Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore นายกรวีร์ พันธุ์ดี

นายกรวีร์ พันธุ์ดี

Published by pkorrawee, 2021-03-22 15:09:35

Description: 604150615

Search

Read the Text Version

48 การพานักเรียนและนักศึกษา ไปนอกสถานที่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ.2563 12 การพานกั เรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศกึ ษาพกั แรมใหผู ควบคมุ ปฏบิ ตั ิ ดังนี้ 1. เมอ่ื เดินทางถึงสถานที่จัดกิจกรรมตองจัดใหมีการปฐมนิเทศ เพ่ือแจง กฎระเบยี บ ขอ ปฏิบตั ิในการใชส ถานที่ 2. จดั สถานท่พี กั แยกชาย หญงิ ใหเปน สดั สวน 3. จดั ใหมรี ะบบดแู ลรกั ษาความปลอดภยั ตลอดชวงเวลาจดั กจิ กรรม 4. จัดเจาหนาที่หรือบุคคลผูมีความรูในการดานการรักษาพยาบาล เพื่อ ดูแลนักเรียนระหวางการทํากจิ กรรม 13 เม่ือกลับจากการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอกสถานศกึ ษาแลว ให รายงานใหผ อู นญุ าตตามขอ 8 ทราบตามทก่ี ําหนดทายระเบยี บนี้ ใหถือวาครู อาจารย ผูควบคุม หรือผูชวยผูควบคุมท่ีพานักเรียน 14 และนกั ศึกษาไปนอกสถานศึกษาเปนการปฏิบัติหนาท่ีราชการและ ใหเ บิกคาใชจ า ยในการเดนิ ทางไดต ามระเบยี บของทางราชการ ใหปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รักษาการใหเปนไปตามระเบียบน้ี 15 และใหมีอาํ นาจตคี วามและวินจิ ฉยั ชขี้ าดปญ หา ทเ่ี กิดจากการปฏบิ ัติ ตามระเบียบน้ี

49 การพานักเรียนและนักศึกษา ไปนอกสถานท่ี พ.ศ. 2562 และ พ.ศ.2563 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วา ดวยการพานกั เรยี นและนกั ศกึ ษา ไปนอกสถานศกึ ษา (ฉบบทั 2่ี ) พ.ศ. 2563 1 ระเบียบนี้เรียกวา “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการพา นักเรยี นและนักศกึ ษาไปนอกสถานศกึ ษา (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 2 ระเบียบน้ใี หใ ชบงั คับต้งั แตว ันถัดจากวันประกาศเปน ตน ไป 3 ใหย กเลิกความในขอ 8 และใหใ ชข อ ความตอ ไปนี้แทน “ขอ 8 ใหบ ุคคลดงั ตอไปน้ี เปน ผมู ีอาํ นาจพิจารณาอนุญาตตามขอ 5 1. หัวหนา สถานศกึ ษา สําหรบั การพาไปนอกสถานศึกษาไมพักแรม 2. ผูอํานวยการสํานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา ผูมีอํานาจเหนือ สถานศึกษาขึ้นไปอีกช้ันหน่ึงหรือผูที่ไดรับมอบหมายแลวแตกรณี สาํ หรบั การพาไปนอกสถานศึกษาพกั แรม 3. หัวหนาสวนราชการหรือผูไดรับมอบหมายสําหรับการพาไปนอก ราชอาณาจักร สําหรบั สถานศกึ ษาเอกชนประเภทโรงเรยี นในระบบตามกฎหมายวาดวยโรงเรยี น เอกชนใหหัวหนาสถานศึกษาเปนผมู ีอาํ นาจพจิ ารณาอนญุ าตการพาไปนอก สถานศึกษาไมพ ักแรมตามขอ 5

50 การพานักเรียนและนักศึกษา ไปนอกสถานที่ พ.ศ. 2562 และ พ.ศ.2563 ระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธกิ าร วาดว ยการพานกั เรยี นและนกั ศกึ ษา ไปนอกสถานศกึ ษา (ฉบบทั 2่ี ) พ.ศ. 2563 ใหเพิ่มความตอไปน้ีเปนวรรคสามและวรรคสี่ของขอ 9 แหง 4 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการวาดวยการพานักเรียนและนักศึกษาไป นอกสถานศกึ ษา พ. ศ. 2562 ใหสถานศกึ ษาเอกชนประเภทโรงเรียนในระบบตามกฎ หมาย วาดวยโรงเรียนเอกชนรายงานการพิจารณาอนุญาตตามขอ 8 วรรค ทาย ตอผอู นญุ าตตามกฎหมายวาดวยโรงเรยี นเอกชนกอนวนั เดินทาง ไมน อยกวา 3 วันทาํ การตามแบบท่ีกาํ หนดทายระเบยี บนี้ ในกรณที ่ีผูอนญุ าตตามกฎหมายวาดวยโรงเรียนเอกชนเห็นวา การพิจารณาอนุญาตตามขอ 8 วรรคทายอาจมีภัยอันตรายตอนักเรียน หรือสถานทท่ี ี่จะเดนิ ทางไปนอกสถานศึกษา มีสภาพขดั ตอสุขภาพหรือ อนามัยหรือมีเหตุอันอาจเปนภัยอันตรายตอนักเรียน ใหผูอนญุ าตตาม กฎหมายวาดวยโรงเรียนเอกชนมีอํานาจส่ังใหระงับยับยั้งแกไข เปลีย่ นแปลงหรอื ยกเลิก ไดตามที่เหน็ สมควร ใหเพ่ิมความตอไปนี้เปนวรรคสองของขอ 13 แหงระเบียบ 5 กระทรวงศึกษาธิการวาดวยการพานักเรียนและนักศึกษาไปนอก สถานศกึ ษา 2562 สําหรับสถานศึกษาเอกชนประเภทโรงเรียนในระบบตาม กฎหมายวา ดว ยโรงเรียนเอกชนนอกจากการรายงานตามวรรคหนึ่ง แลวในกรณีพาไปสถานศึกษาพักแรมตามขอ 5 และการพาไปนอก ราชอาณาจักรตามขอ 5ตองรายงานผลการพานักเรียนไปนอก สถานศึกษาใหกับผูอนุญาตตามกฎหมายวาดวยโรงเรียนเอกชน ทราบภายใน 15 วันหลัง จากการพานักเรียนไปนอกสถานศึกษา เสร็จสิน้ แลว

51 การลงโทษนักเรียน ความเปนมาของระเบียบการลงโทษนกั เรยี น ปรากฏในพระราชกิจจานุเบกษา เลม 122 ตอนพิเศษ 35 ง ประกาศ ณ วันที่ 26 เมษายน 2548 ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วาดวยการลงโทษนักเรียนและนักศึกษา พ.ศ.2548 อาศยั อาํ นาจตามความในมาตรา 6 และมาตรา 65 แหงพระราชบัญญัตคิ ุมครอง เด็ก พ.ศ. 2546 ระเบยี บการลงโทษนกั เรียนและนกั ศกึ ษา ขอ 4 กลาววา “การลงโทษ” หมายความวา การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาท่ี กระทําความผิด โดยมีความมงุ หมายเพื่อการอบรมส่งั สอน ขอ 5 กลา ววา โทษท่จี ะลงโทษแกน กั เรียนหรอื นักศกึ ษาทก่ี ระทาํ ความผิด มี 4 สถาน ดงั น้ี 1. วากลาวตกั เตอื น 2. ทําทัณฑบ น 3. ตดั คะแนนความประพฤติ 4ทํากิจกรรมเพอื่ ใหปรบั เปล่ยี นพฤตกิ รรม ขอ 6 กลา ววา หามลงโทษนกั เรียนและนักศึกษาดวยวิธีรุนแรง หรือแบบกล่ันแกลง หรือลงโทษดวยความโกรธ หรือดวยความพยาบาท โดยใหคํานึงถึงอายุของนักเรียนหรือ นกั ศกึ ษา และความรา ยแรงของพฤตกิ ารณประกอบการลงโทษดว ย ขอ 7 กลาววา การวา กลาวตกั เตอื น ในกรณนี ักเรยี นหรือนักศกึ ษากระทาํ ความผิดไม รายแรง ขอ 8 กลาววา การทําทัณฑบน ใชในกรณีนักเรียนหรือนักศึกษาที่ประพฤติตนไม เหมาะสมกับสภาพ นักเรียนหรือนักศึกษา ตามกฎกระทรวงวาดวยความประพฤตินักเรียน และนักศึกษา หรือกรณีทําใหเส่ือมเสียชื่อเสียงและเกียรติศักด์ิของสถานศึกษา หรือฝาฝน ระเบยี บของสถานศึกษา หรอื ไดรบั โทษวากลา วตกั เตอื นแลว ขอ 9 กลาววา การตดั คะแนนความประพฤติ ใหเ ปนไปตามระเบียบปฏิบัติวา ดวยการ ตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนและ นักศึกษาของแตละสถานศึกษากําหนด และใหทํา บันทึกขอ มลู ไวเปน หลกั ฐาน ขอ 10 กลาววา ทํากิจกรรมเพ่ือใหปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ใชในกรณีที่นักเรียนและ นักศึกษากระทําความผิดทส่ี มควรตองปรับเปล่ียน พฤติกรรม การจัดกิจกรรมใหเปนไปตาม แนวทางที่กระทรวงศกึ ษาธกิ ารกําหนด

52 การลงโทษนักเรียน กฎหมายทมี่ ีความเกี่ยวขอ งกบั พระราชบญั ญตั คิ มุ ครองเด็ก พ.ศ. 2546 หมวด 2 การปฏบิ ตั ติ อ เดก็ มาตรา 26 ภายใตบังคับบทบัญญัติแหงกฎหมายอ่ืน ไมวาเด็กจะยินยอมหรือไม หามมิใหผูใดกระทําการ ดงั ตอไปนี้คือ กระทําหรือละเวนการกระทําอันเปนการทารุณกรรม ตอ รางกายหรือจิตใจของเด็ก หมวด 7 การสง เสรมิ ความประพฤตนิ กั เรียนและนกั ศกึ ษา มาตรา 64 นักเรียนและนักศึกษาตองประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรียนหรือ สถานศกึ ษาและตามท่ีกาํ หนดในกฎกระทรวง มาตรา 65 นักเรยี นหรือนักศกึ ษาผใู ดฝาฝนมาตรา 64 ใหพ นักงานเจาหนา ท่ีปฏิบัติ ตามระเบียบท่ีรัฐมนตรีกกําหนด และมีอํานาจนําตัวไปมอบแกผูบริหารโรงเรียนหรือ สถานศึกษาของนักเรียนหรือนักศึกษาน้ัน เพ่ือดําเนินการสอบถามและอบรมสั่งสอนหรือ ลงโทษตามระเบยี บ ในกรณที ไ่ี มส ามารถนําตวั ไปมอบไดจ ะแจงดว ยวาจาหรอื เปน หนงั สือกไ็ ด หมวด 9 บทกาํ หนดโทษ มาตรา 78 ผใู ดฝาฝน มาตรา 26 ตองระวางโทษจําคกุ ไมเกนิ 3 เดือน หรือ ปรับไมเ กนิ 30,000 บาท หรอื ท้ังจําท้งั ปรบั ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ผูใดทํารายผูอ่ืน จนเปนเหตุใหเ กิดอนั ตรายแกกายหรือจิตใจของผูอ่ืน นัน้ ผูนน้ั กระทาํ ความผดิ ฐานทํารายรา งกาย ตองระวางโทษจาํ คุกไมเกิน 2 ป หรือปรับไมเกนิ 40,000 บาท หรอื ทัง้ จําท้งั ปรับ มาตรา 391 ผูใดใชกําลังทํารายผูอื่น โดยไมถึงกับเปนเหตุใหเกิดอันตรายแกกาย หรือจิตใจ ตองระวางโทษจาํ คกุ ไมเ กนิ 1 เดือน หรอื ปรบั ไมเกนิ 10,000 บาท หรือทั้งจําทัง้ ปรบั

53 วินัยขาราชการ ความหมาย กฎระเบียบตาง ๆ ที่วางหลักข้ึนมาเปนกรอบควบคุมใหขาราชการปฏบิ ัติ หนาที่ และกําหนดแบบแผนความประพฤติของขาราชการ เพ่ือใหขาราชการ ประพฤติปฏิบตั ิหนา ทรี่ าชการเปน ไปดว ยความเรียบรอย โดยกําหนดใหขาราชการ วางตัวใหเหมาะสมเพ่ือใหบ รรลจุ ุดมุงหมายขององคกรขาราชการ ขอกาํ หนดวนิ ยั มาตรา 80 ขาราชการพลเรอื นสามัญ ตองรักษาวินัยโดยกระทําการหรือไมกระทําการ ตามทีบ่ ัญญัตไิ วในหมวดนโี้ ดยเครง ครัดอยูเสมอ ขา ราชการพลเรือนสามัญผูปฏิบัติราชการในตางประเทศ นอกจากจะตอง รักษาวินัยตามท่ีไดบัญญัติไวในหมวดนี้ แลวตองรักษาวินัย โดยกระทําการหรือไม กระทําการตามทก่ี ําหนดในกฎ ก.พ.ดว ย มาตรา 81 ขาราชการพลเรือนสามัญ ตองสบับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมพี ระมหากษัตริยทรงเปนประมุขดวยความบริสทุ ธ์ิใจ มาตรา 82 ขา ราชการพลเรือนสามญั ตอ งกระทาํ การอันเปน ขอปฏิบตั ิ ดงั ตอ ไปนี้ 1. ตองปฏบิ ตั ิหนาท่รี าชการดวยความซือ่ สตั ย สุจรติ และเที่ยงธรรม 2. ตอ งปฏบิ ตั หิ นาท่รี าชการใหเปนไปตามกฎหมาย กฎระเบยี บของทางราชการ มติของคณะรัฐมนตรี นโยบายของรฐั บาลและปฏบิ ัตติ ามระเบียบแบบแผนของทาง ราชการ

54 วินัยขาราชการ มาตรา 82 3. ตอ งปฏบิ ตั ิหนา ท่รี าชการใหเ กิดผลดีหรือความกาวหนาแกราชการ ดวยความ ตงั้ ใจ อุตสาหะ เอาใจใสแ ละรกั ษาประโยชนของทางราชการ 4. ตองปฏิบัติตามคําสั่งของผูบังคับบัญชา ซึ่งส่ังในหนาท่ีราชการโดยชอบดวย กฎหมายและระเบียบของทางราชการ โดยไมข ัดขืนหรือหลกี เลีย่ ง 5. ตอ งอุทศิ เวลาของตนใหแกร าชการ จะละทิ้งหรอื ทอดทิ้งหนา ที่ราชการมไิ ด 6. ตองรักษาความลับของทางราชการ 7. ตอ งสุภาพเรียบรอย รกั ษาความสามัคคี และตอ งชวยเหลือกัน ในการปฏิบัติ ราชการระหวา งขา ราชการดว ยกนั และผูร วมปฏิบัตริ าชการ 8. ตองตอนรับใหความสะดวก ใหความเปนธรรม และใหการสงเคราะหแก ประชาชนผมู าติดตอ ราชการเกี่ยวกับหนาทข่ี องตน 9. ตองวางตัวเปนกลางทางการเมืองในการปฏิบัติหนาท่ีราชการ และในการ ปฏิบัตกิ ารอนื่ ท่ีเกยี่ วขอ งกบั ประชาชน 10. ตอ งรักษาชอื่ เสยี งของตน และรักษาเกียรติศกั ดิ์ของตาํ แหนงหนาทร่ี าชการ ของตนมิใหเส่ือมเสยี 11. กระทําการอ่นื ใดตามท่ีกําหนดในกฎ ก.พ. มาตรา 83 ขาราชการพลเรือนสามยั ตอ งไมกระทําการใดอันเปนขอหาม ดังตอไปน้ี 1. ตองไมรายงานเท็จตอผูบังคับบัญชา การรายงานโดยปกปดขอความซ่ึงควร ตองแจง ถือวา เปน การรายงานเท็จดว ย 2. ตองไมปฏบิ ตั ริ าชการอันเปนการกระทําการขา มผูบงั คับบญั ชาเหนอื ตน 3. ตอ งไมอาศยั หรอื ยอมใหผอู ื่นอาศยั ตําแหนง หนา ทรี่ าชการของตนหาประโยชน ใหแ กต นเองหรือผูอื่น 4. ตอ งไมป ระมาทเลนิ เลอในหนา ทร่ี าชการ

55 วินัยขาราชการ มาตรา 83 5. ตอ งไมกระทําการหรือยอมใหผูอ ่ืนกระทําการหาประโยชน อันอาจทาํ ใหเสีย ความเท่ียงธรรม หรอื เส่ือมเสียเกียรติศกั ดข์ิ องตาํ แหนงหนาทร่ี าชการของตน 6. ตองไมเปนกรรมการผูจัดการ หรือผูจัดการ หรือดํารงตําแหนงอ่ืนใด ท่ีมี ลกั ษณะงานคลายคลึงกันน้นั ในหางหุนสว นหรือบรษิ ทั 7. ตองไมกระทําการอยางใดที่เปนการกลั่นแกลง กดข่ีหรือขมเหงกันในการ ปฏบิ ัตริ าชการ 8. ตอ งไมกระทําการอันเปนการลวงละเมดิ หรอื คุกคามทางเพศ ตามท่ีกาํ หนดใน กฎ ก.พ. 9. ตองไมด ูหมิ่น เหยยี ดหยาม กดข่ี หรือขมเหง ประชาชนผูต ิดตอ ราชการ 10. ไมก ระทาํ การอื่นใดตามทกี่ ําหนดในกฎ ก.พ. มาตรา 85 การกระทําผิดวินยั ในลกั ษณะดังตอไปน้ี เปนความผิดวินัยอยางรา ยแรง 1. ปฏบิ ัติหรือละเวนการปฏิบตั หิ นา ทร่ี าชการโดยมิชอบ เพอื่ ใหเ กิดความเสียหาย อยางรายแรงแกผูหนึ่งผูใด หรือปฏิบัติ หรือละเวนการปฏิบัติหนาที่ราชการโดย ทจุ รติ 2. ละทิ้งหรือทอดท้งิ หนาที่ราชการโดยไมมีเหตอุ ันสมควร เปนเหตุใหเสียหายแก ราชการอยา งรายแรง 3. ละท้งิ หนาทร่ี าชการตดิ ตอในคราวเดียวกนั เปน เวลาเกนิ 15 วนั โดยไมมเี หตุอนั สมควร หรือโดยมีพฤติการณอันแสดงถึงความจงใจไมปฏิบัติตามระเบียบของทาง ราชการ 4. กระทําการอนั ไดชอ่ื วาเปนผูประพฤตชิ ั่วอยา งรา ยแรง 5. ดูหมิ่น เหยียดหยาม กดข่ี ขมเหง หรือทํารายรางกายประชาชน ผูมาติดตอ ราชการอยางรา ยแรง

56 วินัยขาราชการ มาตรา 85 6. กระทําความผิดอาญา จนไดรับโทษจําคุกหรือโทษที่หนักกวาจําคุกโดยคํา พิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุกหรือใหรับโทษที่หนักกวาจําคุก เวนแตเปนโทษสําหรับ ความผิดทไี่ ดก ระทําโดยประมาทหรอื ความผดิ ลหุโทษ 7. ละเวนการกระทําหรือกระทําการใด ๆ อันเปนการไมปฏิบัติตามมาตรา 82 หรอื ฝาฝนขอ หา มตามมาตรา 83 อันเปน เหตุใหเ สยี หายแกราชการอยางรา ยแรง 8. ละเวนการกระทําหรือกระทําการใด ๆ อันเปนการไมปฏิบัติตามมาตรา 80 วรรคสอง และมาตรา 82(11) หรือฝาฝนขอหามตามมาตรา 83 (10) ท่ีมี กฎ ก.พ. กําหนดใหเ ปนความผิดวนิ ยั อยา งรา ยแรง การโทษทางวนิ ัย ขาราชการพลเรอื นกระทาํ ผดิ วินยั จะตอ งไดร ับโทษทางวินยั เวน แตม ีเหตอุ นั ควรงดโทษ ตามท่ีบัญญัติไวในพระราชบัญญัติระเบียบขาราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 หมวด 7 การ ดาํ เนินการทางวนิ ยั ซึ่งโทษทางวนิ ัยไดก าํ หนดไวใ นมาตรา 88 โดยมี 5 สถาน ดงั ตอ ไปน้ี 1. ตดั เงนิ เดือน 2. ลดเงนิ เดือน 3. ปลดออก 4. ไลออก ขอควรรูเกยี่ วกบั วนิ ยั ขาราชการ 1. ความผิดทางวินัยไมมีอายุความ แมจะกระทําผิดวินัยไวนานเทาใด หากตรวจสอบ พบก็สามารถดาํ เนนิ การทางวนิ ยั และลงโทษไดเ สมอ 2. การลงโทษทางวินัยตองดําเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย เชน ตองมีการ สอบสวน การแจงขอกลาวหาและสรุปพยานหลักฐานท่ีสนับสนุนขอกลาวหาใหผูถูกกลาวหา ทราบ และใหโอกาสผถู ูกกลาวหาชแี้ จงแกข อกลา วหา 3. ผสู ่ังลงโทษตองเปน ผูบังคับบญั ชาซึง่ มีอํานาจสั่งบรรจุตามมาตรา 57 4. สภาพการเปนขาราชการ กรณีจะเปนความผิดวินัยจะตองกระทําผิดในขณะที่เปน ขา ราชการ จะนาํ เหตทุ ่เี คยกระทาํ ผิดกอนเปน ขาราชการมาลงโทษทางวินยั ไมได

57 จรรยาบรรณวิชาชีพครู ความหมาย กฎแหงความประพฤติสาํ หรบั สมาชกิ วชาชีพครซู ึง่ องคก รวชิ าชีพครูเปน ผกู ําหนด และสมาชกิ ในวิชาชพี ทุกคนตอ งถือปฏบิ ตั โิ ดยเครง ครัดหากมกี ารละเมดิ จะมกี ารลงโทษ ลักษณะของจรรยาบรรณวิชาชพี ครู 1. เปน คาํ ม่นั สญั ญาหรอื พนั ธะผูกพนั ตอผูเ รียน (Commitment to the student) 2. เปนคาํ มน่ั สัญญาหรือพนั ธะผูกพันตอ สงั คม (Commitment to the society) 3. เปน คํามั่นสญั ญาหรือพันธะผูกพันตอ วชิ าชพี (Commitment to the profession) 4.เปนคําม่นั สัญญาหรือพนั ธะผูกพันตอสถานปฏิบตั ิงาน (Commitment to the employment practice) จรรยาบรรณของ วิชาชพี มี 5 หมวด 9 ประการ หมวด 1 จรรยาบรรณตอ ตนเอง ประการที่ 1....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองมีวินัยในตนเอง พัฒนา ตนเองดานวิชาชีพ บุคลิกภาพ และวิสัยทัศน ใหทันตอการพัฒนาทางวิทยาการ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอยเู สมอ หมวด 2 จรรยาบรรณตอวิชาชีพ ประการท่ี 2....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองรัก ศรัทธา ซื่อสัตยอบ วชิ าชพี ทางการสจุ ริต รบั ผดิ ชอบตอวิชาชพี และเปน สมาชิกที่ดขี ององคก รวชิ าชพี หมวด 3 จรรยาบรรณตอผรู บั บรกิ าร ประการท่ี 3....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองรัก เมตตา เอาใจใส ชวยเหลอื สง เสรมิ ใหก ําลังใจแกศษิ ย และผรู ับบริการ ตามบทบาทหนาท่ีโดยเสมอหนา

58 จรรยาบรรณวิชาชีพครู หมวด 3 จรรยาบรรณตอผูรบั บริการ ประการที่ 4....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองสงเสริมใหเกิดการเรียนรู ทักษะ และนิสัยที่ถูกตองดีงามแกศิษย และผูรับบริการ ตามบทบาทหนาท่ีอยางเต็ม ความสามารถ ดวยความบรสิ ุทธ์ใิ จ ประการที่ 5....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองประพฤติปฏิบัติตนเปน แบบอยา งทดี่ ี ท้ังทางกาย วาจา และจติ ใจ ประการท่ี 6....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ตองไมกระทําตนเปนปฏิปกษ ตอความเจรญิ ทางกายสติปญ ญา จิตใจ อารมณ และสงั คมของศษิ ย และผรู ับบรกิ าร ประการที่ 7.... ผปู ระกอบวิชาชพี ทางการศกึ ษา ตองใหบรกิ ารดวยความจริงใจ และเสมอภาค โดยไมเรียกรบั หรือยอมรบั ผลประโยชนจ ากการใชตําแหนงหนาที่โดยมิ ชอบ หมวด 4 จรรยาบรรณตอผรู วมประกอบวิชาชพี ประการท่ี 8....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงชวยเหลือเก้ือกูลซึ่งกันและ กนั อยางสรางสรรค โดยยึดม่นั ในระบบคณุ ธรรม สรางความสามคั คใี นหมูคณะ หมวด 5 จรรยาบรรณตอ สงั คม ประการท่ี 9....ผูประกอบวิชาชีพทางการศึกษา พึงประพฤติปฏิบัติตนเปนผูนํา ในการอนุรักษและพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม ภูมิปญญา ส่ิงแวดลอม รักษาผลประโยชนของสวนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษตั รยิ ทรงเปนประมขุ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook