แบบรูปของจานวนที่ลดลงทีละ 2 ทลี ะ 5 และทลี ะ 100 -5 แบบรูปของจานวนท่ีลดลงทีละ 5 -5 -5 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 จะเหน็ วำ่ 40 35 30 25 ... เป็นแบบรูปของจานวนที่ลดลงทลี ะ 5 -5 -5 -5 335 336 337 338 339 340 341 342 343 344 345 346 347 348 349 350 จะเหน็ ว่ำ 350 345 340 335 ... เป็นแบบรูปของจานวนทีล่ ดลงทีละ 5
แบบรูปของจานวนที่ลดลงทีละ 2 ทีละ 5 และทีละ 100 -100 แบบรปู ของจานวนท่ลี ดลงทลี ะ 100 -100 -100 -100 -100 -100 -100 50 100 150 200 250 300 350 400 450 500 550 600 650 700 750 จะเห็นว่ำ 750 650 550 450 350 250 150 50 ... เป็นแบบรปู ของจานวนทีล่ ดลงทีละ 100 -100 -100 -100 -100 -100 -100 -100 300 350 400 450 500 550 600 650 700 750 800 850 900 950 1000 จะเหน็ วำ่ 1000 900 800 700 600 500 400 300 ... เป็นแบบรปู ของจานวนทลี่ ดลงทีละ 100
แบบรปู ซา้ แบบรูปซ้า 2 จานวน 230 112 230 112 230 112 ... จะเหน็ ว่ำ แบบรปู มคี วำมสัมพนั ธก์ นั โดยแสดงจำนวนเป็นชดุ ๆ แตล่ ะชดุ มี 2 จำนวน คอื 230 และ 112
แบบรูปซา้ แบบรูปซา้ 3 จานวน 101 123 987 101 123 987 101 123 987 ... จะเห็นวำ่ แบบรปู มีควำมสัมพนั ธก์ ันโดยแสดงจำนวนเปน็ ชดุ ๆ แต่ละชุดมี 3 จำนวน คอื 101 123 และ 987
แบบรูปซา้ แบบรปู ซา้ 4 จานวน 542 487 755 984 542 487 755 984 ... จะเหน็ วำ่ แบบรูปมคี วำมสัมพันธก์ นั โดยแสดงจำนวนเปน็ ชุดๆ แต่ละชุดมี 4 จำนวน คอื 542 487 755 และ 984
5หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี กำรประกวดวำดภำพโดยใชร้ ูปเรขำคณติ รปู เรขาคณิต ตวั ช้วี ัด • จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลำยเหลีย่ มและวงกลม
ลกั ษณะของรูปหลายเหลย่ี ม วงกลม และวงรี มุม รปู สามเหลี่ยม ด้าน ด้าน มีด้าน 3 ดา้ น มมุ มุม มีมุม 3 มุม ด้าน ส่งิ ของที่มีสว่ นประกอบเป็นรปู สามเหลยี่ ม เช่น ธง พรี ะมิด ข้ำวตม้ สำมเหลยี่ ม หนำ้ จั่วบ้ำน
ดา้ น มุม รปู สเ่ี หลีย่ ม มุม ดา้ น มีด้าน 4 ดา้ น ด้าน มุม มีมุม 4 มมุ มมุ ด้าน ส่ิงของทมี่ ีส่วนประกอบเปน็ รปู สเี่ หลย่ี ม เช่น กระดำนดำ โทรทศั น์ กลอ่ งกระดำษทชิ ชู กระเปำ๋ เดินทำง
ดา้ น รูปหา้ เหลี่ยม มุม มุม มีด้าน 5 ดา้ น ดา้ น ดา้ น มมี ุม 5 มมุ มมุ มมุ ดา้ น มุม ดา้ น ส่งิ ของทีม่ สี ่วนประกอบเป็นรูปหา้ เหล่ียม เช่น สระว่ำยนำ้ เดก็ ถงั ขยะ กระเปำ๋ สะพำย กระจกรถจักรยำนยนต์
ดา้ น รูปหกเหล่ียม มุม มุม ด้าน ดา้ น มดี า้ น 6 ด้าน มีมุม 6 มุม มุม มมุ ด้าน ดา้ น มมุ ดา้ น มุม ส่งิ ของที่มสี ว่ นประกอบเป็นรูปหกเหลย่ี ม เชน่ นำฬกิ ำ รงั ผ้งึ โต๊ะ แจกนั
ดา้ น มมุ ด้าน รปู เจ็ดเหลย่ี ม มมุ มุม มีดา้ น 7 ด้าน ดา้ น ดา้ น มีมุม 7 มมุ มุม มมุ ด้าน มุม มุม ด้าน ด้าน ส่งิ ของท่ีมสี ่วนประกอบเปน็ รูปเจ็ดเหล่ยี ม เช่น ต่ำงหู ถ้วยรำงวลั แว่นตำ
ด้าน ดา้ น รปู แปดเหลยี่ ม ด้าน มุม มุม มมุ มดี ้าน 8 ดา้ น มมุ ดา้ น มีมมุ 8 มมุ ด้าน มุม มุม ดา้ น ด้าน มุม มุม ด้าน สิง่ ของที่มสี ว่ นประกอบเปน็ รูปแปดเหลย่ี ม เช่น กระจกฮวงจ้ยุ ปำ้ ยจรำจร ชิงชำ้ สวรรค์ อฐิ บล็อก
วงกลม วงรี สงิ่ ของที่มสี ว่ นประกอบเปน็ วงกลม เชน่ สงิ่ ของทีม่ ีสว่ นประกอบเปน็ วงรี เช่น นำฬกิ ำ ล้อรถ กระจก จำน จักรยำน
การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิตโิ ดยใชแ้ บบของรูป รูปสามเหล่ยี ม เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรูปสามเหลยี่ ม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ปู สามเหลย่ี มตามต้องการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรูปสามเหลย่ี ม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ูปสามเหลยี่ มตามตอ้ งการ
รปู ส่เี หล่ยี ม เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรปู สเ่ี หลยี่ ม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ปู ส่เี หลย่ี มตามต้องการ เขยี นตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรูปสี่เหลยี่ ม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ูปส่เี หลยี่ มตามตอ้ งการ
รูปห้าเหล่ยี ม เขยี นตามขอบในของแบบ 1 แบบของรปู หา้ เหลย่ี ม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ปู ห้าเหลย่ี มตามต้องการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรูปห้าเหลย่ี ม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ูปหา้ เหลยี่ มตามตอ้ งการ
รูปหกเหลี่ยม เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรูปหกเหลยี่ ม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ปู หกเหลย่ี มตามต้องการ เขยี นตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรูปหกเหลย่ี ม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ปู หกเหลี่ยมตามตอ้ งการ
รปู เจ็ดเหลีย่ ม เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรปู เจด็ เหลี่ยม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ูปเจด็ เหล่ยี มตามต้องการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรปู เจด็ เหลย่ี ม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ปู เจด็ เหลยี่ มตามตอ้ งการ
รปู แปดเหล่ียม เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรปู แปดเหลยี่ ม 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดร้ ปู แปดเหลย่ี มตามต้องการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรปู แปดเหลี่ยม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ไดร้ ูปแปดเหลยี่ มตามตอ้ งการ
วงกลม เขยี นตามขอบในของแบบ 1 แบบของรปู วงกลม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ได้วงกลมตามต้องการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรปู วงกลม 2 ลากเส้นตามแบบ 3 ได้วงกลมตามต้องการ
วงรี เขียนตามขอบในของแบบ 1 แบบของรูปวงรี 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ได้วงรตี ามตอ้ งการ เขียนตามขอบนอกของแบบ 1 แบบของรูปวงรี 2 ลากเสน้ ตามแบบ 3 ไดว้ งรตี ามต้องการ
6หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี การวดั ความยาว ตัวชีว้ ัด • วัดและเปรยี บเทยี บควำมยำวเปน็ เมตรและเซนติเมตร • แสดงวิธีหำคำตอบของโจทยป์ ญั หำกำรบวก กำรลบเก่ยี วกบั ควำมยำวท่มี ีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร
การวดั ความยาวเป็นเมตรและเซนตเิ มตร 1 เมตร 20 เซนตเิ มตร การวดั ความยาวทม่ี ากกว่า 1 เมตร นยิ มใช้ตลบั เมตร เปน็ เครอ่ื งมอื ในการวัดความยาว ความสงู และระยะทาง 99 100 ซม. 1 ม. 1 เมตร (ม.) เท่ากบั 100 เซนตเิ มตร (ซม.)
การวดั ความสงู เปน็ เมตรและเซนตเิ มตร เสาไฟฟา้ สูง 2 เมตร 2 เมตร 50 เซนติเมตร 50 เซนตเิ มตร
การวัดระยะทางเปน็ เมตรและเซนตเิ มตร บ้านแกว้ บ้านเกง่ จากบ้านแก้วถึงบา้ นเก่ง มีระยะทาง 5 เมตร 40 เซนติเมตร
การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร การคาดคะเนความยาวเม่ือเปรียบเทียบกบั ความยาว 1 เมตร กำรคาดคะเนความยาวของต้หู นังสือ ซ90ม. การคาดคะเน วดั จรงิ ตู้หนังสือน่าจะยาวนอ้ ยกว่า 1 เมตร ตู้หนังสอื ยาว 90 เซนตเิ มตร
การคาดคะเนความยาวเปน็ เมตร กำรคาดคะเนความสูงของตหู้ นงั สือ การคาดคะเน 1ซ3ม0. ตู้หนังสือน่าจะสงู ประมาณ 1 เมตร วัดจรงิ ต้หู นังสอื สูง 1 เมตร 30 เซนติเมตร แสดงว่า คาดคะเนผิดไป 30 เซนตเิ มตร
การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร กำรคาดคะเนระยะทางจำกเสำธงถึงอำคำรเรียน โรงเรยี น การคาดคะเน วัดจริง จากเสาธงถึงอาคารเรยี นน่าจะมรี ะยะทาง 8 เมตร จากเสาธงถึงอาคารเรยี นมีระยะทาง 10 เมตร แสดงวา่ คาดคะเนผดิ ไป 2 เมตร
การคาดคะเนความยาวเป็นเมตร 2ซ2ม0. กำรคาดคะเนความยาวของโตะ๊ รบั ประทำนอำหำร การคาดคะเน วดั จรงิ โตะ๊ รบั ประทานอาหารน่าจะยาว โตะ๊ รับประทานอาหารยาว 2 เมตร 20 เซนตเิ มตร ประมาณ 2 เมตร แสดงว่า คาดคะเนผดิ ไป 20 เซนติเมตร
การเปรียบเทียบความยาวโดยใช้ความสัมพันธร์ ะหวา่ งเมตรกบั เซนตเิ มตร การเปรียบเทียบความยาว A 1 เมตร 19 เซนตเิ มตร B 149 เซนตเิ มตร จากรูป หลอดไฟ A ยาว 1 เมตร 19 เซนติเมตร และหลอดไฟ B ยาว 149 เซนตเิ มตร 1 เมตร 19 เซนตเิ มตร กับ 149 เซนติเมตร จาก 1 เมตร เท่ากับ 100 เซนตเิ มตร 1 เมตร 19 เซนติเมตร เท่ากับ 100 + 19 เซนตเิ มตร = 119 เซนติเมตร ดังนั้น 119 เซนติเมตร ส้ันกวา่ 149 เซนติเมตร สรุปได้วา่ หลอดไฟ A สนั้ กวา่ หลอดไฟ B
การเปรยี บเทียบความยาวโดยใช้ความสมั พันธ์ระหว่างเมตรกับเซนตเิ มตร การเปรียบเทียบความสูง จากรูป เด็กชาย ก สงู 165 เซนติเมตร และเดก็ ชาย ข สงู 1 เมตร 56 เซนติเมตร 165 1 เมตร จาก 1 เมตร เทา่ กบั 100 เซนตเิ มตร เซนตเิ มตร 56 เซนติเมตร 1 เมตร 56 เซนตเิ มตร เท่ากับ 100 + 56 = 156 เซนตเิ มตร เดก็ ชาย ก เดก็ ชาย ข จะได้ว่า 165 เซนตเิ มตร มากกว่า 156 เซนติเมตร สรุปได้วา่ เดก็ ชาย ก สงู กวา่ เด็กชาย ข
การเปรียบเทียบความยาวโดยใชค้ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างเมตรกับเซนติเมตร การเปรียบเทียบระยะทาง บา้ นของฉัน บา้ นคณุ ตาคณุ ยาย บา้ นคณุ ปคู่ ณุ ยา่
การเปรยี บเทียบความยาวโดยใช้ความสมั พนั ธร์ ะหว่างเมตรกับเซนตเิ มตร การเปรียบเทียบระยะทาง จากรปู จากบ้านของฉันถงึ บา้ นคุณตาคุณยายมีระยะทาง 8 เมตร 60 เซนตเิ มตร และจากบ้านของฉนั ถงึ บ้านคุณปคู่ ุณยา่ มีระยะทาง 260 เซนติเมตร จาก 1 เมตร เท่ากับ 100 เซนติเมตร 8 เมตร เทา่ กับ 100 + 100 + 100 + 100 + 100 + 100 + 100 + 100 = 800 เซนติเมตร 8 เมตร 60 เซนตเิ มตร เทา่ กับ 800 + 60 = 860 เซนติเมตร จะได้วา่ 860 เซนติเมตร มากกวา่ 260 เซนตเิ มตร ดงั นนั้ จากบ้านของฉันถงึ บา้ นคณุ ตาคุณยายมรี ะยะทาง ไกลกว่า จากบ้านฉนั ถงึ บา้ นคณุ ปู่คณุ ยา่ หรอื จากบ้านของฉนั ถึงบ้านคุณป่คู ณุ ย่ามรี ะยะทาง ใกล้กว่า จากบา้ นฉันถึงบา้ นคณุ ตาคณุ ยาย
โจทยป์ ญั หาเกยี่ วกบั ความยาวท่ีมีหน่วยเป็นเมตรและเซนติเมตร สินีมเี ชือกสีเขียวยาว 3 เมตร 20 เซนติเมตร มเี ชอื กสแี ดงยาว 8 เมตร 50 เซนตเิ มตร สนิ ีมีเชอื กสีเขยี ว สั้นกวา่ สแี ดงกเ่ี มตร ก่ีเซนตเิ มตร ขั้นตอนการแก้โจทยป์ ัญหา 1) การวเิ คราะห์โจทยป์ ัญหา สงิ่ ทโ่ี จทยก์ าหนดให้ สินมี เี ชือกสเี ขียวยำว 3 เมตร 20 เซนติเมตร และ มเี ชือกสีแดงยำว 8 เมตร 50 เซนติเมตร สิ่งท่โี จทย์ถาม สนิ มี เี ชือกสเี ขยี วสน้ั กวำ่ สีแดงกเ่ี มตร ก่เี ซนตเิ มตร
2) การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา 8 เมตร 50 เซนติเมตร เชอื กสแี ดง เชอื กสีเขยี ว ? 3 เมตร 20 เซนติเมตร
3) การแก้ปัญหา วธิ ีทา เมตร เซนตเิ มตร สนิ มี เี ชอื กสีแดงยำว 8 50 - มเี ชือกสีเขียวยำว 3 20 สนิ ีมีเชอื กสเี ขียวสน้ั กวำ่ เชอื กสแี ดง 5 30 ตอบ สินมี ีเชือกสีเขียวสั้นกวา่ เชอื กสแี ดง ๕ เมตร ๓๐ เซนติเมตร
4) การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ เน่ืองจำก 8 เมตร 50 เซนตเิ มตร เทำ่ กับ 8 เมตรครงึ่ และ 3 เมตร 20 เซนตเิ มตร มำกกว่ำ 3 เมตร จะไดว้ ำ่ ผลลบทไี่ ดค้ วรมำกกว่ำ 5 เมตร ดังนนั้ 5 เมตร 30 เซนติเมตร จงึ เปน็ คำตอบทีส่ มเหตสุ มผล
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 7 เวลา ตัวชว้ี ดั • แสดงวธิ หี ำคำตอบของโจทย์ปญั หำเก่ียวกับเวลำท่ีมหี น่วยเด่ียวและเป็นหน่วยเดียวกนั
กำรบอกเวลำเป็นนำฬกิ ำและนำที (ชว่ ง 5 นำท)ี เวลาช่วงกลางวัน นาฬกิ าและการบอกชว่ งเวลา เริ่มตงั้ แต่เวลาประมาณ 6 นาฬกิ า เขม็ ยาว จนถึงเวลาประมาณ ใช้บอกเวลาเป็นนาที 18 นาฬิกา เขม็ สัน้ 1 วัน มี 24 ชวั่ โมง 12 ชวั่ โมง ใชบ้ อกเวลาเป็นช่ัวโมง เวลาช่วงกลางคนื เรมิ่ ตั้งแตเ่ วลาประมาณ 18 นาฬกิ า จนถงึ เวลาประมาณ 6 นาฬิกา 12 ช่ัวโมง
กำรบอกระยะเวลำเป็นชว่ั โมงและนำที การบอกระยะเวลาเป็นนาที สมชำยเริ่มอำบน้ำเวลำ 6 นาฬิกา สมชำยอำบนำ้ เสร็จเวลำ 6 นาฬกิ า 20 นาที สมชำยใชร้ ะยะเวลำอำบนำ้ 20 นาที
กำรบอกระยะเวลำเปน็ ช่ัวโมงและนำที การบอกระยะเวลาเปน็ ชว่ั โมง แม่เข้ำนอนเวลำ 22 นาฬิกา 30 นาที ตื่นนอนเวลำ 5 นาฬกิ า 30 นาที แมใ่ ช้ระยะเวลำนอน 7 ช่วั โมง
กำรเปรยี บเทยี บระยะเวลำเป็นช่ัวโมง เปน็ นำที การเปรยี บเทยี บระยะเวลาเป็นนาที สนิ เี ริ่มทำกำรบ้ำน สนิ ที ำกำรบ้ำนเสร็จเวลำ สินีใช้ระยะเวลำทำ เวลำ 19 นาฬกิ า กำรบำ้ น 19 นาฬกิ า 30 นาที นธิ ศิ เริม่ ทำกำรบำ้ น 30 นาที เวลำ 19 นาฬกิ า นธิ ิศทำกำรบ้ำนเสรจ็ เวลำ นธิ ศิ ใชร้ ะยะเวลำทำ สร1ุป9 สนนิ าีใฬชิกร้ าะย4ะ5เวนลาำทีำ กำรบ้ำน
กำรเปรียบเทยี บระยะเวลำเป็นช่ัวโมง เปน็ นำที การเปรยี บเทยี บระยะเวลาเป็นช่วั โมง พอ่ ใช้ระยะเวลำขบั รถไปทำงำน เวลำ 6 2 ชั่วโมง เวลำ 8 นาฬิกา นาฬกิ า แมใ่ ช้ระยะเวลำทำอำหำร 1 เวลำ 19 เวลำ 18 ช่วั โมง สรุป พอ่ ใชร้ ะยะเวลำขบั รถไป
กำรอ่ำนปฏิทนิ 1 สัปดาห์ มี 7 วนั วนั ในหนึ่งสปั ดาห์ วนั จันทร์สเี หลือง วันอังคำรสีชมพู วันพุธสีเขยี ว วันพฤหัสบดีสแี สด วันศกุ รส์ ฟี ้า วนั เสำรส์ มี ว่ ง วันอำทิตยส์ แี ดง
กำรอ่ำนปฏิทนิ อันดับท่ี ช่ือเดอื น จานวนวนั ชอื่ เดอื นและอนั ดับทข่ี องเดอื น 111372586941102 พภมกกมกตมสธเพพกำำมยยคคมุรนันีำถิุลฤำงิกยคันมมฤันษกยหคนนมมุภศำวำรนมษยธนฎคำมคำำำจำำ์ ิ 3128 หรอื 29 วนั วววววววววว3333333333นนนนนัััััััันันันนน1101101010 12 เดือน มี 365 วนั หรอื 366 วัน คดิ เป็น 1 ปี ฟเดือนทลี่ งทา้ ยด้วย คม มี 31 วัน และเดือนที่ลงท้ายด้วย ยน มี 30 วนั เดือนกุมภาพันธ์ มี 28 วัน แต่ทุกๆ 4 ปี มี 29 วัน ฟเม่อื ครบ 12 เดือน หรือ 1 ปี จะเปลีย่ นปพี ทุ ธศักราช (พ.ศ.) ใหม่
กำรอำ่ นปฏทิ นิ ปฏิทิน ปฏทิ ิน ประกอบดว้ ย เดือน ในปฏิทิน มี 12 เดอื น พ.ศ. ในปฏิทิน ปีปจั จบุ นั วนั ในปฏทิ นิ มี 7 วัน หรือ 1 สปั ดาห์ วนั ท่ี ในปฏทิ นิ ตามเดอื นปจั จุบัน การอา่ นปฏทิ นิ • เดือนนี้ คือ เดอื นมกรำคม พทุ ธศกั รำช 2562 • เดอื นนม้ี ี 31 วัน ซง่ึ มวี นั อำทิตย์ 4 วัน • ถำ้ วนั นี้เปน็ วนั จันทร์ที่ 21 พร่งุ นจ้ี ะเป็น วันองั คำรที่ 22
โจทย์ปัญหำเกีย่ วกบั เวลำ นธิ ศิ เร่ิมทาการบา้ นเวลา 19 นาฬกิ า 15 นาที ทาการบา้ นเสรจ็ เวลา 20 นาฬกิ า 30 นาที นิธศิ ใช้ระยะเวลาทาการบ้านนานเท่าใด ข้ันตอนการแก้โจทยป์ ัญหา 1. การวเิ คราะห์โจทย์ปญั หา 2. การวางแผนแกโ้ จทย์ปญั หา สงิ่ ทโ่ี จทยก์ าหนดให้ 19.10 19.20 19.40 19.50 20.10 20.20 20.40 20.50 นธิ ศิ ทำกำรบำ้ นเวลำ 19 นำฬิกำ 15 นำที 19.00 น. 19.30 น. 20.00 น. 20.30 น. 21.00 น. ทำกำรบ้ำนเสร็จเวลำ 20 นำฬิกำ 30 นำที สง่ิ ทโี่ จทยถ์ าม นิธศิ เรมิ่ ทำกำรบำ้ น นิธศิ ทำกำรบ้ำน นิธิศใชร้ ะยะเวลำทำกำรบ้ำนนำนเทำ่ ใด เวลำ 19.15 น. เสรจ็ เวลำ 20.30 น.
โจทย์ปญั หำเกีย่ วกับเวลำ นิธศิ เรม่ิ ทาการบา้ นเวลา 19 นาฬิกา 15 นาที ทาการบ้านเสรจ็ เวลา 20 นาฬกิ า 30 นาที นธิ ิศใชร้ ะยะเวลาทาการบ้านนานเท่าใด ขัน้ ตอนการแก้โจทยป์ ญั หา 3. การแก้ปญั หา 4. การตรวจสอบความสมเหตสุ มผลของคาตอบ น1 า10ฬกิ าน2 1า0 ที วิธที า นธิ ศิ ทำกำรบำ้ นเสร็จเวลำ 20 นเิธ11เ1232เตศิใขขขเใ950500หัวชวม็ม็็มเ้ เวลเญยปนนยนลนยล็นำำำำำทาา่ขคาาวำใำววฬท6ฬททฬกตชเำเเอ60ดีรกิีีดิกดิกบ้เบวทนิา้ำนิานิาในส่ีนลชมไไจ1าำเปปเ้หำชวทต่ัว5กสุล1โ1ีมมหำผ2งนตลช1ร1ัวา5ชอือ่ ท5เนอ่ลงา1ีทงนขี ใชาห3ั่วทญโีไมป่ งใช้ -30 เริ่มทำกำรบำ้ นเวลำ 19 15 นิธศิ ใชร้ ะยะเวลำทำกำรบ้ำนทง้ั หมด 01 15 หรือ 1 ช่ัวโมง 15 นาที ตอบ นิธิศใช้ระยะเวลำทำกำรบ้ำน 1 ช่วั โมง 15 นาที
Search