47 2 ข้อสังเกตระหว่างการปฏิบัติการวจิ ยั จากการไปสังเกตการณ์จัดการศึกษา และการสอบถามจากครู และนักเรียนในรายวิชา วิทยาการคานวณ ของครูของครู เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียน พบว่า อุปกรณ์ต่างๆ อย่างเช่นเคร่ืองคอมพิวเตอร์ มีครบถ้วนแล้ว และสิ่งท่ีอย่างให้ช่วยเพิ่มขึ้นมา คือ ตัวสื่อท่ีจะใช้ในการ สอนใหก้ ับนกั เรยี น เนือ่ งดว้ ยสอ่ื ทค่ี รูมี ยังมนี อ้ ย และไมค่ ่อยมคี วามหลกั หลายเท่าไหร่ 3.Problem Tree /Object tree นกั เรยี นไมส่ นใจการเรยี นการสอน นกั เรยี น ครู นกั เรยี นสอื่ การเรยี นการสอนไมน่ า่ สนใจ นกั เรยี นสอื่ การเรยี นการสอนไมน่ า่ สนใจ นกั เรยี นเลน่ โทรศพั ท์ ใชก้ ารสอนแบบเดมิ ๆ สอ่ื การเรยี นการสอนไมน่ า่ สนใจ ผลการสร้างของส่ือแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ผลการตรวจสอบคุณภาพของส่ือแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ โดยผู้เชี่ยวชาญ นาเสนอโดย ตารางที่ 2 ตารางท่ี2 แสดงผลการตรวจสอบคณุ ภาพของสื่อแบบปฏสิ มั พนั ธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจรงิ เสมอื น หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรบั นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ตามความคดิ เหน็ ของผเู้ ช่ียวชาญ ข้อท่ี รายการประเมนิ ความคดิ เห็นสาหรบั ผ้เู ชีย่ วชาญ N=3 ดา้ นเนอื้ หา S.D. แปลความ
48 1 เน้อื หามคี วามสอดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ 4.33 1.15 ระดับมาก 2 เนื้อหามีความเหมาะสม 4.33 1.15 ระดับมาก 3 เนอ้ื หามีความกระชับ ชัดเจน 4.00 1.00 ระดับมาก 4 การจดั ลาดับเน้ือหา มคี วามยากงา่ ย 4.67 0.58 ระดบั มาก 5 ภาษาที่ใชส้ อ่ื ความหมายเข้าใจง่าย 4.00 1.00 ระดับมาก รวม 4.27 0.98 ระดับมาก ตารางท่ี 2 (ต่อ) ขอ้ ที่ รายการประเมนิ ความคิดเห็นสาหรับผ้เู ชย่ี วชาญ N=3 S.D. แปลความ ดา้ นส่ือ 1 ส่ือทใี่ ช้มปี ฎิสัมพันธก์ ับผู้เรยี น 4.33 1.15 ระดับมาก 2 ส่อื การเรียนรู้มีความเหมาะสมสอดคล้องกบั กจิ กรรม 4.67 0.58 ระดบั มาก การเรยี นการสอน 3 ขนาดตัวอักษรมีความเหมาะสม 4.33 1.15 ระดับมาก 4 การจดั รูปภาพมีความเหมาะสม 4.00 1.00 ระดับมาก 5 การตอบสนองสอ่ื กบั ผใู้ ชม้ คี วามรวดเรว็ 4.00 1.00 ระดับมาก รวม 4.27 0.23 ระดบั มาก ดา้ นการวดั ประเมินผล 1 แบบประเมินมีความหลากหลาย 4.00 1.00 ระดบั มาก 2 แบบทดสอบที่ใช้วดั ตรงกับเน้ือหาทเี่ รยี น 4.00 1.00 ระดบั มาก 3 ความเหมาะสมของจานวนข้อสอบ 4.33 0.58 ระดับมาก 4 การวัดและประเมินผลสอดคล้องกบั จุดประสงค์การ 4.00 1.00 ระดบั มาก เรียนรู้ 5 แบบทดสอบมีความยากงา่ ยเหมาะสมกบั ระดบั ชน้ั 4.33 0.58 ระดับมาก รวม 4.13 0.23 ระดับมาก รวมเฉลย่ี ทุกรายการ 4.22 0.23 ระดบั มาก จากตารางท่ี 2 ผลการตรวจสอบคณุ ภาพของสื่อแบบปฏสิ ัมพันธด์ ้วยเทคโนโลยีความเป็นจริง เสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ จากการตรวจสอบ คุณภาพของผเู้ ช่ียวชาญ จานวน 3 ทา่ น ผลปรากฏว่า สื่อแบบปฏิสัมพนั ธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเป็นจรงิ
49 เสมอื น หน่วยการเรยี นรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ มคี า่ เฉลี่ยรวมเทา่ กบั 4.22 อย่ใู นระดบั มาก เม่ือพิจาณาเป็นรายดา้ น พบวา่ ด้านทีม่ ีคา่ เฉล่ยี สูงทส่ี ดุ 2 อนั ดับคือ ดา้ น เน้อื หา และด้านสื่อ มีคา่ เฉล่ียเท่ากับ 4.27, 4.27 และ ดา้ นทม่ี ีค่าเฉล่ียน้อยทสี่ ุด คือดา้ นการวัด ประเมนิ ผล มีค่าเฉล่ยี เท่ากับ 4.13 การเปรียบเทยี บผลทางการเรียนหลงั เรียนเทียบกบั เกณฑ์ ร้อยละ 80 ของนกั เรยี นท่ีเรียนดว้ ยส่ือ แบบปฏิสัมพนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมือนกลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์ หน่วยการ เรยี นรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรับนกั เรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ตารางท่ี 3 แสดงผลการเปรยี บเทียบผลทางการเรยี นหลังเรียนเทียบกับเกณฑ์ ร้อยละ 80 ของ นักเรยี น ท่ีเรยี นดว้ ยสอ่ื แบบปฏิสัมพนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจรงิ เสมือนกลุ่มสาระการ เรียนรู้ วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรับนักเรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2/2 จานวน 14 คน ผลการทดสอบ ���̅��� S.D. t df sig คะแนนเฉล่ยี 26.29 1.32 6.45 13 0.00 *มนี ยั สาคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .01 จากตารางที่ 3 จากการทดลองพบวา่ ค่า t = 6.45 ค่า p-value(sig) = 0.00 ซงึ่ น้อยกวา่ .01 แสดงว่า ไมย่ อมรับ H0 แสดงวา่ H0 ไมเ่ ปน็ จริง (sig) ดงั นน้ั คะแนนจากการสอบหลังเรยี นของนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 สงู กว่าเกณฑท์ ี่กาหนด ไว้ 24 คะแนน อยา่ งมนี ัยสาคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 วดั ทักษะการทางานกลุ่มของนกั เรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทีเ่ รียนด้วยสอ่ื แบบปฏิสมั พนั ธด์ ้วย เทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมือนหน่วยการเรยี นรู้ อินเทอร์เน็ต สาหรบั นักเรียนชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ตารางท่ี 4 แสดงผลการประเมนิ ทกั ษะการทางานกลมุ่ ของนักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 2 ทีเ่ รยี นดว้ ย สื่อแบบปฏิสมั พันธ์ดว้ ย เทคโนโลยีความเป็นจรงิ เสมือน หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบ และหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ ขอ้ ที่ รายการประเมนิ ความคิดเห็นผู้เช่ยี วชาญ N=14 ด้านการวดั ประเมินผล ���̅��� S.D. แปลความ
50 1 ร่วมมอื กันวางแผนและแบ่งหนา้ ท่กี นั ทางานกบั เพื่อน ในกลุ่ม 3.47 0.83 ระดบั พอใช้ 2 ปฏบิ ัติงานหรือทาการทดลอง ตามขัน้ ตอนและวิธีการท่ี ระดบั มาก ได้ตกลงกนั 4.13 0.74 3 การแก้ปัญหาในการทางานได้ดี 4.20 0.56 ระดบั มาก 4 ร่วมแสดงความคิดเห็นท่ีเปน็ ประโยชน์ 4.33 0.49 ระดับมาก ขอ้ ที่ รายการประเมนิ ความคดิ เห็นผเู้ ชี่ยวชาญ N=14 ���̅��� S.D. แปลความ 5 การตกแตง่ มีความเรยี บร้อย สวยงาม 3.67 0.52 ระดับมาก 6 นาเสนอผลงานได้ชดั เจน ตรงตามวตั ถปุ ระสงคแ์ ละ เขา้ ใจง่าย 3.13 0.64 ระดับพอใช้ 7 การนาเสนอมีความนา่ สนใจ 4.47 1.13 ระดบั มาก 8 งานเสรจ็ ทนั เวลาและมีคุณภาพ 4.13 0.96 ระดับมาก 9 ความกล้าแสดงออกของนกั เรยี น 3.73 1.53 ระดับมาก 10 แสดงบุคลกิ ภาพ และนา้ เสียงเหมาะสม 5.00 1.46 ระดับมากทีส่ ุด รวม 4.09 ระดับมาก จากตารางที่ 4 แสดงให้เหน็ วา่ นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 มที กั ษะการทางานกลมุ่ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ โดยภาพรวมอย่ใู นระดบั มาก มคี ่าเฉล่ียเท่ากับ 4.09 เม่ือพิจารณาเปน็ รายข้อ พบว่า ขอ้ ท่ีมีค่าเฉลยี่ สูง ทส่ี ดุ คือ ข้อแสดงบคุ ลกิ ภาพ และนา้ เสียงเหมาะสม มีคา่ เฉลย่ี เทา่ กบั 5.00 รองลงมาคือ การร่วมแสดง ความคิดเห็นทเี่ ป็นประโยชน์ระดับมาก มคี า่ เฉลีย่ เท่ากบั 4.33 และรายการทีม่ ีค่าเฉลีย่ น้อยที่สดุ สอง รายการคือคือ ข้อท2่ี ปฏิบัติงานหรือทาการทดลอง ตามขั้นตอนและวิธกี ารทไ่ี ด้ตกลงกัน และ ข้อที่ 6 นาเสนอผลงานได้ชดั เจน ตรงตามวัตถปุ ระสงคแ์ ละเข้าใจง่ายอยใู่ นระดบั พอใช้ มคี า่ เฉลย่ี เทา่ กบั 3.13
53 บทที่ 5 สรุป อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะ การพฒั นาส่ือแบบปฏสิ มั พนั ธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หนว่ ยการเรียนรู้ องค์ประกอบ และหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรบั นักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 ครง้ั นโ้ี ดยมวี ัตถุประสงค์เพื่อ 1) สร้างสอื่ แบบปฏสิ มั พนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมือน เร่ือง องคป์ ระกอบและหลักการทางานของ คอมพวิ เตอร์ 2)เพื่อเปรียบเทียบผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นหลงั เรยี นของนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่2 ทเี่ รยี น ด้วยสื่อแบบปฏสิ ัมพนั ธด์ ว้ ยเทคโนโลยคี วามเปน็ จริงเสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการ ทางานของคอมพวิ เตอร์ เทยี บกบั เกณฑ์ร้อยละ 80 และ 3) ประเมินทักษะการทางานกล่มุ ของนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 กลมุ่ ตวั อยา่ ง คือ นกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2/2 ทเี่ รยี นในภาค เรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2562 โรงเรยี นแม่ทะพัฒนศึกษา โดยใชว้ ธิ ีการส่มุ อยา่ งง่าย แบบแผนที่ใชใ้ นการวจิ ัย ผูว้ จิ ยั ใชแ้ บบแผนการทดลองแบบ (One-shot case study) โดยมี การทดสอบผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียนหลงั เรียน เนอ้ื หาที่ใชเ้ ป็นเนื้อหาวิชาคอมพิวเตอร์ หน่วยการเรยี นรู้ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการวจิ ยั มี 4 ประเภทคือ 1) แผนการ จดั การเรียนรู้ หน่วยการเรยี นรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ จานวน 2 แผน 2) สื่อการเรยี นรแู้ บบปฏสิ ัมพนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน หนว่ ยการเรียนรู้องค์ประกอบและ หลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 มคี วามเหมาะสมสอดคล้องอยู่ใน ระดบั มาก โดยมคี า่ เฉล่ียรวมเท่ากับ 4.22 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเป็นปรนยั 4 ตวั เลอื ก จานวน10ขอ้ โดยผู้วิจยั ได้ทาการเลอื กข้อคาถามทีม่ ีคา่ ความสอดคลอ้ งตงั้ แต่ 0.66 ขนึ้ ไป และ 4) แบบ ประเมนิ ทักษะของนักเรยี นช้ันมัธยมศึกษาปที ี 2 ท่มี ตี อ่ ส่ือแบบปฏสิ มั พนั ธด์ ้วยเทคโนโลยีความเปน็ จริง เสมอื น หน่วยการเรยี นรอู้ งค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์จานวน 10 ขอ้ คาถาม ผูว้ ิจัยได้นาสอื่ แบบปฏสิ มั พันธด์ ว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จรงิ เสมือน นาสอ่ื แบบปฏสิ ัมพนั ธ์ด้วย เทคโนโลยีความเป็นจรงิ เสมือน หน่วยการเรียนรูอ้ งค์ประกอบ และหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ไปใช้ จรงิ กับกล่มุ เปา้ หมาย คือนักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2/2 ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 จานวน 14 คน โดยการเก็บรวบรวมข้อมูล ผวู้ จิ ยั เป็นผ้ดู าเนนิ การเอง โดยใหผ้ เู้ รียนทาใบงานระหวา่ งเรียน ทาแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น 10 ข้อ และผวู้ ิจัยได้ทาแบบประเมินทักษะการทางานกลุ่ม
54 จานวน 10 ข้อสถิติทใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ข้อมูลคือ สถติ ิพนื้ ฐานได้แก่ ค่าเฉลี่ย คา่ รอ้ ยละ และส่วนเบย่ี งเบน มาตรฐาน สถิตทิ ่ใี ชใ้ นการทดลองสมมุตฐิ านคือ t-test และสถิติท่ีใช้ในการหาคุณภาพของเครื่องมือได้แก่ ดัชนคี วามสอดคล้อง IOC ซง่ึ ผูว้ ิจัยได้นาเสนอสรปุ ผลการศึกษา อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ตามลาดับ ดงั น้ี สรุปผลการวจิ ยั จากการศึกษาและนาส่ือแบบปฏิสมั พันธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจรงิ เสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ ไปใชป้ รากฏผล ดังนี้ 1. ผู้เชีย่ วชาญเห็นวา่ สื่อแบบปฏิสัมพนั ธ์ด้วยเทคโนโลยีความเปน็ จรงิ เสมอื น หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 มคี วามสอดคล้องของ องค์ประกอบตา่ ง ๆ เท่ากับ 4.22 ซึง่ อย่ใู นระดับคุณภาพ ระดบั มาก 2. นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี2 ท่ีเรียนด้วย ส่ือแบบปฏสิ ัมพนั ธด์ ว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจรงิ เสมือน หนว่ ยการเรยี นรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ มผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูง กว่าเกณฑท์ ี่กาหนดรอ้ ยละ 80 3. นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปีที 2 มที ักษะการทางานกลมุ่ ในการทากิจกรรมและใบงานหลังจารกก เรยี นด้วยสื่อแบบปฏิสมั พันธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเปน็ จริงเสมอื น หน่วยการเรียนรู้ องคป์ ระกอบและ หลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มาก มีค่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.09 อยู่ในระดบั มาก อภปิ รายผลการศึกษา ในการพัฒนาส่ือแบบปฏสิ ัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเปน็ จรงิ เสมอื น กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ สาหรบั นกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ผูศ้ ึกษาไดอ้ ภิปรายผลการศึกษาไวด้ ังน้ี การสร้างสื่อแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์สาหรับนักเรียนชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
55 ผลการสร้างสอ่ื แบบท่สี มั พันธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสมือน กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ หนว่ ยการเรียนรู้ องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์สาหรับนกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ความคิดเห็นจากผเู้ ชย่ี วชาญพบวา่ สอ่ื แบบปฏสิ ัมพนั ธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเปน็ จรงิ เสมอื น กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ประกอบและหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ มจี านวน 3 ด้าน มีความเหมาะสมสอดคลอ้ งอย่ใู นระดบั มาก มีค่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.22 อยใู่ นระดบั มากนบั ว่า เปน็ เพราะส่ือแบบปฏสิ ัมพนั ธ์ ดว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน มอี งคป์ ระกอบต่างๆที่สาคญั และแปลก ใหม่ แตกต่างจากส่ือท่ีนกั เรยี นได้สัมผสั หรือได้ใช้จากปกติ สาหรบั นักเรยี นโรงเรียนแม่ทะพัฒนศึกษา ซง่ึ ประกอบดว้ ยสอื่ มลั ตมิ เี ดยี ไมว่ ่าจะเปน็ ภาพ เสียง และกราฟกิ ตา่ งๆ ท้ังการตอบสนองของตัวโปรแกรม ให้ผเู้ รยี นได้สัมผสั และควบคุมการดาเนนิ เร่ือง ท่เี ปน็ การจาลองอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์อยู่ในโลกเสมอื น พร้อมกับมีกระบวนการจดั การเรยี นการสอนอยา่ งครบถ้วนและกระบวนการจดั ทาทีถ่ ูกต้อง ตามขนั้ ตอน ของ จีระศกั ด์ิ นาประดิษฐ์ และสธุ ดิ า ชัยชมชน่ื (2019) ได้กลา่ วถึงองค์ประกอบและขั้นตอนในการพัฒนา ระบบความเป็นจริงเสมือนทางด้านการศึกษา โดยองค์ประกอบทส่ี าคัญต่อการพัฒนาระบบความเปน็ จริง เสมอื นกจ็ ะมีในเรื่องของ 1.ทรพั ยากร 2.โมดูการเรียนรู้ 3.โมดูการนาเสนอเชงิ เปรยี บเทียบ 4.ระบบความ จรงิ เสมอื น 5.ผ้อู อกแบบ ผ้สู อน และผู้เรียน ขั้นตอนท่ีใชใ้ นการออกแบบและพัฒนาความเป็นจริงเสมือน ทางด้านการศึกษา ก็ประกอบไปดว้ ย 10 ขั้นตอนดงั นี้คือ 1.การกาหนดวัตถปุ ระสงค์เฉพาะหลกั สตู ร 2.การเลือกวตั ถุประสงค์ท่จี ะใช้ในการจาลองสถานการณ์ 3.การกาหนดระดบั ความสมจรงิ 4.การเลอื ก ระดับการควบคมุ แบบปฏสิ ัมพนั ธ์ 5.ทีมผพู้ ฒั นาและออกแบบเลือกฮาร์ดแวร์และซอฟตแ์ วร์ 6.ออกแบบ และสร้างสภาพแวดล้อมเสมือนจรงิ 7.ประเมนิ สภาพแวดล้อมเสมือนจริงกับกลุม่ นาร่อง 8.ปรับเปลยี่ น สภาพแวดล้อมเสมือนจริงตามการประเมินในข้นั ตอนท่ี7และทาซา้ จนกวา่ จะพอใจ 9.ประเมิน สภาพแวดลอ้ มจริงกับกลุ่มเป้าหมาย และ 10.ปรับเปลี่ยนสภาพแวดลอ้ มเสมือนตามการประเมนิ ใน ข้ันตอนที่ 9และ 10 จนกวา่ ตรงความต้องการ ผลการการสร้างสอ่ื แบบปฏสิ ัมพนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความจริงเสมือน นาไปใชก้ ับกลมุ่ เป้าหมายคือ นกั เรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 2/2 โรงเรยี นแมท่ ะพัฒนศึกษา จานวน 14 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2562 พบวา่ ช่วยแกป้ ญั หาได้ในหลายๆ เรอ่ื งเชน่ ใหผ้ ้เู รยี นสนกุ ไปกับการเรียนและสมั ผัสถึงความแตกตา่ ง กบั ส่อื แบบปกติ และการจดั การเรยี นการสอนแบบกลุ่มยงั ช่วยเพม่ิ ทักษะการสอื่ สาร การตดั สนิ ใจโดยให้ ผเู้ รยี นทกุ คนมีโอกาสได้แสดงความคดิ เห็นแลกเปลีย่ นความคิดเห็นภายในกลุม่ ให้ทกุ คนช่วยการวิเคราะห์
56 และแบ่งหนา้ ทอ่ี ยา่ งเป็นระบบ อีกท้งั ยงั ชว่ ยเพ่มิ แรงกระตนุ่ ให้ผูเ้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ ท้ังนเ้ี ป็นเพราะการ ดาเนินการสร้างสื่อมกี ารสร้องอยา่ งเป็นข้นั ตอน ตั้งแต่การศกึ ษา วธิ ีการสร้าง ศึกษาเอกสารเก่ยี วกับ งานวจิ ยั ตา่ งๆทเ่ี กี่ยวขอ้ งส่ือแบบปฏิสัมพนั ธ์ด้วยเทคโนโลยคี วามเปน็ จริงเสมือน โดยนาไปให้ผู้เชยี่ วชาญ ตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมตรงกับเน้ือหาว่าตรงกบั วัตถปุ ระสงค์ท่กี าหนดไว้หรอื ไมอ่ ยา่ งไร และได้ปรับปรุงตามความคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ เพอื่ เปรยี บเทียบผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนหลงั เรียนของนักเรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่2 ทเี่ รียน ดว้ ยสื่อแบบปฏิสัมพันธด์ ว้ ยเทคโนโลยคี วามเปน็ จริงเสมือน หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและ หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ เทียบกบั เกณฑ์ ร้อยละ 80 ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 หลงั จากท่เี รยี นดว้ ยสอ่ื แบบปฏสิ ัมพนั ธ์ ด้วยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสมอื น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้องคป์ ระกอบและ หลกั การทางานของคอมพิวเตอร์ จานวน 14 คน ทาแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนหลงั เรียน ไดค้ ะแนนเฉลีย่ เท่ากบั 26.29 ซึง่ เมื่อเทยี บกบั เกณฑ์ ที่กาหนดร้อยละ 80 ได้คา่ 24 พบวา่ นกั เรยี นมี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนมากกว่าเกณฑ์ทก่ี าหนดอย่างมนี ยั สาคัญทางสถิติ ทรี่ ะดบั .05 เป็นเพราะ ส่ือแบบ ปฏสิ ัมพนั ธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน ได้ผา่ นการดาเนินการอย่างเปน็ ระบบ และเป็นขั้นตอน ทมี่ ีประสทิ ธภิ าพและประสทิ ธิผลตามเกณฑ์ทก่ี าหนด ซ่ึงสอดคล้องกับงานวจิ ัยของ เสาวภา กล่ินสงู เนนิ และสมเกียรติ ตนั ตวิ งคว์ านชิ () การพัฒนาเทคโนโลยเี สมือนจรงิ เรือ่ งหลักการทางานของคอมพวิ เตอร์ สาหรับนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 โดยมวี ัตถุประส่งดังนี้ โดยมีวตั ถุประสง่ เพื่อ เปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ ทางการเรียน ของนักเรียนทเี่ รียนด้วยสือ่ เทคโนโลยีเสมอื นจริง กบั นักเรียนท่เี รียนด้วยวิธีปกติ โดย ผลการวิจัยพบว่า ส่อื เทคโนโลยเี สมอื นจรงิ เร่ืองหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ มี นกั เรียนทเ่ี รยี นดว้ ยสอื่ เทคโนโลยเี สมือนจรงิ เร่อื งหลักการทางานคอมพวิ เตอรม์ ีผลสัมฤทธิท์ างการเรียน สงู กว่านกั เรียนทเ่ี รียนที่ เรยี นดว้ ยวิธีปกติอย่างมีนยั สาคัญทางสถิตทิ รี่ ะดบั .05 และยงั สอดคลอ้ งกบั งานวจิ ัยของ อุไรวรรณ ศรไี ชยเลิศ และสรเดช ครุฑจ้อน (2560) การพัฒนาสื่อการสอนด้วยเทคโนโลยโี ลกเสมือนจรงิ 2 มติ ิแบบมี ปฏสิ มั พนั ธเ์ ร่ือง ปรากฏการณ์ของโลกและเทคโนโลยีอวกาศ สาหรบั นักเรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี6 วตั ถปุ ระสงค์เพ่อื เปรียบเทยี บผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนและหลังเรียน กลมุ่ เปา้ หมายท่ีใช้ในการทดลอง คอื นักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 6/3 ภาคเรียนท่ี 1/2560 โรงเรยี นวัดอ้อมน้อย จานวน32 คน โดยวิธกี าร
57 ส่มุ อยา่ งง่ายผลการวิจยั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนของผูเ้ รียนหลังเรียน (������̅ = 25.22, S.D. = 2.67) สูงกว่า กอ่ นเรียน (������̅ = 11.09, S.D. = 3.49) อยา่ งมีนัยสาคญั ทางสถติ ิท่รี ะดบั .05 ศกึ ษาทกั ษะการทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี2 ทเี่ รยี นดว้ ยส่ือแบบปฎิสัมพนั ธ์ ด้วยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสมอื นหนว่ ยการเรยี นรู้องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ทักษะการทางานกลุ่มของนกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ท่ีมีต่อสอื่ แบบปฏสิ มั พันธ์ด้วยเทคโนโลยี ความเปน็ จริงเสมือน กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ หน่วยการเรยี นรู้องค์ประกอบและหลักการทางาน ของคอมพวิ เตอร์ เปน็ ภาพรวมอยู่ในระดบั มากมีค่าเฉลย่ี เท่ากบั 4.09 ท้ังนเ้ี ปน็ เพราะ สอื่ แบบปฏสิ มั พันธ์ เทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมอื น มีกระบวนการสร้างและพฒั นาท่ีถูกต้องตามขน้ั ตอนและมีคุณภาพมีการ เรียงลาดับเนือ้ หาจากง่ายไปยาก มีคาแนะนาการใช้งานที่ชัดเจน และมคี วามแปลกใหม่ทนั สมยั น่าสนใจ ดงึ ดูดใจผเู้ รยี น นักเรยี นสามารถเรยี นร้ไู ด้ดว้ ยตนเองได้เต็มศกั ยภาพมีความกระตือรอื รน้ ในการเรียนรู้ ขอ้ เสนอแนะ จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยส่ือแบบปฏิสัมพันธ์ด้วยเทคโนโลยีความเป็นจริง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรับนักเรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 ผู้วจิ ัยมขี อ้ เสนอดังน้ี ขอ้ เสนอแนะท่ัวไป 1.ควรจัดอปุ กรณ์ ฮารด์ แวร์ ( แว่นวีอาร์ ) ใหเ้ พียงพอต่อจานวนทเุ รียน เพอ่ื ให้การ จดั การ ดาเนินไปอย่างมีประสทิ ธิภาพ 2.ควรเพมิ่ ซีน หรือจานวนหอ้ งในตัวระบบท่เี ราสร้างขึ้นให้มากกว่านี้เพื่อใหผ้ ู้เรียนเกิด ความสนใจ ข้อเสนอแนะในการทาวิจยั ครง้ั ต่อไป 1.ผจู้ ัดทาวิจัยควรทาแบบสอบถามหาคา่ ความยากง่าย และอานาจจาแนก ก่อนนา ข้อสอบไปใช้จริงกับการจดั การเรียนการสอน 2. ควรที่จะพัฒนาตอ่ ยอดใหม้ ีเสยี งประกอบ
บรรณานกุ รม สำนกั งำนรัฐบำลอเิ ลก็ ทรอนกิ ส(์ องคก์ ำรมหำชน)(สรอ.). (2560). (รำ่ ง) แผนพฒั นำรฐั บำลดจิ ทิ ัลของประเทศ ไทย. maymatavee. (2016). ทฤษฎกี ำรเรียนรู้กลุม่ ปญั ญำนิยม. ทฤษฎีกำรเรียนรู้กลมุ่ ปญั ญำนยิ ม. เสำวภำ กลนิ่ สงุ่ เนิน สมเกยี ติ ตนั ติวงศ์มำณิช และศิริรตั น์ เพช็ ร์แสงสี. (2558). กำรพัฒนำสอื่ เทคโนโลยี เสมอื นจริง เรอ่ื งหลกั กำรทำงำยของคอมพวิ เตอร.์ วำรสำรครศุ ำสตรอ์ ตุ สำหกรรม, เอกรฐั วะรำโภ อรวรรณ แท่งทอง. (2562). ส่ือกำรเรียนรดู้ ำวเครำะหใ์ นระบบสรุ ิยะดว้ ยเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) กรณศี กึ ษำนกั เรยี น ชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 4 . วำรสำรโครงงำนวทิ ยำกำร คอมพิวเตอรแ์ ละเทคโนโลยสี ำรสนเทศ . กระทรวงศึกษำธกิ ำร. (2560). สำนักบริหำรงำนกำรมัธยมศกึ ษำตอนปลำย สำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำ ข้นั พ้ืนฐำน. สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศึกษำขั้นพน้ื ฐำน กระทรวงศึกษำธกิ ำร. จงกลกลำง ดร.สิรนิ ำถ. (2561). กำรศกึ ษำทกัษะกำรเรยี นรใู้ นศตวรรษท่2ี 1 ของนกั เรยี นมัธยมศกึ ษำตอน ปลำย. วำรสำรวัจิย มหำวทิยำลยัขอนแกน่ (ฉบบั บัณฑิตศึกษำ) สำขำมนษุ ยศำสตร์และสงั คมศำสตร์, ธชั ชยั . (2559). Virtual Reality เทคโนโลยคี วำมเป็นจริงเสมอื น. นำง จำนง สันตจติ . (2556). ADDIE MODEL. ใน นำง จำนง สนั ตจิต, แนวคดิ ทฤษฎีกำรจดั กำรนวัตกรรมเพ่อื กำรพฒั นำในอนำคต. ประสำท เนืองเฉลมิ . (2556). วิจัยกำรเรยี นกำรสอน. กรุงเทพ ฯ: สำนกั พมิ พ์แห่งจุฬำลงกรณ์มหำวทิ ยำลัย. น้อมศรี เคท, วรสุดำ บญุ ยไวโรจน์ ทิศนำ แขมมณ.ี (2528). กำรพฒั นำรปู แบบกำรฝึกทักษะกำรทำงำนกลมุ่ สำหรับนกั เรียนระดบั ประถมศึกษำ. จฬุ ำลงกรณม์ หำวิทยำลยั .
ภาคผนวก
55 ภาพผนวก - ภาพกิจกรรมระหวา่ งดาเนินการวิจยั - แผนการสอนที่ใช้ในการทาวิจัย - ชุดกจิ กรรม/ชดุ ฝกึ ทักษะ - แบบทดสอบ / แบบวดั / แบบประเมิน - การวิเคราะห์จาก Excel
56 ภาพกิจกรรมระหวา่ งดาเนนิ การวิจยั
57
58 ภาพตัวอยา่ งส่อื แบบปฏสิ ัมพันธด์ ว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจรงิ เสมอื น
59 แผนการสอนทใ่ี ชใ้ นการทาวิจยั แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2562 หน่วย/บทที1่ เรอ่ื ง องค์ประกอบของคอมพวิ เตอร์ วนั ท่.ี ......... เดือน………..………พ.ศ. …..…. ใช้ เวลา…….…….…ชั่วโมง/คาบ 1. มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด/ ผลการเรยี นรู้ ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการแกป้ ญั หาทพี่ บในชีวิตจริงอย่างเป็นข้นั ตอนและ เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแก้ปญั หาได้ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ รู้เท่าทนั และมจี ริยธรรม รวบรวมข้อมูล ประมวลผลขอ้ มลู โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรอื บรกิ ารบนอนิ เทอรเ์ น็ตเพอ่ื ช่วยในการตัดสินใจและแกไ้ ขปัญหา ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ 2. สาระสาคญั ในปจั จบุ นั ขอ้ มลู เปน็ สง่ิ ทม่ี คี วามสาคัญมา ดันนั้นการรวบรวมข้อมลู ท่ีจงึ เปน็ สิง่ สาคัญ โดยท่ีผรู้ วบรวมขอ้ มลู จะต้องรู้ว่าข้อมูลน้ัน เปน็ ข้อมลู ปฐมภมู ิหรือทตุ ิยภูมิ เพอื่ จะไดเ้ ห็น ถึงความนา่ เชื่อถือของข้อมูลดว้ ย 3. จุดประสงค์การเรยี นรู้ ด้านความรู้ 1. อธิบายองคป์ ระกอบแตล่ ะส่วนของคอมพิวเตอรไ์ ด้ 2. บอกหน้าทีอ่ งคป์ ระกอบคอมพิวเตอร์แต่ละส่วนได้ ด้านทกั ษะกระบวนการ 1. ยกตัวอย่างการประยุกต์ระบบคอมพวิ เตอร์ในชวี ติ ประจาวัน 2. เลือกใชซ้ อฟตแ์ วรป์ ระยกุ ตไ์ ดถ้ ูกตอ้ ง
60 ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุ่งมัน่ ในการทางาน สมรรถนะทสี่ าคัญของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการสอื่ สาร 3. ความสามารถในการแก้ปญั หา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 4. สาระการเรียนรู้ 1. องค์ประกอบคอมพิวเตอร์ 5. กจิ กรรมการเรยี นรู้ ข้นั นาเขา้ สู่บทเรียน 1. ครกู ล่าวทกั ทายนักเรียน 2. ครูบอกกับนกั เรียนวา่ วนั น้เี ราจะเรียน ในเรอ่ื ง องค์ประกอบและหลกั การทางานคอมพิวเตอร์ 3. จากนน้ั ครูถามตงั้ คาถาม “ว่านกั เรยี นคดิ วา่ คอมพวิ เตอรจ์ ะทางานได้ ต้องประกอบด้วย อะไรบา้ ง ” 4. นักเรียนอาจจะตอบว่ารู้ หรือไมร่ ู้ ถ้านกั เรยี นตอบวา่ รู้ ถ้านักเรยี นตอบวา่ รู้กใ็ ห้นกั เรยี นอธิบาย ว่า เปน็ อยา่ งไร ขัน้ สอน 5. จากน้นั ครอู ธิบายวา่ องค์ประกอบและหลกั การทางานคอมพวิ เตอรเ์ ป็นอย่างไร 6. ครุบอกใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วเอาโทรศัพทข์ ้ึนมา เปดิ แอพพลิเคชนั้ ทใ่ี ห้ โหลดเม่อื คาบก่อน
61 7. ครแู จกแว่น VR BOX ให้แต่ละกลุ่ม จากนน้ั ทาการศกึ ษาเนอ้ื หา VR จากสอ่ื แบบปฏสิ ัมพันธ์ ด้วยเทคโนโลยคี วามเปน็ จรงิ เสมอื น 8. จากนน้ั ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะคนททาการเขียน Mind map เก่ียวกบั องค์ประกอบคมพวิ เตอร์ และ หลักการคอมพิวเตอร์ พร้อมกบั ตกแต่งให้สวยงาม 9. แลว้ ให้นกั เรยี นทาใบงาน เรอื่ งอปุ กณค์ อมพิวเตอร์ ขัน้ สรปุ 10. ครูใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมาอธิปลาย 11. ครแุ ละนักเรยี นร่วมกนั สรปุ องคป์ ระกอบคอมพิวเตอรแ์ ละหลักการทางานคอมพวิ เตอร์ 12. จากนน้ั ครูแจกขอ้ สอบ ใหน้ ักเรยี นทา 6. ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้ - ใบงานเร่ืองอปุ กรณค์ อมพวิ เตอร์ - สอื่ แบบปฏสิ มั พันธด์ ้วยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสมอื น - Mind map เรื่ององคป์ ระกอบคอมพวิ เตอร์ 7. การวดั ผลและประเมนิ ผล 7.1 การวดั ผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครอ่ื งมือ ด้านความรู้ 1.ใหน้ กั เรยี นทาใบงาน เรอ่ื ง ความ ใบงาน ดา้ นทักษะกระบวนการ องคป์ ระกอบคอมพิวเตอร์ ตอบถกู ได้ 1 แบบทดสอบ คะแนน ตอบผิดได้ 0 คะแนน 2. นักเรียนทาแบบทดสอบ 30 ขอ้ 30 คะแนน วัดโดยการประเมินทกั ษะกระบวนการในประเดน็ แบบประเมนิ ทกั ษะดา้ น เก่ียวกับ การยกตัวอย่างการประยุกต์ระบบ กระบวนการ
62 คอมพิวเตอรใ์ นชีวติ ประจาวัน และใช้งาน โปรแกรมประยุกตใ์ นการแก้ปัญหา ด้านคณุ ลกั ษณะ วดั โดยการสงั เกตคณุ ลกั ษณะผเุ้ รียน 3 ดา้ น แบบประเมนิ ด้าน อันพึงประสงค์ คอื คณุ ลกั ษณะองั พง่ึ ประสงค์ สมรรถนะทส่ี าคัญ 1. มีวินยั ของผเู้ รยี น 2. ใฝเ่ รียนรู้ แบบประเมินดา้ น 3. มงุ่ มน่ั ในการทางาน สมรรถนะผ้เู รยี น วดั โดยการสงั เกตผเู้ รียนใน 3 ด้านได้แก่ 1. ความสามารถในการคดิ 2. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7.2 เกณฑก์ ารประเมนิ ผล แบบทดสอบ 1) ด้านความรู้ ใบงาน (10 คะแนน) (10 คะแนน) 9-10 คะแนน หมายถงึ ดีมาก 9-10. คะแนน หมายถงึ ดมี าก 7-8 คะแนน หมายถงึ ดี 7-8 คะแนน หมายถงึ ดี 5-6 คะแนน หมายถึง พอใช้ 5-6 คะแนน หมายถึง พอใช้ 0-4 คะแนน หมายถึง ปรบั ปรุง 0-4 คะแนน หมายถงึ ปรบั ปรุง หมายเหตุ ด้านความร้เู กณฑผ์ ่าน รอ้ ยละ 70 ทกุ ประเด็นการประเมนิ
63 2) ด้านทกั ษะกระบวนการ คะแนนระหวา่ ง 7-8 คะแนน หมายถงึ ดมี าก คะแนนระหว่าง 5-6 คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนระหว่าง 3-4คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนระหว่าง 1-2 คะแนน หมายถึง ดีมาก หมายเหตุ ไดค้ ะแนน 4 ขน้ึ ไป ถือว่าผา่ นเกณฑ์การประเมนิ 3) ดา้ นคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ 2 ขึน้ ไปทุกตวั ชวี้ ดั ถอื วา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน 4) ด้านสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ได้ระดบั คุณภาพ 2 ขนึ้ ไปทุกตัวชวี้ ัด ถือวา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน 8. กิจกรรมเสนอแนะ (บอกรายละเอียดหรอื ขอ้ เสนอแนะอน่ื ๆ ที่จะช่วยพฒั นากระบวนการเรยี นรู้) 1. นักเรียนศกึ ษาความรเู้ พม่ิ เติมจากแหลง่ ข้อมลู ทม่ี ีให้ 2. นกั เรยี นมกี ารทบทวนบทเรยี น 9. ข้อเสนอแนะ ใชส้ อนได้ ควรปรบั ปรงุ ………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ………..…………………….……… () ครูพเ่ี ลย้ี ง วนั ท.่ี .......เดอื น..............พ.ศ............
64 10. บนั ทกึ หลังการจดั การเรียนรู้ ผลทเ่ี กิดข้นึ แก่ผู้เรียน ด้านความรู้ จานวนนกั เรียนทผ่ี ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....................... จานวนนักเรียนทไ่ี มผ่ า่ นเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นรอ้ ยละ....................... ด้านทักษะกระบวนการ จานวนนักเรยี นที่ผ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....................... จานวนนักเรยี นทไี่ มผ่ ่านเกณฑ.์ .................คน คดิ เปน็ ร้อยละ....................... ด้านคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ จานวนนักเรียนทีผ่ า่ นเกณฑ.์ .....................คน คดิ เป็นร้อยละ....................... จานวนนกั เรยี นทม่ี าผ่านเกณฑ.์ .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ....................... ด้านสมรรถนะผเู้ รียน จานวนนกั เรียนทผี่ ่านเกณฑ.์ .....................คน คดิ เปน็ ร้อยละ....................... จานวนนักเรียนทีม่ าผา่ นเกณฑ.์ .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ....................... 11. ปัญหาและอปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
65 12. แนวทางการแกป้ ญั หา …………………………………………………………………………………………………………………….………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชอ่ื )……………………………….……………. (นายทวีคุณ แสงสรทวศี ักด์ิ ) ผู้สอน
66 แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2562 หน่วย/บทท1่ี เร่ือง หลกั การทางานคอมพิวเตอร์ วนั ท่ี.......... เดอื น………..………พ.ศ. …..…. ใช้ เวลา…….…….…ชัว่ โมง/คาบ 1. มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั / ผลการเรียนรู้ ว 4.2 เข้าใจและใชแ้ นวคิดเชงิ คานวณในการแก้ปญั หาทพี่ บในชีวติ จริงอยา่ งเปน็ ขั้นตอนและ เป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแก้ปญั หาได้ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ รเู้ ทา่ ทัน และมจี รยิ ธรรม รวบรวมขอ้ มลู ประมวลผลข้อมลู โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรอื บรกิ ารบนอินเทอรเ์ น็ตเพอ่ื ช่วยในการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ 2. สาระสาคัญ ในปจั จบุ นั เทคโนโลยี คอมพวิ เตอร์ต่าง เปน็ สิ่งทม่ี คี วามสาคญั มา ดันนั้นหลกั การทางานของ คอมพิวเตอรจ์ งึ ความสาคญั เปน็ อยา่ งมาก เราจงึ ควรรู้เก่ียวกบั หลากการทางานว่าคอมพวิ เตอรม์ รี ะบบ การทางานอยา่ งไร เพอ่ื ท่เี ราจะสามารถใชง้ านได้อย่างถกู ตอ้ ง 3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ด้านความรู้ 1. ร้จู กั หลกั การทางานของอุปกรณค์ อมพวิ เตอร์ 2. อธิบายขน้ั ตอนการทางานของคอมพวิ เตอรไ์ ด้ ด้านทักษะกระบวนการ 1. เขยี นขน้ั ตอนการทางานของระบบคอมพวิ เตอรไ์ ด้ 2. ใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ในการแกไ้ ขปญั หาได้
67 ด้านคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. ม่งุ ม่นั ในการทางาน สมรรถนะทสี่ าคญั ของผเู้ รียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการส่ือสาร 3. ความสามารถในการแกป้ ญั หา 4. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 4. สาระการเรยี นรู้ 1. หลักการทางานของคอมพิวเตอร์ 5. กิจกรรมการเรยี นรู้ ข้นั นาเขา้ ส่บู ทเรียน 1. ครูใหน้ ักเรยี นดทู เี่ ครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ แลว้ สนทนาเก่ยี วกบั หลกั การทางานของเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ 2. ซักถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั หน้าทแ่ี ละอุปกรณข์ องหนว่ ยรบั เขา้ หนว่ ยประมวลผลกลางและหนว่ ยสง่ ออกวา่ มี หนา้ ทอ่ี ะไรและประกอบดว้ ยอปุ กรณ์อะไรบ้าง 3. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายว่าการทางานของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีความเหมือนหรอื แตกต่างจากการ ทางานของสมองคนอย่างไร 4.นักเรยี นแบง่ กลมุ่ ออกเปน็ 3คนแลว้ ใหเ้ รยี นดว้ ยแวน่ VRเทคโนโลยคี วามเปน็ เสมอื นจรงิ 5.แตล่ ะกลมุ่ วางแผนศกึ ษาเรื่องอปุ กรณ์คอมพวิ เตอร์ดว้ ยด้วยแวน่ VRเทคโนโลยีความเปน็ เสมือนจริงนาเสนอผล หน้าช้นั เรียนและรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นโดยมีครคู รูคอยเพม่ิ เติมในส่วนของเนอ้ื หาทย่ี ังไมส่ มบรู ณ์ใหส้ มบรู ณ์ ยิง่ ขึ้น 6.ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั อภปิ รายสรุปความรทู้ ่ีได้จากการศกึ ษาส่ือเทคโนโลยเี สมือนจริง 7.ใหน้ ักเรยี นทาใบงานที่ 1เรื่องประเภทของอปุ กรณค์ อมพวิ เตอรแ์ ลว้ ชว่ ยกนั เฉลยคาตอบ
68 ส่อื /แหลง่ การเรียนรู้ - ใบความรู้ -ใบงานที่ 1เรอื่ งหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ - สอ่ื แบบปฏสิ มั พันธ์ดว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมอื น 7. การวัดผลและประเมินผล วธิ กี ารวดั เคร่ืองมอื 7.1 การวดั ผล จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.ใหน้ ักเรียนทาใบงาน เรอื่ ง ใบงานท่ี 1เรอ่ื ง ใบงาน ดา้ นความรู้ ประเภทของอปุ กรณ์คอมพิวเตอร์ ดา้ นทกั ษะกระบวนการ วัดโดยการประเมินทักษะกระบวนการใน แบบประเมินทักษะด้าน ประเดน็ เก่ยี วกบั กระบวนการ 1.เขียนขั้นตอนการทางานของระบบ คอมพวิ เตอร์ได้ 2.ใชง้ านโปรแกรมประยกุ ต์ในการแกไ้ ข ปัญหาได้ ดา้ นคณุ ลักษณะ วดั โดยการสงั เกตคณุ ลกั ษณะผเุ้ รยี น 3 ดา้ น แบบประเมนิ ดา้ น อันพงึ ประสงค์ คือ คณุ ลักษณะอังพง่ึ ประสงค์ 1.มีวินยั 2.ใฝ่เรียนรู้ 3.มงุ่ มัน่ ในการทางาน
69 สมรรถนะทสี่ าคญั วัดโดยการสงั เกตผเู้ รยี นใน 3 ดา้ นไดแ้ ก่ แบบประเมนิ ด้าน ของผ้เู รียน 1.ความสามารถในการคดิ สมรรถนะผู้เรยี น 2.ความสามารถในการแกป้ ญั หา 3.ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี 7.2 เกณฑ์การประเมินผล 1) ดา้ นความรู้ ใบงาน (10 คะแนน) 9-10 คะแนน หมายถงึ ดีมาก 7-8 คะแนน หมายถึง ดี 5-6 คะแนน หมายถึง พอใช้ 0-4 คะแนน หมายถงึ ปรับปรงุ หมายเหตุ ดา้ นความรเู้ กณฑผ์ ่าน รอ้ ยละ 70 ทกุ ประเดน็ การประเมิน 2) ด้านทักษะกระบวนการ คะแนนระหวา่ ง 7-8 คะแนน หมายถึง ดมี าก คะแนนระหว่าง 5-6 คะแนน หมายถงึ ดีมาก คะแนนระหวา่ ง 3-4คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนระหวา่ ง 1-2 คะแนน หมายถึง ดีมาก หมายเหตุ ได้คะแนน 4 ขึน้ ไป ถือวา่ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ
70 3) ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ได้ระดับคุณภาพ 2 ขนึ้ ไปทกุ ตัวชวี้ ดั ถือว่าผ่านเกณฑก์ ารประเมิน 4) ด้านสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน ไดร้ ะดับคณุ ภาพ 2 ขนึ้ ไปทกุ ตวั ชี้วดั ถอื วา่ ผ่านเกณฑก์ ารประเมิน 8. กจิ กรรมเสนอแนะ (บอกรายละเอยี ดหรอื ขอ้ เสนอแนะอนื่ ๆ ทจ่ี ะชว่ ยพัฒนากระบวนการเรียนรูข้ อง) 1. นักเรยี นศกึ ษาความรเู้ พมิ่ เติมจากแหล่งขอ้ มลู ทมี่ ีให้ 2. นกั เรียนมกี ารทบทวนบทเรียน 9. ข้อเสนอแนะ ใชส้ อนได้ ควรปรบั ปรงุ ………………………………………………………………………………………………………………. ลงชื่อ………..…………………….……… () ครพู ่ีเลี้ยง วนั ท่ี........เดือน..............พ.ศ............
71 10. บันทึกหลงั การจัดการเรียนรู้ ผลที่เกดิ ขนึ้ แกผ่ ้เู รียน ดา้ นความรู้ จานวนนกั เรียนทีผ่ ่านเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....................... จานวนนักเรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ....................... ด้านทักษะกระบวนการ จานวนนักเรยี นทผ่ี า่ นเกณฑ์......................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....................... จานวนนกั เรยี นทไ่ี ม่ผ่านเกณฑ.์ .................คน คิดเป็นร้อยละ....................... ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ จานวนนักเรียนที่ผา่ นเกณฑ์......................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ....................... จานวนนักเรียนทม่ี าผา่ นเกณฑ.์ .................คน คดิ เป็นรอ้ ยละ....................... ด้านสมรรถนะผเู้ รยี น จานวนนกั เรียนทผ่ี า่ นเกณฑ์......................คน คิดเปน็ รอ้ ยละ....................... จานวนนักเรยี นที่มาผา่ นเกณฑ.์ .................คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ....................... 11. ปญั หาและอปุ สรรค …………………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 12. แนวทางการแกป้ ญั หา …………………………………………………………………………………………………………………….………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………… (ลงชื่อ)……………………………….……………. (นายทวคี ณุ แสงสรทวีศกั ดิ์ ) ผสู้ อน
72 ตัวอยา่ ง แบบวัดความรจู้ ากการใชส้ ่อื แบบปฏสิ ัมพนั ธด์ ้วยเทคโนโลยีความเปน็ จรงิ เสมอื น ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะทากลมุ่ ทาการสรปุ เป็นมายเมป
73 ใบงาน 1 มอี ะไรในคอมพวิ เตอร์ 6 1 1 5 2 13 1 1 4 1 ตอนที่ 1 อปุ กรณภ์ ายนอก ให้นักเรียนดูภาพด้านบน แลว้ เติมขอ้ ความในตารางให้ถกู ตอ้ ง หมายเลข ชือ่ อปุ กรณ์ เป็นอปุ กรณใ์ นหนว่ ย 1 2 3 4 5 6 ช่อื ..................................นามสกลุ ..........................................ชน้ั ..............เลขท่ี................
74 ตวั อยา่ ง แบบทดสอบ สาหรับนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 2 เรอื่ งองคป์ ระกอบคอมพวิ เตอร์ 1.ขอ้ ใดเป็นอปุ กรณ์นาเขา้ ( input ) ก.จอภาพ ข.คีย์บอร์ด ค.ตัวเคร่ือง ง.เครอ่ื งพิมพ์ 2.อปุ กรณท์ เี่ ป็นได้ทัง้ อปุ กรณร์ บั เขา้ และสง่ ออก เราเรยี กว่าอะไร\" ก.Digizier ข.Terminal ค.Input / Output Unit ง.Input/Output Device 3.ข้อใด ไม่ใช่สว่ นประกอบของฮารด์ แวร์ ก.ซพี ยี ู ข.โปรแกรม ค.เมาส์ ง.จอภาพ 4.ขอ้ ใดคอื ความหมายของ Hardware ก.เครอื่ งคอมพวิ เตอร์ และโปรแกรมตา่ ง ๆ ทม่ี อี ยู่ในเครอื่ งคอมพิวเตอร์ ข.เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ และอุปกรณต์ ่อพว่ งท้งั หมด ค. เคร่ืองคอมพวิ เตอร์ อปุ กรณ์ตอ่ พ่วงทงั้ หมด พร้อมทงั้ โปรแกรมตา่ ง ๆ ทมี่ อี ย่ใู นเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ง. เครอ่ื งคอมพิวเตอร์ โปรแกรมตา่ ง ๆ ท่ีมอี ยใู่ นเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ พร้อมทงั้ โปรแกรมตา่ ง ๆ ท่ยี ัง ไมไ่ ด้ ตดิ ต้ัง 5.ข้ันตอนใดทีถ่ ือเปน็ หวั ใจของคอมพวิ เตอร์ ก.ประมวลผล ข.นาเสนอผลลพั ธ์ ค.เกบ็ ขอ้ มลู
75 ง.รบั คาส่ัง 6.อปุ กรณ์ในข้อใดทีเ่ ปรียบไดก้ บั สมองของคอมพิวเตอร์ ก.CPU ข.RAM ค.ROM ง.HardDisk 7.ฮารด์ ดสิ ก์เป็นอุปกรณ์ทใี่ ชเ้ กบ็ ข้อมลู จดั อยู่ในประเภทใด ก.หนว่ ยความจาช่ัวคราว ข.หน่วยความจาถาวร ค.หน่วยความจาหลัก ง.หน่วยความจารอง 8.ข้อใดเป็นอปุ กรณแ์ สดงผล (output) ก.เมาส์ ข.แป้นพมิ พ์ ค.เคร่ืองพมิ พ์ ง.ซพี ียู 9.ข้อใดคอื ความหมายของ Software ก.โปรแกรมระบบ ข.โปรแกรมประยกุ ต์ ค.โปรแกรมคาส่ังเครอื่ ง ง.ถูกทกุ ขอ้ 10.อุปกรณ์ในขอ้ ใดไม่เขา้ พวก ก.จอภาพ ข.ลาโพง ค.เครือ่ งพิมพ์ ง.ไมโครโฟน
76 ตัวอยา่ งแบบประเมินทักษะกลุม่ สาหรับผู้เรียน แบบประเมนิ ทกั ษะการทางานกลมุ่ ของผู้เรยี น คาชีแ้ จง ใหท้ ่านทาเครือ่ งหมาย ลงในชอ่ งท่ตี รงกบั ระดบั ความคดิ เหน็ ของทา่ นรายวชิ าคอมพิวเตอร์ เรือ่ ง องคป์ ระกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ลาดับ รายการประเมิน คะแนน ที่ 5 4 3 2 1 1 รว่ มมอื กนั วางแผนและแบ่งหนา้ ทก่ี ันทางานกบั เพอ่ื นใน กลุ่ม 2 ปฏบิ ัตงิ านหรอื ทาการทดลอง ตามขัน้ ตอนและวิธีการท่ีได้ ตกลงกนั 3 การแกป้ ญั หาในการทางานได้ดี 4 รว่ มแสดงความคดิ เหน็ ทเี่ ปน็ ประโยชน์ 5 การตกแต่งมีความเรียบร้อย สวยงาม 6 นาเสนอผลงานได้ชัดเจน ตรงตามวัตถุประสงค์และเขา้ ใจ ง่าย 7 การนาเสนอมคี วามนา่ สนใจ 8 งานเสร็จทนั เวลาและมคี ุณภาพ 9 ความกลา้ แสดงออกของนักเรียน 10 แสดงบุคลกิ ภาพ และน้าเสียงเหมาะสม ข้อเสนอแนะ …………………………………………………………………...…………………………………………………………………...………… ………………………………………………………...…………………………………………………………………...…………………… ……………………………………………………………...…………………………………………………………………...…………… ลงช่อื ........................................... (......................................) ผู้ประเมิน
77 ผลการประเมินความเหมาะสมสอดคลอ้ งในองค์ประกอบต่างๆของแผนจัดการเรยี นรสู้ าหรบั ผเู้ ชี่ยวชาญ เพ่ือหาความตรงของเนอื้ หาโดยใช้มาตราสว่ นประเมินค่า (Rating scale) โดยผเู้ ชยี่ วชาญ ตารางที่ 1 แสดงผลพจิ ารณาความเหมาะสมสอดคลอ้ งในองคป์ ระกอบต่างๆของแผนจัดการเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรู้ องคป์ ระกอบและหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ สาหรบั ผ้เู ชี่ยวชาญ ข้อ รายการประเมนิ ความคิดเห็นผ้เู ชยี่ วชาญ 1 2 3 ̅������ S.D. 1 การกาหนดมาตรฐานการเรยี นรู้/ตวั ชี้วดั สอดคล้องกบั กิจกรรมการ 4 5 5 4.67 0.58 เรยี นรู้ 2 คาอธิบายรายวิชา มีความเหมาะสมชดั เจน และตรงประเด็น 4 5 4 4.33 0.58 3 แผนการจัดการเรียนรูม้ ีองค์ประกอบสาคัญครบถว้ น 4 5 5 4.67 0.58 4 แผนการจดั การเรยี นรสู้ อดคล้องสัมพันธ์กับหน่วยการเรยี นรู้ที่ 5 55 5 0 กาหนดไว้ 5 ภาษาทใ่ี ชส้ ื่อความหมายเข้าใจง่าย 4 4 5 4.33 0.58 6 จดั เนื้อหาสอดคล้องกับจดุ ประสงคด์ า้ นความรู้ 5 55 5 0 7 กิจกรรมสอดคล้องกบั จดุ ประสงค์ด้านทักษะ 5 5 4 4.67 0.58 8 การกาหนดเน้ือหาสาระเหมาะสมกบั คาบเวลา 4 5 4 4.33 0.58 9 ช้ินงานและภารงานมคี วามเหมาะสมกบั ระดับช้ัน 4 5 5 4.67 0.58 10 ภาระงานของนักเรียนสอดคล้องกบั จุดประสงค์ 4 5 4 4.33 0.58 11 วัสดอุ ุปกรณ์ สื่อและแหลง่ เรียนรู้เหมาะสมกบั เน้ือหาสาระ 4 5 5 4.67 0.58 12 สอื่ มีความหลากหลาย 4 44 4 4 13 กจิ กรรมการเรยี นรู้มีความหลักหลาย และเนน้ ผเู้ รียนเปน็ สาคญั 4 44 4 4 14 มกี ารวดั และประเมนิ ผลท่สี อดคล้องกับมาตรฐาน/ตวั ชีว้ ดั / ผลการ 4 5 5 4.67 0.58 เรียนร้เู หมาะสม 15 เขยี นสาระสาคญั ได้ถูกต้อง 4 5 4 4.33 0.58 รวม 4.51 1.25
78 ผลการประเมนิ ความเหมาะสมสอดคลอ้ งในองค์ประกอบต่างๆของแผนจัดการเรยี นรสู้ าหรับ ผเู้ ชีย่ วชาญ เพ่อื หาความตรงของเนื้อหาโดยใช้มาตราสว่ นประเมินคา่ (Rating scale) โดยผู้เชีย่ วชาญ ตารางที่ แสดงผลพจิ ารณาความเหมาะสมสอดคลอ้ งในองค์ประกอบต่างๆของแผนจดั การเรยี นรู้ หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ สาหรับผเู้ ชย่ี วชาญ ข้อ รายการประเมิน ความคดิ เห็นผู้เชีย่ วชาญ 1 2 3 ������̅ S.D. 1 การกาหนดมาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวช้วี ัดสอดคล้องกบั กิจกรรมการ 4 5 5 4.67 0.58 เรียนรู้ 2 คาอธบิ ายรายวิชา มคี วามเหมาะสมชดั เจน และตรงประเด็น 4 5 4 4.33 0.58 3 แผนการจดั การเรียนรู้มอี งค์ประกอบสาคัญครบถ้วน 4 5 5 4.67 0.58 4 แผนการจดั การเรียนรูส้ อดคลอ้ งสัมพันธ์กับหน่วยการเรียนรู้ท่ี 5 55 5 0 กาหนดไว้ 5 ภาษาท่ีใช้สอื่ ความหมายเขา้ ใจง่าย 4 4 5 4.33 0.58 6 จดั เนอ้ื หาสอดคล้องกับจดุ ประสงคด์ ้านความรู้ 5 55 5 0 7 กจิ กรรมสอดคล้องกับจดุ ประสงคด์ า้ นทักษะ 5 5 4 4.67 0.58 8 การกาหนดเน้ือหาสาระเหมาะสมกบั คาบเวลา 4 5 4 4.33 0.58 9 ช้ินงานและภารงานมีความเหมาะสมกับระดับช้นั 4 5 5 4.67 0.58 10 ภาระงานของนักเรียนสอดคล้องกับจุดประสงค์ 4 5 4 4.33 0.58 11 วัสดอุ ปุ กรณ์ ส่ือและแหลง่ เรยี นรเู้ หมาะสมกบั เน้ือหาสาระ 4 5 5 4.67 0.58 12 สือ่ มคี วามหลากหลาย 4 44 4 4 13 กิจกรรมการเรยี นร้มู ีความหลักหลาย และเน้นผู้เรยี นเปน็ สาคัญ 4 44 4 4 14 มกี ารวดั และประเมินผลท่ีสอดคลอ้ งกับมาตรฐาน/ตวั ช้วี ัด/ ผลการ 4 5 5 4.67 0.58 เรยี นร้เู หมาะสม 15 เขยี นสาระสาคัญไดถ้ กู ตอ้ ง 4 5 4 4.33 0.58 รวม 4.51 1.25
79 ผลการประเมนิ ทักษะ ทมี่ ตี อ่ สือ่ แบบปฏสิ มั พันธ์ ดว้ ยเทคโนโลยคี วามเป็นจริงเสมอื น หน่วยการเรียนรู้ องค์ประกอบและหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ สาหรับผู้เชย่ี วชาญ ตารางท1่ี 2 แสดงความพึงพอใจ ที่มตี ่อสอื่ แบบปฏสิ มั พนั ธ์ ดว้ ยเทคโนโลยีความเปน็ จริงเสมอื น หนว่ ย การเรยี นรู้ องค์ประกอบและหลกั การทางานของคอมพวิ เตอร์ สาหรบั ผเู้ ช่ยี วชาญ รายการ ความคดิ เห็นของผู้เชยี่ วชาญ ���̅��� S.D ประเมนิ 123 4.33 0.58 454 4.33 0.58 1 544 4.00 0.00 2 444 4.33 0.58 3 445 4.00 0.00 4 444 4.67 0.58 5 554 3.67 0.58 6 443 4.33 0.58 7 544 4.33 0.58 8 454 4.33 0.58 9 445 4.23 0.24 10 รวมคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ
80 การวิเคราะห์จาก Excel คนท่ี คะแนน เกณฑท์ กี่ าหนด t-Test: Paired Two Sample for Means 18 8 28 8 Variable Variable 12 38 8 Mean 8.57 8.00 49 8 Variance 0.26 0.00 59 8 Observations 14.00 14.00 68 8 Pearson Correlation #DIV/0! 79 8 Hypothesized Mean Difference 0.00 89 8 df 13.00 99 8 t Stat 4.16 10 9 8 P(T<=t) one-tail 0.00 11 8 8 t Critical one-tail 1.77 12 9 8 P(T<=t) two-tail 0.00 13 9 8 t Critical two-tail 2.16 14 8 8
ประวตั ผิ จู้ ดั ทำ ชอ่ื – สกลุ นายทวีคณุ แสงสรทวศี กั ดิ์ ชอื่ เลน่ เกง๋ รหสั นกั ศกึ ษำ 59181550107 คณะ ครศุ าสตร์ สำขำวชิ ำ คอมพิวเตอร์ ปจั จบุ นั ศกึ ษำอยทู่ ี่ มหาวิทยาลยั ราชภัฏลาปาง ตดิ ตอ่ E-mail [email protected] Facebook The’k Keng