CONTENTS 8 15 37 33 03 24 38 Office of Knowledge Management and Development Word Power DIGITONOMY INSIDE OKMD ท่ีปรกึ ษา ดร.อธิปัตย์ บ�ำรุง โครงการอันเน่ือง เปดิ ข้อมูลตวั เลขธุรกจิ OKMD กับภารกิจการบริหาร ผูอ้ ำ� นวยการสำ� นกั งานบรหิ ารและพัฒนาองคค์ วามรู้ มาจากพระราชด�ำริ วิสาหกจิ ชุมชน จัดการความรู้เพ่ือการพัฒนา บรรณาธกิ ารบรหิ าร คนทุกช่วงวัย ดร.อภชิ าติ ประเสรฐิ 10 28 รองผอู้ ำ� นวยการสำ� นกั งานบรหิ ารและพัฒนาองคค์ วามรู้ the knowledge 46 DECODE 5ive ฝ่ายศิลปกรรมและภาพถา่ ย การจัดการความรู้ บริษทั โคคูน แอนด์ โค จำ�กัด แบบยั่งยืนในโครงการ 6 ศูนย์ศึกษาการพัฒนา 5 แหล่งเรียนรใู้ นโครงการ 32 ซอยโชคชยั 4 ซอย 84 ถนนโชคชัย 4 แขวงลาดพรา้ ว อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ เขตลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร 10230 กับแนวทางพัฒนาชมุ ชน โทรศัพท์ 0 2116 9959 และ 087 718 7324 18 ท่ียั่งยืน 50 one of a kind talk to zine จัดทำ� โดย 32 สำ� นกั งานบรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน) A-Z โครงการ เคล็ดลับงานสร้างสรรค์ 69 อาคารวทิ ยาลัยการจดั การ มหาวิทยาลยั มหดิ ล อันเน่ืองมาจาก NEXTPERT ทโี่ ลกตะลึง ชั้น 18-19 ถนนวภิ าวดรี ังสติ แขวงสามเสนใน พระราชด�ำริ เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 การจัดการความรู้ 51 โทรศพั ท์ 0 2105 6500 โทรสาร 0 2105 6556 20 สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน what's going on อีเมล [email protected] next ในอนาคต เว็บไซต์ www.okmd.or.th - โครงการประกวดนวตั กรรม นวัตกรรมจาก 36 การจดั การขยะใหเ้ ปน็ ศูนย์ อนุญาตให้ใช้ได้ตามสัญญาอนุญาต โครงการพระราชด�ำริ ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงท่ีมา-ไม่ใช้ เพ่ือประโยชน์ของชุมชน ความรกู้ ินได้ - International Conference เพ่ือการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 แนวคิดเศรษฐกจิ พอเพียง on Sufficiency Economy and ประเทศไทย กับเป้าหมายการพัฒนา Sustainable Applications จัดท�ำขึ้นภายใต้โครงการเผยแพร่กิจกรรมองค์ความรู้โดยส�ำนักงาน ท่ียั่งยืน บรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน) เพอื่ สรา้ งแรงบนั ดาลใจ - International Conference ในการนำ� องคค์ วามรมู้ าผสมผสานกบั ความคดิ สรา้ งสรรค์ เพอ่ื ประโยชน์ on Advances in Sufficiency ดา้ นการเรียนรู้ ตอ่ ยอดธุรกิจ เพม่ิ มูลค่าเศรษฐกจิ ของประเทศ Economy ผู้สนใจรบั นิตยสารโปรดตดิ ต่อ 0 2105 6520 หรอื ดาวน์โหลดท่ีเว็บไซต์ www.okmd.or.th/knowledge/okmd-magazine
word power W 3 สแกน QR Code เพอื่ รับชม GIF โครงกพารรอะรันาเชนด่ือดำงรมิ าจาก นับต้ังแต่ที่ทรงเถลิงถวัลยสิริราชสมบัติเปน็ ต้นมา สรา้ งถนนเขา้ ไปยงั บา้ นหว้ ยมงคล อำ� เภอหวั หนิ จงั หวดั พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ประจวบคีรีขนั ธ์ เพอ่ื ใหร้ าษฎรสามารถสญั จรไปมาและ มหาราช บรมนาถบพติ ร หรอื ในหลวงรชั กาลที่ 9 แหง่ นำ� ผลผลติ ออกมาจำ� หนา่ ยยงั ชมุ ชนภายนอกไดส้ ะดวกขนึ้ ราชวงศ์จักรี ได้เสด็จพระราชด�ำเนินไปเยี่ยมเยียน โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� รทิ กุ โครงการจะ ประชาชนตามพนื้ ทตี่ า่ งๆทวั่ ประเทศโดยทรงศกึ ษาและ ผนวกเรอื่ งของการพฒั นาสงั คมและการสง่ เสรมิ คณุ ภาพ เกบ็ ขอ้ มลู เพอื่ เปน็ แนวทางในการพระราชทานแนวทาง ชีวิตของประชาชนเข้าไว้ด้วยเป็นส�ำคัญ โดยยึดหลัก ในการด�ำเนินโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ การมีสว่ นรว่ มของชุมชนในการตัดสินใจ (People เพ่ือบรรเทาปัญหาและสร้างการพัฒนาที่ย่ังยืนแก่ Participation) เพ่ือให้สามารถเข้าใจปัญหาในทศิ ทาง ประชาชนในทกุ ภมู ิภาค เดียวกัน สามารถร่วมกันก�ำหนดแนวทางในการแก้ไข จนในปจั จบุ นั มโี ครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� ริ ปญั หาในบรบิ ทของตนเองและพรอ้ มทจ่ี ะรบั การพฒั นา ในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล และการเปลย่ี นแปลงโดยเรยี กกระบวนการนวี้ า่ “ระเบดิ อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รวมถึง 4,741 จากขา้ งใน” โดยเรมิ่ จากการทำ� ประชาพจิ ารณ์ (Public โครงการ/กิจกรรม ทั้งโครงการเพ่ือการอนุรักษ์และ Hearing) เพอ่ื ใหเ้ ขา้ ใจไปถงึ วตั ถปุ ระสงค์ กระบวนการ พัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ โครงการเพื่อการพัฒนา และผลที่จะได้รับจากการด�ำเนินโครงการต่างๆ สงั คมและสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ของประชาชน โครงการ โดยอาศัยการมีสว่ นร่วมของทุกภาคสว่ น ในลักษณะ เพ่ือการพึ่งพาตนเองของเกษตรกร โครงการเก่ียวกับ รวมศูนย์ โดยให้หน่วยงานต่างๆ ประสานการท�ำงาน พลังงาน โครงการเก่ียวกับปัญหาดินและน้�ำ เปน็ ต้น ร่วมกันเพื่อให้บริการแก่ประชาชนในแบบศูนย์บริการ โดยโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริเพื่อพัฒนา เบ็ดเสร็จ (One Stop Services) ซ่ึงจะชว่ ยให้เกิด ชนบทโครงการแรกเกดิ ขนึ้ ในปีพ.ศ.2495เปน็ โครงการ ความสะดวก รวดเร็ว และมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
4 W word power โครงการอันเนอ่ื งมาจากพระราชด�ำริมอี ยูม่ ากมายหลายสาขา หลายประเภท มีช่อื เรียกแตกต่างกันไป ดังน้ี โครงการตาม โครงการหลวง พระราชประสงค์ โครงการที่ทรงเจาะจงด�ำเนิน โครงการซ่ึงทรงศึกษา ทดลอง การพัฒนาและบ�ำรุงรักษาต้นน้�ำ ปฏิบัติเปน็ สว่ นพระองค์ โดยทรง ลำ� ธารในบรเิ วณปา่ เขาในภาคเหนอื ศึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญและ ซึ่งที่พื้นท่ีเหล่านี้เป็นเขตพื้นที่อยู่ ทรงใช้พระราชทรัพย์สว่ นพระองค์ อาศยั ของชาวไทยภเู ขาจงึ ทำ� ใหท้ รงมี ในการด�ำเนินการทดลองจนกว่า โอกาสได้พัฒนาชาวเขาชาวดอย จะเกดิ ผลเปน็ ประโยชนแ์ กป่ ระชาชน ใหอ้ ยดู่ กี นิ ดีเลกิ การปลกู ฝน่ิ การตดั ไม้ อยา่ งแท้จรงิ ทำ� ลายปา่ การท�ำไร่เลื่อนลอย และ การคา้ ไมเ้ ถอ่ื นของเถอื่ นทรงสง่ เสรมิ โครงการในพระบรม ปลูกพืชหมุนเวยี นทีม่ มี ูลค่าสงู ราชานุเคราะห์ โครงการตามพระราชด�ำริ โครงการทพ่ี ระองค์ไดพ้ ระราชทาน ข้อเสนอแนะและแนวพระราชด�ำริ โครงการท่ีทรงวางแผนพัฒนา ให้เอกชนไปด�ำเนินการ โครงการ และทรงเสนอแนะให้รัฐบาลร่วม สารานุกรมไทยส�ำหรับเยาวชน ด�ำเนินการตามแนวพระราชด�ำริ โดยมูลนิธิโครงการสารานุกรมไทย ปัจจุบันเป็นโครงการที่มีกระจายอยู่ ส�ำหรบั เยาวชนฯ เปน็ ต้น ทัว่ ทกุ ภูมภิ าคของประเทศไทย โดย มลี กั ษณะทเี่ ปน็ โครงการพฒั นาดา้ น ต่างๆ เช่น โครงการเพ่ือการศึกษา ค้นคว้าทดลอง และเพือ่ งานวจิ ัย
word power W 5 การขับเคลอ่ื นเศรษฐกิจทอ้ งถิน่ เพอื่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ความร้แู ละการจดั การความรูข้ องโครงการอันเน่อื งมาจากพระราชด�ำริ ความรู้ท่ีพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรฯ น�ำเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ เนื่องจากแนวคิด และ รัชกาลท่ี 9 พระราชทานให้แก่ประชาชนชาวไทยนั้น ความรู้ของพระองค์ท่าน ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน มจี ำ� นวนมากกระจายอยตู่ ามหนว่ ยงานตา่ งๆทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ในการด�ำเนินชีวิต โดยเฉพาะทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ทงั้ ในรปู ของความรทู้ ปี่ รากฏชดั แจง้ (ExplicitKnowledge) และแนวคิดการสร้างความแข็งแกร่งให้ชุมชนด้วยการ ท่ีเป็นสื่อความรู้ต่างๆ และความรู้ที่ไม่ปรากฏชัดแจ้ง พฒั นาโครงสรา้ งพืน้ ฐานทีจ่ �ำเปน็ (Implicit Knowledge) ที่เป็นความเช่ียวชาญและ สำ� นกั งานบรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้(องคก์ ารมหาชน) ประสบการณ์ของบุคคลที่ได้ศึกษาและน้อมน�ำเอา หรือ OKMD เล็งเห็นความส�ำคัญของการน�ำแนวคิด ความรู้ของพระองค์ท่านไปปฏิบัติและพัฒนาต่อยอด ทฤษฎี และความรู้ในโครงการอันเนื่องมาจาก จนเกิดประโยชน์ ดังน้ัน การจัดการความรู้ในโครงการ พระราชด�ำริมาบริหารจัดการ จึงน�ำกระบวนการ อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริให้มีเอกภาพและ บริหารจัดการความรู้เพ่ือการพัฒนา (Knowledge ประสิทธิภาพจึงมีความจ�ำเป็น เพ่ือให้คนไทยได้เข้าถึง Management for Development) มาปรับใช้ โดยมี องค์ความรู้ เกิดความเข้าใจ เห็นคุณค่า และสามารถ ข้ันตอนดังน้ี 1 2 การชชี้ ดั และคดั สรรความรู้ การประมวลและ (Knowledge Identifying การจัดเกบ็ ความรู้ and Collecting) (Knowledge Validating and Storing) คือ การได้มาซึ่งความรู้อันเป็นท่ี ต้องการ คือ การจัดเก็บและจัดการความรู้ ได้ครบถว้ น และเป็นหมวดหมู่ 3 4 การแบ่งปันความรู้ (Knowledge Sharing) การใชป้ ระโยชนจ์ ากความรู้ (Knowledge Utilization) คือ การพัฒนาส่ือการเรียนรู้และ ถ่ายทอดได้ถูกคน ถูกเวลา และ คือ การน�ำความรู้ไปปรับใช้เพ่ือ ถูกกาลเทศะ พัฒนาและแก้ไขปัญหา กระตุ้นให้ เกิดความคิดสร้างสรรค์ และการ บรู ณาการความรู้
6 W word power โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ ในพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว และพระบรมวงศ์ พ.ศ. 2495 - 2563 1,861ภาคเหนือ โครงการ/กิจกรรม 808ภาคกลาง 4,ร8ว7ม 7 โครงการ / กิจกรรม โครงการ/กิจกรรม 954ภาคใต้ 1,224ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ โครงการ/กจิ กรรม โครงการ/กิจกรรม 30 โครงการ/กจิ กรรม กระจายอยูท่ ั่วทุกภาค
word power W 7 โครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ 8 ประเภท 1 8 3,386แหลง่ นำ้� 59สาธารณสุข โครงการ/กจิ กรรม โครงการ/กิจกรรม 2 7 สวสั ดกิ ารสงั คม/ คมนาคม/ 399การศึกษา 84สื่อสาร โครงการ/กจิ กรรม โครงการ/กจิ กรรม 3 6 347การส่งเสรมิ อาชีพ 142การเกษตร โครงการ/กจิ กรรม โครงการ/กิจกรรม 4 5 261การบูรณาการ/อ่ืนๆ 199สิ่งแวดลอ้ ม โครงการ/กจิ กรรม โครงการ/กจิ กรรม อ้างอิง: สำ� นักงานคณะกรรมการพิเศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอนั เน่ืองมาจากพระราชดำ� ริ (ส�ำนักงาน กปร.) หมายเหตุ: 1. รวบรวมขอ้ มลู เฉพาะโครงการอนั เนื่องมาจากพระราชดำ� ริ ในพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรฯ รชั กาลที่ 9 และพระบรมวงศ์ รวม 6 พระองค์ ไดแ้ ก่ - พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร - พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรสี นิ ทรมหาวชริ าลงกรณ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หวั - สมเด็จพระนางเจา้ สิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพนั ปหี ลวง - สมเดจ็ พระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนี - สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี - สมเด็จพระเจา้ นอ้ งนางเธอ เจ้าฟา้ จฬุ าภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกมุ ารฯี 2. โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริบางโครงการมีกิจกรรมเดียว ด�ำเนินการแล้วเสร็จภายในปีเดียว บางโครงการมีหลายกิจกรรมและด�ำเนินการต่อเน่ือง ในปตี ่อไปดังนน้ั หน่วยนบั ของโครงการจึงเปน็ โครงการ/กจิ กรรม
8 W word power 4 ปัจจยั สคู่ วามส�ำเรจ็ ในการบรหิ ารจัดการความรเู้ พือ่ การพฒั นา กระบวนการบริหารจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาน้ัน ตอ้ งอาศยั การพฒั นาในสว่ นของโครงสรา้ งพน้ื ฐานทจ่ี ำ� เปน็ ซง่ึ ตรงกบั แนวคดิ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรฯ รัชกาลท่ี 9 เรื่องการสรา้ งความแขง็ แกร่งด้วยการพัฒนา โครงสร้างพ้ืนฐานในล�ำดับแรกๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ โครงสร้างพ้ืนฐานด้านการศึกษา การเพิ่มศักยภาพของบุคคล รวมถึงการให้อิสรภาพในการคิดและท�ำ เป็นต้น โดยในกระบวนการนี้ต้องใส่ใจ และใชท้ กั ษะเพอ่ื ชว่ ยใหก้ ารดำ� เนนิ การประสบความสำ� เรจ็ ซงึ่ ประกอบด้วย 4 ปจั จัย ไดแ้ ก่ ความรับผิดชอบ ความสามารถ การปฏิบัติงาน สภาพแวดล้อม (Accountability) ในการพฒั นา ทีม่ ีประสิทธิภาพ ท่ีเอื้อตอ่ (Operational ความรู้ การด�ำเนินงาน (Knowledge Efficiency) (Enabling Utilization) Environment) ความรบั ผดิ ชอบ (Accountability) ต้องค�ำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ชมุ ชนเปน็ สำ� คญั และจะตอ้ งใหป้ ระชาชนและผมู้ สี ว่ นได้ สว่ นเสยี ไดร้ บั รกู้ ระบวนการดำ� เนนิ งาน และผลทคี่ าดวา่ จะไดร้ บั เพอื่ ความเขา้ ใจทต่ี รงกนั และเกดิ แรงสนบั สนนุ จากทุกภาคส่วน ความสามารถในการพัฒนาความรู้ และการน�ำความรแู้ ละทกั ษะความช�ำนาญ ไปปรับใช้และต่อยอดให้เกิดนวัตกรรม และความยั่งยืน (Knowledge Utilization) สามารถน�ำความรู้และทักษะไปปรับใช้และพัฒนา ต่อยอดให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและชุมชนได้อย่าง สอดคล้องตามแนวทางที่วางไว้ในกระบวนการบริหาร จดั การความรู้เพ่อื การพฒั นา
word power W 9 การปฏิบัตงิ านที่มีประสิทธิภาพ (Operational Efficiency) บริหารจัดการทรัพยากรและกระบวนการต่างๆ เพ่ือให้สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยให้เกิด ความผดิ พลาดใหน้ อ้ ยทส่ี ดุ ซง่ึ เกยี่ วขอ้ งกบั หลายปจั จยั เชน่ ยทุ ธศาสตร์ การออกแบบกระบวนการและกจิ กรรม การบริหารคน การจัดท�ำส่ือ เป็นต้น โดยมีเป้าหมาย คือการจัดเก็บรวบรวมความรู้ให้เป็นปัจจุบัน เกิดการ นำ� ไปใช้เเละการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้รวมถงึ การสรา้ งสรรค์ ความรู้ใหม่ สภาพแวดล้อมทีเ่ ออื้ ตอ่ การด�ำเนินงาน อย่างมปี ระสทิ ธิภาพและยั่งยืน (Enabling Environment) เกิดความร่วมมือร่วมใจระหว่างหน่วยงานต่างๆ ท่ี เกย่ี วขอ้ งโดยเฉพาะในภาคการเมอื งและภาคประชาสงั คม รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานท่ีจ�ำเป็นในการพัฒนา ซ่ึง อยา่ งนอ้ ยจะตอ้ งมคี วามพรอ้ มขนั้ ตำ�่ เพอ่ื ใหก้ ระบวนการ พัฒนาสามารถด�ำเนินต่อไปได้ เช่น โครงสร้างพ้ืนฐาน ด้านการติดต่อส่ือสารระหว่างกัน โครงสร้างพ้ืนฐาน ด้านการศึกษารวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของเศรษฐกิจ ในพ้ืนท่ี ในสว่ นของการประเมินผลส�ำเร็จจะดูจากกระบวนการด�ำเนินงานที่ให้ความส�ำคัญกับการท�ำงานเป็นทีม และการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้เกิดเป็นชุมชนแห่งการปฏิบัติ (Community of Practice) ทน่ี ำ� ไปสเู่ ปา้ หมายสำ� คญั คอื การพฒั นาโครงสรา้ งพนื้ ฐานดา้ นการเรยี นรู้ การเผยแพร่ แลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และการสร้างสรรค์นวัตกรรมหรือต้นแบบความรู้แบบใหม่ๆ เพื่อน�ำไปยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชน และการพัฒนาชุมชน การพัฒนาศักยภาพของประชาชน การพัฒนาระบบการเรียนรู้และการน�ำเอาเทคโนโลยี สมยั ใหม่มาปรับใชใ้ นการบรหิ ารจดั การและการใหบ้ ริการ
10 Tt The Knowledge SCAN QR CODE เพ่ือรบั ชม Clip การจดั การความรแู้ บบยง่ั ยนื ในโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ ในอดีตประเทศไทยได้ช่ือวา่ เป็นประเทศแหง่ โครงการ/กิจกรรม เฉพาะโครงการในพระบาทสมเด็จ เกษตรกรรม ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทาง พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช การเกษตร โครงการพฒั นาอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริ บรมนาถบพติ ร กม็ มี ากถึง 4,741 โครงการ กระจายอยู่ จึงเกิดข้ึนเพ่ือช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ และส่งเสริม ตามพื้นท่ีต่างๆ ท่ัวทุกภูมิภาค ครอบคลุมการพัฒนา การท�ำกินของประชาชน รวมถึงมีการจัดการความรู้ ในหลากหลายมติ ิ ดำ� เนนิ งานภายใตแ้ นวคดิ และทฤษฎี เพอ่ื การพฒั นาชวี ติ ในทกุ ดา้ น ไมว่ า่ จะเปน็ ความเปน็ อยู่ ทท่ี ำ� ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ ประหยดั และสามารถแกไ้ ขปญั หา การต่อยอดทักษะทางความคิด การยกระดับรายได้ และก่อเกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมแบบแท้จริง รวมถึง รวมถึงสง่ เสริมความสามารถในการพ่ึงพาตนเองของ มกี ารจดั การความรซู้ ง่ึ งา่ ยตอ่ การศกึ ษาเรยี นรู้ เพอื่ นำ� ไป ประชาชน ชมุ ชน และประเทศชาติ ต่อยอดพัฒนาอาชพี ของตนเองและชมุ ชนต่อไป ปัจจุบันมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ใน รวมถงึ มกี ารจดั การความรทู้ งี่ า่ ยตอ่ การศกึ ษาเรยี นรู้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล โดยแบง่ ออกเปน็ 7 เรอื่ ง ประกอบดว้ ย เกษตรทฤษฎใี หม่ อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จ การจัดการดิน การจัดการน้�ำ การจัดการสิ่งแวดล้อม พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศ์ รวม 4,877 การจดั การเกษตร การสง่ เสริมอาชีพ การส่งเสริมศกึ ษา
The Knowledge Wt 11 1. เรียนรเู้ ร่ืองเกษตรทฤษฎีใหม่ โครงการสาธิตทฤษฎีใหม่ อันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ (ปกั ธงชัย) จงั หวดั นครราชสมี า แต่เดิมชาวบ้านในบริเวณน้ีปลูกข้าวโดยอาศัยน�้ำฝนเป็นหลัก ทำ� ให้ผลผลิตไมแ่ น่นอน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่หู วั รัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานที่ดินจ�ำนวนหน่ึงที่ราษฎรได้น้อมเกล้าฯ ถวายโดย จดั แบง่ พนื้ ทเี่ ปน็ สองสว่ น สว่ นแรกทำ� แปลงสาธติ เกษตรทฤษฎใี หม่ อีกสว่ นท�ำการปลูกข้าวตามแบบเดิมท่ีอาศัยน�้ำฝนธรรมชาติ เพอ่ื เปน็ แหลง่ เรยี นร้ขู องชาวบา้ น เกษตรกร และผู้ทส่ี นใจไดเ้ ขา้ มา ศึกษาองค์ความรู้ด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ รวมถึงได้เข้าใจถึง แนวทางการพึง่ ตนเองและชีวติ พอเพียง ลกั ษณะโครงการ / กจิ กรรม 1 ทฤษฎกี ารผลิต การวางแผนการผลติ ใหเ้ พยี งพอตอ่ การบรโิ ภค เมอ่ื มเี หลอื จงึ นำ� ไปจำ� หนา่ ย ซงึ่ ทำ� ไดด้ ว้ ยการบรหิ ารจดั การทด่ี นิ และน้ำ� ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ โดยแบง่ ทีด่ นิ ออกเป็น 4 ส่วน ดังน้ี 1. พ้นื ที่ขุดสระน�้ำสำ� หรับกกั เกบ็ นำ้� ฝนไวท้ ำ� นาปีและปลูกพชื ทใี่ ชน้ ำ�้ น้อย 30% 2. พน้ื ที่ปลกู ขา้ วสำ� หรบั บริโภคภายในครัวเรอื น 30% 3. พน้ื ทป่ี ลูกพืชสวนหรอื พืชไร่ เนน้ ปลูกพืชทต่ี ้องการบรโิ ภคเปน็ หลกั 30% 4. พน้ื ที่ปลูกที่อยอู่ าศัย โรงเกบ็ ของ โรงเลย้ี งสตั ว์ 10% 1. 2. 3. กกั 3เ0กบ็%นำ้� ป3ล0กู ข%า้ ว ปล3ูก0พ%ืชไร่ 2 ทฤษฎีการรวมกลมุ่ อยู่อ4า. ศยั เกษตรกรรวมพลังกันในรูปแบบกลุ่มหรือสหกรณ์ เล1้ีย0ง%สัตว์ เพือ่ วางแผนร่วมกันในการผลติ การตลาด การศกึ ษา การเป็นอยู่ สวสั ดิการ สงั คมและศาสนา 3 ทฤษฎีการดำ� เนนิ ธรุ กจิ การจัดหาทุนหรือแหล่งเงินมาช่วยในการลงทุน และพฒั นาคุณภาพชวี ติ เชน่ การจัดหาทุนเพื่อสร้าง โรงสี ร้านค้าสหกรณ์ สถานบี รกิ ารน้ำ� มัน เปน็ ตน้
12 Wt The Knowledge 2. เรียนรู้ดา้ นการจดั การดิน โครงการพฒั นาพื้นทบี่ ริเวณวดั มงคลชยั พฒั นา อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด�ำริ จงั หวดั สระบรุ ี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ทรงเล็งเห็นว่าพื้นท่ี ในต�ำบลเขาดินพัฒนา อ�ำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี มีฝนตกน้อย ดินเป็นดินเหนียวปนทรายข้ีเป็ด ท้ังยังไม่มีระบบ ชลประทาน ทำ� ใหผ้ ลผลติ ทางการเกษตรตำ่� ชาวบา้ นยากจน แตม่ วี ดั ท่ีเหมาะแก่การเป็นศูนย์กลางเช่ือมโยงชาวบ้านและหน่วยงาน ราชการให้เกื้อกูลกัน ตามหลัก “บวร” บ้าน + วัด + โรงเรียน และ เป็นพื้นที่สาธิตการบริหารการจัดการที่ดินและน้�ำ เพื่อเป็นแหล่ง เรียนร้แู ละสร้างผลผลิตให้แก่โครงการหลวง ลักษณะโครงการ / กิจกรรม 1 แปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ ดำ� เนินการแบ่งพืน้ ที่ 15.5 ไร่ เป็น 4 สว่ น ดงั นี้ 1. พื้นที่ปลกู ขา้ วและพืชไร่ส�ำหรับบริโภคภายในครวั เรือน 35.5% 2. พน้ื ทป่ี ลูกไม้ยืนตน้ ไมผ้ ลพชื ไร่ และปลูกพืชสมุนไพรแซม 24.5% 3. พื้นที่ปลูกท่ีอยู่อาศัย โรงเก็บของ โรงเล้ียงสัตว์ ปลกู ผักสวนครัว 24% 4. พ้นื ทข่ี ดุ สระนำ้� สำ� หรบั กักเกบ็ น�้ำฝนไวใ้ ชเ้ พาะปลูกในฤดูแล้ง เลีย้ งปลากนิ พืชแบบปล่อยตามธรรมชาติ เช่น ปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลาจนี เพื่อเปน็ รายไดเ้ สริม 16% 1. 2. 3. ปลูกข้าว ปลกู ไม้ ทอี่ ย่อู าศยั เเ3ล5ะ.พ5ชื%ไร่ 2ย4ืน.5ต%้น เล2ี้ย4งส%ตั ว์ 2 แปลงเกษตรแบบผสมผสาน 4. เปน็ การเพาะปลกู ทไ่ี มม่ กี ฎตายตวั มกี ารปลกู ไมผ้ ล กัก1เ6กบ็%น้ำ� ยกรอ่ งพชื ไรผ่ สมผสานพรรณไมห้ อมและพชื ผกั สลบั กนั บนพ้ืนที่ มีการขุดสระน�้ำไว้กักเก็บน้�ำ เลี้ยงปลาและ 3 กจิ กรรมบริหารงานท่ัวไป ปลูกหญ้าแฝกโดยรอบเพ่ือป้องกันการทลายของ • รวมพลงั ชาวบา้ นแลกเปลย่ี นเรยี นรแู้ ละถา่ ยทอด หนา้ ดนิ เทคโนโลยีเกษตรทฤษฎีใหม่ให้แก่เกษตรกรและ ผูส้ นใจ • ด�ำเนินธุรกิจร่วมกัน เช่น โรงสีข้าว สหกรณ์ การเกษตร สถานีบรกิ ารน�้ำมัน
The Knowledge T 13 3. เรียนรู้การจดั การน้ำน โครงการพัฒนาพน้ื ทีแ่ กม้ ลงิ หนองเลิงเปอื ย อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ จงั หวดั กาฬสนิ ธุ์ หนองเลิงเปือยเปน็ หนองน้�ำตามธรรมชาติ ครอบคลุมพ้ืนท่ี เกษตรกรรมของชาวบา้ น53หมบู่ า้ นจาก4ตำ� บลในจงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ ในฤดูฝนมักประสบปัญหาน�้ำท่วมพ้ืนที่โดยรอบ ส่วนในหน้าแล้ง ปรมิ าณนำ้� ไมพ่ อใชด้ มื่ กนิ และทำ� การเกษตรอกี ทงั้ ยงั มปี ญั หาแหลง่ นำ�้ ต้นื เขินจากดนิ ตะกอนที่มาทบั ถม พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่9ทรงนำ� หลกั การ“แกม้ ลงิ ” มาใช้แกป้ ญั หาของชาวบา้ น โดยทรงมพี ระราชด�ำริให้สร้างอ่างลกึ ไวเ้ ปน็ แกม้ ลงิ รบั นำ้� ในยามนำ�้ หลากเพอ่ื ชะลอปรมิ าณและความแรง ของกระแสน�้ำที่จะเข้าท่วมท�ำลายบ้านเรือนและพืชผลของราษฎร ส่วนน�้ำปริมาณมากที่เก็บกักอยู่ในพื้นที่แก้มลิงก็ยังสามารถน�ำมา ใช้ประโยชน์ในหน้าแล้ง นอกจากน้ียังทรงสนับสนุนให้ชาวบ้าน บริหารจัดการน�้ำด้วยตนเองด้วยการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้�ำขึ้นมาดูแล รับเรื่อง เกบ็ ข้อมูลความตอ้ งการใชน้ ำ้� และอนุญาตให้เปิดวาลว์ น�้ำ เขา้ สพู่ นื้ ทกี่ ารเกษตร ลักษณะโครงการ / กจิ กรรม 1 การสรา้ งและซ่อมแซม การซอ่ มแซมฝายสนั มน สรา้ งอาคารบงั คบั นำ�้ และขดุ ลอก หนองนำ้� เพ่ือเพิ่มปรมิ าณการกกั เก็บน้ำ� ให้มากกว่า 6 ล้าน ลูกบาศก์เมตร ส่วนดินท่ีได้จากการขุดลอกหนองเลิงเปือย ก็น�ำไปใช้ถมท่ีดินของชาวบ้านโดยรอบให้สูงข้ึนเพื่อป้องกัน น�ำ้ ท่วม 2 การพฒั นา การพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน ทรัพยากรมนุษย์ สังคม เศรษฐกิจชุมชน ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ มีการรวมกลุ่ม ชาวบ้าน เพ่ือบริหารจัดการและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคน ในพน้ื ท่ีให้ “อยู่รอด” ได้ 3 การถา่ ยทอดความรู้ การถ่ายทอดความรู้และตดิ ตามการพฒั นาอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ใน 3 ด้าน คือทรัพยากรมนุษย์โครงสร้างพื้นฐาน และ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพ่ือให้ประชาชน สามารถ “อยู่รอดได้อย่างย่งั ยนื ”
14 T The Knowledge 4. เรียนรู้การจดั การสิ่งแวดล้อม โครงการเขอ่ื นขนุ ดา่ นปราการชล อนั เนื่องมาจากพระราชด�ำริ จังหวดั นครนายก แตเ่ ดมิ นนั้ ลมุ่ แมน่ ำ้� นครนายกประสบปญั หาอทุ กภยั เปน็ ประจำ� ทุกปี น้�ำจากภูเขาไหลเข้าท่วมพ้ืนท่ีแล้วไหลลงสู่ทะเลโดยไม่ได้ กักเก็บไว้ใช้ประโยชน์ ท�ำให้มีปัญหาขาดแคลนน�้ำส�ำหรับท�ำ การเกษตรในหนา้ แลง้ นอกจากนี้พ้ืนท่ีกว่า 100,000 ไร่ มีสภาพ ดินเปร้ียว ไม่สามารถเพาะปลูกได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานพระราชด�ำริให้ก่อสร้างเข่ือนขุนด่าน ปราการชล ทบี่ า้ นทา่ ดา่ น ตำ� บลหนิ ตงั้ อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นครนายก ซ่ึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาลุ่มน�้ำนครนายกตอนบน เพ่ือ ท�ำหน้าที่ “ลดน้�ำยามท่วม ทดน้�ำยามแล้ง แปลงดินยามเปรี้ยว” ตามแนวทางแห่งศาสตรพ์ ระราชา ลักษณะโครงการ / กจิ กรรม 1 งานก่อสร้างเข่ือนหัวงานและอาคารประกอบ •โครงการสง่ นำ้� และบำ� รงุ รกั ษานครนายก ครอบคลมุ เข่ือนขุนด่านปราการชล เป็นเข่ือนคอนกรีตบดอัด พื้นที่ 165,000 ไร่ ใน 78 หม่บู ้าน 6,787 ครัวเรอื น (RCC DAM) ทใ่ี หญ่ทส่ี ุดในประเทศไทย มคี วามสูง 93 3 งานกอ่ สรา้ งขยายระบบสง่ นำ�้ ฝง่ั ขวาเขอ่ื นขนุ ดา่ น เมตร ยาว 2,594 เมตร ระดบั สนั เขอ่ื น +112 เมตร เหนอื ปราการชล เป็นท่อส่งน�้ำความยาว 5.340 กิโลเมตร ระดบั นำ้� ทะเลปานกลาง สามารถเกบ็ กกั นำ�้ ได้ 224 ลา้ น เพอ่ื เพิม่ ศักยภาพพืน้ ทีร่ บั น�ำ้ เขื่อนขุนดา่ นปราการชล ลูกบาศกเ์ มตร 4 งานพฒั นาและสง่ เสรมิ อาชพี ประกอบดว้ ยกจิ กรรม 2 งานก่อสร้างระบบส่งน�้ำและระบบระบายน้�ำ ตา่ งๆ ไดแ้ ก่การพฒั นาสง่ เสรมิ อาชพี ในภาคเกษตรและ ส�ำหรบั พืน้ ทีร่ บั ประโยชน์ แบง่ เปน็ นอกภาคเกษตร การแก้ไขปัญหาดนิ เปรย้ี ว การพฒั นา • การก่อสร้างคลองส่งน�้ำฝั่งซ้าย ความยาว 41.44 โครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาและอนุรักษ์ทรัพยากร กิโลเมตร และคลองระบายน้�ำ ความยาว 22.41 ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาการท่องเท่ียว กิโลเมตร รวมท้ังอาคารบังคับน�้ำในคลองส่งน้�ำและ เชงิ นเิ วศน์ และการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ซงึ่ ทำ� ใหเ้ กษตรกร คลองระบายน�ำ้ จ�ำนวน 260 แหง่ กล่มุ เป้าหมายมกี ารรวมกลมุ่ และมีรายได้ดีขนึ้
The Knowledge T 15 5. เรียนรู้การจดั การเกษตร ศนู ยพ์ ัฒนาการเกษตรภูสงิ ห์ อนั เนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ จงั หวัดศรีสะเกษ อำ� เภอภสู งิ ห์ จงั หวดั ศรสี ะเกษ มปี ญั หาเรอื่ งดนิ เปน็ ดาน ประกอบ อาชีพท�ำนาไม่ได้ผล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง จึงทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้สว่ น ราชการตา่ งๆ จดั ตง้ั ศนู ยพ์ ฒั นาการเกษตรแบบเบด็ เสรจ็ (One Stop Service) เพอ่ื ชว่ ยเหลอื ราษฎรในพนื้ ท่ี โดยการใหค้ วามรู้ สนบั สนนุ และแกไ้ ขปญั หาเรอ่ื งดนิ มแี หลง่ นำ�้ สำ� หรบั กนิ และใชอ้ ยา่ งเพยี งพอ พร้อมการส่งเสริมอาชีพ และการอนุรักษ์ป่า ให้คนอยู่ร่วมกับป่า อย่างย่งั ยืน ลักษณะโครงการ / กิจกรรม 1 กิจกรรมพืช 2 กจิ กรรมพฒั นาท่ดี นิ การจัดกิจกรรมแปลงสาธิตการปลูกหม่อนและไม้ผลชนิดต่างๆ การสาธิตและฝึกอบรมด้านการ แปลงสาธติ การปลกู ขา้ วพนั ธข์ุ าวดอกมะลทิ ม่ี ผี ลผลติ ตอ่ ไรส่ งู แปลงสาธติ ทำ� ป๋ยุ หมัก ปุ๋ยอินทรียน์ �้ำ ป๋ยุ พชื สด การปลกู พชื ไรแ่ ซมในแปลงไมผ้ ลเพอื่ เปน็ รายไดเ้ สรมิ รวมถงึ แปลงสาธติ และการปลูกหญา้ แฝก การปลกู พชื ไรห่ ลงั ทำ� นาเพื่อการบำ� รุงรักษาดิน 3 กจิ กรรมปศสุ ตั ว์ 4 กจิ กรรมประมง 5 กิจกรรมปา่ ไม้ การสาธิตการเล้ียงสุกรและ การสาธิตและสนับสนุนความรู้ การสาธิตและสนับสนุนความรู้ เป็ดเทศ และการสนับสนุนพ่อพันธุ์ ด้านการเพาะพันธุ์ปลา และการ ดา้ นการเพาะกลา้ ไม้การปลกู ปา่ และ แม่พันธุ์ให้แก่ชาวบ้านและโรงเรียน เพาะเลยี้ งสตั วน์ �้ำ รวมถึงการปล่อย ปลูกไม้เศรษฐกิจ เช่น หวายและ รอบศนู ย์ฯ พนั ธปุ์ ลาในแหลง่ น้ำ� ธรรมชาติ เพอื่ ไผ่ตง รวมถึงบริการด้านการศึกษา เพิม่ ปรมิ าณสัตว์น้�ำ ดูงานกิจกรรมปา่ ไม้
16 T The Knowledge 6. เรียนรู้ดา้ นการส่งเสรมิ อาชีพ อทุ ยานการอาชีพชยั พัฒนา จงั หวัดนครปฐม จุดเริ่มต้นเกิดจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีแนวพระราชดำ� ริ ที่จะสร้างพ้ืนที่ส่งเสริมความรู้และแหล่งฝกึ อาชีพ ในพ้ืนที่ ต�ำบลบ่อพลับ อ�ำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม เพื่อให้เด็ก เยาวชน และประชาชน สามารถน�ำไปประกอบอาชีพหาเลี้ยงตนเองและ ครอบครัวอย่างสุจริตและพอเพียง พร้อมท้ังขยายผลไปสู่ท้องถ่ิน และชุมชนเพ่ือเพิ่มศักยภาพและเสริมสร้างความเข้มแข็งของ ชุมชน รวมทั้งอนุรักษ์และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถ่ินให้สามารถ น�ำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจของท้องถ่ินและชุมชน อย่างย่งั ยนื ลักษณะโครงการ / กิจกรรม 1 ด้านบริการวชิ าการ 2 ดา้ นบรกิ ารสงั คมและกิจกรรมเชงิ ธรุ กจิ • อาคารฝึกอบรมวิชาชีพระยะส้ัน ส�ำหรับ • หอ้ งสมั มนาและจดั เลย้ี งทท่ี นั สมยั รวมถงึ จัดกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ บุคคลทั่วไปและบุคคล พ้นื ทกี่ ลางแจ้งส�ำหรบั ให้บริการจดั เลีย้ ง ทีข่ าดโอกาสทางการศึกษาในระบบ • รา้ นจำ� หนา่ ยสนิ คา้ ประกอบดว้ ยมนิ มิ ารเ์ กต็ • ห้องสมุดประชาชนสมัยใหม่ เน้นข้อมูล ขายสินค้าสุขภาพในท้องถิ่น ร้านจ�ำหน่ายสินค้า ด้านการประกอบอาชพี จากโครงการในพระราชดำ� ริ สนิ คา้ จากภมู ปิ ญั ญา • หอ้ งปฏบิ ตั กิ าร ทางภาษา และคอมพวิ เตอร์ ทอ้ งถน่ิ สนิ คา้ จากผลติ ผลของผเู้ ขา้ รบั การฝกึ อาชพี • กังหันน้�ำชัยพัฒนา เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้ และตลาดนัดสุขภาพดีที่เปิดพ้ืนที่ให้ชาวบ้าน ด้านการบ�ำบัดน้�ำเสีย และน�ำน�้ำท่ีบ�ำบัดแล้ว น�ำผักผลไมป้ ลอดสารพิษมาจำ� หนา่ ย กลบั มาใชป้ ระโยชน์ในอุทยาน • สวนสาธารณะ สวนสมุนไพร และสระน้�ำ สำ� หรบั พกั ผ่อนหยอ่ นใจ
The Knowledge T 17 7. เรียนรเู้ รอื่ งการส่งเสริมศึกษา โครงการพระดาบส ตงั้ ขนึ้ เมอื่ ปีพ.ศ.2518เพอ่ื สนบั สนนุ ผยู้ ากไรท้ ขี่ าดแคลนทนุ ทรพั ย์ ขาดโอกาสเล่าเรียน ไม่สามารถศึกษาต่อในสถาบันการศึกษา ระดับสงู แตม่ คี วามใฝเ่ รียนเพียรพยายาม เพือ่ ให้เด็กและเยาวชน กลมุ่ นไี้ ด้มีโอกาสฝึกอาชีพ ควบคไู่ ปกบั การฝึกอบรมคณุ ธรรมและ จริยธรรม เพ่ือให้สามารถน�ำไปประกอบสัมมาอาชีพ สร้างตนเอง ช่วยเหลอื ครอบครัว สังคม และประเทศชาตติ อ่ ไป พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่9ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ให้มูลนิธิพระดาบสจัดการเรียนการสอนในรูปแบบการศึกษา นอกระบบและไม่เป็นเชิงพาณิชย์ ผู้เรียนหรือ “ศิษย์พระดาบส” จะไดร้ บั พระมหากรณุ าธคิ ณุ ใหศ้ กึ ษาเลา่ เรยี น โดยไมเ่ สยี คา่ ใชจ้ า่ ย ตลอดระยะเวลา 1 ปี โดยมีเงื่อนไขว่า ให้ปรนนิบัติครูอาจารย์ หรือ “ดาบสอาสา” และปฏิบัติตนเป็นคนดี ต้ังใจศึกษาเล่าเรียน ช่วยเหลอื โรงเรียนเปน็ การตอบแทน ลักษณะโครงการ / กจิ กรรม 1 23 หลักสูตรส�ำหรับศิษย์พระดาบส หลักสูตรส�ำหรับศิษย์พระดาบส โรงเรียนลูกพระดาบส โครงการ (ชาย) สามารถเลือกเรียนได้จาก (หญงิ ) เปดิ สอนหลกั สตู รเคหบรบิ าล อบรมวิชาชีพระยะส้ันส�ำหรับบุคคล 7 หลกั สตู ร ไดแ้ ก่ ชา่ งยนต์ ชา่ งไฟฟา้ เรียนรู้พื้นฐานการดูแลสุขภาพ ทั่วไป รวบรวมองค์ความรู้ส�ำหรับ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ ช่างซ่อมบ�ำรุง เพ่ือดูแลผู้สูงอายุและเด็ก รวมถึง การทำ� มาหากนิ เชน่ หลกั สตู รนำ�้ พรกิ การเกษตรพอเพยี ง ชา่ งไมเ้ ครอื่ งเรอื น หลักสูตรต่อยอด เช่น การนวดเพ่ือ และน้�ำจิ้ม หลักสูตรการท�ำลิปมัน และช่างเช่ือม สขุ ภาพ เปน็ ต้น 45 โครงการพระดาบสสญั จร เปน็ การรว่ มมอื กนั ระหวา่ ง การบรกิ ารตรวจซอ่ ม ใหบ้ รกิ ารตรวจซอ่ มเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ มลู นธิ พิ ระดาบสและหนว่ ยงานในพน้ื ท่ี จดั กจิ กรรมอบรม งานตดิ ตงั้ ไฟฟา้ งานซอ่ มเครอ่ื งยนต์งานซอ่ มรถยนต์ ฯลฯ วิชาชีพระยะส้ัน รวมถึงกิจกรรมอ่ืนๆ เช่น การมอบถุง เพอื่ เพม่ิ พนู ความรู้ความชำ� นาญและประสบการณ์รายได้ และรถเข็นพระราชทานแก่ราษฎรผู้ยากไร้และผู้พิการ จากงานดังกล่าวเก็บรวบรวมไว้และจ่ายให้แก่ผู้เรียน การมอบหนงั สือ และทุนการศึกษาแกน่ ักเรียน เม่ือจบการศกึ ษา เพือ่ เป็นเงินทุนในการประกอบอาชพี
18 o one OF a kind AMPHAWA CHAIPATTANANURAK มโคารจงากกาพรอระันรเานชือ่ ดง�ำริ โครงการอัมพวา ชัยพัฒนานุรักษ์ โดย มูลนิธิชัยพัฒนา เปน็ โครงการสานต่อ ภูมิปัญญาและวิถีชีวิตชาวอัมพวา และ สง่ เสริมการมีส่วนรว่ มของชุมชน D’UN CONCEPT NOUVEAU DE DEVELOPMENT BIODIESEL CHAIPATTANA DE LA THAILANDE ECHO ไบโอดีเซล เปน็ ผลิตภณั ฑ์ มูลนิธิชัยพัฒนา เป็น รางวัลเทิดพระเกียรติคุณ แวว่ เปน็ เพลงพระราชนพิ นธ์ ทไ่ี ดจ้ ากโครงการวจิ ยั และ หนว่ ยงานทรี่ ชั กาลท่ี 9 ทรง สำ� หรบั แนวคดิ ใหมใ่ นการ ล�ำดับที่ 41 ซงึ่ รชั กาลท่ี 9 พัฒนาพลังงานทดแทน จัดต้ังข้ึนเพ่ือสนับสนุน พฒั นาประเทศไทยซง่ึ คณะ ทรงพระราชนิพนธ์ข้ึนใน ตามแนวพระราชดำ� ริซง่ึ นำ� การดำ� เนนิ งานตามโครงการ กรรมการจดั งานบรสั เซลส์ พ.ศ. 2508 และน�ำออก น�้ำมันปาล์มกล่ันบริสุทธิ์ อนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� ริ ยเู รกา ทลู เกล้าฯ ถวายแด่ บรรเลงครั้งแรกในงาน มาใช้เป็นเชื้อเพลิงของ และโครงการพฒั นาอ่ืนๆ รชั กาลที่ 9 ในปี พ.ศ. 2544 สงั คตี มงคล ครงั้ ท่ี 1 ในปี เครอื่ งยนต์ดีเซล พ.ศ. 2509 HIGHLAND FOREST RESEARCH AND INTHANON THE REHABILITATION AND GRAND PRIX DEVELOPMENT ROYAL AGRICULTURAL DEVELOPMENT THEORY INTERNATIONAL INSTITUTE STATION รชั กาลท่ี9ทรงพระราชทาน รางวลั ผลงานประดษิ ฐด์ เี ดน่ สถาบันวิจัยและพัฒนา สถานเี กษตรหลวงอนิ ทนนท์ แนวทฤษฎแี ละปรชั ญาดา้ น สูงสุด ซ่ึงคณะกรรมการ พื้นทสี่ ูง (องคก์ ารมหาชน) ตงั้ ขนึ้ ในปี พ.ศ. 2522 เพอื่ ปา่ ไมท้ ส่ี ำ� คญั ไดแ้ ก่ การปลกู จัดงานบรัสเซลส์ ยูเรกา จัดต้ังข้ึนเพ่ือสนับสนุน ช่วยเหลือชาวเขาให้มีที่ ตน้ ไมใ้ นใจคน การปลกู ปา่ ทลู เกลา้ ฯ ถวาย ในปี พ.ศ. งานวจิ ยั และพฒั นางานของ ท�ำกินเป็นหลักแหล่ง โดย โดยไมต่ อ้ งปลกู การปลกู ปา่ 2543 เพอ่ื เชดิ ชพู ระเกยี รติ โครงการหลวง รวมถึงการ จัดต้ังเป็นสถานีวิจัยด้าน ทดแทน เป็นตน้ ส�ำหรับผลงาน “กังหันน้�ำ สรา้ งนวตั กรรมทเี่ หมาะกบั ไม้ดอกไม้ประดับและ ชัยพัฒนา” ชมุ ชนบนพนื้ ที่สงู พชื ผักไมผ้ ลเมอื งหนาว JAZZ KAEM LING PROJECT LANDLESS FARMER MANGROVE FOREST รชั กาลที่9ทรงเครอ่ื งดนตรี โครงการแกม้ ลงิ เปน็ แนว รชั กาลที่9ทรงมพี ระราชดำ� ริ หน่ึงในแนวพระราชด�ำริ ได้หลายชนิด ท้ังประเภท พระราชดำ� รใิ นการแกป้ ญั หา เรื่องการปฏิรูปท่ีดินให้แก่ ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟู เคร่ืองเปา่ เปยี โน กีตาร์ นำ�้ ทว่ มมแี นวคดิ จากการที่ เกษตรกรผู้ไร้ท่ีท�ำกิน ระบบนิเวศน์ชายฝั่งทะเล ทรงจัดต้ังวงดนตรีส่วน ลงิ อมกลว้ ยไวใ้ นกระพงุ้ แกม้ พร้อมจัดบริการพื้นฐาน และอา่ วไทยคอื การปลกู ปา่ พระองค์และจัดแสดง ทลี ะมากๆนำ� มาสกู่ ารจดั หา ตามความเหมาะสม เพื่อ ชายเลน ซ่ึงช่วยป้องกัน ดนตรีแจ๊ส ณ พระท่ีน่ัง แหลง่ พกั นำ้� กอ่ นระบายออก ใหร้ าษฎรมที ท่ี ำ� กนิ เปน็ หลกั การกัดเซาะชายฝั่ง และ อมั พรสถาน ทกุ เยน็ วนั ศกุ ร์ ในภายหลงั แหลง่ โดยไมต่ อ้ งทำ� ลายปา่ เปน็ แหลง่ อาศยั ของสตั วน์ ำ�้
one Of a kind O 19 NEW THEORY ทฤษฎีใหม่ เป็นแนวพระราชด�ำริเกี่ยวกับการบริหาร จัดการท่ีดินและน�้ำเพ่ือการเกษตรในที่ดินขนาดเล็ก ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ตลอดทั้งปี OCCUPATION PROMOTION PROJECT PHUFA QUININE RAMA VIII BRIDGE โครงการสง่ เสรมิ อาชพี ตาม ร้านภูฟ้า จัดตั้งข้ึนตาม ควินิน เป็นตัวยาท่ีได้จาก โครงการสะพานพระราม 8 พระราชดำ� ริเพอ่ื ใหป้ ระชาชน พระราชด�ำริ สมเด็ จ เปลอื กตน้ ซงิ โคนาใชร้ กั ษา เปน็ หนง่ึ ในโครงการจตรุ ทศิ มคี วามรไู้ ปประกอบอาชพี พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ ฯ เพอ่ื โรคมาลาเรีย จึงเป็นหน่ึง ของรัชกาลท่ี 9 ท่ีทรงมี สรา้ งรายไดแ้ กค่ รอบครวั และ สนับสนุนการจ�ำหน่าย ในพืชส�ำคัญในโครงการ พระราชดำ� รใิ หส้ รา้ งสะพาน พง่ึ ตนเองได้ เช่น โครงการ ผลิตภัณฑ์ของโครงการ พระราชด�ำริเกี่ยวกับการ ข้ามแม่น�้ำเจ้าพระยา เพื่อ ศลิ ปาชีพพเิ ศษ ส่งเสริมอาชีพตามพระ ศึกษาพัฒนาและอนุรักษ์ แกป้ ญั หาจราจรในกรงุ เทพ ราชดำ� ริฯ สมุนไพร มหานคร SOIL AGGRAVATION UNDER THE ROYAL PROJECT TELEFOOD MEDAL PATRONAGE VETIVER GRASS โครงการแกลง้ ดนิ เปน็ แนว เหรยี ญเทเลฟดู เปน็ รางวลั ท่ี ในพระบรมราชูปถัมภ์ หญา้ แฝก เปน็ พชื ทรี่ ชั กาล พระราชดำ� รเิ พอื่ แกป้ ญั หา องคก์ ารอาหารและเกษตร หมายถงึ องคก์ รท่ีพระบาท ที่ 9 ทรงมีพระราชด�ำริให้ ดินเป็นกรดจัด ด้วยการ แหง่ สหประชาชาติทลู เกลา้ ฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง น�ำมาใช้ในการอนุรักษ์ แกลง้ ดนิ ใหเ้ ปรยี้ วจนถงึ จดุ ถวายแดร่ ชั กาลท่ี9ในฐานะ ให้การอุปถัมภ์ในด้าน ดินและน้�ำ ป้องกันการ ท่ีพืชไม่สามารถเติบโตได้ ท่ีทรงช่วยยกระดับความ ต่างๆ เช่น พระราชทาน ชะลา้ งพงั ทลายของหนา้ ดนิ ก่อนปรับปรุงดินให้เหมาะ เปน็ อย่ขู องเกษตรกร และ ทนุ ทรพั ยส์ ว่ นพระองค์หรอื และช่วยในการปรับปรุง แกก่ ารปลกู พืชตอ่ ไป สรา้ งความมน่ั คงดา้ นอาหาร ใหค้ �ำชีแ้ นะ สภาพแวดลอ้ ม XYLOCARPUS ZERO WASTE WORLD SOIL DAY RUMPHII YUGOSLAVIA HUNDRED USED วันดินโลก ตรงกับวันที่ 5 ต้นตะบัน เป็นไม้ชายเลน ถ้วยรางวัลยูโกสลาเวีย ก า ร น� ำ วั ส ดุ เ ห ลื อ ใ ช ้ ธนั วาคมของทกุ ปี เพอื่ เทดิ หายากที่ศูนย์ศึกษาการ เพื่อเป็นรางวัลสรรเสริญ กลับมาใช้ประโยชน์ เป็น พระเกียรติรัชกาลท่ี 9 ท่ี พัฒนาอ่าวคุ้งกระเบนฯ พระอัจฉริยภาพด้าน แนวเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ น�ำมาปลูกตามแนวคลอง การประดิษฐ์ ซึ่งสหพันธ์ ใหมท่ ่มี มี ลู คา่ เกี่ยวกับการพัฒนาดินมา ปา่ ชายเลนอา่ วคงุ้ กระเบน สาธารณรัฐยูโกสลาเวีย อยา่ งตอ่ เนอ่ื งยาวนาน จ�ำนวน 1,167 ต้น เป็น ทูลเกล้าฯ ถวายในงาน ระยะทาง 4.7 กโิ ลเมตร บรสั เซลส์ยเู รกาพ.ศ.2543
20 N next SCAN QR CODE เพื่อรับฟง Audio Text นวัตกรรมจากโครงการพระราชด�ำริ เพ่ือประโยชนข์ องชุมชน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริของ พระบาท ชีวิตและวิถีชุมชน หลังจากน้ันจึงสามารถน�ำทรัพยากร สมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช ท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รวมท้ังสร้างมูลค่า มหาราช บรมนาถบพิตร ตลอดเวลาหลายทศวรรษ ทางเศรษฐกิจ ส่งเสริมอาชีพ และสร้างรายได้ให้ ทผ่ี า่ นมา มบี ทบาทอยา่ งมากในการยกระดบั และพฒั นา หมุนเวียนภายในชุมชน นำ� ไปสูค่ วามย่งั ยนื ในอนาคต คุณภาพชีวิตประชาชนชาวไทยในพ้ืนท่ีห่างไกล ท้ังยัง ในขณะทอี่ กี หลายโครงการจะเปน็ การนำ� องคค์ วามรู้ ก่อให้เกิดการบูรณาการความรู้ของหลายภาคส่วน และนวัตกรรมเข้ามาช่วยจัดระเบียบชุมชน โดย โดยความร่วมมือของเจ้าหน้าท่ีหน่วยงานราชการ กระบวนการเหล่านี้จ�ำเป็นต้องอาศัยการจัดการความรู้ หน่วยงานเอกชน นักวิชาการ ผนู้ ำ� ชุมชน และชาวบ้าน ทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพ ประยกุ ตใ์ หเ้ ขา้ กบั แนวคดิ กระบวนการ เพ่อื น้อมน�ำพระราชด�ำริมาประยุกต์ใชใ้ นแตล่ ะชุมชน หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่อันสืบเน่ืองมาจากโครงการ หลักการส�ำคัญของหลายๆ โครงการ ตั้งต้นจาก พระราชด�ำริ ซง่ึ นอกจากองคค์ วามรู้ใหมๆ่ จะก่อให้เกดิ การศึกษาสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ เพื่อให้เข้าใจ นวตั กรรมลำ้� สมยั ทช่ี ว่ ยแกป้ ญั หาเชงิ คณุ ภาพชวี ติ ไดแ้ ลว้ ถงึ สภาพปญั หาและสภาพแวดลอ้ มในพืน้ ท่ี โดยเรียนรู้ ยงั สามารถนำ� มาใชบ้ รู ณาการเพอ่ื จดั การเรยี นรใู้ นสาขา ทจี่ ะพลกิ ฟน้ื คณุ ภาพปา่ ไมแ้ ละนำ�้ ซงึ่ เปน็ ตน้ กำ� เนดิ ของ อาชพี ต่างๆ ได้อีกดว้ ย
next N 21 ตวั อยา่ งนวตั กรรมจากโครงการพระราชดำ� ริท่ีน�ำไปสู่การเรยี นร้เู พื่อแกป้ ัญหาต่างๆ ไดแ้ ก่ ฝนหลวง ประตูระบายน�้ำ คลองลัดโพธิ์ วุ้นชุ่มคอ กงั หันนำ้� ไบโอดเี ซล ชยั พฒั นา กงั หันน�้ำชัยพัฒนา กงั หนั นำ้� ชยั พฒั นาถกู สรา้ งขนึ้ เพอื่ การแกไ้ ขปญั หา นวตั กรรม : เครอ่ื งกลเติมอากาศทผี่ ิวน�้ำหมนุ ช้า นำ้� เสยี ของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หวั รัชกาลท่ี 9 แบบทนุ่ ลอย คือสามารถลอยขึ้นและลงได้เองตาม มลี กั ษณะเปน็ โครงกงั หนั นำ้� รปู ทรง12เหลยี่ มซงึ่ พฒั นา ระดับนำ้� รอบโครงกงั หนั นำ�้ ตดิ ตงั้ ซองบรรจนุ ำ�้ แตล่ ะซอง มาจาก “หลกุ ” หรือกังหันวดิ น้�ำทที่ ำ� มาจากไม้ไผ่ของ มีรูพรุนให้น�้ำไหลผ่านได้โดยมีมอเตอร์ท�ำหน้าท่ี ชาวเหนือ น�ำมาออกแบบต่อยอดให้เป็นเครื่องกล หมุนซองน้�ำให้วิดน�้ำเป็นฝอยเหนือผิวน้�ำส่งผลให้ เติมอากาศในรูปแบบกังหัน เพ่ือใช้บ�ำบัดน�้ำเสีย ออกซิเจนในอากาศละลายเข้าไปในน้�ำได้ดีข้ึน และ ดว้ ยการเตมิ ออกซเิ จนลงไปในนำ�้ และไดม้ กี ารจดสทิ ธบิ ตั ร ท�ำให้จุลินทรีย์ย่อยสลายสิ่งสกปรกในน้�ำไดอ้ ยา่ งมี จากกรมทรพั ยส์ ินทางปัญญา ในปี พ.ศ. 2536 นบั ว่า ประสทิ ธภิ าพ จงึ ชว่ ยบ�ำบัดน�้ำเสยี ให้กลายเปน็ น้�ำดี เป็นสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกของไทย และครั้งแรกของโลก รวมถึง ประโยชน์ต่อชุมชน : ช่วยให้สภาพแวดล้อม ได้รับรางวัลเหรียญทองจากงานบรัสเซลส์ ยูเรกา ในชุมชนดีข้ึนชาวบ้านมีแหล่งน�้ำสะอาดไว้ใช้อุปโภค (Brussels Eureka 2000) บรโิ ภค ระบบนเิ วศน์กลบั มาสมบูรณ์
22 N next ท่ีมา: https://siamrath.co.th/n/85524 ฝนหลวง โครงการพระราชดำ� รฝิ นหลวงเกดิ ขน้ึ จากพระราชดำ� ริ นวัตกรรม : การดัดแปลงสภาพอากาศให้เกิดฝน สว่ นพระองค์ในพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรฯ โดยอาศยั เทคโนโลยี ซง่ึ มี 3 ขน้ั ตอน คือ รชั กาลท่ี 9 เมอ่ื คราวเสดจ็ พระราชดำ� เนนิ เยยี่ มราษฎร เพอื่ แกป้ ญั หาความแหง้ แลง้ ราษฎรขาดแคลนนำ�้ จงึ ทรงมี 1 ใชส้ ารเคมกี ระตนุ้ มวลอากาศทางดา้ นเหนอื ลม พระราชดำ� รวิ า่ จะทรงคน้ หาวธิ กี ารทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กดิ ฝนตก ของพ้นื ท่เี ปา้ หมายให้ลอยตวั ข้ึนสเู่ บ้อื งบน รวมตัวกัน นอกเหนอื จากฝนตามธรรมชาติ โดยการนำ� องคค์ วามรู้ เปน็ กลมุ่ ก้อนเมฆฝน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประยุกต์เข้ากับ ทรัพยากรท่ีมอี ยู่ เพ่ือสร้างฝนเทยี ม 2 โปรยสารเคมฝี นหลวงไปทกี่ ลมุ่ กอ้ นเมฆ เพอ่ื ให้ กอ้ นเมฆขยายตัว และมคี วามหนาแน่นมาก 3 โปรยสารเคมีประเภทดูดความร้อน เพื่อชักน�ำ ใหเ้ มฆกลนั่ ตวั เปน็ ฝนและตกในบรเิ วณพนื้ ทเี่ ปา้ หมาย ประโยชน์ต่อชุมชน : แก้ปัญหาความแห้งแล้ง ฝนไม่ตกตามฤดูกาล ขยายผลไปสู่การบรรเทาความ เดอื ดรอ้ นจากภาวะสง่ิ แวดลอ้ มเปน็ พษิ ชว่ ยใหป้ ระชาชน มีน�้ำอุปโภคบริโภค ช่วยแก้ไขปัญหาคุณภาพน�้ำ เพม่ิ ปรมิ าณนำ้� ในเขอ่ื นเพอ่ื ผลติ กระแสไฟฟา้ ไบโอดีเซล ปาลม์ ถอื เปน็ พชื ทใี่ หน้ ำ้� มนั ในปรมิ าณมาก คนไทย นวตั กรรม : นำ้� มนั ปาลม์ บรสิ ทุ ธิ์ 100% ทสี่ ามารถ มักน�ำมาสกัดเป็นน�้ำมันปาล์มเพ่ือประกอบอาหาร ใช้เป็นเชื้อเพลิงส�ำหรับเคร่ืองยนต์ดีเซลชนิดสูบเดียว ทำ� ใหม้ กี ารปลกู กนั มากจนเกดิ ปญั หาปาลม์ ลน้ ตลาด รอบเครอื่ งยนตค์ งที่เชน่ รถไถนาเดนิ ตามรถอแี ตน๋ และ ขณะทร่ี าคานำ�้ มนั พงุ่ สงู ขน้ึ อยา่ งมาก พระบาทสมเด็จ เคร่ืองสูบน�้ำได้โดยไม่ต้องผสมกับน้�ำมันเชื้อเพลิงอื่น พระบรมชนกาธเิ บศรฯ รชั กาลที่ 9 จงึ ทรงมพี ระราชดำ� ริ ส่วนน้�ำมันไบโอดีเซลชนิดที่ใช้น้�ำมันปาล์มผสมกับ ให้เร่ิมการทดลองน�ำน�้ำมันปาล์มมาใช้เป็นเชื้อเพลิง น้�ำมันดีเซลสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงส�ำหรับรถยนต์ ส�ำหรับเครื่องยนต์ดีเซล หรือที่เรียกว่า “ไบโอดีเซล” บางรุ่นได้ เพ่ือแก้ปัญหาขาดแคลนเชื้อเพลิง โดยเร่ิมสร้าง โรงงานสกัดน�้ำมันปาล์มบริสุทธ์ิในจังหวัดนราธิวาส ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน : ชว่ ยแกป้ ญั หาผลผลติ ปาลม์ และโรงงานสกัดน้�ำมันปาล์มทดลองในจังหวัดกระบี่ ล้นตลาดและราคาตกต่�ำ ใช้เป็นพลังงานทดแทน เพอ่ื ศกึ ษาและผลติ ไบโอดเี ซลอย่างครบวงจร ท่ีช่วยลดการน�ำเข้าเช้ือเพลิง นอกจากน้ี กลีเซอรอล ท่ีได้จากขั้นตอนการผลิตไบโอดีเซลยังสามารถน�ำมา สงั เคราะหใ์ ช้เปน็ ส่วนผสมในเคร่อื งส�ำอางได้อกี ด้วย
next N 23 โแท่ีพนม ์ิธะา:ัอน�นำwเท่ัwน่ืวอwไ.งrปม-dาcpจ2bา.6ก7g/oโพ.tรคะhร/รง-TกvHา/7ร8Rป3eร4cะoตูรmะmบeาnยd/น�้ ้ขำอคมูลลองลัด ประตรู ะบายนำ้� คลองลดั โพธ์ิ คลองลดั โพธิ์ ตงั้ อยใู่ น อำ� เภอพระประแดง จงั หวดั นวตั กรรม:การขดุ ขยายคลองจากเดมิ ทม่ี คี วามกวา้ ง สมทุ รปราการเดมิ มสี ภาพตน้ื เขนิ การระบายนำ�้ เปน็ ไป 12 เมตร เป็น 65 เมตร ยาว 600 เมตร รวมท้ังก่อสรา้ ง อยา่ งลา่ ชา้ เมอื่ ฝนตกหนกั จงึ ทำ� ใหเ้ กดิ ปญั หานำ้� ทว่ มขงั ประตูระบายนำ�้ บริเวณตน้ คลองดา้ นทิศเหนือ ในชว่ ง ในพน้ื ทก่ี รงุ เทพมหานครและปรมิ ณฑลพระบาทสมเดจ็ ฤดแู ลง้ จะปดิ บานประตู เพอื่ ปอ้ งกนั นำ�้ ทะเลไหลกลบั พระบรมชนกาธเิ บศรฯ รชั กาลที่ 9 จงึ ทรงมพี ระราชดำ� ริ เขา้ แมน่ ำ้� เจา้ พระยา เมื่อน�้ำทะเลก�ำลังลงจะเปิดบาน ใหป้ รบั ปรงุ คลองลดั โพธใ์ิ หส้ ามารถรองรบั ปรมิ าณนำ�้ เพอ่ื ระบายนำ้� ออกจากคลอง และปดิ บานเมอ่ื นำ้� ทะเล ได้มากขึ้น และใช้เป็นทางลัดในการระบายน�้ำเหนือ ก�ำลงั ขน้ึ ออกสู่ทะเล เนื่องจากมีระยะทางสั้นเพียง 600 เมตร จึงช่วยระบายน�ำ้ ไดเ้ รว็ ประโยชนต์ อ่ ชมุ ชน : ร่นระยะทางการระบายน�ำ้ ของแมน่ ำ�้ เจา้ พระยาจาก 18 กโิ ลเมตร เหลอื 600 เมตร และลดเวลาจาก 5 ชวั่ โมง เหลอื เพยี ง 10 นาที สามารถ ระบายน้�ำสูงสุดเฉล่ีย 45-50 ล้านลูกบาศก์เมตร/วัน จึงช่วยแก้ปัญหาน�้ำท่วมขังให้สามารถระบายได้ เรว็ ขนึ้ ปจั จบุ นั ยงั มกี ารศกึ ษาตอ่ ยอดเรอ่ื งกงั หนั ไฟฟา้ พลงั งานนำ�้ เพอื่ พัฒนาศักยภาพด้านการผลิตกระแส ไฟฟา้ ในประเทศ ่ทีมา: www.sanook.com/health/5157/ วนุ้ ชุม่ ปาก ปัญหาน้�ำลายแห้งในผู้สูงอายุ ผู้ปว่ ยโรคมะเร็ง นวตั กรรม : วนุ้ ใสเหมอื นเจล มคี ณุ สมบตั ใิ กลเ้ คยี ง ชอ่ งปาก ผู้ปว่ ยโรคเบาหวาน ทำ� ใหผ้ ปู้ ว่ ยรบั ประทาน กบั นำ้� ลายตามธรรมชาติ เพราะมคี า่ ความเปน็ กรด-ดา่ ง อาหารไม่ได้ มูลนิธิทันตนวัตกรรม ในพระบรม (pH) ท่ีเป็นกลาง สามารถปรับสมดุลของช่องปาก ราชปู ถมั ภ์ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั รชั กาลท่ี 9 ให้เป็นกลางโดยไม่ก่อให้เกิดการละลายของผิวฟัน จงึ ดำ� เนนิ โครงการวจิ ยั และพฒั นาผลติ ภณั ฑน์ วตั กรรม สามารถกลืนเพื่อให้ความชุ่มช้ืนในล�ำคอได้ มีต้นทุน น�้ำลายเทียมชนิดเจล หรือเรียกว่า “วุ้นชุ่มปาก” ตำ่� เพียง 20 บาทตอ่ 1 หลอด หรอื 60 ซซี ี เพ่ือช่วยให้ผู้ท่ีมีภาวะปากแห้งน�้ำลายน้อยได้ มคี ุณภาพชวี ติ ทีด่ ีข้นึ ประโยชน์ต่อชุมชน : เปน็ การสืบสานแนว พระราชดำ� รดิ า้ นทนั ตสาธารณสขุ ของ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลท่ี 9 ในด้านการวิจัย พัฒนา และคิดค้นนวัตกรรม วัสดุ อุปกรณ์ที่มีราคาถูกแต่มี ประสทิ ธภิ าพสงู เพอ่ื ใหค้ นไทยทกุ คนสามารถเขา้ ถงึ ยา และการรกั ษาพยาบาล
24 D DIGITONOMY เปดิ ขอ้ มูลตัวเลขธุรกจิ วิสาหกจิ ชุมชน (COMMUNITY ENTERPRISE) วิสาหกิจชมุ ชนและเครือขา่ ยวิสาหกจิ ชุมชนทว่ั ประเทศ วสิ าหกิจชุมชน *ที่จดทะเบียนแลว้ คอื กิจการของชมุ ชน ดำ� เนินการโดยคน เครอื ขา่ ยวสิ าหกจิ ชมุ ชน ในชุมชน เพอ่ื สรา้ ง คือ คณะบุคคลที่ รายได้ให้ชุมชน ดำ� เนนิ งานเพอ่ื ประโยชน์ ของวิสาหกิจชมุ ชน 93,130 ในเครอื ขา่ ย แห่ง 563 เครอื ขา่ ย 1จ,ำ�5น7วน8ส,ม3าช7กิ 6 จ1�ำ น2ว,น9สม6า3ชกิ ราย ราย 4,034 3 อันดบั กลมุ่ กจิ การบริการ แหง่ วเคิสราอืหขกา่ิจยชวมุ ิสชานหกจิ ชุมชน 31 1,983 1,529 ชุ่ทหีมมมชาา:ยนเตกหาา ุตร:มโป ้ขครอระงมู ุชกลมาชี้รณแปรัวจะงนจ�ก่ีทำา9ร ีป �ดงพำบฤเศนิปรจินะกงมาาายนน่สณง2เพ5.ส6ริศ.3ม2ิว5ส6า4ห ิกจ แหง่ แหง่ 22 เครือขา่ ย 33 เครอื ข่าย เครอื ขา่ ย ออชมมุ ทชรนพั ย์ รชา้ ุมนชคนา้ ท่องเทย่ี ว
DIGITONOMY D 25 5 จังหวัดท่ีมกี ารจดทะเบยี นวิสาหกิจชมุ ชนสงู สุด 5,165 4,185 3,949 แห่ง แห่ง แหง่ 3,587 3,427 แหง่ แหง่ รอ้ ยเอ็ด ศรสี ะเกษ มหาสารคาม ขอนแก่น บรุ ีรมั ย์ 5 อันดับ กลมุ่ กิจการผลิตสินค้า การผลิตพืช 37% 32,902 แห่ง การผลิตปศสุ ัตว์ 39% 231 เครือข่าย การแปรรูป 30% 27,245 แหง่ และผลติ ภัณฑอ์ าหาร 25% 149 เครอื ข่าย การผลิตปัจจยั การผลิต 14% 12,716 แหง่ ผลิตภณั ฑ์ 18% 109 เครือข่าย ผ้าทอ/เสอ้ื ผา้ 10% 9,223 แห่ง ทชหมุมม่ี ชาานย: เตกหาาตมร:ุปโขครอ้ ระมงชกลูมุ าชณรปแี้ วจระนังจกทำ�า่ี 9รปดพงี ำ�บฤเปศนจรนิ ะกิงมาาายนณนสง่ 2พเ5ส.6ศร3มิ. 2ว5สิ 6า4หกจิ 11% 63 เครอื ขา่ ย วสิ าหกจิ ชุมชน 9% 8,213 แหง่ เครือขา่ ยวิสาหกจิ ชมุ ชน 7% 44 เครือขา่ ย
26 WDI DIGITONOMY ประเภทสนิ ค้าและ1บ0รอิกันารดจับากวสิ าหกิจชุมชน 2 3 ผลิตภณั ฑ์ การผลติ พืช ผ้าทอ/เส้อื ผา้ 1 1,266 994 4 การแปรรูปและ ชนิด ชนิด เครื่องจกั สาน ผลิตภัณฑอ์ าหาร 583 3,213 ชนดิ ชนิด 138ชนดิ 8,647 ชนิดจำ� นวนทลี่ งทะเบียน 542 5 10 ในระบบสารสนเทศวิสาหกิจชุมชน การผลติ เคร่ืองไม้/ กองสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ชมุ ชน ชนดิ สนิ ค้าอนื่ ๆ เฟอรน์ ิเจอร์ 179 กรมสง่ เสริมการเกษตร ชนิด 516 ชนิด 190 224 Rosemary ชนิด ชนดิ Pure Essential Oil 9 6 การผลติ ผลติ ภณั ฑ์ ปจั จัยการผลติ 7 สมุนไพร 8 เคร่ืองดืม่ การผลติ ปศุสัตว์ ท่มี า: ระบบสารสนเทศวิสาหกิจชมุ ชน กองส่งเสรมิ วิสาหกจิ ชมุ ชน
DIGITONOMY D 27 รายได้ของวิสาหกิจชุมชน* 109,000วิสราาหยกไดิจชเ้ ฉมุ ลช่ียนตตอ่ อ่ ปี บาท 7,356และเครือข่ายวสิ าหกิจชุมชน ล้านบาท ทม่ี า: www.sceb.doae.go.th/ *(1 มกราคม - 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562) พัฒ3 นโคารศงักกยาภรแาลพะวงิสบาปหรกะมิจาชณมุ ชน กองส่งเสรมิ วิสาหกจิ ชมุ ชน กรมส่งเสรมิ การเกษตร พ.ศ. 2564 26,989,200โครงแกลาะรผยปู้ใกนรรกะะกาดรอบั ผบศลกักติายรสภ/ินาวคพสิ ้าาเชกหมุ ษกชตจินรชกุมรชรนุ่นใหม่ 9,436,700โครงการพสนิัฒคน้าาแคลุณะบภรกิาพารมาตรฐาน บาท บาท 3,568,800โครงทก่อางรเสท่ง่ยี เวสวรถิิมเีแกลษะพตรฒั นา ทีม่ า: www.sceb.doae.go.th/ บาท SCAN QR CODE เพอ่ื รับชม GIF
28 D DECODE ความเป็นมา : พ้ืนท่ีต�ำบลเขาหินซ้อน อ�ำเภอ พนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา มีสภาพเส่ือมโทรม 1 ขาดความอุดมสมบูรณ์จากการปลูกมันส�ำปะหลัง ติดตอ่ กนั เปน็ เวลานาน จงึ ทรงมพี ระราชดำ� ริใหจ้ ัดต้ัง ศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาเขาหนิ ซอ้ น ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาเพอื่ เปน็ แหลง่ ศกึ ษาทดลองและ อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ พฒั นาการปรบั ปรงุ พน้ื ทดี่ นิ ทรายจดั เพอื่ การเกษตรกรรม จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จุดเด่น กอ่ ตัง้ เป็นศูนย์บรกิ ารความรู้ด้านการเกษตร 2พ5.2ศ2. เปน็ ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาฯ ตน้ แบบ ด้านอาชพี สรา้ งระบบอนรุ กั ษด์ นิ และนำ้� เพอ่ื พฒั นาปรบั ปรงุ 2 พืน้ ทีด่ ินทราย ปลกู หญา้ แฝกปอ้ งกนั การชะลา้ งพงั ทลายของดนิ ศนู ย์ศึกษาการพฒั นาห้วยทราย จัดสรา้ งแหลง่ กกั เก็บน้ำ� ไว้ใช้ในฤดูแลง้ อันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริ จังหวัดเพชรบุรี 3 ก่อตง้ั ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาอา่ วคุ้งกระเบน พ.ศ. อันเนอ่ื งมาจากพระราชด�ำริ 2526 จังหวัดจันทบรุ ี กพ่อ.ตศ้งั. 2525 ความเปน็ มา:ปญั หาการบกุ รกุ แผว้ ถางปา่ การเกษตร ความเป็นมา : ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระ ผดิ วธิ ีและการใชส้ ารเคมีทำ� ใหค้ วามสมดลุ ทางธรรมชาติ ราชดำ� รใิ หพ้ ลกิ ฟน้ื พน้ื ทป่ี า่ สงวนเสอื่ มโทรมในจงั หวดั ในพน้ื ทจ่ี งั หวดั เพชรบรุ แี ละจงั หวดั ใกลเ้ คยี งถกู ทำ� ลาย จันทบุรีให้เป็นศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ เพื่อจัดท�ำ เกดิ ภาวะฝนทงิ้ ชว่ ง จงึ ทรงมพี ระราชดำ� รใิ หพ้ ฒั นาพน้ื ที่ โครงการพัฒนาอาชีพประมงและการเกษตรในเขต เปน็ ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาเพอื่ ฟน้ื ฟสู ภาพแวดลอ้ มดว้ ย ท่ีดินชายฝั่งทะเลจันทบุรี โดยให้หน่วยงานต่างๆ การปลกู ปา่ สรา้ งแหลง่ นำ�้ ควบคไู่ ปกบั การพฒั นาอาชพี เขา้ ไปใหค้ วามรู้แกป่ ระชาชนในการประกอบอาชพี จุดเดน่ จุดเด่น แก้ปัญหาด้วยการปลูกปา่ ทดแทนเพื่อฟื้นฟู เกดิ การมสี ว่ นรว่ มในการวางแผนจดั การทรพั ยากร สภาพแวดล้อม อย่างยั่งยนื ในทุกภาคส่วน สนบั สนนุ ใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ มในการรกั ษาปา่ ไม้ สง่ เสรมิ การเพาะเลย้ี งสตั ว์น�ำ้ ใหแ้ กเ่ กษตรกร ศึกษาการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกเพื่อการอนุรักษ์ พฒั นาการประมงและการเลี้ยงสตั วน์ �้ำชายฝงั่ ดินและน�ำ้ อนรุ กั ษท์ รพั ยากรธรรมชาตแิ ละทรพั ยากรทอ้ งถน่ิ ศึกษาทดลองการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ไม้ เป็นศูนย์สาธิตการเพาะเล้ียงสัตว์น้�ำและการท�ำ เพอ่ื ส่งเสรมิ อาชพี ฟาร์มทะเล พฒั นาสง่ เสรมิ การเลยี้ งโคนมสรา้ งรายไดใ้ หป้ ระชาชน
29 D DECODE ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนา อันเนือ่ งมาจากพระราชด�ำริกบั 6 แนวทางพฒั นาชมุ ชนที่ยั่งยืน ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ท้ัง 6 ศูนย์ กระจายตัวอยู่ตามภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ ท�ำหน้าที่เป็น “พิพิธภัณฑ์ ธรรมชาติท่ีมีชีวิต” เปิดให้เข้ามาศึกษาดูงาน สัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน แลกเปลี่ยนความรู้ซ่ึงกันและกัน ขณะเดียวกันวิธีการด�ำเนินงานก็สามารถขยายผลไปสู่ชาวบ้านในพื้นที่ให้สามารถมีแนวทางปฏิบัติในการ ด�ำเนินชวี ิตและประกอบอาชพี อย่างยง่ั ยืน โดยแต่ละศูนย์มภี ารกจิ แตกตา่ งกัน ดงั น้ี 5 4 ศูนยศ์ ึกษาการพฒั นา ศูนย์ศึกษาการพฒั นา หว้ ยฮ่องไครอ้ ันเนอ่ื ง มาจากพระราชด�ำริ ภูพานอนั เนอื่ ง มาจากพระราชด�ำริ จงั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวัดสกลนคร 1 3 ศูนย์ศึกษาการพฒั นา ศูนย์ศึกษาการพฒั นา เขาหินซอ้ นอนั เนอื่ ง อา่ วคงุ้ กระเบนอนั เน่ือง มาจากพระราชด�ำริ มาจากพระราชด�ำริ จังหวดั ฉะเชงิ เทรา จงั หวดั จันทบรุ ี 2 ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาอนั เนอ่ื งมาจาก ศนู ย์ศึกษาการพัฒนา พระราชด�ำริทั้ง 6 แห่ง ด�ำเนนิ งานผา่ น รูปแบบการศึกษา ทดลอง และวิจัย หว้ ยทรายอันเนื่อง เพอ่ื ขยายผลไปสกู่ ารพฒั นาทเ่ี หมาะสม มาจากพระราชด�ำริ กับสภาพแวดล้อมในแต่ละภูมิภาค โดยการใหค้ วามสำ� คญั กบั “ดนิ ” และ จงั หวดั เพชรบรุ ี “นำ้� ” ซ่งึ เปน็ รากฐานของการด�ำรงชวี ิต และการประกอบอาชพี ผสมผสานกับ 6 การจดั การความรเู้ พอื่ ใหส้ ามารถสง่ ตอ่ ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนา องคค์ วามรู้ ภมู ิปญั หา และการพัฒนา ทย่ี ่ังยืน พิกลุ ทองอันเน่อื ง มาจากพระราชด�ำริ ทีม่ า: www.rdpb.go.th จังหวัดนราธิวาส
DECODE D 30 4 ความเปน็ มา : ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ของไทย มีปัญหาภัยแล้ง แหล่งน�้ำไม่เพียงพอ พ้ืนดินขาด ศูนย์ศกึ ษาการพัฒนาภพู าน แรธ่ าตุ สง่ ผลกระทบตอ่ การเพาะปลกู จงึ ทรงคดั เลอื ก อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริ พ้ืนท่ี ในอ�ำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ให้เป็นแบบ จังหวดั สกลนคร จ�ำลองเพื่อศึกษาปัญหาดินและน�้ำของภูมิภาคน้ี ควบคู่ไปกับการพัฒนาเกษตรกรรมที่เหมาะสมเพื่อ ก่อตงั้ พฒั นาอาชพี ของประชาชน 2พ5.2ศ5. จุดเดน่ 5 เป็นตน้ แบบเพ่ือศกึ ษาและพัฒนาแกด่ ินและน้ำ� จัดหลักสูตรฝึกอบรมการพัฒนาอาชีพ ท้ังด้าน ศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนาหว้ ยฮ่องไคร้ เกษตรกรรมและอตุ สาหกรรมในครัวเรือน อนั เน่ืองมาจากพระราชด�ำริ ใหค้ วามรเู้ รอ่ื งพนั ธพ์ุ ชื และพนั ธส์ุ ตั วแ์ กป่ ระชาชน จังหวดั เชยี งใหม่ ส�ำหรับนำ� ไปประกอบอาชีพ นอ้ มนำ� แนวทางเกษตรทฤษฎใี หม่มาปรับใช้ ก่อต้งั ส่งเสรมิ และพัฒนาการทำ� ปศสุ ัตว์ 2พ5.2ศ5. ความเป็นมา : พื้นที่แถบลุ่มน�้ำห้วยฮ่องไคร้ ใน 6 อ�ำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ มีสภาพเป็น ปา่ เต็งรังท่ีเสื่อมโทรม จึงทรงมีพระราชด�ำริให้ใช้ ศนู ยศ์ กึ ษาการพฒั นาพิกลุ ทอง ลุ่มน�้ำดังกล่าวส�ำหรับศึกษาการพัฒนาโดยใช้ระบบ อนั เน่อื งมาจากพระราชด�ำริ ชลประทานเป็นแกนน�ำ เพ่ือคืนความอุดมสมบูรณ์ จงั หวัดนราธิวาส ใหแ้ กด่ นิ และพนื้ ทต่ี น้ นำ้� ของภาคเหนอื รวมทงั้ พฒั นา ความเป็นอย่ขู องราษฎรในพน้ื ท่ี กอ่ ต้ัง จดุ เด่น พ.ศ. เป็นศูนย์กลางการทดลอง วิจัย และพัฒนาปา่ ไม้ 2525 เพอื่ การอนุรักษ์ดนิ และนำ้� ในภาคเหนือ ศกึ ษาเชงิ สหวทิ ยาการดา้ นการประมงตามอา่ งเกบ็ นำ้� ความเปน็ มา : พนื้ ทจ่ี ำ� นวนมากในภาคใตม้ สี ภาพ ฝึกอบรมและส่งเสริมการเลี้ยงปลาชนิดต่างๆ เป็นพรุ ซ่ึงเป็นดินเปรี้ยวและมีคุณภาพต่�ำ จึงทรงมี แกป้ ญั หาขาดแคลนนำ�้ ประชาชนสามารถประกอบ พระราชด�ำริให้จัดตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาในต�ำบล อาชพี เกษตรกรรมได้ตลอดท้งั ปี กะลวุ อเหนอื อำ� เภอเมอื ง จงั หวดั นราธวิ าส เพอื่ ศกึ ษา เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับโทษภัยของการลักลอบ ด้านปรับปรุงดินเปรี้ยวในพื้นที่พรุ รวมท้ังพัฒนาการ ตดั ไม้และไฟปา่ เกษตรและปศุสัตว์ท่ีเหมาะสม เพ่ือเป็นต้นแบบให้ สง่ เสรมิ อาชพี อตุ สาหกรรมในครวั เรอื นและฝกึ อาชพี แก่พื้นทีอ่ น่ื ๆ ในกลุม่ แม่บ้านเกษตรกร จุดเด่น เป็นต้นแบบของภาคใต้ส�ำหรับศึกษา แก้ปัญหา และพฒั นาดนิ ในพ้ืนทพ่ี รุ เปน็ ศนู ยบ์ รกิ ารแบบเบด็ เสรจ็ รวบรวมองคค์ วามรู้ และภาคปฏิบตั ิในด้านต่างๆ แปลงทดลองในที่ลุ่มและอ่างเก็บน�้ำใกล้บ้าน แก้ปัญหาขาดแคลนแหลง่ น้ำ� พฒั นาและวิจยั ดนิ คณุ ภาพ เน้นการพัฒนาแบบผสมผสาน น�ำผลทดลอง ไปขยายผลในรูปแบบเทคโนโลยี
5 DECODE D 31 ปัจจยั สง่ เสรมิ 1 ศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนา สรา้ งพ้ืนที่ต้นแบบ อนั เน่ืองมาจาก เลอื กพน้ื ทใ่ี นภมู ภิ าคตา่ งๆทวั่ ประเทศสรา้ งเปน็ พระราชด�ำริ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาฯ ต้นแบบส�ำหรับท�ำการ ศึกษา คน้ คว้า ทดลอง และวิจยั เพอ่ื เป็นแนวทาง SCAN QR CODE ใหพ้ น้ื ทอี่ น่ื ๆ ไดน้ ำ� ไปพฒั นาตอ่ ยอดใหส้ ำ� เรจ็ ลลุ ว่ ง เพื่อรับฟง Audio Text 2 3 แลกเปลย่ี นส่ือสารความรู้ การพัฒนาแบบผสมผสาน มีการแลกเปลี่ยนความรู้ของ 3 ฝ่าย ได้แก่ น�ำแนวความคิดแบบสหวิทยาการท่ีเป็นการ นกั วชิ าการทมี่ คี วามรคู้ วามเชยี่ วชาญ เจา้ หนา้ ทขี่ อง ผสมผสานหลายองค์ความรู้เข้าด้วยกัน มาสรา้ ง ศูนยศ์ กึ ษาการพัฒนาฯ ท่ีทำ� งานดา้ นการสง่ เสริม ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ ในแตล่ ะพน้ื ท่ี รวมถึงน�ำมา โครงการต่างๆ และประชาชนในพื้นท่ี ซ่ึงเป็น ปรับใชใ้ นการบริหารงานดว้ ย เจา้ ของภมู ิปัญญาและองค์ความรูท้ อ้ งถ่ิน 4 5 ประสานงานระหวา่ งส่วนราชการ ศูนยบ์ ริการแบบเบด็ เสรจ็ เน้นประสานแผนงานกับส่วนราชการและ มีบทบาทเป็นศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ (One หน่วยงานต่างๆ เพ่ือติดตามความคืบหน้า และ Stop Service) รวบรวมการศึกษา ทดลอง ทำ� ใหท้ กุ โครงการมีประสิทธภิ าพสงู สุด และสาธิตให้ผู้สนใจเข้าไปศึกษาดูงาน ทั้งด้าน เกษตรกรรม ปศสุ ตั ว์ ประมง การพฒั นาทางด้าน สงั คมและอาชพี
32 ND nexTPERT SCAN QR CODE เพ่อื รับฟง Audio Text การจัดการความรู้ สู่การพัฒนาท่ยี ง่ั ยนื ในอนาคต ปฏเิ สธไมไ่ ดว้ า่ การจดั การความรู้ (Knowledge Management : KM) คอื หนง่ึ ในกลยทุ ธส์ ำ� คญั ของการพฒั นาองคก์ รใหเ้ ตบิ โตอยา่ งยง่ั ยนื ทวา่ การเกษยี ณอายขุ องกลมุ่ คนทำ� งานวยั เบบบี้ มู เมอร์ (Baby Boomer) จำ� นวนเกอื บ 30 ลา้ นคน ภายในปี พ.ศ. 2564 คอื ความสญู เสยี ครงั้ สำ� คญั ของ องค์กร เน่ืองจากองค์ความรู้จ�ำนวนมากท่ีพนักงานกลุ่มน้ีส่ังสมไว้ก�ำลังจะหายไป โดยเฉพาะ ความรู้ในตัวบุคคล (Tacit Knowledge) ซึ่งนับเป็นภูมิปัญญาส�ำคัญขององค์กร นอกจากน้ี หลายบรษิ ทั ยงั ประสบปญั หาคนทำ� งานรนุ่ ใหมม่ แี นวโนม้ เปลยี่ นงานบอ่ ยกวา่ คนทำ� งานทมี่ อี ายุ มากกวา่ ซงึ่ แมจ้ ะมกี ารสง่ ตอ่ องคค์ วามรรู้ ะหวา่ งคนทำ� งานรนุ่ พแี่ ละพนกั งานรนุ่ นอ้ ง แตด่ เู หมอื น การเก็บรักษาองค์ความรู้ขององค์กรอาจไม่เพียงพอในอนาคต อีกทั้งการแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ท�ำใหห้ ลายองค์กรตอ้ งสญู เสยี ท้ังพนกั งาน และองค์ความรู้ในตัวพนักงาน ท�ำให้ หลายองค์กรเรม่ิ หันมาตระหนกั ถงึ ความส�ำคญั ของการจดั การความรมู้ ากขน้ึ ในปีนี้
nextPERT N 33 การมาถึงของยคุ แห่ง KM ปจั จบุ นั มสี ญั ญาณการพฒั นาดา้ นการจดั การความรู้ ท่ีดีข้ึนอย่างต่อเน่ือง Technology Services Industry Association (TSIA) เผยวา่ โปรแกรมการจดั การความรู้ กำ� ลงั เตบิ โต โดยจำ� นวนผบู้ ริหารทีใ่ ชก้ ารจดั การความรู้ เปน็ ตวั ชีว้ ัดการดำ� เนนิ งานก็สูงขนึ้ ด้านกลยุทธก์ ารสบื ค้นกม็ คี วามซับซ้อนขึ้น มีการน�ำ ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) มาช่วย ยกระดับการจัดการความรู้ในองค์กร เพ่ิมจ�ำนวน นวัตกรรม รวมท้ังขยายขอบเขตการจัดการความรู้ ให้กว้างขึ้น กล่าวคือ AI ช่วยเช่ือมต่อและรวบรวม องคค์ วามรจู้ ากหลายแพลตฟอรม์ เพอ่ื ใหพ้ นกั งานเขา้ ถงึ ความรู้ไดต้ ามตอ้ งการ แอนโธนี เรห์ม ผู้เช่ียวชาญด้านการจัดการความรู้ ระบวุ า่ KM และ AI มีแก่นหลกั ร่วมกนั คอื องคค์ วามรู้ กลา่ วคอื AIมอบกลไกทชี่ ว่ ยใหเ้ ครอ่ื งจกั รเรยี นรู้ดำ� เนนิ การ และใช้องค์ความรู้เพื่อปฏบิ ตั งิ านตา่ งๆ ใหล้ ลุ ว่ งรวมทงั้ ปลดล็อกองค์ความรู้ที่สามารถส่งต่อไปยังมนุษย์ ขยายขอบเขตการใช้งาน และสร้างความรู้ด้วยวิธี อันหลากหลายจนเราแทบจนิ ตนาการไปไมถ่ งึ อนาคตของการจัดการความรู้ การเติบโตอยา่ งรวดเร็วของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 การจัดการความรู้ จึงมีความหมายมากกว่าเดิมท่ีหมายถึงการจัดเก็บรวบรวม แจกจ่าย และใช้องค์ความรู้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่กลายเป็น การจัดการเชิงบูรณาการ และแบ่งปันความรู้ท่ีมีท้ังหมดขององค์กรให้แก่กัน โดยองค์ความรู้นั้น ประกอบด้วยฐานข้อมูล เอกสาร นโยบาย กระบวนการท�ำงาน ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์เฉพาะของ พนกั งานแต่ละคน เพอื่ สร้างเสถียรภาพในการปฏิบัตงิ าน American Productivity and Quality Center (APQC) เผยวา่ การจดั การความรใู้ หด้ ขี นึ้ ตอ้ งอาศยั องคป์ ระกอบ ส�ำคญั 4 ประการ ได้แก่ คน กระบวนการ เน้ือหาความรู้และ กลยทุ ธ์ เคร่ืองมือเทคโนโลยี เพื่อเป็นผู้น�ำทาง ส่งเสริม เพื่อจัดการและประเมิน สารสนเทศ (IT) เพ่ือให้การจัดการความรู้ และสนับสนุนการแบ่งปัน การไหลเวยี นของความรู้ สามารถช่วยตอบโจทย์ ขอ้ มลู เพอื่ เชอ่ื มตอ่ ผคู้ นทตี่ รงกลมุ่ ความต้องการทางธุรกิจ ใหเ้ ขา้ กบั เนอ้ื หาทใี่ ช่ในเวลา ทส่ี �ำคญั และเรง่ ด่วนได้ ทถี่ กู จงั หวะ
34 ND nexTPERT การจดั การความรู้ตามโครงการ อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำริ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี 9 ทรงเป็น แบบอยา่ งของการดำ� เนนิ โครงการอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดำ� ริ โดยอาศยั การจดั การความรใู้ นดา้ นตา่ งๆ ทเี่ กย่ี วกบั โครงการ รวมถงึ บรู ณาการความรจู้ ากศาสตรอ์ น่ื ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งเพอ่ื นำ� มาพฒั นาความเปน็ อยขู่ องชาวไทยใหด้ ยี ง่ิ ขนึ้ หลักการองค์ความรู้ 6 มติ ิ รชั กาลท่ี 9 ทรงเน้นการพัฒนาชุมชนตามหลกั การองค์ความรู้ 6 มิติ ไดแ้ ก่ ดิน นำ้� เกษตร พลังงานทดแทน ปา่ และส่ิงแวดลอ้ ม โดยปรับน้�ำหนกั ของแตล่ ะเรื่องไปตามสภาพภูมิสงั คมและ ปญั หาของชุมชนในแตล่ ะพืน้ ที่ มิตินำ้� มิติปา่ มติ ดิ ิน เนน้ การพฒั นาแหลง่ นำ�้ การเกบ็ นำ�้ ลดการตัดไม้ท�ำลายปา่ และ เน้นให้ประชาชนมีที่ดินท�ำกิน ให้นานท่ีสุด และการใช้น้�ำทุกหยด สง่ เสริมให้มีการปลูกปา่ โดยการ มีผลผลิตเป็นอาหารเพียงพอต่อ ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สุด ปลูกฝังจิตส�ำนึก ให้ชุมชนเห็น การดำ� รงชีพ ฝนหลวง ความส�ำคญั ของป่า การปฏิรูปที่ดินและการจัดสรร กังหนั น้ำ� ชัยพฒั นา การปลกู ปา่ 3 อยา่ ง ไดป้ ระโยชน์ ท่ดี ินทำ� กนิ การทำ� ฝาย 4 อยา่ ง การแก้ปัญหาดินเปร้ียวด้วย การบำ� บดั นำ้� เสยี ดว้ ยวธิ ชี วี ภาพ การปลกู ปา่ โดยไมต่ อ้ งปลกู ทฤษฎแี กล้งดนิ ระบบปา่ เปียก เพ่ือสร้างแนว การอนุรกั ษด์ นิ ด้วยหญา้ แฝก ปอ้ งกนั ไฟเปยี ก (Wet Fire Break) ทฤษฎีการหม่ ดนิ มติ ิเกษตร มติ ิพลงั งานทดแทน มติ ิส่งิ แวดล้อม นำ� เกษตรทฤษฎใี หมม่ าใชใ้ หเ้ กดิ ปรับใช้พลังงานให้เหมาะสมกับ น�ำแนวทางการก�ำจัดขยะและ ประโยชน์สงู สุดในแตล่ ะพืน้ ท่ี ท้องถ่ิน โดยการคิดค้นและพัฒนา บำ� บดั นำ�้ เสยี มาใชใ้ หเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ ทฤษฎีใหม่ พลังงานทางเลือกท่ีชุมชนสามารถ เป็นการด�ำรงชีวิตอย่างเป็นมิตร เกษตรยัง่ ยนื พึง่ พาตนเองได้ ตอ่ สงิ่ แวดล้อมในระยะยาว โครงการนาสาธิต แกส๊ ชวี ภาพจากมูลโคนม การใช้น้�ำดีไล่น�ำ้ เสยี โครงการโคนมสวนจติ รลดา แก๊สโซฮอล์ แอลกอฮอล์ สระนำ้� เตมิ อากาศชวี ภาพบำ� บดั จากอ้อยผสมกับน�้ำมันเบนซิน การผสมผสานระหว่างพืชน้�ำ ออกเทน 91 กบั ระบบเตมิ อากาศ ไบโอดีเซล น้�ำมันดีเซลจาก การเติมอากาศโดยใช้กังหันน�้ำ น�้ำมันปาลม์ ชยั พัฒนา ดีโซฮอล์ แอลกอฮอล์ 95% ผสมกับน้�ำมันดีเซล และสาร อมี ลั ซไิ ฟเออร์
nextPERT N 35 ท้ังน้ี ส่ิงที่ส�ำคัญในการด�ำเนินโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริทุกโครงการ คือการให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในกระบวนการวิเคราะห์ปญั หา พัฒนา และรว่ มเปน็ เจ้าของโครงการ หลักการพฒั นา 3 พฒั นา ชุมชนคือเจ้าของ ตามแนวพระราชด�ำริ ความยงั่ ยนื 3 ขัน้ ตอน การเรียนรู้เพ่ือพัฒนา ศักยภาพชุมชน การสร้าง ทีมพ่ีเลี้ยง การออกแบบ หลักสูตรและการศึกษา ดงู านการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ 2 เขา้ ถึง และฝกึ ปฏบิ ตั ิมกี ารตดิ ตาม เเละประเมนิ ผล การสื่อสาร สร้างความ มน่ั ใจวเิ คราะหป์ ญั หาและ ความต้องการของชุมชน เพ่ือให้ชุมชนมีส่วนร่วม ในกระบวนการพัฒนา มากท่ีสุด 1 เข้าใจ ในข้อมูลพ้ืนฐานด้วย การศกึ ษาทกุ มติ ขิ องชมุ ชน ค้นหารากของปัญหาและ รวบรวมองค์ความรู้ของ ทกุ โครงการพระราชดำ� ริ บันไดทั้ง 3 ข้ันของการพัฒนาและจัดการความรู้น้ี เม่ือมีการน�ำไปปรับใช้และให้เหมาะสมกับพื้นที่ต่างๆ จะทำ� ใหช้ มุ ชนมคี วามรูส้ ึกมสี ว่ นรว่ ม เป็นเจา้ ของ และ น�ำไปสกู่ ารพฒั นาอย่างย่งั ยืนในท่สี ดุ ที่มา: มลู นธิ ปิ ิดทองหลังพระ สบื สานแนวพระราชดำ� ริ
36 ค ความร้กู ินได้ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี ง กับเปา้ หมายการพัฒนาทีย่ ่งั ยนื ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ ม ปญั หาด้านความเหลื่อมล�ำ้ และการไม่สามารถเขา้ ถึงบริการข้ันพื้นฐานทเ่ี กิดขน้ึ ในหลาย ประเทศทว่ั โลก สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ ความเจริญเตบิ โตทางเศรษฐกิจอาจไมไ่ ดน้ �ำไปสกู่ ารพัฒนาทแ่ี ทจ้ ริง เพอ่ื กำ� จดั ความยากจน ลดความเหลื่อมลำ้� และเตรยี มความพรอ้ มใหป้ ระชาชนสามารถรบั มอื กบั สภาพสงั คม เศรษฐกจิ สงิ่ แวดลอ้ มทเี่ ปลยี่ นแปลงเคลอ่ื นไหวไมห่ ยดุ นงิ่ พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 จึงพระราชทาน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy : SEP) แก่คนไทย ประกอบดว้ ยคณุ ลกั ษณะ 3 ประการ และเง่ือนไข 2 ประการ ทีจ่ ะทำ� ให้การคดิ และการกระทำ� เปน็ ไปอยา่ งพอเพยี ง ได้แก่ คณุ ลกั ษณะ 3 ประการ พอประมาณ มเี หตุผล มภี มู ิคุ้มกนั ทดี่ ีในตวั เอง คือ ความพอดี คอื การตดั สนิ ใจ คอื การเตรียมพรอ้ มรบั ไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป อยา่ งมเี หตุผล คำ� นงึ ถงึ การเปลย่ี นแปลงในอนาคต ผลกระทบต่อตนเองและผู้อืน่ เง่อื นไข 2 ประการ เงอ่ื นไขความรู้ เงอื่ นไขคณุ ธรรม คอื ความรอบรู้เก่ียวกบั วิชาการตา่ งๆ คือ ความซอ่ื สตั ย์สจุ ริต ความเพยี ร การใช้สตปิ ัญญาดำ� เนนิ ชีวติ SCAN QR CODE เพ่อื รบั ชม Clip
ความรกู้ นิ ได้ nค 37 เศรษฐกจิ พอเพียงเพอ่ื การพัฒนาทย่ี งั่ ยืน หลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งสามารถชว่ ยพฒั นาไดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื ทงั้ ในดา้ นการใชช้ วี ติ การทำ� ธรุ กจิ หรอื ภาคการเกษตรดงั นี้ น�ำความรูม้ าประยกุ ต์ใชโ้ ดยคำ� นึงถงึ ผลกระทบต่อสังคมและสงิ่ แวดล้อม คิดรอบด้าน เห็นผลผลิต ผลลพั ธ์ และผลกระทบของแตล่ ะทางเลือก ใชท้ รัพยากรอย่างมีประสทิ ธิภาพและพอดีกบั ความตอ้ งการ เน้นการใชท้ รพั ยากรในทอ้ งถน่ิ เตรยี มการเพอื่ รองรับความเปลยี่ นแปลงท่ีอาจเกิดข้ึน หลักการท�ำการเกษตรอย่างพอเพียงและย่งั ยนื ทฤษฎใี หม ่ คอื ตวั อยา่ งทเ่ี ปน็ รปู ธรรมของการประยกุ ต์ใชห้ ลกั เศรษฐกจิ พอเพยี งในการบรหิ ารการจดั การทด่ี นิ และนำ�้ เพอ่ื การเกษตรในที่ดินขนาดเลก็ ใหเ้ กดิ ประโยชนส์ ูงสดุ มกี ารวางแผนที่สมบรู ณ์แบบ 3 ขัน้ ตอน ไดแ้ ก่ 123 ทฤษฎีใหมข่ ัน้ ต้น ทฤษฎีใหม่ขั้นท่ี 2 ทฤษฎีใหมข่ ้นั ท่ี 3 การบริหารจัดการท่ีดินและน�้ำ การรวมพลังในรูปแบบกลุ่มหรือ การตดิ ตอ่ จดั หาทนุ จากแหลง่ ทนุ ดว้ ยการแบง่ พน้ื ท่ีเป็น 4 ส่วน ได้แก่ สหกรณ์เพ่ือช่วยเหลือ ดูแล และ มาช่วยในการลงทุนและพัฒนา พื้นที่เก็บน�้ำ พื้นที่นาปลูกข้าว สนับสนุนกัน ท้ังในด้านการผลิต คุณภาพชีวิต โดยท้ังเกษตรกรและ พื้นท่ีปลูกไม้ผลพืชผัก และพื้นที่ การตลาด ความเป็นอยู่ การศึกษา แหล่งทุนจะได้รับประโยชน์ร่วมกัน ส�ำหรับอยอู่ าศัยและเลยี้ งสตั ว์ สงั คม และศาสนา โดยความรว่ มมอื เช่น เกษตรกรขายข้าวได้ราคาสูง จากทกุ ฝ่ายทีเ่ ก่ียวข้อง สว่ นแหลง่ ทนุ ได้ซ้ือขา้ วในราคาต�ำ่ เหน็ ไดว้ า่ แนวคดิ เศรษฐกจิ พอเพยี งไมใ่ ชแ่ นวทางทท่ี ำ� ใหค้ นเดนิ ถอยหลงั แตม่ งุ่ สรา้ งคนที่ สแกน QR Code เขม้ แขง็ จากภายในมภี มู ติ า้ นทานตอ่ ผลกระทบจากภายนอกมอี าชพี มรี ายได้สามารถดำ� เนนิ ชวี ติ เพอ่ื รับฟัง อยา่ งมคี วามสขุ ความสบาย และความพอเพยี งดว้ ยปจั จยั พนื้ ฐานทม่ี ใี นทอ้ งถน่ิ อนั จะนำ� ไปสู่ Audio Text แกป้ ญั หาความยากจนไดใ้ นระยะยาว และอยา่ งยั่งยืน
38 I INSIDE Okmd SCAN QR CODE เพือ่ รับชม Clip OKMD กบั ภารกจิ การบริหารจดั การความรู้ เพื่อการพฒั นาคนทุกช่วงวยั จากแนวโน้มการเปลีย่ นแปลงของสังคมโลกและการเปลย่ี นแปลงภายในประเทศในมติ ติ ่างๆ สะทอ้ นให้เห็นวา่ การทเี่ ราต้องเผชญิ กบั สงิ่ ใหม่ๆ สภาพแวดลอ้ มใหม่ๆ ถือว่าเป็นทง้ั โอกาสและ เปน็ ข้อจํากัด ขน้ึ อยู่กับวา่ เราจะบริหารความเสี่ยงอย่างไรในโอกาสท่มี าถงึ
INSIDE Okmd I 39 กลไกส�ำคัญในการจัดการกับความเส่ียงและการใช้ประโยชน์จากโอกาส คือการพัฒนาศักยภาพ ของคน และการเรยี นรทู้ ต่ี อ่ เนอื่ งในทกุ ชว่ งวยั ผา่ นการสง่ เสรมิ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ (Lifelong Learning) และการพฒั นาทักษะแหง่ อนาคต ท้งั ท่เี ป็น ทักษะด้านความรู้ (Hard Skill) และ ทักษะด้านอารมณ์ (Soft Skill) ทกั ษะด้านความรู้ ทกั ษะดา้ นอารมณ์ (Hard Skill) (Soft Skill) คือ ทักษะทางความรู้ คือ ทักษะทางอารมณ์ ความสามารถด้านอาชีพ และสังคม เป็นทักษะท่ี หรือความช�ำนาญในงาน จ�ำเป็นมากในการท�ำงาน แมจ้ ะเปน็ ทกั ษะเฉพาะแตใ่ น และอยู่ร่วมกับผู้อื่นท้ังใน ยคุ ทโี่ ลกกา้ วหนา้ ไมห่ ยดุ นงิ่ ปัจจุบันและอนาคต และ เราจำ� เปน็ ตอ้ งเรยี นรสู้ งิ่ ใหม่ เปน็ ทักษะท่ีท�ำให้มนุษย์ อยเู่ สมอเพอ่ื ใหก้ า้ วทนั ความ ต่างจากปัญญาประดิษฐ์ เปลี่ยนแปลงของโลก (Artificial Intelligence : AI) ส่ิงส�ำคัญท่ีจะพัฒนาคนให้เกิดความรู้ความสามารถในการท�ำงานและการประกอบอาชีพ คือ “องค์ความรู้” ซึ่งหมายถึง ความคิดรวบยอด หลักการ วิธีการ ท่ีมาจากในหนังสือและต�ำราเรียน ทงั้ ทเ่ี ปน็ ความรใู้ นสาระวชิ าตา่ งๆ และความรเู้ พอื่ การประกอบอาชพี รวมไปถงึ ทกั ษะภายในตวั บคุ คล ที่เกิดจากการสัง่ สมประสบการณ์จากการลงมือทำ� หรือการทำ� งาน สิ่งส�ำคัญคือเราควรเป็นเจ้าของ กระบวนการเรียนรู้ท้ังหมดของตัวเอง หากเราสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาเคี่ยวเข็ญว่า ต้องเรียนอะไร และเพราะอะไร แต่ เปน็ การเรยี นรทู้ มี่ เี ปา้ หมายอยา่ งชดั เจน และสามารถบริหารจัดการความรู้นั้น ได้ด้วยตัวเอง เท่ากับว่าเราสามารถ เขา้ ถงึ ความเปน็ “ผเู้ รยี นรดู้ ว้ ยตนเอง” (Self - Directed Learner)
40 I INSIDE Okmd OKMD กบั การจัดการความรู้ การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นกระบวนการส�ำคัญท่ีจะช่วยให้เกิดการ พัฒนาของความรู้ และกระบวนการในการจัดการความรู้ท่ีมีอยู่ให้สามารถน�ำความรู้นั้นไปต่อยอด และ ใชป้ ระโยชนจ์ ากความรนู้ นั้ ได้ โดยองคค์ วามรนู้ น้ั มหี ลากหลายรปู แบบ ทงั้ องคค์ วามรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั การเรยี นรู้ ในระบบ การเรยี นรนู้ อกระบบ และการเรยี นรตู้ ามอธั ยาศยั ความรทู้ เี่ กยี่ วขอ้ งกบั การสรา้ งอาชพี ใหมใ่ นแขนง ต่างๆ ท้ังในส่วนท่ีเป็นความรู้ท่ีฝังอยู่ในตัวบุคคล ความรู้ท่ีเกิดจากการเรียนรู้ส่ังสมเปน็ ประสบการณ์ และทักษะเฉพาะตน และองค์ความรู้ที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือและต�ำราเรียนต่างๆ โดยมีกระบวนการ การจดั การความรู้ 3 ขน้ั ตอน 1 การสร้างความรู้ (Knowledge Creation) จดั หมวดหมู่ เชอื่ มโยงสว่ นทเี่ กยี่ วขอ้ งกนั เพอ่ื ใหส้ ามารถนำ� ความรนู้ น้ั ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดง้ า่ ย ประกอบดว้ ย 5 ขน้ั ตอน ได้แก่ 1 การบง่ ชคี้ วามรู้ หรอื การกำ� หนดขอบเขตเนอ้ื หาองคค์ วามรทู้ ตี่ อ้ งการ โดยการพจิ ารณาวา่ เปา้ หมาย ของเราคอื อะไร มีองคค์ วามรูอ้ ะไรบ้างทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง และองค์ความรู้น้นั อยทู่ ่ไี หนอยกู่ ับใคร 2 การแสวงหาและรวบรวมความรู้ ทตี่ ้องการจากแหลง่ ความรู้ตา่ งๆ 3 การนำ� ความรู้ท่ไี ดม้ าจัดระเบียบ โดยการรวบรวม คัดเลือก และเช่อื มโยงความรทู้ ีต่ ้องการ 4 การประมวลและการกล่ันกรองความรู้ โดยการตรวจสอบ คัดกรอง และเพิม่ เติมเน้อื หาความรู้น้นั ใหส้ มบูรณย์ ิง่ ข้นึ 5 การแปลงความรู้ใหอ้ ยูใ่ นรูปแบบท่เี ขา้ ใจงา่ ย และรวดเรว็ เพื่อใชใ้ นการส่อื สาร 1 32 2 ก(Kาnรoถw่ายleทdอgดeคTวrาaมnรsู้fer) 3 ก(Kาnรoนw�ำคleวdาgมeรู้Uไปtใiชliz้ปaรtะiโoยnช)น์ น�ำความรู้ท่ีได้มาถ่ายทอดหรือส่งต่อในรูปแบบ น�ำความรู้น้ันไปต่อยอดขยายผล เพื่อท�ำให้เกิด ทหี่ ลากหลายเผยแพรป่ ระชาสมั พนั ธค์ วามรใู้ นรปู แบบ ประสบการณ์ใหม่และการเรยี นรทู้ ต่ี อ่ เนือ่ ง ตา่ งๆ ทีน่ า่ สนใจ และเขา้ ถงึ ง่าย
INSIDE Okmd I 41 กระบวนการจดั การความรทู้ กี่ ลา่ วมาขา้ งตน้ คอื แนวทางที่ OKMD ใชเ้ ปน็ หลกั คดิ ในการจดั การกบั องคค์ วามรู้ ที่เห็นว่ามีประโยชน์และต้องการถ่ายทอดไปสู่กลุ่มคนในช่วงวัยต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงข้อมูล และแหล่งอ้างอิงท่เี ก่ียวข้องไดง้ ่ายและสะดวก ทำ� ให้เกิดการตดั สนิ ใจในการใชข้ ้อมูลได้ดีและรวดเรว็ ทั้งยงั ไดร้ ับ ประโยชน์จากความรู้ ความช�ำนาญ และประสบการณ์ของผู้รู้ท่ีน�ำมาถ่ายทอดไว้อย่างเป็นขั้นตอน โดยบทบาท และหนา้ ทหี่ ลักของ OKMD เน้นการดำ� เนินงานใน 4 ดา้ น ได้แก่ OKMD Opportunity Knowledge Management Development การใหโ้ อกาสในการ การรวบรวมองค์ ก า ร จั ด ก า ร แ ล ะ การพัฒนาต้นแบบ เข้าถึงองค์ความรู้ ให้ ค ว า ม รู ้ ส นั บ ส นุ น ถ่ายทอดองค์ความรู้ ในการจัดท�ำสื่อ และ ค�ำปรึกษาและความ กระบวนการจัดการ สนับสนุนกระบวนการ ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู ้ ช่วยเหลือด้านวิชาการ ความรู้ท่ีเกี่ยวข้องกับ ท่ีชว่ ยให้ประชาชนน�ำ สนับสนุนการพัฒนา การพัฒนาโครงสร้าง โครงการอันเน่ืองมา ความรแู้ ละทกั ษะความ บุคลากรและผู้ปฏิบัติ พนื้ ฐานดา้ นการจดั การ จากพระราชด�ำริ การ ชำ� นาญมาบรู ณาการใช้ งานในแหลง่ เรยี นรู้ การ ความรู้ การออกแบบ ชี้ชัด การรวบรวม การ รว่ มกบั ความรดู้ า้ นการ ถ่ายทอดความรู้ความ บริการ การพัฒนา ประมวลการจดั หมวดหมู่ จัดการและเทคโนโลยี เข้าใจเก่ียวกับศาสตร์ เครือข่ายและสร้างการ ก า ร พั ฒ น า ต ้ น แ บ บ สมัยใหม่ การอบรม พระราชาการพฒั นาสอ่ื รับรู้ การจัดกิจกรรม ความรู้ และการจัด สมั มนาการศกึ ษาดงู าน และการพฒั นากจิ กรรม/ สรา้ งสรรค์ และการจดั ท�ำส่ือเพื่อเผยแพร่แก่ การจดั พน้ื ทแ่ี ลกเปลยี่ น ก ร ะ บ ว น ก า ร เ รี ย น รู ้ ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ ประชาชนและผทู้ สี่ นใจ เรียนรู้ การเพ่ิมโอกาส ในบริบทของท้องถิ่น ทเี่ หมาะกบั กลมุ่ เปา้ หมาย ในการเขา้ ถงึ ความรใู้ หม่ เพ่ือเผยแพร่ความรู้แก่ และการประสานงาน ประชาชน กบั หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง เพื่อการสนับสนุน
42 I INSIDE Okmd Brain–based Learning กบั การจดั การความรู้ จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ OKMD เปน็ หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง พัฒนารูปแบบการถ่ายทอดเน้ือหา โจทยท์ นี่ า่ สนใจคอื ตอ้ งทำ� อยา่ งไร กับการพัฒนาองค์ความรู้และการ ความรู้และกระบวนการเรียนรู้จาก จงึ จะทำ� ใหก้ ารเรยี นรศู้ าสตรพ์ ระราชา จัดการความรู้ เพื่อส่งต่อความรู้ท่ี โครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำ� ริ เปน็ เร่ืองทส่ี นุก เข้าใจงา่ ย สร้างการ เปน็ ประโยชนใ์ หก้ บั สงั คม ในรปู แบบ ภายใตช้ อื่ “โครงการศาสตรพ์ ระราชา” จดจ�ำ สร้างแรงบันดาลใจ และ สื่อสาธารณะท่ีหลากหลายการ ซงึ่ เปน็ โครงการทม่ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ สามารถน�ำความรู้ไปปรับใช้ในการ เผยแพรค่ วามรจู้ ากโครงการอนั เนอ่ื ง เผยแพรข่ อ้ มลู องคค์ วามรู้การศกึ ษา ด�ำเนินชีวิตได้อย่างเปน็ รูปธรรม มาจากพระราชด�ำริเป็นงานหน่ึงที่ วิจัย และการปฏิบัติงานท่ีรวบรวม OKMD จึงน�ำกระบวนการจัดการ ทาง OKMD เห็นถึงความส�ำคัญ ได้จากโครงการอันเนื่องมาจาก ความรเู้ ขา้ มาผสมผสานกบั แนวทาง และตระหนักถึงคุณประโยชน์ พระราชด�ำริผ่านเส้นทางการเรียนรู้ การจดั การเรยี นรตู้ ามหลกั การพฒั นา มากมายท่ีจะช่วยยกระดับและ “ตามรอยพระราชา”ในพน้ื ทภี่ าคตา่ งๆ สมอง(Brain-basedLearning:BBL) พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ของประเทศไทย เพอื่ ใหเ้ ดก็ เยาวชน มาใช้ในการออกแบบและพัฒนา ทงั้ ในสงั คมเมอื งและชนบท โดยการ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และบุคลากร กระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ เรียนรู้ผ่านองค์ความรู้ท่ีมีการศึกษา ทางการศกึ ษา ไดเ้ ขา้ มาศกึ ษาเรยี นรู้ หลักของโครงการอันเนื่องมาจาก ค้นคว้า ทดลองปฏิบัติ และเห็นผล ในโครงการฯ ซ่ึงเป็นแหล่งเรียนรู้ พระราชด�ำริแต่ละโครงการ รวมถึง ในเชิงประจักษ์มาแล้ว จึงเห็นควร ในรูปแบบ “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” การส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ผู้ดูแล ที่จะต้องส่งต่อความรู้เหล่านี้ให้กับ โดยมีการออกแบบเส้นทางและ แหล่งเรียนรู้น้ันๆ สามารถถ่ายทอด คนในสังคมในวงกว้างตอ่ ไป ฐานการเรยี นรทู้ ม่ี คี วามหลากหลาย ความรู้และกระบวนการเรียนรู้ ในปที ผ่ี า่ นมา OKMD ไดท้ �ำงาน เพื่อให้สามารถเรียนรู้ มีส่วนร่วม ต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของ ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา ในการ และทดลองปฏิบัติได้จรงิ โครงการทกี่ �ำหนดไว้
INSIDE Okmd I 43 โครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริแต่ละโครงการมีจุดร่วมอยู่ท่ีการมีวัตถุประสงค์ ในการพัฒนาขึ้นมา อย่างชัดเจน ดังนั้นการออกแบบการเรียนรู้จึงจ�ำเป็นต้องมีหลักในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ไปในทิศทาง เดียวกนั 9 ขอ้ ไดแ้ ก่ 123 สร้างความเช่ือให้เกิดข้ึนกับ ยดึ หลกั การในการสอื่ สารเดยี วกนั มเี ปา้ หมายทชี่ ดั เจนในการเผยแพร่ เจ้าหน้าที่ของแหล่งเรียนรู้น้ันๆ ว่า คือ ปรัชญา + ความรู้ + คณุ ธรรม ความรู้หลักตามวัตถุประสงค์ของ ความรทู้ มี่ อี ยเู่ ปน็ ความรทู้ ดี่ ี เชอื่ ถอื ได้ ปรชั ญา คอื วิธีคิดและหลักการ โครงการฯ ท่ีได้มาจากการศึกษา มคี วามเหมาะสม และสามารถนำ� ไป ทรงงาน ทดลอง และลงมือปฏิบัติอย่างเป็น ต่อยอดได้ ความรู้ คือ ศาสตร์และความรู้ รปู ธรรม ที่เกย่ี วขอ้ งของโครงการ คุณธรรม คอื ความเพยี ร ความ สามัคคี ความซ่ือสัตย์สุจริต ความพอเพยี ง 456 มีการคิดวิเคราะห์ จัดล�ำดับ ท�ำให้ผู้ที่เข้ามาศึกษาได้รับ สร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริม ความสำ� คญั และคดั เลอื กองคค์ วามรู้ ความรู้ ความเข้าใจ สามารถนำ� ไป ทักษะ ด้านการคิด การสร้างสรรค์ ทจี่ �ำเปน็ ในการนำ� ไปใชแ้ ละตอ่ ยอด ประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทของตน การคิดวิเคราะห์และการลงมอื ท�ำ ให้เกดิ ประโยชน์ ภายใต้แนวคิด “สนุกรู้ สนุกคิด สนกุ ทำ� ” 789 สรา้ งบรรยากาศและสงิ่ แวดลอ้ ม ใช้สื่อการเรียนการสอนมา สร้างเครือข่ายความรู้เพื่อช่วย ในการเรียนรทู้ ด่ี ี เน้นการเรยี นรูด้ ้วย ช่วยถ่ายทอดองค์ความรู้ เพ่ือให้ เผยแพร่ความรู้ในวงกว้าง การลงมือท�ำหรือการแลกเปล่ียน การเรียนรู้นั้นสนุก น่าสนใจ และ เรียนรู้ร่วมกัน เพ่ือให้เกิดความ เขา้ ใจงา่ ยขึน้ เข้าใจมากขึ้น
44 I INSIDE Okmd OKMD ได้น�ำหลักการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ข้างต้นไป ออกแบบแนวทางการพฒั นาบคุ ลากรและเจา้ หนา้ ทใี่ นแหลง่ เรยี นรู้ โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ� ริ 6 ข้อ โดยเรม่ิ ตน้ จาก... วิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งประกอบด้วย ข้อมูล สาระเนื้อหาความรู้ ใจความหรือประเด็นหลัก ของโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริที่ต้องการ สื่อสาร โดยค�ำนงึ ถึงวัตถุประสงคก์ ารกอ่ ตง้ั โครงการนน้ั เปน็ หลัก ปรับกระบวนการเรียนรู้ตามหลักการท่ีก�ำหนด ร่วมกัน สรา้ งบรรยากาศและสง่ิ แวดลอ้ มทเ่ี ออ้ื ตอ่ การเรยี นรู้ มีความเข้าใจในธรรมชาติการเรียนรู้ และวิธีการเรียนรู้ ของคนในแตล่ ะชว่ งวยั เชน่ เดก็ เรยี นรจู้ ากการลงมอื ทำ� และเรียนรู้เป็นกลุ่ม ผู้ใหญ่ใช้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ หรอื แบ่งปันประสบการณ์รว่ มกนั
INSIDE Okmd I 45 รวบรวมและแสวงหาเครอื ขา่ ยในการทำ� งานรว่ มกนั เช่น ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้รู้ ผู้เช่ียวชาญในด้านต่างๆ หน่วยราชการ และองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการ น�ำเสนอข้อมลู และองค์ความรู้ ใช้ส่ือการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับเน้ือหาความรู้ โดยเฉพาะการจัดหาส่ือของจริงภายในโครงการฯ ท่ีสามารถใช้ประสาทสัมผัสในการเรียนรู้ จะช่วยเพิ่ม ความสนกุ และน่าสนใจยิ่งขึน้ บรหิ ารจัดการทงั้ ในสว่ นของความรู้ คน และพ้ืนที่ โดยOKMDไดด้ ำ� เนนิ งานรว่ มกบั การพัฒนากระบวนการถ่ายทอด การได้เรียนรู้ถึงหลักคิดและหลัก หลายหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง และ ความรู้ โดยผสมผสานหลักการ ปรชั ญาของโครงการอนั เนอ่ื งมาจาก มีเจ้าหน้าที่ของโครงการอันเนื่อง จดั การความรู้ และการจดั การเรยี นรู้ พระราชด�ำริต่างๆ จะเป็นภูมิคุ้มกัน มาจากพระราชด�ำริเข้าร่วมอบรม ตามหลักการพัฒนาสมองมาช่วย ท่ีช่วยเตรียมประชาชนให้พร้อมรับ เชิงปฏิบัติการท้ังส้ิน 81 โครงการ ในการออกแบบกระบวนการถา่ ยทอด ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง ซง่ึ นอกจากจะชว่ ยพฒั นาใหโ้ ครงการ ความรทู้ มี่ ปี ระสทิ ธภิ าพซงึ่ จะทำ� ใหผ้ ทู้ ่ี อย่างรวดเร็วของสภาพเศรษฐกิจ อันเน่ืองมาจากพระราชด�ำริกลาย เขา้ มาศกึ ษาเรยี นรู้ ไดร้ บั องคค์ วามรู้ สังคม ส่ิงแวดล้อม และวัฒนธรรม เปน็ แหลง่ เรยี นรดู้ า้ นอาชพี ทนี่ ำ� ไปสู่ ท่ีผ่านการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เพ่ือให้สามารถปรับตัวและรับมือ การสร้างรายได้แล้วยังเป็นแหล่ง และพสิ จู นแ์ ลว้ วา่ สามารถแกป้ ญั หา ไดอ้ ยา่ งทนั ทว่ งที ภารกจิ ในดา้ นการ เรยี นรทู้ สี่ ามารถสรา้ งแรงบนั ดาลใจ ช่วยเหลือ และสนับสนุนในการ สืบสาน ต่อยอด องค์ความรู้ จาก ให้คนรุ่นใหม่อยากด�ำเนินชีวิตและ ด�ำรงชีพ การประกอบอาชีพและ โครงการอนั เนอื่ งพระราชดำ� รจิ งึ เปน็ ธุรกจิ ตามศาสตร์แห่งพระราชา การพัฒนาตนเองให้อยู่บนพ้ืนฐาน งานส�ำคัญที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ ส่งิ ท่ี OKMD คาดหวงั ใหเ้ กิดข้ึน ของความพอดี พอเพียง พอกิน สูงสุดในการพัฒนาและยกระดับ คือการท่ีแหล่งเรียนรู้ ภายใน พอใช้ คุณภาพชีวิตของคนในประเทศ โครงการอันเนื่องพระราชด�ำริได้มี นอกจากนี้ OKMD ยงั เล็งเหน็ ว่า อยา่ งยั่งยืน
46 5 5ive 5 แหลง่ เรียนรู้ ในโครงการอนั เนอื่ ง มาจากพระราชด�ำริ ท่ัวประเทศมีโครงการอันเนื่องมาจากพระราชด�ำริ ในพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ พระบรมวงศานวุ งศ์ กวา่ สพี่ นั โครงการท่ีไดด้ ำ� เนนิ งานไปแลว้ และ 5 โครงการ ต่อไปนี้เปน็ เพียงตัวอยา่ งส่วนหนง่ึ จากโครงการท้ังหมด ซง่ึ ล้วนแตม่ คี วาม นา่ สนใจ มคี ณุ คา่ ในตวั เอง และชว่ ยแกป้ ญั หา พฒั นาดา้ นอาชพี สรา้ งรายได้ เพือ่ ความอยดู่ มี ีสุขของคนไทยทุกคน
5ive 5 47 1 โครงการฟาร์มโคนม ไทย - เดนมารค์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงสังเกตว่า คนไทยไม่รู้จักโคนมและด่ืมนมในปริมาณน้อยมาก จงึ ทรงมพี ระราชดำ� รใิ หจ้ ดั ตงั้ ฟารม์ โคนมไทย-เดนมารค์ บนถนนมิตรภาพ อ�ำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ภายใต้การสนับสนุนด้านวิชาการและเงินทุนจาก ประเทศเดนมาร์ค เพื่อให้คนไทยได้ด่ืมนมวัว และ ส่งเสริมการเลี้ยงโคนมให้เป็นอาชีพแก่เกษตรกรไทย ปัจจุบนั ฟาร์มโคนม ไทย - เดนมารค์ เปิดเป็นสถานท่ี ทอ่ งเทยี่ วเชงิ เกษตร รวมถงึ เปน็ แหลง่ เรยี นรเู้ รอื่ งโคนม กระบวนการผลิตนมวัว การฝึกอบรมการเลี้ยงโคนม และมีบริการบ้านพักรับรองส�ำหรับนักท่องเท่ียวและ ผทู้ ี่สนใจมาดูงานเป็นหมู่คณะ ท่ีมา:: wwwwww..dfapcoe.gboo.othk.com/Farmkonom/ 2 โครงการหลวงดอยค�ำ ก่อต้ังขึ้นจากแนวพระราชด�ำริของพระบาท สมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ในการแก้ไขปัญหา ความทุกข์ยากของราษฎรบนพ้ืนท่ีสูงทาง ภาคเหนือของไทย โดยทรงก่อต้ังเป็นโรงงาน หลวงอาหารส�ำเรจ็ รปู ด�ำเนินการรับซอื้ พฒั นา และแปรรูปผลผลิต ต่อมาได้จัดต้ัง “บริษัท ดอยค�ำผลิตภัณฑ์อาหาร จ�ำกัด” เพื่อเปน็ ต้นแบบองค์กรภาคธุรกิจที่ด�ำเนินกิจการตาม ศาสตร์แห่งพระราชา ควบคู่ไปกับการพัฒนา ชมุ ชนใหเ้ ขม้ แขง็ และมคี ณุ ภาพชวี ติ ทด่ี ี ปจั จบุ นั ดอยค�ำผลิตสินค้ามากกว่า 220 รายการ และ มีรา้ นสาขามากกว่า 36 แห่งทวั่ ประเทศ โดยมี สนิ ค้าเด่น ไดแ้ ก่ น�้ำมะเขือเทศ น�ำ้ เสาวรส และ สตรอว์เบอร์ รอี บแหง้ ทีม่ า: www.doikham.co.th
48 5 5ive 3 ที่มา: http://royal-project.maehongson.go.th โครงการพระราชด�ำรปิ างตอง 2 (ปางอุง๋ ) โครงการในพระราชดำ� รเิ พอ่ื สรา้ งความมนั่ คง ตามแนวชายแดน โดยการพฒั นาความเปน็ อยู่ ของชาวเขา และฟน้ื ฟสู ภาพปา่ บรเิ วณรอบพน้ื ท่ี อา่ งเกบ็ นำ้� หว้ ยปางตองและฝายปางองุ๋ ตำ� บล หมอกจ�ำแป่ อ�ำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน จังหวัด แม่ฮ่องสอน ท่ีเสียหายจากการบุกรุกตัดไม้ ทำ� ลายปา่ ใหก้ ลบั มาสมบรู ณ์ปจั จบุ นั เปน็ อทุ ยาน แหง่ ชาติ ถำ้� ปลา - นำ้� ตกผาเสอื่ มลี กั ษณะพนื้ ที่ เปน็ อา่ งเกบ็ นำ�้ ขนาดใหญบ่ นยอดเขาสงู รมิ อา่ ง เก็บน้�ำปลูกต้นสนเรียงราย มีทัศนียภาพที่ สวยงาม อากาศหนาวเยน็ ในตอนเชา้ จะไดเ้ หน็ ไอหมอกลอยเหนือทะเลสาบ ท�ำให้ปางอุ๋ง กลายเปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วยอดนยิ มอกี แหง่ หน่ึง ของจังหวดั แมฮ่ ่องสอน 4 โครงการชง่ั หัวมัน ตามพระราชด�ำริ โครงการตวั อยา่ งดา้ นการเกษตรตามพระราชดำ� ริ โดยมีหน่วยงานท้ังภาครัฐ ภาคเอกชน และชาวบ้าน ในพื้นท่ีร่วมกันดูแลรักษา และแลกเปล่ียนความรู้ ความคิดเห็นตามวิถีเศรษฐกิจพอเพียง ภายใน โครงการมีทั้งแปลงพืชเศรษฐกิจของจังหวัดเพชรบุรี และพ้ืนท่ีใกล้เคียงซ่ึงปลูกแบบไร้สารเคมี สวนไม้ผล แปลงปลกู ขา้ ว สวนยางพารา พน้ื ทสี่ าธติ การทำ� ฟารม์ โคนม โรงเล้ียงไก่ไข่ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม หน่วยทดลองพลังงานทดแทน เช่น ทุ่งกันหันลม ไบโอดีเซล ฯลฯ รวมถงึ สวนเกษตรท่ีจดั อย่างสวยงาม ส�ำหรับต้อนรับผู้ท่ีเข้ามาศึกษาดูงาน มีรถรางน�ำชม ทั่วไร่ พร้อมวิทยากรบรรยายในแต่ละจุด นอกจากน้ี ยงั มบี ริการจกั รยานป่นั เท่ยี วชมรอบโครงการ ทโพค่ีรมระางรก::าาชhwรดttชwำ�pงั่ รwsหิ :.ัว//tมtshนัda-fiต..tnาoiมudrพaisร.maะรctาh.ชtahดil/aำ�tnhริ-d/พr.ooศyr-g2a/5lAl5yt2t-ri/ancittiiaonte/โdค-รpงrกoาjรeชc่ังtหs/ัว1ม0ัน7ต5า6ม-
5ive 5 49 ท่ีมา::: whhttwttppwss.::r//d//tfhipsabhi..intgogout.rhtihsa/mir.dcthpoabmil/a/vsnistdoitr.2oy/r-1gc0h/A0aptctrraao-cjbetiacontn/k1/ศa0นูn0eยpnว์rosจิ jiยัesแ/cลt_ะ8ศ9กึ_ษ1.าhธtmรรlมชาตปิ า่ พรสุ ริ นิ ธร-ปา่ พรโุ ตะ๊ แดง 5 ศนู ย์วจิ ยั และศกึ ษาธรรมชาติป่าพรุสริ นิ ธร (ป่าพรุโตะ๊ แดง) ปา่ พรโุ ตะ๊ แดง เปน็ ปา่ พรผุ นื สดุ ทา้ ยของภาคใตท้ ยี่ งั คงความอดุ มสมบรู ณ์ และมพี นื้ ทม่ี ากทสี่ ดุ ในประเทศไทย ลกั ษณะเดน่ คอื มคี วามหลากหลายของ พนั ธพ์ุ ชื และสตั ว์สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงสนพระทัยและทรงงานวิจัยเก่ียวกับป่าพรนุ ้ีด้วย พระองคเ์ อง ทำ� ใหช้ าวนราธวิ าสเรยี กปา่ พรแุ หง่ นวี้ า่ “ปา่ พรสุ ริ นิ ธร” ภายใน ศูนย์วิจัยฯ จัดท�ำเป็นลานระเบียง มีสระบัวสวยงาม ด้านหลังมีเส้นทาง ศึกษาธรรมชาติเป็นสะพานไม้ทอดยาวกลางปา่ พรุ ระหว่างทางมีฐาน ให้ความรู้เก่ียวกับพันธุ์ไม้และสัตว์น้�ำต่างๆ ที่น่าสนใจคือ “ปลากะแมะ” ซึ่งเป็นปลาชนิดใหม่ทค่ี ้นพบที่ปา่ พรุแหง่ นเี้ ป็นคร้งั แรก SCAN QR CODE เพ่ือรบั ฟง Audio Text
50 T TALK TO ZINE เคลด็ ลับ งานสร้างสรรค์ ท่ีโลกตะลึง คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ ดไี ซเนอรช์ าวไทยเกง่ ๆมอี ยมู่ ากมายแตน่ อ้ ยคนทจี่ ะไดไ้ ปยนื อยบู่ นเวทรี ะดบั โลก ดงั เชน่ คณุ สรุ ชยั พฒุ กิ ลุ างกรู นกั สรา้ งสรรคโ์ ฆษณาภาพนงิ่ (Illustrator) อนั ดบั หนง่ึ ของโลก 4 ปซี อ้ น จากการจัดอันดับของนิตยสาร ARCHIVE และกวาดรางวัลกรังด์ปรีซ์บนเวทีใหญ่ๆ ของโลก มาแลว้ มากมาย อยากรวู้ า่ ทกั ษะการสอ่ื สารและการตลาดทจ่ี ะพาเราไปตลาดโลกมอี ะไรบา้ ง ตดิ ตามได้ จากคลปิ วดิ โี อไฮไลตจ์ ากงานมหกรรมความรู้ ครงั้ ท่ี 5 : \"มนั สส์ มอง | พน้ื ทแี่ หง่ ความรใู้ นศตวรรษที่ 21\" (OKMD Knowledge Festival 2016) ตอน เคลด็ ลับงานสรา้ งสรรคท์ ี่โลกตะลงึ “หนึ่งในความฝันของคนวาดรูปคือการไป สุรชยั พุฒกิ ลุ างกูร ดูงานศิลปะของศิลปินระดับโลก ผมได้มี โอกาสไปดงู านศิลปนิ ระดบั โลกที่ญ่ปี ุน่ ได้เห็น งานของ Van Gogh และ Pablo Picasso ผมรสู้ กึ วา่ มนั ไมเ่ หมอื นกบั ทเ่ี คยเรยี นมนั ไมเ่ หมอื น กับที่เคยเห็น จึงเร่ิมวิเคราะห์ว่ามันคืออะไร สดุ ทา้ ยกค็ น้ พบวา่ ผมเรยี นรศู้ ลิ ปะระดบั โลกจาก หนงั สอื ผมรสู้ กึ วา่ ผมเหมอื นสงิ โตในสวนสตั ว์ ที่กินกระต่ายเล้ียงไม่ใช่กระต่ายป่า ผมเลยยัง ไม่เข้าใจอะไรบางอย่าง หลังจากเหตุการณ์นี้ ผมเรม่ิ เหน็ ชดุ ความคดิ ทชี่ ดั เจนขนึ้ ชดุ ความคดิ นน้ั ประกอบด้วย 2 สว่ น คือ ความเชอื่ + ความรู้ เราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับการทับซ้อนท่ีสั่งสม ต้ังแต่วัยเด็กประกอบกันเป็นชุดความคิดซ่ึงมี ลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล เมื่อมองย้อน กลับไปเราถูกปลูกฝังให้เรียนให้สูงและเรียน ให้เก่ง ไม่ถูกปลูกฝังให้ค้นหาความถนัดของ ตัวเอง ผมจึงต้องเรียนใหถ้ กู ต้องกับความถนัด ของตัวเอง” ท่ีมา: www.youtube.com/watch?v=NVv8pGGqzY8&feature=youtu.be
Search