Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สื่อการสอน 2 (1)

สื่อการสอน 2 (1)

Published by นภัสสร เสาร์ใส, 2019-07-06 01:07:16

Description: สื่อการสอน 2 (1)

Search

Read the Text Version

ส่อื อปุ กรณก์ ารเรียนการสอนวทิ ยาศาสตรส์ าหรับเดก็ ปฐมวยั วชิ า วทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวยั

ความหมายสอ่ื อปุ กรณก์ ารเรยี นการสอนวทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวยั  หมายถงึ วัสดอุ ปุ กรณ์และวธิ กี ารในการจัดประสบการณ์หรอื สงิ่ ใดกต็ ามท่ี เปน็ ตัวกลางนาความรไู้ ปสผู่ เู้ รยี น ทาให้การเรียนการสอนเปน็ ไปตาม วตั ถุประสงค์ และท่ีสาคัญทาให้เด็กไดร้ บั ประสบการณ์ตรงทเี่ ป็นรปู ธรรม ชว่ ยใหเ้ ดก็ จดจาได้ดเี รยี นรงู้ า่ ยได้รวดเรว็ และสนุกสนานเพลดิ เพลิน ช่วย ให้เด็กไดร้ บั การพฒั นาทกุ รปู แบบ

ความสาคัญของสอ่ื  ความสาคญั ของสอื่ ในการจดั ประสบการณท์ างวทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวยั จะชว่ ยให้ การสอนของครมู ีประสิทธภิ าพ เกดิ ความสาเรจ็ ตรงตามจดุ ประสงคข์ องเน้อื หา เดก็ เกิด ความรแู้ ละความเข้าใจ มีความสนใจ เร้าใจใหเ้ ด็กตั้งใจเรยี นอยากรอู้ ยากเห็นเรยี นอยา่ ง กระตอื รอื รน้ โดยใหป้ ระสาทสมั ผสั ตา่ งๆชว่ ยใหเ้ กิดความเขา้ ใจเรว็ ขนึ้ เด็กไดม้ องเหน็ รูปร่างลักษณะของสง่ิ ตา่ งๆ ตรงกบั ความเปน็ จรงิ หรอื ใกลเ้ คยี งความจรงิ เดก็ ไดม้ สี ว่ น รว่ มในกจิ กรรมการเรยี นการสอน เช่น ทาการทดลอง การศกึ ษานอกสถานที่ เป็น การฝกึ ทกั ษะดา้ นตา่ งๆทสี่ ามารถนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ได้ ช่วยใหเ้ กดิ ความคดิ รวบยอด ไดเ้ รว็ ขนึ้

ประเภทของสอ่ื อปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวัย  การแบง่ ประเภทของสอื่ อปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตร์ มีความจาเปน็ และสาคญั ตอ่ การเรยี นการ สอนที่ใหค้ วามสะดวกในการพจิ ารณาเพอ่ื เลอื กใชใ้ หต้ รงตามวตั ถปุ ระสงคข์ องแต่ละ กิจกรรม

ประเภทของสือ่ อปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวยั 1. สื่อท่ีใหป้ ระสบการณต์ รง เป็นสอื่ ทใ่ี ห้เด็กมโี อกาสไดร้ บั รู้ กระทา ทดลอง และ สงั เกตจากสถานการณจ์ รงิ เก่ียวกบั สง่ิ ท่ีเรยี น เชน่ การไปศกึ ษานอกสถานท่ี การพบ วทิ ยากรผมู้ คี วามชานาญเฉพาะดา้ น การใหแ้ หล่งสอื่ ในชมุ ชน การทาการทดลอง การ สาธติ เปน็ ตน้ 2. สือ่ ส่ิงพมิ พ์ หมายถงึ วัสดสุ ง่ิ พมิ พต์ ่างๆ ท่ีนามาใชเ้ ปน็ สอื่ การเรยี นการสอน วทิ ยาศาสตร์ เชน่ หนงั สอื เรยี น หนังสอื พิมพ์ นติ ยสาร แผน่ ภาพโฆษณา เปน็ ตน้

ประเภทของสื่ออปุ กรณ์วทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เดก็ ปฐมวัย 3. โสตทัศนปู กรณ์ เป็นสอ่ื ท่เี ดก็ มกี ารรบั รสู้ งิ่ ตา่ งๆ จากการใชต้ าดแู ละหฟู งั เปน็ สว่ นใหญ เปน็ ส่อื ทัง้ ประเภททก่ี ่อใหเ้ กิดการกระทา เกดิ ภาพ และสัญลกั ษณ์ หรือเปน็ สือ่ ทงั้ ประเภท วัสดุและอปุ กรณ์ ซงึ่ แบง่ ออกเปน็ ประเภทตา่ งๆ ตามลักษณะของสอื่ ดงั นี้ 3.1 ของจรงิ เป็นสอื่ การสอนท่ชี ว่ ยใหเ้ ดก็ ไดร้ บั ประสบการณ์ตรงดว้ ยตนเอง ครแู ละเดก็ ควรชว่ ยกนั เก็บรวบรวมวสั ดขุ องจรงิ แยกประเภทเปน็ หมวดหมู่ เพ่อื นามาใช้เป็น ประโยชน์ในการเรยี นการสอน เช่น กอ้ นหนิ แรธ่ าตุ เปลอื กหอยชนดิ ตา่ งๆ ต้นไม้ สตั ว์ เลย้ี ง เป็นต้น 3.2 ส่ือประเภทไมต่ อ้ งฉาย ประกอบดว้ ย สงิ่ พมิ พ์ แผ่นปา้ ยตา่ งๆ วัสดุ กราฟกิ เช่น แผนภมู แิ บบตาราง แผนภมู อิ ธิบาย แผนภมู ติ น้ ไม้ กราฟรปู ภาพ แผนภาพ เป็นต้น

ประเภทของส่อื อปุ กรณ์วทิ ยาศาสตรส์ าหรบั เด็กปฐมวยั  ในการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนทางวทิ ยาศาสตรใ์ ห้กบั เดก็ แต่ละครง้ั ครคู วรเลอื ก ประเภทของสื่อใหต้ รงตามวตั ถปุ ระสงคข์ องการเรยี นรทู้ เี่ ด็กจะไดร้ บั ทง้ั ในสว่ นทเ่ี ป็น สาระทเี่ ด็กควรรู้ และประสบการณส์ าคญั ที่เด็กควรไดร้ บั การสง่ เสรมิ โดยเฉพาะ ทกั ษะพน้ื ฐานทางวทิ ยาศาสตร์

ลกั ษณะของสอ่ื ทดี่ ี 1. มคี วามปลอดภยั ทางดา้ นวสั ดทุ ไ่ี มม่ พี ิษภยั ตอ่ เด็ก ไมท่ าด้วยแกว้ ไมเ่ ป็นวตั ถไุ วไฟ ไม่มี โลหะปลายแหลมเปน็ สว่ นประกอบ ผิวของวตั ถปุ ราศจากคม เหลย่ี มหรอื เสีย้ น ขนาด ตอ้ งไมใ่ หญห่ รอื มนี า้ หนกั มาก และไมเ่ ล็กเกนิ ไป จนเดก็ อาจกลืนหรอื ใสร่ จู มกู รหู ูได้ มี ความทนทาน 2. มีประโยชน์ ตอ้ งใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยา่ งหลากหลายตอ่ ครแู ละเดก็ และใชไ้ ดห้ ลายกจิ กรรม คานงึ ถงึ ประโยชนท์ เี่ ดก็ จะไดเ้ รยี นรู้ เหมาะสมกบั วยั และความสนใจของเดก็ กระตุ้น พัฒนาการการรบั รู้ การสงั เกต การวดั การจาแนก การเปรยี บเทียบ และความคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรคเ์ รา้ ความสนใจ พฒั นาประสาทตาและมอื ใหส้ มั พันธก์ นั พฒั นาความคดิ และจนิ ตนาการ

ลกั ษณะของสอ่ื ทดี่ ี 3. ประหยดั ส่อื อาจทาขน้ึ จากวสั ดเุ หลอื ใช้ หรอื วสั ดทุ หี่ าไดง้ า่ ยในท้องถนิ่ 4. มปี ระสทิ ธภิ าพ สามารถใชไ้ ดห้ ลายอยา่ ง ดดั แปลงได้ในหลายกจิ กรรมเดก็ ได้ ประสบการณต์ รงเรยี นรจู้ ากสือ่ ไดด้ ว้ ยตนเองแนวทางการเลอื กใชส้ อ่ื สาหรบั เดก็ ปฐมวยั

 ควรเลอื กใชส้ อ่ื ใหต้ รงตาม วัตถุประสงค์ และแนวคดิ เนือ้ หา และกจิ กรรม 1. การเลอื กใชส้ ื่อทตี่ รงตามวตั ถปุ ระสงคแ์ นวคดิ เนอ้ื หา และกจิ กรรม ผู้นาสอ่ื มาใชก้ บั เด็กจะตอ้ งเลอื กสอ่ื ใหต้ รงตามวตั ถปุ ระสงคโ์ ดยสอดคลอ้ งกบั แนวคดิ เนอื้ หาและกจิ กรรม แต่ละขนั้ ตอน ทงั้ ข้นั นาเขา้ สบู่ ทเรยี น ข้นั ใหเ้ ด็กเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ข้ันสรปุ ข้ัน ประเมนิ ผล ครูจะตอ้ งใชส้ อ่ื ทกุ ชนิดใหเ้ ปน็ กอ่ นทจ่ี ะให้เด็กใช้ เพือ่ เขา้ ใจวธิ ใี ชแ้ ละปญั หาที่ อาจเกิดขนึ้ รวมทง้ั สามารถแนะนาเดก็ ใหใ้ ชไ้ ดถ้ กู ตอ้ ง 2. การใชส้ อื่ ใหต้ รงกบั ความสามารถและวยั ของเดก็ ครูใชเ้ ป็นอปุ กรณป์ ระกอบการสอนใน เน้อื หาสาระนั้นๆ ควรใหเ้ ดก็ ไดป้ ระสบการณต์ รงดว้ ยการหยบิ จบั ดว้ ยตนเอง และให้ ตรงกบั ความสามารถและวยั ของเดก็

 ควรเลือกใชส้ อ่ื ใหต้ รงตาม วัตถปุ ระสงค์ และแนวคดิ เน้อื หา และกจิ กรรม 3. เตรยี มสอ่ื ใหพ้ รอ้ มและใหพ้ อเพยี งกบั จานวนเดก็ 4. แนะนาวธิ ใี ชแ้ ละขอ้ ควรระวงั ในการใชส้ อ่ื ครคู วรแนะนาวธิ ีใชแ้ ละขอ้ ควรระวงั ใหเ้ ดก็ เขา้ ใจ เสยี กอ่ น โดยเฉพาะสอื่ ชนดิ ใหมท่ เ่ี ดก็ ยงั ไมเ่ คยเลน่ และส่อื บางชนดิ ทอ่ี าจเกดิ อนั ตรายขนึ้ ไดถ้ ้าเดก็ ไมร่ สู้ าหรบั การสอนวทิ ยาศาสตรใ์ ห้กบั เดก็ ปฐมวยั ควรเลอื กสอ่ื เพอื่ เสนอ ข้อเทจ็ จรงิ ควรเลือกส่ือท่ใี หป้ ระสบการณต์ รงจะดที สี่ ดุ

ข้อคิดในการผลิตส่อื การสอน กอ่ นผลิตสอ่ื การสอนทกุ คร้งั ตอ้ งศกึ ษาเนอ้ื หา และจดุ ประสงคข์ องบทเรยี น ควรใชเ้ ศษวสั ดทุ ม่ี ีในทอ้ งถิน่ ควรใหเ้ ดก็ เปน็ ผใู้ ชส้ อ่ื การสอนใหม้ ากทส่ี ดุ ทดลองประสทิ ธภิ าพของสอ่ื กอ่ นใชจ้ รงิ วา่ มขี อ้ บกพรอ่ งหรือควรเพมิ่ เตมิ สงิ่ ใดอกี และปรบั ปรงุ จนใช้ ได้ผลดี เก็บรกั ษาใหด้ แี ละใหเ้ ปน็ ระเบยี บ

1.) ศกึ ษาเนอ้ื หา จุดประสงคก์ าร 2.) ออกแบบสอื่ การสอนควร เรยี นรู้ ว่าต้องการใหเ้ ด็กรู้อะไร เลอื กวสั ดแุ ละเตรยี มเครอ่ื งมอื ให้ พรอ้ ม เทคนิคการผลติ สือ่ การสอนทใ่ี ชใ้ น เนื้อหาวทิ ยาศาสตร์ 4.) ปรับปรงุ และตกแตง่ ใหด้ ู 3.) ลงมอื ผลติ สอ่ื ทดลองใชส้ อ่ื สวยงาม ก่อนวา่ ไดผ้ ลตรงตามเนอ้ื หาหรอื ไม่

 การผลติ สอื่ อยา่ งงา่ ยสาหรบั กิจกรรมวทิ ยาศาสตร์ การเลอื กใช้ส่ือหรอื การผลิตสอ่ื การสอน ควรคานึงถึง ความสอดคลอ้ งสมั พันธก์ บั บทเรยี นประโยชนท์ ไี่ ด้รบั มีความคงทน ปลอดภัย ประหยดั และมีประสทิ ธิภาพ ในการใช้

…ตวั อย่าง..กงั หนั ต้องลม…

จุดประสงค์ 1. เพื่อใหเ้ ดก็ รู้วา่ แรงลมทาใหก้ งั หนั หมนุ ทกั ษะ 2. เพื่อใหเ้ ดก็ รวู้ า่ ความเรว็ ของลมทาใหก้ งั หนั หมนุ เรว็ หรอื ชา้ - การสงั เกต - การตงั้ สมมตุ ฐิ าน - การทดลอง - การตดิ ตามและลงขอ้ สรปุ สาระการเรยี นรู้ ลมเปน็ พลังงานรปู แบบหนง่ึ ทเี่ กดิ จากการเคลื่อนทขี่ องอากาศ สื่ออปุ กรณ์ กระดาษบาง , หลอดขนาดใหญ่ , ไมท้ าดา้ มมอื , หัวหมดุ หรอื ตะปู ข้ันตอนการผลติ 1, ตดั กระดาษเปน็ รปู สเี่ หลี่ยมจตั ุรสั ทาเครอ่ื งหมายวงกลมเล็กหา้ วงทม่ี มุ ทงั้ สแี่ ละตรงกลางทาเสน้ โคง้ สเ่ี สน้ 2. เจาะวงกลมเลก็ ใหเ้ ปน็ รแู ละตดั ตามเสน้ โคง้ ทเ่ี ขยี นไว้ 3. จับมุมทงั้ สเี่ ขา้ หากนั ทากาวใหต้ ดิ กนั โดยใหร้ ทู งั้ สร่ี ตู รงกนั 4. ตดั หลอดใหญย่ าวประมาณหนงึ่ นวิ้ แลว้ สอดไปในรทู ง้ั หมด 5. นาหวั หมดุ หรอื ตะปสู อดเขา้ ไปในหลอด และตอกลงในไมท้ ใ่ี ช้เปน็ ดา้ มมอื พบั ปลายหวั หมดุ หรอื ตะปไู วด้ า้ นหลงั ดา้ มมอื 6. นากระดาษกาวมาเปะพบั ไว้ วิธีใช้ 1. นากางหนั ไปปกั ไวท้ ก่ี างแจง้ ใหเ้ ดก็ สงั เกตตอนทมี่ ลี มพดั มา 2. ให้เดก็ ถอื กงั หน่ั ชขู นึ้ วงิ่ ไปขา้ งหนา้ แลว้ สงั เกตเวลาวงิ่ ชา้ และวงิ่ เรว็ กงั หนั จะหมนุ ตา่ งกนั อย่างไร


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook