Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ปูดอย)

หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ปูดอย)

Published by buritkongmali, 2020-12-03 03:34:06

Description: หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ปูดอย)

Search

Read the Text Version

หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ประวตั คิ วามเป็นมา ระบบเศรษฐกจิ พอเพียงเกดิ ข้ึนเม่ือ วนั ท่ี 18 กรกฎาคม 2517 โดยเริม่ ตน้ จากพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเดจ็ พระ เจ้าอย่หู ัวพระราชทานแก่นสิ ติ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตรซ์ ึ่งเน้น ความสาคัญในการพฒั นาประเทศแบบสรา้ งพ้นื ฐาน คอื \"ความพอมีพอกนิ พอใช้\" ต่อมาพระองค์มพี ระราชดารสั อกี ครัง้ เมือ่ วันที่ 4 ธันวาคม 2517 ณ ศาลาดสุ ิตดาลยั เนอ่ื งในวนั เฉลิมพระชนมพรรษาทรง เน้นคาวา่ \"พอมีพอกิน\" ดังน้นั คาวา่ \"เศรษฐกิจพอเพียง\" จึงมา จากจดุ เริ่มตน้ ว่า \"พอมพี อกนิ พอใช้\"

ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง - เศรษฐกิจพอเพยี งเปน็ ปรชั ญา ช้ถี งึ แนวการดารงอยแู่ ละปฏิบตั ิ ตนของประชาชนในทกุ ระดับ - เศรษฐกิจพอเพียงเปน็ แนวนโยบายและกาหนด ยทุ ธศาสตรก์ ารพัฒนาและ บริหารเศรษฐกจิ ของรฐั - เศรษฐกิจพอเพียงมแี นว ดาเนนิ งานไปใน\"ทางสายกลาง\" แนวทางปฏบิ ตั ติ ามเศรษฐกจิ พอเพยี ง ตามหลกั พระพุทธศาสนา - ยึดความประหยัด ลดค่าใช้จา่ ย ทกุ ดา้ น ลดคา่ ฟุ่มเฟอื ย - ยึดถือการประกอบอาชีพด้วย ความถูกต้อง สจุ รติ - ละเลิกแกง่ แย่งผลประโยชน์ และแขง่ ขนั ทางการค้า - ไมห่ ยดุ นง่ิ ที่จะหาทางให้ชีวติ หลดุ พน้ จาความทกุ ขย์ าก - ปฏบิ ตั ิตนในแนวทางทดี่ ี ลดละสิ่งช่ัวให้หมดสิ้นไป

ทฤษฎีบันได 9 ขนั้ สู่ความพอเพยี ง ศาสตรพ์ ระราชา ความสุขอย่างย่ังยนื การไปสู่ความพอเพียง ตามแนวทางศาสตร์ พระราชา เน้นการเริ่มตน้ ท่ี การทาเพอื่ พอกนิ พอใช้ พออยู่ และพอรม่ เย็น

ทฤษฎใี หม่ขนั้ พืน้ ฐาน มงุ่ เน้นการจัดสรรพนื้ ท่อี ยอู่ าศัย และ ทท่ี ากนิ หลักการ พอกิน พอใช้ พออยู่ พอร่มเย็น

ทฤษฎีใหม่ขนั้ พ้ืนฐาน เศรษฐกิจพอเพยี ง ขั้นพื้นฐาน ขน้ั ท่ี 1-4 1.พอกนิ มีกินเพยี งพอ ทง้ั ข้าว ปลา พืชผกั ได้จาก ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อยา่ ง และนาอินทรีย์ 2.พอใช้ เครอื่ งใชไ้ ม้สอยตา่ ง ๆ ทาฟืน ทาของใช้ตา่ ง ๆ ได้จาก ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อยา่ ง 3.พออยู่ ปลกู ท่ีอยู่ บ้าน รว้ั ฯลฯ ไดจ้ าก ป่า 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง 4.พอรม่ เย็น รม่ เงาจากต้นไม้ใหญ่ ไดจ้ าก ปา่ 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 อยา่ ง

ทฤษฎใี หมข่ ั้นก้าวหน้า มงุ่ เน้น การใหท้ าน แบ่งปัน ค้าขาย และการสรา้ งเครือขา่ ย

กสิกรรมธรรมชาติ โคก หนอง นา โมเดล โคก-หนอง-นา โมเดล คือ การจัดการพ้ืนที่ซ่ึงเหมาะกับ พน้ื ที่การเกษตร ซ่ึงเป็นผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่ เข้า กับภูมิปัญญาพื้นบ้านที่อยู่อย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ ในพื้นที่ โคก-หนอง-นา โมเดล เป็นการท่ีให้ธรรมชาติ จัดการตัวมันเองโดยมี มนุษย์เป็นส่วนส่งเสริมให้มัน สาเรจ็ เรว็ ข้ึน อยา่ งเปน็ ระบบ

กสกิ รรมธรรมชาติ โคก หนอง นา โมเดล โคก: พื้นทีส่ งู หนอง: หนองนา้ หรือแหล่งนา้ – ดินที่ขดุ ทาหนองน้านน้ั ให้นามาทาโคก – ขุดหนองเพอ่ื กักเก็บนา้ ไว้ใชย้ ามหนา้ แล้งหรือ บนโคกปลกู “ปา่ 3 อยา่ ง ประโยชน์ 4 จาเปน็ และเป็นทรี่ ับนา้ ยามน้าท่วม อย่าง” ตามแนวทางพระราชดาริ (หลมุ ขนมครก) – ปลกู พืช ผกั สวนครัว เลย้ี งหมู เล้ยี งไก่ – ขดุ “คลองไสไ้ ก”่ หรือคลองระบายนา้ รอบ เลี้ยงปลา ทาใหพ้ ออยู่ พอกนิ พอใช้ พอ พน้ื ทต่ี ามภูมปิ ญั ญาชาวบา้ น โดยขุดให้คด รม่ เย็น เป็นเศรษฐกิจพอเพยี งขน้ั เคี้ยวไปตามพื้นทเ่ี พอื่ ใหน้ า้ กระจายเตม็ พ้ืนที่ พ้ืนฐาน กอ่ นเขา้ สขู่ ้ันกา้ วหนา้ คอื ทาบญุ เพ่มิ ความชุม่ ช้นื ลดพลังงานในการรดน้าตน้ ไม้ ทาทาน เก็บรกั ษา ค้าขาย และเชือ่ มโยง – ทา ฝายทดน้า เพอื่ เก็บน้าเขา้ ไว้ในพืน้ ท่ีให้ เป็นเครอื ขา่ ย มากทส่ี ดุ โดยเฉพาะเม่ือพ้ืนท่โี ดยรอบไม่มีการ – ปลูกทีอ่ ยอู่ าศัยให้สอดคล้องกบั สภาพ กกั เก็บนา้ นา้ จะหลากลงมายังหนองนา้ และ ภมู ิประเทศ และภูมอิ ากาศ คลองไส้ไก่ ให้ทาฝายทดนา้ เกบ็ ไวใ้ ช้ยาม หนา้ แล้ง นา – พัฒนาแหลง่ นา้ ในพ้ืนที่ ทง้ั การขดุ ลอก หนอง คู คลอง เพอ่ื กกั เก็บนา้ ไวใ้ ช้ยามหน้าแลง้ และ เพิม่ การระบายนา้ ยามนา้ หลาก – พ้ืนที่นาน้นั ให้ปลูกขา้ วอินทรียพ์ นื้ บา้ น โดยเร่ิมจากการฟนื้ ฟดู นิ ดว้ ยการทาเกษตรอนิ ทรีย์ ยัง่ ยืน คืนจุลนิ ทรีย์กลบั คนื แผน่ ดนิ ใชก้ ารควบคุมปริมาณน้าในนาเพื่อคุมหญา้ ทาให้ปลอด สารเคมีได้ ปลอดภยั ท้งั คนปลูก คนกนิ – ยกคันนาใหม้ คี วามสงู และกว้าง เพื่อใชเ้ ป็นท่รี ับนา้ ยามนา้ ทว่ ม ปลกู พืชอาหารตามคันนา

การพฒั นาเยาวชนภายใตโ้ ครงการคนรนุ่ ใหม่ ไทยนิยมย่ังยนื ตามศาสตรพ์ ระราชา YCS : Young Creative Sharing

การพัฒนาเยาวชนภายใต้โครงการคนรนุ่ ใหม่ ไทยนิยมยงั่ ยนื ตามศาสตรพ์ ระราชา YCS : Young Creative Sharing กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดด้ ำเนินกำรจดั โครงกำรพฒั นำคน รุ่นใหม่ ไทยนิยม ยงั่ ยนื ตำมศำสตร์พระรำชำ เกดิ กำรเรียนรู้อย่ำง ต่อเน่อื งและฝึกปฏบิ ตั ใิ นพน้ื ทจ่ี รงิ ศกึ ษำปัญหำ แนวคดิ แนวทำงกำรใช้ ศำสตรพ์ ระรำชำแกไ้ ขปัญหำของเกษตรกร ใหข้ ำ้ รำชกำรในหน่วยงำน ในสงั กดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกหน่วยงำน ไดร้ บั กำรถ่ำยทอด ควำมรูค้ วำมเขำ้ ใจศำสตร์พระรำชำ และหลกั คดิ เกษตรทฤษฎีใหม่ มี โอกำสร่วมคดิ ร่วมแลกเปลย่ี นควำมรูค้ วำมเช่ยี วชำญ และควำมคดิ สร้ำงสรรค์สง่ิ ใหม่ เพ่อื ขบั เคล่อื นงำนในโครงกำรพระรำชดำริเกษตร ทฤษฎีใหม่ และสร้ำงทีมในกำรขบั เคล่อื นร่วมกนั ระหว่ำงหน่วยงำน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเป็นพลงั ขบั เคล่อื นหลกั ในกำรขยำย ผลโครงกำรในพระรำชดำริ ในเขตอำเภอแม่แจ่ม จ.เชยี งใหม่ ณ บ้ำน แมข่ ม้ี กู ต.บำ้ นทบั อ.แมแ่ จ่ม จ.เชยี งใหม่ โดยมขี ำ้ รำชกำรในกระทรวง เกษตร ได้แก่ กรมส่งเสรมิ กำรเกษตร กรมปศุสตั ว์ กรมชลประทำน กรมพฒั นำทด่ี นิ กรมหมอ่ นไหม สำนกั พฒั นำกำรวจิ ยั กำรเกษตร ศนู ย์ ถ่ำยทอดเทคโนโลยกี ำรสหกรณ์ท่ี ๙ จ.เชยี งใหม่ นกั เรยี นรำชประชำนุ เครำะหท์ ่ี ๓๑ และชำวบำ้ นแมข่ ม้ี กู

การพัฒนาเยาวชนภายใต้โครงการคนรนุ่ ใหม่ ไทยนิยมยง่ั ยนื ตามศาสตร์พระราชา YCS : Young Creative Sharing ขยายผลศาสตรพ์ ระราชา สนู่ ้อง ๆ ปดู อย โดยขำ้ รำชกำรคนรนุ่ ใหมไ่ ทยนิยมยงั่ ยนื ตำมศำสตรพ์ ระรำชำ ณ ศนู ยก์ สกิ รรมธรรมชำติ อำเภอบำ้ นบงึ จงั หวดั ชลบุรี

การนาโคกหนองนาโมเดล มาปรับประยกุ ตใ์ ช้ในพ้นื ทโี่ รงเรียน เน่ืองจำกพ้ืนท่ีภำยในโรงเรียนรำชประชำนุ เครำะห์ 31 ภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ีลำดชัน และมีลกั ษณะดินเป็น ลูกรงั ทำให้ไม่สำมำรถกกั เก็บน้ำเพ่ือใช้ในกำรทำเกษตรของ โรงเรยี นได้ ภำยหลงั จำกกำรนำควำมรจู้ ำกศำสตรพ์ ระรำชำมำ ใช้ทำให้พ้ืนท่ีเกษตรของโรงเรียนรำชประชำนุเครำะห์ 31 สำมำรถพฒั นำกำรเกษตรของโรงเรียนได้เป็นอย่ำงดี มีกำร เพำะปลูกพชื ตลอดปีกำรศกึ ษำ ทงั้ ยงั จดั กจิ กรรมกำรเรียนรตู้ ำม หลกั ปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งไดม้ ปี ระสทิ ธภิ ำพมำกขน้ึ

กจิ กรรมการทาน้าหมักชีวภาพสมุนไพร 7 รส การเลือกเอาสมนุ ไพรรสทงั้ 7 รส มาท้าน้าหมักจลุ นิ ทรยี ์ชีวภาพ เพื่อประโยชนท์ างการเกษตร ใช้ไดก้ ับ นาข้าว และพืชผักทุกชนิด ตัวยาสมนุ ไพรทใ่ี ช้ในการเกษตรสามารถแบ่งออกตามรสของสมุนไพรได้ ประมาณ 7 รส คือ รสจืด รสขม รสฝาด รสเบือ่ เมา รสเปรยี้ ว รสหอมระเหย และรสเผ็ดร้อน รสจืด รสฝาด วตั ถดุ บิ : ใบฝร่ัง, เปลือกมังคุด, เปลือกแค, วตั ถุดิบ : รางจืด, ตา้ ลึง, ยา่ นาง, หน่อ ใบทบั ทมิ , ปลีกกล้วย กลว้ ย, ผกั ตบชวา ประโยชน์ : ใช้ในการป้องกนั เชอ้ื ราในโรคพชื ประโยชน์ : ใชใ้ นการบา้ รุงดนิ ล้าง รสเปร้ียว สารพิษ บ้าบัดนา้ เสยี และขยะท่สี ่ง กล่ินเหมน็ วตั ถุดบิ : มะกรูด, มะขาม, มะนาว, สับปะรด , ตะลงิ ปลงิ , กระเจย๊ี บ ประโยชน์ : ใชใ้ นการไล่แมลงโดยเฉพาะ รสเมาเบอ่ื รสหอมระเหย วัตถุดิบ : กระเพรา, สาบเสือ, ใบยูคา, วัตถุดบิ : กลอย, ใบน้อยหนา่ , หางไหล, โหระพา, ตะไครห้ อม ยาสูบ, พญาไรใ้ บ ประโยชน์ : เป็นน้าหมักที่เปล่ียนกล่ินของต้น พืช ใชใ้ นการไลแ่ มลง ประโยชน์ : ใชใ้ นการไล่แมลงฆ่าเพลย้ี หนอน และ แมลง ในพืชผัก รสขม รสเผด็ รอ้ น วตั ถุดิบ : ดปี ลี, พรกิ , พริกไทย, ขา่ , กระเทียม, วตั ถดุ บิ : สะเดา, บอระเพด็ , ข้ีเหล็ก, ลูก ขงิ , กระเจีย๊ บ ใต้ใบ, ฟ้าทะลายโจร ประโยชน์ : ใชใ้ นการไล่แมลง ประโยชน์ : ใช้ในการสรา้ งภูมิคมุ้ กนั สามารถฆา่ เชอื้ แบคทีเรยี ป้องกนั แมลง

กจิ กรรมการทานา้ หมักชีวภาพสมนุ ไพร 7 รส

น้ายาล้างจานสับปะรดสูตรพอเพียง ส่วนผสม ๑. N ๗๐ ๑ กโิ ลกรัม ๒. เกลอื ๑ กิโลกรัม ๓. F ๒๔ ๕๐๐ กรัม ๔. น้าหมักสับปะรด ๑ ลติ ร ๕. นา้ สะอาด ๑๕ ลิตร ๖. น้าด่าง (ขีเ้ ถ้า) ๑ ลติ ร ขัน้ เตรียม - สับปะรดแก่จัด ล้างให้สะอาด สับเปน็ ช้ิน ผสมน้าตาลทราย ๑ กโิ ลกรัม นา้ ๕ ลิตร หมกั ทง้ิ ไว้และปิดฝานาน ๗-๑๐ วัน กรองเอาแต่นา้ หมักสับปะรด จานวน ๑ ลิตร - เอาขีเ้ ถ้าจานวน ๕ กโิ ลกรัม นามาเทลงในถังและผสมกับน้าเปล่า คนให้เขา้ กัน แล้วพัก ท้งิ ไว้ ๑ คืน กรองเอาแต่น้าใส จานวน ๑ ลิตร วิธีทา ๑.นา N ๗๐ เทลงในถัง แล้วใช้ไม้พายผสมหรือคน N ๗๐ ให้เข้ากันจนเป็นสีขาว ข้น นาน ๕ นาที ๒. แล้วโรยเกลือที่เตรียมไว้ ๑ กิโลกรัม นาน ๑๐ นาที โดยใหเ้ กลือกับ N ๗๐ ผสมเข้ากันดีแล้ว ๓. หลังจากนัน้ เตมิ น้าด่าง (ขีเ้ ถ้า) ๑ ลิตร ผสมให้เข้ากันและคนไปทางทศิ เดียวกัน นาน ๕ นาที ๔.เตมิ F ๒๔ อีก ๕๐๐ กรัม ผสมให้เข้ากันและคนไปทางทิศเดียวกัน นาน ๕ นาที ๕.เตมิ น้าหมกั สับปะรด จานวน ๑ ลิตร ผสมให้เข้ากันและคนไปทางทศิ เดียวกัน นาน ๕ นาที ๖.แล้วค่อยๆๆ เตมิ นา้ สะอาดลงไป จานวน ๑๕ ลิตร ผสมให้เข้ากันและคนไปทางทิศ เดียวกัน นาน ๕ นาที ๗.พักท้งิ ไว้อย่างน้อย ๔-๖ ชั่วโมง เพื่อให้ฟองยุบแล้วบรรจุใส่ขวด

กจิ กรรมการทานา้ ยาล้างจานสับปะรดสูตรพอเพียง

กล้วยฉาบปูดอย 1.นากล้วยมาปอกเปลือกแลว้ นาไปแช่ 2. ฝานกล้วยเปน็ แผ่นบางๆตามยาวหรอื นาเกลือไวเ้ พอื่ ไมใ่ หก้ ลว้ ยมสี ดี า ตามขวางกไ็ ดแ้ ล้วแตว่ า่ จะชอบแบบไหน 3. นากล้วยลงไปทอดในนามนั ทผ่ี สมเนย และใบเตย หมัน่ กลว้ ยบอ่ ยๆใหส้ ุกสม่าเสมอ กันจนกรอบไมต่ อ้ งให้กลว้ ยเหลืองจาก กระทะ คอื เอาให้พอกรอบ แลว้ พอตังไว้ให้ สะเด็ดนามัน กล้วยจะเหลืองเอง 4. ตงั กระทะใส่นา 3 ช้อนโต๊ะ ผสมนาตาล 1/2 ถ้วย ใส่เกลือเลก็ น้อย เค่ยี วให้นาตาล เหนยี วและเหลืองลดไฟลง 5. นากลว้ ยทีท่ อดเสร็จไปคลกุ เคลา้ กับ นาตาล ระวงั อยา่ ทาแรงเพราะกลว้ ยจะแตก (6)เมอื่ กล้วยเย็นแล้วนาไปแพคใส่ ถงุ ไดเ้ ลย

ปุ๋ยบำรงุ พืชจำกเปลอื กไขบ่ ด หน่ึงในสารอาหารทีต่ ้นไมต้ อ้ งการมากท่ีสดุ คอื แคลเซยี ม ซงึ่ หาไดจ้ ากเปลอื กไขเ่ หลือ ๆ ในจากครวั น่นั เอง ด้วยการนาเปลอื กไข่มาลา้ งให้สะอาด แล้วตาหรือบดใหล้ ะเอียด นาไป โรยบรเิ วณโคนต้นไมห้ รือใชผ้ สมดินกอ่ นปลกู ตน้ ไม้ คราวนี้ต้นไม้กจ็ ะได้สารอาหารจาก แคลเซยี มเปลอื กไข่ไปเต็ม ออกดอกผลิใบสวยงาม ไม่ตอ้ งซื้อสารอาหารหรือป๋ยุ เคมีมาใช้ ให้เปน็ อนั ตรายอกี ตอ่ ไป 1. เร่มิ แรกใหท้ ำกำรเตรียมเปลือกไข่กอ่ น โดย นำเปลอื กไขไ่ ปตำกแดดผ่งึ ลม เพื่อใหข้ องเหลว ทเ่ี กำะอย่ภู ำยในแห้งสนทิ ทงั้ หมดก่อน 2. จำกน้ันกน็ ำเปลอื กไขท่ ีต่ ำกแดดแห้งสนิทดี แลว้ นำไปโมห่ รอื ตำให้ละเอยี ด พกั ทงิ้ ไว้ 3.นำเปลอื กไขท่ ตี่ ำจนละเอยี ดข้ึนกระทะ ตั้ง เตำ แลว้ คัว่ ดว้ ยไฟออ่ นๆเติมผงชูรสเลก็ นอ้ ย จะเปลือกไขเ่ ปลยี่ นสเี ปน็ สีนำ้ ตำลเขม้ ก็ เปน็ อันว่ำใชไ้ ด้ 4.สุดทำ้ ยก็พกั เปลือกไขท่ ี่ค่ัวไว้ให้เยน็ แลว้ กรอกใส่ถงุ ไว้ใช้ สำมำรถเก็บไวไ้ ด้เป็นปี เลย วิธกี ารใชง้ าน เปลือกไข่ที่เรำทำเก็บไว้ในถุง ให้นำมำโรยไว้ที่โคนต้นไม้ และพืชท่ีเรำต้องกำรจะช่วยไล่เพล้ีย มด แมลงที่มำก่อกวนต้นพืชของเรำไม่ให้เข้ำมำใกล้ได้ ด้วยกลิ่นของเปลือกไข่คั่วนั่นเอง เพียงโรยท้ิงไว้ แคส่ ัปดำหล์ ะ 1 ครง้ั กพ็ อ สำมำรถใชไ้ ดก้ ับพืชจำพวก ต้นพริก มะเขอื กะเพรำ โหระพำ เป็นต้น

กำรเพำะถว่ั งอก (1) นาถ่ัวเขยี วมาคัดเลอื กโดยคัดเมล็ดทไ่ี มส่ มบูรณอ์ อกแลว้ ซาวนาลา้ งใหส้ ะอาด 3 ครงั (2) แช่ถวั่ เขียวในนาสะอาด 8 - 10 ชั่วโมง หรือแช่ นาอนุ่ (นาสะอาด 1 ส่วน ผสมนา ร้อน 1 ส่วน) 6 - 8 ชว่ั โมง การแช่นาในนาอ่นุ อุณหภูมิ 50 - 60 องศา เซลเซียสจะช่วยฆา่ เชือโรคและท้าใหถ้ ัว่ งอกได้เรว็ ขึน (3) นาเมล็ดถ่วั ท่ีแชแ่ ลว้ มาลา้ งให้สะอาดอกี ครงั หนึ่ง แล้วใชก้ ระสอบป่านทต่ี ัดไวป้ ูลงในภาชนะเพาะและ วางตะแกรงพลาสติกบนกระสอบปา่ น นาเมล็ดถั่วมา เรยี งบนตะแกรงให้เสมอกนั ใหม้ ีความหนาประมาณ 2 เมลด็ ซ้อน ทาเชน่ นปี ระมาณ 4 - 5 ชัน ขนึ อยู่กับ ความสงู ของภาชนะเพาะ ชนั บนสดุ ปิดดว้ ยกระสอบ ป่าน 2 ชัน (4) รดนาทุก 2 -3 ช่วั โมง เพ่อื ระบายความรอ้ นและ เพ่มิ ความชุ่มชืนอยา่ งทวั่ ถึงใหแ้ ก่เมลด็ ถ่ัว (5) หลังจากรดนาตดิ ต่อกัน 2 วัน ให้ยกแผงถว่ั ขนึ มาและใชม้ ดี บางตัดระหว่างโคนถ่วั กับตะแกรง พลาสตกิ ใสถ่ ่ัวในกาละมงั ที่ใสน่ า แล้วใช้ตะแกรง พลาสตกิ รูขนาด 9 มิลลิเมตร รอ่ นเอาเปลอื กถัว่ ออก จะได้ถ่วั งอกทข่ี าวนา่ รบั ประทาน (ถั่วเขียว 1 กโิ ลกรมั จะทาถ่ัวงอกได้ 5 - 6 กโิ ลกรมั )


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook