สถานท่ีทอ่ งเท่ีรยวจงั หวดั ลาปาง ลาปาง เดิมช่ือ เขลางค์นคร เป็ นเมอื งหลวงคแู่ ฝดกบั อาณาจกั รหริภญุ ไชย ซง่ึ เจ้าเมืองทงั้ สองเป็ นโอรสแฝดของพระ นางจามเทวี นบั เป็ นอกี จงั หวดั ในภาคเหนือท่เี ป็ นแหลง่ อารยธรรมล้านนาไทยทน่ี า่ สนใจ ทงั้ ขนบธรรมเนียมประเพณีท่สี บื ทอด กนั มาแตโ่ บราณ มีวดั วาอารามและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น มรี ถม้าทไี่ มเ่ หมือนใคร มอี าหารการกินแสนอร่อย มีวิถีชีวติ ทเ่ี รียบ ง่าย ทาให้ลาปางกลายเป็ นเมอื งท่มี ีเอกลกั ษณ์โดดเดน่ เป็ นของตนเอง เชน่ ถ้วยชามตราไก่ ทเ่ี ห็นกนั จนค้นุ ชิน สว่ นแหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทางธรรมชาติยงั คงความอดุ มสมบรู ณ์และสวยงาม มอี ทุ ยานแหง่ ชาตหิ ลายแหง่ ทมี่ เี สนห่ ์นา่ ดงึ ดดู มากมาย สงิ่ เหลา่ นที ้ าให้จงั หวดั ลาปางกลายเป็ นจดุ หมายทน่ี กั เดินทางทงั้ หลายต้องแวะเทยี่ วชม มิใชเ่ ป็ นแคเ่ มืองผา่ นอกี ตอ่ ไป และวนั นกี ้ ระปกุ ทอ่ งเทย่ี วก็ได้นาเอา 10 สถานทีเ่ ทย่ี วลาปาง เม่ือมโี อกาสไปเยือนแล้วไมค่ วรพลาดแวะไปสมั ผสั โดยเริ่ม กนั ท่ี 1. วดั พระธาตลุ าปางหลวง วดั พระธาตลุ าปางหลวง ตงั้ อยทู่ ่ตี าบลลาปางหลวง อาเภอเกาะคา เป็ นวดั คบู่ ้านคเู่ มืองลาปางมาแตโ่ บราณ ตามตานาน กลา่ ววา่ มมี าตงั้ แตส่ มยั พระนางจามเทวี ราวปลายพทุ ธศตวรรษที่ 20 เป็ นวดั ไม้ทีส่ มบรู ณ์ทส่ี ดุ แหง่ หนง่ึ ของไทย งดงามด้วย สถาปัตยกรรมเกา่ แกม่ ากมาย ได้แก่ พระธาตลุ าปางหลวง เป็ นพระธาตปุ ระจาปี เกิดของคนปี ฉลู ด้วยเร่ิมสร้างในปี ฉลแู ละเสร็จในปี ฉลเู ช่นกนั ฐานเป็ นบวั ลกู แก้ว สว่ นองค์เป็ นทรงกลมแบบล้านนาภายนอกบดุ ้วยทองจงั โก ยอดฉตั รทาด้วยทองคา มลี ายสลกั ดนุ เป็ นลวดลายประจา ยามแบบตา่ ง ๆ ลกั ษณะเจดยี ์แบบนไี ้ ด้สง่ อิทธิพลตอ่ พระธาตหุ ริภญุ ไชย และพระบรมธาตจุ อมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุ พระเกศาและพระอฐั ิธาตจุ ากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลงั ท่ีรัว้ ทองเหลอื งรอบองค์พระธาตมุ รี ูกระสนุ ปื นที่ หนานทพิ ย์ช้างยงิ ท้าวมหายศปรากฏอยู่ วหิ ารหลวง วหิ ารขนาดใหญ่ทส่ี ร้างเมื่อ พ.ศ. 2019 โดย เจ้าหมนื่ คาเป๊ ก ภายในมีซ้มุ ปราสาททองเป็ นทีป่ ระดษิ ฐานพระ เจ้าล้านทอง ด้านหลงั เป็ นท่ปี ระดษิ ฐานพระเจ้าทนั ใจ บนแผงไม้คอสองมีภาพจิตรกรรมเกา่ แกง่ ดงามเรื่องทศชาติและพรหม จกั ร วหิ ารพระพทุ ธ ไมป่ รากฏวา่ สร้างเมือ่ ใด และใครเป็ นผ้สู ร้าง แต่ประมาณอายไุ มต่ า่ กวา่ 700 ปี เดมิ เป็ นวหิ ารเปิดโลง่ หน้า บนั เป็ นลายดอกไม้ตดิ กระจกสี ภายในประดิษฐานพระประธานเป็นพระพทุ ธรูปปางมารวชิ ยั ขนาดใหญ่เตม็ อาคารก่ออฐิ ถือปนู ศิลปะเชียงแสน และยงั ปรากฏเงาพระธาตภุ ายในวิหารอกี ด้วย
เมื่อหนั หน้าเข้าหาวิหารหลวง ด้านขวามือ คอื วิหารนา้ แต้ม หรือวิหารภาพเขยี นสี (แต้ม แปลวา่ ภาพเขยี น) สร้างเมอ่ื พ.ศ. 2044 เป็ นวหิ ารเปิ ดโลง่ ที่เกา่ แก่ทส่ี ดุ อีกหลงั หนง่ึ ทางภาคเหนอื คงรูปแบบของสถาปัตยกรรมไทยทง่ี ดงาม ภายในไมม่ ีฝ้ า เพดาน กาแพงด้านพระประธานเขียนภาพลายทองบนพนื ้ รักแดง มภี าพจิตรกรรมศิลปะล้านนาบนแผงไม้คอสองท่ีกลา่ วกนั วา่ เกา่ แก่ท่ีสดุ และหลงเหลอื เพยี งแหง่ เดยี วในเมืองไทย อายรุ าวพทุ ธศตวรรษที่ 21 ลงมา แตป่ ัจจบุ นั ภาพเขียนลบเลอื นไปมาก และประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปสาริดปางมารวชิ ยั หน้าตกั กว้าง 1.25 เมตร สงู 1.25 เมตร ซุ้มพระบาท สร้างครอบพระพทุ ธบาทไว้ ฐานกอ่ ขนึ ้ เป็ นชนั้ คล้ายฐานเจดีย์ สร้างเม่อื พ.ศ. 1992 ภายในมองเห็นแสงหกั เห ปรากฏเป็ นเงาพระธาตแุ ละพระวหิ ารในด้านมมุ กลบั แตม่ ีข้อห้ามไมใ่ ห้ผ้หู ญิงขนึ ้ กฏุ ิพระแก้ว เป็ นทป่ี ระดษิ ฐานพระแก้วมรกต ไมป่ รากฏวา่ ใครเป็ นผ้สู ร้างและสร้างเมอ่ื ใด แต่ประมาณอายไุ มต่ า่ กวา่ 400 ปี มาแล้ว วิหารพระเจ้าศิลา เป็ นทปี่ ระดิษฐานพระเจ้าศลิ าซง่ึ เป็ นพระพทุ ธรูปทเ่ี กา่ แกท่ ่สี ดุ ในกรุงละโว้ เมื่อ พ.ศ. 1275 พระบดิ า ของพระนางจามเทวมี อบให้ประดิษฐานไว้ ณ ท่ีนี พพิ ธิ ภณั ฑ์ รวบรวมศลิ ปวตั ถจุ ากท่ีตา่ ง ๆ ท่ีหาชมได้ยาก เช่น สงั เคด็ ธรรมาสน์ คานหาบ ต้พู ระไตรปิ ฎก เป็ นต้น นอกจากนวี ้ ดั พระธาตลุ าปางหลวงยงั เป็ นท่ีประดษิ ฐาน พระแก้วดอนเต้า (พระแก้วมรกต) พระพทุ ธรูปคบู่ ้านคเู่ มอื งของ จงั หวดั ลาปาง เป็ นพระพทุ ธรูปปางสมาธิ ศลิ ปะล้านนาสลกั ด้วยหยกสเี ขยี ว มงี านนมสั การพระแก้วดอนเต้าในวนั เพญ็ เดอื น 12 ของทกุ ปี
2. สะพานรัษฎาภเิ ศก หรือ สะพานขาว สะพานรัษฎาภิเศก หรือ สะพานขาว ตงั้ อยทู่ ถ่ี นนรัษฎา อาเภอเมอื ง เจ้าผ้คู รองนครเป็ นผ้ทู ี่ตงั้ ช่ือจากพธิ ีเฉลมิ ฉลอง รัษฎาภิเษกสมยั รัชกาลท่ี 5 สะพานรัษฎาเป็ นสะพานร่วมสมยั กบั ยคุ อารยธรรมรถไฟมีอายผุ า่ นสงครามโลกครงั้ ท่ี 1 และ 2 มาแล้ว และรอดพ้นจากการโจมตีทงิ ้ ระเบดิ ของฝ่ ายสมั พนั ธมติ รมาได้ด้วยการทาสพี รางตา และด้วยการอ้างวา่ สะพานแหง่ นไี ้ ม่ มปี ระโยชน์ทางยทุ ธศาสตร์ของนางลซู ี สคาร์ลงิ อดตี ผ้อู านวยการโรงเรียนวชิ านารี ซง่ึ เป็ นท่ีปรึกษาของกองทพั สมั พนั ธมติ รใน ขณะนนั ้ แตเ่ ดิมสะพานรัษฎาภิเศกเป็ นสะพานไม้เสริมเหลก็ ชารุดผพุ งั จงึ มกี ารกอ่ สร้างใหมเ่ มอื่ เดอื นมีนาคม พ.ศ. 2460 เป็ น สะพานคอนกรีตเสริมเหลก็ ท่มี คี วามคงทนมากกวา่ สะพานรุ่นเดยี วกนั ท่ไี มเ่ หลอื อยแู่ ล้วในปัจจบุ นั ทบี่ ริเวณสะพานมี เครื่องหมายไกข่ าวและครุฑหลวงประดบั ไว้ตรงหวั สะพาน 3. อทุ ยานแหง่ ชาตแิ จ้ซ้อน อทุ ยานแหง่ ชาตแิ จ้ซ้อน อยใู่ นอาเภอเมืองปาน เป็ นแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วเพอ่ื สขุ ภาพท่ไี ด้รับความนิยมสงู และเป็ นแหลง่ ที่ ดาเนนิ งานตามแนวพระราชดารสั ในการใช้พลงั งานนา้ ธรรมชาตมิ าประยกุ ต์การดาเนนิ งานอยา่ งสอดคล้องเป็ นประโยชน์ อทุ ยานแหง่ ชาติแจ้ซ้อน มพี นื ้ ท่ีครอบคลมุ อาเภอเมืองปาน อาเภอแจ้หม่ และอาเภอเมืองลาปาง มีสภาพป่ าอนั อดุ ม สมบรู ณ์และเป็ นแหลง่ ต้นนา้ ลาธาร เนอื ้ ที่ทงั้ หมดประมาณ 592 ตารางกิโลเมตร ได้รับการประกาศเป็ นอทุ ยานแหง่ ชาตเิ มอื่ วนั ที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2531 เป็ นแนวแบง่ เขตระหวา่ งลาปางและเชียงใหม่ มเี อกลกั ษณ์ทางธรรมชาติทสี่ วยงาม โดยเฉพาะ อยา่ งย่งิ มนี า้ ตกและบอ่ นา้ ร้อนอยใู่ นบริเวณเดยี วกนั ซง่ึ ถือเป็ นความมหศั จรรย์อยา่ งหนง่ึ ฤดทู เ่ี หมาะสาหรับการทอ่ งเทย่ี วและ มอี ากาศเย็นสบาย คือ เดือนพฤศจิกายน-กมุ ภาพนั ธ์ สถานที่ทอ่ งเทีย่ วทน่ี า่ สนใจในอทุ ยาน ได้แก่ บอ่ นา้ ร้ อนแจ้ซ้อน เป็ นแหลง่ นา้ พรุ ้อนทีม่ ีสภาพการเกิดทางธรณีวทิ ยา มี กลนิ่ กามะถนั ออ่ น ๆ จานวน 9 บอ่ ตงั้ อยรู่ วมกนั ในบริเวณพนื ้ ทีท่ ที่ าการอทุ ยานประมาณ 3 ไร่ ภายในพนื ้ ทีม่ โี ขดหนิ น้อยใหญ่ กระจดั กระจายอยทู่ วั่ ไป และมไี อนา้ ลอยกรุ่นขนึ ้ มาจากบอ่ ปกคลมุ รอบบริเวณ นา้ พรุ ้อนมอี ุณหภมู เิ ฉลย่ี 73 องศาเซลเซียส เป็ นทนี่ ยิ มนาไขไ่ กแ่ ละไขน่ กกระทามาแช่ สาหรับไขไ่ กแ่ ช่นานประมาณ 17 นาที ไขแ่ ดงจะแขง็ มรี สชาตมิ นั อร่อย สว่ นไขข่ าวจะ เหลวคล้ายไขเ่ ตา่
นา้ ตกแจ้ซ้อน เป็ นนา้ ตกทก่ี าเนดิ จากลานา้ แมม่ อญ มีนา้ ไหลตลอดทงั้ ปี มแี อง่ นา้ รองรับอยตู่ ลอดสาย ไหลตกลงมาเป็ น ชนั้ ๆ มี 6 ชนั้ อยหู่ า่ งจากที่ทาการอทุ ยาน 3 กิโลเมตร มที างเดนิ ไปสะดวกและสามารถเดินทางจากบอ่ นา้ พรุ ้อนไปถึงนา้ ตกได้, นา้ ตกแมม่ อญ เป็ นนา้ ตกทมี่ นี า้ ไหลแรงจากชะงอ่ นผาสงู ลงสหู่ บุ เหวเบอื ้ งลา่ ง นา้ จะตกลงมาเป็ นชนั้ ๆ สวยงาม ไมเ่ หมาะแก่ การเลน่ นา้ , นา้ ตกแมข่ นุ มลี กั ษณะเป็ นนา้ ตกสายยาว สงู ประมาณ 100 เมตร ไหลลงมาบรรจบกบั นา้ ตกแมม่ อญ ต้องเดนิ ทาง จากทท่ี าการอทุ ยาน 5 กิโลเมตร นกั ทอ่ งเท่ยี วควรติดตอ่ เจ้าหน้าทอี่ ทุ ยานนาทาง ถา้ ผางาม หา่ งจากทีว่ า่ การอาเภอวงั เหนอื 8 กิโลเมตร อยบู่ ริเวณหนว่ ยพิทกั ษ์ฯ ทแี่ จ้ซ้อน 3 (ผางาม) หนว่ ยนอี ้ ยหู่ า่ ง จากที่ทาการอทุ ยาน 60 กิโลเมตร มีถา้ ทสี่ ามารถเข้าไปศกึ ษาและทอ่ งเที่ยวได้ เชน่ ถา้ ฟ้ างาม ถา้ นา้ ถา้ หม้อ เป็ นต้น, ชมดอก เสยี ้ วบาน ในเดือนมกราคม-กมุ ภาพนั ธ์ของทกุ ปี ดอกเสยี ้ วจะบานเต็มผนื ป่ า นกั ทอ่ งเทย่ี วสามารถขบั รถชมดอกเสยี ้ วบานได้ ตามเส้นทางแจ้ซ้อน-บ้านป่ าเหมย่ี ง เป็ นระยะทาง 18 กิโลเมตร, แอง่ นา้ อนุ่ อยตู่ ดิ กบั บอ่ นา้ พรุ ้อน เป็ นแอง่ นา้ ที่เกิดจากการไหล มาบรรจบกนั ของนา้ พรุ ้อนและนา้ เยน็ ทมี่ าจากนา้ ตกแจ้ซ้อน ทาให้เกิดเป็ นนา้ อนุ่ ที่มอี ณุ หภมู เิ หมาะแก่การแช่เป็ นท่สี ดุ ห้องอาบนา้ แร่ มีทงั้ ห้องอาบแร่ สาหรับ 3-4 คน ห้องรวมแบบตกั อาบและบอ่ สาหรับแช่อาบกลางแจ้ง นา้ แร่ทใี่ ช้ตอ่ ทอ่ โดยตรงมาจากบอ่ นา้ พรุ ้อน มอี ณุ หภมู นิ า้ แร่ประมาณ 39-42 องศาเซลเซยี ส ซงึ่ สามารถใช้แชอ่ าบได้ ประโยชน์ของการอาบ นา้ แร่ คอื ช่วยบาบดั ความเมื่อยล้าของร่างกาย ชว่ ยให้ระบบไหลเวียนของโลหติ ดขี นึ ้ ชว่ ยรักษาโรคผวิ หนงั บางชนดิ ได้ เช่น กลาก เกลอื ้ น ผืน่ คนั และยงั ช่วยบรรเทาอาการของโรคกระดกู แตน่ า้ แร่จากทนี่ ไี่ มส่ ามารถใช้ดม่ื ได้เพราะมแี ร่ธาตบุ างชนดิ สงู กวา่ มาตรฐาน นอกจากนอี ้ ทุ ยานได้จดั ทาเส้นทางศกึ ษาธรรมชาติไว้ 2 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางศกึ ษาธรรมชาตนิ า้ ตกแจ้ซ้อน ระยะทาง ประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดนิ ประมาณ 1.30 ชว่ั โมง ผา่ นจดุ สอ่ื ความหมาย 24 จดุ ผา่ นสภาพป่ าและพรรณไม้ท่นี า่ สนใจ หลายชนดิ รวมถงึ อาจพบสตั ว์หายาก และเส้นทางศกึ ษาธรรมชาตินา้ ตกแมเ่ ปียก ระยะทางประมาณ 3.7 กิโลเมตร เป็ น เส้นทางวงรอบเลยี บริมห้วยแมเ่ ปียก ผา่ นจดุ สอ่ื ความหมาย 19 จดุ ใช้เวลาเดนิ ทางประมาณ 2.30 ชวั่ โมง ตลอดเส้นทางให้ ความรู้เกีย่ วกบั ระบบนเิ วศน์
4. วดั พระแก้วดอนเต้าสชุ าดาราม วดั พระแก้วดอนเต้าสชุ าดาราม ตงั้ อยบู่ นถนนสชุ าดา ตาบลเวยี งเหนือ อาเภอเมือง เป็ นวดั เกา่ แก่และสวยงาม มอี ายนุ บั พนั ปี เคยเป็ นท่ีประดษิ ฐานพระพทุ ธมหามณีรัตนปฏมิ ากร (พระแก้วมรกต) ตงั้ แต่ พ.ศ. 1979 เป็นเวลานานถงึ 32 ปี เหตทุ วี่ ดั นี ้ ได้ช่ือวา่ วดั พระแก้วดอนเต้า มตี านานกลา่ ววา่ พระมหาเถระแหง่ วดั นไี ้ ด้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนอื เรียกวา่ หมาก เต้า) และนามาแกะสลกั เป็ นพระพทุ ธรูป ตอ่ มาจงึ ได้อญั เชิญไปประดษิ ฐานทีว่ ดั พระธาตลุ าปางหลวงจนถงึ ปัจจบุ นั ปชู นยี สถานทส่ี าคญั ในวดั พระแก้วดอนเต้า ได้แก่ องค์พระบรมธาตดุ อนเต้า พระเจดยี ์องคใ์ หญ่ซง่ึ บรรจพุ ระเกศาธาตุ ของพระพทุ ธเจ้า, วิหารประดิษฐานพระพทุ ธไสยาสน์ ทีม่ อี ายเุ กา่ แก่พอ ๆ กบั วดั นี ้นอกจากนยี ้ งั มวี หิ ารหลวงทป่ี ระดษิ ฐาน พระพทุ ธรูปปางมารวชิ ยั วหิ ารพระเจ้าทองทิพย์ สร้างโดยพระนางจามเทวี อายกุ วา่ 1,000 ปี ประดิษฐานพระเจ้าทองทพิ ย์ ศิลปะสมยั เชยี งแสน, มณฑป หรือพญาธาตศุ ิลปะแบบพมา่ วหิ ารลายคาสชุ าดาราม ฝี มือชา่ งเชียงแสน ภายในมีจติ รกรรมฝา ผนงั ลวดลายทองงดงาม เป็ นทป่ี ระดิษฐานพระพทุ ธรูปเชียงแสน และยงั มี พพิ ิธภณั ฑสถานแหง่ ล้านนา อนั เป็ นแหลง่ รวบรวม ศิลปวตั ถแุ บบล้านนา เช่น สตั ภณั ฑ์ เครื่องถ้วยกระเบือ้ ง พระพทุ ธรูป เป็ นต้น 5. กาดกองต้า ถนนคนเดนิ กาดกองต้า ตงั้ อยทู่ ่ถี นนตลาดเก่า ริมแมน่ า้ วงั อาเภอเมอื งลาปาง เดิมเป็ นยา่ นชมุ ชนทางเศรษฐกิจทมี่ ีอายุ กวา่ 100 ปี เริ่มจากชยั ภมู ทิ ่เี ป็ นทีร่ ิมแมน่ า้ วงั และตอ่ มาได้พฒั นาไปเป็ นศนู ย์กลางการค้าขายและสง่ ผา่ นสนิ ค้าสาคญั ของ เมอื งลาปาง รูปแบบของสถาปัตยกรรมมคี วามหลากหลายทงั้ ศิลปะตะวนั ตก พมา่ -ไทใหญ่ และจนี หลงั พ.ศ. 2459 ศนู ย์กลาง การค้าแหง่ นถี ้ กู ลดบทบาทลงเนอื่ งจากการตดั ผา่ นเส้นทางรถไฟสายเหนือทม่ี าถงึ ลาปาง ผ้คู นในจงั หวดั จงึ ขยายถิ่นฐานไป ตงั้ อยรู่ อบ ๆ สถานีรถไฟ จนเกิดกลายเป็ นชมุ ชนใหมท่ เี่ รียกวา่ \"ชมุ ชนเก๊าจาว\" แตใ่ นปัจจบุ นั ชมุ ชนแหง่ นไี ้ ด้กลบั มาเป็ นยา่ น การค้าทส่ี าคญั อกี ครัง้ หนงึ่ และคงไว้ซงึ่ รูปแบบที่งดงามของสถาปัตยกรรมดงั้ เดิม กาดกองต้าจาหนา่ ยสนิ ค้าพนื ้ เมอื ง สนิ ค้าทา มอื อาหารพนื ้ บ้าน สนิ ค้าทรี่ ะลกึ ลานกิจกรรม เปิดทกุ วนั เสาร์-อาทติ ย์ เวลา 17.00-22.00 น.
6. วดั เฉลมิ พระเกียรตพิ ระจอมเกล้าราชานสุ รณ์ วดั เฉลมิ พระเกียรติพระจอมเกล้าราชานสุ รณ์ เดมิ เรียกวา่ \"วดั พระพทุ ธบาทป่ ผู าแดง\" ตงั้ อยทู่ ี่ อาเภอแจ้หม่ จงั หวดั ลาปาง ความโดดเดน่ ของสถานทีแ่ หง่ นอี ้ ยทู่ ี่ ภาพอนั งดงามของเจดยี ์เลก็ ๆ สขี าว สร้างขนึ ้ บนภเู ขาสงู เฉียดฟ้ า และล้อมรอบไป ด้วยภเู ขาสงู เป็ นภาพดงึ ดดู ทใี ครหลายคนอยากท่ีจะมาเห็นด้วยตาตวั เองสกั ครัง้ ภายในบริเวณวดั ด้านลา่ ง เป็ นท่ีตงั้ ของตวั \"วดั เฉลมิ พระเกียรติพระจอมเกล้าราชานสุ รณ์\" เมอื่ มาถงึ ยอดเขาด้านบน จะแบง่ เป็ น 2 สว่ น คือฝั่งทางขวาจะได้ขนึ ้ ไปนมสั การ องค์พระธาตุ ซง่ึ ต้องเดินขนึ ้ บนั ไดเลก็ ๆ ชนั ๆ ขนึ ้ ไป แตว่ วิ ด้านบนนนั้ งดงามเป็ นอยา่ งยงิ่ มองเห็นทวิ ทศั น์ของอาเภอแจ้หม่ และ มองเหน็ บริเวณวดั วดั เฉลมิ พระเกียรตฯิ ท่ีอยดู่ ้านลา่ งดสู วยงามยง่ิ นกั 7. หลม่ ภเู ขียว \"หลม่ ภเู ขยี ว\" คอื สถานทท่ี อ่ งเทยี่ วทีต่ งั้ อยใู่ นเขตอทุ ยานแหง่ ชาตถิ า้ ผาไท มีลกั ษณะเป็ นแอง่ นา้ ขนาดใหญ่คล้ายปลอ่ ง ภเู ขาไฟตงั้ อยบู่ นภเู ขา สภาพโดยรอบของหลม่ ภเู ขียว มีลกั ษณะเป็นป่ าดบิ แล้ง รายล้อมไปด้วยหน้าผาท่ีเกิดจากภเู ขาหนิ ปนู มี ความเงียบสงบ และมีสตั ว์หลายชนดิ อาศยั อยเู่ ป็ นจานวนมาก สว่ นภายในหลมุ หรือแอง่ จะมแี หลง่ นา้ ที่มคี วามใส นิ่ง และลกึ มากจนไมส่ ามารถระบไุ ด้ และสามารถมองเหน็ พนื ้ นา้ เป็ นสฟี ้ าไปจนถึงสเี ขียวมรกตได้อกี ด้วย แถมยงั เป็ นท่อี ยอู่ าศยั ของปลา หลายชนดิ ถือเป็ นแหลง่ ทอ่ งเที่ยวสดุ อนั ซนี ทน่ี า่ แวะไปชื่นชมความสวยงามของธรรมชาติ ที่แอบซอ่ นอยไู่ ด้เป็ นอยา่ งดี 8. ศนู ย์อนรุ ักษ์ช้างไทย ศนู ย์อนรุ ักษ์ช้างไทย และสวนป่ าทงุ่ เกวยี น ตงั้ อยทู่ ่บี ้านทงุ่ เกวยี น ตาบลเวยี งตาล อยใู่ นความดแู ลของอตุ สาหกรรมป่ า ไม้ภาคเหนือ องค์การอตุ สาหกรรมป่ าไม้ (ออป.) แตเ่ ดมิ ออป. เป็ นศนู ย์ฝึกลกู ช้างซงึ่ เป็ นแหง่ แรกและแหง่ เดยี วในโลก โดยเริ่ม ดาเนินการมาตงั้ แต่ พ.ศ. 2512 เป็ นสถานทีเ่ ลยี ้ งและฝึกลกู ช้างเพอื่ ให้เช่ือฟังคาสง่ั และมคี วามชานาญในการทาไม้ขณะท่ีแม่ ช้างไปทางานในป่ า และเน่ืองจากมนี โยบายปิดป่ าซง่ึ ทาให้ช้างต้องวา่ งงาน ศนู ย์ฝึกลกู ช้างจงึ ถกู ปรับมาเป็ นสถานทด่ี แู ลช้างแก่ และเจ็บป่ วย และทีน่ ี่ยงั เป็ นสถานที่ตงั้ ของโรงพยาบาลช้างด้วย ตอ่ มาในเดือนมกราคม พ.ศ. 2535 ออป. ได้ก่อตงั้ ศนู ย์อนรุ ักษ์ ช้างไทยขนึ ้ และจดั กจิ กรรมทอ่ งเทย่ี วเชิงนเิ วศน์ ได้แก่
การแสดงช้างอาบนา้ ณ ศนู ย์อนรุ ักษ์ช้างไทยมที งั้ หมดสองรอบทกุ ๆ วนั รอบเช้า 09.45 น. และรอบบา่ ย 13.15 น. โดย มชี ้างจานวน 15 เชือก ลงอาบนา้ อยา่ งพร้อมเพยี งกนั หลงั จากนนั้ ช้างทงั้ หมดจะถือหางของแตล่ ะเชือกและเดินทางเข้าสลู่ าน แสดง การแสดงช้างของศนู ย์อนรุ ักษ์ มี 3 รอบ ได้แก่ รอบแรกเวลา 10.00 น. รอบทสี่ องเวลา 11.00 น. และรอบสดุ ท้ายเวลา 13.30 น. โดยใช้ช้าง 15 เชือกในการแสดง และใช้เวลาประมาณ 40 นาที กิจกรรมโฮมสเตย์ เป็ นกิจกรรมทีไ่ ด้รับความสนใจอยา่ งมากจากนกั ทอ่ งเทยี่ วตา่ งชาติ และศนู ย์อนรุ ักษ์ช้างไทยเป็ นแหง่ แรกในเมืองไทยทน่ี านกั ทอ่ งเที่ยวขนึ ้ ขบ่ี น คอช้าง และสอนให้รู้จกั ทกั ษะเบอื ้ งต้นในการขช่ี ้าง เชน่ เทคนคิ การควบคมุ ช้าง และ ใช้ภาษาคาสง่ั ช้าง โดยใช้ช้างจานวน 12 เชือกในกิจกรรมนี ้ซงึ่ เป็นช้างทมี่ ีความฉลาดและนสิ ยั ดี และช้างเหลา่ นนั้ เป็ นช้างท่ี ทางานเป็ นช้างแสดงในการแสดงช้างของศนู ย์อนรุ ักษ์ช้างไทย (ราคาดไู ด้ที่ thailandelephant.org) กิจกรรมข่ีช้างทอ่ งไพรจะเหมือนกบั โปรแกรมขช่ี ้างแบบโฮมสเตย์ ซงึ่ นกั ทอ่ งเท่ยี วจะได้รับช้างหนง่ึ เชือกตอ่ หนงึ่ คนแตจ่ ะ มีความแตกตา่ ง อยา่ งแรก คือ กจิ กรรมเดินป่ าจะใช้ช้างจานวน 12 เชือก ซง่ึ ช้างเหลา่ นนั้ จะทาหน้าที่เป็ นช้างทใี่ ห้บริการนง่ั ช้าง ชมธรรมชาติ สองกิจกรรมเดินป่ านกั ทอ่ งเท่ยี วจะหดั ฝึกขี่ช้างในพนื ้ ทข่ี องโรงเรียนฝึกควาญช้าง ซงึ่ อยทู่ างใต้ของศนู ยอ์ นรุ ักษ์ ช้างไทย ซง่ึ อยคู่ นละสว่ นกบั การแสดงช้างและโฮมสเตย์และนกั ทอ่ งเทยี่ วทว่ั ไป (ราคาดไู ด้ที่ thailandelephant.org) 9. เหมืองแมเ่ มาะ เหมืองแมเ่ มาะ หรือเหมืองลกิ ไนต์ เป็ นแหลง่ ถา่ นหินซงึ่ ค้นพบเมื่อ พ.ศ. 2460 มปี ริมาณถงึ 630 ล้านตนั และมีอายุ ประมาณ 40 ล้านปี พนื ้ ท่ีเหมืองทงั้ หมดเป็ นของกรมป่ าไม้ มปี ระมาณ 20,000 ไร่ สามารถใช้ได้อกี ประมาณ 50 ปี บริเวณ เหมอื งมีโรงไฟฟ้ าที่ใช้ถา่ นหินชนดิ นเี ้ป็ นเชือ้ เพลงิ ตงั้ อยหู่ ลายโรง สถานทที่ อ่ งเท่ียวบริเวณรอบเหมือนแมเ่ มาะ ได้แก่ พิพิธภณั ฑ์ศนู ย์ถา่ นหนิ ลกิ ไนต์ศกึ ษา (เหมืองแมเ่ มาะ) ซง่ึ ให้ความรู้ ทางธรณีวทิ ยาบริเวณเหมอื งแมเ่ มาะ รวมทงั้ ประวตั คิ วามเป็ นมาของเหมอื งและเทคโนโลยีการผลติ ไฟฟ้ า นาเสนอผา่ น ภาพยนตร์ 3 มิตแิ ละเทคโนโลยที ่ที นั สมยั สวนพฤกษชาติ เป็ นพนื ้ ทท่ี ่ีได้รับการปรับปรุงจากทีท่ งิ ้ ดนิ ให้กลายเป็ นสวนสาธารณะประดบั ด้วยพรรณไม้สวยงาม ภายในสวนยงั เป็ นที่ประดิษฐานพระบรมราชานสุ าวรีย์รัชกาลท่ี 7 ผ้ซู ง่ึ โปรดเกล้าฯ ให้สงวนแหลง่ ถา่ นหนิ ทแ่ี มเ่ มาะ, จดุ ชมวิว และทงุ่ บวั ตอง เป็ นภเู ขาเทียมที่เกิดจากการนาดินในบอ่ เหมืองมากองเก็บไว้ โดยบนยอดดอยมีสวนเฉลมิ พระเกียรติ 84 พรรษา ทม่ี ีทิวทศั น์อนั สวยงาม อกี ทงั้ จดุ ชมววิ ท่ีสามารถมองเห็นทศั นยี ภาพอนั ร่มร่ืนและทงุ่ บวั ตองซงึ่ บานในชว่ งเดอื นพฤศจิกายนถงึ กลางเดอื นธนั วาคม และลานสไลเดอร์ เป็ นลานพนื ้ หญ้าทเ่ี ทลาดลงสบู่ ริเวณสนามกอล์ฟ อยบู่ ริเวณหน้าอาคารจดุ ชมววิ ของ สวนพฤกษชาติ นกั ทอ่ งเที่ยวสามารถนากลอ่ งหรือแผน่ รองสไลด์ลงตามลานพนื ้ หญ้า ซง่ึ เป็ นกิจกรรมทนี่ กั ทอ่ งเทย่ี วไมค่ วร พลาด สามารถเชา่ แผน่ รองลน่ื ได้บริเวณหน้าพิพิธภณั ฑ์
10. ชมเมอื งลาปางบนรถม้า นบั เป็ นเวลาย้อนหลงั ไปชว่ ง 80 ปี ท่ีแล้ว สมยั ของเจ้าบญุ วาทย์วงศ์มานติ ซงึ่ ตรงกบั สมยั รัชกาล ท่ี 5 การคมนาคมขนส่ง ทางรถยนต์ยงั พฒั นาไมถ่ ึงนครลาปาง รถม้าเป็ นพาหนะชนดิ เดียวทไ่ี ด้รับความนิยมในการเดนิ ทางสงู สดุ และสามารถใช้บรรทกุ ของหรือสนิ ค้า รถม้าคนั แรกได้ถกู ซอื ้ มาจากกรุงเทพฯ ขณะนนั้ ทางกรุงเทพฯ มีรถยนต์ใช้มากขนึ ้ บทบาทของรถม้าลากใน กรุงเทพฯ จงึ ลดลงรถม้าจึงได้ถกู นามาใช้ทน่ี ครลาปาง และยงั ได้กระจายไปสเู่ มืองหลกั ของภาคตา่ ง ๆ แตด่ ้วยเหตใุ ดไมป่ รากฏ ผ้ปู ระกอบการรถม้าในเมอื งดงั กลา่ วจงึ เลกิ กิจการไป คงเหลอื แตเ่ ฉพาะจงั หวดั ลาปางแหง่ เดยี ว ทย่ี งั คงใช้รถม้าอยตู่ ราบ จนกระทงั่ วนั นี ้ วดั พระธาตเุ สดจ็ ตงั้ อยทู่ ีบ่ ้านเสด็จ ตาบลเสดจ็ อีกหนงึ่ โบราณสถานขนึ ้ ชื่ออกี แหง่ หนงึ่ ของจงั หวดั ลาปาง ช่ือวา่ วดั พระธาตนุ นั้ มีทมี่ าวา่ เป็ นวดั ทม่ี ีพระบรมสารีริกธาตบุ รรจอุ ยู่ ในจงั หวดั ลาปางมเี พียง 2 วดั คอื วดั พระธาตลุ าปางหลวง และวดั พระธาตเุ สดจ็ มี ตานานกลา่ ววา่ วดั นสี ้ ร้างขนึ ้ ในสมยั พระนางจามเทวี อโุ บสถและวหิ ารตา่ งๆ เชน่ วหิ ารสวุ รรณโคมคา (วหิ ารพระพทุ ธ) วิหาร จามเทวี ซง่ึ เป็ นโบราณสถานทเ่ี กา่ แก่ ได้รับการบรู ณะใหมท่ งั้ หมดแตย่ งั คงสภาพศลิ ปะโบราณให้เห็นได้อยจู่ นปัจจบุ นั กรม ศิลปากรได้ขนึ ้ ทะเบยี นไว้เป็ นโบราณสถานของชาตแิ ล้ว ปชู นียสถานทสี่ าคญั คือ องค์พระธาตเุ สด็จ บรรจพุ ระบรมสารีริกธาตุ เป็ นเจดยี ์แบบล้านนา ลกั ษณะคล้ายพระธาตลุ าปางหลวงแตอ่ งค์เลก็ กวา่ ใครทท่ี ีไ่ ปเท่ียวลาปาง ตา่ งจะต้องเดินทางมาทีน่ เ่ี พื่อ สกั การะองค์พระธาตเุ พ่ือความเป็ นสริ ิมงคลแกช่ วี ติ
Search
Read the Text Version
- 1 - 8
Pages: