Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

Published by ปนัดดา มั่นคง, 2021-05-05 03:11:35

Description: การปฐมพยาบาลเบื้องต้น

Search

Read the Text Version

การปฐมพยาบาลเบ้อื งตน ๑. หลกั การปฐมพยาบาลเบ้ืองตน และการปฐมพยาบาลบาดแผล การปฐมพยาบาล การปฐมพยาบาล หมายถึง การชวยเหลือผูปวยหรือผูบาดเจ็บเปนการฉุกเฉิน กอนท่ีจะไดรับการ รักษาทางการแพทย การปฐมพยาบาลจงึ เปนการชว ยเหลือช่ัวคราวระหวา งรอคอยการรักษาจากแพทย ในราย ทีบ่ าดเจ็บรุนแรง การปฐมพยาบาลอาจเปนส่ิงท่ชี ว ยใหผปู ว ยเจ็บรอดชีวิตได จุดมงุ หมายของการปฐมพยาบาล 1. เพอื่ ชว ยชวี ิตยามฉกุ เฉิน 2. เพอ่ื ปอ งกันไมใหบาดเจบ็ หรอื ไดรบั อนั ตรายมากข้ึน 3. เพ่อื ปอ งกันไมใ หเกิดส่งิ แทรกซอ นภายหลงั เหตุฉุกเฉนิ 4 ประการ ทจ่ี ะทําใหผปู ว ยเจ็บเสียชีวิตไดอ ยางรวดเรว็ หากไมไดรบั การปฐมพยาบาลทันที ไดแ ก 1. การหยุดหายใจ ทําใหรางกายขาดออกซิเจน และจะเสียชีวิตภายในไมก่ีนาที ผูปฐมพยาบาลจึงตองรูวิธีการ ผายปอด ซง่ึ วธิ ีท่งี ายและไดผ ลดีทส่ี ุด คือ การเปา ลมหายใจเขาปอดทางปากหรอื จมูก 2. หัวใจหยุดเตน ทาํ ใหไ มมีการสูบฉีดเลือด สําหรับนําออกซิเจนไปเลีย้ งรางกายท่ัวไป ผูปฐมพยาบาล จําเปนจะตอง รวู ิธสี ําหรับแกไขทาํ ใหมกี ระแสเลอื ดไหลเวยี นในรา งกาย คอื การนวดหวั ใจภายนอก 3. การเสียเลอื ดจากหลอดเลอื ดใหญข าด ทําใหเลือดไหลออกจากรางกายอยางรวดเร็ว และจะทําใหเสียชีวิต ผูปฐมพยาบาลจึงตองรูวิธีการ หา มเลือด 4. ภาวะชอ็ ก เปนการตอบสนองของศูนยประสาทสวนกลางในสมองของรางกาย ที่ถูกกระตุนดวยความรูสึก ท่ีสงมาจากตําแหนงที่บาดเจ็บ อาจมีความกลัวและความตกใจ รวมดวย ภาวะช็อกจะมีความรุนแรงมาก ถามี การสูญเสียเลือดหรือน้ําเหลือง (ในรายมีแผลไหม) ช็อกอาจทําใหเสียชีวิตไดท้ังที่บาดเจ็บไมรุนแรงนัก ดังน้ันผู ปฐมพยาบาลจงึ ตองรวู ิธกี ารปองกนั และรกั ษาช็อก ขนั้ ตอนท่ตี อ งปฏิบตั ิเม่ือพบผปู ว ยเจ็บ 1. อยาต่ืนตกใจ ใหต้ังสติตนเองใหมั่นคง พยายามปฏิบัติใหดีที่สุด ดวยอุปกรณที่มีอยูหรือหาได รูปอุปกรณปฐมพยาบาล

-2- 2. ใหผูปวยเจ็บนอนราบศีรษะอยูระดับเดียวกับตัว อยาเคลอื่ นไหวผูปวยเจ็บโดยไมจําเปน จัดใหนอน ศีรษะตา่ํ เมอื่ หนาซดี หรือยกศีรษะขึน้ เลก็ นอ ยเม่อื หนา แดง ตรวจระดับความรูสกึ ตัวโดยการตีเรยี กทีไ่ หล รปู การตรวจระดับความรูสึกตัวโดยการตเี รยี กที่ไหล 3. ขอความชวยเหลอื หรือโทรศัพทแ จง หนวยฉกุ เฉิน/กูช ีพ/กูภยั สายดวนแจงเหตฉุ กุ เฉนิ /กูชพี /กภู ัย - สถาบันการแพทยฉ ุกเฉินแหงชาติ โทร. 1669 4. ตรวจดูการบาดเจ็บอยางรวดเร็ว ที่สําคัญท่ีสุดคือดูวามีการหยุดหายใจหรือเปลา หรือมีการ ตกเลือดรุนแรงหรือไม เพราะจะทําใหเสียชีวิตในเวลาอันรวดเร็วได หลังจากนั้นจึงคอยตรวจดูการบาดเจ็บ อยางอน่ื สําหรับการถอดเส้อื ผาใหท าํ เทา ที่จาํ เปน และรบกวนผูปว ยเจบ็ ใหนอยทสี่ ดุ รูปการตรวจดกู ารหายใจ รปู การตรวจศีรษะและใบหนา รปู การตรวจหนา อก-ทอ ง รูปการตรวจแขน รูปการตรวจขา รปู การตรวจดานหลัง

-3- 5. ทาํ การปฐมพยาบาลสิ่งท่เี ปน อันตรายตอชีวิตกอ น ถามีการตกเลือดรนุ แรงกท็ ําการหามเลอื ดกอน ถามีการไมหายใจหรอื หวั ใจหยุดเตน ตอ งแกไขกอน แลวจึงปอ งกนั และรกั ษาชอ็ ก กรณีที่ไมมสี ่ิงผดิ ปกติ ดังกลา วใหรกั ษาความอบอุนของรา งกาย นอนนิ่ง ๆ และใหมีอากาศปลอดโปรง 6. ปลดคลายเส้อื ผา ที่คบั หรือรัดออก โดยเฉพาะอยางย่งิ ทีบ่ รเิ วณคอ อก ทอง และขา 7. ปอ งกันไมใหเกดิ การสาํ ลกั ถา มกี ารอาเจยี นใหพ ลิกหนาผูปวยเจ็บตะแคงไปดา นใดดานหนง่ึ เพือ่ ให สงิ่ ท่ีอาเจยี นไหลออกจากปากไดสะดวก ถาหมดสติ อยาใหผูป ว ยเจ็บดมื่ น้าํ หรอื ยา รปู การจัดทาผูปวยเจบ็ ตะแคง การปฐมพยาบาลบาดแผล บาดแผล หมายถึง การท่ีเนื้อเย่ือที่อยูใตผิวหนังถูกทําลายหรือมีการฉีกขาดเกิดขึ้นจากสาเหตุใด ก็ตาม ๑. บาดแผลปด เปนบาดแผลที่ไมมีรอยแยกของผิวหนังปรากฏใหเห็น เกิดจากแรงกระแทกของของแข็งท่ีไมมีคม แตอาจมีการฉีกขาดของเน้ือเย่ือและเสนเลือดฝอยใตผิวหนัง ซ่ึงมองจากภายนอกจะเห็นเปนลักษณะฟกช้ํา โดยอาจมีอาการปวดรวมดวย แผลประเภทนี้ที่พบเห็นไดบอยในชีวิตประจําวันคือรอยฟกชํ้าเปนจ้ําเลือด ซ่ึงเกิดจากแรงกระแทกของวัตถุไมมีคม หรือส่ิงของตกหลนใสบริเวณรางกาย เชน ศีรษะ แขน ขา แตทําไห หลอดเลือดฝอยใตผิวหนังฉีกขาด มีเลือดซึมอยูในเน้ือเยื่อ การฟกชํ้าที่รุนแรงอาจบอกถึงอาการบาดเจ็บ ท่ีรนุ แรงได เชน กระดูกแตกหรือหัก การปฐมพยาบาล (๑) ยกและประคองสวนท่บี าดเจ็บใหอ ยู ในทา สบาย (๒) ประคบเย็นและรัดสว นท่ฟี กชํ้า (๓) ถามีขอ เคลด็ หรือกระดกู แตกหรือหัก ใหรีบสง แพทย

-4- ๒. บาดแผลเปด เปน บาดแผลท่ที าํ ใหเกดิ รอยแยกของผวิ หนงั แบงออกเปน ๒.๑ แผลถลอก เปนแผลตื้น มีผิวหนังถลอกและมีเลือดออกเล็กนอย ไมมีอันตรายรุนแรง พบบอย ในชวี ติ ประจําวนั เชน การหกลม การถูกขีดขวน การปฐมพยาบาล (๑) ใหร ีบทาํ การลา งแผลทนั ที เพือ่ ปอ งกนั การติดเชื้อ และการอักเสบของแผล (๒) ใสยาฆา เช้ือ ๒.๒ แผลฉีกขาด เปน แผลทเ่ี กดิ จากวัตถุท่ีไมมีคม แตมแี รงพระชากหรือกระแทกพอทจี่ ะทําใหผ ิวหนงั และเนื้อเย่ือใตผิวหนงั ฉีกขาดได ขอบแผลมักจะขาดกระรุงกระริง่ หรือมีการชอกช้ําของแผลมาก ผบู าดเจบ็ จะเจ็บปวดมากเพราะถูกบริเวณปลายประสาท เชน บาดแผลจากการถูกรถชน บาดแผลจากเคร่ืองจักรกล หรอื ถกู แรงระเบิด การปฐมพยาบาล (๑) ทาํ ความสะอาดแผลและรอบบาดแผล ดว ยนาํ้ สะอาดและสบู (๒) หา มเลือดดวยผา สะอาด ประมาณ ๓-๕ นาที (๓) ทําความสะอาดบาดแผล ดว ยนา้ํ ยาฆาเชือ้ (๔) ปดแผลดวยพลาสเตอรหรือผาปดแผล (๕) หากมีบาดแผลใหญห รอื เน้ือเยอ่ื ฉกี ขาดกระรงุ กระรง่ิ ใหนําสง โรงพยาบาล ๒.๓ แผลตัด เปนแผลท่ีเกิดจากอาวุธหรือเคร่ืองมือท่ีมีคมเรียบตัด เชน มีด ขวาน เศษแกว เศษกระจก ปากแผลจะแคบ เรียบยาวและชิดกัน ถาบาดแผลลึกจะมีเลือดออกมาก แผลชนิดน้ีมักจะหายไดเร็วประมาณ 3-7 วัน เนอ่ื งจากขอบแผลอยูช ิดกนั การปฐมพยาบาล (๑) ทําการหา มเลอื ดและรบี นาํ สงโรงพยาบาล (๒) ถา มีอวัยวะทถ่ี ูกตัดขาด ใหใ สถงุ พลาสติก ที่สะอาด ปด ปากถุงใหแนนไมใ หน้ําเขา (๓) แชในถังนํ้าแขง็ แลวนําสงโรงพยาบาลพรอ มผูป วย

-5- ๒.๔ แผลถูกแทง เปนแผลท่ีเกิดจากวัตถุท่ีมีปลายแหลมแทงเขาไป เชน มีดปลายแหลม ตะปู เหล็กหลม เศษไม ปากแผล จะเล็กแตลึก ถาลึกมากมีโอกาสจะถูกอวัยวะที่สําคัญมักจะมีเลือดออกมาก ทําให ตกเลือดภายในได การปฐมพยาบาล (๑) ทาํ การหา มเลือด และรบี นําสง โรงพยาบาล (๒) ถา มวี ตั ถุปก คาอยูห า มดึงออกใหใช ผา สะอาดกดรอบแผลและใชผ า พนั ไว แลว รีบนาํ ตวั สงโรงพยาบาลทันที ๒.๕ บาดแผลถูกยิง ทําใหเกิดการบาดเจ็บภายในท่ีรุนแรง โดย ตาํ แหนงที่กระสุนเขา สรู า งกายบาดแผลจะเล็กและมีขอบชัดเจน แตตาํ แหนง ที่กระสนุ ออก(อาจฝง ใน) บาดแผลจะใหญกวา และฉกี ขาดมาก การปฐมพยาบาล - ใหทําการหามเลือด และรีบนําสงโรงพยาบาลโดยทันที เนอื่ งจากมกี ารเสยี เลือดคอนขางมาก การหา มเลอื ด วิธีการการหามเลอื ด ๑. การกดลงบนบาดแผลโดยตรง วิธีน้ีเปนวิธีหามเลือดที่ไดผลดีท่ีสุด อาจจะใชมือกดหรือใชผาวาง บนแผลก็ได โดย (๑) กดใหกดแนน ๆ นานประมาณ ๑๐ – ๓๐ นาที (๒) เมอื่ เลือดหยุดไหล ใหทําแผลและใชผ าพนั (๓) อยาคลายผาหรือเปล่ียนผาพันแผลเปนอันขาด เพราะอาจทําใหเลือดออกไดอีกและทําให เพ่ิมความบาดเจ็บมากขน้ึ ถาเลอื ดโชกผา พัน ใหใ ชผ าพันทบั เขาไปอีกช้ันหน่งึ แทนท่จี ะเปลยี่ นผาใหม - ควรสวมถุงมือเม่ือสมั ผัสตัวผปู ว ย เพ่ือปอ งกันการตดิ เช้ือ - กรณีผา ปด แผลชุมเลือดไมควรเอาออกและควรนาํ ผา อีกช้ินมาปด ทับบนผาช้นิ แรก - พนั ผา แลวผกู ไว และควรยกอวยั วะใหส ูงขึน้ - เมอ่ื ทาํ การปฐมพยาบาลแลวใหรีบสง ตวั เขาโรงพยาบาลทันที

-6- ๒. การกดบนเสนเลือดแดง กรณีที่มีเลือดออกรุนแรง ใหใชวิธีการกดบนเสนเลือดแดงตามจุดที่สําคัญๆ ๔ จุด คือ เสนเลือดแดงไปเล้ียงหนังศีรษะ เสนเลือดแดงไปเลี้ยงหนา เสนเลือดแดงไปเล้ียงแขน และเสนเลือดแดง ไปเลยี้ งขา ตาํ แหนง กดหา มเลือด ๓. การรัดขันชะเนาะหรอื ทูนเิ กต(Tourniquet) เปนการหา มเลือดโดยการใช ผา เชือก หรือสายยาง รดั ไมใ หเ ลอื ดออกจากหลอดเลือดแดงที่มาเลย้ี งบริเวณบาดแผล ใชส าํ หรับบาดแผลบริเวณแขนขาเทา น้นั ข้ันตอนการขันชะเนาะ ๑. ใชผ าพันรอบแขนหรอื ขาสองรอบแลวผกู เง่ือน ๑ ปม ๓. หมนุ ไมเปนวงกลมใหแนนจนเลอื ดหยุด ๒. ใชไมแ ขงวางบนปมเงอ่ื นแลวผกู เงอ่ื นอีก ๑ ปม ๔. พันปลายไมไวกันหมนุ กลบั ระวัง ๑. อยา รดั ทูนเิ กตล งบนผวิ หนังโดยตรง ควรใชผ า หรอื สําลีหุมรอบแขนหรือขาเสียกอน ๒. ใชใ นรายท่ีแขนหรอื ขาไดรบั บาดเจบ็ รนุ แรง ที่ตองทาํ การตัดแขนหรือขาออกเทา นนั้ ๓. หามใชเสน ลวด หรือเชอื กผกู รองเทาเปน สายรดั หามเลือด ๔. เมือ่ รัดสายรดั หา มเลือดแลว หา มคลายสายรัดออก ๕. การคลายสายรัดหามเลือดออกตองกระทําโดยบุคคลากรทางการแพทยที่มีความชํานาญ และอยูใน สถานท่ีที่มีอุปกรณชว ยชวี ติ ท่ีพรอม

-7- การเสยี เลือดภายใน การหามเลือดภายในเปนไปไดยาก นอกจากการสังเกตอาการและปองกันภาวะช็อค แลวรอคอย การชว ยเหลือจากแพทยหรอื นาํ ผูปวยสง โรงพยาบาลเรว็ ที่สดุ การปฐมพยาบาลผเู สียเลือดภายใน ๑. ถา มีกระดูกหักใหใชเ ฝอกดามเสยี กอ น ๒. ใหผปู ว ยนอนในทา ที่ถกู ตอ งดังตอไปนี้ ๒.๑ นอนศีรษะต่ําเทาสูง โดยใหผูปวยนอนศีรษะต่ํายกเทาสูงเหนือพ้ืนประมาณ ๑๒ – ๑๘ น้ิว หามใช ทาน้ีถาผูปวยมีบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง กระดูกคอบาดเจบ็ สมองบาดเจ็บ ชองทองหรือทรวงอก (เพราะจะทํา ใหอ วัยวะและเลือดในชอ งทอ งเพิ่มความดันใตก ระบงั ลม) ๒.๒ สาํ หรบั ผูป ว ยมกี ระดูกแขนขาหัก ใหน อนหงายราบ ๒.๓ สําหรบั ผูปว ยบาดเจบ็ ทีท่ รวงอกหรอื เปนโรคหวั ใจท่ยี งั สตดิ อี ยู ใหนอนศรี ษะสงู ๒.๔ ถา ผปู ว ยหมดสติ ใหนอนตะแคงเพ่ือปองกนั การสําลักอาเจยี น ๓. คลายเส้ือผา ใหห ลวม ๔. ผูบาดเจบ็ ท่ไี มร ูสึกตัวใหนอนในทาพกั ฟน ๕. หามด่ืมนาํ้ และหา มกินอาหาร (เพ่อื ปองกนั อาเจยี น และเตรยี มตวั สําหรับการผา ตดั ) แหงนศรี ษะไปดา นหลัง แขนดานลา ง ต้งั ฉากกับลําตวั ตรวจนับชพี จร คลายเสื้อผาใหหลวมสูง มือหนนุ ใตแกม งอเขา ใหล ําตัวมนั่ คง ใหผบู าดเจบ็ นอนหงายศรี ษะต่ําเทา หาอุปกรณรองปลายเทา หมัน่ ตรวจการหายใจและชพี จร หากผูบาดเจ็บหยุดหายใจหรือหัวใจ หยุดเตน ตองทาํ การการกูช ีวิต บาดแผลถูกความรอน เปนแผลที่เกิดจากความรอนแหง เชน ไฟไหม ความรอนเปยก เชน น้ํารอนลวก การถกู กรด-ดา ง สารเคมที ี่มผี ลทาํ ใหเนือ้ เยอ่ื มีการบาดเจบ็ เปน อนั ตรายต้งั แตเลก็ นอยจนถึงแกชวี ติ การปฐมพยาบาลทั่วไป ๑. ราดดว ยนํา้ เย็นหรือเปดน้ําใหไหลผา นบรเิ วณบาดแผล - บาดแผลรนุ แรงรบี ขอความชวยเหลอื หรือโทร ๑๖๖๙

-8- ๒. รีบถอดหรือตัดเส้ือผา เครื่องประดับหรือเข็มขัด ออกจากบริเวณท่ี ถูกความรอนออก - ถาวตั ถุดังกลา วตดิ กับบาดแผลหามถอดออก ๓. บาดแผลไมรุนแรงทายาสาํ หรับแผลไฟไหม แลว ปด ดวยผา สะอาด - หา มใชครมี ขผี้ ง้ึ ไขมนั หรือยาสฟี น ทาทบ่ี าดแผล ๔. ถาแผลกวางและลกึ หรอื ถูกอวยั วะสําคัญ ใหร บี นาํ สงโรงพยาบาล - ใหผ บู าดเจ็บนอนลง ยกและพยงุ ขาใหสูง - ตรวจและบันทึกการหายใจและชีพจรทุกๆ ๑๐ นาที ระหวา งรอ ทีมชว ยเหลือหรอื รถพยาบาล

-9- ๒. การปฐมพยาบาลผูทกี่ ระดกู หักและการเคล่อื นยา ยผูบาดเจบ็ เบือ้ งตน หลกั ท่ัวไปในการปฐมพยาบาลผทู ่ีกระดูกหัก การปฐมพยาบาลที่ดีที่สุด คือ ใหผูปวยนอนอยูกับท่ีหามเคลื่อนยายโดยไมจําเปน เพราะหากทําผิดวิธี อาจบาดเจ็บมากข้ึน ถาผูปวยมีเลือดออกใหหามเลือดไวกอน หากมีอาการช็อกใหรักษาช็อกไปกอน ถาจําเปนตองเคลื่อนยายผูปวยใหเขาเฝอกชั่วคราว ณ ท่ีผูปวยนอนอยู ถาบาดแผลเปด ใหหามเลือดและ ปดแผลไวช่ัวคราวกอนเขาเฝอก สิ่งท่ีควรระวังมากท่ีสุดคือกระดูกสันหลังหักหรือกระดูกตนคอหัก ถาเคลื่อนยายผิดวธิ ี อาจทําใหผ ปู ว ยพกิ ารตลอดชีวิต หรอื ถงึ แกชวี ติ ไดท นั ทีขณะเคลือ่ นยา ย การเขา เฝอกชวั่ คราว การดามบริเวณท่ีหักดวยเฝอกช่ัวคราวใหถูกตองและรวดเร็ว จะชวยใหบริเวณที่หักอยูนิ่ง ลดความ เจ็บปวด และไมกอใหเกิดการบาดเจ็บเพ่ิมขึ้น โดยใชวัสดุท่ีหาไดงาย เชน ไม หรือกระดาษหนังสือพิมพ พับใหหนา หมอน รม ไมกดล้ิน กระดาน เสา ฯลฯ รวมท้ังผาและเชือกสําหรับพันรัดดวยไมควรเคลื่อนยาย ผปู วยจนกวาจะเขาเฝอกช่ัวคราวใหเรียบรอยกอน ถาไมมีสิ่งเหลานี้เลย ใหใชแขนหรือขาขางที่ไมหักหรอื ลําตัว เปนเฝอกชัว่ คราว โดยผูกยึดใหดกี อนที่จะเคล่ือนยา ยผูป ว ย รูปการใชผา สามเหล่ยี มคลองแขน รปู การดามแขน รปู การดามขา

- 10 - การเคลื่อนยายผูบาดเจบ็ เพื่อเคลื่อนยา ยออกจากสถานท่ีมีอนั ตรายไปสทู ่ีปลอดภยั หรอื โรงพยาบาล ควรเคล่ือนยา ยอยา งถูกวธิ ี จะชว ยลดความพิการและอนั ตรายตา งๆ ที่จะเกดิ ข้นึ ได การชวยเหลือผูปวยกระดกู สันหลังหกั ทคี่ อ ใหผูปวยนอนรอบโดยมีศีรษะอยูนิ่งและจัดใหเปนแนวตรงกับลําตัวโดยใชหมอนหรือของแข็งๆ ขนาบ ศีรษะขางหูท้ังสองดาน ถาผูปวยประสบเหตุขณะขับรถยนตอยู กอนเคล่ือนยายผูปวยท่ีกระดูกสันหลังสวนคอ หักออกจากที่นั่งในรถ ผูชวยเหลือควรใหผูปวยน่ังพิงแผนไมกระดานท่ีมีระดับสูงจากสะโพกขึ้นไปจนเหนือ ศีรษะ ใชเชือก หรือผามัดศีรษะและลําตัวของผูปวยใหติดแนนกับแผนไมไมใหขยับเขย้ือนเปนเปลาะๆ แลวจึง เคล่ือนยา ยผปู ว ยออกมา รูปการดามกระดกู คอ รปู การใหผ ูปว ยนั่งพิงแผนไมกระดาน หากตองเคล่อื นยายผปู วย เชน นําสง โรงพยาบาลควรหาผูชว ยเหลืออยา งนอย ๔ คน ใหผชู วยเหลอื ยก ผูปวยขึ้นจากพ้ืนพรอมๆ กัน ใหศีรษะและลําตัวเปนแนวตรง ไมใหคองอเปนอันขาด แลวจึงวางผูปวยลงบน แผน กระดาน หรือเปลพยาบาลตอ ไป รูปการเคล่อื นยายผปู วยกระดูกหักท่ีคอ

- 11 - การชวยเหลอื ผูป วยกระดูกสันหลงั หกั ทห่ี ลัง ใหผูปวยนอนราบอยูบนพ้ืน ไมใหเคล่ือนไหว หาผูชวยเหลือ ๓-๔ คน และแผนกระดานขนาดยาวเทา ผูปวย เชน บานประตู หรือเปลพยาบาล คอยๆ เคล่ือนตัวผูปวยในทาแนวตรงท้ังศีรษะและลําตัว ไมใหหลังงอ เปนอันขาด วางผูปวยลงบนไมกระดานหรือบนเปลพยาบาล ใชผารัดตัวผูปวยใหติดกับแผนกระดานเปน เปลาะๆ ไมใ หเคลอื่ นไปมาแลว จงึ นําสงแพทย รูปการเคลือ่ นยายผปู วยกระดูกสันหลงั หัก

- 12 - ๓. การปฐมพยาบาลผปู ว ยหมดสตเิ นอื่ งจากเปนลม, ชัก, ช็อก ภาวะการหมดสติ นั้นเกิดมาจากหลายสาเหตุ ดังน้ันการชว ยเหลอื ผูปวยขั้นตนเปนสงิ่ สําคัญมาก เปน ตอ งอาศัย ผูที่มคี วาม รูความสามารถที่จะชวยรักษาชีวิตผูปวยไวไ ด ซง่ึ มหี ลักควรปฏิบัตดิ งั น้ี 1. ตรวจดใู นปากวา มีสงิ่ อุดตันทางเดนิ หายใจหรือไม ถา มีตองรบี นําออกโดยเรว็ 2. จดั ใหผ ปู ว ยอยใู นทาท่ีเหมาะสม โดยใหผูปวยนอนตะแคงควํ่าไปดานใดดา นหนึง่ 3. คลายเคร่ืองนุงหมใหห ลวม และหามใหน ํา้ หรืออาหารทางปาก 4. ทําการหา มเลือดในกรณที ่ีมีเลือดออก ถา มีอาการไมดีขึ้นใหรีบนําสง โรงพยาบาลโดยดว น การปฐมพยาบาลผูปว ยหมดสตเิ น่ืองจากเปน ลม เปนลม คือ อาการหมดสติเพียงช่ัวคราว เนื่องจากการท่ีเลือดไปเล้ียงสมองไมพอ เกิดจากหลาย สาเหตุ เชน เหนือ่ ยหรือรอ นจัด, หวิ หรือเครียด การปฐมพยาบาล 1. นาํ เขา พักในท่รี ม มอี ากาศถายเทไดส ะดวก 2. ใหนอนราบ และคลายเสื้อผา ใหห ลวม 3. ใชผา ชุบนํ้าเยน็ เช็ดเหงื่อท่ีหนาผาก มอื และเทา 4. ใหผูปว ยดมแอมโมเนีย ขอสังเกต ถาใบหนาผูทเ่ี ปนลมขาวซดี ใหนอนศรี ษะต่ํา ถาใบหนามสี แี ดงใหน อนศรี ษะสูง การปฐมพยาบาลผูปว ยหมดสตเิ นื่องจากการชกั โรคลมชัก เปนโรคที่เกิดจากความผิดปกติของเซลลสมองบริเวณผิวสมอง กลาวคือหากกระแสไฟฟา ในสมองเกิดการลัดวงจรหรือเกิดความผิดปกติบางอยางขึ้น จะทําใหผูปวยมีอาการผิดปกติทางระบบประสาท ตามมาจนไมสามารถควบคุมตัวเองได อยางเชน ถาเซลลสมองเกิดความผิดปกติบริเวณสวนของการควบคุม กลา มเนื้อ ผูปวยจะมีอาการชักเกรง็ กระตุกเหมือนถูกไฟฟาชอต ชกั แบบเปน ๆ หาย ๆ หรือบางคนอาจมอี าการ เกดิ ขึน้ เฉพาะสวนใดสวนหนึง่ ของรางกาย อาจหมดสติหรือไมห มดสตกิ ็ได แตบางคนก็อาจมีพฤตกิ รรมน่งิ เหมอ ลอย การปฐมพยาบาล 1. ถาหากผูท่ีชักกระตุกอยูในท่ีอันตราย เชน บนที่สูง บนขั้นบันได หรือท่ีอ่ืนใดอันอาจกอใหเกิด อันตรายรายแรงได ตองพยายามใหพนจากจุดอนั ตรายและหากมีวัสดุรอบๆ ท่ีอาจกออันตรายไดใหเคล่ือนยาย ออก 2. อยาพยายามไปล็อกตัวหรือผูกตัวคนท่ีกําลังชักกระตกุ ประคองผูปวยใหนอนหรอื นง่ั ลง สอดหมอน หรอื วัสดุออ นนมุ ไวใตศ รี ษะตะแคงศรี ษะใหน้ําลายไหลออกทางมุมปาก 3. อยาใสสิ่งของเขาไปในปากหรืองัดปากผูปวย เพราะปกติผูปวยจะไมกัดล้ินตัวเอง อีกทั้งวัสดุ ทใี่ สเ ขา ไปอาจจะหักหรอื ขาดหรือทาํ ใหฟน หกั หลุดไปอุดหลอดลมจนหยุดหายใจได 4. การชักกระตุกโดยปกติจะเปนเวลา 1-2 นาที ถาหากชักกระตุกนานๆ มากกวา 3 นาที หรือ ชกั กระตุกติดตอกนั เรอื่ ยๆ ควรรบี นําสงโรงพยาบาลเพอื่ ใหแ พทยตรวจรักษา

- 13 - การปฐมพยาบาลผูปว ยหมดสตเิ น่ืองจากการช็อก อาการช็อก หมายถงึ สภาวะทีเ่ ลอื ดไมสามารถนาํ ออกซเิ จนไปเลย้ี งเนื้อเยื่อตางๆ ท่วั รา งกายให เพียงพอได สว นใหญก ารเสียเลอื ดจะเปนสาเหตสุ าํ คัญ ทท่ี ําใหเ กดิ อาการช็อกได อาการแสดงภาวะชอ็ ค ๑. หนาซดี เหงอ่ื ออก ตัวเยน็ ชนื้ เหงอื่ ออกเปนเม็ดๆ บนใบหนา ๒. ปลายมอื – ปลายเทา และผิวหนังเย็นชื้น ๓. อาจคลน่ื ไสอ าเจียน ๔. ชีพจรเบาแตเร็ว หายใจหอบถี่ ไมส ม่าํ เสมอ ๕. รูมานตาขยายโตขน้ึ ทง้ั สองขา ง ๖. หากไมรีบปฐมพยาบาลอาจเสยี ชีวิตได การปฐมพยาบาล 1. นําเขา พักในทรี่ ม มีอากาศถา ยเทไดสะดวก คลายเสอื้ ผาใหหลวม ใหความอบอนุ 2. ใหนอนราบไมต องหนนุ ศรี ษะ และควรนอนยกปลายเทา สูง ในชวง 30 นาทแี รก 3. ในรายทไี่ มร สู ึกตวั ใหน อนตะแคงหนาไปขางใดขางหนึ่ง 4. ทําการหามเลือดในกรณีท่ีมบี าดแผลเลือดออก 5. หา มใหอาหารและนํา้ ทางปาก ควรสงั เกตการหายใจเปน ระยะๆ 6. รบี นาํ สงแพทยโ ดยดวน

- 14 - ๔. การชว ยฟน คืนชีพ (CPR) การชว ยฟน คนื ชพี (Cardio Pulmonary Resuscitation: CPR ) หมายถึง ปฏิบตั ิการเพ่ือชว ยชวี ิตคนที่หยดุ หายใจและหัวใจหยดุ เตนกะทันหัน โดยไมต องใชเคร่ืองมือ แพทย เพยี งแตใชมือกดท่หี นาอก และเปา ลมหายใจเขาปากผูปว ย ขอ บงชีใ้ นการปฏิบัตกิ ารชว ยฟน คนื ชีพ 1. ผทู ีม่ ีภาวะหยุดหายใจ โดยท่หี วั ใจยังคงเตนอยูป ระมาณ 2-3 นาที ใหผ ายปอดทนั ที จะชวยปอ งกัน ภาวะหัวใจหยดุ เตน ได และชวยปองกันการเกิดภาวะเนอื้ เยื่อสมองขาดออกซเิ จนอยางถาวร 2. ผูท่ีมีภาวะหยุดหายใจและหัวใจหยุดเตนพรอมกัน การชวยฟนคืนชีพทันทีจะชวยปองกันการเกิด เนื้อเย่ือโดยเฉพาะเน้ือเยื่อสมองขาดออกซิเจน ซึ่งโดยทั่วไป มักจะเกิดภายใน 4 นาที ดังน้ันการปฏิบัติการ ชวยฟน คนื ชพี จงึ ควรทําภายใน 4 นาที ขนั้ ตอนการปฏิบตั กิ ารชวยฟนคืนชีพ 1. เรยี กดวู าหมดสตจิ รงิ หรอื ไม กอนเขาชวยเหลือผูบาดเจ็บ ตองประเมินสถานการณความ ปลอดภัย กอนเสมอ แลว จึงเขาไปยงั ขางตัวผูหมดสติ ทาํ การกระตุนโดย การตบแรง ๆ ท่ีบริเวณไหลท้ังสองขางของผูหมดสติ พรอมกับตะโกน ถามวา “คณุ ๆ......เปน อยา งไรบา ง” 2. เรียกหาความชวยเหลือ หากพบวาหมดสติ หรือหายใจเฮือก ใหรองขอความ ชวยเหลือจากบุคคลขางเคียง หรือโทรศัพทขอความชวยเหลือหมายเลข 1669 หากมีเครื่อง AED อยูใกลใหวิ่งไปหยิบมากอน หรือเรียกให บคุ คลใกลเคยี งไปหยิบมา 3. จดั ทา ใหพรอ มสําหรบั การชวยชวี ิต จัดทาใหผูหมดสติมาอยูในทานอนหงายบนพื้นราบแข็ง แขนสองขางเหยียดอยขู างลําตวั 4. หาตําแหนง วางมือบนหนาอก ๔.๑ กรณีผูใหญ ถาผูหมดสติไมไอ ไมหายใจ ไมขยับสวนใดๆ ของรางกายใหถือวา หัวใจหยุดเตน ไมมี สัญญาณชีพ ตองชวยกดหนาอกทันที ใหหาตําแหนงการ วางมือที่คร่ึงลางของกระดูกหนาอกเพ่ือกดหนาอก โดยใช สน มอื ขา งหนง่ึ วางบนบริเวณครงึ่ ลางกระดูกหนาอก แลวเอามอื อีกขา งหนง่ึ วางทาบหรอื ประสานไปบนมือแรก

- 15 - 4.2 กรณีเด็ก (ยังไมเปนวัยรุน) วางสนมือของ มือหน่ึงไวบนกระดูกอก ตรงกลางระหวางแนวหัวนมท้ังสอง ขาง (ใชมือเดียวหรือใชสองมือ ขึ้นอยูกับรูปรางเด็ก ตัวเล็ก หรือตัวโต) ถาใชสองมือใหเอาอีกมือหนึ่งไปวางทาบหรือ ประสานกับมือแรก กะประมาณใหแรงกดลงตรงก่ึงกลาง ระหวางแนวหัวนมท้ังสองขาง หรือใชอีกมือหนึ่งดันหนาผาก เพือ่ เปดทางเดนิ ลมหายใจ 4.3 กรณี ทารก (อายุ 1 เดือน ถึง 1 ป ) กดหนาอกดวยน้ิวมือสองนิ้วท่ีก่ึงกลางหนาอกเด็ก โดยใชน้ิวชี้ และนวิ้ กลาง หรือใชน ้วิ กลางและนว้ิ นางกดหนาอก 5. กดหนาอก 30 ครั้ง การกดหนาอกเปนการทําใหระบบไหลเวียนโลหิตคงอยูไดแมหัวใจจะหยุดเตน สามารถทําไดโดย กดหนาอกแลวปลอย กดแลวปลอย ทําติดตอกันไป 30 คร้ัง ใหไดความถี่ของการกดอยางนอย 100 คร้ังตอ นาที โดยนับ “หนึ่ง และสอง และสาม และสี่ และหา และหก และเจ็ด และแปด และเกา และสิบ สิบเอ็ด สิบสอง สบิ สาม สิบสี่ ......สบิ เกา ย่ีสิบ ย่สี ิบเอ็ด ยีส่ บิ สอง ยีส่ ิบสาม....... ยีส่ ิบเกา สามสบิ ” ใหฝกนับและจับเวลาจาก หน่ึงและสองและสาม... ไปจนถึงสามสิบ จะใชเวลาไมเกิน 18 วินาที จงึ จะไดค วามเรว็ ในการกดอยางนอย 100 ครง้ั ตอ นาที เทคนคิ ในการกดหนา อก 1) วางมอื ลงบนตําแหนงท่ีถูกตอ ง ระวงั อยา กดลงบนกระดูกซโี่ ครง เพราะจะเปนตน เหตุใหซ ่โี ครงหัก 2) แขนเหยียดตรงอยางอแขน โนมตัวใหหัวไหลอยูเหนือผูหมดสติ โดยทิศทางของแรงกดด่ิงลงสู กระดกู หนา อก 3) กรณผี ูใหญ กดหนา อกใหย บุ ลงไปอยางนอ ย 2 นิ้วหรือ 5 ซม. 4) กรณีเด็ก กดหนาอกใหยุบลงอยางนอย 1/3 ของความหนาของทรวงอก หรือประมาณ 2 นิ้ว (5 ซม.)

- 16 - 5) ในจังหวะปลอยตองคลายมือข้ึนมาใหสุด เพื่อใหหนาอกคืนตัวกลับมาสูตําแหนงปกติกอนแลว จงึ ทําการกดคร้ังตอไป อยากดทิ้งนํ้าหนักไว เพราะจะทําใหหัวใจคลายตัวไดไมเต็มที่ หามคลายจนมือหลุดจาก หนา อก เพราะจะทาํ ใหต าํ แหนง ของมอื เปลีย่ นไป 6) กรณีทารก กดหนาอกใหยุบลงอยางนอย 1/3 ของความหนาของทรวงอก หรือประมาณ 1.5 น้ิว (4 ซม.) 6. เปดทางเดินหายใจใหโ ลง ในคนท่ีหมดสติ กลามเนื้อจะคลายตัวทําใหลน้ิ ตกลงไปอุดทางเดินหายใจ การเปด ทางเดนิ หายใจทํา โดยวิธีดันหนาผากและยกคาง (head tilt - chin lift) โดยการเอาฝามือขางหนึ่งดันหนาผากลง น้ิวช้ีและ น้ิวกลางของมืออีกขางยกคางขึ้น ใชนิ้วมือดึงเฉพาะกระดูกขากรรไกรลางโดยไมกดเนื้อออนใตคาง ใหหนา ผูปวยเงยขึ้น ในกรณีที่มีกระดูกสันหลังสวนคอหัก หรือในรายที่สงสัย ควรใชวิธียกขากรรไกร (jaw thrust maneuver) โดยการดึงขากรรไกรทั้งสองขางขึ้นไปขา งบน ผูชวยเหลืออยเู หนือศรี ษะผปู วย วิธดี นั หนา ผากและยกคาง (head tilt - chin lift) วธิ ียกขากรรไกร (jaw thrust maneuver) 7. ชวยหายใจ เมื่อเห็นวาผูหมดสติไมหายใจหรือไมม่ันใจวาหายใจได ใหเปาลมเขาปอด 2 คร้ัง แตละครั้งใชเวลา 1 วินาที และตองเหน็ ผนังทรวงอกขยับขนึ้ วิธชี ว ยหายใจแบบปากตอ ปากพรอ มกับดนั หนาผากและยกคาง ใหเล่ือนหัวแมมือและนิ้วช้ีของมือท่ีดนั หนาผากอยูมาบีบจมูก ผูหมดสติ ตาชําเลืองมองหนาอกผูหมดสติพรอมกับเปาลมเขาไปจน หนาอกของผูหมดสติขยับข้ึน เปานาน 1 วินาที แลวถอนปากออกให ลมหายใจของผูหมดสติผา นกลับออกมาทางปาก ถา เปาลมเขาปอดคร้ังแรกแลว ทรวงอกไมขยับขึ้น (ลมไมเขา ปอด) ใหจัดทาโดยทําการดันหนาผาก ยกคางข้ึนใหม (พยายามเปด ทางเดนิ หายใจใหโ ลงท่สี ดุ ) กอนจะทาํ การเปา ลมเขา ปอดครัง้ ตอไป

- 17 - การชวยชีวิตทารก มีประเด็นสําคัญท่ีแตกตางจากการ ชวยชีวิตในผูใหญบางประการ คือ ในกรณีท่ีปากเด็กเล็กมาก การเปา ปากควรอา ปากใหค รอบทงั้ ปากและจมูกของทารก หมายเหตุ การเปาลมเขาปอด ถา ทําบอยเกินไป หรอื ใชเวลานานเกนิ ไป จะเปนผลเสียตอการไหลเวียนโลหิตและ ทาํ ใหอ ตั ราการรอดชวี ิตลดลง หลังการเปาลมเขาปอด 2 ครง้ั ใหเรมิ่ กดหนา อกตอเนือ่ ง 30 ครงั้ ทันที สลบั กับการเปาลมเขาปอด 2 ครงั้ (หยุดกดหนา อกเพ่ือชวยหายใจ 2 ครง้ั ตองไมเ กนิ 10 วินาที ) ใหท ําเชน นจี้ นกระทง่ั 1) ผูป ว ยมกี ารเคลือ่ นไหว หายใจ หรือไอ 2) มคี นนาํ เครือ่ งชอ็ กไฟฟาหวั ใจอัตโนมตั ิ (เออดี ี ) มาถึง 3) มีบุคลากรทางการแพทยมารบั ชว งตอ 8. กดหนาอก 30 คร้ังสลบั กบั การเปาลมเขาปอด 2 ครง้ั เม่ือผานข้ันตอนการชวยเหลือมาต้ังแตขั้นที่ 1 ถึงข้ันที่ 8 แลว ผูหมดสติจะไดรับ การเปาลม เขาปอด 2 คร้ัง สลับกับกดหนาอก 30 คร้ัง (นับเปน 1 รอบ ) ใหทําตอไปเร่ือยๆ จนกวาผูปวยมีการ เคลอื่ นไหว ไอ หรือหายใจ หรอื เครอ่ื ง AED มาถงึ หรอื มีบุคลากรทางการแพทยม ารบั ชวงตอ ไป ในกรณีที่มีผูปฏิบัติการชวยชีวิตมากกวา 1 คน สลับหนาที่ของผูท่ีกดหนาอกกับผูที่ชวยหายใจ ทุก 2 นาที (5 รอบ) หมายเหตุ ถาผูป ฏบิ ตั กิ ารชว ยชวี ติ ไมตอ งการเปา ปากผหู มดสติ หรือทําไมได ใหทําการชวยชวี ิตดว ยการกด หนาอกอยางเดยี ว 9. การจัดใหอ ยใู นทาพกั ถา ผูหมดสติรตู ัว หรอื หายใจไดเ องแลว ควรจดั ใหผปู วยนอนในทาพักฟน โดยจัดใหนอนตะแคง เอา มือของแขนดานบนมารองแกม ไมใหหนาคว่ํามากเกินไป เพื่อปองกันไมใหสําลักหรือลิ้นตกไปอุดก้ันทางเดิน หายใจ การจัดใหอ ยูในทา พกั หมายเหตุ ในกรณีทส่ี งสัยวา มีการบาดเจ็บของศรี ษะหรือคอ ไมควรขยับหรอื จดั ทาใดๆ

- 18 - การใชเ ครื่องชอ็ กไฟฟา หัวใจอัตโนมตั ิ (Automated external defibrillator : AED : เออีด)ี การใชเครื่องช็อกไฟฟาหัวใจอัตโนมัติหรือเคร่ือง AED เปนอีกข้ันตอนท่ีมีความสําคัญมากในหวงโช แหงการรอดชีวิต เครื่อง AED เปนอุปกรณที่สามารถ “วิเคราะห” คลื่นไฟฟาหัวใจของผูปวยไดอยางแมนยํา ถาเคร่ืองตรวจพบวาคล่ืนไฟฟาหัวใจของผูปวยเปนชนิดที่ตองการการรักษาดวยการช็อกไฟฟาหัวใจ เครื่องจะ บอกเราใหช็อกไฟฟาหัวใจแกผูปวย การช็อกไฟฟาหัวใจใหกับผูปวยเปนการรักษาท่ีมีประสิทธิภาพและประสบ ความสําเร็จสูงมาก จะทําใหคลื่นไฟฟาหัวที่ผิดปกติน้ันกลับมาสูภาวะปกติได และหัวใจจะสามารถสูบฉีดโลหิต ไปเลี้ยงรางกายไดตามปกติ แตถาเคร่ือง AED ตรวจพบวาคล่ืนไฟฟาหัวใจของผปู วยเปนชนดิ ท่ีไมตอ งรักษาดว ย การชอ็ กไฟฟาหัวใจ เครือ่ งจะบอกวาไมตองช็อก และบอกใหประเมินผูปวย ซ่งึ เราจะตอ งประเมินและพิจารณา ตอ เองวาจะตองทาํ การชวยฟน ชวี ติ ขนั้ พ้นื ฐานโดยการกดหนา อกใหแกผ ูปวยหรือไม การใชงานเคร่ือง AED แมจะมีเคร่ือง AED หลายรุนจากหลายบริษัทแตหลักการใชงานจะมีอยู 4 ข้ันตอนเหมอื นกัน ดงั น้ี 1. เปดเคร่ือง ในเครื่อง AED บางรุนทานตองกดปุมเปดเคร่ือง ในขณะท่ีเครื่องบางรุนจะทํางานทันทีที่เปดฝาครอบออก เมื่อเปดเครื่องแลวจะ มีเสียงบอกใหรูว าทา นตอ งทําอยางไรตอ ไปอยา งเปนขน้ั ตอน 2. ติดแผนนําไฟฟา โดยติดแผนนําไฟฟาทั้ง 2 แผน เขากับหนาอกของผูปวยใหเรียบรอย (ในกรณี จําเปนทานสามารถใชกรรไกรตัดเส้ือของผูปวยออกก็ได กรรไกรน้ี จะมีเตรียมไวใหในชุดชวยชีวิตอยูแลว (กระเปา AED) ตองใหแนใ จวา หนาอกของผปู วยแหง สนิทดี ไมเปยกเหงือ่ หรอื เปย กนํ้า แผนนาํ ไฟฟาของเครื่อง AED ตองติดแนบสนิทกับหนาอกจริงๆ ถาจําเปนทานสามารถใชผาขนหนู ซึ่งจะมีเตรียมไวใหในชุดชวยชีวิต เช็ดหนาอกของผปู วยใหแหงเสียกอน การตดิ แผนนําไฟฟาของเครื่อง AED น้ัน เริ่มดวยการลอกแผนพลาสติก ดา นหลังออก ตําแหนง ตดิ แผนนําไฟฟาดตู ามรูปท่ีแสดงไว ( เครอ่ื งบางรุนมีรปู แสดงทตี่ ัวแผนนําไฟฟา บางรนุ ก็ มรี ปู แสดงที่ตัวเครื่อง ) ตอ งตดิ ใหแ นบสนิทกับหนาอกของผูปวยดวยความรวดเร็ว แผนหนงึ่ ติดไวที่ใตกระดูกไห ปลาราดานขวา และอีกแผนหนึ่งติดไวท่ีใตราวนมซายดานขางลําตัว ตรวจดูใหแนใจวาสายไฟฟา จากแผนนํา ไฟฟาตอเขากับตัวเคร่ืองเรียบรอ ย

- 19 - 3. ใหเคร่ือง AED วิเคราะหคลื่นไฟฟาหัวใจ ระหวางนั้น หา มสัมผัสถูกตัวผูปวยโดยเด็ดขาด ใหทานรองเตือนดงั ๆ วา “เครื่อง กําลังวิเคราะหคล่ืนไฟฟาหัวใจ หามสัมผัสตัวผูปวย” เครื่อง AED สวนใหญจะเรม่ิ วิเคราะหคลื่นไฟฟาหัวใจทนั ทีทตี่ ิดแผน นําไฟฟา เสร็จ เครอ่ื งบางรุน ตองใหก ดปมุ “ANALYZE” กอน 4. หามสัมผัสตัวผูปวย ถาเคร่ือง AED พบวาคล่ืนไฟฟาของผูปวยเปนชนิดที่ตองการการรักษาดวย การช็อกไฟฟาหัวใจเคร่ืองจะบอกใหเรากดปุม “SHOCK” และกอนที่เราจะกดปุม “SHOCK” ตองใหแนใจ วาไมมีเคร่ืองสัมผสั ถูกตัวของผูปวย รอ งบอกดังๆ วา “ผมถอย คุณถอย และทุกคนถอย” ใหมองซ้ําอกี ครั้งเปน การตรวจสอบคร้ังสดุ ทาย กอนกดปุม “SHOCK” “ผมถอย คณุ ถอย และทุกคนถอย” หากเคร่ืองบอกวา “No shock is needed” หรือ “start CPR” ใหเ ริ่มทําการชวยชวี ิตข้ันพื้นฐานตอ ทันที โดยไมตองปด เครอื่ ง AED โดยทําการกดหนาอก 30 ครั้งสลับกับชวยหายใจ 2 ครั้ง จนกวาเคร่ือง AED จะส่ังวิเคราะห คล่นื ไฟฟา หัวใจอีกคร้งั แลวกลบั ไปทําขอ 3, 4 สรุปขั้นตอนสาํ คัญ 4 ประการของการใชเ ครอ่ื ง AED 1. เปด เครื่อง 2. ตดิ แผนนาํ ไฟฟาทีห่ นา อกของผปู วย 3. หามสัมผัสตวั ผูปวยระหวา งเครือ่ ง AED กําลังวเิ คราะหคลน่ื ไฟฟา หัวใจ 4. หา มสมั ผสั ตัวผปู ว ย จากน้นั กดปมุ “SHOCK” ตามท่ีเครื่อง AED บอก สําหรับข้ันตอนท่ี 1 และ 2 ไมควรใชเวลาเกิน 30 วินาที โดยระหวางข้ันตอนที่ 1 และ 2 ใหกดหนาอก ตามปกตไิ ด หลงั จากเครอื่ ง AED บอกวาปลอดภยั ที่จะสมั ผัสผูปว ยไดแลว ใหทาํ การกดหนา อกตอทันที หรอื หาก เครอื่ ง AED มปี ญ หาในการทํางาน ใหทาํ การกดหนาอกตอไปกอนจนกวาเครื่องจะพรอมใชง าน

- 20 - ตารางที่ 1 การชว ยชีวิตขั้นพ้นื ฐานในผใู หญ เด็ก และทารก ผูใหญ คาํ แนะนาํ เดก็ (1 ป – วัยรุน ) ทารก (1 เดอื น – 1 ป ) การประเมินเบอื้ งตน หมดสติ ไมม กี ารตอบสนอง ไมห ายใจ หรอื หายใจผดิ ปกติ (หายใจเฮอื ก) ลําดบั การชว ยชีวิต เรม่ิ ดว ยการกดหนาอก เปดทางเดนิ หายใจ ชวยหายใจ (C-A-B) อตั ราเร็วการกดหนาอก อยา งนอ ย 100 ครงั้ ตอนาที ความลกึ ในการกดหนาอก อยา งนอย 2 นว้ิ อยางนอ ย 1/3 ของความ อยางนอ ย 1/3 ของความ หรอื อยา งนอย 5 เซนตเิ มตร หนาหนาอกในแนวหนาหลัง หนาหนา อกในแนวหนาหลงั ประมาณ 2 นิว้ หรือ ประมาณ 1.5 นิ้ว หรือ ประมาณ 5 เซนติเมตร ประมาณ 4 เซนติเมตร การขยายของทรวงอก ปลอยใหม ีขยายตวั กลบั ของทรวงอกระหวา งการกดหนาอกแตละคร้ัง ควรเปลย่ี นคนกดหนาอกทุก 2 นาที การรบกวนการกดหนาอก รบกวนการกดหนา อกใหนอยที่สดุ ไมค วรหยุดกดหนา อกนานเกิน 10 วินาที เปดทางเดนิ หายใจ ดันหนาผากลง ยกคางข้นึ สัดสวนการกดหนา อกตอ การ 30 : 2 ชว ยหายใจ (ครัง้ : ครง้ั ) การช็อกไฟฟา ติดแผน เออดี ที นั ทีที่เคร่อื งพรอม โดยรบกวนการกดหนาอกใหนอยทส่ี ดุ เร่ิมทําการกดหนา อกทันทีเมื่อช็อกเสรจ็ การเอาสง่ิ แปลกปลอมทอ่ี ุดก้ันออกจากทางเดนิ หายใจ จะชว ยเหลอื ในกรณีท่ีสง่ิ แปลกปลอมท่อี ดุ กั้นออกจากทางเดนิ หายใจชนดิ รนุ แรงเทานั้น โดยจะมี อาการ ดงั น้ี • หายใจไมได หายใจลาํ บาก • ไอไมได • พูดไมมีเสยี ง พูดไมได • หนาเร่ิมซดี เขียว • ใชม ือกุมลําคอตวั เอง วิธีท่ี 1 การรัดกระตุกท่ีทอ งเหนอื สะดือใตล้ินป กรณผี ปู วยยังไมหมดสติ ใหผูทําการชวยเหลือเขาไปขางยืนหลังผูปวยท่ีกําลังยืนอยู มือขางท่ีถนัด กําหมัดไวตรงหนาทองระหวางสะดือกับล้ินป มืออีกขาง โอบรอบกําปนหรือใชวิธีประสานมือสองขางเขาดวยกันโดยหันนิ้วโปง เขาหาตัวผูปวย แลวรัดกระตุกเขาหาตัวผูทําการชวยเหลืออยางแรง หลายๆ คร้ัง จนพูดออกมาไดหรือจนกระทั่งเห็นสิ่งแปลกปลอมหลุด ออกมาจากปาก

- 21 - วิธีที่ 2 การรัดกระตุกที่หนา อก เปนเทคนิคเดยี วกับการตัดกระตกุ หรือกดกระแทกที่ทอง แตเล่ือนข้ึนมาทําที่หนาอก โดยวางหมัดไวที่ กงึ่ กลางกระดูกหนา อกแทน ใชใ นคนอว นมากๆ ท่ที องมีขนาดใหญโ อบไมร อบ หรอื ใชใ นคนตง้ั ครรภ วิธที ่ี 3 การตบหลัง (back blow ) ในเด็กทารก การเอาส่ิงแปลกปลอมออกจากทางเดินหายใจ ในเด็กทารก ใหจับเด็กนอนคว่ําบนแขนผูชวยเหลือ ใหศีรษะตํ่า และตบหลังจนส่ิงแปลกปลอมหลุดออก จากปากหรือจนครบ 5 คร้ัง ถาไมสําเร็จใหพลิกเด็ก หงายหนาข้ึน แลวใชสองน้ิวกดกระแทกบริเวณกึ่งกลางกระดูกหนาอก จนสําเร็จหรือจนครบ 5 คร้ัง แลวตรวจดูส่งิ แปลกปลอมในปาก ในทกุ กรณี ไมควรลว งปากหรือคอ หากมองไมเ หน็ สงิ่ แปลกปลอมและหากพบวา หมดสติแลว ใหทาํ การชวยเหลอื ดวยการชวยชีวติ ขัน้ พน้ื ฐาน (Basic Life Support) โดยกดหนาอกและชว ยหายใจทันที


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook