ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 1
คำนำ เอกสารคมู่ ือนกั เรยี น และผปู้ กครอง ของโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) จดั ทาข้ึน โดยมี จุดมุ่งหมายให้นักเรียนและผู้ปกครองได้มีความรู้ ความเข้าใจเก่ียวกับการปฏิบัติ และ ระเบียบต่าง ๆ ของโรงเรียนท่ีนักเรียนและผู้ปกครองควรทราบ เพ่ือให้นักเรียน ได้ปฏิบัติตนได้ อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม โรงเรียนหวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากผู้ปกครองและนักเรียนทุกคนในการปฏิบัติตาม แนวทาง ระเบียบของโรงเรยี น โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ คูม่ อื นักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 1
สำรบัญ คำนำ หนา้ สำรบัญ ก ข ขอ้ มลู พนื้ ฐำนโรงเรียนบำ้ นพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร)์ 1 โครงสร้ำงกำรบริหำรโรงเรยี น 3 สำนสจ์ ำกผูอ้ ำนวยกำรโรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) 4 5 คณะครูและบุคลำกรโรงเรียน 7 คณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำขั้นพ้ืนฐำน 8 9 ทำเนยี บผูบ้ ริหำรสถำนศึกษำ 12 ยุทธศำสตร์และแนวทำงกำรพฒั นำโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรงุ รำษฎร์) 13 กลมุ่ บรหิ ำรวชิ ำกำร 20 23 หลักสตู รโรงเรยี น 30 โครงสร้ำงหลักสูตรสถำนศกึ ษำ 31 32 เกณฑ์กำรวัดและประเมนิ ผลกำรเรยี น 33 งำนทะเบยี นวัดผล 41 งำนแนะแนว 43 กลมุ่ บรหิ ำรงำนบคุ คลและกิจกำรนักเรยี น 44 ระเบียบวำ่ ด้วยกำรปกครองนักเรียนท่วั ไป พ.ศ.2565 45 46 ระเบยี บวำ่ ดว้ ยกำรพกพำโทรศพั ท์เคลื่อนที่มำโรงเรียน พ.ศ. 2565 47 ระเบยี บว่ำด้วย “แนวปฏบิ ัตกิ ำรนำจักรยำนยนต์มำโรงเรียนและกำรสวมหมวก 47 นริ ภยั ” ปีกำรศกึ ษำ 2565 48 49 กำรพ้นสภำพกำรเป็นนกั เรียน กลมุ่ บรหิ ำรทั่วไป งำนอำคำรสถำนท่ี งำนอนำมยั โรงเรยี น งำนประชำสัมพนั ธ์ งำนประกนั อุบัตเิ หตุ กำรติดตอ่ ส่อื สำรกบั ทำงโรงเรยี น คู่มอื นักเรยี นและผปู้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 2
คู่มือนักเรยี นและผู้ปกครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) อาเภอปราสาท จังหวดั สรุ นิ ทร์ ขอ้ มูลพื้นฐำนโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) 1. ข้อมูลท่ัวไป ช่อื สถำนศกึ ษำ โรงเรียนบำ้ นพลวง(พรหมบำรงุ รำษฎร์) ตง้ั อยู่เลขท่ี 80 หมู่ 14 ตำบลบ้ำนพลวง อำเภอ ปรำสำท จงั หวดั สรุ นิ ทร์ รหัสไปรษณีย์ 32140 โทรศพั ท์ 044- 551261 สงั กัด สำนกั งำนเขตพื้นทกี่ ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำสุรินทร์ เขต 3 สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขน้ั พ้นื ฐำน กระทรวงศึกษำธิกำร เปิดสอน ระดับชนั้ อนบุ ำลปีที่ 2 ถึง ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษำปีที่ 3 2. ข้อมลู ผบู้ ริหาร 1) ชื่อ-สกุลผู้บริหำร นำยศักดิ์ชัย เลิศอรุณรัตน์ วุฒิกำรศึกษำสูงสุดปริญญำโท สำขำกำรบริหำร กำรศึกษำ ดำรงตำแหน่งท่ีโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) ต้ังแต่ 11 เดือน พฤศจิกำยน พ.ศ. 2563 จนถงึ ปัจจบุ ัน 2) รองผู้อำนวยกำร ช่ือ-สกุล นำงสำวสุรัตยำ ลีละพัฒน์ วุฒิกำรศึกษำสูงสุดปริญญำโท สำขำกำร บริหำรกำรศึกษำ ดำรงตำแหน่งทโี่ รงเรยี นน้ตี ัง้ แต่ 11 ตลุ ำคม 2564 จนถงึ ปัจจบุ นั 3) จำนวนบุคลำกรปีกำรศึกษำ 2565 ครูอัตราจ้าง เจ้าหนา้ ที่ รวมทง้ั หมด 3 อ่ืน ๆ 21 นักศึกษาฝึก 2 บคุ ลากร ผูบ้ ริหาร ข้าราชการครู ประสบการณ์ วชิ าชพี จำนวน 2 11 3 คู่มือนกั เรยี นและผปู้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 3
3. ขอ้ มลู นกั เรยี น จานวนนักเรียนปกี ารศึกษา 2565 รวม 361 คน ระดบั ช้นั ปฐมวยั -มัธยมศึกษาตอนตน้ ระดบั ชัน้ เรียน จานวนห้อง เพศ รวม ชาย หญงิ อนบุ ำล 2 1 15 14 29 อนุบำล 3 1 11 18 29 รวม 2 26 32 58 ประถมศกึ ษำปที ี่ 1 2 16 22 38 ประถมศึกษำปีที่ 2 1 16 19 35 ประถมศกึ ษำปีท่ี 3 1 13 12 25 ประถมศกึ ษำปีที่ 4 2 17 18 35 ประถมศึกษำปที ี่ 5 2 25 16 41 ประถมศกึ ษำปที ี่ 6 2 19 13 32 รวม 10 106 100 206 มัธยมศึกษำปที ่ี 1 2 28 16 44 มัธยมศึกษำปที ี่ 2 1 19 8 27 มธั ยมศึกษำปีท่ี 3 1 12 15 27 รวม 4 59 39 98 รวมทัง้ หมด 16 191 171 362 4. ปฏทิ ินนบั วนั เรยี น ปีการศึกษา 2565 คมู่ ือนักเรยี นและผปู้ กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 4
โครงสร้ำงกำรบริหำรโรงเรยี น ค่มู อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 5
สำนสจ์ ำกผู้อำนวยกำรโรงเรยี นบำ้ นพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร)์ โรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) ขอตอ้ นรับและแสดงควำมยนิ ดีกับนกั เรยี น และผูป้ กครองทุก ท่ำน ที่ให้ควำมไว้วำงใจส่งบุตรหลำนเข้ำมำศึกษำ ขอให้มั่นใจว่ำโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์)จะให้ ควำมรู้ ดูแลควำมประพฤติ กำรปฏิบัติตนให้มีคุณธรรม จริยธรรม และให้นักเรียนเรียนรู้ได้อย่ำงมีคุณภำพ สำมำรถไปศึกษำต่อในระดับท่ีสงู ขึ้นได้ ในปีกำรศึกษำ 2565 นี้โรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) มีนโยบำยและจุดเน้นสำคัญในเร่ือง กำรส่งเสริมและพัฒนำให้ครูผู้สอนจัดกำรเรียนกำรสอนโดยใช้เทคโนโลยีท่ีทันสมัยด้วยรูปแบบที่หลำกหลำย เน้นกำรปฏิบัติจริง และเรื่องกำรดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้เป็นไปตำมระบบมำตรฐำนควำมปลอดภัยของ สถำนศึกษำ ซ่ึงจะเป็นกำรพัฒนำคุณภำพกำรศึกษำของโรงเรียนให้สูงข้ึน นักเรียนมีคุณภำพชีวิตที่ดีและมี ควำมสุขในกำรเรียน คู่มือนักเรียน และผู้ปกครองเล่มนี้ โรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) มีจุดประสงค์เพ่ือให้ นกั เรยี น และผูป้ กครองทุกคนไดท้ รำบกฎระเบยี บ ขอ้ ปฏบิ ัตติ ำ่ ง ๆ ขอให้นักเรยี น และผปู้ กครองได้อำ่ นและทำ ควำมเข้ำใจให้ทอ่ งแท้ในทกุ ๆ เร่อื ง เพ่ือกำรปฏบิ ัติตนไดอ้ ย่ำงถกู ต้อง และในโอกำสน้ขี ออวยพรให้นกั เรียนทุก คนทไี่ ด้ศึกษำ ณ โรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์)ไดอ้ ย่ำงมีควำมสุข จนสำเรจ็ กำรศึกษำอย่ำงมีคุณภำพ ตำมควำมม่งุ หวงั ทุกประกำร นำยศักด์ิชยั เลศิ อรุณรัตน์ ผูอ้ ำนวยกำรโรงเรียนบำ้ นพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร)์ คู่มอื นักเรยี นและผ้ปู กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 6
คณะครูและบคุ ลำกรโรงเรยี น นายศักด์ชิ ยั เลิศอรณุ รัตน์ ผู้อานวยการโรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ นางสาวสรุ ตั ยา ลีละพัฒน์ รองผูอ้ านวยการโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) นางกนกวรรณ แสงจง นางปรยี าพัฒน์ แสนกล้า นายธรี พงษ์ ดงั คนกึ ครูชานาญการพิเศษ ครูชานาญการพเิ ศษ(เกษียณ65) ครูชานาญการพิเศษ(เกษียณ65) นางลดั ดา นสิ สัยดี นายชนายุทธ ตรงตามคา นายราชนพ ลาภู ครูชานาญการพเิ ศษ ครูชานาญการ ครชู านาญการ คู่มอื นักเรียนและผูป้ กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 7
นางสาวศรุดา ประไวย์ นางสาวเอ้อื งนภา คิดสม นางสาวกนกนาถ สุชาตสิ นุ ทร ครชู านาญการ ครชู านาญการ ครูชานาญการ นางสาวกติ ติยา กิมาวหา นางสาวสพุ รรษา ยาจติ ร นางสาวจฬุ าลักษณ์ จรจรัญ ครูชานาญการ ครผู ู้ชว่ ย ครผู ชู้ ว่ ย นางสาวชฎาพร แหวนแกว้ นางสาวศศิธร เปล่ียนจัดอัด นางสาวธัญญาพร วโิ รจน์รัตน์ ครผู ชู้ ว่ ย ครูอัตราจา้ ง ครูอตั ราจา้ ง นางสาวชรนิ รตั น์ สาราญสุข นางสาวอัญชลี บญุ สวัสด์ิ นายพงษธร รักพงษ์ ครอู ัตราจ้าง ครูอัตราจ้าง พนักงานราชการ(10ต.ค.65) คู่มอื นักเรียนและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 8
นางสาวสรุ างค์ สมดอก นายพงศกร ปาเปา้ เจ้าหนา้ ทีธ่ ุรการ นกั ศึกษาฝกึ ประสบการณว์ ชิ าชพี นางสาวอรอนงค์ เติมสขุ นางสาวภรี ดา ครบสว่ น นกั ศึกษาฝึกประสบการณว์ ชิ าชพี นักศึกษาฝกึ ประสบการณ์วิชาชีพ คณะกรรมกำรสถำนศกึ ษำขั้นพื้นฐำน 1. นายมติ ร พะงาตนุ ัด ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพืน้ ฐาน 2. นายเคล่ือน ลัดดาไสว ผทู้ รงคุณวุฒิ 3. นางสุภาพ หมัน่ เท่ียง ผทู้ รงคุณวฒุ ิ 4. นายสุวรรณ ไกยฝา้ ย ผู้ทรงคุณวุฒิ 5. นายแถม อิดประโคน ผทู้ รงคณุ วุฒิ 6. นายสมบัติ กิมเลง ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ 7. นายสมชัย พิลาภ ผู้ทรงคณุ วุฒิ 8. นางกนกพร สมนกึ ตน ผแู้ ทนผู้ปกครอง 9. นายสเุ ชาว์ สมนิยาม ผแู้ ทนศิษยเ์ กา่ 10. นายเกียว พันธเ์ สน ผแู้ ทนองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น 11. นางจนั ดี ประไวย์ ผู้แทนองคก์ รชุมชน 12. นายหอม กายดี ผูแ้ ทนองค์กรศาสนา 13. พระอธิการอทิ ธิพงษ์ อณาลโย ผู้แทนพระภกิ ษสุ งฆ์ 14. นางสาวกติ ติยา กิมาวหา ผู้แทนครู 15. นายศักดช์ิ ยั เลิศอรุณรัตน์ กรรมการและเลขานุการ คมู่ อื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 9
ทาเนยี บผบู้ ริหารโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ 1. นายอิง สมนยิ าม ปี พ.ศ.2475-2480 ครใู หญ่ 2. นายเลอื่ น ศิริกล้า ปี พ.ศ.2480-2482 ครูใหญ่ 3. นายปริก อนิ ทรนุช ปี พ.ศ.2482-2485 ครูใหญ่ 4. นายละออ วรนุช ปี พ.ศ.2485-2489 ครใู หญ่ 5. นายเชาว์ ศรีสรสทิ ธ์ิ ปี พ.ศ.2489-2489 ครูใหญ่ 6. นายสิงห์ จติ ต์หนกั แนน่ ปี พ.ศ.2489-2502 ครใู หญ่ 7. นายทอ สายรัตน์ ปี พ.ศ.2502-2508 ครใู หญ่ 8. นายสวงค์ ภูห่ มืน่ ไวย์ ปี พ.ศ.2508-2533 ครใู หญ่, อาจารย์ใหญ่ 9. นายประสิทธ์ิ นาคเกย้ี ว ปี พ.ศ.2533-2543 อาจารย์ใหญ่, ผอู้ านวยการ 10. นายพฒุ ธชิ ยั ค้าคูณ ปี พ.ศ.2543-2557 ผอู้ านวยการ 11. นายสุรชยั สมปาง ปี พ.ศ.2557-2559 ผอู้ านวยการ 12. นายสมทรง นสิ สัยดี ปี พ.ศ.2559-2563 ผอู้ านวยการ 13. นายศักดิ์ชยั เลิศอรุณรัตน์ ปี พ.ศ.2563-ปัจจบุ ัน ผอู้ านวยการ ค่มู อื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 10
ยทุ ธศำสตร์และแนวทำงกำรพฒั นำโรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรงุ รำษฎร์) ปรชั ญา วิริเยน ทุกฺขมจฺ เจติ “บุคคลจะล่วงควำมทุกข์ได้ด้วยควำมเพยี ร” คาขวัญ “เรยี นดี มวี นิ ัย พลำนำมัยสมบรู ณ์” อัตลักษณ์ของสถานศึกษา “ย้ิมงำ่ ย ไหว้สวย” เอกลักษณ์ของสถานศกึ ษา “สะอำด บรรยำกำศรม่ รนื่ ” วิสยั ทัศน์ (Vision) โรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) นำองค์กรสู่มำตรฐำนสำกล เป่ียมควำมรู้ คู่คุณธรรม ดำรง ควำมเปน็ ไทย ใส่ใจหลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพียง เคียงคู่เทคโนโลยี Banpluang(Prombamrungrat) School aims to reach international standard, to develop students with knowledge and morality, to preserve Thai cultures and to consider the sufficiency economy philosophy together with the use of technology. พันธกิจ (MISSION) 1. ผู้เรียนให้มีคุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำ และมำตรฐำนสำกล มีสุขภำพกำยและสุขภำพจิตท่ี สมบูรณ์ มีคุณธรรม จริยธรรม รกั ควำมเปน็ ไทย และรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม 2. ส่งเสรมิ ครูและบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำให้มีควำมรู้ ควำมสำมำรถ มีคุณภำพตำมมำตรฐำนวชิ ำชีพ 3. พัฒนำหลักสูตรสถำนศึกษำ เพ่ือสนองต่อควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล ให้ผู้เรียนมีควำมรู้ ควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนสำกล สู่ควำมเปน็ เลศิ ทำงวชิ ำกำรอยำ่ งย่ังยนื 4. พฒั นำสอื่ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรมทำงกำรศกึ ษำ เพอ่ื พฒั นำคณุ ภำพทำงกำรศึกษำ 5. จดั กระบวนกำรกำรเรยี นกำรสอน กำรวดั และประเมนิ ผลที่หลำกหลำยอย่ำงมีคุณภำพ เออื้ ต่อกำร พฒั นำผู้เรียนอยำ่ งรอบดำ้ น 6. พฒั นำกำรบริหำรจดั กำรศกึ ษำอย่ำงมีระบบตำมหลักธรรมำภิบำล 7. พฒั นำสถำนศึกษำให้เป็นแหล่งเรียนรแู้ ละมีสภำพแวดล้อมท่ีเอือ้ ตอ่ กำรเรยี นรอู้ ย่ำงมคี ณุ ภำพ 8. ประสำนควำมร่วมมือระหว่ำงโรงเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน และสร้ำงภำคีเครือข่ำย เพ่ือสนับสนุน กำรจดั กำรศกึ ษำ คมู่ ือนกั เรยี นและผูป้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 11
เป้าประสงค์ (Goal) 1. ผ้เู รยี นเป็นผู้มคี ุณภำพตำมมำตรฐำนกำรศึกษำ เป็นคนเก่ง คนดี มคี วำมสขุ มคี วำมรู้ ควำมสำมำรถ ตำมมำตรฐำนสำกล มีคุณธรรม จริยธรรม มีควำมรับผิดชอบ ต่อตนเองและสังคม บนพื้นฐำนควำมเป็นไทย น้อมนำปรัชญำเศรษฐกิจพอเพยี งสกู่ ำรดำรงชวี ิต 2. ครู และบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำได้รบั กำรพัฒนำศักยภำพตำมมำตรฐำนวิชำชพี และสำมำรถจัดกำร เรยี นกำรสอนตำมมำตรฐำนสำกล 3. โรงเรียนมหี ลักสูตรสถำนศกึ ษำท่ีส่งเสริมควำมเปน็ เลิศทำงวิชำกำรตำมมำตรฐำนสำกล ตอบสนอง ควำมถนัดและควำมต้องกำรของผเู้ รียน ชุมชน และสงั คม 4. โรงเรียนพัฒนำส่ือเทคโนโลยีและนวัตกรรมทำงกำรศึกษำเพ่ือส่งเสริมและสนับสนุนให้ครูและ นักเรียนใช้ในกำรจดั กำรศกึ ษำท่มี ีคณุ ภำพ 5. โรงเรียนมกี ำรจดั กระบวนกำรเรยี นกำรสอน กจิ กรรมกำรเรียนรู้ กำรวัดและประเมินผลทีม่ คี ณุ ภำพ ทเ่ี อื้อตอ่ กำรพัฒนำนักเรียนอยำ่ งรอบดำ้ น 6. โรงเรยี นมกี ำรบริหำรจัดกำรศกึ ษำอย่ำงมีระบบตำมหลกั ธรรมำภบิ ำล 7. โรงเรียนพัฒนำแหล่งเรียนรู้ และสภำพแวดล้อมให้เอ้ือต่อกำรเรยี นรอู้ ย่ำงมีคณุ ภำพ 8. ชุมชน ผู้ปกครอง และภำคีเครือข่ำยมีส่วนร่วมในกำรส่งเสริม สนับสนุนกำรจัดกำรศึกษำที่มี คณุ ภำพ กลยทุ ธ์ 1. พัฒนำคุณภำพผู้เรียนตำมมำตรฐำนสำกล เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม ตำมคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ และดำรงชีวิตตำมหลักปรัชญำของเศรษฐกจิ พอเพียง 2. พัฒนำศกั ยภำพของครูและบุคลำกรทำงกำรศึกษำ 3. พัฒนำหลกั สูตรสถำนศกึ ษำ กระบวนกำรจดั กำรเรยี นร้ทู ่ีเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสำคญั ตำมมำตรฐำนสำกล 4. พฒั นำระบบกำรบรหิ ำรกำรจัดกำรศึกษำดว้ ยหลักธรรมำภบิ ำล เน้นกระบวนกำรมีส่วนร่วม 5. พัฒนำอำคำรสถำนที่ สิ่งแวดล้อม แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญำท้องถิ่น ที่เอ้ือต่อกำรเรียนรู้อย่ำงมี คุณภำพ นโยบายของโรงเรียน 1. ระบบบริหำรกำรจัดกำรศึกษำได้มำตรฐำนกำรศึกษำชำติ กำรจัดกระบวนกำรเรียนรู้ ที่เน้นผู้เรียน เป็นสำคัญ โดยเน้นกระบวนกำรคดิ วิเครำะห์ 2. ยกระดับคุณภำพของผู้เรียนให้มีควำมสำมำรถตำมมำตรฐำนกำรจัดกำรศึกษำ และมีทักษะกำร แข่งขันทำงวิชำกำร 3. จดั กำรศกึ ษำแบบมีส่วนร่วมระหวำ่ งบ้ำน วัด โรงเรยี น แนวทางการดาเนินงานยกระดบั คณุ ภาพการศึกษา ปฐมวยั /ภาคบงั คับ 1. พฒั นำระบบกำรกำกบั ตดิ ตำม กำรตรวจสอบ ประเมิน วจิ ยั พัฒนำและรำยงำน 2. สง่ เสรมิ ระบบประกนั คุณภำพภำยใน ตำมมำตรฐำนคณุ ภำพกำรศกึ ษำ 3. ปรบั ปรงุ หลักสูตรและจัดกำรเรียนกำรสอน คูม่ อื นักเรียนและผูป้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 12
4. สง่ เสริมคุณธรรมนำควำมรู้ 5. นำหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพียง สู่กำรเรียนกำรสอน 6. พฒั นำศกั ยภำพดำ้ นกำรอำ่ น กำรเขยี นและคดิ เลข 7. เพม่ิ ผลสัมฤทธ์ทิ ำงกำรเรียน (คณิต วทิ ย์ ไทย สังคม อังกฤษ) 8. พัฒนำครสู ูค่ รูมืออำชพี เป้าหมายในการพัฒนาการศึกษา 9.1 ดา้ นปริมาณ นักเรยี นท่จี บชนั้ ประถมศึกษำปที ี่ 6 ศกึ ษำต่อในระดับชั้นมธั ยมศกึ ษำ 100 % เกณฑ์เดก็ ในกำรศึกษำภำคบงั คับเขำ้ เรยี นชั้น ป.1 ไดค้ รบทกุ คน ลดอัตรำกำรออกกลำงคันของนักเรยี น นกั เรียนมสี ขุ ภำพดี มนี ้ำหนักตำมเกณฑม์ ำตรฐำน จัดสง่ บคุ ลำกรในโรงเรยี นเข้ำรับกำรอบรม ทัศนศึกษำ ดูงำนเพ่อื พฒั นำคุณภำพของ บุคลำกร ลดกำรขำดเรยี นของนักเรียนทุกชั้น 9.2 มาตรการในการจัดการศึกษา โรงเรียนใช้แผนงำนและโครงกำรปฏบิ ตั ิงำนเป็นเคร่อื งมอื ในกำรบรหิ ำรงำน โรงเรียนดำเนินงำนตำมนโยบำยของกระทรวงศึกษำธกิ ำร พัฒนำคุณภำพกำรศกึ ษำโดยเน้นและส่งเสรมิ กิจกรรมกำรอำ่ นคล่อง เขยี นคล่อง คดิ เลขเรว็ และกระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กิจกรรมกำรเรียนกำรสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยพัฒนำทักษะกำรอ่ำนคิด วิเครำะห์ โรงเรียนดำเนินกำรนเิ ทศ ติดตำม กำกบั กำรดำเนินงำนอยำ่ งตอ่ เน่ือง โดยเนน้ กำร นิเทศภำยใน ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ ำงกำรเรียนใหส้ งู ขึ้น เพ่อื สู่ควำมเปน็ เลิศทำงวิชำกำร ค่มู อื นักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 13
กลุ่มบริหำรวชิ ำกำร ค่มู อื นกั เรยี นและผปู้ กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 14
หลกั สูตรโรงเรยี น วสิ ยั ทัศน์หลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช 2563 หลกั สูตรสถำนศกึ ษำโรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร)์ พุทธศกั รำช ๒๕๕๓ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพน้ื ฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เป็น หลักสูตรที่มุ่งพัฒนำผู้เรียนทุกคนเป็นบุคคลแห่งกำรเรียนรู้สู่มำตรฐำนสำกลและเป็นมนุษย์ที่มีควำมสมดุลทั้ง ร่ำงกำย ควำมรู้ค่คู ุณธรรม มคี วำมเปน็ ผู้นำของสังคมมีจิตสำนกึ ในควำมเป็นพลเมืองไทยและเปน็ พลโลกโดย ใช้หลักปรชั ญำของเศรษฐกจิ พอเพยี งยดึ ม่นั ในกำรปกครองตำมระบอบประชำธิปไตยอนั มีพระมหำกษัตริย์เป็น ประมุข มคี วำมรูแ้ ละทักษะพื้นฐำนสำมำรถใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยรี วมท้ังเจตคติท่ีจำเปน็ ตอ่ กำรศกึ ษำใน กำรประกอบอำชีพและกำรศึกษำตลอดชวี ิตโดยม่งุ เน้นผู้เรียนเป็นสำคญั บนพื้นฐำนควำมเช่อื ว่ำทุกคนสำมำรถ เรยี นร้แู ละพัฒนำตนเองได้เตม็ ตำมศกั ยภำพ เป้าประสงคห์ ลกั สตู ร (Corporate objective) พุทธศักราช 2563 ๑. เพื่อให้ผู้เรียนทุกคนได้รับกำรปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีกำร พัฒนำเต็มตำมศักยภำพ มีทักษะชีวิต มีสุขภำพกำยและสุขภำพจิตดี นำหลักปรัชญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง มำเป็นแนวทำงกำรดำเนินชีวิต เป็นผู้นำท่ีดีของสังคมและมีควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีเพื่อกำรเรยี นรู้ และกำรสือ่ สำรอย่ำงหลำกหลำย ผ้เู รยี นมศี กั ยภำพเปน็ พลโลก (World Citizen) ๒. เพ่ือให้สถำนศึกษำมีระบบกำรบริหำรและจัดกำรศึกษำด้วยระบบคุณภำพ (Quality System Management) เพอ่ื รองรับกำรกระจำยอำนำจอย่ำงท่วั ถงึ ๓. เพ่ือให้บุคลำกรทุกคนมีทักษะวิชำชีพในกำรพัฒนำกำรเรยี นกำรสอนและใช้นวตั กรรมเทคโนโลยที ี่ ทนั สมัยยกระดับกำรจดั กำรเรียนกำรสอนเทยี บเคียงมำตรฐำนสำกล (Worle Class standard) ๔. เพอื่ ให้กำรใชง้ บประมำณและทรพั ยำกรของทกุ หน่วยงำนเปน็ ไปตำมเปำ้ หมำยได้ อยำ่ งมีประสิทธิภำพและประสิทธผิ ลสงู สดุ หลกั การ หลกั สตู รสถำนศึกษำโรงเรยี นบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร)์ พทุ ธศักรำช ๒๕๕๓ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) มี หลกั กำรทสี่ ำคญั ดงั นี้ ๑. เป็นหลักสูตรกำรศึกษำเพ่ือควำมเป็นเอกภำพของชำติ มีจุดหมำยและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ เป็น เปำ้ หมำยสำหรบั พัฒนำเด็กและเยำวชน ให้มคี วำมรู้ ทกั ษะ เจตคติ และคุณธรรมบนพื้นฐำนของ ควำมเป็นไทย ควบคู่กับควำมเปน็ สำกล ๒. เป็นหลกั สูตรกำรศกึ ษำเพื่อปวงชน ที่ประชำชนทุกคนมโี อกำสไดร้ ับกำรศึกษำอย่ำงเสมอภำค และ มีคุณภำพ ๓. เป็นหลักสูตรกำรศึกษำท่ีสนองกำรกระจำยอำนำจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในกำรจัดกำรศึกษำ ให้ สอดคล้องกบั สภำพและควำมตอ้ งกำรของท้องถ่ิน คูม่ อื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 15
๔. เป็นหลกั สูตรกำรศึกษำที่มีโครงสรำ้ งยืดหยนุ่ ท้งั ด้ำนสำระกำรเรยี นรู้ เวลำและกำรจัดกำรเรียนรู้ ๕. เปน็ หลกั สตู รกำรศึกษำทเ่ี น้นผู้เรียนเป็นสำคญั ๖. เปน็ หลักสูตรกำรศกึ ษำสำหรับกำรศกึ ษำในระบบ นอกระบบ และตำมอธั ยำศัย ครอบคลุม ทุกกลมุ่ เปำ้ หมำย สำมำรถเทียบโอนผลกำรเรยี นรู้ และประสบกำรณ์ จุดมงุ่ หมาย หลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบำ้ นพลวง(พรหมบำรงุ รำษฎร์) พุทธศักรำช ๒๕๕๓ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) มุ่ง พัฒนำผู้เรียนให้เปน็ คนดี มีปัญญำ มี ควำมสุข มีศักยภำพในกำรศึกษำตอ่ และประกอบอำชีพ จึงกำหนดเป็น จุดหมำยเพื่อใหเ้ กิดกบั ผู้เรยี น เมือ่ จบกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน ดงั น้ี ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่ำของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตำม หลกั ธรรมของพระพทุ ธศำสนำ หรอื ศำสนำที่ตนนับถือ ยึดหลักปรชั ญำของเศรษฐกิจพอเพยี ง ๒. มคี วำมรู้ ควำมสำมำรถในกำรสือ่ สำร กำรคดิ กำรแกป้ ญั หำ กำรใช้เทคโนโลยี และมที กั ษะชีวิต ๓. มีสขุ ภำพกำยและสุขภำพจิตทดี่ ี มีสขุ นิสัย และรกั กำรออกกำลังกำย ๔. มคี วำมรกั ชำติ มจี ติ สำนึกในควำมเปน็ พลเมอื งไทยและพลโลก ยึดม่ันในวถิ ชี ีวติ และ กำร ปกครอง ตำมระบอบประชำธิปไตยอนั มพี ระมหำกษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมุข ๕. มีจิตสำนึกในกำรอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญำไทย กำรอนุรักษ์และพัฒนำส่ิงแวดล้อม มีจิต สำธำรณะทีม่ ุ่งทำประโยชนแ์ ละสร้ำงส่ิงท่ีดีงำมในสงั คม และอยรู่ ่วมกนั ในสังคมอยำ่ งมคี วำมสขุ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น หลักสตู รสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) พุทธศกั รำช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) มุ่ง พฒั นำผู้เรียนให้มคี ณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้ ซึง่ กำรพฒั นำผ้เู รียนใหบ้ รรลุมำตรฐำนกำรเรยี นรู้ทีก่ ำหนด นัน้ จะช่วยให้ผเู้ รียนเกิดสมรรถนะสำคัญ ๕ ประกำร ดังนี ๑. ความสามารถในการสื่อสาร เปน็ ควำมสำมำรถในกำรรับและส่งสำร มีวฒั นธรรมในกำรใช้ภำษำ ถ่ำยทอดควำมคิด ควำมรู้ควำมเข้ำใจ ควำมรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปล่ียนข้อมูลข่ำวสำร และ ประสบกำรณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม รวมท้ังกำรเจรจำต่อรองเพื่อขจัดและลด ปัญหำควำมขัดแย้งต่ำง ๆ กำรเลือกรับหรือไมร่ ับข้อมูลข่ำวสำรด้วยหลักเหตุผล และควำมถูกต้อง ตลอดจน กำรเลอื กใชว้ ธิ ีกำรส่ือสำรทม่ี ีประสทิ ธภิ ำพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบที่มีต่อตนเองและสงั คม ๒. ความสามารถในการคิด เป็นควำมสำมำรถในกำรคิดวิเครำะห์ กำรคิดสังเครำะห์ กำรคิดอย่ำง สร้ำงสรรค์ กำรคดิ อยำ่ งมวี ิจำรณญำณ และกำรคดิ เป็นระบบ เพ่ือนำไปสู่กำรสร้ำงองค์ควำมรู้หรอื สำรสนเทศ เพือ่ กำรตัดสนิ ใจเก่ียวกับตนเองและสงั คมได้อย่ำงเหมำะสม ๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ และอุปสรรคต่ำง ๆ ที่เผชิญ ได้อย่ำงถกู ต้องเหมำะสมบนพนื้ ฐำนของหลักเหตุผล คณุ ธรรม และข้อมลู สำรสนเทศ เข้ำใจควำมสัมพันธ์และ กำรเปล่ียนแปลงของเหตกุ ำรณ์ต่ำง ๆ ในสงั คม แสวงหำควำมรู้ ประยุกต์ควำมรมู้ ำใช้ในกำรปอ้ งกนั และแก้ไข ปัญหำ และมีกำรตดั สนิ ใจท่มี ีประสิทธิภำพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตอ่ ตนเอง สงั คมและสิ่งแวดลอ้ ม คมู่ อื นักเรียนและผู้ปกครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 16
๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นควำมสำมำรถในกำรนำกระบวนกำรต่ำง ๆ ไปใช้ในกำร ดำเนินชีวติ ประจำวัน กำรเรยี นรูด้ ว้ ยตนเอง กำรเรยี นรู้อย่ำงต่อเน่ือง กำรทำงำน และกำรอยู่ร่วมกนั ในสงั คม ด้วยกำรสร้ำงเสริมควำมสัมพันธ์อันดีระหว่ำงบุคคล กำรจัดกำรปัญหำและควำมขัดแยง้ ต่ำง ๆ อย่ำงเหมำะสม กำรปรับตัวให้ทันกับกำรเปล่ียนแปลงของสังคม และสภำพแวดล้อม และกำรรู้จักหลีกเล่ียงพฤติกรรมไม่พึง ประสงค์ทีส่ ง่ ผลกระทบต่อตนเองและผ้อู ่ืน ๕. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี เป็นควำมสำมำรถในกำรเลือกและใช้เทคโนโลยีด้ำนต่ำง ๆ และ มีทักษะกระบวนกำรทำงเทคโนโลยี เพื่อกำรพัฒนำตนเองและสังคม ในด้ำนกำรเรียนรู้ กำรสื่อสำร กำรทำงำน กำรแกป้ ัญหำอย่ำงสรำ้ งสรรค์ ถูกตอ้ งเหมำะสมและมีคณุ ธรรม คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ หลกั สูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) พทุ ธศักรำช ๒๕๕๓ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) มุ่ง พัฒนำผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพ่ือให้สำมำรถอย่รู ่วมกับผู้อ่ืนในสังคมได้อย่ำงมีควำมสุข ในฐำน เป็นพลเมอื งไทยและพลโลก ดงั นี้ ๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ๑.๑ ร่วมกิจกรรมแสดงควำมรักชำติ เช่น เชิญธง ยืนตรงเคำรพธงชำติ ร้องเพลงชำติ รักษำชือ่ เสยี ง และหวงแหนสมบัตขิ องชำติ ๑.๒ ร่วมกิจกรรมทำงศำสนำ และปฏิบัติตำมหลักธรรมของศำสนำ เช่น รักษำศีลปฏิบัติ ธรรม ๑.๓ รว่ มกิจกรรมเพ่อื แสดงควำมจงรักภกั ดตี อ่ พระมหำกษัตรยิ ์ ๒. ซือ่ สตั ย์สุจรติ ๒.๑ ให้ขอ้ มูลท่ถี กู ตอ้ งและเป็นจริง ไมโ่ กหก ๒.๒ ไมถ่ อื เอำสง่ิ ของหรือผลงำนของผอู้ ื่นมำเปน็ ของตนเอง ไม่ลักขโมย ๒.๓ ไมห่ ำผลประโยชนใ์ นทำงที่ไมถ่ กู ตอ้ ง ไมค่ ดโกง ๓. มวี ินัย ๓.๑ ปฏบิ ัติตนตำมขอ้ ตกลง กฎระเบียบของครอบครัว โรงเรียนและสังคม ๓.๒ ตรงต่อเวลำและรบั ผิดชอบในกำรเรยี น กำรปฏิบตั ิงำน ๔. ใฝ่เรยี นรู้ ๔.๑ ตัง้ ใจ เพยี รพยำยำมในกำรเรียน สนใจเข้ำร่วมกิจกรรมกำรเรียนรู้ต่ำง ๆ ๔.๒ แสวงหำ ศกึ ษำ ค้นคว้ำควำมรู้จำกแหลง่ กำรเรียนร้ตู ่ำง ๆ ๔.๓ บนั ทกึ ควำมรู้วิเครำะหต์ รวจสอบ แลกเปล่ียนเรยี นรู้ ๕. อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ๕.๑ ใช้ทรัพย์สินของตนเองและของส่วนรวมอย่ำงประหยัด คุ้มค่ำ รวมทั้งใช้เวลำอย่ำง เหมำะสม ๕.๒ ปฏิบตั ิตนและตัดสินใจด้วยควำมรอบคอบมีเหตผุ ล ๕.๓ วำงแผนกำรเรียนกำรทำงำนบนพน้ื ฐำนของควำมรู้ ขอ้ มูล ขำ่ วสำร มีภมู คิ ุม้ กันในตัวท่ดี ี ๖. มงุ่ ม่นั ในการทางาน คู่มอื นกั เรียนและผ้ปู กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 17
๖.๑ ต้ังใจและรับผดิ ชอบในกำรทำงำนใหส้ ำเรจ็ ๖.๒ ทมุ่ เททำงำน อดทนไม่ยอ่ ทอ้ ต่อปัญหำและอุปสรรค ๖.๓ ปรับปรุงพัฒนำกำรทำงำนและผลงำนดว้ ยตนเอง ๗. รกั ความเปน็ ไทย ๗.๑ ปฏบิ ตั ติ ำมขนบธรรมเนียม ประเพณี ศิลปะ วัฒนธรรมไทย ๗.๒ ใชภ้ ำษำไทย เลขไทยในกำรสอ่ื สำรได้อย่ำงถกู ตอ้ ง ๗.๓ รว่ มกจิ กรรมทเี่ ก่ียวข้องกบั ภมู ิปัญญำไทย นำมำใช้ให้เหมำะสมในวิถชี วี ิต ๘. มจี ติ สาธารณะ ๘.๑ ช่วยเหลอื ผูอ้ นื่ แบ่งปันสงิ่ ของ อำสำทำงำนใหด้ ว้ ยควำมเตม็ ใจ ไมห่ วังผลตอบแทน ๘.๒ เขำ้ ร่วมกจิ กรรมท่เี ปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี น ชมุ ชนและสงั คม ๘.๓ ดแู ลรกั ษำสำธำรณสมบัตแิ ละส่งิ แวดล้อมด้วย ควำมเตม็ ใจ หลกั เศรษฐกิจพอเพียง ๓ หว่ ง ๒ เงือ่ นไข โดยนอ้ มนำหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง ๓ ห่วง ๒ เงอ่ื นไข ห่วงที่ ๑ คือ พอประมาณ หมำยถึง พอประมำณในทุกอย่ำง ควำมพอดีไม่มำกหรือว่ำ น้อยจนเกินไปโดยต้องไม่เบียดเบียนตนเอง หรือ ผู้อื่นให้เดอื ดรอ้ น ห่วงท่ี ๒ คือ มีเหตุผล หมำยถึง กำร ตัดสินใจเกี่ยวกับระดับของควำมพอเพียงน้ัน จะต้องเป็นไปอย่ำงมีเหตุผลโดยพิจำรณำจำกเหตุ ปจั จยั ท่เี กีย่ วข้อง ตลอดจนคำนึงถงึ ผลทีค่ ำดว่ำจะ เกดิ ขึ้นจำกกำรกระทำนนั้ ๆ อย่ำงรอบคอบ ห่วงที่ ๓ คือ มีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัวเอง หมำยถงึ กำรเตรยี มตัวให้พร้อมรับผลกระทบและ กำรเปล่ียนแปลงด้ำนกำรต่ำงๆ ที่จะเกิดข้ึนโดย คำนึงถึงควำมเป็นไปได้ของสถำนกำรณ์ต่ำงๆ ที่ คำดว่ำจะเกิดขน้ึ ในอนำคตทัง้ ใกล้และไกล ค่านิยมหลกั ๑๒ ประการ ตำมที่คณะรักษำควำมสงบแห่งชำติ (คสช.) และกระทรวงศึกษำธิกำร มีนโยบำยสร้ำงสรรค์ประเทศ ไทยให้เข้มแข็ง โดยต้องสร้ำงคนในชำติให้มีค่ำนิยมหลัก ๑๒ ประกำร เพ่ือเป็นพื้นฐำนสำคัญในกำรปลูกฝัง ค่ำนิยม คุณธรรม จริยธรรมให้เกิดข้ึนกับเยำวชนไทย ซ่ึงค่ำนิยมดังกล่ำวครอบคลุมและสอดคล้องกับ คุณลักษณะอังพึงประสงค์ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เพื่อให้ได้พัฒนำผู้เรียนในด้ำนคุณธรรม จริยธรรม และค่ำนิยมของคนไทย ๑๒ ประกำร ทำง คู่มือนักเรยี นและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 18
โรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) จึงบรรจุลงในหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุง รำษฎร์) พุทธศักรำช ๒๕๕๓ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๓) ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำขั้นพื้นฐำน พุทธศักรำช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) ค่านยิ มของคนไทย ๑๒ ประการ: ๑. ควำมรักชำติ ศำสนำ พระมหำกษัตริย์ ๒. ซอ่ื สัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มกำรณใ์ นส่ิงที่ดงี ำมเพ่ือส่วนรวม ๓. กตญั ญตู ่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบำอำจำรย์ ๔. ใฝห่ ำควำมรู้ หมน่ั ศกึ ษำเล่ำเรยี นทงั้ ทำงตรง และทำงออ้ ม ๕. รักษำวัฒนธรรมประเพณไี ทยอนั งดงำม ๖. มีศลี ธรรม รักษำควำมสตั ย์ หวังดตี ่อผู้อน่ื เผ่อื แผแ่ ละแบง่ ปัน ๗. เขำ้ ใจเรียนรกู้ ำรเปน็ ประชำธิปไตย อนั มพี ระมหำกษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ ท่ีถกู ตอ้ ง ๘. มรี ะเบยี บวนิ ัย เคำรพกฎหมำย ผูน้ อ้ ยรจู้ กั กำรเคำรพผใู้ หญ่ ๙. มสี ติรูต้ วั ร้คู ิด รทู้ ำ รปู้ ฏบิ ตั ติ ำมพระรำชดำรัสของพระบำทสมเด็จพระเจ้ำอยู่หวั ๑๐. รจู้ กั ดำรงตนอยโู่ ดยใช้หลกั ปรัชญำเศรษฐกิจพอเพียงตำมพระรำชดำรัสของพระบำทสมเด็จพระ เจ้ำอยูห่ ัว รู้จักอดออมไวใ้ ช้เมอ่ื ยำมจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถำ้ เหลอื กแ็ จกจ่ำยจำหนำ่ ย และพร้อมที่จะขยำย กจิ กำรเมอ่ื มีควำมพรอ้ ม เม่ือมีภูมคิ ุ้มกันทด่ี ี ๑๑. มคี วำมเขม้ แขง็ ทัง้ ร่ำงกำย และจิตใจ ไมย่ อมแพ้ต่ออำนำจฝ่ำยตำ่ หรอื กิเลส มีควำมละอำยเกรง กลัวตอ่ บำปตำมหลกั ของศำสนำ ๑๒. คำนงึ ถึงผลประโยชน์ของส่วนรวม และของชำตมิ ำกกว่ำผลประโยชนข์ องตนเอง ๑. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เรำเกิดมำบนผืนแผ่นดินไทยที่อุดมสมบูรณ์และมั่งค่ัง มีพระมหำกษัตริย์เป็นประมุขท่ีอุทิศให้ แก่ ประชำชนอันเป็นท่ีรัก มีศำสนำพทุ ธซ่งึ เป็นทีพ่ ง่ึ ทำงใจ และกม็ ธี งชำติทป่ี ่ำวประกำศถงึ สัญชำติของเรำ ๒. ซื่อสตั ย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณใ์ นส่ิงท่ดี ีงามเพ่ือสว่ นรวม กำรที่เรำเปล่ียนแปลงอุปนิสยั ของเรำใหเ้ ข้ำกับคนอ่ืนหรือทัศนคตไิ ปในทำงท่ดี นี ัน้ จะทำให้เรำได้เรียนรู้ สิง่ ใหม่ๆ เข้ำใจสงิ่ ต่ำงๆในแต่ละมุมมอง ซ่ึงจะทำให้ขอ้ ขดั แยง้ และปัญหำยตุ ิลง ๓. กตญั ญูต่อพ่อแม่ ผปู้ กครอง ครบู าอาจารย์ บญุ คุณของพ่อแม่นั้นใหญ่หลวงมำก ท่ำนท้งั สองให้กำเนิดเรำมำในโลกอันกว่ำงใหญ่ เล้ยี งดเู รำอย่ำงดี ด้วยควำมรักและห่วงใย รวมท้ังผู้ปกครอง และคุณครูบำอำจำรย์ท่ีให้กำรศึกษำต้ังแต่เล็กจนโต ซ่ึงจะทำใหเ้ รำ เตบิ ใหญเ่ ป็นคนทด่ี ใี นสังคม ดังนั้น เรำควรตอบแทนบญุ คณุ ของทกุ ท่ำนโดยประพฤตติ วั ใหด้ ี เขน่ กำรเคำรพหรื ปฏบิ ัติตำมกฎระเบยี บทมี่ ีอยู่ มีควำมรบั ผดิ ชอบในหนำ้ ทต่ี ำ่ งๆ และไม่ละเมดิ สิทธสิ ่วนบุคคล ๔. ใฝ่หาความรู้ หมน่ั ศึกษาเลา่ เรยี นทั้งทางตรง และทางออ้ ม กำรที่เรำดำรงชีวิตประจำวันน้ัน แน่นอนว่ำเรำต้องใช้ควำมรู้อยู่ตลอดเวลำ ณ ตอนนี้โลกเปลี่ยนไป อย่ำงมำก เพรำะฉะนั้นเรำควำมใฝ่หำควำมรู้เพื่อให้ทันกลับโลกภำยนอกท่ีหมุนอยู่ตลอดเวลำ เรำควรมีควำม เพียรพยำยำม มุ่งมั่นในกำรศึกษำท้ังในและนอกโรงเรียน เช่น กำรใช้ตำรำเรียน อินเตอร์เน็ตหรือส่ืออื่นๆท่ี สำมำรถคน้ คว้ำข้อมูลได้ คู่มอื นักเรียนและผ้ปู กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 19
๕. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ประชำชนชำวไทยควรที่จะภำคภูมใิ จกับประเพณี ศิลปะอันงดงำม และวัฒนธรรมอันดง่ั เดมิ เช่น วนั ปใี หมข่ องประเทศไทย สงกรำนต์ ในขณะนีค้ ่ำนยิ มของตะวนั ตกนนั้ เขำ้ มำและมีบทบำทมำกกบั กำรพูดจำ กริ ิยำ และกำรแต่งกำย ซึ่งทำให้ประเพณีอันงดงำมน้ันถดถ่อยลง ด้วยเหตุน้ีเรำควรท่ีจะเป็นต้นแบบในกำรอนุรักษ์ และสืบทอดให้ถึงรนุ่ ต่อไปเรยี นรู้ ๖. มศี ลี ธรรม รกั ษาความสัตย์ หวงั ดตี ่อผู้อืน่ เผื่อแผ่และแบง่ ปัน กำรที่เรำให้โดยไม่หวังผลตอบแทนน้ันเป็นสิ่งท่ีประเสริฐ กำรทำสิ่งต่ำงๆด้วยควำมหวังดี ถึงแม้ว่ำ ผลลัพธ์ท่ีเรำจะได้คือควำมสุขเล็กๆน้อยๆ แต่เรำก็จะได้มิตรสัมพันธ์ท่ีดี ศีลธรรมก็เป็นข้อที่เรำควรถือไว้ในใจ เชน่ ศีล ๕ และกำรที่เรำสอ่ื สัตย์ตลอดไม่วำ่ จะทำอะไร จะทำให้เรำเน้นคนดใี นสังคม ๗. เขา้ ใจเรียนรกู้ ารเป็นประชาธปิ ไตย อนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมุขทถี่ ูกต้อง กำรเป็นประชำธปิ ไตยน้ันเปน็ ระบบกำรบริหำรอำนำจรฐั มำจำกเสียงขำ้ งมำกของพลเมอื ง โดยท่ีเรำมี พระมหำกษัตริยเ์ ป็นประมกุ ซ่งึ เรำควรเคำรพพอ่ หลวงเรำดว้ ยใจรกั ๘. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผ้นู ้อยรู้จักการเคารพผ้ใู หญ่ ทุกวันนี้เรำมักจะเห็นผู้คนแตกแยก หรือไม่ให้ควำมเคำรพกัน ซ่ึงแสดงให้เห็นถึงกำรท่ีไมม่ ีระเบียบใน สังคม อย่ำงแรกตอ้ งเร่ิมทต่ี วั เรำเอง เรำควรที่จะมรี ะเบยี บวินยั เคำรพกฎหมำย และเคำรพผ้หู ลกั ผู้ใหญ่ และสิง่ เหล่ำนจี้ ะเปน็ ตน้ แบบให้อกี หลำยๆคนเพ่อื ทจ่ี ะทำใหส้ งั คมคนไทยนั้นเจริญ ๙. มีสตริ ู้ตัว รคู้ ิด รทู้ า รปู้ ฏบิ ัตติ ามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั สติเป็นส่ิงท่ีเรำควรตระหนักอยู่ตลอดเวลำเพื่อท่ีจะได้ทำส่ิงหน่ึงให้ดีท่ีสุด รวมถึงกำรคิดทบทวนให้ รอบคอบ และมคี วำมมงุ้ มั่นตัง้ ใจในกำรทำงำน ผลลัพธ์ท่ีรำจะไดถ้ ำ้ เรำทำอะไรโดยมสี ตคิ อื ควำมสำเร็จ ๑๐.รู้จักดารงตนอยู่ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี งตามพระราชดารัสของพระบาทสมเด็จพระ เจา้ อยหู่ วั รจู้ ักอดออมไว้ใช้เมอื่ ยามจาเป็น มไี ว้พอกินพอใช้ ถา้ เหลอื ก็แจกจา่ ยจาหนา่ ย และพร้อม ท่ีจะขยายกิจการเมอ่ื มีความพรอ้ ม เม่อื มภี มู ิคมุ้ กนั ทด่ี ี กำรดำรงชีพนั้นอำจจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่เรำควรตระหนักอยู่ตลอกเวลำ ด้ังที่พระบำทสมเด็จพระ เจ้ำอยู่หัวให้คำสอนไวเ้ ก่ยี วกบั เศรษฐกิจพอเพียง รวมทง้ั กำรท่ีเรำตอ้ งปรับเปลยี่ นตนใหเ้ ข้ำกบั คนอื่น และถำ้ เรำ ทำตำมคำสอนของพ่อหลวง ชวี ติ เรำจะมคี วำมสขุ อย่กู บั ส่งิ ท่ีเรำมี ๑๑.มคี วามเข้มแข็งทงั้ ร่างกาย และจติ ใจ ไมย่ อมแพต้ ่ออานาจฝ่ายตา่ หรอื กเิ ลส มีความละอายเกรง กลวั ตอ่ บาปตามหลักของศาสนา กำรท่ีมีจิตใจอันแน่วแน่ จะไม่สั่นคลอนใดๆทั้งส้ินถ้ำมีอุปสรรค์หรือกิเลสผ่ำนเข้ำมำ ถ้ำเรำได้ผ่ำนส่ิง เหลำ่ น้มี ำบอ่ ยครง้ั มนั จะทำให้เรำเขม้ แขง็ เช่น เรำไม่ควรด่ืมสุรำหรอื สูบบหุ รี่ถำ้ มีคนชักชวน ๑๒.คานึงถงึ ผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชน์ของตนเอง ในกำรดำเนนิ กำรส่ิงใดสิ่งหน่งึ นน้ั เรำควรคำนึงถึงข้อดีและข้อเสีย แต่ไม่ใช้แค่คำนงึ สำหรับตนเองแต่ ควรคำนึงถงึ ผู้อนื่ ด้วย อีกท้งั เรำควรชว่ ยเหลอื เพื่อนมนุษย์ เช่นไปสอนหนังสือท่บี ำ้ นเด็กกำพร้ำ หรอื ไปให้ควำม บันเทงิ ท่บี ำ้ นคนชรำ เป็นตน้ มาตรฐานการเรยี นรู้ กำรพฒั นำผู้เรียนให้เกิดควำมสมดุล ต้องคำนึงถงึ หลักพัฒนำกำรทำงสมองและพหปุ ัญญำ หลกั สูตร แกนกลำงกำรศึกษำขนั้ พ้ืนฐำน จงึ กำหนดให้ผู้เรยี นเรียนรู้ ๘ กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ ดงั นี้ ๑. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ ภำษำไทย คู่มอื นักเรยี นและผปู้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 20
๒. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ คณิตศำสตร์ ๓. กลุม่ สำระกำรเรียนรู้ วิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี ๔. กลุม่ สำระกำรเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษำ ศำสนำ และวฒั นธรรม ๕. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ สขุ ศึกษำและพลศกึ ษำ ๖. กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ ศิลปะ ๗. กลมุ่ สำระกำรเรยี นรู้ กำรงำนอำชีพ ๘. กล่มุ สำระกำรเรยี นรู้ ภำษำต่ำงประเทศ (ภำษำองั กฤษ) ในแต่ละกลุ่มสำระกำรเรียนรู้ได้กำหนดมำตรฐำนกำรเรียนรู้เป็นเป้ำหมำยสำคัญของกำรพัฒนำ คุณภำพผู้เรียน มำตรฐำนกำรเรียนรู้ระบุสิ่งท่ีผู้เรียนพึงรู้ ปฏิบัติได้ มีคุณธรรมจริยธรรม และค่ำนิยม ท่ีพึง ประสงค์เมื่อจบกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน นอกจำกน้ันมำตรฐำนกำรเรียนรู้ยังเป็นกลไกสำคัญ ในกำรขับเคลื่อน พฒั นำกำรศกึ ษำท้งั ระบบ เพรำะมำตรฐำนกำรเรยี นรู้จะสะท้อนให้ทรำบว่ำต้องกำรอะไร จะสอนอยำ่ งไร และ ประเมินอย่ำงไร รวมทั้งเป็นเคร่ืองมือในกำรตรวจสอบเพ่ือกำรประกันคุณภำพกำรศึกษำโดยใช้ระบบกำร ประเมินคุณภำพภำยในและกำรประเมินคุณภำพภำยนอก ซ่ึงรวมถงึ กำรทดสอบระดับเขตพน้ื ที่กำรศึกษำ และ กำรทดสอบระดับชำติ ระบบกำรตรวจสอบเพื่อประกนั คุณภำพดังกล่ำวเป็นส่งิ สำคัญที่ชว่ ยสะท้อนภำพกำรจัด กำรศกึ ษำวำ่ สำมำรถพัฒนำผู้เรยี นให้มคี ุณภำพตำมทม่ี ำตรฐำนกำรเรียนรู้กำหนดเพียงใด คูม่ อื นกั เรียนและผู้ปกครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 21
โครงสร้างหลักสตู รสถานศึกษา โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ ค่มู อื นักเรยี นและผ้ปู กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 22
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 23
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 24
เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น ตามหลักสตู รสถานศึกษา ขอ้ 1 การตดั สนิ ผลการเรียน 1.๑ ระดับประถมศกึ ษา (๑) ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลำเรยี นไมน่ ้อยกว่ำร้อยละ ๘๐ ของเวลำเรียนทัง้ หมด (๒) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ ับกำรประเมนิ ทุกตวั ชวี้ ัด และผ่ำนตำมเกณฑ์ทีสถำนศึกษำกำหนด (๓) ผู้เรยี นตอ้ งไดร้ บั กำรตดั สินผลกำรเรียนทกุ รำยวิชำ (๔) ผเู้ รยี นต้องไดร้ ับกำรประเมิน และมีผลกำรประเมนิ ผำ่ นตำมเกณฑ์ที่ สถำนศึกษำ กำหนด ในกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์และเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นำผู้เรยี น 1.๒ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น (๑) ตัดสินผลกำรเรียนเป็นรำยวิชำ ผู้เรียนต้องมีเวลำเรียนตลอดภำคเรียนไม่น้อย กว่ำร้อยละ ๘๐ ของเวลำเรียนทั้งหมดในรำยวิชำนนั้ ๆ (๒) ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ ับกำรประเมนิ ทุกตวั ชว้ี ัด และผ่ำนตำมเกณฑ์ที่สถำนศึกษำกำหนด (๓) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รับกำรตัดสนิ ผลกำรเรียนทกุ รำยวิชำ (๔) ผเู้ รยี นตอ้ งไดร้ ับกำรประเมนิ และมผี ลกำรประเมนิ ผ่ำนตำมเกณฑ์ท่ีสถำนศึกษำ กำหนด ในกำรอ่ำน คดิ วิเครำะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นำผเู้ รยี น กำรพิจำรณำเล่ือนช้ัน ถ้ำผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพยี งเล็กน้อย และสถำนศึกษำพิจำรณำเห็นว่ำ สำมำรถพฒั นำและสอนซ่อมเสริมได้ ใหอ้ ยใู่ นดุลพินิจของสถำนศึกษำที่จะผอ่ นผันให้เล่อื นชั้นได้ แตห่ ำกผเู้ รียน ไม่ผ่ำนรำยวชิ ำจำนวนมำก และมีแนวโน้มวำ่ จะเป็นปัญหำต่อกำรเรียนในระดับช้ันที่สูงขึ้น สถำนศึกษำอำจต้ัง คณะกรรมกำรพิจำรณำให้เรียนซ้ำช้ันได้ ทั้งน้ีให้คำนึงถึงวุฒิภำวะและควำมรู้ ควำม สำมำรถของผู้เรียนเป็น สำคญั ขอ้ 2 การใหร้ ะดบั ผลการเรยี น 2.๑ การตัดสนิ ผลการเรยี นรายวชิ าของกลุ่มสาระการเรยี นรู้ ระดบั ประถมศึกษา ในกำรตัดสินเพอื่ ให้ระดับผลกำรเรียนรำยวิชำ สถำนศกึ ษำสำมำรถให้ ระดบั ผลกำรเรยี นหรือระดบั คุณภำพกำรปฏบิ ัติของผู้เรยี น เปน็ ระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบ ร้อยละ และระบบท่ีใชค้ ำสำคัญสะท้อนมำตรฐำน ระดบั มธั ยมศึกษา ในกำรตดั สนิ เพ่อื ใหร้ ะดบั ผลกำรเรียนรำยวิชำ ให้ใชต้ ัวเลขแสดงระดับผล กำรเรยี นเป็น ๘ ระดับ คะแนนร้อยละ ระดบั ผลการเรยี น ความหมายของผลการประเมิน ๘๐-๑๐๐ ๔ ผลกำรเรยี นดีเย่ียม ๗๕-๗๙ ๓.๕ ผลกำรเรียนดีมำก ๗๐-๗๔ ๓ ๖๕-๖๙ ๒.๕ ผลกำรเรยี นดี ๖๐-๖๔ ๒ ผลกำรเรียนค่อนขำ้ งดี ผลกำรเรียนปำนกลำง คู่มอื นกั เรียนและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 25
คะแนนร้อยละ ระดับผลการเรียน ความหมายของผลการประเมนิ ๕๕-๕๙ ๑.๕ ผลกำรเรยี นพอใช้ ๕๐-๕๔ ๑ ผลกำรเรียนผ่ำนเกณฑ์กำรประเมนิ ขัน้ ต่ำ ๐-๔๙ ๐ ผลกำรเรียนไมผ่ ำ่ นเกณฑก์ ำรประเมนิ กำรเรียน ดงั น้ี ในกรณีท่ีไมส่ ำมำรถใหร้ ะดบั ผลกำรเรียนเป็น ๘ ระดับได้ ให้ใชต้ วั อกั ษรระบุเงอ่ื นไขของผล “มส” หมำยถงึ ผูเ้ รียนไมม่ ีสทิ ธเิ ข้ำรบั กำรวัดผลปลำยภำคเรยี น เนือ่ งจำกผู้เรียนมีเวลำ เรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ ของเวลำเรียนในแต่ละรำยวิชำ และไม่ได้รับกำรผ่อนผันให้เข้ำรับ กำรวัดผลปลำยภำคเรียน “ร” หมำยถงึ รอกำรตัดสินและยงั ตัดสนิ ผลกำรเรยี นไม่ได้ เนอื่ งจำกผู้เรยี นไม่มขี อ้ มูลผล กำรเรียนรำยวิชำน้นั ครบถ้วน ได้แก่ ไม่ไดว้ ัดผลระหวำ่ งภำคเรยี น/ปลำยภำคเรยี น ไม่ได้สง่ งำนท่ีมอบหมำยให้ทำ ซึ่งงำนนน้ั เป็นส่วนหนง่ึ ของกำรตัดสินผลกำรเรียนหรือมีเหตุสุดวิสัย ท่ีทำให้ประเมนิ ผลกำรเรียนไม่ได้ 2.2 การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน กำหนดเกณฑ์กำรตัดสินเป็น ๔-ระดับ และควำมหมำยของแต่ละระดบั ดงั นี้ ดีเยีย่ ม หมายถงึ มีผลงำนทีแ่ สดงถงึ ควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ และเขยี นทมี่ คี ณุ ภำพดีเลิศอยเู่ สมอ ดี หมายถึง มีผลงำนที่แสดงถึงควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขยี นท่ีมคี ณุ ภำพเปน็ ที่ยอมรบั ผา่ น หมายถึง มีผลงำนที่แสดงถึงควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียนทม่ี ีคณุ ภำพเปน็ ทยี่ อมรบั แต่ยังมขี ้อบกพรอ่ งบำงประกำร ไม่ผา่ น หมายถึง ไม่มีผลงำนที่แสดงถึงควำมสำมำรถในกำรอ่ำน คิด วิเครำะห์ และเขียนหรือถ้ำมีผลงำน ผลงำนน้ันยังมีข้อบกพร่องที่ ตอ้ งไดร้ บั กำรปรับปรุงแกไ้ ขหลำยประกำร 2.๓ การประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ประเมินคณุ ลักษณะเพื่อกำรเล่ือนชัน้ และจบ กำรศึกษำ กำหนดเกณฑ์กำรตัดสินเป็น ๔ ระดับ และควำมหมำยของแตล่ ะระดบั ดังนี้ ดีเยีย่ ม หมายถึง ผู้เรียนปฏิบัติตนตำมคุณลักษณะจนเป็นนิสัย และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและสังคม โดยพิจำรณำจำกผลกำรประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๕ - ๘ คณุ ลกั ษณะ และไมม่ คี ณุ ลักษณะใดได้ผลกำรประเมินต่ำกว่ำระดับ ดี ดี หมายถึง ผู้เรียนมีคุณลักษณะในกำรปฏิบัติตำมกฎเกณฑ์ เพื่อให้ เปน็ กำรยอมรับของสงั คม โดยพิจำรณำจำก คู่มือนกั เรียนและผู้ปกครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 26
๑) ได้ผลกำรประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๑ - ๔ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคุณลักษณะใดได้ผลกำรประเมินต่ำกว่ำระดับ ดี หรอื ๒) ไดผ้ ลกำรประเมินระดับดีเยี่ยม จำนวน ๔ คุณลักษณะ และไม่มีคณุ ลักษณะใดได้ผลกำรประเมนิ ตำ่ กวำ่ ระดบั ผ่ำน หรอื ๓) ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับดี จำนวน ๕ - ๘ คุณลักษณะ และไมม่ ีคุณลักษณะใดไดผ้ ลกำรประเมินตำ่ กวำ่ ระดบั ผ่ำน ผ่าน หมายถึง ผู้เรียนรับรู้และปฏิบัติตำมกฎเกณฑ์และเง่ือนไขที่ สถำนศกึ ษำกำหนดโดยพิจำรณำจำก ๑) ได้ผลกำรประเมินระดับผ่ำน จำนวน ๕ - ๘ คณุ ลักษณะ และไม่มีคุณลกั ษณะใดได้ผลกำรประเมินต่ำกว่ำระดับ ผ่ำน หรอื ๒) ไดผ้ ลกำรประเมนิ ระดับดี จำนวน ๔ คณุ ลักษณะ และ ไมม่ คี ุณลักษณะใดได้ผลกำรประเมินตำ่ กวำ่ ระดบั ผ่ำน ไม่ผา่ น หมายถงึ ผู้เรียนรบั ร้แู ละปฏิบตั ิได้ไม่ครบตำมกฎเกณฑ์และเง่ือนไข ท่ีสถำนศึกษำกำหนด โดยพิจำรณำจำกผลกำรประเมินระดับไม่ผ่ำน ต้ังแต่ ๑ คุณลักษณะ 2.4 การประเมินสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน ประเมนิ สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน กำหนด เกณฑก์ ำรตัดสนิ เป็น ๔ ระดบั และควำมหมำยของแตล่ ะระดบั ดังน้ี ดีเย่ียม หมายถึง ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ในกำรปฏิบัตจิ นเป็น นิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพ่ือประโยชน์สุขของตนเอง และสังคม ดี หมายถึง ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในกำรปฏิบัติตำม กฎเกณฑ์ เพอื่ ให้เป็นทย่ี อมรับของสงั คม ผ่าน หมายถึง ผูเ้ รยี นรับรแู้ ละปฏบิ ัตติ ำมกฎเกณฑ์และเงอื่ นไขท่ี สถำนศึกษำกำหนด ไมผ่ ่าน หมายถึง ผูเ้ รียนรบั รูแ้ ละปฏิบตั ไิ ด้ไม่ครบตำมกฎเกณฑ์และเงื่อนไข ทีส่ ถำนศกึ ษำกำหนด 2.5 การประเมนิ คา่ นิยมหลกั คนไทย 12 ประการ ประเมินคำ่ นิยมหลกั คนไทย 12 ประกำร กำหนดเกณฑ์กำรตัดสนิ เป็น ๔ ระดับ และควำมหมำยของแตล่ ะระดบั ดังนี้ ดีเยยี่ ม หมายถึง ผู้เรียนมีค่ำนิยมหลักคนไทย 12 ประกำร ในกำรปฏิบัติ จนเป็นนิสัย และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อประโยชน์สุขของ ตนเองและสงั คม ดี หมายถึง ผู้เรียนมีค่ำนิยมหลักคนไทย 12 ประกำรในกำรปฏิบัติ ตำมกฎเกณฑ์ เพ่ือให้เปน็ ท่ยี อมรบั ของสังคม ผ่าน หมายถึง ผเู้ รียนรบั รแู้ ละปฏิบัติตำมกฎเกณฑ์และเงือ่ นไขที่ สถำนศกึ ษำกำหนด คูม่ อื นักเรยี นและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 27
ไม่ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รยี นรับรู้และปฏบิ ตั ไิ ดไ้ ม่ครบตำมกฎเกณฑ์และเง่ือนไข ที่สถำนศึกษำกำหนด 2.6 การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจำรณำทั้งเวลำกำรเข้ำร่วมกิจกรรมกำร ปฏิบัติกิจกรรมและผลงำนของผู้เรียนตำมเกณฑ์ที่สถำนศึกษำกำหนดและให้ผลกำรประเมินเป็นผ่ำนและไม่ ผำ่ น กิจกรรมพัฒนำผเู้ รยี น มี ๓ ลกั ษณะ คอื ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กจิ กรรมนักเรยี น ซึง่ ประกอบด้วย (๒.๑) กิจกรรมลกู เสือ เนตรนำรี โดยผู้เรียนเลือกอยำ่ งใดอย่ำงหนง่ึ (๒.๒) กจิ กรรมชุมนุม (๒.๓) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสำธำรณประโยชน์ ให้ใช้ตวั อกั ษรแสดงผลกำรประเมนิ ดังน้ี “ผ”ผ่าน หมำยถึง ผู้เรียนมีเวลำเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ปฏิบัติ กจิ กรรมและมีผลงำนตำมเกณฑท์ ส่ี ถำนศึกษำกำหนด “มผ”ไมผ่ ่าน หมำยถึง ผู้เรียนมีเวลำเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียน ปฏิบัติ กจิ กรรมและมีผลงำนไมเ่ ปน็ ไปตำมเกณฑท์ สี่ ถำนศึกษำกำหนด ในกรณที ่ผี เู้ รียนได้ผลกำรเรยี น “มผ” ครูผดู้ ูแลกจิ กรรมตอ้ งจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วน ทผ่ี ู้เรียนไม่ไดเ้ ข้ำร่วมหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถ้วน แลว้ จึงเปลี่ยนผลกำรเรยี นจำก “มผ” เปน็ “ผ” ได้ ทงั้ นี้ ตอ้ ง ดำเนนิ กำรให้เสรจ็ สิน้ ภำยในปีกำรศกึ ษำนั้น ยกเวน้ มีเหตุสุดวสิ ัยใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพนิ จิ ของสถำนศกึ ษำ ขอ้ 3 การเปลีย่ นผลการเรียน 3.๑ การเปลีย่ นผลการเรียน “๐” สถำนศึกษำจัดให้มีกำรสอนซ่อมเสริมในมำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบ ไมผ่ ่ำนก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไมเ่ กิน ๒ คร้งั ถ้ำผเู้ รยี นไมด่ ำเนนิ กำรสอบแกต้ ัวตำมระยะเวลำที่สถำนศึกษำ กำหนด ใหอ้ ยใู่ นดุลยพนิ ิจของสถำนศกึ ษำที่จะพิจำรณำขยำยเวลำออกไปอีก ๑ ภำคเรยี น สำหรับภำคเรียนท่ี ๒ ต้องดำเนินกำรให้เสร็จสิ้นภำยในปีกำรศึกษำนน้ั กำรสอบแก้ตัว ให้ได้ระดับผลกำรเรยี นไม่เกิน “๑” ถ้ำสอบ แกต้ วั ๒ ครง้ั แลว้ ยังได้ระดับผลกำรเรียน “๐” อกี ให้สถำนศึกษำแต่งตั้งคณะกรรมกำรดำเนินกำรเก่ยี วกับกำร เปล่ยี นผลกำรเรียนของผู้เรียน โดยปฏิบตั ิดังนี้ ๑) ถำ้ เปน็ รำยวชิ ำพ้ืนฐำน ให้เรยี นซำ้ รำยวิชำน้นั ๒) ถ้ำเป็นรำยวิชำเพ่ิมเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรำยวิชำเรียนใหม่ ทั้งน้ี ให้อยู่ใน ดลุ ยพินจิ ของสถำนศกึ ษำในกรณีท่ีเปล่ียนรำยวิชำเรยี นใหม่ ใหห้ มำยเหตุในระเบียนแสดงผลกำรเรียนว่ำเรียนแทน รำยวิชำใด 3.2 การเปลย่ี นผลการเรียน “ร” กำรเปลยี่ นผลกำรเรียน “ร” มี ๒ กรณี ดงั นี้ ๑) มีเหตสุ ดุ วิสัย ทำให้ประเมินผลกำรเรยี นไม่ได้ เช่น เจ็บป่วย เม่ือผู้เรียนได้เข้ำ สอบหรือส่งผลงำนท่ีติดค้ำงอยู่เสร็จเรียบร้อย หรือ แก้ปัญหำเสร็จสิ้นแล้ว ให้ได้ระดับผลกำรเรียนตำมปกติ (ตงั้ แต่ ๐ - ๔) คมู่ ือนกั เรียนและผปู้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 28
๒) ถ้ำสถำนศึกษำพิจำรณำแล้วเห็นว่ำไม่ใช่เหตุสุดวิสัย เม่ือผู้เรียนได้เข้ำสอบ หรือ ส่งผลงำนท่ีตดิ ค้ำงอยู่เสร็จเรยี บรอ้ ย หรือแกป้ ัญหำเสร็จส้นิ แลว้ ใหไ้ ดร้ ะดบั ผลกำรเรยี นไม่เกิน “๑” การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินกำรแก้ไขตำมสำเหตุให้เสร็จสิ้นภำยใน ปีกำรศึกษำ น้ัน ถ้ำผู้เรียนไม่มำดำเนนิ กำรแก้ “ร” ตำมระยะเวลำที่กำหนดไว้ให้เรยี นซ้ำรำยวชิ ำ ยกเว้นมเี หตุสุดวิสัย ให้ อยู่ในดุลยพนิ จิ ของสถำนศึกษำท่ีจะขยำยเวลำกำรแก้ “ร” ออกไปอกี ไม่เกิน ๑ ภำคเรยี นแตเ่ มื่อพน้ กำหนดน้ี แลว้ ให้ปฏบิ ัตดิ งั น้ี (๑) ใหเ้ รียนซ้ำรำยวิชำ ถ้ำเป็นรำยวชิ ำพ้ืนฐำน (๒) ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรำยวิชำเรียนใหม่ ถ้ำเป็นรำยวิชำเพิ่มเติม โดยให้อยู่ใน ดลุ ยพนิ จิ ของสถำนศึกษำในกรณีท่ีเปลีย่ นรำยวิชำเรยี นใหม่ ให้หมำยเหตุในระเบยี นแสดงผลกำรเรียนว่ำ เรียน แทนรำยวิชำใด 3.3 การเปลีย่ นผลการเรียน “มส” กำรเปลี่ยนผลกำรเรยี น “มส” มี ๒ กรณี ดังนี้ ๑) กรณีผู้เรียนได้ผลกำรเรียน “มส” เพรำะมีเวลำเรียนไม่ถึงรอ้ ยละ ๘๐ แต่มีเวลำเรียนไม่ นอ้ ยกวำ่ ร้อยละ ๖๐ ของเวลำเรียนในรำยวิชำน้ัน ใหส้ ถำนศกึ ษำจัดให้เรียนเพ่มิ เติมจนมีเวลำเรยี นครบ ตำมท่ีกำหนดแล้วจึงให้วัดผลปลำยภำคเป็นกรณีพิเศษผลกำรแก้ “มส” ให้ได้ระดับผลกำรเรียนไม่ เกิน “๑” กำรแก้ “มส” กรณีน้ีให้กระทำให้เสร็จส้ินภำยในปีกำรศึกษำนั้นถ้ำผู้เรียนไม่มำ ดำเนินกำรแก้ “มส” ตำมระยะเวลำที่กำหนดไว้นใ้ี ห้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจ ของสถำนศึกษำท่จี ะขยำยเวลำกำรแก้ “มส” ออกไปอกี ไมเ่ กนิ ๑ ภำคเรยี น สำมำรถแก้ผลกำรเรียนเป็น “๑ – ๔” แตเ่ มื่อพ้นกำหนดนแ้ี ล้ว ให้ปฏิบัติดงั นี้ (๑) ถ้ำเป็นรำยวชิ ำพื้นฐำนให้เรยี นซ้ำรำยวชิ ำนั้น (๒) ถ้ำเป็นรำยวิชำเพ่ิมเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถำนศึกษำ ให้เรียนซ้ำ หรอื เปลีย่ นรำยวิชำเรยี นใหม่ ๒) กรณีผู้เรียนได้ผลกำรเรียน “มส” และมีเวลำเรียนน้อยกว่ำร้อยละ ๖๐ ของเวลำเรียน ท้ังหมด ให้สถำนศึกษำปฏบิ ัตดิ ังน้ี (๑) ถ้ำเปน็ รำยวชิ ำพน้ื ฐำน ใหเ้ รียนซ้ำรำยวิชำนนั้ (๒) ถ้ำเป็นรำยวิชำเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถำนศึกษำให้เรียนซ้ำ หรอื เปลยี่ นรำยวิชำเรยี นใหม่ ในกรณีท่ีเปลี่ยนรำยวิชำเรียนใหม่ ให้หมำยเหตุในระเบียนแสดงผลกำรเรียนว่ำเรียนแทนรำยวิชำใด กำรเรียนซ้ำรำยวิชำ หำกผู้เรียนได้รับกำรสอนซ่อมเสริม และสอบแก้ตัว ๒ ครั้ง แล้วไม่ผ่ำนเกณฑก์ ำรประเมิน ให้เรียนซ้ำรำยวิชำนั้น ทั้งน้ีให้อยู่ในดุลยพินิจของสถำนศึกษำในกำรจัดให้เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหน่ึงท่ี สถำนศึกษำเห็นว่ำเหมำะสม เช่น พักรบั ประทำนอำหำรกลำงวัน วันหยุดชวั่ โมงว่ำงหลังเลิกเรียน ภำคฤดรู ้อน เป็นต้น ในกรณภี ำคเรียนท่ี ๒ หำกผู้เรียนยังมผี ลกำรเรยี น “๐” “ร” “มส” ใหด้ ำเนนิ กำรให้เสร็จสิ้น ก่อนเปิดเรียนปีกำรศึกษำถัดไป สถำนศึกษำอำจเปิดกำรเรยี นกำรสอนในภำคฤดูรอ้ นเพื่อแก้ไขผลกำรเรียน ของผู้เรียนได้ ท้ังน้ีหำกสถำนศึกษำใดไม่สำมำรถดำเนินกำรเปิดสอนภำคฤดูร้อนได้ให้สำนักงำนเขตพื้นที่ กำรศึกษำ/ต้นสังกัดเป็นผู้พิจำรณำประสำนงำน ให้มีกำรดำเนินกำรเรียนกำรสอนในภำคฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผล กำรเรียนของผู้เรียน คมู่ อื นกั เรียนและผู้ปกครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 29
3.4 การเปลยี่ นผลการเรียน “มผ” กรณีที่ผู้เรียนได้ผลกำรเรียน “มผ” สถำนศึกษำต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำ กิจกรรมในส่วนท่ีผู้เรยี นไมไ่ ดเ้ ข้ำร่วมหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถ้วน แล้วจงึ เปล่ียนผลกำรเรียนจำก “มผ” เปน็ “ผ” ได้ ท้ังนี้ ดำเนินกำรให้เสร็จสิ้นภำยในภำคเรยี นนัน้ ๆ ยกเวน้ มีเหตสุ ุดวสิ ยั ให้อยู่ในดลุ ยพนิ ิจของสถำนศึกษำที่ จะพิจำรณำขยำยเวลำออกไปอกี ไม่เกนิ ๑ ภำคเรียนสำหรับภำคเรยี นท่ี ๒ ต้องดำเนินกำรให้เสร็จส้ินภำยในปี กำรศึกษำน้ัน ขอ้ 4 การเล่อื นชั้น ผู้เรียนจะได้รับกำรตัดสินผลกำรเรียนทุกภำคเรียนและได้รับกำรเลื่อนช้ันเม่ือส้ินปีกำรศึกษำ โดยมี คณุ สมบัตติ ำมเกณฑ์ ดังน้ี กำหนดเกณฑ์กำรเลอื่ นชนั้ ไว้ ดงั น้ี ๑) ผู้เรยี นตอ้ งมีเวลำเรยี นตลอดปีกำรศกึ ษำไมน่ ้อยกวำ่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลำท้ังหมด ๒) ผู้เรยี นต้องได้รับกำรประเมนิ ทุกตวั ชี้วัด ท้ังรำยวิชำพ้นื ฐำนและเพิ่มเติม และ ตอ้ งผำ่ น ไม่ นอ้ ยกว่ำรอ้ ยละ ๖๐ ของแตล่ ะรำยวชิ ำ ๓) ผู้เรยี นต้องได้รับกำรตดั สนิ ผลกำรเรยี นทงั้ รำยวิชำพ้นื ฐำน และเพิ่มเตมิ ผ่ำน ทุกรำยวิชำ ๔) ผเู้ รยี นตอ้ งได้รับกำรประเมนิ และมีผลกำรประเมนิ ผำ่ นตำมเกณฑ์ท่สี ถำนศึกษำ กำหนด ในกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์และเขียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น และกจิ กรรมพฒั นำผ้เู รียน ขอ้ 5 การสอนซ่อมเสริม กำรสอนซอ่ มเสริม เป็นสว่ นหนึ่งของกระบวนกำรจดั กำรเรียนรู้และเป็นกำรให้โอกำสแก่ผู้เรียน ไดม้ เี วลำเรยี นรู้ส่งิ ตำ่ งๆ เพม่ิ ขนึ้ จนสำมำรถบรรลุตำมมำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตัวชี้วัดท่ีกำหนดไว้ กำรสอนซ่อม เสริมเป็นกำรสอนกรณีพิเศษนอกเหนือไปจำกกำรสอนตำมแผนจัดกำรเรยี นร้ปู กติเพ่อื แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ งที่พบใน ผู้เรียน โดยจัดกระบวนกำรเรยี นรู้ที่หลำกหลำยและคำนงึ ถึงควำมแตกต่ำงระหวำ่ งบุคคลของผู้เรียนกำรสอน ซ่อมเสรมิ สำมำรถดำเนินกำรไดใ้ นกรณดี ังตอ่ ไปนี้ ๑) ผู้เรียนมีควำมรู้/ทักษะพ้ืนฐำนไม่เพยี งพอท่ีจะศึกษำในแต่ละรำยวชิ ำนั้น ควรจัด กำร สอนซ่อมเสริม ปรับควำมร้/ู ทกั ษะพน้ื ฐำน ๒) กำรประเมินระหว่ำงเรยี น ผู้เรยี นไม่สำมำรถแสดงควำมรู้ ทักษะกระบวนกำร หรอื เจต คติ / คุณลกั ษณะทีก่ ำหนดไวต้ ำมมำตรฐำนกำรเรียนร้/ู ตวั ชวี้ ดั ๓) ผลกำรเรยี นไม่ถึงเกณฑ์ และ/หรือตำ่ กวำ่ เกณฑก์ ำรประเมิน โดยผู้เรียนไดร้ ะดบั ผลกำร เรียน “๐” ตอ้ งจดั กำรสอนซอ่ มเสริมก่อนจะใหผ้ ูเ้ รียนสอบแกต้ วั ๔) ผู้เรียนมีผลกำรเรียนไม่ผ่ำน สำมำรถจัดสอนซ่อมเสริมในภำคฤดูร้อน ท้ังน้ีให้อยู่ใน ดลุ ยพนิ ิจของสถำนศึกษำ ขอ้ 6 การเรียนซา้ ชน้ั หำกผเู้ รยี นไมผ่ ่ำนรำยวิชำจำนวนมำกและมีแนวโนม้ ว่ำจะเปน็ ปัญหำต่อกำรเรียนในระดับชั้น ท่ีสูงข้ึน สถำนศึกษำอำจต้ังคณะกรรมกำรพิจำรณำให้เรียนซ้ำชั้นได้ ท้ังน้ีให้คำนึงถึงควำมรู้ควำมสำมำรถของ ผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนท่ีไม่มีคุณสมบัติตำมเกณฑ์กำรอนุมัติเล่ือนชั้นเรียน สถำนศึกษำจะต้องจัดให้เรียนซ้ำ คมู่ ือนกั เรยี นและผ้ปู กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 30
ชั้น ในกรณีท่ีผู้เรียนขำดคุณสมบัตขิ ้อใดข้อหนง่ึ สถำนศึกษำอำจใช้ดุลพินิจให้เลื่อนชั้นได้ หำกพิจำรณำเหน็ ว่ำ สถำนศึกษำจะจดั ให้ผเู้ รยี นเรยี นซำ้ ใน ๒ กรณี ดงั นี้ กรณที ี่ ๑ เรียนซ้ำรำยวิชำ หำกผู้เรียนได้รับกำรสอนซ่อมเสรมิ และสอบแก้ตัว ๒ คร้ังแล้วไม่ ผ่ำนเกณฑ์กำรประเมิน ให้เรียนซ้ำรำยวิชำนั้น ท้ังนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถำนศึกษำในกำรจัดให้เรียนซ้ำ ในชว่ งใดช่วงหน่ึงท่สี ถำนศึกษำเห็นว่ำเหมำะสม เชน่ พกั กลำงวนั วันหยุด ชัว่ โมงว่ำงหลงั เลิกเรียน ภำคฤดู ร้อน เป็นตน้ กรณีที่ ๒ เรยี นซำ้ ช้นั มี ๒ ลักษณะ คอื ๑) ผเู้ รียนมรี ะดับผลกำรเรยี นเฉลี่ยในปีกำรศึกษำน้นั ตำ่ กว่ำ ๑.๐๐ และมี แนวโนม้ ว่ำจะเป็นปัญหำต่อกำรเรียนในระดับชั้นที่สูงขน้ึ ๒) ผู้เรียนมีผลกำรเรยี น ๐ , ร , มส เกนิ ครงึ่ หน่ึงของรำยวชิ ำทลี่ งทะเบยี นเรียนใน ปีกำรศึกษำน้นั ท้ังน้ี หำกเกิดลักษณะใดลักษณะหนง่ึ หรือทง้ั ๒ ลักษณะ ใหส้ ถำนศกึ ษำแตง่ ต้งั คณะกรรมกำร พิจำรณำ หำกเห็นว่ำไม่มีเหตุผลอันสมควรก็ให้ซ้ำชั้น โดยยกเลิกผลกำรเรียนเดิมและ ให้ใช้ผลกำรเรียนใหม่ แทน หำกพิจำรณำแล้วไม่ต้องเรียนซ้ำชัน้ ให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของสถำนศึกษำในกำรแกไ้ ขผลกำรเรยี น ข้อ 7 เกณฑก์ ารจบ โรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรุงรำษฎร์) ใช้ในกำรตัดสินผลกำรเรียนรำยวิชำ กิจกรรมพัฒนำผู้เรียน กำรอำ่ น คดิ วิเครำะห์ และเขยี น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ โดยมีเกณฑก์ ำรจบ ดงั น้ี 7.1 เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศึกษา (๑) ผู้เรียนเรียนรำยวิชำพื้นฐำน และรำยวิชำ/กิจกรรมเพ่ิมเติมตำมโครงสร้ำงเวลำเรียน ที่หลักสูตร แกนกลำงกำรศกึ ษำขั้นพน้ื ฐำนกำหนด (๒) ผู้เรียนต้องมผี ลกำรประเมินรำยวชิ ำพ้นื ฐำน ผำ่ นเกณฑ์กำรประเมินตำมทส่ี ถำนศึกษำกำหนด (๓) ผู้เรียนมีผลกำรประเมินกำรอ่ำน คิดวิเครำะห์ และเขียนในระดับผ่ำนเกณฑ์ กำรประเมินตำมที่ สถำนศึกษำกำหนด (๔) ผู้เรยี นมีผลกำรประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผำ่ นเกณฑ์กำรประเมนิ ตำมท่ีสถำนศึกษำ กำหนด (๕) ผู้เรียนเข้ำร่วมกจิ กรรมพัฒนำผู้เรียนและมผี ลกำรประเมินผ่ำนเกณฑก์ ำรประเมินตำมท่ีสถำนศึกษำ กำหนด 7.2 เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น (๑) ผู้เรียนเรียนรำยวิชำพื้นฐำนและเพิ่มเติมโดยเป็นวิชำพ้ืนฐำน ๖๖ หน่วยกิตและรำยวิชำ เพิ่มเตมิ ตำมทสี่ ถำนศกึ ษำกำหนด (๒) ผูเ้ รยี นตอ้ งไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่ำ ๗๗ หนว่ ยกติ โดยเปน็ รำยวิชำพน้ื ฐำน ๖๖ หน่วยกิต และรำยวิชำเพม่ิ เติมไมน่ อ้ ยกว่ำ ๑๑ หน่วยกิต (๓) ผูเ้ รียนมีผลกำรประเมินกำรอ่ำน คดิ วเิ ครำะห์ และเขียน ในระดับผำ่ น เกณฑ์กำรประเมิน ตำมทีส่ ถำนศึกษำกำหนด (๔) ผูเ้ รยี นมผี ลกำรประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ในระดับผ่ำนเกณฑก์ ำรประเมินตำมท่ี สถำนศกึ ษำกำหนด คมู่ ือนกั เรยี นและผ้ปู กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 31
(๕) ผู้เรียนเข้ำร่วมกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนและมีผลกำรประเมินผ่ำนเกณฑ์กำรประเมินตำมท่ี สถำนศกึ ษำกำหนด งานทะเบยี นวัดผล 1. การขอหลักฐานตา่ งๆสาหรบั นกั เรียนปัจจบุ ัน 1.1 ใบรับรองผลกำรเรียนสำหรับนำไปสมัครเรียนต่อให้นักเรียนนำรูปถ่ำยขนำด 1 น้ิวครึ่งแต่ง เครือ่ งแบบนกั เรยี นถกู ต้องตำมระเบียบของโรงเรียนจำนวน 1 รูปมำติดตอ่ พร้อมเขียนคำรอ้ งขอใบรบั รอง 1.2 ใบระเบียนแสดงผลกำรเรยี นจะออกให้เฉพำะนักเรียนที่ย่นื คำร้องขอเอกสำรนี้เท่ำนั้นและเป็นผู้ท่ี จบหลกั สูตรหรอื ผทู้ ี่ลำออกไปศึกษำตอ่ ทอ่ี ่ืนโดยยน่ื คำรอ้ งพรอ้ มรปู ถ่ำยขนำด 1 น้ิวครึ่ง แตง่ เครอ่ื งแบบนกั เรยี น ถกู ต้องตำมระเบยี บของโรงเรยี นจำนวน 2 รูป 2. การขอหลักฐานต่างๆสาหรบั ศิษย์เก่า กรณีถำ้ เป็นศษิ ยเ์ กำ่ ประสงค์จะขอหลักฐำนกำรศึกษำใหมเ่ นอื่ งจำกฉบับเก่ำชำรดุ หรือสูญหำยให้นำรูป ถ่ำยขนำด 1 น้ิวครึง่ ใสเ่ สอื้ ขำวหน้ำตรง(ไม่สวมหมวก) ถำ่ ยไม่เกิน 6 เดอื นจำนวน 2 รูปมำตดิ ต่อยน่ื คำร้องทงี่ ำน ทะเบียนวดั ผลและชำระเงินค่ำธรรมเนียมตำมที่โรงเรียนกำหนดแลว้ นำคำรอ้ งพร้อมใบเสร็จรับเงนิ มำยื่นที่งำน ทะเบียนเพอื่ ดำเนินกำรต่อไป 3. การขอแก้ไขวนั เดือนปีเกดิ ในกรณีวันเดอื นปีเกิดของนักเรยี นผิดพลำดใหย้ นื่ คำร้องพร้อมสำเนำเอกสำรอย่ำงใดอย่ำงหนึ่งต่อไปนี้ คือสูติบตั รสำเนำทะเบียนบ้ำนหรือเอกสำรอื่นๆทแี่ สดงวนั เดือนปีเกิดมำแสดงเพอื่ ประกอบกำรพิจำรณำและถ้ำ เอกสำรหลักฐำนที่หน่วยรำชกำรออกให้น้ันวันเดือนปีเกิดไม่ตรงกันจะต้องดำเนินกำรสอบหำข้อเท็จจริงเพื่อ นำเสนอผอู้ ำนวยกำรสถำนศกึ ษำอนุมัตติ ่อไป 4.การขอเปล่ยี นชือ่ ตัว ชอื่ บดิ า ชอื่ มารดา ช่ือสกุล นกั เรียนทม่ี ีควำมประสงคข์ อเปล่ยี นชอ่ื ตัว ช่อื บดิ ำ ชอ่ื มำรดำ ชอ่ื สกลุ ให้ยื่นคำรอ้ งพร้อมแนบหลกั ฐำน สำเนำใบสำคญั กำรเปล่ยี นช่ือตวั ช่ือบดิ ำ ชือ่ มำรดำ ชื่อสกุล และสำเนำทะเบียนบ้ำนท่ไี ดแ้ กไ้ ขแลว้ 5. การขอเปล่ียนแปลงยศของบดิ ามารดา ในกรณีท่ีบิดำมำรดำของนักเรียนรับรำชกำรทหำร ตำรวจ เมื่อได้รับกำรเลื่อนยศและมีควำมประสงค์ เปลี่ยนแปลง ในหลกั ฐำนของโรงเรียนใหย้ ืน่ คำรอ้ งพรอ้ มแนบหลักฐำนประกอบ ค่มู ือนักเรยี นและผูป้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 32
งานแนะแนว กำรแนะแนว เปน็ งำนบรกิ ำรทมี่ ีกระบวนกำรและเทคนิคท่ีชว่ ยให้ผู้เรยี นรู้จักและเข้ำใจตนเอง ปรับตัว ให้เข้ำกับส่ิงแวดล้อมรอบตัว และสำมำรถแก้ปัญหำท่ีเกิดขึ้นเม่อื มีปัญหำได้อย่ำงถูกต้อง มีหลักกำรที่เป็นไปได้ ทำงด้ำนกำรเรียน ทำงครอบครัว ทำงเศรษฐกิจและทำงสังคม จนสำมำรถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่ำงมี ควำมสุข ประสบควำมสำเร็จในกำรศึกษำและชีวิตส่วนตัว โดยมีเป้ำหมำยของกำรบริกำรแนะแนวเพื่อ แก้ปัญหำป้องกนั ปัญหำและพัฒนำส่งเสรมิ 1. กำรจัดบริกำรแนะแนวกำหนดใหม้ ีขอบข่ำย 3 ดำ้ นคอื 1.1 กำรแนะแนวดำ้ นกำรศกึ ษำ 1.2 กำรแนะแนวด้ำนอำชพี 1.3 กำรแนะแนวด้ำนสว่ นตัวและสงั คม มงุ่ เน้นเพ่ือพัฒนำบุคลิกภำพ 2.งำนแนะแนวจัดใหม้ ีบริกำรในโรงเรียนประกอบดว้ ย 5 บรกิ ำรดังน้ี 2.1 บรกิ ำรรวบรวมขอ้ มูลนกั เรียนเป็นรำยบคุ คล 2.2 บริกำรสำรสนเทศ 2.3 บริกำรให้คำปรกึ ษำ 2.4 บริกำรจัดวำงตวั บคุ คลมุ่งเนน้ ป้องกนั ส่งเสริมพัฒนำและชว่ ยเหลอื 2.5 บรกิ ำรตดิ ตำมผลและประเมินผล 3.ลกั ษณะของงำนแนะแนวในโรงเรยี นมี 3 ลกั ษณะดังน้ี 3.1 กำรจัดกิจกรรมด้วยกระบวนกำรทำงจิตวิทยำให้แก่ผู้เรียนเป็นรำยบุคคลและเป็นกลุ่ม (กลุ่มปกติและกลมุ่ พิเศษ)โดยกำรจัดกิจกรรมทง้ั ในและนอกห้องเรียน 3.2 กำรจดั บริกำรต่ำงๆ 3.3 กำรบรู ณำกำรแนะแนวในกำรเรียนกำรสอน ค่มู ือนกั เรยี นและผปู้ กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 33
กลุม่ บริหารงานบุคคล และกจิ การนักเรียน ค่มู ือนกั เรียนและผ้ปู กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 34
ระเบียบโรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) วา่ ด้วยการปกครองนักเรียนทวั่ ไป พ.ศ.2565 ค่มู อื นักเรยี นและผูป้ กครอง ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 35
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 36
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 37
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 38
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 39
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 40
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 41
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 42
ระเบียบว่าด้วยกำรพกพำโทรศัพท์เคลอื่ นที่มำโรงเรยี น พ.ศ. 2565 ค่มู อื นกั เรยี นและผปู้ กครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 43
ค่มู ือนกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร์) หน้า | 44
ระเบียบโรงเรียนบ้ำนพลวง(พรหมบำรงุ รำษฎร์) วำ่ ด้วย “แนวปฏบิ ัติกำรนำจกั รยำนยนตม์ ำโรงเรียนและกำรสวมหมวกนิรภัย” ปกี ำรศกึ ษำ 2565 คมู่ ือนักเรียนและผูป้ กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 45
การพ้นสภาพการเป็นนกั เรยี น นักเรยี นจะพน้ สภำพกำรเป็นนกั เรยี นดว้ ยกรณีดังตอ่ ไปน้ี 1. นักเรียนทจ่ี บชน้ั มัธยมศึกษำตอนตน้ 2. นกั เรียนทปี่ ระสงคท์ ีจ่ ะลำออกตอ้ งเปน็ ไปตำมข้ันตอน 3. นักเรียนประพฤติผิดระเบียบข้ันร้ำยแรงหรือควำมผิดอย่ำงอ่ืนเป็นประจำ ซ่ึงทำงโรงเรียนได้ ตักเตือนทำโทษทำทัณฑ์บนและทำกิจกรรมปรับพฤติกรรมหลำยครั้งแล้วยังไม่เข็ดหลำบ จนโรงเรียนต้อง พิจำรณำพิเศษเปน็ รำยกรณี คู่มอื นกั เรยี นและผ้ปู กครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร)์ หน้า | 46
กลุ่มบรหิ ารท่วั ไป ค่มู ือนกั เรียนและผปู้ กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 47
งานอาคารสถานที่ โรงเรยี นเป็นสมบัติของส่วนรวม นักเรยี นทุกคนเป็นเจ้ำของจงึ เป็นหน้ำท่ีของผู้ใชป้ ระโยชน์จำกอำคำร สถำนท่ีจะต้องให้ควำมร่วมมือในกำรรักษำทรัพย์สินและอุปกรณ์ประจำอำคำรให้ใช้ประโยชน์คุ้มค่ำไม่ชำรุด เสยี หำยก่อนเวลำอันสมควรและดูแลให้ปลอดภัยจำกอัคคภี ยั จุฬำภัยอบุ ัติเหตุภยั ถ้ำพบส่งิ ใดที่อำจจะเกิดควำม เสียหำยหรือไม่ปลอดภัยแก่อำคำรสถำนท่ีหรือบุคคลผู้อยู่ในอำคำรสถำนที่ได้ต้องรีบแจ้งให้ฝ่ำยบริหำรงำน ทว่ั ไปซ่ึงมีหนำ้ ทด่ี แู ลอำคำรสถำนที่ทรำบโดยเรว็ และถ้ำมีผูห้ น่ึงผู้ใดกระทำใหอ้ ำคำรสถำนที่และอปุ กรณ์ประจำ อำคำรเสยี หำยผทู้ ่กี ระทำชำรุดตอ้ งชดใช้คำ่ เสียหำย นกั เรยี นทุกคนเปน็ เจ้ำของจงึ เปน็ หน้ำทีข่ องผู้ใช้ประโยชน์จำกอำคำรสถำนทีจ่ ะต้องให้ควำมร่วมมือใน กำรรักษำทรัพย์สินและอปุ กรณ์ประจำอำคำรให้ใช้ประโยชน์ค้มุ ค่ำไม่ชำรุดเสยี หำยกอ่ นเวลำอันสมควรและดูแล ให้ปลอดภัยจำกอัคคีภัยจุฬำภัยอุบัติภัยทำงพบส่ิงใดที่อำจจะเกิดควำมเสียหำยหรือไม่ ปลอดภัยแก่อำคำร สถำนที่หรือบุคคลผู้อยู่ในอำคำรสถำนที่ได้ต้องรีบแจ้งให้ฝ่ำยบริหำรงำนท่ัวไปซ่ึงมีหน้ำที่ดูแลอำคำรสถำนที่ ทรำบโดยเร็วและถ้ำมีผูห้ นงึ่ ผใู้ ดกระทำใหอ้ ำคำรสถำนท่ีและอปุ กรณ์ประจำอำคำรเสียหำยผู้ท่ีกระทำชำรุดต้อง ชดใช้คำ่ เสียหำย ระเบียบการใชอ้ าคารสถานที่ 1. หำ้ มเล่นบนอำคำรเรยี น 2.หำ้ มเลน่ สวติ ชไ์ ฟฟ้ำในหอ้ งเรยี นและแผงสวิตชค์ วบคมุ ไฟฟำ้ ประจำอำคำร 3.หำ้ มเล่นกฬี ำในอำคำรและบรเิ วณใกลเ้ คียงใหเ้ ล่นเฉพำะบรเิ วณที่โรงเรียนกำหนดให้ 4.ห้ำมนงั่ บนโต๊ะทกุ ชนดิ และไมใ่ ห้โยกเก้ำอ้ใี หข้ ำดชำรดุ เสียหำย 5.ห้ำมท้ิงสง่ิ ปฏกิ ูลลงบนพื้นในบรเิ วณโรงเรยี นนอกจำกชิ้นลงในถงั ขยะ 6.หำ้ มเลน่ ถงั น้ำยำดบั เพลงิ ห้องเรียน นักเรียนมีหน้ำท่รี บั ผิดชอบทำควำมสะอำดห้องเรียนตำมทีค่ รูประจำชั้นกำหนดไวไ้ มน่ ำอำหำรหรอื เครอ่ื งด่ืมไปรบั ประทำนในห้องเรียน โรงอาหาร นกั เรียนต้องชว่ ยกันรกั ษำควำมสะอำดไมท่ ง้ิ เศษอำหำรไว้บนโตะ๊ อำหำรหรอื ใต้โต๊ะใหส้ กปรกเปน็ ทนี่ ่ำ รงั เกียจต้องสำรวมกิรยิ ำมำรยำทในกำรรับประทำนอำหำรไมส่ ่งเสยี งอึกทึกในโรงอำหำรหรือขณะรบั ประทำน อำหำรไมข่ ว้ำงปำเศษอำหำรหรอื อ่ืนๆตลอดจนนำภำชนะใดๆออกจำกโรงอำหำร ห้องนา้ นักเรยี นต้องช่วยกนั รกั ษำควำมสะอำดในกำรใชไ้ ม่เปิดนำ้ ทิ้งไว้โดยไม่ได้ใชป้ ระโยชน์และถ้ำพบว่ำมกี ำร เปดิ น้ำทิง้ ไวใ้ หช้ ว่ ยปดิ ทันทแี ละไม่ทำลำยอปุ กรณ์ต่ำงๆในห้องนำ้ หอ้ งสมุดและหอ้ งเรยี นพเิ ศษอนื่ ๆ นกั เรยี นตอ้ งรู้จกั ใช้ดว้ ยควำมระมัดระวงั ชว่ ยกนั ทำนุบำรุงและไม่ทำลำยส่ิงของอนั เปน็ สมบัติของ โรงเรยี นให้ชำรดุ เสยี หำยและต้องปฏบิ ตั ิตนให้ถกู ต้องตำมระเบียบกำรใช้หอ้ งสมุด ไฟฟ้าและพดั ลม เมือ่ เลิกใชห้ อ้ งเรียนตอ้ งปิดไฟฟ้ำและพดั ลมทุกครั้งหำกพบวำ่ อปุ กรณ์ดังกลำ่ วท่ีใดชำรดุ ให้แจ้งฝำ่ ย อำคำรสถำนท่ีให้ทรำบทันที คมู่ อื นกั เรียนและผูป้ กครอง ปีการศกึ ษา 2565 โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบารงุ ราษฎร์) หน้า | 48
บรเิ วณโรงเรียน นักเรยี นต้องไม่ทิง้ เศษกระดำษเศษอำหำรเปลอื กผลไม้ตำมบริเวณโรงเรียนหรอื ถ้ำเหน็ กช็ ว่ ยกนั เกบ็ ท้ิงลงในถงั ขยะเพอ่ื ให้โรงเรยี นสะอำด งานอนามัยโรงเรยี น หนา้ ท่ี 1. ปฐมพยำบำลไดแ้ กจ่ ่ำยยำทำแผลดแู ลนักเรียนทเี่ จ็บป่วยเลก็ นอ้ ยและได้รบั อบุ ัตเิ หตุ 2. ใหค้ วำมรู้ด้ำนสขุ ภำพอนำมยั และให้คำแนะนำเพ่อื ปอ้ งกันอบุ ัตภิ ัยตำ่ งๆ กำรตดิ ตอ่ เพอ่ื ขอใชบ้ ริกำร 3. ถำ้ ป่วยขณะเรยี นใหข้ ออนุญำตครูประจำวิชำเพอื่ ไปพบครูพยำบำล 4. ถำ้ ปว่ ยขณะพักหรอื ชั่วโมงว่ำงเมื่อได้รบั กำรปฐมพยำบำลแลว้ อำกำรปว่ ยยงั ไมด่ ีขึน้ ให้นอนพกั จนกว่ำจะถึงเวลำเข้ำเรียนครูพยำบำลจะติดตอ่ แจ้งใหค้ รูประจำวิชำทรำบ 5. ต้องลงช่ือในสมดุ ทะเบยี นผปู้ ว่ ยทุกคร้งั เพ่ือเป็นหลักฐำนกำรปว่ ยกำรจ่ำยยำและสถติ ิ 6. ผทู้ เี่ จบ็ ป่วยบ่อยครง้ั และขอรับยำจำกหอ้ งพยำบำลเปน็ ประจำในระยะเวลำติดตอ่ กันโรงเรยี นจะแจง้ ให้ผปู้ กครองทรำบเพอื่ ไปตรวจรกั ษำตอ่ ไป 7. ในกรณีท่ีเจบ็ ป่วยมำกหรือไดร้ บั อบุ ัติเหตรุ ้ำยแรงจนตอ้ งสง่ แพทย์ตรวจรักษำโรงเรยี นจะจัดสง่ ผู้ป่วย ไปยงั สถำนพยำบำลก่อนแลว้ แจ้งให้ผู้ปกครองทรำบเพอื่ รับผิดชอบต่อไป ระเบียบการใช้หอ้ งพยาบาล 1. ต้องแจง้ เจ้ำหน้ำที่ทุกครงั้ กอ่ นเขำ้ รับบริกำร 2. อำกำรเจบ็ ปว่ ยเลก็ นอ้ ยเจ้ำหนำ้ ที่ใหร้ ับประทำนยำตำมอำกำรและตอ้ งกลบั เข้ำหอ้ งเรยี นตำมปกติ 3. ถ้ำอำกำรหนกั ต้องเขียนใบอนญุ ำตขอนอนหอ้ งพยำบำลหรือให้ผ้ปู กครองมำรบั ตวั กลับ 4. กรณีขอนอนหอ้ งพยำบำลตอ้ งนำใบขออนญุ ำตไปให้ครปู ระจำวชิ ำรับรอง 5. เช็คใบอนญุ ำตออกเปน็ สองส่วนสว่ นแรกใหเ้ กบ็ ไวใ้ นสมดุ รำยคำบสว่ นที่ 2 ให้นำกลับมำไว้ที่ เจ้ำหนำ้ ท่หี ้องพยำบำล 6. ต้องเกบ็ ทน่ี อนใหเ้ รยี บรอ้ ยทกุ คร้ัง งานประชาสมั พนั ธ์ หนา้ ท่ี 1. ตอบคำถำมบริกำรข้อมูลต่ำงๆเกี่ยวกบั กจิ กรรมของโรงเรียน 2. ประกำศขอ้ มูลข่ำวสำรแจ้งควำมต่ำงๆทท่ี กุ คนควรทรำบตลอดจนรับแจง้ ของหำยและเกบ็ ของ ได้ ของโรงเรยี น 3. ประชำสมั พันธก์ ำรดำเนินงำนของโรงเรียนและกำรเข้ำรว่ มกจิ กรรมของโรงเรียน 4 ตดิ ตำมรวบรวมและเผยแพร่ควำมเคลือ่ นไหวเก่ยี วกบั กำรจดั กจิ กรรมต่ำงๆภำยในโรงเรียนหรอื ภำยนอกโรงเรียนทเ่ี ก่ียวข้องกบั กำรศึกษำ คมู่ อื นกั เรยี นและผู้ปกครอง ปกี ารศึกษา 2565 โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบารุงราษฎร)์ หน้า | 49
Search