1 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวรรณคดีกบั สถาปัตยกรรมมองเห็นไดน้ อ้ ยท่ีสดุ เพราะ สถาปัตยกรรมเป็นศลิ ปะท่ีคานงึ ถงึ ประโยชนใ์ ชส้ อยค่อนขา้ งสงู จงึ ไม่อาจนา วรรณคดีไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ ยกเวน้ การสรา้ ง สถาปัตยกรรมดว้ ยจดุ ประสงคเ์ ฉพาะ เชน่ การสรา้ งอาคารบา้ นช่องหรอื ปราสาทใน เทพนิยายต่างๆ ในสว่ นสนกุ เพ่อื สรา้ งความ บนั เทงิ ต่ืนตาต่ืนใจแก่เด็กๆนอกจากนีก้ าร สรา้ งฉากในการถ่ายทาภาพยนตรบ์ างเร่อื ง อย่างสมจรงิ ตามท่ีบรรยายไวใ้ นวรรณคดี หลงั การถ่ายทาภาพยนตร์ อาจเก็บฉากเหล่านนั้ เป็น แหลง่ ทอ่ งเท่ียวเพ่อื ใหเ้ ขา้ ชม เช่น ฉากพราสาทราชวงั ของไทยจากภาพยนตรเ์ ร่อื ง The King and I ท่ีมาเลเซยี ซง่ึ เป็นสถานถ่ายทาภาพยนตรเ์ ร่อื งนี้ กลายเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวสาคญั แห่ง หน่งึ ส่วนการท่ีวรรณคดีนาเสนอเร่อื งสถาปัตยกรรมนน้ั จะพบไดม้ ากในบทชมเมือง บนชมปราสาท ราชวงั และบทพรรณาบา้ นเรอื นต่างๆ ผเู้ สพวรรณคดีจะเหน็ ภาพทง้ั สถาปัตยกรรม ภมู ิ สถาปัตยกรรม รวมทง้ั มณั ฑนศิลป์ อย่างครบถว้ น ดงั เชน่ บทพรรณาเมืองกเุ รปัน ดาหา กาหลงั และ สงิ หดั สาหรี ในบทละครเร่อื ง อิเหนา
2 ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งวรรณคดีกบั ศิลปะสาขาอ่ืนนน้ั เป็นการพิจารณาความสมั พนั ธบ์ นพืน้ ฐาน ของความเป็นศลิ ปะกบั ศลิ ปะดว้ ยกนั เม่ือศลิ ปะประกอบดว้ ยสว่ นท่ีเรยี กวา่ เนือ้ หาและ รูปแบบ กวีหรอื ศิลปินจงึ มีสทิ ธิท่ีจะปรบั เปล่ียนวิธีการนาเสนอเนือ้ หาและแนวคิดโดยใชร้ ูปแบบท่ี แตกตา่ งกนั ได้ จดุ กาเนิดของศลิ ปะท่ีส่องทางใหแ้ ก่กนั จงึ นา่ จะเกิดขนึ้ จาก “ความสรา้ งสรรค”์ ภายในของกวีหรอื ผสู้ รา้ งงานศิลปะ ท่ีพยายามสรา้ งแนวทางการประพนั ธ์ ใหม่ๆ ท่ีนา่ สนใจ โดยการหยบิ ยืมทฤษฎีทางศิลปะขา้ มกนั ไปมา วิธีท่ีนยิ มใชค้ ือ การลด ความสาคญั ของกรอบจากดั ดา้ นรูปแบบ ของศิลปะแตล่ ะสาขา แลว้ ปรบั เปล่ียนหรอื นารูปแบบ ของศิลปะสาขาอ่ืนๆ มาใชใ้ นงานวรรณคดี ซง่ึ แมจ้ ะมีผไู้ ม่เห็นดว้ ยกบั วธิ ีดงั กล่าว นกั วิจารณ์ วรรณคดีและศลิ ปะชาวเยอรมนั ท่ีไดโ้ ตแ้ ยง้ เรอ่ื งความจาเป็นท่ีศลิ ปะตอ้ งมีความแตกตา่ ง กนั เพราะศิลปะแต่ละประเภทลว้ นแต่มีวิธีการและเคร่อื งมือแตกต่างกนั นกั วรรณคดีต่างก็มี ความเหน็ ว่า ถา้ หากผรู้ บั รู้ งานศิลปะเปล่ียนวธิ ีการรบั รูเ้ สียใหม่ รูปแบบของศลิ ปะก็น่าท่ีจะ เปล่ียนแปลงไดเ้ ช่นกนั
3 การไดร้ บั อิทธิพลและแรงบนั ดาลใจจากศิลปะอ่ืน แลว้ นามาเป็นเนือ้ หาของงาน วรรณคดี ความสมั พนั ธล์ กั ษณะนีค้ อ่ นขา้ งพบมาก โดยเม่ือกวีหรอื นกั เขียนเกิดความประทบั ใจ ต่อศลิ ปกรรมอยา่ งใดอย่างหน่งึ อยา่ งแรงกลา้ และตอ้ งการแสดงออกเพ่อื สนองต่ออารมณ์ สนุ ทรยี ะแลว้ กวีหรอื นกั เขียนก็อาจนาศลิ ปกรรมนน้ั ไปกลา่ วถึง หรอื นามาเป็นเนือ้ หาในวรรณคดี ของตน บทกวีบางบทจงึ สรา้ งขนึ้ โดยมีจติ รกรรมหรอื ประติมากรรมเป็นแรงบนั ดาลใจ ศลิ ปวตั ถุ สามารถเป็นเนือ้ หาใหแ้ ก่งานประพนั ธไ์ ด้ เช่นเดียวกบั บคุ คลหรอื วตั ถตุ ามธรรมชาติ ตวั อย่าง การท่ีกวีไดร้ บั แรงดลใจจากประติมากรรม เพ่อื นาไปสรา้ งวรรณศลิ ป์ ท่ีลกึ ซงึ้ ไดเ้ ชน่ Grevel Lindop กวีชาวองั กฤษ ผเู้ ขียนบทกวีนิพนธพ์ รรณนา พระพทุ ธไสยาสนท์ ่ี โปลอนนะรุวา ประเทศศรลี งั กา บทกวีนีช้ ่ือวา่ “recumbent buddha at polonnaruwa”
4 1. การคน้ ควา้ วจิ ยั ควรศึกษาและเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลภูมิปัญญาของไทยในดา้ นต่างๆ ท่ีเป็น ส่ิงที่ควรรักษาความสัมพนั ธ์ระหวา่ งวรรณคดีและสถาปัตยกรรม 2. มุ่งศึกษาใหร้ ู้ความเป็นมาในอดีต และสภาพการณ์ในปัจจุบนั 2. การอนุรักษ์ โดยการปลุกจิตสานึกใหค้ นในทอ้ งถิ่นตระหนกั ถึงคุณค่าแก่นสาระและ ความสาคญั และส่งเสริมสนบั สนุนการจดั กิจกรรมตามประเพณีและวฒั นธรรมต่างๆ สร้างจิตสานึก ของความเป็นคนทอ้ งถ่ินน้นั ๆ ที่จะตอ้ งร่วมกนั อนุรักษภ์ ูมิปัญญาที่เป็นเอกลกั ษณ์ของทอ้ งถ่ิน รวมท้งั สนบั สนุนใหม้ ีพิพิธภณั ฑท์ อ้ งถิ่นหรือพพิ ธิ ภณั ฑช์ ุมชนข้ึน เพื่อแสดงสภาพชีวติ และความ เป็นมาของชุมชน อนั จะสร้างความรู้และความภูมิใจในชุมชนทอ้ งถ่ินดว้ ย 3. การฟ้ื นฟู โดยการเลือกสรรภูมิปัญญาที่กาลงั สูญหาย หรือท่ีสูญหายไปแลว้ มาทาใหม้ ี คุณค่าและมคี วามสาคญั ต่อการดาเนินชีวติ ในทอ้ งถ่ิน โดยเฉพาะพ้ืนฐานทางจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม 4. การถ่ายทอด ถ่ายทอดใหค้ นในสงั คมไดร้ ับรู้ เกิดความเขา้ ใจ ตระหนกั ในคุณค่า คุณประโยชนแ์ ละปฏิบตั ิไดอ้ ยา่ งเหมาะสม โดยผา่ นสถาบนั ครอบครัว สถาบนั การศึกษา และการ จดั กิจกรรมทางวฒั นธรรมต่างๆ 5. การเผยแพร่แลกเปลี่ยน โดยการส่งเสริมและสนบั สนุนใหเ้ กิดการเผยแพร่และ แลกเปล่ียนภูมิปัญญาและวฒั นธรรมอยา่ งกวา้ งขวาง ดว้ ยส่ือและวธิ ีการต่างๆ อยา่ งกวา้ งขวาง รวมท้งั กบั ประเทศอ่ืนๆ ทวั่ โลก 6. การเสริมสร้างปราชญท์ อ้ งถิ่น โดยการส่งเสริมและสนบั สนุนการพฒั นาศกั ยภาพของ ชาวบา้ น ผดู้ าเนินงานใหม้ ีโอกาสแสดงศกั ยภาพดา้ นภูมิปัญญา ความรู้ความสามารถอยา่ งเตม็ ที่ มี การยกยอ่ งประกาศเกียรติคุณในลกั ษณะต่างๆ
Search
Read the Text Version
- 1 - 6
Pages: