บทนาเกี่ยวกบั เคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ นาย สิทธิพจน์ นามวชิ ยั แผนกวชิ าช่างอิเลก็ ทรอนิกส์ วทิ ยาลยั เทคนิคคูเมือง
19สัปดาห์ที่ 1 ใบเตรียมการสอน รหัสวิชา 3105-2002เวลา 2 คาบ หน่วยท่ี 1 บทนาเกี่ยวกับเครื่องมือวัดไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 2 คาบช่ือบทเรียน 1. บทนาเกี่ยวกบั เครื่องมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1 ลกั ษณะของเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.1 ชนิดของเครื่องมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.2 หนา้ ท่ี และคุณสมบตั ิของเครื่องมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.3 หน่วยวดั ทางไฟฟ้า 1.2 มาตรฐานของการวดั 1.2.1 ความแม่นยา และความเทยี่ งตรงของการวดั 1.2.2 ความผดิ พลาดของเคร่ืองมอื วดัจดุ ประสงค์การสอน1.1 รูล้ กั ษณะของเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.1 บอกชนิดของเครื่องมือวดั ไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.2 บอกหนา้ ที่ และคุณสมบตั ขิ องเครื่องมอื วดั ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 1.1.3 บอกลกั ษณะหน่วยวดั ทางไฟฟ้า1.2 คานวณคา่ มาตรฐานของการวดั 1.2.1 อธิบายความแม่นยา และความเทย่ี งตรงของการวดั 1.2.2 คานวณความผดิ พลาดของเครื่องมือวดั
20ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 1/17 เนื้อหา บทที่ 1บทนาเกย่ี วกบั เครื่องมือวดั ไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เคร่ืองมือวดั โดยท่ัวไปจะใช้วิธีการวดั ทางฟิ สิกส์ เพื่อหาปริมาณหรือค่าการเปล่ียนแปลงการนาเคร่ืองมือวดั มาใช้งานถูกขอบเขตกวา้ งขวางมากข้ึน เพราะการพฒั นาดา้ นเทคโนโลยจี ากความสามารถของมนุษย์ การนาเคร่ืองมือวดั ไปใชง้ าน ส่วนมากจะเป็ นการหาค่าปริมาณต่าง ๆ ที่ไม่ทราบคา่ นิยามของเครื่องมือวดั อาจกล่าวไดว้ ่าคือ “อุปกรณ์ท่ีใชส้ าหรับหาคา่ หรือขนาด ของปริมาณหรือจานวนที่เปลี่ยนแปลงไป” เครื่องมือวดั อิเล็กทรอนิกส์ เป็ นเครื่องมือวดั อีกชนิดหน่ึงที่มีพ้ืนฐานทางดา้ นไฟฟ้าและทางดา้ นนอิเล็กทรอนิกส์จะมีส่วนประกอบโดยสร้างต่างไปจากเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าพ้ืนฐานเช่นมิเตอร์วดั ไฟฟ้ากระแสตรง จะมีส่วนประกอบของอุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์เขา้ มาเกี่ยวขอ้ งและมีความเที่ยงตรงในการวดั และอานวยความสะดวกในการวดั มากข้ึน เช่น พวกดิจิตอลมิเตอร์ซ่ึงจะแสดงผลการวดั เป็นตวั เลขอ่านค่าโดยตรง หรือพวกแสดงคา่ ดว้ ยเขม็ ช้ีที่ถูกเรียกวา่ แอนะลอกมิเตอร์เป็ นตน้1.1 ลักษณะของเคร่ืองมือวัดไฟฟ้าอิเลก็ ทรอนิกส์ 1.1.1 ชนิดของเครื่องมือวดั ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ เคร่ืองมือวดั ที่ใชบ้ อกปริมาณทางไฟฟ้าน้นั ในปัจจุบนั แบง่ ออกไดเ้ ป็ น 2 ชนิด คือ 1) เคร่ืองมือวดั แบบแอนะลอก (Analog Instrument) มีลกั ษณะเด่น คอื จะใชห้ ลกัการของเขม็ เคลื่อนท่ีบนหนา้ ปัทม์ เครื่องมือวดั แบบน้ีเป็ นเคร่ืองวดั แบบด้งั เดิม ใชป้ ริมาณของไฟฟ้าเขา้ ไปทาให้เกิดการช้ีค่าเพ่ือใชใ้ นการอ่านปริมาณ ทาใหเ้ ราพอมองเห็นวา่ ปริมาณวดั มีขนาดเทา่ ไรในสเกลรวมท้งั หมด ระบบแสดงค่าเช่นน้ีมีขอ้ จากดั ในการแสดงค่าท่ีมีความแม่นยาสูง ๆ มีลกั ษณะดงั รูปท่ี 1.1 2) เครื่องมือวดั แบบดิจิตอล (Digital Instrument) มีลกั ษณะของเครื่องมือวดั ท่ีแสดงปริมาณออกมาเป็ นตวั เลข มีขอ้ ไดเ้ ปรียบที่สาคญั อยทู่ ี่ นอกจากวดั ค่าแลว้ ยงั สามารถนาขอ้ มูลมาประมวลตดั สิน และเรียบเรียง เป็ นตน้ อนั ทาให้สามารถใชค้ ่าวดั ในรูปลกั ษณะต่างๆ อยา่ งกวา้ งขวาง จุดน้ีเป็ นส่ิงท่ีระบบวดั แบบแอนะลอกทาไม่ได้ ในอนาคตระบบวดั แบบดิจิตอลมีแต่จะขยายตวั และใชง้ านในขอบเขตที่กวา้ งขวางข้ึนเรื่อย ๆ มีลกั ษณะดงั รูปท่ี 1.2
ใบเตรียมการสอน 21 เนื้อหา คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 2/17รูปท่ี 1.1 เคร่ืองมือวดั แบบแอนะลอกรูปท่ี 1.2 เครื่องมือวดั แบบดิจติ อล
22 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 3/17 เนื้อหา1.1.2 หน้าทแี่ ละคณุ สมบัติของเครื่องมือวัดไฟฟ้าอเิ ลก็ ทรอนิกส์ เครื่องมือวดั จะถูกใชเ้ พื่อวตั ถุประสงค์ในการป้อนขอ้ มูลเกี่ยวกบั ค่าปริมาณต่าง ๆจากการวดั บางคร้ังเครื่องมือวดั บางชนิดท่ีใชแ้ สดงค่าปริมาณการวดั การบนั ทึกค่าแบบถาวรซ่ึงรวมถึงเครื่องวดั ชนิดท่ีใชใ้ นการควบคุมปริมาณ ดงั น้นั เราสามารถกล่าวไดว้ า่ เคร่ืองมือวดั มีหนา้ ทพ่ี น้ื ฐาน 3 ประการ คือ 1) การแสดงผลการวดั (Indicating) 2) การบนั ทึก (Hecording) 3) การควบคุม (Controlling)เคร่ืองมือวดั แต่ละเคร่ืองอาจมีหนา้ ทีใ่ นการใชง้ านเพยี งอยา่ งเดียว หรือหลายหน้าที่ก็ไดโ้ ดยทว่ั ไปแลว้ เคร่ืองมือวดั ทางไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ (Electrical and Electronic) จะมีหน้าท่ีพ้ืนฐานกาหนดใหแ้ สดงผลและบนั ทึกค่าผล ส่วนเคร่ืองมือวดั ที่ใชใ้ นขบวนการอุตสาหกรรม (IndustrialProcess) จะมีหนา้ ท่ีเกี่ยวกบั การควบคุม ซ่ึงการควบคุมน้ีจะเป็ นการควบคุมในระบบอตั โนมตั ิ ในส่วนของคุณสมบัติข้ันพ้ืนฐานของเครื่องมือวัดจะต้องมีความไวสูง (HighSensitivity) ดสญั ญาณทม่ี ีขนาดต่า ๆ ได้ ยงิ่ เทคโนโลยที างการวดั มีการพฒั นากา้ วหนา้ ไป เราจะพบเห็นบทบาทความสาคญั ของระบบการวดั ทางไฟฟ้า และอิเลก็ ทรอนิกส์เพม่ิ เป็ นเงาตามมาดว้ ย ระบบการวดัทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสท์ ก่ี ล่าวถึงน้ีมีความหมายอยสู่ องนยั นยั แรก หมายถึงการวดัปริมาณทางไฟฟ้าเป็นตน้ วา่ แรงดนั คา่ เก็บประจุ กระแส เป็ นตน้ นยั ที่สอง หมายถึงการวดั ทอ่ี าศยั สญั ญาณอิเลก็ ทรอนิกส์เป็นสื่อ หรือเคร่ืองมือในการวดั อนั ไดแ้ ก่ การวดั ปริมาณฟิ สิกส์ และเคมีต่าง ๆ อาทคิ วามดนั (Pressure) อุณหภูมิ อตั ราการไหล เป็ นตน้ บทบาทของระบบการวดั ทางไฟฟ้าและอิเลก็ ทรอนิกสใ์ นนยั ทส่ี อง เกิดข้นึ เนื่องจากปริมาณต่าง ๆ ทางฟิ สิกส์และเคมีแทบท้งั หมด สามารถแปลงเป็ นสญั ญาณไฟฟ้าโดยใชต้ วั หยงั่ ค่า(Sensor) ได้ เม่ือปริมาณเหล่าน้ีถูกแปลงใหเ้ ป็ นปริมาณทางไฟฟ้าแลว้ การที่จะขยาย กรอง (Filter)ลก็ ซ์ (Multiplex) ตวั อยา่ ง (Sample) หรือแสดงค่า (Display) ไดโ้ ดยง่าย สญั ญาณไฟฟ้าสามารถแปลงใหอ้ ยใู่ นรูปสญั ญาณเชิงเลข หรือสญั ญาณดิจติ อล เพอ่ื ทาการวิเคราะห์และบนั ทึกคา่ โดยอตั โนมตั ิ เป็ นตน้ การทีร่ ะบบการวดั ทางไฟฟ้า และอิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทมากข้ึนในการวดั ปริมาณทางฟิสิกส์อื่น ๆ ทาใหก้ ระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมสามารถควบคุม
23 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 4/17 เนื้อหาและตรวจสอบไดอ้ ยา่ งแม่นยาเทย่ี งตรงยง่ิ สิ่งน้ีโยงไปสู่สินคา้ ที่มีคุณภาพสูงข้ึน กบั ช่วยใหก้ ารใช้วตั ถุดิบและพลงั งาน มีประสิทธิภาพดีข้นึ ดว้ ย ปัจจุบนั ระบบการวดั ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้รับความนิยมมากข้ึน และกาลงั ค่อย ๆ เขา้แทนที่ระบบการวดั ทางไฟฟ้าอยา่ งรวดเร็วจุดเด่นของระบบทางอิเลก็ ทรอนิกส์ทสี่ าคญั ไดแ้ ก่ 1) ความไว (Sensitivity) ระบบการวดั ดงั กล่าวสามารถวดั เวลา โดยมีความแม่นยาถึง)Picoseconds (10-12s หรือในกรณีการวดั โดยวิธีบริดจ์ (Bridge method) ซ่ึงใชก้ ลั วานอมิเตอร์ที่มีความไวดีพอ หากนาสัญญาณท่ีได้ไปโปรเซสด้วยระบบการวดั ทางอิเล็กทรอนิกส์ จะสามารถวดั ไดแ้ ม่นยาถึง (10-14) แอมแปร์ 2) กาลงั สูญเสียนอ้ ย ในกรณีทต่ี อ้ งวดั สญั ญาณทีม่ ีกาลงั ต่าหากอุปกรณ์วดั ที่ไม่เหมาะจะเกิดปัญหาการโหลด (Load) ซ่ึงเป็ นเหตุทาให้ค่าวดั ผดิ พลาด ในเง่ือนไขเช่นน้ี เราสามารถใช้วงจรขยายที่มีอิมพแี ดนซ์ดา้ นเขา้ สูง เพื่อเป็ นตวั บัฟเฟอร์ (Buffer) ทางอิเล็กทรอนิกส์ และนาไปขบั เคล่ือนส่วนแสดงค่าระบบเขม็ ช้ีตอ่ ไป วงจรขยายอิเล็กทรอนิกสอ์ าจจะมีอิมพแี ดนซด์ า้ นเข้าสูงถึง 100 หรือ 1,000 เมกะโอห์ม ในกรณีของอินสตรูเมนเตชน่ั แอม (InstrumentationAmplifier) แบบ FET อาจมีอิมพแี ดนซ์ดา้ นเขา้ สูงถึง 1012 โอหม์ โดยมีคา่ กระแสไบแอสเพยี ง 10-9แอมป์ 3) ความเร็ว (Speed) ระบบการวดั ทางไฟฟ้า เช่นเคร่ืองวดั แบบเขม็ ช้ี มีความเฉื่อย(Inertia ไม่สามารถวดั สญั ญาณทีม่ ีการเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็วได้ ขณะท่รี ะบบการวดัทางอิเลก็ ทรอนิกส์ สามารถวดั คา่ ไดห้ ลายคร้ัง กระท้งั หลายพนั คร้งั ในหน่ึงวนิ าที ความเร็วดงักล่าวเป็นส่ิงจาเป็นในกรณีการวดั เพอ่ื ใชใ้ นการควบคุมระบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ 4) ความวางใจได้ (Seliability) ระบบวดั ทางอิเล็กทรอนิกสส์ ามารถผนึกรวม(Integrate) จรพิมพเ์ ดียว อาจประกอบดว้ ยระบบรับและแปลงขอ้ มูล (Data Acquisition and Conversion) ที่ครบถว้ น ทาให้การเดินสายลดนอ้ ยลงอนั ส่งผลให้ความวางใจไดข้ องระบบวงจรเพมิ่ ข้นึ 5) ความหลากหลายในการวดั ระบบการวดั ทางอิเล็กทรอนิกสม์ ีวงจรรูปแบบต่าง ๆ ท่ีจะใชเ้ ป็ นเครื่องมือสาหรับวดั ค่าฟิ สิกส์ตวั เดียวกนั เป็ นตน้ ว่า เม่ือใชเ้ ทอร์โมคปั เปิ ลแปลงอุณหภูมิเป็นค่าแรงเคลื่อนไฟฟ้าแลว้ เราอาจจะนามาวดั ค่าโดยตรงหรืออาจแปลงคา่ เป็ นความถ่ีเพอื่ นาไปวดัคา่ กไ็ ด้
24ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 5/17 เนื้อหา 1.1.3 หน่วยวัดทางไฟฟ้า ก่อนทจ่ี ะกล่าวถึงหน่วยวดั ทางไฟฟ้าจะขอกล่าวถึงหน่วยวดั โดยทว่ั ไปเพื่อให้เขา้ ใจระบบหน่วย ซ่ึงจะเช่ือมโยงมายงั หน่วยวดั ทางไฟฟ้าดงั น้ี หน่วยทีใ่ ชใ้ นการวดั เพอื่ บอกจานวน ปริมาณ ค่า และอ่ืน ๆ ก็ถือวา่ สาคญั เพอ่ื จะไดท้ ราบถึงรายละเอียดท่ีตอ้ งการ และจะไดเ้ ป็ นมาตรฐานเดียวกนั ในการใชง้ าน รายละเอียดเกี่ยวกบั ปริมาณจะใชห้ ลกั ฟิ สิกส์เขา้ มาเก่ียวขอ้ ง โดยการกาหนดท้งั ชนิด และขนาดมาตรฐานของการวดั ทุกชนิดตามหลกั ฟิ สิกส์จะบอกออกมาเป็ นหน่วย (Unit) ตวั เลขที่แสดงไวข้ องหน่วยเวลาท่ีจานวนใด ๆ กต็ าม คอื ตวั เลขบอกขนาดของการวดั หรือเมื่อกล่าววา่ ระยะทาง 100 เมตรเราจะทราบไดเ้ ลยวา่ เมตรคือหน่วยของความยาว และจานวนหน่วยของความยาวก็คือ 100 น้นัคือขนาดทางฟิสิกส์ของความยาวมีหน่วยเป็นเมตร ถา้ ไม่มีหน่วยไม่ใช่จานวนท่ีวดั ไดท้ างฟิ สิกส์ ใน พ.ศ. 2333 รัฐบาลฝร่ังเศสไดส้ นับสนุนให้มีการศึกษาคน้ ควา้ และจดั ต้ังระบบเพอื่ ใชแ้ ทนระบบหน่วยของน้าหนกั และการวดั ที่มีอยเู่ ดิมให้มีมาตรฐานเป็ นท่ียอมรับ และสามารถใชร้ ่วมกนั โดยกาหนดพ้นื ฐานไว้ 3 ขอ้ คือ 1) ระบบสากล (Universal System) ของน้าหนักและการวดั ไม่ควรข้ึนอยกู่ บั คนเป็ นผูก้ าหนดมาตรฐาน แต่ควรกาหนดลักษณะโดยถาวร เช่น หน่วยของความยาวใช้เมตรนิยามของเมตร คือสิบส่วนลา้ นของความยาวจากข้วั โลกถึงเสน้ ศูนยส์ ูตรของโลกตามความยาวของเสน้ แนว ทตี่ ดั ผา่ นปารีส ในทานองเดียวกนั หน่วยของมวลใชก้ รัม นิยามของกรัม คือมวลหน่ึงลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตรของน้ากลนั่ ท่ี 4 องศาเซลเซียส และมีความดนั ในบรรยากาศปกติ (760มิลลิเมตรของปรอท) และหน่วยของเวลาใชว้ นิ าที นิยามของวินาที คือ 1/86,400 ของเวลาระหวา่ งวนั ทเี่ กิดสุริยะคติ 2) หน่วยอ่ืน ๆ ทเี่ ป็ นหน่วยอนุพนั ธค์ วรจะยดึ หน่วยพ้นื ฐานท้งั 3 คือความยาวมวล และเวลา (กาหนดเป็นเมตร,กรมั ,และวนิ าทตี ามลาดบั ) 3) ระบบเลขทศนิยม (Decimal System) การคูณ และการหารเลขจานวนมากควรจะเขียนในรูปเลขยกกาลงั ท่เี ติมเขา้ ไปตามตารางท่ี 1.1
25 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 6/17 เนื้อหาตารางที่ 1.1 แสดงช่ือทีเ่ รียกสญั ลกั ษณ์ค่าเลขยกกาลงั ชื่อ สัญลกั ษณ์ ค่าเลขยกกาลงัเอกซะ (Exa)เพตะ (Peta) E 1018เทรา (Tera) P 1015จกิ กะ (Giga) T 1012เมกกะ (Mega) G 109กิโล (Kilo) M 106เฮกโต (Hecto) K 103เดคา (Deca) H 102เดซิ (Deci) da 101เซนติ (Centi) D 10-1มิลลิ (Milli) C 10-2ไมโคร (Micro) M 10-3นาโน (Nano) 10-6พคิ โค (Pico) 10-9เฟมโต (Femto) N 10-12แอทโต (Atto) P 10-15 F 10-18 A ในทางวทิ ยาศาสตร์และทางดา้ นวศิ วกรรม จะใชห้ น่วยแบ่งได้ 2 ชนิด คอื หน่วยพน้ื ฐาน (Fundamental) และหน่วยอนุพนั ธ์ (Derived unit) หน่วยพน้ื ฐานทางกลศาสตร์จะวดัออกมาเป็ นความยาว (Length) มวล (Mass) และเวลา (Time) ขนาดของหน่วยพน้ื ฐานเป็ นฟตุ หรือเมตร ปอนดห์ รือกิโลกรัม วนิ าทหี รือชวั่ โมง สามารถเลือกใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมกบั กรณีท้งั ความยาว มวล และเวลา คอื พน้ื ฐานของหน่วยวดั ทางฟิ สิกส์ทใ่ี ชใ้ นทางกลศาสตร์ จะถูกเรียกวา่ หน่วยพน้ื ฐานปฐมภมู ิ (Primary Fundamental Unit)
26 ใบเตรียมการสอน คร้ังที่ 1 เลขหน้า 7/17 เนื้อหาตารางที่ 1.2 แสดงหน่วยพ้นื ฐาน ปริมาณ หน่วย สัญลกั ษณ์ความยาว เมตรมวล กิโลกรมั mเวลา วนิ าที kgกระแสไฟฟ้า แอมแปร์ sการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิดว้ ยความรอ้ น เคลวนิ Aความเขม้ การส่องสวา่ ง แคเดลา k c การวดั ขนาดทางฟิ สิกส์ในด้านความร้อน ไฟฟ้าและแสงสว่างก็จดั อยู่ในพวกหน่วยพ้ืนฐานเช่นกัน แต่เป็ นหน่วยพ้นื ฐานที่ใชเ้ ฉพาะอยา่ ง ซ่ึงมีความยงุ่ ยาก จะถูกเรียกว่าหน่วยพ้ืนฐานช่วย (Auxiliary Fundamental Unit) หน่วยอ่ืน ๆ ท่ีสามารถแสดงไดใ้ นเทอมของหน่วยพน้ื ฐานจะเรียกวา่ หน่วยอนุพนั ธห์ น่วยเดิมทกุ ๆ หน่วยท่ีเป็ นกฎทางฟิ สิกสจ์ ะเป็ นตวั กาหนดหน่วยเช่น พน้ื ท่ี (A) ของส่ีเหล่ียมผน่ื ผา้ เป็ นสดั ส่วนของความยาว (l) และความกวา้ ง (b) หรือA = lb ถา้ ใชเ้ มตรแสดงหน่วยความยาว ดงั น้นั พน้ื ท่ขี องส่ีเหล่ียมผืนผา้ ขนาด 34 เมตร คือ 12ตารางเมตร (m2) สงั เกตวา่ เลขท่ไี ดน้ ้ีเกิดจากการคูณกนั (34=12) หน่วยทีไ่ ดก้ ็เกิดจากการคูณกนั (mm = m2) หน่วยอนุพนั ธข์ องพน้ื ท่ี (A) คือตารางเมตร (m2) หน่วยอนุพนั ธ์ท่ีรู้จกั กนั ในรูปของขนาด ซ่ึงจะหาได้จากสูตรการคานวณขนาดสาหรับหน่วยพ้ืนฐานของบความยาว (L) มวล (M) และเวลา (T) สญั ลกั ษณ์สาหรับหน่วยอนุพนั ธข์ องพน้ื ท่ีคอื L2 และของปริมาตร คอื L2 สญั ลกั ษณ์สาหรับหน่วยอนุพนั ธข์ องแรงคือLMT-2 หน่วยอนุพนั ธข์ องขนาดมีประโยชน์ในการแปลงหน่วยจากระบบหน่ึงไปอีกระบบหน่ึง เพ่ือความสะดวกในการใชง้ าน สามารถเปล่ียนบนหน่วยอนุพนั ธ์ให้เหมาะสมได้เช่นหน่วยอนุพนั ธข์ องแรงในระบบ Sl จะเรียกวา่ นิวตนั (Newton:N) เรียกแทนหน่วยชนิด 3มิติเตม็ Kg m/s2
27 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 8/17 เนื้อหาตารางที่ 1.3 แสดงหน่วยอนุพนั ธ์ ปริมาณ หน่วย สัญลกั ษณ์พน้ื ท่ี (Area) ตารางเมตรปริมาตร (Volume) ลูกบาศกเ์ มตร m2ความถี่ (Frequency) เฮิรซ์ m3ความหนา (Density) กิโลกรรมตอ่ ลูกบาศกเ์ มตร Hz 1/sความเร็ว (Velocity) เมตรตอ่ วนิ าที Kg/m3ความเร่ง (Accelration) เมตรตอ่ วนิ าทีกาลงั สอง m/sแรง (Force) นิวตนั m/s2งาน (Work) จูล N, Kgm/s2กาลงั (Power) วตั ต์ J,Nmความตา้ นทานไฟฟ้า (Resistennce) โอหม์ W, J/Sความจุไฟฟ้า (C pacitance) ฟารดั Ω, V/Aการส่องสวา่ ง (Luminance) แคนเดลาต่อตารางเมตร F,A·S/V Cd/m2 เน่ืองจากเคร่ืองมือวดั ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์เป็ นเคร่ืองมือวดั ที่ใชว้ ดั ค่าปริมาณทางไฟฟ้า ซ่ึงค่าต่างๆท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การวดั ทางไฟฟ้าก็คือ “หน่วยทางไฟฟ้า” (Electrical) มีอยู่ 6หน่วยดว้ ยกนั คอื 1) กระแสไฟฟ้า (Electric Current : l) หน่วย แอมแปร์ (Ampere : A) 1 แอมแปร์ คอื คา่ กระแสดงทีในลวดตวั นาทมี่ ีความยาวไม่จากดั วางขนานกนั ห่างกนั 1 เมตร มีพ้ืนท่ีหน้าตดั เล็กมาก (ไม่ตอ้ งนามาคิด) สุญญากาศจะทาใหเ้ กิดแรงระหวา่ งตวั นาท้งั สองเท่ากบั 210-7 นิวตนั ตอ่ ความยาว (เมตร) 2) ปริมาณของประจุ (Quantity of Chage : Q) หน่วย คูลอมบ์ (Coulomb:C) 1 คูลอมบ์ คือปริมาณไฟฟ้าที่ไหลนาน 1 นาที โดยใชก้ ระแส 1 แอมแปร์
28ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 9/17 เนื้อหา 3) แรงเคล่ือนไฟฟ้า หรือค่าความต่างศกั ยด์ าไฟฟ้า (Electromotive Force orPotential Different :V) หน่วย โวลต์ (Volt:V) ความตา่ งศกั ย์ 1 โวลต์ คอื ความต่างศกั ยร์ ะหว่างจุดสองจุดบนสายไฟท่ีมีกระแสคงท่ี 1 แอมแปร์ และกาลงั ท่ีใชร้ ะหวา่ งจดุ ท้งั สองเท่ากบั 1 วตั ต์ 4) ความตา้ นทาน (Resistence : R) หน่วย โอห์ม (Ohm :) ความตา้ นทาน 1 โอห์ม คือความต่างศกั ยบ์ นตวั นาระหว่างจุดสองจุดที่มีความต่างศกั ย์ 1 โวลต์ โดยมีกระแสไหลผ่านระหว่างจุดสองจุด 1 แอมแปร์ หรือหมายถึงความตา้ นทานของลวดปรอทท่ีโตเท่ากนั ตลอดความยาว 106.3 ซม. มีมวล 14.452 กรัม ท่ี Oํ C 5) ความเหนี่ยวนา (Inductance : L) หน่วย เฮนรี (Henry : H) 1 การเหนี่ยวนาไฟฟ้าของวงจรปิ ดซ่ึงมีแรงเคล่ือนไฟฟ้า 1 โวลต์ เกิดข้ึนเม่ือกระแสไฟฟ้าในวงจรแปรผนั สม่าเสมอในอตั รา 1 แอมแปร์ตอ่ วนิ าที 6) ความจุ (Capacity : C) หน่วย ฟารัด (Farad : F) 1 ฟารดั คือความจุไฟฟ้าของตวั เกบ็ ประจุระหวา่ งเพลตซ่ึงมีความตา่ งศกั ย์ 1 โวลต์เมื่อวดั ความจไุ ฟฟ้าเท่ากบั 1 คูลอมบ์
29 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 10/17 เนื้อหา1.2 มาตรฐานของการวดั 1.2.1 ความแม่นยาและความเที่ยงตรงของการวัด 1) ความแม่นยา (Accuracy) หมายถึง ความใกลเ้ คยี งระหวา่ งคา่ อ่านของเคร่ืองวดั กบั ค่าจริงของตวั แปรท่เี รากาลงั วดั อยู่ ในกรณีของมาตรวดั ทางไฟฟ้า โดยความแม่นยาจะมีคา่ เป็นA CC 1 Yn Xn (1.1) Ynเม่ือ Yn คา่ ทแี่ ทจ้ ริงของการวดั Xn คา่ ทอ่ี ่านไดจ้ ากการวดั n จานวนคร้งั ของการวดั ในทน่ี ้ีมีค่าเท่ากบั 1 ACC คา่ ความแม่นยาของการวดั ตัวอย่างท่ี 1.1 มีวงจรไฟฟ้าอนั หน่ึงมีค่า Input voltage 10 V. เม่ือนา Voltmeterไปวดั อ่านค่าได้ 9.8 V. อยากทราบวา่ Voltmeter ตวั น้ีมีคา่ ความแม่นยาเทา่ ไร? วิธีทา จากACC 1 Yn Xn YnACC 1 10 9.8 10 % accuracy 0.98 100 % 98 %ตอบ Volt meter ตวั น้ีมีคา่ ความแม่นยา 98 % ความแม่นยามกั จะแสดงเป็ นเปอร์เซ็นตข์ องค่าอ่านเต็มสเกลเป็ นตน้ ว่า ถา้ หากมาตรตวั หน่ึงมีสเกลอ่านสูงสุดได้ 10 V และระบุความแม่นยาไวว้ ่าเป็ น 2 % ก็จะหมายถึงว่า ในการอ่านคา่ ใดๆภายในพสิ ยั วดั (0-10 V) เขม็ ทชี่ ้ีค่าจะมีโอกาสผดิ พลาดไปได้ 0.02 10 = 0.2 Vจากน้ีจะเห็นไดว้ า่ ความแม่นยามีค่าคงที่โดยไม่ข้ึนกบั ขนาดของค่าที่วดั ดงั น้นั ความแม่นยาสมั บรู ณ์ (Absolute Accuracy) จึงจะลดนอ้ ยลงเมื่อค่าทีว่ ดั อยหู่ ่างจากค่าพสิ ยั วดั สูงสุด เช่น
30 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 11/17 เนื้อหาถา้ เราวดั ค่าและอ่านได้ 8.6 V จากมาตรตวั น้ีความแม่นยาของมนั จะเป็ น (0.2 / 8.6) 100 =2.3 % ซ่ึงใกลเ้ คียงกบั ความแม่นยาตามพิสัยวดั แต่หากว่าเรานามาตรไปวดั ค่าในช่วงตน้ ของสเกล เช่น อ่านค่าได้ 1.3 V ความแม่นยาก็จะเป็ น (0.2 / 1.3) 100 = 15.3 % ซ่ึงจะสูงกว่าค่าความแม่นยาตามพิสยั วดั ไปมาก ดงั น้ัน จึงควรเลือกใชม้ าตรที่มีช่วงพสิ ยั วดั (Range) ที่เหมาะสม เพอ่ื วา่ จะไดค้ วามแม่นยาของการวดั ใกลเ้ คยี งกบั ความแม่นยาตามพสิ ยั วดั 2) ความเทย่ี งตรง (Precision) เป็ นดชั นีบ่งบอกความสามารถทาซ้าของการวดักล่าวคือ ถา้ หากเรามีตวั แปรทมี่ ีคา่ แน่นอนค่าหน่ึง ความเที่ยงตรงของเคร่ืองวดั จะบอกให้เรารู้วา่ค่าวดั ที่ทาอยา่ งต่อเนื่องแตกต่างจากกันมากน้อยเพียงไร เคร่ืองมือวดั ที่มีความเที่ยงตรงสูงจะมีความแตกต่างของค่าวดั แตล่ ะคร้ังนอ้ ย เช่น แรงดนั จริง 10 V อ่านคา่ ได้ 9.8 V ทกุ คร้ังโดย Pr ecision 1 Xn Xn (1.2) XnXn ผลรวมของคา่ ทว่ี ดั ไดแ้ ตล่ ะคร้งั (1.3) จานวนคร้ังทท่ี าการวดัเมื่อ Xn ค่าทวี่ ดั ไดแ้ ต่ละคร้งัXn ค่าเฉลี่ยของการวดั n จานวนคร้งั ของการวดั ทีม่ ีคา่ 1,2,3,….,n ตัวอย่างท่ี 1.2 ในการวดั คา่ แรงดนั ตกคร่อมค่าความตา้ นทานตวั หน่ึงโดยทาการวดั ท้งัหมด 5 คร้งั ไดค้ ่าต่าง ๆ ดงั น้ี 5.1 V , 5.2 V , 5V , 4.8 V , 4.9 V โดยค่าของแรงงดนั ตกคร่อมตวัความตา้ นทานสูงมีคา่ 5 V จงคานวณค่าความเทยี่ งตรงจากการวดั วธิ ีทา จากPr ecision 1 Xn Xn XnXn 5.1 5.2 5 4.8 4.9 5 5Pr ecision 1 5 5 1 5 % Pr ecision 1 100 % 100 %ตอบ ความเทย่ี งตรงจากการวดั 100 %
31 ใบเตรียมการสอน คร้ังที่ 1 เลขหน้า 12/17 เนื้อหา1.2.2 ความผดิ พลาดของเครื่องมอื วัดในการวดั ถา้ หากค่าวดั ใกลเ้ คียงกบั ค่าจริงมากเพยี งไร ก็แสดงวา่ การวดั น้ันมีความแม่นยาสูง (Accurate) อยา่ งไรก็ตาม ถึงแมเ้ ราจะใชเ้ ครื่องสมรรถนะดีเยย่ี มและทางานวดั อยา่ งถูกตอ้ งเพยี งไรก็ตาม ก็ไม่จาเป็ นว่าค่าวดั ที่ไดจ้ ะตรงกบั ค่าจริง ในการวดั โดยปกติมกั จะมีความแตกต่างระหวา่ งค่าวดั กับค่าจริงเสมอ ในการวดั จึงพึงตระหนกั ถึงสาเหตุของความผดิ พลาดเพื่อลดทอนสาเหตุเหล่าน้ีลงใหเ้ หลือนอ้ ยทส่ี ุดความผดิ พลาดในการวดั มกั เกิดจากตน้ ตอต่างๆ กนั และอาจจาแนกออกเป็ นสามประเภทสาคญั คือ ความผิดพลาดโดยผูว้ ดั ( Human Error) ความผิดพลาดเชิงระบบ(Systemactic Error) และความผดิ พลาดแรนดอม (Random Error) ต่อไปน้ีเราจะอธิบายท่ีมาของความผดิ พลาดต่างๆ1) ความผดิ พลาดโดยผวู้ ดั (Human Error) ความผดิ พลาดน้ีเกิดจากมนุษย์ ในฐานะผใู้ ชเ้ คร่ืองวดั ขอ้ ผดิ พลาดเหล่าน้ีมีอาทิ การอ่านผิด การใชเ้ ครื่องมือไม่เหมาะสม การจดผดิหรือกระทงั่ การคานวณผิด เป็ นตน้ ขอ้ ผิดพลาดที่มักพบเห็นกนั อยู่เสมอ ได้แก่ การเลือกใช้เคร่ืองมือไม่เหมาะสม โดยทวั่ ไปเครื่องวดั แบบช้ีค่าจะส่งผลกรระทบเมื่อต่อเขา้ กบั วงจรวดั อาจจะอ่านค่าผดิ พลาดเมื่อต่อเพอื่ วดั ค่าแรงดนั ซ่ึงตกคร่อมคา่2) ความผดิ พลาดเชิงระบบ (Systematic Error) ความผดิ พลาดชนิดน้ียงั อาจจาแนกออกไดเ้ ป็นสองชนิดทส่ี าคญั คือ ก) ความผดิ พลาดโดยเครื่องมือวดั ( Instrumental Error) เป็ นความผดิ พลาดทีด่ ารงอยใู่ นเคร่ืองมือวดั เอง อนั เน่ืองจากโครงสร้างทางกลของเครื่องมือเหล่าน้ี เป็ นตน้วา่ ในมาตราที่อาศยั การเคล่ือนไหว d’ Arsonval (d’Arsonval movement) แรงเสียดทานในฝาชาฟต์ (Bearing) ของส่วนที่เคล่ือนทีต่ ่าง ๆ เป็ นสาเหตุทาใหค้ ่าท่ีอ่านคลาดเคล่ือนไปได้ แรงดึงของสปริงที่ผดิ ปกติไปอนั อาจเกิดจากการใชง้ านเครื่องมือวดั เกินพกิ ดั เป็ นตน้ ก็เป็ นอีกสาเหตุท่ีทาใหเ้ กิดความผดิ พลาด นอกจากน้ีการปรับต้งั ท่ีผดิ พลาดแต่ตน้ ก็ทาให้การอ่านค่าสูงหรือต่าเกินความจริงไป ความผดิ พลาดโดยเครื่องวดั ดงั กล่าวน้ี อาจหลีกเลี่ยงไดโ้ ดยทาการสอบเทียบเคร่ืองวดั กบั มาตรฐานที่เหมาะสม หรืออาจโดยการวดั ค่าเปรียบเทียบกับเครื่องมือวดั อีกตวั ท่ีลกั ษณะสมบตั เิ หมือนกนั
32 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 13/17 เนื้อหา ข) ความผิดพลาดในสภาพแวดล้อม ความผิดพลาดชนิดน้ีเกิดข้ึนจากปัจจยั ภายนอกเคร่ืองมือวดั ซ่ึงรวมถึงสภาพเงื่อนไขที่เราใชเ้ คร่ืองมือวดั น้นั ๆ เป็ นตน้ วา่ ผลจากการเปลี่ยนไปของอุณหภูมิ ความช้ืน ความดนั อากาศ สนามแม่เหล็ก หรือไฟฟ้าสถิตย์ เป็ นตน้การเปล่ียนไปของอุณหภมู ิใชง้ านจะยงั ผลใหค้ ุณสมบตั ิยดื หยนุ่ ของสปริงในกลไกขดลวดเคลื่อนท่ีเปลี่ยนแปลง อนั ทาใหค้ ่าท่ีอ่านคลาดเคล่ือนได้ เป็ นตน้ 3) ความผดิ พลาดแรนดอม (Random Error) ความผดิ พลาดชนิดน้ีเกิดจากเหตุที่อธิบายไม่ไดแ้ ละเกิดข้ึนแมเ้ มื่อเราไดพ้ ยายามกาจดั ความผดิ พลาดเชิงระบบต่าง ๆ แลว้ สมมติวา่เราจะตดิ ตามวดั คา่ ของแรงดนั หน่ึง ๆ โดยใชโ้ วลตม์ ิเตอร์ตวั หน่ึง ซ่ึงเราจะอ่านค่าจากมาตรทุกๆคร่ึงชว่ั โมง เราจะพบวา่ แมเ้ คร่ืองวดั จะทางานภายใตส้ ภาพแวดลอ้ มที่เป็ นอุดมคติ และผ่านการปรับเทียบไวอ้ ย่างแม่นยาก่อนทาการวดั ก็ตาม ค่าที่อ่านได้จะเปล่ียนแปลงไปบา้ งเล็กน้อยตามช่วงเวลาที่เราทาการวดั ความแตกต่างของค่าวดั เหล่าน้ีเราไม่สามารถแกไ้ ขโดยวธิ ีการปรับเทียบหรือวธิ ีการควบคุมอื่นใดก็ได้ การวดั เป็ นขบวนการเปรียบเทียบค่าปริมาณที่ไม่ทราบกบั ค่ามาตรฐานที่กาหนดไว้ในการใชเ้ คร่ืองมือวดั ไฟฟ้าเขา้ วดั น้ันควรหลีกเล่ียงค่าผดิ พลาด (Error) ซ่ึงค่าผดิ พลาดหมายถึงค่าทีว่ ดั ไดผ้ ดิ พลาดไปจากค่าจริงมากหรือนอ้ ยเพยี งใด เช่น แรงดนั จริง 10 V อ่านค่าได้ 9.8 Vแสดงวา่ ผดิ พลาดไป - 0.2 V หรืออ่านค่าได้ 10.2 V แสดงวา่ ผิดพลาดไป + 0.2 V ดงั น้นัเคร่ืองวดั ตวั น้ีมีค่าผดิ พลาด 0.2 V โดย % error 100 % % accuracyหรือ % error Yn Xn 100 % (1.4) Ynเม่ือ e ความคลาดเคลื่อนของเครื่องวดัYn คา่ ทแ่ี ทจ้ ริงของการวดัXn คา่ ทไ่ี ดจ้ ากการวดัจากตวั อยา่ งเราสามารถหาคา่ % error ไดเ้ ป็ น% error 100 % % accuracy 100 % 98 %หรือ
ใบเตรียมการสอน 33 เนื้อหา คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 14/17% error 10 9.8 100 % 2 % 10ค่าผดิ พลาดท่เี กิดจากการวดั สามารถแบง่ ไดเ้ ป็ น 2 คา่ คอื ค่าผดิ พลาดสมั บูรณ์(Absolute Error) และ ค่าผดิ พลาดสมั พทั ธ์ (Relative Error)โดย A Xn Yn (1.5)เมื่อ A คา่ ผดิ พลาดสมบรู ณ์Xn คา่ ท่ีวดั ได้Yn ค่าที่เป็ นจริง ค่าผดิ พลาดสมั บูรณ์จะมีเคร่ืองหมายได้ท้งั บวก และลบ ถา้ เป็ นเคร่ืองหมายบวกก็หมายถึงคา่ ท่ีวดั ไดน้ ้นั มากกวา่ คา่ ท่เี ป็นจริง และถา้ เป็ นลบกแ็ สดงวา่ ค่าถา้ ทว่ี ดั ไดน้ อ้ ยกวา่ ค่าที่เป็ นจริง คา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ คอื คา่ ผดิ พลาดสมั บรู ณ์หารดว้ ยคา่ ที่เป็นจริง และคดิ เป็ นเปอร์เซ็นต์ โดยR A 100 % (1.6) Ynเม่ือ R ค่าผดิ พลาดสมั พทั ธ์ ค่าผดิ พลาดสมั พทั ธจ์ ะบอกคา่ ทีว่ ดั ไดว้ า่ ผดิ ไปจากค่าท่ีเป็ นจริงมากนอ้ ยเพยี งใด เม่ือนา Voltmeter ตวั หน่ึงไปวดั แหล่งจ่ายไฟ 220 V อ่านค่าออกมาได้ 225 V อยากทราบว่าค่าท่ีผดิ พลาดไปเท่าใด และวดั ผดิ พลาดจากค่าเป็นจริงกี่เปอร์เซ็นต์จากการวดั 215 V A Xn Yn 215 220 5V
34 ใบเตรียมการสอน คร้ังที่ 1 เลขหน้า 15/17 เนื้อหาจากการวดั 225 V A Xn Yn 225 220 5V คา่ ผดิ พลาดสมั บูรณ์คือ 5 Vค่าผดิ พลาดสมั พทั ธ์ คอื A 100 % Yn 5 100 % 2.2727 % 220คลาสของเคร่ืองวดั (Class) ค่าผิดพลาดของเคร่ืองวดั อีกอยา่ งหน่ึง คือคลาสของเครื่องวดั ซ่ึงจะเป็ นตวั เลขที่บ่งบอกถึงความเท่ียงตรงของตวั เคร่ืองวดั เอง เคร่ืองวดั ท่ีมีค่าคลาสสูงๆ จะวดั ค่าผดิ พลาดมากกวา่เครื่องวดั ท่ีมีค่าคลาสต่า (กรณีที่เปรียบเทียบพิสัยวดั เดียวกนั ) คลาสของเคร่ืองวดั จะบอกถึงเปอร์เซ็นตก์ ารวดั ผดิ พลาดในแต่ละพสิ ยั จะไดค้ า่ ผดิ พลาดสมั บูรณ์จากเคร่ืองวดั ในพสิ ยั น้นั ๆ เครื่องวดั แบบขดลวดเคล่ือนที่ คลาส 1 หมายถึงเครื่องวดั จะมีคา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ 1 % ของท่ีเตม็ สเกลและตลอดสเกลการวดั จะมีค่าผดิ พลาดสมั บรู ณ์เท่ากบั เตม็ สเกลดว้ ย ตวั อย่างที่ 1.3 เคร่ืองวดั แรงดนั ไฟฟ้าตวั หน่ึงคลาส 1.5 มีพสิ ยั วดั แรงดนั 100 V ,250 Vและ1000 V เม่ือนาเคร่ืองวดั น้ีไปวดั คา่ แรงดนั ทมี่ ีค่า 100 V จงหาค่าที่เขม็ ช้ีแสดงและหาคา่ ผดิ พลาดที่เขม็ แสดงและหาค่าผดิ พลาดสมั พทั ธ์ วธิ ีทา ก) ท่พี สิ ัยวัด 100 V จาก A (คลาส %) พสิ ยั วดั หรือ A คลาส พิสยั วดั 100 ท่พี สิ ยั วดั 100 V เราจะไดค้ ่าผดิ พลาดสมั บรู ณ์ คอื A 1.5 100 V 100 1.5 V คา่ ท่เี ขม็ ช้ีแสดงอยรู่ ะหวา่ ง 100 1.5 V คือ 98.5 V – 101.5 V
35ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 16/17 เนื้อหาคา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ R A 100 % Yn 1.5 100 % 1.5 100 ข) ใช้พสิ ัยการวดั 250 V A 1.5 250 V 100 3.75 Vคา่ ทีเ่ ขม็ ช้ีแสดงอยรู่ ะหวา่ ง 100 3.75 V คือ 96.25 V – 103.75 V R 3.75 100 % 3.75 V 100 ค) ใช้พสิ ัยการวัด 1000 V A 1.5 1000 V 100 1.5 Vคา่ ท่ีเขม็ ช้ีแสดงอยรู่ ะหวา่ ง 100 15 V คอื 85 V – 115 V R 15 100 % 100 15 %ตอบ ทพ่ี ิสยั การวดั 100 V คา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ 1.5 % ที่พิสยั การวดั 250 V ค่าผดิ พลาดสมั พทั ธ์ 3.75 % ทพ่ี สิ ยั การวดั 1000 V คา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ 15 % ตวั อย่างท่ี 1.4 เคร่ืองวดั กระแสไฟฟ้าตวั หน่ึงคลาส 2 มีพสิ ัยการวดั 10 A นาไปวดักระแส 4 ขนาด เข็มช้ีอ่านค่าได้ 10 A , 7A , 5A และ 3A ตามลาดบั จงหาค่าของกระแสไฟฟ้าทเ่ี ป็ นจริง และคา่ ผดิ พลาดสมั พทั ธ์ วิธีทา จากตวั อยา่ งน้ีจะแสดงให้เห็นว่าการต้งั พสิ ยั วดั ไม่เหมาะสมจะทาใหเ้ กิดค่าความผดิ พลาดมากตามมาดว้ ย
36 ใบเตรียมการสอน คร้ังท่ี 1 เลขหน้า 17/17 เนื้อหาหากระแสท่ีเป็ นจริงจาก คลาส พิสยั วดั A 100 0.2 Aก) ค่าท่วี ดั ได้ 10 A ช่วงของค่ากระแสจริง 10 A 0.2 A คือ 9.8 A – 10.2 A R 0.2 100 % 2 % 10ข) ค่าที่วดั ได้ 7 Aช่วงของค่ากระแสจริง 7 A 0.2 A คอื 6.8 A – 7.2 A R 0.2 100 % 2.85 % 7ค) ค่าที่วดั ได้ 5 Aช่วงของคา่ กระแสจริง 5A 0.2 A คือ 4.8 A – 5.2 A R 0.2 100 % 4 % 5ง) ค่าทว่ี ัดได้ 3 Aช่วงของคา่ กระแสจริง 3 A 0.2 A คือ 2.8 A – 3.2 A R 0.2 100 % 6.66 % 3สรุป 1. การวดั ควรเลือกพสิ ยั การวดั ที่เขม็ ช้ีแสดงคา่ อยทู่ ่ี 2 ใน 3 ของสเกล 2. คลาสของเครื่องวดั จะบอกค่าผดิ พลาดสมั บูรณ์ (A) ของพสิ ยั การวดั น้นั 3. เปอร์เซ็นตค์ ่าผิดพลาดสัมพทั ธ์ แสดงการผิดพลาดที่เป็ นไปไดส้ ูงสุดแต่ละ ค่าที่ทาการวดั ของพสิ ยั การวดั น้นั ๆ
37วิธีสอนและ 1. การสอนแบบบรรยายเน้ือหาโดยใชก้ ระดาน แผ่นโปร่งใส หรือส่ือการ กจิ กรรม สอนคอมพวิ เตอร์ 2. ใหน้ กั ศกึ ษามีส่วนร่วมในการเรียนการสอนโดยใชว้ ธิ ีถาม - ตอบ หนังสืออ้างอิง หนงั สืออา้ งอิงเล่มที่ 1 หนา้ 1, เล่มที่ 2 หนา้ ท่ี 9 , เล่มที่ 3 หนา้ ท่ี 1 , เล่มที่ 4 หนา้ ท่ี 1.สื่อการสอน เอกสารประกอบ ใบเน้ือหา แบบทดสอบหลงั เรียน ใบมอบหมายงาน วัสดโุ สตทศั น์ แผน่ โปร่งใส ส่ือการสอนคอมพวิ เตอร์ เคร่ืองฉายภาพวดิ ีโอ เคร่ืองฉายภาพขา้ มศรี ษะ ฉากรบั ภาพ 1. ใหน้ กั ศกึ ษาปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั ท่ไี ดร้ ะบุไวใ้ นใบมอบหมายงาน งานที่มอบหมายการวัดผล 1. สงั เกตจากพฤติกรรม และบรรยากาศในหอ้ งเรียน 2. ถาม - ตอบ 3. แบบทดสอบหลงั เรียน และงานท่มี อบหมาย สปั ดาห์ที่ วนั /เดือน/ปี คาบที่ รายการ หอ้ ง หมายเหตุหมายเหตุ
38 บันทึกข้อคดิ เห็นช่ือผสู้ อน........................................................ วชิ า 04-221-101 เครื่องมือและการวดั อิเลก็ ทรอนิกส์หอ้ งเรียน วนั ท่ี เวลา รายการบนั ทกึ ขอ้ คิดเห็น หมายเหตุ ผบู้ นั ทกึ ................................................... (.................................................) วนั ที่................./....................../..................
39
Search
Read the Text Version
- 1 - 22
Pages: