การศึกษา วิธีสร้ างคาสแลง เพ่อื ส่ือสัญญะท่ปี รากฏ ในซีร่ีส์เร่ือง “เป็ นต่อ” นางสาวมาลนิ ีย์ สงวนนาม
ภมู หิ ลังและความเป็ นมาของปัญหา “ภาษา” เป็ นเครอื่ งมอื ส่ือสารของมนุษยท์ สี่ ะท้อนให้เห็นถงึ วฒั นธรรม ของกลุ่มคนในสังคมปัจจุบนั ภาษาไทยกาลงั จะถูกลมื จากคนรุ่นใหมซ่ ่ึงจะ เห็นไดจ้ ากการใช้ภาษาไทยทผ่ี ดิ ๆจนเกดิ เป็ นคาคะนองหรอื คาสแลงในกลุม่ วยั รุน่ และสามารถแพรค่ าศัพทเ์ หลา่ น้นั ไปสู่สังคมกลมุ่ อนื่ ๆไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว สรรพชั ญ์ เจยี ระนานนท์ (๒๕๕๘:๕) ได้กลา่ ววา่ ปัจจุบนั ซรี ส่ี ์มเี นื้อหา การแสดงทส่ี ะท้อนสังคมหลายด้านไมว่ ่าจะเป็ นพฤตกิ รรมตา่ งๆ ประเพณี วฒั นธรรม การใช้ภาษาท้งั ในด้านบวกและด้านลบ ทาให้นาไปสู่การ ลอกเลยี นแบบตามสภาพทเ่ี ป็ นอยู่ เช่น การแตง่ กาย พฤตกิ รรม วถิ ชี วี ติ และการใช้ภาษา ดงั น้ัน ผู้วจิ ยั จึงสนใจทีจ่ ะศึกษาวธิ กี ารสร้างคาสแลงเพอ่ื ส่ือสัญญะที่ ปรากฏในซรี สี ์เรอ่ื งนี้ เพราะจะเป็ นส่ิงหน่ึงทส่ี ามารถสะท้อนวฒั นธรรมการ ใช้ภาษาทท่ี นั สมยั และสามารถเข้าใจความหมายโดยสัญญะไดอ้ ยา่ งแท้จรงิ
วตั ถุประสงค์ เพอ่ื ศึกษาวธิ กี ารสรา้ งคาสแลงท่ี ปรากฏในซรี ส่ี ์เรอ่ื ง “เป็ นตอ่ ”” เพอ่ื ศึกษาความหมายโดยสัญญะ ในคาสแลง
ขอบเขตการวจิ ยั ๑. การวจิ ัยในครัง้ นีจ้ ะศกึ ษาคาสแลงท่เี ป็ นทงั้ ระดับคา และระดบั วลีท่ี ปรากฏในซรี ีส์เร่ือง “เป็ นต่อ” ทงั้ หมด ๒. เกบ็ ข้อมูลจากซรี ีส์เร่ือง “เป็ นต่อ” เฉพาะในปี ๒๐๑๙ (ตอนท่ี ๑-๔๒)
ประโยชน์ท่คี าดว่าจะได้รับ ๑. ทาให้ทราบวธิ ีการสร้าง ๔. สามารถเป็ นแนวทาง คาสแลง ให้แก่ผู้สนใจท่ีจะศึกษาคา สแลงในยุคปัจจุบัน ๒. ทาให้รู้ถึงความหมาย โดยสัญญะในคาสแลง ๕. ทาให้เหน็ แนวโน้มการใช้ คาสแลงในซีร่ีส์เร่ืองเป็ นต่อ ๓. ทาให้ทราบลักษณะเฉพาะ ในยุคปัจจุบัน ของการใช้ คาสแลงในซีร่ี ส์ ซ่ึงสะท้อนถึงการเปล่ียนแปลง และการพฒั นาของภาษา
การเก็บรวบรวมข้อมูล ในการวจิ ัย
เอกสารท่เี ก่ียวข้องกับคาสแลง ๐๑ ๐๔ความหมาย การสร้ างคา คาสแลง สแลง ๐๒ ๐๕คุณสมบตั ขิ อง ทฤษฎกี ารสร้าง คาสแลง คา ๐๓ ท่มี าและ ๐๖ งานวจิ ัยท่เี ก่ยี วข้อง ความสาคัญของคา กับคาสแลง สแลง
เอกสารท่เี ก่ียวข้องกับสัญวทิ ยา ๐๑ ความหมายและความสาคัญ ของสัญวทิ ยา ๐๒ ทฤษฎีสัญวทิ ยา ๐๓ งานวจิ ัยท่เี ก่ียวข้องกับสัญวิทยา
วธิ ีดาเนินการวิจัย ๑. ขัน้ ตอนการศกึ ษาเอกสาร ๒. ขัน้ ตอนการเกบ็ รวบรวมข้อมูล และงานวจิ ัยท่เี ก่ยี วข้อง ๔. ขัน้ ตอนการสรุปผลการวจิ ยั ๓. ขัน้ ตอนการวเิ คราะห์ข้อมูล ๕. ขัน้ ตอนการนาเสนอ
การวเิ คราะห์ข้อมูล การวเิ คราะห์ การวเิ คราะห์ความหมาย วธิ ีการสร้างคาสแลง คาสแลงโดยสัญญะ
ตัวอย่างการวิเคราะห์วธิ ีการสร้างคาสแลง การเปล่ียนเสียงและอกั ขรวธิ ี “แต่งตวั แบบนีแ้ หละ พ่ชี อบ ต๊ัลล๊ากดี” (ซีรีส์เป็ นต่อ ตอนท่ี ๑๕ เมยี หรือแม่ ออกอากาศวันท่ี ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒) จากตัวอย่างข้างต้น คาว่า “ต๊ัลล๊าก” มาจากคาว่า หน้ารัก หน้าเอน็ ดู ซ่งึ สามารถอดคาศัพท์เพ่อื แสดงวิธีการเปล่ียนเสียง และอกั ขรวิธีได้ดังนี้
น่ารัก nâ: • rák น๊ัลลัก เปล่ียนสระเสียงยาวเป็ นสระเสียงสัน้ a: > a น๊ัลล๊าก เปล่ียนพยญั ชนะ ร เป็ น ล r > l ต๊ลั ล๊าก กลายเป็ น nâ • lák เปล่ียนเสียงพยัญชนะท้าย l กลายเป็ น nâl • lák เพ่มิ การยดื เสียงสระในพยางค์ท้าย a > a: กลายเป็ น nâl • lá:k เปล่ียนเสียงพยัญชนะต้น น เป็ น ต n > t กลายเป็ น tâl • lá:k
ตัวอย่ างการวิเคราะห์ วิธีการสร้ างคาสแลง การยืมคามาจากภาษาต่างประเทศและภาษาไทยถ่นิ อ่นื การยมื คาจากภาษาจีน ตัวอย่างประโยค “โถ่วว อ่กี ะเทยเซนิ เจนิ้ ลาบากนะมงึ อ่ะ” (ซีรีส์เป็ นต่อ ตอนท่ี ๒๑ ทหารเกณฑ์เปล่ียนเลน ออกอากาศวันท่ี ๒๒ มถิ ุนายน ๒๕๖๒) จากตวั อย่างข้างต้น คาว่า “เซนิ เจนิ้ ” มาจาก Shenzhen คอื ช่อื เมืองแห่งเทคโนโลยขี องประเทศจนี แต่พอคนไทยได้ยนิ ช่อื นีท้ ีไร จะนึกถงึ แหล่งชอ็ ปปิ้ง ของก๊อปปี้ กล่าวคือ มีการยืมคาว่าเซินเจนิ้ มาใช้ในความหมายสแลง ทาให้นึกถงึ ภาพมายาคตทิ ่แี ปลว่า ก๊ อปปี ้ หรือของปลอม
ตวั อย่างวธิ ีการวิเคราะห์ความหมาย คาสแลงโดยสัญญะ การวเิ คราะห์ความหมายโดยอรรถ “แหม๋ อย่าหลงตัวเองให้มากเลยพ่ยี ม เพราะชีวิตฉันไม่มีแกเนีย้ นะ ฉันรู้สึกว่าด๊ดี ีอ่ะ” (ซีรีส์เป็ นต่อ ตอนท่ี ๒๐ พระยาเทครัว ออกอากาศวันท่ี ๑๕ มถิ ุนายน ๒๕๖๒) จากตวั อย่างข้างต้น คาว่า “ด๊ีดี” มีความหมายเดมิ คือ มีลักษณะท่เี ป็ นไปในทางท่ตี ้องการ น่าปรารถนา น่าพอใจ น่าสนใจ ใช้ในความหมายท่ตี รงข้ามกับลักษณะบางอย่างแล้วแต่กรณี (ราชบณั ฑติ ยสถาน, ๒๕๕๔ : ๔๓๗) แต่เม่ือนามาใช้ในความหมายสแลงแล้ว คาว่า ด๊ีดี กย็ งั คงหมายถงึ เดมิ อยู่ ซ่งึ หมายถงึ ดงี าม ดเี ลิศ
การวเิ คราะห์ความหมายโดยนัย “กฉ็ ันชอบตฉี ่ิง จะให้นึกว่ากะเทยพวกนัน้ เป็ นทอมได้ไงอ่ะ” (ซีรีส์เป็ นต่อ ตอนท่ี ๑๓ LGBT Night ออกอากาศวนั ท่ี ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๖๒) จากตวั อย่างข้างต้น คาว่า “ตฉี ่ิง” เป็ นคากริยา หมายถงึ ทาให้เกดิ เสียงจากการกระทบ กนั ของฉ่ิง (ราชบณั ฑติ ยสถาน, ๒๕๕๔ : ๔๘๘) แต่เม่ือนาคาศัพท์มาใช้ในความหมายสแลงแล้ว คา ว่า “ตีฉ่ิง” หมายถงึ การมีเพศสัมพันธ์กันระหว่างผู้หญิงกับผู้หญงิ หรือทอม ผู้ใช้ภาษาต้อง ตีความหมายอีกทหี น่ึงถึงจะสามารถเข้าใจได้ เน่ืองจากท่มี าของการใช้คาดงั กล่าว มาจากการ กระทบกนั ของฉ่ิง ซ่งึ ฉ่ิงมีลักษณะคล้ายเปลือกหอย ๒ อัน และเปลือกหอยมีความหมายแฝงคือ อวัยวะเพศของผู้หญิง จงึ เป็ นท่มี าของการนามาเปรียบเปรย
สรุป อภปิ รายผลวิจัย และข้อเสนอแนะ
ผลการวจิ ยั ผลการศกึ ษาแบ่งออกเป็ น ๒ ประเดน็ ได้แก่ ศกึ ษา วธิ ีการสร้างคาสแลงท่ปี รากฏในซีร่ีส์เร่ือง “เป็ นต่อ” และเพ่อื ศกึ ษา ความหมายโดยสัญญะในคาสแลง ผู้วจิ ยั พบคาสแลงจานวนทงั้ สิน้ ๑๔๘ คา โดยสามารถจาแนกวธิ ี สร้างคาสแลงแต่ละประเภท มีดังนี้ การเปล่ียนเสียงและอักขรวธิ ี พบจานวน ๘ คา การยืมคามาจากภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ถ่นิ อ่นื พบจานวน ๒๑ คา การเลียนเสียงธรรมชาตพิ บจานวน ๔ คา การกาหนดความหมายจากเสียง พบจานวน ๑๒ คา คาประสมพบ จานวน ๓๕ คา และคาสแลงไม่แท้ ปรากฏคาสแลงแต่ละประเภท มดี ังนี้ คาทบึ พบจานวน ๑๐ คา คาใส พบจานวน ๙ คา
สรุปผลการวเิ คราะห์วธิ ีการสร้างคาสแลงได้ดังแผนภมู ดิ ังต่อไปนี้ วิธกี ารสร้างคาสแลงแท้ ๔๓.๘ % ๑๐ % การเปลยี่ นเสียงและอกั ขรวิธี ๒๖.๒ % การยมื คามาจากภาษาตา่ งประเทศและ ๑๕ % ๕ % ภาษาไทยถิน่ อืน่ การเลยี นเสียงธรรมชาติ การกาหนดความหมายจากเสยี ง การประสมคา
จากแผนภมู ขิ ้างต้น แสดงให้เหน็ ภาพรวมของวธิ ีการ สร้างคาสแลงแท้ท่คี านวณตามร้อยละท่พี บในงานวิจัยนี้ โดย จาแนกออกเป็ น ๕ วธิ ี อันได้แก่ ๑) การเปล่ียนเสียงและอกั ขรวธิ ี คดิ เป็ นร้อยละ ๑๐ ๒) การยืมคามาจากภาษาต่างประเทศและ ภาษาไทยถ่นิ อ่ืน คดิ เป็ นร้อยละ ๒๖.๒ ๓) การเลียนเสียงธรรมชาติ คิดเป็ นร้อยละ ๕ ๔) การกาหนดความหมายจากเสียง คดิ เป็ นร้อย ละ ๑๕ ๕) การคาประสม คิดเป็ นร้อยละ ๔๓.๘ ดงั นัน้ จะเหน็ ได้ว่า วธิ ีการสร้างคาสแลงท่พี บมากท่สี ุด คือการประสมคา ปรากฏ จานวนทงั้ หมด ๓๕ คา และวธิ ีการสร้างคาสแลงท่พี บน้อยท่สี ุด คือการเลียนเสียงธรรมชาติ ปรากฏจานวน ๔ คา
สรุปผลการวเิ คราะห์วธิ ีการสร้างคาสแลงได้ดังแผนภมู ดิ ังต่อไปนี้ วธิ สี ร้างคาสแลงไมแ่ ท้ ๔๙ % ๕๑ % การนาคาทึบมาใช้ การนาคาใสมาใช้
จากแผนภูมขิ ้างต้น แสดงให้เหน็ ภาพรวมของวธิ ีการสร้าง คาสแลงไม่แท้ท่คี านวณตามร้อยละท่พี บในงานวิจัยนี้ โดยจาแนก ออกเป็ น ๒ วธิ ี อนั ได้แก่ ๑) การนาคาทบึ มาใช้ คดิ เป็ นร้อยละ ๕๑ ๒) การนาคาใสมาใช้ คดเป็ นร้อยละ ๔๙ ดังนัน้ จะเหน็ ได้ว่าวธิ ีการสร้างคาสแลงท่พี บมากท่สี ุด คอื การนาคาทบึ มาใช้ ปรากฏจานวนทงั้ หมด ๑๐ คา และวธิ ีการสร้างคา สแลงท่พี บน้อยท่สี ุด คอื การนาคาใสมาใช้ ปรากฏจานวน ๙ คา
ผลการวิจัย วธิ ีวเิ คราะห์ความหมายคาสแลงโดยสัญญะ มี กระบวนการวเิ คราะห์ความหมาย โดยจาแนกออกเป็ น ๒ วธิ ี อัน ได้แก่ ๑) การวเิ คราะห์ความหมายโดยออรถ พบจานวน ๓๐ คา ๒) การวเิ คราะห์ความหมายโดยนัย พบจานวน๑๑๘ คา โดยผู้วจิ ยั ขอสรุปผลการวเิ คราะห์วธิ ีการสร้างคา สแลงได้ดงั แผนภูมดิ งั ต่อไปนี้
วิธวี ิเคราะหค์ วามหมายโดยสญั ญะ ๒๐ % การวเิ คราะห์ความหมายโดยนยั ๘๐ % การวเิ คราะห์ความหมายโดยอรรถ
จากแผนภมู ขิ ้างต้น แสดงให้เหน็ ภาพรวมของ วธิ ีการวเิ คราะห์ความหมายคาสแลงโดยสัญญะท่คี านวณ ตามร้อยละท่พี บในงานวิจัยนี้ โดยจาแนกออกเป็ น ๒ วธิ ี อัน ได้แก่ ๑) การวิเคราะห์ความหมายโดยอรรถ คิดเป็ นร้อยละ ๒๐ ๒) การวิเคราะห์ความหมายโดยนัย คดิ เป็ นร้อยละ ๘๐
อภปิ ราย ผลการวจิ ยั
นอกจากผู้วจิ ยั ศึกษาวิธีสร้างคาสแลง ตามกรอบแนวคดิ ของสุชาดา เทวะผลินแล้ว ผู้วจิ ยั ยังพบวธิ ีสร้างคาสแลงเพ่มิ อีกจานวน ๓ วิธี โดยปรากฏวิธีสร้างคาสแลงแต่ละประเภท มีดงั นี้ ๑) การซา้ คา พบจานวน ๒๐ คา ๒)การตงั้ สมญานาม พบจานวนทงั้ หมด ๑๓ คา ๓)การใช้คาและความหมายเปรียบเทยี บ พบ จานวน ๒๘ คา
ข้อเสนอแนะ
๑. ควรศกึ ษาท่มี าของคาสแลง เปรียบเทยี บคาสแลง และคาไทยแท้ ๒. ศกึ ษาค่านิยมท่ใี ช้คาสแลงในชีวติ ประจาวันของ มนุษย์แต่ละช่วงอายุ ๓. ศกึ ษาลักษณะความหมายของคาสแลงจากแหล่ง ต่างๆ โดยเปรียบเทยี บความเข้าใจของบุคคลแต่ละ ช่วงอายุ
จบ การนาเสนอ
Search
Read the Text Version
- 1 - 29
Pages: