ประวัตศิ าสตรช์ าตไิ ทย 3 สค 32034 รายวชิ าเลอื กบงั คับ ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ศนู ย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอาเภอเชียงกลาง
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรื่องท่ี 1 สถาบันหลักของชาติ เรอ่ื งท่ี 2 บทสรปุ สถาบันพระมหากษตั รยิ เ์ ปน็ ศนู ย์รวมใจของคนในชาติ เร่อื งท่ี 3 บญุ คณุ ของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยต้งั แต่สมยั สโุ ขทยั อยุธยา ธนบรุ ี และรัตนโกสนิ ทร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรื่องที่ 1 สถาบนั หลกั ของชาติ สถาบันหลักของชาติ ประกอบด้วย ชาติ ศาสนา และพระมหากษตั รยิ ์ ซงึ่ เปน็ สถาบนั ท่ี อยู่กับสังคมไทยมาชา้ นาน โดยเฉพาะอย่างย่งิ สถาบันพระมหากษัตรยิ ซ์ ่ึงเป็นเสาหลักในการสรา้ ง ชาตใิ หเ้ ปน็ ปกึ แผ่น เปน็ ศนู ยร์ วมจิตใจของปวงชน เป็นบ่อเกิดของความรัก ความสามัคคี นาพา ประเทศชาตใิ ห้ผ่านพ้นภัยนานาประการ ไมว่ ่าจะเปน็ ภยั รุกรานของประเทศอน่ื ภัยจากการลา่ อาณานิคมและการแผข่ ยายลทั ธิการปกครอง อกี ท้ังสถาบนั พระมหากษตั รยิ ์มบี ทบาทสาคัญในการ พฒั นาความเป็นอยู่ของประชาชนในท่วั ทกุ ภมู ภิ าค โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งในท้องถ่ินท่หี ่างไกลส่งผล ใหม้ กี ารยกระดับคุณภาพชวี ติ ของประชาชนในทุกมติ ิ และเปน็ รากฐานใหป้ ระเทศชาติมคี วาม ม่นั คงสืบมาจนถงึ ปจั จบุ นั เร่อื งท่ี 1 สถาบันหลักของชาติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย “ชนชาติไทย” เป็นชนชาตทิ ม่ี ีรากเหงา้ ทางประวตั ิศาสตร์และความเป็นมาท่ยี าวนานไมแ่ พ้ชาติ ใดในโลก เรามีแผ่นดนิ ไทยท่ีอุดมสมบูรณ์ ในน้ามีปลา ในนามขี า้ ว มีพชื พันธธ์ุ ญั ญาหารทีอ่ ดุ มสมบรู ณ์ มภี มู อิ ากาศ และภมู ิประเทศทีเ่ ปน็ ชยั ภมู ิ อากาศไมร่ ้อนมาก ไม่หนาวมากมีความหลากหลายของแหล่ง ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีสมบูรณ์ มที ี่ราบลุ่มแม่นา้ ท่อี ุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การเพาะปลกู มภี เู ขา มีทะเลทมี่ ี ความสมดุลและสมบรู ณเ์ พยี บพรอ้ มเปน็ ที่หมายปองของนานาประเทศ นอกจากนี้ ชนชาตไิ ทยยงั มี ขนมธรรมเนียม ประเพณีและวฒั นธรรมทด่ี งี ามหลากหลาย งดงาม เป็นเอกลักษณข์ องชาตทิ ี่โดดเด่น ซึ่งสง่ิ เหลา่ นีล้ ูกหลานไทยทกุ คนควรมคี วามภาคภูมิใจทีไ่ ด้เกดิ มาเปน็ คนไทย ในแผน่ ดินไทย แตก่ อ่ นท่ี จะสามารถรวมชนชาตไิ ทยใหเ้ ป็นปึกแผ่น ทาใหล้ ูกหลานไทยไดม้ แี ผน่ ดนิ อาศยั อยูอ่ ยา่ งรม่ เย็นเปน็ สุข หลายชว่ั อายคุ นมาจวบจนทุกวนั นี้ เรือ่ งที่ 1 สถาบนั หลักของชาติ
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย บรรพบรุ ษุ ของชนชาตไิ ทยในอดตี ท่านไดส้ ละชพี เพือ่ ชาติ ใช้เลือดทาแผ่นดนิ ตอ่ สเู้ พอื่ ปกปอ้ ง ดนิ แดนไทย กอบกู้เอกราชด้วยหวงั ไว้วา่ ลูกหลานไทยตอ้ งมแี ผ่นดนิ อยู่ ไม่ตอ้ งไปเปน็ ทาสของชน ชาติอื่น ซึ่งการรวมตัวมาเปน็ ชนชาตไิ ทยทมี่ ที ั้งคนไทยและแผน่ ดนิ ไทยของบรรพบุรุษไทยในอดีต ก็ ไม่ใช่เรอื่ งที่สามารถทาไดโ้ ดยง่าย ตอ้ งอาศัยความรัก ความสามคั คี ความกล้าหาญ ความเสยี สละ อดทน และสิง่ ท่ีสาคญั คือ ตอ้ งมีศนู ย์รวมใจทเี่ ปน็ เสมือนพลังในการตอ่ สู้และผนู้ าทมี่ ีความชาญ ฉลาดด้านการปกครองและการรบ คอื สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ท่อี ยู่ค่คู นไทยมาชา้ นาน และหาก ลกู หลานไทยและคนไทยทุกคนได้ศกึ ษาพงศาวดารและประวตั ิศาสตร์ชาติไทย กจ็ ะเหน็ ว่า ดว้ ยเดชะ พระบารมีและพระปรชี าสามารถของบรู พมหากษตั รยิ ์ของไทยในอดีตที่เป็นผู้นาสามารถรวบรวมชน ชาติไทยให้เปน็ ปึกแผน่ แม้วา่ เราจะเคยเสยี เอกราชและดินแดนมามากหมายหลายคร้ัง เรอื่ งที่ 1 สถาบันหลกั ของชาติ
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย บรู พมหากษัตริยไ์ ทยกส็ ามารถกอบกเู้ อกราชและรวบรวมชนชาวไทยให้เป็นปกึ แผน่ ไดเ้ สมอมา และเหนือสง่ิ อื่นใดพระมหากษตั ริย์ไทยทุกพระองค์ เปน็ พระมหากษัตรยิ ท์ ่ีปกครองประเทศชาติด้วยพระบารมแี ละ ทศพธิ ราชธรรม ใช้ธรรมะและคาส่งั สอนของพระพุทธองค์มาเปน็ แนวในการปกครอง ทาใหค้ นในชาติ อยูร่ ว่ มกันอย่างร่มเยน็ เปน็ สุข สมกับคาท่วี ่า “ประเทศไทย เป็นประเทศแผ่นดินธรรมแผ่นดนิ ทอง” แผน่ ดนิ ธรรม หมายถงึ แผ่นดินที่มีผปู้ ฏบิ ตั ิธรรม และการปฏบิ ตั ธิ รรมนนั้ หมายถึงการปฏบิ ัตหิ น้าทอ่ี ยา่ ง ถูกตอ้ ง แผ่นดนิ ทอง หมายถึง แผ่นดนิ ทปี่ ระชาชนไดร้ บั ประโยชน์ และความสขุ อย่างทวั่ ถึงตามควรแกอ่ ตั ภาพ เร่อื งที่ 1 สถาบันหลกั ของชาติ
ชาติ ความหมาย ความสาคญั ของชาติ ชาติ หมายถึง กลุม่ คนทม่ี ีภาษา วัฒนธรรม และเชอื้ ชาติ ประวัตศิ าสตรเ์ ดยี วกนั หรอื ใกล้เคยี ง กัน มแี ผน่ ดิน อาณาเขตการปกครอง ทเ่ี ปน็ ระบบ เปน็ สดั ส่วน มผี ูน้ าหรอื รัฐบาลท่ีใช้อานาจ หรอื มีอานาจ อธิปไตยท่ีนามาใชใ้ นการปกครองประชาชนตามพจนานกุ รมฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน กลา่ ววา่ ชาติ หมายถงึ ประเทศประชาชนท่เี ปน็ พลเมอื งของประเทศ กลุ่มชนท่ีมคี วามรู้สึกในเรื่องเช้อื ชาติ ศาสนา ภาษา ประวัติความ เป็นมา ขนบธรรมเนียมประเพณี และวฒั นธรรมอยา่ งเดยี วกันหรืออย่ใู นปกครองรัฐบาลเดยี วกัน เรื่องที่ 1 สถาบันหลกั ของชาติ
ศาสนา ศาสนา เปน็ ลัทธิความเช่อื ของมนษุ ย์ เกย่ี วกับการกาเนดิ และสน้ิ สดุ ของโลก หลกั ศีลธรรมตลอดจนลทั ธิ พธิ ที ก่ี ระทาตามความเช่อื นัน้ ๆ จะเหน็ ไดว้ า่ แตล่ ะประเทศนั้นจะยึดคาส่งั สอนของศาสนาเป็นหลกั ในการปกครองประเทศ และมีการกาหนดศาสนาเปน็ ศาสนาประจาชาติ นอกจากศาสนาจะมอี ทิ ธพิ ลต่อการปกครองของประเทศแลว้ ยังมีอทิ ธพิ ล ตอ่ วัฒนธรรมของแต่ละประเทศเช่น ประเทศไทยมีการหลอ่ พระพุทธรูปเป็นงานศลิ ปะ วัฒนธรรมการไหว้ การเผาศพ วัฒนธรรมเหล่านไี้ ด้รบั อทิ ธิพลมาจากศาสนาเหมือนกัน ดังน้นั ศาสนาจงึ เปน็ สถาบันทส่ี าคัญต่อประเทศมาก ศาสนาพุทธ ไดเ้ ผยแผเ่ ข้ามาในดนิ แดนประเทศไทยเป็นคร้ังแรก โดยพระเถระชาวอินเดยี เมื่อประมาณ พ.ศ. 236 โดย การอปุ ถมั ภ์ของพระเจา้ อโศกมหาราช แห่งอินเดียซ่ึงในขณะนั้นประเทศไทยรวมอย่ใู นดินแดนทเ่ี รียกว่า สวุ รรณภูมิ มี อาณาเขตกวา้ งขวาง มีหลายประเทศรวมกันในดนิ แดนสว่ นน้ี มจี านวน 7 ประเทศ ไดแ้ ก่ ประเทศไทย พม่า ศรีลงั กา ญวน กัมพูชาลาว และมาเลเซีย เร่ืองที่ 1 สถาบันหลกั ของชาติ
ศาสนา ศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาท่พี ฒั นาหรอื ปฏิรปู มาจากศาสนายูดาห์ ซง่ึ มปี ระวตั ศิ าสตร์มาตัง้ แตป่ ระมาณ 2,000 ปี ก่อนครสิ ตกาล ชนเผา่ หน่ึงเปน็ บรรพบุรุษของชาวยิว ต้ังถ่ินฐานอยู่ณ ดนิ แดนเมโสโปเตเมยี มหี ัวหนา้ เผ่าชอื่ “อบั ราฮมั ” (อบั ราฮมั เป็นศาสดาของศาสนายดู าห์)ไดอ้ า้ งตนว่า ได้รบั โองการจากพระเจ้าใหอ้ พยพชนเผ่าไปอยู่ใน ดินแดนที่เรียกว่า แผน่ ดนิ คานาอัน(บริเวณประเทศอสิ ราเอลในปัจจุบัน) ศาสนาอสิ ลาม เข้ามาเผยแพรใ่ นประเทศไทยตง้ั แต่ยุคสมัยสโุ ขทยั และชว่ งกรงุ ศรีอยุธยาเรือ่ ยมา โดยกลุ่มพ่อคา้ ชาว มสุ ลมิ ในคาบสมุทรเปอรเ์ ซยี ทเ่ี ข้ามาคา้ ขายในแหลมมลายู (อนิ โดนเี ซยี และมาเลเซีย) ไดน้ าศาสนาอิสลามเข้ามา ภายหลงั คนพืน้ เมอื งจึงได้เปลีย่ นมานับถอื ศาสนาอสิ ลาม และบางคนเป็นถึงขุนนางในราชสานกั ในช่วงตน้ กรงุ รัตนโกสนิ ทรม์ ีชาวมุสลมิ อพยพมาจากมลายูและเปลีย่ นสญั ชาติเปน็ ไทย เรือ่ งที่ 1 สถาบนั หลกั ของชาติ
ศาสนา ศาสนาซกิ ข์ ชาวซิกขส์ ว่ นมากยึดอาชีพค้าขายอสิ ระ บา้ งกแ็ ยกย้ายถ่นิ ฐานทามาหากินไปอยู่ต่างประเทศบ้าง และเดนิ ทางไป มาระหว่างประเทศ ในบรรดาชาวซิกขด์ ังกล่าว มพี ่อคา้ ชาวซิกขผ์ ู้หนึ่งช่อื นายกิรปาราม มาคาน ได้เดินทางไปประเทศ อฟั กานิสถาน เพือ่ หาซอื้ สินค้าแลว้ นาไปจาหนา่ ยยังบ้านเกิด สินค้าทซ่ี อื้ ครัง้ หน่ึง มีม้าพนั ธุด์ ีรวมอย่ดู ว้ ยหน่ึงตวั เมื่อขาย สนิ ค้าหมดแลว้ ไดเ้ ดนิ ทางมาแวะที่ประเทศสยาม โดยนาม้าตวั ดงั กลา่ วมาดว้ ย และมาอาศยั อยู่ในพระบรมโพธิสมภารของ พระมหากษตั ริย์สยาม ศาสนาพราหมณ์ - ฮินดู ถอื เปน็ อีกศาสนาหนง่ึ ท่ีมคี วามเกา่ แก่ และอย่คู ปู่ ระเทศไทยมาเป็นระยะเวลายาวนาน เขา้ ไปมีสว่ นใน พิธีสาคัญ ๆ โดยเฉพาะพระราชพธิ ีตา่ ง ๆ เชน่ พระราชพิธีบรมราชาภเิ ษก ท่ีเป็นพระราชพธิ สี ถาปนาพระมหากษตั รยิ ์ขึ้นเปน็ สมมติเทพปกครองแผน่ ดนิ เปน็ ใหญใ่ นทศิ ทั้งแปด และเปน็ การประกาศใหป้ ระชาชนทราบโดยทัว่ กนั ตามคติพราหมณ์จะ ประกอบพิธีอญั เชญิ พระเปน็ เจา้ เพื่อทาการสถาปนาให้พระมหากษัตริยเ์ ปน็ สมมติเทพ ดารงธรรมสบิ ประการ ปกครอง ประเทศดว้ ยความรม่ เยน็ เปน็ สุข ด้วยเหตุน้พี ระมหากษตั ริยท์ ุกพระองค์จึงทรงมีพระมหากรุณาธคิ ุณในการสง่ เสรมิ และ อุปถมั ภ์กิจการของศาสนาพราหมณ์ - ฮนิ ดใู นประเทศไทยด้วยดเี สมอมา เร่ืองที่ 1 สถาบันหลกั ของชาติ
พระมหากษตั รยิ ์ ความหมายของคาว่า พระมหากษตั รยิ ์ พระมหากษตั รยิ ์ คอื ประมขุ หรือผู้ปกครองสูงสุดของประเทศ จะเห็นไดว้ า่ ประเทศไทยตัง้ แต่อดตี จนถึงปจั จบุ ันมี พระมหากษตั ริย์เปน็ ประมขุ ปกครองประเทศ อันเกิดจากแนวความคดิ ท่ีว่า แตเ่ ดิมมนษุ ยย์ งั มีน้อยดารงชพี แบบเรยี บงา่ ย อยกู่ บั ธรรมชาติ และเม่ือมนษุ ย์ขยายพันธม์ุ ากขึ้นธรรมชาติตา่ ง ๆ เร่มิ หมดไป เกิดการแก่งแยง่ กนั ทามาหากนิ เกดิ ปัญหา สงั คมขึ้น จงึ ตอ้ งหาทางแกไ้ ขคนในสงั คมจงึ คดิ ว่าตอ้ งพิจารณาคดั เลอื กใหบ้ ุคคลทเี่ หมาะสมและมีความเฉลียวฉลาด ได้รับการแต่งต้งั ให้เป็นผูพ้ จิ ารณาตัดสิน เม่ือเกิดกรณีปญั หาตา่ ง ๆ ซ่ึงต้องปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ดี ว้ ยความบรสิ ุทธ์ิยุตธิ รรม ทาให้ คนในสงั คมพอใจ และยนิ ดี ประชาชนทัง้ หลายจึงเปลง่ อทุ านวา่ “ระชะ” หรือ “รัชชะ” หรอื ราชา แปลว่า ผเู้ ปน็ ท่พี อใจ ประชาชนยินดี เรอื่ งท่ี 1 สถาบนั หลกั ของชาติ
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรือ่ งที่ 2 บทสรปุ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศนู ย์รวมใจของคนในชาติ สถาบันพระมหากษัตรยิ ์มีความสาคัญและผกู พนั กบั สังคมไทย และคนไทยมาตลอดประวตั ศิ าสตรข์ องประเทศ ในฐานะทเ่ี ป็นปัจจยั แห่งความมนั่ คงทท่ี รงนาพาประเทศชาตใิ หอ้ ยูร่ อดปลอดภัยตลอดมา เปน็ ศนู ย์รวมความรัก ความ สามัคคีของคนในชาตมิ าจนถงึ ปจั จุบัน โดยประเทศไทยมสี ถาบนั พระมหากษัตรยิ เ์ ป็นสญั ลกั ษณ์ของการดารงอยู่ของชาติ ไทยมาตอ่ เนือ่ ง สังคมไทยใหค้ วามสาคัญกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ ตงั้ แต่สมัยสโุ ขทัยจนถงึ สมยั รัตนโกสินทร์ เปน็ สถาบนั ทางสงั คม ท่เี ขม้ แข็งยืนยง ทาให้ประเทศไทยสามารถรกั ษาความเป็นไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารมาจนถึงปัจจุบัน สถาบนั พระมหากษัตรยิ เ์ ปน็ เสาหลกั ท่สี าคัญของสังคมไทย ในทุก ๆ ด้าน เปน็ สมบตั ิลา้ ค่าทชี่ าวไทยทกุ คนจะต้องร่วมกันปกปอ้ งให้ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์คงอยตู่ ลอดไป เรื่องที่ 2 บทสรปุ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรอื่ งท่ี 2 บทสรปุ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์เป็นศูนย์รวมใจของคนในชาติ (ต่อ) พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทรงครองราชยป์ อ้ งเมอื ง ทานบุ ารุงบา้ นเมือง ทานบุ ารงุ สขุ ศาสนา และสงั คมมาจนถึงทกุ วนั น้ี แม้วา่ ประเทศไทยจะมรี ปู แบบการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่สถาบันพระมหากษตั รยิ ์กลับเปน็ ท่ีเคารพสกั การะจากประชาชน มากเช่นเดมิ ไมม่ เี ปล่ยี นแปลงจนถงึ ปัจจบุ ัน จนถงึ สมเด็จพระเจา้ อยู่หวั มหาวชริ าลงกรณ บดนิ ทรเทพยวรางกูร รชั กาลที่ 10 กย็ ังคงมคี วามเปน็ หว่ งราษฎรในทุกเร่อื ง โดยเฉพาะดา้ นการศึกษา ทรงมพี ระราชกระแสรับสงั่ ในดา้ นการศกึ ษาโดยเน้นให้ การศกึ ษา ต้องมุง่ สรา้ งพน้ื ฐานให้แกผ่ ู้เรียน การสร้างทัศนคติท่ถี ูกตอ้ ง(อุปนิสยั ) ทีม่ น่ั คงเข้มแข็ง การสอนใหม้ อี าชีพ มงี าน ทา รวมถงึ การทาให้เยาวชนมีความสนใจ และเขา้ ใจในเรอื่ งของสถาบันพระมหากษัตรยิ ์และประวตั ศิ าสตร์ชาตไิ ทยได้อย่าง ถกู ต้อง เรื่องที่ 2 บทสรปุ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เร่อื งที่ 3 บญุ คณุ ของพระมหากษัตรยิ ์ไทยตงั้ แต่สมัยสุโขทยั อยธุ ยา ธนบรุ ี และรัตนโกสินทร์ สมัยสโุ ขทยั อาณาจกั รสุโขทยั เปน็ สมยั ทเ่ี จรญิ รงุ่ เรอื งสงู สุด ในรัชสมยั ของพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราชอานาจ ของอาณาจักรสโุ ขทยั ในช่วงรชั สมัยของพระองคม์ ่นั คงมาก ไดท้ รงแผ่อาณาเขตออกไปโดยรอบ วฒั นธรรม ไทยไดเ้ จริญขน้ึ ทุกสาขา ดังปรากฏในศลิ าจารกึ หลกั ท่ี 1 ซึ่งเจรญิ ทั้งด้านประวัตศิ าสตร์ การสงคราม ภมู ิศาสตร์ กฎหมาย ประเพณี การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม ปรชั ญาพระพุทธศาสนา การประดิษฐอ์ กั ษรไทย และอนื่ ๆ เรอ่ื งท่ี 3 บญุ คณุ ของพระมหากษตั รยิ ์ไทยตงั้ แตส่ มัยสโุ ขทยั อยธุ ยา ธนบรุ ี และรัตนโกสนิ ทร์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย สมัยสโุ ขทยั สมัยพอ่ ขนุ รามคาแหงมหาราช ดา้ นการเมอื งการปกครอง พระองค์ทรงใชร้ ปู แบบการปกครองแบบพอ่ ปกครองลูก คอื พระองคท์ รงดแู ลเอาใจใส่ในทุกข์สุขของราษฎร เหมือนพระองค์เป็นพอ่ สว่ นราษฎรหรือไพร่ฟ้า คอื ลูก เม่ือราษฎรมีเรอ่ื งเดือดรอ้ นก็ทรงให้สนั่ กระด่ิงท่หี นา้ ประตวู งั แลว้ พระองคก์ จ็ ะ เสดจ็ ออกมารับฟงั เรอื่ งราวและทรงตดั สินปญั หาดว้ ยพระองคเ์ อง นอกจากน้ี พระองคท์ รงทาสงครามขยายอาณาเขตออกไปอยา่ ง กว้างขวางมากกวา่ พระมหากษัตรยิ ์พระองค์ใดในสมัยสโุ ขทัย ด้านเศรษฐกจิ พระองค์ทรงโปรดให้สรา้ งทานบกกั เก็บน้าท่เี รียกว่า ทานบพระรว่ ง หรือ สรดี ภงส์เพื่อใชก้ กั เกบ็ นา้ ไว้ใชใ้ นฤดูแลง้ และ พระองคท์ รงใหเ้ สรภี าพแก่ประชาชนในการคา้ ขายได้อย่างมีอิสระเสรี ไม่มกี ารเก็บภาษผี ่านด่านจากราษฎร ที่เรียกว่า จงั กอบ ทาใหก้ าร ค้าขายขยายออกไปอยา่ งกว้างขวาง และทรงโปรดให้สร้างเตาเผาเครอ่ื งสงั คโลกเป็นจานวนมาก เพอ่ื ผลิตสนิ คา้ ออกไปขายยังดนิ แดน ใกลเ้ คยี ง ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม พระองค์ทรงประดษิ ฐต์ วั อักษรไทยทเ่ี รยี กวา่ ลายสอื ไทย และได้มกี ารพัฒนามาเป็นลาดับจนถึงอกั ษรไทยในปจั จุบนั ทาให้คนไทยมอี ักษรไทยใชม้ าจนถึงปัจจุบนั โดยโปรดใหจ้ ารึกเรือ่ งราวเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ ในสมยั สุโขทัยลงบนศิลา เมื่อ พ.ศ. 1826 เรยี กว่า ศิลาจารึกหลักท่ี 1 เรื่องท่ี 3 บญุ คุณของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยตัง้ แตส่ มัยสโุ ขทัย อยุธยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย สมยั สโุ ขทยั สมัยพระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ในสมยั พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลิไท) ทรงรวบรวมราชอาณาจกั รสโุ ขทัยเปน็ อนั หนงึ่ อนั เดยี วกนั และขยาย พระราชอานาจออกไประหวา่ งแควจาปาสกั กบั แมน่ า้ ปงิ จนจรดแม่นา้ นา่ นทางทศิ เหนอื มาไวใ้ นราชอาณาจกั รสุโขทัย ดา้ นศาสนา ทรงมบี ทบาทสาคัญในการทานบุ ารงุ และเผยแผ่พระพุทธศาสนา คือ ไดส้ ่งพระสงฆ์ออกไปเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนา ยังท่ตี า่ ง ๆ เชน่ เมืองเชียงใหม่ พิษณโุ ลก อยุธยา และหลวงพระบางทรงโปรดเกลา้ ฯ ให้ซอ่ มพระเจดยี ์เมอื งนครชุม (กาแพงเพชร) ทรงประดิษฐานรอยพระพุทธบาททเี่ ขาสมุ นกฏุ ซึ่งอยู่นอกเมืองสโุ ขทยั โปรดให้สรา้ งวัดป่ามะม่วง (สโุ ขทัย) ทรงโปรดให้หลอ่ พระพุทธรูปปางมารวชิ ยั มขี นาดเท่ากับองค์พระพุทธเจา้ ถวายพระนามวา่ พระศรศี ากยมุนปี ระดิษฐานท่ีพระวหิ ารวัดพระศรีรัตนม หาธาตุ สโุ ขทยั ด้านภาษาและวรรณคดี ทรงมีความเชยี่ วชาญในดา้ นภาษาและวรรณคดีเป็นพเิ ศษ ดังมหี ลักฐานปรากฏในหนงั สือไตรภูมพิ ระร่วง วา่ พระมหาธรรมราชาที่ 1 (พระยาลไิ ท) ทรงนิพนธ์ขนึ้ เมอ่ื ครงั้ ยังดารงพระยศพระมหาอปุ ราช ครองเมอื งศรสี ชั นาลยั หนังสือ ไตรภมู ิพระรว่ งเป็นวรรณคดีที่เกยี่ วข้องกับพระพทุ ธศาสนา เร่ืองที่ 3 บุญคุณของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยตัง้ แต่สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสินทร์
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรื่องที่ 3 บุญคุณของพระมหากษตั ริยไ์ ทยตั้งแต่สมยั สุโขทยั อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสินทร์ สมยั อยธุ ยา สมเด็จพระรามาธบิ ดีท่ี 1 (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ของกรุงศรอี ยธุ ยาทรงตั้งกรงุ ศรีอยุธยา ณ ชัยภมู ิที่ เอ้ืออานวยท้ังในด้านความปลอดภยั จากขา้ ศกึ และความอยูด่ ีกนิ ดขี องชาวอยธุ ยา พน้ื ท่ีเหมาะแก่การทาเกษตรกรรมบุญคุณของ พระมหากษตั ริย์สมยั อยุธยาท่ีมีตอ่ ประเทศในสมัยอยุธยา ดงั นี้ 1. ทรงปฏิรูปการปกครอง โดยทรงรวมอานาจการปกครองเข้าสศู่ นู ย์กลาง คือ ราชธานีและแยกฝา่ ยทหารกบั ฝา่ ยพลเรือนออกจากกัน การแตง่ ต้งั ตาแหนง่ ขา้ ราชการใหม้ บี รรดาศกั ดติ์ ามลาดบั จากต่าสุดไปสงู สดุ คอื ทนาย พัน หมื่น ขนุ หลวง พระ พระยา และเจ้าพระยา มี กาหนดศักดนิ าเพื่อเป็นค่าตอบแทนการรับราชการ ทรงต้ังกฎมณเฑียรบาลขน้ึ เปน็ กฎหมายสาหรับการปกครอง 2. ทรงประกาศใช้กฎหมายลกั ษณะสาคญั คือ กฎหมายศกั ดนิ า เป็นการกาหนดสทิ ธหิ น้าทมี่ ลู นายและไพร่ 3. โปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ระชุมนกั ปราชญร์ าชบัณฑิตแตง่ หนงั สือมหาชาตคิ าหลวง นบั วา่ เป็นวรรณกรรมทางพระพุทธศาสนาเรอื่ งแรกของกรุง ศรีอยธุ ยา และเปน็ วรรณคดีทีใ่ ชเ้ ปน็ แนวทางในการศกึ ษาภาษาและวรรณคดขี องไทย พร้อมทง้ั สร้างวัดจฬุ ามณี 4. ทรงรวมอาณาจักรสโุ ขทัยเป็นส่วนหนึง่ ของอยธุ ยาโดยสมบูรณ์ เร่ืองท่ี 3 บญุ คณุ ของพระมหากษัตริยไ์ ทยต้งั แตส่ มัยสโุ ขทยั อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสนิ ทร์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย สมัยอยธุ ยา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตลอดรชั สมยั ของพระองคท์ รงกอบกกู้ รุงศรีอยธุ ยาจากพม่า และไดท้ าสงครามกับอรริ าชศัตรูทง้ั พมา่ และเขมร จนราชอาณาจกั รไทยเป็นปกึ แผน่ มนั่ คง ขยายดนิ แดนได้อย่างกว้างขวางบุญคณุ ของพระองคท์ ม่ี ตี อ่ ประเทศชาติในดา้ นตา่ ง ๆ ดังนี้ ด้านการเมอื งการปกครอง พระองค์โปรดให้ปรับปรุงการปกครองหัวเมืองใหญ่เปน็ การรวมอานาจเข้าสู่ศนู ย์กลางยกเลกิ ระบบ เมอื งพระยามหานคร ยกเลิกให้เจา้ นายไปปกครองเมอื งเหล่าน้ี แลว้ ใหข้ ุนนางไปปกครองแทน จัดหวั เมอื งตามความสาคญั และขนาดเปน็ เอก โท ตรี จตั วา ดา้ นการคา้ ขาย ทรงสง่ ทตู ไปประเทศจนี เพอ่ื รบั รองฐานะกษัตริยข์ องพระองคแ์ ละติดต่อค้าขายกบั ประเทศจนี ขยายการค้าไป ประเทศสเปน เรื่องท่ี 3 บุญคณุ ของพระมหากษตั ริย์ไทยตง้ั แตส่ มัยสโุ ขทัย อยธุ ยา ธนบรุ ี และรตั นโกสินทร์
หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย สมยั อยธุ ยา สมเด็จพระนารายณม์ หาราช พระองค์ทรงเปน็ พระมหากษัตรยิ ท์ ่ีทรงพระปรชี าสามารถมาก ทาใหก้ รงุ ศรีอยุธยาในรัชสมยั ของพระองค์ มี ความเจริญรงุ่ เรืองกา้ วหน้าในทุกด้าน ทงั้ ในดา้ นเศรษฐกจิ การต่างประเทศการศกึ ษา ศิลปวฒั นธรรม และวรรณคดีทส่ี าคญั หลายเร่อื งเกดิ ขนึ้ ในรชั สมยั ของพระองค์ จนไดช้ ่ือว่าเป็นยุคทองของวรรณคดีในสมยั กรุงศรอี ยธุ ยาในรชั สมัยของพระองค์ ได้มี ชาวตะวนั ตกเดนิ ทางเขา้ มาติดต่อคา้ ขาย เผยแผ่ศาสนาตลอดจนเข้ารบั ราชการ ทาให้ชาวตะวนั ตกยอมรบั นับถอื กรงุ ศรอี ยธุ ยา เปน็ อย่างมาก ในด้านการค้าขาย ได้มีการติดตอ่ ค้าขายกับตา่ งประเทศมากย่ิงกวา่ ในรชั สมยั อ่นื ๆทง้ั ฮอลันดา ฝรงั่ เศส และ องั กฤษ ทรงโปรดเกลา้ ฯ ให้ต่อเรอื กาป่ันหลวง เพื่อทาการคา้ ขายกับต่างประเทศ จึงทาให้อยธุ ยาเปน็ ศูนยก์ ลางการคา้ กับ ตา่ งประเทศ มีเศรษฐกิจรงุ่ เรือง มีรายได้จากการจัดเกบ็ ภาษีอากรเปน็ จานวนมาก เร่ืองท่ี 3 บญุ คณุ ของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยตงั้ แตส่ มัยสโุ ขทยั อยุธยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เร่ืองท่ี 3 บุญคุณของพระมหากษัตรยิ ไ์ ทยตงั้ แตส่ มยั สุโขทัย อยธุ ยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์ สมยั ธนบรุ ี สมเดจ็ พระเจา้ ตากสินมหาราช พระองคม์ ีพระราชกรณยี กจิ ทีส่ าคญั คือ การรวบรวมกาลังไวต้ อ่ สกู้ ับพมา่ สร้างความเป็นปกึ แผน่ ของพระราชอาณาจกั รบญุ คุณของพระองคท์ ่ีมีตอ่ ประเทศชาติในด้านตา่ ง ๆ ด้านเศรษฐกจิ เมือ่ เศรษฐกจิ ของบ้านเมอื งอยใู่ นภาวะตกตา่ ทรงแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหน้าได้เป็นอยา่ งดี โดยสละพระราช ทรัพย์ซื้อข้าวสารจากพ่อคา้ ต่างเมอื ง ดา้ นวรรณกรรม ทรงสนพระทยั ด้านวรรณกรรม ทรงนพิ นธ์บทละครเร่อื งรามเกยี รติ์ ทานุบารุงพระพุทธศาสนาใหร้ งุ่ เรอื งดัง แตก่ อ่ นนอกจากนพ้ี ระองค์ยังทรงเป็นนักรบและนกั ปกครองชนั้ ดเี ยยี่ ม มคี ุณลักษณะผูน้ าอยูเ่ ต็มตวั ท้งั ในยามคบั ขนั และ ยามปกติ เร่ืองที่ 3 บญุ คณุ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยต้งั แตส่ มัยสโุ ขทยั อยธุ ยา ธนบรุ ี และรตั นโกสนิ ทร์
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ความภมู ใิ จในความเปน็ ไทย เรอ่ื งที่ 3 บุญคณุ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยต้ังแตส่ มยั สุโขทยั อยุธยา ธนบุรี และรตั นโกสนิ ทร์ สมัยรตั นโกสนิ ทร์ พระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) โปรดใหย้ า้ ยราชธานีจากกรงุ ธนบรุ ไี ปยงั ท่แี ห่งใหมซ่ ่งึ อย่คู นละฝั่งของ แมน่ า้ เจา้ พระยา เมอ่ื พ.ศ. 2325 ต่อมาไดพ้ ระราชทานนามว่า กรุงรตั นโกสนิ ทร์ หรือกรงุ เทพฯ ในปัจจบุ ัน การสร้างพระบรมมหาราชวัง พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจฬุ าโลกมหาราช พระองคโ์ ปรดใหส้ ร้างวดั ขึน้ ใน พระบรมมหาราชวงั คือ วดั พระศรีรตั นศาสดาราม หรือวดั พระแก้วแลว้ อญั เชญิ พระแก้วมรกตมาประดษิ ฐาน ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลา้ เจ้าอยหู่ ัวทรงเปลีย่ นนโยบายต่างประเทศ มาเปน็ การคา้ กับชาวตะวนั ตก เพ่ือความอยู่รอดของชาติ เน่ืองจากทรงตระหนกั ถงึ ภัยจากลทั ธจิ ักรวรรดนิ ยิ ม ซง่ึ กาลงั คกุ คามประเทศตา่ ง ๆ อยู่ในขณะนั้น จุดเร่ิมของการเปลยี่ นแปลงนโยบายต่างประเทศ คอื การทาสนธิสญั ญาเบาว์ริง กับองั กฤษ ใน พ.ศ. 2398 โดยพระนาง เจา้ วกิ ตอเรียได้แตง่ ตั้งให้ เซอร์ จอห์น เบาวร์ งิ เปน็ ราชทูตเขา้ มาเจรจา เร่ืองที่ 3 บญุ คุณของพระมหากษตั ริยไ์ ทยตัง้ แต่สมัยสโุ ขทัย อยุธยา ธนบรุ ี และรตั นโกสินทร์
หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2 การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เรือ่ งที่ 1 ความหมาย ความสาคัญ และประโยชนข์ อง วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ เรอ่ื งที่ 2 วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เร่อื งที่ 1 ความหมาย ความสาคัญ และประโยชน์ของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ ประวัติศาสตรเ์ ปน็ การศึกษาเร่ืองราวของมนุษยใ์ นอดตี โดยอาศัยหลกั ฐานทีย่ ังคงหลงเหลืออยู่ในปจั จุบัน โดยใช้วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรใ์ นการศกึ ษาประเดน็ ที่สนใจ อยา่ งเป็นระบบ ตั้งแตก่ ารกาหนดหวั ข้อเรอ่ื งที่จะศกึ ษา การ รวบรวมหลักฐาน และการเรยี บเรียง พรอ้ มนาเสนอซง่ึ จะทาให้สามารถสร้างองค์ความร้ใู หมไ่ ด้ อย่างมเี หตผุ ล และมคี วาม นา่ เชอื่ ถอื ซีง่ การเรียนรวู้ ิธกี ารทางประวตั ศิ าสตรจ์ ะช่วยใหผ้ ู้เรยี น ร้จู กั สืบคน้ หาขอ้ เทจ็ จริงทางประวัตศิ าสตรไ์ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง 1. ความหมายของวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ หมายถงึ วิธกี าร หรอื ขนั้ ตอนต่าง ๆ ทใ่ี ชใ้ นการศกึ ษาค้นคว้า วิจยั เก่ียวกับเรอื่ งราว ทางประวตั ศิ าสตร์ โดยเฉพาะอาศยั จากหลักฐานท่ีเป็นลายลักษณอ์ ักษรเปน็ สาคญั ประกอบกบั หลกั ฐานอ่นื ๆ เช่น ภาพถา่ ย แถบบนั ทึกเสยี ง วีดทิ ศั น์ หลักฐานทางโบราณคดี เปน็ ต้น เพื่อให้สามารถฟื้นอดีตหรอื จาลองอดตี ขนึ้ มาใหม่ ได้อย่างถูกต้อง ตรงประเด็นและลาดับเร่ืองราวได้อยา่ งใกล้เคียงกบั ความเป็นจรงิ ทีส่ ดุ
2. ความสาคญั ของวิธีการทางประวัติศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์มีความสาคัญ คือ ทาให้เร่ืองราว กิจกรรม เหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนในประวัติศาสตร์มี ความน่าเชือ่ ถอื มคี วามถกู ตอ้ งเป็นจรงิ หรือใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากท่ีสุด เพราะได้มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ อย่าง มขี ัน้ ตอน มคี วามระมดั ระวังรอบคอบ โดยผู้ได้รบั การฝึกฝนในระเบยี บวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์มาดแี ลว้ สาหรับการศึกษาประวัติศาสตร์น้ัน มีปัญหาท่ีสาคัญประการหนึ่ง คือ อดีตที่มีการรื้อฟื้นหรือ จาลองข้ึนมา ใหม่น้ัน มีความ ถูกต้อง สมบูรณ์ และเช่ือถือได้เพียงใด รวมทั้งหลักฐานท่ีเป็นลายลักษณ์อักษรและไม่เป็นลายลักษณ์ อกั ษรที่นามาใชเ้ ป็นข้อมูลนั้น มีความสมบูรณ์มากน้อยแค่ไหน เพราะเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์มีอยู่มากมาย เกินกว่าท่ี จะศึกษาหรือจดจาไดห้ มดแต่หลักฐานทีใ่ ชเ้ ป็นข้อมูล อาจมเี พียงบางสว่ น ดังนัน้ วธิ ีการทางประวตั ิศาสตรจ์ ึงมคี วามสาคัญ เพื่อใช้เป็นแนวทางสาหรับผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ หรือผู้ฝึกฝนทางประวัติศาสตร์จะได้นาไปใช้ด้วยความรอบคอบ ระมดั ระวงั ไมล่ าเอยี ง และเพ่ือให้เกิดความน่าเช่อื ถอื เร่ืองที่ 1 ความหมาย ความสาคัญ และประโยชน์ของวิธีการทางประวัตศิ าสตร์
3. ประโยชน์ของวิธีการทางประวตั ิศาสตร์ วิธีการทางประวัติศาสตร์ มีประโยชน์ท้ังต่อการศึกษาประวัติศาสตร์ท่ีทาให้ได้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่ น่าเชือ่ ถอื ประโยชน์อีกดา้ นหนึง่ คือ ผูท้ ่ไี ดร้ ับการฝึกฝน การใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์จะทาให้เป็นคนละเอียด รอบคอบ มีการตรวจสอบเรื่องราวที่ศึกษา รวมทั้งนามาปรับใช้ในชีวิตประจาวันได้ โดยจะทาให้เป็นผู้รู้จักทาการประเมินเหตุการณ์ ต่าง ๆ วา่ มคี วามน่าเชอ่ื ถือเพียงใด หรือก่อนท่ีจะเชอ่ื ถือข้อมลู ของใคร ก็นาวธิ ีทางประวตั ิศาสตร์ไปตรวจสอบกอ่ น เร่อื งท่ี 1 ความหมาย ความสาคญั และประโยชน์ของวิธกี ารทางประวัติศาสตร์
หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 2 การประยกุ ตใ์ ชว้ ธิ กี ารทางประวตั ศิ าสตร์ เร่ืองท่ี 2 วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์ การศึกษาประวัติศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์กาลเวลา และนัก ประวัติศาสตร์ ดงั นน้ั จาเป็นตอ้ งมีวธิ ีการในการรวบรวมคน้ คว้าหาข้อมูล เพื่อนามาวิเคราะหห์ าเหตผุ ล และข้อสรุป ซึ่ง จะเปน็ ขอ้ เทจ็ จริงทางประวัตศิ าสตร์ท่ใี กล้เคียงกบั ความเป็นจรงิ มากท่สี ุด โดยวิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ วธิ กี ารทางประวตั ิศาสตร์ 1. การกาหนดหัวเรอื่ งทจี่ ะศึกษา/การตัง้ ประเด็นทีจ่ ะศึกษา 2. การรวบรวมหลกั ฐาน/สบื ค้นและรวบรวมข้อมูล 3. การประเมนิ คุณคา่ ของหลกั ฐาน/การวิเคราะหแ์ ละตคี วามข้อมูลทางประวัตศิ าสตร์ 4. การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมู่ข้อมูล 5. การเรยี บเรยี งและการนาเสนอข้อมลู /การเรยี บเรียง รายงาน ข้อเท็จจรงิ ทางประวัติศาสตร์
วธิ ีการทางประวัติศาสตร์ 1. การกาหนดหัวเร่อื งท่จี ะศึกษา/การต้งั ประเดน็ ทจ่ี ะศกึ ษา การศกึ ษาเรอื่ งราวในประวัติศาสตร์เร่ิมจากความสงสัย อยากรู้ ไม่แน่ใจกับคาอธิบายเรื่องราวท่ีมีมาแต่ เดิม ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงเริ่มจากการกาหนดเร่ืองหรือประเด็นที่ต้องการศึกษาซึ่งในตอนแรก อาจกาหนดประเด็นท่ี ต้องการศกึ ษาไวก้ วา้ ง ๆ ก่อน แล้วจงึ คอ่ ยจากดั ประเดน็ ลงให้แคบ เพ่ือใหเ้ กดิ ความชดั เจนในภายหลัง เพราะบางเรื่อง ขอบเขตของการศกึ ษาอาจกว้างมากท้ังเหตกุ ารณ์ บคุ คล และเวลา การกาหนดหัวเร่ืองอาจเกี่ยวกับเหตุการณ์ ความเจริญ ความเส่ือมของอาณาจักรตัวบุคคลในช่วงเวลา ใดเวลาหน่ึง อาจยาวหรือส้ันตามความเหมาะสม ซ่ึงผู้ศึกษาเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สาคัญ และยังมีหลักฐานข้อมูลที่ผู้ ต้องการศึกษาหลงเหลืออยู่ หัวข้อเรื่องอาจปรับให้มีความเหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าหากหลักฐานท่ีใช้ใน การศกึ ษามีนอ้ ยหรอื ไม่น่าเชอ่ื ถอื เร่ืองท่ี 2 วิธีการทางประวัตศิ าสตร์
2. การรวบรวมหลักฐาน/สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู การรวบรวมหลกั ฐาน คือ การรวบรวมรายละเอยี ดและส่ิงต่าง ๆ ท่ีเกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จะศึกษา ซ่ึงมีท้ัง หลักฐานทเ่ี ป็นลายลักษณอ์ ักษร และหลกั ฐานท่ไี ม่เป็นลายลกั ษณอ์ ักษร 1) หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ หลักฐานที่เป็นตัวหนังสือโดยมนุษย์ได้ทิ้งร่องรอยขีดเขียน เป็นตัวหนังสือประเภทต่าง ๆ ในรูปของการจารึกในศิลาจารึกและการจารึกบนแผ่นโลหะ นอกจากน้ีหลักฐานทาง ประวัติศาสตรท์ เ่ี ป็นลายลกั ษณ์อกั ษรประเภทอ่ืน เชน่ พงศาวดาร จดหมายเหตุ ตานาน เอกสารพ้ืนบา้ น และกฎหมาย 2) หลักฐานท่ีเปน็ วัตถุ ได้แก่ วัตถุท่ีมนุษย์แต่ละยุคแต่ละสมัยได้สร้างข้ึน และตกทอดมาจนถึงปัจจุบัน เช่น โบราณสถาน ประกอบดว้ ย วัด เจดีย์ มณฑป และโบราณวตั ถุ เชน่ พระพทุ ธรูป ถ้วยชามสงั คโลก เรื่องที่ 2 วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
3. การประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐาน/การวิเคราะห์และตีความข้อมลู ทางประวตั ิศาสตร์ หลักฐานทางประวัติศาสตร์ท่ีค้นคว้ามาได้ ก่อนที่จะทาการศึกษาจะต้องมีการประเมินคุณค่าว่าเป็น หลักฐานที่แท้จริงเพยี งใด การประเมินคุณค่าของหลกั ฐานนีเ้ รียกว่า“วพิ ากษ์วิธีทางประวัติศาสตร”์ มี 2 วธิ ี ดังตอ่ ไปนี้ 1) การประเมินคุณค่าภายนอกหรือวิพากษ์วิธีภายนอก หมายถึง การประเมินคุณค่าของหลักฐานจาก ลักษณะภายนอกของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บางคร้ังก็มีการปลอมแปลงเพื่อการโฆษณาชวนเช่ือ ทาให้หลงผิด หรอื เพอื่ เหตุผลทางการเมอื ง การค้า ดงั นัน้ จึงต้องมกี ารประเมินวา่ เอกสารน้นั เป็นของจรงิ หรือไม่ 2) การประเมินคุณค่าภายในหรือวิพากษ์วิธีภายใน เป็นการประเมินคุณค่าของหลักฐานจากข้อมูล ภายในหลักฐานน้ัน เป็นต้นว่า มีช่ือบุคคล สถานท่ี เหตุการณ์ ในช่วงเวลาที่หลักฐานน้ันทา ข้ึนหรือไม่ ดังเช่น หลักฐานซึ่งเชอื่ ว่าเปน็ ของสมัยสโุ ขทัยแตม่ ีการพดู ถงึ สหรัฐอเมริกาในหลักฐานน้นั ก็ควรสงสยั ว่าหลกั ฐานนัน้ เปน็ ของ สมัยสโุ ขทยั จรงิ หรือไม่ เพราะในสมัยสุโขทัยยังไม่มีประเทศสหรัฐอเมริกา แต่น่าจะเป็นหลักฐานที่ทาขึ้น เม่ือคนไทย ไดร้ บั รวู้ ่ามีประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว หรือหลักฐานเป็นของเก่าสมัยสุโขทัยจริง แต่การคัดลอกต่อกันมามีการเติมช่ือ ประเทศสหรฐั อเมริกาเขา้ ไป เป็นตน้ เรอ่ื งที่ 2 วิธกี ารทางประวตั ิศาสตร์
4. การวิเคราะห์ สงั เคราะห์ และจัดหมวดหมู่ขอ้ มลู เมื่อทราบว่าหลักฐานน้ันเป็นของแท้ ให้ข้อมูลท่ีเป็นข้อเท็จจริงหรือความจริงในประวัติศาสตร์ผู้ศึกษา ประวัติศาสตร์ก็จะต้องศึกษาข้อมูลหรือข้อสนเทศในหลักฐานนั้นว่าให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์อะไรบ้าง ข้อมูลนั้นมี ความสมบูรณ์เพียงใด หรือข้อมูลนั้นมีจุดมุ่งหมายเบ้ืองต้นอย่างไร มีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่ ข้อมูลมีความ ยุติธรรมหรือไม่ จากน้ันจึงนาข้อมูลทั้งหลายมาจัดหมวดหมู่ เช่น ความเป็นมาของเหตุการณ์ สาเหตุท่ีทาให้เกิด เหตกุ ารณ์ความเปน็ ไปของเหตกุ ารณ์ ผลของเหตกุ ารณ์ เป็นต้น 5. การเรยี บเรยี งและการนาเสนอขอ้ มลู /การเรียบเรยี ง รายงาน ข้อเทจ็ จริงทางประวตั ิศาสตร์ การเรียบเรียงหรือการนา เสนอจัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซ่ึงมีความสาคัญ มาก โดยผู้ศึกษาประวัติศาสตร์จะต้องนาข้อมูลท้ังหมดมารวบรวมและเรียบเรียงหรือนาเสนอให้ตรงกับประเด็นหรือ หัวเร่ืองที่ตนเองสงสัย ต้องการอยากรู้เพ่ิมเติมท้ังจากความรู้เดิมและความรู้ใหม่ รวมไปถึงความคิดใหม่ท่ีได้จาก การศกึ ษาครงั้ นี้ซึ่งเท่ากับเป็นการรอ้ื ฟื้นหรอื จาลองเหตกุ ารณท์ างประวตั ิศาสตรข์ น้ึ มาใหม่ อยา่ งถกู ตอ้ งและเปน็ กลาง เร่ืองที่ 2 วิธีการทางประวัติศาสตร์
Back Next หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 พระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เรอ่ื งท่ี 1 พระราชกรณียกิจของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เรอื่ งท่ี 2 คณุ ประโยชน์ของบุคคลสาคัญ
Back Next หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 พระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั รยิ ไ์ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เรือ่ งท่ี 1 พระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษัตรยิ ์ไทยสมยั รัตนโกสนิ ทร์ พระราชกรณยี กจิ หมายถึง งานทพ่ี ระเจ้าแผ่นดินทรงทา (พจนานุกรม ฉบับราชบณั ฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554) ความสาคญั ของพระราชกรณยี กจิ พระมหากษัตริย์ไทย ทรงคานึงถึงพระราชกรณียกิจ ซ่ึงทรงทาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ทานุบารุง ศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี ให้มีความเจริญรุ่งเรือง ถาวรเป็นมรดกของชาติสืบไป และทรงบาเพ็ญพระราชกรณียกิจ นานัปการ เพือ่ ประโยชน์สุขแก่ปวงอาณาประชาราษฎรแ์ ละชาติบา้ นเมอื งเป็นอเนกประการ ยังผลให้พสกนิกรอยู่อย่างร่มเย็นเป็น สขุ ภายใต้รม่ พระบารมี สบื มาจนถึงทุกวนั น้ี พระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ ล้วนก่อให้เกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมแม้การปฏิบัติ พระราชกรณียกิจจะเป็น พระราชภาระอันหนัก แต่ก็ทรงกระทาอย่างครบถ้วน สม่าเสมอ สามารถผูกจิตใจของประชาชนให้เกิดความจงรักภักดีต่อ พระมหากษตั ริยท์ กุ ๆ พระองค์ ซง่ึ พระราชกรณียกิจท่สี าคญั ๆ ของพระมหากษัตรยิ ์ไทยในสมยั รตั นโกสินทร์ มดี งั นี้
พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา้ จฬุ าโลกมหาราช (รชั กาลท่ี 1) เรื่องที่ 1 พระราชกรณยี กิจของพระมหากษัตรยิ ์ไทยสมัยรตั นโกสนิ ทร์
Next หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4 มรดกไทยสมยั รตั นโกสินทร์ เรือ่ งที่ 1 ความหมาย และความสาคัญของมรดกไทย เรื่องท่ี 2 มรดกไทยสมัยรัตนโกสนิ ทร์ เรื่องท่ี 3 มรดกไทยทมี่ ีผลต่อการพัฒนาชาติไทย เรือ่ งท่ี 4 การอนรุ กั ษม์ รดกไทย เรอ่ื งท่ี 5 การมีส่วนรว่ มในการอนรุ ักษ์มรดกไทย
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 5 การเปลี่ยนแปลงของชาตไิ ทยสมยั รตั นโกสนิ ทร์ เรื่องที่ 1 เหตกุ ารณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีผลตอ่ การพฒั นาชาตไิ ทย เร่ืองท่ี 2 ตวั อย่างการวิเคราะหแ์ ละอภิปรายเหตุการณส์ าคัญทางประวัตศิ าสตร์ ทมี่ ีผลต่อการพฒั นาชาตไิ ทย
Scientists estimate that we Back humans share the planet with another 8.7 million different AWnGiaommrelasdls beings. In the world, currently 1.2 million species have been cataloged, which means more than 7 million remain unknown to science Play!
Back Next North Europe Asia America Africa South America Oceania Toucan
Next Toucan Mainly from tropical forests. Its oversized, colorful beak has made it one of the world's most popular birds
Next Ooops! Try again!
Back Next North Europe Asia America South Africa America Oceania Elepha nt
Next Elephant The African Elephants are the largest land animals on Earth. They play an important role in their ecosystem
Next Ooops! Try again!
Back Next North Europe Asia America South Africa America Oceania Kangar oo
Next Kangaroo It lives in Australia's deserts and open grasslands, gathering in groups called mobs
Next Ooops! Try again!
Back ReGcagymceslin Recycling is the process of converting recyclable materials into new ones and objects. It helps to reduce the pollution caused by waste Play!
Back Games Recycling Remember: Recyclable materials are not trash. Practice home recycling, and separate the recyclable material at home Learn more!
Back Plasti Recycling c Pape Meta Glass r l Bottle Bottle Cardboard Can Container Glass jar Magazine Aluminum Jam glass Newspaper Office paper Tetra Pak Carton Play!
Back Next Recycling Click on the right container for this material
Next Paper Decomposition: 2 week - 5 years
Search