เลือกหัวขอ้ หรอื ประเด็นทางประวัติศาสตรท์ ส่ี นใจ ข้ันที่ 1 ขน้ั ที่ 2 ศึกษาจากหลกั ฐานลายลกั ษณ์อักษรเปน็ สำคญั และใชห้ ลักฐานอ่ืนประกอบ วิเคราะห์และประเมินคา่ วา่ หลกั ฐานใดเปน็ ของแท้ มคี วาม ขนั้ ที่ 3 น่าเชอ่ื ถอื ถูกต้องหรอื ไม่ ขน้ั ท่ี 4 แยกแยะและรวมประเดน็ แล้วนำขอ้ มลู มำจดั เปน็ หมวดหมู่ นำข้อมลู ทง้ั หลำยทไ่ี ดม้ ำเรยี บเรยี งหรอื นำเสนอ ขน้ั ที่ 5 แกบ่ ุคคลทวั่ ไป
หลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ หลกั ฐานที่เป็น “ลายลกั ษณอ์ ักษร” หลักฐานทางประวตั ศิ าสตรข์ องไทยทเี่ ป็นลายลกั ษณ์อักษร มีพระราชพงศาวดารฉบับต่างๆ เช่น พระราชพงศาวดารกรงุ เกา่ พระราชพงศาวดารฉบบั บริตชิ มิวเซียม พระราชพงศาวดาร ฉบับหลวงประเสรฐิ อกั ษรนติ ิ์ ฉบับพระราชหัตถเลขา
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ หลักฐานท่เี ปน็ “ไมเ่ ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษร” หลกั ฐานทไี่ มเ่ ปน็ ลายลกั ษณ์อักษรมหี ลายประเภท เชน่ พระราชวังเกา่ ทพ่ี ระนครศรอี ยธุ ยา ทลี่ พบุรี วดั ท่รี ะนครศรอี ยธุ ยาและทอี่ ืน่ ซ่งึ สรา้ งในสมัยอยธุ ยา ศิลปวัตถุสมัยอยธุ ยา หม่บู า้ นชาวต่างชาตทิ ่ีเขา้ มาค้าขายหรือเผยแผ่ครสิ ตศ์ าสนา ภาพเขยี นเกย่ี วกบั ชีวติ ผูค้ น หลักฐานเหลา่ นีส้ ามารถใช้ประกอบกบั หลักฐานท่เี ป็นลายลกั ษณอ์ กั ษรในการศึกษาค้นคว้า ซ่งึ จะทาให้ประวัตศิ าสตรส์ มัยอยธุ ยามคี วามชดั เจนย่ิงขึ้น
๑ ๒ ๓
เพื่ออธบิ ายเร่อื งราวทีป่ รากฏในหลักฐาน เพราะหลักฐานท่ใี ช้ศึกษาค้นควา้ อาจเขียน โดยกล่าวถึงบคุ คลหรอื สถานที่ หรือเหตุการณไ์ วส้ ้ันๆ เพอ่ื ตคี วาม วเิ คราะหค์ วามสาคญั ของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ เพื่อวิพากษ์หรอื วิจารณห์ ลกั ฐานวา่ มคี วามเทีย่ งตรง ไม่ลาเอยี ง ทม่ี กี ารบันทึกไวห้ ลาหลาย โดยเฉพาะผ้ทู ่เี สยี ผลประโยชน์ และมีมมุ มองแตกตา่ งกัน ชว่ ยอธบิ ายความถูกผดิ ของหลกั ฐานได้ เพราะหลกั ฐานอาจมกี ารเขยี นข้อมูลผิด มรี ับรู้ มาผิด จดบันทึกผดิ หรอื เขา้ ใจผดิ เพอ่ื อธิบายหลกั ฐานให้เขา้ ใจงา่ ยขึน้ เชน่ เกี่ยวกับตัวบุคคล สถานที่
ตวั อย่างการตคี วามข้อมูลจากหลกั ฐาน “(สมเด็จพระนเรศวรมหาราช) “เสด็จทรงช้างต้นพญาไชยานุภาพ เสด็จออก รบมหาอุปราชา (ที่) ตาบลหนองสาหร่าย...แลได้ชนช้างด้วยพระมหาอุปราชานั้น... ครัง้ นั้นมหาอุปราชาขาดคอช้าง ตายในทีน่ ้นั ” ท่ีมา : พระราชพงศาวดารกรุงเกา่ ฉบับหลวงประเสริฐฯ
ตัวอย่างการตีความข้อมูลจากหลกั ฐาน เอกสารสมัยอยธุ ยา “กรุงศรีอยุธยาจึงเป็นสถานที่ท่ีผู้คนเดินทางเข้ามาค้าขายทั้งโดยทางบกและทางน้า มีชาติต่างๆ จากเอเชียและพวกพ่อค้าคริสเตียน... พระเจ้าแผ่นดินและพระอนุชาของ พระองค์ทรงส่งเรือล้าหนงึ่ บรรทุกสนิ ค้ามคี า่ ผ่านตะนาวศรีไปยงั โจฬะมณฑลทกุ ปี ทั้งทรง ส่งไปยงั กวางตุ้ง กับทรงสง่ เรือส้าเภา ๒ หรือ ๓ ล้าไปยังที่อื่นๆ ในประเทศจนี ...” ทมี่ า : รวมบนั ทึกประวตั ิศาสตรอ์ ยุธยาของฟาน ฟลีต (วนั วลติ ). กรุงเทพมหานคร : กรมศิลปากร,๒๕๔๘ หน้า ๑๔๐ - ๑๔๓. ผลจากวิเคราะห์และสังเคราะห์ขอ้ มูล
ตวั อย่างการตคี วามข้อมลู จากหลกั ฐาน เอกสารสมยั ธนบรุ ี “ข้อหน่ึง ทูตานุทตู พระนครศรอี ยธุ ยาคุมเครือ่ งราชบรรณาการออกไปแตก่ ่อนต้องขงั ใสต่ กึ ลน่ั กญุ แจไว้ (ท)ี่ กรุงจีนทกุ คร้งั ไม่ไดเ้ ท่ียวเตร่ ขอ้ นที้ ราบถึงสมเด็จพระเจา้ กรุงต้าฉ้งิ ผใู้ หญ่หรือไม่ กลวั จะกบฏประทุษรา้ ยประการใด พระนครศรีอยธุ ยา ใครแ่ จ้ง ข้อหน่งึ ” ที่มา : สัมพันธภาพระหวา่ งไทย-จีน. กรุงเทพมหานคร : กองจดหมายเหตุแหง่ ชาติ กรมศิลปากร, ๒๕๒๑ หนา้ ๗. ผลจากวิเคราะหแ์ ละสงั เคราะหข์ อ้ มูล
Search
Read the Text Version
- 1 - 17
Pages: