Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สูจิบัตร ,มช.เกรียงไกรแผ่นดินถิ่นนาฎศิลป์ดนตรีไทย ล้านนา

สูจิบัตร ,มช.เกรียงไกรแผ่นดินถิ่นนาฎศิลป์ดนตรีไทย ล้านนา

Published by Unchulee Simasathien, 2021-12-21 08:29:34

Description: สูจิบัตร,“มช.เกรียงไกร แผ่นดินนำฏศิลป์ดนตรีไทย-ล้ำนนา ”
วันเสำรท์ ี่๑๔ พฤศจิกำยน พ.ศ.๒๕๖๓
ณ สถำบัน คึกฤทธ์ิซอยงามดพูลี สาทร กทม
จัดโดย ชมรมศิษย์เก่านาฏศิลป์ ดนตรีไทย ล้านนา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และ สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรุงเทพฯ
โดยการสนับสนุน ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน)

Keywords: ชมรมศิษย์เก่านาฏศิลป์ ดนตรีไทย ล้านนา ,ม,ช ตระการ ,ช ตระการ

Search

Read the Text Version

“มช.เกรยี งไกร แผน่ ดนิ ถนิ่ นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา”

2 กาหนดการแสดง “มช.เกรยี งไกร แผ่นดนิ ถน่ิ นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา” วนั เสารท์ ี่ ๑๔ พฤศจกิ ายน พ.ศ.๒๕๖๓ ณ สถาบนั คกึ ฤทธิ ์ ซอยงามดพู ลี สาทร กทม. เวลา 12.00 น. กาดหมวั้ 15.30 น. 16.00 น. เปิ ดเขา้ ชม ชดุ การแสดงท่ี 1 สญั ลกั ษณม์ หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ 16.20 น. การแสดง มช.ตระการเพรศิ พราวลา้ นนา 16.45 น. บรรเลงเพลงโหมโรงประจามหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ “โหมโรงเออื้ งคา” ชดุ การแสดงท่ี 2 สานึกในพระคณุ ครู 17.15 น. 18.15 น. - ระบาสวสั ดริ กั ษานักรบ 18.30 น. - ฟ้ อนหรภิ ญุ ไชย ชดุ การแสดงท่ี 3 ตราตรงึ ในความทรงจา - การบรรเลงเพลงและขบั รอ้ งเพลงเชดิ จนี ประกอบการแสดง ละครขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ แผนพานางวนั ทองหนี - ราลาวคาหอม ชดุ การแสดงที่ 4 นาฏกรรมลา้ คณุ คา่ การแสดงละครนอกเรอื่ ง สงั ขท์ อง ตอน มณฑาลงกระทอ่ ม จบการแสดง เรยี นเชญิ นายกสมาคมฯ ขนึ้ รบั เงนิ มอบเงนิ สมทบทุนโครงการบรู ณะอาคาร หลวงป่ ูแหวนสุจณิ โณ โรงพยาบาลมหาราชนครเชยี งใหม่ (โรงพยาบาลสวนดอก) จากชมรมฯ และแขกผูม้ เี กยี รติ ปิ ดการแสดง

3 กวา่ จะมาเป็ น... “มช.เกรยี งไกร แผ่นดนิ นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา ถน่ิ มช.” สมาคมนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ กรุงเทพฯ เป็ นองคก์ รหนึ่งที่เกิด จากการรวมตวั ของนักศึกษาเก่ามหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ที่อยู่ในเขตกรุงเทพและปรมิ ณฑล เพื่อชาว มช.ไดร้ ว่ มพบปะแลกเปลีย่ นและทากิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ รวมถึงกิจกรรมที่ สนับสนุนเพอื่ เผยแพรเ่ อกลกั ษณม์ หาวทิ ยาลยั ดว้ ยกนั ในระยะเวลา 55 ปี ทผี่ ่านมา นักศกึ ษา เก่า มช.เรมิ่ มีจานวนมากขนึ้ หลากหลายอาชพี ดว้ ยวยั และความถนัด ความชอบทแี่ ตกต่าง กนั ชมรมนักศกึ ษาเกา่ นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา จงึ เป็ นส่วนหนึ่งภายใตก้ ารสนับสนุนของ สมาคม เพ่ือเป็ นศูนยร์ วมสมาชิกที่สนใจทางดา้ นนาฏศิลป์ ดนตรี ไทย-ลา้ นนา ไดท้ า กจิ กรรมรว่ มกนั สมาชกิ ในชมรมนีม้ วี ยั ทแี่ ตกต่างกนั และไม่ใชเ่ ฉพาะนักศกึ ษาเก่าทเี่ คยเป็ น สมาชกิ ในชมรมนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย แต่รวมนักศกึ ษาเก่าทีส่ นใจใชเ้ วลาว่างรว่ มกนั ชมรมฯ นีจ้ งึ เป็ นชมรมฯ หน่ึงทีส่ ่งเสรมิ ความสมั พนั ธข์ องชาว มช. เพื่อสนับสนุนกจิ กรรมต่างๆ ของ สมาคมและมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ รว่ มกนั ตอ้ งขอขอบคุณ ศูนยส์ งั คีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพ จากดั (มหาชน) ที่ได ้ สนับสนุ นกิจกรรมนี้ โดยใหโ้ อกาสสมาคมฯ ไดจ้ ัดการแสดง “มช.เกรยี งไกร แผ่นดิน นาฏศิลป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา” เพื่อเผยแพรเ่ รอื่ งราวทางดา้ นนาฏศิลป์ และดนตรี ไทย- ลา้ นนา ของมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ตลอดจนเผยแพรข่ ่าวสารในการซอ่ มแซมอาคารหลวงป่ ู แหวนสุจณิ โณ โรงพยาบาลสวนดอก คณะแพทยศาสตร ์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ ในครงั้ นี้ ดว้ ย คุณสมชยั สมยั สุต นายกสมาคมนักศกึ ษาเกา่ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กรุงเทพฯ

4 ลาดบั การแสดง ชว่ งท่ี 1 สญั ลกั ษณม์ หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ➢ มช.ตระการเพรศิ พราวลา้ นนา ➢ บรรเลงเพลงโหมโรงเออื้ งคา ชว่ งท่ี 2 สานึกในพระคณุ ครู ➢ ระบาสวสั ดริ กั ษานักรบ ➢ ฟ้ อนหรภิ ญุ ไชย ชว่ งท่ี 3 ตราตรงึ อยใู่ นทรงจา ➢ การบรรเลงและขบั รอ้ งเพลงเชดิ จนี ประกอบการแสดง ละครขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ แผนพานางวนั ทองหนี ➢ ราลาวคาหอม ชว่ งที่ 4 นาฏกรรมลา้ คณุ คา่ ➢ ละครนอกเรอื่ งสงั ขท์ อง ตอน มณฑาลงกระท่อม

5 ชว่ งที่ 1 สญั ลกั ษณม์ หาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ รา มช.ตระการเพรศิ พราวลา้ นนาดว้ ยตงั้ ใจใหก้ ารแสดงชดุ นี้ เป็ นชดุ การแสดงที่ พวก เราชาว มช. ไดภ้ มู ใิ จและรว่ มสบื ทอด จงึ ทางานดว้ ยตระหนักทุกคุณค่าแหง่ ความเป็ น มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ เพลงตบั มช. จงึ เป็ นจดุ เรมิ่ ตน้ ของระบาชดุ นี้ มช.ตระการเพรศิ พราวลา้ นนา ประวตั คิ วามเป็ นมา เพลง ตบั มช.ทนี่ ามารานี้ เป็ นเพลงไทยเดมิ ประจามหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ประพนั ธโ์ ดย ศิลปิ นแห่งชาติ ท่านอาจารยม์ นตรี ตราโมท เพลงตบั มช. มีความไพเราะทง้ั เนื้อรอ้ งและ ทานอง แต่งดว้ ยคาประพันธร์ อ้ ยกรองหลายชนิดที่มีความไพเราะดว้ ยการสรรคาที่งดงาม สละสลวย มสี มั ผสั คลอ้ งจอง เนือ้ หากล่าวถงึ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่เป็ นสถาบนั อนั ยงิ่ ใหญ่ทรง เกยี รตทิ างภาคเหนือ มสี ญั ลกั ษณป์ ระจามหาวทิ ยาลยั ไดแ้ ก่ ชา้ งชคู บเพลงิ อกั ษรย่อ มช. สี มว่ ง ดอกทองกวาว และตน้ สกั พรรณนาถงึ ภูมทิ ศั นอ์ นั งดงามทงั้ พรรณไมน้ านาชนิด อา่ งแกว้ พระธาตุดอยสุเทพ ภูพิงคร์ าชนิเวศ น้าตกหว้ ยแกว้ ลูก มช. มีความรกั ความสามคั คี รว่ ม อนุรกั ษส์ บื สานศลิ ปะดา้ นนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทยและไดใ้ ส่ทานองเพลงสาเนียงลาว 5 เพลง ไดแ้ ก่ เกรนิ่ ลาวเจา้ ซู ลาวเซงิ้ ลาวต่อนก ลานนา๑ มอบใหม้ หาวิทยาลยั เชยี งใหม่ผ่านชมรม นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย ตง้ั แต่ กุมภาพนั ธ ์ 2518 เพราะปรารภของพเี่ สรี ศะศวิ ณิช อดตี ประธานชมรมปี 2516 วา่ เพลงตบั มช.นีเ้ นือ้ รอ้ ง สามารถนามาราประกอบได ้ จงึ ฝากใหน้ าไปศกึ ษาหารอื ดู ต่อมาพอี่ ญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร ประธาน นาฏศิลป์ ปี 2518 จึงไดน้ าความหารอื ม.ร.ว.อรฉัตร ซองทอง และคุณครูสุวรรณี ชลานุ เคราะห ์ ศลิ ปิ นแห่งชาติ เม่อื ไดร้ บั คาตอบว่าสามารถนามาราได ้ ดว้ ยการแนะนาของคุณครู ทั้ง 2 ท่านและคุณครูตวงฤดี ถาพรพาสี จึงไดเ้ รยี นเชิญ คุณครู ดร.วนั ทนี ย ์ ม่วงบุญ ผูเ้ ชยี่ วชาญนาฏศลิ ป์ สานักการสงั คตี กรมศิลปากรมาประดษิ ฐท์ ่าราให ้ สาหรบั เครอื่ งแต่ง กายนั้นเพ่ือสรา้ งความเฉพาะแบบแผนแห่งพวกเราไดภ้ าคภูมิใจ สมาคมนักศึกษาเก่า มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ กรุงเทพฯ จึงขอความอนุ เคราะหจ์ ากมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ โดย มหาวทิ ยาลยั ฯ ไดม้ อบหมายให ้ ผศ.เธยี รชาย อกั ษรดิษฐ.์ คณะวจิ ติ รศลิ ป์ เป็ นผูอ้ อกแบบ เครอื่ งแต่งกาย อาจารยไ์ ดใ้ หส้ มั ภาษณ์ไวว้ ่าแบบเครอื่ งแต่งกายนี้ได้ \"แรงบนั ดาลใจจาก เครอื่ งแต่งกายแบบพหุวฒั นธรรมไทลา้ นนา”จากภาพถ่าย มจ.หญงิ พูนพศิ มยั ดศิ กุล ในชดุ ลา้ นนาประยุกต ์ หม่อมบาง บุนนาค ในชดุ นางจนั ทรส์ ุดา และสตรชี าวขมุ จงั หวดั เชยี งราย ในชดุ ไทยวน เชยี งแสน การแสดงชดุ นีม้ แี ผนทจี่ ะถ่ายทอด สบื สานท่าราแก่ นอ้ งๆ รุน่ ถดั ไป เพ่ื อ ค วาม ภู มิ ใจ แ ห่ งเราช า ว ม ช . ระบ า ชุด นี้จ ะเป็ น เอ ก ลัก ษ ณ์ สัญ ลัก ษ ณ์ ข อ ง มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ สบื ไป เนือ้ เพลง นามอ่ะเคอื้ คหู่ ลา้ ลานนาสถาน เกรนิ่ แหล่งศกึ ษาไพศาลสุดพรรณนา สถาบนั อนั วจิ ติ รไทยทศิ เหนือ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ตระการ

6 เพลงลาวเจา้ ซู รูปคชาชคู บเพลงิ แสงเถกงิ กอ่ งวโิ รจน์ งามชว่ งโชตพิ รรณราย งามเฉิดฉายชี้ ประจกั ษ์ เป็ นสญั ลกั ษณด์ วงตรา แห่งมหาวทิ ยาลยั ผอ่ งอาไพพรรณฉวี สมี ่วงศรี โสภติ เจดิ วจิ ติ รพฤกษลกั ษณ์ ทองกวาวสกั สวยสด เกยี รตปิ รากฏกาจร อกั ษรย่อ ม.ช. ทเี่ กดิ กอ่ สรรพวทิ ย ์ ผลติ บณั ฑติ อเนกนันต ์ ในขอบขนั ฑเ์ ขตสถติ ลว้ นไพจติ ร โอฬาร ์มมี รรคาเคยี้ วคด ลาดหลน่ั ลดแลตระการ เพลงลาวเซงิ ้ มากมวลมาลยบ์ ปุ ผา พรรณนานาน่าชม สง่ กลนิ่ ฉมโชยชนื่ รสรวยรนื่ หฤทยั แอ่งน้าใสใหญ่กวา้ ง แลอา้ งวา้ งวาววาม สมญั ญานามอ่างแกว้ งามเพรศิ แพรว้ พงึ จติ ภายนอกพศิ รมยสถาน ลว้ นโอฬารแลวไิ ล หน่ึงขนุ ไศลใกลเ้ คยี ง เป็ นเอกเวยี งพงิ คนคร ยอดสงิ ขรสาคญั รงั สรรคพ์ ทุ ธาวาส พระบรมธาตุดอยสุเทพ บม่ จติ เสพยธ์ รรม สงิ เพลงลาวตอ่ นก อกี ภูพงิ คร์ าชนิเวศน์ องคภ์ ูเบศรเ์นาสราญ เชงิ ดอยธารหลง่ั อทุ ก ชอื่ น้าตกหว้ ย แกว้ อนั เลศิ แลว้ เลอสรร สุดกลา่ วพรรณนาถว้ น อเนกนับสรรพสงิ่ ลว้ น เลศิ ลน้ ยล สคราญ แลนา เพลงลานนา๑ พวกเราชาว ม.ช.ทง้ั หญงิ ชาย ลว้ นมงุ่ หมายสามคั คไี มตรสี มาน ผดงุ ศลิ ปะไทยใหย้ นื นาน สง่ เสรมิ งานการละครและดนตรี ขอทกุ ท่านทมี่ าจงผาสกุ บาราศทุกขภ์ ยั ผองสนิ้ หมองศรี หวงั ฤดสี งิ่ ใดสมใจเทอญ. เรอื งลาภยศเกยี รตจิ รูญพูนทวี ผูป้ ระดษิ ฐท์ ่าราและฝึ กซอ้ ม คุณครู ดร.วนั ทนีย ์ ม่วงบญุ ผูช้ ว่ ยผูฝ้ ึ กซอ้ ม คณุ ครตู วงฤดี ถาพรพาสี ศ.ดร.องั ศมุ าลย ์ จนั ทราปัตย ์

7 รายชอ่ื นักแสดง นาง คุณบวั รอง ลวิ่ เฉลมิ วงศ ์ พระ คณุ ดาวศริ ิ ผลอนันต ์ พล.อ.ต.หญงิ ศ.ยลสลวย วารทิ ศ.ดร.องั ศุมาลย ์ จนั ทราปัตย ์ สวสั ดิ ์ คุณพชิ ญา สนั ตสิ ธุ รี วฒุ ิ คุณสรติ า จนั ทรวเิ ชยี ร คุณนิตยา พรประเสรฐิ สม คณุ ศตกมล วรกลุ คณุ ปิ ยะลกั ษณ์ พงศอ์ มรรตั น์ คุณมนฤญช ์ รตั นเสนีย ์ คุณธลมิ า พลอยพานิช คุณนงนุช แกว้ อกั ษร เพลงโหมโรงเออื้ งคา ประวตั คิ วามเป็ นมาก เพลงโหมโรงเออื้ งคาเป็ นเพลงทีอ่ าจารยม์ นตรี ตราโมท แต่งขนึ้ โดยไดแ้ รงบนั ดาลใจ จากการเดินทางไปเทีย่ วงานสงกรานตเ์ ชยี งใหม่เป็ นครง้ั แรกเม่ือเดอื นเมษายน 2476 ไดร้ บั ชอ่ เออื้ งคาจากการตอ้ นรบั ของชาวเชยี งใหม่และรว่ มตรี ะนาดทุม้ กบั วงดนตรขี องเจา้ หลวงใน การแสดงละครในคุม้ รูส้ กึ ประทบั ใจสาเนียงเพลงรอ้ งดวงดอกไมท้ มี่ แี ทรกการฟ้ อนดวงดอกไม้

8 ในการแสดงละครทุกคนื อาจารยม์ นตรี ตราโมทจงึ นาเพลงดวงดอกไมเ้ ป็ นสมฏุ ฐานคดิ ขยาย โดยแทรกสาเนียงเพลงดวงดอกไมต้ ลอดทงั้ เพลงจนสาเรจ็ และตง้ั ชอื่ เพลง “เออื้ งคา” เพอ่ื เป็ น อนุสรณค์ วามประทบั ใจในการตอ้ นรบั กา้ วแรกทมี่ าถงึ เชยี งใหม่ดว้ ยชอ่ เออื้ งคา อาจารยม์ นตรี ตราโมทเก็บเพลงนี้ไวน้ านหลายปี เม่ือมีโอกาสมาฝึ กสอนวง เครอื่ งสายคณะ อ.ส. ของพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอพระองคเ์ จา้ อดสิ ยั สุรยิ าภาจงึ ต่อเพลงเออื้ งคาให ้ วงเครอื่ งสาย อ.ส. โดยทรงขอใหบ้ รรเลงเฉพาะวงเดยี วไมแ่ พรห่ ลายจวบจนสนิ้ พระชนม ์ ต่อมาทางมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่แจง้ ความประสงคไ์ ปยงั กรมศลิ ปากรขอใหอ้ าจารย ์ มนตรี ตราโมทแต่งเพลงโหมโรงเพื่อใหช้ ุมนุ มนาฏศิลป์ ดนตรไี ทย สโมสรนักศึกษา มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ใชบ้ รรเลงเป็ นเพลงสญั ลกั ษณข์ องมหาวทิ ยาลยั อาจารยม์ นตรี ตรา โมท นึกถึงเพลง “เอือ้ งคา” ซงึ่ มีประวตั ิเกยี่ วขอ้ งกบั จงั หวดั เชยี งใหม่ ทง้ั สาเนียงในทานอง เพลงก็เป็ นสญั ลกั ษณข์ องเชยี งใหม่อยู่แลว้ โดยไดแ้ ต่งเพมิ่ เตมิ ทานองตอนทา้ ยใหเ้ หมาะทีจ่ ะ บรรเลงเป็ นเพลงโหมโรงและไดม้ อบเพลง “โหมโรงเออื้ งคา” ใหก้ บั มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ โดย มรี องอธกิ ารบดี ดร.พศิ ษิ ฐ ์ วรอุไร เป็ นตวั แทนในการรบั มอบเพลงเมอื่ วนั ที่ 3 มกราคม 2518

9 ชว่ งท่ี 2 สานึกในพระคณุ ครู เพอื่ ระลกึ ถงึ พระคณุ ครผู ูม้ คี ณุ ูปการ 2 ทา่ น คอื อาจารยพ์ รพรรณ วฑั ฒนายน ซง่ึ เป็ นอาจารยผ์ ูส้ อนนาฏศลิ ป์ ประจาชมรมฯ และรองศาสตราจารยด์ เิ รกชยั มหทั ธนะสนิ ซงึ่ เป็ นอาจารยท์ ปี่ รกึ ษาชมรมนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ระบาสวสั ดริ กั ษานักรบ ประวตั คิ วามเป็ นมา ระบาสวสั ดิรกั ษานักรบ หรอื ระบาสวสั ดิสงคราม เป็ นการแสดงที่กาหนดภูษาทรงใน การออกศกึ ของคนไทยในสมยั โบราณ เพื่อใหเ้ กดิ สริ มิ งคลและข่มขวญั ศตั รู บทรอ้ งจากคา กลอนของบรมครูกลอนสุนทรภู่ไดแ้ ต่งถวายเจา้ ฟ้ าอาภรณ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหลา้ นภาลยั กล่าวถึงสีของการแต่งกายประจาวนั ทง้ั เจ็ดที่จะออกศึกสงคราม รูปแบบการแสดงน้ันจะเป็ นไปตามบทประพนั ธท์ มี่ ีการนาเสนอการแต่งกายของแต่ละวนั โดย ใชท้ านองเพลงไทยเดมิ 4 ทานอง ไดแ้ ก่ ขึน้ พลบั พลา ชา้ งประสานงา พญาสเี่ สาร ์ และตวง พระธาตุ การแสดงชดุ นี้ ประกอบดว้ ยผูแ้ สดง พระ ลว้ น ทงั้ นี้เพ่ือระลึกถึง อาจารยพ์ รพรรณ วฒั ฑนายน อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาของชมรมนาฏศลิ ป์ และดนตรไี ทยมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ในชว่ ง ปี ประมาณ พ.ศ. 251๖ เป็ นตน้ มา ทา่ นเป็ นผมู้ คี ุณูปการตอ่ ชมรมฯ และมสี ่วนสนับสนุนใหก้ าร แสดงนาฏศิลป์ ของมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ในชว่ งน้ันเป็ นที่ประจกั ษโ์ ดยท่วั ไป ท่านจบจาก วิ ท ย า ลั ย น า ฏ ศิ ล ป์ ก ร ม ศิ ล ป า ก ร แ ล ะ ป ริญ ญ า ต รีจ า ก ค ณ ะ ศึ ก ษ า ศ า ส ต ร ์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ท่านราพระไดส้ วยงาม และมคี วามสามารถในการแสดงบทมา้ สมาคม ฯ จงึ เลอื กระบาสวสั ดริ กั ษานักรบมาแสดงในครงั้ นี้ เนือ้ เพลง เพลงขนึ้ พลบั พลา อนึ่งภูษาผา้ ทรง ณรงคร์ บ ใหม้ คี รบ เครอื่ งเสรจ็ ทง้ั เจ็ดสี วนั อาทติ ย ์ สทิ ธโิ ชค โฉลกดี เอาเครอื่ งสี แดงทรง เป็ นมงคล เพลงชา้ งประสานงา เครอื่ งวนั จนั ทร ์น้ันควร สนี วลขาว จะยนื ยาว ชนั ษา สถาผล องั คารมว่ ง ชว่ งงาม สคี รามปน เป็ นมงคล ขตั ตยิ า เขา้ ราวี เพลงพญาสเี่ สาร ์ เครอื่ งวนั พุธ สุดดดี ว้ ยสแี สด กบั เหลอื งแปด ปนประดบั สลบั สี วนั พฤหสั จดั เครอื่ ง เขยี วเหลอื งดี วนั ศุกรส์ ี เมฆหมอก ออกสงคราม เพลงตวงพระธาตุ วนั เสาร ์ทรงดา จงึ ลา้ เลศิ แสนประเสรฐิ เสยี้ นศกึ จะนึกขาม หน่ึงพาชี ขขี่ บั ประดบั งาม ใหต้ อ้ งตาม สสี นั จงึ กนั ภยั

10 ผูฝ้ ึ กซอ้ ม คุณครวู นั ทนีย ์ ม่วงบญุ ผูช้ ว่ ยผูฝ้ ึ กซอ้ ม คณุ ครูนาพร วชั รพล ภฤงศรตั น์ คุณครสู ภุ าภรณ์ เศรษฐสุวรรณ รายชอื่ นักแสดง คณุ อญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร วนั อาทติ ย ์ วนั จนั ทร ์ คณุ พริ ยี ธ์ ร อภชิ าตธรรม วนั องั คาร วนั พุธ คณุ นาพร วชั รพล ภฤงศรตั น์ วนั พฤหสั บดี วนั ศุกร ์ คณุ บศุ ยรตั น์ แกว้ ไพฑรู ย ์ วนั เสาร ์ คุณศริ บิ งั อร สบื วงศแ์ พทย ์ คณุ ประกายแกว้ ทองเจรญิ คณุ สุภาพร เศรษฐสุวรรณ ฟ้ อนหรภิ ญุ ไชย ประวตั คิ วามเป็ นมา ฟ้ อนหรภิ ุญไชย เป็ นฟ้ อนทีป่ ระดษิ ฐข์ นึ้ โดย รองศาสตราจารยด์ เิ รกชยั มหทั ธนะสนิ อาจารยป์ ระจาภาควิชาภาษาไทย คณะมนุ ษยศาสตร ์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ เมื่อเดือน มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๒๗ ขณะเป็ นครูสอนฟ้ อนราลา้ นนาของชมรมนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย สโมสร นักศกึ ษามหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ไดค้ ดิ ประดษิ ฐท์ ่าฟ้ อนจากเพลงบรรเลงชอ่ื เพลงหรภิ ุญไชย ซงึ่ แต่งโดยนายสุชาติ กนั ชยั (หนุ่ ม) นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ซง่ึ เป็ นสาเนียงมอญหรภิ ุญไชยกบั ความเป็ น ไทยวน(ไท-ยวน) บน แผ่นดนิ ลา้ นนาโดยใชเ้ ครอื่ งดนตรสี ะลอ้ – ซงึ และจงั หวะ (Rhythm) กลองตงึ่ นงของลา้ นนา ท่าฟ้ อนไดศ้ กึ ษาจากศลิ ปทใี่ กลเ้ คยี งในยุคหรภิ ญุ ไชย คอื มอญ ทวาราวดี ลพบุรี และ อนิ เดยี แบบปาละ โดยรวมดาเนินการฟ้ อนอย่างลา้ นนาใหว้ จิ ติ รและสง่างามดงั ยุคทปี่ กครองโดยสตรี

11 ทีย่ ิ่งใหญ่กลา้ หาญ เชน่ พระนางจามเทวี ท่าฟ้ อนไดจ้ ดั ทาใหเ้ ป็ นมาตรฐานจากการหารอื รว่ มกนั จากศษิ ยท์ งั้ สาม คอื นายพสิ นั ต ์ จนั ทรศ์ ลิ ป์ นายณรงคศ์ กั ดิ ์ คา้ นอธรรม และนายอศิ รา ญาณตาล กอ่ นส่งมอบใหก้ บั จงั หวดั ลาพูนสบื มา ชอื่ ท่าฟ้ อนมี ดงั นี้ “เบกิ ฟ้ า ทอดผา้ หรภิ ญุ ไชย เกรยี งไกร รา่ ยอรยิ ศบารมี กงั้ สตั ถะหรู (ศตั ร)ู สตั ตบงกช อบุ ลตอ้ งเกงิ กาง ข่มสหู อื้ อยใู่ ตม้ นต ์ ซาบซา่ นบารมี ปัญจะกลั ยานีศรหี ลวงเวยี ง เพยี งนางพญากราย โผดพายทศพธิ ราชธรรมววิ ธิ สถติ เหนือปฐพี ฮ่วมขวญั กษตั รยิ ์ เทวแี ปงเมอื ง เมลอื งวลิ งั คะพา่ ย ชยะใจสมโภช นิโรธฮอ้ งขวญั เฮยี้ วหวนั แสงระวสี อ่ งหลา้ ชมุ สะหรี ไพรฟ่ ้ าหนา้ ใส หรภิ ุญไชยยง่ั ยนื เทอญ ผูฝ้ ึ กซอ้ ม คุณณรงคศ์ กั ดิ ์ คา้ นอธรรม รายชอื่ นักแสดง คุณพฤทธณัฏฐิ ์ พรมรตั น์ พระ คุณพรพมิ ล อุย้ จนั ทรภ์ กั ดี นาง คุณนงนิต ประไพพรเลศิ นาง นาง คุณคนึงนิจ แท่นมณี นาง คุณงามจติ ต ์ สุขมุ าลวฒั น์ นาง นาง คณุ นารรี ตั น์ อนิ วงค ์ นาง คุณสาวศริ พิ รรณ วนั ดี นาง นาง คุณจตุพร ใจยศ นาง คณุ เก็จกาญจน์ คมุ้ พวง คณุ ณัฐธดิ า นิทรารตั น์ นาง คุณชนัฐกานต ์ เสนาธรรม คุณพรทพิ า ยองเพชร นาง คณุ จริ าวรรณ ไกรสมเดช

12 ชว่ งที่ 3 ตราตรงึ อยใู่ นทรงจา การแสดงละครขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ แผนพานางวนั ทองหนี ประกอบการบรรเลง และขบั รอ้ งเพลงเชดิ จนี เป็ นการแสดงทช่ี มรมนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ มกั นามาแสดงอยบู่ อ่ ยครงั้ เพราะไดแ้ สดงความสามารถ ทง้ั การบรรเลงดนตรไี ทยเพลงเชดิ จนี พรอ้ มกบั การแสดงละครขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอน ขนุ แผนพานางวนั ทองหนี ทาใหก้ ารแสดงชดุ นี้ สอดประสานกนั ไดอ้ ยา่ งลงตวั ทงั้ การบรรเลงดนตรแี ละการรา่ ยรา นับเป็ นการแสดงทนี่ ่า ภาคภมู ใิ จอกี ชดุ หนึ่ง ประวตั คิ วามเป็ นมาเพลงเชดิ จนี สมยั รชั กาลที่ 4 ครูมีแขกไดเ้ ป็ นครูปี่ พาทยใ์ นพระบาทสมเด็จพระปิ่ นเกลา้ เจา้ อยู่หวั และไดร้ บั พระราชทานบรรดาศกั ดเิ ์ ป็ นทหี่ ลวงประดษิ ฐไ์ พเราะ เมอื่ วนั ที่ 21 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2396 ตาแหน่งปลดั จางวางมหาดเล็ก ไดว้ ่ากรมปี่พาทยฝ์ ่ ายพระบวรราชวงั ระยะเวลาระหว่างเดือนพฤศจิกายนกบั เดือนธนั วาคม พ.ศ. 2396 ครูมีแขกไดแ้ ต่ง เพลิงเชดิ จนี ขึน้ แลว้ นาขึน้ บรรเลงทูลเกลา้ ฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระปิ่ นเกลา้ เจา้ อยู่หวั พระองคโ์ ปรดมากจงึ โปรดใหเ้ ลอื่ นบรรดาศกั ดเิ ์ ป็ นทพี่ ระประดษิ ฐไ์ พเราะ ในวนั ที่ 21 ธนั วาคม พ.ศ.2396 จะเห็นไดว้ ่าชว่ั ระยะหนึ่งเดอื นพอดี ซง่ึ ท่านไดเ้ ลอื่ นบรรดาศกั ดขิ ์ นึ้ ดว้ ยเพลงเชดิ จนี นี้ แทๆ้ และเพลงเชดิ จนี นี้ ก็เป็ นเพลงทดี่ เี ลศิ สมกบั ความดคี วามชอบทีท่ ่านไดร้ บั นั้นจรงิ ๆ คือ เป็ นเพลงที่ท่านแต่งขนึ้ ดว้ ยวธิ อี นั แปลกประหลาดกว่าเพลงไทยทง้ั หลายที่เคยมีมา สานวน ทานองของเพลงมที งั้ เชงิ ล่อ เชงิ ชน ทหี นีทไี ล่ตลอดเวลา สาหรบั เชดิ จนี ตวั 1 ท่านไดน้ าเพลง เชดิ ในตวั ที่ 6 มาทาเป็ น 3 ชนั้ แลว้ ประดษิ ฐท์ างใหไ้ พเราะกระฉับกระเฉงดงั ทานองเพลง 2 ชน้ั ส่วนตวั ต่อๆ ไป ท่านไดแ้ ต่งดว้ ยอารมณส์ นุกสนานไม่ยดึ ถอื กาเนิดจากเพลงใด และทุกๆ ตวั ต่อทา้ ยดว้ ยเชดิ ในชน้ั เดยี วทงั้ สนิ้ นับวา่ เพลงนีแ้ ปลกกว่าเพลงไทยทงั้ หลาย มคี วามไพเราะ หลากหลายอารมณ์ ชวนใหต้ ดิ ตามดว้ ยจงั หวะทเี่ รง่ เรา้ สนุกสนานและรนื่ เรงิ เนือ้ เพลง ว่าพลางทางจงู สหี มอกมา้ เบาะอานพานหนา้ ดงู ามสม ดงั จะปลวิ ลวิ่ ลอยไปตามลม อยา่ ปรารมภเ์ ลยนะเจา้ มาขมี่ า้ ดนตรรี บั เชดิ จนี ทอ่ น 1 ปลอบพลางทางกอดกระซบิ บอก มา้ สหี มอกตวั นีม้ สี ง่า เนือ้ ออ่ นงอนงอ้ ขอสมา อย่าใหพ้ สี่ หี มอกมา้ กระเดอื่ งใจ ดนตรรี บั เชดิ จนี ทอ่ น 2 วนั ทองสองมอื ประนมม่นั พรน่ั พรน่ั กลวั มา้ ไม่เขา้ ใกล ้ พส่ี หี มอกของนอ้ งอยา่ จองภยั จะขอขพี่ ไ่ี ปทงั้ ผวั เมยี

13 ดนตรรี บั เชดิ จนี ท่อน 3 ขนุ แผนพานางมาใกลม้ า้ ลูบหลงั อาชาใหเ้ ชอ่ื งเสยี หยบิ มอื ลบู มา้ ว่าปลอบเมยี มา้ เลยี มอื หวดี ประหวน่ั กลวั ดนตรรี บั เชดิ จนี ทอ่ น 4 เอออะไรตกใจไปเปลา่ เปล่า นิจจาเจา้ ชา่ งไม่เชอ่ื น้าใจผวั ดนตรรี บั แขกบรเทศ สามชนั้ ท่อน 1 โดดขนึ้ หลงั มา้ เถดิ อย่ากลวั ประคองตวั วนั ทองย่องเหยยี บโกลน ดนตรรี บั แขกบรเทศ สามชนั้ ทอ่ น 2 นางหวน่ั หวน่ั ครน่ั ครา้ มไม่เขา้ ใกล้ ขนุ แผนกดสหี มอกไวม้ ใิ หโ้ ผน ดนตรรี บั แขกบรเทศ สองชนั้ ทอ่ น 1 มา้ ดฝี ี เทา้ ก็กา้ วโจน นางกลวั ตวั โอนเขา้ แนบชดิ ดนตรรี บั แขกบรเทศ สองชนั้ ทอ่ น 2 สองมอื กอดผวั จนตวั แน่น ขนุ แผนพรมิ้ ยมิ้ หยอกศอกสะกดิ ดนตรรี บั แขกบรเทศ ชนั้ เดยี ว ท่อน 1 เบอื นหนา้ ว่าเจา้ เขา้ ใหช้ ดิ ขอจบู นิดหนึ่งแลว้ จะรบี ไป ดนตรรี บั แขกบรเทศ ชนั้ เดยี ว ท่อน 2 ผูฝ้ ึ กซอ้ ม คณุ ครไู พฑรู ย ์ เขม้ แข็ง คุณครวู นั ทนีย ์ ม่วงบุญ คุณครตู วงฤดี ถาพรพาสี รายชอื่ นักแสดง ศลิ ปิ นรบั เชญิ ขนุ แผน คณุ นาพร วชั รพล ภฤงศรตั น์ นางวนั ทอง ศ. ดร.องั ศมุ าลย ์ จนั ทราปัตย ์ มา้ สหี มอก คณุ สภุ าพร เศรษฐสุวรรณ

14 ราลาวคาหอม ประวตั ทิ มี่ าของการแสดง ชาวนาฏศลิ ป์ และดนตรไี ทยทเี่ รมิ่ เขา้ มาในชมรมฯ มกั จะเรมิ่ การแสดงชดุ แรกดว้ ยฟ้ อน เล็บ ฟ้ อนเทยี น อนั เป็ นเอกลกั ษณข์ องชาวเหนือและต่อดว้ ยฟ้ อนต่างๆ ทขี่ นึ้ ตน้ ดว้ ยคาวา่ ลาว เชน่ ฟ้ อนเทยี น ทใี่ ชเ้ พลงลาวเสยี่ งเทยี น ลาวแพน ลาวดวงดอกไม้ ลาวดวงเดอื น เป็ นตน้ ทงั้ ชาวนาฏศลิ ป์ และดนตรไี ทย ลา้ นนาของมหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จงึ คุน้ เคยกบั การออกซมุ ้ ลาว จนชานาญ ครงั้ นีช้ าวนักศกึ ษาเก่ามหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จงึ เลอื กเพลงลาวคาหอม นามา ประกอบการฟ้ อน ซง่ึ เพลงลาวคาหอมนีเ้ ป็ นเพลงทหี่ ลายๆ ท่านจะสามารถรอ้ งตามและอมยมิ้ ไปดว้ ยกนั ไดม้ าแสดงใหช้ ม ในตอนทา้ ยของฟ้ อนนีจ้ ะออกซมุ ้ ลาว ทชี่ าวนาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย จะคนุ้ เคยตอ่ อยู่ในทา้ ยเพลงฟ้ อนประเภท เพลงลาว ของเราอยเู่ ป็ นประจา “เพลงลาวคาหอม” เป็ นเพลงทแี่ ต่งขนึ้ เพอ่ื รอ้ งอวดกนั ในการเล่นสกั วา โดยจะแต่งขนึ้ โดยอตั โนมตั ิ ไม่มเี พลงใดเป็ นสมุฏฐาน โดยเพลงเหลา่ นี้ จะมที านองทแี่ ตง่ ขนึ้ อยา่ งไพเราะคม คาย เพลงลาวคาหอมเป็ นเพลงทจี่ า่ เผ่นผยองยงิ่ (โคม) ซงึ่ เรยี กโดยท่วั ไปว่า “จา่ โคม” นักรอ้ ง และนักแตง่ เพลงสกั วามชี อ่ื ผหู้ นึ่งแต่งขนึ้ ทง้ั บทรอ้ งและทานองเพลง เพลงลาวคาหอมนีแ้ มจ้ ะมี ประโยคคลา้ ยและลลี าเป็ นอตั รา 2 ชนั้ ก็จรงิ แต่ก็มีความยาวไล่เลยี่ กบั เพลงอตั รา 3 ชน้ั บาง เพลง และมที านองเพลงไพเราะน่าฟังมากจนเป็ นทนี่ ิยมแพรห่ ลายเขา้ มาในวงการรอ้ งสง่ ดนตรี โดยท่วั ไป เมอื่ ทานองเพลงลาวคาหอมไดร้ บั ความนิยมเขา้ มาในวงการรอ้ งส่งดนตรี พระยา ประสานดุรยิ ศพั ท ์ (แปลก ประสานศพั ท)์ จงึ แต่งทานองดนตรขี นึ้ สาหรบั บรรเลงรบั รอ้ ง โดย ถอดจากทานองรอ้ งของจ่าเผ่นผยองยิง่ อกี ชนั้ หน่ึงและก็ไดร้ บั ความนิยมแพรห่ ลายในวงการ ดนตรที ุกชนิดจนปัจจบุ นั (หญงิ ) เนือ้ เพลง ลมกอ็ วลแต่กลนิ่ มณฑาทอง ยามเมอื่ ลมพดั หวน ไผเอยบไ่ ดต้ อ้ ง ไมเ้ อยไมส้ ดุ สงู อย่าสปู ้ อง กลนิ่ หอมเพง่ิ ผดุ พน้ พมุ่ ในสวนดสุ ดิ า ฝูงภมุ ราสดุ ปัญญาเรยี มเอย แตย่ นิ นามดวงเอย นอนไหใ้ ฝ่ ฝันเห็นจนั ทรแ์ จม่ ฟ้ า (ชาย) โอเ้ จา้ ดวงเจา้ ดวงดอกโกมล แข่งแขอยู่แต่นภา (หญงิ ) โออ้ กคดิ ถงึ คดิ ถงึ คะนึงนอนวนั

15 โออ้ กคดิ ถงึ คดิ ถงึ คะนึงนอนวนั นอนไหใ้ ฝ่ ฝันเห็นจนั ทรแ์ จม่ ฟ้ า (ชาย) ทรงกลดสวยสดโสภา แสงทองส่องหลา้ สดุ ปัญญาเรยี มเอย แสงทองสอ่ งหลา้ สุดปัญญาเรยี มเอย ทรงกลดสวยสดโสภา -เพลงลาวซมุ ้ - ผูฝ้ ึ กซอ้ ม คณุ ครวู นั ทนีย ์ ม่วงบญุ คณุ ครูตวงฤดี ถาพรพาสี รายชอื่ นักแสดง นาง พระ คณุ กญั ญณัช กาญจนะ คณุ ธลมิ า พลอยพานิช คุณอญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร คณุ พชิ ญา สนั ตสิ ธุ รี วุฒิ คุณนงนุช แกว้ อกั ษร รศ.ทพญ.ดร.พชั ราวรรณ ศรศี ลิ ปนันทน์ คุณพริ ยี ธ์ ร อภชิ าตธิ รรม คุณกรกมล เออื้ ววิ ฒั นส์ กลุ คณุ บศุ ยรตั น์ แกว้ ไพฑรู ย ์ พล.อ.ต.หญงิ ศ. ยลสลวย วารทิ สวสั ดิ ์ ชว่ งท่ี 4 นาฏกรรมลา้ คณุ คา่ ละครนอกเรอื่ งสงั ขท์ อง ตอน มณฑาลงกระทอ่ ม ประวตั คิ วามเป็ นมา มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ไดจ้ ดั การแสดงชดุ ละครนอกเรอื่ งสงั ขท์ อง ตอน มณฑาลง กระท่อม เมื่อวนั ที่ ๑๓ - ๒๒ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๑๗ ณ หอ้ งประชมุ คณะแพทยศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ โดยกาหนดการแสดงไวท้ ง้ั หมด ๑๐ รอบ ดว้ ยความสนุกสนานของ เนือ้ เรอื่ ง บทละคร รอบถดั ๆ มาจงึ มผี ชู้ มการแสดงเต็มทุกรอบและเรมิ่ มกี ารเพม่ิ เกา้ อเี้ สรมิ เมอ่ื เรมิ่ การแสดงไดป้ ระมาณ ๕ รอบ ก็ไดร้ บั หมายกาหนดการแจง้ ว่า พระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธบิ ดศี รสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อย่หู วั รชั กาลที่ 10 ขณะ ดารงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และสมเด็จพระกนิษฐาธริ าช

16 เจา้ กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ขณะดารงพระยศ สมเด็จพระเจา้ ลูกเธอ เจา้ ฟ้ าสริ นิ ธรเทพรตั นสุดา กติ ิวฒั นาดุลโสภาคย ์ เสด็จพระราชดาเนินเป็ นการส่วน พระองคเ์ พอ่ื ทอดพระเนตร ละครในรอบค่าของวนั อาทติ ยท์ ี่ ๒๒ ธนั วาคม ๒๕๑๗ ซงึ่ นาความ ปลาบปลืม้ ปิ ติเป็ นลน้ พ้น มาสู่พ วกเราชาวนั กศึกษาเก่าชมรมนาฏศิลป์ ดนตรีไท ย มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ จงึ เลอื กบทละครเรอื่ งนีม้ าแสดงในวนั นี้ ละครนอกเรอื่ ง สงั ขท์ อง ตอน มณฑาลงกระท่อม ตดั ตอนมาจากละครนอกเรอื่ งสงั ข ์ ทอง ตอนทนี่ างมณฑาเสด็จมากระทอ่ มปลายนา เลา่ ความใหน้ างรจนาและเจา้ เงาะฟังถงึ ขา้ ศกึ ยกมาลอ้ มเมอื งทา้ พนันตคี ลเี อาบา้ นเมอื ง ทงั้ หกเขยออกไปตคี ลกี แ็ พก้ ลบั มาและขอให ้ นางรจนาชว่ ยออ้ นวอนเจา้ เงาะใหไ้ ปตคี ลชี ว่ ยกเู ้ มอื งไว ้ นางรจนาสงสารมารดาก็ออ้ นวอนให ้ ชว่ ยเหลอื ครงั้ แรกเจา้ เงาะแสรง้ ทาเป็ นไมร่ เู ้ รอื่ งราว เพราะยงั คดิ แคน้ พ่อตาและแมย่ ายอยูใ่ คร่ จะทรมานเสยี กอ่ น ครนั้ นางมณฑาเฝ้ าวงิ วอน เจา้ เงาะก็พูดจาตดั พอ้ ตอ่ ว่านางมณฑาเห็นเจา้ เงาะพูดไดก้ ็ดใี จนัก นางรจนากช็ ว่ ยมารดาออ้ นวอนดว้ ย ทง้ั บอกวา่ ถา้ ไมช่ ว่ ยนางจะฆ่าตวั ตายเสยี เจา้ เงาะเห็นนางเศรา้ โศกนักก็รสู ้ กึ สงสารจงึ รบั อาสา แต่ขอเครอื่ งแตง่ ตวั อย่างกษตั รยิ ์ นางมณฑาจงึ สง่ั ใหจ้ ดั มาให ้ เจา้ เงาะตวิ ่าไมง่ าม จนถงึ ทา้ วสามลตอ้ งเสดจ็ นาเครอื่ งทรงมาเอง แตเ่ จา้ เงาะกไ็ มย่ อมแต่งอกี พระวษิ ณุกรรมจงึ นาเครอื่ งทรงของพระอนิ ทรม์ าให ้ เจา้ เงาะจงึ ถอด รปู ออกเป็ นพระสงั ขท์ องแลว้ ทรงเครอื่ งของพระอนิ ทร ์นางมณฑาและทา้ วสามลเห็นเจา้ เงาะ ถอดรปู กลายเป็ นพระสงั ขก์ ต็ นื่ เตน้ ยนิ ดยี งิ่ นัก ต่างเฝ้ าเชยชมและไต่ถามถงึ พงศเ์ ผา่ เหลา่ กอ พระสงั ขก์ ็ทูลวา่ เป็ นโอรสทา้ วยศวมิ ล แลว้ เลา่ เรอื่ งตงั้ แต่ตน้ ใหส้ องกษตั รยิ ท์ รงทราบ ทงั้ ทา้ ว สามลและนางมณฑาเมอ่ื ทรงทราบว่าพระสงั ขเ์ ป็ นโอรสกษตั รยิ ก์ ป็ ิ ตโิ สมนัสยงิ่ นัก ตรสั ชวน พระสงั ขแ์ ละนางรจนากลบั เขา้ วงั ผูฝ้ ึ กซอ้ ม คณุ ครรู จั นา พวงประยงค ์ ศลิ ปิ นแหง่ ชาติ คุณครไู พฑรู ย ์ เขม้ แข็ง คณุ ครูตวงฤดี ถาพรพาสี ผศ. ดร.จลุ ชาติ อรณั ยะนาค รายชอ่ื นักแสดง นางมณฑา ครรู จั นา พวงประยงค ์ ศลิ ปิ นแห่งชาติ ทา้ วสามล คณุ ชลติ เฟื่ องอารมย ์ สงั ขท์ อง คุณสรุ พล สุวฒั ฑนา เจา้ เงาะ คุณบญั ชา สรุ เิ จย ์ คา้ นอธรรม รจนา คุณปิ ยะฉัตร อดศิ กั ดิ ์ พระวษิ ณุกรรม คณุ ณรงคศ์ กั ดิ ์ นางกานัล คุณวสนั ต ์ อุตตมะโยธนิ นางกานัล คุณสุทธิ สุทธริ ตั น์ นางกานัล คณุ เสกสม พานทอง นางกานัล คณุ วทิ ยารตั น์ การธนะศาษฐ ์ นางกานัล คณุ ฉัตรหทยั นักฟ้ อน นางกานัล คุณรณชยั ญาตฉิ ิมพลี

17 นางกานัล คุณมหทิ ธิ เบา้ พมิ พา เสนา เสนา คุณสรุ เดช เดชอดุ ม คุณเกรกิ ไกร ใหญ่ยงิ่ รายนามผูบ้ รรเลง – ขบั รอ้ ง ขบั รอ้ ง คุณเฟื่ องฟ้ า ตุลาธรรมกุล คณุ สปุ ราณี สมดลุ ยาวาทย ์ ซอสามสาย พ.อ.หญงิ ลดา แกว้ กรู คุณฉัตรหทยั นักฟ้ อน ซอดว้ ง ซออู ้ คณุ เรณุกา มกั เทยี่ งตรง คุณประพจน์ แอตาล จะเข ้ ขลุย่ เพยี งออ คณุ สขุ มุ าล เชอื้ เขยี ว คณุ ธนกฤต เกษมาลา ระนาดเอก ระนาดทมุ ้ คุณวชรธร สมิ กงิ่ ฆอ้ งวงใหญ่ ฉิ่ง ภก.กานต ์ สวุ รรณกติ ิ กลองแขก กรบั คณุ ปฐพล รตั นพนั ธ ์ หวั หนา้ วง ภญ.ฐติ ณิ ัชช ์ เด็ดแกว้ คณุ สทิ ธพิ ร เนตรนิยม นพ.สทุ ธพิ นั ธ ์ เชฟวี่ นพ.มนวฒั น์ เงนิ ฉ่า คณุ พชร พลายพชิ ติ . คณุ วจิ กั ษณ์ รงั สวิ ฒุ าภรณ์ คุณธนภทั ร บญุ ศรวี งษ ์ คุณเมธพี ฒั น์ ชมุ่ ชน่ื คณุ จตรุ งค ์ ประสงคด์ ี คุณธชั รฏั ฐ ์ จนั ทรศ์ รชี าญ ภก.กานต ์ สวุ รรณกติ ิ

18 ผูอ้ ยเู่ บอื้ งหลงั ความสาเรจ็ จดั การแสดง สมาคมนักศกึ ษาเกา่ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กรุงเทพฯ ศนู ยส์ งั คตี ศลิ ป์ ธนาคารกรงุ เทพ จากดั (มหาชน) ชมรมนักศกึ ษาเกา่ นาฏศลิ ป์ ดนตรไี ทย-ลา้ นนา มช. กทม. อานวยการแสดง คุณสมชยั สมยั สตุ นายกสมาคมนักศกึ ษาเกา่ มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กรุงเทพฯ คุณวสนั ต ์ ลลี ะยูวะ อปุ นายกนายกสมาคมนักศกึ ษาเกา่ ทป่ี รกึ ษาดา้ นการแสดง มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ กรงุ เทพฯ ศลิ ปิ น คณุ ครสู ุวรรณี ชลานุเคราะห ์ แห่งชาติ คณุ ครทู ศั นีย ์ ขนุ ทอง ศลิ ปิ นแหง่ ชาติ คณุ ครรู จั นา พวงประยงค ์ ศลิ ปิ นแห่งชาติ อาจารย ์ ดร. สริ ชิ ยั ชาญ ฟักจารูญ ศลิ ปิ นแห่งชาติ ม.ร.ว. อรฉัตร ซองทอง รศ.บุญเสรมิ ภสู่ าลี ผศ. ดร.สุรพล จนั ทราปัตย ์ ฝึ กซอ้ มและควบคมุ การแสดง คณุ ครรู จั นา พวงประยงค ์ ศลิ ปิ นแหง่ ชาติ คณุ ครูไพฑรู ย ์ เขม้ แข็ง คุณครวู นั ทนีย ์ มว่ งบุญ คุณครูตวงฤดี ถาพรพาสี ผศ. ดร.จลุ ชาติ อรณั ยะนาค คุณครกู าญจนปกรณ์ แสดงหาญ ประธานคณะกรรมการจดั งาน คุณอญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร ทป่ี รกึ ษา คุณศริ บิ งั อร สบื วงศแ์ พทย ์ คุณชชั วาล เพชรชอ่ รองประธานคณะกรรมการ พล.อ.ต.หญงิ ศ.ยลสลวย วารทิ สวสั ดิ ์ ผูด้ าเนินรายการ คุณปรมี าวศุต อดศิ กั ดิ ์ คณุ อสิ นิ ธร สอนไว คณุ ศตกมล วรกุล คณุ อตริ จุ กติ ตพิ ฒั นะ ควบคมุ งานนาฏศลิ ป์ คุณอญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร คุณณรงคศ์ กั ดิ ์ คา้ นอธรรม ควบคมุ งานดรุ ยิ างคไ์ ทย ภก.กานต ์ สุวรรณกติ ิ นพ.มนวฒั น์ เงนิ ฉ่า สวสั ดกิ าร คณุ พชิ ญา สนั ตสิ ธุ รี วุฒิ

19 คุณปิ ยะลกั ษณ์ พงศอ์ มรรตั น์ คุณประกายแกว้ ทองเจรญิ กากบั เวที คณุ สุรางค ์ องิ คเวช คุณกรรณิการ ์ เทยี นทพิ ยนันทน์ ประชาสมั พนั ธแ์ ละกาดหมวั้ คณุ ศตกมล วรกลุ คณุ สเุ มธ จนิ ดาวฒั น์ ประสานงานคณะแพทยศาสตร ์มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ ศ.นพ.บรรณกจิ โลจนาภวิ ฒั น์ ผศ.พญ.พุดตาน วงศต์ รรี ตั นชยั คณุ ธวชั ชยั กฤตยิ าภชิ าตกุล ประสานงาน คณุ กษิมา โกมลวานิช คุณชลติ รตั น์ สมิ ะเสถยี ร ไทยปรชี า จดั ทาสจู บิ ตั ร คณุ ธลมิ า พลอยพานิช คณุ เก็จกาญจน์ คมุ้ พวง เทคนิคแสง สี เสยี ง คณุ อรอษุ า วรรณพกั ตร ์ ถา่ ยภาพและวดิ โี อ คุณจนิ ตนา พลานันทกลุ ธร ควบคมุ เครอ่ื งแตง่ กาย คุณวชั รพงษ ์ ปานเสนชตุ พิ นั ธ ์ เครอื่ งแต่งกาย คณุ บุญประเสรฐิ วงศว์ ริ ตั น์ แต่งหนา้ ทาผม ควบคมุ ฉากและอปุ กรณ์ คุณพฤทธณัฏฐิ ์ พรมรตั น์

20 ขอขอบคณุ 1. เออื้ เฟื้อสถานทฝี่ ึ กซอ้ ม - บรษิ ทั โตโยตา้ บสั ส ์ จากดั คุณสรุ พล โตววิ ฒั น์ กรรมการผจู้ ดั การ - บา้ นใบหยก คณุ อษุ า ใบหยก 2. พเี่ พอ่ื นนอ้ งชว่ ยระดมทรพั ยากรทุนคา่ ใชจ้ า่ ยชว่ งฝึ กซอ้ ม 3. คณุ วสนั ต ์ ลลี ะยวู ะ 4. คณุ อสิ นิ ธร สอนไว 5. คณุ อญั ชลุ ี สมิ ะเสถยี ร 6. พล.อ.ต.หญงิ ศ. ยลสลวย วารทิ สวสั ดิ ์ 7. คุณนิตยา พรประเสรฐิ สม 8.

21