Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 002 ระเบียบแถว 2

002 ระเบียบแถว 2

Published by j.pranomsri, 2022-06-15 07:47:51

Description: 002 ระเบียบแถว 2

Search

Read the Text Version

สารบัญ การฝก ระเบยี บแถวของหมู แถวตอนเรยี ง 1 แถวหนากระดาน การจดั แถว การจัดแถวเปน การฝกลกู เสอื เปน หมูแ ละกอง หมูลกู เสอื เปน หนว ยเลก็ ท่สี ุด ซึง่ เปนสวน หน่ึงของกองและกลมุ ลูกเสือ ตามกาํ ลังท่ีกลาวแลวขา งตน ฉะน้ันหมจู งึ เปน รากฐานของกองและ กลุม ตามลําดับ การฝกหมู และกอง มุงหมายที่จะฝกใหลูกเสือรูจักปฏิบัติหนาที่ของตนและหนาที่ท่ีจะ ตองปฏิบัติรวมกันในเม่ือเขามาอยูรวมกันเปนหมูและกอง กับทง้ั สามารถทาํ การแทนกันไดไมวา หนา ทีใ่ ด ๆ การฝกเปนบุคคลเปนการฝกข้ันตนของการฝกหมู และดําเนินไปในระหวางฝกหมูดวย เพราะหมูมีกาํ ลงั ไมม ากพอทีผ่ ูฝ ก จะตรวจตราแกไขขอบกพรองในการปฏิบตั ิ และใหคําอธิบายแก ลูกเสอื เปน บคุ คลไดทั่วถงึ เชนเดยี วกันการฝก กองกเ็ ปนการฝก ใหลูกเสือ และผบู ังคบั บญั ชาลกู เสอื ประจาํ หนว ย ตา ง ๆ ใหปฏบิ ตั กิ ารรว มกนั ตามลักษณะของการฝก เปนกองไดถ กู ตอง การฝกระเบียบแถวของหมู การฝกระเบียบแถวของหมมู คี วามมุง หมาย คอื (1) ใหลกู เสือรจู ักทําการเคารพ และเคลื่อนไหวเปนหมอู ยางเปนระเบยี บเรียบรอย (2) อบรมวินยั ของลูกเสือ และความพรอ มเพรียงในการปฏบิ ตั ทิ าตา ง ๆ ท่ตี องทําดว ยกนั ใหถกู ตองและแขง็ แรง เหตนุ ้ีการฝกแถวชิดจึงตอ งกระทาํ อยูเ สมอ การฝก แถวชดิ รปู ขบวน

รูปขบวนของหมู มีแถวตอนและแถวหนา กระดาน แถวตอนของหมู มแี ถวตอนเรยี ง 1 แถวหนากระดานของหมูมแี ถวหนากระดานแถวเด่ียว แถวตอนเรยี ง 1 รองนายหมูลูกเสอื เปน หลักอยูห นานายหมูลูกเสือ 6 กาว ลกู เสอื อ่ืนเขา แถวซอ นกันไปขางหลังในแนวลกึ ยนื ตรงคอคนหนาระยะตอ 1 กาว (ประมาณ 1 ชว งแขน) รูปที่ 50 แถวตอนเรียง 1 แถวหนา กระดาน รองนายหมลู กู เสือเปนหลกั อยหู นา นายหมลู ูกเสือ 6 กาว ลูกเสอื อนื่ ๆ เขาประจําทท่ี างซายของหลัก เรียงตามลาํ ดบั ตาํ แหนงจากขวามาซายระยะเคยี ง 1 กาว (ชว งแขน) หรือนัยหนึ่งรูปแถวกระดานแถวเดียวของหมู จดั รูปขบวนอยา งแถวตอนเรียง 1 เมือ่ ทาํ ซา ยหนั และมีระยะเคยี ง 1 กา ว รปู ที่ 51 แถวหนา กระดาน ในการตรวจพลสวนสนามแถวหนากระดานของหมูปดระยะเคียงระหวางบุคคล อาศัยระยะงอศอกซายของลกู เสือทางขวามอื เทา สะโพก ปลายนิ้วชล้ี งพ้นื เรยี กวา แถวหนา กระดาน ปด ระยะ

ทอ่ี ยขู องนายหมูลกู เสอื และการกําหนดคนหลัก เม่ือนายหมูลูกเสือเปนผูเรียกแถวของหมู รองนายหมูลูกเสือเปนคนหลักในการเขาแถว เวนแตนายหมูลูกเสือจะไมอยูหรือปฏิบัติหนาท่ีไมได รองนายหมลู กู เสือจึงเรียกแถวแทนคน หลักก็จะไดแ กลูกเสือทกี่ าํ หนดให เม่อื นายหมลู กู เสอื เรียกแถว คนหลกั ตอ งอยตู รงหนาผเู รยี ก 6 กาว การเขาแถวและการจดั แถว หมูเขาแถวตามคาํ บอกของนายหมลู ูกเสอื ในเวลาอยูกบั ท่ใี ชคาํ บอก “แถวหนากระดาน, มาหาขาพเจา ” ในเวลาเคล่ือนท่ีใชคาํ บอกวา “แถวหนา กระดาน, ตามขา พเจา” ในเวลาอยกู ับท่ี ลกู เสือถือไมพ ลองหรือไมสามงา มมาเขา แถวทาเรียบอาวธุ ถา เดินใหถ อื ไม พลองหรือไมส ามงา มในทา คอนอาวธุ เมื่อจะใหเขาแถวตอนเรียง 1 นายหมลู ูกเสือใชคําบอกวา “ตอนเรียง 1 มาหาขา พเจา” หรอื “ตามขา พเจา ” ลูกเสอื วง่ิ ไปหาผเู รยี กโดยเร็ว รองนายหมูเ ปน หลักอยูหนา ผเู รยี ก 6 กา ว ลกู เสอื อ่ืน ๆ เขา แถวตอ คนหลกั ไปขางหลงั เปน แถวเดียวและตรงคงกันระยะตอ 1 กา วหยุดอยูกบั ทีห่ รอื เดิน ตามผเู รยี ก ถาเปน การเขาแถวอยูก บั ท่ี เมื่อนายหมูลูกเสือตรวจการจัดแถวลูกเสอื ทุกคนไมเคลือ่ นไหว คอยฟง คําส่ังตอ ไป เม่ือจะใหเขาแถวหนากระดานฬ่ึงมีเฉพาะหนากระดานแถวเดียวอยูกับท่ี ใชคําบอกวา “ แถวหนากระดาน,มาหาขาพเจา” ลูกเสือเขา แถวหนาผูเ รยี กโดยเรว็ รองนายหมลู กู เสือเปน หลกั อยูหนา ผเู รียก 6 กาว ลูกเสอื อ่ืน ๆ เขา แถวตามตาํ แหนง ถัดจากคนหลกั ไปทางซา ยระยะเคยี ง 1 กา ว (สดุ แขนซา ยของลกู เสอื ท่ีอยูทางขวา) และจัดแถวทางขวาโดยสะบัดหนาแลขวาทุกคน เวนแตค นอยูขวาสดุ ของแถวตรง เปนหลัก ถาจะใหหมูจัดแถวหนา กระดานปดระยะใชคาํ ระยะ ใชคาํ บอกวา “แถวหนากระดานปด ระยะ, มาหาขาพเจา” ลูกเสือเขาแถวหนากระดานดังกลาวมาแลว แตปดระยะเคียงแคศอกซายงอฝามือเทา ตะโพกของลกู เสือท่ีอยทู างขวา เม่อื นายหมลู กู เสอื ตรวจการจดั เสรจ็ แลว สัง่ “น่งิ ” ลกู เสอื อยใู นทาตรง (สะบัดหนา แลตรง) ไมเ คลือ่ นไหวตอไป

เมอ่ื จะใหเ ลิกแถวใชคําบอกวา “เลิกแถว” ลกู เสอื ทําวันทยหตั ถห รอื วนั ทยาวุธแลว ขวาหัน เลกิ แถวไป การเคลือ่ นทแี่ ละการเปล่ียนรปู แถว และการเปลี่ยนทิศหนาแถว หมูยอมเคลื่อนท่ีเปนแถวตอนเรียง 1 การเคล่ือนท่ีดวยแถวหนากระดานนั้นใชเปนบาง โอกาสและเปนการชั่วคราว สําหรับแถวหนากระดานปดระยะใชใ นคราวที่มกี ารเดนิ สวนสนาม การเปลีย่ นรปู แถวของหมูนนั้ โดยปกตใิ ชว ิธีเรยี กแถวใหม ซึ่งเปนวธิ ที ี่สะดวกและรวดเร็ว เชน หมอู ยใู นแถวหนา กระดาน ประสงคจ ะใหเ ปน แถวตอนเรียง 1 อยกู บั ที่นายหมูล ูกเสอื เรยี ก “ตอนเรียง 1, มาหาขา พเจา” ลูกเสือก็เขาแถวใหมด ังกลาวมาแลว เมื่อจะใหเ คลอ่ื นทสี่ ง่ั “ตอนเรียง 1 ตามขาพเจา” นายหมูล ูกเสอื เคล่ือนท่ีนําแถวลูกเสอื ซ่ึงจัดแถวใหมออกเคลือ่ นทต่ี ามไปทนั ที การเปลยี่ นทิศหนาแถวของหมูจากทศิ ทางหนง่ึ ไปสูทิศทางใหมท้งั แถวตอนและแถวหนา กระดาน ดวยคําบอกตอไปนี้ (1) บอกเลยี้ วขวา (ซา ย) หรอื เลี้ยวขวา (ซาย), กลบั หลัง (2) ชท้ี ศิ ทางใหแลวใชคําบอก “หนา (กึ่งขวา กึ่งซาย) ท่หี มาย…….” 1. บอกเล้ียวขวา (ซาย) ในเวลาอยูกบั ท่ีบอก “เล้ยี วขวา (ซาย) – หนา เดนิ (ว่งิ )” ให ลกู เสอื ออกเดนิ (วงิ่ ) เล้ยี วไปปก ท่ีเปนหลกั ในการเล้ยี ว (เล้ยี วขวาไดแ กป ก ขวา, เลีย้ วซายไดแ กป ก ซา ย) ซอยเทา ปก ตรงกันขา ม เดิน (วิ่ง) เตม็ กาวลกู เสอื อนื่ ๆ ระหวา งเดนิ (วิ่ง) กาวสั้นลงตามระยะ ใกลชิดกับคนหลัก ขณะเลี้ยวรักษาระยะเคียงใหถูกตองโดยถือแนวหนาแถวของคนหลักเปน สําคัญ เม่ือเล้ียวไปทางขวา (ซา ย) เปน มมุ 90 องศาแลว ลกู เสอื ตับหนา เดนิ (ว่งิ ) ตรงออกไป ในเวลาเคลอื่ นทบ่ี อก “เล้ยี วขวา (ซาย) – ทาํ ” ปกขวา (ซาย) เปนหลกั ในการเล้ยี วเหมือน ในเวลาอยูกบั ทีแ่ ละเม่ือตบั หนาเล้ียวไปทางขวา (ซา ย) เปนมุม 90 องศาแลว ลกู เสอื ตบั หนา เดิน (วงิ่ ) ตรงออกไป เล้ียวขวา (ซาย), กลับหลัง ถา แถวอยกู บั ท่ีใหบอกแถวเคลอื่ นท่เี สยี กอ น โดยบอก “หนา – เดนิ (วงิ่ )” แลว จงึ ส่งั “เล้ียวขวา (ซา ย), กลับหลงั ” ลกู เสือปฏิบัตกิ ารเลยี้ วตามท่ไี ดก ลา วมาแลว เม่ือหนาแถวเล้ยี วไปสทู ศิ ตรงกันขามแลว ลกู เสือเดนิ (วิ่ง) ตอไปเอง หมายเหตุ ถา จะใหแ ถวหยุดขณะเลีย้ ว ใชคําบอกรวดวา “หยดุ ” ถาเล้ยี วและไดเดิน (วิ่ง) ตรงออกไปแลว กส็ ่งั ใหแ ถวหยุด ตามลกั ษณะของการเคลื่อนทซี่ ง่ึ สดุ แตวาจะเปนเดนิ หรือวิ่ง

2. ชีท้ ิศทางใหแ ลวใชค ําบอก “หนา (กง่ึ ขวากงึ่ ซา ย) ท่หี มาย….” นายหมูลูกเสือจะใหเปล่ียนหนาแถวขณะเคลื่อนที่ไปในทางทิศใด แทนที่จะสั่ง เล้ียวขวา (ซาย) อยางขอ (1) จะกําหนดท่ีหมายโดยใหช ท้ี ศิ ทางแลว บอกถงึ ตําแหนง ที่หมายก็ได เชน เม่ือชแี้ ลว บอกวา “หนา -ที่หมายตน โพธ์ิ” คนหลักเลีย้ ว ไปตามทิศทางท่นี ายหมูล ูกเสอื ช้แี ลว ลูกเสอื อน่ื กเ็ คลื่อนตามไปยงั ท่ีหมายขา งหนา ถาตอ งการใหลกู เสอื เปล่ียนทิศทางโดยรวดเร็วก็เติมคาํ วา “ว่งิ ” ตอ ทายคาํ บอก เชน “กึ่งขวาทห่ี มายเนนิ ดิน-ว่ิง” ลูกเสอื ที่เคล่ือนทใ่ี หหนาแถวตรงที่หมายทางก่งึ ขวาโดยเร็วแลว เดนิ ตอ ไป นอกจากนั้น นายหมูลูกเสือจะส่ังใหหมูเปลี่ยนทิศหนาแถวไปตามเสนทางที่กําหนดใหก็ ได เชนส่ังวา“เคล่ือนท่ีตามแนวถนนทางขวา” หมูลูกเสือก็จะเคล่ือนที่ไปตามแนวถนนทางขวา เปน ตน การฝก ระเบียบแถวของกอง การฝกระเบียบแถวของกองมีความมุงหมายที่จะใหลูกเสือและผูบังคับบัญชาลูกเสือ ใน กําลังของกองอยูในบังคบั บัญชาของผูกาํ กบั ลกู เสือโดยแนน อนและเพ่อื ใหห มูต า ง ๆ ในสังกัดกอง ไดป ฏบิ ัติหนาทใี่ นกองกลมกลืนกันยง่ิ ขนึ้ การฝกแถวชดิ รูปขบวน กองจัดแถวเปนแถวตอนเรยี ง 3 และตอนเรยี ง 2 หรือแถวหนากระดาน 3 แถว และแถว หนา กระดาน 2 แถว บางกรณกี องลูกเสอื อาจมีเพียง 2 หมู เม่อื เปน เชนน้ีกองจะจัดแถวเปนตอนเรยี ง 2 หรอื แถว หนากระดาน 2 แถวก็ได สวนแถวตอนเรยี ง 1 หรือแถวหนา กระดานแถวเด่ียว ก็คงจัดไดเชน กัน แถวตอนเรียง 3 และแถวตอนเรียง 2 แถวตอนเรยี ง 3 ของกอง คือใหหมูจดั แถวตอนเรียง 1 เคยี งกัน 3 หมู ระยะเคยี งระหวางหมู แคศอกซา ยงอของลกู เสอื ทางขวา หมู 1 อยขู วาสดุ ถัดไปหมู 2 และหมู 3 อยูซา ย (ดังรปู ) และ ซอ นกนั อีก 3 หมู หมู 4 ตอทายหมู 1 หมู 5 ตอทายหมู 2 และหมู 6 ตอทา ยหมู 3 ระยะตอ ระหวาง บคุ คล 1 กา ว และระยะตอระหวางหมู 2 กาว

เมื่อกองอยตู ามลาํ พัง ผกู าํ กบั ลูกเสืออยใู นระยะ 6 กาว ขา งหนานายหมลู ูกเสอื หลกั ท่ีต้ังข้นึ หรือแลว แตผ ูกาํ กับลูกเสือจะกําหนด นายหมลู กู เสอื อยูขา งหนาหมูข องตน ลกู เสือนอกนนั้ คงเขา แถวในรูปแถวตอนเรยี ง 1 ในหมูของตน รปู ที่ 52 แถวตอนเรียง 3 กองท่ีมีลูกเสอื เพียง 5 หมู ใหกองจดั แถวตอนเรียง 2 โดยแตละหมจู ัดแถวตอนเรียง 1 หมู 1 อยูขวาและหมู 2 อยูซายระยะเคยี งแคศ อกซา ยงอของลกู เสอื ทางขวา นายหมู 1 เปน หลักอยหู นาผู เรยี ก 6 กา ว และนายหมูลูกเสืออยูหนา หมขู องตนและซอนกับอกี 2 หมู หมู 3 ตอ ทายหมู 1 และ หมู 4 ตอ ทาย หมู 2 ระยะตอ ระหวา งหมู 2 กา ว รปู ท่ี 53 แถวตอนเรยี ง 2 แถวตอนเรยี ง 1 ของกอง คอื ท้ังกองจัดเปน แถวตอนเรียง 1 หมู 1 อยูหนาหมู 2, หมู 3, หมู 4 ฯลฯ อยูตอขางหลังใหต รงคอกับหมหู นา ระยะตอ ระหวางหมู 2 กา ว ถาไมไดส่ังเปนอยา ง อื่น ใหนายหมู 1 เปน หลักอยูหนา ผเู รียก 6 กาว

รปู ท่ี 54 แถวตอนเรยี ง กองท่ีมีลกู เสอื เพียง 2 หมู ใหกองจดั แถวตอนเรยี ง 2 โดยใหห มู 1 อยูข วา และหมู 2 ซาย ระยะเคียงแคศอกซา ยงอของลกู เสือทางขวา รูปแถวหนา กระดานของกองคือกองแถวตอนเรียง 2 หรอื แถวตอนเรยี ง 1 เมื่อทั้งกองทําซา ยหนั หรือขวาหนั ในแถวหนากระดาน 3 แถวของกองทงั้ 6 หมู ตา งจัดแถวหนากระดานเรยี งซอนกนั หมู 1, หมู 2 อยูห นา ถดั มาหมู 3, หมู 4 และหมู 5, หมู 6 อยหู ลังสุด ระยะตอ และระยะเคียง 1 กาวเทากัน เวนแตถาเปนแถวหนากระดานปด ระยะแลว ระยะเคยี งตอ งชิดเขามาเหลือแคศ อกซา ยงอของผอู ยู ทางขวา นายหมู 1 เปนหลักอยูหนาผเู รยี ก 6 กา ว รปู ท่ี 55 แถวหนา กระดาน 3 แถว

รปู ท่ี 56 แถวหนา กระดาน 2 แถว แตละหมจู ดั แถวหนากระดาน นายหมู 1 เปน หลกั อยูห นาผเู รียก 6 กา ว หมู 2-3 อยูแถว หนา หมู 4-5-6 อยูแ ถวหลงั ระยะตอ ระยะเคียง 1 กาวเทากัน เวนแตจ ะปดระยะใหชิดเขามาเปนแค ศอกซา ยงอของผูท อี่ ยูท างขวา รปู แถวหนากระดานของกองท่มี ี 2 หรอื 4 หมู จัดเปน แถวหนากระดาน 2 แถว แตล ะหมู จดั แถวหนา กระดานเรยี งซอนกัน หมู 1 อยหู นา หมู 2 อยูห ลงั กรณี 4 หมู หมู 1-2 อยหู นา หมู 3-4 อยูหลังระยะตอระยะเคยี ง 1 กาวเทา กัน นอกจากจะเปน แถวปด ระยะ ระยะเคยี งแคศ อกซายงอของ ผูทอี่ ยทู างขวานายหมู 1 เปน หลักอยหู นาผเู รยี ก 6 กา ว ขบวนเดินทาง ตามปกติกองใชแ ถวตอนเรยี ง 3 หรือตอนเรียง 2 เมอื่ เดนิ ตามสบายใหรองผกู าํ กับลูกเสอื อยูขวาตับหลังของกองและออกจากทีป่ ระจําครง้ั คราวเพือ่ ตรวจตราลกู เสือ เมื่อกองเดนิ เขาระเบยี บ รองผูก าํ กับลกู เสือกเ็ ขาประจําทหี่ นากองของตน การเขาแถวและจัดแถว กองเขาแถวเปนแถวตอน หรือแถวหนากระดานทั้งการจัดแถวและเลิกแถวอยางเดียวกัน เมื่อกงจัดแถวเปนหนา กระดาน 3 แถว หมู 1-2 ต้ังแถวตามทก่ี ลาวไวและนายหมูเขา ประจาํ ปก ขวา หมู 3-4 เขา แถวขางหลังหมู 1 เปน แถวท่ี 2 และหมู 5-6 เปน แถวที่ 3 เปน แถวท่ี 3 ตามลาํ ดับ นาย หมูลูกเสือตรวจตราแกไ ขการจดั แถวเมือ่ จําเปน ดวยเสยี งคอย ๆ จดั แถวเสร็จแลว รองผกู าํ กับลกู เสือบอก “นิง่ ”

การปฏิบัตขิ องกองแถวตอน กองแถวตอนทําทาหัน เคลื่อนที่และทาไมพลองหรือไมสามงา ม เชนเดียวกับการฝกบคุ คล เมื่อกองจะออกเดินกาวพรอมกนั ตามหลกั รองผูกํากับลกู เสือบอกใหลูกเสอื แบก อาวธุ เสยี กอน แลว จงึ บอก “หนา -เดิน” ถาไมไดบ อกใหแบกอาวุธ เมือ่ บอกหนา เดนิ แลวใหลูกเสือ เคลอื่ นที่ในทาคอนอาวุธ ลูกเสือในกองออกเดนิ กา วเทาพรอมกับลกู เสอื ที่อยูในหมนู าํ รักษาระยะตอ ของตน ลกู เสือ ในหมอู ่นื ๆ รักษาแนวตามหมนู าํ และตรงคอกันภายในหมูด ว ย รองผูกํากับลูกเสือเปนผูรักษาทิศทางเดิน คนนํารักษาระยะตอจากรองผูกํากับลูกเสือ 6 กาว หรอื ตามระยะทร่ี องผกู าํ กับลูกเสือจะกาํ หนดให การเปลีย่ นทิศในการเดนิ รองผูกํากบั ลกู เสอื ใชทา สัญญาณช้ที ิศทางใหม พรอมกบั บอกท่ี หมายทีจ่ ะเปลยี่ นทิศทางใหมน ัน้ เชน จอมปลวก หรอื ตามถนน ตับที่อยูต นขบวนเปลยี่ นทิศตามคําสัง่ คนนําเดินตามเสน ทางเดนิ ของรองผกู าํ กบั ลกู เสอื ตับที่อยูหลังเปล่ียนทิศในที่เดียวกับที่อยูหนา รักษาจังหวะการเดินคงเดิมมิใหลูกเสือท่ีอยูทางปก นอกตองกา วยาวข้นึ การเปลี่ยนทิศจะกระทําในขณะที่เริ่มออกเดินก็ได โดยรองผูกํากับลูกเสือชี้และบอกทิศ ทางทีจ่ ะใหเดินไปเสยี กอ นแลวจึงบอกใหเดิน กองเปล่ียนจากเดินกาวพรอมกันเปนวิ่งและเปลี่ยนจากว่ิงเปนเดินกาวพรอมกันโดยใชคํา บอก “ว่งิ -หนา-วิง่ ” หรือ “เดินทํา” ลกู เสอื เปลย่ี นจากเดนิ เปน วงิ่ หรือจากว่ิงเปน เดินตามทีก่ ลา วไว กองเดนิ ไมพรอ มกันหรอื ตามสบาย ตามคําบอก ถา หยดุ อยู “เดนิ ” ถา เดนิ อยู “เดนิ ตามสบาย” ขณะทเี่ ดินตามสบายอยู ถาจะใหเ ดินพรอ มกนั ตามปกติ ใหห ยดุ เสยี กอ น แลว ออกเดินหรือ ไมอยูจะบอก “ เดนิ เขา ระเบยี บ “ แลว ใหจังหวะก็ได รวมและขยายอาวุธ

ในแถวหนากระดาน ลูกเสือรวมอาวุธเม่ืออยูในรูปแถวหนากระดานโดยแตละหมูรวม อาวุธไวข า งหนา หมขู องตน เม่ือมีคําส่ังวา “รวมอาวธุ ” ใหลูกเสือคนที่ 2 กับคนท่ี 3 กาวออกมาขา งหนา 1 กา ว แลว รอยหไู มพ ลองเจาดวยกันหนา หมขู องตน ลกู เสือคนที่ 4 เอาไมพลองสอดลูกเสืออ่นื ๆ ในหมพู ิง ไมพ ลองฝาก นายหมูลูกเสือหรอื รองนายหมูล กู เสือทป่ี ฏบิ ัติหนา ท่แี ทน พิงไมพ ลองฝากเปนคนสดุ ทา ย กับกระโจมของหมตู น ถาเปนไมงาม ใหปฏิบัตเิ ชนเดียวกนั กับไมพลอง เพียงแตใชงามพิงกัน หมายเหตุ ในกรณีทก่ี องจดั แถวหนา กระดานตงั้ แต 2 แถวข้ึนไปเม่ือจะส่ังใหร วมอาวธุ ขอใหอยูในดุลยพินิจของผูบังคับบัญชา ถาเห็นวาท่ีต้ังกระโจมอาวุธแคบเกินไปอาจสั่งใหขยาย แถวที่ 2, ฯลฯ ไปทางหลงั เสยี กอ นก็ได เมอ่ื ขยายอาวุธแลว ก็เขา ประจาํ ทเี่ ดมิ เมื่อมีคําบอก “ขยายอาวุธ” ลูกเสอื แตล ะหมูตางนาํ ไมพลองหรอื ไมงามออกจากกระโจม มาประจาํ ที่ อยใู นทาเรยี บอาวุธตอไป การปฏิบตั ขิ องแถวหนา กระดาน กองแถวหนากระดานทําทาหันและทําทา อาวธุ เปนแถวชิด เชนเดยี วกับการฝกเปนบุคคล การเดินเปนแถวหนากระดานตามหลักใชเ ฉพาะแตการเคล่ือนยายเปน ระยะใกล ๆ ลกู เสือ ทกุ คน ถืออาวธุ ในทา เรืออาวธุ แตย กอาวธุ ใหพนพน้ื เลก็ นอย เมื่อมคี าํ บอก “หนา – เดนิ “ กองออกเดินกาวเทา พรอมกนั ถาไมไ ดกาํ หนดคนหลกั และเสนทางที่ คนหลักจะตองเดินตามไว ใหล กู เสอื ถอื ปนขวาเปนหลักรักษาระยะเคียงใหคงท่ี ลกู เสอื ในแถวท่ี 2 และแถวท่ี 3 เดินตามลูกเสือทีอ่ ยูตับหนา เม่ือมคี ําบอก “กอง – หยุด “ ลูกเสอื หยดุ ถา แบกอาวธุ อยูใ หสง่ั เรียบอาวธุ

การเปลี่ยนรปู แถวและการเปลี่ยนทศิ แถวหนา กองแถวตอนจัดเปนแถวหนากระดาน โดยเปล่ยี นทศิ แถวหนา (ขอ 1 และขอ 2 ) และไม เปลี่ยน (ขอ 3 ) ไดด ังน้ี (1) กองตอนเรยี ง 3 อยกู บั ทจี่ ดั เปนแถวหนากระดานดวยการบอก”ซาย (ขวา) - หัน” (2) กองกําลังเดินเปน แถวตอนเรียง 3 จดั เปนแถวหนา กระดานโดยบอกให “ซาย (ขวา) – หัน “ ในเวลาเดนิ ถา จะใหห ยุดกบ็ อกเสียกอ นบอกหนั หรือจะบอกหันเสยี กอ นแลวบอกหยุดก็ได (3) กองเดินเปนแถวตอนเรียง 3 หยุดเแถวหนากระดานหนั หนาไปทางทิศทางเดิมโดย รองผกู ํากับลกู เสือบอกเปลย่ี นทศิ ทางใหเลย้ี งไปทางขวากอนแลว จงึ บอกหยุดและหนั กองแถวหนา กระดานเปลยี่ นเปน แถวตอนโดยเปล่ียนทศิ แถวหนา(ขอ 1) และไมเ ปลี่ยน (ขอ 2) (1) กองแถวหนา กระดาน 3 แถว จัดเปน แถวตอนเรยี ง 3 ทางขวา (ทางซา ย) โดยส่ัง “ขวา (ซาย) – หนั “ (2) จัดแถวตอนเรยี ง 3 ไปขางหนา โดยบอกใหห นั ไปทางขวาแลวใหอ อกเดินแลวเปล่ยี น ทศิ เลยี้ วไปทางซา ย การเปล่ียนรปู แถวจากแถวตอนเรียง 2 เปน แถวหนา กระดาน 2 แถว หรือกลบั กัน ปฏิบัติอยา ง เดยี งกับทไ่ี ดกลา วมาแลว

สญั ญาณมอื ในการเรยี กแถวของลูกเสอื สากล การใชสัญญาณมอื เรียกแถวรูปตางๆ ในการฝก อบรมลกู เสือตามแบบสากลของลูกเสอื ทกุ ประเภท ผูบังคับบัญชาท่ีจะเรียกแถวหนาจะตองเลือกสถานท่ีใหเหมาะสมเสยี กอน และยืนตรง แลวจึงเรียกและใหสัญญาณ (ลูกเสือสํารองใชคําวาแพค ลูกเสือสามัญ สามัญรุนใหญ และ วิสามญั ใชคําวา กอง) 1. แถวหนากระดานแถวหนา ผูเรียกเหยยี ดแขนทงั้ สองไปขา งเสมอแนวไหล มือแบหนั ฝามอื ไปขางหนา ใหล กู เสอื เขา แถวหนา กระดานแถวเดี่ยว ขางหนาผูเรียกใหแนวตรงก่ึง กลางของแถวอยหู า งผูเรียกประมาณ 6 กาว หนั หนาเขาหาผเู รียก กรณีหมเู ดียว ใหนายหมยู นื แลตรงเปน หลกั ทางขวา (ทางซา ยมือของผูเรยี ก) ลุกแถวเขา แถวตามลาํ ดับทางซา ยของนายหมู ยนื เรียงเคยี งกันเปน แถวหนากระดาน ไปจนถงึ ลกุ แถวคนสุด ทาย และปดหมูดว ยรองนายหมู ซงึ่ อยซู ายสดุ ทุกคน (ยกเวน นายหมู ) จดั แถวทางขวา (แลขวา) การจัดระยะเคยี ง (ถา เปน “ปดระยะ “ ระยะเคียงของลกู เสือในแถวหนา กระดาน คือ ชว งแขนซา ย ของลูกเสือท่ีอยูทางขวายกมือซายข้ึนเทาตะโพกใหฝามือพักอยูบนตะโพกนิ้วเหยียดชิดกันอยู ประมาณแนวตะเขบ็ กางเกงศอกอยเู สมอแนวลําตวั การจัดแถวใชแ ขวขวาจดปลายศอกซา ยผูเ รยี ก แถวจดั การตรวจแถวแลวสั่งนง่ิ ลูกเสือทกุ คนลดมอื ลงพรอ มกบั สะบัดหนามาอยใู นทาตรงและนงิ่ ถาเปน “เปดระยะ” ระยะเคยี งของลูกเสอื ในแถวหนา กระดาน คือสุดชว งแขนซายของลูก เสือที่อยูทางขวาใหปลายน้ิวกลางมือซายจดไหลขวานับจากนายหมูเปนตน มาจนถึงลกุ แถวคนสดุ ทา ยกอนถงึ รองนายหมู กรณีมหี ลายหมู ใหแตล ะหมูเจขาแถวหนากระดานแถวเด่ียว เหมอื นกบั ท่เี ปนหมูเดียว ให แนวตรงก่ึงกลางของแถวอยูหางจากผูเรียก 6 กาวโดยประมาณ และระยะเคียงระหวาง หมู (ระหวางนายหมถู ัดไปทางซา ยกบั รองนายหมทู างขวา ) เปนไปตามปกติ และระยะเคยี ง 1 ชว ง แขนกรณี “เปด ระยะ”เมอื่ เขาแถวเรียบรอยแลว ผเู รียกแถวตรวจการจดั แถวแลว สงั่ นง่ิ

2. แถวตอนเรียงหน่งึ ผูเรียกเหยียดแขนท้ังสองไปขางหนา เสมอแนวไหลม ือแบ หันฝา มอื เขา หากันใหล ูกเสอื เขาแถวตอนเรยี งหน่งึ ขางหนาผเู รียก นายหมหู ลักซ่ึงอยูหนาผเู รียกประมาณ 6 กา ว กรณี หมเู ดยี ว ใหนายหมูว ิง่ มายนื ในทา ตรงเปน หลักขา งหนา ผูเ รยี กประมาณ 6 กา ว ลกุ แถวเจา แถวหลังนายหมูหลัก ยืนใหตรงคอนายหมูางหนาระยะตอสุดชวงแขนของลกู เสือเมอ่ื ย่ืนไปจด หลังทอนบนของผูอ ยูขา งหนา ลกุ แถวคนอื่น ๆ ก็เขาแถวซอนไปขา งหลงั ของลุกแถวขา งหนา ตาม ลําดับระยะตอ สดุ ชวงแขนดังเดิม และเขา แถวตอ ซอ นกนั ไปจนถงึ คนสดุ ทาย และปด ทา ยดวยรอง นายหมใู นระยะตอ สุดชว งแขนเชนกัน เม่ือผูเรียกแถวตรวจการจดั แถวแลวสัง่ น่ิง ทุกคนลดแขนลงอยูในทาตรงเพ่ือฟงคําสง่ั ตอไป กรณีมหี ลายหมู ใหเ รยี กวา “ แถวตอนหมู” ใหหมหู ลกั เขาแถวตอนตรงหนา ผเู รยี กหา งจากผูเ รยี ก 6 กาวโดยประมาณโดยมหี มอู น่ื ๆ เขา แถวตอนเปน แนวเดยี วกานไปทางซา ยและทางขวาของหมู หลักระยะเคียงระหวา งหมูป ระมาณ 1 ชว งศอก สวนระยะตอ 1 ชวงแขนโดยประมาณ(ไมตอง ยกแขน)

3. แถวหนากระดานหมูปดระยะ ผูเรียกกํามือทั้ง 2 ขา ง เหยียดตรงไปขางหนา ขนานกบั พ้นื งอศอกข้นึ เปนมมุ ฉาก หนั หนามอื เขา หากนั ใหล ูกเสอื หมูท่ี 1 มาเขาแถวหนา ผเู รยี ก นายหมูอยขู วามอื ลกุ หมูอยูซายมือเรียงกนั เปน แถวหนา กระดาน โดยใหตรงกึ่งกลาง ของหมูอยตู รงหนาผเู รยี กหา งจากผูเรียกประมาณ 6 กา ว หมูตอ ๆ ไป เขา แถวหนา กระดาน โดยใหตรงกง่ึ กลางของหมูอยูตรงหนา ผูเรียกหางจากผูเรียกประมาณ 6 กาว หมตู อ ๆ ไป เขาแถวหนา กระดานเชน เดียวงกันขา งหลงั หมูแรกตามลาํ ดับระยะหมตู อ หมูประ มาร 1 ชว งแขน การเขา แถว ใหลูกเสือทุกคน (เวน คนอยูท างซายสดุ ) ยกมอื ขน้ึ เทาสะโพก (เหมอื นดงั ท่ี กลาวไวใ นหมูแถวหนา กระดาน) ระยะตอระหวางหมตู อหมูป ระมาณ 1 ชวงแขน (ไมต องยกแขน) สะบัดหนาไปทางขวา เม่ือผูเรียกแถวเรียกการจัดแถวแลวสั่งน่ิง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพรอม สะบดั หนามาอยูในทา ตรง 4. แถวหนา กระดานหมเู ปด ระยะ ผูเรียกกํามอื ทง้ั 2 ขา ง งอขอศอกเปนมมุ ฉาก แขนทอนบนแบะออกจนเปนแนวเดียวกับ ไหล หนั หนา มือไปขางหนา

ใหลูกเสือทุกคนเขาแถวเหมอื นแถวหนา กระดานหมูปด ระยะ แตร ะยะตอระหวา งหมูของ ทุกหมูขยายออกไปทางดา นหลงั หางกนั ประมาณหมูละ 3 ชวงแขน การเขา แถว ใหล กู เสอื ทุกคน (เวน คนอยซู า ยสดุ ) ยกมอื ซา ยขนึ้ เทาสะโพก) สะบัดหนา ไป ทางขวา ระยะตอ ระหวางหมูประมาณ 3 ชวงแขน เม่ือผเู รยี กแถวตรวจการจดั แถวแลวสั่งน่ิง ลกู เสือทกุ คนสะบดั หนา และอยูในทา ตรง 5. แถวรปู ครง่ึ วงกลม ผูเรียกแถว มือแบทั้งสองขาง เหยียดตรงลงขางลางควํ่าฝามือเขาหาตัวโบกผานลําตัว ประสานงานกนั ดา นหนาชา ๆ เปนรูปครึง่ วงกลม ใหลูกเสือหมูแรกยืนดานซายมือของผูเรียก โดยนายหมูหมูแรกยืนอยูเปนแนวเดียวกับผู เรียก หมูท่ี 2 และหมูต อ ๆ ไป อยูท างดานซายมอื ของหมแู รกตามลาํ ดบั จนคนสุดทายของหมสู ุด ทา ยอยูเปนเสนตรงแนวเดยี วกับผูเ รียก และนายหมหู มูแรกโดยถือวาผเู รียกเปนจดุ ศูนยกลาง การเขาแถว ใหล ูกเสอื ทุกคน (เวนคนอยูซา ยสุด) ยกมือซา ยขึน้ เทา สะโพก) สะบัดหนา ไป ทางขวา (ยกเวนนายหมูหมูแรก) เมื่อผูเ รยี กแถวตรวจการจดั แถวแลว สั่งน่ิง ลูกเสอื ทกุ คนสะบัด หนาและอยูใ นทาตรง

6. แถวรปู วงกลม 6.1 แบบผูเรียกแถวยืนอยทู ี่จุดศูนยกลาง ผูเรียกแถวมือแบท้งั สองขา ง เหยยี ดตรงขาลาง ควํา่ ฝา มือเขา หาตวั โบกผา นลาํ่ ตัว ประสาน กันดานหนา จดดานหลังเปน รปู วงกลม ใหล ูกเสือหมูแรกยืนดา นซา ยมือของผูเรียก โดยหมแู รกยนื อยูแนวเดียวกับผูเ รยี กหมทู ี่ 2 และหมตู อ ๆ ไปอยูท าวดานซา ยของหมูแรกตามลาํ ดบั จนคนสดุ ทา ยของหมูสุดทายไปจดกับนาย หมขู องหมูแ รก ถือผูเ รียกเปนจุดศูนยก ลาง การเขาแถวใหลกุ ทกุ คน ยกมือซา ยขึน้ เทาตะโพกสะบัดหนาไปทางขวา (ยกเวน นายหมู หมูแรก) เม่ือผูเรียกแถวตรงการขัดแถวเรียบรอยแลวสั่งนิ่ง ลูกเสือทุกคนลดแขนงงและสะบัด หนามาอยูในทาตรง (การเขาแถวและการขจดั แถวอนุโลมตามแบบ ก) 6.2 แบบผูเรยี กยนื อยูทเี่ สนรอบวง ผูเรียกแถวมือขวากําเหยียดแขนยกไปขางหนาข้ึนขาวบน และเลยไปหลังใหลูกเสือหมูแรกดาน ซายมือของผูเ รียกโดยนายหมูแ รกยนื ชิดกับผเู รยี กหมูท่ี 2 และหมตู อ ๆ ไปอยูดา นซายมือของผู เรียกตามลําดับ ขนคนสุดทายของหมูสุดทายไปจดกบั ผูเรัยกดานชงามือถือผูเ รยี กเปน เสนรอบวง ดวย

7. สเี่ หลย่ี มเปด ดา นหนึ่ง ผูเรียกแถวยนื อยูดานหนึ่ง (ซ่ึงเหน็ ดานเปด ) ศอกงอ ยกแขนทง่ั สองขนึ้ ขา งหนา ใหหนา แขนทั้งสองไขวกันตรงฝามือ ฝามือท้ังสองแบเหยียดหันไปขางหนาฝามือขวาไขวทับฝามือซาย ประมาณแนวลุกคาง เปน สัญญาณ ถา มลี กู เสือ 3 หมู ใหเขา แถวในอกี 2 ดานทเ่ี หลือ โดยมนี ายหมู 1 เขาแถวหนา กระดานแถวเด่ยี วทาวดานซา ยของผูเรยี ก หันหนาแถวเขา ในรูปสเ่ี หลยี่ ม หมู 2 เขา แถวหนากระดานแถวเดยี วดานตรงขา มกับผูเรียก หันหนาเขา หาผเู รียก และหมู 3 เขาแถวหนา กระดานแถวเดี่ยวตรงขา มกับหมู 1 ทางดานขวาของผเู รียก การเขาแถงใหลูกเสือทุกคนปฏิบัติเหมือนกับการเขาแถวหนากระดานเวนระยะตรงมุม ของแตล ะดานใหเ ทากนั พอควรไมซ อนหรอื ตรงกนั ถา มีลูกเสอื มากกวา 3 หมูใหอยูในดุลดินจิ ของผูเรันกแถวแตค วรใฟด านซานมอื กับดา น ขวามอื มีจาํ นวนเทากัน เม่ือผูเรียกแถวตรวจแถวเรียบรอยแลวส่ังน่ิง ลูกเสือทุกคนลดแขนลงพรอ มสะบัดหนา อยู ในทาตรง 8. แถวรัศมหี รือลอ เกวียน (cart wheel ) ผูเรียกแถวยืนอยูในทาตรงมือขวาแบควํ่ากางนิ้วออกทุกนิ้วชูแขนไปขางหนาทํามุม ประมาณ 45 องศา ใหมองเหน็ ไดแลวเรยี ก “ แพค หรอื “กอง” ใหลกู เสอื ทกุ หมมู าเขาแถวเปนรปู หมแู ถวตอนหนา ผูเ รยี ก หา งจากผเู รียกประมาณ 6 กา ว เปนรูปรัศมีโดยใหหมูแรกอยูดานหนาทางซายมือผูเรัยกเปนจุดศูนยกลาง ระยะตอของแตละหมู ระหวางบุคลคลประมาณ 1 ชว งแขน ระยะเคยี ง ระหวางนายหมูตอนายหมพู อสมควรและนายหมู หมูสุดทายจะอยดู านหนา ทาวขวามือของผูเรียกประมาณ 45 องศา การเขาแถว ใหล ูกเสอื ทุกคน (เวนคนอยหู วั แถวของแตล ะหม)ู เหยยี ดแขนซา ยไปขาหนา สงู เสมอแนวไหลควาํ่ ฝามือให

ปลาบนวิ้ มือจดหลงั ของคนหนา พอดี ผเู รยี กแถวจดั แถวแลวสง่ั “ น่งิ ” ลกู เสือทุกคนลดแขนลง พรอ มกนั และนง่ิ 9. การฝา ใชสัญญาณมอื เปนคําส่ังใหแ ถว “พัก” และ “ตรง” ในการเขา แถวของหมลู กู เสอื จะเปน หนากระดานกด็ ี แถวตอนก็ดี หรือแถวหนา กระดาน ตอนหมูรูปครึงวงกลม หรอื วงกลม ตลอดจนแถวรปู สเี่ หล่ยี มจัตุรสั เปดดานหนึง่ ก็ดี ผเู รียกแถว อาจใหแถว “ พัก “ จากทา ตรงและเปน คาํ ส่ังใหแ ถว “ ตรง “ จากทาพกั กไ็ ด โดยผูเรยี กแถวทาํ 2 จังหวะ ดงั นี้ จงั หวะ 1 กํามือขวา งอแขนตรงศอกใหมอื ทก่ี ําอยปู ระมารตรงหัวเขม ขีดหันฝา มอื ทกี่ าํ เขา หากวั เข็มขัด จงั หวะ 2 สลัดมอื ทกี่ ําแขนไปทางขวาเปนมมุ 180 องศาประมาณแนวเดยี วกับแนวเขม็ ขดั เปนสัญญาณให “พัก “ตามระเบียบ ( ลกู เสือทกุ คนปฏบิ ัตเิ ชนเดยี วกบั ทาพกั ตามระเบยี บ) กรณีทจี่ ะใหสญั ญาณมอื เปน คําส่ังให “ตรง” ผเู รียกแถว 2 จงั หวะดังน้ี จงั หวะ 1 กํามือในลักษณะเหมอื นกับเม่ือตอนสลัดแขนสง่ั “พกั ” จังหวะ 2 จงั หวะ 2 กระตุนหนา แขนใหกํามอื กลับมาอยตู รงหวั เข็มขดั (จังหวะ 1 ของสญั ญาณสั่ง “พัก”) ลูกเสือทกุ คนชดิ ซายลดแขนไขวหลงั ลงและอยใู นทาตรง สญั ญาณให “พกั ตามระเบยี บ” สัญญาณให “ตรง”

3.การสวนสนาม การสวนสนามมคี วามจาํ เปนอยา งยง่ิ ในการจดั งานชมุ นถมลกู เสือ เชน การชมุ นมุ ลูกเสอื แหงชาติ การชุมน ุมลกู เสือเขตและการชุมนมุ ใลูกเสือจังหวดั จะเปนพธิ เี ปด พธิ ถี วายบงั คม พธิ ปี ด หรือการสวนสนามในกรณีใดก็ตาม จะแสดงถึงสมรรถภาพของลูกเสือในทองถ่ินตาง ๆ วามี ความพรอมเพรยี ง มีระเบียบ วินัย ควรแกการยกยองสรรเสรญิ มานอ ยเพยี งใด เปนการแสดงออก ในความสามารถขงแตล ะกอง จะมองภูมหิ ลงั ของการดําเนินงานภายในกองไดอ ยา งดยี ง่ิ การสวนสนามของลูกเสือ กองลูกเสอื อาจจัดแถวสวนสนามไดด งั น้ี คือ เปน แถวตอนเรียง 4 หรือ เปน แถวหนา กระดานตอนหมทู ง้ั แลว แตค วามเหมาะสม ถาลกู เสอื ทง้ั จงั หวัดรวมกนั สวนสนามใหจ ดั แถวเดินเปนอําเภอ ๆ ไปเวนระยะตอ จากแถวสดุ ทายของอําเภอขา งหนา ถงึ แถวของอําเภอขางหลัง 10 กาว ผูอํานวนการลูกเสืออําเภอหรือผูแทนเปนผูบอกแถวสวนสนามของอําเภอและผอู าํ นวยการลูก เสือจัวหวดั หรือผูแ ทนเปนผูบอกแถวสวนสนามของจังหวัดในการสวนสนามใหไวร ะยะตอ ดังน้ี ระหวางกองลูกเสือ 5 กาว ระหวางลูกเสอื อาํ เภอ 10 กาว ระหวางลกู เสอื จังหวัด 15 กาว ทงั้ น้แี ลวแตความเหมาะสมของพื้นภูมปิ ระเทศ เม่ือพรอมแลว แตรเดย่ี วเปาใหสัญญาณ ผูบังคบั ขบวนสวนสนามสั่ง “ เตรียมสวน สนาม” แตรเด่ยี วเปาใหสัญญาณ “ หนา เดนิ “ ผบู ังคับขบวนสวนสนามสงั่ “ ขวา – หัน “ แบก – อาวุธ “ และ “หนาเดิน “ แตรวงบรรเลงแลว เดินขบวนเคล่อื นทอ่ี อกเดนิ ตามลาํ ดับดังรปู ขา ง ลา ง คือ ลูกเสอื ถือปายยนื อยูต รงกึง่ กลางหนาขบวน หลงั ลูกเสอื ถอื ปา น 5 กาวเปน ลกู เสอื ถือธง หลังลกู เสอื ถอื ธง 5 กา วเปน ผูกํากบั ลูกเสือ หลงั ผูก ํากับลกู เสือ 5 กา วเปน รองผูกาํ กบั ลูกเสอื ซึ่ง เปนผูบังคับแถว และหลังรองผูกํากับลูกเสือ 3 กาวเปนลูกเสือ กรณีท่ีมีการเชิญธง คณะลูกเสือแหงชาติหรือธงลูกเสือประจําจังหวัดเขาอยูในขบวนการสวนสนามดวย ใหจัดเจา หนา ที่ประจาํ ธง (ตามบทที่ 6 ) ไวหลงั ผูถ อื ปา ย โดยเฉพาะอยา งยง่ิ ตัวขบวนการใหจ ัดเปนรปู ดงั น้ี

แตรเดย่ี วและแตรวง หลงั แตรวงประมาณ 20 กา วเปนผบู งั คบั ขบวนสวนสนาม หลังผู บังคบั ขบวนสวนสนาม 5 กาว เปนผูบังคับบญั ชากองบงั คับการผสม (ถาม)ี หลังกองบังคบั การ ผสม 10 กาว เปน ลูกเสือ นอกนนั้ จัดตามลําดบั ดงั รปู หมายเหตุ รูปขบวนและระยะตอ อาจเปลีย่ นแปลงไดต ามความเหมาะสม การจดั สถานทใ่ี หใชธ งปก เปนเครอ่ื งหมาย 3 ธง ๆ แรกหา งจากผูรบั การเคารพ 20 กาว ธงท่ีสองหา งจากผูรัยการเคาระ 10 กาวและธงท่สี ามอยถู ดั ผรู บั การเคาระไปอกี 10 กา ว เมอ่ื แถวใกลจ ะถงึ ธงแรก ใหผ บู อกแถวหัน ไปดลู กู เสอื ทางขวาแลว บอก “ ระวงั ” ใหแถวลูกเสอื เดนิ เขา ระเบียบอยา งดที ี่สดุ และเมอ่ื ใกลถงึ ธงท่ี 2 ใหผ บู อก “ แลขวา – ทํา “ ขณะเดยี วกนั ผบู อกแถว ทํา วันทยหัตถพรอ มกบั คาํ “ ทาํ ” หันไปทางขวาพรอมกับลูกเสือนยั นต าจบั ผรู ับการเคารพ เมือ่ แถวผานพนผูรับการเคารพไปก็ยังทําวันทยหัตถทางขวาอยูเพียงนัยนตาไมจับผูรับการเคารพคง แลขวาเรอ่ื ยไปจนกวา จะถงึ ธงที่ 3 เมื่อผูใดหรอื ตบั ใดผานธงท่ี 3 ก็สะบัดหนาแลตรงและเลิกทํา ความเคารพเอง ในการเดินผาน ใหผูบังคับขบวนสวนวนามกระทําวันทยหัตถ เมื่อผานผูรับการเคารพไป แลว ใหผูบังคับขบวนสวนสนามแยกออกจากขบวนเลี้ยวขวาไปหยุดอยูทางขวาของผูรับการ เคารพและทําวันทยหตั ถอยจู นกวา ขบวนลูกเสือจะผานพน ไปจึงกลบั เขา ตอทายขบวน บรรดาผูบังคับบัญชาลูกเสือที่บังคับหนวยต้ังแตผูอํานวยการลูกเสือจังหวัดข้ึนไปเมื่อผาน การเคารพไปแลว ใหแยกออกไปจากขบวนเล้ียวขวาไปหยุดอยูทาวขวาของผูรับการเคารพเชน เดียวกับผูบงั คับขบวนสวนสนาม และยนื อยูจ นกวาหนวยของตนจะผา นพน แลว จึงเขา ตอ หนว ย ของตน เม่ือธงคณะลูกเสือแหงชาติและธงลูกเสือประจําจังหวัดผานมากับขบวนการลูกเสือสวน สนามใหบ รรดาผูบงั บัญชาลูกเสอื และลูกเสอื ซ่งึ อยู ณ บรเิ วณท่ีสวนสนาม แสดงความเคารพโดย ทําวันทยหตั ถ หมายเหตุ 1. ถาผูบงั คับบญั ชาลูกเสอื มไี มถอื ใหแสดงความเคารพดวยทาไมถ ือ 2. ถาลูกเสือมอี าวุธ เวลาแลขวาใหแ กวง แขนตามปกติ 3. เฉพาะลูกเสือทอ่ี ยูปกขวาสุด ไมต อ งบดั หนาแลขวา เพียงรักษาแนวและระดบั ใหเปน หลักอยเู สมอเทา นัน้

ขอปฏบิ ตั สิ าํ หรับแตรเดย่ี ว แตรวง และเจาหนาท่ปี ระจําธง ในการตรวจพลเมื่อไดยินคําบอกหรือไดเห็นสัญญาณใหกระทําวันทยาวุธใหแตรวง บรรเลงเพลงคพนบี ตามขอ ระเบยี บกนเคารพ แตรเดย่ี วไมตอ งเปา เวน แตเม่ือไมม ีแตรวง จงึ ให แตรเดี่ยวเปาเดีย่ วเพลงคาํ นับ เม่ือแตรวงเปา เพลงคาํ นบั จบแลว ใหบรรเลงเดนิ ของลูกเสอื จยกวาผูต รวจดลสวนสนามจะ ผานพนแถวลูกเสือไป ในการตรวจพลซึ่งมีลูกเสือหลายจังหวัดรวมกันเมื่อแตรวงบรรเลงเพลงคาํ นบั จบแลว ใหกองแตรวงของลูกเสือท่ีอยูตนทาวผูตรวนพลสวนสนามเขามาน้ันบรรเลงเพลงเดินของลูกเสือ ทันที สว นแตรวงของกองลกู เสืออน่ื ๆ (ถา มใี หม)ี ใหส งบนงิ่ อยูกอ นตอเมอื่ ไดรับสํญญาณจงึ เรม่ิ บรรเลงรับชว งเปน ลําดับไป ในการสวนสนาม เมอื่ มคี าํ บอกวา “หนา – เดิน “ ใหแ ตรเดยี่ วและแตรวงออกเดนิ แตร วงเริ่มบรรเลงเพลงเดนิ ของลูกเสอื เม่ือแตรวงเดนิ ไปถึงทซ่ี ่ึงหางจากลกู เสอื ธงที่ 1 ระยะ 20 กาวแลว ใหเลี้ยวซา ยเดินไปจนทา ยขบวนพนปก ซายของแถวสวนสนาม จงึ กลับหันหลังเมื่อไปถึง ที่ตรงหนา ผูตรวจถลสวนสนามใหซอยเทาแลว หยุด และบรรเลงเพลงเพลงเดินตอไป ถาหนวยลูกเสือท่ีจะเดินผานถัดไปไมมีแตรวง ใหแตรวงของหนวยลูกเสือแรกนี้คงอยู บรรเลงเพลงเดนิ ตอไปดว ย แตรวงของหนว ยลูกเสือถดั ไป (ถา ม)ี ใหเริ่มบรรเลงเพลงเดนิ ทนั ที ในเมื่อแตรวงหนสย ลกู เสือแรกหยดุ ลงนอกจากน้ีใหป ฏิบตั ิตามท่ีกกลาวมาแลม ทั้งนี้ ใหปฏิบตั ติ ามสญั ญาณของผูกาํ กับ ฯ แตรวง ในการตรวจพลสวนสนาม ลูกเสอื เปนอําเภอ เปน จงั หวดั หรือหลายจังหวัดรวมกันใหร วม แตรเดีย่ วของลูกเสอื อําเภอ หรือจงั หวัดหน่ึง ๆ เขาดว ยกนั จัดเปน หนวยแตรเดยี่ วใหอ ยูใ นบังคบั บัญชาของลูกเสอื แตรเด่ยี วทีม่ ีอาวโุ สสงู สุด ในการตรวจพลสวนสนาม ถาไมมีแตรวงใหห นว ยแตรเดยี่ วปฏบิ ตั ิเชน เดียวกับ แตรวงที่ กลาวแลสวทถกประการเงนแตในการตรวจพลไมตองเปาเพลงเดินหลังจากที่ไดเปาเพลงคํานับ แลว ในการสวยสนามถา มีแตรวง ใหหนวยแตรเดีย่ วเดินผานผตู รวจพลสวนสนามเชน แถวลูกเสือ อื่น ๆ และใหผ ูบ งั คับหนว ยแตร เด่ียวบอกแถวแสดงความเคารพเมอ่ื เดินไปถึงธงที่ 1 ผบู ังคบั หนวยแจนเด่ยี วเองแสดงคึวามเคารพดวยวธิ ีแลขวาไมทําวนั ทยหัตถ

เจาหนาที่ประจําเสาธงในเวลาสวนสนามใหผูรักษาธวผูอาวุโสสูวเปนผูออกแสดงความ เคารพ การเชิญธงและทา เชญิ ธง ก่ีเชิญธงมาและเชญิ กลับกับโอกาสท่จี ะคล่ีธง เม่ือจะเชิญธงมาใหจ ัดลูกเสอื 1 กองพรอมดว ยแตรเดย่ี ว 1 คูซงึ่ มอี ยใู นท่ีนนั้ไปรับกบั ใหจ ดั รองผู กาํ กับลูกเสอื ทีอ่ อนอาวุโสท่ีสดุ 2 นายเปนผรู ักษาธงจัดนายหมูลูกเสอื ท่ีเยี่ยม 2 นาย ในเปนผู เชิญธง 1 นาย เปน ผชู วยเชญิ ธง 1 นายรวมกนั เรยี กวา เจาหนา ทีป่ ระจําธง เม่ือผกู าํ กับลูกเสอื นาํ กองลกู เสือไปถงึ สถานท่ไี วธ งแลว ใหจ ดั ตง้ั แถวหนากระดาน ถาไมติดขัดดว ยพน้ื ท่แี ลว ใหป ก ขวา ย่ืหันหนาตรงชอ งหมูทางเขา สถานทน่ี ัน้ ในระหวางท่จี ดั แถวนใ้ี หเ จาหนา ท่ปี ระจาํ ธง คอื ผรู กั ษาธงทอี่ อนอาวโุ สที่สดุ คนหนง่ึ กับผู เชิญธงและผูช วยผูเชญิ ธงเขา ไปยังท่ีไวธ งและรองกองลกู เสอื อยูก อ น เม่ือกองลูกเสือจัดแถว เรียบรอยแลว จึงใหเ จาหนาทป่ี ระจําธงเชิญธงออกมาผูร กั ษาธงเดนิ นาํ หนา ผชู วยเชญิ ธงตามไป ขางหลังธง เมื่อเจาหนาท่ีประจําธงเชิญธงลงมาใกลพอสมควรแลวใหผูบังคับกองลูกเสือบอก แสดงความเคารพแตรเด่ียวเปาเพลงคาํ นับ 3 จบ เจาหนาทป่ี ระจําธงเชญิ ธงเขาประจําทป่ี ก ขวาผู รักษาธงท่ีออนอาวโุ สเขาประจาํ ทางขวาธง นายหมลู กู เสอื ผูชว ยเชญิ ะงเนออมปก ขวาไปขางหลงั แถวกลับเขาประจําท่ใี นแถวกองลกู เสอื ตามเดมิ ตอไปนผี้ ูกํากับลูกเสือบอกเบิกแสดงความเคารพ และนาํ แถวออกเดนิ ไปใหเ ดนิ ตามลาํ ดบั ดงั นี้ ผูก าํ กบั ลกู เสอื แตรเดี่ยว ธงประจํากองลกู เสือ พรอ มดว ยผูร ักษาธงในตับเดียวกัน ถดั ไปจึงถงึ แถวลูกเสอื กองลูกเสือเชิญธงแสดงความเคารพถวายแคพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวพระองคเดียวเทา น้ัน ( นอกจากน้ใี หผกู าํ กับลูกเสอื แสดงความเคารพตามลําพงั )โอกาสนี้ใหผ เู ชญิ ธงถวายเคารพ ถาเปนการเชิญธงไปเขาประจําแถวลูกเสืออีกตอหนึ่งเม่ือกองลูกเสือเชิญธงมาถึงระยะอันจัก ตองแสดงความเคารพใหผูบังคับแถวลูกเสือซ่ึงตั้งรออยูน้ันบอกแสดงความเคารพแตรเดี่ยวเปา เพลงคํานับ 3 จบ ถา มีแตรวงใหแตรวงบรรเลงเพลงมหาชัยแตรเดย่ี วไมตองเปาคาํ นับ เมือ่ ผู กาํ กบั ลูกเสอื เชิญธงนาํ แถวไปถึงทแ่ี ลว ใหบอกหยุด ครน้ั แลวใหบ อก “ ธงประจําท่ี “ ตามคาํ บอก นี้ใหผูเชิญธงพรอมดวยผูรักษาธงเดินไปเขาเขาประจําที่ ตอนนี้แถวลูกเสือไมตองแสดงความ เคารพ

ถาแถวลูกเสอื ตงั้ อยขู า งหนา ใกลก บั สถานทีไ่ วธ ง ไมต องจัดกองลูกเสือเชญิ ธง เมือ่ ถึงกาํ หนด เวลาใหเจา หนา ทเ่ี ชิญธงออกจากสถานท่ไี วธงไปเขาประจําที่ตามตามทางอันสะดวกเร็ว แถวลูก เสือแสดงความเคารพดังกลาวแลว ถาเปนการเชิญธงไปประดิษฐานในท่ีแหงอ่ืนช่ัวคราวกองลูกเสือเชิญธงไปถึงท่ีแลวใหหยุด และจัดแถวหนากระดานธงประปกขวาครั้นแลวผูกํากับลูกเสือเชิยเชิญธงบอกแสวงความเคารพ เม่ือไดย ินคําบอกวา “ ระวงั “ ใหผ ชู ว ยผูเชญิ ธงว่ิงไปอยูขา วหลงั ผรู ักษาธงทอ่ี อ นอาวโุ สไปอยู ขางหลังธง สวนผูรักษาธงท่ีมีอาวุโสสูงถัดข้ึนไปนั้น ใหกลับไปประจําที่ของตนในแถงกองลูก เสือ เมื่อสิ้นคาํ บอกวา “ วันทยา – วุธ ไ แลว ใหผ ูรักษาธงท่อี อนอาวโุ สนน้ั บอกวา “ ธงหนา – เดิน” แลวนาํ ธงเขา ประดษิ ฐานตามท่ี ตอ ไปนี้กองลกู เสือเชญิ ธงจะตองประจาํ รักษาธงอยู ณ ท่ี น้ันตอไปหรอื จะกลับไดกแ็ ลว แตจะไดรับคําสัง่ มาอยา งไร การเชญิ ธงกลบั ไปไวท เี่ ดมิ ถา เปน การเชิญจากสถานทหี่ นึง่ ไปสูท่ีอกี แหง หนึ่งก็ปฏบิ ตั ติ ามท่ี กลาวมาแลง โดยไมตองรอคอยเขจาหนาทีป่ ระจาํ ธง ธงลูกเสือประจําจังหวัดและธงคณะลูกเสือแหงชาติน้ัน ตามปกติยอมมวนเก็บรักษาไวในถุง คลมุ ธงเสมอ โอกาสท่ีจะเปดถงุ และคลีธ่ งออกนั้นมดี ังนี้ เม่ือธงประจําอยกู ับกองเกยี รติยศ ในการตรวจพลสวนสนาม ในงานพธิ ีของลูกเสือ ในการฝกตามปกติไมต องนาํ ธงลูกเสือประจาํ จงั หวดั ไปดว ย เวนแตเ มื่อมคี ํา สั่งเฉพาะจึงใหนาํ ไปดว ย ทา เชญิ ธง ในการทาํ ทา เชญิ ธง ใหก ระทาํ ติดตอกันไปโดยละมอ มไมต องเรง รบี เมื่อลูกเสอื ถอื ไมพ ลองในทา เรยี บอาวุธ ใหผเู ชิญธงจบั คนั ธงตอนกลางดวยมือขวา แขน ขวาปลอ ยใหหอ ยลงมาแนบกบั ขาอยางในทาตรง นิ้วชี้ น้ิวกลาง นว้ิ นางอยทู างหนา น้ิวกอยอยู ทาวขาง นิ้วหัวแมมืออยูทาวหลัง คนั ธงอยทู างขวาตน ธงอยูประมาณโคนนวิ้ กอยเทาขวา เม่อื ลูกเสือทําทาแบกอาวุธ เพื่อจะออกเดินไปใหใหผูเชิญธงยกธงข้ึนดวยมือขวาเม่ือพาดแลวลดมือ ซายกลับมาอยทู ่ีเดิม ดันธงพาดอยูบ นบา ตนคันธงเฉียงลงไปเบื้องลาง ขอ ศอกขวาทํามุม 90 องศา กับลาํ ตวั

ในการเคลอื่ นท่ีใหเชญิ ธงแบกขวา ในการเดินผานเฉพาะพระพักตรพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัว ในการเชิญรับธง จนถึงขณะที่กองลูกเสือเชิญธงจะเดินออก ตลอดทั้งในการเชิญธงออกจากแถวลูกเสือเพ่ือเชิญ กลับไปไวท เี่ ก็บและในการเชิญธงออกไปหนา แถวในกงานพธกี ็ดใี หเชิญธงในทา คือยกคันธงขน้ึ ดวยมือขวา ใหตวั ตรงแนบกบั บาขวา มอื ซายจับคนั ธงเสมอแนวบา มอื ขวาเหยยี ดจบั ตนคนั ธง ในการผานเฉพาะพระพักตพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวใหรักษาธงกระทําวันทย หัตถถวายความเคารพ สว นผูชวยผเู ชิญธงใหท าํ ทาแลขวา แขนไมแ กวงถวายความเคารพ การลดธงจากทาเคารพไปอยทู างตรงทาํ ดังนี้ คือ ปลอยมือขวาจากตน คนั ธงและยก ขึ้นไปจับคันธงชิดกับมือซายตรงทเี่ หมาะสมสาํ หรบั ถือในทาตรง แลว มอื ทัง้ สองชว ยกันหยอ น คันธงลงสูพนื้ ใหตน คนั ธงอยปู ระมาณโคนนิ้วกอ ย – เทาขวาและชิดเทาขวา ปลอยมอื ซา ยลงไป อยขู า งตวั ในทาตรง การแสดงความเคารพในเวลาอยูกับทเ่ี ม่อื มคี นบอกวา “ วันทยา – วธุ ใหผ ูเชญิ ธงยก ขึ้นในทาเคารพ ครั้นแลวใหผูเชญิ ธงทํากึง่ ขวาหันปลดปลายคันธง ลงทางหนาลงอยา งชา ๆ จน คันธง อยูในแนวเสนขนานคกู ับพ้นื มือทงั้ สองอยูเสมอแนวบา เมอ่ื ลดธงลงถึงที่เชน นี้ แลว ใหเชญิ ธงกลบั ขนึ้ ในทาเคารพชา ๆ ไดจงั หวะเชนเดยี วกบั ขาลง และใหค นเชญิ ธงอยูในทานีจ้ นกวา จะมี คําบอกวา “ เรียบ – อาวุธ “ จึงใหลดธงลงแลวจงึ ทํากงึ่ ซา ยหันอยูในทา ตรง ในโอกาสนใ้ี หผ ูรักษาธงกระทาํ วยั หตั ถ เม่ือมีคําบอกวา “ ถอดหมวก” ใหผเู ชญิ ธงทําดงั น้ี นํามือซายมาชวยมอื ขาว ยกคันธงมาทางหนา แลววางตน คันธงลงระหวา งเทาท้ังสอง ใหตนคนั ธงยันกบั เทา ขวา เอนคนั ไปดงิ กับแขนซา ยตรงขอศอกซงึ่ งออยนู ้ันคร้ันมอื ขวาปลอ ยคนั ธงไปถอหมวก ( ตามวิธที ีก่ ลาวมาแลวสําหรบั ทา ถอดหมวก ) มาวางบนมือซา ยแลว ลดมอื ขวาไป ไวในทาตรงเมอื มคี ําบอกวา “ สวมหมวก “ ใหผูเ ชิญธงสวมหมวกกอ นแลว ใชมือมือทั่งสองยก คันธงไปไวไ นทา ตรง

การฝกทดสอบการเปนผูนาํ จากคุณสมบัติและคุณลักษณะบุคลิกภาพของการเปนผูนํา สามารถนํามาเปนแนว ทางในการทดสอบการเปนผนู าํ การที่ลกู เสือสามารถฝก ฝนตนเองใหมคี ุณมาบตั ขิ องการเปน ผูน าํ นั้นเปนเร่ืองที่ไมเกินขีดความาสามารถของลูกเสือทุกคนท่ีมีความตังใจมั่นดังคํากลาวของ ศาสตราจารย ยอหน ดิวอ้ี “ ส่ิงกระตุนเตือนอยางแรงที่สุดแหงธรรมชาติมนุษยก็คือ ความ ปรารถนาทีจ่ ะเปน คนสําคญั ดังนั้นการฝก การตนเองอยเู สมอโดยอาศัยแนวทางในการฝกกบั เรอ่ื งการผจญภัย การ เดินทางไกล การเดนิ ทางสํารวจ การนกึ และคดิ แกไขเหตกุ ารณจ าํ ลองหรอื การใหค วามชวยเหลอื เพ่ีอนมนษุ ยอยูเสมอ ยอ มมผี ลนาํ ไปสูก ารเปน ผูน ําท่ีดปี ละมคี ณุ ภาพ จากคณุ สมบัติ ทั้ง 17 ลกู เสอื ทุกคนจะตอ งหมัน่ ฝกฝนตนเองเพื่อใหผานเกณฑ ท่ที างผูกาํ กับไดก าํ หนดไว แนวทางการทดสอบการเปนผูน าํ การฝก ทดสอบกําลังใจ การฝกการแกปญหาสถานการณต า ง ๆ การฝก การหลบหลกี เลยี่ ง 1. การฝกทดสอบกําลังใจ เปนการนาํ คุณสมบตั ขิ องผนู าํ ในดา นความรคู วามสามารถ ความกลา หาญ ความ เด็จขาด ความแนบเนียน ความอดทน ความกระตอื รือรน ความตืน่ ตวั ความชั่งใจหรอื ดุจพินจิ การบังคับตนเอง มาเปนแนวทดสอยโดยการทดทดสอยโดยอาศัยเนื้อหาพื้นฐานการเรียนลูกเสอื ในเร่ืองการผจลภัย การเดนิ ทางสํารวจ การเดินทางไกล ในการทดสอบผอู อกคาํ สงั่ หรือมอบ หมายงานใหไป ปฏบิ ตั ิ อาจใหฝ ก ปฏิบตั ิเปนรายบุคคลหรอื เปนกลุม 2. การฝกทดสอบการแกป ญ หาสถานการณต าง ๆ เปนการฝกทดสอบโดยการสมมุตเิ หตกุ ารณทอ่ี าจเสี่ยงภัย อาจเปน เหตุการณท่อี าศัยไหวพริบหรอื เชาวป ย ยาเชน การหลบหนขี า ศกึ โดยการขา มลํานาํ้ ลาํ หวยท่ีมอี นั ตราย การลอดอุโมงเพอ่ื หลบภยั การลอดลวดหนามเพื่อการสอดแนมหรือชวยเหลือผูเคราะหราย การปนปายหอยโหน ผูนําท่ีดี ยอมชว ยใหผตู ามมีความปลอดภยั สิง่ ตา ง ๆ เหลา น้จี ะตองอาศยั ความรู ความชาํ นานประสบ การณ ความคิดริเร่มิ ความอดทน ความไมเ ห็นแกตวั ความเหน็ อกเหน็ ใจ ในสมาชกิ หมู เปนเคร่อื ง ช้ีนาํ ในการคลคี่ ลายสถานการณจ นกวา คณะกรรมการทดสอบพงึ พอใจ

3. การฝกหลบหลกี และหลีกเลี่ยง เปนการฝกทดสอบการเปนผูนําอีกวิธีหหนึ่งที่ฝกใหนําเอาความสามารถเฉพาะตัวของแตละคน ออกมารรว มกันใชแกป ญหาอยางมรี ะบบและหลกั เกณจนประสบผลสําเร็จ อาจจะเปน การฝก ใหรู จักหลบหลกี ภัย อันตรายตา ง ๆ ทส่ี ามารถปองกันมใิ หเกดิ ขคน และรูจักการหลกี เลยี่ งสงิ่ ทีข่ ดี ตอ ศีลธรรมซวคง แนวทางตา ง ๆ ผกู ํากบั และาคณะกรรมการจะเปน ผูก าํ หนดใหป ฏบิ ัติเชน เดยี วกนั ช่ือเสียงและคุณความดีตาง ๆ ท่ีลูกเสือไดปฏิบัติก็เปนส่ิงที่ผูกํากับไดเล็งเห็นแลววาลูกเสือ สามารถจะนําไปใชในชีวิตประจําวนั ได

ตัวอยาง กจิ กรรมทดสอบการเปนผนู ํา ท่ี ชอื่ กิจกรรม กาํ ลงั ใจ แนวการทดสอบ 1 การขามลําธารสะพานเดี่ยว  แกปญ หา หลบหลีก/หลีก 2 การลอดอโุ มงค, ถํา้  3 การปนปา ย  เลียง 4 การพลางตวั  5 การขา มสะพานเชอื ก, แกวง   6 การหอ ยโหน   7 การหนการหนีน้าํ ปา, ไฟปา    8 การหนีน้าํ ปา ,ไฟปา  9 การกระโดดหอ  10 การพาํ รงชพี บนตน ไม  11 การพํารงชพี ในปา 12 การชวยเหลอื เพ่อื นมนุษย   13 การชวยเหลอื คนติดอยูบนท่สี ูง   14 การชวยเหลอื คนตกนาํ้   15 การพดู ,การแสดงออก   16 การสืบสวน   17 การสอดแนม   18 การหาวขา ว   19 การอภิปราย   20 การจดั การคา ย           หมายเหตุ กจิ กรรมอ่นื ๆ นอกจากทก่ี ลาวท่ขี ้นึ อยูกับการเลือกใชของผูกาํ กับลูกเสือ

แบบประเมนิ ผลการทดสอบการฝกผูนํา ครั้งที…่ …………(ฐานที)่ …………………….. ชอ่ื ………………………………………………ผถู ูกประเมนิ ชอ่ื กิจกรรม…………………. ท่ี หัวขอการประเมินความเปนผูนําบุคลิก เกณฑคะแนน หมายเหตุ ภาพและคุณลักษณะของผูน ํา เตม็ 10 1 ความเปน ผนู ํา (50) เกณฑการ ความรูความสามารถ 10 ผา น 80 % ความคดิ รเิ ร่ิม 10 การวางแผนงาน 10 การควบคมุ หมู ระบบหมู 10 การยอมรับภายในหมู กอง 10 2 บุคลกิ ภาพของผูน ํา (30) อปุ นิสยั 10 การควบคมุ อารมณ 10 ความพรอ มรา งกาย 10 3 คุณลกั ษณะของผูนํา (20) มนุษยสัมพันธ 10 การสรา งขวญั และการออกคําสง่ั 10 รวม 100 (ลงชือ่ )…………………………………………..ผปู ระเมิน (แบบประเมนิ น้ีสามารถปรับปรุงไดต ามความเหมาะสม) บทสรุป สงิ่ สุดทายที่สงิ สถติ ยอ ยใู นหัวใจของการลกู เสอื คือการบริการและชว ยเหลอื ผอู ่ืน บี.พี. ผูใหกาํ เนิดลูก เสอื โลกไดก ลา ววา “ ระหวา งที่ทา นมีชีวิติอยูท า นไดทําไประโยชนอะไรใหส ังคมใหกบั บานเมอื งทานบา ง ขอ ใหล กู เสอื ทกุ คนททบทวนดู ถา เรายงั ไมไ ดท าํ อะไร เรง เสีย ทาํ เสียเวลาไมคอยเรา วนั หนึ่ง ผา นไปชีวติ เราก็ นอ ยลง ๆ จงทาํ ประโยชนชวยเหลอื ผูอ ื่นตามอดุ มการณของเราใหม ากท่ีสุดเทา ทจี่ ะทาํ ได อยา ใหส ังคมมาวา เราไดว า ลกู เสอื น้นั ไมไดทาํ ประโยชนอะไรเลยเราคณะลูกเสอื จะเสียใจ เรงทําเสยี เดยี๋ วนี้ จงเสยี สละ อยาเห็น แกต วั จงบรกิ ารและชวยเหลือผอู นื่ จงทําเสียแตว ันนี้ พรุงนี้ และจะทาํ มากขึ้นทกุ ๆ วนั “


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook