ความรเู้ ยวกบั ภาษาซี C ประกอบการเรียนวิชา ว30268 ภาษาซี ครผู ู้สอน ครูรชั ชนก วงศ์เขียว กี ่
คน เ องภาษาซี เ นสว่ นห งของการเรยี นการ สอนวชิ า ว30268 ภาษาซี โดยมีจดุ ประสงค์ เ อ การศึกษาเ ยวกบั ประวัติความเ นมา โครงสรา้ ง ภาษาซี ตัวแปร การ ง อ และการเขียนผังงาน ของภาษาซี ผจู้ ดั ท ได้มีการด เนินการศกึ ษาอย่าง ละเอียด โดยสืบค้นจากเวบ็ ไซด์และเอกสาร เ ยวกับภาษาซี เ อน มาท เ นรปู เล่มรายงาน ผ้จู ัดท หวังเ นอยา่ ง งว่าหนงั สอื อิเลก็ ทรอนิกส์ จะเ นประโยชนต์ อ่ ผู้ ตอ้ งการ ศกึ ษาเ ยวกับภาษาซี และสามารถน ไปประกอบ การเรียนการสอนใน นเรียน หากมขี ้อแนะน หรือผิดพลาดประการใด ทางผูจ้ ดั ท ขอนอ้ มรับ และขออภยั มา ณ คณะผ้จู ัดท ่ ่ิึ ้น ำำตำั้ัชย ำำำ ำปปปปปทกทพกทกพรช็็็็็ำำำนนีีืีืืีีีืีี่่่่่่่่่่้้ำ
ภาษา คอมพวิ เตอร์ ภาษาเค อง (Mac Lan e) การเขียนโปรแกรมเ อ งใหค้ อมพิวเตอร์ ท งานในยุคแรก ๆ จะตอ้ งเขียนด้วยภาษา งเ น ยอมรบั ของเค องคอมพิวเตอร์ ภาษา ประกอบด้วย ตัวเลขล้วน ท ให้เค องคอมพิวเตอรส์ ามารถท งาน ได้ทนั ที ผู้ จะเขยี นโปรแกรมภาษาเค องได้ ตอ้ ง สามารถจ รหสั แทนค งตา่ ง ๆ ได้ และในการ ค นวณตอ้ งสามารถจ ไดว้ า่ จ นวนตา่ ง ๆ ใช้ใน การค นวณ นถูกเก็บไว้ ต แหน่งใด ดัง นโอกาส จะเกดิ ความผิดพลาดในการเขียนโปรแกรมจึงมี มาก นอกจาก เค องคอมพวิ เตอรแ์ ตล่ ะระบบมี ภาษาเค อง แตกตา่ งกนั ออก ท ให้เกิดความไม่ สะดวกเ อมกี ารเป ยนเค องคอมพวิ เตอรเ์ พราะจะ ตอ้ งเขยี น โปรแกรมใหม่ งหมด ่ึ augenih สั่ ้ัทำซ g้ำำำำำสั่ำำำำนั้ำนัปทมรทรรพททรรทลรท็รนนีีีืืืืืีืืีีืีืีี่่่่่่่่่่่่่่่่้้
ภาษา คอมพิวเตอร์ ภาษาระดับ (Low an e) เ นการพัฒนาภาษาคอมพิวเตอร์ นอกี ระดับ ห ง โดยการใชต้ วั อักษรภาษาองั กฤษเ นรหสั แทนการ ท งาน การใชแ้ ละการ ง อตัวแปรแทนต แหน่ง ใช้ เก็บจ นวนต่าง ๆ งเ นคา่ ของตวั แปร น ๆ การใช้ สญั ลกั ษณช์ ว่ ยใหก้ ารเขยี นโปรแกรม เรียกวา่ “ภาษา ระดบั ”ภาษาระดบั เ นภาษา มีความหมายใกล้ เคียงกับภาษาเค อง มากบางค งจงึ เรยี กภาษา ว่า “ภาษาองิ เค อง” (Mac – Ori d La ge) ตวั อยา่ งของภาษาระดบั ได้แก่ ภาษาแอสเซมบลี เ นภาษา ใช้ค ในอักษรภาษาองั กฤษเ นค งให้ เค องท งาน เช่น AD หมายถงึ บวก SU หมายถงึ ลบ เ นต้น การใช้ค เหลา่ ชว่ ยใหก้ ารเขียนโปรแกรม งา่ ย นกวา่ การใชภ้ าษาเค อง ง เ นตัวเลขลว้ น ดัง ตารางแสดงตวั อย่างของภาษาระดบั และภาษาเค อง งให้มกี ารบวกจ นวน เกบ็ อยใู่ นหน่วยความจ ่่้้ ่ึึึึึ ำne ำขgaำ่ัสนugำตัำne้ำLeซำซLveขlนัำ้gBDำuำn่ัสำtำำรั้hiำeaตตตตต่่่่่ปปปปปปปปทชทรรรรททรท็็็็็็็็นนนืีืีืืีืีืีีีี่่่่่่่่่่่้้้
ภาษา คอมพิวเตอร์ ภาษาระดบั สูง (Hig l a ge) เ นภาษา สร้าง นเ อชว่ ยอ นวยความสะดวก ในการเขยี นโปรแกรม กล่าวคอื ลักษณะของค งจะ ประกอบด้วยค ตา่ ง ๆ ในภาษาองั กฤษ งผ้อู ่านสามารถ เข้าใจความหมายได้ทันที ผเู้ ขียนโปรแกรมจึงเขยี น โปรแกรมดว้ ยภาษาระดบั สงู ได้งา่ ยกวา่ เขยี นดว้ ยภาษา แอสเซมบลหี รือภาษาเค อง ภาษาระดบั สงู มมี ากมาย หลายภาษา อาทิเชน่ ภาษาฟอร์แทรน (FO R ) ภาษาโคบอล (CO ) ภาษาปาสคาล (Pas ) ภาษาเบสิก(BA ) ภาษาวิชวลเบสิก (Vis Ba c) ภาษาซี (C) และภาษาจาวา (Jav ) เ นตน้ โปรแกรม เขยี นด้วยภาษาระดบั สูงแตล่ ะภาษาจะต้องมโี ปรแกรม ท หนา้ แปล ภาษาระดบั สงู ใหเ้ นภาษาเค อง เชน่ โปรแกรมแปลภาษาฟอร์แทรนเ นภาษาเค อง โปรแกรมแปลภาษาปาสคาลเ นภาษาเค อง ค งห ง ค งในภาษาระดบั สูงจะถกู แปลเ นภาษาเค องหลาย ค ง ่้ ่ึึึ aeLh ่ัสำiขugำ่ัสำveน่ัสำำสั่ำซnLRTANBOLcalำ SICualsaปปปปปปทพททรรทรรร็็็็็็ืืีีืีืืีื่่่่่่่่่่
ประวัติความ เ นมาภาษาซี ภาษาซีเกดิ นใน ค.ศ. 1972 ผู้คดิ ค้นคอื Den R c i โดยพัฒนามาจากภาษาB และ ภาษา B L แตย่ ังไม่มีการใช้งานอยา่ งกวา้ งขวางนกั ใน ค.ศ. 1978 Bra ni n ไดร้ ่วมกับ Den Rit มาพฒั นามาตรฐานของภาษาซี เรยี กว่า K& ท ให้มีผ้สู นใจเ ยวกบั ภาษาซมี าก น จงึ เกิดภาษาซี อกี หลายรูปแบบเพราะยงั ไม่มกี ารก หนดรปู แบบภาษาซี เ นมาตรฐาน และใน 1988 Rit จึงได้ ก หนดมาตรฐานของภาษาซีเรยี กว่า AN เ อใช้เ น ตัวก หนดมาตรฐานในการสรา้ งภาษาซรี ่นุ ตอ่ ไป ภาษาซี เ นภาษาระดบั กลางเหมาะสมส หรบั การเขยี นโปรแกรมแบบโครงสรา้ ง เ นภาษา มคี วาม ยดื หยนุ่ มากคอื ใช้งานได้กับเค องต่างๆ ได้และ จจบุ ัน ภาษาซีเ นภาษา นฐานของภาษาโปรแกรม ้้ึึข C PechininKiำee ำrRsigCISำ ำihchsaettnำ iขhปปปปปปปปปกทพทพร็็็็ีีีั็ปีืีีืื่่่่่้็
โครงสร้างของ โปรแกรม ภาษาซี 1. ข้อความ งตวั ประมวลผลกอ่ น (p e r so t en ) ข้อความ งตัวประมวลผล กอ่ น นต้นด้วยเค องหมาย # เช่น #in d < di . > หมายความว่าให้ตวั ประมวลผลก่อนไปอา่ นขอ้ มูลจาก แ มs i .h งเ นแ ม มอี ยู่ในคลงั เ อโปรแกรมมกี าร ใช้ขอ้ ความ งอ่านและบันทึกข้อความ งตวั ประมวลผลกอ่ น จะต้องเขียนไว้ตอนตน้ ของโปรแกรม 2. รหัสตน้ ฉบบั (so co ) รหัสต้นฉบบั หมายถงึ ตวั โปรแกรม ประกอบดว้ ยขอ้ ความ งและตัว งก์ นตา่ งๆ 3. ข้อความ งประกาศครอบคลมุ (g o l la on t e t )ขอ้ ความ งประกาศ ครอบคลมุ ใชป้ ระกาศตัวแปรส่วนกลางโดย ตวั แปรสว่ น กลาง นจะสามารถถกู เรยี กใช้จากทกุ ส่วนของโปรแกรม 4. ต้นแบบ งกช์ ัน (fu t ro y ) ตน้ แบบ งกช์ นั ใชป้ ระกาศ งก์ชนั เ อบอกใหต้ ัวแปล โปรแกรมทราบถงึ ชนิดของคา่ สง่ กลบั และ ชนิดของค่าต่างๆ ส่งไปกระท การใน งก์ชนั ่้ึึ สs ั่ rpoc et eptotpnoicnso ้ันrsa่ัสsnmeatsitarcedabl ่ัสh่ัชt ่ัสemt edecru ่ัส่ัสsสั่ขeำtcdluซoปฟฟฟฟฟฟฟททรทพททม้้ััััั็ีืีีืีีื่่่่่่่่
โครงสรา้ งของ โปรแกรม ภาษาซี 5. งก์ชันหลัก (ma n i n) เ อ งให้กระท การโปรแกรม งกช์ นั หลกั จะเ นจดุ เ ม ต้นของการกระท การภายใน งกช์ ันหลักจะประกอบดว้ ย ขอ้ ความ งและขอ้ ความ ง เรียกใช้ งก์ น 6. งกช์ นั (fu t ) งก์ชนั หมายถงึ กล่มุ ของข้อความ ง ทํางานใดงานห ง โดยเ นอสิ ระจาก งก์ชนั หลกั แต่อาจมีการ รับสง่ ค่าระหวา่ ง งกช์ นั และ งกช์ นั หลัก 7. ข้อความ งประกาศตัวแปรเฉพาะ (lo d ar o s me s)ขอ้ ความ งประกาศ ตวั แปรเฉพาะ ใชป้ ระกาศตวั แปรเฉพาะ โดย ตัวแปร เฉพาะ จะสามารถถกู เรียกใชเ้ ฉพาะภายใน งกช์ ัน น 8. การแปลและกระท การโปรแกรม (p o r co l i n e c i ) เ อไดเ้ ขียนและ อนขอ้ ความ งตวั ประมวลผลกอ่ นและ รหสั ตน้ ฉบบั ลงในโปรแกรมอิดิเตอรเ์ สร็จ แล้วจะต้องเรยี กตวั แปรโปรแกรมมาเ อให้แปลภาษาซใี ห้ เ นภาษาเค องหากโปรแกรม นเขยี นไดถ้ ูกต้อง ตรงตามกฎของภาษาซตี ัวแปรโปรแกรมจะแปลโปรแกรม ภาษาซีใหเ้ นภาษาเค องแลว้ นําไปเกบ็ ไว้ในแ ม ่ ่ิึ cct ้ันo สั่ำรu ่ัสfำสั่ notuexdanotaipmmagrำ ้ันสั่ชั่ ncion ส่ัสtnetatnitalัelac ่นn่ัส i ฟฟฟฟฟฟปปฟฟฟปปฟฟปททพททรมทมททรััััั้็็ััั็ัั็้ีีืีีืีืีืีื่่่่่่่่่่่่
ตวั แปร (va le ) คอมพิวเตอรม์ ีส่วนประกอบ ส คัญส่วนห งคอื หน่วยความจํา งเปรียบไดก้ บั สมองของมนษุ ย์ ท หนา้ เก็บขอ้ มูลในขณะ ประมวลผลในการ ประมวลผลแต่ละค งมักต้องใชข้ อ้ มูลจ นวนมาก ง จ เ นจะต้องเกบ็ ไว้ในหน่วยความจ เ นเกบ็ แลว้ จะ ต้องทราบตําแหน่ง นําข้อมลู เข้าไปเก็บไวภ้ ายใน ของหน่วยความจาํ ด้วยเ อให้สามารถนาข้อมูลเหลา่ นกลับมาประมวลผลไดด้ งั นตัวแปรจงึ มีหนา้ ส คัญ ชว่ ยในการเกบ็ ขอ้ มูลแตล่ ะประเภท ผ้ใู ช้ อนเขา้ สโู่ ปรแกรม ่่ ่ึึึ sนนำ ซriำ ำร้ัำ้ันั้ำ ซab ำปปปททททททพท็็้ีีีืีีีี่่่่่่่่
การ ง อ ตวั แปร 1.ประกอบดว้ ย a ถึง z, o ถึง 9 และ _ เทา่ น 2.อักขระตวั แรกต้องเ น a ถึง z และ _ 3.ห้ามใช้ อเฉพาะ 4.ตัวพมิ พใ์ หญ่ตวั พิมพ์เลก็ มคี วามหมาย แตกต่างกัน 5.มีความยาวได้สงู สดุ 31 ตัวอกั ษร นตั้ั ้ปทช็ีืช่่ื่
การเขียนผังงาน (Flo h ) ผงั งาน (Flo h ) เ นผงั งานรปู ภาพ ใช้แสดง แนวคิด หรอื นตอนการท งานของโปรแกรม และเ น เค องมือ ช่วยใหม้ องเห็นภาพรวมของโปรแกรม ท ให้ เราเขียนโปรแกรมได้ง่าย ง น เ องจากเราสามารถมอง เห็นแนวคดิ และทศิ ทางการท งานของโปรแกรม นเอง ้่ึิ t ้ันำำcขwcขarยำawัrt้ปปทททร็็นีีีืื่่่่่
การเขยี นผังงาน (Flo h ) มีหลักการงา่ ยๆ ควรค นึงดัง คือ 1. ผังงาน (Flo h ) จะต้องมีจุดเ มตน้ และจุด นสดุ เสมอ 2. เลือกใช้สัญลกั ษณเ์ อ อความหมายให้ถกู ตอ้ ง 3. ใชล้ ูกศรเ นตัวก หนดทิศทางการท งานของ โปรแกรมจากบนลงลา่ ง จากซ้ายไปขวาโดยเรียงตามล ดบั 4. รปู สัญลักษณท์ กุ ตัวต้องมีลกู ศรเข้าและออก ยกเว้นจุดเ มต้นจะมีเฉพาะออก จดุ นสดุ จะมีเฉพาะเขา้ เท่า น 5. ลูกศรทกุ ตัวจะ ออกจากรปู สัญลักษณต์ ัวห ง ไปยังรูปสัญลกั ษณอ์ ีกตวั ห งเสมอ 6. ค อธบิ ายภายในรปู สัญลักษณ์ ควร นๆเข้าใจ ง่าย 7. ไม่ความใชล้ ูกศร ไปไกลมากเกินไป หาก จ เ นใหใ้ ชจ้ ุดเ อมแทน ้่้่ ่่ิิิิึึ tำำ ้ัสำ ำน wนcar ้ันtรสr ร ำaำสwc ปปชชพสชท็็นืืืีีีี่่้่่้้
การเขียนผงั งาน (Flo h ) ผงั งาน (Flo h ) เ นผงั งาน ใชแ้ สดงแนวความคดิ หรือ นตอนการท งานของโปรแกรม โดยใช้สัญลกั ษณแ์ ทนค อธบิ าย งเราสามารถสรุปสญั ลกั ษณก์ ารท งาน ควรทราบได้ ดัง ่ึ wawำcrซำำ้ัขctartปทท็นีีี่่้
ผูจ้ ัดท นางสาวกติ ตยิ าภรณ์ วงค์แกว้ เลข 19 น ม.6/2 ki or n aw@ l. o นางสาวภทรพรรณ จติ มุง เลข 25 น ม.6/2 at . ta n@ a l. mocimgaparapmomciamgekgownpayitt ้ัชำชั้ ททีี่่
Search
Read the Text Version
- 1 - 15
Pages: