Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore totelวิชาผักปลอดสารพิษ

totelวิชาผักปลอดสารพิษ

Published by srijan0912, 2019-08-15 03:59:57

Description: totelวิชาผักปลอดสารพิษ

Keywords: ปลอดสารพิษ,ผัก,วิชาเลือก,กศน

Search

Read the Text Version

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 46 การควมคมุ โดยชวี วธิ ี เป็นการใชส้ ิง่ มชี วี ติ ควบคมุ ศัตรูพืช ซึง่ ได้แก่ แมลง ตัวหา้ ตัวเบียน ท่ที า ลายแมลงศัตรูพืชชนิด อนื่ หรอื อาจใชส้ งิ่ มชี วี ิตเล็กๆ เช่น เชือ้ บักเตรี เช้อื ไวรสั เช้ือรา ไสเ้ ดือนฝอย เป็นตน้ ในการควบคมุ ซ่งึ มี รายละเอยี ด ดังนี้ เชื้อบกั เตรี ทนี่ ิยมใช้ในนการควบคุม แมลงคือ เช้ือบีที (BT) โดยแมลงได้รับเช้ือบักเตรชี นิดน้ี เข้าไปแลว้ นา้ ย่อยในลาไส้ของแมลงจะละลายผลกึ ของเชอื้ บักเตรี ทาให้เกดิ สารพิษทาลายระบบยอ่ ย อาหารและอวยั วะของแมลง ทา ให้ขากรรไกรแข็ง กนิ อาหารไมไ่ ด้ เคลอื่ นไหวชา้ ลง และตายไปในท่สี ดุ เชอ้ื บกั เตรที ม่ี ีขายเป็นการคา้ จะมี 2 กลุ่ม คือ 1. Kurstaki ได้แก่ แบคโทรฟินเอชพี ดบั เบล้ิ ยพู ี, เซน็ ทาร่ยี ูดจี ี มปี ระสิทธิภาพในการกาจัด หนอนในผัก หนอนกระทหู้ อม และหนอนคบื กะหลา่ 2. Aizawai ได้แก่ ฟลอรแ์ บค เอชพี, ฟลอร์แบค เอฟซี, ธรู ีไซด์ เอชพี มีประสทิ ธิภาพในการ กา จัดหนอนใยผัก และหนอนคบื กะหล่า เท่านน้ั ดังนนั้ การทจ่ี ะใชเ้ ชอื้ บักเตรใี หไ้ ดผ้ ล ควรเลือกชนิดของเชือ่ ให้ตรงกบั แมลงศัตรู และควรฉีด พน่ เม่ือหนอนยงั เปน็ ตัวอ่อนอยู่ หลีกเลยี่ งแสงในขณะฉีดพน่ และไม่ควรให้น้าหลังจากฉีดพ่นเช้ือบกั เตรี แลว้ เช้อื ไวรสั เช้ือไวรัสที่ใชใ้ นการควบคมุ คอื เอ็นพีวี (NPV) โดยใชใ้ นการกา จดั หนอนหลอดหอมหรือ หนอนหนงั เหนยี ว ซง่ึ เช้อื ไวรัสชนิดนี้จะเขา้ ไปทา ลายระบบต่างๆ ของรา่ งกาย ทา ใหห้ นอนลดการกนิ อาหาร เคลื่อนไหวชา้ ลา ตัวมีสซี ดี ลง มีจดุ สีขุ่นหรือส้ม แลว้ จะใชข้ าเทยี มเกาะท่ีตน้ พืชหอ้ ยหัวลงมาตายในท่ีสุด การใช้ไวรสั เอน็ พี วี ควบคมุ แมลงศตั รพู ชื การนาไวรสั เอ็น พี วี มาควบคุมแมลงศัตรูพืชเพือ่ ชว่ ยลด หรือทดแทนสารฆา่ แมลงทีเ่ กษตรกรใช้อยู่ ประจาจะเปน็ การเพิ่มทางเลอื กการใชส้ ารฆา่ แมลงใหเ้ กษตรกรเพ่ือชว่ ยลดอนั ตรายจากพิษของสารเคมีกาจัด แมลง และลดปัญหาสารพิษตกคา้ งบนพชื ตลอดจนผลกระทบตอ่ สภาพแวดล้อมชว่ ยให้ศัตรธู รรมชาติไดร้ อด ชวี ติ และชว่ ยควบคมุ แมลงศัตรพู ืชไดม้ ากขนึ้ อันจะนาไปสู่การลดการใชส้ ารฆา่ แมลงในท่ีสดุ ไวรสั เอน็ พี วี คอื อะไร เอ็น พี วี ย่อมาจาก Nuclear Polyhedrosis Virus (NPV) เป็นไวรัสทเ่ี กิดโรคกบั แมลงชนิดหนง่ึ จากหลายชนดิ ซง่ึ มปี ระสิทธิภาพในการ ทาลายแมลงศัตรพู ชื ไดส้ งู สดุ เหมาะสมท่จี ะนามาใช้ควบคุมแมลงศตั รูพืช เน่ืองจากสามารถเจาะจงแมลงทจี่ ะ กาจดั ได้ มคี วามปลอดภัยต่อมนษุ ย์ สัตว์ พชื และมผี ลกระทบต่อสภาพแวดลอ้ มน้อยท่ีสุดในประเทศไทยได้มี การพฒั นาผลติ ไวรัส เอ็น พี วี ของแมลงศตั รูพชื ที่สาคัญทางเศรษฐกิจ 3 ชนิด ไดแ้ ก่ ไวรัส เอน็ พี วี ของ หนอนกระทหู้ อม ไวรัส เอ็น พี วีของหนอนเจาะสมอฝ้าย และไวรัส เอ็น พี วี ของหนอนกระทูผ้ ัก สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 47 ไวรสั เอน็ พี วี ทาลายแมลงอยา่ งไร ไวรัส เอ็น พี วี จะทาใหแ้ มลงเป็นโรคและตาย โดยการทตี่ ัวอ่อนของแมลงต้องกนิ ไวรัสทีป่ ะปนอยบู่ น ใบพืชอาหาร เมอื่ ไวรัสเข้าสู่กระเพาะอาหาร ผลกึ โปรตีนที่ห่อหุ้มอนภุ าคของไวรสั จะถูกย่อยสลาย โดยนา้ ย่อย ในกระเพาะอาหารของแมลงที่มฤี ทธเ์ิ ป็นด่าง อนภุ าคไวรัสจะหลดุ ออกมาและเขา้ ทาลายเซลล์กระเพาะ อาหาร เม่ือไวรัสไปทาลายเซลล์กระเพาะอาหารอนุภาคของไวรัสขยายพนั ธุท์ วจี านวนมากขน้ึ แพรก่ ระจายเขา้ สภู่ ายในลาตวั ของแมลง เข้าไปทาลายอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของแมลง เช่น เมด็ เลือด ไขมนั กลา้ มเนอื้ ผนังลาตัว เป็นต้น เมอื่ เซลลเ์ หลา่ นถี้ ูกทาลายการทางานของอวยั วะตา่ ง ๆ จะเสียไปทาให้หนอนตายในท่สี ุด การแพรร่ ะบาดของ ไวรสั เอน็ พี วี ไวรสั เอ็น พี วี สามารถแพร่ระบาดโรคไปในหมู่ประชากรของแมลงศัตรูพืชได้ เช่น เม่ือหนอน กระท้หู อมไดร้ ับไวรสั เอน็ พี วีจากการพ่นเชือ้ ลงบนตน้ พชื อาหาร หนอนจะกินเชื้อไวรัส เอ็น พี วี และเกิด อาการโรค โดยท่วั ๆ ไป หนอนจะเกิดโรคและตายใช้เวลาประมาณ 2 – 7 วัน ท้งั น้ี ขนึ้ อยกู่ ับขนาดของหนอน ท่ไี ด้รบั เช้อื เม่อื หนอนตายหนอนตัวอ่ืน ๆ กดั กนิ ซากก็จะได้รบั เช้อื ไวรสั เอน็ พี วี จากซากหนอนตาย ลมและ ฝนจะเปน็ ตัวช่วยให้ไวรัสแพร่กระจายออกไปในหมูป่ ระชากรของหนอนกระทูห้ อม นอกจากน้ัน การทน่ี ก หรือสตั ว์เล้อื ยคลานกนิ ซากหนอนตาย จะชว่ ยแพรก่ ระจายโรคไวรัสให้ไปไดไ้ กลขนึ้ ขณะเดยี วกัน ถา้ หนอน ได้รบั เชอ้ื ไวรสั เอ็น พี วี ในปริมาณที่ไมส่ ามารถทาให้เกดิ เป็นโรคตาย และสามารถเจริญเตบิ โตตอ่ ไปจนเปน็ ตวั เต็มวยั แม่ผเี สอื้ สามารถถา่ ยทอดโรคไวรสั ไปส่รู นุ่ ลกู และหลานต่อไปได้ โดยการถ่ายทอดไปกับไขแ่ ละเกดิ การ ระบาดต่อไปเมอื่ สภาพแวดลอ้ มเหมาะสม เป็นการชว่ ยควบคมุ ประชากรของหนอนได้อีกทางหน่งึ ขอ้ ดขี องการใชไ้ วรสั เอน็ พี วี เป็นจุลินทรยี ์ท่พี บในประเทศไทย ผา่ นการทดสอบแลว้ วา่ ปลอดภัยต่อมนษุ ย์และสัตว์ จงึ ปลอดภยั ตอ่ สภาพแวดลอ้ มไม่มสี ารพิษตกคา้ งบนพืช นาไปควบคุมแมลงเชน่ เดยี วกบั สารฆ่าแมลงทั่ว ๆ ไป แมลง สร้างความตา้ นทานได้ชา้ กว่าสารฆ่าแมลงมีความเฉพาะเจาะจงต่อชนิดของแมลงศตั รูพืช จงึ ปลอดภยั ตอ่ แมลงศัตรูธรรมชาติและแมลงที่มปี ระโยชน์นาไปใช้ทดแทนสารเคมีกาจัดแมลงได้ เกษตรกรสามารถต่อเช้อื ใช้ เองไดอ้ ีกเปน็ การประหยัดเงินค่าสารฆ่าแมลง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 48 ขอ้ จากดั ของไวรสั เอน็ พี วี ไวรสั เอน็ พี วี ตอ้ งการเวลาฟกั ตวั กอ่ นท่หี นอนจะเกดิ อาการโรคและตาย โดยทวั่ ไปใช้เวลา 2 – 7 วนั ท้งั น้ี ขน้ึ อยูก่ บั ขนาดอายุของหนอนและปริมาณเชื้อไวรสั ทก่ี นิ เข้าไป ตอ้ งทาความเข้าใจและศึกษา วธิ กี ารใชอ้ ย่างถูกต้อง จึงจะสามารถนาไปใช้อยา่ งได้ผล เกษตรกรยังคนุ้ เคยกบั การใช้สารเคมกี าจัดแมลงท่ี ออกฤทธ์ิรวดเรว็ ในการกาจัดแมลงศัตรูพชื มักไม่ค่อยยอมรับการใช้ไวรัส ซง่ึ ใช้เวลานานท่ีจะทาให้หนอนตาย ไวรัส เอ็น พี วี ใช้ไดผ้ ลดีกับพชื ทมี่ แี มลงศตั รูพชื น้อยชนิด ท่ีสาคญั คือหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้ ผัก และหนอนกระทู้หอม ไวรสั เอน็ พี วีคงอยบู่ นพชื ไดร้ ะยะเวลาสนั้ เส่อื มประสทิ ธภิ าพลงรวดเรว็ เน่ืองจาก รงั สอี ุลตรา้ ไวโอเลตจากแสงแดด คาแนะนาการใชไ้ วรสั เอน็ พี วี ควบคุมหนอนกระทหู้ อม ชนดิ ของพืชท่ีมหี นอนกระทู้หอม เป็นศตั รสู าคญั ไดแ้ ก่ หอมแดง หอมหวั ใหญ่ หน่อไม้ฝร่ัง แต่งโม พชื ตระกูลกะหล่า ถ่วั ลนั เตา ถ่ัวฝกั ยาว พรกิ กระเจ๊ยี บเขียว มะเขือเทศ ถว่ั เขยี ว ถั่วเหลอื งฝักสด ฝ้าย ดาวเรือง เบญจมาศ กหุ ลาบและกลว้ ยไม้ เปน็ ต้น โดย ใชอ้ ัตรา 20 – 30 มลิ ลลิ ติ ร ตอ่ นา้ 20 ลิตร พ่นทุก 7 – 10 วัน และเมือ่ พบการระบาดรุนแรงพน่ อตั รา 30 มลิ ลลิ ิตรต่อนา้ 20 ลติ ร พ่นทุก 4 วัน ติดต่อกนั 2 ครง้ั ควบคมุ หนอนเจาะสมอฝา้ ย ชนิดของพืชท่ีมหี นอนเจาะสมอฝา้ ยเป็นศัตรูสาคัญ ไดแ้ ก่ ข้าวโพด ข้าวฟา่ ง ถว่ั เขยี ว ถั่วเหลืองฝกั สด ถ่วั ฝักยาว ถว่ั ลันเตา มะเขือเทศ ฝา้ ยพรกิ กระเจี๊ยบเขยี ว อง่นุ หน่อไมฝ้ รงั่ และส้มเขยี วหวาน เป็นต้น โดยใช้ อตั รา 30 มิลลิลิตรต่อน้า 20 ลติ ร พน่ ทกุ 5 – 7 วัน และเมอื่ พบการระบาดรุนแรงพ่นทุก 3 วัน ตดิ ต่อกัน 2 คร้ัง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 49 ควบคุมหนอนกระทผู้ กั ชนดิ ของพืชท่ีมีหนอนกระทูผ้ ัก เป็นศัตรสู าคัญ ไดแ้ ก่ พชื ตระกูลกระหล่า กุหลาบ กล้วยไม้ เบญจมาศ อง่นุ ดาวเรอื ง กระเจ๊ียบเขียว หน่อไมฝ้ ร่ัง มะเขือเทศ ถ่ัวเขียว ถั่วเหลืองฝกั สด ถวั่ ฝกั ยาวและ ถ่ัวลันเตา โดยใช้อตั รา 40 – 50 มิลลลิ ิตรต่อน้า 20 ลิตร ฉีดพ่นเม่ือพบการระบาด โดยพน่ ทุก 7 – 1 0 วัน และเมื่อพบการระบาดรนุ แรง พน่ อตั รา 50 มิลลิลิตรต่อน้า 20 ลติ ร พน่ ทกุ 4 วนั ตดิ ตอ่ กนั 2 ครัง้ ขอ้ แนะนาในการใช้ ไวรสั เอน็ พี วี ใหม้ ีประสทิ ธภิ าพ - อา่ นฉลากผลติ ภณั ฑไ์ วรสั เอ็น พี วี ใหเ้ ขา้ ใจ - ผสมไวรสั เอน็ พี วี กบั น้าปริมาณน้อย ๆ ใหเ้ ข้ากนั ก่อน จงึ ค่อยเทใส่ถังเครื่องพ่นสาร - ก่อนพ่นควรผสมสารจบั ใบทุกครั้ง - ปรบั ขนาดหัวฉีดให้ไดล้ ะอองขนาดเลก็ ท่ีสุด - การพ่นควรพ่นให้ทว่ั ทั้งด้านบนและด้านล่างของใบ - ควรพ่นหลงั บา่ ยสามโมงเย็นเพื่อหลีกเลย่ี งรังสีอุลตรา้ ไวโอเลต - การพ่นไวรสั จะได้ผลดคี วรพน่ ในขณะหนอนมีขนาดเลก็ - เกบ็ ในท่หี า่ งจากความรอ้ นและแสงแดด (ข้อมูลจาก : การใช้ไวรัสเอน็ พี วี ควบคุมแมลงศตั รพู ืช กองกีฏและสัตววทิ ยา กรมวชิ าการเกษตร, 2544) สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 50 เชอ้ื รา ทีใ่ ชใ้ นการควบคมุ คือ ไตรโครเดอรม์ าจะควบคุมเชอื้ สาเหตุของโรครากเน่า โคนเนา่ เน่าคอ ดนิ ของมะเขือเทศและผักกาดหวั โดยจะใช้เช้อื ราผสมกับรา ขา้ วและปยุ๋ หมัก ในอตั รา 1:10:40 แลว้ ใช้รอง กน้ หลมุ หรอื โรยรอบโคนต้น เชอ้ื ราไตรโคเดอรม์ า เปน็ เชื้อราช้ันสงู ที่ดารงชวี ิตอยใู่ นดิน อาศยั เศษซากพชื ซากสัตว์และอนิ ทรยี วตั ถุ เปน็ แหลง่ อาหาร เจรญิ ไดร้ วดเร็วบนอาหารเลี้ยงเช้อื ราหลายชนิด สร้างเส้นใยสีขาวและผลิตส่วนขยายพันธุท์ ่ี เรียกว่า “โคนเิ ดยี ” หรือ “สปอร์” จานวนมากรวมเป็นกลุม่ หนาแนน่ จนเห็นเป็นสีเขยี ว เช้ือราไตรโคเดอรม์ า เป็นศัตรู (ปฏิปักษ์) ต่อเช้ือราสาเหตุโรคพืชหลายชนิดโดยวธิ ีการเบยี ดเบียน หรือเป็นปรสิต และแข่งขันหรือ แย่งใช้อาหารท่ีเช้ือโรคต้องการ นอกจากนี้เชื้อราไตรโคเดอร์มายังสามารถผลติ ปฏชิ วี นสาร และสารพิษ ตลอดจนน้าย่อยหรือเอนไซม์สาหรับช่วยละลายผนงั เสน้ ใยของเช้ือโรคพชื คุณสมบตั พิ เิ ศษของเชื้อราไตรโค เดอร์มาคอื สามารถชว่ ยละลายแรธ่ าตใุ ห้อยใู่ นรปู ท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ พชื จงึ ช่วยส่งเสริมการเจรญิ เตบิ โตของพืช และชกั นาให้ตน้ พชื มีความต้านทานต่อเช้ือโรคพชื ทงั้ เช้ือราและแบคทเี รยี สาเหตุโรค จากผลการดาเนินงานวจิ ัยตง้ั แต่ พ.ศ.2528 ถงึ ปัจจุบัน สามารถคดั เลือกเชื้อราไตรโคเดอร์มาจากดิน ในธรรมชาตไิ ดห้ ลายสายพันธ์ุ โดยเฉพาะสายพนั ธุ์ CB-Pin-01 มปี ระสิทธภิ าพสงู ในการควบคุมโรคของพชื เศรษฐกจิ ต่างๆท้ังพืชไร่ ไมผ้ ล พชื ผกั และไม้ดอกไม้ประดบั หลายชนดิ ไดใ้ นสภาพแปลงเกษตรกร ทงั้ โรคที่เกดิ บนสว่ นของพชื ที่อย่ใู ต้ดนิ เชน่ โรคเมล็ดเนา่ โรคเน่าระดบั ดิน (โรคกลา้ ยบุ ) รากเน่า หัวหรอื แง่งเนา่ และโคน เนา่ เปน็ ต้น โรคท่ีเกดิ บนสว่ นของพืชที่อยเู่ หนือดินไม่วา่ จะเปน็ ส่วนของ กิ่ง ผล ใบ หรอื ดอก เช่น โรคลาต้น ไหมข้ องหน่อไมฝ้ รัง่ โรคแคงเกอรข์ องมะนาว โรคราดาของมะเขือเทศ โรคใบปน้ื เหลืองและโรคดอกสนิมของ กลว้ ยไม้ โรคแอนแทรคโนสของมะม่วงและพริกทั้งกอ่ นและหลงั เก็บเกยี่ วผลผลิต นอกจากนย้ี งั สามารถใช้เช้ือ ราไตรโคเดอร์มาควบคุมโรครากเนา่ ของพชื ผักสลดั และผกั กนิ ใบตา่ งๆทปี่ ลกู ในสารละลายธาตอุ าหาร (ระบบ ไฮโดรโพนิกส์) และจากผลการวิจยั ลา่ สดุ พบวา่ การแชเ่ มล็ดข้าวเปลือกกอ่ นใชห้ วา่ นลงในนาข้าว ชว่ ยลดการ เกดิ โรคเมล็ดด่าง เมล็ดลีบ ของข้าวท่ีเกิดจากการเข้าทาลายของเช้ือราหลายชนดิ ตลอดจนชว่ ยเพมิ่ ความ สมบูรณแ์ ละนา้ หนักเมลด็ และเพิ่มผลผลติ ต่อไร่ได้ดว้ ย ผ้วู ิจัยไดพ้ ฒั นาชีวภณั ฑ์เช้ือราไตรโคเดอร์มาให้อยู่ในรปู ผงหวั เชอื้ บรสิ ทุ ธ์ิ เพือ่ ให้เกษตรกรสามารถ ผลิตขยายเช้ือราไตรโคเดอรม์ าชนิดสดไวใ้ ช้ได้เองตามต้องการ ด้วยการหงุ ปลายข้าวให้สกุ ในหมอ้ หงุ ข้าวไฟฟา้ อตั ราปลายข้าว 3 สว่ น นา้ 2 สว่ น ตักใสถ่ ุงพลาสติกแล้วใส่ผงหัวเช้ือลงไปเลก็ น้อย บ่มไว้ 5-7 วนั ก็สามารถนา เชื้อสดไปใช้ได้ ขณะนีไ้ ด้พัฒนาเชื้อสดดังกลา่ วให้เป็นชีวภณั ฑ์ในรปู นา้ และรูปผงแหง้ ผสมนา้ เพือ่ ใชพ้ น่ ส่วน ตา่ งๆของพชื และพน่ ลงดนิ ได้ ผงหัวเช้ือบรสิ ทุ ธ์นิ ้ีมสี ปอรข์ องเช้อื ราไตรโคเดอรม์ าในปรมิ าณไมน่ ้อยกวา่ 100 ลา้ นหนว่ ยชีวติ (สปอร)์ ตอ่ ผงเชอื้ 1 กรัม สามารถเก็บรักษาไดเ้ ป็นระยะเวลานานไม่น้อยกวา่ 1 ปถี า้ เก็บไว้ใน ตู้เยน็ (ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส) แต่ถ้าเก็บท่ีอณุ หภูมิในห้องปกติ (25-30 องศาเซลเซยี ส) สามารถเก็บไว้ ไดน้ าน 6 เดอื น สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 51 การใชเ้ ช้อื ราไตรโคเดอรม์ าชนดิ สด สามารถใชไ้ ดห้ ลายวธิ ตี ามโอกาสและความสะดวกของ เกษตรกร เช่น ใชเ้ ชอ้ื สดผสมกบั ราข้าวละเอียดและป๋ยุ อินทรยี ใ์ นสัดส่วน 1:4:100 โดยน้าหนกั สาหรับใสห่ ลมุ ปลกู อัตรา 10-20 กรมั (1-2 ช้อนแกง) คลุกเคลา้ กบั ดนิ ในหลมุ ปลกู พืช ก่อนการหยอดเมล็ดพชื หรือหว่านลง แปลงปลกู ดว้ ยอัตรา 50-100 กรมั ต่อตารางเมตร หรือใช้ผสมรวมกับวัสดุปลูกสาหรับการเพาะกล้าโดย ใส่ ส่วนผสมของเช้ือสด+ปุ๋ยอินทรีย์ ผสมร่วมกับดินหรือวัสดุปลกู อัตรา 1: 4 โดยปรมิ าตร (20%) นาดินหรอื วสั ดุ ปลูกท่ีผสมดว้ ยสว่ นผสมของเชอ้ื สดแลว้ ใส่กระบะเพาะเมล็ด ถงุ หรอื กระถางปลูกพืช กรณีของการคลกุ เมล็ด พชื ก่อนปลูก สามารถใชเ้ ชื้อสดล้วนๆ อัตรา 10 กรมั (1 ช้อนแกง) ต่อเมล็ด 1 กิโลกรมั เติมน้า 10 ซีซี และถ้า ตอ้ งการเชอ้ื สดในรปู นา้ สามารถใช้เช้อื สดผสมน้าในอัตรา 100 กรมั ต่อน้า 20 ลติ ร กรองน้าเชอ้ื ดว้ ยผ้าหรอื กระชอนตาถี่ จะไดเ้ ช้อื ชนดิ น้าสาหรับใชพ้ น่ ราด รดลงดิน หรอื พ่นสว่ นบนของต้นพชื หรอื ใชป้ ลอ่ ยไปพร้อม ระบบการใหน้ ้าใต้ทรงพุ่มของพืช และใช้แชส่ ่วนขยายพันธุ์พชื เช่นเมล็ด หัว เหงา้ แงง่ ท่อนพันธุ์ ก็ได้ สาหรบั เชอื้ ราไตรโคเดอร์มาชนดิ ผงแห้งได้ทาสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการประยุกตใ์ ช้กบั บริษัทยูนิซดี ส์ จากดั ไปแล้ว ผทู้ ส่ี นใจข้อมลู เก่ียวกบั ชวี ภณั ฑเ์ ชอ้ื ราไตรโคเดอร์มาและวธิ ีการใช้ โปรดติดต่อไปยังหอ้ งปฏิบัติการ ควบคุมโรคพืชโดยชีวภาพ ภาควิชาโรคพืช คณะเกษตร กาแพงแสน มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์ วทิ ยาเขต กาแพงแสน นครปฐม 73140 โทรศัพท์ 034-281047 หรือ 02-9428200-45 ตอ่ 3413, 3406 หรอื 3405 สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 52 ไสเ้ ดอื นฝอย จะชว่ ยควบคมุ ดว้ งหมดั ผกั โดยชอนไชเขา้ สู่ระบบเลือดหรือกระเพาะอาหาร เม่อื เข้าไปแลว้ จะถูกย่อย ทาลาย จากนนั้ จะปลดปล่อยเชอ้ื บักเตรีทเี่ ปน็ อนั ตรายต่อแมลงออกมา ทา ให้แมลงตายในท่ีสดุ ในการใช้ ไสเ้ ดือนฝอยนัน้ เกษตรกรควรเก็บรักษาไวใ้ นท่ีเย็น และใชไ้ ส้เดือนฝอยในการควบคุมหลังจากการให้น้าแก่ตน้ พชื ช่วงเวลาเย็นๆ เนื่องจากไสเ้ ดือนฝอยจะไม่ทนทานต่อสภาพทแี่ หง้ แลง้ หรือถูกแสงแดด ในปี พ.ศ. 2539 เราไดค้ ้นพบไส้เดอื นฝอยกาจดั แมลงชนิดใหม่ (Steinernema sp. Thai isolate) ท่ี มคี ณุ สมบัติทนทานอณุ หภมู ิไดส้ งู มีศักยภาพในการกาจัดแมลงเทยี บได้กับสายพนั ธ์ุที่ ผลิตเปน็ การค้า นอกจากน้นั ยังสามารถเพาะเลี้ยงขยายปรมิ าณไดด้ ีในอาหารเทยี มราคาถกู มตี ้นทุน การผลิตตา่ และ กระบวนการเพาะเลี้ยงไมย่ ุ่งยาก ดงั น้ัน ไสเ้ ดอื นฝอย Steinernema จงึ เป็นชีวภัณฑ์ อีกชนิดท่ีสามารถพัฒนา และขยายผลสู่เกษตรกรให้มกี ารใชไ้ ส้เดอื นฝอยกาจัดแมลงแพร่หลายเพิ่มขน้ึ โดยกรมวชิ าการเกษตร มีความ พร้อมในเรอื่ งของเทคโนโลยกี ารผลติ อยา่ งง่าย ที่สามารถถ่ายทอด ความร้แู ละสนบั สนุนให้เกษตรกรเพาะเลย้ี ง ไส้เดอื นฝอยใช้เอง ซ่งึ จะช่วยลดรายจา่ ยในการซ้ือสาร ปอ้ งกนั กาจัดศตั รพู ชื หรอื สารชวี ภัณฑ์อน่ื ๆ ที่มีราคา แพง ตลอดจนการใช้ไสเ้ ดือนฝอยพน่ กาจดั แมลง ยงั มคี วามปลอดภยั ต่อผู้ใช้ ไม่มสี ารพิษตกคา้ งในผลติ ผล เกษตร และปลอดภยั ต่อสภาพแวดลอ้ ม นอกจากนั้น ไสเ้ ดือนฝอยที่เพาะเลี้ยงเองและนาไปใชท้ ันทจี ะมีความ แข็งแรงและมีศกั ยภาพในการฆา่ แมลง รวมทง้ั ทาให้เกษตรกรมคี วามเข้าใจการใชไ้ ส้เดือนฝอยกาจดั แมลงแต่ ละชนดิ ในแปลงปลกู ของ ตนเองอย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม เปา้ หมายของเทคโนโลยี เป็นเทคโนโลยกี ารเพาะเล้ยี งไสเ้ ดือนฝอยกาจดั แมลงที่มีขั้นตอนไมย่ ่งุ ยาก เกษตรกรหรือ บคุ คลท่ัวไป สามารถทาไดด้ ว้ ยตนเอง มตี น้ ทนุ ตา่ ให้ผลผลิตสงู และไสเ้ ดือนฝอยที่ผลิตได้มีศักยภาพ ในการเปน็ สารชีว ภัณฑก์ าจัดแมลงศัตรูพชื วธิ กี ารเพาะเลยี้ งเพ่ือขยายปริมาณไสเ้ ดือนฝอยมุ่งใช้ วัสดุ-อปุ กรณ์ทห่ี าไดง้ ่าย ราคา ถูก และใชไ้ สเ้ ดอื นฝอยสายพันธ์ุท่ีแยกได้ในประเทศ (Steinernema sp. Thai isolate) เป็นหวั เช้อื เร่มิ ตน้ ซ่งึ มีคุณสมบัติทนรอ้ น เพาะเล้ยี งไดใ้ นอาหารเทยี มชนดิ แข็งก่ึง เหลวและขยายพันธ์ุไดด้ ีโดยไม่ต้องเลย้ี งร่วมกบั แบคทเี รยี ในสภาพการเพาะเลย้ี งทีเ่ รยี กวา่ axenic culture นามาเพาะเล้ยี งในถุงพลาสติกทนร้อนแทนการใช้ ขวดแก้ว และใช้ฟองน้าสงั เคราะหต์ ัดเปน็ กอ้ นรปู สเ่ี หลีย่ มขนาด 1x1 เซนติเมตร ใช้เป็นวสั ดุคลกุ อาหาร โดย อาหารมีสว่ นประกอบของ โปรตนี ผสมกบั ไขมันและนา้ นาไปคลกุ กบั ก้อนฟองนา้ ในอตั ราส่วนท่ีเหมาะสม จากนัน้ นาไปนง่ึ ฆา่ เชอ้ื อาหารดว้ ยหมอ้ นงึ่ ไมม่ ีแรงดนั หรอื หม้อนึ่งลกู ทุ่ง แทนการใช้หม้อน่ึงแรงดนั ท่มี ีราคา แพง เมอื่ อาหารเยน็ ทาการใส่หวั เชอื้ ไส้เดือนฝอยในอตั ราทีเ่ หมาะสมกับปรมิ าณอาหารและจานวนของ ไสเ้ ดือน ฝอยเร่ิมตน้ ในการใช้อาหารเพ่ือการเจรญิ เตบิ โตและขยายพนั ธุ์ 2 ชัว่ อายุ เมื่อบ่มเพาะเปน็ เวลา 7 วนั ในสภาพอุณหภมู หิ ้องปกติ (ไม่เกิน 35oซ) ได้ผลผลติ ไส้เดือนฝอยในระยะทีต่ ้องการคือ ไส้เดอื นฝอย ระยะเข้า ทาลายแมลง (infective-stage juvenile) จานวนผลผลิตทไ่ี ด้เฉลยี่ ระหวา่ ง 20-30 ล้านตัว ตอ่ ถุง หรอื ผลผลติ เฉล่ยี ระหว่าง 200-300 ล้านตัวตอ่ อาหาร 1 ลติ ร คิดเปน็ ต้นทุนอาหารเท่ากบั 150 บาท นาไปใช้พน่ หรือราด ดนิ เพอ่ื ฆ่าแมลงได้ทันที ในพื้นทีป่ ระมาณ 0.5-1 ไร่ (อตั ราการใช้ ขนึ้ กับชนดิ และขนาดของแมลงเปา้ หมาย) สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 53 การใช้ไสเ้ ดือนฝอยสายพนั ธ์ุไทยกาจดั แมลงศตั รูพชื หนอนใยผัก หนอนกระทผู้ กั 1 ถงุ เพาะ+น้า 20 ลิตรตอ่ พ่นทุก 5-7 วัน หรือใช้สลบั กบั หนอนกระทหู้ อม พ้ืนท่ี สารปอ้ งกันกาจดั แมลง แปลงผัก 20-30 ตารางเมตร (หรอื 200-300 ล้านตัว+นา้ 80 ลติ รตอ่ ไร่) หนอนด้วงหมัดผกั 3 ถงุ เพาะ+น้า 20 ลิตรต่อ ใชก้ ่อนปลกู และพ่นทกุ 5 วัน พืน้ ที่ แปลงผัก 20-30 ตาราง หรอื ใชส้ ลบั กับสารปอ้ งกนั เมตร กาจัด แมลง (หรอื 600-800 ลา้ นตัว+น้า 80 ลติ รต่อไร่) หนอนกินใต้ผวิ เปลอื กลองกอง 1 ถุงเพาะ+นา้ 8 ลติ ร พน่ ทุก 10 วัน ตอ่ 4 ตน้ จอมปลวก 1 ถุงเพาะ+น้า 2 ลติ รต่อจอม ทะลายยอดจอม และใชบ้ ัวรด ให้ ทัว่ จอมปลวก ทกุ 3 วนั หรอื จน ไม่พบตัวปลวก ปลวกทาลายเนอ้ื ไม้ในอาคาร 1 ถุงเพาะ+นา้ 5 ลติ ร พ่นเม่ือพบตวั ปลวก ขอ้ ควรปฏบิ ตั ิ 1. ควรพ่นไส้เดือนฝอยในช่วงเย็นหรอื เชา้ เพื่อหลีกเลย่ี งแสงแดดที่ทาใหไ้ สเ้ ดือนฝอยตายหรือ ลด ประสิทธิภาพในการกาจดั แมลงและไสเ้ ดือนฝอยจะมปี ระสิทธิภาพดเี มื่อพ่นให้ถูกตวั แมลงมากทสี่ ุด 2. เขยา่ ถังพ่นสารหรือกระบอกฉดี พ่นบ่อยคร้งั หรือทกุ 10 นาที เพอื่ ป้องกันการตกตะกอน ของ ไส้เดือนฝอยลงสูก่ ้นถงั พ่นสาร 3. ผลผลิตไส้เดอื นฝอยทไี่ ด้จากการเพาะเลย้ี งในถงุ เพาะแล้ว 7 วนั ควรนาไปใช้กาจดั แมลง ศัตรูพชื ใหห้ มดภายใน 5-7 วัน บทสรปุ การเพะเลี้ยงไส้เดือนฝอยกาจัดแมลงศตั รูพชื เปน็ เทคโนโลยีอย่างง่ายท่เี กษตรกรสามารถทาได้เอง ดว้ ยวัสด-ุ อปุ กรณท์ ี่มีราคาถูก หาง่าย และยงั สามารถดดั แปลงสตู รอาหารได้ตามสภาพท้องถน่ิ เชน่ เศษเนอ้ื ปลาชนดิ ต่างๆ ทีห่ าได้ง่ายในเขตทาประมง ไข่จากฟาร์มเล้ยี งไก่-เป็ด เศษเคร่ืองในสัตว์ ท้ิงแล้ว ซง่ึ เปน็ แหล่ง อาหารโปรตนี ทส่ี ามารถนามาใชเ้ พาะเลยี้ งไสเ้ ดือนฝอยไดเ้ ป็นอยา่ งดี การ เพาะเล้ียงไสเ้ ดือนฝอยใชเ้ องชว่ ยลด คา่ ใช้จา่ ยในการซือ้ ผลติ ภัณฑ์การค้ามาใช้ถงึ 13.3 เทา่ ตลอดจน การเพาะเลยี้ งใช้เองทันทนี ้นั จะทาใหไ้ ด้ ไสเ้ ดือนฝอยท่ีแขง็ แรงและมีศักยภาพในการกาจัดแมลงไดด้ ี สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 54 การผสมผสานเทคโนโลยกี ารปอ้ งกนั กาจดั แมลงศัตรูพืชหลายวิธรี ว่ มกนั จดั เป็นวธิ ีการท่มี ี ประสิทธิภาพมากกว่าการใช้เพียงวธิ ีเดยี ว ดงั นน้ั การผลติ ไส้เดอื นฝอยใช้เองจึงเป็นอีกหน่ึงทางเลอื ก สาหรับ เกษตรกรกลุ่มผลิตพชื ผกั อนามยั ผกั และผลไม้ปลอดสารพษิ เกษตรอนิ ทรีย์ หรือกลุ่ม เกษตรกรทป่ี ระสบ ปญั หาแมลงด้ือยา ไสเ้ ดือนฝอยสายพันธ์ไุ ทย จงึ เปน็ ชวี ภณั ฑอ์ ีกชนดิ หน่ึงท่ีสามารถเพาะเลย้ี งได้ง่าย และมี ศกั ยภาพในการกาจดั แมลงศัตรพู ชื หลายชนิด นามาใชท้ ดแทนหรอื ลดจานวนครั้งของการใชส้ ารเคมี ทเี่ ป็นพิษ เพ่ือความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ผูบ้ รโิ ภค และสภาพแวดล้อม สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 55 การใชส้ ารสกดั จากพชื พชื ทีน่ ิยมนา มาใช้สกดั เปน็ สารควบคมุ โรคและแมลง คอื สะเดา เนื่องจากในสะเดามสี าร อะซาดิแรคตนิ (Azadirachtin) ซง่ึ มีคุณสมบตั ชิ ว่ ยในการป้องกันและกา จดั แมลงไดโ้ ดย • สามารถใชฆ้ ่าแมลงได้บางชนิด • ใช้เป็นสารไล่แมลง • ทา ให้แมลงไม่กินอาหาร • ทา ให้การเจรญิ เตบิ โตของแมลงผิดปกติ • ยับย้ังการเจริญเติบโตของแมลง • ยบั ยั้งการวางไข่และการลอกคราบของแมลง • เปน็ พษิ ต่อไข่ของแมลง ทา ใหไ้ ข่ไม่ฟัก • ยับยัง้ การสรา้ งเอนไซม์ในระบบย่อยอาหารของแมลง วธิ กี ารใช้ คือ นา เอาผลสะเดาหรอื สะเดาทีบ่ ดแล้ว 1 กโิ ลกรัม แช่ในนา้ 20 ลติ ร ทิง้ คา้ งคนื ไว้1 คืน แต่ถ้าเกษตรกรมีเคร่ืองกวนสว่ นผสมดงั กล่าว ก็จะลดเวลาเหลอื เพยี ง 3-4 ชวั่ โมง จากนัน้ กรองเอาแต่ นา้ มาผสมดว้ ยสารจับใบประมาณ 1 ชอ้ นโตะ๊ แลว้ นาไปรดพืชผักทันที ส่วนกากของสะเดาทเี่ หลือให้นา ไปโรย โคนตน้ เพื่อปรับปรงุ สภาพดิน และกา จดั แมลงในดินได้อีกดว้ ย ขอ้ ควรระวงั พืชบางชนดิ เมอื่ ไดร้ ับสารนแ้ี ล้วอาจเกิดอาการใบไหมเ้ ห่ยี วย่นหรอื ตน้ แคระแกรน็ ดงั นี้ เมื่อพบอาการต่างๆ เหลา่ นี้ ก็ควรจะงดใช้สารสกัดจากสะเดาทนั ที ชนดิ ของแมลงทสี่ ามารถกาจดั ไดด้ ว้ ยสะเดา 1. ชนดิ ท่ีใชแ้ ล้วไดผ้ ลดี ได้แก่ หนอนใยผกั หนอนหนังเหนียว หนอนกระทชู้ นดิ ต่างๆ หนอน กัดกินใบ หนอนเจาะยอด หนอนชอนใบ หนอนมว้ นใบ หนอนหวั กระโหลก 2. ชนดิ ทใ่ี ช้แลว้ ได้ผลปานกลาง ได้แก่ เพลย้ี จกั จ่นั หนอนเจาะ สมอฝา้ ย หนอนต้นกลา้ ถั่ว แมลงหวข่ี าว แมลงวนั ทอง เพลยี้ ไกแ่ จ้ เพลย้ี อ่อน 3. ชนิดทีใ่ ช้แลว้ ไดผ้ ลน้อย ได้แก่ หนอนเจาะฝกั ถั่ว เพล้ียไฟ ไรแดง มวนและด้วงชนดิ ต่างๆ พชื ผักทีใ่ ช้สารสกัดจากสะเดาได้ผล ไดแ้ ก่ ผักคะนา้ กวาง ผกั กาดหอม กะหล่าปลี กะหล่าดอก แตงกวา แตงโม แตงเทศ มะเขือเทศ มะเขือยาว หน่อไมฝ้ รั่ง ข้าวโพดอ่อน พริกขห้ี นู ตาลงึ มะนาว มะกรดู การใชส้ ารแคมปี อ้ งกนั และกา จดั ศตั รูพชื จากข้อมลู ที่ไดก้ ล่าวมาแลว้ ข้างต้น ในการปฏิบัติจรงิ ของเกษตรกรน้ัน เกษตรกรต้องหมั่นตรวจแปลง ปลกู พืชของตนอย่างสม่าเสมอ เพื่อเป็นการพยากรณส์ ถานการณ์ของศัตรพู ชื ในแปลงของตน เมอื่ ทราบ สถานการณ์แล้วจงึ พิจารณาเลือกใชว้ ธิ ีการปอ้ งกันและกา จดั ทเ่ี หมาะสม แตใ่ นกรณีท่ีไม่สามารถควบคุม หรือไม่มีวิธีการควบคุมใดทใี่ ช้ได้ผลแลว้ เกษตรกรอาจใช้สารเคมใี นการควบคุมศตั รูพืชน้นั ๆ ได้ โดยพจิ ารณาจาก 1. เปน็ สารเคมที ี่เหมาะสมกับศัตรพู ืชชนิดนั้น 2. สารเคมนี ้ันสลายตวั ได้เร็ว 3. ใช้ในอตั ราทเี่ หมาะสมตามคา แนะนา 4. เว้นระยะการเกบ็ เกี่ยวผลผลติ ตามคา แนะนา ท้งั น้เี พื่อไมก่ ่อให้เกิดอนั ตราย หรือมีสารพิษตกคา้ งในพืชผกั นัน้ และมีความปลอดภยั ตอ่ ผู้บรโิ ภคอีกดว้ ย สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 56 ขอ้ มลู การใชส้ ารสกดั จากพชื ควบคมุ แมลงศตั รพู ืช รายงานจากตา่ งประเทศเกย่ี วกบั พชื ยาฆ่าแมลงทม่ี ใี นไทย ✽ พชื ทมี่ สี ารพษิ กา จดั แมลง ✽ ขมนิ้ ชนั ✽ สาบเสอื ✽ สะเดา ✽ โลต่ นิ๊ ✽ หนอนตายยาก เนอ่ื งจากในปัจจบุ ัน การป้องกนั และกา จัดศัตรพู ชื ของเกษตรกรตอ้ งพงึ่ สารป้องกันและกา จัดศัตรูพืช อันได้แก่ยาฆ่าแมลงต่าง ๆ ซึ่งสารเหล่าน้ีนับวันจะมีราคาสูงข้ึนเรื่อย ๆ และปัญหาจากการใช้สารพวกนี้ ก็ ติดตามมามากเช่น การด้ือยาของแมลง การแพ้ยาของผู้ใช้หรือผู้ท่ีอยู่ใกล้เคียง ตลอดจนสัตว์เล้ียงและเกิด ปัญหาพิษตกค้างบนพืชผลเกษตรตลอดจนระบบนิเวศน์วิทยาที่สูญเสียไปในอดีตเกษตรกรใช้สารพิษจากพืช บางชนิดในการป้องกันกา จัดศัตรูพืชซ่ึงสามารถใช้ได้ผลดีกับแมลงศัตรูพืชหลายชนิด เช่น ใบยาสูบ ใช้กา จัด แมลงจา พวกเพลีย้ อ่อน และหนอนผีเส้อื โลต่ นิ้ ใชใ้ นการกา จัดหนอนผีเสอื้ ในปัจจบุ นั นกั วิทยาศาสตร์ทัว่ โลก รวมท้ังนกั วิทยาศาสตร์ไทย โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ คณาจารย์ ของภาควิชากีฏวิทยา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทา การทดสอบพืชหลายชนิดเพื่อค้นหาว่าพืชชนิดใดมี สารที่จะนามาประยุกต์ใชใ้ นการกาจดั แมลงได้บา้ ง อันจะทาให้พืชเหล่านั้นไปเป็นพืชอุตสาหกรรมในอนาคตได้ หรือให้เกษตรกรนา ไปใช้ประโยชน์ในการป้องกันกาจัดแมลงของตนได้โดยไม่ต้องพ่ึงพาสารเคมีฆ่าแมลง โดย ไมพ่ ึง่ พาจากตา่ งประเทศ จากผลการทดลอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2522 มาจนถึงปัจจุบัน มีพืชท่ีผ่านการทดลองในรูปแบบต่าง ๆ กัน 231 ชนิด ปรากฏผลดังน้ี คือ ได้พบพืชที่มีพิษต่อเพล้ียอ่อน 18 ชนิด พืชท่ีมีพิษต่อหนอนกระทู้ 9 ชนิด พืชที่ เป็นพษิ ต่อแมลงวัน 4 ชนิด พืชที่เป็นพิษต่อแมลงวันทอง 18 ชนิด พืชที่มีสารดึงดูดแมลงวันทอง 23 ชนิด พืช ทไ่ี ลแ่ มลงวันทอง 14 ชนดิ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 57 ตารางที่ 1 รายงานจากตา่ งประเทศเก่ียวกบั พชื ยาฆา่ แมลงทมี่ ีในไทย ชอ่ื พืช สว่ นของพืช ประสิทธภิ าพ หนามข้แี รด ใบ ตาแยแมว ใบ ป้องกนั หนอน ละมุด เน้ือไม้ รักษาแผลหนอนเจาะสตั ว์ วา่ นนา้ เหง้า มพี ษิ ต่อปลวก โพธสิ ัตว์ เมล็ด ไลผ่ ีเส้อื และหมดั มีพิษต่อแมลงวัน,ยุง ฯลฯ ขา่ ,ข่าเลก็ หวั feeding deterent ดว้ งงวง กระเทียม หวั น้ามันเป็นพิษกบั แมลงวัน มะม่วงหิมพานต์ เปลอื กเมลด็ เป็นพิษต่อลกู นา้ ยุง, เห็บชนดิ ต่าง ๆ น้ามนั เป็นพิษกนั ยงุ และด้วงงวงข้าวมอด ผักชลี าว (เทียนข้าวเปลือก) ใบ เจาะไม้ ฯลฯ นอ้ ยหน่า เมลด็ ใบป่นเปน็ ผงเป็นพิษกับเหบ็ ชนิดต่าง ๆ น้ามนั เปน็ พิษกบั ดว้ งปีกแข็ง เพลี้ยอ่อน ค่นื ฉ่าย ตน้ และใบ แมลงวนั และมวนปีกแข็ง ถ่วั ลิสง เมลด็ ดงึ ดูดดว้ งปีกแข็งบางชนิด สะเดา เมลด็ นา้ มันฆ่ามวนปีกแกว้ มะเขือ น้ามนั และเศษจากเมลด็ หยดุ การกินอาหาร หนวดวัว ทัง้ ตน้ ของผีเสือ้ ด้วงปีกแข็ง ตก๊ั แตน หนอนกระทู้ ผัก ฯลฯ (Azadirachtin) พืชพวกเฟอื่ งฟา้ กลีบดอกสด ใชไ้ ลแ่ มลงในอนิ เดยี และอาหริกา ดึงดูด เรือดมาทาลาย ผักคะน้า ราก พิษต่อดว้ งงวง มพี ษิ ต่อแมลงหวแี่ ละแมลงวัน กะหล่าปลี ใบ (2-phenylethy1 isothiocyanate) กะหลา่ ดาว ราก หยุดการเจริญเตบิ โตของหนอนเจาะลา ตน้ ขา้ วโพดและผเี ส้ือเทียนไข (Indole-3-acetonitrille) รัก กลบี ดอก มีพษิ ต่อแมลงหวี่และแมลงวนั (2-phenylethy1 isothiocyanate) น้ามันเปน็ พิษต่อดว้ งงวงขา้ ว พริกขหี้ นู ท้งั ต้น บางแห่งใช้เปน็ ยาฆ่าแมลง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 58 ชอื่ พชื สว่ นของพืช ประสิทธภิ าพ ชุมเห็ดเทศ ตน้ ชยั พฤกษ์ ตน้ ใชเ้ ป็นยาฆา่ มดในอาฟรกิ า ชมุ เห็ดเล็ก ใบและตน้ สารสกัดฆา่ ปลวก สลอด เมล็ด พวกซลู ใู ชป้ อ้ งกนั เห็บเหาตามร่างกาย แตงกวา ตน้ ,เปลอื ก น้ามันเป็นพิษต่อแมลงวนั และคน ตะไคร้ หวั นา้ คั้นเปน็ พิษตอ่ แมลงสาบ ตะไคร้หอม ตน้ ไลม่ ด,น้ายาสกดั เปน็ พิษต่อแมลงวัน น้ามันเป็นพิษต่อยุงและแมลงวัน เป็นสารไล่ หญ้าแห้วหมู ตน้ ยุงและแมลงวัน เป็นสารไล่ยงุ และแมลงวนั ดว้ ย ลา โพง หวั ดงึ ดดู แมลงวนั ทองตัวผู้ (methy eugenol) สม้ เช้า ใบ ไลแ่ มลง (alpha – cyperone) Euphorbia sp ราก ใบบดเป็นผงป้องกนั หมัดและไร พญาไร้ใบ ดอก (hyoscine หรือ scopolamine) ผักเสย้ี น ตน้ ผสมยาทาแผลสัตว์อนั เกดิ จากหนอนเจาะ ทานตะวัน เมลด็ สตั วเ์ ปน็ พิษต่อด้วงงวง ดว้ งปกี แข็ง และบุ้ง ใชเ้ ป็นยาฆ่าแมลงในอินเดีย และไลย่ งุ ใน ชบา ดอก แทนกายิกา ผักกาวทอง กลบี ดอก นา้ มันฆ่าเหาและตวั เบยี นอื่น ๆ ของคน คราม ใบและตน้ นา้ ยาสกัดใช้กาจัดแมลงวนั ,นา้ มนั ดงึ ดูดมดบางชนดิ สบ่ดู า ราก เปน็ พิษต่อดว้ งงวงข้าว บวบเหลยี่ ม ผล น้าคั้นผสมยาฆา่ แมลงป้องกันปลวกและรา เสมด็ ตน้ ,ดอก,เมลด็ กา จัดเหา,ไร ฯลฯ เปน็ พษิ อย่างออ่ นต่อแมลงวันและยงุ เป็นพษิ ต่อด้วงงวงขา้ ว เล่ียน ใบ น้ามนั เปน็ พิษต่อตัวเรอื ด (cineole) บานเย็น ใบ ไลห่ นอนเจาะผลโกโก้, มอดแป้ง ฆา่ หนอน มะระจนี ดอก กนิ กะหล่า หยุดการเจรญิ เติบโตของหนอนเจาะฝักขา้ วโพด ย่ีโถ ตน้ เชือ่ ว่าไลย่ ุงได้ กลบี ดอก ในไฮติใชเ้ ป็นยาฆา่ แมลงท่ัวไป เปน็ พษิ ต่อด้วงงวง, ด้วงปกี แข็ง และบุ้ง เป็น พิษน้อยต่อยุงและแมลงวนั สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 59 ช่อื พืช สว่ นของพืช ประสทิ ธภิ าพ โหระพา ทง้ั ตน้ มันแกว เมลด็ น้ามันเป็นพิษตอ่ ไรและเพล้ยี อ่อน พริกหาง รากและผล ใช้ยาฆา่ แมลงและเบ่ือปลา พริกไทย เมลด็ ผสมยาฆา่ แมลงทีม่ ีพษิ สงู ขนึ้ (sesamin) ผสมยาฆา่ แมลง ทา ใหม้ ีพิษสูงข้นึ พิษต่าต่อ พิมเสม ใบ แมลงวนั และยุง ผกั ไผ่น้า ทัง้ ตน้ ใชเ้ ป็นยาฆา่ แมลงในจนี และมาเลเซยี ละหุง่ ใบ ใช้ป้องกันแมลงวนั วางไขต่ ามแผลสตั ว์ ระยอ่ ม ท้งั ต้น น้ามนั ดึงดูดมดบางชนดิ ผสมเป็นเหยอื่ พิษ สารพนั พิษ เมลด็ ทา หมนั แมลงวัน (reserpine) พวกผักคราด ผล เป็นพษิ ตอเพลยี้ อ่อน (cytisine) สา โรง เปลือก,เมลด็ ใช้เปน็ ยาฆา่ แมลง (spilanthol) รา เพย ทัง้ ตน้ น้ามนั ทา ใหแ้ มลงวนั เป็นหมัน หมกั ก้าก เปลือกลา ตน้ ใชเ้ ปน็ ยาฆ่าแมลงในทีบ่ างแห่ง นา้ มนั จากผล เปน็ พษิ ต่อตั๊กแตนและแมลงวัน ขิง หัว (spilanthol) Curcuma sp. หวั มพี ษิ อย่างอ่อนต่อแมลงวนั นา้ มนั ผสมกับน้ามนั ว่านไลย่ งุ Anonymous, 1975 , Insecticides from plants. AgricuItnral Handbook no. 461,138 pp. สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 60 ตารางที่ 2 พชื ทมี่ สี ารพษิ กาจดั แมลง (ผลจากการทดลองในภาควิชากฎี วทิ ยา มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์) ช่อื พชื ส่วนของพชื ประสทิ ธิภาพ 1. พืชท่เี ป็นพิษต่อเพลยี้ อ่อน วา่ นนา้ เหงา้ สูง ขา่ ลิง หวั สูง รัก ใบ ดอก ผล สูง Cassia gorretiana ใบ ดอก ผล สงู สลอด ผล สงู ลา โพง ใบ เมลด็ สงู เถาวลั ยเ์ ปรียง ราก สงู กลอย หัว สูง ซาด เมลด็ ลา ต้น สูง พญาไร้ใบ ตน้ สงู ดอกดึง เมล็ด หัว สงู ทานตะวัน ดอก สงู สบูแ่ ดง เมลด็ สงู ผกากรอง ใบ สูง เลี่ยน เมล็ด สูง มนั แกว ตน้ สูง สารพัดพิษ ผล สงู แสลงใจ เมล็ด สงู 2. พืชทเี่ ปน็ พษิ ต่อหนอนกระทู้ เหง้า ปานกลาง มะกล่าตาหนู เมลด็ ปานกลาง วา่ นนา้ เมลด็ เปลือกตน้ ปานกลาง นอ้ ยหนา่ ผล ปานกลาง สะเดา ใบ ปานกลาง สลอด เมล็ด สงู วา่ นเศรษฐี ราก ปานกลาง มนั แกว ผล ปานกลาง หนอนตายหยา ผล สงู สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 61 ชอ่ื พืช ส่วนของพืช ประสิทธภิ าพ 3. พืชทเ่ี ป็นพิษตอ่ แมลงวัน เมล็ด สูง นอ้ ยหนา่ ผล สูง สลอด เมล็ด สูง มนั แกว ผล สูง แสลงใจ 4. พชื ทีเ่ ป็นพษิ ต่อแมลงวันทอง หวั สูง ข่าเล็ก เมลด็ สูง นอ้ ยหน่า ผล ปานกลาง หมาก ทงั้ ตน้ สงู โกษฐจ์ ฬุ าลัมพา เปลือก ปานกลาง ส้ม ผล สงู สลอด กิ่ง สงู มะรดิ ไม้ ตน้ สงู พญาไร้ใบ ผล สงู เลย่ี น เมล็ด สงู เงาะ ใบ สงู ยาสบู พ้นื เมือง ตน้ สงู มหาประสาน เมล็ด สงู พรกิ ไทยดา ราก ปานกลาง หนอนตายหยาก ดอก สงู บัวตอง หวั สงู ขงิ หัว สงู ช้างคาน หวั สงู พระตะบะ 5. พืชทม่ี สี ารดงึ ดูดแมลง ผล ปานกลาง วนั ทอง ใบ สงู คา แสด หวั ปานกลาง พลับพลึง ใบ ปานกลาง (methyl eugenol) วา่ นชกั มดลกู ใบ ปานกลาง ตะไครห้ อมปากชอ่ ง ใบ สงู ลา โพง เขียวหมน่ื ปี สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 62 ชื่อพชื สว่ นของพชื ประสทิ ธภิ าพ ซอื แซ ลา ตน้ และใบ ปานกลาง เสน่ห์จนั ทรโ์ กเมน หวั ปานกลาง เล่ียน ใบ ปานกลาง มะระ ผล ปานกลาง พลฉู กี ใบ ปานกลาง แกว้ ใบ ปานกลาง ยโี่ ถ ดอก สงู กะเพราชา้ ง ทง้ั ต้น ปานกลาง(methyl eugenol) กะเพราแดงและขาว ทัง้ ตน้ สูง (methyl eugenol) หางนกยงู ไทย ดอก ปานกลาง เลบ็ มือนาง ใบ ปานกลาง ตอ้ ยตง่ิ ราก ปานกลาง ต๋องก๋ง ตน้ ปานกลาง (methyl eugenol) 6. พชื ทีม่ ีสารไลแ่ มลงวนั ทอง ไมใ่ ห้วางไข่ หัว ปานกลาง กระเทยี ม ใบ สูง สะเดา ใบ สูง คา แสด ใบ สงู มะกรดู เมลด็ สงู แตงไทย ใบ สงู ตะไคร้ หัว สงู ข่าดง ทง้ั ต้น สงู หญ้างวงช้าง ท้งั ตน้ สงู เสนห่ ์จนั ทนโ์ กเมน ใบ ปานกลาง ลาดวน เมลด็ สงู ละหุ่ง หวั สงู พระตะบะ หัว สูง เอ็นหลวง หัว ปานกลาง มหากาลัง จาก Wanleelag. Et al. 1980. Investigation of insecticidal plants and their production in highland in highland areas Highland Agricultural Project no. 12-14-06 R 5-145 ; 59 pp. Areekull, et al. 1984 Res lar ch on plants containing insecticidal properties for the control of the Oriental fruit fly. Highland Agricultural Project. no. 53-32R6- 15 ; 148 pp. สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 63 การทดลองเกย่ี วกบั สารสกัดที่ไดจ้ ากพืชเพ่ือนา ไปปราบแมลงศตั รูพืชน้ัน ในตา่ งประเทศไดท้ า มาแลว้ เชน่ กนั โดยเฉพาะอยา่ งย่ิง การทดลองค้นคว้าเกยี่ วกับการใช้เมลด็ สะเดาทงั้ ทเ่ี ป็นเมล็ดสด และจากที่ สกัดเอาสารพิษออกมาใช้เปน็ สารฆา่ แมลง โดยได้ทดลองกับแมลงศัตรูพชื หลายต่อหลายชนิดด้วยกัน และ อยา่ งน้อยที่สดุ ได้มกี ารประชุมนานาชาติเกีย่ วกบั เร่ืองน้ีไม่นอ้ ยกวา่ สองครั้งมาแลว้ สาหรบั ในประเทศไทยเราได้ มผี ู้ทา การทดลองไว้บ้าง เชน่ กองวตั ถุมีพิษทางเกษตรไดท้ ดลอง เช่น 1. ขมน้ิ ชัน ใชข้ มิ้นชันแห้งครึ่งกโิ ลกรมั ตา ให้ละเอียดหมักในนา้ 2 ลิตร ค้างคืน แล้วกรองเอากากท้ิง นา สว่ นท่ีสะกัดได้ 200 มิลลิเมตร ผสมกบั นา้ 2 ลติ ร ฉดี พ่นในแปลงผกั สามารถปอ้ งกันกา จดั หนอนใยผัก และหนอนกระทผู้ ักไดด้ ี 2. สาบเสือ นา ใบสาบเสือแห้ง 400 กรัม ตา ใหล้ ะเอียดผสมกับนา้ 3 ลติ ร ตม้ 10 นาที ทาใหเ้ ย็น แล้วกรองเอากากทงิ้ แล้วนา ไปพน่ ในแปลงมะเขอื เปราะ สามารถกา จัดเพล้ียออ่ นไดด้ ี และพ่นในแปลงผกั สามารถปอ้ งกันกา จัดหนอนกระทผู้ ักได้ดี 3. สะเดา นา ใบสะเดาแก่ (สด) 200 กรมั ตา ใหล้ ะเอียดหมกั ในน้า 1 ลิตร ท้ิงไว้ 2 คนื กรองเอากาก ออก แลว้ นาไปฉีดไดผ้ ลดี ในแปลงผักสามารถป้องกนั การกาจดั หนอนกระทผู้ กั และหนอนใยผักได้ 4. โลต่ ๊นิ นา รากโล่ติ๊นอายุ 3-5 ปี สับใหเ้ ปน็ ช้นิ เลก็ ๆ แลว้ ตากแห้ง ชงั่ นา้ หนกั ใหไ้ ด้ครึ่งกโิ ลกรัม หมักกับน้า 20 ลติ ร ทงิ้ ไวค้ ้างคืน กรองอากาศออกแล้วนา ไปฉีดพน่ ในแปลงข้าวโพด สามารถลดการระบาด ของต๊ักแตนปาทงั กาได้นอกจากน้รี ากโลต่ ๊ิน 300 กรัม หมกั ในน้า 20 ลิตร สามารถกา จัดหนอนมว้ นใบถ่ัวลสิ ง ได้ 5. หนอนตายหยาก นา รากหนอนตายหยากมาสับให้เปน็ ช้ินเลก็ ๆ ผ่ึงใหแ้ ห้งแลว้ ชงั่ น้าหนักใหไ้ ด้ เป็นชิ้นเลก็ ๆ ผึ่งให้แห้งแลว้ ชง่ั น้าหนักให้ได้ 200 กรมั หมักในน้า 1 ลิตร ทิง้ ไว้ค้างคนื กรองเอากากออกแล้ว นา ไปฉีดพ่นในแปลงผกั สามารถป้องกันหนอนหลอดหอมได้ดี สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 64 แบบทดสอบหลงั เรยี น ใหผ้ ู้เรยี น X ทบั อักษร ก ข ค ง ทีเ่ ปน็ คาตอบ ทถ่ี กู ต้องเพียงข้อเดยี ว 1. ผกั ปลอดภยั จากสารพษิ หมายถึง ก. พืชผักทปี่ ลกู โดยธรรมชาติ ข. พืชผกั ท่ีปลกู โดยการใชป้ ยุ๋ อนิ ทรีย์ ค. ผลผลิตพชื ผักที่ไมม่ ีสารเคมีป้องกันและกาจัดศัตรพู ืชตกคา้ งอยู่ ง. ถกู ทุกขอ้ 2. ขอ้ ดขี องการปลกู ผกั ปลอดภยั จากสารพษิ คือ ก. เกดิ ความปลอดภยั แก่ผ้บู ริโภค ข. เกษตรกรปลอดภยั จากสารพิษ ค. ลดปริมาณสารเคมปี ้องกันและกา จดั ศตั รพู ชื ทีจ่ ะปนเป้ือนเขา้ ไปในอากาศและน้า ง. ถูกทุกขอ้ 3. ไอพเี อ็ม หมายถงึ ก. การปลกู พชื ผักโดยการใช้สารเคมใี นการผลติ ข. การปลูกพชื ผกั โดยการไม่ใชส้ ารเคมีในการผลติ ค. การปอ้ งกนั และกา จัดศตั รพู ืชโดยวิธผี สมผสาน ง. ถกู ทกุ ข้อ 4. สาเหตสุ าคญั ทก่ี อ่ ใหเ้ กดิ การระบาดของศตั รพู ชื ในแปลงปลูก คอื ก. ตัวเกษตรกรเอง ข. สภาพทางนเิ วศน์เปล่ยี นแปลง ค. ศัตรพู ชื เคลื่อนย้ายจากแหล่งหนงึ่ ไปยงั อกี แหล่งหน่ึง ง. ถกู ทกุ ขอ้ 5. การควบคุมศตั รูพชื ใหป้ ระสบผลสาเรจ็ มหี ลักการงา่ ยๆคอื ก. การใช้พันธ์ทุ ่ปี ราศจากโรคและแมลง ข. การไมน่ าช้นิ ส่วนของพืชที่มีโรคแมลงเขา้ มาในแปลงปลกู ค. ถ้ามีการระบาดแล้วต้องกาจดั ให้หมดไป ง. ถกู ทกุ ข้อ 6. ขอ้ ใดไม่ใชว่ ธิ กี ารควบคมุ ศตั รพู ชื อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ก. การไม่นาชิน้ ส่วนของพชื ท่ีมีโรคแมลงเขา้ มาในแปลงปลูก ข. ต้องศึกษาชนิดของศัตรพู ชื ในแปลงปลูกนั้นๆ ก่อน ค. สารวจสถานการณ์ศัตรูพชื ในแปลงปลูก ง. พจิ ารณาแนวโนม้ การระบาดของศตั รพู ืชแลว้ จงึ หาแนวทางปอ้ งกันและกาจัด 7. ขอ้ ใดคอื ขนั้ ตอนแรกของวธิ กี ารควบคมุ ศตั รูพืชอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ก. สารวจสถานการณ์ศัตรูพชื ในแปลงปลกู ข. ศึกษาชนดิ ของศตั รพู ชื ในแปลงปลูกน้นั ๆ ก่อน ค. พจิ ารณาแนวโนม้ การระบาดของศัตรูพชื แลว้ จงึ หาแนวทางปอ้ งกันและกาจัด ง. ควบคมุ การระบาดให้อยใู่ นระดับท่ีไม่ก่อให้เกดิ ความเสยี หายมากขน้ึ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 65 8. ผลดีของการปอ้ งกนั และกาจัดศตั รพู ชื โดยวธิ ผี สมผสานคอื ก. ลดปรมิ าณศัตรูพชื ใหต้ ่ากว่าระดบั ท่จี ะก่อให้เกิดความเสียหายแก่พชื ข. ลดปรมิ าณการใช้สารเคมปี ้องกนั และกาจดั ศตั รูพืช ค. มีความปลอดภยั ต่อสขุ ภาพของเกษตรกรผบู้ รโิ ภครวมไปถึงสภาพแวดลอ้ ม ง. ถูกทกุ ข้อ 9. การใหธ้ าตแุ คลเซยี มต่อพชื ผักมีความตานทานโรคชนดิ ใด ก. โรคไส้กลวงดา ข. โรคผลเน่า ค. โรครากเนา่ โคนเน่า ง. โรคใบรีบ 10. ข้อใดเปน็ วธิ กี ารผสมผสานในการควบคุมศตั รูพืช ก. การใหธ้ าตุอาหารเสริม ข. การใชส้ ารสกดั จากพืช ค. การใช้สารเคมปี ้องกันและกา จัดศตั รูพชื ง. ถกู ทกุ ขอ้ 11. ขอ้ ใดไมใ่ ชเ่ หตผุ ลของการกาจดั ศตั รพู ชื ก. ไม่ให้มาแย่งอาหารของพชื ข. ไมใ่ ห้มากัดกินต้นพืช ค. ใหต้ น้ พชื สะสมน้ามากๆ ง. ปอ้ งกันแสงแดด 12. เชอ้ื บักเตรี ทนี่ ยิ มใชใ้ นการควบคุมแมลงคอื ขอ้ ใด ก. ชอ้ื เอน็ พวี ี (NPV) ข. เช้ือไตรโครเดอร์ ค. เชอ้ื บีที (BT) ง. ถกู ทกุ ข้อ 13. ข้อใดเปน็ เชือ้ แบคทีเรยี ในกลมุ่ Kurstaki ก. ฟลอรแ์ บค เอชพี ข. ธรู ไี ซด์ เอชพี ค. แบคโทรฟนิ เอชพี ดบั เบล้ิ ยพู ี ง. ถูกทุกข้อ 14. เชอ้ื ราทใ่ี ชใ้ นการควบคมุ เช้ือสาเหตุของโรครากเนา่ โคนเนา่ เนา่ คอดนิ คือ ก. ไตรโครเดอร์ ข. แบคโทรฟิน ค. อะซาดิแรคตนิ ง. โปรทสเซียม 15. พชื ท่ีนยิ มนา มาใชส้ กดั เปน็ สารควบคมุ โรคและแมลง คอื ก. สะเดา ข. ตน้ หอม ค. มะม่วง ง. มะนาว 16. สะเดามสี ารซงึ่ มคี ณุ สมบตั ชิ ว่ ยในการปอ้ งกันและกาจดั แมลงคือ ก. แบคโทรฟิน ข. ไตรโครเดอร์ ค. อะซาดิแรคติน ง. โปรทสเซียม 17. ชนดิ ของแมลงทสี่ ามารถกาจดั ดว้ ยสะเดาที่ใชแ้ ลว้ ไดผ้ ลดคี อื ก. หนอนใยผกั หนอนหนงั เหนียว ข. หนอนเจาะยอด หนอนชอนใบ ค. หนอนมว้ นใบ หนอนหวั กะโหลก ง. ถูกทุกขอ้ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 66 18. ชนดิ ของแมลงทส่ี ามารถกาจดั ดว้ ยสะเดาทีใ่ ชแ้ ลว้ ไดผ้ ลนอ้ ยคือ ก. หนอนกระทชู้ นิดต่างๆ ข. หนอนกดั กนิ ใบ ค. เพล้ยี ไฟ ไรแดง ง. หนอนต้นกลา้ ถั่ว 19. ควรใชส้ ารสกดั จากสะเดาฉดี พน่ เวลาใดจะไดผ้ ลดี ก. เวลาเช้า ข. เวลากลางวัน ค. เวลาเย็น ง. เวลากลางคืน 20. สะเดามสี ารซง่ึ มคี ณุ สมบตั ชิ ว่ ยในการปอ้ งกันและกาจดั แมลงไดโ้ ดย ก. ใช้เป็นสารไลแ่ มลง ข. ทา ใหก้ ารเจรญิ เติบโตของแมลงผิดปกติ ค. เปน็ พิษต่อไข่ของแมลง ทา ใหไ้ ขไ่ ม่ฟัก ง. ถูกทุกข้อ เฉลย แบบทดสอบก่อนและหลงั เรียน 1. ค 2. ง 3. ค 4. ก 5. ง 6. ก 7. ข 8. ง 9. ข 10.ง 11. ก 12. ค 13. ค 14. ก 15. ก 16. ค 17. ง 18. ค 19. ค 20.ง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 67 บทที่ 3 การตลาดและการจดั ทาบญั ชคี รวั เรอื น มาตรฐานที่ 3.3 มีความรู้ ความเข้าใจ ในการจดั การอาชีพอย่างมคี ณุ ธรรม ผลการเรยี นทคี่ าดหวงั 1. สามารถวางแผนการตลาดได้ 2. สามารถทาบญั ชคี รวั เรือนได้ ขอบขา่ ยเนอื้ หา เรอื่ งที่ 1 ความรู้เร่อื งการตลาด -โอกาสและตลาดผักปลอดสารพษิ เรอื่ งท่ี 2 การทาบัญชีครัวเรอื น สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 68 แบบทดสอบกอ่ นเรยี น ใหผ้ เู้ รยี น X ทบั อักษร ก ข ค ง ทีเ่ ปน็ คาตอบ ท่ถี กู ต้องเพยี งขอ้ เดียว 1. ขอ้ มลู ทางการตลาดมไี วเ้ พอ่ื อะไร ก. ตัดสินใจและวางแผนการขาย ข. ตดั สนิ ใจและวางแผนการซ้ือ ค. ตดั สินใจและวางแผนการตลาด ง. ตดั สินใจและวางแผนการผลติ 2. กระบวนการตดั สนิ ใจเก่ียวกบั การซ้ือและการค้าคอื ความหมายของขอ้ ใด ก. พฤติกรรมผู้ผลติ ข. พฤติกรรมผบู้ ริโภค ค. พฤติกรรมผู้ค้า ง. พฤตกิ รรมขาย 3. ขอ้ ใดคอื ความสาคญั ของการตลาดทางด้านเศรษฐกจิ และสงั คม ก. สรา้ งมูลคา่ เพ่ิมให้กบั สินคา้ ข. ได้รับความสะดวกสบายมากขนึ้ ค. เกิดการหมุนเวยี นของปจั จัยการผลิต ง. มกี ารพฒั นาส่ิงใหม่ ๆ ลดต้นทุนการผลติ 4. อรรถประโยชน์ดา้ นรปู แบบเกดิ จากขอ้ ใดโดยตรง ก. การผลติ ข. การบรโิ ภค ค. การโฆษณา ง. ความตอ้ งการ 5. ขอ้ ใดมีความสมั พนั ธก์ บั อรรถประโยชนด์ า้ นสถานท่ี ก. การเงิน ข. การขนส่ง ค. การบรโิ ภค ง. การจัดเกรดมาตรฐานสินค้า 6. ความหมายของ “บัญชคี รวั เรอื น” คือข้อใด ก. เปน็ บัญชสี าหรบั บันทึก รายไดข้ องครัวเรอื น ข. เปน็ บญั ชีสาหรบั บนั ทกึ รายจา่ ยของครัวเรอื น ค. เป็นบัญชสี าหรับบนั ทึก รายได้และรายจ่ายของตนเองหรอื ครวั เรอื น ง. เป็นบญั ชีสาหรบั บนั ทึก รายการเครื่องใช้ในครวั เรือน 7. “บญั ชคี รวั เรอื น” เกย่ี วขอ้ งกบั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร ก. เป็นบญั ชสี าหรบั บนั ทึกพฤตกิ รรมประจาวนั ข. เป็นบัญชสี าหรบั บนั ทกึ รายไดแ้ ละรายจา่ ยทเ่ี กิดขน้ึ ประจาวนั ค. เป็นบญั ชที ีเ่ กีย่ วขอ้ งกบั เศรษฐกจิ ของตนเอง ง. เป็นบญั ชีท่เี ก่ียวข้องกบั เศรษฐกิจของครอบครวั สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 69 8. ขอ้ ใดไม่ใชว่ ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการจดั ทาบญั ชคี รวั เรอื น ก. ทราบถงึ หน้ีสินของตน ข. ทราบถงึ รายไดข้ องตน ค. ทราบถงึ รายจา่ ยของตน ง. สามารถวางแผนใชจ้ า่ ยเงนิ คงเหลือของตนได้อย่างรอบคอบ 9. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชนข์ องการจัดทาบญั ชคี รวั เรือน ก. ใช้จ่ายเงินอย่างมีเหตุผล ข. ลดคา่ ใชจ้ ่ายทไี่ มจ่ าเปน็ ค. เกิดลักษณะนสิ ัยการออม ง. สามารถกอ่ หน้สี นิ เพมิ่ ได้ เพราะมเี ครดิตดี 10. ชอ่ ง “วนั ท”่ี ในแบบฟอรม์ บญั ชคี รวั เรือน เปน็ ชอ่ งสาหรบั บนั ทึกข้อมลู เกยี่ วกบั อะไร ก. วนั ท่ี ท่ีเกิดรายการรับ ข. วนั ที่ ทเ่ี กดิ รายการจา่ ย ค. วันท่ี ทเ่ี กดิ รายการรับหรือจ่าย ง. วันท่ี ท่ีเกิดรายการรบั หรือจ่าย หรอื วันท่ี ทีท่ าการบนั ทกึ บญั ชี สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 70 เรอ่ื งท่ี 1 ความรเู้ รอ่ื งการตลาด ความหมายของการตลาด สมาคมการตลาดแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ใหค้ าจากดั ของคาวา่ \"Marketing\"ไวด้ ังน้ี การตลาด คือ การกระทากิจกรรมต่างๆ ในทางธรุ กิจทมี่ ผี ลให้เกิดการนาสินค้าหรือบริการจากผผู้ ลติ ไปสู่ผู้บริโภคหรอื ผู้ใชบ้ รกิ ารนั้นๆ ใหไ้ ดร้ บั ความพงึ พอใจ ขณะเดียวกนั กบ็ รรลวุ ัตถปุ ระสงคข์ องกิจการ องคป์ ระกอบของการตลาด 1. มสี ิ่งท่ีจะโอนเปลีย่ นกรรมสทิ ธ์ิ คอื สินค้าหรือบริการ 2. มตี ลาด คอื ผูช้ อื้ ที่ตอ้ งการซ้ือสนิ ค้าหรือบริการ 3. มีผูข้ ายสนิ ค้าหรือบรกิ าร 4. มกี ารแลกเปลย่ี น ตลาดตามความหมายของบคุ คลทว่ั ไป ตลาด หมายถึง สถานท่ี ท่เี ปน็ ศูนย์กลางในการแลกเปลย่ี น สถานท่ผี ซู้ ื้อผขู้ ายจะไปตกลงซ้ือขายสนิ ค้า กัน ตลาดตามความหมายของนกั ธรุ กจิ หรอื นกั การตลาด ตลาด คือ บุคคล หน่วยงาน องคก์ รทม่ี ีความคดิ ทจ่ี ะซอื้ สินค้า มีอานาจซ้ือ และมีความเตม็ ใจท่ีจะซ้ือ สินคา้ หรือบริการ ความสาคญั ของการตลาด การตลาดมบี ทบาทสาคญั ตอ่ การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และยกระดับความเป็นอยูข่ องมนุษย์ ใน สังคม ทาให้เกดิ การพึ่งพาอาศัยกันอย่างเปน็ ระบบในสังคมมนษุ ย์แตล่ ะคน สามารถประกอบ อาชีพท่ี ตนเอง ถนดั และได้ใช้ความรู้ความสามารถของแต่ละบุคคลได้ อยา่ งเต็มกาลงั ความสามารถ และการตลาดมบี ทบาท อย่างใหญห่ ลวงต่อความเจรญิ เติบโต และพัฒนาการทางเศรษฐกจิ ของ ประเทศ เนอื่ งจากการตลาดเปน็ ตวั กระตุ้นใหเ้ กดิ การวิจยั และพฒั นาหาสิง่ แปลกใหม่ มาสนองความ ต้องการของตลาดและสงั คม ทาให้ ผบู้ รโิ ภคมโี อกาส เลอื กใช้ผลติ ภัณฑท์ ต่ี ้องการได้หลายทางและ ผลิตภัณฑท์ ี่สามารถตอบสนองความต้องการ สร้างความพึงพอใจใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค จึงมผี ลทาให้เกดิ การจ้างงาน เกดิ รายไดก้ บั แรงงาน และธรุ กิจ ทาให้ ประชาชน มีกาลังการซ้ือ และสามารถสนอง ความต้องการในการบรโิ ภค ซึง่ ทาให้ มาตรฐาน การครองชีพ ของบุคคล ในสงั คมมีระดบั สงู ข้นึ และมีคณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ีขนึ้ ความสาคัญ ของการตลาดอาจกลา่ วไดด้ งั นี้ 1. การตลาดเป็นเครื่องมือท่ีทาให้เกดิ การแลกเปลยี่ น การดาเนินการตลาดของธุรกจิ จะทาให้ผผู้ ลติ กับผบู้ ริโภคเข้ามาใกล้กัน และสร้างความพงึ พอใจ ให้กับผู้บรโิ ภคดว้ ยการเสนอผลิตภณั ฑ์ ทีต่ รงต่อความ ตอ้ งการของผู้บรโิ ภค จนทาให้เกดิ การ แลกเปล่ยี นในระดับผู้ซื้อและผู้ขายเกิดความพงึ พอใจ การตลาดยงั ไม่ได้ เป็นเพยี ง เครื่องมือทาให้ เกดิ การแลกเปล่ียนเท่านนั้ แตย่ งั เป็นเคร่ืองมือทส่ี ร้างความพงึ พอใจให้กับผู้บริโภค อยา่ งต่อเนอื่ ง ทาให้ผบู้ รโิ ภคเกดิ ความซื่อสตั ยภ์ ักดีต่อผลิตภัณฑ์ ทาให้ผ้บู ริโภคกลบั มาใช้ หรือซอ่ื ซ้าเม่ือมี ความตอ้ งการ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 71 2. การตลาดเปน็ ตวั เชอื่ มโยงความสมั พันธ์ระหวา่ งเจ้าของผลิตภัณฑ์กับผูบ้ รโิ ภค การดาเนนิ การทาง การตลาดทาใหผ้ ู้เป็นเจ้าของผลติ ภณั ฑส์ ามารถตอบสนองและสรา้ งความ พึงพอใจให้กับผู้บรโิ ภคได้ ด้วยการ เชื่อมโยงความสมั พนั ธ์ให้สอดคล้องกับภาวการณ์ สถานภาพ ของผบู้ รโิ ภคด้วยการจดั จาหน่ายผลติ ภัณฑ์ใน ปริมาณ ในเวลา ในสถานที่ที่ผบู้ รโิ ภคตอ้ งการ ในราคา ท่ผี ู้บริโภคมีกาลงั การซ้ือ และโอนความเปน็ เจ้าของได้ การเช่ือมโยงความสมั พันธร์ ะหวา่ ง ผูเ้ ป็นเจ้าของผลติ ภัณฑ์กบั ผู้บริโภค นอกจากจะดาเนินการในหนา้ ทาง การตลาด ให้เกดิ การเชอ่ื มโยงสมั พันธ์กนั ในเร่ืองดังกลา่ ว สิง่ ทสี่ าคญั จะต้องกระทาอีกประการหนึ่งก็คอื การ สรา้ งการรบั รู้ให้กับผบู้ รโิ ภคในกิจกรรมดังกลา่ ว 3. การตลาดเป็นตวั ผลกั ดนั ให้มีการพัฒนาปรบั ปรงุ ผลิตภณั ฑ์ ด้วยแนวคิด ของการตลาด ในการมุ่ง สนองความต้องการและสร้างความพึงพอใจใหก้ ับผบู้ รโิ ภค และรับผิดชอบต่อสงั คม ผลักดันให้ผลิตต้องพัฒนา ปรับปรงุ ผลิตภณั ฑ์ ใหต้ รงต่อความตอ้ งการ และสรา้ งความพึงพอใจให้กบั ผบู้ ริโภค ตลอดจนจูงใจผูบ้ ริโภคดว้ ย การเสนอผลิตภณั ฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ และการตลาดระบบการตลาดเสรี ซงึ่ มีการแขง่ ขนั กันมากในการสร้าง ความพึงพอใจ และจงู ใจผบู้ ริโภค จึงย่งิ เปน็ แรงผลักดันให้มีการพัฒนาปรับปรุง ผลติ ภณั ฑ์เพื่อการแข่งขัน ใน ตลาดเสรี 4. การตลาดเป็นกลไกในการเสริมสร้างระบบเศรษฐกิจ ดว้ ยการก่อใหเ้ กิดการบรโิ ภคและการพึ่งพา กนั อยา่ งเป็นระบบมคี วามเชื่อมโยงสมั พันธก์ บั ระบบเศรษฐกจิ ท้งั ระบบ การสร้างความต้องการและการสนอง ความตอ้ งการในการบรโิ ภค ผลิตภณั ฑท์ าใหเ้ กดิ การไหลเวยี นในระบบเศรษฐกจิ คือเกิดการจา้ งงาน เกดิ รายได้ เกิดการบริโภค และเกิดการใช้แรงงาน ซึง่ จะมีการพ่งึ พากันและเชือ่ มโยงไหลเวียนตามลาดบั อย่างเป็นระบบ ผลจะทาให้การดารงชวี ติ ของมนุษยชาติในสงั คมอยู่ในระดับท่มี ีการกินดอี ยู่ดี มีความเป็นอยู่ อย่างเปน็ สุขโดย ท่ัวกนั ความสาคญั ของการตลาดอาจจาแนกใหเ้ หน็ ชดั เจนยงิ่ ขนึ้ โดยพจิ ารณาจากการตลาดมีความสาคญั ตอ่ สงั คม และบคุ คลดงั นี้ 1. ยกระดบั มาตรฐานความเปน็ อยู่ของบุคคลในสงั คมให้สงู ขน้ึ 2. ทาใหพ้ ฤตกิ รรม อุปนิสัย ความเชือ่ คา่ นยิ มและลกั ษณะการดารงชพี ของบุคคล ในสังคมเปลยี่ นไป 3. เกิดอาชีพต่าง ๆ แก่บคุ คลในสังคมเพิ่มมากขนึ้ นอกจากความสาคัญต่อบุคคลและสงั คมแลว้ การตลาดยงั มคี วามสาคญั ต่อระบบ เศรษฐกิจโดยตรงดังนี้ 1. ชว่ ยให้รายไดป้ ระชากรสงู ข้ึน 2. ทาใหเ้ กดิ การหมุนเวียนของปจั จยั การผลิต 3. ชว่ ยสร้างความต้องการในสนิ คา้ และบรกิ าร 4. ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงและการพฒั นาของเศรษฐกิจ 5. ให้เกดิ การคา้ ระหว่างประเทศ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 72 ประโยชนข์ องกจิ กรรมทางการตลาด (1) อรรถประโยชนด์ า้ นรปู แบบ (Form Utility) จะเกดิ ข้ึนจากการผลติ โดยตรง และการ เข้ามาช่วย เสริมโดยการคน้ หาถึงความต้องการของลกู ค้าท่มี ีต่อผลิตภณั ฑ์โดยให้ข้อมลู แกผ่ ลฝ่ายผลิต (2) อรรถประโยชนด์ า้ นสถานท่ี (Place Utility) การตลาดชว่ ยอานวย ความสะดวก ด้านสถานที่ เพราะเปน็ กิจกรรมท่ีนาผลติ ภณั ฑ์ไปสู่สถานท่ีที่ลูกค้าเปา้ หมายอยู่ (3) อรรถประโยชนด์ า้ นเวลา (Time Utility) การตลาดช่วยสรา้ งอรรถประโยชน์ ดา้ นเวลาใหก้ ับลูกคา้ โดยมสี นิ ค้าพร้อมในเวลาท่ีลูกค้าตอ้ งการ (4) อรรถประโยชนด์ า้ นความเป็นเจา้ ของ (Possession Utility) การตลาดช่วยสร้างความ พึงพอใจ จากการ ไดเ้ ปน็ เจา้ ของสนิ ค้าต่าง ๆ โดยทาใหผ้ บู้ รโิ ภคมโี อกาส ได้ซ้ือสินค้าและมี กรรมสิทธใ์ นสินคา้ นั้น (5) อรรถประโยชนใ์ นดา้ นภาพลกั ษณ์ (Image Utility) ตลาดช่วยสรา้ งคุณค่าหรือภาพลักษณ์ ของ ผลติ ภณั ฑใ์ นความรู้สึกนึกคดิ ของบุคคล โดยอาศยั การส่งเสรมิ การตลาด ได้แก่ การใชก้ ารโฆษณาและการ ประชาสมั พนั ธ์ สว่ นประสมการตลาด สว่ นประสมการตลาด (Marketing Mix) คอื เคร่ืองมอื หรือปจั จยั ทางการตลาดที่ควบคมุ ไดท้ ีธ่ ุรกิจต้อง ใช้ร่วมกัน เพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการและสรา้ งความพึงพอใจแก่กล่มุ ลูกคา้ เป้าหมาย หรอื เพื่อกระตุน้ ให้ กลุ่มลกู คา้ เป้าหมายเกิดความตอ้ งการสินคา้ และบริการของตน ประกอบด้วยสว่ นประกอบ 4 ประการ หรอื 4P’s คือ 1. ผลติ ภณั ฑ์ (Product) 2. ราคา (Price) 3. สถานทจ่ี าหน่าย (Place) 4. การส่งเสริมการตลาด (Promotion) กลยทุ ธส์ ว่ นประกอบการตลาด” (Marketing mix strategv) สว่ นประสมการตลาด หมายถึง กลุม่ เครื่องมือการตลาดซึง่ ธุรกจิ ใชร้ ว่ มกันเพื่อให้บรรณลุวัตถปุ ระสงค์ ทางการตลาดในตลาดเปา้ หมายเครือ่ งมอื การตลาด 4 ประการ ไดแ้ ก่ 1. กลยทุ ธผ์ ลติ ภณั ฑ์ (Product) ผลติ ภัณฑห์ มายถงึ ส่งิ ที่นาเสนอกบั การตลาดเพือ่ ความสนใจ (attcntion) ความอยากได้ (Acquistion) การใช้ (Using) หรอื การบริโภค (Consumtion) ท่สี ามารถตอบสนองความต้องการ นกั การตลาดจึงกาหนดกลยุทธ์ผลติ ภัณฑด์ า้ นต่างๆคือ - ขนาดรูปร่างลักษณะ และคณุ สมบตั ิอะไรบา้ งทีผ่ ลติ ภัณฑค์ วรมี - ลกั ษณะการบริการท่สี าคัญของผบู้ ริโภคคืออะไร - การรบั ประกันและโปรแกรมการใหบ้ รกิ ารอะไรบา้ งทค่ี วรจัดให้ - ลักษณะของผลิตภณั ฑป์ ระกอบท่ีเกยี่ วข้องคืออะไร 2. กลยุทธด์ า้ นราคา (Price strategy) ราคาหมายถึง สิง่ ท่ีบุคคลจา่ ยสาหลบั สง่ิ ทไี่ ด้มา ซึ่งแสดงถึงใน รปู ของเงิน นักการตลาดต้องตัดสินใจในราคา ลักษณะความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ การตอบสนองความพึง พอใจของผู้บรโิ ภค มูลคา่ ทสี่ ่งมอบให้ลกู คา้ ต้องมากกวา่ ตน้ ทนุ (Cost) หรอื ราคา (Price) ผู้บรโิ ภคจะตดั สินใจ ซื้อกต็ ่อเมื่อ มลู ค่ามากกวา่ ราคาสนิ ค้า สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 73 3. กลยุทธก์ ารจดั จาหน่าย (Place or distribution strategy) การจดั จาหนา่ ย หมายถึงการเลอื ก และการใช้ผู้เชี่ยวชาญทางการตลาด ประกอบด้วย คนกลาง บรษิ ัทขนสง่ และบรษิ ทั เก็บรกั ษาสินคา้ ดังน้โี ดย สรา้ งอรรถประโยชนท์ างดา้ นเวลา สถานที่ ความเปน็ เจ้าของ ท่ีเพื่อให้เคล่ือนยา้ ยผลิตภณั ฑ์ หรือจากองค์กรไป ยังตลาด กาจดั จาหนา่ ยไดร้ ับ อทิ ธิพลจากพฤตกิ รรมผบู้ ริโภคดังน้ี - ความจาเปน็ ของบริษัททจ่ี ะทาการควบคมุ กิจกรรมต่าง - ลักษณะโครงสร้างการจัดจาหน่าย เพื่อการคา้ ปลีก อะไรบ้างที่ควรใชใ้ นการเสนอขาย ผลิตภัณฑ์ 4. กลยทุ ธ์การสง่ เสริมการตลาด (Promotion strategy) การสง่ เสรมิ การตลาดหมายถงึ การ ตดิ ตอ่ ส่อื สารระหว่างผขู้ ายและผู้ซ้ือ เพอื่ สร้างทัศนคติ และพฤติกรรมการซอ้ื ไดแ้ ก่ -การโฆษณา -การประชาสมั พันธ์ -การขายโดยพนักงานขาย -การสง่ เสริมการขาย -การตลาดทางตรง การโฆษณา (Advertising) คือ การเสนอขายสนิ ค้า บริการ หรือความคดิ โดยการใช้สือ่ เพื่อให้ เขา้ ถึงลูกคา้ จานวนมากได้ ใน เวลาอนั รวดเร็ว สือ่ โฆษณาท่ีสาคัญประกอบดว้ ย โทรทัศน์ วทิ ยุหนงั สอื พมิ พ์ นิตยสารป้ายโฆษณา ประเภทของการโฆษณา 1. จัดตามประเภทกลมุ่ เปา้ หมาย (By Target Audience) แบง่ ออกไดด้ ังน้ี 1.1 การโฆษณาท่มี ่งุ สผู่ ้บู ริโภค (Consumer Advertising) 1.2 การโฆษณาทมี่ ุ่งส่หู น่วยธุรกิจ (Business Advertising) 2. จัดตามประเภทอาณาบริเวณทางภมู ศิ าสตร์ (By Geographic) 2.1 การโฆษณาทมี่ งุ่ ต่างประเทศ (International Advertising) 2.2 การโฆษณาระดับชาติ (National Advertising) 2.3 การโฆษณาในเขตใดเขตหนึ่ง (Regional Advertising) 2.4 การโฆษณาระดับท้องถนิ่ (Local Advertising) 3. จดั ตามประเภทสื่อ (By Medium) 3.1 ทางโทรทศั น์ 3.2 ทางวทิ ยุ 3.3 ทางนิตยสาร 3.4 โดยใช้จดหมายตรง 3.5 นอกสถานท่ี 4. จัดตามประเภทเนื้อหา หรอื จดุ มงุ่ หมาย (By Content or Purpose) 4.1 การโฆษณาผลติ ภณั ฑก์ ับการโฆษณาสถาบัน 4.2 การโฆษณาเพื่อหวงั ผลทางการค้ากับการโฆษณาทีไ่ มห่ วังผลทางการค้า 4.3 การโฆษณาให้เกิดกระทากบั การโฆษณาให้เกดิ การรับรู้ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 74 การประชาสมั พนั ธ์ หมายถงึ ความพยายามท่ีมีการวางแผน โดยกจิ การหน่ึงเพ่ือสรา้ งทัศนคติที่ดตี ่อองคก์ าร ใหเ้ กดิ กับ กลุ่มใดกลุ่มหนึง่ วิธีการประชาสมั พันธท์ ี่นยิ มใช้มีดงั น้ี 1.การใชส้ ่ิงพมิ พ์ (Publication) 2.การใช้เหตกุ ารณ์พิเศษ (Events) 3.การให้ขา่ ว (News) 4การกลา่ วสนุ ทรพจน์ (Speeches) การสง่ เสริมการขาย (Sales Promotion) หมายถงึ การจูงใจโดยเสนอคุณคา่ พเิ ศษแกผ่ บู้ ริโภค คนกลาง หรอื หนว่ ยการขาย เพอ่ื เพ่ิมยอดขาย ผลติ ภัณฑ์ในทันที นอกเหนือจากกิจกรรมทีท่ าอยู่เปน็ ประจา 1. การสง่ เสริมการขายทม่ี ุง่ สู่ผบู้ ริโภค (Consumer Promotion) 1.1 การแจกคปู อง (Coupons) 1.2 การลดราคา (Price Off) 1.3 การรับประกันใหเ้ งนิ คนื (Refund) 1.4 การคนื เงนิ (Rabates) 1.5 การให้ของแถม (Premiums) 1.6 การแจกตวั อยา่ งสินค้า (Sampling) 1.7 การจดั แสดงสินค้า ณ จุดซื้อ (Point of Purchase Display) 2. การสง่ เสรมิ การขายทม่ี งุ่ สู่คนกลาง (Trade or Dealer Promotion) 2.1 ขอ้ ตกลงการค้า (Trade deals) 2.2 สว่ นลด (Discount) 2.3 สว่ นยอมให้ (Allowances) 2.4 การโฆษณาร่วมกนั (Cooperative Advertising) 2.5 การแถมตัวอย่างแก่คนกลาง (Dealer Free Goods) 2.6 การแขง่ ขนั ทางการขาย (Sales Contest 3. การส่งเสรมิ การขายที่มุ่งสู่พนักงานขาย (Sales Forces Promotion) 3.1 การแข่งขนั ทางการขาย (Sales Contest) 3.2 การฝกึ อบรมการขาย (Sales Training) 3.3 การมอบอุปกรณ์ชว่ ยขาย (Selling Aids) 3.4 การกาหนดโควตา้ การขาย (Sales Quota) 3.5 การใหส้ ิง่ จงู ใจจากการหาลกู ค้าใหม่ (New Customer Incentives) สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 75 การขายโดยใชพ้ นักงานขาย (Personal Selling) เปน็ การตดิ ต่อสือ่ สารทางตรงแบบเผชญิ หนา้ ระหว่างผู้ขายและลกู คา้ ท่ีคาดหวัง\" การขายโดยใช้ พนักงานขาย ถือเปน็ การติดต่อสอื่ สารแบบสองทาง (Two Way Communication) โดยเน้นในการใช้ ความสามารถเฉพาะตวั ของพนักงานขายทาให้ลกู ค้าตัดสนิ ใจซ้ือสินคา้ หรือบรกิ ารของกจิ การได้ เป็นการตลาดท่เี นน้ การสอ่ื สารทางตรงระหว่างผู้ขายกับลกู คา้ เป็นการสร้างความสมั พันธ์อันดีต่อ ลกู ค้าและกระตนุ้ ใหเ้ กิดความต้องการและตัดสนิ ใจซือ้ โดยปจั จุบันพนกั งานขายจะต้องมีความสามารถรอบ ดา้ น ท้ังในการจูงใจให้ลูกค้าส่ังซอื้ สินค้าหรือบรกิ าร และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆทีเ่ กิดขน้ึ ใหก้ บั ลกู ค้าได้ การตลาดทางตรง (Direct Marketing) เปน็ การตดิ ต่อสอ่ื สารสว่ นตัว ระหว่าง นักการตลาด และกล่มุ เป้าหมาย โดยใชก้ ารสง่ จดหมายตรง โทรศัพท์ หรือวิธีการอื่นๆ ผา่ นสอื่ อยา่ งใดอย่างหนึง่ หรือหลายอย่างรว่ มกนั โดยนักการตลาดสามารถวัดผลการ ตอบสนองจากผู้บรโิ ภคได้ รปู แบบของสอื่ ทใ่ี ชใ้ นการตลาดทางตรง แบง่ ไดเ้ ปน็ 2 กลุ่ม คอื การใชส้ อ่ื โดยตรง เพือ่ ตดิ ต่อกับกลุ่มเปา้ หมายท่ีคดั เลอื กแล้ว และคาดว่ามแี นวโนม้ ท่ีจะต้องการ สินค้าและบรกิ าร โดยมากจะได้รับการตอบกลบั สูงเชน่ ไปรษณยี ์ โทรศัพท์ และคอมพวิ เตอร์ การใชส้ ือ่ มวลชน เพอ่ื สอื่ สารไปยังกลมุ่ เป้าหมายจานวนมาก สรา้ งฐานข้อมลู ลูกค้าให้มากขึ้น เช่น วิทยุกระจายเสยี ง สือ่ สิ่งพมิ พ์ วิทยโุ ทรทัศน์ โอกาสและตลาดผกั ปลอดสารพษิ การมีสว่ นรว่ มของเกษตรกรไมเ่ ฉพาะแต่กระบวนการผลิตแต่ยังรวมกับกระบวนการตลาด ปลอด สารพิษ ซึ่งเกษตรกรมโี อกาสเข้ามามีสว่ นการจัดการ • ปรับปรุงขยายตลาด • การสนบั สนุนการวางแผนการผลติ ผกั ปลอดสาร เพ่ือลดความเส่ียง และการคานวณการผลติ และ การจาหนา่ ย • เข้าใจเก่ยี วกบั การปรบั ปรงุ คุณภาพผกั ปลอดสารพิษ การตลาด เกษตรกรสามารถจาหนา่ ยผลผลติ ได้ 2 ทาง คือ 1. การจาหนา่ ยผลผลติ แบบเดมิ ท่ตี ้องอาศยั พอ่ ค้าคนกลางมารับซื้อในพ้ืนที่ 2. การจาหนา่ ยผลผลติ ในตลาดผกั ปลอดสารพิษ โดยวธิ กี ารตา่ งๆ ดงั ต่อไปน้ี - การไปขายท่ีตลาดใหญ่ ทั่วไปจะต้องไปแข่งขันกับรายอื่นท่เี ขามีของท้งั ดีมาขาย เพราะใชส้ ารเคมใี นการดูแลรักษาและปอ้ งกนั กาจดั ศตั รูพืช เราจะสูเ้ ขาไม่ได้ - การไปขายตลาดเฉพาะของพชื ปลอดภัยจากสารพิษนน้ั มีอยไู่ ม่มาก เชน่ ตาม โรงพยาบาล ตามโรงเรียน ตามหา้ งสรรพสินคา้ ตา่ งๆ น้นั ต้องมีใบรับรองการผลผลิตพชื ปลอดภัยจากสารพิษ ( GAP ) เพ่ือเป็นเครื่องการนั ตี และตอ้ งพบกับเง่ือนไขตา่ งๆ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 76 เรอ่ื งท่ี 2 การทาบญั ชคี รวั เรอื น การจัดทาบัญชีครัวเรือน บัญชีครวั เรือน วิธีงา่ ย ๆในการวางแผนการเงิน จากสภาวะสังคมปัจจุบันที่เต็มไปด้วยกระแสวัตถุนิยม และความฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ จนทาให้คนไทย หลงเดินทางผิดไปตามกระแสนิยมจนกลายเป็นปัญหา โดยเฉพาะปัญหาหน้ีสินท่ีไม่มีวันจบสิ้น อย่างไรก็ตาม คนไทยยังมีทางออก ซึ่งการจะดารงชีวิตให้อยู่รอดภายใต้สังคมในปัจจุบัน แนวทางหน่ึงท่ีประชาชนไทยควร ยึดถือคือการพึ่งตนเอง รู้จักความพอประมาณ และไม่ประมาท ตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพียง” ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงมองเห็นถึงความสาคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเอง รู้จักความ พอมีพอกิน พอมีพอใช้ คานึงถึงหลักเหตุผลและการประมาณตนเอง พร้อมกับทรงเตือนสติประชาชนคนไทย ไมใ่ ห้ประมาท โดยเฉพาะการใช้จ่ายเงนิ อนั เป็นปจั จัยสาคญั ในการดาเนินชีวติ การทาบัญชี คือ การจดบันทึก ข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขปัจจัยในการดารงชีวิตของตัวเอง และภายใน ครอบครวั ชุมชน รวมถงึ ประเทศ ข้อมูลท่ีได้จากการบันทึกจะเป็นตัวบ่งชี้อดีต ปัจจุบันและอนาคตของชีวิต ของตัวเอง สามารถนาข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมูลที่ได้บันทึกไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการ วางแผนชีวิตและกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ในครอบครัวในประเทศได้ หากประชาชนทุกคนจดบันทึกจะมี ประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ ครอบครัวเรียนรู้ ชุมชนเรียนรู้ และ ประเทศเรียนรู้การเรียนรู้เป็นที่มาของปัญญา ปัญญาเป็นท่ีมาของความเจริญท้ังกาย สังคม ใจ และจิต วิญญาณของมนษุ ย์จะเห็นวา่ การทาบญั ชี หรือการจดบันทกึ นี้สาคญั ย่ิงใหญม่ าก บคุ คลสาคัญในประเทศหลาย ทา่ นเป็นตัวอย่างที่ดีของการจดบันทึก เช่น ท่านพุทธทาส ในหลวง และสมเด็จพระเทพ ล้วนเป็นนักบันทึก ทั้งส้ิน การบันทึก คือ การเขียน เมื่อมีการเขียนย่อมมีการคิด เมื่อมีการคิดย่อมก่อปัญญา แก้ไขปัญหาได้โดย ใช้เหตุผลวิเคราะห์พิจารณา ได้ถูกต้อง น่ันคือ ทางเจริญของมนุษย์ การทาบัญชีครัวเรือนในด้านเศรษฐกิจ หรือ การบันทึกรายรับรายจ่ายที่ทางราชการพยายามส่งเสริมให้ประชาชนได้ทากัน นั่น เป็นเรื่องการบันทึก รายรับรายจา่ ยประจาวนั ประจาเดือนวา่ มรี ายรบั จากแหล่งใดบา้ ง จานวนเท่าใด มีรายจ่ายอะไรบ้าง จานวน เท่าใด ในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน และ ปี เพื่อจะได้เห็นภาพรวมว่า ตนเองและครอบครัวทีรายรับเท่าใด รายจ่ายเท่าใด คงเหลือเท่าใด หรือ เงินไม่พอใช้เท่าใด คือ รายจ่ายมากกว่ารายรับ และสารวจว่ารายการใด จา่ ยน้อยจา่ ยมาก จาเปน็ นอ้ ยจาเป็นมาก จาเปน็ น้อย อาจลดลง จ่ายเฉพาะทจ่ี าเปน็ มาก เชน่ ซื้อกับข้าว ซ้ือยา ซือ้ เสือ้ ผา้ ซอ่ มแซมบ้าน การศกึ ษา เปน็ ต้น สว่ นรายจา่ ยทไ่ี ม่จาเปน็ ใหล้ ด ละ เลิก เชน่ ซือ้ บุหรี่ ซื้อเหล้า เล่น การพนัน เป็นต้น เม่ือนารายรับ รายจ่าย มาบวกลบกันแล้วขาดดุลเกินดุลไปเท่าใด เมื่อเห็นตัวเลข จะทาให้ เราคิดได้ว่าส่ิงไม่จาเป็นน้ันมีมากหรือน้อยสามารถลดได้หรือไม่ เลิกได้ไหม ถ้าไม่ลดไม่เลิกจะเกิดอะไร กับ ตวั เอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ หากเราวางแผนการรับการจ่ายเงินของตนเองได้ เท่ากับว่า รู้จักความ เป็นคนได้พัฒนาตนเอง ให้เป็นคนมีเหตมุ ผี ล เปน็ คนรู้จักพอประมาณ เปน็ คนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชน และรักประเทศชาติมากขึ้นจึงเห็นได้ว่า การทาบัญชีครัวเรือน ในเร่ืองรายรับรายจ่าย ก็คือวิถีแห่งการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง น่ันเอง เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ ปรัชญาชีวิตท่ี ถกู ต้องเหมาะสม พอดี สอดคล้องถูกตอ้ งตามกฎธรรมชาตทิ ม่ี ีท้ังความเป็นเอกภาพและดลุ ยภาพอย่เู สมอ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 77 การทาบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันของครัวเรือน และสามารถนาข้อมูล มาวางแผนการใช้จ่ายเงนิ ในอนาคตไดอ้ ย่างเหมาะสม ทาใหเ้ กดิ การออม การใช้จ่ายเงนิ อยา่ งประหยัดคุ้มค่า ไม่ ฟุ่มเฟือย ดงั น้ันการทาบญั ชชี คี รวั เรอื นมีความสาคญั ดงั นี้ 1. ทาให้ตนเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจ่าย หนี้สิน และเงินคงเหลือในแต่ละวัน รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสนิ ทรพั ย์ท่ีวัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือผลตอบแทนท่ีได้รับจากการให้ ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบีย้ รบั จากเงนิ ฝากธนาคาร หรอื จากเงนิ ให้ก้ยู ืมรายได้จากการขายสนิ ค้าหรอื บริการ เป็นต้น รายจา่ ย หรอื คา่ ใชจ้ า่ ย คือ คือ เงนิ หรือสนิ ทรัพย์ท่ีวัดมูลค่าได้ ท่ีจ่ายออกไปเพื่อให้ได้สิ่งตอบแทนกลับมา สิ่ง ตอบแทนอาจเป็นสินค้าหรือบริการ เช่น ค่าอาหาร ค่าน้าค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค) ค่าน้ามัน ค่าหนังสือ ตารา เป็นต้น หรือรายจ่าย อาจไม่ได้รับสิ่งตอบแทนคือสินค้าหรือบริการก็ได้ เช่นเงินบริจาคเพ่ือการกุศล เงิน ทาบญุ ทอดกฐนิ ทอดผ้าป่า เป็นต้น หนี้สิน คือ ภาระผูกพันท่ีต้องชดใช้คืนในอนาคต การชดใช้อาจจ่ายเป็นเงินหรือของมีค่าท่ีครอบครัว หรือตนเองมีอยู่ หนี้สินเป็นเงินหรือสิ่งของที่มีค่าท่ีครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจากบุคคลหรือแหล่งเงิน ภายนอก เช่น การกยู้ มื เงินจากเพื่อนบ้าน การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซ้ือสินค้าหรือบริการเป็นเงินเชื่อ การซ้อื สินทรพั ย์เป็นเงนิ ผอ่ นชาระ หรือการเช่าซ้ือเปน็ ตน้ เงินคงเหลอื คอื เงนิ หรอื ทรพั ย์สนิ ทวี่ ดั มูลค่าได้ หลังจากนารายรบั ลบด้วยรายจา่ ยแล้วปรากฏรายรับ มากกว่ารายจ่ายจะทาให้มีเงินคงเหลือ หรือในหลักทางบัญชีเรียกว่า กาไร แต่หากหลังจากนารายรับลบด้วย รายจา่ ยแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับจะทาใหเ้ งนิ คงเหลอื ติดลบหรอื ทางบญั ชเี รียกว่าขาดทนุ นั่นเอง 2. นาข้อมลู การใช้จา่ ยเงินภายในครอบครวั มาจดั เรยี งลาดับความสาคญั ของรายจ่าย และวางแผนการ ใช้จ่ายเงินโดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดท่ีมีความสาคัญมาก และรายจ่ายใดไม่จาเป็นให้ ตัดออก เพ่ือให้การใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์สาหรับใช้จ่ายส่ิงท่ี จาเป็นในอนาคต บัญชีครัวเรือนถือเป็นส่วนสาคัญในการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ข้อ คอื การพอประมาณ ถา้ รรู้ ายรับรายจ่าย กจ็ ะใชแ้ บบพอประมาณ แต่ มีเหตุผล รู้ว่ารายจ่ายใดจาเป็นไม่จาเป็น และเมอื่ เหลือจากใชจ้ า่ ยกเ็ กบ็ ออม นน่ั คอื ภูมิคมุ้ กนั ที่เอาไว้คมุ้ กนั ตัวเราและครอบครัว บัญชีครัวเรือนสามารถ จัดไดห้ มดจึงนับว่ามีประโยชนม์ าก ข้อควรระวังในการจัดทาบัญชีครัวเรือน คือ ต้องลงบันทึกบัญชีทุกรายการ หรือ อย่าลืมบันทึกบัญชี เพราะจะทาให้ตัวเลขบิดเบือนไม่ถูกต้อง หากขาดความต่อเนื่องในการบันทึก จะส่งผลให้ไม่อยากบันทึก ผู้จดั ทาเขา้ ใจผดิ ในรายการบัญชี เช่น ลูกส่งเงินมาให้พ่อแม่สาหรับใช้จ่ายทุกวันสิ้นเดือน แต่พ่อแม่ไม่ได้บันทึก บัญชีรายรับเน่ืองจากเข้าใจว่าเงินที่ได้รับมาน้ันมิได้เกิดจากการประกอบอาชีพของตนเองหรือ เข้าใจผิด รายการหนส้ี ินแต่บันทึกว่าเป็นรายรับ ทาให้มิได้เก็บเงนิ ไว้สาหรับจ่ายชาระหนใ้ี นอนาคต เช่น ยืมเงินจากเพ่ือน บ้านมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ถึงแม้จะได้รับเงินมาแต่รายการดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นรายรับเน่ืองจากตนเองมี ภาระผกู พันทต่ี ้องชดใชใ้ นอนาคตซึง่ อาจตอ้ งชดใชเ้ งินต้นพร้อมด้วยดอกเบ้ียด้วย จากสาเหตุดังกล่าวอาจทาให้ ครอบครัววางแผนการใช้จ่ายเงินผิดพลาด ส่วนข้อผิดพลาดอีกประการหน่ึงคือ การเขียนชื่อรายการผิด การ บันทึกตัวเลขผิด การบวกหรือการลบจานวนเงินผิดอาจเกิดจากการลืมจดบันทึกรายการบัญชี หรือบันทึก รายการซ้าๆ กันหลายรายการ ปัญหาดังกล่าวแก้ไขโดยการคานวณจานวนเงิน กระทบยอดเงนิ คงเหลือในบัญชี กับยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมีอยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สาหรับใช้จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงิน สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 78 คงเหลือในบัญชีเท่ากบั ยอดเงนิ คงเหลือในบัญชีเงินฝากธนาคารแสดงว่าการจัดทาบัญชีถูกต้อง แต่หากกระทบ ยอดแลว้ ยอดเงนิ ทง้ั สองไมเ่ ท่ากนั อาจเกดิ จากการบันทึกบัญชผี ดิ พลาด หรือเงนิ สดของครอบครัวสญู หาย จดบันทึกสาคญั กบั การวางแผนเพื่ออนาคตอย่างไร การวางแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมระหว่างรายรับและรายจ่าย ครอบครัวต้องมีรายรับมากกว่า รายจา่ ย หากพบวา่ รายรับน้อยกว่ารายจา่ ย ตอ้ งหาแนวทางนาเงินมาใช้จ่ายให้เพียงพอ โดยอาจต้องกู้ยืมเงิน มาใช้จา่ ย แต่การก้ยู ืมเงินไม่ใชแ่ นวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพียงแต่ช่วยให้การใช้จ่ายมีสภาพคล่องช่ัวขณะ เท่าน้ัน และในระยะยาวยังส่งผลให้ครอบครัวมีภาระหนี้สินจานวนมาทั้งเงินต้น และดอกเบ้ียซึ่งจะเพ่ิม จานวนมากข้นึ ตามระยะเวลาท่ียาวนานในการกยู้ มื เงิน เป็นปญั หาท่ีแกไ้ ขไดย้ าก สาหรับการแก้ไข ปัญหาการขาดสภาพคล่องในการใชจ้ า่ ยเงนิ หรอื ปัญหารายรบั ไมเ่ พยี งพอกบั รายจา่ ยนนั้ มแี นวทางดงั น้ี 1. การตัดรายจ่ายที่ไม่จาเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจากครอบครัว เช่น รายจ่ายเก่ียวกับ การพนัน สิ่งเสพติดของมนึ เมา รายจา่ ยฟ่มุ เฟอื ย เปน็ ตน้ เป็นการสร้างนิสยั มใิ หใ้ ชจ้ า่ ยฟุ่มเฟือย 2. การลดรายจ่ายที่จาเป็นลง เพื่อสร้างนิสัยการประหยัด อดออม การใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัด อย่างคุ้มคา่ เชน่ การปลกู ผกั ผลไม้ไวร้ บั ประทานเอง เพ่ือช่วยลดค่าอาหาร และค่าเดินทางไปตลาด อีกท้ัง ทาให้สุขภาพดีอีกด้วย ลดการใช้น้ามันเชื้อเพลิงแล้วหันมาออกกาลังกายโดยการปั่นจักรยาน หรือ การเดิน การวงิ่ แทนการขบั รถจกั รยานยนต์ หรือรถยนต์ เป็นต้น 3. การเพ่ิมรายรับ หารายได้เสริมนอกเวลาทางานปกติ เช่น การใช้เวลาว่างรับจ้างตัดเย็บเส้ือผ้า การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลูกผักหรอื เลี้ยงสตั วไ์ วข้ าย เป็นตน้ 4. การทาความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด รู้จักอดออม การใช้ ทรัพยากรต่างๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือสิ่งท่ีไม่จาเป็น และช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับ เศรษฐกจิ ปัจจุบนั สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 79 การจดบันทกึ ในบญั ชีครวั เรือน บญั ชีรบั – จา่ ยครวั เรือน รายรบั ประกอบอาชพี วนั เดอื น ปี รายการ ปรกอบ* รายรบั อื่นๆ* รวมรายรบั ค่าใชจ้ า่ ย ซ้อื อาชพี (รวม 1-2) (1) (2) ประกอบอาชพี สนิ ทรพั ยถ์ าวร (3) (1) (2) 12 3 ลง วนั ลงรายการ ลงรายรบั เดือน ปี รวมเดอื น........................ รวมรายรบั ..................................... บาท รวมราบจา่ ย ..................................... บาท  รายรับสงู กวา่ รายจา่ ย ......................................... บาท  รายจา่ ยสูงกว่ารายรับ ......................................... บาท สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพิษ 80 คา่ อาหาร ค่าของใช้ คา่ เคร่ือง รายจา่ ย รายจา่ ย (3) (4) นุง่ หม่ ฝากเงนิ ชาระคืน เบ็ดเตล็ด (รวม 1-10) (5) ในครวั เรือน ค่านา้ มนั รถ ใหเ้ งิน ตน้ เงนิ กู้ (8) (9) (10) (11) ลูกใช้ (6) (7) 4 ลงรายจา่ ย 5 ลงยอดรวมเดอื น หมายเหตุ ใช้สาหรบั ผูเ้ กบ็ ข้อมลู ชอ่ งรายรบั ประกอบอาชพี * 1. รายไดด้ ้านพชื 2.รายได้ดา้ นปศสุ ตั ว์ 3.รายไดด้ ้านประมง ชอ่ งรายรับอืน่ ๆ* เก็บข้อมลู เฉพาะ 4.รายไดจ้ ากการรับจา้ ง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 81 สมดุ บญั ชี –รบั - จา่ ย ในครวั เรอื น ใชบ้ นั ทกึ รายรบั หรอื รายจา่ ยทเ่ี กดิ ขนึ้ ทั้งในครวั เรอื นและจากการประกอบอาชพี วธิ ลี งวนั เดอื นปี 1. ชอ่ ง “ วนั เดอื น ปี ” เขียนวันท่ี เดอื น ปพี .ศ. ท่ีมกี ารรับเงิน และรายการจา่ ยเงนิ วธิ ลี งรายการ 2. ชอ่ ง “ ช่องรายการ ” เขียนรายละเอียดของการรับเงนิ และจา่ ยเงินท่เี กิดข้นึ วธิ ลี งรายรบั 3. ช่อง “ รายรบั ” แบง่ เปน็ รายรบั ประกอบอาชีพและรายรบั อนื่ ๆ (1) “ ประกอบอาชพี ” เขยี นจานวนเงนิ ทีไ่ ด้รบั จากการประกอบอาชีพ เชน่ ขายข้าวเปลือก ขายผัก ขายผลไม้ ขายไก่ ขายปลา เปน็ ต้น (2) “ รายรบั อน่ื ๆ ” เขียนจานวนเงนิ ที่ได้รบั โดยเป็นเงินที่ไม่ไดเ้ กิดจากการประกอบอาชพี เช่น รบั เงินคา่ จา้ ง รับรางวลั รับเงนิ กู้ ถอนเงนิ ฝากสหกรณ์ / ธนาคาร เป็นต้น (3) “ รวมรายรับ ” เขยี นจานวนเงินท่ีได้รบั ท้ังสนิ้ โดยรวมยอดเงินจากช่องที่ (1) และ (2) แบบฟอรม์ วนั เดือน ปี รายการ รายรบั รวมรายรบั (รวม 1 – 2 ) ประกอบอาชพี รายรบั อน่ื ๆ (1) (2) (3) 12 3 สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 82 ตวั อยา่ ง วนั ที่ 27 ตลุ าคม 2548 รับเงินจากคา่ ซ่อมบ้าน 1,000 บาท วัน เดือน ปี ขายมะมว่ งไดเ้ งนิ 2,000 บาท 27 ต.ค. 48 กู้เงนิ มา 1,500 บาท รายรบั รวมรายรบั รายการ ประกอบอาชีพ รายรบั อน่ื ๆ (รวม 1 – 2 ) (1) (2) (3) รับเงินคา่ จ้างซ่อมบา้ น 1,000 1,000 ขายมะม่วงได้เงิน 2,000 2,000 กู้เงนิ มา 1,500 1,500 วธิ ลี งรายจา่ ย 4. ช่อง “ รายจา่ ย ” แบง่ เปน็ รายจ่ายประกอบอาชีพและรายจา่ ยในครัวเรอื น รายจา่ ยประกอบอาชพี (1) “ คา่ ใชจ้ ่ายประกอบอาชพี ” เขียนจานวนเงนิ ทีจ่ ่ายเปน็ ค่าใช้จา่ ยในการประกอบอาชพี เชน่ คา่ ปยุ๋ ค่าพนั ธุ์ขา้ ว ค่าพันธ์ุปลา ค่าอาหารปลา เป็นตน้ (2) “ ซอื้ สนิ ทรัพย์ถาวร ” เขียนเป็นจานวนเงินทจี่ ่าย เพือ่ ซื้อหรือสรา้ งเครอ่ื งใช้ที่ใชง้ าน ได้ท้งั ปี และมีราคาสูง รวมถึงลงทนุ ในการประกอบอาชีพ เชน่ ซ้อื รถไถนา เคร่อื งสบู น้า ขุดบอ่ เลย้ี งปลา เป็นตน้ รายจา่ ยในครวั เรอื น (3) – (10) เขียนจานวนเงินทจ่ี า่ ยตามประเภทรายจ่ายในครัวเรอื นทแี่ ยกไว้ โดยรายจ่ายในครัวเรอื นจะเป็นรายจ่ายทไี่ ด้เกดิ จากการประกอบอาชีพ เช่น คา่ อาหาร คา่ ของใช้ ค่านา้ มนั รถ ให้เงนิ ลูกใช้ ฝากเงนิ ชะราคนื ต้นเงนิ กู้ เป็นต้น (11) “ รวมรายจา่ ย ” เขียนจานวนเงินทจี่ า่ ยท้งั สิน้ โดยรวมยอดเงนิ จากช่องที่ (1) ถึง (10) แบบฟอรม์ รายจา่ ย ในครวั เรอื น รายจ่าย ค่าใชจ้ ่าย ซ้ือ ค่าอาหาร คา่ ของใช้ คา่ เครอื่ ง ค่าน้ามันรถ ให้เงนิ ฝากเงิน ชาระคืน เบ็ดเตล็ด (รวม 1-10) ประกอบอาชพี สินทรัพยถ์ าวร นงุ่ ห่ม ลูกใช้ ต้นเงินกู้ (1) (2) (3) (4) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) 4 สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 83 ตวั อยา่ ง วันท่ี 27 ตุลาคม 2548 จา่ ยค่ากบั ขา้ ว 300 บาท รายการ จา่ ยค่าจ้างขดุ ขอ่ เลยี้ งปลาบ่อที่ 2 2,000 บาท 400 บาท รับเงินคา่ จา้ งซ่อมบ้าน ซอ้ื ปยุ๋ ใสม่ ะมว่ ง ขายมะม่วงไดเ้ งนิ 500 บาท กเู้ งินมา ซื้อของใช้ในครวั จ่ายคา่ กบั ข้าว จา่ ยค่าจา้ งขุดบ่อเลย้ี ง รายรับ รายจ่าย ปลาบอ่ ท่ี 2 จ่ายคา่ จ้างขดุ บ่อเลีย้ ง รวมรายรบั ประกอบอาชีพ คา่ อ ค่า คา่ คา่ ในครวั เรอื น รวมรายจา่ ย ปลาบอ่ ท่ี 2 (รวม1-2) าหา ของ เครื่องนุ่ นา้ มั (รวม 1 – 10) วนั เดอื น ปี ซอ้ื ปยุ๋ ใส่มะมว่ ง ประกอบ รายรับอืน่ ค่าใช้จา่ ย ซอ้ื ร ใช้ งห่ม นรถ ให้เงนิ ฝากเงิน ชาระคืนตน้ เบ็ดเตล็ด 27ต.ค.48 ซอ้ื ของใชใ้ นครวั อาชพี ๆ (3) ประกอบ สินทรพั ย์ ลกู ใช้ เงนิ กู้ (10) (11) 1,000 (4) (5) (6) (1) (2) 2,000 อาชีพ ถาวร (3) (7) (8) (9) 300 1,500 (1) (2) 2,000 1,000 400 2,000 500 1,500 300 2,000 400 500 ตวั อยา่ ง วนั ท่ี 29 ตุลาคม 2548 รบั เงนิ คา่ จ้างทาสีบา้ น 1,000 บาท วันท่ี 30 ตลุ าคม 2548 จา่ ยคา่ สูบนา้ เขา้ บ่อเลย้ี งปลาบ่อท่ี 2 400 บาท วนั ท่ี 31 ตุลาคม 2548 ซื้อพันธุ์ปลา 1,000 บาท ซ้อื อาหารปลา 600 บาท ขายปลาบ่อท่ี 1 ได้เงิน 3,000 บาท ให้เงนิ ลูกใช้ 300 บาท ฝากธนาคาร 2,000 บาท รายรับ รายจ่าย รวมรายรับ ประกอบอาชีพ ในครวั เรอื น รวมรายจา่ ย (รวม1-2) (รวม 1 – 10) วัน เดือน ปี รายการ ประกอบ รายรับอ่นื ค่าใชจ้ ่าย ซื้อ ค่าอ คา่ ค่า คา่ ให้เงนิ ฝากเงิน ชาระคืนต้น เบ็ดเตล็ด 27ต.ค.48 อาชีพ ๆ (3) ประกอบ สนิ ทรพั ย์ เงินกู้ (10) (11) รับเงินค่าจ้างซอ่ มบ้าน 1,000 อาชีพ าหา ของ เครอ่ื งนุ่ นา้ มั ลกู ใช้ 29 ต.ค. 48 ขายมะมว่ งได้เงิน 2,000 ถาวร (9) 30 ต.ค. 48 กู้เงินมา (1) (2) 1,500 (1) ร ใช้ งหม่ นรถ 31 ต.ค. 48 จา่ ยค่ากับขา้ ว (2) จา่ ยคา่ จา้ งขดุ บอ่ เลยี้ ง 1,000 (4) (5) (6) (7) (8) ปลาบอ่ ท่ี 2 จ่ายคา่ จ้างขุดบอ่ เล้ยี ง 3,000 (3) ปลาบอ่ ที่ 2 ซื้อปุ๋ยใสม่ ะมว่ ง 1,000 ซอ้ื ของใช้ในครัว 2,000 รับเงินค่าจา้ งทาสบี ้าน จา่ ยคา่ สบู น้าเขา้ บ่อเล้ยี ง 1,500 ปลาบอ่ ที่ 2 ซ้อื พนั ธปุ์ ลา 300 300 ซอื้ อาหารปลา ขายปลาบ่อที่ 1 ไดเ้ งนิ 2,000 500 2,000 ใหเ้ งนิ ลูกใช้ 400 ฝากธนาคาร 1,000 400 3,000 400 500 1,000 600 400 300 1,000 2,000 600 300 2,000 สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 84 วธิ รี วมเงนิ ในแตล่ ะเดือน 5 ทกุ วนั ส้ินเดอื นใหร้ วมจานวนเงินท่ไี ด้รบั และจานวนเงินท่ีจ่ายไปในแตล่ ะเดือน เขยี นยอดรวมจานวนเงินแตล่ ะชอ่ งทุกช่อง ไวใ้ นบรรทดั “รวมเดอื น........” และระบชุ ่ือเดือนไวด้ ้วย ตวั อยา่ ง รวมจานวนเงนิ ในแตล่ ะชอ่ ง ทุกช่องของเดอื นตุลาคม 2548 รายรบั รายจ่าย คา่ คา่ คา่ รวมรายรบั ประกอบอาชีพ ของ เครอ่ื งนุ่ น้ามั ในครัวเรือน รวมรายจา่ ย (รวม1-2) ใช้ งหม่ นรถ ให้เงนิ ฝากเงิน (รวม 1 – 10) วัน เดอื น ปี รายการ ประกอบ รายรบั อน่ื ค่าใช้จ่าย ซ้อื ค่าอ (4) (5) (6) ลูกใช้ ชาระคืนต้น เบด็ เตลด็ อาชีพ ๆ (3) ประกอบ สนิ ทรพั ย์ าหา (7) (8) เงนิ กู้ (10) (11) 1,000 อาชีพ ร 500 (1) (2) 2,000 ถาวร (3) 300 (9) 300 1,500 (1) 500 2,000 2,000 (2) 300 400 1,000 300 2,000 500 27ต.ค.48 รับเงนิ ค่าจ้างซ่อมบา้ น 1,000 400 ขายมะมว่ งไดเ้ งนิ 2,000 3,000 1,000 29 ต.ค. 48 600 30 ต.ค. 48 กเู้ งนิ มา 1,500 300 31 ต.ค. 48 จ่ายคา่ กับขา้ ว 2,000 1,000 2,000 7,500 จา่ ยคา่ จา้ งขดุ บอ่ เลี้ยง 400 ปลาบอ่ ท่ี 2 3,000 จา่ ยคา่ จ้างขุดบอ่ เลยี้ ง 5,000 3,500 400 ปลาบอ่ ท่ี 2 1,000 ซ้ือปุ๋ยใสม่ ะม่วง 600 ซือ้ ของใช้ในครวั 8,500 2,400 2,000 300 รับเงนิ ค่าจ้างทาสบี ้าน 5 ลงยอดรวมเดอื น จา่ ยคา่ สูบน้าเข้าบ่อเลี้ยง ปลาบอ่ ท่ี 2 ซ้อื พันธป์ุ ลา ซอื้ อาหารปลา ขายปลาบอ่ ที่ 1 ไดเ้ งิน ใหเ้ งนิ ลูกใช้ ฝากธนาคาร รวมเดอื นตลุ าคม เทยี บยอดรายรับกบั รายจ่ายในแตล่ ะเดือน = รวมรายรบั – รวมรายจา่ ย หากเปน็ บวก คอื รายรับสงู กวา่ รายจ่าย มเี งินเหลอื เป็นเงนิ ออม หากเป็นลบ คือ รายจ่ายสูงกวา่ รายรับ ในเดือนตุลาคม 2548 มรี ายรับจากการประกอบอาชีพ 5,000 บาท และรายรับอื่นๆ3,500 บาทรวมรายรบั ทั้งส้นิ 8,500 บาท มรี ายจา่ ยประกอบอาชพี เป็นคา่ ใช้จา่ ยประกอบอาชีพ 2,400 บาท ซอ้ื สนิ ทรัพย์ถาวร 2,000 บาท และรายจ่ายในครวั เรอื นเป็นค่าอาหาร 300 บาท ค่าของใช้ 500 บาท ใหเ้ งนิ ลกู ใช้ 300 บาท ฝากเงินธนาคาร 2,000 บาท รวมรายจ่ายทงั้ สน้ิ 7,500 บาท ดงั นนั้ รายรับสูงกว่ารายจ่าย เทา่ กับ 1,000 บาท (8,500 – 7,500) ให้นาไปเขยี นไวต้ อนทา้ ยต่อจากบญั ชี ดังนี้ รวมรายรับ 8,500 บาท รวมรายจ่าย 7,500 บาท  รายรบั สูงกว่ารายจา่ ย 1,000 บาท  รายจา่ ยสูงกวา่ รายรบั .............บาท สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 85 บญั ชรี บั – จา่ ยในครวั เรอื น วนั เดือน ปี รายการ รายรบั ประกอบอาชพี ประกอบ รายรบั รวมรายรบั คา่ ใชจ้ า่ ย ซอ้ื สนิ ทรพั ย์ อาชพี อ่ืนๆ (รวม 1 – 2) ประกอบอาชพี ถาวร (3) (1) (2) (1) (2) รวมเดอื น................................. รวมรายรบั ................................................... บาท รวมรายจา่ ย ................................................... บาท  รายรบั สงู กวา่ รายจ่าย ....................................บาท  รายจา่ ยสงู กว่ารายรบั .................................... บาท สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพษิ 86 คา่ อาหาร ค่าของใช้ ค่า รายจา่ ย ฝากเงนิ ชาระคืน เบ็ดเตลด็ รวมรายจ่าย (8) ต้นเงนิ กู้ (รวม1–10) เครอ่ื งน่งุ ห่ม ในครวั เรอื น ค่านา้ มัน ให้เงินลกู (9) (10) (11) (3) (4) (5) รถ ใช้ (6) (7) สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลกู ผกั ปลอดสารพิษ 87 แบบทดสอบหลงั เรยี น ให้ผูเ้ รียน X ทบั อักษร ก ข ค ง ทีเ่ ปน็ คาตอบ ท่ถี ูกต้องเพยี งข้อเดยี ว 1. ขอ้ มลู ทางการตลาดมีไวเ้ พอื่ อะไร ก. ตดั สินใจและวางแผนการขาย ข. ตดั สนิ ใจและวางแผนการซ้ือ ค. ตัดสินใจและวางแผนการตลาด ง. ตดั สินใจและวางแผนการผลิต 2. กระบวนการตดั สนิ ใจเก่ยี วกบั การซื้อและการคา้ คอื ความหมายของขอ้ ใด ก. พฤติกรรมผูผ้ ลติ ข. พฤตกิ รรมผบู้ รโิ ภค ค. พฤติกรรมผู้ค้า ง. พฤตกิ รรมขาย 3. ขอ้ ใดคอื ความสาคญั ของการตลาดทางด้านเศรษฐกจิ และสงั คม ก. สรา้ งมูลค่าเพมิ่ ให้กบั สินค้า ข. ไดร้ ับความสะดวกสบายมากข้ึน ค. เกดิ การหมุนเวียนของปจั จัยการผลิต ง. มีการพัฒนาสิง่ ใหม่ ๆ ลดต้นทนุ การผลิต 4. อรรถประโยชน์ดา้ นรปู แบบเกดิ จากขอ้ ใดโดยตรง ก. การผลติ ข. การบริโภค ค. การโฆษณา ง. ความต้องการ 5. ขอ้ ใดมีความสมั พนั ธก์ บั อรรถประโยชนด์ า้ นสถานท่ี ก. การเงิน ข. การขนส่ง ค. การบริโภค ง. การจัดเกรดมาตรฐานสินค้า 6. ความหมายของ “บญั ชคี รวั เรือน” คือขอ้ ใด ก. เป็นบัญชสี าหรบั บนั ทกึ รายไดข้ องครวั เรอื น ข. เปน็ บญั ชีสาหรับบันทกึ รายจา่ ยของครวั เรอื น ค. เปน็ บญั ชีสาหรบั บนั ทึก รายไดแ้ ละรายจา่ ยของตนเองหรอื ครัวเรือน ง. เป็นบญั ชสี าหรับบนั ทึก รายการเครื่องใชใ้ นครัวเรือน 7. “บญั ชคี รวั เรอื น” เกยี่ วขอ้ งกบั ชวี ติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งไร ก. เปน็ บญั ชสี าหรับบันทกึ พฤตกิ รรมประจาวนั ข. เป็นบญั ชีสาหรบั บนั ทึกรายได้และรายจา่ ยท่เี กิดขนึ้ ประจาวัน ค. เปน็ บญั ชีท่เี ก่ยี วข้องกับเศรษฐกจิ ของตนเอง ง. เป็นบัญชที ีเ่ กีย่ วข้องกบั เศรษฐกจิ ของครอบครัว 8. ขอ้ ใดไมใ่ ชว่ ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั ของการจดั ทาบญั ชคี รวั เรือน ก. ทราบถึงหนส้ี นิ ของตน ข. ทราบถงึ รายได้ของตน ค. ทราบถงึ รายจา่ ยของตน ง. สามารถวางแผนใช้จา่ ยเงนิ คงเหลอื ของตนได้อยา่ ง รอบคอบ สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหสั วชิ า

วชิ า การปลูกผกั ปลอดสารพษิ 88 9. ขอ้ ใดไม่ใชป่ ระโยชน์ของการจดั ทาบญั ชคี รวั เรือน ก. ใช้จ่ายเงนิ อย่างมีเหตผุ ล ข. ลดค่าใช้จา่ ยท่ีไม่จาเป็น ค. เกดิ ลกั ษณะนสิ ยั การออม ง. สามารถกอ่ หน้ีสนิ เพิ่มได้ เพราะมเี ครดติ ดี 10. ชอ่ ง “วนั ท”ี่ ในแบบฟอรม์ บญั ชคี รวั เรือน เปน็ ชอ่ งสาหรบั บันทกึ ข้อมลู เกย่ี วกบั อะไร ก. วันที่ ท่เี กิดรายการรบั ข. วันท่ี ทเ่ี กิดรายการจ่าย ค. วันที่ ท่ีเกิดรายการรับหรือจา่ ย ง. วันท่ี ทเ่ี กดิ รายการรับหรือจา่ ย หรือวันที่ ท่ที าการบันทึกบัญชี แบบเฉลย แบบทดสอบก่อนเรียน 1. ค 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ค 7. ข 8. ก 9. ง 10. ง แบบเฉลย แบบทดสอบหลงั เรียน 1. ค 2. ก 3. ค 4. ก 5. ข 6. ค 7. ข 8. ก 9. ง 10. ง สาระการประอบอาชีพ รายวชิ าเลอื ก รหัสวชิ า


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook