โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ ายประถม) SRINAKHAR.I.N..W...I.R..O..T...U..N..I.V..E.R..S..I.T..Y..:.P..R..A..S..A..R..N..M...IT...D..E..M..O...N..S..T.R..A..T..I.O..N...S..C..H..O...O..L..(.E..L..EMENTARY) ส่วนนำำ� : แนะนำำ� โรงเรียน ปรัชญา การศกึ ษา คือ ความเจรญิ งอกงาม เครื่องหมายโรงเรียน เครอ่ื งหมายรูปกราฟ บรรจใุ นวงกลมรูปคล่นื แปดคล่นื อยดู่ า้ นซา้ ย โรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ายประถม) อยดู่ า้ นขวา สัญลักษณป์ ระจำำ� โรงเรียน กราฟฟังกช์ นั เอกซโ์ พเนนเชียล y = ex หมายถงึ ความเจรญิ งอกงามอนั ไมม่ ีท่ีสนิ้ สดุ สีประจำำ� โรงเรียน สีเทา หมายถงึ สมอง สีแดง หมายถงึ ความกลา้ หาญ สเี ทา - แดง หมายถงึ ความกลา้ ท่ีจะคดิ ปณิธาน/ค่านิยมหลัก คณุ ธรรมนำำ� ปัญญา กา้ วหนา้ กลา้ คดิ มีจิตสาธารณะ รกั ษาวฒั นธรรม เอกลักษณข์ องโรงเรียน พฒั นาการคดิ พฒั นาศกั ยภาพ พฒั นาวชิ าชีพครู อัตลักษณข์ องนักเรียน กลา้ คดิ กลา้ สรา้ งสรรค์ กลา้ แสดงออกอยา่ งมีวฒั นธรรม 2
พนั ธกจิ 1. จดั การศกึ ษาตามมาตรฐานสากล 2. สง่ เสรมิ งานวิจยั 3. สรา้ งครูมืออาชีพ 4. บรกิ ารสงั คมและดำำ� รงไวซ้ ง่ึ ศลิ ปวฒั นธรรม 5. คิดสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม สถานทต่ี งั้ โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) 174 สขุ มุ วทิ 23 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวฒั นา กรุงเทพมหานคร 10110 โทรศพั ท์ 0-2662-3180-86 โทรสาร 0-2662-3188 E-mail [email protected] Website http://prathom.swu.ac.th/ 3
4
ตน้ ไม้ประจำำ� โรงเรียน ชื่อทอ้ งถน่ิ : กลั ปพฤกษ์ (Wishing Tree) ชือ่ วทิ ยาศาสตร์ : Cassia bakeriana – Wishing Tree ชือ่ สามัญ : – Pink Shower ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ลำำ� ต้น กัลปพฤกษ์เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ความสูงประมาณ 10-15 เมตร เปลือกนอกสีเทาลำำ� ตน้ มีรอยเป็นเสน้ เล็กนอ้ ยแตกก่ิงกา้ นพ่งุ ประโยชน์ : สดู่ า้ นบนไมค่ อ่ ยเป็นระเบียบ ใบ ใบเป็นแผงมีใบยอ่ ยประมาณ 5-6 คอู่ อกเรยี งตรงกนั ตามกา้ นใบเป็นคู่ ๆ ใบบางเรียบปลายใบแหลม ขนาดของใบกวา้ งประมาณ 2-4 เซนติเมตร ใบยาวประมาณ 4-7 เซนตเิ มตร ดอก ดอกออกเป็นช่อตามก่ิงกา้ นมีกล่ินหอม มีสีชมพูแกมขาว ดอกบาน จะมีความกวา้ งประมาณ 23 เซนติเมตร มีกลีบดอก 5 กลีบตรงกลางดอก จะมีเกสรตวั ผสู้ เี หลือง ผล/ฝัก ผลเป็นฝักกลม ยาว มีสีดำำ� เม่ือแก่เนือ้ ในฝักมีสีขาวกั้นเป็นชัน้ ๆ แตล่ ะชนั้ จะมีเมลด็ เรยี งอยภู่ ายใน ฝักหนง่ึ ยาวประมาณ 15-30 เซนตเิ มตร - กลั ปพฤกษ์ เป็นไมด้ อกไมป้ ระดบั ท่ีนิยมปลกู ตามสถานท่ีราชการต่าง ๆ เน่ืองจากมีดอกออกเป็นชอ่ สวยงามคลา้ ยดอกซากรุ ะของญ่ีป่นุ - กลั ปพฤกษ์ นิยมปลกู เป็นไมม้ งคลท่ีคนโบราณเช่ือวา่ หากคนในครอบครวั ประสงคส์ ่ิงใดก็จะไดต้ ามปรารถนา และเป็นตน้ ไมท้ ่ีนำำ� โชคลาภเงินทองมา ใหแ้ ก่สมาชิกในครอบครวั - สารในเปลือกสามารถนำำ� มาตกตะกอนเป็นโปรตีนได้ มาประยุกตใ์ ช้ สำำ� หรบั ฟอกหนงั 5
พระพุทธรูปประจำำ� โรงเรียน พระศรีศากยะทศพลญาณฯ (จำำ� ลอง) พระพุทธรูปปางลีลา หลงั จากโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ (ฝ่ ายประถม) ก่อตั้งขึน้ ประมาณ 1 ปี ได้สรา้ งอาคาร อเนกประสงค์คือ โรงอาหารเดิม (เพ่ิมเติมอาคาร 1) และจัดใหม้ ีเวทีสำำ� หรบั ใหน้ ักเรียนไดท้ ำำ� กิจกรรม บริเวณ ตรงกลางเวทีเป็นท่ีตั้งของพระพุทธรูปบูชาตามดำำ� ริของ รองศาสตราจารย์ไพเราะ ตัณฑิกุล อาจารย์ใหญ่ คนแรกของโรงเรียน เพ่ือใหน้ ักเรียนทัง้ โรงเรียนไดท้ ำำ� พิธี สวดมนตป์ ระจำำ� สปั ดาหท์ กุ วนั ศกุ ร์ อาจารยเ์ พม่ิ จติ ร มกี งั วาล สถาปนิก เป็ นผู้ดำ�ำเนินการอัญเชิญ “พระศรีศากยะ ทศพลญาณ ฯ (จำำ� ลอง)” ซง่ึ เป็น พระพทุ ธรูปปางลีลา มา ประดษิ ฐานเป็นพระประจำำ� โรงเรยี น นบั แตน่ นั้ มา 6
เรื่อง 2 4 สว่ นนำำ� : แนะนำำ� โรงเรยี น 5 เพลงประจำำ� โรงเรยี น 6 ตน้ ไมป้ ระจำำ� โรงเรยี น 8 พระพทุ ธรูปประจำำ� โรงเรยี น 12 ประวตั โิ รงเรยี น 13 สารจากผอู้ ำำ� นวยการ 14 โครงสรา้ งการบรหิ าร 16 คณะกรรมการบรหิ ารโรงเรยี น 20 แผนผงั โรงเรยี น 22 ขอ้ มลู บคุ ลากร 27 หลกั สตู รสถานศกึ ษา 37 การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ 54 ระเบียบการแตง่ กาย และระเบียบปฏิบตั ทิ ่วั ไปของนกั เรยี น 66 ระเบียบปฏิบตั ทิ ่วั ไปของนกั เรยี นหลกั สตู รนานาชาติ (PPiP) 73 ระเบียบวา่ ดว้ ยเรอ่ื งเกียรติบตั ร 79 ระเบียบการลงโทษ และการตดั คะแนนความประพฤตขิ องนกั เรยี น 81 หอ้ งสมดุ โรงเรยี นสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) 83 คำำ� แนะนำำ� การปอ้ งกนั ตนเองและการปฏิบตั ิดา้ นสขุ อนามยั ในโรงเรยี น ภาคผนวก
ประวัตโิ รงเรียน โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ ายประถม) กรมสามญั ศกึ ษา (เดมิ ) ซือ้ ท่ีดนิ เนือ้ ท่ีประมาณ 9 ไร่ 1.6 ตารางวา เหมาะท่ีจัดตั้งเป็ นโรงเรียนประถมศึกษา หม่อมหลวงป่ิน มาลากลุ ปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการจงึ ไดเ้ ขียน แผนผังวางรูปโรงเรียนขึ้น และได้ให้นายพิณ สินธุเสก เป็ นสถาปนิกออกแบบก่อสร้างและได้ลงมือก่อสร้างเม่ือ วันท่ี 10 ธันวาคม พ.ศ. 2493 กรมสามัญศึกษา (เดิม) และ กรมสามญั ศกึ ษา (ใหม)่ จงึ ไดใ้ หง้ บประมาณกอ่ สรา้ งเป็นงวด ๆ ตงั้ แต่ พ.ศ. 2493 ถงึ พ.ศ. 2498 เม่ือโรงเรียนฝึกหดั ครูชนั้ สงู ถนนประสานมิตร ไดร้ บั สถาปนาเป็ นวิทยาลัยวิชาการศึกษาจัดสอนวิชาการศึกษา แขนงตา่ ง ๆ รวมทงั้ แขนงประถมศกึ ษาดว้ ย กระทรวงศกึ ษาธิการ จงึ ไดโ้ อนอาคารท่ีก่อสรา้ งคา้ งอย่ใู หว้ ิทยาลยั วิชาการการศกึ ษา และก่อสรา้ งใหแ้ ลว้ เสร็จพรอ้ มทงั้ จดั ซือ้ พสั ดคุ รุภณั ฑท์ ่ีจำำ� เป็น โดยปลดั กระทรวงศกึ ษาธิการไดแ้ ตง่ ตงั้ คณะกรรมการมาดำำ� เนิน งานจดั ตงั้ โรงเรยี นประถมสาธิต เม่ือวนั ท่ี 11 ตลุ าคม พ.ศ. 2498 โดยมีหมอ่ มหลวงป่ิน มาลากลุ เป็นประธานกรรมการดำำ� เนินการ คณะกรรมการไดป้ ระชมุ วางหลกั การในการดำำ� เนนิ งานโรงเรยี นสาธิตเป็นครงั้ แรกเม่อื วนั ท่ี 28 ตลุ าคม พ.ศ. 2498 หลงั จากนนั้ กระทรวงศกึ ษาธิการจึงไดป้ ระกาศตงั้ โรงเรียนนีข้ ึน้ เม่ือวนั ท่ี 13 มีนาคม พ.ศ. 2499 เรยี กวา่ “โรงเรยี นประถมสาธิต วิทยาลยั วชิ าการศกึ ษา” และไดป้ ระกอบพิธีเปิดโรงเรยี นในวนั ท่ี 24 มิถนุ ายน พ.ศ. 2499 โดยมี พลเอกมังกร พรหมโยธี รฐั มนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน รบั นักเรียน ตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก (อายุ 5 – 6 ขวบ) ถึงชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 เม่ือเปิดเรียนมีนักเรียนจำำ� นวน 150 คน เป็นนักเรียนชาย 89 คน นักเรียนหญิง 61 คน คณาจารยป์ ระกอบดว้ ยอาจารยช์ าย 3 คน อาจารยห์ ญิง 9 คน มีรองศาสตราจารยไ์ พเราะตณั ฑกิ ลุ เป็นอาจารยใ์ หญ่ซง่ึ ไดก้ ำำ� หนดวตั ถปุ ระสงคใ์ นการกอ่ ตงั้ โรงเรยี นดงั นี้ 1. เป็นสว่ นหนง่ึ ของโครงการฝึกหดั ครูของวทิ ยาลยั วชิ าการศกึ ษา เพ่ือใหน้ ิสติ ใชเ้ ป็นท่ีสงั เกตการสอน โดยมีสว่ นรว่ มการปฏิบตั งิ านและฝึกสอน 2. เป็นสถานท่ีศึกษาคน้ ควา้ และวิจยั เก่ียวกบั ความเจริญเติบโตของเด็กและทดสอบหลกั วิชาการ ประถมศกึ ษาของวิทยาลยั วชิ าการศกึ ษา 3. เป็นโรงเรียนประถมศกึ ษาท่ีจะตอ้ งจดั ใหอ้ ย่ใู นระดบั ท่ีดี เพ่ือนกั การศกึ ษาจะไดด้ เู ป็นแบบอย่าง นำำ� ไปประกอบพิจารณาปรบั ปรุงคณุ ภาพโรงเรยี นประถมศกึ ษาอ่ืน ๆ ตามความเหมาะสม 8
เมอ่ื วนั ท ่ี 29 มถิ นุ ายน พ.ศ.2517 วทิ ยาลยั วชิ าการ ศกึ ษา ไดเ้ ปล่ยี นสภาพเป็นมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลยั ดงั นนั้ สถานภาพของโรงเรียน ประถมสาธิต จึงได้เปล่ียนเป็นโรงเรียนประถมสาธิต มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร โดยใชช้ ่ือวา่ ป.มศว. และสังกัดในภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ในวันท่ี 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2534 ทาง มหาวิทยาลยั ไดป้ ระกาศรวมการบริหารจดั การโรงเรียน มธั ยมสาธิตมหาวิทยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร กบั โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรเขา้ เป็นโรงเรยี นเดียวกนั ใชช้ ่ือวา่ “โรงเรียนสาธิ ตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร” ซ่ึงกำำ� หนดใหม้ ีตำำ� แหน่ง “ผูอ้ ำำ� นวยการ” เป็นตำำ� แหน่งผู้บังคับบัญชาของโรงเรียนและแต่งตั้ง รองศาสตราจารย์ ประกิจ รตั นสวุ รรณ เป็นผอู้ ำำ� นวยการ โรงเรยี นทา่ นแรก ตอ่ มาในวนั ท่ี 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ทางมหาวิทยาลัยได้มีมติให้แยกการบริหารจัดการ โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร ออกเป็น 2 โรงเรียน โดยกำ�ำหนดให้มีผู้อำ�ำนวยการ โรงเรียนสาธิตฝ่ายมธั ยมและผอู้ ำำ� นวยการโรงเรียนสาธิต ฝ่ ายประถม วาระดำำ� รงตำำ� แหน่งคราวละ 4 ปี และให้ ใชช้ ่ือว่า “โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม)” เขียนช่ือเป็นภาษาองั กฤษวา่ “SRINAKHARINWIROT UNIVERSITY : PRASARNMIT DEMONSTRATION SCHOOL (ELEMENTARY)” ปัจจุบันมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กองศิลป์ เป็นผอู้ ำำ� นวยการโรงเรยี นสาธติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) 9
ทำำ� เนียบอาจารยใ์ หญ่ และผู้อำำ� นวยการ โรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ ายประถม) 1. รองศาสตราจารย์ ไพเราะ ตณั ฑิกลุ อาจารยใ์ หญ่ พ.ศ. 2499 – 2517 2. รองศาสตราจารย์ จรยี ์ สวุ ตั ถี อาจารยใ์ หญ่ พ.ศ. 2517 – 2521 3. ศาสตราจารย์ ดร. อารี สณั หฉวี อาจารยใ์ หญ่ พ.ศ. 2521 – 2527 4. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ บญุ ยืน เสรมิ ศกั ดสิ์ กลุ อาจารยใ์ หญ่ พ.ศ. 2527 – 2531 5. รองศาสตราจารย์ สรู นิ สพุ รรณรตั น์ รกั ษาการแทนอาจารยใ์ หญ่ พ.ศ. 2531 – 2534 6. รองศาสตราจารย์ ประกิจ รตั นสวุ รรณ ผอู้ ำำ� นวยการ พ.ศ. 2534 – 2537 7. รองศาสตราจารย์ ดร.ศกั ดชิ์ ยั นิรญั ทวี รกั ษาการแทนผอู้ ำำ� นวยการ พ.ค. – มิ.ย. 2537 8. รองศาสตราจารย์ ดร.คมเพชร ฉตั รศภุ กลุ ผอู้ ำำ� นวยการ พ.ศ. 2537 – 2538 9. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ กอบรตั น์ เรอื งผกา ผอู้ ำำ� นวยการ พ.ศ. 2538 – 2546 10. รองศาสตราจารย์ วราภรณ์ รกั วิจยั ผอู้ ำำ� นวยการ พ.ศ. 2546 11. อาจารยพ์ ลู ศกั ดิ์ เทศนิยม รกั ษาการแทนผอู้ ำำ� นวยการ 6 ก.พ.– 20 ก.ย. 2547 12. พ.ต.ท. นภดล ทองนพเนือ้ รกั ษาการแทนผอู้ ำำ� นวยการ 21 ก.ย. 2547–19 ม.ค. 2548 13. รองศาสตราจารย์ ดร. สมชาย ชชู าติ รกั ษาการแทนผอู้ ำำ� นวยการ 20 ม.ค. 2548 – 8 ส.ค. 2548 14. อาจารยพ์ รรณี กฤตยารตั น์ ผอู้ ำำ� นวยการ 9 ส.ค. 2548 – 30 ก.ย. 2550 15. อาจารยน์ นั ทรตั น์ ธรรมวฒั นไ์ พศาล ผอู้ ำำ� นวยการ 1 ต.ค. 2550 – 30 ก.ย. 2554 16. รองศาสตราจารย์ สขุ มุ าล เกษมสขุ ผอู้ ำำ� นวยการ 1 ต.ค. 2554 - 30 ก.ย. 2558 17. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กองศลิ ป์ ผอู้ ำำ� นวยการ 1 ต.ค. 2558 - ปัจจบุ นั วัตถุประสงคข์ องโรงเรียน 1. เพ่ือปลกู ฝังและพฒั นาใหน้ กั เรยี นมีความสมบรู ณท์ งั้ รา่ งกาย จิตใจ สตปิ ัญญา ความรูแ้ ละ คณุ ธรรม มีจรยิ ธรรม วฒั นธรรม ในการดำำ� รงชีวิต สามารถอยรู่ ว่ มกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมีความสขุ 2. เพ่ือปลกู ฝังใหน้ กั เรยี นรูจ้ กั พง่ึ ตนเอง กลา้ คิด กลา้ พดู กลา้ ทำำ� มีความคดิ สรา้ งสรรคใ์ ฝ่รูด้ ว้ ย ตนเองอยา่ งตอ่ เน่ือง 3. เพ่ือปลกู ฝังจิตสำำ� นึกท่ีถกู ตอ้ งเก่ียวกบั การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มี พระมหากษัตรยิ เ์ ป็นประมขุ มีความภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย และรูจ้ กั รกั ษาผลประโยชนส์ ว่ นรวมของ ประเทศชาติ 4. เพ่ือส่งเสริมศาสนา ศิลปวฒั นธรรมของชาติ การกีฬา ภูมิปัญญาทอ้ งถ่ิน ภูมิปัญญาไทย และความรูอ้ นั เป็นสากล ตลอดจนอนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดลอ้ ม 5. เพอ่ื เป็นแหลง่ สนบั สนนุ การฝึกสอนฝึกงานของนสิ ติ มหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒและสถาบนั อน่ื ๆ 6. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ การศกึ ษาคน้ ควา้ วิจยั เพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาพรอ้ มทงั้ เผยแพร่ นวตั กรรมใหม่ ใหก้ บั สถาบนั การศกึ ษาอ่ืน ตลอดจนเป็นตน้ แบบการจดั การศกึ ษาใหก้ บั เยาวชนอยา่ งมี คณุ ภาพและประสทิ ธิภาพ 7. เพ่ือเป็นตน้ แบบการจดั การศกึ ษาตามมาตรฐานสากล 10
จุดมุ่งหมายของการเรียนการสอน โรงเรยี นจดั การเรยี นการสอนตามปรชั ญา ปณิธาน และวสิ ยั ทศั นท์ ่ีกำำ� หนด ตงั้ แตช่ นั้ เดก็ เลก็ จนถงึ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ใชแ้ ผนการศึกษาแห่งชาติและพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเป็นแนวทาง ในการจัดหลักสูตรการเรียนการสอน โดยมีจุดมุ่งหมายท่ีจะอบรมส่ังสอน และฝึกปฏิบัติให้นักเรียน มีพฒั นาการในดา้ นตา่ ง ๆ ดงั นี้ 1. พฒั นาความสามารถทางดา้ นรา่ งกาย 2. พฒั นาทางดา้ นจิตใจ ใหเ้ กิดความม่นั คงทางจิตใจ อารมณ์ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม 3. พฒั นาทางดา้ นสงั คม สามารถปฏิบตั ติ ามกตกิ าของสว่ นรวม 4. พฒั นาทางสตปิ ัญญาใหม้ ีความรอบรูแ้ ละสามารถใชว้ ิจารณญาณไดถ้ กู ตอ้ งในการแกป้ ัญหา 5. พฒั นาความสามารถพเิ ศษ ความถนดั ความสนใจ ในดา้ นตา่ ง ๆ ใหป้ รากฏเพอ่ื สรา้ งความภมู ใิ จ และคณุ คา่ แหง่ ตน ส่วนหลกั สตู รนานาชาติ Prasarnmit Primary International Programme (PPiP) จดั การเรียน การสอนโดยสง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นมีการเรยี นรูอ้ ย่างเป็นสากลแตย่ งั มีความเป็นไทยท่ีเขม้ แข็งดว้ ยกิจกรรมของ โรงเรยี นท่ีมงุ่ เนน้ ความเป็นไทย เชน่ กิจกรรมนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย การแสดงโขน กิจกรรมทางวฒั นธรรม และ ประเพณีไทย นกั เรยี นจะไดเ้ รยี นรูท้ งั้ สาระความรู้ทกั ษะในการเรยี นรู้และ การดำำ� เนนิ ชวี ติ หลกั สตู รนานาชาติ Prasarnmit Primary International Programme (PPiP) จงึ เป็นทางเลือกของผปู้ กครองท่ีตอ้ งการใหบ้ ตุ ร หลานมีความสามารถทางภาษาและการเรยี นรูอ้ ยา่ งเป็นสากลแตย่ งั มีความเป็นไทยท่ีเขม้ แข็ง โดยดำำ� เนิน การจดั การเรยี นการสอนในหลกั สตู ร Foundation Stage ระดบั ชนั้ Nursery และ Reception หลกั สตู ร Key Stage 1 ระดบั ชนั้ Year 1 และ Year 2 หลกั สตู ร Key Stage 2 ระดบั ชนั้ Year 3 Year 4 Year 5 และ Year 6 การจดั การเรียนการสอนมุ่งส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนเกดิ ทกั ษะสำำ� คัญ 4 ประการ คอื 1. ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู้ (Learning Skills) มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นรูว้ ิธีการเรยี นรู้ ฝึกวิธีการแสวงหา ความรูด้ ว้ ยตนเอง และการเรยี นรูต้ ลอดชีวติ 2. ทกั ษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์(Creativity) มงุ่ เนน้ การพฒั นาความคดิ สรา้ งสรรคข์ องนกั เรยี นให้ เจรญิ เตม็ ศกั ยภาพ และสามารถเลือกสรรการใชส้ ารสนเทศใหเ้ กิดคณุ คา่ ตอ่ ตนเองและสงั คม 3. ทกั ษะการส่ือสาร (Communication) มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นสามารถใชภ้ าษาเป็นเคร่อื งมือในการ ส่อื สารและสรา้ งสมั พนั ธภาพอนั ดีกบั บคุ คลท่ีตดิ ตอ่ ส่อื สาร โดยใชภ้ าษาไทย ภาษาตา่ งประเทศ และภาษา เทคโนโลยี 4. พฒั นาทกั ษะทางอารมณ์ (Emotional Quotient) มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นมีความฉลาดทางอารมณ์ ควบคมุ อารมณต์ นเอง และสามารถจดั การความขดั แยง้ ทางอารมณ์ ความเครยี ด ความโกรธ ฯลฯ และมี ความสามารถในการแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ โดยจัดการเรียนการสอนใหน้ ักเรียนรูว้ ิธีการเรียนรูท้ ่ีมีประสิทธิภาพ สามารถเรียนรูต้ ลอดชีวิต อนั จะสง่ ผลตอ่ เน่ืองไปสสู่ งั คมแหง่ การเรยี นรู้ และการศกึ ษาอยา่ งย่งั ยืน 11
ขอตอ้ นรบั ผปู้ กครองและนกั เรยี นทกุ คนเขา้ สปู่ ีการศกึ ษา 2564 โรงเรยี นของเราจะมีอายคุ รบ 65 ปี ในวนั ท่ี 24 มิถนุ ายน พ.ศ. 2564 ตลอดระยะเวลาท่ีผา่ นมา โรงเรยี นไดด้ ำำ� เนินการเปล่ียนแปลง ปรบั ปรุง และพฒั นาหลายส่ิงหลายอย่าง เพ่ือใหก้ ารจดั การศกึ ษาของโรงเรียนมีประสิทธิภาพและสามารถพฒั นา ผเู้ รียนใหม้ ีศกั ยภาพทางการเรยี นรูท้ ่ีสงู ขนึ้ ทงั้ ในดา้ นการจดั การเรยี นการสอน STEAM Education เพ่ือ เสรมิ สรา้ งทกั ษะการดำำ� รงชีวติ ในศตวรรษท่ี 21 การนำำ� นวตั กรรมและเทคโนโลยีท่หี ลากหลายมาใชใ้ นการจดั การเรยี นการสอน พฒั นาแหลง่ เรยี นรู้สอ่ื การเรยี นการสอนใหม้ คี วามเจรญิ กา้ วหนา้ ทนั สมยั และตอบสนอง ตอ่ ผเู้ รยี นในยคุ ปัจจบุ นั พรอ้ มทงั้ มีมาตรฐานเทียบเทา่ ระดบั สากล เน่ืองดว้ ยสถานการณป์ ัจจบุ นั กำำ� ลงั เกิดโรคระบาดติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) ทำำ� ใหม้ ีผล กระทบตอ่ การจดั การศกึ ษาของโรงเรยี น ดงั นนั้ โรงเรยี นจงึ ไดจ้ ดั ทำำ� หนงั สอื คมู่ อื นกั เรยี นและผปู้ กครองนกั เรยี น ฉบบั ปีการศกึ ษา 2564 ซง่ึ ประกอบดว้ ยแนวทางการจดั การเรยี นการสอน การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ ทงั้ การจดั การเรยี นการสอนตามหลกั สตู รปกติ และแนวทางการจดั การเรยี นการสอนแบบออนไลน์ รวมทงั้ ขอ้ มลู ตา่ ง ๆ ท่ีเป็นประโยชน์ ไดแ้ ก่ กฎระเบียบตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น ขอ้ ตกลงและแบบฟอรม์ เอกสารตา่ ง ๆ ท่ีจะตอ้ งนำำ� ไปใช้ โรงเรียนขอขอบคณุ ผปู้ กครองทกุ ท่านท่ีใหค้ วามรว่ มมือและปฏิบตั ิตามกฎระเบียบของโรงเรียน ดว้ ยดีเสมอมา อีกทงั้ ชว่ ยสนบั สนนุ การจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีทางโรงเรยี นจดั ขนึ้ จนสำำ� เรจ็ ลลุ ว่ งตามเปา้ หมาย สุดทา้ ยนีข้ อใหผ้ ูป้ กครองดูแลเอาใจใส่บุตรหลานของท่านอย่างใกลช้ ิด ส่งเสริมใหบ้ ุตรหลานของท่าน เป็นคนดี มีคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ สามารถอย่ใู นสงั คมไดอ้ ย่างมีความสขุ และขอใหท้ กุ คนมีสขุ ภาพ กายใจท่ีแข็งแรง ปลอดภยั จากโรคติดเชือ้ ไวรสั โคโรนา (COVID-19) และโรครา้ ยทงั้ ปวง เราจะผ่านพน้ อปุ สรรคนีไ้ ปดว้ ยกนั (ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กองศลิ ป์ ) ผอู้ ำำ� นวยการโรงเรยี นสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) 12
แผนผังโรงเรียน สาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ ายประถม) 16
อาคารรวมใจสาธิต 40 ปี (อาคาร 7 ชั้น) ชั้น 1 หอ้ งอาหารอาจารย์ / โถงอเนกประสงค์ / สนามเดก็ เลน่ ชั้น M ศนู ยเ์ พ่ือนเดก็ ประถมสาธิต ชั้น 2 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ เดก็ เลก็ 1 - 8 หอ้ งพกั อาจารย์ / ศาลาไทย ชั้น 3 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1/1 - 1/8 หอ้ งพกั อาจารย์ ชัน้ 4 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2/1 - 2/8 หอ้ งพกั อาจารย์ ชัน้ 5 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3/1 - 3/8 หอ้ งพกั อาจารย์ ชัน้ 6 หอ้ งเรยี นดนตรี / หอ้ งประชมุ ชั้น 7 ชมรมกอลฟ์ และชมรมเทเบลิ เทนนิส 17
อาคารตน้ แบบฉันทศกึ ษา เฉลิมพระเกยี รติ ศรีนครินทร์ (อาคาร 16 ชั้น) ชั้น 1 โรงอาหารนกั เรยี น / หอ้ งสมาคมผปู้ กครองและครูฯ / หอ้ งสมาคมศษิ ยเ์ กา่ / หอ้ งงานอาคาร / หอ้ งประวตั โิ รงเรยี น / หอ้ งธรุ การโครงการหลกั สตู รนานาชาติ PPiP / หอ้ งธรุ การ / หอ้ งงานการเงนิ ชัน้ 2 หอ้ งสมดุ / หอ้ งอาหารโครงการหลกั สตู รนานาชาติ PPiP / หอ้ งพสั ดุ / หอ้ งเรียนโครงการ หลกั สตู รนานาชาติ PPiP / อาคารจอดรถ ชัน้ 3 ศนู ยภ์ าษานานาชาติ / หอ้ งอาหารโครงการหลกั สตู รนานาชาติ PPiP / หอ้ งเรียนโครงการ หลกั สตู รนานาชาติ PPiP / อาคารจอดรถ ชัน้ 4 หอ้ งเรยี นโครงการหลกั สตู รนานาชาติ PPiP / หอ้ งประชมุ อเนกประสงค์ / โรงพลศกึ ษา / หอ้ งพกั อาจารยก์ ลมุ่ สาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษา และพลศกึ ษา ชั้น 5 หอ้ งโขน / ศนู ยศ์ กึ ษาภมู ปิ ัญญาไทยในรามเกยี รติ์ / หอ้ งเรยี นโครงการหลกั สตู รนานาชาติ PPiP ชั้น 6 หอ้ งศลิ ปะ / หอ้ งงานบา้ น-งานประดิษฐ์ / หอ้ งโสตทศั นปู กรณ์ ชั้น 7 ศนู ยก์ ารเรยี นรู้ STEAM ชั้น 8 ศนู ยก์ ารเรยี นรูฉ้ นั ทศกึ ษา / หอ้ งปฏิบตั กิ ารงานไม้ / หอ้ งเรยี นอเนกประสงค์ ชัน้ 9 หอ้ งวชิ าการ / หอ้ งวดั ผลประเมนิ ผล / หอ้ งเอกสารงานพมิ พ์ / หอ้ งวจิ ยั / หอ้ งงานบคุ คล ชั้น 10 - 16 หอ้ งพกั อเนกประสงค์ 18
อาคาร 7 ( อาคาร 4 ชัน้ ) ชัน้ 1 หอ้ งพยาบาล / หอ้ งเรยี นนาฏศลิ ป์ / หอ้ งเรยี นเกษตร / หอ้ งพิพิธภณั ฑพ์ ืช (พฤกษศาสตร)์ ชั้น 2 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4/1 - 4/8 / หอ้ งพกั อาจารย์ ชัน้ 3 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5/1 - 5/8 / หอ้ งพกั อาจารย์ ชั้น 4 หอ้ งเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6/1 - 6/8 / หอ้ งพกั อาจารย์ ชัน้ 5 ดาดฟา้ / ลานอเนกประสงค์ อาคารบา้ นพกั บุคลากร (อาคาร 5 ชัน้ ) ชัน้ 1 โถงอเนกประสงค์ ชั้น 2-5 หอ้ งพกั บคุ ลากร หมายเหตุ อาคารตา่ ง ๆ อาจมีการเปล่ยี นแปลง 19
ข้อมูลบุคลากร โรงเรยี นสาธิต มศว ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) สำำ� รวจ ณ วนั ท่ี 16 มีนาคม พ.ศ.2564 จำำ� นวนบุคลากรทงั้ สนิ้ 294 คน - อาจารย์ 168 คน - อาจารยช์ าวตา่ งชาต ิ 35 คน - เจา้ หน้าท่ี 53 คน - คนงาน 38 คน อาจารย์ 203 คน คน - ขา้ ราชการ 1 คน - พนกั งานมหาวิทยาลยั (เงินงบประมาณ) 76 คน - พนกั งานมหาวทิ ยาลยั (เงินรายได)้ 34 คน - โครงการหลกั สตู รนานาชาติ (เงินรายได)้ 14 คน - โครงการหลกั สตู รนานาชาติ (เงนิ รายได-้ ตา่ งประเทศ) 21 คน - อาจารยช์ าวตา่ งประเทศ (ศนู ยภ์ าษา) 14 คน - พนกั งาน (เงินสมาคม) 43 คน คน เจา้ หน้าท่ี 53 คน คน - ลกู จา้ งประจำำ� 1 คน - พนกั งาน (เงินงบประมาณ) 21 คน - โครงการหลกั สตู รนานาชาต ิ 9 - พนกั งาน (เงินรายได)้ 8 - พนกั งาน (เงินสมาคม) 14 คนงาน 38 คน - ลกู จา้ งประจำำ� 2 คน - พนกั งาน (เงินงบประมาณ) 7 คน - พนกั งาน (เงินรายได)้ 26 คน - พนกั งาน (เงินสมาคม) 3 คน 20
วุฒกิ ารศกึ ษาของบุคลากรทงั้ หมด สำำ� รวจ ณ วนั ท่ี 16 มีนาคม พ.ศ.2564 ปริญญาเอก 14 คน ปริญญาโท 85 คน ปริญญาตรี 156 คน ประกาศนียบตั รวชิ าชพี ชั้นสูง (ปวส.) 1 คน ประกาศนียบตั รวชิ าชพี (ปวช.) 3 คน ระดบั มัธยมศกึ ษา 21 คน ระดบั ประถมศกึ ษา 14 คน รวม 294 คน วุฒกิ ารศกึ ษาของอาจารย์ วุฒกิ ารศกึ ษาของเจา้ หน้าท่ี ปรญิ ญาเอก 14 คน ปรญิ ญาโท 9 คน ปรญิ ญาโท 76 คน ปรญิ ญาตร ี 43 คน ปรญิ ญาตร ี 113 คน ปวช. 1 คน รวม 203 คน รวม 53 คน วุฒกิ ารศกึ ษาของคนงาน ปวส. 1 คน ปวช. 2 คน มธั ยมศกึ ษา 21 คน ประถมศกึ ษา 14 คน รวม 38 คน ตำำ� แหน่งทางวชิ าการ ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย ์ 7 คน อาจารยส์ าธิต 136 คน อาจารย ์ 25 คน อาจารยช์ าวตา่ งชาต ิ 35 คน 21
หลักสูตรสถานศกึ ษา แนวคดิ โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ายประถม) มแี นวคดิ จดั การศกึ ษาเพ่อื พฒั นาไปสกู่ ารเป็นโรงเรยี นตน้ แบบการจดั การศกึ ษาสมู่ าตรฐานสากล สง่ เสรมิ การวิจยั สรา้ งครูมืออาชีพ คดิ สรา้ งสรรคน์ วตั กรรม บรกิ ารสงั คม และดำำ� รงไวซ้ ง่ึ ศลิ ปวฒั นธรรม อีกทงั้ มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นทกุ คน ซง่ึ เป็น กำำ� ลงั ของชาตใิ หเ้ ป็นมนษุ ยท์ ่มี คี วามสมดลุ ทงั้ ดา้ นรา่ งกาย ความรู้คณุ ธรรม มจี ติ สำำ� นกึ ในความเป็นพลเมอื ง ไทยและเป็นพลโลก ยดึ ม่นั ในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ หลักการ โดยมีหลักการ เพ่ือให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) ปีการศกึ ษา 2564 เป็นไปตามแนวนโยบายการจดั การศกึ ษาของมหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ และสอดคลอ้ งกับแนวนโยบายการจัดการศึกษา ตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พทุ ธศกั ราช 2542 และแกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ท่ี 2) พ.ศ. 2545 หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560 และหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช 2551 และมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชีว้ ัด กล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตรว์ ิทยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตร์ ในกล่มุ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) โรงเรียนไดจ้ ดั ทำำ� หลกั สตู รสถานศึกษา เพ่ือพฒั นาผูเ้ รียนใหม้ ีคณุ ภาพตามมาตรฐานท่ีกำำ� หนด มงุ่ พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ีความรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคณุ ธรรม สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นเขา้ ใจ ศรทั ธา และปฏิบตั ติ าม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา และศาสนาท่ีตนนับถือ เป็นการศึกษาเพ่ือความเป็นเอกภาพของชาต ิ โดยมงุ่ เนน้ การพฒั นารูปแบบการเรยี นรูบ้ นพืน้ ฐานของความเป็นไทยควบคกู่ บั ความเป็นสากล สง่ เสรมิ ให้ ผเู้ รยี นเกิดทกั ษะสำำ� คญั 4 ประการ คือ ทกั ษะกระบวนการเรยี นรู้ ทกั ษะการคดิ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ทกั ษะการ ส่อื สาร พฒั นาทกั ษะทางอารมณ์ ตลอดจนการรูจ้ กั อนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมไทย โดยมงุ่ หวงั ใหผ้ เู้ รยี นมีความ สมบรู ณท์ งั้ ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สงั คม และสตปิ ัญญา รวมทงั้ มีความรูท้ กั ษะดจิ ิทลั เพ่ือกา้ วสพู่ ลเมือง ในศตวรรษท่ี 21 และมีคณุ ภาพตามมาตรฐานสากล ในการจดั การศกึ ษาระดบั ปฐมวยั สำำ� หรบั เดก็ อายุ 5-6 ปี และระดบั ประถมศกึ ษา เพ่ือการศกึ ษา คน้ ควา้ และวิจัย เป็นหลกั สตู รการศึกษาท่ีเนน้ ผูเ้ รียนเป็นสำำ� คญั มีโครงสรา้ งในรูปแบบของโรงเรียน พฒั นาการคดิ โดยมคี วามยดื หยนุ่ ทงั้ ดา้ นสาระ เวลา และการจดั การเรยี นรู้มงุ่ สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รยี นมพี ฒั นาการ ทกุ ดา้ น ไดพ้ ฒั นาและเรยี นรูด้ ว้ ยตนเองอยา่ งตอ่ เน่อื งตลอดชวี ติ โดยถอื วา่ ผเู้ รยี นมคี วามสำำ� คญั ทส่ี ดุ สามารถ พฒั นาตามธรรมชาติและเต็มศกั ยภาพ ตลอดจนส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนเห็นคณุ ค่ารกั ษาศิลปวฒั นธรรม และ ส่งิ แวดลอ้ ม 22
จุดมุ่งหมายของหลักสูตร 1. ผเู้ รยี นมีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่ีพงึ ประสงค์ เหน็ คณุ คา่ ของตนเอง มีวินยั และปฏิบตั ิ ตนตามหลกั ธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาท่ีตนนับถือ ยึดหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือเป็นหลกั ในการดำำ� รงชีวิต 2. ผูเ้ รียนมีความรูท้ กั ษะอนั เป็นสากลและมีความสามารถในการส่ือสาร การคิด การแกป้ ัญหา การใชเ้ ทคโนโลยี และมีทกั ษะชีวติ 3. ผเู้ รยี นมีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตท่ีดี มีสขุ นิสยั และรกั การออกกำำ� ลงั กาย 4. ผูเ้ รียนมีความรกั ชาติ มีจิตสำำ� นึกในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดม่นั ในวิถีชีวิตและ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ 5. ผเู้ รยี นมจี ติ สำำ� นกึ ในการอนรุ กั ษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย การอนรุ กั ษแ์ ละพฒั นาสง่ิ แวดลอ้ ม มีจิตสาธารณะท่ีมงุ่ ทำำ� ประโยชนแ์ ละสรา้ งส่งิ ท่ีดีงามในสงั คม และอยรู่ ว่ มกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสขุ 6. ผเู้ รยี นดำำ� เนินชีวิตและแกป้ ัญหาตามวิถีประชาธิปไตย เคารพสทิ ธิตนเองและผอู้ ่ืน 7. ผเู้ รยี นมีมนษุ ยสมั พนั ธด์ ี 8. ผเู้ รยี นมีทกั ษะในการแสวงหาความรูไ้ ดด้ ว้ ยตนเอง 9. ผเู้ รยี นเป็นผรู้ ูจ้ กั ตนเอง มีความภาคภมู ิใจในตนเอง และรูจ้ กั ช่ืนชมผอู้ ่ืน 10. ผูเ้ รียนมีทกั ษะดิจิทลั เพ่ือกา้ วส่พู ลเมืองในศตวรรษท่ี 21 สามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ ่ืนในสงั คม ออนไลนไ์ ดอ้ ยา่ งมีความสขุ โครงสร้างหลักสูตร หลกั สตู รสถานศกึ ษาของโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) จดั การศกึ ษาเป็น 3 หลกั สตู ร ดงั นี้ 1. ปฐมวัย การจัดทำำ� หลักสูตรระดับปฐมวัย โรงเรียนใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาหลักสูตร จัดการเรียนการสอนในชั้นเด็กเล็ก (อนบุ าล 3) โดยมีโครงสรา้ งของหลกั สตู ร ดงั นี้ 1.1 การบรู ณาการวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและ วัฒนธรรม สุขศึกษา ทัศนศิลป์ เป็นการจัดการเรียนการสอนใหผ้ ูเ้ รียนเรียนรูเ้ ก่ียวกับตนเอง โรงเรยี น บา้ น ชมุ ชน วนั สำำ� คญั ของชาติไทย ส่ิงแวดลอ้ มรอบตวั ปรากฏการณธ์ รรมชาติ พืช สตั ว์ การส่อื สารและการคมนาคม 1.2 รายวิชาเพ่ิมเติม เป็นการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ใหผ้ เู้ รียนมีทกั ษะพืน้ ฐานทาง ดา้ นภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร นาฏศลิ ป์ และพลศกึ ษา 23
1.3 กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น เป็นการจดั กิจกรรมรกั ษโ์ ลกเพ่ือใหผ้ เู้ รยี นไดต้ ระหนกั ถงึ ภาวะ โลกรอ้ น และเรยี นรูก้ ระบวนการ Reduce Reuse Recycle และกิจกรรม 5 ส 1.4 ทกั ษะขนั้ พนื้ ฐานในชวี ติ ประจำำ� วนั เป็นการเรยี นรูเ้ ก่ยี วกบั การแตง่ กาย การรบั ประทาน อาหาร การนอนพกั ผอ่ น และสขุ อนามยั 2. หลักสูตรระดบั ประถมศกึ ษา การจดั ทำำ� หลกั สตู รประถมศกึ ษา โรงเรยี นใชห้ ลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) และมาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ชีว้ ดั ฯ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. 2560) เป็นแนวทาง ในการจัดการเรียนการสอน และพัฒนาหลักสูตรเพ่ือใชจ้ ัดการเรียนการสอน ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 ถึงชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 โครงสรา้ งหลกั สูตรมีการพฒั นาความรู้ ความสามารถของผูเ้ รียนเป็น 3 ช่วง ไดแ้ ก่ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1-2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3-4 และชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5-6 2.1 ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 1 - 2 บูรณาการเรียนการสอน เนน้ สรา้ งทกั ษะพืน้ ฐาน โดย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 บรู ณาการเรยี นการสอน ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 2 สรา้ งทกั ษะพืน้ ฐาน วิชาพืน้ ฐาน ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ดนตรี ทศั นศลิ ป์ เกษตร งานบา้ น และภาษาตา่ งประเทศ วิชาเพ่ิมเตมิ ไดแ้ ก่ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร นาฏศลิ ป์ และโขน กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ไดแ้ ก่ แนะแนว ลกู เสอื -เนตรนารี ฉนั ทะ และจิตอาสา 2.2 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 - 4 เนน้ ทกั ษะพืน้ ฐานและการประยกุ ต์ วิชาพืน้ ฐาน ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา ดนตรี ทศั นศลิ ป์ เกษตร งานบา้ น และภาษาตา่ งประเทศ วิชาเพ่ิมเติม ไดแ้ ก่ ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่ือสาร องั กฤษเสรมิ ทกั ษะ นาฏศิลป์ และโขน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ได้แก่ แนะแนว ลูกเสือ-เนตรนารี ฉันทะ (ป.3) C-STEAM (ป.4) และจิตอาสา 2.3 ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 - 6 การนำำ� ทกั ษะพืน้ ฐานไปประยกุ ตใ์ ช้ วิชาพืน้ ฐาน ได้แก่ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษา พลศึกษา ดนตรี ทัศนศิลป์ งานบา้ น เกษตร งานไม้ (ป.6) และภาษาตา่ งประเทศ วชิ าเพม่ิ เตมิ ไดแ้ ก่ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ภาษาเพม่ิ เตมิ นาฏศลิ ป์ และโขน กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ไดแ้ ก่ แนะแนว ลกู เสอื -เนตรนารี C-STEAM และจติ อาสา 24
3. หลักสูตรนานาชาติ Prasarnmit Primary International Programme (PPiP) The curriculum We use the International Early Year Curriculum (IEYC) and International Primary Curriculum (IPC) which was developed alongside the English National Curriculum. The IEYC and IPC is a comprehensive, thematic, creative curriculum for 3-11 years old, with a clear process of growth with specific learning goals for each subject, for international mindedness and for personal learning. In addition, we also add Thai language, Thai culture, Thai history and citizenship in order to enable students to achieve proficiency in foreign languages, while retaining Thai mindedness. The IEYC and IPC is a challenging and engaging new curriculum. Focused on developing children’s learning, its structure is based on subject, personal and internationally- minded learning goals and unique units of work which help children acquire knowledge, skills and understanding in active, exciting and involved classrooms. The IEYC and IPC is built, as they say, ‘on the shoulders of giants’. Many aspects of it are new and unique but, like all that is developmental, it is built on what went before. This includes previous curriculums, teaching and management experiences in a range of schools and the on-going debate about the nature of elementary schools, international education and the definition of curriculum. 25
“We know that children learn best when they want to learn.” Learning Process The IEYC and IPC has over 130 different thematic units of learning such as Time Detectives, Airports, I’m Alive, Inventions and Machines, and Global Swap shop. The themes enable young children to remain motivated through the learning of all subjects through cross-disciplinary units of work. It also allows them to make purposeful links and connections throughout their development and to see how their subject learning is related to the world they live in. Within each theme we explore the unit through collaborative and active learning, by learning in different environments, including the outdoor, and by applying learning to real life scenarios. Each IEYC and IPC unit incorporates a range of subjects including Art, Geography, History, ICT, International, Music, Society, Science and Technology, and provides many opportunities to link literacy and numeracy. Each subject then has a number of learning goals that help children achieve knowledge, skills and understanding in every subject. 26
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ระดบั ชัน้ เดก็ เลก็ ปี การศกึ ษา 2564 การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ชนั้ เดก็ เลก็ ปีการศกึ ษา 2564 มีการวดั และประเมินผล การเรยี นรู ้ 3 รายการ ดงั นี้ 1. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ รายวชิ า ปลายภาคเรียนท่ี 1 ปลายภาคเรียนท่ี 2 1. บรู ณาการ - ภาษาไทย 50 50 - คณิตศาสตร ์ 50 50 - วิทยาศาสตร ์ 50 50 - สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม 50 50 - สขุ ศกึ ษา 50 50 - ทศั นศลิ ป์ 50 50 2. รายวชิ าเพม่ิ เตมิ - ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร 50 50 - นาฏศลิ ป์ 50 50 - พลศกึ ษา 50 50 หมายเหตุ 1) หนว่ ยของตวั เลขท่ีแสดงในตาราง คือ คะแนน 2) ระดบั ผลการเรยี นรูร้ ายปี (ปลายภาคเรยี นท่ี 1 + ปลายภาคเรยี นท่ี 2) การประเมินผลการเรยี นรูบ้ รู ณาการ และรายวิชาเพ่ิมเตมิ กำำ� หนดระดบั ผลการเรยี นรู้ แจง้ ผลโดย ใชต้ วั เลข แสดงระดบั ผลการเรยี น ดงั นี้ 4 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดีเย่ียม (รอ้ ยละ 80 – 100) 3 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดี (รอ้ ยละ 70 – 79) 2 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ปานกลาง (รอ้ ยละ 60 – 69) 1 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่่�ำำ (รอ้ ยละ 50 – 59) 0 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ต่่�ำำกวา่ เกณฑ ์ (รอ้ ยละ 0 – 49) 3) ปลายภาคเรยี นท่ี 1 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ าม สภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 1 4) ปลายภาคเรยี นท่ี 2 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ าม สภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 2 27
2. การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ปลายภาคเรยี นท่ี 1 ปลายภาคเรยี นท่ี 2 รกั ษโ์ ลก 50 50 1) ระดบั ผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายปี (ปลายภาคเรยี นท่ี 1 + ปลายภาคเรยี นท่ี 2) แจง้ ผลดงั นี้ กิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน กิจกรรมรกั ษ์โลก กำำ� หนดระดบั ผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียนรายปี แจง้ ผลการ ประเมิน ดงั นี้ ผา่ น หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 50 – 100 ไมผ่ า่ น หมายถงึ ตอ้ งปรบั ปรุงและซอ่ มเสรมิ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 0 – 49 2) ปลายภาคเรยี นท่ี 1 หมายถงึ คะแนนทป่ี ระเมนิ จากการปฏบิ ตั จิ รงิ หรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 1 3) ปลายภาคเรยี นท่ี 2 หมายถงึ คะแนนทป่ี ระเมนิ จากการปฏบิ ตั จิ รงิ หรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 2 4) ทกุ กิจกรรมมีคะแนนรวมตลอดปีการศกึ ษา เทา่ กบั 100 คะแนน 3. การประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ขอ้ 3 มีวินยั คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ขอ้ 6 มงุ่ ม่นั ในการทำำ� งาน ขอ้ 1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ขอ้ 2 ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ ขอ้ 9 กลา้ แสดงออก ขอ้ 4 ใฝ่เรยี นรู ้ ขอ้ 5 อยอู่ ยา่ งพอเพียง ขอ้ 7 รกั ความเป็นไทย ขอ้ 8 มีจิตสาธารณะ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ายประถม) นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) มี 9 ขอ้ และกำำ� หนดเกณฑก์ ารตดั สนิ เป็น 4 ระดบั ดงั นี้ ดีเย่ียม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น ดีเยี่ยม หมายถึง ผูเ้ รียนปฏิบัติตนตามคุณลักษณะจนเป็นนิสัยและนำำ� ไปใชใ้ นชีวิตประจำำ� วัน เพ่ือประโยชนส์ ขุ ของตนเอง และสงั คม โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จำำ� นวน 5-9 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกวา่ ระดบั ดี ดี หมายถึง ผูเ้ รียนมีคุณลักษณะในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ เพ่ือใหเ้ ป็นการยอมรบั ของสังคม โดยพิจารณาจาก 1) ไดผ้ ลการประเมินระดับดีเย่ียม จำำ� นวน 1-4 คุณลักษณะ และไม่มีคุณลักษณะใด ไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกว่าระดบั ดี หรือ 2) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จำำ� นวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไม่มี คณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกว่าระดบั ผ่าน หรอื 3) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จำำ� นวน 5-9 คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑแ์ ละเง่อื นไขท่สี ถานศกึ ษากำำ� หนด โดยพจิ ารณาจาก 1) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ผ่าน จำำ� นวน 5-9 คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกว่า ระดบั ผา่ น หรอื 2) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดี จำำ� นวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมิน ต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น ไม่ผ่าน หมายถึง ผูเ้ รียนรบั รูแ้ ละปฏิบตั ิไดไ้ ม่ครบตามกฎเกณฑแ์ ละเง่ือนไขท่ีสถานศึกษากำำ� หนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ไมผ่ า่ น ตงั้ แต่ 1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 28
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ระดบั ประถมศกึ ษาปี ที่ 1 - 3 ปี การศกึ ษา 2564 การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ถงึ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ปีการศกึ ษา 2564 มีการวดั และประเมินผล 4 รายการ ดงั นี้ 1. การประเมนิ ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ / ภาคเรียนท่ี 1 สะสม 3 ภาคเรียนท่ี 2 สัดส่วนระหว่างเรียน : สอบ (%) สะสม 1 สะสม 2 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 1 สะสม 4 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 2 35 รายวชิ าพนื้ ฐาน 35 30 35 35 30 35 30 35 30 1. ภาษาไทย ( 200 70:30 ) 35 30 30 25 5 30 26 2. คณิตศาสตร์ ( 200 70:30 ) 35 65 54 9 3. วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ( 200 70:30 ) 88 9 97 88 9 97 - วิทยาศาสตร์ (170) 29 88 9 97 88 97 - วทิ ยาการคำำ� นวณ (30) 5 20 20 10 20 20 10 4. สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( 200 70:30 ) 20 10 20 10 20 - สงั คมศกึ ษา และศาสนา (50) 9 20 10 20 20 10 20 10 20 10 - ประวตั ศิ าสตร์ (50) 9 20 20 10 20 20 10 - หนา้ ท่ีพลเมือง (50) 9 20 10 20 10 35 - ภมู ิศาสตร์ (50) 9 35 30 35 30 25 5. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ( 200 80:20 ) 25 - 25 25 - 25 - 25 - - สขุ ศกึ ษา (100) 20 - พลศกึ ษา (100) 20 6. ศลิ ปะ ( 200 80:20 ) - ดนตรี (100) 20 - ทศั นศลิ ป์ (100) 20 7. การงานอาชีพ ( 200 80:20 ) - งานบา้ น (100) 20 - งานเกษตร (100) 20 8. ภาษาตา่ งประเทศ - ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน ( 200 70:30 ) 35 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ - ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร (100) 25 - นาฏศลิ ป์ และโขน (100) 25 29
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ระดบั ประถมศกึ ษาปี ที่ 4 - 5 ปี การศกึ ษา 2564 การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 4 ถงึ ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ปีการศกึ ษา 2564 มีการวดั และประเมินผล 4 รายการ ดงั นี้ 1. การประเมนิ ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ / ภาคเรียนท่ี 1 สะสม 3 ภาคเรียนท่ี 2 สัดส่วนระหว่างเรียน : สอบ (%) สะสม 1 สะสม 2 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 1 สะสม 4 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 2 35 รายวชิ าพนื้ ฐาน 35 30 35 35 30 35 30 35 30 1. ภาษาไทย ( 200 70:30 ) 35 30 30 25 5 30 26 2. คณิตศาสตร์ ( 200 70:30 ) 35 65 54 20 3. วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ( 200 70:30 ) 15 15 20 15 15 15 15 9 15 15 - วทิ ยาศาสตร์ (170) 29 88 9 97 88 97 - วิทยาการคำำ� นวณ (30) 5 20 20 10 20 20 10 4. สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( 300 70:30 ) 20 10 20 10 20 - สงั คมศกึ ษา และศาสนา (100) 20 20 10 20 20 10 20 10 20 10 - ประวตั ศิ าสตร์ (100) 20 20 20 10 20 20 10 - หนา้ ท่ีพลเมือง (50) 9 20 10 20 10 35 - ภมู ิศาสตร์ (50) 9 35 30 35 30 25 5. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ( 200 80:20 ) 25 - 25 25 - 25 - 25 25 - - สขุ ศกึ ษา (100) 20 25 - 25 - - พลศกึ ษา (100) 20 6. ศลิ ปะ ( 200 80:20 ) - ดนตรี (100) 20 - ทศั นศลิ ป์ (100) 20 7. การงานอาชีพ ( 200 80:20 ) - งานบา้ น (100) 20 - งานเกษตร (100) 20 8. ภาษาตา่ งประเทศ - ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน ( 200 70:30 ) 35 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ - ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร (100) 25 - นาฏศลิ ป์ และโขน (100) 25 - ภาษาเพ่ิมเตมิ (100) 25 30
การวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ ระดบั ประถมศกึ ษาปี ที่ 6 ปี การศกึ ษา 2564 การวดั และประเมินผลการเรยี นรูร้ ะดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 6 ปีการศกึ ษา 2564 มีการวดั และประเมินผล 4 รายการ ดงั นี้ 1. การประเมนิ ผลการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ / ภาคเรียนท่ี 1 สะสม 3 ภาคเรียนท่ี 2 สัดส่วนระหว่างเรียน : สอบ (%) สะสม 1 สะสม 2 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 1 สะสม 4 ภสาคอเบรปียลนาทย่ี 2 35 รายวชิ าพนื้ ฐาน 35 30 35 35 30 35 30 35 30 1. ภาษาไทย ( 200 70:30 ) 35 30 30 25 5 30 26 2. คณิตศาสตร์ ( 200 70:30 ) 35 65 54 20 3. วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ( 200 70:30 ) 15 15 20 15 15 15 15 9 15 15 - วิทยาศาสตร์ (170) 29 88 9 97 88 97 - วทิ ยาการคำำ� นวณ (30) 5 20 20 10 20 20 10 4. สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ( 300 70:30 ) 20 10 20 10 20 - สงั คมศกึ ษา และศาสนา (100) 20 20 10 20 20 10 20 10 20 10 - ประวตั ศิ าสตร์ (100) 20 20 20 10 20 20 10 - หนา้ ท่ีพลเมือง (50) 9 20 10 20 20 10 20 10 20 10 - ภมู ิศาสตร์ (50) 9 35 35 30 35 30 5. สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ( 200 80:20 ) 25 25 - 25 25 - - สขุ ศกึ ษา (100) 20 25 - 25 25 - 25 - 25 - - พลศกึ ษา (100) 20 6. ศลิ ปะ ( 200 80:20 ) - ดนตรี (100) 20 - ทศั นศลิ ป์ (100) 20 7. การงานอาชีพ ( 300 80:20 ) - งานบา้ น (100) 20 - งานเกษตร (100) 20 - งานไม้ (100) 20 8. ภาษาตา่ งประเทศ - ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน ( 200 70:30 ) 35 รายวชิ าเพมิ่ เตมิ - ภาษาองั กฤษเพ่ือการส่อื สาร (100) 25 - นาฏศลิ ป์ และโขน (100) 25 - ภาษาเพ่ิมเตมิ (100) 25 31
หมายเหตุ 1) หนว่ ยของตวั เลขท่ีแสดงในตาราง คือ คะแนน 2) ระดบั ผลการเรยี นรูร้ ายปี (คะแนนสะสม 1 + สะสม 2 + สะสม 3 + สะสม 4 + สอบปลาย ภาคเรยี นท่ี 1 + สอบปลายภาคเรยี นท่ี 2) แจง้ ผลโดยใชต้ วั เลข แสดงระดบั ผลการเรยี น ดงั นี้ 4 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดีเย่ียม (รอ้ ยละ 80 – 100) 3.5 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดีมาก (รอ้ ยละ 75 – 79) 3 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ดี (รอ้ ยละ 70 – 74) 2.5 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั คอ่ นขา้ งดี (รอ้ ยละ 65 – 69) 2 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ปานกลาง (รอ้ ยละ 60 – 64) 1.5 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั พอใช้ (รอ้ ยละ 55 – 59) 1 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ผา่ นเกณฑข์ นั้ ต่่�ำำ (รอ้ ยละ 50 – 54) 0 หมายถงึ ผลการเรยี นอยใู่ นระดบั ต่่�ำำกวา่ เกณฑ ์ (รอ้ ยละ 0 – 49) 3) สะสม 1 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ ามสภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในระยะครง่ึ แรกของภาคเรยี นท่ี 1 4) สะสม 2 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ ามสภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในระยะครง่ึ หลงั ของภาคเรยี นท่ี 1 5) สะสม 3 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ ามสภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในระยะครง่ึ แรกของภาคเรยี นท่ี 2 6) สะสม 4 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินดว้ ยการส่อื สารสว่ นบคุ คล การปฏิบตั ติ ามสภาพจรงิ แฟม้ สะสมงานหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในระยะครง่ึ หลงั ของภาคเรยี นท่ี 2 7) สอบปลายภาคเรยี นท่ี 1 และสอบปลายภาคเรยี นท่ี 2 หมายถงึ คะแนนสอบเพ่ือวดั ผลสมั ฤทธิ์ ทางการเรียนตามเนือ้ หาวิชาซ่ึงดำำ� เนินการสอบตามตารางท่ีฝ่ ายวิชาการกำำ� หนด ในกรณีจัดการเรียนการสอนออนไลน์ การวัดผลประเมินผลตามคู่มือการจัดการเรียนการสอน 32
2. การประเมนิ ผลการเรียนรู้กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 50 50 50 50 กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน 50 50 กจิ กรรมแนะแนว 50 50 50 50 - แนะแนว กจิ กรรมนักเรียน - ลกู เสือ-เนตรนารี - ฉนั ทะ ( ป.1 - 3 ) - C-STEAM ( ป.4 - 6 ) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ - จิตอาสา หมายเหตุ 1. ระดบั ผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายปี (ปลายภาคเรยี นท่ี 1 + ปลายภาคเรยี นท่ี 2) การประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน กำำ� หนดระดับผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนรายปี และรายงานในสมดุ รายงานผลการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี น โดยแจง้ ผลการประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ไดแ้ ก่ แนะแนว ลกู เสือ - เนตรนารี ฉนั ทะ หอ้ งสมดุ และจิตอาสา แจง้ ผลการประเมิน 4 ระดบั ดงั นี้ ดีเย่ียม หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 80 - 100 ดี หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 65 - 79 ผา่ น หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 50 - 64 ไมผ่ า่ น หมายถงึ ตอ้ งปรบั ปรุง และซอ่ มเสรมิ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 0 - 49 เม่ือสรุปผลการพฒั นาคณุ ภาพผเู้ รยี นดา้ นกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กำำ� หนดระดบั ผลการประเมิน กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายปี แจง้ ผลการประเมิน 2 ระดบั ดงั นี้ ผา่ น หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 50 – 100 ไมผ่ า่ น หมายถงึ ตอ้ งปรบั ปรุงและซอ่ มเสรมิ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 0 – 49 2. ปลายภาคภาคเรยี นท่ี 1 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินจากการปฏิบตั จิ รงิ หรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 1 3. ปลายภาคภาคเรยี นท่ี 2 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินจากการปฏิบตั จิ รงิ หรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 2 4. ทกุ กิจกรรมมีคะแนนรวมตลอดปีการศกึ ษา เทา่ กบั 100 คะแนน 33
3. การประเมนิ คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ขอ้ 3 มีวนิ ยั คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ ขอ้ 6 มงุ่ ม่นั ในการทำำ� งาน ขอ้ 1 รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ขอ้ 2 ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ ขอ้ 9 กลา้ แสดงออก ขอ้ 4 ใฝ่เรยี นรู ้ ขอ้ 5 อยอู่ ยา่ งพอเพียง ขอ้ 7 รกั ความเป็นไทย ขอ้ 8 มีจิตสาธารณะ คุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งไดร้ บั การประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องโรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร (ฝ่ายประถม) มี 9 ขอ้ และกำำ� หนดเกณฑก์ ารตดั สนิ เป็น 4 ระดบั ดงั นี้ดีเย่ียม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น ดีเยี่ยม หมายถึง ผูเ้ รียนปฏิบตั ิตนตามคุณลกั ษณะจนเป็นนิสยั และนำำ� ไปใชใ้ นชีวิตประจำำ� วนั เพอ่ื ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยย่ี ม จำำ� นวน 5 - 9 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกวา่ ระดบั ดี ดี หมายถึง ผูเ้ รียนมีคุณลกั ษณะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ เพ่ือใหเ้ ป็นการยอมรบั ของสงั คม โดยพิจารณาจาก 1) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จำำ� นวน 1-4 คุณลกั ษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใด ไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกว่าระดบั ดี หรือ 2) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ดีเย่ียม จำำ� นวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไม่มี คณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น หรอื 3) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ด ี จำำ� นวน 5-9 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น ผา่ น หมายถงึ ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขทส่ี ถานศกึ ษากำำ� หนด โดยพจิ ารณาจาก 1) ไดผ้ ลการประเมินระดบั ผา่ น จำำ� นวน 5-9 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมินต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น หรอื 2) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ด ี จำำ� นวน 4 คณุ ลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ต่่�ำำกวา่ ระดบั ผา่ น ไม่ผ่าน หมายถงึ ผเู้ รยี นรบั รูแ้ ละปฏิบตั ไิ ดไ้ มค่ รบตามกฎเกณฑแ์ ละเง่ือนไขท่ีสถานศกึ ษากำำ� หนด โดยพิจารณาจากผลการประเมินระดบั ไมผ่ า่ น ตงั้ แต่ 1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 34
4. การประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น อา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น ปลายภาคเรยี นท่ี 1 ปลายภาคเรยี นท่ี 2 อ่าน 50 50 50 50 คดิ วเิ คราะห ์ 50 50 เขยี น หมายเหตุ 1. ระดบั ผลกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นรายปี (ปลายภาคเรยี นท่ี 1 + ปลายภาคเรยี นท่ี 2) แจง้ ผลดงั นี้ การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน กำำ� หนดระดบั ผลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียนรายปี แจง้ ผลการประเมิน 4 ระดบั ดงั นี้ ดีเย่ียม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น ดีเย่ียม หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 80 - 100 ดี หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 65 - 79 ผา่ น หมายถงึ มีความสามารถตามเกณฑ์ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 50 - 64 ไมผ่ า่ น หมายถงึ ตอ้ งปรบั ปรุงและซอ่ มเสรมิ ตงั้ แตร่ อ้ ยละ 0 - 49 หรอื การประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะหแ์ ละเขียน โดยแจง้ ผล กำำ� หนดเกณฑก์ ารตดั สนิ เป็น 4 ระดบั ดงั นี้ ดีเย่ียม ดี ผา่ น และไมผ่ า่ น ดเี ยยี่ ม หมายถงึ มีผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน ท่ีมีคณุ ภาพดีเลศิ อยเู่ สมอ ดี หมายถงึ มีผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ท่ีมีคณุ ภาพเป็นท่ียอมรบั ผ่าน หมายถงึ มีผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ท่ีมีคณุ ภาพเป็นท่ียอมรบั แตย่ งั มีขอ้ บกพรอ่ งบางประการ ไม่ผ่าน หมายถงึ ไมม่ ีผลงานท่ีแสดงถงึ ความสามารถในการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน หรอื ถา้ มีผลงาน ผลงานนนั้ ยงั มีขอ้ บกพรอ่ งท่ีตอ้ งไดร้ บั การปรบั ปรุงแกไ้ ขหลาย ประการ 2. ปลายภาคเรยี นท่ี 1 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินจากการทดสอบหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 1 3. ปลายภาคเรยี นท่ี 2 หมายถงึ คะแนนท่ีประเมินจากการทดสอบหรอื รูปแบบตา่ ง ๆ ในภาคเรยี นท่ี 2 4. ทกุ รายการมีคะแนนรวมตลอดปีการศกึ ษา เทา่ กบั 100 คะแนน 35
เกณฑก์ ารเลื่อนชั้น 1. ผเู้ รยี นมีเวลาเรยี นตลอดปีการศกึ ษาไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของเวลาเรยี นทงั้ หมด 2. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินผา่ นทกุ รายวิชาพืน้ ฐาน 3. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นผา่ นตามเกณฑท์ ่ีสถานศกึ ษากำำ� หนด เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดบั ประถมศกึ ษา 1. ผเู้ รยี นเรยี นรายวิชาพืน้ ฐานและรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเตมิ ตามโครงสรา้ งเวลาเรยี นท่ีหลกั สตู ร แกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐานกำำ� หนด 2. ผเู้ รยี นตอ้ งมีผลการประเมินรายวชิ าพืน้ ฐานผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ีสถานศกึ ษากำำ� หนด 3. ผเู้ รยี นมีผลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียนในระดบั ผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากำำ� หนด 4. ผูเ้ รียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงคใ์ นระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากำำ� หนด 5. ผูเ้ รียนเขา้ ร่วมกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑก์ ารประเมินตามท่ี สถานศกึ ษากำำ� หนด เกณฑก์ ารรับเกยี รตบิ ตั รเรียนดี ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี 1 – 3 1. รายวชิ าพืน้ ฐาน มีผลการเรยี นรูร้ ายปีตงั้ แตร่ อ้ ยละ 90 ขนึ้ ไปทกุ รายวิชา (ตงั้ แต่ 89.50 ขนึ้ ไป) 2. รายวชิ าเพ่ิมเตมิ มีผลการเรยี นรูร้ ายปีตงั้ แตร่ อ้ ยละ 80 ขนึ้ ไปทกุ รายวิชา (ตงั้ แต่ 79.50 ขนึ้ ไป) 3. กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นอยใู่ นระดบั ผา่ นทกุ กิจกรรม 4. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรวมอยใู่ นระดบั ผา่ น 5. การอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน โดยรวมอยใู่ นระดบั ผา่ น ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี 4 - 6 1. รายวชิ าพืน้ ฐาน มีผลการเรยี นรูร้ ายปีตงั้ แตร่ อ้ ยละ 85 ขนึ้ ไปทกุ รายวชิ า (ตงั้ แต่ 84.50 ขนึ้ ไป) 2. รายวิชาเพ่ิมเตมิ มีผลการเรยี นรูร้ ายปีตงั้ แตร่ อ้ ยละ 80 ขนึ้ ไปทกุ รายวชิ า (ตงั้ แต่ 79.50 ขนึ้ ไป) 3. กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นอยใู่ นระดบั ผา่ นทกุ กิจกรรม 4. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ โดยรวมอยใู่ นระดบั ผา่ น 5. การอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน โดยรวมอยใู่ นระดบั ผา่ น 36
ระเบยี บโรงเรียนสาธิตมหาวทิ ยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ ประสานมติ ร (ฝ่ ายประถม) ว่าดว้ ยระเบยี บการแตง่ กาย และระเบยี บปฏบิ ตั ทิ ่วั ไปของนักเรียน ปี การศกึ ษา 2564 1. ข้อปฏบิ ตั ขิ องนักเรียน 1.1 แตง่ กายและทรงผมถกู ตอ้ งตามระเบียบของโรงเรยี น 1.2 ปฏิบัติตามกฎระเบียบในการมาและกลับตามเวลาท่ีกำำ� หนด และปฏิบัติตามระเบียบ การลาเรยี น 1.3 เป็นผมู้ ีสมั มาคารวะ รูจ้ กั กาลเทศะ 1.4 มีความรบั ผิดชอบ ตรงตอ่ เวลา มีความซ่ือสตั ย์ และกตญั ญตู อ่ ผมู้ ีพระคณุ 1.5 มีความภมู ิใจในโรงเรยี นไมป่ ระพฤตติ นก่อการทะเลาะวิวาทและขม่ ขผู่ อู้ ่ืน นำำ� ความเส่อื มเสีย มาสโู่ รงเรยี น 1.6 ไมท่ ำำ� ลายส่งิ ของเครอ่ื งใช้ และรกั ษาความสะอาด ตลอดจนสาธารณสมบตั ขิ องโรงเรยี น 1.7 หา้ มนำำ� ของมีค่า ของมีคมหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีไม่เก่ียวขอ้ งกับการเรียน หรือนำำ� สินคา้ เขา้ มาจำำ� หนา่ ย 1.8 หา้ มนำำ� อาหารออกมารบั ประทานนอกบรเิ วณโรงอาหาร 1.9 ไมย่ งุ่ เก่ียวกบั ส่งิ เสพตดิ 1.10 เม่ือมาตดิ ตอ่ ธรุ ะกบั ทางโรงเรยี นตอ้ งแตง่ ชดุ นกั เรยี นทกุ ครงั้ 1.11 ใหค้ วามรว่ มมือในกิจกรรมตา่ ง ๆ ของโรงเรยี น 1.12 รกั ษากฎระเบียบ และปฏิบตั ติ ามอยา่ งเครง่ ครดั 37
2. ระเบยี บเครื่องแตง่ กายและทรงผม 2.1 เคร่ืองแบบนักเรียนชาย ประกอบดว้ ย 2.1.1 เสือ้ เชิต้ คอตงั้ ผา้ ขาวไม่มีลวดลายหรือบาง ผ่าอก สาบท่ีอกเสือ้ กวา้ ง 4 ซม. ใชก้ ระดมุ ขาวกลมแบนขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลางไม่เกิน 1 ซม. แขนสนั้ ไม่เกิน ขอ้ ศอก มกี ระเป๋ าเหนอื อกเบอื้ งซา้ ย ขนาดกวา้ ง 8 - 12 ซม. ลกึ ตงั้ แต่ 12 - 15 ซม. เหนอื อกดา้ นขวาปักตราของโรงเรยี นดว้ ยไหมสนี ้้�ำเงนิ เขม้ ขนาดเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง1นวิ้ ปักช่อื นกั เรยี นทห่ี นา้ อกดา้ นขวาดว้ ยไหมสนี ้้�ำเงนิ เขม้ และตดิ ดาวตามสที โ่ี รงเรยี น กำำ� หนดทป่ี กเสอื้ ดา้ นซา้ ยเดก็ เลก็ มกี ระดมุ สที โ่ี รงเรยี นกำำ� หนดตดิ ทป่ี กเสอื้ ดา้ นซา้ ย หลกั สตู ร PPiP ปักตวั อกั ษร PPiP บนปกขวาดว้ ยไหมสีน้้� ำำเงินเขม้ 2.1.2 กางเกงขาสนั้ สีน้้� ำำเงินเขม้ เหนือเขา่ ประมาณ 5 ซม. ขากางเกงกวา้ ง 8 - 12 ซม. พบั ชายเขา้ ขา้ งในกวา้ ง 5 ซม. มีกระเป๋ าตามแนวตะเข็บขา้ ง ขา้ งละ 1 กระเป๋ า เวลาสวมใหเ้ ก็บชายเสอื้ ไวใ้ หเ้ รยี บรอ้ ย 2.1.3 เขม็ ขดั หนงั สีดำำ� กวา้ ง 3 - 4 ซม. หวั โลหะสเี งินส่เี หล่ยี มผืนผา้ แบบชนิดหวั กลดั มีปลอกหนังสีดำำ� 1 ปลอก ขนาดกวา้ ง 1.5 ซม. สำำ� หรบั สอดปลายเข็มขัด เขม็ ขดั นีใ้ ชค้ าดทบั กางเกง 2.1.4 รองเทา้ หนงั หมุ้ สน้ สดี ำำ� หรอื ผา้ ใบสดี ำำ� ชนดิ ผกู ไมม่ ลี วดลาย ใหใ้ ชป้ ระกอบกบั ถงุ เทา้ ยาวสขี าว ลอนเลก็ 38
2.2 เคร่ืองแบบนักเรียนหญิงประกอบดว้ ย 2.2.1 เสือ้ กระโปรงชุดติดกันสีฟ้าผ่าตลอดติดกระดุมพลาสติกสีขาว ขนาด 1 ซม. ระยะห่างประมาณ 5 - 7 ซม. ปกคอบวั แหลมสีขาวชิดคอ ตวั เสือ้ วดั จากบ่า ลงมาประมาณ 1.5 นวิ้ มจี ีบยน่ แขนสนั้ ธรรมดา ยาวเหนือศอกประมาณ 2.5 นวิ้ ปลายแขนดามดว้ ยผา้ สีขาวกวา้ งประมาณ 2 ซม. เหนืออกดา้ นขวาปักตราของ โรงเรียนดว้ ยไหมสีน้้� ำำเงินเขม้ ขนาดเสน้ ผ่านศนู ยก์ ลาง 1 นิว้ ปักช่ือนกั เรียนท่ี หนา้ อกดา้ นขวาดว้ ยไหมสีน้้� ำำเงินเขม้ และติดดาวตามสีท่ีโรงเรียนกำำ� หนด ท่ีปกเสือ้ ดา้ นซา้ ย เด็กเล็กมีกระดุมสีท่ีโรงเรียนกำำ� หนดติดท่ีปกเสือ้ ดา้ นซา้ ย ขนาดชดุ ใหห้ ลวมพอประมาณ กระโปรงตอ่ ต่่�ำำกวา่ เอวลงมาประมาณ 1 - 2 นิว้ มีจีบยน่ รอบตวั มีก๊นุ สีขาวกวา้ งประมาณ 0.5 ซม.ทบั รอยตอ่ รอบเอว มีกระเป๋ า ตามแนวตะเขบ็ ขา้ งดา้ นขวา 1 กระเป๋ า ชายกระโปรงยาวคลมุ เขา่ หลกั สตู ร PPiP ปักตวั อกั ษร PPiP บนปกขวาดว้ ยไหมสนี ้้� ำำเงินเขม้ 2.2.2 รองเทา้ หมุ้ สน้ สขี าว หวั มน ชนดิ มสี ายรดั หลงั เทา้ สน้ สงู ไมเ่ กนิ 1 ซม. ใหใ้ ชป้ ระกอบ กบั ถงุ เทา้ ยาวสีขาว ลอนเลก็ สวมแลว้ ตลบปลายพบั ลงท่ีขอ้ เทา้ กวา้ งประมาณ 1.5 - 2 นิว้ 39
ลักษณะตราสัญลักษณร์ ะดบั ชั้น หลักสูตรปกติ ชัน้ เดก็ เล็ก (กระดุมตามสที โี่ รงเรียนกำำ� หนด) ระดบั ชัน้ ละ 8 หอ้ ง ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ท่ี 1 - 6 (ดาวหกแฉกตามสีทโ่ี รงเรียนกำำ� หนด) ระดบั ชัน้ ละ 8 หอ้ ง ลักษณะตราสัญลักษณร์ ะดบั ชัน้ หลักสูตร PPIP Nursery (กระดุมเล็กตามสีทโี่ รงเรียนกำำ� หนด) 1 หอ้ ง คละ 4 สี Reception (กระดุมใหญ่ตามสีทโี่ รงเรียนกำำ� หนด) 1 หอ้ ง คละ 4 สี Year 1 - 6 (ดาวหกแฉกตามสที โ่ี รงเรียนกำำ� หนด) 1 หอ้ ง คละ 4 สี 40
เครื่องแบบชุดกฬี า กางเกงขายาว เครื่องแบบชุดกฬี า กางเกงขาสั้น 2.3 เคร่ืองแบบชุดกฬี า เคร่ืองแบบชุดกีฬานักเรียน เสือ้ ยืดมีปก สีฟ้า และติดดาวตามสีท่ีโรงเรียนกำำ� หนดท่ี ปกดา้ นซา้ ย ปักช่ือดว้ ยสขี าวใตต้ ราโรงเรยี นท่หี นา้ อกดา้ นขวา ขนาดตวั หนงั สอื สงู 1 ซม. กางเกงวอรม์ ขายาว สนี ้้� ำำงิน กางเกงวอรม์ ขาสนั้ สีน้้� ำำเงิน และเก็บชายเสอื้ ไวใ้ นกางเกง ผชู้ ายสวมรองเทา้ ผา้ ใบสีดำำ� ชนิดผกู ไมม่ ี ลวดลาย ผหู้ ญิงสวมรองเทา้ ผา้ ใบสขี าว ชนิดผกู ไมม่ ีลวดลาย เดก็ เลก็ มีกระดมุ สที ่ีโรงเรยี นกำำ� หนดตดิ อยทู่ ่ี ปกเสอื้ ดา้ นซา้ ยมือ หลกั สตู ร PPiP ปักตวั อกั ษร PPiP บนปกขวาดว้ ยไหมสแี ดง 41
2.4 เคร่ืองแบบลูกเสือสำำ� รอง ลูกเสอื สามัญ และเคร่ืองแบบเนตรนารี 2.4.1 เครอ่ื งแบบลกู เสอื สำำ� รอง ชดุ ใชเ้ หมอื นกบั เครอ่ื งแบบนกั เรยี นตามทโ่ี รงเรยี นกำำ� หนด โดยมีส่งิ ท่ีเพ่ิมเตมิ สำำ� หรบั นกั เรยี นชาย และนกั เรยี นหญิง ดงั นี้ 1. หมวกลกู เสอื สำำ� รองเป็นหมวกแก๊ป มีดาวดวงท่ี 1 ชนั้ ป.1 ตดิ อยบู่ รเิ วณมมุ ดา้ นลา่ งขวามือของหนา้ เสือ 2. ผา้ พนั คอลกู เสอื สำำ� รอง ผืนสีกรมทา่ แถบเหลอื ง 3. วอคเกิล้ เป็นแบบหนงั สนี ้้� ำำตาล 4. เครอ่ื งหมายหนา้ เสอื ตดิ ทห่ี นา้ อกเสอื้ ดา้ นซา้ ยบรเิ วณเหนอื กระเป๋ าเสอื้ 5. ปา้ ยช่ือโรงเรยี นตดิ ท่ีแขนเสอื้ ดา้ นขวาบรเิ วณไหล่ 6. เครอ่ื งหมายหมกู่ อง ตดิ ท่ีแขนเสอื้ ดา้ นขวาใตป้ า้ ยช่ือโรงเรยี น 7. เข็มขดั ลกู เสือ (เฉพาะนกั เรยี นชาย) 2.4.2 เคร่ืองแบบลกู เสือสำำ� รอง ดาวดวงท่ี 2 ชนั้ ป.2 เหมือนกบั ของนกั เรียนชนั้ ป.1 สง่ิ ทเ่ี พม่ิ เตมิ คอื มดี าวเพม่ิ ขนึ้ เป็น 2 ดวง คอื ดาวดวงท่ี 1 ตดิ ตำำ� แหนง่ เดยี วกบั ของ ป.1 สว่ นดาวดวงท่ี 2 ตดิ อยบู่ รเิ วณมมุ ดา้ นลา่ งซา้ ยมือของหนา้ เสือ 2.4.3 เคร่ืองแบบลกู เสือสำำ� รอง ดาวดวงท่ี 3 ชนั้ ป.3 เหมือนกบั ของนกั เรียนชนั้ ป.2 สง่ิ ทเ่ี พม่ิ เตมิ จากเดมิ คอื มดี าวเพม่ิ ขนึ้ เป็น 3 ดวง คอื ดาวดวงท่ี 1 และดาวดวงท่ี 2 ตดิ ตำำ� แหนง่ เดยี วกบั ป.2 สว่ นดาวดวงท่ี 3 ตดิ บรเิ วณดา้ นลา่ งกง่ึ กลางของหนา้ เสอื 42
2.4.4 เครอ่ื งแบบลกู เสอื สามญั ชนั้ ตรี (ป.4) ชนั้ โท (ป.5) ชนั้ เอก (ป.6) ชดุ ลกู เสือประกอบดว้ ย 1. ชดุ กากีแบบลกู เสอื สามญั มีเสอื้ เชิต้ แขนสนั้ และกางเกงขาสนั้ คลมุ เขา่ 2. หมวกเป็นแบบหมวกปีก มีสายคาดหมวกสนี ้้� ำำตาล มีดอกจนั และหนา้ เสอื 3. ผา้ พนั คอเป็นผืนสีเหลืองลว้ น มีตราประจำำ� จงั หวดั อยทู่ ่ีมมุ ผา้ พนั คอ 4. วอคเกิล้ เป็นแบบโลหะทองเหลืองเป็นรูปหนา้ เสอื 5. เข็มขดั เป็นแบบเข็มขดั หนงั สีน้้� ำำตาล หวั เขม็ ขดั เป็นรูปหนา้ เสือ 6. รองเทา้ เป็นแบบผา้ ใบมีเชือกผกู สีน้้� ำำตาลเขม้ 7. ถงุ เทา้ เป็นแบบถงุ เทา้ ยาวถงึ เขา่ สกี ากีออ่ น 8. ปา้ ยช่ือนกั เรยี นตดิ เหนือกระเป๋ าเสอื้ ดา้ นขวามือ 9. ปา้ ยช่ือโรงเรยี นตดิ บรเิ วณแขนเสอื้ ดา้ นขวามือบรเิ วณหวั ไหล่ 10. ปา้ ยหมกู่ องตดิ บรเิ วณแขนเสอื้ ดา้ นขวา ใตป้ า้ ยช่ือโรงเรยี น 11. เคร่ืองหมายลูกเสือชั้นตรี (ป.4) ติดตรงกลางกระเป๋ าเสือ้ ด้านซ้าย เคร่ืองหมายลกู เสือชนั้ โท (ป.5) และชนั้ เอก (ป.6) ติดท่ีแขนเสือ้ ดา้ นซา้ ย บรเิ วณหวั ไหล่ 43
2.4.5 เครอ่ื งแบบเนตรนารี ชนั้ ตรี (ป.4) ชนั้ โท (ป.5) ชนั้ เอก (ป.6) ชดุ เนตรนารปี ระกอบดว้ ย 1. ชดุ เนตรนารี สีเขียว มีเสอื้ เชิต้ แขนสนั้ และกระโปรงคลมุ เขา่ 2. หมวกเป็นแบบหมวกปีก สีเดียวกันกับชุด มีตราเคร่ืองหมายเนตรนารี ตดิ อยดู่ า้ นหนา้ หมวก 3. ผา้ พนั คอ เป็นแบบเดียวกนั กบั ของลกู เสอื 4. วอคเกิล้ เป็นแบบโลหะทองเหลืองมีตราเนตรนารี 5. เข็มขดั เป็นแบบหนงั สดี ำำ� หวั เขม็ ขดั เป็นโลหะทองเหลืองมีตราสญั ลกั ษณ ์ เนตรนารี 6. รองเทา้ เป็นแบบผา้ ใบมีเชือกผกู สีขาว 7. ถงุ เทา้ ขาวเหมือนถงุ เทา้ นกั เรยี น 8. ปา้ ยช่ือนกั เรยี นตดิ เหนือกระเป๋ าเสอื้ ดา้ นขวามือ 9. ปา้ ยช่ือโรงเรยี นตดิ บรเิ วณแขนเสอื้ ดา้ นขวาบรเิ วณหวั ไหล่ 10. ปา้ ยหมกู่ องติดบรเิ วณแขนเสอื้ ดา้ นขวาใตป้ า้ ยช่ือโรงเรยี น 11. เคร่ืองหมายเนตรนารีชั้นตรี (ป.4) ติดตรงกลางกระเป๋ าเสือ้ ดา้ นซา้ ย เคร่ืองหมายเนตรนารีชั้นโท (ป.5) และชั้นเอก (ป.6) ติดท่ีแขนเสือ้ ดา้ นซา้ ยบรเิ วณหวั ไหล่ 44
2.5 ชุดนอนเดก็ เลก็ ใชผ้ า้ ขาวตดั ตวั เสือ้ คอกลม ผ่าอกตลอดติดกระดมุ ขาว แขนตรงต่อกนั แบบเสือ้ กยุ เฮง เอวปล่อยติดกระเป๋ า 2 ขา้ ง ปักช่ือท่ีหนา้ อกดา้ นขวา กางเกงขายาวถึงขอ้ เทา้ ใส่ยางยืดท่ีเอวปักช่ือท่ีใกล้ ขอบกางเกงดา้ นหนา้ ปลอกหมอน และถุงผ้า ปลอกหมอน ถุงผ้า และชุดนอน ให้นำำ� มาไว้ท่ีโรงเรียนทุกวันจันทร์ และนำำ� กลับไป ทำำ� ความสะอาดทกุ วนั ศกุ ร์หากนกั เรยี นนำำ� ชดุ กลบั ไปผดิ ใหท้ ำำ� ความสะอาด และนำำ� กลบั มาคนื ใหก้ บั อาจารย์ ประจำำ� ชนั้ 45
2.6 ทรงผมและเคร่ืองประดบั 2.6.1 ทรงผมนกั เรยี นหญิง ทรงผมนักเรียนหญิงดา้ นหน้า ทรงผมนักเรียนหญิงดา้ นข้าง ทรงผมนักเรียนหญิงดา้ นหลัง นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสม และรวบใหเ้ รยี บรอ้ ย ใชโ้ บสีสภุ าพ ไมด่ ดั ผม ยอ้ มสผี มใหผ้ ิดไปจากเดมิ 2.6.2 ทรงผมนกั เรยี นชาย ทรงผมนักเรียนชายดา้ นหน้า ทรงผมนักเรียนชายดา้ นข้าง ทรงผมนักเรียนชายดา้ นหลัง นกั เรยี นชายจะไวผ้ มสนั้ หรอื ผมยาวกไ็ ด้ กรณีไวผ้ มยาวดา้ นขา้ ง ดา้ นหลงั ตอ้ งยาวไมเ่ ลยตนี ผม ดา้ นหนา้ และกลางศีรษะใหเ้ ป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบรอ้ ย ไม่ดัดผม หรือยอ้ มสีผม ใหผ้ ิดไปจากเดมิ และไมต่ ดั แตง่ ทรงผมเป็นรูปทรงสญั ลกั ษณห์ รอื เป็นลวดลาย 46
2.6.3 เครอ่ื งประดบั - ไม่อนญุ าตใหใ้ ชเ้ คร่ืองประดบั ทกุ ชนิด (ยกเวน้ ต่างหู อนญุ าตใหใ้ ชต้ ่างหทู ่ีทำำ� ดว้ ยโลหะสีทองและสีเงิน แบบห่วงวงกลมเล็ก ๆ และแบบต่มุ กลมขนาดเล็ก เสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลางไมเ่ กิน 0.25 ซม.เทา่ นนั้ หา้ มใชต้ า่ งหแู ฟช่นั - อนญุ าตใหใ้ ชน้ าฬิกาท่ีราคาไม่แพงไม่มีเสียงรบกวน ใชส้ ายสีดำำ� ขาว น้้� ำำเงิน หรอื น้้�ำตาลเทา่ นนั้ (ระดบั ชนั้ เดก็ เลก็ และชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 1 ไมอ่ นญุ าตใหใ้ ช)้ - ไมอ่ นญุ าตใหใ้ ชน้ าฬิกา สมารท์ วอทช์ (Smart Watch) 2.6.4 กระเป๋ านกั เรยี น - ให้ใช้กระเป๋ าเป้สะพายตามท่ีโรงเรียนกำำ� หนดเท่านั้น ซ่ึงมี 3 ขนาด คือ ขนาดเลก็ ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ - หา้ มใชก้ ระเป๋ าแบบมีลอ้ ทกุ ประเภท 2.6.5 อปุ กรณก์ ารเรยี น - อปุ กรณก์ ารเรยี นไมค่ วรมีราคาแพง - ใหใ้ ชก้ ลอ่ งดนิ สอมีความกวา้ งไมเ่ กิน 15 ซม. ความยาวไมเ่ กิน 21 ซม. และ ความหนาไมเ่ กิน 4 ซม. 47
3. ระเบยี บปฏบิ ตั ทิ ่วั ไป 3.1 กจิ วัตรประจำำ� วันนักเรียนระดบั ประถมศกึ ษา เวลา 07:45 – 08:20 น. เขา้ แถวเคารพธงชาติ (เวลา 08:20 – 08:40 น. อบรมเช้า) เวลา 08:40 – 09:25 น. เรยี นคาบท่ี 1 เวลา 09:25 – 10:10 น. เรยี นคาบท่ี 2 (เวลา 10:10 – 10:30 น. พักดมื่ นม) เวลา 10:30 – 11:15 น. เรยี นคาบท่ี 3 เวลา 11:15 – 12:00 น. เรยี นคาบท่ี 4 เวลา 12:00 – 12:50 น. พกั รบั ประทานอาหารกลางวนั (เวลา 12:40 น. นักเรียนทกุ คนควรเลิกทำำ� กิจกรรม และเตรียมเข้าห้องเรียน) เวลา 12:50 – 13:35 น. เรยี นคาบท่ี 5 เวลา 13:35 – 14:20 น. เรยี นคาบท่ี 6 (เวลา 14:20 -14:40 น. อบรมเยน็ )* *ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 1-3 / ชัน้ ประถมศกึ ษาปี ที่ 4-6 เฉพาะวัน จนั ทร์, พุธ, ศุกร์ เวลา 14:20 – 15:05 น. เรยี นคาบท่ี 7 (เวลา 15:05-15.20 น. อบรมเยน็ )** **ชัน้ ประถมศึกษาปี ที่ 4-6 เฉพาะวันอังคาร, พฤหสั บดี 3.2 การมาโรงเรียน - นกั เรยี นทกุ คนตอ้ งเขา้ แถวใหท้ นั เวลา กอ่ นเวลา 07:45 น. (ถา้ มาหลงั 07:45 น. จะถือวา่ มาสาย) - ชว่ งเชา้ จะมีอาจารยย์ ืนรอรบั นกั เรยี นอยหู่ นา้ ประตโู รงเรยี นทงั้ 4 จดุ - จดุ ท่ี 1 ประตหู นา้ โรงเรยี น จดุ ท่ี 2 ประตแู ดนตะวนั จดุ ท่ี 3 ประตลู านจอดรถ จดุ ท่ี 4 ประตู PPiP - ใหน้ กั เรยี นทกุ คนทำำ� ความเคารพอาจารยท์ ่ีอยตู่ ามประตทู งั้ 4 จดุ โดยการหยดุ ยืนตรง แลว้ ไหวด้ ว้ ยกิรยิ าท่ีนอบนอ้ ม - นกั เรียนตอ้ งสแกนใบหนา้ และปฏิบตั ิตามขนั้ ตอนตามท่ีโรงเรียนกำำ� หนดเพ่ือป้องกัน การแพรร่ ะบาดของเชือ้ ไวรสั COVID-19 ก่อนเขา้ โรงเรยี นทกุ ครงั้ - หลงั เวลา 08:40 น. นกั เรยี นจะเขา้ ไดป้ ระตเู ดยี วคอื ประตู 3 (ลานจอดรถสำำ� หรบั บคุ ลากร) เทา่ นนั้ ประตดู า้ นอ่ืนจะปิดทงั้ หมด - นกั เรยี นท่ีมาสายหลงั เวลา 08:40 น. ตอ้ งไปขอใบอนญุ าตเขา้ หอ้ งเรยี นท่ีหอ้ งธรุ การ - นกั เรยี นท่ีมาสาย ไมส่ แกนใบหนา้ และไมป่ ฏิบตั ติ ามขนั้ ตอนการปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด ของเชือ้ ไวรสั COVID-19 ก่อนเขา้ โรงเรยี นถือเป็นการกระทำำ� ผิดระเบียบของโรงเรยี น 48
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108