๒ สารบญั เรือ่ ง หน้า ประวตั วิ ัดป่าเลไลยกว์ รวิหาร ๓ ประวตั พิ ระธรรมพทุ ธิมงคล ๙ สถิติการศกึ ษาพระปริยตั ิธรรมแผนกบาลี แผนกธรรม ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) ๑๓ การดาเนนิ การก่อสร้างพระพทุ ธรปู แกะสลกั บนหนา้ ผา ๑๘ บทประพนั ธ์ หนังสอื “พุทธมามกมนต์” ๓๙ ๔๐ - บทร้อยกรอง “บทธรรมคีติ” ๔๓ - บทร้อยกรอง “ทานมยั ” (การใหท้ าน) ๔๔ - บทรอ้ ยกรอง “สีลมยั ” (การรกั ษาศีล) ๔๖ - บทรอ้ ยกรอง “ภาวนามัย” (สัมมาสมาธ)ิ ๕๐ - บทร้อยกรอง “ทุกข อริยสจจฺ ” ๕๓ - บทรอ้ ยกรอง “มาฆบูชาราลกึ ” ๕๔ - บทรอ้ ยกรอง “วิสาบบูชาราลกึ ” ๕๕ - บทรอ้ ยกรอง “อาสาฬหบูชาราลกึ ” ๕๗ - บทรอ้ ยกรอง “รู้เขา รู้เรา” - บทร้อยกรอง “คาถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระมหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช ๖๕ ๖๖ บรมนาถบพิตร รชั กาลท่ี ๙” - บทรอ้ ยกรอง “บทกรวดนา”
๓ ประวัติวดั ปา่ เลไลยกว์ รวหิ าร วัดป่าเลไลยก์จะสร้างขึนเม่ือไรนันไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่จากการ สันนิษฐานโบราณวัตถุสาคัญของวัด คือ พระปางปาลิไลยกะ ซ่ึงชาวบ้านท่ัวไปเรียกว่า หลวงพ่อโต กะประมาณอายุอย่างต่าสุดสร้างก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี (ก่อน พ.ศ. ๑๘๙๓) อย่างสูงสุดยุคทวารวดีตอนต้น (พ.ศ. ๑๒๐๐) มีอายุจนถึงทุกวันนี ระหว่าง ๖๕๐ - ๑๓๐๐ ปี ส่วนองค์พระป่าเลไล (หลวงพ่อโต) นัน ของเดิมไม่มีวิหาร ทาเป็นพระพุทธรูปน่ัง ในคฤห ตัวคฤหนันยังอยู่จนทุกวันนี ถ้าสังเกตดูจะเห็นได้ ในภายหลังมีผู้ศรัทธาสร้าง วิหารต่อออกจากคฤห ยังสังเกตเห็นที่ต่อได้เหมือนกัน จะต่อเมื่อครังใดไม่ทราบ สนั นิษฐานวา่ คงเป็นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนตน้ ต่อมาเม่ือมาถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ วิหารได้ชารุดทรุดโทรมลงไป พระพุทธรูป เองพระกรท่ีสร้างแปลงใหม่ก็พังไปเสียอีก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รชั กาลที่ ๔ ) จึงโปรดให้เจ้าพระยานิกรบดนิ ทร์ ที่ สมหุ นายก เปน็ แม่กองปฏิสงั ขรณ์ทัง พระวหิ ารและองค์พระ พุทธรูป ดงั ปรากฏอยู่จนทกุ วันนี ในจดหมายเหตุรัชกาลท่ี ๔ จ.ศ. ๑๒๒๐ ซ่ึงตรงกับพุทธศักราช ๒๔๐๑ ทาให้ ทราบได้แน่ชัดว่า วิหารพร้อมองค์หลวงพ่อโตได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครังใหญ่ ดัง เนอื ความในจดหมายเหตุที่ว่า สารตรา ท่านเจ้าพระยาจักรี มาถึงพระยาสุพรรณ พระปลัด กรมการ ด้วยบอก เข้าไปแล้วว่า ได้เกณฑ์เลขโยมสงฆ์เมืองสุพรรณ ขอแรงขุนหม่ืนในกรมการ ผลัดเปล่ียน กันทาวัดพระป่าเลไลย เดือนละ ๔ ผลัด เป็นคน ๒๐ คน ได้ปลูกทาร่มพระ และก่อป้ัน ต่อพระกรตังแต่พระอังสะจนถึงฝ่าพระหัตถ์ ที่ชารุดแตกพังเสร็จแล้ว ยังแต่พระรัศมี ยัง ไม่มีไม้ขอนสักจะทา ไดล้ งรักพระปฏมิ ากร ๒ ครัง ยงั แตจ่ ะลงรกั นาเกลยี งต่อไป ได้ปลูกศาลา ๒ หลัง จ้างจีนขุดสระ ๆ หนึ่ง ได้รือผนังด้านเหนือด้านใต้ แต่ผนัง ด้านหน้ายงั ไม่ได้รือ ถา้ รอื เสรจ็ แล้วไปขอเลข ๑๒๐ คน ผลดั เปลยี่ นกันมาทาวดั นนั ไดท้ า
๔ หนังสือบอกขึนกราบบังคมทูลแด่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทราบใต้ฝ่า ละอองแลว้ มีพระบรมราชโองการดารสั เหนือเกล้าว่า วดั พระป่าเลไลยเปน็ วัดเก่าโบราณ พระ พุทธปฏิมากรชารุดแตกหักมาก ได้โปรดให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ ออกมาดูการสิ่งใด ชารุด ได้บัญชาให้พระยาสุพรรณ กรมการ เร่งจัดทาขึนนันชอบดีอยู่แล้ว และพระยา สพุ รรณ กรมการ บอกขอเลข ขอไม้ยอดพระรัศมี ขอไมข้ อนสกั ไม้เสาใชส้ อยเปน็ การวัด พระป่าเลไลยนัน ก็ให้เจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ ดูแลอย่าให้ขัดสน พระยาสุพรรณ กรมการ จะไดเ้ รง่ รัดทาต่อไป เจ้าพระยานิกรบดินทร์ฯ กราบบังคมทูลพระกรุณา ยอดพระรัศมีก็ได้ให้แต่งตัว ใหม่อยู่ทุกวัน เสาไม้ก็ได้ให้ขุนหมื่นคุมเงินไปจัดซืออยู่ แล้วจะส่งไม้ออกไปภายหลัง แต่ เลขเมืองสุพรรณนันให้พระยาสุพรรณ กรมการ เกณฑ์ขอแรงผลัดเปลี่ยนกันมาทาวัด ป่าเลไลยกต็ ามบอกขอเขา้ ไปเถดิ และการรือ ต่อผนัง กับของสิ่งใดท่ีควรจะต้องทาก็ให้พระยาสุพรรณ กรมการ เร่งรดั ทาไปพลางๆ สดุ แตอ่ ย่าใหข้ องค้าง อย่าใหค้ นว่างเปล่าไดเ้ ปน็ อนั ขาดทเี ดียว กบั ให้ จัดเรือและคนรับเงินปูนผงจากพวกด่านเขมร เข้าไปส่ง ณ กรุงเทพฯ จงเนืองๆ ด้วย ได้ ลงมอื ทาสิ่งใดแล้วไปกสี่ ่วน ยงั ก่สี ่วนจะต้องการของสง่ิ ใดบา้ ง ใหพ้ ระยาสุพรรณ กรมการ บอกรายการเข้าไปจงเนืองๆ จะได้กราบบังคมทลู พระกรุณาให้ทราบใต้ฝา่ ละอองธุลีพระ บาท สารตรามา ณ วันศกุ ร์ ขึน ๒ ค่า เดอื นอา้ ย โทศก แตเ่ ดิมดเู หมือนจะเป็นวดั พุทธาวาส ไมม่ ีพระสงฆจ์ าพรรษาอยเู่ ลย แต่ก็มพี ระสงฆ์ ไปอยู่บ้างเป็นครังเป็นคราว ท่ีมาสร้างเป็นวัด สังฆาราม มีพระอุโบสถม่ันคง เป็นของ สร้างเมื่อในรัชกาลที่ ๖ กรุงรัตนโกสินทร์นีเอง วัดป่าเลไลยก์นีได้รับการสถาปนาขึนเป็น พระอารามหลวง ในสมัยรัชกาลท่ี ๖ เม่ือวันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๒ ต่อมาได้ ก่อสร้างพระอุโบสถขึนหลังหนึ่ง โดยความร่วมมือของชาวบ้าน พระสงฆ์นาโดยพระครู โพธาภิรัต (หลวงพ่อสอน) และผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยข้าราชการ จึงได้รับ พระราชทาน วิสุงคามสีมา ท่ีหน้าบันของพระอุโบสถมีตัวอักษรจารึกเขียนไว้ว่า (สร้าง เสรจ็ ) เมื่อปฉี ลู สัตตศก พ.ศ. ๒๔๖๘ รัตนโกสนิ ทรศก ๑๔๔
๕ ปัจจุบันมี พระธรรมพุทธิมงคล ดารงตาแหน่ง เจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตาบลรวั ใหญ่ อาเภอเมอื งสุพรรณบุรี จงั หวัดสพุ รรณบุรี วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร มีพระภิกษุอยู่จาพรรษา จานวน ๕๒ รูป สามเณร ๔ รูป แม่ชี ๔ คน รวม ๖๐ รูป/คน ภาพพระภกิ ษุ สามเณร และแมช่ ี วดั ป่าเลไลยก์วรวหิ าร
๖ ภาพบริเวณดา้ นหน้าพระวหิ ารหลวงพ่อโต วัดป่าเลไลยกว์ รวหิ าร ภาพมุมสงู บรเิ วณวัดปา่ เลไลยก์วรวหิ าร
๗ ภาพมมุ สงู บรเิ วณวัดปา่ เลไลยก์วรวิหาร ภาพมุมสงู พระวิหารหลวงพอ่ โต วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร
๘ ภาพภายในพระวิหารหลวงพอ่ โต วดั ป่าเลไลยก์วรวหิ าร
๙ ประวตั ิพระธรรมพุทธมิ งคล พระธรรมพุทธิมงคล (สอ้ิง สิรนิ นโฺ ท, ป.ธ.๘, พธ.ด.กติ ติมศักดิ์) เจา้ อาวาสวัดปา่ เลไลยก์วรวหิ าร ท่ปี รกึ ษาเจา้ คณะภาค ๑๔
๑๐ ประวัติ พระธรรมพทุ ธิมงคล (สอิง้ สริ นิ นฺโท, ป.ธ.๘, พธ.ด.กติ ตมิ ศักด์ิ) เจ้าอาวาสวดั ป่าเลไลยกว์ รวิหาร ท่ปี รึกษาเจ้าคณะภาค ๑๔ ๑. ชอ่ื พระธรรมพุทธิมงคล ฉายา สริ ินนโฺ ท อายุ ๘๗ พรรษา ๖๖ วิทยฐานะ ป.ธ.๘ วัดปา่ เลไลยกว์ รวหิ าร ตาบล รว้ั ใหญ่ อาเภอ เมอื งสุพรรณบุรี จงั หวัด สพุ รรณบรุ ี ปัจจบุ ันดารงตาแหนง่ ๑. เจา้ อาวาสวดั ป่าเลไลยกว์ รวหิ าร ๒. ทป่ี รกึ ษาเจ้าคณะจังหวดั สพุ รรณบุรี ๒. สถานะเดมิ ชื่อ สอง้ิ นามสกลุ อาสน์สถติ ย์ เกดิ ตรงกบั วนั ที่ ๔ เดือน มกราคม พ.ศ. ๒4๗๗ บดิ าชือ่ นายทองหลอ่ อาสนส์ ถติ ย์ มารดาช่อื นางทองคา อาสน์สถิตย์ บ้านเลขท่ี – หมู่ท่ี ๓ บ้านทา่ ไชย ตาบล หัวโพธ์ิ อาเภอ สองพนี่ อ้ ง จังหวัด สุพรรณบุรี ๓. บรรพชา ตรงกบั วนั ที่ ๑๘ เดือน กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๔ ปเี ถาะ ณ วัดทา่ พระยาจักร ตาบล อู่ทอง อาเภอ อทู่ อง จังหวัด สุพรรณบุรี พระอปุ ชั ฌาย์ พระครวู นิ ยานโุ ยค เจ้าอาวาสวัดยางยแ่ี ส ๔. อปุ สมบท ตรงกบั วันที่ ๔ เดอื น เมษายน พ.ศ.๒๔๙๘ ปมี ะโรง ณ พัทธสีมา วัดท่าไชย ตาบล หัวโพธ์ิ อาเภอ สองพี่น้อง จังหวัด สุพรรณบุรี พระอุปัชฌาย์ พระวบิ ลู เมธาจารย์ (เกบ็ ภทฺทิโย ป.ธ.๗) วดั ดอนเจดีย์ อาเภอดอนเจดยี ์ พระกรรมวาจาจารย์ พระปลดั จานงค์ ชติ กฺกเิ ลโส วัดหัวโพธิ์ อาเภอสองพนี่ ้อง พระอนสุ าวนาจารย์ พระครหู นุน ฐติ ธมโฺ ม วดั ทา่ ไชย อาเภอสองพ่นี ้อง ๕. วิทยฐานะ สาเรจ็ ชนั ประถมศึกษาปที ่ี ๔ โรงเรียนวัดท่าไชย พ.ศ.๒๔๘๙ อาเภอสองพีน่ อ้ ง จงั หวัดสุพรรณบุรี สอบไล่ได้ น.ธ.เอก ในสานักศาสนศกึ ษาวดั สองพี่นอ้ ง พ.ศ.๒๔๙๗ สานกั เรียนคณะจังหวดั สุพรรณบุรี สอบไลไ่ ด้ ป.ธ.๘ ในสานักศาสนศึกษาวดั สองพ่ีนอ้ ง พ.ศ.๒๕๑๒ สานักเรียนคณะจงั หวดั สพุ รรณบุรี
๑๑ ความชานาญการ มีความรคู้ วามสามารถในด้านนวกรรม การแสดงพระธรรมเทศนา และงานประพนั ธก์ าพย์ กลอน ๖. การปกครอง พ.ศ.๒๕๐๕ เปน็ ผรู้ กั ษาการเจ้าอาวาสวดั สองพ่นี อ้ ง - เปน็ ผู้รักษาการแทนเจ้าคณะอาเภอสองพน่ี ้อง - เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พ.ศ.๒๕๑๑ เป็นเจ้าอาวาสวัดสองพี่นอ้ ง พ.ศ.๒๕๑๒ เป็นรองเจ้าคณะอาเภอสองพีน่ ้อง - เป็นพระอปุ ชั ฌาย์ พ.ศ.๒๕๑๕ เปน็ เจ้าคณะอาเภอสองพ่ีน้อง พ.ศ.๒๕๒๒ เปน็ รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี พ.ศ.๒๕๒๕ เป็นผูร้ ักษาการเจ้าอาวาสวัดดอนเจดยี ์ พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นเจ้าอาวาสวดั ดอนเจดีย์ พ.ศ.๒๕๔๘ เปน็ ผ้ชู ่วยเจา้ อาวาสพระอารามหลวง วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร พ.ศ.๒๕๕๐ เป็นเจ้าคณะจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี พ.ศ.๒๕๕๓ เป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วดั ปา่ เลไลยกว์ รวหิ าร พ.ศ.๒๕๕๗ เปน็ ท่ปี รึกษาเจ้าคณะจังหวดั สุพรรณบุรี สถิติพระภิกษุ สามเณรจาพรรษาวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร (5 ปยี ้อนหลงั ) พ.ศ. ๒๕59 มพี ระภกิ ษุ จาพรรษา ๖3 รูป สามเณร ๑๐ รูป พ.ศ. ๒๕๖0 มพี ระภกิ ษุ จาพรรษา ๖1 รปู สามเณร 10 รูป พ.ศ. ๒๕๖1 มีพระภิกษุ จาพรรษา 60 รูป สามเณร 8 รูป พ.ศ. 2562 มีพระภกิ ษุ จาพรรษา 57 รปู สามเณร 6 รูป พ.ศ. 2563 มีพระภกิ ษุ จาพรรษา 55 รูป สามเณร 4 รูป - มกี ารทาวัตรสวดมนต์ เช้า-เย็น ตลอดปี - มีการทาอุโบสถกรรมทุกกง่ึ เดอื น ตลอดปี - มพี ระภกิ ษุสวดพระปาติโมกข์ได้ ๕ รปู - มีกฎระเบยี บการพจิ ารณารับพระภิกษุ สามเณรเข้ามาพกั อาศัย - มรี ะเบียบปกครองวดั ตามพระธรรมวนิ ัย พระราชบัญญตั คิ ณะสงฆ์ และ กฎมหาเถรสมาคม - มีการจดั การศึกษาพระปรยิ ตั ิธรรม ทงั แผนกธรรมและแผนกบาลี - ไมม่ อี ธกิ รณ์เกดิ ขึนในวดั
๑๒ ๗. งานการศกึ ษา พ.ศ.2498 เปน็ ครูสอนพระปรยิ ัติธรรม ประจาวดั สองพีน่ ้อง พ.ศ.2500 เป็นผ้รู ักษาการแทนศึกษาอาเภอสองพี่น้อง พ.ศ.2505 เป็นประธานดาเนินการสอบธรรมสนามหลวงอาเภอสองพน่ี อ้ ง เปน็ กรรมการสอบบาลีสนามหลวง พ.ศ.2518 เป็นวิทยากรดา้ นวชิ าการ ในการอบรมบาลีก่อนสอบ ภาค ๑๔ ณ วัดไรข่ งิ จงั หวดั นครปฐม พ.ศ.2522 ได้รับมอบหมายจากเจ้าคณะจงั หวัดสพุ รรณบรุ ี ให้บรหิ าร การศึกษาพระภกิ ษุ สามเณร ในจังหวดั สุพรรณบรุ ี พ.ศ.2528 เปน็ รองประธานจัดงานสมโภชและมอบรางวัลแก่นักเรยี นสอบบาลี ได้ ในสานกั เรียนคณะจงั หวัดสพุ รรณบุรี พ.ศ.2531 เป็นพระปรยิ ัตินเิ ทศก์ พ.ศ.2533 เปน็ รองประธานศูนยค์ รูสอนวชิ าพระพทุ ธศาสนาจังหวัด สพุ รรณบุรี พ.ศ.2534 เป็นรองประธานอุปถมั ภ์ศูนยส์ ่งเสรมิ พระพทุ ธศาสนา จงั หวัด สุพรรณบุรี มวี ธิ ีส่งเสริมการศึกษา ดังนี้ 1. ชีแจงใหน้ ักเรียนเห็นถึงความสาคัญของการศกึ ษาพระปริยตั ธิ รรม 2. มอบทนุ การศึกษา ส่ิงของรางวัลใหแ้ กพ่ ระภกิ ษุ สามเณร ท่เี รียนดี เอาใจใส่ การศึกษา และสอบได้ 3. ชว่ ยจัดหา สนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ในการเรยี นการสอน 4. เปน็ ประธานกรรมการยกรา่ งนโยบาย กฎ ระเบียบ ๘. สมณศักดิ์ พ.ศ.๒๕๑๖ เปน็ พระราชาคณะชนั สามัญ ในราชทินนามที่ พระสิรนิ นั ทเมธี (สป.) พ.ศ.๒๕๓๙ เป็นพระราชาคณะชนั ราช ในราชทินนามท่ี พระราชปรยิ ตั สิ ุธี พ.ศ.๒๕๕๑ เป็นพระราชาคณะชันเทพ ในราชทินนามท่ี พระเทพสุวรรณโมลี พ.ศ.๒๕๕๙ เป็นพระราชาคณะชันธรรม ในราชทนิ นามที่ พระธรรมพุทธิมงคล
๑๓ สถติ กิ ารศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลี แผนกธรรม ๕ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐ - ๒๕๖๔) สานกั ศาสนศกึ ษาวดั ปา่ เลไลยก์วรวหิ าร แผนกบาลี พ.ศ.๒๕๖๐ มนี ักเรยี นสอบได้ ประโยค ๑-๒ - รูป ป.ธ.๓ - รูป ป.ธ.๔ - รูป ป.ธ.๕ ๑ รูป ป.ธ.๖ - รูป ป.ธ.๗ - รูป ป.ธ.๘ ๑ รปู ป.ธ.๙ - รปู พ.ศ.๒๕๖๑ มนี ักเรียนสอบได้ ประโยค ๑-๒ ๑ รปู ป.ธ.๓ - รปู ป.ธ.๔ - รปู ป.ธ.๕ - รปู ป.ธ.๖ - รปู ป.ธ.๗ - รปู ป.ธ.๘ - รปู ป.ธ.๙ - รปู พ.ศ.๒๕๖๒ มนี ักเรยี นสอบได้ ประโยค ๑-๒ - รูป ป.ธ.๓ ๑ รูป ป.ธ.๔ - รูป ป.ธ.๕ - รูป ป.ธ.๖ - รูป ป.ธ.๗ - รูป ป.ธ.๘ - รูป ป.ธ.๙ - รปู
๑๔ พ.ศ.๒๕๖๓ มีนักเรยี นสอบได้ - รูป ประโยค ๑-๒ - รปู พ.ศ.๒๕๖๔ ป.ธ.๓ - รปู ป.ธ.๔ - รปู แผนกธรรม ป.ธ.๕ ๑ รปู พ.ศ.๒๕๖๐ ป.ธ.๖ - รปู ป.ธ.๗ - รปู ป.ธ.๘ - รปู ป.ธ.๙ มนี กั เรียนสอบได้ ๑ คน บ.ศ.๑-๒ ๒ รปู ประโยค ๑-๒ - รปู ป.ธ.๓ - รูป ป.ธ.๔ - รูป ป.ธ.๕ ๑ รูป ป.ธ.๖ - รูป ป.ธ.๗ - รูป ป.ธ.๘ - รูป ป.ธ.๙ - รูป มนี กั เรยี นสอบได้ ๔ รูป นกั ธรรมตรี ๕ รปู นกั ธรรมโท ๓๘๕ คน นกั ธรรมเอก ๑๑๗ คน ธรรมศกึ ษาตรี ๒๖๘ คน ธรรมศึกษาโท ธรรมศกึ ษาเอก
๑๕ พ.ศ.๒๕๖๑ มนี กั เรยี นสอบได้ พ.ศ.๒๕๖๒ พ.ศ.๒๕๖๓ นกั ธรรมตรี ๖ รูป พ.ศ.๒๕๖๔ นกั ธรรมโท ๑ รูป นกั ธรรมเอก ๔ รูป ธรรมศึกษาชนั ตรี ๒๖๒ คน ธรรมศึกษาชันโท ๒๗๒ คน ธรรมศกึ ษาชันเอก ๒๙๖ คน มนี ักเรยี นสอบได้ นกั ธรรมตรี ๖ รูป นกั ธรรมโท ๕ รูป นักธรรมเอก ๑ รูป ธรรมศึกษาชนั ตรี ๑๗๐ คน ธรรมศกึ ษาชนั โท ๒๔๓ คน ธรรมศึกษาชันเอก ๒๖๙ คน มนี ักเรียนสอบได้ นกั ธรรมตรี ๒ รูป นกั ธรรมโท ๕ รูป นกั ธรรมเอก ๔ รูป ธรรมศกึ ษาชนั ตรี ๑๔๖ คน ธรรมศึกษาชันโท ๑๒๘ คน ธรรมศกึ ษาชันเอก ๒๑๗ คน มีนกั เรยี นสอบได้ นกั ธรรมตรี ๑ รปู นกั ธรรมโท ๒ รปู นกั ธรรมเอก ๓ รปู ธรรมศกึ ษาชนั ตรี-โท-เอก ยงั ไม่มีการจดั สอบ
๑๖ หนังสอื รบั รองการมอบทนุ การศกึ ษา ใหแ้ ก่ สานักศาสนศึกษา
๑๗ หนงั สอื รับรองการมอบรางวลั พระภกิ ษุ สามเณร สอบไดเ้ ปรยี ญธรรม ๙ ประโยค
๑๘ การกอ่ สรา้ งพระพุทธรปู แกะสลกั บนหนา้ ผา โครงการแกะสลกั พระพุทธรูปขนาดใหญ่ ปางโปรดพุทธมารดา (กตัญญูกตเวที) ถวาย พระนามว่า พระพทุ ธปษุ ยคีรีศรีสวุ รรณภมู ิ หรือ หลวงพ่ออู่ทอง ขนาดหนา้ ตักกวา้ ง ๒๕ เมตร สงู ๓๕ เมตร ด้วยการแกะสลักบนหน้าผามงั กรบนิ อาเภออู่ทอง จังหวัดสพุ รรณบรุ ี โครงการนีอยู่ภายใต้การดาเนินงานของ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ภายใต้การบริหาร โครงการโดย พระธรรมพุทธิมงคล (สอ้ิง สิรินนฺโท, ป.ธ.๘. พธ.ด.กิตติมศักดิ์) เจ้าอาวาส วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร และทป่ี รกึ ษาเจา้ คณะภาค ๑๔ เมืองอู่ทอง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งพระพุทธศาสนา เมืองอู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็น เมืองที่มีความเชื่อมโยงและเกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน โดยมีหลักฐานทาง โบราณคดีทเ่ี ช่อื มโยงกับพระพุทธศาสนามากมาย ได้แก่ ปูชนียวัตถทุ ขี่ ดุ ค้นพบในเขตเมืองโบราณ อู่ทอง อาทิเช่น พระพุทธรูปต่างๆ เสาเสมาธรรมจักรนีมีความสมบูรณ์และเก่าแก่ท่ีสุดใน ประเทศไทย รวมทังหลักฐานอีกชินหนึ่งท่ีมีความสาคัญมาก เพราะเป็นหลักฐานที่มีความเก่าแก่ สามารถอธิบายได้ถึงความเชื่อมโยงในทางพระพุทธศาสนาเมื่อครังมาถึงแผ่นดินสุวรรณภูมิ ก็คือ จารกึ ภาษาอนิ เดยี โบราณ ทจี่ ารึกวา่ “ปษุ ยครี ”ี โดยขดุ ค้นพบทเ่ี จดยี ์หมายเลข ๑๑ ในเขตเมือง โบราณอูท่ อง โดยคาวา่ ปุษยครี ี นมี ีความหมายวา่ “ภูเขาแห่งดอกไม้” การสืบค้นคาว่าปุษยคีรี ทาให้รู้ว่าคา ๆ นีตรงกับช่ือวัดโบราณแห่งหนึ่ง ที่ชื่อ วัดปุษยคีรี วิหาร มีประวัติเป็นวัดเก่าแก่ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ซ่ึงอยู่ในแคว้นกาลิงคะ รัฐโอริสสา ปัจจุบัน โดยวัดปุษยคีรีวิหารแห่งนี น่าจะเป็นวัดที่พระโสณะ และพระอุตตระ ได้อยู่ศึกษาเล่า เรียนก่อนท่ีพระเจ้าอโศกมหาราชจะส่งมาประกาศพระศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ เมื่อต้นพุทธ ศตวรรษท่ี ๓ เร่ืองราวหลักฐานทางโบราณคดีเกี่ยวกับเมืองอู่ทอง ซ่ึงเป็นสมัยประวัติศาสตร์ ยุคแรกในประเทศไทย เป็นท่ีเช่ือกันว่าเมืองอู่ทองแห่งนี เป็นจุดเร่ิมต้นของการเผยแผ่ พระพทุ ธศาสนาในดินแดนสุวรรณภมู ิ ดังนันการท่ีโครงการแกะสลัก “พระพุทธปุษยคีรีศรีสุวรรณภูมิ” (หลวงพ่ออู่ทอง) ปาง โปรดพุทธมารดา บนหน้าผามังกรบิน อาเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี จึงนับได้ว่าพืนท่ีโครงการ ตังอยู่ในพนื ทม่ี หามงคลซง่ึ เปน็ ดนิ แดนศกั ด์ิสทิ ธแิ์ ห่งพระพุทธศาสนา ความศกั ดส์ิ ิทธิแ์ ห่งองค์พระพทุ ธปษุ ยคีรศี รสี ุวรรณภมู ิ คอื เม่อื การแกะสลกั แล้วเสร็จจะมี การบรรจุพระบรมสารีริกธาตุลงในพระเศียร นอกจากนียังมีอีกหนึ่งส่วนสาคัญคือ พระเกตุมาลา ซึ่งมีการแกะสลักแยกออกจากองค์พระ โดยเม่ือองค์พระแล้วเสร็จจะอัญเชิญพระเกตุมาลาขึนไป ประดิษฐาน ซึง่ พระเกตมุ าลาคอื รัศมที ี่เปล่งออกกลางเศยี รของพระพุทธรปู ทกุ องค์ วัตถุประสงค์ของโครงการแกะสลักพระใหญ่ เพื่อให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา และ สมบัตขิ องชาติสืบไป
๑๙ ภาพการดาเนนิ การก่อสรา้ งพระพุทธรูปแกะสลกั บนหน้าผา พระพุทธปุษยคีรีศรสี ุวรรณภมู ิ ภาพการแกะสลกั พระพุทธปุษยคีรีศรีสวุ รรณภมู ิ
๒๐ ภาพการแกะสลกั พระพทุ ธปุษยครี ศี รีสวุ รรณภมู ิ
๒๑ ภาพการแกะสลกั พระพทุ ธปุษยครี ศี รีสวุ รรณภมู ิ
๒๒ ภาพพระธรรมพทุ ธมิ งคล ขณะควบคุมการแกะสลักพระพทุ ธปษุ ยครี ีศรีสุวรรณภมู ิ
๒๓ ภาพการแกะสลกั พระพทุ ธปุษยครี ศี รีสวุ รรณภมู ิ
๒๔ ภาพการปรบั ภมู ิทัศน์บริเวณพระพุทธปุษยครี ศี รีสุวรรณภมู ิ
๒๕ ภาพการปรบั ภมู ิทัศน์บริเวณพระพุทธปุษยครี ศี รีสุวรรณภมู ิ
๒๖ ภาพพระพุทธปษุ ยคีรศี รีสุวรรณภมู ิ
๒๗ ภาพพระพุทธปษุ ยคีรศี รีสุวรรณภมู ิ
๒๘ ภาพพระพุทธปษุ ยคีรศี รีสุวรรณภมู ิ
๒๙ เอกสารการขอใช้พนื้ ทภ่ี ายในเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ
๓๐ สาเนาเอกสารการขอใชพ้ ้ืนทป่ี า่ สงวนแหง่ ชาติ
๓๑ สาเนาหนงั สอื ขอเขา้ ใชป้ ระโยชน์ในเขตป่าสงวนแหง่ ชาติ
๓๒ สาเนาประกาศพ้ืนท่พี ทุ ธมณฑลจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
๓๓
๓๔
๓๕
๓๖
๓๗
๓๘ สาเนาบนั ทกึ รบั รองการปฏบิ ัติตามเง่อื นไขการอนญุ าต
๓๙ บทประพันธ์ หนังสือ “พุทธมามกมนต์” ประพันธโ์ ดย พระธรรมพุทธิมงคล (สองิ สิรนิ นฺโท, ป.ธ.๘, พธ.ด.กิตติมศกั ด)์ิ เม่ือครังดารง สมณศกั ดิ์ที่ พระราชปริยตั ิสธุ ี เรม่ิ ดาเนนิ การพมิ พ์โดยกองทนุ ธรรมทานวดั ปา่ เลไลยก์วรวิหาร ครังที่ ๑ เดอื นมิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๑ เรื่อยมาจนถึงปัจจบุ นั
๔๐
๔๑
๔๒
๔๓
๔๔
๔๕
๔๖
๔๗
๔๘
๔๙
๕๐
Search