นิทานเรื่อง “คิดชื่อเรื่องยังไงให้ครอบคลุม ต้องใช้หลังคา คลุมใช่มั๊ย ถึงจะคลุมหมด” ตกลง
คำนำ ตอนนี้ นิทานเรื่อง “คิดชื่อเรื่องยังไงให้ครอบคลุม ต้องใช้หลังคาคลุมใช่มั๊ย ถึง จะคลุมหมด” เป็นส่วนหนึ่งของวิชากฎหมายอาญา 2 (ภาคความผิด) โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีความสนใจมาตรา 136 137 147 148 149 152 161 162 217 218 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ได้ศึกษาและค้นคว้า หาความรู้เกี่ยวกับมาตราที่กล่าวมาในรูปแบบเนื้อหาของนิทาน โดยคณะผู้จัด ทำได้แทรกแซงกฎหมาย การรับโทษตามความผิดที่ตัวละครได้กระทำพร้อม ทั้งอธิบายการรับผิดในทางอาญา เพื่อให้ผู้อ่านเกิดความสนุก เกิดความคิด แปลกใหม่ อีกทั้งจากการหาความรู้ในรูปแบบของนิทานยังสร้าง พร้อมทั้ง เข้าใจในมาตราเหล่านั้นอีกด้วย ผู้จัดทำขอขอบพระคุณ อาจารย์วิรัตน์ นาทิพเวทย์ ที่ได้ให้คำปรึกษาและ คำแนะนำ พร้อมทั้งอธิบายความรู้ต่างๆในการทำงานให้แก่คณะผู้จัดทำ คณะผู้จัดทำหวังว่านิทานเรื่อง “คิดชื่อเรื่องยังไงให้ครอบคลุม ต้องใช้ หลังคาคลุมใช่มั๊ย ถึงจะคลุมหมด” จะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่เข้ามาอ่านหรือผู้ที่ สนใจหาข้อมูล และหวังว่านิทานเรื่องนี้จะสร้างความสนุก ความบรรเทิงต่อผู้ ที่เข้ามาอ่าน หากมีข้อแนะนำหรือข้อผิดพลาดประการใด คณะผู้จัดทำขอ น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย สมาชิกในกลุ่ม นางสาวคีตยรักษ์ สัจวนารักษ์ รหัสนิสิต 631081039 นายณัฐพัชร์ ทัพพสถาปนากุล รหัสนิสิต 631081081 นายทรงยศ สุวรรณจุณี รหัสนิสิต 631081099 นางสาวนัฐกานต์ สุตะนา รหัสนิสิต 631081135 นางสาวนัฐญา สะละ รหัสนิสิต 631081136
สารบัญ บ ท ที่ ห น้ า บทที่ 1 1 2 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 1 อึกทึกครึกโครมที่สี่แยกมะคำดีควาย. 3 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 2 ทำอะไรก็ทำไป อย่าทำฉันแค้นใจก็พอ เหตุการณ์วุ่นๆที่ 3 คิดจะจับฉัน คิดถึงคิดแคท 6 8 บทที่ 2 6-9 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 4 มีใจไม่ว่าอย่ามีส่วนได้ส่วนเสียในกิจการนั้น มันไม่ดีนะ. 3 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 5 ดูดบุหรี่ไม่ดีต่อปอด ดูดน้ำมันตลอดนะจะบอกให้ 3 รายละเอียดE-BOOK 1-2 2 นางสาวคีตยรักษ์ สัจวนารักษ์ รหัสนิสิต 631081039 นายณัฐพัชร์ ทัพพสถาปนากุล รหัสนิสิต 631081081 นายทรงยศ สุวรรณจุณี รหัสนิสิต 631081099. นางสาวนัฐกานต์ สุตะนา รหัสนิสิต 631081135 นางสาวนัฐญา สะละ รหัสนิสิต 631081136
บทที่ 1 1 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 1-3 ในวันจันทร์ที่อากาศดูร้อนระอุประดุจเหมือนอยู่ในทะเลทรายซาฮาร่า ณ ไฟแดงแห่งหนึ่งในจังหวัดมะคำ ดีควาย ผู้คนสัญจรไปมากันอย่างหนาแน่นเพราะเป็นวันทำงานแห่งชาติทำให้การจราจรติดขัด ตำรวจจราจร จึงต้องมากระทำหน้าที่ให้แก่ประชาชนเพื่อที่การสัญจรจะไปมาของประชาชนจะได้สะดวกขึ้น แต่บังเอิญ...เจ้า หน้าที่ ที่มาทำหน้าที่เป็นตำรวจจราจรวันนี้ดันเป็นตำรวจที่ไม่ค่อยซื่อตรงต่อหน้าที่สักเท่าไหร่ อีกทั้งยังชอบ แอบตั้งด่านลอยจับหมวกกันน๊อค รีดไถ่เงินประชาชน โดยที่ไม่คำนึงถึงหน้าที่และความเป็นตำรวจของตนแล้ว ตำรวจแสนดีดี๊คนนี้ ดันไปจับคุณป้าปากตลาด สกิลป้าของป้าคนนี้แซ่บในย่านนั้นอยู่แล้วป้าคนนั้นมีชื่อว่า “ป้า เฉื่อย” ถึงชื่อจะเฉื่อยแต่ปากไม่เฉื่อยเหมือนชื่อนะจ๊ะขอบอก!! บทสนทนา ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : โบกๆๆสบัดแขนโบกๆๆ จอดๆๆ จอดรถครับป้าหมวกกันน๊อคไปไสครับแล้วป้าเอาใบ ขับขี่มาด้วยไหมครับนี่ป้ารู้ตัวไมว่าป้าขับรถเร็วด้วยแก่แล้วนะครับเป็นหงเป็นห่วงกระดูกหน่อยควรระมัดระวัง ในการขับขี่หน่อยนะครับป้า ผมไม่ได้เป็นหมอนะครับ แต่ผมเป็นห่วงงง อิอิ ป้าเฉื่อยปากแซ่บ : ฮาโรยยยย!!! เวรจริงกูไม่ต้องมาเป็นห่วงกูคนแขบๆถูกจับหัวเช้าๆ คนอีไปทำมาหากินไม่ พักทำไหร จับแต่กูจริงชาดตำรวจบ้านี่ถึงวันๆนั้นไม่ทำไอไหรมั้งจ้องแต่อีจับเอาแต่ภาษีประชาชนวันๆ ไม่เคยไป ทำอย่างอื่นให้ประเทศมะคำดีควาย เอ้ยยยยย จังหวัดมะคำดีควายพัฒนาขึ้นเลย! รัฐบาลก็ผลาญภาษี ประชาชนไปวันๆ เอาไปซื้อเรือดำน้ำ วัคซีนดีๆก็ไม่ได้เหมือนประเทศอื่น ฉันละท้อ ตำรวจก็จับเก่งกูอีด่าให้ลืม ทางกลับโรงพักไม่ได้ทีต่อเดี๋ยว หัวเช้าๆซ้องแซ้งเบล่อไปนิอยู่ก็ไม่ใช่หล่อทำพี่พอได้น่าลำไยจริงๆ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : ป้าครับป้ารู้ไมนิคำพูดที่ปากกล่าวมานั่น มันเป็นคำพูดที่ดูหมิ่นเจ้าพนักงานตาม มาตรา136 การที่ป้าพูดคำพวกนั้นกับผมในขณะที่ผมปฎิบัติหน้าที่อยู่หรือป้าพูดจาให้ร้ายผู้อื่นเสียหายในขณะ ปฏิบัติหน้าที่หรือการดูหมิ่นเหยียดหยาม ป้าสามารถมีโทษรับผิดในทางอาญาตามมาตรา 136 โดยจะต้อง ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเลยนะครับป้า และในขณะเดียวกันได้มีคุณตาท่านหนึ่งดูท่าทางขาดสติเดินโซซัดโซเซเหมือนคนเมาได้เดินมาชนป้าเฉื่อย จนล้มลงคุณตาตกใจจึงได้รีบลขอโทษป้าเฉื่อยและยินดีที่เสียค่ารักษาพยาบาลให้แต่ก็ไม่ทำให้ป้าเฉื่อยที่กำลังมี อารมณ์หงุดหงิดกับตำรวจอารมณ์ดีขึ้นเลย ดันมีอารมณ์ขึ้นไปอีกเลยพาลความหงุดหงิดและความโกธรไปถึง คุณตาท่านนั้นโดยที่คุณตาท่านนั้นคนย่านนั้นรู้จักกันเป็นอย่างดีในชื่อ“ตาแฉะวันๆไม่ทำอะไรเมียปากแซ่บเอาแต่ เมาต้มแต่ท่อม” เพราะวันๆตาแกจะไม่ยอมทำมาหากินอะไรเลยเอาแต่ เมาสุราต้มน้ำใบกระท่อมบางวัน ทะเลาะกับเมียจนได้ยินกันไปทั่วทุกบ้าน
บทสนทนา 2 ป้าเฉื่อยปากแซ่บ : เอ้าอีตาแฉะนี่ เมาแล้วยังอาดอีเดินไปทั่ว ถึงเดินไม่ชนใครมาชนกูคนยิ่งร้อนๆอยู่ ถึง ขอโทษขอโพย เหมือนกูอีให้อภัยนั้น อยู่ไม่รู้จักหวัน ไม่ชอบหน้าอีตาแฉะนิพึด อยู่โกโรโกโสถึงหน้าตาเหมืองนิ ไม่เคยยิ้มแย้มเหมือนเพื่อนเขา เที่ยวเดินหน้าบูดเหมือนตูดลิงอยู่วันๆกูแจ้งจับเข้าหรางที เฮ้!!!ตำรวจเห้อ แล มันตะนิมันขับรถมาเฉี่ยวฉันล้มถึงมันไม่ขอโทษฉันสักคำไปจับมันขึ้นโรงพักไปเลย อย่าให้มันเดินไม่มีหูรูดเบล่อ อยู่รกหูรกตาฉันนิ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : ป้าเฉื่อยจะแจ้งจับตาแฉะเหรอครับ ผมได้ยินตาแฉะแกขอโทษป้าอยู่นะครับเมื่อกี้แล้ว แกก็ยืนยันที่จะออกค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลให้ป้าเฉื่อยด้วยนี่คุณป้ารู้ไหมครับผมสามารถจับป้าใน ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามมาตรา 137 ได้เลยนะครับ เพราะป้าไปแจ้งจับตาแฉะทำให้ ตาแฉะเสียหาย โดยที่ตาแกพร้อมที่จะออกค่ารักษาพยาบาลให้ป้าถ้าป้าแจ้งความอันเป็นเท็จ ผมจะแจ้งจับป้าได้อีกกระทงเลยนะครับป้าจะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับนะครับ หลังจากที่ตาแฉะเดินชนป้าเฉื่อย ตนยังมึนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะ ด้วยพิษน้ำใบกระท่อมที่ตนได้ กินเข้าไป ตาแฉะได้ขอโทษป้าเฉื่อยและรู้ตัวว่าป้าเฉื่อยจะแจ้งจับตน แต่ตนก็ปฏิเสธที่จะรับผิด เพราะตนได้ เเสดงความรับผิดชอบแล้ว แต่ป้าเฉื่อยไม่ยอมรับคำขอโทษและข้อเสนอของตน ตาแฉะเลยขอตัวกลับบ้านก่อน ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ้ะ : บ้าจริงอีป้าเฉื่อย เป็นอะไรวะ ตรูเดินชนตรูขอโทษแล้ว ตรูจะออกค่ารักษาพยาบาลให้ มันก็ไม่เอาแล้วยังจะมาแจ้งตำรวจจับตรูอีก เฮ้อออ วันๆนึงเมียด่าจะเป็นจะตายแล้วดีแค่ไหนแล้วที่ไม่ไล่ตรู ออกจากบ้าน นั้นถ้าเมียตรูว่าตรูไปมีเรื่องกับป้าเฉื่อยคนที่มันไม่ชอบ มันคงฆ่ากูแน่ๆ เฮ้อ เมียก็ไม่รักแล้วตรู ต้องเจอสงครามประสาทกับอีป้านั้นอีก แม่งเอ้ย โมโหว่ะ เดี๋ยววันนี้ตรูจะหาน้ำมันไปวางเพลิงเผารถ จักรยานยนต์ของ อีป้าเฉื่อยมัน แต่เดี๋ยวถ้าวางเพลิงเผาทรัพย์ที่เป็นรถจักรยานยนต์ธรรมดาคงไม่เป็นไรหรอกมั้งคงไม่เป็น อันตรายต่อใครหรอก ถึงแม้ตรูจะมีเจตนาตามมาตรา 217 ก็ตาม เอาว่ะแต่คนมันแค้นให้ทำไงได้ปากแซ่บดี นัก ไม่ต้องขับหรอกฮอนดงฮอนด้า ใช้ฮอนด้าเดินไปเถอะอีป้าเฉื่อย ตาแฉะจึงได้นำน้ำมันที่ตนมีและเดินทางไปที่ป้าของป้าเฉื่อยโดยที่ตนรู้ว่าตนมีเจตนาตามมาตรา 217 ที่ระบุไว้ว่า ผู้ใดวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปี และปรับตั้งแต่หนึ่ง หมื่นบาทถึงหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท เมื่อตาแฉะเดินทางถึงบ้านของป้าเฉื่อยตาแฉะจึงได้เริ่มการวางเพลิงรถ จักรยานยนต์ซึ่งเป็นทรัพย์ของป้าเฉื่อย ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : 555555555สะใจวะแต่มันยังไม่สุด ปัดโธ่!!แค่อีรถจักรยานยนต์มันไฟไหม้แค่นี้เอง อีป้าแฉะมันคงไม่เดือดร้อนไรหรอกมันรวยจะตายไปเห็นจะแจ้งจับตรูอยู่นี่ ปากแซ่บดีนักจะแจ้งจับตรูเหรอ อี ป้าปากตลาด ยังงี้ตรูคงต้องเผาบ้านมันให้มอดไหม้ ไม่มีที่อยู่ไปเลย ตรูไม่สนใจใครแล้ว เอ๊ะ แต่เดี๋ยวนะถ้าตรู เผาบ้านมัน ตรูก็จะต้องรับโทษหนักขึ้นอีกนี่หว่า เพราะ ตามมาตรา 218 การวางเพลิงเผาทรัพย์ ที่เป็นโรง เรือน เรือ หรือแพที่คนอาศัยอยู่ เช่น บ้านของอีป้าเฉื่อยเนี่ย จะต้องระวางโทษประหารชีวิตจำคุกตลอดดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีเลยอีกอย่างอีป้าเฉื่อยอาจได้รับอันตราย พิการ หรือตายได้เลยนะสิ แต่ชั่งเถอะ คิดไรให้มากความปากมันยังนั้น คงไม่ตายง่ายๆหรอก แต่ตรู เพิ่งเห็นมันเดินอยู่ที่ตลาดท้ายซอยนี่หว่า เฮ้อ คิดแล้วก็เผาเลยสิวะ รออะไรละ แค่นี้ขนหน้าแข้งมันไม่ร่วงหรอก กับอีแค่บ้านมันไฟไหม้ 5555 รอดูความชิบ หายได้เลย ว่าคืนนี้มันจะนอนที่ไหน
3 หลังจากที่ตาแฉะได้วางเพลิงทั้งรถจักรยานยนต์และบ้านของป้าเฉื่อยแล้ว ตาแฉะก็ได้รีบหนีไป จนมีชาว บ้านในระแวกเห็นว่าไฟกำลังลุกลามบ้านของป้าเฉื่อยอยู่จึงได้รีบไปบอกป้าเฉื่อยว่าบ้านของตนไฟไหม้ บทสนทนา ป้าเฉื่อยปากแซ่บ : กรี๊ดดดดด !! ใครมาวางเพลิงบ้านฉันนิ อย่าให้รู้นะ หรือว่าจะเป็นอีตาแฉะ เพราะฉันเพิ่ง มีปัญหากับฉันมา อีตาแก่นี้อยากลองดีกับกู แก่แล้วยังไม่เจียมตัวอยู่ไม่รู้หวันอีกไม่รู้ซะแล้วว่าใครใหญ่ ริอาจ มาเผาบ้านกู เดี๋ยวมึงจะได้นอนหราง ป้าเฉื่อยจึงได้เดินทางไปสถานนีตำรวจ ป้าเฉื่อยปากเเซ่บ : คุณตำรวจ ป้ามีอะไรจะมาขอช่วยข้อหาที่มันไปวางเพลิงบ้านป้ากับเผารถจักรยานยนต์ ของป้า ถึงป้าไปสืบรู้มาว่า อีตาแฉะมันมียาเสพติดไว้ครอบครองด้วย มันทั้งขายทั้งเสพ ช่วยไปจับอีตาแฉะเข้า หรางทีต่ะ เอาโทษให้หนักๆเลยนะ คุณตำรวจจะเรียกเก็บเงินป้ากี่บาทป้าพร้อมให้เสมอ ขอแค่ให้อีตาแฉะนั้น เข้าหรางแล้วโดนรับโทษสถานหนัก ติดคุกหลายปีไปเลย ขังไม่ต้องให้เห็นเดือนเห็นตะวันเลย หึหึ กล้ามาลองดีกับกูเอง55555555 อ๋อ อย่าลืมนะคุณตำรวจช่วยใช้ตำแหน่งจับปลอมแปลงเอกสารการแจ้ง ความให้ป้าด้วยนะ ใส่โทษอีตาแฉะให้หนักๆเลย ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : ผมใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบไม่ได้หรอกป้า เพราะผมจะมีความผิดในทางอาญา ตามมาตรา 148 เรื่อง การใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ถ้าผมทำตามที่ป้าบอกผมจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท หรือโทษหนักสุดถึงขั้นประหาร ชีวิตเลยนะป้า ถ้ามันไม่เป็นประโยชน์ต่อผมจริงๆ ป้าเฉื่อยปากแซ่บ : เอาหนะ ช่วยๆป้าสักหิดตะ ต่อเดี๋ยวป้าให้สินน้ำใจเล็กๆน้อยๆสักเงินห้าหกหมื่น คุณ ตำรวจจะโอเคไม ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : โธ่!! ป้าเฉื่อยครับถ้าผมทำแบบนั้นผมก็จะมีความผิด ทางอาญามาตรา 149 การรับ สินบนแถมยังปลอมแปลงเอกสารโดยหน้าที่ที่ผมมี ผมจะต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปีหรือจำคุก ตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาถึงสี่แสนบาทหรือประหารชีวิต ซึ่งหน้าที่ของผมยังเป็นหน้าที่ ที่ผิดตาม กฎหมายอาญามาตรา 161 ที่ระบุไว้ว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสาร หรือดูแลรักษาเอกสาร กระทำการปลอมเอกสารโดยอาสัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองแสนบาท แล้วถ้าป้าเฉื่อยไม่ได้แจ้งความจับตาแฉะ แต่ป้าเฉื่อยให้ผมปลอมแปลง เอกสารแจ้งความทั้งที่ไม่มีใครแจ้งความผมก็จะโดนความผิดตามกฎหมายอาญา มาตรา 162 (2) ไปด้วยอีก กระทง ป้าเฉื่อยปากแซ่บ : เอาหนะ รับๆๆเงินไปตะ คุณตำรวจได้เงิน ฉันได้ความสะใจ ดิลทั้งคู่ รู้แค่เราสองคน ไม่มี ใครบอกใครก็ไม่มีใครรู้ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : โอเคครับป้า ผมจะรับข้อเสนอของป้าแล้วกันนะครับ
4 หลังจากที่ตำรวจและป้าเฉื่อยได้ทำข้อตกลงระหว่างกัน ในวันถัดมาตำรวจน้ำดีท่านหนึ่งได้เดินทางไปบ้าน ของตาแฉะ โดยที่ไม่ได้มีหมายจับหรือการแจ้งความจับตาแฉะแต่อย่างใด ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : สวัสดีครับตาแฉะผมเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจมะคำดีควายครับ ตอนนี้คุณตารู้ ไหมว่าผมได้รับแจ้งความและมีการลงบันทึกประจำวันว่าคุณมียาเสพติดไว้ในครอบครองนะครับ ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : ชิบหายแล้ว ตรูไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตอนไหนวะ วันๆตรูถูกเมียด่าเป็นร้อยรอบ นี้ยัง มีเรื่องยาเสพติดอีก คุณตำรวจครับผมไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดเลยนะครับ ถ้าใบกระท่อมผมยอมรับว่าผมทั้งเสพทั้งขาย ไม่ๆๆๆผมไม่ได้เสพ ผมแค่นั่งทำอุปกรณ์ ไม่ๆๆ นี่มันห้องนอนผม เฮ้ย!! ไม่ใช่ผมแค่ต้มน้ำใบกระท่อมทั้งดื่มเพื่อสุขภาพอีกอย่างพืชกระท่อมก็เป็นพืชที่ถูกกฎหมายแล้วคุณตำรวจ จะมาจับผมไม่ได้ บทสนทนา ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : อะไรกันค้าบเนี๊ย เลิ่กลักแล้วนะตา ระวังนะค้าบ เบาๆลงบ้างแก่แล้วตา เดี๋ยวจะไม่อยู่ ทันเลี้ยงหลานนะครับ หยอกๆนะครับ อย่าชวนเปลี่ยนเรื่องสิครับคุณตาจะทำอุปกร์อะไรจะต้มน้ำใบกระท่อม อะไรผมไม่รู้ นั้นมันเรื่องของคุณตา แต่เรื่องยาเสพติดที่มีคนแจ้งผมต้องดำเนินคดีนะครับตาแฉะ เชิญไปที่ สถานีด้วยครับ ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : แต่ผมไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดจริงๆนะครับคุณตำรวจไปฟังใครที่ไหนมาครับ เอาผมไป ตรวจเยี่ยวก็ได้ ตำรวจน้ำดีท่าหนึ่ง : (นึกในใจ)ตาแก่นี้ชั่งโง่เขลาเบาปัญญาซะจริงๆแค่โกหกว่ามีคนแจ้งจับก็เชื่แแล้ว หลอก ง่ายจริงๆแบบนี้รีดไถ่เงินเยอะๆได้สบายๆเลย โอเคครับตาเดี๋ยวผมมีธุระด่วน ผมขอตัวกลับก่อน เดี๋ยวผมจะมา เยี่ยมใหม่นะครับ ในวันรุ่งขึ้นตำรวจน้ำดีคนเดิมได้ไปที่บ้านของตาแฉะอีกครั้งซึ่งครั้งนี้ตำรวจน้ำดีได้มาพร้อมกับตำรวจอีก สองสามคนเพื่อจะมาจับกุมตาแฉะ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : สวัสดีครับตาแฉะ วันนี้อยู่บ้านไมครับตาแฉะ ผมมาเยี่ยมตามที่สัญญาไว้แล้วครับ มา ให้ผมจับซะดีๆ อย่าดื้อนะครับ ตาถูกจับในข้อหามียาเสพติดไว้ในครอบครองจำได้มั้ยครับ ที่ครั้งก่อนผมได้บอก ตาไว้แล้ว บทสนทนา ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : แม่เจ้าโว้ย!! มาอีกแล้ว ผมบอกไปล้านรอบแล้วว่าไม่มี ไม่เชื่อผมอีก ตาไม่เคยเสพจริงๆ คุณตำรวจไปฟังมาจากไหนว่าผมเสพ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : ถ้าตาไม่อยากถูกจับติดคุกผมมีข้อเสนอดีๆมาเสนอให้ คุณตาสนใจไหมครับ ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : ข้อเสนออะไรละคุณตำรวจสุดหล่อ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : ถ้าคุณตาจ่ายเงินให้ผมหนึ่งหมื่นบาท ภายในห้านาทีนี้ แค่หนึ่งหมื่นบาทเท่านั้นเ รื่องก็ จบครับ ผมจะไม่มายุ่งเรื่องคุณตาอีกตลอดชีพ แล้วประวัติคุณตาก็จะขาวสะอาด เรื่องยาเสพติดระหว่างเรา สองคนจะไม่เคยเกิดขึ้นเลยครับ
5 ตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะ : ชีวิตตรูตอนนี้เงินที่มีอยู่ก็ไม่มีพอจะซื้อใบกระท่อมแล้ว แล้วนี่จะมีปัญญาไหนไปจ่ายว่ะ เงินตั้งหนึ่งหมื่นบาท แต่ถ้าไม่จ่ายเงินให้ตำรวจถ้ารอบนี้เมียรู้เมียตรูฆ่าหมกสวนใบกระท่อมแน่ๆ เอาว่ะจ่ายก็ จ่ายได้จบๆกันไป โอเคครับคุณตำรวจสดหล่อ ผมจ่ายครับ ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่ง : โอเคครับเงินครบแล้ว ก็แค่นี้แหละครับตาแฉะง่ายๆ ได้รับเงินเรื่องก็จบครับ หวังว่าผม จะไม่มีเรื่องให้มาเยี่ยมตาที่บ้านอีกนะครับ ดูแลสุขภาพ ต้มใบกระท่อมแต่พอควรนะครับตาแฉะ หลังจากที่ตำรวจน้ำดีท่านหนึ่งได้รับเงินจากตาแฉะไม่นานนัก ผลกรรมที่ก็ได้ตามสนองความผิดที่เขาได้ ก่อเอาไว้ ผู้บัญชาการของสถานีตำรวจมะคำดีควายจับได้ว่าตำรวจน้ำดี ได้กระทำความผิดไว้มากมายทั้งการ ปลอมแแปลงเอกสาร รับสินบน รีดไถ่เงินประชาชน ฯลฯ จึงทำให้ตำรวจคนนี้ได้รับความผิดในทางอาญา มาตรา 149 และ มาตรา 161และรวมไปถึง มาตรา 162 (2) ในส่วนของป้าเฉื่อยปากแซ่บนั้นจะมีความในทางอาญาตามมาตรา 136 และ มาตรา 137 และการกระ ทำของตาแฉะแจ๊ะๆนะจ๊ะที่ได้ไปวางเพลิงรถจักรยานยนต์และได้วางเพลิงบ้านของป้าเฉื่อยนั้นตาแฉะจะได้รับ โทษในทางอาญาตามมาตรา 217 และมาตรา 218 อีกด้วย
บทที่ 2 6 เหตุการณ์วุ่นๆที่ 4-5 จากเหตุการณ์การที่บ้านของป้าเฉื่อยไฟไหม้ผลกระทบได้ส่งผลไปถึง ห้องน้ำสาธารณะทางเขตพื้นที่ที่รับ ผิดชอบของจังหวัดมะคำดีควาย ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบหมายให้นายกอบต.มุวิมเป็นประธานกรรมการ ตรวจการจ้างพร้อมทั้งคณะกรรมการอีก4คน บทสนทนา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุดหล่อท่านหนึ่ง : ท่านนายกอบต.มุวิมจากเหตุการณ์ไฟไหม้ห้องน้ำสาธารณะวันก่อน ผมขอมอบหมายโครงการซ่อมแซมห้องน้ำสาธารณะให้คุณรับผิดชอบได้มั้ยครับ นายกอบต.มุวิม : ครับท่านผู้ว่า ท่านต้องการให้ผมรับผิดชอบส่วนไหนของโครงการครับ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุดหล่อท่านหนึ่ง : ผมจะตั้งแต่งให้นายกอบต.มุวิมเป็นประธานกรรมการตรวจการจ้าง และผมได้จัดคนให้คุณอีก 4 คน เป็นคณะกรรมการ รับผิดชอบในส่วนโครงการนี้ทั้งหมดร่วมกับคุณแล้ว นายกอบต.มุวิม : รับทราบครับท่าน ผมจะปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับหมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงโดยเร็วที่สุด ครับ นายกอบต.มุวิม : (คิดในใจ) 55555 สวยละงานนี้ งบประมาณต่างๆ กูจะเบิกมาเอาลงทุนซื้อน้ำมันจากไอ้ สิบเอกวิชิต แล้วเอาไปขายต่อให้ได้กำไรเยอะๆ ทีนี้กูจะได้ตังค์ไปเมา เอาไปเลี้ยงสาวๆสวยๆให้สาแกใจกูเลย โดยหลังจากที่นายกอบต.มุวิมได้รับหน้าที่ต่างจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุดหล่อท่านหนึ่งแล้วนายกอบต.มุ วิม ก็ได้เริ่มลงพื้นที่ซ่อมแซมห้องน้ำสาธารณะจากเหตุไฟไหม้จากบ้านป้าเฉื่อย โดยโครงการซ่อมแซมห้องน้ำ สาธารณะครั้งนี้นายกอบต.มุวิม ได้ทำสัญญาจ้างกับบริษัทโหล่ยโท่ย จำกัด และได้ระบุชื่อของนายดอสันตาม สัญญาจ้าง แต่นายดอสันนั้นไม่ได้รู้เห็นหรือมีความรับผิดชอบกับการซ่อมแซมห้องน้ำสาธารณะดังกล่าวเลย อีกทั้งลายมือชื่อในช่องผู้รับจ้างชื่อในช่องผู้รับเงินตามใบเสร็จรับเงินก็ไม่ใช่ลายมือชื่อของนายดอสัน เป็นไปได้ ว่านายกอบต.มุวิม ได้เข้าไปจัดการขอเบิกเงินและรับเงินเอาไปเองโดยไม่ปรากฏของนายดอสัน ซึ่งนายดอสันก็ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเป็นผู้รับจ้างซ่อมแซมโครงการดังกล่าวเลยจึงถือว่านายกอบต.มุวิมมีส่วนได้เสียเพื่อ ประโยชน์สำหรับตนเองและผู้อื่น เนื่องจากกิจการที่บริษัทโหล่ยโท่ย จำกัด รับผิดชอบนั้น โดยจ่ายค่าจ้างคน งานเพียง 1500 บาท แต่เบิกเงินค่าจ้างตามสัญญาไป 3000 บาทเป็นเหตุการซ่อมแซ่มห้องน้ำสาธารณะได้ รับความเสียหายในระหว่างนั้นและใช้ระยะเวลาซ่อมแซมนานทำให้งบบานปลายอย่างมากทำให้เกิดข้อสงสัย จากชาวบ้านในระแวก นายกอบต.มุวิม การกระทำของนายก อบต.มุวิม จึงมีความผิดตามมาตรา 152 ที่ ระบุไว้ว่า ผู้ใดเป็น เจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใดเข้ามีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อประโยชนืสำหรับ ตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น ต้องระวางโทษจำคุก ตั้งแต่หนึ่งถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึง สองแสนบาท นายกอบต.มุวิม มีความผิดตามมาตรา 152 โดยชัดเจน เพราะตำแหน่งของตนและนายก อบต.มุวิม มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการดังกล่าว เมื่อได้เงินในส่วนที่เบิกมาจากการลงลายมือชื่อดังกล่าวนั้น. นา ยกอบต.มุวิม นำเงินดังกล่าวนั้น ไปใช้จ่ายส่วนตนในหลายๆด้าน ทั้งธุรกิจด้านมืด เมาเสเพ เลี้ยงหญิง
7 ณ ค่ายทหารธนูทวยคงควรทอง ซึ่งเป็นช่วงเวลาพลบค่ำไม่มีคนพลุกพล่านเพราะนายทหารคนอื่นๆได้ แยกย้ายกันไปทำภารกิจส่วนตัวของตน อาทิเช่น แคนถึงฟิด คิดถึงแแฟน อาบน้ำอาบท่า จัดการปัญหาตัวเอง ก่อนที่จะถึงเวลากินข้าวและเข้านอนในขณะที่คนอื่นๆกำลังไปทำภารกิจส่วนตัวนั้นได้มีทหารคนหนึ่งชื่อว่า สิบเอกวิชิต ซึ่งวิชิตเป็นหนุ่มร่างใหญ่กำยำล่ำสันมีนิสัยที่เป็นคนเห็นแก่ตัวชอบทำเรื่องที่ผิดวินัยทหารได้รับโทษ อยู่บ่อยครั้ง แต่วิชิตก็ไม่เคยหราบจำและยังทำเรื่องที่ไม่ดีอยู่เรื่อยๆ วิชิตได้ถูกผู้บัญชาการเรียกเข้าพบในเย็นวัน นั้น… บทสนทนา ผู้บัญชาการ : สิบเอกวิชิตผมมีหน้าที่ที่จะให้คุณรับผิดชอบ เพราะเห็นว่าคุณทำผิดวินัยบ่อยครั้งผมคิดว่าการที่ ทำให้คุณได้กระทำหน้าที่เกี่ยวกับทางราชการ อาจจะเป็นการปรับนิสัยและทัศนคติของคุณได้บ้าง สิบเอกวิชิต : ครับท่าน ท่านมีหน้าที่อะไรจะให้ผมรับผิดชอบครับ ผู้บัญชาการ : เมื่อวานนี้พลขับที่ทำหน้าที่ประจำได้ท้องเสียจากอาหารเป็นพิษผมก็ไม่รู้ว่าพ่อครัวที่โรงครัวปรุง อาหารสูตรไหนไป ทหารเลยจ๊วดๆกันใหญ่ ผมละท้อ ผมเลยอยากจะให้สิบเอกวิชิตเป็นพลขับทำหน้าที่แทนพล ขับคนเดิมไปก่อนสักพักนึง คุณรับหน้าที่พลขับได้หรือไม่ สิบเอกวิชิต : ครับท่าน ผมรับหน้าที่เป็นพลขับตามที่ท่านสั่งก็ได้ครับ เพราะถ้าผมขัดท่านก็คงไม่ยอมอยู่แล้ว ผู้บัญชาการ : คุณก็รู้ตัวดีหนิ งั้น เดี๋ยวคุณเริ่มงานเลย เพราะผมจะต้องไปกินข้าวกับนายก อบต.มุวิม สิบเอกวิชิต : รับทราบครับท่าน นายกอบต.มุวิม ได้นัดทานข้าวมื้อค่ำกับผู้บัญชาการของค่ายทหารธนูทวยคงควรทองโดยผู้บัญชาการได้ พูดถึงภารกิจต่างๆและเรื่องราชการที่ต้องกระทำร่วมกันและได้แนะนำสิบเอกวิชิตซึ่งทำหน้าที่พลขับให้แกนายก อบต.มุวิม ได้รู้จัก บทสนทนา ผู้บัญชาการ : ท่านนายกอบต.มุวิม ผมจะแนะนำพลขับที่ขับรถมาให้ผมให้คุณรู้จักไอ้นั้นมันชื่อ วิชิต ไอ้สิบเอก วิชิตนี่มันชอบนอกลู่นอกทางผมเลยจัดการดัดนิสัยมันหน่อยทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโตถ้าท่านนายกอบต.มุวิม มีอะไรให้มันทำท่านก็บอกมันได้เลยนะ นายกอบต.มุวิม : ครับท่านผู้บัญชาการยินดีที่ได้รู้จักครับ สิบเอกวิชิต สิบเอกวิชิต : ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับท่าน มีอะไรให้ช่วยบอกได้เลยครับท่านแล้วทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับ ที่พัก แต่หารู้ไม่นายกอบต.มุวิมได้รู้จักกับสิบเอกวิชิตเป็นการส่วนตัว และได้ทำธุรกิจที่ผิดกฎหมายร่วมกันเป็น จำนวนมาก หนึ่งในนั้นคือการยักยอกทรัพย์ โดยที่นายกอบต.มุวิม ได้รับข้อเสนอขายน้ำมันจากสิบเอกวิชิตใน ราคาลิตรละ 250 บาท โดยที่สิบเอกวิชิตจะดูดน้ำมันจากรถในค่ายทหารธนูทวย คงควรทอง ซึ่งเป็นทรัพย์ที่ ตนนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบนั้นเองนำมาให้นายกอบต.มุวิม และนายกอบต.มุวิม จะนำน้ำมันไปขายต่อโดยได้ กำไรเป็นจำนวนมาก
8 หลังจากที่แยกย้ายกลับและสิบเอกวิชิตได้ทำหน้าที่ตามที่รับมอบหมายสำเร็จและกลับมาถึงค่ายทหาร แล้ว สิบเอกวิชิตได้คิดเรื่องชั่วๆเพื่อเห็นประโยชน์แก่ตนสิบเอกวิชิตได้นำน้ำมันรถจากรถที่ตัวเองขับซึ่งเป็น ทรัพย์ของราชการ โดยสิบเอกวิชิตได้นำน้ำมันไปขายให้แก่นายกอบต.มุวิม และนายกอบต.มุวิม ได้ให้เงิน จำนวน 30,000 บาท แกสิบเอกวิชิต ในขณะเดียวกันสิบเอกมานะ ได้เห็นเหตุการณ์ดังกล่าวทั้งหมด ตั้งแต่ที่ สิบเอกวิชิตดูดน้ำมันจากรถที่ตนขับกลับมาจากพาผู้บัญชาการไปทานข้าวกับนายกอบต.มุวิม สิบเอกมานะจึง ได้ถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน และนคลิปหลักฐานดังกล่าว ไปฟ้องผู้บัญชาการ ในวันต่อมา… สิบเอกมานะ : ท่านครับขออนุญาตครับ ผู้บัญชาการ : ว่าไงสิบเอกมานะ สิบเอกมานะ : ผมมีเรื่องจะมาร้องเรียนท่านครับ ผู้บัญชาการ : ว่ามาเลย สิบเอกมานะ : หลังจากที่ท่านกลับมาจากภารกิจไปกินข้าวกับนายกอบต.มุวิม ผมสังเกตเห็นว่าสิบเอกวิชิต ทำตัวแปลกๆครับ ผู้บัญชาการ : ทำไมรึ คุณเห็นสิบเอกวิชิต แอบดูเพื่อนๆในค่ายอาบน้ำรึ สิบเอกมานะ : ไม่ใช่ครับท่าน!! ผมเห็นสิบเอกวิชิตได้ดูดน้ำมันจากรถประจำตำเเหน่งของท่าน ไปขายให้กับ ชายคนหนึ่งครับแล้วผมเห็นชายคนนั้นเขาส่งมอบเป็นเงินให้กับสิบเอกวิชิต ผู้บัญชาการ : คุณมีหลักฐานหรือป่าว คุณไปพูดกล่าวหาสิบเอกวิชิตเสียๆหายๆไม่ได้นะ คุณหลอนหรือป่าว คุณเสพหรือคุณขายเนี่ย ผมหยอกๆนะ55555 สิบเอกมานะ : ผมไม่ได้หลอนครับท่าน!! ไม่ได้เสพไม่ได้ขายด้วยท่านชอบใส่ร้ายผมจริงๆผมมีหลักฐานนะครับ นี่ครับท่าน หลังจากที่สิบเอกมานะได้นำหลักฐานให้ผู้บัญชาการดูผู้บัญชาการถึงขั้นเลือดขึ้นหน้าทันที และเรียกสิบ เอกวิชิตเข้าพลเป็นการด่วน สิบเอกวิชิต : ขออนุญาตครับท่าน ท่านเรียกผมมามีอะไรครับ ผู้บัญชาการ : ป่าวหรอกคุณรู้อะไรมั้ยคุณเป็นถึงสิบเอกน่าจะมีความรู้ด้านกฎหมายมาบ้างคุณพอรู้ กฎหมายมาตรา 147 ของประมวลกฎหมายอาญาไม สิบเอกวิชิต : ผมไม่ทราบครับท่าน ผมลืมหมดแล้วความรู้ที่ผมได้เรียนมา ผู้บัญชาการ : มาตรา 147 เกี่ยวกับพนักงานยักยอกทรัพย์ ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือ รักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริตหรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์ นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสน บาท สิบเอกวิชิต : ท่านจะหมายถึงอะไรครับ ผู้บัญชาการจึงนำโทรศัพท์ที่สิบเอกมานะถ่ายคลิปการกระทำของสิบเอกวิชิตเอาไว้ ให้สิบเอกวิชิตดู ผู้บัญชาการ : คุณมีอะไรจะอธิบายมั้ยสิบเอกวิชิตคุณเป็นถึงเจ้าพนักงาน แต่กลับยักยอกทรัพย์ของทาง ราชการ นำทรัพย์ที่ตนรับผิดชอบเป็นน้ำมันไปให้ผู้อื่นดูดไป คุณเอาทรัพย์ที่อยู่ในหน้าที่ของตน ไปหาประโยชน์ ใส่ตนเองแบบนี้ได้ยังไง คุณทำผิดฐานเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์ตามมาตรา 147 ผมขอส่งตัวคุณให้ทาง ราชการ เพื่อให้คุณไปรับโทษ เนื่องจากการกระทำดังกล่าวมีความผิดตามที่ประมวลกฎหมายอาญาระบุไว้ ทหาร!! มาพาตัวสิบเอกวิชิต ออกไปสิ
9 หลังจากที่ผู้บัญชาการได้ส่งตัวสิบเอกวิชิตให้ไปรับโทษเนื่องจากได้กระทำความผิดในทางอาญามาตรา 147 สิบเอกวิชิต ได้ยอมรับสารภาพว่าเขาได้ดูดน้ำมันให้กับนายกอบต.มุวิม ทางการจึงเรียกตัวนายกอบต.มุวิ มมารับโทษด้วย โดยทั้งสองคนได้รับโทษตามที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายอาญาเนื่องด้วยทั้งสองเป็นเจ้า พนักงาน นายกอบต.มุวิม ได้กระทำความผิดตามมาตรา 152 โดยชัดเจน ทั้งสองคนจึงได้รับโทษที่ต่างกันตามที่ กฎหมายระบุไว้
มาตรา 147 และ มาตรา 152 มาตรา 148 และ มาตรา 149 นางสาวคีีตยรักษ์ สัจวนารักษ์ นายณัฐพัชร์ ทัพพสถาปนกุล รหัสนิสิต 631081039 รหัสนิสิต 631081081 มาตรา 161 และ มาตรา 162 มาตรา 217 และ มาตรา 218 นายทรงยศ สุวรรณจุณี นางสาวนัฐกานต์ สุตะนา รหัสนิสิต 631081099 รหัสนิสิต 631081135 มาตรา 136 และ มาตรา 137 นางสาวนัฐญา สะละ รหัสนิสิต 631081136
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: