Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore Ebook ประวัติ

Ebook ประวัติ

Published by student9015, 2020-07-01 06:14:08

Description: Ebook ประวัติ

Search

Read the Text Version

ในอดตี ส่วนใหญ่ของทวปี ยุโรปมกี ษตั รยิ ์เป็นประมุขสูงสุด ต่อมา จกั รพรรดโิรมนั ได้ล่มสลาย ในช่วงยุโรปสมยั กลาง อารยธรรมตะวนั ตก ถดถอย บา้ นเมอ่ื งแตกแยกจากการเขา้ รุกรานของชนเผา่ เยอรมนั ตอนเหนอื ต่อมาการปกครองแบบ รวมศูนย์อานาจของโรมสลายตวั จงึ เกดิ การปกครองแบบ กระจายอานาจ แต่กษตั รยิ ์จะไม่มอี านาจ แต่ยงั ได้รบั การยกย่อง ในองั กฤษ พระเจา้ จอห์น ทรงยอมรบั แมกนาคาร์ตาหรอื มหากฎบตั ร ทขี่ ุนนาง พระ พอ่ ค้า และประชาชนรวมตวั บงั คบั ให้ พระองค์ยอมรบั ขอตกลงทเ่ีป็นลายลกั ษอกั ษร และจากดั การใชอ้ านาจของกษตั รยิ ์ในเรอ่ื ง ต่างๆ เช่น การเกบ็ ภาษอี ากร และอนื่ ๆ

ต่อมา กษตั รยิ ์พยายามจะละเลยอานาจของรฐั สภา รฐั สภา และประชาชน ได้ก่อการปฏวิ ตั อิ นั รุ่งโรจน์ ขบั กษตั รยิ ์ออกจาก บลั ลงั ก์โดยไม่มกี ารนองเลอื ดและใหก้ ษตั รยิ ์พระองค์ใหม่ยอมรบั ในอานาจของรฐั สภา เป็นการสน้ิ สุดของการพยายามใชอ้ านาจ ปกครองอย่างเดด็ ขาดของกษตั รยิ ์ เป็นการเรมิ่ ต้นของระบอบ กษตั รยิ ์ภายใต้รฐั ธรรมนูญอย่างแทจ้ รงิ ส่วนฝรง่ั เศสและประเทศมหาอานาจในอดตี อนื่ ๆ กลบั มกี าร พฒั นาการระบอบการปกครองแบบสมบูรณาญาสทิ ธริ าชย์ ฝรงั่ เศส หลงั เกดิ เหตุการณ์ความวุ่นวายและสงครามกบั สเปน สภาฐานนั ดร ได้ประกาศยุบตวั และประกาศใหอ้ านาจอธปิ ไตย สูงสุดเป็นขงิ กษตั รยิ ์ จงึ ทาใหไ้ มม่ กี ารเรยี กประชุมสภาฐานนั ดร อกี เลย เป็นเวลา 175 ปี จนก่อนเกดิ การปฎวิ ตั ิ ทาใหก้ ษตั รยิ ์ ใชอ้ านาจมากขน้ึ หลงั จากสงครามสามสบิ ปี สน้ิ สุดลง มหาอานาจต่างๆ กใ็หอ้ านาจอยู่ในมอื ของกษตั รเิพอ่ื ใชเ้ ป็น เครอื่ งมอื ในการขยายอานาจของรฐั

โดยฝรง่ั เศสได้ ผงาดขน้ึ เป็นมหาอานาจประเทศแรก พวกขุนนางต่างสูญเสยี อานาจ จงึ เปลยี่ นสถานะเป็นขา้ ราชาการ ลกั ษณะของระบอบการปกครองทก่ี ษตั รยิ ์เป็นศูนย์กลาง พฒั นาขน้ึ ในปรสั เซยี และประสบความสาเรจ็ ในสมยั ของพระเจา้ เฟรเดอรกิ มหาราช ออสเตรยี ในสมยั ของจกั รพรรดิ มาเรยี เทเรซา ส่วนรสั เซยี ในสมยั ของซาร์ปีเตอร์มหาราชและ ซารนี าแคเทอรนี มหาราช ซงึ่ ได้เรยี กยุคนว้ี ่า ยุคแห่งสบูรณาญาสทิ ธริ าชย์ ในการปฏวิ ตั ฝิ รงั่ ได้มคี วามพยายามลดอานาจของกษตั รษิ ์ นาไปสู่สถาปนาการปกครองแบบสาธารณรฐั แต่ไม่สาเรจ็ เพราะ ฝรง่ั เศสหนั กลบั ไปใชแ้ บบกษตั รษิ ์อกี ครง้ั จงึ ก่อใหเ้ กดิ การ รวมตวั ของมหาอานาจอนื่ ๆ เพอื่ หยุดยง้ั จกั รพรรคนิ โปเลยี น1 และสามารถรบชนะ หลงั จากนนั้ มกี ารฟ้ืนฟูราชวงศ์ต่างๆ ในครสิ ต์ศตวรรษท่ี 19 อานาจของกษตั รษิ ์เรมิ่ ถูก ต่อต้านและมกี ารเรยี กร้อง

สทิ ธิ เสรภี าพ รฐั สภาจงึ มบี ทบาทสาคญั ขน้ึ และกษตั รยิ ์ต้องตก อยู่ภายใต้อานาจการควบคุมของรฐั สภา ลกั ธมิ ากซ์ทเี่กดิ ขน้ึ ก็ มองเหน็ การเอารดั เอาเปรยี บของนายทุนกนั แรงงานและต้องการ เปลย่ี นแปลง ใหส้ งั คมปราศจากชนชนั้ แรงงานและต้องมคี วาม เสมอภาค เมอ่ื สงครามโลกท1่ี จบลง ระบอบการปกครองแบบ กษตั รยิ ์ในรสั เซยี เยอรมนี และออสเตรยี กส็ น้ิ สุดลง เกดิ ระบอบ การปกครองแบบสาธารณรฐั อติ าลแี ละเยอรมนี ได้ประกาศ ปกครองระบอบเผดจ็ การทหาร ต่อมาลทั ธฟิ าสซสิ ต์ ทาให้ เยอรมนเีหมิ เกรมิ และกใ็ห้กดิ สงครามโลกครงั้ ท2ี่ หลงั สงครามโลกครงั้ ท2ี่ แยกการปกครองเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1. ระบอบประชาธปิ ไตย เป็นระบอบทที่ ุกคนมสี ทิ ธแิ ละเสรภี าพ เสมอกนั โดยอยู่ภายใต้กฎหมาย และการปกครองระบอบ ประชาธปิ ไตย เกดิ ขน้ึ ในกรกี โบราณ เมอ่ื 500 ปีก่อน ค.ศ. โดยนครรฐั เอเธนส์เป็นดนิ แดนแห่งแรก โดยมรี ฐั สภาแทประชาชน

2. ระบอบเผดจ็ การการคอมนสิ ต์ เป็นระบอบทอี่ ้างองิ จากลทั ธมิ าสต์ใน การสร้าง โดยชนชนั้ แรงงานเป็น ผูป้ กครองประเทศระบอบเผดจ็ การคอมมวิ นสิ ต์ มเีพยี งพรรค เดยี ว มผี ูน้ าพรรคและผูน้ ารฐั คนเดยี วพอสน้ิ สุดสงครามโลก ครงั้ ท2ี่ กม็ อี กี 16 ประเทศ ต่อมาสหภาพโซเวยี ตล่มสลาย ก็ เหลอื ไมก่ ปี่ ระเทศ เช่น จนี ควิ บา เป็นต้น ในการพฒั นาด้านเศรษฐกจิ ของยุโรป สมยั กลางตอนต้น ชาวนาชาวไร่ต่างได้เสยี อสิ รภาพและได้ตกอยู่ในสงั กดั ของพวก ขุนนางและเจา้ ของทด่ี นิ ซง่ึ อาศยั อยู่ในเขตแมเนอร์หรอื เขตทด่ี นิ ทตี่ กอยู่ในการปกครองของขุนนาง เศรษฐกจิ ของเขตน้เีป็น แบบ พอเลย้ี งตนเอง ต่อมาได้ฟ้ืนตวั จนสามาร๔ก่อตวั เป็น ปึกแผน่ ได้ ได้มปี ระชากรเพม่ิ ขน้ึ และสามารถค้าขายได้ทงั้ ส่งออก กบั ภายในประเทศ

ต่อมาในปลายสมยั กลาง ชาวยุโรปได้สร้างนวตั กรรมต่างๆ เช่น ปืนใหญ่ เครอ่ื งพมิ พ์ เป็นเครอ่ื งพมิ พท์ สี่ ามารถผลติ หนงั สอื ได้มากและมรี าคาถูก ซง่ึ สามารถกระจายความรู้ได้ กวา้ งไกล จงึ ค้นพบความรู้ด้านต่างๆ ได้มกี ารเผยแผศ่ าสนา และสามารถควบคุมการค้าในดนิ แดนโพน้ ทะเลได้ ก่อใหเ้ กดิ การ พฒั นาของเศรษฐกจิ แบบต่างๆ จนถงึ ปจั จุบนั เป็นระบบเศรษฐกจิ ทเี่กดิ พร้อมกบั การก่อตวั ของรฐั ชาติ โดยรฐั เขา้ ควบคุมอุตสาหกรรมและการค้าภายในประเทศ ส่งเสรมิ การดาเนนิ ธุรกจิ ของพอ่ ค้า และกดี กนั การนาเขา้ สนิ ค้าจากต่างประเทศ ลทั ธพิ าณชิ นคิ มจะทาให้ รฐั มน่ั คง เขม้ แขง็ ท้ายทส่ี ุด เกดิ ความขดั แยง้ และเขา้ สู่สงคราม เช่น สงครามเจด็ ปี เป็นต้น

ปลายครสิ ต์ศตวรรษท่ี 18 ได้เกดิ แนวคดิ ไลส์ แฟร์ และ แนวคดิ การค้าเสรี ทกี่ าหนดใหอ้ ุปสงค์ และอุปทาน เป็น ตวั กาหนดกลไกลตลาด ไลส์ แฟร์ หมายถงึ การดาเนนิ นโยบายภายในทรี่ ฐั บาลไมค่ วรเขา้ มากา้ วก่ายกบั การค้า ใหน้ ายทุนแขง่ ขนั กนั อย่างเสรี ทงั้ แนวคดิ ไลส์ แฟร์ และแนวคดิ การค้าแบบเสรี ได้รบั การสนบั สนุนจากชนชนั้ นายทุนอกี ทงั้ สอดคลอ้ งกบั ลทั ธเิสรนี ยิ ม จงึ ทาใหเ้ กดิ ระบบตลาดการค้า เสรแี บบทุนนยิ ม ไปทว่ั โลก โดยใหร้ ฐั สนบั สนุนและออกกฎหมาย เพอื่ คุ้มครองสทิ ธเิสรใี นการทาธุรกจิ และการค้า ในโลกปจั จุบนั แนวคดิ สองอย่างน้ี เป็นนโยบายทส่ี าคญั ของประเทศประชาธปิ ไตย เป็นระบบเศรษฐกจิ ทตี่ ้องการสร้างระบบเศรษฐกจิ ทเี่สมอ ภาคซงึ่ ชนชน้ั แรงงานจะใชอ้ านาจเผดจ็ การ เพอื่ ผลกั ดนั นโยบายสงั คมนยิ มให้บรรลุผลสาเรจ็

ในยุโรปสมยั กลาง เป็นสงั คมแบบฟิวดลั ซง่ึ แบง่ เป็นสาม ฐานนั ดร ได้แก่ กษตั รยิ ์,ขุนนาง นกั บวช และชาวนา,ชาวไร่ ต่อมาในศตวรรษท่ี 11 สงั คมยุโรปได้มชี นชน้ั ใหม่เพมิ่ ขน้ึ มา คอื ชนชน้ั กลาง ทปี่ ระกอบอาชพี ต่างๆ เช่น พอ่ ค้า อาจารย์ ช่างฝี มอื เป็นต้น ชนชน้ั กลางได้ร่วมกนั วางรากฐานความ เจรญิ ให้แก่สงั คมยุโรป และปลูกฝังสงิ่ ต่างๆ เช่นสทิ ธหิ นา้ ที่ และ การจดั เกบ็ ภาษี เป็นต้น เพอื่ นนารายได้ส่วนหนง่ึ มาพฒั นาและ ส่งเสรมิ สงิ่ ต่างๆ และยงั ส่งเสรมิ คุณธรรม สทิ ธิ และเสรภี าพ ซงึ่ เป็นรากฐานของระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตย

สง่ิ ทมี่ อี ทิ ธพิ ลต่อการสร้างสรรค์ผลงานด้าน ศลิ ปวฒั นธรรมของชาตยิ ุโรป มี 2 ประการ ได้แก่ อารย ธรรมกรกี -โรมนั และครสิ ต์ศาสนา ซงึ่ เป็นรากฐานของ วฒั นธรรมตะวนั ตก การสร้างสรรค์ทางศลิ ปวฒั นธรรมของทวปี ยุโรปมี 3 สมยั ได้แก่ ศลิ ปะยุคแห่งศรทั ธา ศลิ ปะยุคฟ้ืนฟูศลิ ปวทิ ยาการ ศลิ ปะแนวสจั นยิ ม สมยั ศิลปะยุคแห่งศรัทธา เกดิ จากอทิ ธพิ ลของครสิ ต์ ศาสนาซงึ่ พลงั ทแ่ี ต่งเตมิ ให้ศลิ ปวฒั นธรรมของยุโรปบรรลุ ความงามและความสมบูรณ์แบบ ทง้ั มกี ารสร้างมหาวหิ ารด้วย ศลิ ปะแบบกอทกิ ในระหว่าง ค.ศ.1100-1300 มจี านวน มากกว่า 500 แห่ง จะมลี กั ษณะสูงเพรยี ว โปร่ง หลงั คา ทรงสูงก่อสร้าง เป็นโค้งแหลม ประตูมลี กั ษณะโค้ง หนา้ ต่างใช้ กระจก เช่น วหิ ารโนตรดาม วหิ ารออร์เวยี ตโต เป็นต้น

ศิลปะยุคฟ้ื นฟูศิลปวิทยาการ เรม่ิ ต้นในอติ าลใีนกลาง ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 14 ยุโรปสามารถฟ้ืนฟูการศกึ ษาและ ผลงานสร้างสรรค์ ทางด้านวจิ ติ รศลิ ปข์ อง กรกี -โรมนั ขน้ึ มาใหม ด้านสถาปตั ยกรรม ได้แก่ วหิ ารเซนต์ ปีเตอร์ นครวาตกิ นั กรุงโรม ประเทศอติ าล ด้านประตมิ ากรรม ได้แก่ รูปสลกั หนิ อ่อนต่างๆ เช่น รปู สลกั หนิ อ่อนเดวดิ รูปสลกั หนิ อ่อนปีเอตะ เป็นต้น ด้านจติ ตกรรม ได้แก่ ภาพกาเนดิ วนี สั ภาพอาหารค่ามอ้ื สุดทา้ ย เป็นต้น

ศิลปะแบบบาโรค จะเนน้ หนกั ไปทางธรรมชาติ แสดงความ อ่อนไหว มลี วดลายประดษิ ฐ์มาก ซบั ซ้อน จดั ได้ว่าเป็นยุคทมี่ ี การสร้างสรรค์งานศลิ ปะเพอื่ การแสดงออกทเ่ีรยี กร้องความ สนใจมากเกนิ ไป มุ่งหวงั ความสะดุดตา เรยี กผูค้ นใหม้ าสนใจ ศาสนา การประดบั ตกแต่งมลี กั ษณะฟ้ ุงเฟ้ อเกนิ ความพอดี ศิลปะสัจนิยม คอื ทศั นศลิ ป์ และวรรณกรรมทแี่ สดงตวั แบบหรอื เรอ่ื งราวตามทป่ี รากฏในชวี ติ ประจาวนั โดยปราศจาก การสร้างเสรมิ หรอื การตคี วามหมาย และหมายถงึ งานศลิ ปะที่ เผยใหเ้ หน็ ถงึ ความเป็นจรงิ ทอ่ี าจจะ เนน้ ความเป็นอปั ลกั ษณ์ ศลิ ปินทเ่ีด่น เช่น โกลด โมแน ปีแยร์ โอกูสต์ เรอนวั ร




Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook