การสรุปเนื้อหา หน่วยที่ 1-9 นำ เ ส น อ สู่ นำ เ ส น อ โ ด ย Supajaroen Nilapun นางสาวพัชรี เชียงพฤกษ์
หน่วยที่ 1 Big Data
Big Data คือ สําคัญ อย่างไรในยุคปัจจุบัน ? Big Data (บิ๊ก ดาต้า) 1. มีปริมาณมาก (Volume) ปัจจัยข้อแรกแน่นอนว่าคําว่า Big Data มีคําว่า “Big” นั่นก็คือข้อมูลที่มีขนาด ใหญ่ ซึ่ง สามารถเป็นได้ท้ังรูปแบบ Online และ Offline ซึ่งส่วนมากแล้วจะมีปริมาณมากกว่าหน่วย TB (Terabyte) ขึ้นไป หรือ บิ๊กดาต้า (Big Data) คือคํานิยามของ ปริมาณของข้อมูล ที่ต้องมีคุณค่า และมีมากพอ ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่ทุกชนิดที่อยู่ใน 2. มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว (Velocity) ส่งผ่านข้อมูล Update กันอย่างต่อเน่ือง (Real-time) จนทํา ให้การ องค์กรของเราไม่ว่า จะเป็น ข้อมูล วิเคราะห์ง่ายๆแบบ Manual เกิดข้อจํากัด หรือไม่สามารถจับรูปแบบหรือทิศทางของข้อมูลได้ หรือ ความเร็วของข้อมูลท่ีเข้า บริษัท ข้อมูลลูกค้า Suppliers มา และการค้นหาข้อมูล แต่ถ้าเข้ามาแล้วค้นหาไม่เร็วไม่ถือว่าเร็ว พฤติกรรมผู้บริโภค Transaction 3. หลากหลายประเภทหรือแหล่งที่มา (Variety) หมายถึงรูปแบบของข้อมูลท่ีแตกต่างกันออกไป ทั้งใน รูปแบบ ตัวอักษร ไฟล์เอกสารต่างๆที่ เก่ียวข้องท้ังหมด วิดีโอ รูปภาพ ไฟล์ต่างๆ ฯลฯ และหลากหลายแหล่งท่ีมาเช่น Social Network หรือ Platform E- Commerce ต่างๆ รวมไปจนถึง รูปภาพ URLs ลิงค์ 4. ยังไม่ผ่านการประมวลผล (Veracity) ยังไม่ผ่านการ Process ให้อยู่ในรูปแบบของข้อมูลดิบ (Raw Data) ที่สามารถใช้ ต่างๆที่คุณเก็บไว้ ฯลฯ ท่ีมีปริมาณมาก สร้างประโยชน์ต่อองค์กรได้ หรือ คุณภาพของข้อมูล ต้องเช่ือถือได จนกระทั่ง ซอฟต์แวร์ปกติท่ัวไปไม่ สามารถรองรับการเก็บข้อมูลหรือ ทําไมต้อง Big Data? ประมวลผลได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ คุณเป็นลูกค้าของธุรกิจเหล่านี้หรือไม่ Netflix, Youtube, Facebook, Twitter, Google, Walmart, Starbucks หนึ่งในเทคโนโลยีที่ทําให้บริษัทเหล่านี้ประสบความ สําเร็จคือ Big Data พวกเขามีข้อมูลในมือจํานวม หาศาล สามารถนํามาใช้วิเคราะห์ เพ่ือหาโอกาสทางธุรกิจ และตัดสินใจในเรื่องสําคัญๆจากผลประมวลจากข้อมูล เหล่า นั้น กระบวนการจาก Big Data สู่ความ ทําความรู้จักเก่ียวกับ คุกกี้ และ แคช สัมพันธ์ของข้อมูล ■ คุกกี้ (Cookie) หมายถึง ข้อมูลท่ีถูกเก็บไว้ในรูปแบบของไฟล์ชนิดหนึ่ง เป็นไฟล์ที่จะบรรจุข้อมูล 1.Storage: การรวบรวมข้อมูลมาจัด การใช้งานของเราอยู่ เช่น ข้อมูลที่ บอกว่าเราเข้าไปเย่ียมชมเว็บไซต์ไหนมาแล้วบ้าง ดูลักษณะว่าเรา เก็บ จะมีความสนใจเร่ืองใดบ้าง ซ่ึงข้อมูลเหล่าน้ีจะถูกส่งกลับไปยัง เว็บไซต์ท่ีเราไปเย่ียมชม เพื่อติดตามดู 2. Processing: การประมวลผล พฤติกรรมของเรา ด้วยจุดประสงค์ทางการตลาด หรือจุดประสงค์อื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น เพ่ือ วิ 3. Analyst: การวิเคราะห์และนําเสนอ เคราะก์ว่าเราสนใจอะไรเป็นพิเศษ หรือเพ่ือส่งโฆษณามาให้เราได้อย่างตรงความต้องการของเรา อันที่ จริงแล้ว สําหรับการเข้าชม บางเว็บไซต์ เราสามารถที่จะปฏิเสธไม่รับคุกก้ีได้ แต่ถ้าปฏิเสธ ก็อาจส่ง ผลให้เราไม่สามารถใช้เว็บไซต์นั้น ๆ ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน ส่วนมากคนจึงเลือกที่จะ รับคุกกี้ และเข้าชมเว็บไซต์ตามปกติ แล้วจึงค่อยมาลบคุกกี้ออกภายหลังนั่นเอง ■ แคช (Cache) เป็นข้อมูลท่ีมาจากการท่ีเราเข้าชมเว็บไซต์ต่าง ๆ เช่นเดียวกัน และเป็นข้อมูลท่ีถูก เก็บไว้ในรูปแบบของไฟล์ชนิดหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่คล้ายตัวช่วยอํานวยความสะดวก เพราะเม่ือเรากลับ เข้าไปที่เว็บไซต์ที่เคยเข้าไปชมแล้วก่อนหน้าน้ี มันจะทําหน้าที่ค้นหา ภายในเครื่องให้ก่อนเป็นลําดับแรก ช่วยให้เราสามารถเข้าเว็บไซต์ที่เคยเข้าแล้ว หรือเข้าชมเป็นประจําได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ ในทาง กลับกัน หากเราสะสมเจ้าแคชนี้ไว้มาก ๆ ก็อาจไม่เป็นผลดีต่อการทํางาน เนื่องจากเปรียบเสมือนไฟล์ ขยะที่ทําให้สิ้นเปลือง เนื้อที่ในเครื่อง ส่งผลให้การทํางานช้าลง หนืด อดื ไม่รวดเร็วปรู๊ดปร๊าดอย่างที่ ควรจะเป็น
สรุป ถ้าสนใจจะเริ่มทํา Big Data สําหรับธุรกิจองค์กร ต้อง ทําอย่างไร? 1.การวางแผนและกําหนดโครงสร้างการเก็บรวบรวมข้อมูล จริงๆแล้วข้อมูลเป็นสินทรัพย์ท่ีมีค่ามาก คุณควรวางวัตถุประสงค์และกําหนดเป้า หมายว่าต้องการนําข้อมูลที่ได้ไป ใช้ทําอะไร มองก่อนว่าปัญหาในธุรกิจของเรามี อะไรบ้าง หาต้นเหตุของปัญหาว่าเกิดขึ้นเมอื่ ไหร่ จะเก็บข้อมูลสําคัญ ท่ีนํามาใช้ ตอบโจทย์ท่ีตั้งไว้ได้จากขั้นตอนไหน จากนั้นคุณก็ลองกําหนดการจัดการบริหารข้อ มูลท่ีคุณจะได้มา วาง โครงสร้างและรวบรวมข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน วางโอกาสให้ถูกท่ี ถูกเวลา โดยเฉพาะข้อมูลที่สะท้อนพฤติกรรมผู้บริโภค เพื่อนําไปใช้ประโยชน์ได้จริง ทางธุรกิจ และควรวางแผนล่วงหน้าในเรื่องของนโยบายท่ีรองรับการเปิดเผย ข้อมูล (Open Data) ด้วย 2.วางแผนการเก็บสํารองและวิเคราะห์ข้อมูล คุณมีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีที่จะรองรับข้อมูลระดับ Big Data หรือไม่ คุณวางแผน ไว้อย่างไรบ้าง เช่น การกําหนด Infrastructure หรือโครงสร้างพื้นฐานที่จําเป็นต้องใช้ในการ เก็บสํารองข้อมูล ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ อุปกรณ์ การจัดเก็บ การสํารองและสถานท่ีในการ ทําสํารองข้อมูล นอกจากน้ันการมี Software ที่เหมาะสมเพื่อ ทําการจัดเก็บ แยกแยะ ประมวลผล ติดตาม ตรวจสอบ และวิเคราะห์ข้อมูลท้ังหลายตัวไหนเหมาะสมกับลักษณะ ของข้อมูลมากที่สุดเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณา 3.กําหนดผู้ดูแลและบริหารจัดการ ไม่ใช่ว่าใครๆก็สามารถท่ีจะจัดการและวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นได้ เพราะคนที่รับผิดชอบตรงนี้ควร เป็นผู้ท่ีคิดตั้ง คําถามเชิง วิเคราะห์และมีความรู้ทางเทคนิคต่างๆทางสถิติหรือมีความรู้ในการเขียน โปรแกรม Machine Learning/ AI Algorithm ได้ ดังน้ันคุณควรมีผู้เชี่ยวชาญมาทํา Big Data โดย เฉพาะ จึงจําเป็นต้องกําหนดผู้ ที่มีบทบาทในการบริหารจัดการอย่าง Data Engineer กับ Data Scientist มาดูแลข้อมูลเหล่านั้น สุดท้ายแล้วอย่าลืมนําข้อมูลต่างๆท่ีได้มาใช้ช่วยตัดสินใจในเรื่องสําคัญ เพราะคุณจะไม่เสียเวลาและ ความทุ่มเทที่ ลงแรงไปอย่างแน่นอน สําหรับบทความหน้า หากคุณมีธุรกิจเล็กๆที่กําลังทําอยู่ เรามี วิธีการที่คุณจะสามารถใช้ Big Data ได้อย่างไรบ้าง
ขั้นตอนในการสรา้ ง Big Data ประโยชน์ท่ีจะนํา Big Data ไปใช้ มี 3 เร่ืองใหญ 1. Problem analysis วิเคราะห์และระบุโจทย์ส่ิงที่ 1. ลดค่าใช้จ่าย ช่วยตัดสินใจ สร้างโอกาสให้ธุรกิจ เราอยากรู้ ปัญหาที่เราต้องการแก้ 2.การออกโปรดักส์หรือบริการใหม่ มีข้อมูลทําให้ออกผลิตภัณฑ์ได้ถูกใจ 2. Data Preparation เตรียมข้อมูลให้พร้อมปรับ ลูกค้า แม้อาจไม่ได้ดีที่สุด ก็ตาม ซ่ึงองค์กรขนาดใหญ่จะใช้ big data มา เปลี่ยนขอ้ มูลให้ อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสม ครบถ้วน วิเคราะห์ตลาด แม้แต่วิเคราะห์คู่แข่ง และ ดูพฤติกรรมลูกค้า สนใจอะไร ถูกต้อง ใช้วัดเสียงสะท้อนผู้บริโภค 3. Modeling ออกแบบโครงสร้างข้อมูลให้ตอบ 3. การมีข้อมูลทําให้ออกผลิตภัณฑ์ได้รวดเร็วกว่า และถูกใจลูกค้ากว่า แม้ โจทย์ในสิ่งที่เราอยากรู้ หรือปัญหาที่เราต้องการแก้ อาจไม่ได้ดีท่ีสุดก็ตาม 4. Data Analytics นําข้อมูลท่ีเตรียมไว้มาวิเคราะห์ “หลายๆ ผู้ประกอบการนํา Big data มาวิเคราะห์ตลาด และดูข้อมูลคู่แข่ง เพื่อหาความสัมพันธ์ เพ่ือเขา้ ใจสาเหตุของปัญหา ว่า ทําอะไรบ้าง ไปถึง ไหนแล้ว และดูพฤติกรรมลูกค้าว่าสนใจอะไร ชอบ เพ่ือคาดการณ์ส่ิงที่จะเกิดข้ึนในอนาคต และนําไปสู่ อะไร โดยดูจาก consumer voice ดู keyword อะไรที่จะโดนใจผู้บริโภค แนวทางแก้ไข ปัญหา ท่ีเราต้ังเอาไว้ ทําให้ปีเดียวอาหารเสริมยี่ห้อหนึ่งทํายอดขายได้ 600 ล้านบาท” 5. Deployment นําผลที่ได้จากการวิเคราะห์ไป แสดงผล และใช้งานต่อ เช่น ออก report, ทําไมข้อมูลขนาดใหญ่จึงมีความสําคัญ? Dashbord และนําแนวทางการแก้ปัญหาจากการ วิเคราะห์ไปปฏิบัติจริง 6.Evaluation/Monitoring ความสําคัญของBig Dataไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณข้อมูล ประเมินว่าผลที่ได้จากการวิเคราะห์ มีความถูกต้อง จํานวนมากท่ีคุณมี หากแต่เป็นการ ที่คุณจัดการกับ แม่นยํา เป็นประโยชน์หรือไม่ หรือแนวทาง การแก้ไข มันต่างหาก คุณสามารถได้รับข้อมูลจากหลายแหล่ง ปัญหาที่ได้จากการวิเคราะห์มีประสิทธิภาพ ต่อ ข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูล เหล่านั้น เพ่ือค้นหาคําตอบ โจทย์ที่ตั้งไว้หรือไม ซ่ึงจะช่วยในการ 1) ลดต้นทุน 2) ลดเวลา 3) พัฒนา ผลิตภัณฑ์ใหม่ และหาข้อเสนอที่ดีที่สุด และ 4) ตัดสิน ใจอย่างชาญฉลาด
กรณีศึกษา กรณีศึกษา : บทความ ตัวอย่างของการใช้ Big Data Deciphering the unstoppable Netflix and ขอยกตัวอย่าง Netflix ย้อนกลับไปราวๆ the role of Big Data ปี 2008 ลูกค้าผู้ใช้บริการ Video on วิเคราะห์ว่า Netflix ประ demand กลุ่มใหญ่ต้องเผชิญหน้ากับ สบความสําเร็จอย่าง ปัญหาจอดํา ในขณะท่ีลูกค้า Streaming รวดเร็วจากการเก็บข้อมูล ที่ใช้บริการผ่านคลาวด์บาง รายสามารถ ผู้ชมท้ังในด้านประวัติการ ใช้งานได้เป็นปกติ ผลกระทบคร้ังใหญ่ เข้าชม, การกดหยุดเล่น, ในครั้งน้ี กดดันให้ Netflix ต้องเร่งหา อุปกรณ์ที่ใช้, การค้นหา, ทางแก้ไข ก่อนที่คิดจะให้ขยายการให้ การให้คะแนน ฯลฯ บริการออกไปยังต่างประเทศ Big Data คือกุญแจสําคัญในการ แก้ปัญหา ทีม งานนําข้อมูลในทุกด้าน ทั้งส่วนท่ีมี ความหนาแน่นในการใช้บริการ เครื่อง ข่าย ความเร็วเน็ต จุดเชื่อมต่อระหว่าง การให้บริการด้านข้อมูล ฯลฯ ถูกนํามา วิเคราะห์เพื่อหาทาง ป้องกันปัญหา Down-time ที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
หน่วยที่ 2 IoT
วิวัฒนาการยุค 5G INTERNET OF THINGS (IOT) INTERNET OF THINGS (IOT) คือ การที่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ สามารถเช่ือมโยงหรือส่ง ข้อมูลถึงกันได้ด้วยอินเทอร์เน็ต โดย ไม่ต้องป้อนข้อมูล การเช่ือมโยงน้ีง่ายจนทําให้เราสามารถส่ังการ ควบคุมการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ ไป จนถึงการเช่ือม โยงการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้ากับการใช้งานอ่ืนๆ จน เกิดเป็นบรรดา SMART ต่างๆ ได้แก่ SMART DEVICE, SMART GRID, SMART HOME, SMART NETWORK, SMART INTELLIGENT TRANSPORTATION ประโยชน์และความเสี่ยงของ IOT วิวัฒนาการยุค 5G เทคโนโลยี INTERNET OF THINGS มีประโยชน์ ยุค 1G ซี่งเป็นยุคที่ใช้ระบบ ANALOG คือใช้ ในหลายด้านทั้งเรื่องการเก็บข้อมูลที่แม่นยําและ สัญญาณวิทยุในการส่งคลื่นเสียง เป็นปัจจุบัน ช่วยลดต้นทุน แถมยังช่วยเพิ่ม ยุค 2G สามารถ รับ-ส่งข้อมูลต่างๆและติดต่อ ผลผลิตของพนักงานหรือผู้ใช้งานได้ แม้ว่าแนว เชื่อมโยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โน้มของ IOT มีแต่จะเพิ่มขึ้นด้วยคุณาประโยชน์ เรื่อยๆ ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว แต่ประโยชน์ใดๆนั้นก็มา ยุค 3G หรือ THIRD GENERATION ซึ่งเป็น พร้อมกับความเสี่ยง เพราะความท้าทายในการ เทคโนโลยีการสื่อสารในยุคที่ 3 จุดเด่นที่สุด รักษาความปลอดภัยของ เครือข่ายใหม่ที่เกิดขึ้น ของ 3G นั้นเป็นเรื่องของความเร็วในการเช่ื น้ัน จะผลักดันให้ผู้เชี่ยวชาญมีการรับมือทางด้าน อมต่อและการ รับ-ส่งข้อมูล โดยเน้นการ ความปลอดภัยมากข้ึน ในทางตรงกันข้าม เชื่อมต่อแบบไร้สายด้วยความเร็วสูง แฮกเกอร์ หรือผู้ไม่หวังดีก็ทํางานหนักเพ่ือที่จะเข้า ยุค 4G คือเทคโนโลยีการสื่อสารไร้สายผ่าน ควบคุม โจมตีเครือข่าย หรือเรียกค่าไถ่ในช่องโหว่ อุปกรณ์แบบเคลื่อนท่ี (โทรศัพท์มือถือและ ที่ IOT มีอยู่ ฉะนั้นผู้เชี่ยวชาญ ด้านความปลอดภัย แทบเล็ต) ในยุคท่ี 4 หรือ 4TH ทาง IOT จึงจําเป็นต้องพัฒนามาตรการ และ ยุค 5G ตอนน้ีเป็นเทคโนโลยีใหม่ ของเครือ ระบบรักษาความปลอดภัยไอทีควบคู่กันไป เพื่อให้ ข่ายโทรศัพท์มือถือได้มีการพัฒนาไปอย่าง ธุรกิจ และการใช้งาน IOT รวดเร็ว รวมถึงการเกิดขึ้นและเติบโตของ อุปกรณ์ดีไวซ์ชนิด ใหม่ๆ หลายประเทศก็เริ่ม ทดลองเทคโนโลยีน้ีเพื่อนําออกมาใช้อยู่
June 2025
ประโยชน์ของ INTERNET OF THING ในยุคดิจิทัล 1.ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทํางาน 2.ไร้ข้อจํากัดด้านเวลาและสถานท IOT จะช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพในการทํางานให้ IOT สามารถทํางานได้แบบไร้พรมแดน เพราะขับเคลื่อนด้วย แม่นยําและรวดเร็วยิ่งข้ึน เนื่องจากความ อินเทอร์เน็ต อย่างที่เราทราบกันดีว่าอินเทอร์เน็ต สามารถเชื่อม สามารถในการทํางานและการ ส่งผ่านข้อมูลของ ส่ิงท่ีอยู่ห่างไกล ให้ใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่นสามารถ IOT น้ันสูงกว่าการใช้มนุษย์ทํางาน การทํางาน ติดตามผลการดําเนินงานและเช็คสถานะการผลิต ได้แม้ว่า ของมนุษย์อาจจะทําให้เกิด HUMAN ERROR โรงงานจะอยู่คนละจังหวัดหรือประเทศก็ตามและIOT ยังสามา และเกิด ข้อจํากัดด้านพลังงาน, เวลา และสถานท่ี รถทํางานได้ตลอดเวลาต่างจากมนุษย์ที่มีพลังงาน จํากัด ต้องการ ได้ การพักผ่อน สิ่งน้ีทําให้เห็นว่าการใช้ IOT ช่วยทําลายกําแพงด้าน เวลาและสถานที่ได 3.ช่วยลดต้นทุนในหลาย ๆ ด้าน 4.อํานวยความสะดวก มีเวลาเหลือ ในการสรรค์สร้างนวัตกรรม เนื่องจาก IOT มีความแม่นยําและไรข้อจํากัดด้าน เวลาและสถานท่ี ทําให้ช่วยลดต้นทุนได้หลาย ๆ สิ่งหนึ่งท่ีมนุษย์ทําได้ดีกว่าเทคโนโลยีคือ ด้าน อย่างเช่นต้นทุนการจ้างงาน ต้นทุน ค่าเสีย “ความคิดสร้างสรรค์” การให้เทคโนโลยีทํางาน โอกาส หรือต้นทุนการผลิต ด้าน ROUTINE แทนเรา จะทําให้เรามีเวลาใน การ ทํางานสร้างสรรค์ งานนวัตกรรม ทําสิ่งที่ ควรทํามากยิ่งข้ึน 5.ยกระดับกิจการให้ SMART ใน ข้อดี - ข้อเสีย INTERNET OF THINGS สายตานักลงทุน ข้อดี INTERNET OF THINGS IOT เป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเกิดเป็น SMART - เพิ่มความสะดวกสบายในการทํางานและการดําเนินชีวิต เช่น หลอดไฟท่ีเปิดหรือ FACTORY หรือ SMART BUSINESS และช่วย ปิดเองได้เตามเวลาที่ตั้งไว้ผ่านมือถือ เป็นต้น เสริมให้เกิดข้อดีหลาย ๆ อย่าง เช่น สร้างกําไร, - เพ่ิมความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการทํางาน ทําให้สามารถทํางานได้อย่าง ลดต้นทุน, เพ่ิมรายได้และขยายกิจการ รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยําขึ้นได้ - ช่วยลดต้นทุนในด้านต่าง ๆ ลงได้จากการใช้ IOT เช่น แผงเกษตรกรรมที่มีการใช้ IOT ให้รดน้ําตามเวลาและระดับความช้ืนที่กําหนด เป็นต้น ข้อเสีย INTERNET OF THINGS - เพิ่งพาระบบอินเทอร์เน็ต หากไม่สามารถเช่อื มต่ออินเทอร์เน็ตได้อาจเกิดปัญหา ต่าง ๆ ตามมา เช่น ไม่สามารถส่ังงานอุปกรณ์ได้ เป็นต้น - ความปลอดภัยของข้อมูล เนื่องจากอุปกรณ์ถูกเชื่อมโยงกันด้วยเครือข่ายเดียวกัน ทําให้ต้องการบํารุงและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลกับซอฟต์แวร์ของ อุปกรณ์ อยู่เสมอ - ความผิดพลาดที่เกิดจากการประมวลผลผิดพลาด อุปกรณ์ IOT อาจเกิดปญั หา ประมวลผลผิดพลาดได้ เนื่องจากการเขียนโปรแกรมที่ไม่รัดกุม และ พอมีอุปกณ์ ตัว ไหนตัวหน่ึงประมวลผลผิดพลาดจะส่งผลทําให้อุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อมต่ออยู่ด้วย ประมวลผลผิดพลาดไปตาม
INTERNET OF THE THINGS กับผลกระทบ BOT NET ต่อการทําการตลาดในอนาคต วิธีป้องกัน BOTNET ผลที่เกิดขึ้นจากการท่ีผู้บริโภคมี 1. เปลี่ยนรหัสผ่านของอุปกรณ์ – อุปกรณ์ IOT ที่ใช้รหัสผ่านดั้งเดิมจากโรงงานมักถูกแฮกแล้วเปลี่ยนเป็น BOTNET ได้ง่าย ความคาดหวังในการทํางานของ 2. อัปเดตซอฟต์แวร์สม่ําเสมอ – เพื่ออุดช่องโหว่ไม่ให้แฮกเกอร์ใช้โจมตีอุปกรณ์ อุปกรณ์เหล่านี้นั้น ทําให้นักการตลาด BOT NET ต้องสร้างสิ่งที่เรียกว่า ประสบการณ์ BOTNET เป็นกลุ่มของอุปกรณที่ติดมัลแวร์และถูกเปลี่ยนเป็น BOT (ย่อมาจาก ROBOT) ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เว็บ ของผู้ใช้และความเป็นตัวตนของผู้ใช้นั้น แคม เราท์เตอร์ หรือ อุปกรณ์ IOT อื่นๆ ในบ้านของเรา เพื่อรอรับคําสั่งจากแฮ็กเกอร์ โดยแฮ็กเกอร์จะนำ BOTNET ที่มีไปใช้ใน ให้ดีที่สุด เช่นการท่ีสามารถรับรู้ได้ว่าผู้ แคมเปญการโจมตีขนาดใหญ่ เช่น DDOS อย่างกรณีของ MIRAI BOTNET ที่โด่งดังเมื่อ 2 ปีก่อนซึ่งใช้ BOTNET กว่า 300,000 บริโภคเป็นใคร หรือรับรู้ว่าผู้บริโภคคน เครื่องในการถล่มระบบของ NETFLIX, TWITTER หรือ REDDIT นี้มีความชอบอะไร แล้วจัดสินค้าหรือ 3. ใช้ FIREWALL – FIREWALL ปัจจุบันช่วยตรวจจับทราฟฟกิ ไม่พึงประสงค์และป้องกันการโจมตีอุปกรณ์ในระบบเครือข่ายจาก โปรโมชั่น ข่าวต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับผู้ แฮกเกอร์ บริโภคนั้น ๆ 4. แยกวงอุปกรณ์ IOT ออกมา – แทนที่จะรวมอุปกรณ์ IOT ไว้ในเครือข่ายหลักให้สร้างเครือข่ายสําหรับอุปกรณ์ IOT โดยเฉพาะ ขึ้นมาและไม่มีการแชร์ข้อมูลข้าม เครือข่าย เมื่ออุปกรณ์ IOT ถูกโจมตี เครือข่ายหลักจะไม่ได้รับผลกระทบ 5. ควรระมัดระวังในการใช้งานอินเทอร์เน็ต – หลีกเลี่ยงการเข้า ถึงเว็บโป๊หรือ เว็บการพนัน ไม่กดโฆษณาที่ดูให้ผลตอบแทนเกินจริง รวมไปถึงติดตั้งโปรแกรม ANTIVIRUS และ ADBLOCKER เพื่อป้องกันการลอบขุด เหรีย ญเงิน ดิจิทัล SMART HOME SMART HOME ( SMART BUILDING ) หรือเรียกอย่างนั่นคือ “บ้านอัจฉริยะ” เป็นการนําเอาเทคโนโลยีเพ่ือการอยู่อาศัย หรือ ระบบ อัตโนมัติต่างๆ เข้ามาใช้ทั้งภายนอก และภายในบ้าน โดยเช่ือมต่อเข้า กับอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ระบบรักษาความปลอดภัย และ อื่นๆ SMART HOME คุณสมบตั ิ SMART HOME 1. เพื่อความสะดวกสบาย งานวิจัยพวกนี้จะเป็น 1. มี SMART HOME NETWORK ระบบอัตโนมัติต่าง ๆ เช่นประตูอัตโนมัติ, รีโมท 2. มี INTELLIGENT CONTROL SYSTEM อัจฉริยะ 3. มี HOME AUTOMATION DEVICE 2. เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จะ เป็นงานวิจัยในการเพิ่ มความสามารถให้กับ กล้องวงจรปิดคือนอกจากจะทําการบันทึกภาพ อย่างเดียวแล้ว แต่ยังรวมเซนเซอร์ต่าง ๆ 3. เพื่อประหยัดพลังงาน เช่นการเปิดปิดไฟ อัตโนมัติตามแสงอาทิตย์ หรือปิดไฟอัตโนมัติ เมื่อไม่มีคนอยู่ 4. เพื่อดูแลสุขภาพของผู้อาศัยภายในบ้าน เช่น จะติดตั้งเซนเซอร์ตรวจคลื่นหัวใจ ตรวจจับไฟ ไหม้ โดยส่งสัญญาณ เมื่อเวลาเกิด เหตุการณ์ ที่ผิดปกติ
หน่วยที่ 3 เทคโนโลยีที่ ใช้ในการทำธุรกรรมโดย (ไมB่ตlo้อcงkผc่hานaบinุค)คลที่สาม
Blockchain ที่มาที่ไปของการมาเป็น เป็นนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ที่คิดค้นขึ้นมาเพื่ อความปลอดภัยสําหรับ Blockchain ข้อมูลที่เปิดเผยได้โดยมีแนวคิดว่า การสร้างข้อมูลที่ทุกฝ่ายยอมรับ ซึ่งกันและกัน ในอนาคตบริษัทที่จะเติบโตได้จะเป็นเพี ยงกลุ่มบริษัทที่สามารถ รวบรวมสินค้า และบริการเข้ามาให้บริการแบบ เป็นธรรม มีความน่า เชื่อถือ และท้ายที่สุดสามารถดําเนินการได้ตามสัญญาที่ตกลงไว้ จึงกล่าวได้ว่า; การทํางานของ Blockchain คือ เมื่อเกิดการทํา ธุรกรรมต่างๆ ขึ้นในระบบ ข้อมูลจะถูกบันทึกแบบเข้ารหัสไว้เป็น บล็อกๆ และจะถูกเชื่อมโยงต่อๆ กัน โดยที่จะไม่มีใครคนใดคนหนึ่ง สามารถเข้าไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูลในบล็อกใดๆ ได่เลย ก่อนอื่นเราต้องขอย้อนกลับไปทําความรู้จักกับBitcoin กันก่อนซึ่งเชื่อว่า หลายท่านพอทราบกันแล้ว ว่าเป็นระบบสกุลเงินใหม่ A Peer-to-Peer Electronic Cash System หรือทุกวันนี้ก็เรียกกันอีกอย่าง หนึ่งว่า “Cryptocurrency (or crypto currency)” หรือสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์ เป็นผลงานการออกแบบ ของบุรุษที่ไม่เปิดเผยตัวตนชื่อ Satoshi Nakamoto ทำความเข้าใจ Blockchain ก่อนอื่นขอให้คุณนึกถึงภาพเปรียบเทียบการส่งสิ่งของหากนั โดยมีบุคคลอื่น เป็นพยานรับรู้ด้วยก่อน ตัวอย่างที่น่าจะทําให้หลายคนเห็นภาพได้ง่ายๆก็คือ “การเล่นไพ่ ” เมื่อเราเข้าใจหลักการของ Blockchain Network ว่าเปรียบเทียบได้กับการ เล่นไพ่ คราวนี้เราขอให้คุณจํากัดประเภทไพ่ที่ จะเล่นกันด้วยว่าเป็นการเล่นไพ่ Poker หรือเล่นไพ่สลาฟ(Slave)
Blockchain ตรงนี้ขออธิบายตัว “Block” ก่อนว่าเปรียบเหมือนกันกล่องเก็บของที่ไม่มีใครทราบว่าในกล่องนั้น บรรจุอะไรเอาไว้เว้นแต่เจ้าของ เท่านั้นที่จะรู้ แต่เมื่อพู ดถึงกล่องใบนั้น ขึ้นมาทุกคนก็จะทราบว่าข้างในนั้นมีข้อมูลอะไรอยู่ภายใน ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบในกรณีนี้คือ “กล่องพัสดุ” ทําความเข้าใจทําไม ต่อมาคือว่า “Chain” ซึ่งขออธิบายหลักการทํางานในการรับ-ส่งในระบบทั่วไปก่อน ตัวอย่างเช่นการส่งพัสดุของธุรกิจ เรียกว่า Chain Logistic ว่า จะมีการจดจําข้อมูลของผู้รับของ ข้อมูลของผู้ส่ง ที่ระบุเอาไว้บนหน้ากล่องพัสดุ และผู้นําส่ง(บุรุษไปรษณีย์ ซึ่ง จะเป็นมีเพียง 3 บุคคล เท่านั้นท่ีเกี่ยวข้องกันในรับรู้ข้อมูลของการส่งในแต่ละครั้ง แต่ใน Blockchain นั้นผู้ส่ง(ข้อมูล นั้น ไม่ใช่บุรุษไปรษณีย์แต่เป็นคนใดคนหนึ่ง ในระบบที่สามารถแก่โจทย์ทางคณิตศาสตร์แบบเดาคําตอบเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง ได้ก่อน ซึ่งคนๆน้ันก็จะเป็นผู้ได้สร้าง Block ลําดับ ต่อไป ขอย้อนกลับไปเทียบกับการเล่นไพ่ในตัวอย่างก่อนหน้านี้อีกครั้ง ว่าการจะส่งไพ่(ไพ่ = ข้อมูล ต่อไปหาใครหรือผู้เล่นคนต่อไปที่จะได้ ทิ้งไพ่ลงมาได้ก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขของการเล่น ไพ่อย่าง Poker หรือ Slave คือคนท่สี ามารถวางไพ่ลำดับถัดไปได้นั่นเอง และในการเล่นไพ่ นั้นทุกคนในวงไพ่จะต้องจดจําการรับส่ง ของข้อมูลในที่นี้คือทุกคนต้องจําให้ได้ว่าใครส่งไพ่หาใครหรือใครทิ้งไพ่ใบไหนไปให้ใครเปรียบ เหมือนการจดจําทุกๆ รายการ(transactions) เอาไว้ตลอดการเล่น เหมือนกับว่าทุกๆคนในระบบจะมีบัญชีประจําตัว(สมองจดจํา ที่ไม่ได้ เอาไว้จด บันทึกรายการของตัวเอง(ไพ่ในมือของเรา เพียงอย่างเดียว แต่การเล่นไพ่จะเหมือนกับว่าทุกคนมีบัญชีที่เก็บข้อมูลการทํา รายการของทุกๆคนในระบบเอาไว้ต้ังแต่เริ่มต้น การเล่นเลย และการจดจําข้อมูลในลักษณะแบบนี้ก็เปรียบได้กับเป็นห่วงโซ่ของ ทุกๆ ธุรกรรมต่อกันไปเรื่อยๆ นั่นจึงเป็นความหมายและที่มาของคําว่า Chain ในระบบ Blockchain นั่นเอง
Blockchain การทํางานจริงๆ 1.อันดับแรกเลย Alex ก็จะกรอกขอมูลบัญชีของ Katie ลงไปพรอ มกับจํานวนเงนิ ของ Blockchain ที่ตองการโอนและ Sign การ ดําเนินการดว ย Private Key ของเขาลงไป ซึ่งตามที่ได้ อธิบายไปในบทความที่แลว วาตัว Blockchain มันไม่ไดบ อกวา ใครเปน ใคร ดังนั้น บัญชีของ Alex กับ Katie จะถูกเก็บเปนตัวเลขรหัสบัญชียาวๆเทานั้น ตามรูปดา นลาง เลย 2.จากการดําเนินการที่เกิดขึ้นระบบจะทําการสรา งสิ่งที่เรียกวา Transactionเพื่อบอก วา ใครทําอะไร และทําการบันทึกลายน้ำลงไปดวยHashfunctionเพื่อปอ งกันมีคนมา แกไขการดําเนินการตามรูป ดา นลาง 4.พอถึงชวงเวลานึง ระบบก็จะเอา transaction ที่เกิดขึ้นในชว งเวลานั้น ทั้งหมดมารวมกันในสิ่งที่ เรียกวา Block และระบบก็จะนําขอมูลทั้งหมดใน Block นั้นไปเขา Hash function ขึ้นมาเพื่อปองกัน คนมาแกไ ข block นั้นๆ เชนในตัวอยา ง Block 0 ไดตัวเลขเปน 0x23e 5.ถัดมาระบบก็จะนํา block ไปเก็บ โดยมันจะมีการบันทึกไวดว ยวา Block ที่ มันสรา งนั้นมันตอกับ Block รหัสอะไร ซึ่งเราเรียกขั้นตอนนี้วา การตอกันหรือ การ Chain กันนั่นเอง ลักษณะเด่นๆของ 1. ทุกๆ ขอ มูลที่มีการบันทึกลงไปใน Blockchain นั้นจะไมสามารถถูกลบออก Blockchain ไปได และสามารถติดตามลําดับการบันทึก 2. ขอมูลภายใน Blockchain นี้จะถูกกระจายไปจัดเก็บบน Hardware หลายๆ เครื่องซ่ึงเราจะเรียก Hardware 3. การบันทึกขอ มูลใดๆ ลงไปใน Blockchain นั้นจะต้องไดร ับการตรวจสอบ และยืนยันจาก Node อื่นๆ 4. รองรับการเขารหัสสําหรับขอ มูลแตล ะชุดได ดังนั้นถึงแมขอมูลของเราจะ ถูกกระจายไปยัง Node อื่นๆ
Blockchain คำศัพท์เบื้องต้น -Proofofwork:หมายถึงการพิสูจนว าทํางานไดถูกต้องและสิ่งที่ไดมาไดเ ชื่อถือไดเชนคุณสามารถมีทอง Blockchain ไดเ พราะคุณ เปน นักขุดทอง(Miner)ดังนั้นทองที่ไดจากคุณก็ถือวา เปน ทองจริง - Proof of stake: หมายถึงการพสูจนว าเปนเจาของ เชน ทองในตูเซฟเปนของคุณ เพราะคุณ มีกุญแจสามา รถเปดตูเซฟได - Ledger/Node - Private key ที่ถือเปน การแสดงความเปน เจาของของสมุดบัญชีพรอมกับ Password ซึ่งถูกจากสรา งลาย เซ็นตแ ละชุด ตัวเลขที่ใชอ ัลกอริทมึสรางขึ้นมาทําให้ไมม ีทางซ้ำกับเลขอื่นๆ - Public key เปรียบเสมือนที่อยูที่ข้อมูลสงไปถึง ทั้ง Private Key และ Public Key - hash function คือ one-way function ที่เปนเบื้องหลัง blockchain เมื่อแปลงขอมูล input นิดเดียว hash code ที่ เปน output จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง 5 อันดับ Currencyที่มี อันดับที่ 5 Dash คนใช้มากที่สุด Dash เปน สกุลเงินดิจิตอลตัว ใหมท ี่ไดร ับความนิยมอยา งรวดเร็วดว ยแนวคิดสง เงินกันไดอ ยาง รวดเร็วไมตอ งรอนานเหมอื นอยาง Bitcoin จึง ไดร ับความนิยมอยางมากกับรานคา ออนไลน อันดับที่ 4 LiteCoin LiteCoin นี้ไดร ับการตั้งชื่อเลนวา เปน “เงิน” ในโลกของ Digital Currency และกําลงั ไดร ับ ความนิยมอยา งกวางขวางมากขึ้นๆ อันดับที่ 3 Ripple Ripple นี้เปน Platform สําหรับการทํา Digital Asset และสามารถสง ขามโลกกนั ไดภายในเวลา อันรวดเร็ว ซึ่งเปนแนวคิดที่สามารถมา เปลี่ยนโลกการเงินไดอยางกวางขวาง ทาํ ใหส ถาบันการ เงินทั่วโลกตื่นตัวกันอยา งมาก อันดับที่2 Ethereum Ethereum หรือชื่อเลนวา World Computer เปนแนวคิดที่นําเอา Blockchain มาและ ใส Business Logic ใดๆก็ได้ตามตองการเข้าไปและ ทํางานอัตโมมัติได้บน Blockchain ซึ่งทําใหโ ลกเราหันมาสนใจในเทคโนโลยี Blockchain นี้กันอยา งกวา ง ขวางและเปน ผูท ี่ทําใหเกิดแนวคิด Smart Contract ขึ้นในโลกเรา อันดับที่1 Bitcoin พระเอกของเรา Bitcoin ที่ทําใหโ ลกของเรารู้จักในเทคโนโลยี Blockchain และปจ จุ บันไดรับความนิยมอยางลน หลาม สามารถนํามาซื้อของ ในโลก Physical ไดแ ลว จริงๆดวย ในตา งประเทศหลายๆที่ ไดร ับการตั้งชื่อเลน ใหเปน “ทอง” ในโลกดิจิตอล นั้นเอง
Blockchain ประเภท Blockchain 1.Public Blockchain 2.Private Blockchain 3.Consortium Blockchain Bitcoin (บิทคอยน์ กับ บล็อกเชน เปน เทคโนโลยี ดา นความ Blockchain (บล็อกเชน ปลอดภัยของขอมูล เกี่ยวข้องกันอย่างไร บิทคอยน วา ดวยเรื่องสกุลเงินบนโลก ดิจิตอล Hardware Wallet
หน่วยที่ 4 ธุรกรรม ในธุรกิจดิจิทัล
Salem Court Industries 1.ความหมายของธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล ธุรกรรม ตรงกับ คําภาษาอังกฤษว่า transaction (อ่านว่า แทฺรน-แซก-ชัน) หมายถงึ การ ประกอบกิจกรรมอย่างใดอย่างหน่ึง โดยเฉพาะด้าน ธุรกิจ และการเงิน ธุรกิจดิจิทัล หมายถึง การนําเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาพัฒนาธุรกิจที่ทำอยู่เพื่อเพิ่ม ความสะดวก สบายให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคในการเลือกซื้อสิ้นค้าหรือบริการต่าง ๆ 2.การทำ (Platform Business) 3.นวัตกรรมกับธรุกิจดิจิทัล การทำธุรกิจแบบ เป็นการสร้างผลิตภัณฑ์ การให้ แพลตฟอร์ม(Platform Business) บริการ หรือ กระบวนการรูปแบบ ได้มี Geoffrey Parker, Marshall ใหม่ อาศัยข้อมูลข่าวสารและการดํา Van Alstyne และ Sangeet เนินการทางด้านเทคโนโลยีได้มี Choudary ซึ่งเป็นผู้อต่งหนังสือม่ี เครื่องมือ (Tools) หรือ ชื่อ ว่า Platform Revolution ได้นิ แอปพลิเคชันโปรแกรม ยามคําว่า Platform Business (Application Program)
การวางโครงสรา้งพื้นฐาน การออกแบบกฎเกณฑ์และบริหารจัดการสิ่งที่เกิดขึ้นบนพื้น ท่ี่ การดําเนินการสรา้งกลุ่มผู้ใช้งานให้เกิดขึ้น การดําเนินการบริหารจัดการจัดเก็บและส่งต่อของคุณค่าและ ข้อมูล 4.การเปรียบเทียบระหว่างธุรกิจ 5.แพลตฟอร์มโมเดลธุรกิจ แบบดั้งเดิมกับธุรกิจแบบ แพลตฟอร์ม ระบบนิเวศใหม่ของธุรกิจแบบแพลตฟอร์ม รูป แบบในการหารายได้มีหลากหลายรูปแบบ ส่วน ธุรกิจดั้งเดิมในกลุ่มผู้ผลิต มากจะเป็ นการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากคุณค่า จะดําเนินการ การจัดหา ที่เดินขึ้นจากการปฏิสัมพันธ์ของกลุ่มลูกค้าหรือผู้ วัตถุดิบการประกอบการผลิต ใช้งานตั้งแต่ 2 กลุ่มขึ้นไปรูปแบบการหารายได้ การจัดจำหน่ายทำการส่งต่อ จะไม่มีผลต่อการลดจํานวนของการปฏิสัมพันธ์ กลุ่มผู้บริโภคซึ่งธุรกิจแบบดั้ง และจํานวนกลุ่มลูกค้าหรือ ผู้ใช้งานโดยมีรูปแบบ เดิมจะมีลักษณะเป็ นเจ้าของ ของแพลตฟอร์ม ดังนี้ สินทรัพย์และทรัพยากรเน้ น กระบวนการทางอุปทาน รูปแบบที่1 (Supply) โมเดลการแลกเปลี่ยน หรือ Marketplace รูปแบบที่3 ค่าธรรมเนียมจากการใช้บริการ รูปแบบท่ี่5 ระบบการเก็บค่าสมาชิก (Subscription) รูปแบบที่2 การโฆษณา รูปแบบที่4 โมเดลทางระบบนิเวศ รูปแบบที่6 ฟรีเมียม (Freemium)
6.โมเดลธรุ กิจ(Business Model Canvas) การที่จะทราบรายละเอียดของกิจการว่าประกอบกิจการ อะไร ขายอะไรกลุ่มลูกค้าคือใครค่าใช้จ่ายอะไรและอื่นๆ ทีี่ดูแล้วทราบ รายละเอียดของกิจการว่ามีการเชื่อมอะไรบ้าง 7.ธุรกรรมการซื้อขายสินค้า 8.การชำระเงินออนไลน์ และบริการในธุรกิจดิจิทัล การโอนเงิน กลุ่มโมเดลการแลกเปลี่ยนหรือ กระเป๋ าเงินอิเล็กทรอนิกส์ Marketplaceเช่น GrabAirbnbเป็นต้น (Electronic Wallet) กลุ่มโฆษณาเช่น YouTube Instagram พร้อมเพย์ Facebook บริการชำระบบข้ามธนาคาร กลุ่มค่าธรรมเนียมจากการใช้บริการ เช่น (Cross-bank Bill Payment) PayPal AliPay Mobile Payment กลุ่มระบบเก็บค่า สมาชิก (Subscription) เช่น Netflix iflix HOOQ VIU กลุ่มฟรีเมียม(Freemium)เช่น SpotifyJoox กลุ่มโมเดลทางระบบนิเวศเช่น แพลตฟอร์ม ของiOSและAndroid
หน่วยที่ 5 สื่ อสังคมออนไลน์ กับธรุกิจดิจิทัล
1.ความหมายของส่ือสังคมออนไลน์กับธุรกิจดิจิทัล 2.คุณลักษณะของส่ือสังคมออนไลน์ ธุรกิจดิจิทัล หมายถึง การนําเทคโนโลยี ต่าง ๆ เข้ามา สื่อสังคมออนไลน์เป็นอินเทอร์เน็ตแอปพลิเคชัน พัฒนาธุรกิจที่ทำอยู่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ทั้งผู้ เนื้อหาในสื่อสังคมออนไลน์ถูกสร้างโดยผู้ใช้งานสื่อสังคม ประกอบการและ ผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้าหรือ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์สามารถสร้างข้อมูลส่วนตัวที่เป็นตัวแทนของผู้ บริการ ต่าง ๆ ใช้งานบนเว็บไซต์ สื่อสังคมออนไลน์ช่วยในการสร้างกลุ่มสังคมออนไลน์ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา (Office of the Royal Society) ให้ความหมายสื่อสังคม หมายถึง การสื่อ 3.ความแตกต่างของสื่อสังคมออนไลน์กับ สารของมนุษย์ได้รับการพัฒนาให้สื่อสารถึงกันอย่าง สื่อประเภทอื่น รวดเร็วอันเป็นผลมาจากความก้าวหน้ าด้าน เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ท่ีได้เข้ามามีบทบาทใน ชีวิต การกระจายตัวของเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์ซึ่งเป็น ประจําวันของมนุษย์มากขึ้ นสู่ชนิดหน่ึ่ งที่ผู้ใช้สามารถ แบบไวรัล(Viral) การที่เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์สามา มีส่วนร่วมสรา้งและแลกเปลี่ยนความคิด เห็นต่าง ๆ รถถกูเข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตได้ ปริมาณเนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์มีจำนวนมาก การที่ เนื้อหาบนสื่อสังคมออนไลน์สามารถถกูดัดแปลงแก้ไขได้ ตลอดเวลา
4.ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์ เครือข่ายสังคม(Socialnetworkingsite) เช่น FacebookBadooGoogle+LinkedInและOrkutเป็นต้น ไมโคร สื่อสังคมออนไลน์ได้มีความก้าวหน้าอย่างมากมีการ บล็อก(Mico-blog)เช่น สนับสนุนทางด้านเทคโนโลยีเพื่อการสื่อ สารต่าง ๆ TwitterแสดงBlaukWeiboToutและTumbleเป็นต้น อาทิการ live รายการต่าง ๆ มี การปรับปรุงด้าน เว็บไซต์ที่ให้บริการแบ่งปันสื่อออนไลน์ (Video and photo sharing ความ ปลอดภัย โดยการใช้โพรโตคอล https แทน website) ไดแ้ ก่ Flicker Vimero YouTube Instagram และ http เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการใช้สื่อสังคมออนไลน์ Pinterest เป็นต้น ประเภทของสื่อสังคมออนไลน์สามารถแบ่งออกได้ดังนี้ บล็อกส่วนบุคคลและองค ก์ร(Personalandcorporateblogs)ตัวอย่าง ได้แก่BloggerWordPress Blogging และ Extern เป็นต้น บล็อกที่มีสิ่งเป็นเจ้าของ เว็บไซต์(Blogshostedbymediaoutlet)ตัวอย่างคือ theguardian.com เจ้าของคือหนังสือพิมพ์ TheGuardian วิกิและพื้นที่สาธารณะของกลุ่ม (Wikisandonlinecollaborativespace)ตัวอย่าง ได้แก่WikipediaWikiaเป็นต้น กลุ่มหรือพื้นที่แสดงความคิดเห็น (Forums,discussionboardandgroup)เช่น GooglegroupsYahoogroupsและ Pantip เป็นต้น เกมออนไลน์ที่มีผู้เล่นหลาย คน(Onlinemultiplayergamingplatform)ตัวอย่าง ได้แก่SecondlifeและWorldof Warcraft เป็นต้น ข้อความสั้น (Instantmessaging)เป็นการส่งข้อความสั้นจากโทรศัพท์ เคลื่อนที่ การแสดงตนว่าอยู่ณ สถานที่ใด(Geo-Spatialtagging)ตัวอย่างได้แก่ Facebook และ Foursquare เป็นต้น
ตรวจสอบอารมณ์ 5.หน้าที่ของสื่อสังคมออน 6.ผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ในธรุกิจ ไลน์ ดิจิทัล 6.1 การเปลี่ยนแปลงของวัฏจักรการบริโภค การระบุตัวตน (Identity) การแบ่งปันข้อมูล (Sharing) 6.2 การเปลี่ยนแปลงของประเภทข้อมลูที่ผู้ใช้ ความสัมพันธ์ (Relationships) เข้าถึงได้ การสรา้งกลุ่มใน Facebook การสนทนา (Conversations) การมีตัวตน (presence) ชื่อเสียง (Reputation)
วาระ 1:1 6.3 การมีส่วนร่วมของผู้บริโภค 6.4 บุคคลท่ีมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของผู้ บริโภค
หน่วยที่ 6 ธุริจดิจิทัลโมไบล์
01 1.ความหมายของธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ ธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ (Digital Mobile Business) เป็นการนําเทคโนโลยีดิจิทัล ต่าง ๆ และอุปกรณ์สื่อสารที่ใ ช้ในการพกพาเข้ามาพัฒนาธุรกิจเพื่ออํานวย ความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและผู้บริโภค 02 2.คุณลักษณะและความสำคัญของแพลตฟอรม์ระบบธุรกิจ ดิจิทัลโมไบล์ สามารถสร้างสินค้าหรือบริการใหม่ที่เรียกว่าการบรูณาการในแนวตั้ง (Vertical integration) สามารถ สร้างตลาดหลายด้าน (Multi-sided markets) สามารถสร้างการผูกขาดของธุรกิจ สามารถสนับสนุนให้ผู้ใช้งานทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่าย สามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันระบบการให้บริการได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน สามารถรองรับโมไบล์แอพลิเคชันสไหรับธุรกิจดิจิทัลจากหลายผู้ให้บริการหรือพัฒนาแอพทั่วไปได้ สามารถรองรับเทคโนโลยีหรือเทคนิคใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นตลอดเวลา สามารถคงรักษาข้อมูลธุรกรรมสำคัญ ต่าง ๆ ไว้ได้
3.โครงสร้างของระบบธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ กล่มผู้ใช้งานมีรายละเอียดดังนี้ 01 โครงสร้างพื้นฐานการเชื่อมต่อเครือข่ายเคลื่อนที่ไร้สาย 02 มิดเดิลแวร์ของระบบอุปกรณ์ 03 โครงสร้างพื้นฐานระบบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สาย 04 แอปพลิเคชั่นธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ 05 การให้บริการธุรกรรมต่าง ๆ 06 การให้ข้อมูลและเน้ือหาต่าง ๆ 07 การพัฒนาแอปพลิเคชั่น
01 4.แอปพลิเคชันของกลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ 4.1 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านการค้าขาย 4.2 กลุ่่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านการศึกษา 4.3 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านการประกัน
4.6 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านสุขภาพ 4.7 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านสินค้าคงคลังและการขนส่ง 4.8 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านการจราจร
4.9 กลุ่มธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ด้านการท่องเที่ยว 5.การประยุกต์เทคโนโลยีสำหรับธุรกิจกิจดิจิทัล โมไบล์ ช่องทางการทำธุรกิจดิจิทัลโมไบล์ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ไร้สายการ ตลาดเคลื่อนท่ี (Mobile Marketing) การใช้โมไบล์คูปอง การชำระเงินเคลื่อนท่ี ผู้ช่วยวส่วนบุคคลดจิทัล (Digital Personal Assistant) การสร้างความภักดีในตัวสินค้าและการบริการเคลื่อนท่ี (Mobile Loyalty) การให้ บริการของธุรกิจแบบเคลื่อนที่
หน่วยที่ 7 ความมั่นคงปลอดภัยใน การทำธุรกรรมดิจิทัล
1.ความเสี่ยงและภัยคุกคามต่อธรุกรรมดิจิทัล 2.ประเภทเหตกุารณ์ของภัยคุกคามต่อธุรกรรมดิจิทัล จากผลการสํารวจของเวิล์ดอีโคโนมิกฟอรัม (World จากการสำรวจของศูนย์ปฏบัติการ Security Operation Economic Forum: WEF) ใน ค.ศ. 2019เรื่องความเสั่นง Center (SOC) ของบริษัท CAT cyfence ผู้ให้บริกาารดูแล จาก การรับรู้ทั่วโลก ซึ่งพิจารณาจากความเสี่ยงที่ผู้มีอํานาจ ความปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศของประเทศไทย ได้ ตัดสินใจจากทั่วโลกมอง และคิดว่าเป็นความเสี่ยงที่คาดการณ์ รวบรวมข้อมูลสถิภัยคุกคาม บนโลกไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นการ จะมีโอกาสเกิดเพิ่มมากขึ้น ใน ค.ศ. 2020 ยืน ยันตัวตนล้มเหลวโปรแกรมประสงค์ร้ายต่าง ๆ
3.การจัดการความเสี่ยงและภัยคุกคามธุรกรรมดิจิทัล 3.1 ความเสี่ยงด้านข้อมูลสารสนเทศ (Information Risk) ความเสี่ยง (Risk Definition) หมายถึงผล ของความไม่แน่นอน 3.2 ความเสี่ยงด้านอุปกรณ์ฮา ที่ส่งผลต่อองค์กรหรือเหตุการณ์ รด์แวร์(HardwareRisk) ที่เกิดขึ้นและก่อให้เกิดผลเชิงลบ 3.3 ความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์(SoftwareRisk) 3.4 ความเสี่ยงด้านผู้ใช้งาน(UsersRisk) 3.5 ความเสี่ยงด้านกายภาพและสิ่ง แวดล้อม(PhysicalandEnvironmentRisk) 3.6 ความเสี่ยงด้านเครือข่ายสื่อสาร (Network Communication Risk) 3.7 ความเสี่ยงด้านกระบวนการใช้งาน (Process Risk)
4.ความมั่นคงปลอดภัยในการทำธุรกรรมดิจิทัล ปัจจุบันผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทุกปีโดยเฉพาะจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในภูมิภาค เอเชียมีนวนถึง 2,300 ล้านคน เมื่อเปรียบเทียบกับ จํานว นภูมิภาคที่เหลือจํานวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งหมดรวม กันเพียง 2,233 ล้านคนคิดเป็น 50.3% ของประชากรที่ ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลก รองลงมาเป็นภูมิภาคยุโรปจำนวน ถึง 727 ล้านคนคิดเป็น 15.9% และน้อยที่สุดคือภูมิภาค เอเชีย เนียออสเตรเลียมีจำนวน 29 ล้านคนคิดเป็น 0.6% ของประชากรที่มีอินเทอร์เน็ตทั่วโลก
จะเห็นได้ว่านอกจากจำนวนผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วโลกในแต่ปี จะมีจำนวนเพิ่มมากแล้วผู้ใช้งานสามารถ เข้าถึงและใช้การธุรกรรมดิจิทัล ต่างๆ ได้อย่างสะดวก รวดเร็วไม่มีข้อสถานที่และเวลามาเป็นตัวกําหนด แต่ในขณะเดียวกันข้อมูลธุรกรรมดิจิทัลที่เกิดขึ้นในระหว่างการใช้งานก็คุมความเสี่ยงต่อการถูกโจมตี ขโมย หรือ ถูกทําลายได้ โดยเฉพาะการถูกขโมยข้อมูลธุรกรรมทางการเงินหรือการปล่อยไวรัสโจมตี ระบบปฏิบัตัการก็มีให้ได้อยู่ตลอดเวลาหากไม่มีระบบ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ดีเพียงพอซึ่งภัย คุกคามทางไซเบอร์เหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายแก่ผู้ใช้หน่วยงาน หรือองค์กรได้ ดังนั้นแนวคิด เรื่องการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cyber Security) จึงถูกพัฒนาไปพร้อมกับความ ก้าวหน้ าทางด้านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศของควบคู่ไปด้วย
หน่วยที่ 8 กฎหมายและจริยธรรม และการทำธุรกรรมดิจิทัล
1.กฎหมายและจริยธรรม กฎหมาย คือข้อบังคับที่เป็นมาตรฐานที่ใช้วัดและใช้กำหนดความ ประพฤติของประชากรในสังคม ได้ว่าสิ่งทีากระทําลงไปนั้นถูกหรือผิดสามารถกระทำได้หรือกระทำไม่ได้ จริยธรรม (Ethics) มาจากคำว่าจรยิ + ธรรม ซึ่งคำว่า จรยิ หมายถึง ความประพฤติหรือ กริยาที่ควร ประพฤติ ส่วนคําว่า ธรรม หมายถึง คุณความดีหรือหลักปฏิบัติเมื่อนำคำทั้งสองมารวม กัน เป็น “จรยิ ธรรม” จึงมีความหมายว่า “คุณความดีควรประพฤต”ิ หรือ “หลักปฏิบัติ หรือกริยาควรประพฤติ” 2.จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทและ ความเกี่ยวข้องกับชุมชนและสังคมใน ทุกระดับชั้นดังนนั้นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ โดยเฉพาะการใช้งานกับชุมชนและสังคม ออนไลน์ จําเป็นจะต้อง คำนึงถึง จริยธรรมใน 4 ประเด็นประกอบด้วย
3.จริยธรรมในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 1. ความเปนสว นตัว 2.ความถูกตอ ง 3.เปนเจาของ 4.การเขาถึงขอมูล 4.ความหมายของธุรกรรมดิจิทัล ธุรกรรมดิจิทัล (digital transaction) หมายถึง ธุรกรรม ที่กระทำขึ้นโดยใช้วิทีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตโดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็ น เครื่องมือดําเนิน การเป็นหลัก
5.กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของ ประเทศไทย กฎหมายเกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Transactions Law) กฎหมายเกี่ยวกับลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Signatures Law) กฎหมายเกี่ยวกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศให้ ทั่วถึงและเท่าเทียมกัน (National Information Infrastructure Law) กฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (Computer Crime Law) กฎหมายเกี่ยวกับการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Funds Transfer Law)
6.กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศของประ เทศไทยท่ีมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน กฎหมายเทคโนโลยีสารสนเทศทที่มีผลบังคับใช้อยู่ใน ปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 ฉบับ คือ กฎหมายธุรกรรม ทาง อิเล็กทรอนิกส์ กฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎหมายการกระทําความผิดเก่ียวกับ คอมพิวเตอร์ 7.การทำธุรกิจดิจิทัล จากความหมายของธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (electronic transaction) คือ ธุรกรรมที่กระทําขึ้นโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน นั้น ปัจจุบันประเทศไทยมีหลายหน่วยงานทั้งในส่วนภาครัฐและ ภาคธุรกิจมร การปรับเปลี่ยนการทําธุรกรรมด้านต่าง ๆ
หน่วยที่ 9 กรณีศึกษาธุรกิจดิจิทัล
1.ธนาคารอิเล็กทรอนิกส์(e-Banking) ซึ่งในปั จจุบันแต่ละธนาคารได้มีการพัฒนาธุรกรรมดิจิ ทัลให้บริการแก่ลูกค้าหลากหลายรูปแบบทั้งบริการ บน เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลด และติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี โน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ 2.การตลาดอิเล็กทรอนิกส์(e-Marketing) ซึ่งในปั จจุบันแต่ละธุรกิจได้มีการพัฒนาธุรกรรมดิจิทัล เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าหลากหลายรูปแบบทั้งบริการบน เว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดและ ติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีโน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ตโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์พก พาต่างๆซึ่งมีให้บริการหลากหลายรูปแบบ
3.สถาบันการศึกษาอิเล็กทรอนิกส์(e-Institue) ซึ่งในปั จจุบันได้มีการเปลี่ยนรูปแบบการจัดการเรียน การสอน รายวิชา หลักสูตร คอร์สฝึกอบรม การ ประชุม หรือสัมมนาทางวิชาการ ไว้ให้บริการแก่ผู้ เรียนนิสิตนักศึกษา นักวิชาการ ชาวบ้าน ชุมชนหรือ ประชาชนทั่วไปหลากหลายรูปแบบทั้งบริการบนเว็บ ไซต์หรือแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลดและติด ตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซี โน้ ตบุ๊ก แท็บ เล็ตโทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์ พกพาต่าง ๆ 4.การเกษตรกรรม อิเล็กทรอนิกส์(e-Agriculture) เป็ นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่ อสารมา ประยุกต์ใช้เพ่ื่ อเป็ นเครื่ องมือในการจัดการข้อมูล ข่าวสารหรือการติดต่อเพื่อการสื่อสารและส่งข้อมูลใน ระยะไกล อีกทั้งยังนําไปประยุกต์เพื่อประโยชน์ ทาง ด้านเกษตรกรรมบางครั้งอาจจะเรียกว่า เกษตร อัจฉ ริะ (Smart Agriculture)
5.โรงพยาบาลอิเล็กทรอนิกส์(e-Hospital) ซึ่งในปั จจุบันมีรูปแบบทั้งบริการบนเว็บไซต์หรือ แอปพลิเคชันที่สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งเพื่อใช้งา นบนเคร่ืองคอมพิวเตอร์พีซี โน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ตโทรศัพ ท์มือถือสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์พกพาต่าง ๆ ซึ่งคลินิก โรงพยาบาล สถาบันสุขภาพต่าง ๆ 6.การขนส่งอิเล็กทรอนิกส์ (e-Transportation) ซึ่งในปัจจุบันมีรูปแบบทั้งบริการบนเว็บไซต์ หรือ แอป พลิเคชั่นสามารถดาวน์โหลดและติกตั้งเพื่อใช้งานบน เครื่องคอมพิวเตอร์พีซีโน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ต โทรศัพท์มือ ถือสมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ
7.การกีฬาอิเล็กทรอนิกส์(e-Sports) ซึ่งในปั จจุบันมีรูปแบบการเล่นเป็ นกลุ่มที่มีหรือบุคคล บนเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชั่นที่สามารถดาวน์โหลด และติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์พีซีโน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือสมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์พก พาต่าง ๆ 8.อุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ (e-Manufacturing) ซึ่งในปั จจุบันมีอุตสาหกรรมการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ที่ สามารถควบคุมและสั่งการกระบวนการผลิตผ่านเวฺบ ไซต์หรือควบคุมและสั่งการผ่านแอปพลิเคชั่นที่สามารถ ดาวน์โหลดและติดตั้งเพื่อใช้งานบนเครื่องคอมพิวเตอร์ พีซี โน้ ตบุ๊ก แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน หรือ อุปกรณ์พกพาต่าง ๆ
9.ธุรกิจบันเทิงอิเล็กทรอนิกส์ (e-Entertainment) เป็ นการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ท่เีก่ียว ข้องกับกระบวนการสตรีมมิ่ง (Streaming)ซึ่งก็คือการ รับส่งสัญญาณ ถ่ายทอดไฟล์มัลติมีเดียทั้งภาพและ เสีย งผ่านเครือข่ายระบบอินเทอรเ์น็ตด้วยการใช้ เทคโนโลยี 4G หรือ 5G 10.รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์(e-Government) การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและระบบการสื่อสารอิน เทอร์เข้ามาช่วยในการบริหารจัดการและช่วยงานของ ภาคราชการใหม่มีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้นกว่าเดิม
Search
Read the Text Version
- 1 - 50
Pages: