Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หน่วยที่ 5 พลังงานความร้อน

หน่วยที่ 5 พลังงานความร้อน

Published by puwanai_fah, 2021-10-03 13:12:04

Description: หน่วยที่ 5 พลังงานความร้อน

Search

Read the Text Version

80 ตวั อย่าง กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างอณุ หภูมกิ บั เวลา 70 60 ุอณห ูภมิ (องศาเซลเ ีซยส) 50 40 30 20 เวลา (วนิ าท)ี 10 0 0 30 60 90 120 150 180





คาถา ้ายกจกรร 1) การ ด งน้ี ้ งการศกึ ษาปจจย ด ี ี การเป ยี น ป ง ุ ู งน้า (ปรมิ าณความรอ้ นของนา้ ทไี่ ด้รับ) 2) เ ื ้ค า ร้ น กน้า น กี เก ร์ ้งส ง นเ าเ ากนการเป ียน ป ง ุ ู งน้า ก างกน รื ไ ยางไร (แตกตา่ งกนั เพราะนา้ ในบีกเกอรท์ ่ไี ดร้ บั ปริมาณความร้อนจากเทียนไข 2 เล่ม มอี ุณหภูมิสงู ขนึ มากกว่า น้าในบีกเกอรท์ ไ่ี ดร้ ับปรมิ าณความรอ้ นจากเทยี นไข 1 เลม่ เมือ่ เวลาผ่านไป 3 นาที)

คาถา ้ายกจกรร 3) ส ฐาน ีนกเรยี น ้งไ ้เ ื น รื ก างจาก การ ด ง รื ไ ยางไร (ขึนอยกู่ บั การตงั สมมตฐิ านของนกั เรียน เช่น เหมอื นกัน ผลการทดลองสอดคล้องกับ สมมตฐิ านท่ีวา่ นา้ ในบีกเกอรท์ ่ไี ด้รับความรอ้ นจากเทียนไขจ้านวนมากกว่า จะมีอุณหภูมิ สูงขนึ มากกวา่ ) 4) จากกจกรร น ี 1 สรุปได้ า ยางไร (ปริมาณความรอ้ นมผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องนา้ โดยนา้ มวลเท่ากัน เมื่อให้ ความร้อนในปรมิ าณที่ไมเ่ ทา่ กนั นัน น้าท่ีไดร้ บั ปริมาณความรอ้ นมากกวา่ จะมอี ณุ หภูมิ สูงขึนมากกวา่ ดงั นนั ปริมาณความร้อนมีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงอุณหภูมขิ องสสาร)

จากความรู้ทไ่ี ด้นกั เรียน จะนาไปใชป้ ระโยชน์ อย่างไร

ขอบคุณค่ะ สวสั ดี













ใบกจิ กรรมที่ 5.2 ตอนที่ 2 ปัจจยั ใดบ้างทม่ี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องสสาร (มวลของสสาร)

ใบกจิ กรรมที่ 5.2 ตอนที่ 2 ปัจจยั ใดบ้างทม่ี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องสสาร (มวลของสสาร)

ใบกจิ กรรมที่ 5.2 ตอนที่ 2 ปัจจยั ใดบ้างทม่ี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอณุ หภูมขิ องสสาร (มวลของสสาร)

เ า (นา ี) าราง น ึก การ ด ง ุ ู ( งศาเซ เซียส) น้า 150 cm3 รื (g) นา้ 200 cm3 รื (g)



80 70 60 ุอณห ูภมิ (องศาเซลเ ีซยส) 50 40 30 20 10 เวลา (นาท)ี 00 1 2 3 4 5 6 ตวั อย่าง กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างอณุ หภูมกิ บั เวลา

นา้ 150 cm3 หรอื (g) นา้ 200 cm3 หรือ (g)

คาถามท้ายกจิ กรรม 1. การทดลองนีต้ ้องการศึกษาปัจจัยใดทม่ี ผี ลต่อการเปลย่ี นแปลงอุณหภูมขิ องนา้ แนวคาตอบ มวลของสสาร 2. เม่ือให้ความร้อนแก่นา้ ในบีกเกอร์ท้ังสองในเวลาเท่ากนั การเปลย่ี นแปลงอุณหภูมขิ องนา้ แตกต่างกนั หรือไม่อย่างไร แนวคาตอบ แตกตา่ งกนั เมื่อเวลาผา่ นไป 5 นาที น้ามวล 150 กรัม มีอุณหภูมิสูงข้ึน มากกวา่ น้ามวล 200 กรัม 3. สมมตฐิ านทนี่ ักเรียนต้งั ไว้เหมือนหรือแตกต่างกบั ผลการทดลองหรือไม่ อย่างไร แนวคาตอบ ข้ึนอยกู่ บั การต้งั สมมติฐานของนกั เรียน เช่น เหมือนกนั ผลการ ทดลองสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานที่วา่ น้าในบีกเกอร์ท่ีมีมวลนอ้ ยกวา่ จะมีอุณหภูมิสูงข้ึน มากกวา่ 4. จากกจิ กรรมตอนที่ 2 สรุปได้ว่าอย่างไร แนวคาตอบ มวลของน้ามีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของน้า โดยน้าท่ีมีมวล นอ้ ยกวา่ มีอุณหภูมิสูงข้ึนมากกวา่ เมื่อไดร้ ับความร้อนในปริมาณที่เท่ากนั ดงั น้นั มวลของ สสารมีผลตอ่ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ียน ป ง ุ ู งสสารเ ื ไดร้ ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ยี น ป ง ุ ู งสสาร)

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ยี น ป ง ุ ู งสสารเ ื ได้ร ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ยี น ป ง ุ ู งสสาร) จุดประสงค์ เพื่อศึกษาการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิของสสารต่างชนิดกนั เมื่อไดร้ บั ความร้อน

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ียน ป ง ุ ู งสสารเ ื ไดร้ ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ยี น ป ง ุ ู งสสาร)

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ียน ป ง ุ ู งสสารเ ื ได้ร ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ยี น ป ง ุ ู งสสาร) วสั ดุและอุปกรณ์ 1. น้า 2. บีกเกอร์ ขนาด 250 cm3 3. สารอื่นๆ เช่น น้ามนั พชื กลีเซอรอล น้าเกลือ 4. เทอร์มอมิเตอร์ 5. ขาต้งั พร้อมท่ีจบั 6. ชุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 7. ไมข้ ีดไฟ 8. กระดาษกราฟ 9. นาฬิกาจบั เวลา

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ยี น ป ง ุ ู งสสารเ ื ได้ร ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ยี น ป ง ุ ู งสสาร) วธิ ีการดาเนินกจิ กรรม 1) ใส่น้าและน้ามนั พชื อยา่ งละ 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ลงในบีกเกอร์ แต่ละใบ แลว้ จดั อุปกรณ์ดงั ภาพ

กจกรร เรื ง ปจจย ี ี การเป ียน ป ง ุ ู งสสารเ ื ไดร้ ค า ร้ น ( น ี 3 นด งสสารก การเป ียน ป ง ุ ู งสสาร) 2) ทาการทดลองโดยอ่านค่าและบนั ทึกอุณหภูมิของน้าในบีกเกอร์ ท่ีเวลาเร่ิมตน้ ใหค้ วามร้อนแก่น้า 150 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร ในบีกเกอร์ ขณะใหค้ วามร้อนแก่น้า อ่านและบนั ทึกอุณหภูมิทุก ๆ 30 วนิ าที เป็นเวลา 3 นาที 3) ทาการทดลองแบบเดียวกบั ขอ้ 2 โดยเปล่ียนน้าเป็นน้ามนั พชื และ ใชต้ ะเกียงแอลกอฮอลช์ ุดเดียวกนั 4) นาขอ้ มูลที่ไดไ้ ปเขียนกราฟแสดงความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งอุณหภูมิ กบั เวลา

ตารางบนั ทึกผลการทดลอง

ตวั อย่าง ตารางบันทกึ ผลการทดลอง

80 70 60 ุอณห ูภมิ (องศาเซลเ ีซยส) 50 40 30 20 เวลา (วนิ าท)ี 10 0 0 30 60 90 120 150 180 ตวั อย่าง กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างอุณหภูมกิ บั เวลา

ตวั อย่าง กราฟแสดงความสัมพนั ธ์ระหว่างอุณหภูมกิ บั เวลา

คาถามท้ายกจิ กรรม 1. การทดลองนีต้ ้องการศึกษาปัจจยั ใดทม่ี ผี ลต่อการเปลยี่ นแปลงอุณหภูมขิ องสสาร แนวคาตอบ ชนิดของสสาร 2. เม่ือควบคุมตวั แปรในการทดลองนี้ สสารต่างชนิดกนั มกี ารเปลยี่ นแปลงอณุ หภูมเิ หมือน หรือแตกต่างกนั หรือไม่ อย่างไร แนวคาตอบ แตกต่างกนั น้ามนั พชื จะมีอุณหภูมิเพิม่ ข้ึนสูงกวา่ น้า 3. สมมติฐานทน่ี ักเรียนต้งั ไว้เหมือนหรือแตกต่างกบั ผลการทดลองหรือไม่ อย่างไร แนวคาตอบ ข้ึนอยกู่ บั การต้งั สมมติฐานของนกั เรียน เช่น เหมือนกนั ผลการ ทดลองสอดคลอ้ งกบั สมมติฐานที่วา่ เม่ือไดร้ ับปริมาณความร้อนเท่ากนั น้ามนั พืชและน้าจะ มีอุณหภูมิแตกตา่ งกนั 4. จากกจิ กรรมตอนท่ี 3 สรุปได้ว่าอย่างไร แนวคาตอบ ชนิดของสสารมีผลตอ่ การเปล่ียนแปลงอุณหภูมิโดยเม่ือเวลาผา่ นไป 3 นาที น้ามนั พืชและน้ามีอุณหภูมิเพม่ิ ข้ึน แตไ่ ม่เท่ากนั โดยน้ามนั พืชมีอุณหภูมิเพิ่มข้ึนสูง กวา่ น้า



ความร้อนจาเพาะของสาร

ความร้อนจาเพาะของสสาร ในการทาใหส้ สารต่างชนิดกนั ที่มีมวล 1 หน่วยเท่ากนั มีอุณหภูมิเพ่ิมข้ึน 1 หน่วยเท่ากนั จะใชป้ ริมาณความร้อนที่แตกต่างกนั ปริมาณความร้อนน้ีเป็นความร้อนจาเพาะของสาร (Specific heat)

ความร้อนจาเพาะ (Specific Heat) : หมายถึง ปริมาณ ความร้อนท่ีพอดี ทาใหว้ ตั ถุมีมวล 1 กรัมมีอุณหภูมิ เปล่ียนแปลงไป 1 องศาเซลเซียส ขอบคุณท่ีมา : ความร้อนจาเพาะ (Specific Heat)

ความร้อนจาเพาะของสสาร ความร้อนจาเพาะของสาร มีหน่วยเป็น - แคลอรี/กรัม องศาเซลเซียส หรือ จูล/กรัม องศาเซลเซียส หรือ จูล/กิโลกรัม เคลวิน - ค่าความร้อนจาเพาะเป็ นค่าเฉพาะตวั ของสาร - เช่น ความร้อนจาเพาะของน้ามีค่า 1 แคลอรี/กรัมองศาเซลเซียส หรือ 4.18 จูล/กรัม องศาเซลเซียส - แสดงวา่ ตอ้ งใชป้ ริมาณความร้อน 1 แคลอรี หรือ 4.18 จูล ในการทาให้ น้ามวล 1 กรัม มีอุณหภูมิเพิ่มข้ึน 1 องศาเซลเซียส



ตอบคาถามจากการศึกษาตาราง 5.1 1. สารใดมคี ่าความร้อนจาเพาะมากทส่ี ุด และน้อยทส่ี ุดตามลาดบั แนวคาตอบ ค่าความร้อนจาเพาะมากที่สุด คือ น้า คา่ ความร้อนจาเพาะนอ้ ยที่สุด คือ ทอง 2.เม่ือสารเหล่านีม้ มี วลเท่ากนั ได้รับความร้อนในปริมาณเท่ากนั สารเหล่านี้จะมอี ุณหภูมิ เพมิ่ ขนึ้ เท่ากนั หรือไม่ อย่างไร และสารใดจะมอี ณุ หภูมเิ พม่ิ ขนึ้ มากทส่ี ุด เพราะเหตุใด แนวคาตอบ เมื่อสารเหล่าน้ีมีมวลเท่ากนั ไดร้ ับความร้อนในปริมาณเท่ากนั สาร เอ3หุณ.ลสหา่ มนภม้ีจูมตะิเพฐิมาิ่มีอนขุณท้ึนห่ีนมภักาูมกเริเทพียี่สนิม่ ุดขต้ึน้งัเนไแวื่อต้เงหกจตมา่าือกงนมกีคหนั า่รคทือวแราาตมบกรไต้อด่านจ้งจากกาบั เคพผ่าาลคะกวนาารอ้มทยรทด้อ่ีสลนอุดจงาโหเพดรยาือะทไขอมอง่ อง1สย่กาางรรไัมทรอตงอ้ จงะกมารี ปริมาณความร้อน 0.03 แคลอรี ในการเปลี่ยนอุณหภูมิ 1 องศาเซลเซียส

- สารท่มี ีความร้อนจาเพาะน้อยต้องการปริมาณความร้อนเพยี งเลก็ น้อย เพ่ือทาให้สารน้ันมวล 1 กรัม มีอุณหภูมเิ พม่ิ ขึน้ 1 องศาเซลเซียส -สารท่ีมีความร้อนจาเพาะมากต้องการปริมาณความร้อนมากเพื่อทาให้ สารน้ันมวล 1 กรัม มีอณุ หภูมิเพมิ่ ขนึ้ 1 องศาเซลเซียส - ในทางกลบั กนั ถา้ ใหป้ ริมาณความร้อนเท่ากนั สารท่ีมีความร้อน จาเพาะนอ้ ยจะมีอุณหภูมิเพม่ิ ข้ึนมากวา่ สารท่ีมีความร้อนจาเพาะมาก อีกท้งั สสารเม่ือไดร้ ับความร้อนจะมีอุณหภูมิสูงข้ึน และเมื่อสูญเสีย ความร้อนอุณหภูมิจะต่าลง ดงั น้นั อุณหภูมิท่ีเปล่ียนแปลงไปข้ึนอยกู่ บั ปริมาณความร้อน มวล ความร้อนจาเพาะของสาร

ความร้อนจาเพาะของสสาร

การคานวณปริมาณความร้อนทท่ี าให้อุณหภูมขิ องสสารเปลย่ี นแปลง

ความร้อนจาเพาะของสสาร

ความร้อนจาเพาะของสสาร

ความร้อนจาเพาะของสสาร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook