Financial Analysis การวเิ คราะหเ งินทนุ หมุนเวยี น วตั ถุประสงค 1. เพอื่ ใหเขา ใจความสาํ คญั ของเงนิ ทุนหมนุ เวียนทีม่ ีตอ การดําเนินธุรกจิ 2. เพอ่ื ใหเ ขาใจวงจรการดําเนนิ งานและวงจรเงนิ สด สามารถนําไปใชเ ปน เครอ่ื งมือในการบรหิ าร เงินทนุ หมนุ เวยี นและการประมาณการความตองการเงนิ ทนุ หมุนเวยี น 3. เพื่อทําความเขาใจแตละรายการหลักของเงินทุนหมุนเวียน อันไดแก เงินสด หลักทรัพยลงทุน ช่ัวคราว ลูกหนี้การคา สินคาคงเหลือและ หน้ีสินหมุนเวียนอันประกอบดวยเงินกูระยะสั้น คาใชจ ายคางจา ย และเจาหนก้ี ารคา รายละเอยี ดเนื้อหาวิชา ภาพรวมเงนิ ทุนหมนุ เวียน ตัวอยาง ลักษณะการดาํ เนินธรุ กจิ ของธรุ กิจหลายประเภท - วงจรการดําเนนิ งาน - วงจรเงนิ สด - ความตองการเงนิ ทนุ หมุนเวียน การจัดการสนิ ทรพั ยหมนุ เวยี น - เงินสด - การจัดการเงนิ สด - งบประมาณเงินสด - หลักทรพั ยลงทุนช่ัวคราว - ลูกหนี้การคา - สนิ คาคงเหลอื การจดั การหน้สี นิ หมุนเวียน - เงินกรู ะยะสั้น - คาใชจา ยคางจา ย - เจาหน้ีการคา 9- 1
การวิเคราะหเ งนิ ทุนหมนุ เวียน การวเิ คราะหเ งนิ ทนุ หมุนเวียน เงินทนุ หมุนเวียนเปน เงินทุนทมี่ อี ยูเพอื่ ใชในกิจกรรมการดําเนนิ งานปกตปิ ระจําวนั ของธุรกิจ อันไดแก การซื้อสินคามาขาย การจายคาใชจายในการดําเนินงาน การจายชําระ เจาหนี้ การขายสินคา การรับชําระเงินจากลูกหนี้การคา เปนตน ความตองการเงินทุน หมุนเวียนมีมากหรือนอยตางกันข้ึนอยูกับประเภทของธุรกิจ ลักษณะการซื้อสินคามาขาย การขายสินคา การซื้อสินคา ตลอดจนเงื่อนไขการซ้ือ และการขายวาเปนเงินสดหรือเงิน เช่ือดวยระยะเวลาเทาใด ดงั จะไดเห็นจากตัวอยา งดงั ตอไปนี้ ตัวอยางที่ 1 พอคาปลีกผลไมสดตามแผงขายในตลาดซ่ึงสวนใหญจะเปนการซ้ือเงินสดและขายเงิน สด จะมีเงินทุนจํานวนหนึ่งเพื่อซ้ือผลไมสดในตอนเชาทุกเชา และพอถึงเย็นสินคาผลไมสดท่ีมีก็จะถูก จําหนายหมด ไดเงินสดคืนมาพรอมกับมีกําไร (ขาดทุน หรือเทาทุน) พอคาก็จะมีเงินสดท่ีพรอมท่ีจะซื้อ ผลไมส ดอกี ในเชาวันรุงขึ้น และเมื่อถึงตอนเย็นก็จะไดเงินสดคืนจากการขายผลไม หมุนเวียนเปนปกติของ ธุรกิจ ลักษณะเชน น้คี วามตองการเงินทนุ หมนุ เวียนจะมีไมมากนัก พอคาสามารถดําเนินธุรกิจของเขาไปได ดวยเงนิ ทนุ หมนุ เวียนจํานวนหนึง่ ที่เพยี งพอสําหรับการเรม่ิ ตน ตัวอยางท่ี 2 พอคาสงผลไม (เชน ท่ีตลาดไท หรือตลาดส่ีมุมเมือง) ซ่ึงมีความจําเปนตองเตรียมสินคา ในจํานวนที่มากข้ึน อาจมีท้ังผลไมสด ผลไมกระปอง หลากหลายมากข้ึน สินคาท่ีเตรียมไวขายอาจไมได จําหนายหมดวันตอวัน ลักษณะธุรกิจแบบน้ีตองมีเงินทุนหมุนเวียนที่มากข้ึน เพื่อทําใหเราสามารถดําเนิน ธรุ กิจไดอยา งตอ เน่ือง การซอื้ ผลไมอาจมีการซอ้ื ดว ยเงนิ สด การขายผลไมบางสวนอาจเปนเงินสด บางสวน ขายใหกับลูกคารายใหญ ๆ อาจมีการใหระยะเวลาการชําระหนี้ เชน 7 วัน เปนตน หากมีการแขงขันมากข้ึน เชน กรณีมีผูคาสงมากรายที่ลูกคาสามารถเลือกซื้อได จะยังมีความจําเปนที่จะตองพิจารณาการใหเทอม ยาวนานขน้ึ ทําใหค วามตอ งการเงนิ ทนุ หมุนเวยี นมมี ากข้นึ ดว ย ตัวอยางท่ี 3 ธุรกิจมินิมารท มีการซื้อของอุปโภค บริโภคหลากหลายประเภทเพื่อจําหนายใหลูกคา ปลีก มีลักษณะการดําเนินงานท่ีแตกตางไปจากการคาผลไมสดหรืออาหารสด ธุรกิจประเภทนี้จะมีสินคา หลากหลายมากมาย ซึ่งสินคาเหลาน้ีจะมีการวางอยูบนห้ิงอยูระยะเวลาหนึ่งกอนท่ีจะมีการจําหนายออกไป เชน โดยเฉลี่ยประมาณ 40 วัน ในขณะท่ีการซื้อสินคามาก็จะไดเงื่อนไขระยะเวลาการชําระเงินจากผูขาย เชน ชําระเงินภายใน 30 วนั เปน ตน สวนการขายกจ็ ะเปน การขายดวยเงนิ สดเปน สว นใหญ ซ่ึงธรุ กจิ ประเภท น้สี ามารถหมุนเวียนเงินทนุ ท่ไี ดจากการขายมาซอื้ สนิ คา ทําใหลดความตอ งการเงนิ ทนุ หมุนเวียนจํานวนมาก ลงได 9-2
Financial Analysis ตัวอยางท่ี 4 ธุรกิจผลิตสินคาเพื่อขาย มีการเตรียมวัตถุดิบจํานวนหน่ึงเพียงพอสําหรับการผลิต มี กระบวนการผลิตซ่ึงตองใชระยะเวลาระยะหน่ึงกอนท่ีจะผลิตเสร็จสมบูรณเปนสินคาสําเร็จรูป สินคา สําเร็จรูปจะถูกเก็บในคลังสินคาสําหรับระยะเวลาหนึ่งกอนที่จะมีการจําหนายออกไป เมื่อมีการจําหนาย โดยใหเง่อื นไขระยะเวลาการชําระเงนิ ยาวนานออกไปอีกระยะหนึง่ ตามสภาพการแขง ขันที่มีอยสู งู จะพบวา กระบวนการทั้งหมดนับตั้งแตการจัดเตรียมวัตถุดิบ การผลิต การสต็อค การขาย และการเก็บเงิน ใช เวลานานพอสมควร ซ่ึงธุรกิจประเภทน้ีจําเปนตองมีเงินทุนหมุนเวียนมากในระดับหนึ่งใหเพียงพอสําหรับ การใชจายกอ นที่จะไดร ับเงนิ สดมาจากการขายสนิ คา ท้ัง 4 ตัวอยางขางตน ทําใหเห็นไดชัดวาปจจัยท่ีสําคัญยิ่งในการกําหนดปริมาณเงินทุนหมุนเวียนที่ ตองมสี ําหรบั ธรุ กจิ ใดไดแ ก วงจรการดาํ เนินงานและวงจรเงินสดของธุรกิจนน้ั ๆ นน่ั เอง วงจรการดําเนินงาน (Operating Cycle) ไดแก ระยะเวลานับต้ังแตซ้ือวัตถุดิบหรือสินคามาเพ่ือผลิต หรอื เพอ่ื จาํ หนายผานกระบวนการผลติ เปนสนิ คา สาํ เร็จรูปจนกระท่ังจาํ หนายได และในทสี่ ุดเกบ็ เงนิ จากการ ขายได วงจรเงินสด (Cash Cycle) ไดแก ระยะเวลานับตั้งแตวันที่ตองจายเงินชําระคาสินคาจนกระท่ังถึง วันที่ไดรับการชําระเงินจากลูกหนี้ ถามีการจายคาสินคาเร็วกวาการรับชําระจากลูกหนี้ ธุรกิจจําเปนตองมี เงินทุนหมนุ เวยี นใหเพียงพอ สาํ หรบั หลอเล้ียงธุรกจิ กอ นทจี่ ะใหธรุ กจิ เลย้ี งตัวเองได ภาพแสดงถึงวงจรการดาํ เนินงาน เงินทนุ เริ่มแรก จา ยชําระ + กําไรสะสม เจา หนี้ คา ใชจ ายดําเนนิ งาน เงนิ ทนุ จาก ดอกเบี้ย ภาษี เจา ของ เงินปน ผลคนื เจา ของ เจาหน้ี ลูกหนี้ สินคา 9- 3
การวเิ คราะหเ งนิ ทนุ หมนุ เวยี น ธุรกจิ เริ่มตน ดว ยเงนิ ทนุ เร่มิ แรกจํานวนหน่ึง ซ่งึ อาจเปนเงนิ จากเจาของท้ังหมดหรอื จากการ กูบางสวน เร่ิมการทําธุรกิจโดยมีวงจรการดําเนินงานเปนวงจร (A) → (B) → (C) ท่ีธุรกิจจะ ซื้อสินคามาขาย มีการขายและการเก็บเงินจากลูกหนี้ ซึ่งบอกถึงระยะเวลาท่ีจะมีเงินสดหมุนเวียน กลับเขามาในธุรกิจจากการดําเนินงานปกติพรอมกําไรที่ทําได แลวจะหมุนเวียนรอบตอไป คือ ซ้ือ ของมาขายอีกตามชวงเวลาท่ีเปนอยู วงจรน้ียิ่งยาวนาน ย่ิงบอกถึงความลาชาที่เงินสดจะหมุนเวียน เขามา ธุรกิจจะมีปญหาสภาพคลองหรือไมขึ้นอยูกับระยะเวลาท่ีจะตองจายชําระเจาหนี้ หากมี ระยะเวลาการจายชําระเจาหน้ีสอดคลองกับระยะเวลาที่เงินสดจากการขายหมุนเวียนเขามาพอดี จะ ไดวา ธุรกิจก็จะสามารถหมุนเวียนเงินทุนจากการดําเนินงานไดโดยไมตองอาศัยเงินทุนจากแหลง อื่นมากนัก แตในความเปนจรงิ ธุรกิจแตล ะประเภทจะมีวงจรการดําเนินงานที่แตกตางกันไป และมี เง่ือนไขการจายชําระหนี้ท่ีตางกันไป การศึกษาถึงวงจรการดําเนินงานจึงเปนประโยชนใหแนวทาง ในการเตรยี มการเงนิ ทนุ หมุนเวียนใหพ อเหมาะกับการดาํ เนนิ งาน วงจรการดําเนินงานปกติของธุรกจิ ประกอบดว ยตวั แปร 3 อยาง 1) ระยะเวลาสนิ คาคงเหลืออยใู นคลงั สินคา เปนระยะเวลานับตั้งแตวันที่ซ้ือสินคามาขาย หรือวัตถุดิบเพ่ือใชในการผลิตเขามาเก็บใน คลังสินคา ผานกระบวนการผลิต(สําหรับธุรกิจ ผลิต) จนกระท่งั ถงึ วันท่ขี ายสินคา ออกไปได 2) ระยะเวลาการรับชําระหน้ีจากลูกหนี้: เปนระยะเวลานับต้ังแตวันที่ขายสินคาออกไป จนกระทั่งถึงวันที่ไดรับชําระหนี้จากการขาย สนิ คาน้นั 3) ระยะเวลาการจายชําระเงินใหเจาหนี้: เปนระยะเวลานับต้ังแตวันที่ซื้อสินคามาขายหรือวัตถุดิบเพ่ือ ใชในการผลติ จนกระท่ังถงึ วันทจี่ ายชาํ ระคา สนิ คาหรือวัตถดุ ิบนั้น วงจรการดาํ เนนิ งาน = ระยะเวลาสนิ คา คงเหลืออยูในคลงั สินคา +ระยะเวลาการรับชําระหนี้ วงจรการเงนิ สด = วงจรการดําเนินงาน - ระยะเวลาการจายชาํ ระเงินใหเ จาหนี้ = ระยะเวลาสนิ คาคงเหลืออยใู นคลงั สนิ คา + ระยะเวลาการรบั ชําระหน้ี - ระยะเวลาการจายชําระเงินใหเจา หน้ี 9-4
Financial Analysis วงจรทัง้ สองยง่ิ สน้ั เทา ใด จะพบวา การหมนุ เวยี นของเงนิ ทนุ จะสามารถทําไดม ากครั้งในรอบ ระยะเวลาหนง่ึ ทําใหส ามารถสรางผลกําไรไดมากขน้ึ และมคี วามตอ งการใชเ งินทนุ หมุนเวียนลดลง ดงั นนั้ ผูป ระกอบการควรเขาใจถองแทถงึ วงจรการดาํ เนนิ งาน และวงจรเงนิ สดทเ่ี ปน อยสู ําหรบั ธรุ กจิ ของตัวเอง และพยายามทจ่ี ะใหว งจรนีส้ น้ั ทส่ี ดุ เทา ท่ีจะทําได โดยการควบคมุ สนิ คาคงเหลือและลกู หนใ้ี หห มนุ เวียนเปน เงนิ ใหเ รว็ ที่สดุ ในขณะท่คี วบคมุ การจา ยชาํ ระเจาหน้ีใหยาวนานตามเครดิตเทอมท่ไี ดม า ตัวอยา งที่ 5 ถา บรษิ ทั สเี ขยี วเยน็ ตา จาํ กดั มขี อ มลู การดําเนนิ งานดังนี้ 1) การซอ้ื สนิ คามาเพอ่ื ขาย โดยเฉลยี่ สินคา จะอยใู นคลังสินคาประมาณ 40 วนั กอนที่จะขายได 2) การขายเปน เงนิ เชือ่ ทั้งหมด ระยะเวลาทลี่ ูกหนี้ชาํ ระเงิน โดยเฉล่ยี ประมาณ 30 วัน 3) การจา ยชําระเจา หนี้คา สนิ คา โดยเฉล่ียใชเวลาประมาณ 50 วัน จะไดว า วงจรการดําเนนิ งาน = 40 + 30 = 70 วัน วงจรเงนิ สด = 70 - 50 = 20 วนั ซอื้ สินคา ขายสินคา จา ยชําระหน้ี รบั ชาํ ระจากลูกหน้ี 0 40 50 70 วงจรการการดาํ เนนิ งาน วงจรเงินสด 9- 5
การวิเคราะหเ งินทุนหมนุ เวยี น ตัวอยางที่ 6 ถาธุรกิจมียอดขายเดือนละ 10,000 บาท โดยมีตนทุนสินคาขายเทากับ 6,000 บาท โดยเฉล่ีย แลวสินคา จะอยูในคลังสินคาประมาณ 2 เดือนกอนท่ีจะขายออกไป คาใชจายดําเนินงานตอเดือนเทากับ 2,000 บาท เราสามารถประมาณเงินทุนหมุนเวียนท่ีตองใชดังนี้ (ธุรกิจจะมีวงจรการดําเนินงานน้ีหมุนเวียน ทุกเดือนไมหยุดนิ่งโดยภาพจากตัวอยางทุกตัวอยางตอไปน้ี จะเปนการจําลองการดําเนินงานเพียงรอบใด รอบหนง่ึ เพ่ือความชดั เจน) วันซือ้ สินคา วันขายสนิ คา จายเงนิ สด รับเงินสด 2 เดือน ระยะเวลาสินคาคงเหลืออยใู นคลงั สินคา = 2 เดอื น ระยะเวลารบั เงนิ จากลกู หน้ี = 0 ( ขายเปนเงินสด) ระยะเวลาจายชําระใหเ จาหนี้ = 0 ( ซือ้ เปนเงินสด) วงจรการดาํ เนินงาน = 2 + 0 = 2 เดือน วงจรเงินสด = 2 – 0 = 2 เดอื น ตน ทนุ สินคา เดือนละ 6,000 บาท เงินทนุ ที่ตอ งใชใ นการซือ้ คลังสนิ คาสําหรบั 2 เดือน = 2 x 6,000 = 12,000 บาท ในชวงระยะเวลา 2 เดือน การขายสินคาเปนเงินสด จะทําใหธุรกิจมีเงินทุนหมุนเวียนเขามา เพยี งพอสําหรับการส่ังซื้อสินคามาเขาคลังสินคาอีก และเพียงพอสําหรับการจายคาใชจายในการ ดําเนินงานรายเดือน ทุกเดือนธุรกิจจะมียอดขาย 10,000 บาท และจายคาใชจายดําเนินงานเดือน ละ 2,000 บาท เหลือกําไร 2,000 บาท และจายคาใชจายอื่นใดหรือการจายเงินปนผลคืนให เจาของ จากการคํานวณ จะพบวา ความตองการเงินทุนหมุนเวียนหลักจะเทากับ 12,000 บาท หมุนเวียน ครง้ั แลว ครั้งเลาตอไปตามการดําเนินงานของธรุ กิจ 9-6
Financial Analysis ตัวอยางที่ 7 ถา การขายดังกลาวเปนการขายเงินเชือ่ โดยกาํ หนดใหลกู หนช้ี าํ ระภายใน 30 วัน จะไดว า วงจรเงินสดจะเปล่ยี นไปดังรายละเอียดตอ ไปน้ี วนั ซอ้ื สนิ คา วันขายสนิ คา วันรบั ชําระจากลูกหน้ี จายเงนิ สด รบั เงิน 3 เดือน กรณีนจี้ ะตอ งมีการจัดเตรยี มเงนิ ทุนหมุนเวยี นใหเ พยี งพอดังนี้ เงนิ ทนุ สําหรบั การซ้ือสนิ คา เขาคลงั สนิ คา = 2 x 6,000 = 12,000 เงนิ ทนุ สาํ หรับการขายเชือ่ = 10,000 (ประกอบดว ยเงนิ ทุนจาํ เปน สาํ หรับการซ้อื สนิ คา 6,000 บาท + คาใชจ า ยดาํ เนินงาน 2,000 บาท และจายคนื กาํ ไรใหเ จา ของ = 22,000 2,000 บาท ซึง่ มีการจา ยกอนไดร บั เงนิ จากการขาย) รวมเงนิ ทุนหมุนเวยี นทีต่ อ งการ เงินทุนเวียนที่ตองการจะเปนจํานวนเทากับที่ตองลงทุนในสินคา สําหรับเวลา 2 เดือน เทากับ 12,000 บาท บวกกับเม่ือขายสินคาออกไปแลวยังเก็บเงินไมได ตองรอเวลา 1 เดือน จึงเก็บเงินได ในชวง เวลารอเก็บเงินน้ี ธุรกิจจะตองลงทุนในสินคาอีก 6,000 บาท สําหรับรักษาระดับสินคาคงเหลือใหมีอยู 2 เดือน ตามนโยบาย ตองมีการลงทุนสําหรับจายคาใชจายดําเนินงาน ระหวางเดือนจํานวน 2,000 บาท และ ตองจายผลกําไร ใหเจาของ (เพ่ือดํารงชีพ) จํานวน 2,000 บาท รวมท้ังหมดเปนเงินทุนหมุนเวียนท่ีตองการ จาํ นวน 22,000 บาท 9- 7
การวเิ คราะหเ งนิ ทนุ หมุนเวยี น ตัวอยางท่ี 8 ถาธุรกิจสามารถตอรองกับผูขายเชื่อเจาหนี้โดยขอซื้อเปนเงินเช่ือได จะพบวาเงินทุน หมุนเวียนท่ีตองการใชจะลดลง เชน ถาไดระยะเวลาจายชําระเจาหน้ีขยายเปน 30 วัน แทนการซื้อ เงินสด วงจรเงนิ สดจะเปนดังน้ี วันซ้ือสนิ คา วันขายสินคา วนั จายเงนิ สด วนั รบั เงนิ สด 2 เดอื น การจัดเตรยี มเงนิ ทุนหมนุ เวียนจะเปนดงั นี้ = 6,000 เงนิ ทุนสาํ หรบั การซื้อสนิ คาคงเหลือ = 10,000 เงนิ ทนุ สาํ หรบั การขายเช่อื (เกบ็ เงนิ ใน 30 วัน) = 16,000 รวมเงินทุนหมุนเวยี นท่ตี องการ ตวั อยางท่ี 9 ถาวงจรเงินสดเนน่ิ นานออกไป เชน สินคาอยใู นคลงั สนิ คาโดยเฉลย่ี 3 เดอื น การซ้ือตองซื้อ เงินสด ในขณะที่ลูกหน้ีขอขยายระยะเวลาชาํ ระหนีเ้ ปน 2 เดือน จะไดว งจรเงนิ สดเปนดงั นี้ วันซอ้ื สนิ คา วนั ขายสินคา วนั จา ยเงนิ สด วนั รับเงนิ สด 5 เดือน = 18,000 = 20,000 การจัดเตรยี มเงนิ ทนุ หมุนเวยี นจะเปน ดงั น้ี = 38,000 เงนิ ทนุ สาํ หรับการซอ้ื สินคาคงเหลือ ( 3 เดือน) เงนิ ทุนสําหรับการขายเชื่อ (2 เดือน) รวมเงินทนุ หมุนเวียนทต่ี องการ 9-8
Financial Analysis ตัวอยางท่ี 10 ในธุรกิจผลิตหรือธุรกิจกอสราง พบวาวงจรเงินสดจะยิ่งยาวนาน และเงินสดจายเปนเงิน จํานวนมากดวย เชน สมมติวา ผูผลิตตองการวัตถุดิบ 4,000 บาทตอเดือน เพื่อสงเขากระบวนการผลิตที่ตอง ใชเวลา 1 เดือน จึงจะไดสินคาสําเร็จรูปโดยสมบูรณ คาแรงในการผลิตเดือนละ 6,000 บาท และคาโสหุย การผลติ เดือนละ 2,000 บาท โดยมีรายไดจากการขายเดือนละ 20,000 บาท ขายเปนเงินเช่ือเก็บไดภายใน 30 วนั จะไดวงจรเงินสดขั้นตํา่ ดังน้ี กรณที ่ี 1: ซอ้ื วัตถุดิบเปน เงนิ สด สง เขา ผลติ ทนั ที เม่ือผลิตเสร็จขายทนั ทีและเกบ็ เงินไดภายใน 1 เดอื น กรณีนี้ ไมม ีวัตถดุ ิบและสินคา สาํ เร็จรูปเหลืออยูในคลงั สินคา ซือ้ วตั ถดุ บิ จําหนายสนิ คา สําเร็จรปู วันจายเงนิ สด วันรับเงินสด 2 เดอื น การคาํ นวณความตอ งการเงินทุนหมุนเวยี น 1. ซือ้ วัตถุดบิ และสงเขา กระบวนการผลิตทันที ไมมีวตั ถุดิบคงคลัง ซ้ือวัตถดุ ิบ 4,000 คา แรง 1 เดือน 6,000 โสหุยการดําเนนิ งาน 2,000 12,000 2. เมอ่ื ผลิตเสรจ็ ขายทนั ทีโดยมีระยะเวลา เก็บเงิน 1 เดือน ไมมีสนิ คา สําเร็จรปู คงคลงั สินคาสาํ เร็จรปู 12,000 โสหยุ การดาํ เนินงาน 1 เดอื น 2,000 ผลกําไรใหเ จาของ 6,000 20,000 รวมเงนิ ทุนหมุนเวยี นทต่ี อ งการ 32,000 9- 9
การวิเคราะหเงินทนุ หมนุ เวียน กรณที ่ี 2: แตถามีวัตถุดิบคงคลงั 1 เดอื น กอนสง เขา กระบวนการผลติ ซึง่ ใชเ วลา 1 เดือน จึงจะผลิตโดยสมบูรณ และสินคา สําเรจ็ รูปทผี่ ลติ เสรจ็ มีการเก็บเขาคลังสินคาโดยมีระยะเวลาเฉล่ีย 1 เดือนกอนท่ีจะจําหนาย ออกไปได การขายเปนการขายเช่อื เกบ็ เงินภายใน 1 เดอื น จะไดว งจรเงนิ สดออกมาเปนดงั น้ี ซอ้ื วัตถุดบิ สง วตั ถดุ บิ เขา ผลิตสนิ คาสําเร็จรปู รับชาํ ระเงิน กระบวนการผลติ แลวเก็บในคลงั จําหนา ยสนิ คา จากการขาย วนั จา ยเงนิ สด วนั รบั เงินสด 4 เดือน 4,000 การคาํ นวณเงินทุนหมุนเวียน 4,000 12,000 1. ซ้ือวตั ถุดิบเร่ิมแรก 6,000 14,000 2. สนิ คาระหวางผลิตประกอบดวย 2,000 20,000 50,000 วัตถดุ ิบ 12,000 คา แรง 1 เดอื น คา โสหยุ การดาํ เนนิ งาน 1 เดอื น 2,000 3. สินคา สาํ เรจ็ รูปในคลัง ในคลัง 1 เดอื น คาโสหยุ ในการดําเนินงาน 4. การขายเชื่อ 1 เดือน เงินทนุ หมนุ เวียนท่ตี อ งการ 9 - 10
Financial Analysis การลดความตองการเงินทุนหมุนเวียนขางตน ก็คือการพยายามลดวงจรเงินสดนั่นเอง ซึ่งอาจ ทําไดหลายทางดงั น้ี ตอ รองขอขยายเวลาการจา ยชําระหนใี้ หแกผูข ายวัตถุดบิ พยายามปรับใชนโยบายการผลิต “Just - in - Time” เพื่อลดความตองการเงินทุนหมุนเวียน เชน ซ้ือวตั ถดุ ิบ ใหพอดีกับการผลิตเริ่ม ผลิตสินคาสําเร็จรูปใหพอดีกับการจําหนาย พยายามลดชวงเวลาท่ีตอง มวี ัตถดุ ิบคงคลงั และสินคา สําเร็จรปู แลว ใหเหลือนอ ยที่สดุ ลดชว งเวลารับชําระหน้ีจากลกู หนลี้ ง แตต องควรระวังวาใหสามารถแขงขันไดธุรกิจกอสรางมี ลกั ษณะคลา ย ธุรกิจผลิต ทั้งสองจะตองจัดหาวัตถุดิบ คาแรง และคาโสหุย ใหพรอมสําหรับการผลิตกอนท่ี งานจะเสร็จ เรยี บรอ ยพรอ มขายหรอื พรอมสงมอบ ธรุ กจิ กอสรางมักพบปญ หาเกยี่ วกบั รบั ชําระเงนิ จากผูซ อ้ื หรือผวู า จางหลัง จากงานเสรจ็ ซงึ่ อาจตองหาทางออกเพ่ือบรรเทาปญหาเงินทุนหมุนเวียนโดยการตกลงใหมีการ รบั ชาํ ระเงนิ ตาม งวดความคบื หนาของงาน มีการจัดทาํ ใบอนิ วอยซทนั ทโี ดยไมต องรอใหถึงวนั สิ้นเดือน จงึ จะมี การสงอนิ วอยซ เปนตน วิธีการดังกลาวนับเปนการเรงใหไดรับเงินสดเร็วขึ้น ชวยลดความตองการเงินทุน หมนุ เวยี นลงได การจัดการเงินทุนหมุนเวียนเปนความสามารถในการควบคุมสินทรัพยหมุนเวียนและหน้ีสิน หมุนเวียน ใหมีประสิทธิผล และมีประสิทธิภาพ ซ่ึงจะทําใหธุรกิจไดรับผลตอบแทนที่ดีที่สุดจากสินทรัพย หมุนเวียนท่ีลงทุนไป ในขณะที่ลดความเส่ียงจากการไมสามารถชําระหนี้สินหมุนเวียนไดตามกําหนดเวลา ดว ย การจดั การลงทนุ ในเงนิ ทุนหมุนเวียนท่ีเหมาะสม เปนการผลกั ดนั และสงเสรมิ ใหมีประสิทธิภาพในการ ดําเนินงาน แตอาจไมจําเปนเสมอไปวาจะไดประสิทธิผลในระยะยาว เจาหน้ีระยะสั้นชอบท่ีจะเห็นสภาพ คลองที่มากมายเกินความจําเปนของธุรกิจ เพราะน่ันหมายถึงสํารองเพ่ือความปลอดภัยสําหรับการจายชําระ หน้ีระยะส้ัน แตในฐานะผูประกอบการแลว สภาพคลองท่ีเกินความจําเปนนั้น เปนการเสียโอกาสการนํา เงนิ ทุนไปลงทนุ ในสนิ ทรพั ยทจ่ี ะเพมิ่ ผลกาํ ไร และผลตอบแทนในอนาคต 9- 11
การวเิ คราะหเงินทุนหมนุ เวียน การจดั การสินทรพั ยห มนุ เวยี น เงนิ สด หลกั ทรัพยล งทุนช่วั คราว ลกู หน้ีการคา สนิ คา คงเหลือ การจดั การเงนิ สด มีเปาหมายสําคัญเพ่ือใหไดผลตอบแทนสูงสุดท่ีเปนไปได จากเงินสดท่ีมีอยูมีขอคิดที่สําคัญหลาย ประการในการบรรลเุ ปา หมายทต่ี อ งการ การรับเงินสดใหเร็วที่สุด โดยเฉพาะการนําเช็คฝากธนาคาร หรือการนําเงินสด ฝากธนาคารให ดาํ เนินการทันที ไมใ หม ชี ว งเวลาทีเ่ สยี ไปโดยไมจ ําเปน การจายเงนิ สดใหช าที่สดุ ตามวันท่คี รบกาํ หนด เงินสด ท่ียังไมถึงกําหนดการใชจายควรนําไปลงทุนในตราสารหรือหลักทรัพยในตลาดเงินที่จะมี ผลตอบแทนจากการลงทนุ และมคี วามปลอดภัยจากการสญู เงินตนที่นําไปลงทนุ เงนิ สดท่ีไมพอใชหรอื ขาดมือ อันเนอื่ งมาจากการรับเงินและจา ยเงินไมส อดคลอ งกัน ผูประกอบการ ควรจะมีการเตรียมการรูลวงหนา เพ่ือที่จะไดวางแผนวาจะจัดหาเงินมาอยางไร อาจโดยการขอ วงเงินธนาคาร เพอ่ื ใชใ นการหมุนเวยี น ซงึ่ ตองมกี ารเตรียมการกอนท่ีจะเกิดข้ึนจริง งบประมาณเงิน สดจะเปน เครือ่ งมอื พ้นื ฐานทจี่ ะชว ยไดในเรือ่ งการเตรยี มการน้ี ธรุ กิจโดยท่วั ไป \"เงนิ สด\" ประกอบดว ย 1. เงินสดยอย เปนเงินสดจํานวนเหมาะสมจํานวนหนึ่งที่มีการเตรียมไวสําหรับคาใชจายจํานวนไมมาก นักท่ีเกิดขึ้นรายวันในการดําเนินธุรกิจ เชนคาแสตมป คาพานะ คาเครื่องใชสํานักงานเล็กๆนอยๆ เปน ตน เงนิ สดยอ ยนีจ้ ะเก็บไว ในที่เก็บตางหาก เพ่ือวัตถุประสงคนี้โดยเฉพาะ เพราะฉะนั้นเม่ือมีการใชจาย จะมีการเก็บใบเสร็จรับเงินสะสมไว เม่ือเงินสดยอยเกือบหมด ก็จะมีการจายเช็คทดแทนใหครบตาม วงเงินสดยอยท่ีมี และใบเสร็จรับเงินทั้งหมดท่ีสะสมเอาไว ก็จะมีการนํามาบันทึกลงบัญชีตอไป เงินสด ยอยมีสวนทําใหการจัดการเงินสดเปนไปอยางมีประสิทธิภาพใหความสะดวกในการใชจายและการ ควบคุมรายการจา ยท่เี กิดขึน้ เปน ประจาํ บอยครงั้ และแตละครงั้ จํานวนเงินไมม ากนัก 2. เงินสดในมือ ประกอบดวยเงินสดท่ีไดจากการขายประจําวันและเงินทอน เชน ธนบัตรใบเล็กหรือเหรียญ เปนตน ซึ่งจะมีมากนอยข้ึนอยูกับประเภทและขนาดของ ธุรกิจ รานคาปลีกอาจตองมีเงินทอนมากกวารานคาสง ซึ่งขายเปนเงินเช่ือเปนสวน ใหญ หรือรับชําระดวยบัตรเครดิต หรือรับเช็คเปนการจายชําระหนี้ เงินสดในมือเปนสวนท่ีไมมี 9 - 12
Financial Analysis ผลตอบแทนเลยจงึ ควรใหม เี ทาทจ่ี าํ เปน จะทําใหลดความเส่ียงจากการสูญเสีย โดยเฉพาะการขโมย เงิน สดในมือจะตองมีการนําฝากธนาคารทุกวัน เพื่อลดใหเหลือเทาที่จําเปน ธุรกิจใหญๆ เชนรานคาปลีก ขนาดใหญ อาจมีขอตกลงกับธนาคารใหมารับฝากเงินสดถึงสถานท่ี ธุรกิจขนาดเล็ก อาจมีขอตกลงกับ ธนาคารใหม กี ารนาํ เงินสดฝากไดห ลังเลิกงาน เม่ือธนาคารใดทําการแลว เปนตน 3. เงินฝากในธนาคาร เงินฝากกระแสรายวัน หรือบัญชีท่ีใชเช็คบัญชีนี้จะไมมีดอกเบี้ยถามียอดเงินฝากอยู ในบัญชี มีคาธรรมเนียมเช็คใบละ 10 บาท สําหรับเช็คแตละใบที่เขียนสั่งจายจาก บัญชี ธุรกิจสามารถลดคาธรรมเนียมสวนนี้ใหเสียนอยที่สุดไดโดยการลดจํานวน เช็คที่จะเขียนใหนอยท่ีสุด ตัวอยางเชน อาจมีการตกลงกับคูคา (ผูขายสินคาหรือ บรกิ าร) วาจะจายเช็ครายเดือน ณ วันท่ีกําหนดเทานั้น ไมไดจายทุกคร้ังท่ีมีการสง สนิ คาให เปน ตน 4. เงินฝากในธนาคาร เงินฝากออมทรัพย บัญชีนี้ธุรกิจตองการมีไว นอกเหนือจากการมีบัญชีกระแส รายวนั เพอื่ เหตุผลหลายอยางไดแ ก บัญชีออมทรัพยมีดอกเบ้ียรับ ปจจุบันธนาคารจะมีบริการโอนเงินจากบัญชีหนึ่งไปบัญชีหน่ึง ใหลูกคา เพราะฉะนั้น เม่ือใดท่ีมีเงินฝากในบัญชีกระแสรายวัน ธุรกิจสามารถทําขอตกลงให ธนาคารโอนเขาบัญชอี อมทรพั ยได ทาํ ใหไ มเ สียโอกาสการไดร บั ดอกเบย้ี ท่ีควรไดไป ธรุ กจิ อาจตองการใหบ ญั ชีน้เี ปน ทพี่ ักของเงนิ สดท่จี ะตองนําไปจา ยใหก บั รัฐ เชนภาษเี งนิ ไดห กั ณ ทจ่ี า ย ภาษขี าย เปนตน เพอ่ื ใหแ นใ จวา เม่อื ถงึ กาํ หนดจายธุรกจิ จะมเี งนิ สดเตรยี มพรอมจาย แนนอน ธุรกิจอาจตองการใหมีเงินสํารองไวใชในยามฉุกเฉิน เชนตองมีการซอมแซมหนาตางประตู ซึ่ง ถูกพายุพัดเสียหาย หรือน้ําทวม เปนตน เหตุการณเหลาน้ี เปนเหตุการณไมปกติ ซ่ึงอาจเกิดขึ้น ได จงึ มกั ตอ งมกี ารสํารองเงินใชในยามฉุกเฉนิ จะพบวาธุรกิจจําเปนท่ีจะตองเก็บเงินสดเอาไวในธนาคาร เพ่ือใหไดรับผลตอบแทน และเพ่ือใหมี หลักฐานการรับจายเงินที่พิสูจนไดแนนอน หากมีการตรวจสอบในเร่ืองเงินสดรับเงินสดจาย จากหนวยงาน ของรฐั หรือจากบุคคลที่สามเม่ือใด ก็จะมีหลกั ฐานใหตดิ ตามได การจายชําระเงินดว ยการใชเ ช็ค ธรุ กจิ สามารถไดรับประโยชนจาก Float หรือเงินสดที่ยังลอยอยูยัง ไมไดมีการตัดจากบัญชีธนาคารได โดยปกติแลวธุรกิจจะมีท้ังการรับชําระเงินและจายชําระเงินในการ ดําเนนิ งาน การใชเช็คในการจายจะชวยในการชะลอการจายเงนิ ใหช าลง เรียกวา Disbursement Float แตใ น ขณะเดียวกันการรับชําระเงินดวยเช็คจากลูกคาจะเปนการที่ทําใหไดนําเงินมาใชชาลง เชนกัน เรียกวา 9- 13
การวเิ คราะหเ งนิ ทุนหมุนเวียน Collection Float ดังนั้น การจัดการที่ดีในเร่ืองการรับชําระเงินและการจายชําระเงินดวยเช็ค นับวาเปนเร่ือง สําคญั ทไี่ มควรมองขา ม Disbursement Float เปนชวงเวลาระหวางการจายเช็คออกไปและเวลาท่ีเช็คมีการเคลียร จริงๆ ท่ี ธนาคารหรอื เงนิ ในบัญชถี ูกหกั ออกไปเปน การจา ยจริงๆ ธรุ กจิ สว นใหญมีการเขียนเชค็ หลายรอ ยใบในแตล ะ ปข องการดําเนนิ งาน หากชว งเวลาขา งตน ยิ่งนานจะพบวา เราสามารถรักษาดอกเบ้ียของเงินท่ียังไมไดถูกเบิก ออกไป หรือไมตองเสยี ดอกเบย้ี ของเงินกูท เี่ รามวี งเงนิ อยสู ําหรบั ชวงเวลานนั้ ๆ Collection Float ในกรณีที่เราเปนเจาหน้ีที่ไดรับชําระเงินจากการขาย ส่ิงที่ควรทําคือ ตรงกันขาม กบั กรณีทีเ่ ราเปนลูกหน้ีผูจายเงิน นั่นก็คือ เราตองพยายามนําเช็คท่ีไดมาสงเขาเรียกเก็บใหเร็วท่ีสุด ตามวันที่ ปรากฏในเช็ค เปนการลดชวงเวลาเคลียรเงินใหเหลือสั้นที่สุด ทําใหเงินเขาบัญชีของเราเร็วที่สุด เพื่อรักษา ดอกเบ้ียท่ีควรไดรับหรือเปนการประหยัดดอกเบ้ียของเงินกูท่ีเราเบิกมาใชจากบัญชีกระแสรายวันนั้น การ เรงการรับเงินนั้นสามารถทําได โดยใชบริการโอนเงินของธนาคารแทนการรับเช็ค วิธีการนี้จะทําใหเงินเขา บญั ชที ันที ซ่ึงจะทําไดใ นกรณีทีเ่ ราเปนผูมอี าํ นาจตอรองมากกกวาเชน เปนผูขายรายใหญ หรือผูจําหนายแตผู เดียว ซึ่งผูคารายใดจะซ้ือสินคาประเภทนี้จะตองซ้ือจากเราเทานั้น หรือซ้ือจากเราแลวจะไดราคาดีกวาซื้อ จากเจา อื่น เปน ตน จะเห็นวาการใชประโยชนจาก Float เปนการชวยการจัดการเงินสดไดทางหนึ่ง และท้ังเจาหน้ี ลูกหนี้ ตางก็เรียนรูเทคนิคน้ีดวยกันท้ังสองฝาย นับเปนการรูเขา รูเรา แลว นํามาใชในการจัดการใหมี ประสิทธิภาพอยางเหมาะสม ไมใชนํามาใชเพื่อเปนการเอาเปรียบซ่ึงกันและกัน อันเปนคุณธรรมท่ีสําคัญที่ ผูคา พงึ มตี อ กนั 9 - 14
Financial Analysis งบประมาณเงนิ สด (Cash Budget) เปนเคร่ืองมือท่ีสําคัญในการจัดการเงินสด ทําใหเห็นภาพรวมของเงินสดรับ เงิน สดจายท่ีประมาณการวาจะเกิดขึ้นในชวงท่ีวางแผน และทราบถึงเงินสดท่ีคาดวาจะไม พอใช (ขาดมือ) ซึ่งจะมีเวลาในการเตรียมการวาจะจัดหาจากที่ใด เพ่ือใหการดําเนินธุรกิจ ไมสะดุด ในขณะเดียวกันอาจมีเงินสดเหลือ ซึ่งยังไมจําเปนตองใชจายทันทีท่ีอาจนําไป ลงทุนระยะส้ัน หรือนําไปลดวงเงนิ กเู บิกเงินเกนิ บญั ชที มี่ ไี ด ตัวอยางที่ 11 งบประมาณเงินสด แสดงถึงประมาณการเงินสดรับจากการขายสดและการขายเชื่อ และจาก ทางอื่นถามี เชน จากดอกเบี้ยรับ จากการขายสินทรัพย เปนตน การประมาณการเงินสดจายจากการดําเนิน ธุรกิจที่ผานมา ทําใหสามารถรูคอนขางแนนอนวามีคาใชจายที่เปนเงินสดอะไรบาง เมื่อพิจารณาเงินสดรับ และเงินสดจายแลว จะทราบวาสุทธิในแตละเดือน สถานะเงินสดเปนอยางไร และควรตองมีการวางแผน เตรียมรบั อยางไร ในตัวอยางขางลางน้ี เปนการทําประมาณการงบประมาณเงินสดของระยะเวลา 3 เดือน สุดทายของ ป คือ ตุลาคม - ธันวาคม พบวาเงินสดไมพอใชและขาดมือเกิดข้ึนในเดือนตุลาคม ซึ่งสามารถเจรจากับ ธนาคาร โดยมีประมาณการงบประมาณเงินสดเปนเครื่องชี้สถานะ และความตองการใชเงินเพื่อหมุนเวียน ในการทาํ ธรุ กจิ ได โดยจะไดว า ในชวง 3 เดือนสดุ ทา ยของปความตองการเงินสูงสดุ คือ 367 บาท และเกดิ ขน้ึ ในเดือนตุลาคม หลังจากน้ันจะมีเงินสดเหลือเกินกวาเงินสดข้ันตํ่าท่ีตองมี สามารถวางแผนไดวาควร นําไปใชอ ยา งไร เพือ่ ใหเ กดิ ประโยชนสงู สดุ กบั ธุรกิจ 9- 15
การวิเคราะหเงนิ ทนุ หมนุ เวียน ประมาณการเงินสดรับรายเดือน (หนว ย : บาท) พ.ย. ธ.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. 22,000 20,000 18,000 6,600 6,000 ยอดขาย 10,000 15,000 5,400 ขายเงนิ สด 30 % 3,000 4,500 7,560 9,240 ขายเงนิ เชอื่ 70 % 6,300 4,200 5,040 60%รับชําระในเดอื นแรกนบั จากเดือนขาย 2,800 18,360 20,280 14,500 40%รับชําระในเดอื นทส่ี องนบั จากเดอื นขาย รวมเงินสดรับ ประมาณการเงนิ สดจายรายเดือน (หนว ย : บาท) ยอดซือ้ ของเดอื น (เทา กับ 60% ของขายเดอื นถดั ไป) 9,000 10,800 13,200 12,000 จายชาํ ระเจา หน้ี (จา ยในเดอื นถัดจากเดือนซ้ือ) 9,000 10,800 13,200 คา แรง 3,600 4,400 4,000 คาใชจ ายในการดําเนินงานอื่น 1,667 1,667 1,667 ดอกเบี้ยจาย 600 600 รวมเงนิ สดจาย 14,867 17,467 600 18,967 งบประมาณเงนิ สดรายเดือน (หนวย : บาท) เงินสดรวม 14,500 18,360 20,280 เงินสดจา ยรวม 14,867 17,467 18,967 เงินสดสทุ ธิ (367) 893 1,313 เงนิ สดยกมาตน งวด (เงินสดขั้นตํ่า = 2,000 บาท) 2,000 2,000 2,000 เงนิ สดทีม่ ี 1,633 2,833 3,799 เงนิ กขู องเดอื น (การจา ยคนื เงนิ ก)ู เงนิ กสู ะสม 367 (367) 0 เงนิ สด ณ วันปลายงวด (สน้ิ เดือน) 367 0 0 2,000 2,466 3,799 9 - 16
Financial Analysis หลักทรัพยล งทนุ ชว่ั คราว เปนทางเลือกในการลงทุนช่ัวคราว เม่ือมีเงินสดเหลือในชวงเวลาใดชวงเวลาหน่ึง ซึ่งยังไมตองนําไปใชจาย หรือชําระหน้ีในทันที การนําไปลงทุนเปนการสรางรายไดใหกับกิจการ แทนการทิ้งคางใหอยูในบัญชี กระแสรายวัน (ซึ่งไมมีดอกเบ้ีย) หรือในบัญชีออมทรัพย (ซ่ึงดอกเบี้ยตํ่ามาก) การนําเงินสดสวนเกินน้ีไป ลงทุนในหลกั ทรพั ยร ะยะส้นั หรอื ตราสารในตลาดเงนิ เปนทางเลือกทจี่ ะเพิม่ ผลตอบแทนใหสงู ข้ึนได ตัวอยาง ทางเลอื กตางๆสําหรับการลงทนุ ชัว่ คราว 1. ตราสารระยะสั้นเปลี่ยนมือไมได เชนการฝากเงินกับธนาคารพาณิชยรูปแบบตางๆ ถือเปนการออม ระยะส้ัน ฝากงา ย ถอนงา ย ดอกเบ้ียตํ่า 2. ตราสารระยะสั้นเปล่ียนมือได เปนตราสารในตลาดเงิน มีอายุไถถอน ไมเกิน 1 ป ซ้ือ ขายเปลยี่ นมอื ได เชน ตว๋ั เงินคลัง ต๋วั สัญญาใชเ งนิ ต๋วั แลกเงิน ตราสารพาณชิ ย 3. ตราสารหน้ี เชนหุนกูของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ หรือธุรกิจท่ีเปนบริษัทมหาชน ผูลงทุนจะมีรายได สมาํ่ เสมอเปน งวดๆ ซอ้ื ขายเปลี่ยนมือกอ นครบกาํ หนดได 4. ตราสารทนุ เชนหุนบรุ ิมสทิ ธิ หนุ สามัญ 5. หนว ยลงทนุ ของกองทุนรวม(แบบกองทุนเปด ) การลงทนุ ในหลกั ทรพั ยล งทนุ ชัว่ คราวประเภทใด ควรพจิ ารณาความเสีย่ งหลายดาน ดังตอไปน้ี - ความเสี่ยงของการสญู ท้ังเงินตน และดอกเบยี้ - ความเส่ียงของการเปล่ียนจากตราสารเปนเงินสด ทําไดรวดเร็วหรือไม และมูลคาเปล่ียนแปลง อยา งไร - ความเส่ียง เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยในตลาดการเงิน ซ่ึงเปล่ียนแปลงข้ึนลงไมแนนอน มีผลตอ มูลคา ตราสาร หากตองการขายตราสารในยามท่ดี อกเบีย้ ทัว่ ไปสูง มูลคา ตราสารจะลดลง การจดั การลูกหน้ี เปาหมายของการลงทุนในบัญชี ลูกหน้ี หรือการขายสินคาเปนเงินเช่ือ คือการเพิ่มยอดขาย โดยจะตอง พิจารณาใหเหมาะสมระหวางคาใชจายท่ีเกิดข้ึนจากการเพิ่มข้ึนของยอดขาย อันไดแก เงินลงทุนใน บัญชีลูกหนี้เพิ่มขึ้น คาใชจายติดตามจัดเก็บหนี้ คาใชจายหนี้สูญ เปนตน กับยอดขายท่ีอาจสูญเสียไป อยา งไรก็ตาม เมื่อจะมีการขายเช่อื ธรุ กิจจาํ เปน ตองมีวิธใี นการจัดการลกู หนี้ โดยตองมีการกําหนดนโยบาย สนิ เชื่อ ซง่ึ จะเปนการกําหนดในรายละเอยี ดทส่ี าํ คญั 3 ประการ คือ จะขายเงนิ เช่ือใหล กู คา ท่มี ีลกั ษณะใด ในวงเงนิ มากนอ ยเพียงใดเปน การกําหนดมาตรฐานสนิ เชอ่ื ระยะเวลาหรือเง่อื นไขในการขายเชอ่ื วาควรประกอบดว ยอะไรบา ง จะมมี าตรการควบคุมสนิ เชื่อ และจัดการกบั สนิ เชือ่ ทม่ี ปี ญหาอยางไร 9- 17
การวเิ คราะหเ งนิ ทนุ หมนุ เวยี น การประเมินสินเช่ือ มาตรฐานสินเช่อื ในการกําหนดวาจะขายใหใคร วงเงินเทาใด จะตองมีการกําหนดมาตรฐานสินเช่ือข้ึนมา ซึ่ง มาตรฐานสินเช่ือจะเปนแนวทางกํากับหรือแนวทางใหสามารถปฏิบัติงานได การกําหนดมาตรฐานสินเชื่อ พิจารณาปจ จัย 5 อยา ง ดังนี้ - Character หรือคุณลักษณะความเต็มใจของลูกคาที่จายชําระหนี้ เม่ือถึง กําหนดชาํ ระ (Willingness to pay) - Capacity หรือความสามารถของลูกคาท่ีจะสรางรายไดเพ่ือนํามาชําระได (Ability to pay) - Capital หรือเงินทนุ หรือความมัน่ คงของธุรกิจ - Collateral หรือหลักประกันที่มีไวสําหรับการจายชําระหน้ี หากลูกคาไมสามารถจายไดจากการ ดาํ เนินงานปกติ - Condition สภาวการณแวดลอมของธุรกิจ เชนภาวะทางเศรษฐกิจเอ้ืออํานวยตอการใหสินเช่ือแก ลูกคาประเภทไหน อยางไร ซึ่งหลักเกณฑเหลาน้ีเปนหลักเกณฑเบื้องตนที่ธนาคารพาณิชยใชในการพิจารณาการปลอยเงินกู ใหก บั ลูกคาเชน เดยี วกัน ระยะเวลาหรือเงื่อนไขการใหสินเช่ือ ใหศึกษาดูวาคูแขงหรือธุรกิจท่ีอยูในอุตสาหกรรมเดียวกับเรา มี ระยะเวลาหรือเงอ่ื นไขการใหสินเช่ืออยางไร แลวใชเปนแนวปฏิบัติไมใหแตกตางมากเกินไปจากคูแขง เชน อาจกําหนดใหชําระเงินภายใน 30 วัน หรือหากลูกคารายใดชําระภายใน 10 วัน จะไดสวนลด 1 % เปนตน การกําหนดเงอ่ื นไขการใหส นิ เช่ือตา งจากคแู ขงหรือธุรกจิ ในอตุ สาหกรรมประเภทเดยี วกนั เชน กําหนดผอน ปรนมากกวา มีระยะเวลาการใหสินเช่ือยาวนานกวามาก อาจไมสามารถกระตุนยอดขายใหเพ่ิมไดมากเพียง พอท่ีจะชดเชยคาใชจายหนี้สูญ หรอื คา ใชจ ายติดตามหนีท้ ี่มมี าอกี หรือกาํ หนดใหเขมงวดเกินไป ก็อาจทําให สญู เสยี ยอดขายไปได 9 - 18
Financial Analysis การวเิ คราะหแ ละตดิ ตามลกู หนี้ ใหมีการวิเคราะหลูกหนี้ท่ีมี เพื่อติดตามวาลูกหนี้ไดมีการชําระเงินตรงตามท่ีกําหนดหรือไม มี ปญหาท่ีตองแกไ ขอยางไรจะไดม กี ารเรง รีบแกไ ขแตแ รก การวิเคราะหบ ญั ชลี ูกหนี้ ทาํ ไดโดย ใชอ ตั ราหมนุ เวียนของลูกหนี้ และระยะเวลารบั ชําระหน้ี ในการวิเคราะหล ูกหนี้ทม่ี ีอยู อัตราหมนุ เวยี นของลูกหนี้ = ขายเชือ่ . จาํ นวนวนั รบั ชาํ ระหน้ี ลูกหนกี้ ารคา = 365 วนั (ใน 1ป ) อัตราหมุนเวยี นของลูกหน้ี การวิเคราะหอ ายุหน้ี เปนการจัดกลุมอายุลูกหนี้ เพ่ือควบคุมดูคุณภาพของบัญชีลูกหน้ี ตัวอยาง เชนมีลูกคา 10 ราย แตละรายมี ยอดคงเหลอื และระยะเวลาคา งชาํ ระตามตารางตอไปนี้ ลูกคารายที่ รายละเอยี ดลูกหนี้ ระยะเวลาคางชาํ ระ (วนั ) 1 2 ยอดเงินคา งชาํ ระ (บาท) 30 3 5,000 45 4 7,000 30 5 15,000 70 6 12,000 90 7 8,000 60 8 15,000 120 9 6,000 100 10 10,000 45 13,000 90 รวม 9,000 100,000 9- 19
การวิเคราะหเ งนิ ทนุ หมนุ เวียน ควรไดมีการแยกลกู หน้ี จดั ตามระยะเวลาทค่ี างชําระหนี้ออกมาใหชัดเจน เพื่อสามารถพิจารณาอายุ หนี้ที่มีไดวา เปนหนี้ที่นาจะมีปญหามากนอยเพียงใด จะไดแกไขไดทันเวลา การจัดกลุมลูกหน้ีตามอายุการ คางชาํ ระทําไดดงั น้ี ลกู คารายที่ ตารางอายลุ กู หนี้ 90 + ระยะเวลาคา งชําระ (วนั ) 1 6,000 2 0 - 30 31 - 60 61 - 90 10,000 3 5,000 16,000 4 16% 5 7,000 6 15,000 7 8 12,000 9 8,000 10 15,000 รวม สัดสว นเปอรเซ็นตคาง 13,000 ชําระในแตละกลุม 9,000 20,000 35,000 29,000 20 % 35% 29% ถาหากนโยบายการชําระเงินเปน 60 วัน เราจะพบวาประมาณ 45 % ของลูกหน้ีทั้งหมดเปนกลุมท่ี เกินกําหนดชําระแลว และจําเปนตองดําเนินการแกไขติดตามเก็บหน้ีตอไป จะเห็นวาการวิเคราะหติดตาม ลักษณะน้ี ทาํ ใหท ราบปญหาเรว็ และแกไขไดท ันเวลา 9 - 20
Financial Analysis การจดั การสินคา คงเหลือ โดยปกติสวนใหญธุรกิจจะมีเงินลงทุนในสินคาคงเหลือ จํานวนมาก เม่ือเทียบกับสินทรัพย หมุนเวียนท้ังหมด การจัดการสินคาคงเหลือใหเหมาะสมเปนปจจัยหน่ึงของ ความสําเร็จของธุรกิจ จริงอยูที่ธุรกิจจําเปนตองมีสินคาคงเหลือใหเพียงพอกับ ความตอ งการของลูกคา ตองมีวัตถุดิบใหเพียงพอกับการผลิต แตในขณะเดียวกัน ตองไมใหมีมากเกินกวาความจําเปนท่ีจะตองมี เพราะหมายถึงตนทุนหรือ คาใชจายหลากหลายอยางที่ธุรกิจจะตองรับภาระ หากจัดการไมดีพอ ฉะน้ัน เปาหมายที่สําคัญของการ จดั การสินคา คงเหลือ จึงกลา วไดว า เปน “การทําใหคาใชจายรวม ในการจัดการสินคาคงเหลือ มีคานอยท่ีสุด ในขณะที่ ทาํ ใหล กู คาไดร บั ความพอใจดวย” คา ใชจายในการจดั การสินคาคงเหลือ ประกอบดว ย 1. คา ใชจ ายในการเกบ็ รกั ษาสนิ คา คงเหลอื ซ่งึ คดิ เปน เปอรเ ซ็นตข องมูลคา สนิ คา คงเหลอื ตอ ป ดังน้ี คา เก็บรักษา คาโกดงั หรอื คาเส่อื มราคา คาเบ้ยี ประกัน และภาษี คาเสยี หายจากการเส่ือมสภาพ เนาเสีย หรือถูกขโมย ตนทนุ การเสียโอกาสจากเงนิ ทุนในสินคา คงเหลือ ซง่ึ จากการศึกษา พบวา คา ใชจ ายทั้งหมดรวมแลวอยใู นชวง 20- 40 % ของมูลคาสนิ คาคงเหลือ ตอ ป เชนถาสินคาคงเหลือโดยเฉลี่ยจะมีมูลคา 100,000 บาท จะไดวาคาใชจายในการเก็บรักษาจะเทากับประมาณ 20,000 - 40,000 บาท ตอ ป 2. คาใชจายในการสั่งซ้ือสินคาคงเหลือ เปนคาใชจายในการสั่งซื้อแตละคร้ัง ซึ่งอาจทําไดโดยเอา คา ใชจายของฝายจัดซือ้ ท้ังหมดหารดว ยจํานวนครั้งท่ีสั่งซื้อในแตละป ซ่ึงหากสั่งซ้ือมากครั้งใน 1 ป ก็จะมีคา ใชจายในการสัง่ ซื้อตา่ํ แตถ านานๆซ้ือครั้งก็จะมีคา ใชจ า ยสวนนีส้ งู จากการพิจารณาคาใชจายท่ีเกี่ยวของน้ี จะพบวาธุรกิจสามารถตัดสินใจไดวาควรท่ีจะมีการสั่งซ้ือ อยา งไร จึงจะดีทส่ี ุด เพ่อื ใหการขายทง้ั ปเ ปนไปอยางราบรนื่ และประหยดั ท่ีสุด เครื่องมือทใ่ี ชในการจัดการสนิ คาคงเหลือ 1.ปรมิ าณสง่ั ซ้อื ทปี่ ระหยดั จากที่ไดกลาวมาแลววา การมีสินคาคงเหลือมีประโยชนหลายประการ แตก็มีขอเสียเรื่อง คาใชจาย ไดแก คาใชจายในการเก็บรักษาสินคา และคาใชจายในการสั่งซื้อสินคา ดังน้ัน ปญหาของการ จัดการสินคาคงเหลือที่สําคัญปญหาหนึ่ง ก็คือ ทําอยางไรจึงจะสามารถมีสินคาคงเหลือไวในปริมาณท่ี พอเหมาะโดยเสียคา ใชจ ายตาํ่ ที่สดุ 9- 21
การวิเคราะหเ งินทุนหมุนเวียน วิธีแกปญหาดังกลาวก็คือ การใชเทคนิคของการคํานวณหาปริมาณส่ังซื้อที่ประหยัด (Economic Order Quantity : EOQ) เพราะเทคนิคในการคํานวณหาปริมาณส่ังซ้ือท่ีประหยัด จะชวยใหธุรกิจทราบถึง การมีสนิ คาคงเหลอื ในระดบั ทท่ี ําใหคาใชจายเด่ียวกับการเก็บรักษา และคาใชจายเกี่ยวกับการสั่งซ้ือรวมกัน และอยใู นระดับที่ตา่ํ สุด ซงึ่ เทคนิคของการคํานวณหา EOQ อาจทําได 3 วิธี คือ วิธีการใชตาราง วิธีการใช กราฟ และวิธกี ารใชส ตู รคาํ นวณ แตใ นท่ีน้ีจะขออธิบายเฉพาะวธิ ีการใชตาราง และสูตร ดังตวั อยา งดังน้ี ตวั อยา งท่ี 12 บริษัทขายวัสดุกอสรางแหงหนึ่ง มีคาใชจายในการส่ังซื้อวัสดุกอสรางชนิดหนึ่ง 100 บาทตอครั้ง คา ใชจ า ยในการเกบ็ รกั ษา 2 บาทตอหนวยตอป ความตอ งการใชว ัสดขุ องบรษิ ัทเปน 1,600 หนวยตอป และ การใชวัสดุกอสรางมีอัตราคงท่ีตลอดป ปญหาของบริษัทก็คือ จะตองสั่งซ้ือวัสดุกอสรางชนิดนั้นเปน ปรมิ าณครง้ั ละเทา ไรจงึ จะเสียคาใชจ ายรวมต่ําทสี่ ดุ 1) วิธีการใชตาราง วิธีการคํานวณหาปริมาณส่ังซื้อท่ีประหยัด อาจทําไดโดยคํานวณหาคาใชจายในการสั่งซ้ือตอป คาใชจ า ยในการเกบ็ รักษาตอ ป และคาใชจา ยรวมตอ ปด งั ตารางตอไปน้ี ตารางท่แี สดงการคํานวณหาคา ใชจ า ยรวม ณ ปรมิ าณสงั่ ซ้ือระดบั ตางๆ ปริมาณ จาํ นวน คาใชจ า ย คา ใชจ า ย วัสดุ คา ใชจา ยใน คาใชจาย คา ใชจ า ย สงั่ ซ้อื ครงั้ ของ ในการส่งั ในการ คงเหลอื การเกบ็ ในการ รวมตอ ป (หนว ย) การสง่ั ซ้ือ ซื้อตอ ส่ังซื้อตอ โดยเฉล่ีย รักษาตอ เกบ็ รักษา (บาท) (ครัง้ ) ครั้ง ป (หนว ย) หนวยตอ ป ตอป (1) (2) (บาท) (บาท) (5)=(1)÷( (บาท) (บาท) (8)=(4)+( (3) (4)=(2)x( 2) (6) (7)=(5)x( 7) 3) 6) 1,600 1 100 100 800 2 1,600 1,700 800 2 100 200 400 2 800 1,000 400 4 100 400 200 2 400 800 200 8 100 800 100 2 200 1,000 100 16 100 1,600 50 2 100 1,700 จากตารางจะเห็นไดวา ถาบริษัทน้ีทําการสั่งซื้อคร้ังเดียวเปนปริมาณหรือจํานวนสั่งซื้อ 1,600 หนว ย กจ็ ะมีคาใชจ า ยในการสงั่ ซอ้ื เพียง 100 บาท ตอ ป 9 - 22
Financial Analysis สําหรับคาใชจายในการเก็บรักษาตอปนั้น จะตองนําวัสดุคงเหลือโดยเฉล่ีย (Average Inventory) มาคํานวณ เพราะวา บริษัทส่ังซ้ือวัสดุเขามาเก็บตั้งแตตนเปนจํานวน 1,600 หนวย และทยอยขายออกไป ในอัตราคงท่ีจนหมด ในการคํานวณจึงไมสามารถนําวัสดุท่ีมีอยูต้ังแตตนจํานวน 1,600 หนวยมาคํานวณ และตองใชวัสดุคงเหลือโดยเฉล่ีย ซ่ึงหาไดจากปริมาณวัสดุท่ีสั่งซื้อหารดวย 2 ซึ่งในกรณีน้ี ก็คือ 1,600 ÷2 = 800 หนวยมาคํานวณหาคา ใชจ ายในการเก็บรักษา ซงึ่ เม่อื บริษัทมีคาใชจ า ยในการเก็บรักษาตอหนวยตอป เปน 2 บาท ดงั นั้น คาใชจ ายในการเก็บรกั ษาใน 1 ป จึงเทากบั 1,600 บาท สําหรับคาใชจายรวมตอป จะสามารถคํานวณไดโดยเอาคาใชจายทั้งสองประเภทที่คํานวณไดใน สดมภที่ (4) และ (7) ไดดงั สดมภที่ (8) ซง่ึ ในกรณีนจี้ ะเกิดคา ใชจายรวมเทา กบั 1,600 บาท สําหรับแถวท่ี 2 ถึง 5 ก็คํานวณเชนเดียวกัน ซึ่งเม่ือคํานวณเสร็จแลวดูจากตารางในสดมภที่ (8) จะ เห็นไดว าคาใชจ ายรวมในแถวท่ี 3 จะเปน คา ใชจา ยทตี่ ํา่ ทส่ี ดุ (800 บาท) น่ันก็คือ บริษัทควรจะสั่งซื้อวัสดุกอสรางในปริมาณคร้ังละ 400 หนวย เปนจํานวน 4 ครั้งตอป จึงจะเสยี คา ใชจ ายรวมตํา่ ทีส่ ดุ คอื 800 บาท 2) วิธกี ารใชสตู รคํานวณ ทาํ ไดโ ดยการคาํ นวณจากสูตรตอไปน้ี 1.EOQ EOQ = 2DO C เมอ่ื D = ปริมาณการใชทงั้ สน้ิ ตอ งวด (หนวย) O = คาใชจายในการสงั่ ซือ้ ตอครง้ั (บาท) C = คา ใชจายในการเก็บรกั ษาตอหนวยตอ งวด (บาท) จากตวั อยางที่ 12 สามารถนาํ มาแทนเปน สัญลักษณต า งๆ ไดด ังนี้ D = 1,600 หนวย/ป O = 50 บาท/คร้ัง C = 1 บาท/หนว ย/ป ซึ่งเมอ่ื แทนคาลงในสูตรจะไดด งั น้ี 9- 23
การวิเคราะหเ งินทนุ หมุนเวียน EOQ = 2 x 1,600 x 100 2 = 400 หนวย/ครง้ั จากการคํานวณหา EOQ ดวยวิธีตาง ๆ ขางตนจะเห็นไดวา ไดคําตอบเหมือนกัน คือ บริษัทควร สัง่ ซอ้ื วัสดุกอสรา งครง้ั ละ 400 หนว ย ขอ จาํ กดั ของการใช EOQ การใชเ ทคนคิ การคํานวณหา EOQ มขี อจํากัด ดังน้ี 1. สมมติฐานท่ีวาปริมาณการใชจะเปนไปในอัตราคงท่ีตลอดป และจะไดรับวัสดุเขามาใหมแทนท่ี วัสดุใชหมดไปในทันทีทันใด เปนในความเปนจริง ความตองการใชวัสดุจะไมอยูในอัตราท่ีคงที่ และการไดรับวัสดุเขามาทดแทนวัสดุท่ีใชไปอาจจะไมไดรับในทันทีทันใด กลาวคือ อาจจะเกิด กรณีซ่ึงธุรกิจมีความตองการในการใชวัสดุเปนจํานวนมากใน ระยะเวลาหนง่ึ และอาจมีความตองการในการใชลดลงในอีกระยะเวลา หนึ่ง หรือเกิดกรณีซ่ึงผูจัดจําหนาย (Supplier) ไมสามารถท่ีจะจัดสง วสั ดใุ หไ ดต รงตามเวลา อันเน่อื งจากสาเหตุนานัปการ เปนตน 2. ปริมาณการใชวัสดุตอปจะข้ึนอยูกับ การพยากรณความตองการของ ธุรกิจ ถาตัวเลขที่ไดจากการพยากรณนี้ผิดความจริงไปมาก EOQ ที่ คาํ นวณไดก จ็ ะไมถูกตอ ง คือ ไมใชเ ปนปริมาณสัง่ ซื้อทปี่ ระหยดั ทสี่ ุด 3. ตัวเลขท่ีไดจากสูตรคํานวณหา EOQ อาจจะออกมาเปนเศษทศนิยม เชน 400.75 หนวย ทําใหการ ส่ังซื้อตามจํานวนดังกลาว ไมสามารถทําได อยางไรก็ดี หากกรณีเปนเชนน้ี ก็อาจจะ ปดเศษให เปน จํานวนเต็มได 4. ตัวเลขของจํานวนคร้ังของการสั่งซ้ืออาจออกมาเปนทศนิยม เชน 1.5 คร้ัง/ป ทําใหไมสามารถทํา ไดในทางปฏิบัติ 2. จุดสงั่ ซือ้ (Reordering Point) ในการจัดการเกี่ยวกับสินคาคงเหลือนั้น ปญหาที่สําคัญอีกปญหาหนึ่งที่จะตองทําการตัดสินใจ หลังจากหา EOQ ไดแลวก็คือ ควรจะสงั่ สินคา ตามปริมาณ EOQ ที่คํานวณไดเม่ือใด ซึ่งการคํานวณหาจุด สง่ั ซอื้ (Reorder Point) จะสามารถคาํ นวณหา ไดดังนี้ 9 - 24
Financial Analysis จดุ ส่งั ซอ้ื = ระยะเวลารอวัสดุ x อัตราการใชต อ วัน ตวั อยา งท่ี 13 จากตัวอยางท่ี 12 ถาชวงระยะเวลาท่ีทําคําสั่งซ้ือจนถึงเวลาที่ไดรับวัสดุ หรือระยะเวลารอวัสดุ (Lead Time) เปน 10 วัน ขณะท่ีอัตราการใชวัสดุคงเหลือ (Usage Rate) เปน 1,600/360 = 4.44 หนวยตอ วนั กจ็ ะสามารถคํานวณหาจุดสง่ั ซ้อื ไดด ังนี้ = 10 วนั x 4.44 หนวย / วนั = 44.4 หนว ย ( ประมาณ 45 หนว ย) ซ่ึงหมายความวา หลังจากทส่ี ั่งวสั ดุกอ สรางเขา มา 400 หนวย (ปริมาณ EOQ) แลว เมื่อระดับวัสดุ คงเหลือลดไปจนถึง 45 หนว ย กจ็ ะตอ งทาํ การส่งั ซื้อวสั ดคุ ร้ังใหมเขา มา ท้ังนเ้ี นอื่ งจากระยะเวลารอวัสดุ มี คาเปน 10 วัน ดังน้ันในชวงที่รอวัสดุท่ีจะไดรับเขามาใหม กิจการก็จะใชวัสดุที่มีอยู ณ วันส่ังซื้อ 45 หนวยหมดพอดี จดุ ส่งั ซอื้ น้ี อาจแสดงไดดังภาพ ตอไปนี้ จํานวนสนิ คา 400 45 90 180 270 360 วัน จากภาพจะเห็นไดวา ปริมาณวัสดุคงเหลือที่มีอยู 400 หนวย ถาใชในอัตรา 4.44 หนวย /วัน จะถูก ใชหมดใน 90 วัน อยางไรก็ดี เนื่องจากการส่ังวัสดุเขามาใหมใชเวลา 10 วัน ถึงจะไดรับวัสดุ (Lead Time =10 วนั ) ดังน้นั เม่ือระดบั ของวัสดุคงเหลือที่มีอยูลดลงถึงระดับ 45 หนวย หรือเม่ือเวลาผาน 80 วัน ก็จะตอ งสงั่ วัสดเุ ปนปรมิ าณ 400 หนว ยเขามาใหม ซง่ึ วสั ดทุ ี่เขามาใหมจ ะไดร ับหลงั จากนน้ั ไป 10 วนั ทํา ใหวัสดุคงเหลือท่ีมีอยูเดิม 45 หนวย ในขณะท่ีสั่งซื้อจะถูกใชหมดพอดี และวัสดุที่รับเขามาใหมจะทําให 9- 25
การวเิ คราะหเ งนิ ทุนหมุนเวยี น ระดับวัสดุคงเหลอื เพม่ิ เปน 400 หนวยเทาเดิม อยางไรก็ดี การคํานวณหาจุดสั่งซื้อก็มีขอจํากัดเชนเดียวกับ การคํานวณหา EOQ กลาวคือ มีสมมติฐานวา อัตราการใชเปนไปอยางคงท่ีและผูจัดจําหนาย (Supplier) จะสงวัสดุมาใหตรงตามกําหนดเวลา ซึ่งในความเปนจริงอัตราในการใชอาจจะไมคงท่ีและผูจัดจําหนายก็ อาจที่จะผดิ นัดไมส งสินคา ตามกําหนดเวลาได การควบคุมสนิ คาคงเหลือ เพื่อใหก ารจดั การเก่ียวกบั สินคา คงเหลอื เปน ไปอยางมีประสิทธิภาพ และบรรลวุ ัตถปุ ระสงคท่ตี ง้ั ไว บรษิ ัทจงึ ควรใชเคร่อื งมอื ทางการเงินเขามาชวยควบคุมสินคาคงเหลือ ใหเปนไปตามแผนที่กําหนดไว ซึ่งมี เครอ่ื งมอื ที่สาํ คญั ๆ ดังนี้ 1. การจัดทาํ บตั รสนิ คา 2. การจดั ทาํ ตารางอายสุ ินคา 3. การจดั ทําตารางประเภทสินคา 1. การจัดทําบตั รสนิ คา การจัดทําบัตรสินคาสําหรับสินคาแตละชนิด จะชวยไดกิจการทราบปริมาณสินคาคงเหลือ ณ เวลา ใดเวลาหนึ่งโดยไมตอ งเสียเวลาตรวจนบั เพราะในบตั รสนิ คา จะแสดงยอดสนิ คายกมา สินคารบั เขา สินคา เบิกใชและยอดคงเหลือ ซึ่งจะทําใหกิจการทราบวา เมื่อไรถึงกําหนดเวลาที่ควรออกใบสั่งซ้ือตามที่ได กําหนดไว ตัวอยางการจดั ทําบตั รสินคา แสดงไดด งั น้ี บัตรสินคา ชอ่ื ปนู หนวย ถงุ รับ จาย คงเหลอื วันท่ี เลขท่ี ปริมาณ หนวย จํานวน วนั ที่ เลขท่ี ปริมาณ หนว ย จํานวน ปริมาณ หนวย จํานวน ใบรับ ละ เงนิ ใบเบกิ ละ เงิน ละ เงิน 25x1 ก.ย.1 01 200 100 20,000 200 100 20,000 ก.ย.9 01 50 100 5,000 100 100 15,000 9 - 26
Financial Analysis 2. การจดั ทําตารางอายุสนิ คา ตารางอายุสินคา จะแสดงถึงสินคาคงเหลือแตละประเภท ซ่ึงจัดแยกตามระยะเวลาที่สินคาน้ันเขา มาในกิจการ ประโยชน คือ จะชวยใหกิจการทราบวาสินคาคงเหลือที่อยูในคลังสินคาแตละประเภทมีอายุ เทา ไร และกจิ การสมควรจะเรง ระบายสินคาใด มใิ ชปลอ ยจนสินคาลา สมัยหรือเสอ่ื มสภาพไปเสียกอ น ตวั อยางของตารางอายสุ ินคา แสดงไดด งั น้ี ตารางอายสุ นิ คา ประจาํ วันท่ี 31 ธันวาคม 25x1 ประเภทสินคา มูลคาสนิ คา 1-3 เดือน 3-6 เดือน มากกวา 6 เดอื น 40,000 ปนู 100,000 20,000 40,000 30,000 50,000 กระเบอ้ื ง 8”x8” 100,000 30,000 40,000 กระเบอ้ื 12”x12” 200,000 100,000 50,000 120,000 รวม 400,000 150,000 130,000 3. การจัดทาํ ตารางประเภทสนิ คา ตารางประเภทสินคา จะแสดงถงึ ปรมิ าณสินคาแตละประเภท วา เปน รอ ยละเทาใดของปริมาณสินคา ท้งั สิน้ ทั้งนี้เพอ่ื ท่ีกจิ การจะไดทราบวา ในคลงั สินคา มสี ินคาคงเหลือประเภทใดมาก กจิ การจะไดท ําการดูแล สนิ คาประเภทนัน้ อยางเขม งวดตอไป ตวั อยางของตารางประเภทสินคา แสดงไดด งั น้ี ตารางประเภทสนิ คา ประจาํ ปว นั ที่ 31 ธันวาคม 25x1 ประเภทสนิ คา จาํ นวนเงนิ (บาท) รอ ยละของสินคา ทง้ั สิ้น ปนู 100,000 25 กระเบอ้ื ง 8”x8” 100,000 25 กระเบื้อง12”x12” 200,000 50 รวม 400,000 100 จากตวั อยา งจะเหน็ ไดว า กจิ การมสี ินคาคงเหลอื ประเภทกระเบ้อื ง 12”x12” มีมูลคาอยถู ึง 50% ของปริมาณสนิ คาคงเหลอื ทัง้ สน้ิ ซ่ึงนบั วา มากทีเดยี ว ดงั นั้น ผูบริหารจงึ ควรใหความสนใจดแู ลเปน พิเศษ 9- 27
การวิเคราะหเ งินทนุ หมุนเวยี น การจดั การหนีส้ นิ หมนุ เวียน หนีส้ นิ หมุนเวยี นประกอบดวย 1. เงินกูระยะสน้ั เชน วงเงินเบกิ เกินบัญชี เงินกรู ะยะสนั้ จากสถาบนั การเงิน ต๋ัวเงินจา ย สวนของหนส้ี ินระยะยาวท่ถี ึงกาํ หนดชาํ ระในงวดน้ี 2. คาใชจ ายคางจาย เชน คา แรงคา งจาย คา ภาษีคา งจา ยเปน ตน 3. เจาหนีก้ ารคาจะเกิดจากการซอื้ สินคา เปนเงินเชื่อ ในการจดั การบัญชีเจาหน้กี ารคา อยางมีประสิทธิภาพ ธุรกิจควรจะจายเงินชําระเจาหน้ีใหนอยที่สุด โดยการใชประโยชนจากสวนลดหลากหลายประเภทที่มีอยู เชน สว นลดการคา เปนสวนลดที่ผูขายใหกับผูซื้อ เม่ือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กําหนด โดยสวนลดนี้จะหักจาก ราคาสินคา เมื่อมีการตกลงเง่ือนไขกันแลว สวนลดการคาอาจเปนคาเดียวโดดๆ เชน 30 % หรือชุดของ สว นลด ซึง่ จะเปนไปไดตอเมือ่ มกี ารซือ้ ตามเงอ่ื นไข เชน 30/20/10 ตัวอยา ง ซ้ือสนิ คา มูลคา 10,000 มีสวนลดการคา 30/20/10 สําหรับการซื้อท่ีเปนไปตามเงื่อนไขปริมาณซ้ือหรือการขนสงสินคา ตามที่ตกลง กนั ทกี่ ําหนด ถายอดซอ้ื เปน ไปตามเงอ่ื นไขจะไดวา เราจะตอ งจา ยคา สินคา คาํ นวณทีละข้ันตอน ดงั นี้ ขัน้ ท่ี 1 : 100,000 - .3 (100,000) = 70,000 ขน้ั ที่ 2 : 70,000 - .2 (70,000) = 56,000 ขนั้ ท่ี 3 : 56,000 - .10 (56,000) = 50,400 สว นลดรวมทไี่ ด = 100,000 - 50,400 = 49,600 x 100 = 49.6 % 100,000 100,000 ซึ่งไมใ ชผลรวม 30 + 20 + 10 = 60 % 9 - 28
Financial Analysis สวนลดเงนิ สด เปนสว นลดท่ผี ขู ายใหกบั ผูซ อ้ื ทเี่ ปน ลกู หน้ี เพือ่ จูงใจใหม ีการจายเงินเร็วข้นึ ตวั อยาง ในวันท่ี 1 ตุลาคม 10,000 บาท ซ้ือสนิ คามูลคา 2/10, Net 30 โดยมีเงือ่ นไขการชําระคือ พบวา มีทางเลือกการชาํ ระเงนิ 2 ทาง คือ = 10,000 (1 - 0.02) จายวันท่ี 11 ตุลาคม = 9,800 บาท = 10,000 บาท จา ยวนั ที่ 31 ตลุ าคม ผลตา ง 200 บาท เปนตนทุนการเสียโอกาสจากการทไ่ี มเ อาสว นลดเงนิ สด ซง่ึ เม่ือเทยี บเปน เปอรเ ซน็ ต ตอ ป แลว พบวา มคี า เทยี บเทา เทากับ 36.74 % ตอ ป คาํ นวณไดอ ยางไร การจายในวันท่ี 31 ตุลาคม เปรยี บเหมือน การกู 9,800 บาท สาํ หรับระยะเวลา 20 วัน มีดอกเบีย้ 200 บาท ถากู 100 บาท สาํ หรบั ระยะเวลา 360 วนั มดี อกเบ้ีย 200 x 360 x 100 9,800 x 20 อัตราดอกเบีย้ ทีแ่ ทจรงิ = 36.74% ตอป ดงั นั้น ถาหากธรุ กจิ สามารถหาเงนิ จากแหลงใดท่มี ีอัตราดอกเบ้ยี ต่ํากวา 36.74% ธรุ กจิ สมควรที่จะชาํ ระ ในวนั ที่ 11 ตลุ าคม เพ่อื เอาสว นลดเงนิ สดนนั้ ถอื ไดว า ตน ทนุ ของการไมเอาสวนลด 36.74 % จะเปน ตน ทุนของบัญชเี จา หนก้ี ารคา ทไ่ี มค วรมองขา มไป สวนลดปริมาณ เปน สวนลดทผี่ ูข ายใหก บั ผซู ือ้ ท่ีซอื้ ในปรมิ าณมาก ตามกาํ หนด ตัวอยา ง รหสั สนิ คา ปรมิ าณ (หนวย) ราคาขายตอหนว ย (บาท) 10010 1 - 99 15.00 100 - 499 14.50 500 - 999 14.00 บอยครั้งท่ีพบวาสวนลดประเภทนี้ อาจไมเปนประโยชนสําหรับธุรกิจของเรา ซ่ึงไมมีความ จําเปนตองมีสินคาในสต็อกมากมายนัก หากซื้อโดยหวังสวนลดน้ีมากเกินไปอาจทําใหกลายเปนผูทําหนาท่ี เปน คลังสนิ คาใหก บั ผูขายไป ซ่ึงจะไมเ ปนผลดแี นนอน 9- 29
การวเิ คราะหเงินทุนหมุนเวยี น สวนลดสะสมยอด เปนสวนลดท่ีผูขายใหกับยอดซื้อรวมของ สินคารายการใดรายการหน่ึงในระหวาง ป โดยผูขายจะบันทึกสะสมยอดซ้ือตลอดทั้งปแลว เม่ือครบกําหนดสิ้นปผูขายจะสงเช็คสวนลดน้ี กลับไปใหลูกคา สวนลดประเภทนี้ใชกันมากกับธุรกิจการบิน ในเร่ืองการสะสมไมลเดินทาง เม่ือครบ แตมสะสมแลวก็จะใหโบนัส เพื่อนําไปใชกับการซ้ือ (เดินทาง) ครั้งตอไป สวนลดน้ีเปนการใชเพื่อ วัตถุประสงคในการรักษาความภักดีตอสินคาดวย โดยเฉพาะอยางย่ิง เม่ือลูกคาเปนธุรกิจขนาดยอม และไมสามารถมียอดซ้ือปรมิ าณมากในแตละครั้ง เพื่อไดสวนลดปริมาณ เราอาจกําหนดสวนลดสะสม ใหเปนอีกทางเลือกหน่งึ ได โดยสรุป การจัดการเงินทนุ หมุนเวียนทเี่ หมาะสม จะชวยทําใหส ถานะทางการเงิน และผลการดําเนินงานของ ธุรกิจดีข้ึนได พึงตระหนักวา มีเพียงรายการเดียวที่เปนสินทรัพยสภาพคลองจริงๆ ก็คือ เงินสดน่ันเอง ลูกหนี้จะมีสภาพเปนเงินสดก็ตอเมื่อลูกหน้ีจายชําระเงินเทาน้ัน ในขณะที่สินคาคงเหลือ เปนรายการ สินทรัพยหมุนเวียนที่ตองใหความสนใจเปนอยางยิ่ง เน่ืองจากมีสภาพคลองที่ตํ่าที่สุดในบรรดาสินทรัพย หมนุ เวยี นทัง้ มวล 9 - 30
Financial Analysis แบบฝกหัดการบญั ชี บทท่ี 9 การวเิ คราะหเงนิ ทุนหมุนเวียน ขอ 1. บริษัท บอฝาย จํากัด มีนโยบายใหมีสินคาคงเหลือโดยเฉลี่ยเปนระยะเวลา 75 วัน เทอมการรับชําระ เงนิ จากลกู หนี้ 38 วนั และเทอมการจา ยชําระเจาหนี้ 30 วนั (ถา 1 ป = 360 วัน) คาํ ถาม 1.1 บริษัทมีวงจรเงินสดเปนระยะเวลากี่วัน คาวงจรเงินสดที่ไดแสดงถึงความตองการเงินทุน หมุนเวียนไดอยางไร 1.2 ถาบริษัทซื้อสินคาโดยเฉลี่ยวันละ 4,000 บาท ถามวา บริษัทจะตองมีเงินทุนหมุนเวียนเปน จํานวนเทา ใด หากวงจรเงนิ สดเปนไปตามขอ 1.1 1.3 ถาบริษัทมียอดขายตอปเทากับ 3,375,000 บาท โดยเปนยอดขายเช่ือทั้งหมด ถามวา บริษัท จะมี เงนิ ลงทุนเฉลยี่ ในบัญชลี ูกหนเ้ี ทากบั เทาใด 1.4 สินคา คงเหลอื ของบรษิ ทั มกี ารหมนุ เวียนชา หรือเร็วอยา งไร ขอ 2. บริษทั รกั ษชาติ จาํ กดั มแี ผนงานเพิ่มยอดขายจาก 1,500,000 บาท เปน 2,000,000 บาทในปห นา ใน การนี้บริษัทจําเปนตองมีเงินทุนหมุนเวียนเพ่ือลงทุนในสินคาคงเหลือเพิ่มจํานวน 300,000 บาท เพื่อ รองรบั การขยายตัวของยอดขายนี้ บรษิ ัทมีทางเลอื กในการหาเงนิ ทุนดงั นี้ ทางเลอื กท่ี 1 กยู มื จากธนาคารพาณิชย มอี ตั ราดอกเบย้ี เทากับ 12.5% ตอ ป ทางเลอื กที่ 2 บริษทั ชะลอการชาํ ระเจา หนผี้ ูจาํ หนายสนิ คา โดยไมเ อาสว นลดทผี่ ขู ายเสนอมา ภายใตเงือ่ นไข 2/10, net 30 แตตามขอ เทจ็ จริงปรากฏวา บรษิ ัทสามารถชะลอไปไดอ ีก 35 วัน โดย ชําระในวนั ท่ี 65 หลงั จากวนั ซือ้ และผขู ายยนิ ยอมไมม ีคา ปรบั ใด ๆ เนอ่ื งจากภาวะเศรษฐกิจท่ยี งั ตกตํา่ อยู คาํ ถาม บรษิ ทั ควรเลอื กทางเลือกใด จงึ จะไดรบั ประโยชนส ูงสุด (ถา 1 ป = 360 วนั ) 9- 31
Search
Read the Text Version
- 1 - 31
Pages: