หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1 หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 วทิ ยาศาสตร์ เล่ม 1 ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 3 Slide PowerPoint_สือ่ ประกอบการสอน บรษิ ัท อักษรเจริญทัศน์ อจท. จำกัด : 142 ถนนตะนำว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 Aksorn CharoenTat ACT.Co.,Ltd : 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand โทรศัพท์ : 02 622 2999 โทรสำร : 02 622 1311-8 [email protected] / www.aksorn.com
1หน่วยการเรยี นรู้ท่ี เรียนรวู้ ิทยาศาสตร์
วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ ตง้ั คาถาม ??? รวบรวมขอ้ มูล วเิ คราะหข์ ้อมลู • สังเกตแล้วเกิดความ หาข้อมูลด้วยวธิ ีตา่ งๆ นาขอ้ มลู ที่ไดม้ าแปลผล สงสัย หรอื อธบิ ายความหมาย • การสงั เกต • ต้ังคาถามเพ่ือหาคาตอบ • การสารวจ สรุปผล • การทดลองและ คาดคะเนคาตอบ สรุปผลจากการวเิ คราะห์ บันทกึ ขอ้ มูล ตรวจสอบ ใชข้ อ้ มูล / ความรเู้ ดมิ ว่าตรงกบั ท่ีคาดคะเนไวห้ รือไม่ มาชว่ ยคาดคะเนคาตอบ และนาความร้ทู ี่ไดไ้ ปประยกุ ตใ์ ช้
ทกั ษะ กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 8ขนั้ พื้นฐาน มี ทกั ษะ 4 6ข้นั ผสม มี ทกั ษะ 1 2 3 1 2 3 การใชจ้ านวน การสงั เกต การจาแนกประเภท การวัด การตัง้ สมมตฐิ าน การกาหนดนยิ าม การกาหนด เชงิ ปฏบิ ัตกิ าร และควบคมุ ตัวแปร 5 6 7 8 4 5 6 การลงความเหน็ การจัดกระทาและ การหาความสัมพนั ธ์ การพยากรณ์ การทดลอง การตคี วามหมายข้อมลู การสรา้ งแบบจาลอง จากข้อมูล สือ่ ความหมายข้อมูล ของสเปซกบั เวลา และลงขอ้ สรุป ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ทสี่ าคัญท่ีต้องเรียนร้แู ละฝกึ ฝนใหเ้ กิดความชานาญ
จติ วิทยาศาสตร์ คุณลักษณะหรอื ลักษณะนิสัยของบุคคลท่เี กดิ ขึ้นจากการศกึ ษาหาความรู้ โดยใช้กระบวน การทางวิทยาศาสตร์ เช่น อยากรู้อยากเหน็ มีความรับผิดชอบ มคี วามใจกวา้ ง มรี ะเบียบและรอบคอบ มีเหตุผล มคี วามซอ่ื สตั ย์
2หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ส่งิ แวดลอ้ มรอบตัวเรา ตัวช้วี ดั • เปรยี บเทียบลักษณะของสิง่ มีชวี ิตและส่งิ ไมมชี วี ิต จำกขอมลู ทรี่ วบรวมได
ลกั ษณะสาคัญของสิ่งมีชวี ติ 1 สิ่งมีชีวติ มกี ารเจรญิ เตบิ โต คน สัตว์ และพชื จะมีการเจรญิ เตบิ โต และหยดุ เจรญิ เติบโตเมื่อโตเตม็ วยั
ลักษณะสาคัญของส่งิ มีชวี ิต 2 สิง่ มีชีวติ มีการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย ร่างกายของคนและสตั วจ์ ะขับของเสยี ออกมา ในรูปของเหงื่อ ปสั สาวะ และอจุ จาระ สว่ นพืช จะขบั ออกมาทางรูปากใบ เชน่ การคายนา้
ลกั ษณะสาคญั ของสงิ่ มีชีวติ 3 สิง่ มชี ีวิตตอ้ งการอากาศหายใจ คนและสัตวต์ า่ งๆ หายใจ เพื่อการดารงชวี ติ ส่วนพชื หายใจเพ่อื นาแก๊สคารบ์ อนไดออกไซด์ มาสร้างอาหาร ถ้าสิ่งมชี วี ติ ทุกชนดิ ไม่มอี ากาศหายใจก็จะตาย
ลักษณะสาคัญของส่งิ มีชีวติ 4 ส่งิ มีชีวติ มีการตอบสนองต่อสง่ิ เร้า เพือ่ ความอยู่รอดในการดารงชีวิตของสง่ิ มชี วี ิต เชน่ ไก่จะส่งเสยี งร้องหรือบินหนี สิ่งเรา้ ทมี่ ากระตนุ้
ลักษณะสาคญั ของส่งิ มีชวี ิต 5 สง่ิ มีชวี ิตตอ้ งการอาหารและน้า เพ่อื สร้างพลงั งานและการเจริญเตบิ โตของรา่ งกาย ถ้ารา่ งกายคนและสัตวไ์ ดร้ บั อาหารและน้า ไมเ่ พียงพอ และถา้ ต้นพืชได้รับน้าและธาตุอาหารไมเ่ พยี งพอ อาจทาให้ไม่เจรญิ เติบโตและตายได้
ลักษณะสาคญั ของส่ิงมชี ีวิต 6 ส่ิงมีชวี ติ มีการสืบพันธุ์ เพอ่ื ออกลูกเพม่ิ จานวนของส่งิ มีชีวิตชนดิ เดียวกนั และเป็นการรักษาเผ่าพนั ธไ์ุ มใ่ หส้ ญู พนั ธ์ไุ ป
ลักษณะสาคัญของส่ิงมีชวี ิต 7 ส่ิงมชี ีวติ มกี ารเคล่อื นไหวและเคล่ือนที่ คนและสตั ว์สามารถเคลื่อนทแ่ี ละเคลือ่ นไหวได้ ส่วนพชื มกี ารเคลือ่ นไหวอย่างช้า ๆ และสงั เกตได้ค่อนข้างยาก
ลกั ษณะสาคัญของส่งิ มชี วี ิต ต้องการอาหารและนา้ ตอบสนองตอ่ สิง่ เร้า มกี ารเจริญเตบิ โต เคลอ่ื นไหวและเคลอ่ื นที่ ขับถา่ ยของเสยี สืบพนั ธ์ไุ ด้ หายใจได้
ลกั ษณะสาคญั ของสง่ิ ไม่มชี ีวติ ไม่สามารถเคลอื่ นไหว ไมม่ ีการเจรญิ เตบิ โต และเคลือ่ นทไ่ี ดเ้ อง ไม่ตอบสนองต่อสงิ่ เรา้ ไมส่ ืบพนั ธ์ุ ไมข่ ับถา่ ยของเสีย ไมห่ ายใจ ไมต่ อ้ งการอาหารและนา้
3หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี เรยี นร้ชู วี ิตพืช ตวั ชว้ี ดั • ระบุว่ำพชื ต้องกำรแสงและนำ เพื่อกำรเจริญเตบิ โต โดยใช้ข้อมูลจำกหลักฐำนเชิงประจักษ์ • ตระหนักถงึ ควำมจำเปน็ ที่พืชต้องไดร้ บั นำและแสงเพอื่ กำรเจรญิ เตบิ โต โดยดูแลพืชใหไ้ ดร้ บั ส่งิ ดังกลำ่ วอยำ่ งเหมำะสม • สร้ำงแบบจำลองท่บี รรยำยวฏั จกั รชวี ิตของพชื ดอก
ปจั จยั ทจ่ี าเป็นต่อการดารงชีวิตของพชื แสง • พืชมีคลอโรฟิลล์เป็นตัวดูดกลืนแสง เพ่ือนาแสงมาใช้เป็นพลังงานใน ก ร ะ บ ว น ก า ร สั ง เ ค ร า ะ ห์ ด้ ว ย แ ส ง หรอื การสร้างอาหารของพชื
ปจั จยั ท่จี าเป็นตอ่ การดารงชีวติ ของพืช น้า • น้าช่วยละลายธาตุอาหารท่ีอยู่ในดิน ทาให้รากดูดและลาเลียงธาตุอาหาร เหล่านั้นไปยังสว่ นตา่ งๆ ของพชื ได้ • พืชใช้น้าในกระบวนการสังเคราะห์ ด้วยแสงหรือการสรา้ งอาหารของพชื
ปัจจยั ท่จี าเป็นต่อการดารงชวี ติ ของพชื อากาศ • ในตอนกลางวัน ช่วงที่มีแสงพืชจะใช้ • ในตอนกลางคนื ชว่ งทไี่ มม่ แี สงพืช แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ในกระบวน จะใช้แก๊สออกซิเจนสาหรับหายใจ การสังเคราะห์ด้วยแสงหรือการสร้าง อาหารของพืชและหายใจเอาแก๊ส ������������ แก๊สออกซเิ จน ออกซิเจนออกมา แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ������������������ แก๊สออกซิเจน ������������
ปัจจยั ทจ่ี าเปน็ ต่อการดารงชวี ติ ของพชื ธาตุอาหาร ธาตอุ าหารหลัก พืชตอ้ งการมากและมอี ยูใ่ นดนิ ปรมิ าณนอ้ ย • พืชต้องการธาตุอาหารชนิดต่างๆ ที่มี ได้แก่ อยู่ในดิน โดยรากของพืชจะดูดซึม ธาตุอาหารไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของพืช NP K เพ่ือทาให้พืชมีการเจริญเติบโตและ แข็งแรง ไนโตรเจน ฟอสฟอรสั โพแทสเซียม ธาตอุ าหารรอง พชื ต้องการรองลงมาจากธาตอุ าหารหลกั และมีอยู่ในดนิ ปริมาณมาก ไดแ้ ก่ Ca Mg S แคลเซียม แมกนเี ซียม กามะถัน ธาตุอาหารเสรมิ พชื ตอ้ งการน้อย มีอยใู่ นดนิ ปรมิ าณนอ้ ย ได้แก่ Mo Mn Cu โมลิบดนี มั แมงกานีส ทองแดง Zn Cl Fe B สงั กะสี คลอรีน เหล็ก โบรอน
ส่วนประกอบตา่ งๆ ของพืชดอก เกสรเพศเมยี เกสรเพศผู้ เป็นสว่ นท่ีอยู่ถัดจากกลบี ดอก เป็นส่วนทอี่ ยู่ช้นั ในสดุ มกั มอี ย่หู ลายอัน ทาหน้าท่ีสร้าง ทาหน้าทใ่ี นการสร้างเซลล์ เซลล์สบื พันธ์เุ พศผู้ สืบพันธุเ์ พศเมยี กลบี เล้ียง กลีบดอก เป็นส่วนทีอ่ ย่ดู า้ นนอกสุด มักมีสีเขียว ทาหนา้ ที่หอ่ ห้มุ สว่ นของดอก ในขณะท่ี เป็นส่วนทีม่ ีสสี วยงาม มกี ลน่ิ หอม ยังตูมอยู่ เพือ่ ป้องกนั อันตรายจากแมลง เพอื่ ช่วยลอ่ แมลงใหม้ าผสมเกสร ทาหน้าทห่ี ่อห้มุ เกสรขณะทเี่ กสรยัง ออ่ นอยู่
ข้ันตอนการปฏิสนธิของพชื ดอก เกสรเพศผู้ เกสรเพศเมีย ข้นั ที่ 1 ขัน้ ท่ี 2 ขน้ั ท่ี 3 ละอองเรณปู ลวิ ไปตก ละอองเรณงู อกหลอด ละอองเรณงู อกเป็นหลอดยาว บนยอดเกสรเพศเมีย ไปตามเกสรเพศเมยี เข้าไปผสมกบั เซลล์ไข่ เกดิ การปฏิสนธิ
ข้นั ตอนหลงั จากการปฏิสนธขิ องพชื ดอก รังไข่ • รงั ไข่จะเจริญกลายเปน็ ผล ผนังรงั ไข่ ออวุล • ผนังรังไข่จะเจริญเป็นเปลือก และเน้อื ของผลไม้ • ออวุลจะเจริญเปน็ เมล็ด • ภายในเมล็ดจะเก็บต้นอ่อน และละเก็บสะสมอาหารไว้ ภายใน เพื่อเกิดไปเป็นพืชต้น ใหมต่ อ่ ไป
วัฏจักรชีวติ ของพชื ดอก วฏั จักรชีวิตของพืชดอกแตล่ ะชนดิ จะมีวัฏจกั รท่ีคลา้ ยๆ กัน ดังนี้ 1. เมือ่ นาเมลด็ ไปปลูก 2. เมื่อเมล็ดเร่มิ งอก จนมสี ภาวะทเี่ หมาะสมสาหรับการงอก เปน็ ตน้ อ่อน รากจะเริ่มดูดนา้ ได้ ลาต้น เมล็ดกจ็ ะเจรญิ เติบโต เลก็ ๆ เรม่ิ โผล่ขึน้ มาจากดิน และมใี บท่ี ไปเปน็ ตน้ พชื ตน้ ใหม่ เรมิ่ จะสรา้ งอาหารเองได้ 4. เมือ่ ดอกได้รับการสืบพนั ธุ์ 3. เมื่อเจรญิ เตบิ โตเตม็ ท่ี จะออกผล ซึ่งผลจะมเี มล็ดอยู่ข้างใน ต้นพืชจะเร่ิมออกดอก ซ่ึงดอกจะทาหน้าท่ีในการสืบพนั ธ์ุ เมอ่ื สภาพแวดล้อมมคี วามเหมาะสม พืชจะเกดิ การหมุนเวยี นเป็นเชน่ น้ไี ปเรอื่ ยๆ เรียกวา่ วัฏจกั รชวี ติ ของพืชดอก
ตวั อย่างวัฏจกั รชีวติ ของพืชดอกใบเลี้ยงเด่ยี ว ตน้ ที่เจรญิ เติบโตเตม็ ทจ่ี นมดี อก ผลและเมลด็ วฏั จกั รชวี ติ ของมะพร้าว มีวัฏจักรชีวติ ประมาณ 4-6 ปี ต้นออ่ น
ตัวอยา่ งวฏั จักรชีวติ ของพืชดอกใบเลีย้ งคู่ ตน้ ท่เี จรญิ เตบิ โตเต็มท่ีจนมดี อก ผลและเมลด็ วัฏจักรชวี ติ ของมะมว่ ง มีวัฏจักรชวี ติ ประมาณ 4-6 ปี ต้นออ่ น
Search
Read the Text Version
- 1 - 26
Pages: