�ำให้เป็นที่น่ากังวลว่าโรค วยั เยาวไ์ มไ่ ดอ้ ยกู่ บั เราตลอดกาล วนั หนงึ่ เราตอ้ งเตบิ โตขนึ้ เปน็ 14

วัยร่นุ เปน็ ผ้ใู หญ่ เปน็ คนทำ� งาน มคี รอบครวั ทต่ี อ้ งดแู ล กลาย น้องเหลืออยู่ไม่ก่ีคน เพื่อนฉันพยายามพาเขาไปท�ำบัตรจน เปน็ พ่อแม่ เปน็ ปยู่ ่าตายาย แตห่ ากเรามไิ ด้เปน็ ประชาชนของ สำ� เรจ็ ดว้ ยเร่ืองความเจบ็ ปว่ ยและสวัสดิการตา่ งๆทีเ่ ขาพึงได้ รัฐใด ไมไ่ ดเ้ ป็นคนของประเทศท่ีอาศยั อยู่ ประเทศท่ีเกดิ และ รบั แมเ้ ขาจะยงั แขง็ แรงดี ทง้ั ชวี ติ ทผี่ า่ นมาเจบ็ ปว่ ยแคเ่ พยี งเลก็ ประเทศที่บรรพบุรุษท้ิงลมหายใจสุดท้ายไว้ การเดินทางของ นอ้ ยกต็ าม ชวี ติ คนๆหนงึ่ จะเปน็ เรอื่ งยากลำ� บากสกั เพยี งใด เมอื่ หญงิ คนหนงึ่ ตัง้ ครรภ์ การฝากท้อง ตรวจสขุ ภาพ การคลอดบุตร เดก็ ต้อง หลังจากรู้จักเด็ก G ฉันคิดถึงเร่ืองน้ีบ่อยคร้ัง บ่าวเฒ่า ได้รับวัคซีนป้องกันโรค ต้องเข้าโรงเรียน ต้องกินอาหารกลาง ไมไ่ ดเ้ รยี นหนงั สอื ไมอ่ อกจากหมบู่ า้ น เขาอาจจะเคยนง่ั รถสอง วัน ต้องป่วยไข้ไม่สบาย จะได้เรียนต่อหรือไม่ จะท�ำงานอะไร แถวเข้าเมืองบ้างก็ได้ โลกภายนอกอยู่ในทีวี โลกภายในอยู่ใน จะเล้ียงดูครอบครัวอย่างไร เม่ือแก่เฒ่าเจ็บป่วยจะรักษา ทงุ่ นาปา่ เขา เขานึกคดิ อย่างไรเม่ือคนวัยเดยี วกนั ออกไปเผชิญ พยาบาลอย่างไร จวบจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตยังต้องกังวล โลก สิ่งใดที่เขากลัว ไม่กล้าเผชิญหน้า ความคิดความฝันของ ว่าลูกหลานจะยังเป็นคนไร้สถานะ ไร้สิทธิต่อไปอีกหรือไม่ วัย เขา ค�ำว่าเสียดายเคยผุดข้ึนมาในใจบ้างไหม แท้จริงแล้วเขา เยาวจ์ งึ ไมใ่ ชแ่ คค่ วามทรงจำ� ทส่ี ดใสงดงาม วยั เยาวม์ คี วามทกุ ข์ นึกคิดเช่นไร.... จู่ๆ ฉันก็นึกกลัวเม่ือคิดไปว่า ถ้าตอนน้ันทุก ยาก มีการเผชญิ หนา้ กบั ปญั หา วัยเยาวค์ อื รากฐานสำ� คัญท่จี ะ คนในหมู่บ้านไม่มีบัตรประชาชนกันหมด ทั้งโคตรเหง้าเหล่า บ่มเพาะและสร้างคนๆ หนึ่งให้แข็งแกร่ง เติบโตได้อย่างที่คิด ตระกูลของฉนั ตอนน้เี ราจะเป็นอย่างไร? ฝนั เปน็ ประชาชนท่ีมคี ุณภาพของประเทศนน้ั ๆ ถึงแม้วยั เยาว์ จะไมไ่ ดอ้ ยกู่ บั เราตลอดกาล แตส่ ทิ ธขิ องความเปน็ มนษุ ยจ์ ะตอ้ ง 15 อย่กู บั คนเราในทุกการณ์ ทกุ กาละของชวี ิต ....................................... ฉันเดินทางออกจากหมู่บ้านตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ฉันกลับ บา้ นอยเู่ สมอ กลับไปแต่ละคร้งั ก็แก่ลงเร่ือยๆ จะพดู ให้ดูดีอาจ เรยี กวา่ เปน็ ผใู้ หญข่ นึ้ กไ็ ด้ เพอ่ื นวยั เดก็ ของฉนั กก็ ลายเปน็ ผใู้ หญ่ เช่นกัน มีเด็กเล็กๆ เล่นกันใต้ถุนบ้านเหมือนพวกเราเม่ือคร้ัง อดีต ผู้เฒ่าผู้แก่ต่างล้มหายตายจากไปทีละคนสองคนอย่าง เงียบเชียบเหมือนใบไม้ร่วงหล่น แล้วผู้ชายคนหน่ึงที่ฉันลืม เลอื นไดก้ ลับมาอีกครั้ง ด้วยความพยายามของเพื่อนฉัน ผู้มีครอบครัวลูกเต้า แล้ว บ่าวเฒ่ามีบัตรประจ�ำตัวเม่ือวัยล่วงเลยมาค่อนชีวิต เป็น เรื่องท่ีฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลย ท�ำไมเขาไม่ท�ำตั้งแต่แรกเกิด? บา้ นนอกในอดตี บางคนไม่ได้แจง้ เกิด ไมเ่ ห็นความจำ� เป็น ไมร่ ู้ ข่าวสาร ไม่รู้หนงั สอื ยากจน อย่หู า่ งไกลจากอ�ำเภอ ฯลฯ ฉนั เองก็ไม่รู้ว่าเมื่อก่อนครั้งยังไม่มีไฟฟ้าใช้มีความยุ่งยากใด ที่ หมบู่ า้ นฉนั ผเู้ ฒา่ หลายคนนอ้ งมอี ายใุ นบตั รมากกวา่ พี่ เปน็ เรอ่ื ง ขบขันของคนแก่ทุกคร้ังที่ไปรับเบ้ียผู้สูงอายุ ตอนนี้บ่าวเฒ่า กลายเปน็ บา่ วเฒา่ ไปแลว้ จริงๆ พอ่ แม่คงจะไปเกดิ นานแล้ว พ่ี

เข้า ถึง ใจ เร่อื ง/ภาพ : สมุ ติ ร วอพะพอ เดก็ G ในวันน้ี คืออนาคตไทยในวนั หนา้ ในปี พ.ศ. 2562 ทผ่ี า่ นมานน้ั เปน็ โอกาสทเ่ี ปน็ การจดั เฉลมิ ฉลอง “30 ปี อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ ” อนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ ในฐานะทปี่ ระเทศไทยไดม้ พี นั ธะผกู พนั ระหวา่ งประเทศตามอนสุ ญั ญาวา่ ดว้ ยสทิ ธเิ ดก็ (Convention on the Rights of the Child (CRC)) ซ่ึงเปน็ สัญญาดา้ นสิทธิมนุษยชนระหวา่ งประเทศทไี่ ดร้ บั การรับรองจากทป่ี ระชมุ สมชั ชา สหประชาชาติ (United Nations General Assembly) ในปี 2532 และเปน็ อนสุ ญั ญาฯทไ่ี ดร้ บั ความเหน็ ชอบมากทส่ี ดุ ในโลก โดยเกอื บทกุ ประเทศ (196 ประเทศ) ประเทศไทยลงนามใหส้ ตั ยาบนั อนสุ ญั ญาฯ เมอ่ื วนั ท่ี 13 กมุ ภาพนั ธ์ พ.ศ. 2535 อนสุ ญั ญาฉบบั นมี้ หี ลกั การสำ� คญั คอื การไมเ่ ลอื กปฏบิ ตั ิ และเพอ่ื ประโยชนส์ งู สดุ ของเดก็ … ขอชนื่ ชมรฐั บาลประเทศไทย ไดเ้ ขา้ รว่ มปฏญิ ญาวา่ ดว้ ยการศกึ ษาเพอ่ื ปวงชน (Education for All หรอื EFA) ประเทศไทยจะตอ้ งจดั การศกึ ษาใหแ้ กป่ ระชาชน ทุกคนท่ีอยู่ในประเทศไทยอย่างท่ัวถึง รวมทั้งเด็กๆทุกคนอย่างเท่าเทียมและมีคุณภาพ อย่างน้อยให้เด็กๆได้เรียนจบในระดับ ประถมศกึ ษาและการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน ประเทศไทยไดม้ มี ตคิ ณะรฐั มนตรี 5 กรกฎาคม 2548 ไดเ้ หน็ ชอบ “แนวปฏบิ ตั กิ ารจดั การ ศึกษาแก่บุคคลท่ีไม่มีหลักฐานทะเบียนราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย” เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษาแก่บุคคลท่ีไม่มีหลักฐาน ทะเบียนราษฎรหรือไมม่ ีสญั ชาตไิ ทยที่เดิมเคยจำ� กัดไว้ให้บางกลุ่ม บางระดบั การศกึ ษา เป็นการเปดิ กวา้ งให้ทุกคนทอ่ี าศัยอย่ใู น ประเทศไทยสามารถเขา้ เรยี นไดโ้ ดยไมจ่ ำ� กดั ระดบั ประเภท หรอื พนื้ ทกี่ ารศกึ ษา ทง้ั การรบั เขา้ เรยี น ลงทะเบยี นนกั เรยี น นกั ศกึ ษา และการออกหลักฐานทางการศึกษา เม่ือส�ำเร็จการศึกษาแต่ละระดับ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้ขับเคล่ือนด�ำเนินงานตามมติ ดงั กลา่ วฯ อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง โดยออกระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ ารวา่ ดว้ ยหลกั ฐานในการรบั นกั เรยี นนกั ศกึ ษาเขา้ เรยี นในสถานศกึ ษา พ.ศ. 2548 จดั ทำ� คมู่ อื และแนวปฏบิ ตั สิ ำ� หรบั การจดั การศกึ ษาแกบ่ คุ คลทไ่ี มม่ หี ลกั ฐานทะเบยี นราษฎรหรอื ไมม่ สี ญั ชาตไิ ทย (ฉบบั ปรับปรงุ ใหม่ พ.ศ. 2560) และประกาศกระทรวงศึกษาธกิ าร เร่อื ง “การรบั นักเรยี น นกั ศึกษาทไ่ี ม่มหี ลกั ฐานทะเบียนราษฎร หรอื ไม่มสี ญั ชาติไทย” ลงวันท่ี 31 ตลุ าคม 2562 เพื่อใหเ้ จา้ หนา้ ทผ่ี ู้ปฏบิ ตั ิงาน และหนว่ ยงานทเี่ กีย่ วข้อง สามารถดำ� เนินการ 16

จัดการศึกษาใหแ้ ก่บุคคลทไี่ ม่มหี ลักฐานทะเบียนราษฎร หรือ กระทรวงศึกษา กระทรวงสาธารณสุข และกรมการปกครอง ไม่มีสัญชาติไทยได้อย่างเหมาะสม มีประสิทธิภาพ มีความ จดั ตง้ั คณะทำ� งานระดบั อำ� นวยการและระดบั ปฏบิ ตั กิ าร หรอื สมดลุ ทง้ั ดา้ นความมนั่ คงและสทิ ธมิ นษุ ยชน อกี ทง้ั ไดม้ กี ารดำ� เนนิ คณะท�ำงาน 3 ฝ่าย เพ่ือตรวจสอบสถานะของเด็ก และ การพัฒนาระบบก�ำหนดรหัสประจ�ำตัวผู้เรียนเพ่ือเข้ารับ กำ� หนดเลข 13 หลกั ให้แก่เดก็ นบั จากทีไ่ ดป้ ระกาศแนวทาง บริการการศึกษาส�ำหรับผู้ไม่มีหลักฐานทางทะเบียนราษฎร ในการแก้ไขปัญหา ณ วันน้ี จากขอ้ มลู ปีการศึกษา 2559 ได้ (ระบบ G) ซึ่งก�ำหนดรหัสประจ�ำตัวนักเรียนโดยขึ้นต้นด้วย มจี �ำนวนเด็กระบบ กลุ่ม G จ�ำนวน 92,749 คน ในปี พ.ศ. อักษร G “ทำ� ใหเ้ ดก็ ทเ่ี กดิ และอาศัยอยูใ่ นประเทศไทยทกุ คน 2562 สามารถแก้ไขปัญหาแก่เด็กนักเรียนร้อยละ 10.06% สามารถเข้าเรียนได้ แม้กระท่ังไม่มีเลข 13 หลัก หรือไม่มี หรือจำ� นวน 9,344 คน และจัดท�ำเลขประจำ� ตวั 13 หลักให้ เอกสารแสดงตัวตน” นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้มีมติเม่ือวัน กบั เดก็ แลว้ จำ� นวน 3,400 คน จากจำ� นวนเดก็ ทม่ี อี ยใู่ นระบบ ท่ี 20 เมษายน 2558 เกย่ี วกบั การแกไ้ ขสถานะบคุ คลกลมุ่ เดก็ การศึกษาที่เป็น “นักเรียน ระบบกลุ่ม G” ท�ำให้ต้องมีการ นักเรียนในสถานศึกษาให้มีเลข 13 หลัก เพื่อให้สามารถเข้า ทบทวนแนวทางการแก้ไขปัญหาเดิมที่ประกาศไปนั้นหากใช้ สิทธิขน้ั พนื้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ กระทรวงศึกษาไดผ้ ลกั ดันให้ แนวทางนีค้ งไมส่ ามารถแกไ้ ขปญั หาใหก้ ับเด็กนักเรียนกล่มุ นี้ เด็กนักเรียนที่มีเลขประจ�ำตัวข้ึนต้นด้วยตัวอักษร G ได้มี ได้ จึงได้มี “การทบทวนแนวทางการด�ำเนินการก�ำหนด สถานะทางทะเบียนราษฎร ก�ำหนดเลข 13 หลักให้กับเด็ก สถานะทางทะเบียนราษฎรและการออกเลขประจ�ำตัวเด็ก กลุ่ม G & P “ไม่ให้เป็นเด็กไร้รัฐ” ซึ่งได้แต่งต้ังคณะ นักเรยี นที่มีเลขประจำ� ตัวข้ึนตน้ ดว้ ยตัวอักษร G”(ลงวนั ท่ี 30 อนุกรรมการประสานงานและติดตามการด�ำเนินการก�ำหนด กันยายน 2562) ตามแนวทางใหม่นี้บทบาทส�ำคัญคือ สถานะบุคคลในสถานศึกษา และแต่งต้ังคณะท�ำงานแก้ไข กระทรวงศึกษา และกระทรวงมหาดไทย มีคณะท�ำงานจะ ปัญหาความซ้�ำซ้อนของนักเรียนท่ีไม่มีสถานะทางทะเบียน ท�ำงานภายใต้ฐานข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวง ราษฎรหรือไม่มีสัญชาติไทย เพื่อประสานงาน ส่งเสริม มหาดไทยได้รบั จากกระทรวงศึกษา แลว้ ตรวจสอบดวู า่ บญั ชี สนับสนุน และชว่ ยเหลือนกั เรียนกลุ่มดังกลา่ วฯ เพื่อให้เดก็ ได้ รายชื่อเด็กนักเรียนที่มีเลขประจ�ำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G) รบั สถานะทถ่ี กู ตอ้ ง และเหมาะสม พรอ้ มทงั้ แกไ้ ขปญั หาความ พบวา่ มเี ลข 13 หลกั แลว้ จำ� นวนกคี่ น ทไ่ี มพ่ บวา่ มเี ลข 13 หลกั ซ�้ำซ้อนของนักเรียน นักศึกษาท่ีไม่มีหลักฐานทางทะเบียน จำ� นวนกค่ี น ขอ้ มลู ตามบญั ชรี ายชอ่ื เดก็ นกั เรยี นทมี่ เี ลขประจำ� ราษฎร หรือไม่มีสัญชาติไทย และกระทรวงมหาดไทย ตัวข้ึนต้นด้วยตัวอักษร G ฐานข้อมูลตามมติคณะ กระทรวงมหาดไทยประกาศ “แนวทางการดำ� เนนิ การกำ� หนด รฐั มนตรี 20 เมษายน 2558 และใหก้ �ำหนดเลข 13 หลักให้ สถานะทางทะเบียนราษฎรและการออกเลขประจ�ำตัวเด็ก กบั เด็กติด G ทุกคน ทไี่ ม่สามารถกำ� หนดได้ หรือต้องเป็น G นักเรียนที่มีเลขประจ�ำตัวขึ้นต้นด้วยตัวอักษร G” ได้มีการ ตอ่ ไปคอื กลมุ่ เดก็ นกั เรยี นทม่ี าจากประเทศเพอ่ื นบา้ น เชา้ มา ประกาศแนวทางปฏิบัตมิ าแล้วจ�ำนวน 2 ฉบบั คือ ฉบบั ท่ี 1 เยน็ กลบั ไปประเทศเพอื่ นบา้ น แตเ่ มอื่ ไดก้ ำ� หนดเลข 13 หลกั ไดป้ ระกาศแนวทางฯลงวนั ท่ี 21 ธนั วาคม 2560 ฉบบั นถ้ี อื เปน็ ให้กับเด็กแล้ว กระทรวงศึกษาสามารถน�ำเอกสารทาง นโยบายที่จะเรง่ รดั เพื่อใหเ้ ดก็ ไรร้ ัฐ (เดก็ ระบบกลมุ่ G) ไดร้ ับ ทะเบยี นราษฎรน้ี เพอ่ื แกไ้ ขเลขประจำ� ตวั เดก็ นกั เรยี นไดต้ าม การก�ำหนดเลข 13 หลักโดยเร็ว เพ่ือให้เด็กนักเรียนกลุ่ม G ข้อเท็จจริงได้ ซึ่งประกาศฉบับน้ีได้ลดบทบาทของอ�ำนาจใน พ้นจากความไร้รัฐ และสามารถเข้าถึงกองทุนคืนสิทธิในการ การรับรองบุคคลไม่จ�ำเป็นต้องมี สาธารณสุขอ�ำเภอ หรือ รกั ษาพยาบาลไดอ้ กี แตค่ วามพยามยามในการแกไ้ ขปญั หาให้ รพสต. รวมทั้งผใู้ หญ่บ้าน ลงนามรบั รองบคุ คล คาดว่านา่ จะ กับเด็กดังกล่าว ซ่ึงต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลายฝ่ายเช่น ท�ำให้การด�ำเนินการแก้ไขปญั หาเป็นไปอยา่ งรวดเรว็ ข้นึ 17

ทม่ี ปี ญั หานนั้ ไมไ่ ดน้ อ้ ยลงเลย เกดิ ผลกระทบตอ่ ตวั เดก็ มากมาย เชน่ ในการเดนิ ทาง การรักษาสขุ ภาพ ฯลฯ ซ่งึ เปน็ เรือ่ งสำ� คัญ ตอ่ ตวั เดก็ มาก ในชว่ งวนั ท่ี 18 – 20 มนี าคม 2563 จะมกี ารจดั เวทใี น ระดับพ้ืนท่ีจังหวัดเชียงราย และจังหวัดเชียงใหม่ และเวที เสวนาการสื่อสารสาธารณะ เพ่ือศึกษาแลกเปล่ียน สะท้อน ปัญหา นโยบาย “กองทุนคืนสิทธิ” ประเด็นส�ำคัญคือเม่ือมี นโยบายแลว้ การนำ� นโยบายลงสภู่ าคปฏบิ ตั นิ น้ั ทำ� ไมการแกไ้ ข ปัญหาไม่มีความคืบหน้า โดยมีคณะท�ำงานระดับนโยบายลง พื้นท่ีศึกษารับทราบปัญหาในพื้นท่ี จังหวัดเชียงราย จังหวัด เชียงใหม่ รับทราบปัญหาของหน่วยบริการเช่นโรงพยาบาล แมส่ าย และระบบการคดั กรองและการกำ� หนดเลข 13 หลกั ให้ กับเด็กนักเรียนกลุ่ม G ส�ำนักทะเบียนอ�ำเภอฝาง ร่วมมือกับ สถานศึกษาเพ่ือถอดบทเรียนการท�ำงาน การแก้ไขปัญหาให้ เดก็ นกั เรยี น (ระบบกลมุ่ G) จะตอ้ งได้ รบั การบนั ทกึ ชอ่ื ในระบบ การทะเบยี นราษฎร และมเี ลขประจำ� ตวั 13 หลกั การคดั กรอง รายช่ือเด็ก การก�ำหนดเลขประจ�ำตัวเด็ก เพ่ือขจัดความไร้รัฐ สถติ ขิ ้อมลู ในประจ�ำปีการศกึ ษา 2561 พบว่าเด็กรหสั ให้กับเด็ก เด็กๆจะไม่ถูกเรียกว่าเด็กไร้รัฐอีกต่อไป เม่ือเด็ก G ท่ีเรียนอยู่ในระบบการศึกษา มีจ�ำนวน 73,647 คน สังกัด นักเรียนที่ได้รบั การก�ำหนดเลข 13 หลักแล้ว จะตอ้ งเสนอต่อ กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจำ� นวน 73,237 คน สงั กดั อนื่ จำ� นวน410 คณะรัฐมนตรี เพ่ือพิจารณาให้สิทธิด้านสุขภาพ (กองทุนคืน คน (สังกัดกระทรวงศึกษา) ประกอบด้วย ส�ำนักงานคณะ สิทธ)ิ สิทธขิ นั้ พ้ืนฐานดา้ นสาธารณสุข ให้กบั คนซึง่ ไม่มสี ัญชาติ กรรมการการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน จ�ำนวน 67,217คน ส�ำนักงาน ไทยอยู่ระหว่างด�ำเนนิ การพิสูจนส์ ญั ชาติ (เดก็ นักเรียนกล่มุ G) คณะการมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน จ�ำนวน 4,953 คน ตามมติคณะรัฐมนตรี เม่ือวันท่ี 20 เมษายน 2558 คือความ สำ� นักงานคณะกรรมการ การอาชีวศกึ ษา จ�ำนวน 1,053 คน หวงั ข้ันสูงสุด…ให้กับเดก็ ๆ และสำ� นกั งานสง่ เสรมิ การศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม ตัวอย่างการแก้ไขปัญหาท่ีเป็นรูปธรรมชัดเจนและ อธั ยาศัย จ�ำนวน 14 คน ในปัจจุบนั ปีการศกึ ษา 2562 ฐาน สามารถแกไ้ ขปญั หาได้ เชน่ การดำ� เนนิ งานของ “สำ� นกั ทะเบยี น ขอ้ มลู จากสำ� นกั ทะเบยี นกลาง รายงาน วา่ มี “จำ� นวน 73,647 อ�ำเภอฝาง” จังหวัดเชียงใหม่ เริ่มด�ำเนินการ เมื่อเดือน คน ทว่ั ประเทศ” จงั หวดั เชยี งใหม่ มเี ดก็ นกั เรยี นทม่ี ปี ญั หามาก กรกฎาคม 2560 – ปจั จบุ นั ยงั คงดำ� เนนิ การแก้ไขปญั หาอยู่ ณ ทสี่ ดุ ของประเทศไทย จำ� นวน15,866 คน อำ� เภอทมี่ ปี ญั หาเดก็ ปัจจุบันอ�ำเภอฝางได้บูรณาการท�ำงานด้วยกันระหว่างองค์กร นักเรียนกลุ่ม G มากทีส่ ดุ คอื อำ� เภอฝาง จำ� นวน 3,096คน ใน พฒั นาเอกชนคอื องคก์ ารแพลนอนิ เตอรเ์ นชนั่ แนล ประเทศไทย ปีการศกึ ษา 2559 และในปีการศกึ ษา 2561 มีจ�ำนวน 2,770 มูลนิธินานาเผ่าไร้พรมแดน ร่วมกับส�ำนักทะเบียนอ�ำเภอฝาง คน นับว่าเป็นอันดบั 1 ของประเทศไทย รองลงมาคอื จังหวดั ได้ท�ำ MOU ร่วมกันในการแกไ้ ขปัญหา โดย เรมิ่ ต้ังแตก่ ารแต่ง เชียงราย จำ� นวน 9,192 คน จะเห็นไดว้ ่าจำ� นวนเดก็ นักเรยี น ตง้ั คณะทำ� งานสามฝา่ ย ประกอบดว้ ย ฝา่ ยปกครอง นายอำ� เภอ 18

เป็นประธาน และปลัดอ�ำเภอ ฝ่ายการศึกษา ผู้อ�ำนวยการ นโยบายและลงมือท�ำงานอย่างจริงจัง ส่วน“ปัญหาที่พบ” สถานศึกษา ที่มีนักเรียนกลุ่ม G สาธารณสุข (สาธารณสุข ในการนำ� นโยบายลงสกู่ ารปฏบิ ตั ิ คอื ความไมเ่ ขา้ ใจแนวทางหนงั สอื อำ� เภอ “ผอ. รพสต.”) ในพน้ื ทท่ี มี่ เี ดก็ นกั เรยี น และ ภาคประชา ส่ังการ ความไม่ชัดเจนของหนังสือส่ังการ เช่น กรณีเด็กย้าย สังคม องคก์ ารแพลนฯ มูลนิธินานาเผ่าไร้พรมแดน โดยได้จดั โรงเรยี น แตช่ อื่ เด็กมีชอ่ื อยู่ในโรงเรยี นเดมิ การรบั รองสถานะ ท�ำแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาท้ังอ�ำเภอ ระดมทุนจากองค์กร ของเด็ก เช่น (รพสต., ผู้ใหญ่บ้าน) ที่ไม่รู้จักตัวเด็กจึงไม่กล้า ภาคี และระดมทรัพยากรบุคคลเพื่อด�ำเนินการตามแผน จัด รับรอง จ�ำนวนเจ้าหน้าที่ฝ่ายทะเบียนมีน้อย งานปัจจุบันมี อบรมให้ความรู้ท�ำความเข้าใจระบบ แนวทางหนังสือส่ังการ เยอะมากพอแลว้ มีปัญหาเรือ่ งงบประมาณ คา่ เอกสาร คา่ เดนิ ให้กับครูฝ่ายทะเบียน และด�ำเนินการขั้นตอนในการบันทึก ทางในการท�ำงานและการประสานงาน ขาดคนที่รับผิดชอบ ขอ้ มลู นกั เรยี นลงในระบบ มกี ารประชมุ พจิ ารณาสถานะบคุ คล เฉพาะและระบบการบันทึกรายการบุคคลของเด็ก และ โดยคณะท�ำงานสามฝ่าย ระดับอ�ำเภอ เพ่ือเห็นชอบแนวทาง นโยบายระดับอ�ำเภอ ทัศนคตินายอ�ำเภอ ปลัดอ�ำเภอ ไม่ให้ ในการก�ำหนดสถานะบุคคลของเด็กรายบุคคล ซ่ึงผลจากการ ความส�ำคัญในการเรื่องการแก้ไขปัญหาเด็ก เน้นการแก้ไข ดำ� เนนิ ภายในระยะทผ่ี ่านมาน้นั สามารถกำ� หนดเลข 13 หลัก ปัญหายาเสพติดและการพัฒนาชุมชนมากกว่าที่จะให้ความ ให้กบั เดก็ นกั เรียนจำ� นวน “ประมาณ 1,500 คน จากจ�ำนวน ส�ำคัญแก่เด็ก จึงเป็นเหตุผลส�ำคัญท่ีไม่มีตัวเลขรายงานความ 3,096 คน” นับว่าเป็นอ�ำเภอน�ำร่องในการแก้ไขปัญหาการ สำ� เร็จในการแกไ้ ขปญั หากลมุ่ เดก็ G ของแต่ละอำ� เภอ ปญั หา กำ� หนดสถานะบคุ คลให้แก่กลุ่มนักเรยี น กลุ่ม G มากที่สุด ณ ดา้ นการสอ่ื สาร หนงั สอื สง่ั การของกรมการปกครอง และหนงั สอื เวลาน้ี นอกน้ันทเ่ี ปน็ ความรว่ มมือแบบนีอ้ กี ทีห่ นง่ึ คอื “ส�ำนัก เวียนของกระทรวงศึกษาแจ้งแนวทางการแก้ไขปัญหาอ้างอิง ทะเบียนเทศบาลต�ำบลเมืองนะ” อ�ำเภอเชียงดาว จังหวัด จากแนวทางของกรมการปกครองลงวันที่ 30 กันยายน 2562 เชยี งใหม่ ไดม้ คี วามรว่ มมอื ในการ แก้ไขปัญหาเช่นเดียวกัน จาก จำ� นวนเดก็ นกั เรยี นกลมุ่ G ท่อี ยู่ ในเขตเทศบาลต�ำบลเมืองนะ “จ�ำนวน 964 คน” การด�ำเนิน งานได้มีการตั้งคณะท�ำงานสาม ฝ่ายร่วมกันแกไ้ ขปัญหา มี MOU ร่วมกับองค์การแพลน อินเตอร์ เนชั่นแนล ประเทศไทย มีแผน งานด�ำเนินงาน มีการประชุม คณะท�ำงาน การอบรมให้ความรู้ แนวทางการแก้ไขปัญหาชัดเจน สามารถก�ำหนดเลข 13 หลักให้ แก่เด็กนักเรียน “จ�ำนวน 562 คน” ความส�ำเร็จในการแก้ไข ปญั หาจำ� เปน็ ตอ้ งมเี ปา้ หมายและ 19

พบว่าในระดับพ้ืนท่ี ไม่ทราบนโยบาย บางพ้ืนที่ไม่เคยเห็น ขายบัตรประกันสุขภาพในราคาถูกให้แก่เด็กนักเรียน กลุ่ม G หนังสือสง่ั การด้วยซำ�๊ หรอื บางพน้ื ที่ไมร่ จู้ ะเรมิ่ ตน้ อยา่ งไร? ผล ทไี่ มเ่ ขา้ หลกั เกณฑไ์ ดร้ บั สทิ ธิ (คนื สทิ ธ)ิ และกลมุ่ บคุ คลตา่ งดา้ ว คอื ไมม่ กี ารดำ� เนนิ การใดๆ ในการแกไ้ ขปญั หาใหก้ บั เดก็ กลมุ่ G อื่นๆ เพ่ือให้เข้าถึงสิทธิข้ันพื้นฐานด้านสาธารณสุขถ้วนหน้า เดก็ ๆ จงึ ไม่ไดร้ ับการก�ำหนดเลข 13 หลัก เกิดความล่าช้า จน และยังเป็นการป้องกัน ควบคุมโรคระบาด และแก้ไขปัญหา ส่งผลกระทบต่อเดก็ คือ “ตกอยูใ่ นสถานะเป็นเดก็ ไร้รฐั ไรส้ ิทธิ หรอื แบง่ เบาภาระหนศี้ นู ยใ์ ห้แก่หน่วยบรกิ าร ดา้ นสขุ ภาพ” สิง่ ทสี่ �ำคัญคือเดก็ กลุม่ G เมอื่ ไดร้ ับการก�ำหนด “เด็กกลุ่ม G ในวันนี้ คอื อนาคตของประเทศไทย” ข้อ เลข 13 หลักตามสทิ ธิตาม “มาตรา 38 วรรคสองแห่งพระราช เท็จจริงเมื่อรัฐบาลประเทศไทยลงทุนด้านการศึกษา เด็กกลุ่ม บญั ญตั กิ ารทะเบยี นราษฎร พ.ศ.2534 แก้ไขเพิ่มเตมิ (ฉบบั ท่ี นี้ เมอื่ เดก็ เรียนสงู ขน้ึ เติบโตขน้ึ เด็กกลุ่มน้ีจะเปน็ กำ� ลงั ในการ 2) พ.ศ.2551” ดงั ตวั อย่าง (0 xxxx 0xxxx xx x) ซึ่งสถานะ พฒั นาประเทศไทยในอนาคต เดก็ สามารถเขา้ สู่ระบบแรงงาน ของเด็กน้ันจัดอยู่ในกลุ่ม “บัตรประจ�ำตัวบุคคลท่ีไม่มีสถานะ ที่มีฝีมือ ในขณะที่ประเทศไทยประสบปัญหาความต้องการ ทางทะเบียน”(คนไร้สัญชาติ) นอกจากเกิดปัญหาความล่าช้า แรงงาน เดก็ กลมุ่ นไ้ี ดอ้ าศยั อยใู่ นประเทศไทย ไดม้ คี วามสมั พนั ธ์ แลว้ ในการกำ� หนด 13 หลกั และเมอ่ื ไดถ้ อื บตั รดงั กลา่ วแลว้ จะ ที่ดีกับวิถีชวี ติ วัฒนธรรม ประเพณี ของสังคมไทยหรอื บางคน สทิ ธิในการเข้าถึง “กองทนุ คืนสิทธิ” หรือไม่ หรอื จะตอ้ งเสนอ ก็คือบุตรของคนไทย จึงพดู ไดเ้ ลยวา่ “เด็ก G วนั นีค้ อื อนาคต ตอ่ คณะรฐั มนตรอี กี เพอื่ ใหค้ ณะรฐั มนตรอี นมุ ตั ิ ผเู้ ขยี นจงึ มขี อ้ ของประเทศไทย” เสนอดงั น้ี ดงั นนั้ เมอ่ื มนี โยบายแลว้ สงิ่ สำ� คญั คอื การดำ� เนนิ งาน ทกุ 1. ขอใหก้ ระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษา ก�ำหนด หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องต้องปฏิบัติอย่างจริงจัง เด็กนักเรียนควร เป็นนโยบายในเร่งด่วน เพ่ือเร่งรัดการก�ำหนดสถานะบุคคล จะได้รับโอกาส และคืนความสุขโดย “ไม่ท้ิงเด็กไว้ข้างหลัง” (ก�ำหนดเลข 13 หลัก) แก่ “นักเรียนท่ีมีเลขประจ�ำตัวข้ึนต้น นกั เรยี นจะไดไ้ มต่ อ้ งหวาดกลวั ไดร้ บั การสง่ เสรมิ ดา้ นการศกึ ษา ด้วยตัวอักษร G & P” รวมถึงศูนย์การเรียนอ่ืนๆ ท่ีได้ข้ึน และการดูแลสุขภาพควบคู่กัน ถึงเวลาท่ีทุกหน่วยงานทุก ทะเบียนต่อกระทรวงศึกษา ท่ีมีเด็กนักเรียนเข้ารับการศึกษา กระทรวงต้องให้ความส�ำคัญและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทั้ง และเป็นกล่มุ ท่ีมีปญั หาสถานะทางทะเบียนราษฎร ระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการ ปฏิบัติแนวทางเดียวกัน 2. เพอื่ ใหส้ ทิ ธขิ นั้ พน้ื ฐานดา้ นสาธารณสขุ ตามทก่ี ำ� หนด จดั สรรงบประมาณ จดั สรรทรพั ยากรบคุ คล เพอื่ ใหเ้ กดิ การขบั ไวใ้ นระบบหลกั ประกนั สขุ ภาพแหง่ ชาติ ครอบคลมุ สทิ ธใิ นการ เคลือ่ นนโยบายการแก้ไขปญั หาเด็กนกั เรียน “พน้ จากความไร้ ส่งเสริมสุขภาพ การรักษาพยาบาล การฟื้นฟูและควบคุม รฐั ” อยา่ งสน้ิ เชงิ เสยี ที เพอ่ื เปน็ ของขวญั ในการเฉลมิ ฉลอง “30 ปอ้ งกนั โรค กบั กลมุ่ บคุ คลทมี่ ปี ญั หาสถานะบคุ คลและสทิ ธิ ตาม ปี อนสุ ัญญาวา่ ด้วยสทิ ธิเด็ก” 10 ปี มติคณะรฐั มนตรีท่มี นี โย มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันท่ี 20 เมษายน 2558 เห็นควรเร่ง บายในดา้ นการดแู ลรกั ษาสขุ ภาพแกเ่ ดก็ 5 ปแี หง่ การมนี โยบาย ดำ� เนนิ การใหส้ ทิ ธิ (คนื สทิ ธ)ิ ขนั้ พนื้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ แกเ่ ดก็ กำ� หนดสถานะบคุ คลแกเ่ ดก็ กลมุ่ G ทกุ หนว่ ยงานควรไดป้ ฏบิ ตั ิ นกั เรยี นทม่ี เี ลขประจ�ำตัวขน้ึ ตน้ ดว้ ยตัวอกั ษร G ที่ผา่ นการคัด ตามนโยบายและระเบียบที่ประกาศใช้ เพื่อแนวทางในการ กรองข้อมูลความซ�๊ำซ้อนจากกระทรวงศึกษาและกระทรวง แก้ไขปญั หาใหก้ ับเดก็ ๆ และเยาวชนท่ีก�ำลังศกึ ษาอยเู่ หมือนๆ มหาดไทย ไมต่ ้องรอผ่านกระบวนการก�ำหนดเลข 13 หลกั ให้ กนั เพราะนน่ั คอื เดก็ คนหนง่ึ ทตี่ อ้ งไดร้ บั การดแู ลเหมอื นกบั เดก็ กลมุ่ นี้สามารถเขา้ ถงึ สทิ ธใิ น “กองทนุ คนื สทิ ธิ” ไดเ้ ลย คนอ่นื ๆ เชน่ กัน 3. กลมุ่ เดก็ นกั เรยี นกลุ่มท่ีไม่ผ่านกระบวนการคัดกรอง หรอื ไมพ่ บรายชอื่ อยู่ในกลมุ่ G นั้น ขอใหก้ ระทรวงสาธารณสุข 20

บนั ทึกเรือ่ ง ยาใจคนชายขอบ เด็กตัว G ทีอ่ มุ้ ผาง เรือ่ ง/ภาพ : จันทราภา จินดาทอง ในฐานะนักสังคมสงเคราะห์ ฝ่ายประกันสุขภาพ โรง พยาบาลอุ้มผาง ท่ีได้รับมอบหมายให้ดูแลข้อมูลเด็กตัว G (เด็ก นักเรียนท่ีไม่มีเลขประจ�ำตัว 13 หลักและเข้าศึกษาในโรงเรียน) ของโรงเรยี นประถมและมธั ยมศกึ ษา จำ� นวน 13 แหง่ เพอ่ื ผลกั ดนั เขา้ สู่ระบบหลกั ประกันสขุ ภาพ กระทรวงสาธารณสุข รายชอื่ นกั เรยี นจำ� นวน 1,227 คน ถกู สง่ มาเพอื่ ตรวจสอบ หลังพลิกดูผ่านๆ รู้สึกเอะใจว่าท�ำไมเด็กบางคนมีนามสกุลคุ้นๆ มาสะดุดตรงเด็กหญิงคนหน่ึงท่ีนามสกุลของเธอเหมือนบุคลากร คนหน่ึงของโรงพยาบาลอ้มุ ผาง แล้วเธอกค็ อื บตุ รสาวของคนใน โรงพยาบาลจรงิ ๆ ดว้ ย เดก็ หญงิ คนนเ้ี ปน็ บคุ คลสญั ชาตไิ ทย บดิ า และมารดาเป็นบุคคลสัญชาติไทย ท�ำไมเธอจึงกลายเป็นเด็กติด สถานะทางทะเบียนเรียบร้อยแล้ว บางคนส่งเอกสารมา บางคนยัง G พอสอบถามคณุ พอ่ ของเธอจงึ ไดท้ ราบวา่ โรงเรยี นทชี่ อื่ ของเธอ ไมส่ ง่ กลมุ่ ท่ี 4 เปน็ กลมุ่ เดก็ ทเี่ รยี นจบ ยา้ ยโรงเรยี น และไมม่ ชี อ่ื ตาม เป็นนักเรียนตัว G เป็นโรงเรียนที่เธอเข้าเรียนในระดับอนุบาล ตารางทก่ี ระทรวงสาธารณสขุ ส่งมา และยังไม่ทันจะน�ำเอกสารยืนยันความเป็นบุคคลสัญชาติไทยไป มอบให้กับคณุ ครู เธอก็ยา้ ยโรงเรยี น แตช่ ือ่ ของเธอกย็ ังคา้ งอยทู่ ่ี ขอ้ เสนอแนะเพ่อื ดแู ลสถานะและสิทธิของเด็กนกั เรยี นตวั G โรงเรียนเดิม ประการทหี่ นงึ่ ตรวจสอบความชดั เจนของกลมุ่ นกั เรยี นตวั G ทง้ั หมด ทุกโรงเรียน ประการท่ีสอง ในส่วนของเด็กท่ีเป็นตัว G แท้ ต้องให้ หลงั ทราบขอ้ มลู ของเดก็ หญงิ ทำ� ใหผ้ เู้ ขยี นเรม่ิ มองหาเดก็ ส�ำนักทะเบียนอ�ำเภอหรือท้องถ่ิน ด�ำเนินการส�ำรวจและบันทึกช่ือ ที่ระบุว่ามีนามสกุล และเช็คกับระบบทะเบียนผู้ป่วยของโรง เพอ่ื ขจดั ความไรร้ ฐั และมชี อื่ ในทะเบยี นประวตั บิ คุ คลไมม่ สี ถานะทาง พยาบาลอุม้ ผาง (Hospital OS) จึงไดท้ ราบวา่ เดก็ ท่มี นี ามสกลุ ทะเบียน ทร.38 ก (บัตรเลข 0) ประการท่ีสาม ประสานกับหน่วย ทุกคนมีเลขประจำ� ตวั 13 หลกั และเป็นบคุ คลสัญชาตไิ ทย เมอ่ื งานทดี่ แู ลเรอื่ งการศกึ ษาทง้ั หมด เชน่ ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและ ตรวจสอบเบ้อื งต้นเรยี บรอ้ ย ได้จัดส่งรายชื่อเด็กตัว G ของแตล่ ะ การศกึ ษาตามอัธยาศัย ศนู ยเ์ ด็กเลก็ /เตรยี มอนุบาล โรงเรยี นตำ� รวจ โรงเรียนใหค้ ณุ ครทู ่ีรับผดิ ชอบตรวจสอบใน 3 ขอ้ คือ 1.เป็นเด็ก ตระเวนชายแดน เป็นต้น เพราะยังมีเด็กจ�ำนวนมากท่ีอยู่ในระบบ ท่ีมีที่อยู่อาศัยถาวรในประเทศไทยหรือไม่ 2.เป็นบุคคลที่ไม่มี การศึกษาของหน่วยงานดังกล่าว เพ่ือให้ส�ำรวจและขจัดความไร้รัฐ สัญชาติ ไมม่ ีประเทศตน้ ทางหรือไม่ และ 3.เปน็ บคุ คลที่ไม่มีเลข ของเดก็ ในความดูแลของตน ประจ�ำตวั 13 หลักหรือไม่ ทั้งนี้ในส่วนของโรงพยาบาลอุ้มผางเอง ก็มีการด�ำเนินงาน จากการส่งข้อมูลกลับมาของคุณครู พบว่า ในกลุ่มของ ป้องกันความไร้รัฐของเด็กต้ังแต่แรกคลอด โดยกรณีที่เด็กซึ่งบิดา เดก็ ตวั G ทก่ี ระทรวงสาธารณสุขส่งมาให้ตรวจสอบมีสถานภาพ มารดาไมม่ เี อกสารแสดงตนใด ๆ จะมกี ารมอบหมายใหเ้ จา้ หนา้ ทท่ี ำ� ทีห่ ลากหลายพอสมควร กลมุ่ แรก เป็นเดก็ ตวั G แท้ มคี ุณสมบตั ิ หน้าที่แจ้งเกิดเพื่อให้เด็กมีสูติบัตรแสดงตนและใช้ย่ืนตอนเข้า ครบท้ังสามประการ แต่มีบางคนท่ีโรงเรียนไม่แน่ใจว่าเด็กมีเลข โรงเรยี น หากการตดิ เขตปลอดเดก็ ไรร้ ฐั ในโรงพยาบาลสามารถขยาย ประจ�ำตัว 13 หลัก เพราะบางคนมีบิดามารดาเป็นบุคคลไม่มี ออกไปทั่วทุกพื้นที่ ในอนาคตเด็กทุกคนก็จะมีเลขประจ�ำตัว สถานะทางทะเบียน กลุ่มท่ี 2 เป็นบุคคลสัญชาติไทยดังท่ีกล่าว ประชาชนเพอ่ื ยนื ยนั ตวั ตน และเรอ่ื งราวของเดก็ ตวั G ในสถานศกึ ษา มาแล้ว กลุ่มท่ี3 ได้รับการส�ำรวจตามแบบ 89 เป็นบุคคลไม่มี คงจะหมดไปอย่างแนน่ อน 21

ชวนอา่ น ชวนดู Belove บเี ลิฟด์ 22 ผู้เขียน โทนี มอรสิ ัน (Toni Morrison) เขยี นเมือ่ 1987 ได้รบั รางวัลพลู เิ ซอร์ 1988 ไดร้ บั รางวัลโนเบล 2020 ผู้แปล รงั สมิ า ตันสกลุ พิมพค์ รัง้ ท่ี 1/2563 สำ�นักพมิ พ์ไลบราร่ี เฮา้ ส์ อา่ นหนงั สอื เลม่ นเ้ี ปน็ เลม่ แรกของปี อา่ นจบแลว้ คดิ เลยวา่ อยากให้ ทกุ คนไดอ้ า่ น ผลงานของนกั เขยี นแอฟรกิ นั อเมรกิ นั คนน้ี เรอ่ื งราวของอดตี ทาสครอบครัวหนึ่งที่อาศัยอยู่ในบ้านเลขท่ี 124 เมื่ออดีตท่ีเลวร้ายเดิน ทางกลบั มาสพู่ วกเขาดว้ ยรปู ลกั ษณข์ องเดก็ สาวลกึ ลบั ทอ่ี ยๆู่ กป็ รากฏตวั ขนึ้ เธอคือ บเี ลฟิ ด์ ความทรงจำ�ทีเ่ จบ็ ปวดของชวี ิตทาสจึงกลับมาเฆน่ ตี แผน่ หลงั ของหญงิ ผเู้ ปน็ แมอ่ ยา่ งไมย่ ง้ั มอื อกี ครง้ั ผอู้ า่ นจะรสู้ กึ เหมอื นเดนิ เขา้ ไปในโลกท่ีประหลาด ผิดท่ผี ดิ ทาง แตค่ ลา้ ยคุ้นในความรู้สกึ และหลอก หลอนเราอยู่ โลกสจั นยิ มกบั โลกเหนอื ธรรมชาตถิ กู รวมเขา้ ดว้ ยกนั จนสนทิ แนบแนน่ นักเขียนไม่สนใจไยดี ไมเ่ มตตาปราณผี ู้อา่ นแม้แตน่ ้อย Belove เปน็ หนงั สอื ทนี่ า่ จดจำ� แตห่ ลายคนไมอ่ ยากอา่ นซำ�้ กอ่ นเปดิ ประตบู า้ น 124 นักเขียนได้กล่าวคำ�อุทิศไว้ว่า “แด่ ชีวิตที่ไม่เคยเป็นชีวิต” เปิดประตูเข้าไป ได้เลยนะคะ ไมต่ ้องเคาะ The Legend of 1900 ผู้กำ�กับ Giuseppe Tornatore ป ี 1998 (อติ าล)ี ฉายทไ่ี ทย 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2000 จาก Novecento เขียนโดย Alessandro Baricco ความยาว 123 นาที หนังข้ึนหงิ้ ในตำ�นานอกี เรือ่ งหน่ึง เรอ่ื งราวของชายชือ่ 1900 มนั น่า ประหลาดใชไ่ หมทเี่ ขามชี อื่ เชน่ น้ี 1900 เกิดและใชช้ วี ติ อยใู่ นเรอื สำ�ราญชอ่ื virginia โดยไมเ่ คยยา่ งเทา้ ลงสผู่ นื แผน่ ดนิ แมส้ กั ครง้ั เรอื เปน็ ทง้ั ชวี ติ และ บา้ น เขาเป็นนกั เปยี โนประจำ�เรือ ฝีมือการเล่นเปียโนของเขาเป็นทเี่ ลือ่ งลอื ทวั่ ทงั้ แผน่ ดนิ จนนกั ดนตรแี จส๊ ระดบั โลกตอ้ งมาทา้ ดวลกบั เขา แตแ่ ลว้ วนั หนง่ึ 1900 ตอ้ งเลอื ก ตอ้ งตดั สนิ ใจวา่ เขาจะมชี วี ติ ตอ่ ไปอยา่ งไร คำ�ตอบ น้นั ยากลึกสุดหยงั่ ถ้าใครชอบดนตรี ขอบอกว่าฉากดวลเปียโนเรื่องนี้สนุกมาก เพลง เพราะทุกเพลง หนังมีท้ังสนุก เครียด เหงา ลุ้นไปกับตัวละคร ผู้ชมต่าง ซาบซึ้งตรึงใจกับหนังเรื่องนี้ ยกให้เป็นหนังคลาสสิคท่ีควรค่าน่าจดจำ�กัน เลยทเี ดียว และที่นา่ ท่ึงไปกว่านัน้ คือหนงั ทีเ่ คยฉายตั้งแต่ 21 ปีทแี่ ล้ว ได้ ผ่านกระบวนการบูรณะฟื้นฟูให้กลายเป็นภาพยนตร์ 4K แล้วในปีนี้น่ีเอง ถ้าใครเคยดู Cinema paradiso แล้วชอบผลงานของผกู้ ำ�กับคนน้ี น่ี เปน็ อกี เร่อื งหนึง่ ทค่ี ณุ ต้องดู

ทางทเี่ ปลีย่ น วิถที ่เี ป็น เร่อื ง/ภาพ : อัสรี มาหะมะ สถานเลา่ เรยี นศาสนา การสร้างจินตนาการทางสังคม และอตั ลกั ษณ์ต่อเด็กๆ มสุ ลิมพมา่ ภาพเดก็ ๆ มสุ ลมิ พม่าอายุ 6-10 ขวบทัง้ หญงิ ชายถือกระเปา๋ หนังสอื เดนิ ผา่ นรา้ นนำ้� ชามุ่งหน้าสู่มัสยิดชา้ งคลานใน ทกุ ๆ วนั ประมาณ 6 โมงเยน็ เด็กๆ เหล่าน้ีตา่ งแต่งกายด้วยชดุ วัฒนธรรมของตนเอง ใส่หมวกครอบหวั ผ้หู ญงิ จะคลุม ผ้าฮีญาบ เป็นการแสดงออกถึงอัตลักษณ์มุสลิม เม่ือถามว่าเด็กๆ มาเรียนอะไร คำ�ตอบท่ีได้คือ “เรียนท่องคัมภีร์ อลั กรุ อา่ น” ดว้ ยใบหน้าทเี่ บกิ บานของเด็กๆ จากจุดน้ที ำ�ให้ผู้เขียนครุ่นคดิ ตอ่ วา่ แลว้ เด็กๆ ลูกหลานของชาวมุสลิมพมา่ ได้ รบั การศกึ ษาในมติ ิอ่ืนๆ อีกไหม? อย่างไรบา้ ง? จากปรากฏการณ์และคำ� ถามข้างตน้ จึงเปน็ เรดารใ์ ห้ผเู้ ขยี นต้องนำ� สายตาเขา้ ไปสำ� รวจและสังเกตเดก็ ๆ มสุ ลิมพม่ามาก ขน้ึ จึงพบว่า บรเิ วณชุมชนช้างคลาน เชยี งใหม่ มหี อ้ งเช่าในซอกซอยเลก็ ๆ ทีถ่ กู แปลงเป็นโรงเรยี นสอนเดก็ ๆ มสุ ลิมพมา่ จึงมี ค�ำถามวา่ ท�ำไมถึงตอ้ งมีโรงเรยี นสำ� หรับเดก็ ๆ ลกู หลานมสุ ลมิ พมา่ ? เกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร? ภายใตบ้ รบิ ทใด? ในโรงเรียนเลก็ ๆ แห่ง นี้ มใี คร? มีการเรยี นการสอนอย่างไร? เพอ่ื อะไรถงึ จำ� เป็นตอ้ งมีดว้ ย? ฉะนน้ั ในบทความสน้ั ๆ ชน้ิ นเี้ ปน็ การนำ� เสนอภาพใหเ้ ราเหน็ ถงึ ทมี่ าของการจดั ทำ� โรงเรยี น เปา้ หมาย และจดุ รว่ มของพอ่ แม่ชาวมุสลมิ พม่าทีม่ ุ่งมนั่ ให้ลกู หลานตนเองได้เรียนรูว้ ิถปี ฏบิ ัตทิ างศาสนา 23

เด็กๆ มสุ ลมิ พม่า คือใคร มาจากไหน เดิมทีบริเวณช้างคลานมีกลุ่มมุสลิมพม่าจ�ำนวนไม่มาก ส่วน ในชว่ งราวทศวรรษที่ 2530 ชาวมสุ ลมิ พมา่ ตอ้ งอพยพ ใหญ่จะเป็นกลุ่มผู้ชาย แต่สักระยะหน่ึงจะพบเห็นกลุ่มผู้หญิง จากบ้านเกิดตนเองข้ามพรมแดนเข้ามาสู่เมืองส�ำคัญทางภาค พมา่ เดนิ ไปมาตามถนนแถวชา้ งคลาน อนั เนอ่ื งจากการกลบั ไป เหนือและพ้ืนที่อ่ืนๆ ของประเทศไทย อาจด้วยเหตุผลหลาย แต่งงานหรือชวนภรรยาท่ีอยู่ฝั่งพม่าเข้ามาท�ำงานและใช้ชีวิต ประการที่พลัดพรากคนเหล่านี้ แต่สิ่งส�ำคัญคือ เรื่องราวของ ในจังหวัดเชียงใหม่ ต่อมาก็เร่ิมปรากฏว่ามีเด็กๆ มุสลิมพม่า ปากทอ้ งทก่ี ระชากผคู้ นเขา้ สเู่ มอื งเศรษฐกจิ เรม่ิ แรกคนเหลา่ นี้ เดนิ เขา้ ออกมสั ยดิ ชา้ งคลาน หรอื พบเหน็ ไดจ้ ากภาพเดก็ ๆ 2-3 ไดส้ ่งั สมประสบการณใ์ นด้านการเป็นแรงงาน ฝกึ ภาษาไทยใน คนซอ้ นทา้ ยมอเตอรไ์ ซคก์ บั พอ่ แมข่ องเขาเปน็ ประจำ� หลงั จาก พนื้ ท่ี อ.แมส่ อด จ.ตาก อ.สบเมย ต.แมส่ ามแลบ จ.แมฮ่ อ่ งสอน นั้นจำ� นวนเด็กเหลา่ นกี้ ็เริม่ มากขน้ึ ๆ กอ่ นจะค่อยๆ กระจายไปยงั เมืองเศรษฐกจิ อน่ื ๆ เช่น กรงุ เทพ ก่อนปี 2555 มเี ด็กเกดิ ในครอบครวั มุสลมิ พมา่ มากพอ อยธุ ยา จนั ทบรุ ี ภเู กต็ เชยี งใหม่ เพอื่ หาคา่ แรงทรี่ าคาดกี วา่ เมอ่ื สมควร แตน่ า่ เสยี ดายทเี่ ดก็ เหลา่ นไี้ มไ่ ดร้ บั สทิ ธกิ ารเปน็ พลเมอื ง คนเหลา่ นไี้ ดเ้ รยี นรวู้ ถิ กี ารเปน็ แรงงานและสะสมทนุ ทางการเงนิ ไทย เปน็ เพราะช่วงดังกลา่ วนี้ พอ่ แม่มสุ ลิมพม่าไมส่ ามารถเขา้ เช่ียวชาญในการอยู่ในประเทศไทยมากข้ึน มีการข้ามไปข้าม ถึงความรู้เก่ียวกับการแจ้งเกิด เนื่องจากอยู่ในสถานะแรงงาน มาระหว่างประเทศไทยกับพม่า การพบปะสร้างเครือข่าย มี ต่างด้าวและยังมีปัญหาในการเข้าใจภาษาไทย รวมทั้งการ การกลบั ไปแตง่ งาน ทำ� ใหม้ คี สู่ ามภี รรยาจำ� นวนมากชวนกนั เขา้ ปฏิสัมพันธ์กับคนเมืองหรือเจ้าหน้าที่ ท�ำให้พบว่า เด็กที่เกิด มาหารายไดแ้ ละใชช้ วี ิตในสงั คมไทยมากขน้ึ ก่อนปี 2555 นนั้ จ�ำนวนมากไมไ่ ด้สิทธเิ ปน็ พลเมืองไทย เพราะ กรณีในสังคมเมืองเชียงใหม่ ในช่วงหลังปี 2530 จาก ไม่ได้ท�ำการแจ้งเกิดที่ประเทศไทย การบอกเล่าของคนพ้ืนที่และจากปากชาวมุสลิมพม่า เล่าว่า แต่ส�ำหรบั เดก็ ๆ มุสลิมพม่า ทเี่ กดิ หลงั ปี 2555 เป็นตน้ 24

มา พอ่ แมม่ สุ ลมิ พมา่ ไดด้ ำ� เนนิ การแจง้ เกดิ ในประเทศไทย สง่ิ นี้ เกิดขน้ึ จากการเคล่ือนไหวของมุสลมิ พมา่ เองทด่ี ้นิ รนให้ตนเอง ไดร้ บั สทิ ธกิ ารเปน็ พลเมอื งไทยอยแู่ ลว้ จงึ เปน็ “แรงปรารถนา” ด้วยประสบการณ์ท่ีสะสมมาและบังเอิญอยู่ในช่วงการเปิดโอ กาศทางกฎหมายการเป็นพลเมืองไทย ด้วยเหตุน้ี จึงท�ำให้ มุสลิมพม่าเล็งเห็นโอกาสที่ต้องการให้ลูกหลานเป็นคนไทย อยา่ งสมบูรณ์ ดังที่ คาบิล เลา่ วา่ “เปน็ เพราะการเป็นคนไทย มีสิทธิประโยชน์และให้โอกาศที่ดีมากกว่าการเป็นพลเมือง พมา่ ” ประชากรมุสลิมพม่าในเชียงใหม่เพ่ิมจ�ำนวนมากขึ้น เรอ่ื ยๆ ปจั จบุ นั ประมาณไดว้ า่ มจี ำ� นวน 2,000 กวา่ คน เชา่ บา้ น และตกึ แถวในบรเิ วณชา้ งคลาน จนกลายเปน็ ชมุ ชนหนง่ึ ทซ่ี อ้ น เขา้ ไปในชมุ ชนมสุ ลมิ เดมิ ความเปน็ ชมุ ชน (Community) ของ มสุ ลมิ พมา่ ไดถ้ กู กอ่ รา่ งสรา้ งขนึ้ อยา่ งหลวมๆ ผา่ น สถาบนั การ ศึกษา เล็กๆ ในซอกซอยในชุมชน สถาบันแห่งน้ีจึงมีความ ส�ำคัญท่ีจะท�ำหน้าท่ีค่อยหลอมรวมผู้คนให้ส�ำนึกร่วมในความ เป็นสมาชิกเดียวกัน ดังจะเห็นได้จากพ่อแม่มุสลิมพม่าต่าง วา่ เด็กเยาวชนเหลา่ นไ้ี ม่ได้รบั การศึกษาอบรมทางศาสนาและ ทยอยสง่ ลกู หลานของตนมายงั โรงเรยี นแหง่ นเ้ี พอื่ เตมิ เตม็ ในสง่ิ มารยาททางสังคม เน่ืองจากตอนน้ันไม่มีโรงเรียนสอนศาสนา ที่ตนเองตอ้ งการให้กับลูกๆ นั่นคอื ศาสนา และต้องการพืน้ ท่ี ให้กับเขา จากปัญหาท่ีเกิดขึ้นต่อเยาวชนเหล่าน้ี ท�ำให้เขาได้ ทางสงั คม เครอื ขา่ ยเพอ่ื แบง่ ปนั และรบั การชว่ ยเหลอื กนั ละกนั ย้อนความฝันหรอื จินตนาการของเขาใหผ้ ู้เขยี นฟงั วา่ (Shared emotion and helping) แตส่ งิ่ นจี้ ะเกดิ ขนึ้ ไมไ่ ดห้ าก “เขามจี นิ ตนาการอยากจะสรา้ งชมุ ชนใหก้ บั มสุ ลมิ พมา่ ไรจ้ นิ ตนาการและการลงมือปฏบิ ตั ขิ องผทู้ ีเ่ สียสละ โดยขน้ั แรกจะตอ้ งมี คอื มสั ยดิ และโรงเรยี นเปน็ ศนู ยก์ ลาง และ สรา้ งบา้ นเชา่ รอบๆ มสั ยดิ เพอื่ ใหช้ าวมสุ ลมิ ไดม้ าอยรู่ ว่ มกนั ทำ� จากจินตนาการ สู่การสรา้ งคนและชุมชนมุสลิมพมา่ กจิ กรรมดว้ ยกัน เป็นบรรยากาศทางสังคมของกลมุ่ ” ก่อนจะมีสถาบันการศึกษาเล็กๆ ให้กับเด็กมุสลิมพม่า จากจนิ ตนการและภาพปญั หาเยาวชนเหลา่ นไี้ ดผ้ ลกั ดนั ในชุมชนช้างคลานนั้น มีเหตุการณ์มากมายท่ีไม่ดีเก่ียวกับ หรอื เปน็ แรงจูงใจใหเ้ ขาสร้างโรงเรยี นข้ึนมา ด้วยการเรยี กร้อง เยาวชนมสุ ลมิ พมา่ ภาพเยาวชน วยั รนุ่ ทก่ี า้ วรา้ ว ตบตี ชกตอ่ ยกนั หาสมาชิกผู้ที่มีแนวคิดเดียวกัน จนสามารถรวมสมาชิกได้ 25 เละเทะ สงิ่ เหลา่ นไี้ ดผ้ า่ นสายตาการเฝา้ มองของบรุ ษุ มสุ ลมิ พมา่ คน ร่วมเป็นกรรมการก่อตั้งและช่วยเหลือเร่ืองค่าใช้จ่าย วัย 45 ปี มอี าชพี ขายหมากพลใู นบรเิ วณตึกแถวหนง่ึ ในชมุ ชน อย่างไรก็ตามช่วงที่เขาเรียกร้องให้ชาวมุสลิมพม่าร่วมสร้าง ชา้ งคลาน เขาชอื่ อาลี เขาไดเ้ ลา่ วา่ ตลอดหลายปกี อ่ นจะสรา้ ง โรงเรียนน้ัน เขาก็ถูกปฏิเสธและถูกมองว่าเป็นคนที่อยากมี โรงเรยี น เขาไดเ้ หน็ ภาพบาดตาของเยาวชนมสุ ลมิ พมา่ ทตี่ กอยู่ อำ� นาจ แตท่ ้ังน้อี ุปสรรคไม่อาจต้านเขาและสมาชกิ ได้ ในสภาพที่ไม่มีความรู้ทางศาสนา ใช้ชีวิตส�ำมะเลเทเมา เกเร ใน พ.ศ.2555 จึงได้ก่อต้ังโรงเรียนศาสนาฟัรดูอีน ช่ือ ติดยาเสพติด รวมกลุ่มซงิ่ แข่งมอตอไซค์ไปวันๆ ปัญหามาจาก “อัลมัดราซะฮ์ อัลอะรอเบียะฮ์ หล่ีตะฮ์ฟีซิลกุรอานิบกะรีม” 25

โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้เด็กๆ มีความรู้ทางศาสนาอิสลาม รู้จัก ให้อยู่ในสถานแห่งน้ีได้จนถึงเลิกเรียน ครูได้รับเงินเดือน 500 มารยาทในการเข้าสังคมในเชียงใหม่ หากไม่เรียนศาสนาอาจ บาท และจะรบั เงนิ บรจิ าค (ซากาต) จากผปู้ กครอง และบางครง้ั จะไม่รจู้ ักแมห่ รือรากของตนเองได้ โรงเรียนต้ังอยใู่ นพ้ืนทบ่ี า้ น ก็ได้รับบริจาคเป็นข้าวสารหรือม้ืออาหาร ฉะน้ันครูจึงเป็นผู้ ชนั้ เดยี ว เชา่ เดอื นละ 4 พนั บาท มคี ณุ ครสู อน 3 คนดว้ ยกนั ใน อุทิศตนให้แก่สังคมมุสลิมพม่าอย่างแท้จริง โดยเพียงหวังการ ช่วงแรกที่เชิญชวนให้พ่อแม่ส่งลูกมาเรียน มีเด็กเพียง 5 คน ตอบแทนจากพระผเู้ ป็นเจา้ เท่านน้ั ทมี่ าเรยี นทอ่ งจำ� คมั ภรี อ์ ลั กรุ อา่ น หลงั จากนน้ั พอ่ แมก่ เ็ รม่ิ ทยอย ฉะน้ันการสร้างชุมชนย่อมต้องมีผู้เสียสละและอุทิศตน ส่งลูกหลานเข้ามาเรียนศาสนา จนถึงปัจจุบัน มีนักเรียน การปฏบิ ตั สิ รา้ งโรงเรยี นศาสนาเชน่ นี้ จงึ ดงึ ดดู พอ่ แมม่ สุ ลมิ พมา่ ประมาณ 70 คน ในระยะ 8 ปี ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกและโยงใยเข้ากับสถาบัน เสมือนว่า โรงเรียนศาสนาเปิดเกือบทุกวัน คือ จันทร์-พฤหัสบดี โรงเรียนเป็นศูนย์กลางของชุมชนในจินตนการของชาวมุสลิม ปิดแคว่ นั ศกุ ร์วนั เดยี ว เริ่มเรียนตง้ั แตเ่ วลา 5 โมงเยน็ ถงึ 2 ท่มุ พม่า เราจะพบเห็นบรรยากาศความเป็นชุมชนได้ก็ต่อเม่ือ และวนั เสาร-์ อาทติ ย์ เร่ิมเรียนเวลา 13 .00-17.00 โมง ในยาม มีการจัดกิจกรรมประจ�ำปีของโรงเรียน เช่น มีการแข่งขัน เย็นเราจะพบว่า บรรยากาศดูครึกครื้นเต็มซอย มีพ่อแม่ผู้ ทอ่ งอลั กรุ อา่ น มกี ารรอ้ งเพลงอาหรบั และรว่ มรบั ประทานอาหาร ปกครองมาส่งลูกๆ หรือเด็กบางคนก็เดินมาเรียนด้วยตนเอง ด้วยกัน เห็นบรรยากาศการปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็กๆ ผู้ใหญ่ เมอ่ื ถามเดก็ ๆ วา่ ไดเ้ รยี นทโี่ รงเรยี นไทยไหม? คำ� ตอบ คอื ครบั พ่อแม่ และสมาชกิ หรอื คนมุสลิมพมา่ อน่ื ๆ มาร่วมแบง่ ปันแลก เพ่ิงกลบั มาจากโรงเรียนไทย จึงพบวา่ เด็กๆ บางคนได้เรียนใน เปลย่ี นความคดิ เหน็ ทงั้ ยงั เปน็ พน้ื ทสี่ รา้ งความรจู้ กั กนั ระหวา่ ง โรงเรียน เชน่ โรงเรียนวัดศรีดอนชัย โรงเรยี นวัดปางมะกลว้ ย มุสลิมพม่าท่ีมาจากต่างท่ีต่างเมือง ฉะนั้นบรรยากาศเช่นน้ีจึง โรงเรยี นพวกชา้ ง โรงเรยี นสนั ตศิ กึ ษา แสดงใหเ้ หน็ วา่ เดก็ มสุ ลมิ เป็นรปู แบบ (Model) ของการเป็นชุมชนน่ันเอง พม่าได้ใช้ช่ัวโมงเรียนมากกว่าเด็กไทยทั่วไป เม่ือเดินเข้าไปใน ห้อง มีการแยกโซนระหว่างเด็กเล็กและเด็กโตตามความ คลอ่ งในการทอ่ งจำ� อลั กรุ อา่ น การเรยี นจะนงั่ บนพน้ื แตล่ ะคน จะมีกระเปา๋ ใส่คมั ภรี ์ หนงั สือของตนเอง ทงั้ เด็กชายและหญิง ลว้ นแตง่ กายดว้ ยเสอ้ื ผา้ ในวฒั นธรรม มกี ารทาแปง้ เปน็ วงๆ บน ใบหน้า ผู้ชายต้องใส่หมวก ผู้หญิงใส่ผ้าคลุมฮีญาบ ซึ่งเป็น เคร่ืองหมายทางอัตลักษณ์ของมุสลิมในโรงเรียน เด็กๆ มีการ ปฏิสัมพันธ์กันอย่างสนิทสนม มีพื้นท่ีให้เล่นเกม มีความคิด ความเขา้ ใจรว่ มกนั เดก็ ๆ ตา่ งเลน่ พดู คยุ หยอกลอ้ หวั เราะหรอื ถกเถียงกนั อยา่ งสนุกสนานตามประสาเดก็ การเรียนการสอนจะใช้ภาษาพม่าเป็นหลัก คุณครูจะ เน้นให้เด็กๆ อ่านและท่องคัมภีร์อัลกุรอ่าน และแทรกความรู้ เกยี่ วกบั มารยาทหรอื กฎเกณฑท์ างสงั คม โดยเฉพาะแบบอยา่ ง มารยาทของทา่ นศาสดามหู มั หมดั สอนเกย่ี วกบั ประวตั ศิ าสตร์ อิสลาม บางวันหากมีครูเพียงแค่คนเดียว แต่ต้องสอนเด็ก ประมาณ 70 คน ใหท้ ว่ั ถงึ ครูจงึ ตอ้ งท้ังสอนและอนุบาลเดก็ ๆ 26

สถานที่การประกอบสร้างอัตลกั ษณ์ การสร้างโรงเรียนแห่งน้ี เกิดจากปัญหาสังคมในกลุ่ม มสุ ลมิ พม่า และแรงปรารถนา (passion) ของกลมุ่ คนท่ที �ำให้ ตอ้ งลกุ ขนึ้ มาเสยี สละทง้ั รา่ งกายและทรพั ยส์ นิ เพอื่ เรยี กรอ้ งให้ พ่อแม่มุสลิมพม่าเข้าร่วมเป็นสมาชิกส่งลูกหลานเข้ามาเรียน ศาสนา ความพยายามเหล่าน้ีค่อยๆ ซึมสร้างให้พวกเขา ตระหนักและให้ความส�ำคัญกับการจะต้องส่งบุตรหลานมา เรียนที่นี่ ดังทค่ี รอู าลี ได้กล่าวว่า โดยเปา้ หมาย คอื เพอ่ื วาง รากฐานทางศาสนาและสร้างเด็กเหล่าน้ีให้มีระบบระเบียบ เพราะว่าการมาอยู่เมืองไทยหรือในเชียงใหม่ จ�ำเป็นจะต้องมี รากฐานทางศาสนาเปน็ แกน ไมอ่ ยา่ งนน้ั เดก็ ๆ อาจลมื รากของ ความเป็นมุสลิมพม่า ซ่ึงถ้าไม่มีตรงน้ีก็จะกลายเป็นเสมือนคน ทัว่ ไป สำ� หรบั เดก็ ๆ ในพนื้ ทแ่ี หง่ นี้ พบวา่ ไดท้ ม่ี กี ารปฏสิ มั พนั ธ์ รู้จักกันละกัน เกิดความผูกพันที่มีผลต่อความรู้สึกร่วมกันใน ฐานะผู้ท่ีพูดในภาษาเดียวกัน ศาสนาเดียวกันและชะตากรรม ทีค่ ล้ายกนั แนน่ อนในอนาคตความรู้สกึ เช่นนจี้ ะค่อยๆ ทกั ทอ เปน็ เสน้ ใยทกี่ อ่ ใหเ้ กดิ ความเปน็ ปกึ แผน่ ทางสงั คมได้ (Solidar- ity) มีความเปน็ กลุม่ กอ้ นทชี่ ดั เจน มเี ครือขา่ ยทแี่ ขง็ แกรง่ มาก ข้ึน ส่ิงน้ีถือเป็นพ้ืนท่ีที่ถูกสร้างขึ้นเพ่ือให้คนเหล่าน้ีสามารถ ด�ำรงอยู่ได้ในสังคม เน่ืองจากมนุษย์จะด�ำรงอยู่ได้ด้วยการอยู่ กลุ่มเครือข่าย มนุษย์ไม่สามารถอยู่ได้ด้วยตนเองอย่างโดดๆ ฉะนัน้ การสรา้ งสังคมหรอื ชมุ ชนกเ็ พอื่ การชว่ ยเหลือ เกอื้ หนุน และก้าวขา้ มปัญหาไปดว้ ยกัน และที่ส�ำคัญคือ ในอีกด้านหน่ึงสถาบันยังท�ำหน้าที่ใน การหลอ่ หลอมความเปน็ มสุ ลมิ พมา่ เชน่ ผา่ นการใชภ้ าษาพมา่ ต�ำรา การปฏบิ ัติ มารยาท และศาสนาตอ่ เด็กๆ ดังค�ำของอาลี และอนาคตของเขา ฉะน้ันโดยทั้งหมดแล้ว พืน้ ทแ่ี ห่งน้ีเสมอื น ครปู ระจำ� โรงเรยี น ไดก้ ลา่ ววา่ ถา้ เดก็ ไมเ่ รยี นศาสนา เขาจะลมื เป็นการวางรากฐานศาสนาและอัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์ของ แม่ ลืมราก เพราะหลังจากนี้เม่ือเด็กๆ โตไปแล้วเขาจะเข้าสู่ ตนเอง ก่อนเด็กๆ จะเข้าสู่สังคมไทยท่ีใหญ่กว่า เช่นเดียวกัน สังคมไทยอยา่ งเตม็ ตวั ด้วยการเขา้ สูร่ ะบบโรงเรยี นรฐั และจะ พ้นื ท่แี ห่งนก้ี เ็ ปรียบเสมอื นเบา้ หลอม ท่กี ่อให้เกดิ เรอื นรา่ งของ ถกู คอ่ ยๆ เขา้ สกู่ ารเปน็ คนไทย อยา่ งไรกต็ ามในสง่ิ หลกี เลย่ี งไม่ ชุมชนมสุ ลมิ พมา่ ในสงั คมเชียงใหม่อกี ดว้ ย ได้ คือ เด็กๆ ทีโ่ ตมาจะมี 2 อัตลกั ษณด์ ้วยกัน คอื อตั ลักษณ์ มสุ ลมิ พมา่ กบั ไทย ซง่ึ จะมผี ลดตี อ่ เดก็ ๆ ในการปรบั ตวั เขา้ สงั คม 27

พริ าบสง่ สาร เรอื่ ง : ววิ ัฒน์ ตามี่ ภาพ : ศาสตรา บุญวจิ ติ ร หนู(เด็กG) ไม่ขอเดอื นและตะวนั แตข่ อแคม่ ีสทิ ธิขน้ั พืน้ ฐาน ด้านสาธารณสุขกพ็ อ ภาพจาก https://www.freepik.com เหลยี วหลัง..(ความเปน็ มา) จ�ำนวน 208,631 คน ประกอบด้วย บุคคลที่มีปัญหาสถานะและ นับแต่คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้สิทธิ(คืนสิทธิ) ข้ันพ้ืนฐาน สทิ ธิ กลมุ่ เลขบัตรประจ�ำตวั ประชาชน ขนึ้ ตน้ ดว้ ยเลข 0 ประเภท ดา้ นสาธารณสขุ แกก่ ลมุ่ ผมู้ ปี ญั หาสถานะสทิ ธิ จนถงึ ปจั จบุ นั เกอื บ 10 ปี ทะเบยี นราษฎร์ ทร.38 ก. โดยเลขประจ�ำตัวหลกั ที่ 6 7 เป็นเลข แลว้ โดยคณะรัฐมนตรนี ายอภิสทิ ธิ เวชชาชีวะ ได้มีมติ (ครง้ั แรก) 89 (0-xxxx-89xxx-xx-x) จ�ำนวน 152,869 คน บุตรประมาณ เมื่อ 23 มีนาคม 2553 เพื่อให้สิทธิ (คืนสิทธิ)ขั้นพื้นฐานด้าน 53,962 คนและ 0 ทวั่ ไปอีกประมาณ 1,800 คน แต่ว่ามติคณะ สาธารณสุขแก่บุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ จ�ำนวน 475,409 รฐั มนตรี (ครม.) ท้งั สองครั้งก็ยังไมค่ รอบคลมุ เดก็ นกั เรยี น G กวา่ คน ได้รับงบประมาณรายหัวเฉลี่ยท่ี 2,067 บาทต่อคน เนื่องจาก 90,640 คน เน่ืองจากคณะรัฐมนตรี มคี วามเหน็ ว่า เดก็ เหลา่ นี้ยงั บคุ คลเหลา่ นไี้ มใ่ ช่ “คนสญั ชาตไิ ทย” ตามทก่ี ฤษฎเี คยตคี วาม ครม. ไม่สามารถพสิ จู นต์ ัวตนได้ อาจมคี วามซำ�้ ซ้อนกับเดก็ กลุ่มอ่ืน จงึ ได้ จงึ ไดม้ อบหมายใหก้ ระทรวงสาธารณสขุ บรหิ ารจดั การกองทนุ โดย มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และสภา ใชง้ บกลางรายการเงนิ สำ� รองจา่ ยเพอ่ื กรณฉี กุ เฉนิ มาสนบั สนนุ และ ความม่ันคงแห่งชาติ ช่วยกันตรวจสอบคัดกรองข้อมูล เพื่อยืนยัน มีผลในทางปฏิบตั ิตงั้ แตว่ นั ท่ี 1 เมษายน 2553 เป็นตน้ มา แต่ยงั ไม่ ความถูกตอ้ ง จากน้นั เสนอคณะรัฐมนตรเี พ่ือพิจารณาต่อไป ครอบคลุมกลุ่มเลขบัตรประจ�ำตัวประชาชนข้ึนต้นด้วยเลข 0 เม่ือพิจารณาจาก มติครม.20 เมษายน 2558 พบว่า ประเภททะเบยี นราษฎร์ ทร.38 ก. เลขประจำ� ตวั หลกั ที่ 6 7 เปน็ ไม่ได้ปฏิเสธท่ีจะให้สิทธิขั้นพ้ืนฐานด้านสาธารณสุขแก่เด็กนักเรียน เลข 89 (0-xxxx-89xxx-xx-x) รวมถึงบตุ ร เนือ่ งจากสำ� นกั งานสภา G แตก่ ็ไมไ่ ดบ้ อกวา่ จะใหส้ ิทธเิ ชน่ กัน เพียงแตบ่ อกว่า “ให้กลับไป ความมนั่ คงแหง่ ชาติ (สมช.) เหน็ วา่ บคุ คลเหลา่ นอ้ี ยใู่ นขน้ั ตอนการ ส�ำรวจ คัดกรองข้อมูลให้ชัดเจนอีกคร้ัง จากนั้นเสนอ ครม.เพื่อ สำ� รวจตรวจสอบทะเบียนประวตั ิไม่แลว้ เสรจ็ พิจารณาตอ่ ไป” ประเดน็ นี้ คณะกรรมการ กำ� หนดแนวทางปฏิบตั ิ คณะรัฐมนตรี จึงมีมติให้สิทธิ(คืนสิทธิ) ข้ันพื้นฐานด้าน ตามมติ ครม.23 มีนาคม 2553 ตีความวา่ “ครม.มีมติใหส้ ิทธ(ิ คืน สาธาณสขุ (เพ่ิมเติม) คร้ังท่ีสอง เมอื่ วันที่ 20 เมษายน 2558 อีก สทิ ธ)ิ ขนั้ พน้ื ฐานดา้ นสาธารณสขุ ใหแ้ กเ่ ดก็ นกั เรยี น G แลว้ เพยี งแต่ 28

ขอ้ มลู ไมช่ ดั เจน จงึ ยงั ไมไ่ ดร้ บั อนมุ ตั งิ บประมาณ” ดงั นนั้ คณะกรรม มหาดไทยและกระทรวงสาธารณสุขหลายคร้ังแล้วท�ำไมไม่ด�ำเนิน การมตคิ รม. จงึ มีมติเมอื่ วนั ท่ี 31 ตุลาคม 2562 ว่า เห็นควรน�ำขอ้ การคืนสทิ ธใิ ห้เดก็ โดยเร็ว เสนอนโยบายให้สิทธิ(คืนสิทธิ)แก่เด็ก โดยมอบหมายให้กอง 2. กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ส�ำนักบริการการ เศรษฐกจิ สขุ ภาพและหลกั ประกนั สขุ ภาพ ทำ� หนงั สอื เสนอให้ รมต. ทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง ท�ำหน้าท่ีส�ำรวจคัดกรองข้อมูล กระทรวงสาธารณสุขลงนามและน�ำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ และกำ� หนดเลขประจำ� ตวั 13 หลกั ใหแ้ กเ่ ดก็ กอ่ นเสนอใหก้ ระทรวง พจิ ารณาตอ่ ไป สาธารณสุขไปด�ำเนินการคืนสิทธิ พบว่าผลการส�ำรวจคัดกรอง ขอ้ มูล ณ วนั ท่ี 13 มิถุนายน 2562 ส�ำรวจคัดกรองขอ้ มลู ก�ำหนด การด�ำเนินงานตามมตคิ ณะรัฐมนตรี 20 เมษายน 2563 เลขประจำ� ตวั 13 หลกั ใหแ้ กเ่ ดก็ นกั เรยี น G ไดเ้ พยี ง 2,789 คน จาก การดำ� เนนิ การใหส้ ทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ ขนั้ พนื้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ 90,640 คน เห็นว่า 5 ปีส�ำรวจคัดกรองข้อมูลได้แค่น้ีถือว่า โคตร แก่เด็กนักเรยี น G นับตั้งครม.มีมติ เมอ่ื วันที่ 20 เมษายน 2558 ถงึ ล่าช้า ใช่หรือไม่ ครั้งหน่ึงผมเคยถามที่ประชุม กก.มติครม.23 ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 5 ปีแล้ว ยังไม่ได้น�ำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อ มนี าคม 2553 วา่ ทำ� ไมลา่ ชา้ คำ� ตอบคอื “ขาดคน ขาดเงนิ และไมม่ ี พิจารณาอนุมัติงบประมาณแต่อย่างใด ถือว่ามีความล่าช้ามาก เวลา” ท่สี �ำคัญหนว่ ยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งหมายถึงกระทรวงศึกษาธกิ าร นอกจากนี้ยังไม่มีก�ำหนดระยะเวลาชัดเจนว่าจะน�ำเสนอคณะ ต้องให้ความร่วมมืออย่างดีภายใน 2 ปีก็จะด�ำเนินการเสร็จ และ รัฐมนตรี เพอ่ื พจิ ารณาใหส้ ิทธ(ิ คืนสทิ ธ)ิ แก่เดก็ เม่ือไหร่ อย่างช้า 7 ปเี สรจ็ คำ� ถามคือ เด็กนกั เรยี น G อยู่ในโรงเรยี นเพยี ง 6 มีค�ำถามวา่ หน่วยงานทไ่ี ด้รบั มอบหมายจากรัฐบาล(ครม.) ปกี ห็ มดสภาพความเปน็ เดก็ G แลว้ คงไมม่ สี ทิ ธไิ ดร้ บั สทิ ธขิ น้ั พนื้ ฐาน ไมไ่ ดด้ ำ� เนนิ การอะไรเลยหรอื ผา่ นมาเกอื บ 5 ปกี วา่ แลว้ ยงั ไมม่ คี วาม ดา้ นสาธารณสุขอีก พูดไปเหมอื นไม่อยากคนื สทิ ธิให้เด็กยงั ไงยงั ง้ัน คืบหนา้ ในการคืนสทิ ธใิ ห้แกเ่ ด็ก ขอบอกวา่ ไมแ่ น่ใจวา่ หน่วยงาน กระทรวงมหาดไทยอาจไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับข้อเท็จจริงล่าช้า ใดจะตอบ อย่างไรก็ดี จากท่ีผมได้ติดตามผลการด�ำเนินงานของ น้ี พูดตลอดว่า เพราะกระทรวงศึกษาธิการส่งข้อมูลมาให้ล่าช้าส่ง หน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง พบว่ามีความพยายามด�ำเนินการอยู่เหมือน ผลท�ำให้คืนสทิ ธลิ า่ ช้าไปดว้ ย กัน แตเ่ ป็นไปอย่างช้าๆ ภายใต้ข้ออา้ งท่ีว่า “ขาดคน ขาดเงินและ 3. กระทรวงศึกษาธิการ มอบให้ส�ำนักงานคณะกรรมการ ไม่มีเวลา” และก่อนจะวิเคราะห์ว่าท�ำไมล่าช้าไม่คืบหน้าน้ัน ขอ การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน(สพฐ) รับผิดชอบ เพราะเด็กนักเรียน G อยู่ วิเคราะห์บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานท่ีได้รับมอบหมายตามมติ ภายใตส้ งั กดั ถอื เปน็ เจา้ ภาพตน้ เรอ่ื ง รวบรวมขอ้ มลู เดก็ นกั เรยี น G ครม.ก่อนวา่ ใครทำ� อะไรบ้าง อยา่ งไร...ควรพยายามมากกวา่ นหี้ รอื ส่งให้กระทรวงมหาดไทยด�ำเนินการคัดกรองเด็ก หากกระทรวง ไม?่ ศกึ ษาลา่ ชา้ กระบวนการทงั้ หมดลา่ ชา้ ไปดว้ ย กระทรวงศกึ ษาธกิ าร 1. กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ เองมีการจัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางการศึกษาหลายคร้ัง สทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ แกก่ ลมุ่ ผมู้ ปี ญั หาสถานะและสทิ ธิ หรอื กบั เดก็ นกั เรยี น แต่สรุปข้อมูลตัวเลขไม่ได้สักที พบว่าย่ิงประชุมยิ่งมีตัวเลขเพ่ิม G ส่วนหน่วยงานภายใต้ สธ.ท่ีรับผิดชอบหลักคือ ส�ำนักปลัด สาเหตเุ พราะไดน้ ำ� ตวั เลขจากหนว่ ยงานอน่ื ทจ่ี ดั การศกึ ษาอยแู่ ละมี กระทรวงสาธารณสุข โดยกองเศรษฐกิจสุขภาพและหลักประกัน รหัสอ่ืนมาเพิ่มด้วย มีความซ้�ำซ้อนของข้อมูล เช่นเด็กคนเดียวมี สุขภาพจะต้องรับผิดชอบด�ำเนินการคืนสิทธิเพราะเป็นหน้าท่ี หลายรหัส หลายสถานะ เป็นตน้ โดยตรง พบวา่ มกี ารดำ� เนนิ งานเปน็ ไปแบบตดิ ๆ ขดั ๆ หมายถงึ เดนิ จากสถานการณ์ปัญหาดังกล่าว คงปฏิเสธไม่ได้ว่า หน่วย หน้าไม่ได้และถอยหลังไม่ได้ อ้างว่าเพราะกระทรวงมหาดไทย งานทไี่ ดร้ บั มอบหมายตามมติ ครม.20 เมษายน 2558 มคี วามลา่ ชา้ ไมส่ ง่ ตัวเลขเด็กทผี่ ่านการสำ� รวจคดั กรองแล้วมาให้สกั ที กระทรวง ในดำ� เนนิ การคนื สทิ ธใิ หแ้ กเ่ ดก็ นกั เรยี น G จากการตดิ ตามประเมนิ มหาดไทยกอ็ า้ งวา่ เพราะกระทรวงศกึ ษาธกิ าร โดย สำ� นกั งานคณะ ผลของเครือข่ายชนเผ่าพ้ืนเมืองแห่งประเทศไทย พบว่าสาเหตุ กรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน (สพฐ.) ส่งตัวเลขเด็กนกั เรยี น G มา ปัญหาที่เป็นเง่ือนไขข้อจ�ำกัดในการให้สิทธิขั้นพ้ืนฐานด้าน ใหล้ า่ ชา้ และกระทรวงศกึ ษาธกิ ารกต็ อบวา่ สง่ ขอ้ มลู ไปใหก้ ระทรวง สาธารณสุขแก่เด็ก G มีหลายสาเหตทุ ส่ี ำ� คัญ 29

ประการทส่ี าม : การปรับเปลีย่ นผบู้ ริหารระดบั กระทรวง สาธารณสุข ที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการก�ำหนดแนวทาง ปฏิบตั ิตามมติ ครม.23 มนี าคม 2553 บ่อยครง้ั สง่ ผลท�ำใหไ้ มเ่ กิด ความตอ่ เนอ่ื งในการขบั เคลอื่ นการใหส้ ทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ ขนั้ พน้ื ฐานดา้ น สาธารณสุขให้แก่เด็กนกั เรยี นตัวอักษร G กลา่ วคอื นบั ต้ังแต่ ครม. มีมติ 20 เมษายน 2558 จนถงึ ปจั จบุ นั ปรบั เปลย่ี นรฐั มนตรไี ปแลว้ 3 คน ปรบั เปลย่ี นปลดั กระทรวงสาธารณสขุ ไปแลว้ เกอื บ 5 คน ปรบั เปลยี่ น ผอ.กองเศรษฐกจิ สขุ ภาพและหลกั ประกนั สขุ ภาพไปแลว้ ไม่ ประการแรก : การตีความมติ ครม.20 เมษายน 2558 วา่ น้อยกวา่ 4 คน “เดก็ นกั เรยี น G ไดร้ บั การคนื สทิ ธ”ิ หรอื ยงั ประเดน็ นม้ี กี ารถกเถยี ง กันระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องในที่ประชุมกรรมการมติ ครม.23 ประการท่สี ่ี : กระบวนการและข้ันตอนการส�ำรวจคัดกรอง มีนาคม 2553 มาโดยตลอดกวา่ 5 ปที ่ผี า่ นมา จนถงึ เมอื่ วนั ที่ 31 ขอ้ มลู และก�ำหนดเลขประจ�ำตัว 13 หลัก เด็กนักเรยี นอักษร G ไม่ ตลุ าคม 2562 กรรมการ มติ ครม.23 มนี าคม 53 มมี ตสิ รปุ วา่ “เดก็ ได้กำ� หนดระยะเวลาดำ� เนินการแล้วเสรจ็ ท่ชี ดั เจน กระบวนการยงุ่ G ไดร้ บั การคนื สทิ ธแิ ลว้ เพยี งแตย่ งั ไมไ่ ดร้ บั การจดั สรรงบประมาณ ยากซับซอ้ น เชน่ มพี ยานรบั รองหลายคน บางคนไม่ยอมรับรองให้ รายหัวเพราะกระทรวงมหาดไทยยงั ไม่รับรองขอ้ มูล เด็ก โรงเรียนไมใ่ หค้ วามร่วมมอื เพราะคดิ วา่ ไมใ่ ชห่ นา้ ท่ีของตนใน การแก้ไขปญั หาทะเบยี นราษฎรใหแ้ ก่เด็ก เปน็ ตน้ ประการที่สอง : การสร้างเง่ือนไขเกินกว่าท่ี มติ ครม.20 เมษยน 2558 ก�ำหนด เช่น การตีความเร่อื ง คำ� วา่ \"ส�ำรวจคดั กรอง ขอ้ มลู ใหช้ ดั เจน\" หมายถงึ อะไร กระทรวงมหาดไทยตคี วามวา่ หมาย ความเร่งด่วนในการให้สทิ ธ(ิ คนื สทิ ธิ) ถึงส�ำรวจข้อมูลใหม่ คัดกรองความซำ�้ ซ้อนและก�ำหนดเลขประจำ� จากการศึกษาปัญหาและผลกระทบ กรณีกลุ่มผู้มีปัญหา ตวั 13 หลกั ใหแ้ กเ่ ดก็ ทกุ คน สว่ นสำ� นกั งบประมาณเอง สรา้ งเงอ่ื นไข เพม่ิ อกี วา่ หากจะเสนอ ครม.เพอื่ พจิ ารณาอนมุ ตั งิ บประมาณคนื สทิ ธิ สถานะและสทิ ธแิ ละเดก็ นกั เรยี น G ไมม่ หี ลกั ประกนั สขุ ภาพ หรอื ไม่ แกเ่ ดก็ เหลา่ นี้ จะตอ้ งผา่ นการคดั กรองและกำ� หนดเลข 13 หลกั ไม่ ได้รับสิทธิขนั้ พืน้ ฐานดา้ นสาธารณสขุ โดยเครอื ขา่ ยชนเผ่าพื้นเมือง แหง่ ประเทศไทยรว่ มกบั ภาคเี ครอื ขา่ ย พบวา่ สง่ ผลกระทบคอ่ นขา้ ง นอ้ ยกว่า 1 ใน 3 จากตัวเลขเด็ก 90,640 คน 30

มากตอ่ หนว่ ยบรกิ ารและสงั คมสว่ นรวม ดงั ต่อไปน้ี สถานะและสิทธิ จะท�ำให้บุคคลเหล่านี้ ไม่ต้องกังวลเร่ืองภาระค่า 1. โรงพยาบาลตามตะเข็บชายแดนประสบปัญหาภาระหน้ี ใช้จ่ายด้านสุขภาพ อีกท้ังหน่วยบริการทางการแพทย์และ สิน เนื่องจากได้ใหก้ ารรกั ษาช่วยเหลือกลุม่ คนไทย ไร้สถานะ รวม สาธารณสุขจะได้รับงบประมาณในการจัดบริการท่ีแน่นอน ลด ถงึ คนไรส้ ญั ชาติ โดยเฉพาะใน 5 อำ� เภอของ จ.ตาก เชน่ ทา่ สองยาง ปัญหาทางการเงินการคลังของระบบริการสาธารณสุขในการแบก แมส่ อด แมร่ ะมาด พบพระ และอุ้มผาง พบวา่ เป็นหนสี้ ูงถึง 111.5 ภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถเรียกเก็บได้จากผู้รับบริการ (กอง ล้านบาท มีคนไร้สถานะมาใช้บริการถึงคร่ึงหนึ่ง อัตราครองเตียง เศรษฐกจิ สขุ ภาพและหลกั ประกนั สขุ ภาพ,2562) และยงั ลดปญั หา เฉลี่ยร้อยละ 33 เปน็ คนไรส้ ญั ชาติ คิดเปน็ ในกลมุ่ ผู้ป่วยคนไขใ้ น 3 โรคติดต่อและโรคระบาดตามบริเวณชายแดนสู่เมืองได้อย่างมี คน จะมีคนไร้สัญชาติ 1 คน โดยเฉพาะแค่ใน รพ.อุ้มผาง มี ประสิทธิภาพ ประชาชนที่เป็นคนไข้ในไม่มีหลักประกันเข้ารับการรักษามีถึงร้อย ละ 58 ส่วนใหญ่มีปัญหายากจน ไม่มีสัญชาติ ไม่รู้ภาษาไทย แม้ ขอ้ เสนอเชงิ นโยบายเพ่อื ให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา ดงั นี้ รักษาฟรี แต่ รพ.ยงั ตอ้ งช่วยคา่ ใชจ้ ่ายอ่นื ๆ เชน่ ค่าอาหาร ค่าเดิน 1. อนุมัติให้สิทธิขั้นพ้ืนฐานด้านสาธารณสุขตามที่ก�ำหนด ทาง ซง่ึ เปน็ ไปตามหลกั มนษุ ยธรรม (นพ.วรวทิ ย์ ตนั ตวิ ฒั นทรพั ย์ ผู้ ไว้ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติโดยเร็ว โดยให้ครอบคลุม อำ� นวยการ โรงพยาบาลอุ้มผาง,2558) การสง่ เสริมสขุ ภาพ การรกั ษาพยาบาล การฟืน้ ฟู และการควบคมุ 2. ปัญหาและผลกระทบส�ำหรับกลุ่มผู้มีปัญหาสถานะและ ป้องกันโรคกับบุคคลท่ีมีปัญหาสถานะและสิทธิ (นักเรียน G) เพ่ิม สิทธิ กรณีไม่ไดร้ ับสทิ ธขิ ั้นพื้นฐานดา้ นสาธารณสุข เช่น ไมม่ ีสทิ ธิใน เติมคร้ังท่ี 3 ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 เป็นต้นไป โดยขอให้ หลักประกันสุขภาพและไม่สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด�ำเนนิ การ ดงั นี้ สุ่มเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยแล้วอาการหนัก และเสียชีวิต เกิดหน้ีสิน 1.1 เร่งด�ำเนินการให้สิทธิ(คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้าน และลม้ ละลายจากการรักษาพยาบาล สาธารณสขุ แกเ่ ดก็ นกั เรยี นทมี่ เี ลขประจำ� ตวั ขน้ึ ดว้ ยตวั อกั ษร (G) ท่ี 3. หากบคุ คลเหล่านไ้ี ม่ไดร้ บั การดแู ลรักษา จะท�ำใหเ้ ป็นรัง ผา่ นการคดั กรองขอ้ มลู แลว้ ไมไ่ ดซ้ ำ้� ซอ้ นกบั กลมุ่ เดก็ ทเี่ คยไดร้ บั สทิ ธิ โรค สามารถแพร่กระจายโรคติดต่อต่างๆ ให้กับคนไทยทั่วไปได้ ไปแล้วในอดตี อาทิ วณั โรค เอดส์ มาลาเรยี ไข้เลอื ดออก โดยมีการอา้ งขอ้ มูลจาก 1.2 ขอให้กระทรวงสาธารณสขุ มีนโยบายขายบัตรประกัน ข้อมูลระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) สขุ ภาพในราคาถกู ให้แกก่ ล่มุ เดก็ นักเรยี น กลุ่ม G ท่ไี มเ่ ขา้ เกณฑ์ได้ มาสนับสนุนว่า ระบุว่าโรคท่ีพบบ่อยในบุคคลท่ีไม่มีสัญชาติไทย รบั สทิ ธ(ิ คนื สทิ ธ)ิ และกลมุ่ คนตา่ งดา้ วอนื่ ๆ เพอื่ ใหเ้ ขา้ ถงึ สทิ ธขิ นั้ พนื้ เฉพาะคนที่เข้าไม่ถึงบริการสาธารณสุข เป็นโรคติดต่อที่สามารถ ฐานดา้ นสาธารณสขุ ถว้ นหนา้ และยงั เป็นการป้องกัน ควบคุมโรค ควบคุมได้ แต่หากไมด่ ำ� เนนิ การอยา่ งใดจะส่งผลใหเ้ กิดการระบาด ระบาด และแกไ้ ขปญั หาหรอื แบง่ เบาภาระหนสี้ นิ ใหแ้ กห่ นว่ ยบรกิ าร กอ่ ใหเ้ กดิ ผลกระทบตอ่ ประชาชนคนไทยสว่ นใหญไ่ ด้ (สปสช.,2553) 2. อนุมัติในหลักการในการให้สิทธิข้ันพ้ืนฐานด้าน จากสภาพปัญหาความเร่งดว่ นดงั กลา่ ว เครือขา่ ยชนเผา่ สาธารณสขุ แก่เด็กนักเรียนในสถานศกึ ษาภาครฐั สังกดั อืน่ พื้นเมืองแห่งประเทศไทยและภาคีเครือข่ายท่ีท�ำงานกับกลุ่มผู้มี 3. ขอนมุ ตั เิ งนิ อดุ หนนุ จากสำ� นกั งบประมาณประจำ� ปี 2563 ปัญหาสถานะและสิทธิ มีความเห็นและเสนอให้หน่วยงานที่เป็น ส�ำหรับบุคคลท่ีมีปัญหาสถานะและสิทธิกลุ่มใหม่เพ่ิมเติมคร้ังที่ 3 เจ้าภาพหลัก เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย จำ� นวน 90,640 คน เป็นเงิน .....................ล้านบาท กระทรวงศกึ ษาธกิ าร และสำ� นกั งานภสาความมนั่ คงแหง่ ชาติ (สมช.) เร่งด�ำเนินการจัดท�ำข้อเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้สิทธิ(คืน สทิ ธ)ิ ขน้ั พน้ื ฐานดา้ นสาธารณสขุ แกเ่ ดก็ นกั เรยี น G โดยเรว็ เพราะ การจัดระบบสวัสดิการด้านสาธารณสุขให้กับกลุ่มบุคคลที่มีปัญหา 31

เสยี งชนเผา่ เสยี งท่เี ราอยากให้คณุ ไดย้ นิ