Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้ อ 22101

แผนการจัดการเรียนรู้ อ 22101

Description: แผนการจัดการเรียนรู้ อ 22101

Search

Read the Text Version

3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) โดยใช้ทกั ษะกระบวนการทางภาษา เพื่อฝึกทกั ษะฟงั อ่าน ปฏบิ ัติ อธิบาย เขียน แสดงความคดิ เห็นสือ่ สารแลกเปล่ยี นข้อมูล สนทนา แลกเปลยี่ นข้อมูล ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา พูด ใหค้ วามช่วยเหลอืบรรยาย พดู ข้อมูล เขียนข้อมูล เขยี นสรุปใจความสาคัญ แสดงความคิดเห็น โดยใชภ้ าษาเหมาะสมกบักาลเทศะ พรอ้มอธิบายเกีย่ วกับเทศกาล วนั สาคญั ชีวติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา ตลอดจนเข้าร่วมกจิ กรรม จดั กจิ กรรมเพ่ือ อธบิ ายและเปรียบเทยี บ ความเหมอื นและความแตกต่างของเจา้ ของภาษาค้นควา้ รวบรวม สรุปข้อมูล และนาเสนอ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสัมพันธ์ 3.3 คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ (A) เพอื่ ใหเ้ กิดความรู้ความเข้าใจทกั ษะทางภาษาอย่างมีเหตุผลและถกู ต้อง ผ้เู รียนมีความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาเพอ่ื การสือ่ สารอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ มีทกั ษะการคิด รู้จักการทางานอย่างเหมาะสม และการทางานรว่ มกันกับผู้อ่นื อยา่ งมีมารยาท เห็นคุณค่าและประโยชนน์ าความรไู้ ปใช้ประโยชน์อยา่ งมีเหตผุ ล และมีเจตคติทด่ี ีต่อภาษาอังกฤษ 3.4 สมรรถนะสาคญั ผู้เรียน (C) ผ้เู รียนมีความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแก้ปัญหา และความสามารถในการคิด4. ภาระงาน (สะทอ้ นการทากิจกรรม) 4.1 ภาระงาน5. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วธิ กี าร เครื่องมอื เกณฑ์ให้นักเรยี นฝกึ ทักษะการส่ือสาร ใบงานภาษาองั กฤษจากใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน) แบบฝกึ หัด - ส่งใบงานตรงเวลา ถูกต้อง เรยี บรอ้ ย สะอาดให้นักเรียนฝึกทักษะการส่ือสาร (1 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากแบบฝึกหดั - ส่งใบงานตรงเวลา ไมเ่ รยี บรอ้ ย (0.75 คะแนน) - ส่งใบงานไมต่ รงเวลา (0.25คะแนน) - ไม่สง่ ใบงาน (0 คะแนน) แบบฝึกหัด (2 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หดั ตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หัดตรงเวลา ไมเ่ รยี บร้อย (0.75 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หดั ไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน)

วธิ กี าร เคร่อื งมอื เกณฑ์ - ไม่ส่งใบงาน (0 คะแนน)การสังเกต การใช้ทกั ษะทางภาษาองั กฤษ แบบประเมินการฟงั ประเมินการฟัง พูด อ่าน เขยี น (3.66 คะแนน)ของนักเรยี น ในการรว่ มทากจิ กรรมต่างๆ พดู อ่าน เขียนทัง้ ในห้องเรยี น และนอกห้องเรียน ภาษาอังกฤษให้นกั เรยี นเขยี นคาศัพทท์ ีน่ ักเรียนรู้จัก สมดุ คาศัพท์ สมุดคาศัพท์ (2 คะแนน)และคาศัพทใ์ หม่ๆทีน่ กั เรียนค้นคว้าหา - สง่ สมดุ คาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามที่ความรูเ้ พ่ิมเตมิ ด้วยตนเอง เขียนไว้ กาหนดลว่ งหน้ากอ่ นถึงคาบเรยี น 20 คาศัพท์ต่อ (1 คะแนน)1 เรียน - สง่ สมุดคาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามท่ีกาหนด (0.75 คะแนน) - สง่ สมุดคาศัพท์ ไม่ตรงเวลา และไม่ครบจานวน ตามทกี่ าหนด (0.25คะแนน) - ไมส่ ่งสมุดคาศัพท์ (0 คะแนน)การสอบเก็บคะแนนกลางภาค ขอ้ สอบ - สอบเก็บคะแนนกลางภาค (7 คะแนน) รวมคะแนนหน่วยท่ี 1 16.66 คะแนน6. กจิ กรรมการเรียนรู้บทเรียนย่อยที่ 1 ( 4 ชวั่ โมง)ขนั้ ที่ 1 นาเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูสนทนากับนักเรียนเกย่ี วกับอาชีพทเ่ี คยเรียนมาแล้วว่านกั เรียนรูจ้ ักอาชีพใดบ้างดว้ ยประโยคคาถามภาษาองั กฤษง่ายๆ What work does your father /mother /brother do? ถา้ นกั เรยี นไม่ทราบครูอธิบายเป็นภาษาไทยขัน้ ที่ 2 ขัน้ สอน 2. ทดสอบก่อนเรยี น เรื่อง Occupation 3. ครูนาเสนอประโยคคาถามเก่ียวกบั อาชพี T : What work do you do? Ss : I am a student. 4. ครเู สนอบัตรภาพอาชีพ a nurse, a doctor, a seller, a carpenter, a policeman, abus driver, a teacher, a barber, a fireman, a postman, a fisherman ทลี ะภาพพรอ้ มประโยค T : What work does he / she do? Ss : He /She is a doctor.

5. ครูเสนอบตั รคาเกี่ยวกับอาชีพ a nurse, a doctor, a seller, a carpenter, a policeman,a bus driver, a teacher, a barber, a fireman, a postman, a fisherman พร้อมกับให้นกั เรียนออกเสยี งตามทีละคาตามหลักการออกเสียงหนักเบาของคานนั้ ๆ 6. ครูเสนอภาพอาชีพพร้อมกับคาถาม ใหน้ ักเรียนตอบทลี ะกลมุ่ และทลี ะคน 7. ครูขออาสมัคร 10 คน ออกมาแสดงทา่ ทางอาชีพตา่ งๆให้เพื่อนทาย เช่น 8. (คนที่1 แสดง) ครูถามคนทีน่ ่งั T : What work does she do? Ss : She is a nurse. T : That’s right. She is a nurse. 9. (คนที่2 แสดง) ครูถามคนท่นี ่ัง T : What work does he do? Ss : He is a policeman. T : That’s right. He is a policeman. 10. อาสาสมคั รแต่ละคนนาแถบประโยค แขวนคอตัวเอง พร้อมออกเสียงให้เพอ่ื นฟังและสะกดตาม เชน่ I am a nurse. Spell. n- u- r-s-e I am a policeman. Spell. p-o-l-i-c-e-m-a-nข้ันที่ 3 ข้ันสรปุ 11. ครนู าเสนอบตั รภาพอาชีพตดิ ไวบ้ นกระดาน ให้นกั เรียนตอบและสะกดคาพรอ้ มกัน ตอบทีละกล่มุ และทลี ะคน หลังจากนนั้ นกั เรยี นฝึกถามตอบกนั เองในกล่มุ และฝกึ เป็นคู่ๆ 12. ครใู ห้นกั เรียนทาใบงานบทเรยี นย่อยที่ 2 ( 3 ชว่ั โมง)ข้นั ท่ี 1 นาเข้าส่บู ทเรยี น 1. ให้นกั เรียนวาดภาพอาชีพพร้อมเขยี นคาศัพท์ใตภ้ าพลงในสมุดขั้นที่ 2 ขน้ั สอน 2. ครเู สนอบัตรภาพและบตั รคาใหน้ กั เรียนอ่านออกเสยี งพร้อมสะกด และรว่ มกนั อภปิ รายถงึความสาคญั ของแต่ละอาชพี ครพู ูดเสรมิ ถึงการประกอบอาชีพทีด่ ีน้นั ตอ้ งเปน็ คนซื่อสัตย์ตอ่ อาชีพของตนเองและขยันอดทนในการทางานขัน้ ที่ 3 ขัน้ สรุป 3. ใหน้ ักเรยี นไปค้นคว้าหาคาศัพทเ์ กี่ยวกับอาชพี เพม่ิ เติมและช่ัวโมงตอ่ ไปนามาเสนอใหค้ รแู ละเพื่อนๆ ทราบ 4. ครใู หน้ กั เรยี นทาแบบฝกึ หดั

บทเรยี นย่อยท่ี 3 ( 3 ช่ัวโมง)ขัน้ ท่ี 1 นาเข้าสู่บทเรยี น ครใู ห้นกั เรียนออกสารวจอาชพี ของผปู้ กครองนกั เรียนในโรงเรยี น พร้อมกับบันทึกผล โดยให้นกั เรยี นใช้ประโยคที่ได้เรียนมาแลว้ ในชวั่ โมงทีแ่ ลว้ ในการถามขนั้ ท่ี 2 ข้นั สอน 1. ใหน้ กั เรยี นนาข้อมลู ที่ได้มา มารวบรวมทาเปน็ แผนภมู สิ ถิติลงในกระดาษแข็งแผ่นใหญ่เพอื่ใชใ้ นการสรปุ อาชีพที่มีในท้องถน่ิ 2. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรปุ ถงึ อาชพี ที่มใี นท้องถนิ่ ของเราข้นั ท่ี 3 ขน้ั สรปุ 3. ทดสอบหลงั เรียน เร่อื ง Occupation 4. ครูเฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น และแจ้งคะแนนแกน่ กั เรียน7. ส่อื /แหล่งเรยี นรู้ 7.1 สอื่ การเรียนรู้ - รปู ภาพ - ใบงาน - แบบฝกึ หัด 7.2 แหลง่ เรยี นรู้ - Internet

8. บนั ทกึ หลังการสอน. 8.1 ดา้ นความรู(้ K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................. .................................. 8.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์(A) ........................................................................................................................................................ 8.4 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ผเู้ รียน(C) ............................................................................................................................. ...........................ปญั หาอปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ.......................................................................................................................................................................... ลงช่อื ................................................ครูผู้สอน (นางวันทนีย์ มมุ านะวงศ)์ วันที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้............................................................................................................................. ............................................. ลงช่ือ ................................................หวั หน้ากลมุ่ สาระ (นางวันทนยี ์ มมุ านะวงศ์) วนั ท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ............................................................................................................................................................ .............. ลงช่อื ............................................หัวหนา้ กลุม่ งานบริหารวิชาการ (นางสาวทัศนีย์ วงทองด)ี วนั ที่ ........................................ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงชือ่ .............................................................. (นายวนิ ัย คาวิเศษ) วันที่ ........................................ ตาแหนง่ ผอู้ านวยการโรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 5 เรอื่ ง Food and Beveragesรายวชิ าภาษาอังกฤษ รหัสวชิ า อ22101 ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 10 ชัว่ โมงครูผู้สอน นางวันทนีย์ มุมานะวงศ์ โรงเรยี นหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตวั ช้ีวัดมาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเร่ืองท่ีฟงั และอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็นอย่างมเี หตผุ ลตัวชี้วดั ม.2/1 ปฏบิ ัตติ ามคาขอร้อง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธิบายงา่ ยๆ ท่ีฟงั และอ่านตัวชวี้ ดั ม.2/2 อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ข่าว ประกาศ และบทร้อยกรองส้ันๆ ถกู ตอ้ งตามหลกั การอ่านตวั ช้วี ัด ม.2/3 ระบ/ุ เขยี นประโยค และข้อความ ให้สมั พนั ธ์กับสือ่ ที่ไม่ใช่ความเรียง รูปแบบ ต่างๆ ท่ีอ่านมาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสารแสดงความร้สู กึและความคิดเหน็ อย่างมีประสิทธิภาพตัวชี้วดั ม.2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมูลเกีย่ วกบั ตนเอง เรื่องต่างๆ ใกลต้ วั และสถานการณต์ ่างๆในชีวติ ประจาวนั อย่างเหมาะสมตวั ชว้ี ดั ม.2/2 ใชค้ าขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาชแี้ จง และคาอธบิ ายตามสถานการณ์ตัวชว้ี ัด ม.2/3 พูดและเขยี นแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรบั และปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณ์ตา่ งๆ อยา่ งเหมาะสมมาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลข่าวสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดูและการเขยี นตวั ชี้วัด ม.2/1 พดู และเขยี นบรรยายเกี่ยวกบั ตนเอง กจิ วัตรประจาวนั ประสบการณ์ และขา่ ว/เหตุการณ์ ท่ีอย่ใู นความสนใจของสงั คมมาตรฐาน ต 2.1 เขา้ ใจความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาษากบั วฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อย่างเหมาะสมกับกาลเทศะตวั ช้ีวดั ม.2/1 ใช้ภาษา นา้ เสียง และกริ ยิ าทา่ ทางเหมาะกับบุคคลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาตัวช้ีวดั ม.2/2 อธิบายเกย่ี วกับเทศกาล วนั สาคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจา้ ของภาษามาตรฐาน ต 3.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กบั กลุ่มสาระการเรียนรอู้ ่ืน และเป็นพนื้ ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตนตวั ชว้ี ดั ม.2/1 ค้นคว้า รวบรวม และสรปุ ข้อมลู / ข้อเท็จจรงิ ท่เี กี่ยวข้องกบั กล่มุ สาระการเรียนรอู้ ่นื จากแหล่งเรยี นรู้ และนาเสนอด้วยการพดู /การเขยี น

2. สาระสาคัญ(ความคดิ รวบยอด) เขา้ ใจและตีความเรื่องท่ีฟังและอ่าน มีทักษะการส่ือสารทางภาษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารนาเสนอข้อมูลขา่ วสาร และความคดิ เห็นในเรื่องตา่ งๆ โดยการพดู และการเขียน ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการเช่ือมโยงความรู้กับกล่มุ สาระการเรียนรู้อื่น3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง (K) เข้าใจและตีความเร่ืองทฟี่ งั และอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเห็น อย่างมีเหตผุ ลคาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบาย เชน่ การทาอาหารและเครื่องดม่ื การประดิษฐ์ ขอ้ ความ ข่าวประกาศ และบทรอ้ ยกรอง การใช้พจนานกุ รม หลกั การอา่ นออกเสียง ประโยค หรอื ข้อความ และความหมายเกย่ี วกบั ตนเอง ครอบครวั สถานที่ ภาษา และวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ภาษาทใี่ ช้ในการส่อื สารระหวา่ งบคุ คล เชน่ การทักทาย กล่าวลา ขอบคุณ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน ประโยค/ขอ้ ความ ทีใ่ ชแ้ นะนาตนเอง เพอื่ น และบคุ คลใกลต้ วั คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ ายภาษาท่ีใช้ในการแสดงความต้องการ เสนอและใหค้ วามช่วยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให้ความชว่ ยเหลอื ในสถานการณต์ ่างๆ นาเสนอข้อมลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเรอื่ งตา่ งๆ โดยการพดู และการเขียนการบรรยายข้อมูลเก่ยี วกับตนเอง กจิ วตั รประจาวัน ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณท์ อี่ ยู่ในความสนใจของสังคม เช่น การเดินทาง การรับประทานอาหาร การเล่นกฬี า/ดนตรี เขา้ ใจความสัมพันธร์ ะหว่างภาษากบัวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และนาไปใชไ้ ด้อยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ การใช้ภาษา นา้ เสยี ง และกริ ิยาทา่ ทางในการสนทนา ตามมารยาทสงั คมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เช่น การขอบคณุ ขอโทษ การชมเชย การใช้สหี นา้ ท่าทางประกอบ ความเป็นมาและความสาคญั ของเทศกาล วันสาคัญ ชวี ติ ความเปน็ อยู่และประเพณีของเจ้าของภาษา ใชภ้ าษาต่างประเทศในการเชือ่ มโยงความรกู้ ับกลุ่มสาระการเรยี นรอู้ นื่ และเปน็ พน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปดิ โลกทัศน์ของตน การคน้ คว้า การรวบรวม การสรุป และการนาเสนอข้อมลู /ข้อเทจ็ จริงทเ่ี กย่ี วข้องกบั กลุ่มสาระการเรยี นรูอ้ ื่น 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษา เพอื่ ฝึกทักษะฟัง อ่าน ปฏิบตั ิ อธิบาย เขียน แสดงความคดิ เห็นส่อื สารแลกเปลยี่ นข้อมูล สนทนา แลกเปลี่ยนข้อมลู ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา พดู ให้ความชว่ ยเหลือบรรยาย พูดข้อมลู เขียนข้อมูล เขยี นสรุปใจความสาคัญ แสดงความคดิ เห็น โดยใช้ภาษาเหมาะสมกับกาลเทศะ พรอ้มอธบิ ายเกีย่ วกับเทศกาล วันสาคัญ ชีวติ ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจา้ ของภาษา ตลอดจนเขา้ ร่วมกจิ กรรม จัดกิจกรรมเพอ่ื อธบิ ายและเปรยี บเทียบ ความเหมือนและความแตกต่างของเจา้ ของภาษาคน้ คว้า รวบรวม สรุปขอ้ มลู และนาเสนอ แลกเปลีย่ นเรยี นรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสัมพนั ธ์ 3.3 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจทักษะทางภาษาอย่างมเี หตผุ ลและถูกต้อง ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในการใช้ภาษาเพ่ือการสอ่ื สารอยา่ งมีประสิทธิภาพ มีทกั ษะการคดิ รู้จกั การทางานอย่างเหมาะสม และการทางานรว่ มกันกบั ผู้อืน่ อยา่ งมีมารยาท เห็นคุณค่าและประโยชนน์ าความร้ไู ปใช้ประโยชน์อยา่ งมีเหตผุ ล และมีเจตคติที่ดตี ่อภาษาอังกฤษ

3.4 สมรรถนะสาคัญผู้เรียน (C) ผเู้ รยี นมคี วามสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแกป้ ญั หา และความสามารถในการคิด4. ภาระงาน (สะทอ้ นการทากิจกรรม)4.1 ภาระงาน - ใบงาน - แบบฝกึ หดั - หนงั สอื เล่มเลก็ อาหารและเครื่องด่ืม ภาษาอังกฤษ(งานกลุม่ ) - สมดุ คาศัพท์5. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์ใหน้ ักเรยี นฝึกทักษะการส่ือสาร ใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากใบงาน - ส่งใบงานตรงเวลา ถูกต้อง เรยี บร้อย สะอาด (2 คะแนน) - ส่งใบงานตรงเวลา ไมเ่ รยี บร้อย (1 คะแนน) - สง่ ใบงานไม่ตรงเวลา (0.75คะแนน) - ไม่ส่งใบงาน (0 คะแนน)ใหน้ กั เรยี นฝกึ ทักษะการสื่อสาร แบบฝกึ หดั แบบฝกึ หดั (1 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากแบบฝึกหัด - ส่งแบบฝกึ หัดตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หัดตรงเวลา ไมเ่ รยี บร้อย (0.75 คะแนน) - สง่ แบบฝึกหดั ไม่ตรงเวลา (0.25คะแนน) - ไม่ส่งใบงาน (0 คะแนน)การสังเกต การใชท้ ักษะทางภาษาองั กฤษ แบบประเมินการฟัง ประเมินการฟัง พดู อา่ น เขียน (2.67 คะแนน)ของนักเรยี น ในการรว่ มทากิจกรรมตา่ งๆ พูด อา่ น เขยี นทงั้ ในหอ้ งเรียน และนอกห้องเรยี น ภาษาอังกฤษหนังสอื เล่มเลก็ อาหารและเครื่องดม่ื หนังสอื เลม่ เล็ก แผน่ พับ (3 คะแนน)ภาษาอังกฤษ อาหารและเครอ่ื งดมื่ - ส่งแผน่ พับ ตรงเวลา ถกู ต้อง เรยี บรอ้ ย สะอาด

วิธกี าร เครื่องมอื เกณฑ์(งานกลุ่ม) ภาษาอังกฤษ (3 คะแนน) - ส่งแผ่นพบั ตรงเวลา ไมเ่ รียบร้อย (2 คะแนน) - สง่ แผ่นพบั ไมต่ รงเวลา (1คะแนน) - ไม่ส่งแผ่นพบั (0 คะแนน)ใหน้ กั เรียนเขยี นคาศัพท์ที่นักเรยี นรู้จกั สมดุ คาศัพท์ สมุดคาศัพท์ (1 คะแนน)และคาศัพทใ์ หมๆ่ ทีน่ กั เรยี นค้นควา้ หา - ส่งสมุดคาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามท่ีความรู้เพมิ่ เตมิ ด้วยตนเอง เขียนไว้ กาหนดลว่ งหนา้ กอ่ นถึงคาบเรยี น 20 คาศัพท์ต่อ (1 คะแนน)1 เรยี น - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามท่ีกาหนดการสอบเก็บคะแนนกลางภาค ข้อสอบ (0.75 คะแนน) - สง่ สมดุ คาศัพท์ ไม่ตรงเวลา และไม่ครบจานวน รวมคะแนนหนว่ ยที่ 1 ตามทีก่ าหนด (0.25คะแนน) - ไมส่ ่งสมุดคาศัพท์ (0 คะแนน) - สอบเกบ็ คะแนนกลางภาค (7 คะแนน) 16.67 คะแนน6. กจิ กรรมการเรยี นรู้บทเรยี นย่อยที่ 1 ( 1 ช่ัวโมง)ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ สบู่ ทเรยี น -ครแู สดงตัวอย่างประโยคสอื่ ความหมายเกีย่ วกับอาหารที่ครูชนื่ ชอบ I like fried chicken. It is my favorite dish. I also like apple pie and strawberry ice cream. -ครแู ลกเปลย่ี นความคดิ เห็นกับนักเรยี นเกี่ยวกับอาหารจานโปรด โดยพูดประโยค “Name yourfavorite foods” - ครูเขยี นคาทน่ี ักเรียนพูดบนกระดาน เชน่ hot dogs, pizza, steak, pasta, Frenchfries, fish and chip sandwich และ hamburger เป็นต้น - นกั เรยี นตอบคาถามเกยี่ วกับอาหารชนดิ อื่นที่ไม่ปรากฏบนกระดานเพ่ือกระตุน้ ความรู้เดิมเกย่ี วกบั ชื่ออาหารโดยใชค้ าถาม เชน่ Possible Question: Do you like spaghetti?

Possible Answer: Yes, I do. หรือ No, I don’t. -นกั เรียนศึกษาความรจู้ ากใบความรเู้ ก่ียวกบั อาหาร ใบความรู้ที่ 1 What’s your favourite food?และอ่านคาศพั ท์เก่ียวกับอาหาร -นกั เรียนศกึ ษาเมนูอาหารแล้วตอบคาถาม เชน่ Possible Question: Which of these foods do you like? Which foods don’t you like? ขนั้ ท่ี 2 ข้นั สอน - นกั เรียนสนทนาถาม-ตอบเก่ียวกบั อาหารท่ีชอบ Possible Question: What is this food? What is your favourite food? Why do you like it? -นักเรียนช่วยกนั เดาความหมายของคาศัพท์บนกระดาน โดยครูชแ้ี นะวธิ ตี คี วามหมายของคาจากบรบิ ทขอ้ ความและภาพ เช่น dessert ingredients memory occasions special taste texture -นกั เรยี นทบทวนการใช้ประโยคคาถามเกยี่ วกับอาหาร Wh-question Possible Question: What’s your favourite food? Where do you get it? Why do you like it? When was the first time you ever tastes it?ขัน้ ท่ี 3 ขั้นสรปุ -นักเรยี นจับคฝู่ กึ ถาม-ตอบ การใชป้ ระโยคคาถาม Wh-question ใบงาน -นักเรยี นทาใบงาน Let’s check your grammar -นกั เรียนชว่ ยกนั สรปุ โครงสร้างประโยคคาถามโดยใช้ What Where Why Whenบทเรียนย่อยที่ 2 ( 1 ชวั่ โมง)ขน้ั ท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน -ทบทวนการใช้ประโยคคาถาม Wh-question เก่ียวกบั อาหารท่ชี อบ ขัน้ ท่ี 2 ขนั้ สอน -นักเรียนจดั กลุม่ ๆ ละ 5 คน สมั ภาษณ์เพื่อนในกลุ่มเก่ียวกับอาหารท่ีชอบโดยใช้ประโยคคาถาม ดังน้ี What is your favourite food? What is its name? How do you like it? What is it like? Why do you like it? Can you cook it yourself? Do you eat it on special occasions? etc.

- ตวั แทนนกั เรียนนาเสนอและสรุปขอ้ มลู จาการสมั ภาษณเ์ พอ่ื นเกี่ยวกับอาหารท่ีช่นื ชอบ - ใหน้ กั เรยี นอ่านบทสนทนาขั้นที่ 3 ขั้นสรปุ - นกั เรยี นเขียนเก่ยี วกบั My favourite food is …….. ในใบงาน และตรวจคาตอบกบั เพ่ือนบทเรยี นย่อยท่ี 3 ( 1 ชั่วโมง)ขนั้ ท่ี 1 นาเขา้ สบู่ ทเรยี น -นกั เรยี นจดั กลุ่มประเภทของอาหารหลกั 5 หมู่ What are 5 food groups? Name grains group that you have every day. What kind of food is full of protein? Which food group is yogurt? Is ice cream good for you? -นักเรียนแลกเปลีย่ นประสบการณเ์ กยี่ วกับการรับประทานอาหารในชวี ติ ประจาวันทบ่ี ้านและท่ีโรงเรียน ข้ันที่ 2 ข้นั สอน - ใหน้ กั เรียนอา่ นบทอา่ นในใบความรทู้ ี่ 2 Food Health ขอ้ 1 เร่อื ง Introducing the foodgroups แล้วตอบคาถามดงั น้ี Why do we have balance of all the food groups? What are 5 groups of food? - Grains Group - Vegetables Group - Fruit Group - Milk Group - Meat & Beans Group -นักเรียนช่วยกันหาความหมายของคาศัพทใ์ นบทอ่าน เชน่ broccoli, cantaloupe, energy,infection, muscles, protein, pudding, serving, spinach, tasty - นักเรยี นสงั เกตโครงสรา้ งประโยคจากบทอา่ น present Simple Tense : like and likes และ to-infinitive ตามใบความรูท้ ี่ 2 ข้อ 3 Grammar -แบง่ กลุ่มนักเรียนอภปิ รายถึงอาหารสขุ ภาพทจี่ าเป็นสาหรับวัยร่นุ โดยตอบคาถาม Why should teenagers have to eat “healthy food?ขนั้ ที่ 3 ขน้ั สรปุ - นักเรียนอาสาสมคั รนาเสนอขอ้ สรุปจากการอภปิ รายในหวั ขอ้ ดงั กล่าว

บทเรยี นย่อยท่ี 4 ( 1 ชวั่ โมง)ข้นั ที่ 1 นาเขา้ สบู่ ทเรียน -ครซู กั ถามนักเรยี นเกยี่ วกับลักษณะการเจริญเตมิ โตของผักและผลไม้ -Where does apple grow? It grows from tree. - Where does carrot grow? It grows underground ขน้ั ท่ี 2 ขั้นสอน -นกั เรยี นฟงั เพลงจากเวบ็ ไซด์ You tube เพลง Healthy Food Will Make You Smile byDebbie Doo จาก https://www.youtube.com/watch?v=cZ60zhvMlGk -นักเรียนตอบคาถามเกีย่ วกบั เพลงดงั กล่าว -นักเรียนเขียนช่อื อาหารสขุ ภาพท่ีได้ฟังจากเพลง (group work) -นกั เรยี นตรวจสอบคาตอบจากบทเพลง และฝกึ ร้องเพลงขัน้ ที่ 3 ขน้ั สรปุ -นกั เรียนแต่ละกลุ่มแข่งกนั เขียนช่อื อาหารไทย ผักและผลไม้ไทย ใหม้ ากท่ีสดุ ภายในเวลาทก่ี าหนด -นักเรียนทาใบงานบทเรียนย่อยท่ี 5 ( 2 ชวั่ โมง)ขั้นท่ี 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน -ครใู หน้ ักเรยี นดรู ปู ภาพ supermarket แลว้ ซักถาม Possible Questions: Do you like going shopping in the supermarket? Do you like shopping there? Why? Did you go shopping last weekend? What did you buy at the supermarket last weekend? How often do you go shopping? Etc. ขั้นท่ี 2 ข้ันสอน -นักเรยี นศกึ ษาคาศพั ท์ และช่วยกนั หาความหมาย เช่น bakery dairy meat produceshopping store supermarket -นกั เรยี นทาความเข้าใจการใชค้ ากริยา like และ go เชน่ Tida likes shopping. Does Jack like shopping? Sam goes shopping at the weekend. Does your mother go shopping at the weekend?

-นกั เรียนศกึ ษาใบความรู้ เรอื่ ง Shopping Food -นกั เรียนฝึกสนทนาแลกเปล่ยี นประสบการณเ์ ก่ียวกบั การไปซอื้ ของใน supermarket เช่น Where is milk? In the dairy aisle -นกั เรียนจบั คู่ ถาม-ตอบ การซอ้ื อาหารจากแผนกต่างๆ เช่น Where food is located? -นักเรยี นทาใบงานท่ี 3 ข้อ 1ขน้ั ท่ี 3 ข้ันสรปุ -นักเรียนสรปุ การซอ้ื ของอยา่ งฉลาด (Smart Buy) ควรทาอยา่ งไร -ตวั แทนนกั เรียนนาเสนอหน้าช้ันเรียนบทเรยี นย่อยท่ี 6 ( 2 ชวั่ โมง)ขน้ั ที่ 1 นาเข้าส่บู ทเรียน - นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ เกีย่ วกับการซ้ือของอย่างฉลาด (Smart Buy) ตามสถานการณ์ทก่ี าหนดเช่น “If you have ฿ 200, what would you buy for food at the food shop?” -นักเรียนลงเสยี ง (vote) ตดั สนิ ผู้ทส่ี ามารถเลือกซ้ือของอย่างฉลาดท่ีสดุขัน้ ท่ี 2 ขั้นสอน - นักเรยี นศึกษา กิจกรรม Buying-Habits โดยใหแ้ ตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั คิดราคาอาหารตลอดปี เกีย่ วกบัการซอ้ื ของทไี่ มม่ ีประโยชน์ -กลุ่มท่สี ามารถคดิ ราคาอาหารไดถ้ กู ตอ้ งและรวดเร็วที่สดุ เป็นผ้ชู นะ -แต่ละกล่มุ อภิปรายเกีย่ วกบั ข้อดขี องการรบั ประทานอาหารที่ปรุงจากบา้ น -นักเรียนช่วยกบั สรุปเรื่องการประหยดั และการซื้อของที่มีประโยชน์ข้ันที่ 3 ขั้นสรปุ -ให้นกั เรยี นเขยี นแสดงความคดิ เห็นเกย่ี วกบั การซื้ออาหารท่ี supermarket Possible Question: Why people like shopping in the supermarket? - นกั เรยี นทาใบงานท่ี 3

บทเรียนย่อยที่ 7 ( 2 ช่วั โมง)ขน้ั ที่ 1 นาเข้าสบู่ ทเรียน 1. นกั เรียนดวู ดี ทิ ศั น์ เร่อื ง Mr. Zucchini talks with kids – eating well. และสรุปองค์ความรู้ เชน่https://www HealthyCanadians.gc.ca/Eat Well. (http://bit.ly/hcdn_eatwell5) 2. นกั เรยี นตอบคาถาม เช่น Possible Questions: Name something kids might pack in a lunch. Possible Answer: sandwiches, candy Possible Questions: Do you know the 4 food groups? Possible Answer: meat, milk, vegetable Possible Questions: Should kids help plan the meal at home? Possible Answer: Yes. Possible Questions: Do you make a list for grocery shopping? Possible Answer: Yes.ขั้นที่ 2 ขน้ั สอน-นกั เรยี นทางานกลมุ่ โดยศกึ ษาข้อมลู จาก Healthy eating tips ……………Tip # 1 Stock up on foods from the 4 food groups for quick healthy lunchesand snacks. The 4 food groups are vegetables and fruits, grain products, milk and alternative,meat and alternative.Tip # 2 Connect with your kids by planning meals as a family.Tip # 3 Save time and money by using a grocery list.-ตวั แทนกลุ่มนาเสนอ Healthy eating tips-นักเรียนชว่ ยกันคน้ หาคาศัพท์ทกี่ าหนดconnect grain productsgrocery list meat and alternativepacking plansnack vegetables and fruits- นักเรยี นทาความเข้าใจประโยค Imperative sentence เช่นStock up on foods from 4 food groupsConnect with your kids by planning meals as a family.Name something kids might pack in a lunch.Take me to the library.ขน้ั ที่ 3 ขนั้ สรปุ -นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายการซอ้ื อาหารที่เป็นประโยชนเ์ พ่ือนาไปรบั ประทานที่โรงเรยี น -ตวั แทนนกั เรยี นนาเสนอข้อมูลหน้าช้นั เรียน -นกั เรยี นทาใบงาน -นกั เรยี นทาแบบทดสอบเร่ือง Healthy Food

7. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 7.1 สอ่ื การเรียนรู้ - รูปภาพ - ใบงาน - แบบฝกึ หดั 7.2 แหลง่ เรยี นรู้ - Internet

8. บนั ทกึ หลงั การสอน. 8.1 ดา้ นความรู(้ K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................................................... 8.3 ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์(A) ............................................................................................................................. ........................... 8.4 ดา้ นสมรรถนะสาคัญผเู้ รียน(C) ............................................................................................................................. ...........................ปญั หาอปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ................................................................................................................................................ .......................... ลงชื่อ ................................................ครผู ูส้ อน (นางวันทนีย์ มมุ านะวงศ์) วันที่ ........................................ความคิดเหน็ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้............................................................................................................................. ............................................. ลงชื่อ ................................................หวั หน้ากลุ่มสาระ (นางวันทนีย์ มุมานะวงศ์) วันท่ี ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ............................................................................................................................. ............................................. ลงช่อื ............................................หัวหนา้ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ (นางสาวทัศนีย์ วงทองดี) วันที่ ........................................ความคิดเห็นผู้บรหิ ารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงช่ือ .............................................................. (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ) วันที่ ........................................ ตาแหนง่ ผ้อู านวยการโรงเรียนหันคาราษฎร์รังสฤษด์ิ

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 6 เรือ่ ง Daily Routinesรายวิชาภาษาอังกฤษ รหสั วชิ า อ22101 ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 10 ชว่ั โมงครูผ้สู อน นางวนั ทนยี ์ มุมานะวงศ์ โรงเรยี นหันคาราษฎรร์ ังสฤษด์ิ1. มาตรฐานการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวัดมาตรฐาน ต 1.1 เขา้ ใจและตีความเรอ่ื งทีฟ่ ังและอา่ นจากส่ือประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็อยา่ งมีเหตผุ ลตวั ชว้ี ดั ม.2/1 ปฏบิ ตั ติ ามคาขอร้อง คาแนะนา คาชแ้ี จง และคาอธบิ ายงา่ ยๆ ที่ฟังและอา่ นตวั ช้วี ัด ม.2/2 อ่านออกเสยี งข้อความ ขา่ ว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองสั้นๆ ถูกตอ้ งตามหลักการอ่านตวั ชี้วัด ม.2/3 ระบ/ุ เขยี นประโยค และข้อความ ใหส้ ัมพนั ธ์กบั ส่ือท่ีไม่ใช่ความเรียง รูปแบบ ต่างๆ ท่ีอ่านตวั ชี้วัด ม.2/4 เลือกหัวขอ้ เรื่อง ใจความสาคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail)และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรอ่ื งที่ฟังและอา่ น พร้อมทั้งให้เหตุผลและยกตวั อย่างง่ายๆประกอบมาตรฐาน ต 1.2 มที ักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลข่าวสารแสดงความรสู้ กึและความคิดเหน็ อย่างมีประสทิ ธภิ าพตัวชีว้ ดั ม.2/1 สนทนา แลกเปลย่ี นขอ้ มลู เก่ยี วกับตนเอง เรือ่ งตา่ งๆ ใกล้ตวั และสถานการณต์ ่างๆในชวี ติ ประจาวันอย่างเหมาะสมตวั ชว้ี ดั ม.2/2 ใชค้ าขอรอ้ ง ใหค้ าแนะนา คาช้แี จง และคาอธบิ ายตามสถานการณ์ตวั ช้ีวัด ม.2/3 พดู และเขยี นแสดงความตอ้ งการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลอื ตอบรบั และปฏเิ สธการใหค้ วามชว่ ยเหลือ ในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสมตวั ชว้ี ดั ม.2/4 พดู และเขียนเพอ่ื ขอและใหข้ ้อมลู บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟงัหรืออา่ นอย่างเหมาะสมมาตรฐาน ต 1.3 นาเสนอข้อมูลขา่ วสาร ความคดิ รวบยอด และความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ โดยการพดูและการเขียนตวั ชว้ี ดั ม.2/1 พูดและเขียนบรรยายเกยี่ วกับตนเอง กจิ วตั รประจาวนั ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ ท่ีอยูใ่ นความสนใจของสังคมมาตรฐาน ต 2.2 เข้าใจความเหมอื นและความแตกตา่ งระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใช้อย่างถกู ต้องและเหมาะสมตัวช้ีวดั ม.2/1 เปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหวา่ งการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลาดับคาตามโครงสรา้ งประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทยตัวชว้ี ัด ม.2/2 เปรียบเทียบและอธิบายความเหมอื นและความแตกต่างระหวา่ งชีวติ ความเป็นอยแู่ ละวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยมาตรฐาน ต 4.1 ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ทงั้ ในสถานศึกษา ชุมชน และสังคม

ตัวชีว้ ดั ม.2/1 ใชภ้ าษาสอ่ื สารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ีเกดิ ขึน้ ในหอ้ งเรยี นสถานศกึ ษา และชุมชน2. สาระสาคัญ(ความคดิ รวบยอด) มที กั ษะการสอ่ื สารทางภาษาในการแลกเปลีย่ นข้อมลู ข่าวสาร แสดงความร้สู ึกและความคดิ เหน็นาเสนอข้อมูล โดยการพูดและการเขียนเขา้ ใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากับภาษาและวัฒนธรรมไทย และนามาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม ใช้ภาษาตา่ งประเทศในสถานการณ์ต่างๆ ท้งั ในสถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง (K)เข้าใจและตคี วามเรื่องที่ฟงั และอ่านจากส่อื ประเภทต่างๆ และแสดงความคิดเหน็ อยา่ งมีเหตผุ ล คาขอร้องคาแนะนา คาช้แี จง และคาอธิบาย เชน่ การทาอาหารและเครื่องด่ืม การประดิษฐ์ ข้อความ ขา่ ว ประกาศและบทร้อยกรอง การใช้พจนานุกรม หลักการอา่ นออกเสียง ประโยค หรอื ข้อความ และความหมายเก่ียวกบัตนเอง ครอบครวั สถานท่ี ภาษา และวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี บทสนทนา นิทาน เรอื่ งสน้ั และเร่ืองจากส่อื ประเภทตา่ งๆ เช่น หนงั สือพิมพ์ วารสาร วทิ ยุ โทรทศั น์ เวบ็ ไซด์ การจับใจความสาคัญ เชน่ หัวขอ้ เรื่องใจความสาคัญ รายละเอียดสนบั สนุนคาถามเกีย่ วกับใจความสาคญั ของเร่ือง เชน่ ใคร ทาอะไร ทไ่ี หน เม่อื ไรอย่างไร ทาไม ใช่หรือไม่ ทกั ษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลยี่ นขอ้ มูลขา่ วสารแสดงความร้สู ึกและความคิดเหน็ อย่างมปี ระสิทธิภาพ ภาษาทใี่ ชใ้ นการส่ือสารระหว่างบคุ คล เชน่ การทักทาย กล่าวลา ขอบคณุ ขอโทษ ชมเชย การพูดแทรกอย่างสุภาพ การชักชวน ประโยค/ขอ้ ความ ทใี่ ช้แนะนาตนเอง เพ่อื น และบคุ คลใกล้ตัว คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาช้แี จง และคาอธิบาย ภาษาท่ใี ชใ้ นการแสดงความต้องการ เสนอและให้ความชว่ ยเหลือ ตอบรับและปฏเิ สธการใหค้ วามช่วยเหลือในสถานการณ์ตา่ งๆ คาศัพท์ สานวน ประโยค และขอ้ ความท่ใี ชใ้ นการขอและให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกับเรอื่ งที่ฟังหรอื อา่ น นาเสนอข้อมลูขา่ วสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเห็นในเร่ืองต่างๆ โดยการพูดและการเขยี น การบรรยายข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง กจิ วัตรประจาวนั ประสบการณ์ ข่าว/เหตกุ ารณท์ ่ีอย่ใู นความสนใจของสังคม เช่น การเดนิ ทาง การรับประทานอาหาร การเลน่ กีฬา/ดนตรี เข้าใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งภาษาและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ภาษาและวัฒนธรรมไทย การเปรยี บเทียบและการอธิบายความเหมือน/ความแตกต่างระหว่างการออกเสยี งประโยคชนิดต่างๆ ของเจ้าของภาษากบั ของไทย การเปรียบเทียบและการอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชวี ติ ความเปน็ อย่แู ละวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยภาษาต่างประเทศในสถานการณต์ า่ งๆ ท้ังในสถานศึกษา ชุมชน และสงั คมการใชภ้ าษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองทีเ่ กิดขึน้ ในห้องเรียน สถานศึกษา และชุมชน 3.2 ทกั ษะกระบวนการ (P) โดยใช้ทักษะกระบวนการทางภาษา เพอ่ื ฝึกทกั ษะฟงั อ่าน ปฏิบตั ิ อธบิ าย เขยี น แสดงความคดิ เหน็สื่อสารแลกเปล่ียนข้อมลู สนทนา แลกเปล่ียนข้อมลู ใช้คาขอร้อง ใหค้ าแนะนา พดู ให้ความช่วยเหลอืบรรยาย พดู ข้อมูล เขยี นข้อมูล เขยี นสรุปใจความสาคัญ แสดงความคิดเห็น โดยใชภ้ าษาเหมาะสมกบักาลเทศะ พรอ้มอธบิ ายเกย่ี วกบั เทศกาล วันสาคญั ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา ตลอดจนเขา้ รว่ มกิจกรรม จดั กจิ กรรมเพ่อื อธบิ ายและเปรียบเทยี บ ความเหมือนและความแตกต่างของเจา้ ของภาษาคน้ คว้า รวบรวม สรุปขอ้ มลู และนาเสนอ แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และนาไปเผยแพร่ และประชาสัมพนั ธ์

3.3 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) เพอื่ ให้เกิดความรคู้ วามเขา้ ใจทักษะทางภาษาอย่างมีเหตผุ ลและถูกต้อง ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในการใชภ้ าษาเพอื่ การส่ือสารอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ มีทักษะการคดิ รูจ้ ักการทางานอยา่ งเหมาะสม และการทางานรว่ มกันกบั ผู้อนื่ อยา่ งมีมารยาท เห็นคุณคา่ และประโยชน์นาความรู้ไปใช้ประโยชน์อยา่ งมเี หตผุ ล และมีเจตคติทดี่ ีต่อภาษาอังกฤษ 3.4 สมรรถนะสาคัญผเู้ รียน (C) ผู้เรียนมคี วามสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ความสามารถในการแกป้ ัญหา และความสามารถในการคดิ4. ภาระงาน (สะท้อนการทากจิ กรรม) 4.1 ภาระงาน - ใบงาน - แบบฝึกหดั - สมดุ บันทึกกิจวตั รประจาวัน - สมุดคาศัพท์5. การวดั และประเมนิ ผลการเรียนรู้ เคร่อื งมือ เกณฑ์ วิธีการ ใบงาน ใบงาน ( 2 คะแนน)ให้นกั เรียนฝกึ ทักษะการสื่อสาร แบบฝึกหดั - สง่ ใบงานตรงเวลา ถูกตอ้ ง เรยี บรอ้ ย สะอาดภาษาองั กฤษจากใบงาน (2 คะแนน) แบบประเมินการฟงั - ส่งใบงานตรงเวลา ไมเ่ รยี บรอ้ ยใหน้ ักเรียนฝึกทักษะการส่ือสาร (1.50 คะแนน)ภาษาองั กฤษจากแบบฝึกหัด - สง่ ใบงานไม่ตรงเวลา (0.5คะแนน)การสงั เกต การใช้ทกั ษะทางภาษาองั กฤษ - ไม่สง่ ใบงาน (0 คะแนน) แบบฝกึ หัด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หดั ตรงเวลา ถูกต้อง เรียบร้อย สะอาด (1 คะแนน) - สง่ แบบฝกึ หดั ตรงเวลา ไม่เรยี บรอ้ ย (0.75 คะแนน) - ส่งแบบฝกึ หัดไมต่ รงเวลา (0.25คะแนน) - ไมส่ ง่ ใบงาน (0 คะแนน) ประเมินการฟงั พูด อ่าน เขยี น (2.67 คะแนน)

วิธกี าร เครือ่ งมือ เกณฑ์ของนักเรียน ในการร่วมทากจิ กรรมตา่ งๆทง้ั ในห้องเรยี น และนอกห้องเรียน พูด อา่ น เขียน แผ่นพบั (3 คะแนน) ภาษาองั กฤษ - สง่ แผน่ พบั ตรงเวลา ถกู ต้อง เรยี บรอ้ ย สะอาด- สมดุ บันทกึ กจิ วัตรประจาวนั (3 คะแนน) - สมดุ บันทึกกิจวัตร - สง่ แผ่นพับ ตรงเวลา ไมเ่ รียบรอ้ ย ประจาวนั (2 คะแนน) - ส่งแผ่นพับ ไม่ตรงเวลา (1คะแนน) - ไมส่ ่งแผ่นพบั (0 คะแนน)ใหน้ ักเรียนเขยี นคาศัพทท์ น่ี ักเรียนรู้จกั สมุดคาศัพท์ สมดุ คาศัพท์ (2 คะแนน)และคาศพั ท์ใหม่ๆทนี่ ักเรยี นค้นคว้าหา - ส่งสมุดคาศัพท์ ตรงเวลา ครบจานวนตามที่ความรเู้ พ่ิมเตมิ ดว้ ยตนเอง เขียนไว้ กาหนดลว่ งหนา้ ก่อนถงึ คาบเรียน 20 คาศัพท์ต่อ (2 คะแนน)1 เรียน - สง่ สมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา แตค่ รบจานวน ตามทกี่ าหนดการสอบเก็บคะแนนกลางภาค ขอ้ สอบ (1.50 คะแนน) - ส่งสมดุ คาศัพท์ ไมต่ รงเวลา และไม่ครบจานวน รวมคะแนนหน่วยท่ี 1 ตามทกี่ าหนด (1คะแนน) - ไม่สง่ สมุดคาศัพท์ (0 คะแนน) - สอบเกบ็ คะแนนกลางภาค (6 คะแนน) 16.67 คะแนน6. กจิ กรรมการเรยี นรู้ บทเรยี นย่อยท่ี 1 (3 ชั่วโมง)ขัน้ ที่ 1 นาเข้าสูบ่ ทเรียน - ครูให้นกั เรียนดตู ัวอยา่ งการใช้ Simple present tense - เสรจ็ แลว้ ครทู บทวนการใชป้ ระโยค Simple present tense โดยเขียนโครงสรา้ งประโยคบนกระดานดา ดงั นี้

- ครพู ูดให้ขอ้ มลู ประจาวนั ของตนเอง เช่น - I get up at six o’clock. - I take a shower at 6.15. - I have breakfast at 6.30. - I go to school at seven o’clock. - ครูถามกิจวตั รประจาวนั ของนักเรียน อาจใช้คาถามนา เชน่ - What do you usually do at 8.30? - What do you always do at noon? - ส่มุ นกั เรียนอาสาสมัคร 5-6 คนออกมาพูดเก่ียวกับกจิ วัตรประจาวันของนักเรยี น เชน่ - My name is (ชื่อนักเรยี น). I usually go to school by motorcycle. I always have lunchat school.ขนั้ ท่ี 2 ขัน้ สอน - ให้นักเรียนดภู าพจากกจิ กรรม โดยแนะนาว่า ภาพทง้ั หมดแสดงกิจวัตรประจาวันของ Rosa แลว้ถามนักเรียนเกีย่ วกับกิจกรรมตา่ ง ๆ ในรปู ภาพ โดยใชค้ าถามนา เชน่ - What does Rosa do in the first picture? - What does Rosa do in the second picture? - ครเู ปดิ ซีดบี ันทกึ เสียงทีละภาพ แล้วให้นักเรยี นออกเสยี งตามจนครบทุกภาพ - ครูใหน้ ักเรยี นอ่านโจทย์ในกิจกรรม Comprehension เพอ่ื ให้เข้าใจกอ่ นทากจิ กรรม - ให้นกั เรียนทาแบบฝกึ หดั ในกิจกรรม Comprehension ครูใหน้ ักเรยี นอ่านออกเสียงประโยคในแตล่ ะข้อพร้อมกนั ทง้ั ชั้น พร้อมทง้ั ตอบวา่ true หรือ falseถ้าข้อใดตอบ false ครูให้นกั เรียนบอกประโยคท่ถี ูกต้อง - ครูอธิบายนักเรยี นว่าในภาษาอังกฤษ เมื่อพูดถึงการเดนิ ทางด้วยยานพาหนะตา่ ง ๆ จะใช้ byเชน่ by car, by bus, by plane, by train, by bicycle แตถ่ ้าเดนิ จะใช้ on foot และอธบิ ายความแตกต่างระหว่างคาวา่ wake up และ get up ว่า

- wake upหมายถึงto stop sleeping, or to make someone stop sleeping (ตน่ื ,ปลกุ ใหต้ น่ื ) - get up หมายถึง actually get out of bed (ตนื่ นอน, ลุกจากท่ีนอน) - ใหน้ กั เรยี นเล่นเกมใบ้คา โดยให้นักเรียนอาสาสมัครคนหนึง่ ออกมาใบ้กิจกรรมใดกิจกรรมหนึง่ใหเ้ พอื่ นนักเรียนทา ถา้ ทายถกู ให้นกั เรยี นคนท่ีทายถูกเป็นคนใบค้ าต่อไป (ครูใหน้ กั เรยี นปฏิบตั ติ ามความเหมาะสมของเวลา) - ให้นักเรยี นจับคแู่ ต่งประโยคบรรยายกจิ วตั รประจาวันของ Rosa โดยใช้ประโยค Simplepresent tense โดยครยู ก ตัวอย่าง ดังน้ี - Rosa gets up at six o’clock. She takes a bath and gets dressed. Then she hasbreakfast. - ให้นักเรยี นแต่ละคู่ฝึกพูดประโยคทนี่ ักเรยี นแตง่ ใหเ้ พ่ือนฟัง ครูสังเกตการทากิจกรรมรอบ ๆ ห้องและคอยใหค้ วาม ชว่ ยเหลอื เม่ือนักเรยี นออกเสยี งผดิข้ันท่ี 3 ขนั้ สรปุ - นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั เสร็จแลว้ ตรวจสอบคาตอบร่วมกนั - ครอู ธิบายการใช้ usually และ always โดยยกตวั อย่างประโยคบนกระดานดา เชน่ - I usually get up at six o’clock. - I always watch TV after dinner. - ครูแนะนาวา่ usually และ always เปน็ คาวิเศษณท์ ่ีแสดงความถี่ (Adverbs of frequency) ซ่งึ จะวางไวห้ น้ากรยิ าในประโยค - ครูเปดิ ซดี ีบันทกึ เสยี งการถาม-ตอบในกิจกรรม Practice ในหนงั สอื เรยี น ใหน้ ักเรียนออกเสยี งตาม - ใหน้ กั เรยี นจบั ค่แู ต่งประโยคถาม-ตอบโดยดตู ัวอยา่ งประโยคจากกิจกรรม Practice ในหนังสอื เรียน - ส่มุ นกั เรียน 5-6 คู่ พดู บทสนทนาหน้าช้ันเรียน และให้นักเรียนจบั คู่กันพดู ถามและบอกกจิ วัตร ประจาวนั ของตนเอง - ครูประเมนิ การพูดถามและบอกกจิ วัตรประจาวนั ของนกั เรยี นโดยใชแ้ บบประเมินการสนทนากิจกรรมคู่

บทเรยี นย่อยที่ 2 ( 3 ชว่ั โมง)ข้นั ที่ 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน - ครูให้นักเรยี นนึกถงึ บุคคลท่มี ีชอ่ื เสียง เช่น ดารา นกั รอ้ ง ท่ียังอยใู่ นวยั เรยี น และให้นกั เรียนจนิ ตนาการวา่ ในแตล่ ะวนั เขาจะทากจิ วตั รอะไรกนั บ้าง เชน่ T: What does (ช่อื ดารา) do in the morning? Ss: She/He gets up at six o’clock. T: What does (ชอ่ื ดารา)do next? Ss: She/He takes a bath. - ใหน้ กั เรยี นดรู ูปภาพประกอบบทสนทนาในกิจกรรม Conversation ในหนังสอืเรยี นและพูดเก่ยี วกับภาพ โดยการใช้คาถามนา เชน่ T: What do you see in the picture? Ss: I see 2 women in the armchairs. T: What do you think the conversation is about? Ss: It is about _________ . ข้นั ที่ 2 ขน้ั สอน - ครูเปิดเสยี งกิจกรรม Conversation แลว้ ให้นักเรียนอา่ นตามพร้อมกัน - ให้นักเรียนชว่ ยกันบอกส่งิ ที่นักเรยี นได้ฟงั อย่างย่อ ๆ โดยครูใช้คาถามนา ดังน้ี - What is the name of the star guest? - Is she old? - What does she do at six o’clock? - Does she take a shower? - What does she eat for breakfast? - Where does she often go in the morning? - What does she do in the afternoon? - What does she do at night? - Does she like being a celebrity? - What doesn’t she like? - ครเู ขียนคาศัพท์ใหม่บนกระดานดา เช่น studio, private, prepare, online, celebrity, interview ครถู ามความหมายของคาศัพทเ์ หลา่ นน้ั โดยให้ นักเรยี นเดาความหมายจากบรบิ ท ถา้ มีนักเรยี นตอบไม่ได้ ครูอธิบายความหมาย แล้วสรุปความหมายเปน็ ภาษาไทย - ครูแจ้งจุดประสงค์การฟงั และอา่ นเพื่อหารายละเอียด แล้วใหน้ ักเรียนอา่ นคาถามในกิจกรรม About the Conversation ในหนงั สือเรียน เพอ่ื นกั เรยี นจะไดม้ ีจดุ มุ่งหมายในการฟังและการอา่ นบทสนทนา - ครเู ปดิ เสยี งบทสนทนาอีกครงั้ ให้นักเรยี นอา่ นบทสนทนาพรอ้ มกนั แล้วตอบtrue or false

- ครูตรวจคาตอบโดยสุ่มให้นักเรียน 6 คนอ่านประโยคและคาตอบคนละ 1 ขอ้ ถ้าคาตอบเปน็ false ใหบ้ อกประโยคที่ถูกต้องดว้ ย ข้นั ท่ี 3 ขัน้ สรุป - ครใู หน้ กั เรยี นอ่านคาสง่ั ในกจิ กรรม ใหน้ กั เรียนซักถามหากไมเ่ ข้าใจคาสงั่ - ครูเปดิ เสยี ง 2 คร้งั โดยครัง้ แรกให้นกั เรยี นฟงั เพ่อื จับใจความสาคญั ครัง้ ที่ 2 ให้นกั เรยี นเรียงลาดบั ประโยคตามบทพดู - ครเู ปดิ เสียงอีกครั้งหน่งึ และให้นักเรียนตรวจคาตอบพร้อมกัน - ครูใหน้ กั เรียนทาใบงาน บทเรยี นย่อยท่ี 3 ( 2 ชั่วโมง)ขั้นท่ี 1 นาเขา้ สูบ่ ทเรียน - ครยู กตัวอยา่ งประโยคเกี่ยวกับกจิ วัตรประจาวนั ของครบู นกระดานดา เชน่ - I always go to school by car. - I usually have breakfast at school. - I sometimes play badminton on the weekend. - ครถู ามนักเรียนเกยี่ วกับกิจวตั รประจาวันของนกั เรียน แล้วสมุ่ นักเรยี นตอบคาถาม เช่น - Do you have breakfast at school? - What time do you go to school? - What do you usually do on the weekend? ขน้ั ท่ี 2 ข้ันสอน - ให้นกั เรยี นศึกษาการใช้ Simple present tense ในกรอบ Grammar ด้วย ตนเอง - ครถู ามรูปกรยิ า Simple present tense ท่ใี ชก้ บั ประธานเอกพจน์ บุรษุ ท่ี 3และทบทวนกฎ การเตมิ -s, -es, -ies เพอื่ เปน็ การทบทวนสง่ิ ทเี่ คยเรยี นมาแลว้ - ครูถามเกี่ยวกับการใช้ Simple present tense โดยสมุ่ ให้นักเรยี นบางคนอธบิ าย ครูพูดสรปุ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเข้าใจถูกต้อง - ครเู ขียนกริยาเหล่าน้ีบนกระดานดา to learn, to dress, to watch, torun, to study ใหน้ กั เรยี นผันกริยาเม่ือประธานเปน็ เอกพจน์ บุรุษที่ 3 พรอ้ มทั้งแตง่ ประโยคโดยใช้กรยิ าบนกระดานดา เชน่ learn = He learns English. dress = Shedresses herself. watch = Hewatches television. run = Somsakruns in the morning. study = Marystudies math. - ให้นักเรยี นทาแบบฝึกหดั ขอ้ C-D ใน Workbook

- ให้นักเรียนศึกษา Adverbs of frequency และ Time expressions ในกรอบGrammar ในหนังสือเรียน หนา้ 41 พร้อมทัง้ อ่านประโยคตัวอยา่ ง แล้วสมุ่ นกั เรียนบางคนอธบิ ายให้เพอ่ื น ๆฟงั เสร็จแลว้ ครสู รปุ อีกครัง้ หนึ่งเพือ่ ใหน้ ักเรยี นเข้าใจถูกต้อง ครอู ธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับคา everyday และ every day ดงั น้ี everydayเปน็ คาคุณศัพท์ (adjective) แปลว่า 1. ซึง่ เกิดขึน้ ทุกวัน, ธรรมดา synonym คือ commonplace, ordinary, or normal เชน่It is a very special party. We will not serve an everyday home-cooking. 2. ทกุ วัน (ความหมายน้ีทาให้สับสนกับคาวา่ every day จงึ ต้องรู้ synonym ประกอบดว้ ย)synonym คอื daily เช่น The teacher explained the overuse of “just” in everyday speech. every dayเปน็ สานวนบอกเวลา (time expression) แปลว่า ทกุ วนั หรือ เป็นประจา synonym คือ each day, regularly เชน่ My mother goes to the gymevery day. สรปุ everyday เปน็ คาเดย่ี ว ๆ ทต่ี ้องมีคานามตามหลงั เสมอ สว่ น every day =adjective +noun ดังน้นั จงึ ใช้โดยไม่มีคานามตามหลงั และจะวางไว้ต้นหรือท้ายประโยคเลยก็ได้ข้ันที่ 3 ขน้ั สรุป - ให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด ในกิจกรรม Language in Context โดยให้นักเรยี นสร้างประโยคคาถามและประโยคคาตอบ แลว้ สมุ่ ให้นักเรียนจับคู่ผลดั กนั ถาม-ตอบ - ครูทบทวนการใช้ Adverbs of frequency โดยการตัง้ คาถามใหน้ ักเรียนตอบเชน่ T: What do you usually do on Sunday? S1: I usually watch television. T: Do you often play soccer? S2: No, I don’t. I never play soccer. T: Do you always chat online? S3: Yes, I do. I always chat online. - นกั เรยี นทาแบบฝึกหดั ข้อ B ในกจิ กรรม Language in Context ในหนงั สอืเรียน ใหน้ ักเรียนดรู ปู ภาพแล้วอา่ นประโยคคาถามและคาตอบ แล้วใหน้ ักเรียนจบั คเู่ ขียนประโยคคาถามและคาตอบตามรูปภาพ โดยใช้ Adverbs of frequency ในประโยค แลว้ สุ่มนักเรยี น 6 คู่อ่านประโยคคาถามและคาตอบแต่ละขอ้ ครูคอยแก้ไขเมื่อนักเรยี นออกเสยี งผิดพลาด (ครเู นน้ การออกเสยี ง ‘s’ ทา้ ยกริยาเอกพจน์บุรุษท่ี 3) - ให้นกั เรยี นทาแบบฝกึ หดั - นักเรียนดรู ปู ภาพกิจกรรม Writing แล้วบรรยายกิจกรรมทีน่ ักเรียนเหน็ ใหน้ กั เรียนช่วยกันระดมความคิดวา่ ปกตินักเรยี นจะทาอะไรในวนั หยุดสุดสปั ดาห์ ครสู ุ่มเรียกนกั เรยี นออกมาพดู หนา้ ชัน้เรยี น เช่น “I usually go to the park on Saturday. I always ride a bike around the park.” เป็นต้น

- ใหน้ ักเรียนฝึกเขียนอีเมล์ถึงเพื่อนเกย่ี วกบั กจิ กรรมท่ีทาในวนั หยดุ สดุ สัปดาห์ แลว้ใหน้ ักเรียนออกมาอ่านอเี มล์ของตัวเองให้เพ่ือนฟงั หน้าชัน้ เรียน ครูคอยแก้ไขหากนักเรยี นใช้ภาษาและไวยากรณ์ผดิ - ครูประเมนิ ผลการเขยี นอีเมล์โดยใช้เกณฑ์การประเมินการเขยี นจดหมายสว่ นตวั /อเี มล์บทเรียนย่อยท่ี 4 ( 2 ช่วั โมง)ขน้ั ท่ี 1 นาเขา้ สู่บทเรียน - ครูถามเกยี่ วกับการเดินทางด้วยยานพาหนะต่าง ๆ โดยการถามคาถามทใี่ ช้Adverbs of frequency ท่ไี ดเ้ รยี นมาจากบทเรยี นท่แี ล้ว เช่น T: How do you always go to school? Ss: I always go to school by car/bus/bicycle/motorcycle. - ให้นกั เรยี นดูรูปภาพในกจิ กรรม Reading เร่อื ง A Simple Solution ครูถามนกั เรยี นเก่ยี วกับภาพ เช่น - What do you see in the picture? - What is the boy in the picture doing? - What does he wear? - Why does he have to wear a helmet and knee pads? - ครพู ยายามกระตุ้นให้นกั เรยี นตอบคาถาม หากไมส่ ามารถตอบเป็นภาษาอังกฤษใหบ้ อกเป็นภาษาไทย แลว้ ครูบอกเป็นภาษาอังกฤษ พรอ้ มทงั้ เขยี นบนกระดานดาเพื่อใหน้ ักเรียนเข้าใจคาศพั ท์ ขัน้ ท่ี 2 ข้นั สอน - ครูแจง้ จดุ ประสงค์ของการอา่ น คือ การอ่านเพื่อหารายละเอยี ด ครเู ปดิ เสียงกจิ กรรม พร้อมกับให้นักเรยี นอา่ นตามในใจ และขดี เสน้ ใต้คาศพั ท์ที่นักเรยี นไม่เข้าใจความหมาย สุ่มให้นกั เรยี นออกมาเขยี นคาศัพท์ท่ไี ม่เข้าใจบนกระดานดา เชน่ solution, subway, inexpensive, problem,traffic, dangerous, rollerblades, helmet ครอู ธิบายความหมายหรอื ใหน้ กั เรยี นค้นหาความหมายของคาศัพทใ์ นพจนานุกรม - นักเรียนอ่านบทอ่านอีกคร้ังหน่ึง แลว้ ครูถามคาถามเพื่อตรวจสอบความเข้าใจวา่ นกั เรยี นสามารถหารายละเอยี ดของเร่ืองได้ท้งั หมดหรือไม่ เช่น - How do the students get to school? - How does Mike get to school? - What does Mike wear when he skates to school? - Does he have any problems with traffic? - Does he go to school late? - Who thinks it is dangerous?

- What do his friends think? - What does Mike think? - นักเรยี นอา่ นคาถามในกจิ กรรม About the Reading เปดิ โอกาสให้นักเรียนซกั ถามหากไม่เขา้ ใจคาถามทุกข้อ แล้วให้นกั เรยี นตอบคาถามในกิจกรรม About the Reading - ครูอ่านคาถามและให้นักเรยี นอา่ นคาตอบ เพ่อื ตรวจสอบความถูกต้องพรอ้ มกัน(ดูเฉลยทา้ ยเลม่ ) ข้นั ที่ 3 ขั้นสรปุ - ให้นักเรียนทากิจกรรม Speaking โดยให้จบั คู่กนั ผลัดกนั ถาม-ตอบ - ครูประเมนิ การพดู โดยใชเ้ กณฑ์การประเมินการพดู - นักเรยี นจบั คู่ทากิจกรรม Project ในหนงั สอื เรยี น ใหน้ ักเรียนจนิ ตนาการว่ากาลงัสัมภาษณ์บุคคลทม่ี ชี อื่ เสียงเก่ียวกับกิจวตั รประจาวนั ของบุคคลนั้น - ให้นักเรยี นแต่ละคูช่ ่วยกนั เขยี นบทสัมภาษณ์ โดยใช้ตัวอยา่ งจากกจิ กรรมConversation ใน หนังสือเรยี น เสรจ็ แลว้ ให้นักเรียนแตล่ ะคู่แสดงบทบาทสมมติ โดยให้นกั เรียนคนทีห่ นงึ่เปน็ ผสู้ ัมภาษณ์และอกี คนเป็นบคุ คลท่มี ีช่ือเสยี ง จากนนั้ ครูส่มุ เรียกนักเรียนบางคู่ออกมาแสดงบทบาทสมมตหิ นา้ ช้ัน - ใหน้ ักเรยี นคู่เดิมช่วยกนั เขียนสรุปข้อมูลจากบทสัมภาษณท์ ีช่ ่วยกันแต่งเกีย่ วกับกิจวัตรประจาวนั ของบคุ คลที่มชี ่ือเสยี ง ลงบนกระดาษแข็งโดยใชโ้ ครงสรา้ งประโยคที่ได้เรียนมาในบทเรยี นน้ีพร้อมทง้ั หาภาพมาประกอบให้สวยงาม เสร็จแลว้ ใหน้ ักเรยี นนาเสนอผลงานหน้าชนั้ เรียน - ครูประเมินงานเขียนบทสัมภาษณ์และการนาเสนอโดยใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ การนาเสนอ - ให้นกั เรยี นทาแบบฝึกหัด7. สอื่ /แหล่งเรียนรู้ 7.1 ส่ือการเรยี นรู้ - รูปภาพ - ใบงาน - แบบฝึกหัด 7.2 แหลง่ เรยี นรู้ - Internet

8. บนั ทกึ หลงั การสอน. 8.1 ดา้ นความร้(ู K) ............................................................................................................................. .................................. 8.2ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) ............................................................................................................................................................... 8.3 ดา้ นคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์(A) ............................................................................................................................. ........................... 8.4 ดา้ นสมรรถนะสาคญั ผูเ้ รียน(C) ........................................................................................................................................................ปญั หาอปุ สรรค/ขอ้ เสนอแนะอ่ืน ๆ............................................................................................................................. ............................................. ลงชอ่ื ................................................ครผู ูส้ อน (นางวนั ทนยี ์ มมุ านะวงศ์) วันท่ี ........................................ความคิดเหน็ หัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้................................................................................................................................................ .......................... ลงชื่อ ................................................หวั หนา้ กลุ่มสาระ (นางวนั ทนยี ์ มุมานะวงศ)์ วันที่ ........................................ความคดิ เหน็ หวั หน้ากลมุ่ งานบริหารวชิ าการ............................................................................................................................. ............................................. ลงชอื่ ............................................หัวหนา้ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ (นางสาวทัศนยี ์ วงทองดี) วันท่ี ........................................ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา............................................................................................................................. ............................................. ลงชื่อ .............................................................. (นายวนิ ยั คาวเิ ศษ) วนั ที่ ........................................ ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรียนหนั คาราษฎรร์ ังสฤษดิ์


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook