Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 10 นิทานอีสป

10 นิทานอีสป

Published by high.h2016, 2022-05-10 02:46:31

Description: 10 นิทานอีสป

Search

Read the Text Version

10 นิทาน อีสป พร้อมข้อคิดมากคุณธรรม

คำนำ การนำเอานิทานไปเล่าเรื่องประกอบคำสอนให้เด็ก ๆ ได้ฟังย่อมจะเป็นเครื่องทำให้เพลิดเพลินและเสริมความ รู้ แบ่งเบาภาระที่จะต้องสอนเนื้อหาอย่างเดียว โดย อาศัยบุคลาธิษฐานเป็นตัวอย่างประกอบ นอกจากนี้ นิทานแต่ละเรื่องยังให้ข้อเท็จจริงและช่วยในด้านการ อ่าน การเขียน การใช้ภาษาที่ถูกต้อง เป็นการเพิ่ม ทักษะในด้านการเห็น การฟัง และการทำตามเยี่ยง อย่างอันดีนั้นด้วยการศึกษาเรื่องนิทานจึงเป็นปัจจัยให้ เกิดความรู้ทั้งทางทฤษฎีและแนวปฎิบัติด้วยทั้งสอง ทาง หากเกิดความ ผิดพลาดประการใดก็ขอมา ณ โอกาสนี้ด้วย

แม่ไก่ แม่ไก่เป็นครูที่สัตว์ทั้งหลายเคารพนับถือ ไม่ว่าจะเป็นบรรดาเป็ด นก นางแอ่น และนกหัวขวานต่างพาลูกหลานของตนไปเรียนที่โรงเรียน ของแม่ไก่ วันหนึ่งแม่ไก่พาลูกศิษย์ทั้งหลายออกไปนอกเล้า ทันทีที่ลูกนก นางแอ่นเห็นท้องฟ้าที่ว่างเปล่าก็พูดอย่างมีความสุขว่า \"ครูจ๊ะ ข้าบินได้แล้ว ขอให้ข้าได้บินขึ้นไปบนท้องฟ้าเถิด\" แม่ไก่รีบห้ามลูกนกนางแอ่นทันทีว่า \"ลูกเอ๋ย การที่เจ้าบินขึ้นไปบนท้องฟ้ามันอันตรายมาก เพราะถ้า เจ้าบินตกลงพื้นขาเจ้าอาจหักได้ การเดินเป็นสิ่งที่ปลอดภัยที่สุด\" เมื่อแม่ไก่พาลูกศิษย์เดินมาถึงแม่น้ำ ลูกเป็ดก็พูดขึ้นว่า \"ครูจ๊ะ ข้าว่ายน้ำได้แล้ว ขอให้ข้าว่ายน้ำข้ามแม่น้ำไปเถิด\" แม่ไก่ห้ามลูกเป็ดว่า

แม่ไก่ (ต่อ) \"การว่ายน้ำข้ามแม่น้ำมันอันตรายมากนะ เพราะเจ้าอาจจมน้ำตาย ใช้เรือข้ามแม่น้ำดีกว่านะ\" แม่ไก่จึงพาลูกศิษย์ทั้งหลายลงเรือเพื่อข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งตรงข้าม ลงจากเรือแล้วแม่ไก่ก็พาเหล่าลูกศิษย์เดินไปเรื่อยๆ จนถึงต้นไม้ต้น หนึ่ง ลูกนกหัวขวานจึงบอกแม่ไก่ว่า \"ครูจ๊ะ มีหนอนอยู่ในต้นไม้ ขอให้ข้าเอาหนอนออกมาจากต้นไม้เถิด\" แม่ไก่จึงบอกกับลูกนกหัวขวานว่า \"เจ้าจงทำแต่ธุระของเจ้าเถิด\" แม่ไก่กลัวว่าบรรดาลูกศิษย์ของตนจะได้รับอันตรายในขณะที่ออก มาสู่โลกภายนอก จึงรีบต้อนลูกศิษย์ทั้งหลายเข้าไปอยู่ในเล้าเล็กๆ ตามเดิม :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: ครูที่ดีควรแนะลูกศิษย์ไปในทางที่ถูกต้อง

กบกับหนู หนูเเก่ตัวหนึ่งเดินทางเเรมรอนมาจนถึงลำธารที่ชายป่า หนูต้องการ จะข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามจึงเข้าไปหาเจ้ากบ ตัวน้อยที่ริมลำธาร เเล้วเอ่ย ขอให้กบช่วยพาข้าม ลำธาร เเล้วเอ่ยขอให้กบช่วยพาข้ามลำธารด้วย กบน้อยมองหนูเเล้วปฏิเสธอย่างสุภาพว่า \" โธ่ ฉันน่ะตัวเล็กพอๆ กับท่าน เเล้วจะพาท่านข้ามไปได้ อย่างไรกันล่ะจ๊ะ \" เเต่หนูไม่ยอม กลับ อ้างว่าตนเป็นสัตว์ผู้อาวุโสกว่า ถ้ากบ ไม่ช่วยตนก็จะไปป่าวประกาศให้ สรรพสัตว์ทั้งหลายรู้ถึง ความใจดำของกบ เมื่อถูกขู่เข็ญเช่นนั้น กบจึงต้องจำยอมให้หนูเอาเท้าผูก กับเท้าของ ตนเเล้วก็พาว่ายข้ามลำธาร เเต่ทว่าพอว่ายไปได้เเค่ครึ่งทางเท่านั้นกบ ก็เริ่มหมดเเรงก่อนที่ทั้งคู่จะจมน้ำตาย เหยี่ยวตัวหนึ่งก็โฉบลงมาจิก เอา ทั้งกบเเละหนูไปกิน :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: คิดประโยชน์จากผู้ที่ไม่สามารถให้ได้ ย่อมมีเเต่เสียหาย

เด็กเลี้ยงแกะกับหมาป่า ณ หมู่บ้านชายป่า มีเด็กเลี้ยงแกะคนหนึ่งชอบพูดโกหกเป็นประจำ วัน หนึ่งเกิดนึกสนุกอยากแกล้งชาวบ้านจึงร้องตะโกนว่า \"ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามันจะมากินแกะแล้ว\" ชาวบ้านต่างพากันมาช่วย พอเด็กเลี้ยง แกะเห็นชาวบ้านวิ่งหน้าตาตื่นก็หัวเราะด้วยความชอบใจ แล้วชอบเล่น สนุปแบบนี้อีกหลายครั้ง ชาวบ้านก็พากันวิ่งหน้าตาตื่นมาช่วยเขาทุก ครั้ง และพบว่าพวกเขาถูกหลอกอีกเช่นเคย จนวันหนึ่งหมาป่าก็มาจริง ๆ คราวนี้เด็กเลี้ยงแกะตะโกนให้คนมาช่วยสุดเสียง \"ช่วยด้วย ๆ หมาป่ามันจะมากินแกะแล้ว\" แต่ครั้งนี้กลับไม่มีชาวบ้านออกมาช่วย เด็กเลี้ยงแกะอีกแล้ว เพราะคิดว่าเขาคงจะโกหกอีก สุดท้ายเจ้าหมาป่า จึงกินแกะของเด็กเลี้ยงแกะไปทีละตัว ๆ จนหมด :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: คนที่ชอบโกหก แม้พูดควางจริงก็ไม่มีใครเชื่อ

ชาวนากับนกกระสา นกกระสาเป็นนกซื่อๆ และเชื่อถือได้โดยธรรมชาติ มันได้รับคำเชิญไป ให้ร่วมงานรื่นเริงกับพวกนกกระเรียนในทุ่งแห่งหนึ่งซึ่งมีต้นไม้เพิ่งปลูก ใหม่ๆ ทว่างานเลี้ยงจบลงด้วยหายนะ เมื่อนกทุกตัวติดตาข่ายชาวนา นกกระสาขอร้องให้ชาวนาปล่อยมัน \"ได้โปรดปล่อยข้าไปเถิด\" มันอ้อนวอน \"ข้าเป็นตระกูลนกกระสาที่ ท่านก็รู้ดีว่าเป็นนกที่ซื่อสัตย์และนิสัยดี อีกทั้งข้ายังไม่รู้ว่าพวกนก กระเรียนจะเป็นพวกนกขี้ขโมย\" \"เจ้าอาจจะเป็นนกที่ดีมาก\" ชาวนาตอบ \"แต่ข้าจับเจ้าได้ะพร้อมกับ พวกนกกระเรียนขี้ขโมย และเจ้าจะต้องได้รับโทษเช่นเดียวกับพวกมัน\" :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: คนเรามักถูกตัดสินจากเพื่อนพ้องที่คบหาอยู่เสมอ

คนมือเติบกับนกนางแอ่น มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นที่ชื่นชมในหมู่เพื่อนกินว่าเป็นคนมือเติบ เขาใช้ จ่ายเงินทองที่ได้มาอย่างสิ้นเปลืองเพื่อรักษาหน้าตาชื่อเสียง จนวันหนึ่ง ต้นฤดูใบไม้ร่วง เขาก็พบว่าตนเองไม่เหลือเงินเลยแม้แต่แดงเดียว รวมถึง ไม่มีทรัพย์สินอื่นใดเว้นแต่เสื้อผ้าที่เขาสวมใส่อยู่ เขาต้องออกไปหาเพื่อนเจ้าสำราญบางคนในเช้านั้น และเขาก็คิดจน หมดปัญญาว่าควรจะทำอย่างไรจึงจะมีเงินทองพอที่จะแต่งตัวให้ดูดีได้ ทันใดนั้นก็มีนกนางแอ่นบินผ่านมา มันร้องเพลงอย่างรื่นเริงเสียจนชาย หนุ่มเข้าใจว่าฤดูร้อนมาถึงแล้ว เขาจึงรีบรุดไปหาพ่อค้าขายเสื้อผ้า จัดแจงถอดเสื้อผ้าทั้งหมดที่ใส่อยู่เพื่อเปลี่ยนเป็นชุดในหน้าร้อน อีกไม่กี่วันถัดมา สภาพอากาศก็กลับกลายเป็นเหน็บหนาวแสนสาหัส ทั้งเจ้านกนางแอ่นผู้น่าสงสารและชายหนุ่มผู้โง่เขลาในชุดอันบางเบา เปลือยท่อนแขน จึงไม่อาจเอาชีวิตรอดได้ด้วยร่างกายที่หนาวสั่นงันงก :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: นกนางแอ่นเพียงตัวเดียวไม่อาจบันดาลฤดูร้อนได้

หมาป่ากับสิงโต หมาป่าตัวหนึ่งขโมยลูกแกะมาได้ตัวหนึ่ง และแบกไปยังถ้ำเพื่อจัดการเป็น อาหาร แต่แผนการของมันต้องเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อมันเผชิญกับหน้า สิงโต ซึ่งชิงลูกแกะไปโดยไม่เอ่ยขอโทษสักคำ หมาป่าถอยห่างไปอยู่ในระยะปลอดภัย และกล่าวด้วยน้ำเสียงเจ็บปวดว่า \"ท่านไม่มีสิทธิมาแย่งชิงของๆ ข้าไปอย่างนั้นนะ\" สิงโตหันหลับมา แต่เจ้าหมาป่าอยู่ไกลเกินกว่าสิงโตจะสอนบทเรียนให้ โดยไม่ต้องเปลืองแรง มันจึงกล่าวว่า \"ของๆ เจ้างั้นหรือ เจ้าซื้อมา หรือคนเลี้ยงแกะให้เจ้ามาเป็นของขวัญล่ะ เจ้าได้มันมาอย่างไรหรือ ไหนช่วยบอกข้าทีสิ\" :: นิทานเรื่องนี ้สอนให้รู้ว่า :: โกงเขามาอย่างไร ก็โดนโกงกลับไปอย่างนั้น

หมากับหนังสัตว์ หมาหิวโซฝูงหนึ่งเห็นหนังสัตว์จำนวนหนึ่งจมอยู่ ณ ก้นแม่น้ำซึ่งคนฟอก หนังนำมาแช่ทิ้งไว้ หนังสัตว์ดีๆ นับเป็นอาหารชั้นเลิศสำหรับหมาหิวโซ ทว่าน้ำบริเวณนั้นลึกเสียจนพวกหมาไม่อาจเอื้อมลงไปถึงหนังสัตว์จากริม ตลิ่งได้ พวกมันจึงปรึกษาหารือกัน และตัดสินใจว่าวิธีที่ดีที่สุดคือดื่มน้ำ ในแม่น้ำให้หมด ว่าแล้วทั้งหมดก็รีบก้มลงไปเลียน้ำอย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้ แต่ไม่ว่า จะดื่มแล้วดื่มเล่าสักเพียงใด จนพวกมันทยอยท้องแตกตายไปทีละตัวๆ น้ำในแม่น้ำก็ยังคงสูงเท่าเดิมอยู่ดี :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: จงอย่าพยายามทำในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

ผึ้ง ตัวต่อ และแตน ในโพรงไม้แห่งหนึ่งเป็นที่กักตุนน้ำผึ้ง ซึ่งตัวต่อประกาศว่าน้ำผึ้งทั้งหมดเป็นของ พวกมัน ฝ่ายผึ้งก็มั่นใจว่าขุมทรัพย์เป็นของพวกมันต่างหาก การถกเถียงลุกลาม ใหญ่โตจนดูเหมือนว่าเรื่องราวไม่อาจยุติลงได้โดยปราศจากการสู้รบ ท้ายที่สุดด้วย ความมีเหตุมีผลของทั้งสองฝ่าย พวกมันจึงตกลงว่าควรมีผู้พิพากษาที่จะมาตัดสิน ในเรื่องนี้พวกมันจึงนำความไปยื่นต่อแตน ซึ่งเป็นผู้คงความสันติในป่าแถบนั้น เมื่อผู้พิพากษาเบิกความ ก็มีพยานมากมายให้การว่าพวกมันเห็นสัตว์ที่มีปีกบิน อยู่แถวๆ โพรงไม้ดังกล่าว ส่งเสียงหึ่งดังไปทั่ว พวกมันมีลำตัวเป็นแถบลายสีเหลือง และดำเหมือนผึ้ง ทนายฝ่ายตัวต่อรีบยืนกรานทันทีว่าคำอธิลายนี้ตรงกับลักษณะของลูกความ มัน พยานหลักฐานที่ว่าไม่อาจช่วยให้ผู้พิพากษาแตนตัดสินความได้ มันจึงเลื่อนการ พิจารณาของศาลออกไปอีกหกสัปดาห์เพื่อขอเวลาคิดให้รอบคอบ เมื่อถึงเวลา พิจารณาคดีอีกครั้ง

ผึ้ง ตัวต่อ และแตน (ต่อ) ทั้งสองฝ่ายต่างมีพยานเพิ่มขึ้นอีกมากมาย มดตัวหนึ่งยืนขึ้นให้การเป็น ตัวแรก และกำลังจะถูกซักค้าน เมื่อผึ้งชราผู้หลักแหลมแสดงตนต่อหน้า ศาล \"ข้าแต่ศาลที่เคารพ\" มันเอ่ยขึ้น \"คดีนี้ถูกเลื่อนมาหกสัปดาห์แล้ว หาก เร็วๆ นี้ยังไม่มีการตัดสิน น้ำผึ้งก็คงจะเอาไปทำอะไรไม่ได้ ข้าจึงขอเสนอ ว่า จงมอบหมายให้ทั้งผึ้งและต่อสร้างรวงผึ้งขึ้นมา แล้วเราก็จะได้เห็นกัน ในไม่ช้าว่าน้ำผึ้งนี้เป็นของใครกันแน่\" พวกตัวต่อประท้วงกันเสียงดัง ผู้พิพากษาแตนผู้ชาญฉลาดเข้าใจในพริบ ตาว่าทำไมพวกมันจึงประท้วงเช่นนั้น เป็นเพราะพวกมันรู้ดีว่าไม่อาจสร้าง รวงผึ้งและใส่น้ำผึ้งเข้าไปในนั้นได้ \"ชัดเจนแล้วว่า ใครที่สร้างรวงผึ้งและใครไม่อาจทำได้ สรุปว่าน้ำผึ้งเป็น ของพวกผึ้ง\" ผู้พิพากษากล่าว :: นิทานเรื่องน ี้สอนให้รู้ว่า :: ความสามารถพิสูจน์ได้ด้วยการกระทำ

หมาป่ากับลูกแกะ เช้าตรู่วันหนึ่ง ลูกแกะหลงฝูงยืนดื่มน้ำอยู่บริเวณริมฝั่งลำธารใน ป่า ในเช้าวันเดียวกันนั้นเอง หมาป่าหิวโซก็ย่างกายลงมาจาก ต้นน้ำเพื่อล่าเหยื่อ ไม่ช้าไม่นานมันก็เห็นเจ้าแกะน้อยตัวนั้น ตาม กฎแห่งหมาป่า มันจะต้องเขมือบอาหารโอชะเช่นนี้ไม่ให้เหลือแม้แต่ กระดูก ทว่าเจ้าลูกแกะช่างดูไร้ทางสู้อักทั้งดูไร้เดียงสาจนเจ้า หมาป่ารู้สึกว่ามันสมควรต้องมีข้ออ้างเพื่อปลิดชีวิตมัน \"เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงย่ำไปทั้วลำธารของข้าและกวนเอาโคลน ขึ้นมา\" มันตะโกนเกรี้ยวกราด \"เจ้าสมควรต้องถูกลงโทษอย่าง หนักจากความคึกคะนองของเจ้า\" \"แต่...นายท่าน\" เจ้าแกะผู้สั่นกลัวตอบ \"อย่าได้โกรธข้าเลย ถึง อย่างไรข้าก็กวนน้ำที่ท่านกำลังดื่มให้ขุ่นไม่ได้หรอก อย่าลืมสิว่า ท่าน

หมาป่ากับลูกแกะ (ต่อ) อยู่ต้นน้ำ ส่วนข้าอยู่ปลายน้ำ\" \"เจ้าทำให้มันขุ่น!\" หมาป่าตะคอกใส่ \"นอกจากนี้ ข้ายังได้ยินมาว่าเจ้ากุ เรื่องโกหกเกี่ยวกับตัวข้าเมื่อปีกลาย\" \"ข้าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร\" เจ้าแกะอ้อนวอน \"ข้าเพิ่งเกิดปีนี้เอง\" \"ถ้าหากไม่ใช่เจ้า ก็ต้องเป็นพี่ชายของเจ้า\" \"ข้าไม่มีพี่ชาย\" \"เอ่อ ถ้าอย่างนั้น\" เจ้าหมาป่าคำราม \"ก็ต้องเป็นใครสักคนในครอบครัว ของเจ้านั่นแหละ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ข้าก็ไม่ปรารถนาที่จะคุยกับอาหาร เช้าของข้าอยู่แล้ว\" เจ้าหมาป่าเลิกพูดพร่ำทำเพลง มันจัดการขย้่ำแกะน้อยผู้น่าสงสารแล้ว ลากมันเข้าป่าไป :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: อันธพาลมักหาข้ออ้างให้กับการทำชั่วของตัวเองได้ เสมอ พวกอธรรมย่อมไม่ฟังเหตุผลของผู้ไร้ความผิด

กบกับวัว วัวตัวหนึ่งเดินลงไปในบึงที่มีกอกกอยู่เต็มเพื่อดื่มน้ำ หลังจากที่มันทิ้งตัวลงไป ในน้ำอย่างแรง มันก็ไปเหยียบเจ้ากบน้อยตัวหนึ่งแหลกคาโคน แม่กบหาลูก กบน้อยไม่เจอจึงไปถามหาจากพี่ชายและพี่สาวของมันว่าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า กบน้อย \"สัตว์ประหลาดตัวใหญ่มากๆ ครับแม่\" หนึ่งในนั้นพูดขึ้น \"มันเหยียบน้อง กบน้อยด้วยเท้าอันใหญ่โตของมัน\" \"ใหญ่แค่ไหนกัน\" แม่กบร้องถาม พลางพองตัวขึ้น \"ใหญ่แค่นี้ได้ไหม\" \"โอ้ ใหญ่กว่านั้นมากครับ\" พวกมันร้องขึ้น แม่กบจึงพองตัวขึ้นไปอีก \"มันไม่มีทางใหญ่ไปกว่านี้แน่ๆ\" แม่กบพูด แต่พวกลูกกบพากันบอกว่าเจ้า สัตว์ประหลาดตัวใหญ่กว่านั้นอีกมากๆ แม่กบจึงพองตัวให้ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็ท้องแตกตาย :: นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า :: อย่าพยายามทำอะไรเกินตัว

อ้างอิง http://www.kalyanamitra.org/th/A esop_list.php ผู้จัดทำ นาย ธีระพล ทองบุญเรือง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook