ศาสนาท่ีเกดิ ในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ตกเฉยี งใต้
1.ศาสนาครสิ ต์
ประวตั ิความเป็ นมาของศาสนาครสิ ต์ ศาสนาคริ สต์ถือกาเนิดข้ึนเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปี มาแล้ว ในดินแดน ปาเลสไตน์และศาสนาคริสตเ์ ป็นศาสนาที่กาเนิดหลงั พทุ ธศาสนา 543 ปี
สญั ลกั ษณข์ องศาสนาครสิ ต์ กางเขน เป็นเครื่องหมายทรงเรขาคณิตที่ประกอบดว้ ยแกนสองแกนตดั เป็นมุม ฉากกนั ตามปกติแลว้ แกนจะเป็นแนวต้งั ขวางกบั แนวนอน แต่ถา้ ตดั ทแยงกนั กจ็ ะเรียกวา่ กางเขนไขว้ หรือ กางเขนนกั บุญอนั ดรูว์
ศาสดาของศาสนาครสิ ต์ พระเยซู ส่วนผูท้ ่ีนบั ถือศาสนาคริสต์ เรียกว่า คริสตศ์ าสนิกชน พระเยซูเป็ นชาวยวิ ประสูติ เม่ือวนั ท่ี 25 ธนั วาคม พ.ศ.543 ในเมืองเบธเลเฮม กรุงเยรูซาเลม ชาวคริสตเ์ ช่ือวา่ พระเยซูน้นั เป็นพระ บุตรของพระเจา้ เสด็จมายงั โลกเพ่ือช่วยมนุษยพ์ น้ จากการทาบาป พระเยซูทรงส่ังสอนให้ประชาชน กลบั ใจจากบาป และเริ่มตน้ ชีวติ ใหม่อยา่ งถูกตอ้ ง ทรงสอนวา่ ความรักและการรับใชผ้ อู้ ื่นมีความสาคญั กวา่ บญั ญตั ิศาสนา ภายหลงั ที่ไดป้ ระกาศคาส่ังสอน พระองคถ์ ูกกล่าวหาว่า ตรัสถอ้ ยคาจาบจว้ งต่อพระ เจา้ อยา่ งไม่สมควร จึงถูกลงโทษโดยนาไปตรึงไมก้ างเขนจนสิ้นพระชนม์
คมั ภรี ข์ องศาสนาครสิ ต์ คัมภีร์ของศาสนาคริ สต์ เรี ยกว่า \"คัมภีร์ไบเบิล (Bible)\" ถือเป็น คมั ภีร์ศกั ด์ิสิทธ์ิ ท่ีเป็นพระวจนะของพระเจา้ แบ่งออกเป็ น 2 ภาค คือ พระคมั ภีร์เก่า หรือพนั ธสัญญาเดิม และพระคมั ภีร์ใหม่ หรือพนั ธสญั ญาใหม่
หลกั คาสอน หลกั ธรรมคาสอนท่ีสาคญั ของคริสตศ์ าสนา แบ่งออกเป็น 3 ประเดน็ ดงั น้ี 1) หลกั ตรีเอกานุภาพ 2) หลกั ความรัก 3) อาณาจกั รพระเป็นเจา้
นกิ าย นิกายที่สาคญั ของคริสตศ์ าสนา แบ่งออกเป็น3นิกาย ดงั น้ี นิกายโรมนั คาทอลิก นิกายออร์ทอดอกซ์ นิกายโปรเตสแตนต์
พธิ ีกรรม พิธีกรรมในคริสต์ศาสนาเรียกว่า ศีลศกั ด์ิสิทธ์ิ อนั หมายถึงเคร่ืองหมาย ภายนอกท่ีพระเยซูคริสตท์ รงต้งั ข้ึน เพ่ือเป็ นเครื่องช่วยให้คนไปสู่ความหลุดพน้ จาก ความทุกข์ นิกายศีลศกั ด์ิสิทธ์ิมี7ศีล คือ ศีลลา้ งบาป ศีลกาลงั ศีลอภยั บาป ศีลมหาสนิท ศีลเจิมคนไข้ ศีลสมรส และศีลอนุกรม ส่วนนิกายโปรเตสแตน์ถือศีลศกั ด์ิสิทธ์ิมีเพียง 2 ศีล คือ ศีลลา้ งบาป ศีลมหาสนิท
วนั สาคญั ของศานาครสิ ต์ วนั สาคญั ทางศาสนาคริสตม์ ีดงั น้ี 1.วนั อาทิตยห์ รือวนั สะบาโต 2.วนั คริสตม์ าส 3.วนั อีสเตอร์
2.ศาสนาอสิ ลาม
ประวตั ิความเป็ นมาของศาสนาอสิ ลาม ศาสนาอิสลาม เป็ นศาสนาที่ถือกาเนิดข้ึนในนครมกั กะฮ์ ประเทศ ซาอุดิอาระเบีย หลงั พทุ ธศกั ราชประมาณ ๑,๑๑๓ ปี ผทู้ ่ีนบั ถือ ศาสนาอิสลาม เรียกว่า มุสลิม แปลว่า ผแู้ สวงหาสันติ หรือ ผนู้ อบนอ้ มต่อประสงคข์ องพระ เจา้
ประเภทของศาสนาอสิ ลาม ศาสนาอิสลาม เป็นศาสนาสาคญั ศาสนาหน่ึงของโลก เป็นศาสนา ประเภทเอกเทวนิยม นบั ถือพระเจา้ องคเ์ ดียว
พระเจา้ ของศาสนาอสิ ลาม ศาสนาอิสลามมีประเจา้ เพียงองคเ์ ดียวคือ พระองคอ์ ลั ลอฮ์
สญั ลกั ษณข์ องศาสนาอสิ ลาม จนั ทร์เส้ียวกบั ดวงดาว
ศาสดาของศาสนาอสิ ลาม ศาสดาของศาสนา คือ นบีมูฮมั มดั คาวา่ อิสลาม เป็นภาษา อาหรับ แปลวา่ สนั ติ ผทู้ ี่นบั ถือศาสนาอิสลาม เรียกวา่ มุสลิมม
คมั ภรี ข์ องศาสนาอสิ ลาม ศาสนาอิสลามมีคมั ภีร์อลั กรุ อ่านและคมั ภีร์หะดีษเป็นคมั ภีร์ สาคญั ซ่ึงไดบ้ นั ทึกคาสอนต่างๆไวอ้ ยา่ งครบถว้ นและถูกตอ้ ง ไม่มี การการประชุมปรับปรุงหรือชาระใหม่ การศึกษาศาสนาอิสลาม ตอ้ งอาศยั คมั ภีร์ท้งั 2 น้ี คมั ภีร์อลั กรุ อ่าน คมั ภีร์อลั หะดีษ
หลกั คาสอนของศาสนาอสิ ลาม ๑) หลกั ศรัทธา ๖ ประการ ๑) ศรัทธาตอ่ พระอลั ลอฮฺ มุสลิมเช่ือวา่ มีพระเจา้ พระองคเ์ ดียวเป็นผสู้ ร้าง สรรพส่ิง ผเู้ ป็นมุสลิมจะตอ้ งศรัทธาต่อพระอลั ลอฮฺเพียงพระองคเ์ ดียว ๒) ศรัทธาต่อเทวทูต (มลาอิกะฮฺ) ๓) ศรัทธาต่อพระคมั ภีร์ท้งั หลาย ๔) ศรัทธาตอ่ ศาสนทูต ถือวา่ ท่านนบีมุฮมั มดั เป็นศาสนทูตองคส์ ุดทา้ ย ๕) ศรัทธาในวนั พพิ ากษาโลก ๖) ศรัทธาในกฎสภาวะของพระอลั ลอฮฺ
นกิ ายของศาสนาอสิ ลาม นมกายซุนนีห์ มาจากคาวา่ \"ซุนนะห\" ซ่ึงหมายถึง \"จารีตที่นบั ถือกนั มาแต่ เดิม\" นมกายชีอะฮ แปลวา่ \"พรรคอาลีกลา่ วคือ เป็นพวกท่ียอมรับอาลี นมกายซูฟี แปลวา่ \"ขนสัตว\"์ ซ่ึงมุสลิมผเู้ คร่งครัดศาสนาในสมยั โบราณ นิยมนุ่งเป็ นเครื่ องนุ่งห่ม นมกายเคาะรมจตม หรือ เคาะวาริจแปลวา่ \"ผจู้ ากไป\" หรือ \"ผแู้ ยกออกไป\"
พธิ ีกรรมทางศาสนาอสิ ลาม หลกั การปฎิบตั ิทางพธิ ีกรรมจะมี 5 หลกั คือ 1.การปฎิญานตน 2.การละหมาด 3.การประกอบพธิ ีฮจั ญ์ 4.การถือศีลอด 5.การจ่ายซากาต
วนั สาคญั ของอสิ ลาม วนั สาคญั ทางศาสนาอิสลามมีดงั น้ี 1.วนั อีดิลฟิ ตรี 2.วนั อีดิลอฎั ฮา 3.วนั ข้ึนปี ใหม่ของอิสลาม 4.วนั เกิดท่านนบีมูฮมั หมดั
3.ศาสนาบาไฮ
ประวตั ิความเป็ นมาของศาสนาบาไฮ ศาสนาบาไฮถือกาเนิดข้ึนในปี ค.ศ. 1844 สารานุกรมบริทนั นิกา ฉบบั ปี 1992 ระบุว่าศาสนาบาไฮเป็ นศาสนาท่ีเผยแพร่อย่างรวดเร็วมาก เป็ นอนั ดบั ที่สองรองจากศาสนาคริสต์ มีศาสนิกชนกว่า 5 ลา้ นคน อาศยั อยู่ในเกือบทุกประเทศในโลก มีบาไฮศาสนิกชนซ่ึงประกอบด้วยชน พ้ืนเมือง เช้ือชาติ กลุ่มเผา่ พนั ธุ์ต่างๆกว่า 2,100 กลุ่มในกว่า 190 ประเทศ และรัฐอิสระ
ศาสดาของศาสนาบาไฮ ศาสดาของศาสนาบาไฮคือ พระบาฮาอุลลาห์ แต่ก็มี ศาสดาอื่นๆ ที่นับว่าสาคัญ คือพระบ๊อบ เป็ นผูบ้ ุกเบิก เร่ิมตน้ แต่ก็ไม่ไดต้ ้งั ตนเป็ นศาสดา แต่ศาสนิกของศาสนา บาไฮก็ถือว่าท่านเป็ นศาสดาเช่นเดียวกัน พระบาฮา อุลลาห์ เป็ นศาสดาองค์แรกพระอบั ดุลบาฮาห์เป็ นศาสดา องค์ที่สองเป็ นบุคคลท่ีทาให้ศาสนาบาไฮเจริญรุ่งเรือง มากท่ีสุด
สญั ลกั ษณ์ ศาสนาบาไฮไดท้ ารูปสัญลกั ษณ์เป็น 2 แบบ คือ แบบท่ี 1 คือคาว่า ยาบาฮาอุลลาห์ภา เขียนตามแบบภาษาอาหรับมีความหมายว่า ขา้ แต่ พระผทู้ รงความรุ่งโรจน์ เหนือความรุ่งโรจน์
ต่อ แบบที่ 2 เป็ นสัญลกั ษณ์ที่แสดงความสัมพนั ธ์ระหวา่ งพระเจา้ กบั มนุษย์ เส้นบนหมายถึง ภพของพระเจา้ เส้นกลางหมายถึงพระศาสดา และเส้นล่างหมายถึงภพของมนุษย์ ส่วน เส้นแนวดิ่งหมายถึงพระวิญญาณบริสุทธ์ิท่ีสืบจากพระเจา้ ผา่ นมาทางศาสนา เพื่อนาพระ ประสงคข์ องพระองคม์ าใหม้ นุษยท์ ราบ ส่วนดาวสองดวงบ่งบอกวา่ ในยคุ น้ีมีพระศาสดา คือพระบ๊อบและพระบาฮาอุลลาห์
คมั ภรี ์ คมั ภีร์ศาสนาบาไฮมีหลายเล่ม เพราะถือธรรมนิพนธ์ของศาสดาบาไฮทกุ องคเ์ ป็นตวั คมั ภีร์ของศาสนาบาไฮ แต่ท่ีใหค้ วามสาคญั มาก กค็ ือธรรมนิพนธ์ของพระ บาฮาอุลลาห์ ไดแ้ ก่ 1.คมั ภรี ์อคั คสั ล วา่ ดว้ ยธรรมวนิ ยั ตา่ งๆ 2.คมั ภรี ์วจนะทซ่ี ่อนเร้น วา่ ท่ีดว้ ยความสมั พนั ธ์ระหวา่ งพระเจา้ กบั มนุษย์ 3.คมั ภีร์หุบผาท้งั 7 แิะท้งั 4 วา่ ดว้ ยววิ ฒั นาการของมนุษยผ์ แู้ สวงหาจะตอ้ งพบอะไรบา้ ง 4.คมั ภรี ์อกม นั คมั ภีร์แห่งความมนั่ ใจ คมั ภีร์น้ีวา่ ดว้ ยการอธิบายคาสอน
หลกั คาสอน หลกั คาสอนเบ้ืองตน้ ท่ีสาคญั ของบาไฮมี 3 ประการ คือ 1.ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ของพระผเู้ ป็นเจา้ 2. ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ของศาสนาท้งั ปวง 3. ความเป็นอนั หน่ึงอนั เดียวกนั ของมนุษยชาติ
พธิ ีกรรม 1. การสวดมนตท์ ุกวนั ผนู้ บั ถือศาสนาบาไฮถือวา่ การสวดมนตเ์ ป็นการติดต่อกบั พระเจา้ 2. การอา่ นพระคมั ภีร์ทุกวนั ผนู้ บั ถือศาสนาบาไฮจะตอ้ งอ่านพระคมั ภีร์ทุกวนั 3. พิธีสมรส เป็นพธิ ีท่ีท้งั สองฝ่ ายมีความเตม็ ใจท่ีจะร่วมชีวติ กนั 4. การถือศีลอด ผนู้ บั ถือศาสนาบาไฮจะถือศีลอดประจาปี ต้งั แต่วนั ที่ 2 มีนาคม ถึงวนั ที่ 20 มีนาคมเป็นเวลาท้งั หมด 19 วนั
วนั สาคญั ของศาสนาบาไฮ วนั ศักด์สม ลมทธ์ของบาไฮ จะมีท้งั หมด 11 ซ่ึงบาไฮจะมาชุมนุมเพ่ือสวดมนตร์ ่วมกนั แตเ่ ฉพาะ 9 วนั แรก เท่าน้นั ที่บาไฮศาสนิกชนควรหยดุ งานถา้ เป็นไปได้ เทศกาิเรซวาน เทศกาลริสวนั น้ีซ่ึงถือเป็นเทศกาลท่ีศกั ด์ิสิทธ์ิท่ีสุดของบาไฮ ยงั มีจุดประสงค์ ทางดา้ นบริหารสาหรับระบบโลกใหม่ของพระบาฮาอุลลาห์ดว้ ย เพราะเป็นช่วงเวลา สาหรับการเลือกต้งั ธรรมสภาทอ้ งถิ่น ธรรมสภาแห่งชาติ และสภายตุ ิธรรมสากล
จดั ทาโดย น.ส.อฟั กาน์ิ หดั ขะเจ น.ส.ซอฟาวาตยี ์ สาสเู ดน็ น.ส.นูรอยั นา หลา่ โสะ๊ ชนั้ มธั ยศกึ ษาปีที่ 6
Search
Read the Text Version
- 1 - 31
Pages: