ปก
CONTENTS 3 43 10 24 03 24 38 Word Power digitonomy INSIDE OKMD OKMD Workshop วิสาหกจิ ชมุ ชนฯ กับการพัฒนาท่ีย่ังยืน การเตรียมความพร้อม Office of Knowledge Management and Development 28 เดก็ และเยาวชนไทย ทป่ี รึกษา 10 DECODE สู่ตลาดแรงงาน ในศตวรรษท่ี 21 ดร.อธิปัตย์ บำ� รงุ the knowledge ผูอ้ �ำนวยการสำ� นักงานบรหิ ารและพัฒนาองค์ความรู้ Social Enterprise 46 บรรณาธิการบริหาร การพัฒนาชุมชน ถอดกลยุทธ์แนวคิด 5ive ดร.อภิชาติ ประเสรฐิ เพ่ือการเรียนรแู้ ละ วิสาหกจิ เพ่ือสังคม รองผอู้ ำ� นวยการส�ำนักงานบรหิ ารและพัฒนาองคค์ วามรู้ การท�ำมาหากิน ต่อยอดไอเดียอาชพี 32 กับ 5 ภูมิปัญญาท้องถิ่น ฝ่ายศลิ ปกรรม 18 NEXTPERT เพ่ือการท�ำมาหากิน บริษัท โคคนู แอนด์ โค จำ�กดั one of a kind 32 ซอยโชคชยั 4 ซอย 84 ถนนโชคชยั 4 แขวงลาดพรา้ ว เรียน+รู้ จากผู้ท�ำจรงิ 50 เขตลาดพรา้ ว กรงุ เทพมหานคร 10230 A-Z Workshop กรณีศึกษา : วิสาหกจิ ชมุ ชน talk to zine โทรศัพท์ 0 2116 9959 และ 087 718 7324 กับการยกระดับคณุ ภาพ 20 ชีวิตท้องถ่ิน Long Table Symposium จัดทำ� โดย next อาหารบ้านบ้าน สำ� นกั งานบรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน) 36 69 อาคารวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหดิ ล ปรบั ตวั ใหท้ ัน ความรกู้ ินได้ 51 ชน้ั 18-19 ถนนวิภาวดรี ังสิต แขวงสามเสนใน ปั ญญาประดิษฐ์ what's going on เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 เทรนดก์ ารจัดกจิ กรรม ผลิตภณั ฑ์และ โทรศพั ท์ 0 2105 6500 โทรสาร 0 2105 6556 การเรียนรแู้ ห่งโลกอนาคต บรกิ ารสร้างสรรค์ อีเมล [email protected] ของวิสาหกจิ ชมุ ชน เวบ็ ไซต์ www.okmd.or.th - The 3rd International อนุญาตให้ใช้ได้ตามสัญญาอนุญาต Conference on Teaching, ครีเอทีฟคอมมอนส์ แสดงท่ีมา-ไม่ใช้ Learning and Education เพ่ือการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน 3.0 ประเทศไทย - Life Instyle จัดท�ำข้ึนภายใต้โครงการเผยแพร่กิจกรรมองค์ความรู้โดยส�ำนักงาน - International Conference บรหิ ารและพฒั นาองคค์ วามรู้ (องคก์ ารมหาชน) เพอ่ื สรา้ งแรงบนั ดาลใจ ในการนำ� องคค์ วามรมู้ าผสมผสานกบั ความคดิ สรา้ งสรรค์ เพอ่ื ประโยชน์ on Learning and Intellectual ดา้ นการเรียนรู้ ต่อยอดธุรกิจ เพม่ิ มลู ค่าเศรษฐกิจของประเทศ Capital (ICLIC 2021) ผสู้ นใจรบั นติ ยสารโปรดตดิ ตอ่ 0 2105 6520 หรอื ดาวนโ์ หลดทเี่ วบ็ ไซต์ www.okmd.or.th/knowledge/okmd-magazine
word power W 3 OKMD Workshop กับ การพัฒนาที่ยั่งยืน สแกน QR Code เพือ่ รับชม Gif “การพัฒนาทีย่ ัง่ ยนื คือ การพฒั นาที่ตอบสนองความตอ้ งการของคนรุ่นปจั จบุ นั โดยไม่ลดทอนความสามารถของคนรุ่นต่อไปในการตอบสนองความตอ้ งการของตนเอง” องค์การสหประชาชาติได้น�ำแนวคิดข้างต้นมาเป็น การกลา่ วถงึ มากทส่ี ดุ คอื “การพฒั นาทยี่ งั่ ยนื ” เนอ่ื งจาก แนวทางในการพฒั นาโลกในศตวรรษท่ี 21 โดยกำ� หนด ได้ย้ายศูนย์กลางของการพัฒนามาอยู่ท่ี “คน” แทนที่ เป็นเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืน (Sustainability จะใหค้ วามสำ� คญั กบั การสรา้ งความเจรญิ กา้ วหนา้ วตั ถุ Development Goals: SDGs) พ.ศ. 2573 ที่เน้นการ และการเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ อย่างที่เปน็ มา พฒั นาทส่ี มดลุ ระหวา่ งเศรษฐกจิ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม ประเทศไทยเองก็มีการปรับเปลี่ยนแนวทาง ซึ่งประเทศต่างๆ ท่ัวโลก รวมท้ังประเทศไทยได้น�ำ การพัฒนาประเทศสกู่ ารพัฒนาที่ย่ังยืน โดยใช้ปรัชญา เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ขององคก์ ารสหประชาชาติ เศรษฐกจิ พอเพยี ง สง่ เสรมิ การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน มาบรรจเุ ปน็ สว่ นหนงึ่ ในแผนพฒั นาประเทศ ใ น ก า ร จั ด ก า ร ท รั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ แ ล ะ คุ ณ ภ า พ หลายประเทศไดค้ น้ หาแนวคดิ ใหมเ่ พอื่ เปน็ ทางเลอื ก สิ่งแวดล้อม เพื่อให้การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ในการพฒั นา เชน่ การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื ปรชั ญาเศรษฐกจิ ประสบความส�ำเร็จอย่างย่ังยืนและเหมาะสมกับบริบท พอเพียง เศรษฐศาสตร์สีเขียว เป็นต้น ซึ่งแนวคิดท่ีมี ของสังคมไทยมากทีส่ ุด
4 W word power การส่งเสรมิ เศรษฐกิจชุมชนกับ การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ียั่งยืน (SDGs) เปา้ หมายการพฒั นาทย่ี ง่ั ยนื ขององคก์ ารสหประชาชาติ ทางเศรษฐกจิ ทยี่ ั่งยืนครอบคลุมคนทกุ กลุ่มน้นั มีความ ประกอบดว้ ยเปา้ หมาย 17 ประการ ลว้ นมคี วามเชอ่ื มโยง เช่ือมโยงกับการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างแยกกัน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองการขจัด ไม่ออก โดยเฉพาะในช่วงท่ีเศรษฐกิจโลกถดถอย ความยากจน การขจัดความหิวโหย การศึกษาท่ีมี อย่างในปัจจุบัน เพราะจะเน้นท่ีความยั่งยืนในการหา คณุ ภาพและเทา่ เทยี ม การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ การลด รายได้และการมงี านทำ� ทเ่ี ทา่ เทยี มกนั ของคนไมว่ า่ จะเปน็ ความเหลื่อมล้�ำทางเศรษฐกิจ หรือการเติบโตทาง คนกลมุ่ ใดในสงั คม ดงั นนั้ การสง่ เสรมิ ใหผ้ ปู้ ระกอบการ เศรษฐกจิ ทย่ี งั่ ยนื ครอบคลมุ คนทกุ กลมุ่ ซงึ่ ประเดน็ เหลา่ นี้ และคนในชุมชนได้น�ำเอาเทคโนโลยี นวัตกรรม และ มีความสัมพันธก์ นั อยา่ งหลกี เลย่ี งไม่ได้ การเปิดโอกาส ความคิดสร้างสรรค์ ทั้งในด้านเทคโนโลยี โมเดล ให้คนได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะที่เท่าทัน ทางธุรกิจ และการบริหารจดั การ มาใชเ้ พมิ่ คุณค่าของ การเปลย่ี นแปลงของโลก เพอื่ นำ� ความรแู้ ละทกั ษะทไี่ ดร้ บั ผลติ ภณั ฑ์ ไมว่ า่ จะในภาคเกษตรหรอื ภาคอตุ สาหกรรม การพัฒนาไปใช้สร้างสรรค์ผลงานและประกอบอาชีพ ทงั้ ในงานทใี่ ชเ้ ทคโนโลยเี ขม้ ขน้ หรอื แรงงานเขม้ ขน้ รวมถงึ จึงเป็นเรื่องส�ำคัญท่ีส่งผลต่อสถานะทางเศรษฐกิจและ ภาคการบริการ จึงเป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน การยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของคนโดยเฉพาะผปู้ ระกอบการ ใหม้ ศี กั ยภาพและขดี ความสามารถในการแขง่ ขนั ทส่ี งู ขน้ึ ชุมชน ซ่ึงอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากการพัฒนา กว่าเดมิ ของเศรษฐกิจกระแสหลักมากนัก แต่ก็มีความส�ำคัญ เพอ่ื ใหส้ ามารถบรรลเุ ปา้ หมายดงั กลา่ ว ทกุ ภาคสว่ น ในฐานะแหลง่ จา้ งงานหลกั ของคนในชมุ ชน จะต้องร่วมมือกันสร้างสิ่งเหล่าน้ีให้เกิดข้ึนอย่างเป็น การบรรลเุ ปา้ หมาย SDGs ในขอ้ ทว่ี า่ ดว้ ยการเตบิ โต รูปธรรม ได้แก่ อ้างองิ : www.un.or.th/globalgoals/th/the-goals การเตบิ โตของเศรษฐกจิ อยา่ งยั่งยนื ท� ำ ใ ห ้ ค น ใ น ท ้ อ ง ถิ่ น มี ง า น ท� ำ แ ล ะ มี ร า ย ไ ด ้ ซ่ึงรวมถึงผู้ประกอบการและผู้ผลิตในชุมชนที่จะต้อง สามารถดำ� เนนิ ธรุ กจิ ของตนอยไู่ ดอ้ ยา่ งยงั่ ยนื แมจ้ ะตอ้ ง เผชิญกบั สภาวะความผันแปรของโลกที่ไม่หยดุ นง่ิ การเพิ่มผลติ ภาพของแรงงาน และผูป้ ระกอบการในชมุ ชน น�ำเทคโนโลยีท่ีเหมาะสมมาใช้ในการท�ำงาน ทั้งในด้านการผลิตและการบริหารจัดการ รวมถึง การสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สอดคล้องกับจุดแข็งและ บริบทของชุมชน ตลอดจนการสร้างสินค้าและบริการ ท่ีแตกต่าง มีเอกลักษณ์ เพื่อให้เกิดความได้เปรียบ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่าง มปี ระสิทธภิ าพ
word power W 5 การมนี โยบายภาครัฐทส่ี ่งเสรมิ การจา้ งงาน และการประกอบธรุ กจิ ในชมุ ชน สนับสนุนให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ความคิด สร้างสรรค์ และการคิดค้นนวัตกรรม โดยเฉพาะ ในชุมชนชนบทท่ีอาจจะมีปัญหาการว่างงานแฝง การขาดความรู้ ขาดทักษะสมัยใหม่ ขาดแคลนเงินทุน และขาดเทคโนโลยีทีเ่ หมาะสม การใชท้ รพั ยากร ภูมิปญั ญา และทนุ ทางวัฒนธรรมของชมุ ชน ใหเ้ กิดประโยชน์สงู สดุ สร้างสรรค์คุณค่าให้แก่สินค้าและบริการชุมชน รวมถงึ การดแู ลใหก้ ารบรโิ ภคในชมุ ชนเกดิ ประโยชนค์ มุ้ คา่ โดยค�ำนึงถึงความยั่งยืนและการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ในพนื้ ท่ี ทง้ั สง่ิ แวดลอ้ มทางธรรมชาตแิ ละทางวฒั นธรรม ให้อยูค่ ู่ชุมชนตลอดไป การส่งเสรมิ การจ้างงาน ในพ้นื ที่ให้เต็มศักยภาพ ค�ำนึงถึงความท่ัวถึง เท่าเทียม เป็นธรรม และ สวัสดิภาพของแรงงาน การสนับสนุนให้ผู้ด้อยโอกาส ในสังคมมีโอกาสพัฒนาตนเองและพัฒนาชุมชน รวมถึงการส่งเสริมเยาวชนในชุมชนให้มีโอกาสฝึกงาน เรียนรู้ และพัฒนาทักษะสมัยใหม่ โดยเฉพาะทักษะ ที่เก่ียวกับเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อม ในการเป็นผู้ประกอบการและแรงงานท่ีมีคุณภาพ ในอนาคต การสง่ เสรมิ การทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนทยี่ งั่ ยนื จั ด ก า ร ท ่ อ ง เ ท่ี ย ว ที่ ส อ ด ค ล ้ อ ง กั บ ส ภ า พ ท า ง ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต ความเช่ียวชาญ และความสนใจของคนในพ้ืนที่ เช่น การท่องเท่ียว เชงิ วฒั นธรรม การทอ่ งเทยี่ วธรรมชาติ และการทอ่ งเทย่ี ว เชิงการกีฬา ซึ่งจะท�ำให้เกิดการประกอบธุรกิจและ การจา้ งงานในชมุ ชน นอกเหนอื ไปจากการประชาสมั พนั ธ์ ศิลปะ วัฒนธรรม และผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เป็นท่ีรู้จัก ของคนตา่ งพ้นื ที่
6 W word power การส่งเสรมิ การพัฒนาตอ่ ยอด ความรูแ้ ละเทคโนโลยีในบริบทของพืน้ ท่ี น�ำกระบวนการบริหารจัดการความรู้มาปรับใช้ เพื่อสร้างเร่ืองราว พัฒนาให้เกิดความแตกต่าง สร้าง จุดแข็งของชุมชน และส่งเสริมให้เกิดความย่ังยืน ในการน�ำความรู้และเทคโนโลยีไปใช้สร้างสรรค์สินค้า และบรกิ ารเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของลกู คา้ ฿ การสง่ เสริมการเขา้ ถงึ แหลง่ ทนุ ในหลากหลายรปู แบบ อ�ำนวยความสะดวกในการเข้าถึงบริการทาง การเงินรูปแบบต่างๆ การประกัน รวมถึงการให้ ความชว่ ยเหลอื ในดา้ นอน่ื ๆ อาทิ ความรแู้ ละเทคโนโลยี การตลาด การวิจัยและพัฒนา การออกแบบสินค้า การพัฒนาสินค้าและการบริการ และการค้าขาย ระหว่างประเทศ ในปัจจุบัน สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ให้เกิดการปรับเปล่ียนรูปแบบสินค้าและบริการได้ โควิด-19 ท�ำให้การผลิตและการบริโภคชะลอตัว อย่างรวดเร็วเพ่ือให้มีความหลากหลายและสอดรับกับ ลงมาก สรา้ งผลกระทบตอ่ ผลติ ภาพการผลติ และทำ� ให้ ความต้องการของลูกค้ามากขึ้น การจา้ งงานลดลง โดยเฉพาะในธรุ กจิ ขนาดกลาง ธรุ กจิ ด้วยเห็นความส�ำคัญของการเตรียมความพร้อม ขนาดย่อม ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และผู้ใช้แรงงาน ผปู้ ระกอบการชมุ ชนใหส้ ามารถนำ� ความรู้เทคโนโลยี และ ซึ่งได้รับผลกระทบท่ีรุนแรงกว่าเม่ือเปรียบเทียบกับ หลักการบริหารจัดการสมัยใหม่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ ธุรกิจขนาดใหญ่ ในทางกลับกันเศรษฐกิจชุมชนกลับ ในการด�ำเนินธุรกิจ ตั้งแต่การส�ำรวจความต้องการ มีความส�ำคัญมากขึ้น ในฐานะแหล่งจ้างงานของ ของผบู้ รโิ ภคและการวเิ คราะหศ์ กั ยภาพของผปู้ ระกอบการ ประชาชนในพนื้ ที่ และเปน็ ทร่ี องรับแรงงานท่ีกลับบ้าน ในการสนองตอบความต้องการการออกแบบและ เนอ่ื งจากการจา้ งงานในเมอื งทล่ี ดนอ้ ยลง จงึ คาดการณ์ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ การทดสอบตลาด ว่าในอนาคตความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่างชุมชน การท�ำตลาด จนถึงข้ันตอนการให้บริการหลังการขาย จะมมี ากขนึ้ เกดิ การรวมกลมุ่ ชมุ ชนในการผลติ จำ� หนา่ ย ส�ำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ หรือ สบร. และสร้างตลาดเพื่อเกื้อกูลและต่อยอดซึ่งกันและกัน จึงได้ด�ำเนินการจัดกิจกรรมเวิร์กช็อปอย่างต่อเนื่อง นอกจากน้ี บทบาทของเทคโนโลยีดิจิทัลในการติดต่อ เพอ่ื ใหผ้ ทู้ ส่ี นใจไดเ้ ขา้ มาเรยี นรู้ทดลองคดิ และทดลองทำ� ส่ือสารและการน�ำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้กับ ภายใตก้ ารใหค้ ำ� ปรกึ ษาและค�ำแนะน�ำจากผู้เชยี่ วชาญ ทุกกระบวนการทางธุรกิจจะช่วยเพ่ิมประสิทธิภาพ ท่ีเก่ียวข้องจากหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งนี้เพ่ือให้ ในการประกอบธุรกิจชุมชน เป็นช่องทางการตลาดท่ี ผู้เข้าร่วมกิจกรรมเกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ท�ำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและ ความช�ำนาญท่ีแท้จริง สามารถน�ำไปปรับใช้กับ บริการได้ในวงกว้างอย่างไม่เคยมีมาก่อน และช่วย สถานการณ์จรงิ ตามบรบิ ททีแ่ ตกตา่ งกันของแตล่ ะคน
word power Ww 7 “ศูนย์ความรู้กินได”้ กบั การสง่ เสริม ศกั ยภาพของผู้ประกอบการชมุ ชน “ศูนย์ความรู้กินได้” เป็นหน่ึงในงานของ OKMD ในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ดา้ นการทำ� มาหากนิ โดยใหบ้ รกิ ารองคค์ วามรทู้ จี่ ะนำ� ไปตอ่ ยอดสรา้ งอาชพี ยกระดบั คุณภาพสินค้าและบริการในท้องถ่ินให้มีมูลค่าเพิ่มข้ึน ผ่านกระบวนการถ่ายทอด ความรู้ด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์รูปแบบต่างๆ ที่ง่ายต่อการเข้าใจและเข้าถึง และ เหมาะสมกับบริบทของท้องถิ่น มีการน�ำวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ โดยมีเป้าหมายเพ่ือให้ประชาชนสามารถสร้างอาชีพและรายได้จากองค์ความรู้ที่มี ในท้องถ่ิน เกิดการบริหารจัดการความรู้ในท้องถิ่นและต่อยอดภูมิปัญญา ด้วยวิทยาการสมัยใหม่ รวมถึงสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ท่ีครบถ้วนสมบูรณ์ เข้าถึงง่าย และน�ำไปประกอบอาชีพได้จริง ซึ่งกระบวนการส�ำคัญท่ีน�ำมาใช้ ในการสร้างและเผยแพร่องค์ความรู้ท้องถ่ิน คือ กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management: KM) การจัดการความรู้เพ่อื เพ่มิ มูลค่าต้นทุนท้องถน่ิ จากเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ ระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ได้มุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติ บนพนื้ ฐานแนวคิด 3 ประการ ไดแ้ ก่ 123 “ต่อยอดอดีต” “ปรับปัจจบุ ัน” “สร้างคุณค่าใหม่ ในอนาคต” มองกลับไปท่ีรากเหง้าทาง ปรับเปลี่ยนเพ่ือปูทางสู่อนาคต เพ่ิมศักยภาพของผู้ประกอบการ เศรษฐกิจ อัตลักษณ์ วัฒนธรรม ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนาคนรุ่นใหม่ รวมถึงปรับ ประเพณี วิถีชีวิต และจุดเด่นทาง ของประเทศในมติ ติ า่ งๆ ทงั้ โครงขา่ ย รูปแบบธุรกิจเพ่ือตอบสนองความ ทรัพยากรธรรมชาติที่หลากหลาย ระบบคมนาคมและขนสง่ โครงสรา้ ง ต้องการของตลาด ควบคไู่ ปกับการ รวมถึงความได้เปรียบในด้านอื่นๆ พน้ื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละ ส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐ น�ำมาประยุกต์ผสมผสานกับ ดิจิทัล และการปรบั สภาพแวดล้อม ให้ประเทศไทยสามารถสร้างฐาน เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อให้ ให้เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรม รายได้และการจ้างงานใหม่ ขยาย สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและ และบริการในอนาคต โอกาสทางการค้าและการลงทุนใน สังคมโลกสมยั ใหม่ เวทีโลก ยกระดับรายได้และการ กนิ ดอี ยดู่ ี เพอื่ ลดจำ� นวนผขู้ าดโอกาส เพ่ิมจ�ำนวนคนช้ันกลางในระบบ เศรษฐกิจ และลดความเหลื่อมล้�ำ ของคนในประเทศ
8 W word power แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ยงั เนน้ ยำ�้ เรอ่ื งการพฒั นาเศรษฐกจิ ฐานราก ซึ่งเปน็ แนวทางการพัฒนาและยกระดับ ประเทศให้เปน็ ประเทศรายได้สูงที่มีการ กระจายรายได้อย่างท่ัวถึง เพื่อวาง ร า ก ฐ า น ท่ี มั่ น ค ง ใ ห ้ กั บ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ไ ท ย ในอนาคต โดยการส่งเสริมเศรษฐกิจ ระดับชุมชนและท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพในการแข่งขัน สามารถพึ่งพา ตนเองได้ ซ่ึงจะท�ำให้เกิดการยกระดับ มาตรฐานการครองชีพและความเป็นอยู่ ของประชาชนในชุมชนให้ดีข้ึน และ น�ำไปสู่การแก้ไขปัญหาความยากจน ความเหลอื่ มลำ�้ และความไมเ่ สมอภาคของ คนในประเทศ เพ่ือใหท้ กุ คนไดร้ ับประโยชน์ จากการพฒั นาอย่างทั่วถงึ และเปน็ ธรรม ภายใตแ้ ผนแมบ่ ทดงั กลา่ ว OKMD จงึ ไดน้ ำ� แนวคดิ “ศนู ยค์ วามรกู้ นิ ได”้ และ “กระบวนการ จัดการความรู้” มาพัฒนา ต่อยอด และด�ำเนินการตามข้ันตอน เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และ ส่งเสรมิ เศรษฐกิจระดบั ชมุ ชนท้องถิน่ ดงั นี้ ตอ่ ยอดอดตี ปรบั ปัจจุบัน สรา้ งคุณคา่ ใหม่ ในอนาคต ค้นหาต้นทุนด้ังเดิมของ เช่ือมต่อต้นทุนท้องถ่ิน ศึ ก ษ า แ น ว โ น ้ ม ก า ร ท้องถ่ิน เช่น ภูมิปัญญา เขา้ กบั นวตั กรรม เทคโนโลยี เปล่ียนแปลงของโลก และ ประเพณี วิถีชีวิต และ งานวิจัย และองค์ความรู้ เทรนด์ความต้องการของ ทรัพยากรต่างๆ สมยั ใหม่ ผูบ้ รโิ ภค กระบวนการจัดการความรู้ของศูนย์ความรู้กินได้ เน้นการสร้างความรู้ท่ีคนในท้องถ่ิน สามารถน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการท่ีตอบโจทย์ความต้องการของ ผู้บริโภคยุคใหม่ ช่วยให้ผู้ประกอบการพัฒนาความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับ เศรษฐกิจชุมชนได้อย่างยั่งยืน รวมถึงยังเป็นการสร้างวัฒนธรรมการใช้ความรู้เพ่ือแก้ปัญหา และสร้างโอกาสทีส่ อดรับกบั ความเปลี่ยนแปลง ซ่งึ เปน็ แนวทางในการพฒั นาองค์ความรู้และ โครงสรา้ งทางปญั ญาใหเ้ กดิ ข้ึนและคงอยูใ่ นท้องถน่ิ อยา่ งเป็นรปู ธรรมและย่ังยืน
word power Ww 9 ความรู้สร้างคุณค่า นบั ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2552 ถึงปัจจุบัน ศูนย์ความรกู้ นิ ได้เน้นการดำ� เนินงานเพือ่ ใหบ้ รรลุเป้าหมายการจัดการ ความรู้เพ่ือการท�ำมาหากินที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่นและการเปล่ียนแปลงของโลก โดยมีผลการด�ำเนินงาน 4 ดา้ น ดังนี้ สร้างองคค์ วามรู้เพอื่ การทำ� มาหากิน สรา้ งผลติ ภณั ฑ์ชมุ ชน พั ฒ น า แ ห ล ่ ง เ รี ย น รู ้ ด ้ า น ก า ร ท� ำ ม า ห า กิ น พฒั นาผลติ ภัณฑช์ มุ ชน จ�ำนวน 16 ผลติ ภณั ฑ์ มีศูนย์ความรู้กินได้ต้นแบบต้ังอยู่ที่ห้องสมุด พัฒนาองค์ความรู้เก่ียวกับการสร้างผลิตภัณฑ์ ประชาชนจังหวัดอุบลราชธานี และขยายผล ชุมชน 16 องค์ความรู้ ไปเป็นศูนย์ความรู้กินได้และมุมความรู้กินได้ พั ฒ น า ศั ก ย ภ า พ ด ้ า น ก า ร พั ฒ น า ผ ลิ ต ภั ณ ฑ ์ รวม 16 แหง่ ทวั่ ประเทศ ให้แก่กลุ่มอาชีพ/วิสาหกิจชุมชน จำ� นวน 221 ราย พฒั นาองคค์ วามรูท้ ำ� มาหากนิ 293 อาชพี จาก 25 กลุ่ม พฒั นานักจัดการความรู้ 317 ราย สร้างชุมชนแหง่ การเรยี นรู้ สร้างเครอื ขา่ ยคนและความรู้ สร้างวัฒนธรรมการใช้ความรู้เพ่ือยกระดับ จั ด กิ จ ก ร ร ม ถ ่ า ย ท อ ด ค ว า ม รู ้ แ ล ะ พั ฒ น า คณุ ภาพคนในทอ้ งถน่ิ ผา่ นกระบวนการจดั การความรู้ เครือข่าย เช่น นิทรรศการหมุนเวียน เวิร์กช็อป (KM Process) ได้แก่ สร้างอาชีพ กิจกรรมมหกรรมความรู้สร้างอาชีพ กจิ กรรมเปิดบ้านการเรยี นรู้ (Open House) กจิ กรรม การสร้างความรู้ (Knowledge Creation) ชมุ ชนนกั ปฏิบัติ (Community of Practice: CoP) การถ่ายทอดความรู้ (Knowledge Transfer) การน�ำความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ (Knowledge Utilization) “เพราะความรู้ ใช้ท�ำมาหากินได้” กิจกรรมของศูนย์ความรู้กินได้จึงเป็นการกระตุ้นให้เกิดชุมชน แห่งการเรียนรู้ท่ีพ่ึงพาตนเองได้ และกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของท้องถ่ิน ผ่านการน�ำเสนอและสนับสนุน องค์ความรู้ตามความจ�ำเป็นและความต้องการในพื้นท่ี ทั้งน้ีเพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้ พัฒนาความรู้ ทักษะ และความสามารถในการประกอบธุรกิจให้มีศักยภาพ พัฒนาสินค้าให้มีความโดดเด่น มอี ตั ลักษณ์เฉพาะตัว และมีความสามารถในการแขง่ ขัน อันจะน�ำไปส่กู ารพง่ึ พาตัวเองไดใ้ นระยะยาวและย่ังยนื ได้ในอนาคต
10 T THE KNOWLEDGE การพัฒนาชุมชน เพื่อการเรยี นรู้และการท�ำมาหากิน การจัดการความรู้ชุมชน ถือเป็นการยกระดับสมรรถนะวิสาหกิจชุมชนให้เป็น “วิสาหกิจชุมชน ต้นแบบด้านการจัดการกระบวนการเรียนรู้” โดยมีเป้าหมายเพ่ือยกระดับความสามารถในการแข่งขัน และเพ่ิมมูลค่าทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างย่ังยืน ดังน้ัน วิสาหกิจชุมชนจ�ำเป็นต้องเรียนรู้แนวทาง ในการประเมินศักยภาพของตนเองในการยกระดับสมาชิกในชุมชนให้สามารถจัดท�ำแผนการบริหาร ชุมชนและขับเคล่อื นการพัฒนาชมุ ชนได้อย่างย่ังยนื การพัฒนาคนซ่ึงเป็นสมาชิกของชุมชน จึงเป็นหัวใจส�ำคัญในการยกระดับความสามารถในเชิง การบริหารจัดการและการเรียนรู้เพื่อการท�ำมาหากินได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในระดับปัจเจกบุคคล ซ่ึงความสามารถและทักษะในการคิดวิเคราะห์และการวางแผนยุทธศาสตร์ชุมชนจะท�ำให้วิสาหกิจ ชุมชนสามารถพฒั นาผลิตภณั ฑ์ชมุ ชนและขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างมีประสิทธภิ าพ รู้จกั วางแผนก�ำหนดกลยทุ ธ์ การพัฒนาชุมชน มีภูมปิ ัญญา รูจ้ กั กำ� หนด ทอ้ งถนิ่ เป้าหมายชุมชน เขา้ ใจพื้นที่/ รู้จกั ประเมิน รู้สภาพปญั หา ศกั ยภาพ SCAN QR CODE ชุมชนท้องถิ่นมีทิศทางและ เพอ่ื รับชม Clip เปา้ หมายในการพฒั นาทค่ี รอบคลมุ ทั้ ง ด ้ า น สั ง ค ม แ ล ะ เ ศ ร ษ ฐ กิ จ ตอบสนองความต้องการของชุมชน สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรและทุนในชุมชน รวมถึงเช่ือมโยงแผนพัฒนาชุมชน ทอ้ งถน่ิ สยู่ ทุ ธศาสตรจ์ งั หวดั เพอื่ เปน็ รากฐานที่มั่นคงของสังคม
THE KNOWLEDGE T 11 อยา่ งไรก็ตาม ในการเรยี นรู้การพัฒนาชุมชนเพ่อื การท�ำมาหากิน มีประเด็นในการวิเคราะห์และการเรียนรู้ทีส่ �ำคญั 4 ดา้ น ได้แก่ 1. กระบวนการหลกั ในการวเิ คราะห์ภาพรวมชุมชน ประกอบด้วย... 12 3 วเิ คราะห์ความพร้อม วเิ คราะหพ์ ื้นท่ีและ ออกแบบแนวทาง ศกั ยภาพในการพัฒนา สภาพแวดล้อมของ การยกระดับศักยภาพ และความต้องการ วสิ าหกิจชมุ ชน วสิ าหกิจชุมชน ของชมุ ชน 5 4 ถ่ายทอดองคค์ วามรู้และ เกษตรกรในชมุ ชน กระบวนการวิเคราะหศ์ ักยภาพ รว่ มกำ� หนดเปา้ หมายและ เพือ่ ออกแบบแผนยทุ ธศาสตรฯ์ แนวทางการพฒั นาทชี่ ดั เจน ใหส้ อดคลอ้ งกบั เปา้ หมายของชมุ ชน และเป็นระบบ 2. การวเิ คราะห์ภาพรวมการดำ� เนินงานของวิสาหกจิ ชมุ ชน ประกอบด้วย... การขนสง่ (โลจิสติกส์) เเละถา่ ยทอดข้อมลู กฎระเบยี บ ขอ้ บงั คบั เเละลขิ สทิ ธ์ิ ท่เี กบ็ สต็อกสนิ ค้า กฎระเบยี บเกยี่ วกบั พ้ืนทเี่ พาะปลูกและ เเรงงานในการขนสง่ โรงเรอื น เงนิ ทนุ ในการขนสง่ เเละถา่ ยทอดข้อมลู กฎระเบยี บเกย่ี วกับเเรงงาน ความรู้เเละเทคโนโลยใี นการขนสง่ เเละ คา่ ใชจ้ า่ ยเกย่ี วกับ กฎระเบียบเเละลิขสิทธิ์ ถ่ายทอดข้อมลู ความรเู้ ก่ยี วกับกฎระเบยี บ อปุ กรณใ์ นการขนสง่ เเละถา่ ยทอดข้อมลู กฎระเบียบเกี่ยวกับอุปกรณ์ เครื่องจกั ร ผลติ และเก็บเกีย่ ว แปรรูปผลผลิต การตลาดเเละ พฒั นาผลผลิตภัณฑ์ ท่ีดินในการเพาะปลูก สถานทแ่ี ปรรปู ผลผลติ แรงงาน แรงงาน สถานทจ่ี ำ� หนา่ ยสินค้า เงนิ ทนุ เงินทนุ เเรงงาน ความรู้เเละเทคโนโลยี ความรู้เเละเทคโนโลยี เงนิ ทนุ ดำ� เนนิ การ เครอ่ื งมือเคร่อื งจกั ร เครอ่ื งมือเครื่องจักร ความรเู้ เละเทคโนโลยี อปุ กรณ์เเละเครื่องมอื
12 T THE KNOWLEDGE 3. เครือ่ งมือในการประเมนิ ความตอ้ งการและศักยภาพของชุมชน ไดแ้ ก่... ข้นั ตอน แนวทาง เครื่องมือท่ีใช้ ประเมินสภาพและ เครอ่ื งมือในการประเมิน Priority Need Index ความตอ้ งการชมุ ชน และเปรียบเทียบ การประเมินความตอ้ งการ เพ่ือทราบถงึ สง่ิ จำ� เปน็ ในชุมชน ความสามารถในปจั จุบนั ทีย่ งั ไม่มกี ารด�ำเนนิ การหรอื และเป้าหมายท่ี ดำ� เนินการยงั ไมแ่ ล้วเสร็จ ต้องการพฒั นา (GAP) วเิ คราะหป์ ัจจยั วเิ คราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน SWOT Analysis และบริบทชุมชน และปจั จัยภายนอก การวิเคราะหส์ ภาพชมุ ชน ตามสภาพ ในปจั จบุ นั เพอ่ื คน้ หาจดุ แข็ง และบริบทของชุมชน จดุ เดน่ จุดด้อย ทม่ี ีผล ตอ่ การพัฒนาในอนาคต กำ� หนดเป้าหมายและ ระดมความเห็นชุมชน TOWS Matrix ยทุ ธศาสตรช์ ุมชน เพอื่ กำ� หนดเป้าหมาย การประเมินสถานการณ์ ปจั จบุ นั ของชุมชน โดยดจู าก และยุทธศาสตร์ ปจั จยั ภายใน (จุดแข็ง/จดุ ออ่ น) ในการพัฒนาท่ีเหมาะสม และปัจจยั ภายนอก กับศกั ยภาพชมุ ชน (โอกาส/อุปสรรค)
4. แนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ชุมชน ประกอบด้วย... THE KNOWLEDGE T 13 12 3 ผลิต/จำ� หนา่ ยวัตถุดิบ ปลกู พืช/เล้ยี งสตั ว/์ แปรรูปผลผลิต การเกษตร ประมง พัฒนาคุณภาพ พฒั นาคุณภาพ พัฒนาคณุ ภาพ ลดตน้ ทนุ ลดตน้ ทุน ลดต้นทนุ เพ่ิมความหลากหลาย เพมิ่ ประสิทธิภาพ เพิ่มประสทิ ธภิ าพ ของผลติ ภัณฑ์ 4 5 สร้างแบรนด์ บรหิ ารจดั การ เเละพัฒนาการตลาด ทรพั ย์สินทางปัญญา สร้างเเละบรหิ ารแบรนด์ สรา้ งรายได้จากทรพั ยส์ นิ เพิม่ ชอ่ งทางการขายสินคา้ ทางปัญญา ขยายฐานลูกคา้ / น�ำทรพั ย์สินทางปญั ญา เพิม่ ส่วนเเบง่ การตลาด มาสร้างมลู ค่าเพิม่ ใหผ้ ลติ ภณั ฑ์ เฝ้าระวังการถูกละเมิด ทรพั ย์สนิ ทางปัญญา
14 T THE KNOWLEDGE การบริหารจัดการความรู้ เพอื่ สร้างความสามารถ ในการแข่งขันของผู้ประกอบการ ต้นทุนทอ้ งถิ่นและการสร้างมลู ค่าทางเศรษฐกจิ โลกก�ำลังเปลี่ยนแปลงไปสู่เศรษฐกิจฐานความรู้อย่างชัดเจน ผู้ผลิตไม่ได้แข่งขันกันด้วยราคา เหมือนในอดีต แต่มุ่งเน้นการน�ำความรู้ นวัตกรรม และเทคโนโลยีมาเพ่ิมความสามารถในการ แข่งขันของธุรกิจ ส่วนผู้บริโภคในปัจจุบันต่างต้องการผลิตภัณฑ์และบริการที่มีนวัตกรรมและ เทคโนโลยีใหม่ๆ ท่ีออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการและแก้ปัญหาในชีวิต นอกจากน้ี นักลงทุนยงั มีแนวโน้มทีจ่ ะลงทุนในธรุ กจิ ทมี่ ีมลู ค่าเพ่มิ สงู และมีนวตั กรรมมากขึ้น สัญญาณเหล่าน้ีแสดงให้เห็นถึงความจ�ำเป็นที่จะต้องพัฒนาและสนับสนุนผู้ประกอบการไทย ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยน�ำต้นทุนที่มีอยู่ในรูปแบบต่างๆ เช่น วิถีชีวิต ภูมิปัญญา และทรพั ยากรธรรมชาติซ่ึงเป็น Core Value หรือ “คุณค่าหลัก” ของแต่ละทอ้ งถนิ่ มาเชอื่ มตอ่ กบั องคค์ วามรู้ และการบรหิ ารจัดการสมัยใหมใ่ นรปู แบบตา่ งๆ เพอื่ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ซึง่ การ จัดการความรู้ได้เข้ามามีบทความส�ำคัญในฐานะเคร่ืองมือช่วยคัดเลือกและเชื่อมโยงองค์ความรู้ ที่มเี ข้ากับองคค์ วามรใู้ หมเ่ พื่อนำ� มาใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสุด ต่อยอดอดตี เพื่อสรา้ งคุณค่าในอนาคต การจะไดม้ าซง่ึ ความรทู้ จี่ ะนำ� ไปพฒั นาตอ่ เพอ่ื สรา้ ง มลู คา่ ทางเศรษฐกจิ สามารถเรมิ่ ตน้ โดยนำ� กระบวนการ จดั การความรู้ (Knowledge Management Process) มาชว่ ยคน้ หาความรทู้ มี่ ศี กั ยภาพในการนำ� ไปพฒั นาตอ่ เป็นเทคโนโลยี นวัตกรรม สินค้าและบริการ โดยน�ำ ความรู้ 2 ประเภท คือ ความรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการค้นคว้าจาก แหล่งขอ้ มูลต่างๆ (Explicit Knowledge) และความรู้ ท่ีเกิดจากการเรียนรู้ ฝึกฝน จนเกิดเป็นทักษะและ ความชำ� นาญ (Tacit Knowledge) มาศึกษา วเิ คราะห์ สังเคราะห์ จัดหมวดหมู่ และเช่ือมโยง เพื่อให้พร้อม สำ� หรับนำ� ไปใช้ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น ชุมชน A มีความรู้ความช�ำนาญเร่ือง สมุนไพรและการแพทย์แผนโบราณ รวมทั้งยังเก่ง ในการเลยี้ งไกช่ น จงึ ไดน้ ำ� กระบวนการจดั การความรมู้ า ช่วยวิเคราะห์เพ่ือหาทุนท้องถิ่นที่มีศักยภาพในการน�ำ มาพฒั นาเปน็ สนิ คา้ สรา้ งรายไดใ้ หก้ บั ชมุ ชน ผลทไ่ี ดค้ อื ผลติ ภัณฑส์ มนุ ไพรส�ำหรับไก่ชน เปน็ ต้น หลังจากได้แนวคดิ และแนวทางแลว้ ขัน้ ตอนต่อไป คอื การเปลย่ี นความรใู้ หเ้ ปน็ สนิ คา้ โดยมกี ารดำ� เนนิ การ 5 ข้ันตอน คอื
THE KNOWLEDGE T 15 1 ส�ำรวจตลาด (Market Survey) การศึกษาเทรนด์โลก รวมทั้งความ ต้องการและพฤติกรรมผู้บริโภค เพ่ือเข้าใจ ความต้องการของตลาดเป้าหมายท่ีชุมชน สามารถตอบสนองได้ 2 วิเคราะห์และคดั เลือกแนวทาง (Ideate) การประชมุ ระดมสมองทง้ั ในมมุ มองทางการตลาด การออกแบบ และการผลิต เพื่อหาแนวคิดและ แนวทางในการผลิตสินค้า โดยต้องค�ำนึงถึงเกณฑ์ ในการคัดเลอื กแนวทางที่เหมาะสม 3 ขอ้ ไดแ้ ก่ 1. ตลาดต้องการหรอื ไม่ 2. ชุมชนมีความสามารถในการผลิตสินค้าน้ี ภายใต้ศกั ยภาพของชุมชนหรอื ไม่ 3. ชมุ ชนสามารถเติบโตและพัฒนาตอ่ ยอดจาก แนวทางทจี่ ะด�ำเนนิ การหรอื ไม่ ในกรณีของการสร้างผลิตภัณฑ์สมุนไพรส�ำหรับ ไก่ชนอาจเลือก 3-4 แนวคิดที่มีศักยภาพทาง การตลาดเพื่อน�ำไปพฒั นาต่อ ตวั อยา่ งเชน่ ลูกประคบสมุนไพรส�ำหรบั ไก่ชน กระโจมอบสมนุ ไพรส�ำหรับไก่ชน ขผี้ ง้ึ สมุนไพรนวดคลายกลา้ มเนือ้ ส�ำหรับไก่ชน
16 T THE KNOWLEDGE 3 พฒั นาสนิ คา้ ตน้ แบบ (Prototyping) การนำ� แนวคดิ ทค่ี ดั เลอื กแลว้ มาทำ� เปน็ สนิ คา้ ต้นแบบตามแนวทางที่วางไว้ เช่น ทดลองท�ำ ลูกประคบสมนุ ไพรขนาดเลก็ ๆ สำ� หรับไก่ชน 4 ทดสอบตลาด (Market Testing) การน�ำสินค้าต้นแบบท่ีพัฒนาขึ้นไปทดสอบกับ ลูกค้า เพ่ือเก็บข้อมูลการตอบรับเก่ียวกับรูปลักษณ์ (Design) ประโยชน์ใช้สอย (Function) และราคา (Price) จากลกู คา้ กลมุ่ เปา้ หมาย และนำ� มาปรบั ปรงุ ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของลกู คา้ มากยงิ่ ขน้ึ ในทน่ี คี้ อื การน�ำตัวอย่างลูกประคบสมุนไพรส�ำหรับไก่ชนไป ใหผ้ ูเ้ ล้ยี งไก่ชนทดลองใช้งาน 5 ผลติ สินค้าเพื่อจำ� หน่าย (Production) เรม่ิ ผลติ สนิ คา้ ทผ่ี า่ นการปรบั ปรงุ ให้ตอบสนองความต้องการของ ลกู คา้ กลมุ่ เปา้ หมายมากยงิ่ ขนึ้ และ น�ำไปจ�ำหน่ายผ่านช่องทางการ ตลาดที่วางไว้ พร้อมท้ังเก็บข้อมูล เพ่ือน�ำมาวิเคราะห์โอกาสในการ ขยายธุรกิจในอนาคต ในกรณีน้ี ชาวชมุ ชน A อาจเลอื กนำ� ลกู ประคบ สมุนไพรส�ำหรับไก่ชนไปจ�ำหน่าย ท่ีศูนย์ OTOP ประจ�ำจังหวัด สนามชนไก่ทั้งในและนอกชุมชน รวมถงึ สื่อสังคมต่างๆ
THE KNOWLEDGE T 17 แนวคดิ และกระบวนการ จัดการความร้เู พอื่ พฒั นาผลิตภณั ฑ์ ต่อยอดอดีต สร้างคุณคา่ ในอนาคต กระบวนการจัดการความรู้ กระบวนการพฒั นาผลติ ภณั ฑ์ Knowledge Management Product Development Process Process ต้นทนุ องค์ความรู้ สนิ ค้า ทอ้ งถนิ่ ท�ำมาหากนิ เเละบริการ ประเพณี สรา้ งความรู้ ส�ำรวจตลาด วัฒนธรรม (Knowledge Creation) (Market Survey) วถิ ีชวี ิต ถ่ายทอดความรู้ วิเคราะห์เเละ ภูมปิ ัญญา (Knowledge คัดเลอื กเเนวทาง ทักษะ Transfer) (Ideate) ความชำ� นาญ น�ำความรู้ พัฒนาสินค้าตน้ แบบ วตั ถดุ บิ ไปใช้ประโยชน์ (Prototyping) ผลผลิต (Knowledge ทดสอบตลาด Utilization) (Market Testing) ผลติ สินค้าเพอ่ื จำ� หน่าย (Production) ปัจจุบัน รวมถึงในอนาคตข้างหน้า ตลาดจะมีการแข่งขันสูงและคู่แข่งต่างเร่งพัฒนา ความสามารถในการตอบสนองความต้องการลูกค้าให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยใชป้ ระโยชนจ์ ากฐาน ข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) นวัตกรรม และเทคโนโลยี ผู้ประกอบการจึงควรน�ำความรู้ที่มีอยู่ มาเชื่อมต่อกับองค์ความรู้สมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ธุรกิจของตนเอง และเพื่อให้สามารถ แข่งขันได้อยา่ งยง่ั ยืนในยคุ เศรษฐกจิ ฐานความรู้
18 O one OF a kind ANGEL INVESTOR Workshop นั ก ล ง ทุ น ซึ่ ง ไ ม ่ เ พี ย ง ล ง ทุ น เ ป ็ น ตัวเงินแตอ่ าจมาพรอ้ มคำ� แนะนำ� จาก ประสบการณข์ องผลู้ งทนุ เพอ่ื ชว่ ยให้ ธุรกิจเรม่ิ ต้นและดำ� เนนิ ไปได้ B B-CORP CROWDFUNDING DOUBLE BOTTOM E-TRAINING LINE การฝึกอบรมออนไลน์ เป็นการจัดการเรียนรู้ผ่าน คำ� ทนี่ ยิ มใชใ้ นสหรฐั อเมรกิ า การระดมทุนคนละเล็ก ก า ร ป ร ะ เ มิ น ผ ล ธุ ร กิ จ สื่ อ อิ เ ล็ ก ท ร อ นิ ก ส ์ แ ล ะ เพอื่ สอื่ ถงึ บรษิ ทั หรอื องคก์ ร ละนอ้ ยจากผคู้ นจำ� นวนมาก ท่ีไม่เพียงพิจารณาจาก อินเทอร์เน็ต โดยเน้นให้ ท่ีเน้นการสร้างผลกระทบ เพ่ือสนับสนุนกิจกรรม ผลกำ� ไร-ขาดทนุ ทางการเงนิ ผู้เข้ารับการอบรมเรียนรู้ เชิงบวกต่อสังคม ควบคู่ โครงการ หรือวิสาหกิจ แต่ร ว ม ถึ ง ผ ล ก ร ะ ท บ ดว้ ยตนเอง ไปกบั การสรา้ งผลกำ� ไร ชุมชน ผ่านแพลตฟอร์ม ทางสังคมท่ีเกิดจากการ ออนไลน์ ดำ� เนนิ ธุรกิจด้วย B BB FINTECH GLOBAL INNOVATION HYBRID MARKETING IMPACT INVESTING FUND การนำ� เอาการเงนิ (Financial) องค์กรท่ีเน้นการลงทุนกับ การสรา้ งเครอื ขา่ ยกบั ธรุ กจิ รปู แบบการลงทนุ ทเ่ี นน้ สรา้ ง มาบวกเข้ากับเทคโนโลยี ธุรกิจเพื่อสังคม นักวิจัย ท่ีแตกต่างกันแต่มีกลุ่ม ผลกระทบเชิงบวกในมิติ (Technology) เพ่ือสร้าง นวัตกรรมเพ่ือสังคม และ ลกู คา้ เดยี วกนั เพอ่ื ประโยชน์ ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมใหม่ด้านการเงิน หน่วยงานรัฐท่ีท�ำงานด้าน ร่วมกัน เช่น ผู้ผลิตสินค้า เปน็ หลกั นอกจากการไดร้ บั การธนาคาร และการลงทนุ การพัฒนาคุณภาพชีวิต OTOP กับแพลตฟอร์ม ผลตอบแทนทางการเงนิ คนยากไร้ท่วั โลก มารเ์ กต็ เพลส JIGSAW CLASSROOM KICKSTARTER LIVE STREAMING MEANINGFUL LEARNING เทคนิคการจัดการเรียนรู้ แพลตฟอร์มระดมทุน การไลฟ์สด เป็นเคร่ืองมือ การเรยี นอยา่ งมคี วามหมาย แบบแบง่ กลมุ่ แตล่ ะกลมุ่ มี สาธารณะ เป็นช่องทางให้ ถา่ ยทอดภาพและเสยี งจาก เป็นวิธีการเรียนโดยเน้น เน้ือหาของตัวเองและต้อง นักคิดและสตาร์ตอัปมา หอ้ งเรยี น การบรรยาย อบรม ก า ร น� ำ ค ว า ม รู ้ เ ดิ ม ม า น�ำเนื้อหามาประกอบกัน น�ำเสนอโครงการของ สัมมนา ผ่านแพลตฟอร์ม เชื่อมโยงกับชุดความรู้ใหม่ เป็นชุดความรู้เหมือนการ ตนเอง เพ่ือระดมทุนจาก ส่ือสังคมบนเครือข่าย เน้นความเข้าใจ ไม่เน้น ตอ่ จกิ๊ ซอว์ นักลงทุนท่วั โลก อินเทอรเ์ นต็ ท่องจ�ำ
one Of a kind O 19 NICHE MARKETING การผลิตและจ�ำหน่ายสินค้า/บริการให้แก่ลูกค้าเฉพาะ กลุ่มที่มีความสนใจและความต้องการในบางเร่ืองอย่าง ชัดเจน ONE TAMBON, ONE PAY IT FORWARD QUESTION-BASED RETURN ON INVESTMENT PRODUCT (OTOP) LEARNING โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ แนวคิดส่งต่อความดีโดย กระบวนการเรียนรู้ท่ีเน้น การวัดผลตอบแทนจาก ท้องถ่ินผ่านการถ่ายทอด เริ่มจากการช่วยเหลือผู้อ่ืน การพัฒนาความคิดผ่าน การลงทุน โดยพิจารณา ความรู้ในชุมชน และ จากนั้นผู้ที่ได้รับความ การปอ้ นคำ� ถามทเี่ หมาะสม จากอัตราส่วนระหว่างเงิน การสนับสนุนการแปรรูป ช่วยเหลือจะตอบแทนด้วย ไปยังผู้เรียน เพื่อกระตุ้น ลงทุนกับผลก�ำไร ซึ่งเป็น ทรัพยากรท้องถิ่นเป็น การสง่ มอบความชว่ ยเหลอื การคิดวิเคราะห์และการ ตวั ชว้ี ดั วา่ การลงทนุ นน้ั คมุ้ คา่ ผลติ ภณั ฑ์ประจำ� ตำ� บล ให้แก่ผู้อนื่ ต่อไป คดิ เชิงเหตุผล หรอื ไม่ SOCIAL THAITAMBON UNLTD. VIRTUAL ENTREPRENEUR WORKSHOP ผู้ประกอบการเพื่อสังคม เวบ็ ไซตไ์ ทยตำ� บล รวบรวม ศูนย์กลางข้อมูลเก่ียวกับ การจ�ำลองสภาพแวดล้อม ไมเ่ นน้ ทำ� ธรุ กจิ เพอ่ื หวงั กำ� ไร ข้อมูลผลิตภัณฑ์และงาน กจิ การเพ่ือสังคมในสหราช ในการจดั การเรยี นรเู้สมอื นจรงิ เพยี งอยา่ งเดยี ว แตย่ งั คำ� นงึ กิจกรรมเกี่ยวกับสินค้า อาณาจักร รวมถึงช่วยให้ บนโลกออนไลน์ โดยเปดิ ให้ ถึงประโยชน์ที่สังคมและ โอทอป รวมถงึ แนะนำ� แหลง่ ผปู้ ระกอบการสงั คมรนุ่ ใหม่ ผู้สนใจรับชมผ่านการ ชมุ ชนจะไดร้ บั อยา่ งย่งั ยืน ท่องเที่ยว ท่ีพัก และร้าน ได้ก่อตั้งธุรกิจและเข้าถึง ถ่ายทอดสดแบบสตรมี มิ่ง อาหารในชมุ ชน ชมุ ชนอยา่ งยง่ั ยนื WEBINAR X-TRANSFER YEP YEP ZILINGO HANDICRAFT การฝกึ อบรม สัมมนา และ แอปพลเิ คชนั สำ� หรบั ถา่ ยโอน เวิร์กช็อปสอนออกแบบ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซท่ี แลกเปล่ียนความเห็น เน้ือหาและส�ำรองข้อมูล และท�ำสมุดท�ำมือดีไซน์ เน้นจ�ำหน่ายสินค้าแฟช่ัน ระหว่างผู้น�ำเสนอและ จากอุปกรณ์หน่ึงไปยัง สวยๆ พร้อมสอนเทคนิค และไลฟ์สไตล์จากกลุ่ม ผู้เข้าร่วมสัมมนาจ�ำนวน อปุ กรณอ์ น่ื เชน่ ไฟลเ์ อกสาร การเย็บสมุดรูปแบบต่างๆ ธุรกิจและวิสาหกิจขนาด มากผ่านซอฟต์แวร์หรือ รปู ภาพ ไฟลเ์ สยี ง คลปิ วดิ โี อ โดยผู้เรียนไม่จ�ำเป็นต้องมี กลางและขนาดเลก็ (SMEs) แพลตฟอร์มออนไลน์ ประสบการณม์ ากอ่ น เปน็ หลกั
20 N NEXT ปรับตวั ใหท้ ัน “ปัญญาประดิษฐ”์ เทรนดก์ ารจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แห่งโลกอนาคต ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีและสารสนเทศมีบทบาทส�ำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพการจัดการเรียนรู้ ในด้านต่างๆ โดยสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมน�ำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้ ในขณะท่ีรูปแบบ การจดั ประชมุ สมั มนา นทิ รรศการ และเวริ ก์ ชอ็ ปตา่ งๆเหน็ ไดช้ ดั วา่ มคี วามทนั สมยั มากขน้ึ มกี ารนำ� เทคนคิ สมยั ใหม่ มาชว่ ยดงึ ดดู ความสนใจของผรู้ ว่ มงาน รวมทง้ั กระตนุ้ ใหม้ กี ารนำ� องคค์ วามรแู้ ละนวตั กรรมทางเทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ย ให้เกิดกระบวนการเรยี นรู้ที่ได้ผลลัพธท์ ่ดี ีทสี่ ดุ ตามวตั ถปุ ระสงค์ ปัญญาประดิษฐ์ หรือ เอไอ (Artificial Intelligence: AI) คือระบบประมวลผลอัจฉริยะที่จ�ำลองความฉลาด ของมนุษย์ สามารถเข้าใจเหตุและผล วิเคราะห์ วางแผน และแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ โดยการประมวลและ เก็บข้อมูลผ่านซอฟต์แวร์ต่างๆ เพ่ือให้สามารถตอบโต้กับผู้ใช้ในลักษณะท่ีใกล้เคียงกับมนุษย์มากท่ีสุด ถือเป็น อกี หนงึ่ เทคโนโลยลี ำ้� สมยั แหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทเี่ ขา้ มาชว่ ยเตมิ เตม็ ขอ้ จำ� กดั บางประการของมนษุ ย์ เชน่ การคำ� นวณ ตัวเลขจำ� นวนมหาศาลภายในเวลาไม่กวี่ ินาที การบอกเส้นทางการขับขีใ่ นพนื้ ทีท่ ีไ่ มช่ ำ� นาญ เปน็ ตน้ การถือก�ำเนิดของเอไอได้กลายเป็นหมากตัวส�ำคัญที่เข้ามาขับเคล่ือนโลกการเรียนรู้และการท�ำงานให้เข้าสู่ ยุคดิจิทัลอย่างเต็มตัว ยิ่งเทคโนโลยีเอไอได้รับการพัฒนาให้ฉลาดและมีการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเท่าใด มนุษย์กส็ ามารถนำ� มาประยุกต์ใชเ้ พอ่ื สร้างประโยชนใ์ นดา้ นการเรียน การทำ� งาน และการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ ได้หลากหลายยงิ่ ข้ึนเทา่ นัน้ SCAN QR CODE เพอ่ื รับฟง Audio Text
NEXT N 21 เทรนกดา์โรลเกรยีเพนอื่ รก้อู ายรา่ จงัดยกง่ั ยจิ ืนกรรม การจัดอีเวนตแ์ ละงานประชมุ ถือวา่ เปน็ หนึง่ ในกิจกรรมทม่ี ีความส�ำคัญสำ� หรับภาคการศึกษาและภาคธุรกจิ เนื่องจากจะน�ำมาซ่ึงโอกาสอันหลากหลาย เช่น การถ่ายทอดความรู้สู่คนในวงกว้าง การสร้างเครือข่ายกับ พันธมิตรใหมๆ่ รวมถงึ การขยายผลต่อไปในระยะยาว Spacehuntr ซง่ึ เปน็ เวบ็ ไซตส์ ำ� คญั ทรี่ วบรวมขอ้ มลู การจดั กจิ กรรมอเี วนตท์ วั่ โลก ไดศ้ กึ ษารปู แบบการจดั งาน ของ 3 อีเวนต์ใหญ่ระดับโลก ได้แก่ South by Southwest (SXSW) เทศกาลดนตรีในรัฐเท็กซัส ประเทศ สหรัฐอเมรกิ า Web Summit งานสมั มนาเทคโนโลยี ณ กรงุ ลสิ บอน ประเทศโปรตุเกส และ Slush งานอเี วนต์ ส�ำหรบั สตาร์ตอปั ซ่งึ จัดขน้ึ ณ กรงุ เฮลซิงกิ ประเทศฟนิ แลนด์ และไดส้ รุปถึงแนวทางการจัดกิจกรรมที่ไม่เพียง ทำ� ใหท้ งั้ 3 งานประสบความสำ� เรจ็ อยา่ งสงู แตย่ งั สรา้ งเทรนดใ์ หมข่ องการจดั กจิ กรรมทส่ี ง่ ตอ่ ความรแู้ ละประโยชน์ ตอ่ สงั คมในวงกวา้ ง ดงั นี้ ใช้เทคโนโลยเี ข้ามาชว่ ยผลักดนั การใชเ้ ทคโนโลยยี ุคใหม่ เชน่ เอไอ สอ่ื สงั คม รวมถงึ อปุ กรณต์ า่ งๆ มาปรบั ใช้ในกระบวนการจัดกิจกรรมจะสามารถลดต้นทุนและลดก�ำลังมนุษย์ในการ ด�ำเนินงานได้มาก เช่น การใช้เอไอในการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เข้าร่วมงานเพ่ือจัดกิจกรรมที่ตรงกับความสนใจมากที่สุด หรือการจัดให้ ผู้เข้าร่วมงานสนทนาโต้ตอบเพื่อทราบขอ้ มลู สนิ คา้ และสั่งซ้ือสินค้าผ่านระบบ เอไออัจฉริยะ เปดิ ให้สมั ผสั ประสบการณด์ ้วยตวั เอง การเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์จริง “Everything is User Experience” คอื หัวใจสำ� คัญท่จี ะท�ำให้ผูเ้ ข้ารว่ มงานเกิดความประทบั ใจและ รู้สึกมีสว่ นร่วม ผจู้ ัดงานจึงตอ้ งเนน้ ด้านความสะดวกในการเข้าร่วมในกจิ กรรม ความคดิ สรา้ งสรรค์ และประโยชนท์ จี่ ะมอบคนื ส่ผู ใู้ ช้ อันจะสง่ ผลให้เกดิ การรับรู้ และกระแสบอกต่อผ่านช่องทางต่างๆ จัดกิจกรรมเพอ่ื กระจายองค์ความรู้ สตาร์ตอัปและวิสาหกิจชุมชนจะเป็นที่รู้จักและเติบโตต่อไปได้ ต้องผ่าน การจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์และกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ในวงกว้าง เพ่ือ ให้เกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างกัน รวมถึงการสร้างเครือข่ายใหม่ๆ เพื่อ เพ่ิมโอกาสในการพัฒนาสินค้าและบริการ กิจกรรมท่ีมีการบริหารจัดการดี และได้รับการตอบรับที่ดี จะสามารถขยายผลจัดเป็นงานอีเวนต์หรือเทศกาล ประจ�ำปีเพื่อกระจายองค์ความรู้ สร้างพันธมิตร และสร้างโอกาสใหม่สู่การ เพมิ่ รายได้ให้ชุมชน มุง่ เน้นความย่ังยืนและเปน็ มิตรกับส่ิงแวดลอ้ ม เทรนด์ส�ำคัญที่ผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วโลกให้ความสนใจคือการ ค�ำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใส่ใจเรื่องความยั่งยืน กิจกรรมท่ี จัดขึ้น รวมถึงสินค้าและบริการท่ีผลิตออกมา จึงควรเป็นมิตรต่อผู้ใช้และ สภาพแวดล้อม ซ่ึงนอกจากจะเพิ่มคุณค่าให้กับแบรนด์แล้ว ยังสะท้อนถึง แนวคิดด้านการรบั ผดิ ชอบตอ่ สังคมของผปู้ ระกอบการ
22 N NEXT ในแนกวารคจดิ ดั กกาจิรกปรรระยมกุ กตาร์ใชเร้เอยี ไนอรู้ ห้องสมุดอิเล็กทรอนิกส์ (E-Library) ห้องสมุดเสมือนจริงถูกยกมาไว้บนแพลตฟอร์ม ออนไลน์ เพื่ออ�ำนวยความสะดวกให้ทุกคนเข้าใช้งาน และเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และแมน่ ยำ� ผา่ นระบบ สืบค้นอัจฉริยะ โดยผู้ใช้งานสามารถระบุช่ือหนังสือ ชอื่ ผแู้ ตง่ หมวดหมู่ หรอื ประเภทของสอ่ื เชน่ หนงั สอื เลม่ หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ หนงั สอื เสยี ง วดี ทิ ศั น์ เพอ่ื ใหเ้ อไอ แนะนำ� หนงั สือท่ตี รงกบั ความตอ้ งการมากทสี่ ุด รวมถึง หนังสือยอดนิยมโดยอิงจากสถิติการค้นหา ซึ่งช่วยให้ ผใู้ ชง้ านสามารถคน้ หาหนงั สอื ในเวบ็ ไซตห์ รอื แอปพลเิ คชนั ไดร้ วดเร็วและแมน่ ย�ำยงิ่ ขึ้น คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction: CAI) โ ป ร แ ก ร ม ก า ร เ รี ย น ซึ่ ง ใ ช ้ ค ว า ม ส า ม า ร ถ ข อ ง คอมพิวเตอร์ในการน�ำเสนอสื่อประสม เช่น ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟิก แผนภูมิ ภาพเคล่ือนไหว และเสียง เพอ่ื ถา่ ยทอดเนอ้ื หาบทเรยี นหรอื องคค์ วามรใู้ นลกั ษณะ ที่ใกล้เคียงกับการสอนจริงในห้องเรียนมากท่ีสุด โดยมีเป้าหมายคือการดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้เกิดความต้องการเรียนรู้ผ่านการเรียน แบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) ระหว่างผู้เรียนกับ คอมพิวเตอร์ ระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing: NLP) เทคโนโลยีที่ผสมผสานวิทยาการคอมพิวเตอร์ แ ล ะ ภ า ษ า ศ า ส ต ร ์ เ ชิ ง ค� ำ น ว ณ เ ข ้ า ด ้ ว ย กั น เ พื่ อ ท�ำให้คอมพิวเตอร์เข้าใจภาษาของมนุษย์และ ส า ม า ร ถ แ ป ล ง ค� ำ ส่ั ง ใ ห ้ อ ยู ่ ใ น รู ป แ บ บ ข ้ อ มู ล ท่ี คอมพิวเตอร์สามารถน�ำไปใช้งานได้ นอกจากน้ี ยังครอบคลุมถึงความสามารถในการสร้างรูปประโยค ธรรมชาติเพื่อใช้ตอบสนองต่อผู้ใช้งานได้อย่างเป็น ธรรมชาติ
NEXT N 23 ระบบจ�ำลองบทสนทนาอตั โนมตั ิ หรอื แชต็ บอต (Chatbot) โปรแกรมคอมพิวเตอร์ท่ีพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ใน การตอบกลับการสนทนาด้วยตัวอักษรเสมือนกับ การพิมพ์โต้ตอบกันจริงๆ ของมนุษย์ โดยน�ำระบบ ประมวลผลภาษาธรรมชาติมาใช้ในการประมวลผล ท�ำให้แช็ตบอตฉลาดและเข้าใจภาษามนุษย์มากข้ึน ปัจจุบันมีการประยุกต์ใช้กับการศึกษาโดยให้ผู้เรียน พดู คยุ (Chat) กบั เอไอทรี่ บั หนา้ ทสี่ อนตามระดบั ความรู้ ของผเู้ รยี น รวมถงึ ปรบั ระดบั ของบทเรยี นใหย้ ากขนึ้ หรอื งา่ ยลงตามความเขา้ ใจของผ้เู รยี นแตล่ ะคน (Adaptive Content) Smart Wearable อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะท่ีสามารถสวมติดตัว ได้เหมือนเคร่ืองประดับท่ัวไป แต่มีการผสมผสาน เทคโนโลยีอันทันสมัยเพ่ือตอบโจทย์วิถีชีวิตยุคดิจิทัล เช่น สายรัดข้อมือส�ำหรับผู้สูงอายุท่ีมีฟังก์ชันเตือน ความจ�ำและช่วยติดต่อคนใกล้ชิดในกรณีท่ีเกิด อบุ ตั เิ หตุ ไปจนถงึ ชดุ ออกกำ� ลงั กายทสี่ ามารถวดั ผลการ ออกกำ� ลงั กายและนำ� ไปประมวลผลรว่ มกบั แอปพลเิ คชนั บนสมารต์ โฟน เพอ่ื การพฒั นาโปรแกรมการฝกึ สำ� หรบั นกั กฬี าทดี่ ยี ง่ิ ข้ึน Voice Assistant ระบบสั่งงานด้วยเสียงท่ีปฏิบัติตามค�ำสั่งอย่าง รวดเร็ว เพียงผู้ใช้งานป้อนค�ำถามหรือค�ำส่ังใดๆ ด้วย การพูดราวกับก�ำลังส่ือสารกับผู้ช่วยส่วนตัวที่เป็น มนุษย์ โดยมีการน�ำระบบประมวลผลภาษาธรรมชาติ เข้ามาใช้เพ่ือให้เอไอสามารถสื่อสารกับมนุษย์อย่าง มีประสิทธิภาพมากย่ิงขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ซีรี หรือ สิริ (Siri) บิ๊กซ์บี้ (Bixby) อเล็กซา (Alexa) โดยคาดว่า ภายในปี พ.ศ. 2565 ธุรกิจท่ีเก่ียวข้องกับการบริหาร จัดการรอ้ ยละ 40 จะหันมาใช้เทคโนโลยนี ี้มากขึ้น ปัจจุบันเทคโนโลยีและเอไอเข้ามามีบทความส�ำคัญในแทบทุกวงการ ไม่เว้นแม้แต่ในการจัดกิจกรรมเพ่ือ การเรียนรู้ ดังน้ันการเตรียมความพร้อม เพิ่มพูนความรู้ และท�ำความเข้าใจนวัตกรรมและเทรนด์ใหม่ๆ อย่างไม่หยดุ นง่ิ เพ่ือให้กา้ วทันเทคโนโลยแี ห่งอนาคตและสามารถประยุกตใ์ ชใ้ ห้เขา้ กับองคค์ วามรู้และลกั ษณะ งานท่ีท�ำ จึงถือเป็นกระบวนการเรียนรู้และทักษะส�ำคัญท่ีจะช่วยสร้างความได้เปรียบในการด�ำเนินธุรกิจและ ความกา้ วหนา้ ทางอาชีพทั้งในปัจจบุ ันและอนาคต
24 D DIGITONOMY วิสาหกิจชุมชน/เครอื ข่ายวิสาหกิจชมุ ชน และจ�ำนวนสมาชิก ภาคเหนือ 22,346 354,397 แหง่ ราย ภาคตะวันตก 663,,288846 แหง่ ราย ภาคกลาง ภาเฉคยีตงะวเหนั นออื อก 3,308 47,612 แห่ง 87520,,665036 แหง่ ราย ราย ภาคใต้ ภาคตะวนั ออก 1788,,595948 แห่ง 3,917 แห่ง ราย 59,285 ราย รวมท้งั ประเทศ สแกน QR Code เพอ่ื รับชม GIF สมาชิก 93,061 1,578,785วสิ าหกจิ ชมุ ชน แห่ง ราย ที่มา: กรมส่งเสรมิ วสิ าหกิจชมุ ชน กระทรวงเกษตรเเละสหกรณ์ พ.ศ. 2563
DIGITONOMY D 25 โครงสรทา้ จี่ งดกทจิ ะกเบารยี วนสิ าหกิจ การบริการ 49%ก64า,ร7เ0ก0ษตแหร่ง ปลูกพชื 51% 12%15,611 แห่ง 42%เล้ียงสตั ว์ 26%ออมทรพั ย์ชมุ ชน ประมง 7% 13%ร้านค้าชุมชน 10%ทอ่ งเที่ยว การผลติ สนิ ค้า 24%แปรรูป/ผลติ ภัณฑ์อาหาร 18%ปจั จัยการผลติ 39%51,938 แหง่ 16%ผ้าทอ/เส้ือผา้
26 D DIGITONOMY หนง่ึ ตำ�บลในหปนี พงึ่ ผ.ศล.ติ 2ภ5ัณ62ฑ์ (OTOP) 87,468จำ�นวนผู้ประกอบการ OTOP กลมุ่ /ราย จงั หวัดทมี่ ีผ้ปู ระกอบการ OTOP ขน้ึ ทะเบยี น มากท่สี ดุ 3 ลำ�ดับ ได้แก่ 3,143OOPT OTOPENบุรรี มั ย์ 2ส,ุร8นิ 3ทร1์ 2ข,อ6นแ8กน่ 2 OPOPEN กลุม่ /ราย กลมุ่ /ราย กลุ่ม/ราย จังหวัดทม่ี ีผลติ ภัณฑ์ขึ้นทะเบยี นเปน็ สนิ ค้า OTOP มากท่สี ดุ 3 ลำ�ดับ ไดแ้ ก่ 6เช,ยี5งใ0หม1่ 5บ,ุร7ีรัม0ย0์ 5,409อบุ ลราชธานี ผลติ ภณั ฑ์ ผลติ ภัณฑ์ ผลิตภณั ฑ์ ทม่ี า : ส�ำนักสง่ เสรมิ ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ และวิสาหกจิ ชมุ ชน กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2562-2563
DIGITONOMY D 27 หนผึ่งผลลกติารภคณั ัดฑส์ไรทรยสปุดรยะอจดำ�หปนี พ่งึ .ตศำ.�บ2ล562 ระดบั ผลิตภัณฑ์ ระดบั ผลิตภณั ฑ์ ระดับผลติ ภัณฑ์ 1,688 5,252 8,017 ผลิตภณั ฑ์ ผลติ ภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์ ระดบั ผลติ ภัณฑ์ ระดับผลิตภณั ฑ์ 861 3,742 ผลิตภณั ฑ์ ผลิตภณั ฑ์ จำ�นวน จำ�นวน 120OTOP Senior 1,016Young OTOP กลุ่ม/ราย ราย หมายเหตุ : ผ้ผู ลติ /ผูป้ ระกอบการ หมายเหตุ : OTOP หรอื ทายาท ผผู้ ลติ /ผู้ประกอบการ ท่ีอายุ 60 ปขี น้ึ ไป OTOP หรือทายาท ท่อี ายรุ ะหว่าง 15-30 ปี ข้อมลู ปี พ.ศ. 2560-2563
28 D DECODE Social Enterprise ถอดกลยทุ ธแ์ นวคิดวสิ าหกิจเพื่อสังคม เม่ือค�ำว่า Social (สังคม) และ Enterprise (วิสาหกิจ) มารวมเข้าด้วยกัน ก่อเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจท่ีเรียกว่า “วิสาหกิจ เพอ่ื สงั คม” ซงึ่ มกี ลไกการบรหิ ารแบบภาคธรุ กจิ ผสมผสานกบั ความรแู้ ละนวตั กรรมทางสงั คม ไมพ่ งึ่ พาเงนิ บรจิ าค แตเ่ นน้ ความ ยง่ั ยนื ของรายไดห้ ลกั ทม่ี าจากสนิ คา้ และบรกิ ารไมต่ า่ งจากธรุ กจิ ทวั่ ไป โดยมเี ปา้ หมายคอื การนำ� ผลกำ� ไรทไ่ี ดไ้ ปสรา้ งประโยชน์ และสวสั ดกิ ารใหแ้ กส่ งั คม ถอื เปน็ การดำ� เนนิ งานของภาคเอกชนอกี รปู แบบหนงึ่ ทเี่ ขา้ มาชว่ ยลดความเหลอ่ื มลำ�้ ทางเศรษฐกจิ และสงั คม ซึ่งกำ� ลังเป็นเทรนดท์ ีผ่ ู้ประกอบการรนุ่ ใหมใ่ ห้ความสนใจเปน็ อย่างมากในปัจจบุ นั ลกั ษณะสำ� คัญของวิสาหกิจเพื่อสังคม มเี ปา้ หมายเพอื่ สังคมและสงิ่ แวดล้อม เป็นมติ รตอ่ สงั คมและสงิ่ แวดล้อม ไม่เพียงแต่เน้นท�ำก�ำไรสูงสุด แต่ค�ำนึงถึง ทุกกระบวนการของธุรกิจ ต้ังแต่การผลิต สง่ิ แวดลอ้ มและการคืนประโยชนข์ ยายผล และการดำ� เนนิ งานตอ้ งไมส่ ง่ ผลกระทบตอ่ สู่สงั คม สภาพแวดล้อมในระยะยาว รูปแบบด�ำเนินการต้องมีความย่ังยืน ด�ำเนินงานอย่างสุจรติ โปร่งใส ทางการเงิน มธี รรมาภบิ าลในการประกอบกจิ การ ตง้ั อยู่ มขี น้ั ตอนการขายทเี่ หน็ รายไดแ้ ละผลกำ� ไร บนความโปรง่ ใสที่สามารถตรวจสอบได้ อยา่ งชดั เจนในสดั สว่ นทม่ี ากกวา่ การระดมทนุ ความแตกตา่ งระหวา่ ง Social Enterprise และ CSR หลายองคก์ รมกี ารสือ่ สารทางการตลาดทเ่ี รียกว่า Corporate Social Responsibility หรือ CSR ซ่ึงเป็นภารกิจทแ่ี สดงถงึ ความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คมและสง่ิ แวดลอ้ มอยา่ งเปน็ รปู ธรรม แตส่ ว่ นใหญไ่ มไ่ ดเ้ นน้ การแกป้ ญั หาเรอ่ื งใดเรอื่ งหนงึ่ อยา่ งตอ่ เนอื่ ง ทั้งน้ีข้ึนอยู่กับนโยบายองค์กรและสถานการณ์เด่นในสังคมที่มีการเปล่ียนแปลงทุกปี ส่งผลต่อแผนการจัดกิจกรรมและ การจดั สรรงบประมาณใหแ้ ตล่ ะโครงการ สว่ น Social Enterprise จดั ตง้ั ขนึ้ จากโจทยป์ ญั หาสงั คมและสง่ิ แวดลอ้ มทผ่ี กู้ อ่ ตงั้ องคก์ รตอ้ งการแกไ้ ข พรอ้ มระบแุ นวทาง ในการแกป้ ญั หาอยา่ งชดั เจน รายไดข้ ององคก์ รอาจไมแ่ นน่ อนขนึ้ อยกู่ บั ผลกำ� ไรของสนิ คา้ และบรกิ าร แตจ่ ะมกี ารนำ� ไปลงทนุ ซำ้� เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกต่อสังคมและส่ิงแวดล้อม เน้นการมอบความรู้และสร้างรากฐานที่ยั่งยืนให้แก่พ้ืนที่ เป้าหมาย เพื่อให้ชุมชนสามารถยืนได้ด้วยตัวเอง โดยอาศัยองค์ความรู้และนวัตกรรมท่ีได้รับถ่ายทอดจากองค์กรวิสาหกิจ เพ่ือสังคมเป็นเครื่องมือในการด�ำเนินการ ดังน้ัน งานของวิสาหกิจเพื่อสังคมจึงเป็นงานท่ีต้องใช้ท้ังเงินทุนและระยะเวลา กวา่ จะแล้วเสรจ็ ตน้ แบบการสรา้ งธรุ กจิ เพอ่ื คนื กำ� ไรสชู่ มุ ชน ปัจจุบันมีผู้ประกอบการหลายรายท่ีก่อต้ังธุรกิจโดยเร่ิมต้นจากการ ตงั้ โจทยเ์ พอ่ื หวงั แกป้ ญั หาในสงั คมและเปน็ มติ รตอ่ สงิ่ แวดลอ้ มโดยสว่ นใหญ่ เนน้ การยกระดบั คุณภาพชีวิตผู้คนในชุมชน เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพ และการพัฒนาศักยภาพชุมชนให้มีความเข้มแข็ง เพ่ือให้ธุรกิจและชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเกื้อกูล ในประเทศไทยเองมีหลายวิสาหกิจเพ่ือ สงั คมทีม่ ีแผนพัฒนาทย่ี ัง่ ยนื และประสบความสำ� เร็จชัดเจน อาทิ
DECODE D 29 สงิ หป์ ารค์ เชยี งราย สรา้ งอาชพี บนพน้ื ที่ 8,000 ไร่ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ต้ังอยู่ในพื้นที่เดิมของไร่บุญรอด ต�ำบลแม่กรณ์ อ�ำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย มีจุดเด่นเร่ืองทิวทัศน์ที่สวยงามจนกลายเป็นแลนด์มาร์กส�ำคัญของเชียงรายท่ีสามารถดึงดูดนักท่องเท่ียว จ�ำนวนมากมาเยือนในแต่ละปี ท�ำให้เงินสะพัดสู่ชุมชน เป็นตัวอย่างธุรกิจแบบวิสาหกิจเพื่อสังคมท่ีประสบความสำ� เรจ็ ระดบั ประเทศ โดยแนวคดิ เรมิ่ ตน้ มาจากสนั ติ ภริ มยภ์ กั ดี ประธานกรรมการบรหิ าร บรษิ ทั บญุ รอดบรวิ เวอรี่ จำ� กดั ทเี่ ลง็ เหน็ วา่ เชยี งรายเปน็ จงั หวดั ทยี่ งั ไมม่ แี ลนดม์ ารก์ หรอื สนิ คา้ หลกั ทชี่ ดั เจนใหน้ กั ทอ่ งเทยี่ วนกึ ถงึ เมอ่ื มาเยอื น จงึ ตง้ั ใจสรา้ ง “เชยี งรายโมเดล” เพ่ือเป็นต้นแบบในการด�ำเนนิ งานแบบวสิ าหกจิ เพื่อสังคม ความทา้ ทาย เชียงรายมีประชากรประมาณ 1.2 ล้านคน ประกอบด้วยคนหลายเชื้อชาติ และยังมีชาวไทยภูเขาที่ยากจน ขาดโอกาส ด้านอาชพี และรายได้ ชาวเขาส่วนใหญ่ท�ำเกษตรแบบไร่เล่อื นลอย ทำ� ให้ตอ้ งยา้ ยท่เี พาะปลูกไปเรือ่ ยๆ ดินขาดความอดุ มสมบูรณ์ เชยี งรายยังไม่มแี ลนด์มาร์กหรอื สนิ ค้าหลกั ท่เี ป็นเอกลกั ษณใ์ ห้นกั ท่องเทย่ี วนึกถงึ และจดจ�ำได้ บรษิ ทั มพี ืน้ ทกี่ วา้ งกว่า 8,000 ไร่ ควรนำ� มาสรา้ งประโยชนท์ ส่ี ามารถคืนก�ำไรสชู่ ุมชน บรษิ ทั ตอ้ งการสรา้ งอาชีพและกระตุน้ เศรษฐกจิ ใหแ้ กจ่ งั หวัดเชยี งราย จดุ เดน่ ของ สงิ ห์ปาร์ค เชียงราย จากไรบ่ ญุ รอดทเี่ ปดิ ใหเ้ ขา้ ชมครงั้ แรกในปี พ.ศ. 2554 สกู่ ารดำ� เนนิ งานในลกั ษณะวสิ าหกจิ เพอื่ สงั คม และเปลย่ี นชอ่ื เปน็ “สิงห์ปาร์ค เชียงราย” (Singha Park Chiang Rai) โดยออกแบบให้มีจุดเด่นส�ำคัญหลายประการที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ยกตัวอยา่ งเช่น พ้นื ที่กว้าง 8,000 ไร่ ไรช่ าอู่หลงบนพนื้ ท่ี 600 ไร่ พน้ื ทกี่ วา้ งใหญ่ มศี กั ยภาพ ไร่ชาอู่หลงที่สวยงามและให้ ในการต่อยอดโครงการต่างๆ ในอนาคต ผลผลิตปริมาณ 400 ตัน/ปี ท�ำเลดีเดนิ ทางสะดวก ต้ังอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง การเกษตรแบบผสมผสาน หา่ งจากสนามบินเชียงรายเพียง แปลงทดลองสำ� หรบั ปลกู พชื 12 กโิ ลเมตร หลากหลายสายพันธุ์ เป็น รูปปัน้ สิงหส์ ีทองขนาดใหญ่ แหลง่ เรียนร้สู �ำคญั ในพน้ื ท่ี Farm Festival on the Hill แลนด์มาร์กส�ำคัญที่ เทศกาลดนตรีท่ียิ่งใหญ่ที่สุด นักท่องเที่ยวต้องถ่ายรูป การสง่ เสรมิ วชิ าชีพใหเ้ กษตรกร ของภาคเหนอื ฟงั เพลงทา่ มกลาง และเชก็ อนิ นักวิชาการด้านการเกษตร ธรรมชาติ คอยถา่ ยทอดความรู้ใหเ้ กษตรกร กจิ กรรมหลากหลาย ทอ้ งถน่ิ กิจกรรมที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยว ทุกเพศทุกวัย เช่น โหนสลิง (Zipline) เท่ียวสวนสัตว์ ชมฟาร์ม ปั่นจักรยาน รถไฟฟ้าไม่ก่อมลพิษ ชมวิว ชมิ ชาสดใหมจ่ ากไร่ Electric Bus รถบริการนักท่องเท่ียว Singha Park Chiang Rai เป็นรถพลังงานไฟฟ้าท่ี International Balloon Fiesta เป็นมติ รตอ่ สิ่งแวดลอ้ ม เทศกาลบอลลนู นานาชาติ ทม่ี ีชอื่ เสียงระดบั โลก
30 DD DECODE ประโยชนท์ ่ีชุมชนไดร้ ับ คนเชียงรายมีรายไดเ้ พม่ิ ข้ึน เกิดอาชพี หลากหลายรอบ ยกระดบั คุณภาพชีวติ เกษตรกร ชว่ ยกระตุ้นเศรษฐกิจและ พื้นท่สี ิงหป์ ารค์ เกษตรกรมรี ายไดเ้ พ่มิ คุณภาพชวี ติ การท่องเทย่ี ว ท�ำให้มีนักทอ่ งเทย่ี ว คนเชียงรายหนั มาประกอบอาชพี อ่นื ๆ ดขี ึ้น โดยไมต่ อ้ งไปทำ� งาน เดนิ ทางมาเยอื นจงั หวดั เชยี งรายมากขนึ้ นอกจากเกษตรกรรม เชน่ บริการทีพ่ ัก ไกลบา้ นเกิด แบบโฮมสเตย์ จ�ำหน่ายอาหารและ สนิ คา้ พนื้ เมอื ง บรกิ ารรบั -สง่ นกั ทอ่ งเทย่ี ว เกดิ การกระจายรายได้ สรา้ งงาน สร้างอาชพี เกดิ ส�ำนกึ รักบา้ นเกดิ ชุมชนใกลเ้ คยี งมีรายไดเ้ พิ่มขึน้ สิงหป์ าร์คมกี ารจ้างงานมากกว่า คนเชยี งรายตระหนกั วา่ ตนมสี ว่ นรว่ ม จากการจ�ำหน่ายสนิ คา้ และบริการ ในการพัฒนาชุมชน เห็นคณุ ค่า 1,200 คน ซึง่ สว่ นใหญ่ ใหแ้ กน่ กั ท่องเทยี่ ว เปน็ คนทอ้ งถิน่ และโอกาสประกอบอาชีพ ในบ้านเกิด Local Alike แพลตฟอรม์ ทอ่ งเทยี่ วเพอื่ ความยงั่ ยืน โลเคลิ อไลค์ (Local Alike) กอ่ ตง้ั โดยสมศกั ดิ์ บญุ คำ� ชาวรอ้ ยเอด็ ซง่ึ จบปรญิ ญาโทดา้ นการบรหิ ารธรุ กจิ อยา่ งยง่ั ยนื จากประเทศสหรฐั อเมรกิ า และมโี อกาสไปทำ� งานดา้ นวศิ วกรรมทป่ี ระเทศเยอรมนี ระหวา่ งเดนิ ทางทอ่ งเทย่ี วเขาไดเ้ หน็ ความสำ� คญั ของการกระจายโอกาสเพอ่ื แกป้ ญั หาความยากจน จงึ เลอื กกลบั มาทำ� งานทมี่ ลู นธิ แิ มฟ่ า้ หลวงเพอ่ื ชว่ ยเหลอื ชาวเขาในพ้ืนท่ีต่างๆ ก่อนจะก่อต้ังโมเดลธุรกิจสร้างสรรค์ “Local Alike” แพลตฟอร์มการท่องเท่ียวเพ่ือพัฒนา ชมุ ชนอยา่ งยง่ั ยนื ทำ� หนา้ ทเ่ี ปน็ ตวั กลางเชอื่ มโยงนกั ทอ่ งเทยี่ วสชู่ มุ ชน เพอ่ื ใหเ้ จา้ ของทรพั ยากรในทอ้ งถนิ่ ไดร้ บั ประโยชน์ อย่างแทจ้ ริง โดยดำ� เนินธรุ กจิ ควบคูก่ ับการส่งเสริมรายได้ใหแ้ กช่ มุ ชนในลักษณะวสิ าหกิจเพือ่ สงั คม ความท้าทาย รายได้จากการทอ่ งเทย่ี วกระจายไมถ่ งึ ชุมชนทอ้ งถนิ่ ชมุ ชนไมม่ สี ว่ นรว่ มกบั วถิ ที อ่ งเทยี่ วและไมไ่ ดร้ บั ประโยชนอ์ ยา่ งเตม็ ที่ จากภาคการทอ่ งเทยี่ ว นักท่องเท่ียวยังเข้าไม่ถึงการท่องเท่ียวระดับชุมชน ไม่มีโอกาสได้ สมั ผัสวถิ ชี ุมชนทีแ่ ท้จริง โฮมสเตย์ชุมชนส่วนใหญ่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ให้เป็นที่รู้จัก ในวงกว้าง ในฐานะทางเลอื กใหมข่ องนกั ทอ่ งเทย่ี ว อปุ สรรคดา้ นภาษาทำ� ใหช้ มุ ชนขาดโอกาสในการจำ� หนา่ ยสนิ คา้ และ ให้บรกิ ารแก่นกั ทอ่ งเทย่ี วต่างชาติ ที่มา: www.creativemove.com/interview/local-alike/ ขาดการสง่ เสรมิ ใหค้ นทอ้ งถน่ิ มอี าชพี รายได้ และคณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ขี น้ึ ขาดแนวทางการทำ� งานรว่ มกบั ชมุ ชนอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพเพ่ือให้เกิด องค์ความรใู้ หมใ่ นชุมชน SCAN QR CODE เพือ่ รับชม Clip
DECODE D 31 ลักษณะการดำ� เนนิ งาน วตั ถปุ ระสงคข์ อง Local Alike คอื การกระจายรายไดส้ ชู่ มุ ชนผา่ นการทอ่ งเทย่ี วแบบยง่ั ยนื รปู แบบการจดั ทวั รจ์ งึ เนน้ ประสาน ความร่วมมือกับชาวบ้านในพ้ืนท่ีต่างๆ ให้มีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวและเป็น “ไกด์ท้องถ่ิน” น�ำเที่ยวด้วย ตนเอง โดยมเี ปา้ หมายหลักเป็นกลมุ่ นกั ท่องเทย่ี วทัง้ แบบองคก์ รและแบบสว่ นตัวที่ต้องการสัมผสั ประสบการณ์การท่องเทย่ี ว เชิงวัฒนธรรมและวิถีชุมชน รวมถึงมีโครงการอบรมและสอนภาษาอังกฤษให้ชาวบ้านเพื่อเตรียมความพร้อมในการต้อนรับ นักทอ่ งเท่ียวต่างชาติ โดยปัจจบุ นั Local Alike มีลกั ษณะการด�ำเนินงาน 4 รปู แบบ ได้แก่ 12 ให้คำ� ปรกึ ษาด้านการท่องเท่ียว บริการดา้ นการท่องเทีย่ ว การให้ค�ำปรึกษาด้านการท่องเที่ยวชุมชนแก่ การลงพน้ื ทไ่ี ปทำ� งานกบั ชาวบา้ นเพอื่ ศกึ ษาความ องค์กรต่างๆ รวมถึงจัดโปรแกรมท่องเที่ยวสัมผัสวิถี ต้องการที่แท้จริงของชุมชน ร่วมแก้ปัญหา และ ชมุ ชนใหแ้ ก่ลกู ค้าขององค์กร โดยให้ผู้เขา้ รว่ มมสี ว่ น ปรับแนวคิดเพื่อสร้างชุมชนท่ีเข้มแข็ง ก่อนท่ีจะเปิด ในการพัฒนาชุมชนควบคูไ่ ปดว้ ย ต้อนรับนกั ท่องเท่ียวเข้าสู่ชุมชน 3 4 สร้างมารเ์ กต็ เพลสเพ่ือชมุ ชน สร้างโมเดลกองทนุ การสร้างแพลตฟอร์มมาร์เก็ตเพลสเพ่ือส่งเสริม การน�ำเงินจากองค์กรและบริษัทภาคีเครือข่าย การขายสินค้าและบริการของชุมชน รวมถึงการ ท่ีต้องการสนับสนุนการท่องเที่ยวท้องถ่ินมาพัฒนา ประชาสัมพันธ์ผ่านส่ือสังคมเพ่ือดึงดูดนักท่องเที่ยว ศกั ยภาพชมุ ชนในดา้ นตา่ งๆ เพอ่ื นำ� ไปสกู่ ารสรา้ งงาน จากท่ัวโลก และสร้างรายได้ในอนาคต ประโยชนท์ ่ชี ุมชนไดร้ ับ การท่องเท่ียวท่ียั่งยืน ชาวบ้านซ่ึงเป็นเจ้าของทรัพยากรมีส่วนร่วมในวิถี ท่องเที่ยวอย่างแท้จรงิ องค์กรเป็นพันธมิตรกับชุมชน องค์กรใหญ่มีส่วนร่วมในการสนับสนุนและ สง่ เสรมิ การพัฒนาชมุ ชน สร้างอาชีพและรายได้ในชุมชน เกิดโอกาสทางการประกอบอาชีพใหม่ๆ ในชุมชน เชน่ ไกด์ท้องถ่ิน โฮมสเตย์ รถรับสง่ นักทอ่ งเทย่ี ว องคค์ วามรกู้ ระจายสชู่ มุ ชน ชมุ ชนเรยี นรทู้ จี่ ะพฒั นาอาชพี สนิ คา้ และบรกิ าร ใหต้ อบโจทย์การท่องเท่ยี ว ชุมชนเข้มแขง็ ทกุ คนรูส้ ึกเป็นสว่ นหน่งึ ของชุมชน มสี ่วนรว่ มในการพัฒนา และออกแบบชุมชนที่ยงั่ ยืน
32 N NEXTPERT เรยี น+รู้ จากผ้ทู ำ� จริง กรณีศึกษา : วิสาหกจิ ชมุ ชนกับการ ยกระดบั คุณภาพชวี ิตท้องถ่นิ วสิ าหกจิ ชมุ ชน (Community Enterprise) คอื การประกอบกจิ การเพอื่ จดั การ “ทนุ ของชมุ ชน” อยา่ งสรา้ งสรรค์ เพ่อื การพงึ่ ตนเอง ซง่ึ ทุนของชุมชนไม่ได้หมายถงึ เพยี งตัวเงิน แต่ยงั รวมถึงทรพั ยากร ผลผลติ ความรู้ ภูมปิ ญั ญา ทนุ ทางวัฒนธรรม และทุนทางสังคมทีท่ �ำใหผ้ ้คู นมคี วามผกู พนั มีวถิ ีชวี ติ รว่ มกนั และอยรู่ ่วมกันเป็นชุมชน ในประเทศไทยมีวิสาหกิจชุมชนอยู่มากมาย ภายใต้ชื่อเรียกหลากหลาย เช่น กลุ่มแม่บ้าน กลุ่มเกษตรกร กลุ่มสหกรณ์ ฯลฯ แตว่ สิ าหกิจชุมชนท่ปี ระสบความสำ� เร็จน้นั จำ� เป็นจะตอ้ งมีการจัดการความรแู้ ละการถ่ายทอด ความรู้อย่างเป็นระบบ มีการบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่นอย่างฉลาดและเกิดประโยชน์สูงสุด มีแนวโน้ม การพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงเป็นตัวอย่างหรือต้นแบบส�ำหรับวิสาหกิจชุมชนอื่นในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อกระตุ้นและพัฒนาประสิทธิภาพการประกอบวิสาหกิจชุมชนให้มีความม่ันคงเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตัวเอง และสร้างรายไดจ้ ากสินค้าและบรกิ ารของทอ้ งถิน่ อย่างยงั่ ยืน ในตา่ งประเทศเองก็มีการด�ำเนนิ งานในลักษณะของวสิ าหกจิ ชุมชนเพื่อสงั คมในหลากหลายรปู แบบ มกี ารนำ� องค์ความรู้ใหม่ๆ ผสมผสานกบั เทคโนโลยเี ขา้ มาชว่ ยพฒั นาใหม้ ีความทันสมยั โดยมีวัตถปุ ระสงค์เพอื่ แกป้ ัญหา เศรษฐกจิ และยกระดบั คณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนในทอ้ งถนิ่ ใหด้ ยี งิ่ ขนึ้ วสิ าหกจิ ชมุ ชนบางแหง่ ทปี่ ระสบความสำ� เรจ็ สงู อาจพัฒนาไปสู่การจัดต้ังเป็น “วิสาหกิจเพื่อสังคม” (Social Enterprise) ซ่ึงน�ำรายได้กลับมาช่วยแก้ปัญหา ทางสังคมและสิ่งแวดล้อมในชุมชนต่อไป ตวั อย่างกรณีศกึ ษาในตา่ งประเทศที่ประสบความส�ำเร็จและเปน็ แรงบันดาลใจสำ� หรบั ผ้ทู ส่ี นใจ ดังนี้
NEXTPERT N 33 ประเทศอังกฤษ แดกB้วป้ ikยญั eจหwัการoสยrงัkาคsนม จดุ เรมิ่ ต้น ไบกเ์ วริ ก์ ส (Bikeworks) กอ่ ตง้ั ในปี พ.ศ. 2549 ภายใตก้ ารสนบั สนนุ จากองคก์ รการกศุ ลอยา่ ง Social BusinessTrustและธนาคารรายใหญข่ ององั กฤษอยา่ งธนาคารบารเ์ คลยส์ (BarclaysBank)โดยเปดิ เปน็ ศูนยบ์ รกิ ารดา้ นจกั รยานแบบครบวงจร ตั้งแตข่ ายจกั รยานและอะไหล่ ซอ่ มบ�ำรงุ และเปิดอบรมการ ซ่อมจักรยานให้แก่คนตกงาน คนไร้บ้าน ผู้ด้อยโอกาส และผู้พิการ เพ่ือให้คนเหล่าน้ีมีวิชาชีพติดตัว ลดอตั ราวา่ งงานทำ� ใหส้ ามารถเขา้ สรู่ ะบบการจา้ งงานและมรี ายไดเ้ ลยี้ งชพี นอกจากนย้ี งั เปน็ การรณรงค์ ใหช้ าวลอนดอนหนั มาปน่ั จกั รยานในชวี ติ ประจำ� วนั มากขน้ึ เพอ่ื ลดปญั หาจราจรและมลพษิ ในอากาศ ผลลพั ธ์ ไบกเ์ วริ ก์ สประสบความสำ� เรจ็ อยา่ งสงู ในการสรา้ งงาน สร้างรายได้ให้แก่คนในชุมชน โดยเฉพาะในกลุ่มคน ไรบ้ า้ น ไรอ้ าชพี ทไ่ี ดม้ วี ชิ าชพี ตดิ ตวั สามารถเขา้ ทำ� งาน ในรา้ นจักรยานหรือศูนยซ์ ่อมจักรยานตา่ งๆ นอกจากน้ี การเปิดคลาสสอนการซ่อมบ�ำรุงจักรยานให้แก่เด็ก และผใู้ หญ่ ท�ำให้การขบั ข่จี กั รยานเขา้ ถงึ คนในวงกวา้ ง ช่วยลดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและช่วยประหยัด ค่าใช้จ่ายของประชาชนอยา่ งไดผ้ ล
34 N NEXTPERT ประเทศญ่ีปนุ่ Oหnนe่ึงหVมilูบ่laา้(gOนeVหOOนnงึ่Pผe)ลPติ roภdัณuฑct์ จุดเรมิ่ ต้น OVOP หรือโครงการหน่ึงหมู่บ้านหน่ึงผลิตภัณฑ์ ซ่ึงถือเป็นต้นแบบของ “โอทอป” (OTOP) หรือโครงการ หนงึ่ ตำ� บลหนงึ่ ผลติ ภณั ฑข์ องไทย ถอื กำ� เนดิ ขนึ้ ในเมอื งโออติ ะ เมอื งเลก็ ๆ บนเกาะควิ ชู ประเทศญป่ี นุ่ โดยมจี ดุ เรม่ิ ตน้ จากการขยายการพัฒนาอุตสาหกรรมไปสู่เมืองหลักตามภูมิภาคต่างๆ ผลักดันให้เกิดการเคล่ือนย้ายแรงงาน จากชนบทสู่เขตเมืองอุตสาหกรรม และส่งผลให้เกิดความซบเซาในเขตชนบท ข้าราชการและชาวบ้านในชุมชน จึงร่วมแรงร่วมใจกันจัดท�ำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนโออิตะ เพ่ือสร้างงานสร้างรายได้ ให้คนในหมู่บ้าน โดยเน้นการน�ำภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถ่ินมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ประจ�ำหมู่บ้าน ลดการพึง่ พาภาครฐั และการพฒั นาทรพั ยากรมนษุ ยผ์ า่ นกิจกรรมต่างๆ อาทิ โครงการ “บว๊ ยและเกาลดั แบบใหม”่ (New Plum and Chestnut: NPC) เพอ่ื สง่ เสรมิ การเพาะปลกู บ๊วยและเกาลัดโดยใช้รูปการเกษตรแบบผสมผสานเข้ามาแทนการปลูกข้าวที่เป็นพืชหลักเดิม สง่ ผลใหช้ าวบา้ นมรี ายได้ที่เพิ่มขึน้ การส่งเสริมการแปรรูปบ๊วยเป็น “เหล้าบ๊วยอูเมะ” ซึ่งกลายเป็นสินค้าประจ�ำจังหวัดท่ีโด่งดัง ไปทว่ั ประเทศ การก่อต้งั รา้ นคา้ โคโนฮานะ การ์เท้น (Konohana Garten) ซ่ึงบรหิ ารจัดการโดยชาวบ้าน การสรา้ งเครอื ขา่ ยและถา่ ยทอดองคค์ วามรดู้ า้ นตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ งใหแ้ กช่ มุ ชนอน่ื รวมถงึ การสรา้ ง ผู้นำ� รนุ่ ใหม่ท่มี ีวิสัยทัศนก์ วา้ งไกล ผลลพั ธ์ โครงการ OVOP ชว่ ยให้ประชากรในโออติ ะมรี ายได้เพ่มิ ขึ้นเปน็ สองเท่า คนหนุ่มสาวท่ีเคยเดนิ ทางออก ไปท�ำงานนอกพืน้ ที่กก็ ลับมาทำ� งานและชว่ ยพัฒนาบ้านเกดิ อีกครัง้ ปจั จบุ นั ในโออติ ะมผี ลิตภณั ฑ์ OVOP มากกว่า 300 รายการ ตั้งแต่ผัก ผลไม้ สินค้าแปรรูปต่างๆ ไปจนถึงสถานท่ีท่องเท่ียวและกิจกรรมต่างๆ ท่ีดงึ ดูดนกั ทอ่ งเท่ียวหลายลา้ นคนเข้ามาเย่ยี มชมตลอดทั้งปี
NEXTPERT N 35 ประเทศไนจีเรยี จุดเรม่ิ ตน้ ไนจีเรียเป็นประเทศในทวีปแอฟริกาท่ีมีอัตราคนหนุ่มสาวว่างงานจ�ำนวนมาก เนื่องจากต้องพ่ึงพา การน�ำเข้าอาหารจากต่างประเทศ ไม่มีการเติบโตของการจ้างงาน อีกท้ังยังมีปัญหากลุ่มคนหัวรุนแรง ในประเทศ เพือ่ ปอ้ งกันไมใ่ หค้ นหนมุ่ สาวรนุ่ ใหม่หนั ไปรว่ มกบั ผู้ก่อความไม่สงบ จงึ ได้ก่อตง้ั โครงการบับบนั โกนา (Babban Gona) ซง่ึ ในภาษาฮวั ซามคี วามหมายวา่ “ไรน่ าทยี่ งิ่ ใหญ”่ โดยเขา้ มาสนบั สนนุ และอำ� นวยความสะดวก ให้แก่ชุมชนเกษตรกรรมในด้านการเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การเก็บรักษาผลผลิต รวมถึงให้ค�ำปรึกษา ดา้ นการจดั จำ� หนา่ ยและการหาตลาดทใี่ หร้ าคาสมเหตสุ มผล ทำ� ใหป้ ระชาชนในพนื้ ทส่ี ามารถรวมกลมุ่ กนั เพาะปลกู ผลติ อาหารให้ชุมชน และมรี ายไดใ้ ช้เล้ียงครอบครัว ผลลพั ธ์ การท�ำงานของโครงการบับบันโกนาท�ำให้คนหนุ่มสาวได้เข้าสู่ระบบ การทำ� งานเกดิ การจา้ งงานในภาคธรุ กจิ การเกษตร ทำ� ใหป้ ระชาชนมรี ายไดเ้ พม่ิ ขน้ึ และเศรษฐกิจท้องถ่ินขยายตัวข้ึน โครงการนี้ยังสามารถขยายเครือข่ายภายใต้ การสนบั สนนุ จากกระทรวงเกษตร ธนาคาร และหนว่ ยงานตา่ งๆ เพอื่ การพลกิ ฟน้ื เศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ส่งผลให้บับบันโกนากลายเป็น วิสาหกิจเพ่ือสังคมท่ีแสวงหาผลก�ำไรรายแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัล สกอลล์ (Skoll Award) อันทรงเกียรติ ส่วนโคลา มาชา ผู้ก่อต้ังบับบันโกนา ได้รับเชิญไปกล่าวสุนทรพจนบ์ นเวที TED Talk อกี ดว้ ย ท่ามกลางระบบทุนนิยมท่ีก่อให้เกิดความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ บรรดานวัตกรและผู้ประกอบการ ทางสังคมกลายเป็นฟันเฟืองส�ำคัญที่เข้ามาช่วยแก้ปัญหาเร่งด่วนของชาวบ้านและขับเคล่ือน การเปลี่ยนแปลงในชุมชน อย่างไรก็ดี การด�ำเนินการดังกล่าวไม่อาจส�ำเร็จได้หากขาดความร่วมมือ อยา่ งเขม้ แขง็ ของคนในชมุ ชนในการสรา้ งสนิ คา้ หรอื บรกิ ารของทอ้ งถน่ิ โดยใชท้ รพั ยากรจดุ เดน่ และอตั ลกั ษณ์ ของพื้นท่ีมาเป็นวัตถุดิบหลักในการด�ำเนินธุรกิจในรูปแบบวิสาหกิจชุมชน รวมถึงการน�ำเอาองค์ความรู้ ท่ไี ดร้ บั ถ่ายทอดมาใชป้ ระโยชน์ในการนำ� พาชุมชนใหพ้ ่ึงพาตนเองได้อยา่ งตลอดรอดฝั่งและยั่งยืน
36 ค ความรกู้ นิ ได้ SCAN QR CODE เพือ่ รบั ฟง Audio Text ผลติ ภัณฑแ์ ละบรกิ ารสรา้ งสรรค์ ของวิสาหกจิ ชมุ ชน แม้ชุมชนจะเป็นหน่วยเล็กๆ ในระบบสังคม แต่ก็มีความส�ำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ หากชุมชนมีความเข้มแข็งพึ่งพาตัวเองด้วยภูมิปัญญาท้องถ่ินและนวัตกรรมจะน�ำไปสู่ความร่วมมือในรูปแบบ วิสาหกิจชุมชนเพ่ือประกอบกิจการ หรือรวมกลุ่มผลิตสินค้าและบริการร่วมกัน มีการบริหารจัดการทุน วางแผนการดำ� เนินการ ถา่ ยทอดความรู้ ฝึกฝนทักษะความชำ� นาญให้สมาชกิ และเกิดการสร้างงาน สร้างรายได้ และการพัฒนากลับคืนสู่ชุมชน สถาบันส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน (ม.ป.ป.) ได้แบ่งวิสาหกิจชุมชนออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ 1 วิสาหกจิ ชมุ ชนพนื้ ฐาน เนน้ การผลติ สนิ คา้ และบรกิ ารทส่ี ง่ เสรมิ ใหค้ นในชมุ ชนพงึ่ พาตนเองตามวถิ พี อเพยี ง โดยนำ� ทรพั ยากร ในท้องถิ่นมาแปรรูปเปน็ ผลติ ภณั ฑ์ตา่ งๆ ส�ำหรับจำ� หน่ายและใช้ภายในครัวเรือน เช่น อาหารสดและอาหารแปรรปู ผลิตภัณฑจ์ ากพชื และสมุนไพร ปยุ๋ ชวี ภาพ เคร่ืองมอื เครอ่ื งใช้จากวสั ดใุ นทอ้ งถน่ิ
ความรูก้ นิ ได้ ค 37 2 วิสาหกจิ ชุมชนกา้ วหนา้ เน้นการดึงอัตลักษณ์ท้องถ่ินมาใช้ผลิตสินค้าและบริการ มีการน�ำภูมิปัญญา สูตรต�ำรับ หรือเคล็ดลับเฉพาะท้องถิ่นมาใช้สร้างสินค้าหรือบริการที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเพื่อดึงดูด ผู้บรโิ ภคทง้ั ในชุมชนและนอกชมุ ชน และสามารถส่งออกไปแขง่ ขนั ในพ้นื ที่อ่ืนได้ เช่น อาหารหรือวัตถุดบิ บรรจกุ ระปอ๋ ง งานศิลปะและงานฝมี อื จากวัสดุท้องถิ่น โฮมสเตยแ์ ละบรกิ ารท่องเทีย่ วในชุมชน เสื้อผา้ และของทีร่ ะลกึ ตัวอยา่ งผลิตภัณฑ์และบรกิ ารของวสิ าหกจิ ชมุ ชน รปู หนงั ตะลุง ผลติ ภัณฑ์จมกู ขา้ วน้�ำนม วิสาหกจิ ชุมชนแกะสลกั วิสาหกิจชมุ ชนแม่บ้านเกษตรกรจมกู ข้าว รปู หนังตะลุง ต�ำบลห้วยนาง ข้าวยา ตำ� บลคอโค อ�ำเภอเมอื งสรุ ินทร์ อำ� เภอห้วยยอด จังหวัดตรงั เสื่อกระจูด จังหวดั สุรนิ ทร์ วสิ าหกิจชุมชนกลุ่มหัตถกรรม กระเปา๋ ถักเชอื กมัดฟาง จักสานกระจูดบ้านหว้ ยลกึ วิสาหกจิ ชมุ ชนกลุ่ม MLEH ตำ� บลทา่ สะทอ้ น อ�ำเภอพุนพนิ (เอ็มลชิ ) ต�ำบลหนองโดน จงั หวัดสรุ าษฎร์ธานี อ�ำเภอหนองโดน จังหวัดสระบรุ ี ขา้ วฮาง สบ่จู ากกระเจย๊ี บ วิสาหกจิ ชมุ ชนผลติ ขา้ วหอมทอง วิสาหกิจชมุ ชนกลุ่มกระเจ๊ียบแดง บ้านจ�ำปา ตำ� บลหนองลาด บ้านหนองคู ตำ� บลกา้ นเหลือง อำ� เภอวารชิ ภมู ิ จังหวดั สกลนคร อำ� เภออุทมุ พรพิสยั ไมก้ วาดดอกอ้อ จงั หวดั ศรีสะเกษ วสิ าหกจิ ชุมชนกลมุ่ แม่บ้าน ผ้าฝา้ ยทอมอื ลายโบราณ เกษตรกรบ้านคลองหา้ ง วิสาหกิจชุมชนกล่มุ ทอผ้าฝา้ ย ต�ำบลลำ� ภี อ�ำเภอท้ายเหมือง ดอยเตา่ ต�ำบลทา่ เด่อื อำ� เภอดอยเต่า จงั หวัดเชยี งใหม่ จงั หวดั พังงา ทมี่ า: ระบบสารสนเทศวสิ าหกจิ ชมุ ชน กองสง่ เสรมิ วสิ าหกจิ ชมุ ชน กรมสง่ เสริมการเกษตร
38 I INSIDE OKMD การเตรียมความพร้อม เด็กและเยาวชนไทยสูต่ ลาดแรงงาน ในศตวรรษท่ี 21 สถานการณโ์ ลกในปจั จบุ นั มกี ารเปลยี่ นแปลงทรี่ วดเรว็ และสลบั ซบั ซอ้ นมากกวา่ ในอดีต ผลกระทบท่ีก�ำลังเกิดข้ึนจากการเคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งท่ี 4 หรือ Industry 4.0 ได้น�ำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในทุกมิติ ทง้ั ด้านธรุ กจิ การลงทุน และการใช้ชีวิต ดังน้ันการปรับตัวเพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทาย ทีเ่ กิดข้ึนจึงถือเปน็ โจทยท์ ่ีหลายประเทศทั่วโลกกำ� ลังเผชิญ ส�ำหรับประเทศไทยได้มีการผลักดันนโยบายประเทศไทย 4.0 (Thailand 4.0) ให้เป็นโมเดลในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไปสู่ การแขง่ ขนั ดว้ ยฐานขององคค์ วามรู้ การใชน้ วตั กรรม การกระจายโอกาสในการพฒั นา อย่างทั่วถึง และการค�ำนึงถึงสิ่งแวดล้อมอย่างย่ังยืน โดยมีปัจจัยส�ำคัญที่ใช้รับมือ กบั กระแสแห่งความเปลีย่ นแปลงระดบั โลกคือ “ทุนทรัพยากรมนษุ ย์”
INSIDE OKMD I 39 เพ่ิมประสิทธิภาพคน ลดปัญหาในการท�ำงาน ด้วยหลักการ BBL ทำ� งานไดผ้ ล คนมคี วามสุข คือเปา้ หมายหลกั ในการพัฒนาบุคลากรเพ่อื เพ่ิมประสิทธภิ าพ และลดปัญหาในการท�ำงาน โดย OKMD ได้น�ำหลักการเรียนรู้ตามการพัฒนาสมองของ แต่ละช่วงวัย หรือ Brain-based Learning (BBL) มาเป็นแนวทางในการเรียนรู้และท�ำงาน โดยปรับใช้กับกระบวนการพัฒนาบุคลากร การจัดสภาพแวดล้อมในท่ีท�ำงาน ตลอดจน การจดั กจิ กรรมทเ่ี ออ้ื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านสามารถบรรลเุ ปา้ หมายอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและมคี วามสขุ ในการทำ� งาน เม่ือสมองต้องท�ำงาน สมองตอ้ งการความทา้ ทาย สมองมีศักยภาพสูงในการเรียนรู้ สามารถเรียนและรู้เพิ่มเติมต่อยอด ได้ตลอดชีวิต แม้ว่าการท�ำงานซ�้ำเดิม เป็นเวลานานจะสร้างทักษะความ ชำ� นาญในงานนน้ั ๆ แตก่ ารทา้ ทายดว้ ย การทำ� สงิ่ ใหมจ่ ะกระตนุ้ ใหส้ มองเรยี นรู้ และตื่นตวั ดงั นั้นการมอบหมายหนา้ ที่ รับผิดชอบหรือขยายขอบเขตของงาน ทใี่ ชท้ กั ษะทส่ี งู ขนึ้ หรอื ตอ้ งใชท้ กั ษะอนื่ ๆ เพ่มิ เตมิ จะช่วยกระตนุ้ ให้ผ้ปู ฏิบตั ิงาน ตื่นตัวที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ไดด้ ขี ึน้ สมองมงุ่ สมั ฤทธ์ิ สมองมนุษย์ถูกออกแบบมาเพื่อเรียนรู้มุ่งไปสู่ ความสำ� เรจ็ สมองจะเรยี นรแู้ ละทำ� งานไดด้ เี มอื่ มเี ปา้ หมาย ท่ีชัดเจน โดยเป้าหมายนั้นต้องมีความหมายและ ความส�ำคัญที่ท้าทายให้บรรลุ และล�ำดับขั้นตอนที่ น�ำไปสู่เป้าหมายก็มีความส�ำคัญต่อการเรียนรู้ ดังน้ัน การเรียนรผู้ า่ นตวั อยา่ งทีด่ เี ลิศ (Best Practice) จงึ เปน็ เคร่ืองมือช่วยให้สมองเห็นเส้นทาง กระบวนการ และ ล�ำดับขั้นตอนที่น�ำไปสู่ความส�ำเร็จอย่างชัดเจน และสามารถปฏิบัติตามได้ด้วยความม่ันใจว่าจะบรรลุ เป้าหมายท่ตี งั้ ไว้
40 I INSIDE OKMD สมองต้องการสมาธจิ ดจอ่ สภาพแวดล้อมมีผลกระทบต่อการ ท�ำงานและการเรียนรู้ของสมองอย่างเลี่ยง ไม่ได้ เพราะสมองรับรู้สภาพแวดล้อมผ่าน ประสาทสัมผัสทุกด้าน การจัดบรรยากาศ และสิ่งแวดล้อมในการท�ำงานจึงควรลด หรือหลีกเล่ียงภาพและเสียงรบกวนท่ี เบ่ียงเบนความสนใจไปจากงานท่ีท�ำอยู่ การกำ� หนดเวลาใชส้ มารต์ โฟนและสอ่ื สงั คม ช่องทางต่างๆ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดการ เบยี่ งเบนความสนใจในเวลาทำ� งานอยา่ งไรกด็ ี ควรจัดชว่ งเวลาใหม้ กี ารผ่อนคลาย จดั การ กิจธุระส่วนตัว และยืดหยุ่นได้ตามสมควร เพื่อไม่ให้เกิดบรรยากาศท่ีเคร่งเครียด จนเกินไป ขณะเดียวกันอาจจัดเตรียม พื้นที่และสื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยไว้ให้ ผู้ปฏิบัติงานเพ่ิมพูนความรู้และทักษะ ของตนเองในยามว่างหรือในช่วงเวลาพัก เชน่ มุมอ่านหนังสือ โต๊ะประชมุ กลุม่ ย่อย สมองต้องการตวั ชว่ ย การท�ำงานให้มีประสิทธิภาพ ตอ้ งไมล่ ะเลยเครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ ท่ีจ�ำเป็นต่องานนั้นๆ นอกจากการ จดั เตรยี มอปุ กรณท์ เ่ี หมาะสมครบครนั จัดวางในต�ำแหน่งท่ีเหมาะสม สามารถเขา้ ถงึ และใชง้ านไดง้ า่ ยแลว้ ผู้ปฏิบัติงานควรได้รับการถ่ายทอด ความรู้ในการใช้เคร่ืองมือและ อุปกรณ์อย่างถูกต้อง และควร จัดเตรียมคู่มือการใช้งานไว้ใน ต�ำแหน่งท่ีผู้ใช้งานสามารถศึกษา และทบทวนได้สะดวก การจัด ระเบียบในท่ีท�ำงานช่วยให้สมอง เรียนรู้และจดจ�ำได้รวดเร็วและ แมน่ ยำ� ขน้ึ ไมส่ นิ้ เปลอื งเวลาในการ ค้นหา และช่วยลดความเสียหาย ทเ่ี กิดจากความผดิ พลาด
INSIDE OKMD I 41 สมองชอบสบาย สภาพแวดล้อมทางกายภาพ ส่งผลต่อการท�ำงานเช่นเดียวกับ สภาพแวดลอ้ มทางจติ สงั คม การจดั สถานทท่ี ำ� งานใหม้ อี ณุ หภมู เิ หมาะสม ไมห่ นาวไมร่ อ้ นจนเกนิ ไป มแี สงสวา่ ง เพียงพอ มีความสะอาดปลอดภัย ไม่ต้องคอยหวาดระแวงในระหว่าง ท�ำงานจะช่วยสร้างบรรยากาศท่ี เอื้อต่อการท�ำงานของสมอง ท�ำให้ ผู ้ ป ฏิ บั ติ ง า น ท� ำ ง า น ไ ด ้ อ ย ่ า ง มี ประสทิ ธภิ าพ สมองตอ้ งได้ลงมือปฏบิ ตั จิ รงิ การวางแผนปฏิบัติงานโดยเน้นให้ผู้ปฏิบัติงานมีส่วนร่วม เพ่ือให้สามารถน�ำแผนงาน ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านควรมองเหน็ ตำ� แหนง่ และหนา้ ทขี่ องตนเองอยา่ งชดั เจน วา่ อยตู่ รงสว่ นไหนของแผนงานทงั้ หมด มหี นา้ ทแ่ี ละขอบเขตรบั ผดิ ชอบอยา่ งไร ตอ้ งรบั งาน จากแผนกหรือส่วนงานใดและจะส่งต่อไปให้ใคร รวมถึงใครเป็นผู้ควบคุมดูแลและ ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เมอื่ ประสบปญั หาอปุ สรรค เพอ่ื ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านสามารถบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค์ เมื่ออยู่หน้างาน การปล่อยให้สมองของผู้ปฏิบัติงานคาดเดาเอาเองโดยให้ข้อมูล ไม่เพียงพอ นอกจากจะท�ำให้มองเป้าหมายและกระบวนการท�ำงานไม่ชัดเจนแล้ว ยังอาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความเครยี ด ความวติ กกงั วล รวมถงึ ความท้อแท้เบ่ือหน่าย ซึง่ ส่งผลเสีย อยา่ งยง่ิ ตอ่ ประสิทธภิ าพการทำ� งาน
42 I INSIDE OKMD สมองไมช่ อบความเครยี ด สมองตอ้ งการการเสรมิ แรง การทร่ี า่ งกายตกอยใู่ นภาวะตงึ เครยี ด จะท�ำให้มีการผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล ความส�ำเร็จคือก�ำลังใจท่ีมีพลังที่สุดส�ำหรับ (Cortisol) ออกมามากเกนิ ความจำ� เปน็ ผู้ปฏิบัติงาน รางวัลหรือค�ำชมเป็นเพียงส่วนเสริม สง่ ผลเสยี ตอ่ ความสามารถในการเรยี กคนื ให้เห็นถึงความส�ำเร็จชัดเจนย่ิงข้ึน การแบ่งระดับ ความทรงจ�ำ ท�ำให้หลงลืม และ ความส�ำเร็จเป็นขั้นย่อยๆ ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงาน ยังส่งผลต่ออารมณ์ ท�ำให้หงุดหงิดง่าย มีแรงบันดาลใจท่ีจะผลักดันตนเองไปสู่การพัฒนา วิตกกังวล ขาดสมาธิ ซึ่งส่งผลเสียต่อ ทักษะความสามารถเพื่อมุ่งไปสู่ความส�ำเร็จ การท�ำงานโดยรวม ดังน้ัน การลด ในขั้นท่ีสูงขึ้น อย่างไรก็ดีค�ำชมท่ีพร่�ำเพรื่อเกินไป ความเครียดในที่ท�ำงานจึงมีส่วนส�ำคัญ ไม่ก่อให้เกิดผลในเชิงบวก เช่นเดียวกับการต�ำหนิ ในการเพิ่มประสิทธิภาพการท�ำงาน ทไี่ มส่ รา้ งสรรคจ์ ะทำ� ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ านทอ้ ใจ เสยี กำ� ลงั ใจ ของผู้ปฏิบัติงาน การสร้างบรรยากาศ ในทางกลบั กัน ความใสใ่ จจากผ้บู งั คับบญั ชา หรือ ที่ผ่อนคลาย มีช่วงเวลาพักผ่อน หวั หน้างาน ไมว่ ่าจะเปน็ คำ� ชม การให้กำ� ลงั ใจ หรือ จดั กจิ กรรมออกกำ� ลงั กาย ยดื เสน้ ยดื สาย ค�ำแนะน�ำเพื่อแก้ไขปรับปรุงจุดบกพร่องให้ตรงจุด คลายความเครียดของร่างกายเป็น จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปฏิบัติงานมากกว่าในการ วธิ หี นง่ึ ทชี่ ว่ ยลดความเครยี ด ลดการหลงั่ เพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการทำ� งานนอกจากนี้การแสดงให้ ฮอรโ์ มนคอรต์ ซิ อลและชว่ ยใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ าน ผู้ปฏิบัติงานตระหนักถึงความส�ำคัญของตนเองที่มี ท�ำงานได้อย่างมีความสุขเต็มตาม ต่อองค์กรนับเป็นแรงจูงใจอีกประการหนึ่งที่ท�ำให้ ศกั ยภาพของตนเอง ผู้ปฏิบัติงานมีใจรักและทุ่มเทให้กับการท�ำงาน อยา่ งเต็มความสามารถ
INSIDE OKMD I 43 Science Youth Camp เตรยี มความพร้อมเด็กและเยาวชนไทย สู่ตลาดแรงงาน น อ ก เ ห นื อ จ า ก ก า ร พั ฒ น า บุ ค ล า ก ร เ พื่ อ เ พิ่ ม ของหลักการ BBL โดยมีกรอบเน้ือหาสอดคล้อง ประสิทธิภาพและลดปัญหาในการท�ำงาน OKMD กับแนวคิดสะตีมศึกษา (STE(A)M Education) ยังเล็งเห็นว่าการเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชน ซึ่งประกอบด้วย วิทยาศาสตร์ (Science) เทคโนโลยี เป็นงานส�ำคัญที่จะช่วยเพ่ิมขีดความสามารถทางการ (Technology) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineering) แขง่ ขนั ของประเทศ จงึ ไดม้ งุ่ เปา้ หมายในการพฒั นาเดก็ คณิตศาสตร์ (Mathematics) และ ศิลปะ (Arts) และ และเยาวชน ใหส้ ามารถเรยี นรไู้ ดเ้ ตม็ ศกั ยภาพ มที กั ษะ สอดรบั กบั ทกั ษะจำ� เปน็ ในศตวรรษท่ี 21 เชน่ การเรยี นรู้ การเรยี นรดู้ า้ นวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี และมที กั ษะ และการสรา้ งสรรคน์ วตั กรรม(LearningandInnovation ชวี ติ ทจี่ ำ� เปน็ ในศตวรรษท่ี 21 มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรม และ Skills) การคดิ เชงิ วพิ ากษแ์ ละการคดิ แกป้ ญั หา (Critical สามารถปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงรอบตัว Thinking and Problem Solving) ความคดิ สรา้ งสรรค์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้จัดกิจกรรมส่งเสริม และนวัตกรรม (Creativity and Innovation) การจัดการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การสื่อสารและการท�ำงานเป็นทีม (Communication “Science Youth Camp” ส�ำหรับนักเรียนระดับ and Teamwork) ทกั ษะชวี ติ และทกั ษะอาชพี (Life and มัธยมศึกษา เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และ Career Skills) เทคโนโลยีรวมถงึ พฒั นาทกั ษะในศตวรรษท่ี21โดยเฉพาะ การคิดวิเคราะห์ การคิดสร้างสรรค์ และความเข้าใจ โ ด ย ห ลั ก สู ต ร กิ จ ก ร ร ม ที่ พั ฒ น า ขึ้ น เ น ้ น ค ว า ม ในเทคโนโลยีสมยั ใหม่ หลากหลายท้ังด้านเนื้อหาและระดับความรู้ เพ่ือให้ สอดคล้องกับวัยและความสนใจของผู้เรียน แบ่งเป็น กจิ กรรมScienceYouthCampพฒั นาขนึ้ บนพน้ื ฐาน 2 หลกั สูตร คือ
44 I INSIDE OKMD 1. หลกั สูตรข้ันพืน้ ฐาน ประกอบดว้ ย 123 เทคโนโลยีหุ่นยนต์ ผู้เรียนจะ เทคโนโลยกี ารบนิ และอวกาศ เทคโนโลยคี วามจรงิ เสรมิ ผเู้ รยี น ได้รับการปูพ้ืนความรู้ด้านหุ่นยนต์ ผเู้ รยี นจะไดท้ ำ� ความเขา้ ใจหลกั การ จะได้รับความรู้และทักษะเบื้องต้น เน้นให้เข้าใจภาพรวมและแนวคิด ล อ ย ตั ว ข อ ง เ ค ร่ื อ งร่อ น แ ล ะ เกี่ยวกับเทคโนโลยีความจริงเสริม หลักของการเขียนโปรแกรม เรียนรู้ อากาศยาน การทดลองประกอบ (Augmented Reality: AR) การใช้ ระบบอัตโนมัติของหุ่นยนต์ และ โดรน (Drone) การควบคมุ การบนิ งานโปรแกรม Unity 3D ท่ีใช้ สามารถประยุกต์ใช้องค์ความรู้ โดยใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์การฝกึ ในการสร้างเกม รวมถึงการสร้าง เ ชิ ง ท ฤ ษ ฎี ท่ี ผู ้ เ รี ย น เ ค ย ผ ่ า น ม า ก า ร แ ส ด ง ค ว า ม คิ ด เ ห็ น แ ล ะ แอปพลิเคชัน AR ด้วยตนเอง ทั้งวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ การท�ำงานเป็นกลุ่ม ตลอดจน ก า ร เ ขี ย น โ ป ร แ ก ร ม ใ น ไ ม โ ค ร และเทคโนโลยี รวมถงึ การปพู น้ื ฐาน การเล่นเกมท�ำภารกิจให้ส�ำเร็จใน คอนโทรลเลอรด์ ว้ ยบอรด์ Micro:bit แ ล ะ ต่อ ย อ ด ค ว า ม รู ้ ไ ป สู่ด ้ า น เวลาทก่ี ำ� หนด ซงึ่ ผเู้ รยี นจะไดเ้ รยี นรู้ และได้ลงมือสร้างฉาก ตัวละคร วศิ วกรรมศาสตรแ์ ละศลิ ปะโดยเรยี นรู้ ทฤษฎแี ละหลกั การตา่ งๆไปพรอ้ มกบั และการแข่งขันที่สนุกสนานผ่าน ผา่ นหนุ่ ยนต์ mBot version1 2.4G การลงมอื ปฏบิ ัติจริง การประยกุ ตใ์ ชง้ านแอปพลเิ คชนั AR 45 เทคโนโลยเี กมและแอนเิ มชนั ผูเ้ รยี นจะได้เรยี นรู้ อนิ เทอร์เน็ตออฟติงส์ (Internet of Things: IoT) การเขียนโปรแกรมเชิงสร้างสรรค์ด้วยซอฟต์แวร์ ผเู้ รยี นจะไดเ้ รยี นรแู้ ละพฒั นาทกั ษะพน้ื ฐานทเี่ กยี่ วขอ้ ง ส�ำเร็จรูป ซ่ึงสอนพื้นฐานการเขียนโปรแกรมท้ังใน กับระบบอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รูปแบบแอนิเมชัน แอปพลิเคชัน และเกม ซ่ึงเป็น ต่างๆ เข้าด้วยกัน และรู้ถึงประโยชน์และผลกระทบท่ี สิ่งทอ่ี ยู่ในความสนใจของผเู้ รยี นทเ่ี ปน็ เด็กและเยาวชน เก่ียวข้องกับชีวิตประจ�ำวันทั้งในปัจจุบันและอนาคต กระบวนการเรียนรู้เน้นการจุดประกายความคิด กจิ กรรมการเรยี นมที งั้ ภาคทฤษฎแี ละภาคปฏบิ ตั ิ เนอื้ หา สร้างสรรค์ และการลงมือปฏบิ ตั ิ (Learning by Doing) ครอบคลมุ ตง้ั แตพ่ น้ื ฐานทางวงจรไฟฟา้ อปุ กรณแ์ ละวงจร ซ่ึงผู้เรียนจะได้สร้างโปรแกรมของตนเองโดยมีผู้สอน อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น ระบบไมโครคอนโทรลเลอร์ คอยให้ค�ำแนะน�ำทีละข้ันตอน เน้นให้สามารถใช้ และการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ให้ท�ำงานบน กลุ่มค�ำส่ัง ภาษา และเครื่องมือในเชิงกว้าง รวมถึง เวบ็ เบราวเ์ ซอรซ์ งึ่ สามารถใชง้ าน ผา่ นคอมพวิ เตอรแ์ ละ แนะน�ำให้ผู้เรียนรู้จักเคร่ืองมือที่ใช้ในการเขียนค�ำสั่ง อุปกรณ์แบบพกพาสมัยใหม่แบบต่างๆ ได้ โดยผู้เรียน เช่น การเขยี นโปรแกรมด้วยภาษา JavaScript รวมถึง จะไดท้ ดลองตอ่ วงจรตา่ งๆกบั อปุ กรณจ์ รงิ ไดใ้ ชค้ วามคดิ การสรา้ งและออกแบบเวบ็ ไซตด์ ว้ ย HTML/CSS สร้างสรรค์เพื่อสร้างอุปกรณ์ IoT ส�ำหรับระบบบ้าน อัจฉรยิ ะ และระบบอ่ืนๆ ตามจินตนาการของตัวเอง
INSIDE OKMD I 45 2. หลักสูตรข้ันต่อยอดความรู้ ประกอบด้วย 12 หลักสูตรเทคโนโลยีหุ่นยนต์ (แขนกล) ผู้เรียน หลกั สตู รวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยที เ่ี กย่ี วขอ้ ง จะได้เรียนรู้เร่ืองหุ่นยนต์ประเภทต่างๆ แนวโน้ม กับอุตสาหกรรมใหม่ ผู้เรียนจะได้เรียนรู้เก่ียวกับ การใช้ประโยชน์จากหุ่นยนต์ในอนาคต พื้นฐาน ความส�ำคัญและการเชื่อมโยงของเทคโนโลยีต่างๆ กลศาสตร์ส�ำหรับการออกแบบหุ่นยนต์ การเคล่ือนที่ ในแต่ละภาคสว่ น ตง้ั แต่อเิ ลก็ ทรอนิกส์ ระบบสมองกล ของแขนกลต้นแบบ พื้นฐานอิเล็กทรอนิกส์ส�ำหรับ ฝังตัว โปรแกรมคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์กราฟิก หุ่นยนต์ และพื้นฐานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ส�ำหรับ สมัยใหม่ท้ัง 2D และ 3D ระบบ VR ระบบ AR เกม หุ่นยนต์ นอกจากน้ียังมีโอกาสได้ลงมือออกแบบ และแอนิเมชัน ไปจนถึงการควบคุมเครื่องจักรต่างๆ และประกอบแขนกล ต่อวงจรไฟฟ้าเพ่ือควบคุม เช่น ยานยนต์ อากาศยาน และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การเคลื่อนทข่ี องแขนกลตน้ แบบ วงจรขบั มอเตอร์และ ผ่านโลกเสมือนจริง โดยเป็นการเรียนคู่ขนานกันไป การควบคุมมอเตอร์หุ่นยนต์ รวมถึงการส่ังงานแขนกล ระหว่างการคิดออกแบบสร้างสรรค์และการลงมือ ใหท้ ำ� ภารกิจตามทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ปฏิบัติจริงอย่างเข้มข้น ผู้เรียนจะได้ทดลองเขียน โปรแกรมจรงิ ฝกึ แกป้ ญั หาเกย่ี วกบั การออกแบบ รวมถงึ ลงมอื ออกแบบและสรา้ งโปรแกรมคอมพวิ เตอรร์ ปู แบบใหม่ ซงึ่ เกดิ จากการรวมกนั ของโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ ระบบ สมองกลฝังตวั และระบบเสมอื นจริง โดยทุกหลักสูตรได้น�ำไปใช้ในการจัดกิจกรรมกับนักเรียนและเยาวชนจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาและ อาชีวศึกษาในพ้ืนที่ 3 จังหวัดในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง อย่างต่อเน่ืองมาต้ังแต่ปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน และอยู่ในระหว่างขยายผล การจดั กจิ กรรมไปสู่โรงเรยี นมัธยมศกึ ษาในภูมิภาคอื่นของประเทศ เพอ่ื ใหเ้ ยาวชนไทยสามารถเข้าถึงองคค์ วามรู้ และทกั ษะใหมๆ่ ทอี่ าจจะไมพ่ บในชน้ั เรยี นปกติ และเปน็ การเตรยี มความพรอ้ มเยาวชนทสี่ นใจเขา้ สตู่ ลาดแรงงาน ทท่ี นั สมยั ในโลกยุคใหมท่ เี่ ทคโนโลยเี ปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเรว็
46 5 5ive ตอ่ ยอดไอเดียอาชพี กับ ภูมิปญั ญาทอ้ งถิ่น 5เพอื่ การท�ำมาหากิน ท้องถ่นิ ไทยในแต่ละพนื้ ที่ล้วนมีภูมิปัญญาท่ีได้รับการถ่ายทอดบอกต่อกัน มาจากรุ่นสู่รุ่น เพยี งแต่ในอดีตมักเป็นการ “ต่างคนต่างทำ� ” ท�ำให้เสียโอกาส ในการพัฒนาสินค้า บรกิ าร และอาชีพใหม่ๆ ท่ีจะช่วยส่งเสรมิ การกินดีอยู่ดี ของคนในชมุ ชน เพอื่ ไมใ่ หภ้ ูมิปญั ญาท้องถิน่ ตอ้ ง “เสยี ของ” หลายภาคส่วน รวมถงึ OKMD จงึ เขา้ มาสง่ เสรมิ ใหช้ าวบา้ นในแตล่ ะทอ้ งถิ่นรวมตวั กนั นำ� ทนุ และองคค์ วามรทู้ มี่ ี ในพืน้ ที่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ น�ำภูมิปัญญาท้องถิน่ มาพัฒนาด้วยความคิด สรา้ งสรรค์ ตอ่ ยอดเปน็ ผลติ ภณั ฑท์ มี่ เี อกลกั ษณเ์ ปน็ ของตนเอง เพ่อื การทำ� มา หากินของคนในชุมชนและการพัฒนาท้องถน่ิ ให้ย่ังยืน จนปัจจบุ ันเราจงึ ได้เห็น สนิ คา้ และบริการมากมายทเ่ี กดิ ขน้ึ ใหมจ่ ากภมู ปิ ญั ญาเดมิ ดงั เชน่ 5 กลมุ่ สนิ คา้ ต่อไปน้ี
1 5ive 5 47 งานยอ้ มสจี ากธรรมชาติ 2 งานผ้าไทย หนง่ึ ในภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ ทมี่ กี ารตอ่ ยอด ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายรูปแบบ ผ ้ า ไ ท ย เ ป ็ น เ อ ก ลั ก ษ ณ ์ ภู มิ ป ั ญ ญ า โดยอาศยั องคค์ วามรทู้ ถ่ี า่ ยทอดกนั มาตง้ั แต่ ท้องถิ่นที่สืบสานมายาวนาน แต่ละพื้นที่ ก ร ะ บ ว น ก า ร ป ลู ก ท่ี เ ห ม า ะ กั บ ส ภ า พ ตา่ งกม็ ผี า้ พนื้ เมอื งทเ่ี ปน็ เอกลกั ษณเ์ ฉพาะตน ภูมิศาสตร์ การคัดเลือกวัตถุดิบในท้องถ่ิน เชน่ ผา้ ไหมปกั ธงชยั จ.นครราชสมี าผา้ กาบบวั เช่น ฝ้าย ไหม ใยกัญชง การสร้างสีใหม่ๆ จ.อุบลราชธานี ผ้าไหมแพรวา จ.กาฬสินธุ์ จากวัตถุดิบธรรมชาติท่ีแสดงถึงเอกลักษณ์ ผ้าขาวม้า จ.ราชบุรี ซ่ึงมีความโดดเด่น ของท้องถิ่น เช่น ใบหูกวางให้สีเขียว แตกตา่ งกนั ทง้ั ในดา้ นรปู ลกั ษณ์ สสี นั สมั ผสั อมเหลือง ฝักสะตอให้สีเทา การมัดลาย เร่ืองราว และความหมาย ท�ำให้สามารถ แบบตา่ งๆ ทง้ั ลายพนื้ เมอื งและลายรว่ มสมยั น�ำไปพัฒนาและต่อยอดในรูปแบบต่างๆ ไปจนถึงการประยุกต์ใช้กับสินค้าประเภท ทั้งแบบอนรุ ักษ์รูปแบบและลวดลายด้ังเดมิ ต่างๆ เช่น เคร่ืองนุ่งห่ม เคร่ืองนอน ของ ไปจนถงึ แบบประยกุ ตใ์ หร้ ว่ มสมยั เพม่ิ มลู คา่ ตกแตง่ รวมถงึ ตอ่ ยอดไปเปน็ ผลติ ภณั ฑอ์ น่ื ๆ ให้แก่ผลิตภัณฑ์ เช่น พัฒนาไปเป็นสินค้า ตามสมัย เช่น หนา้ กากผา้ กระเป๋าถือ แฟช่ัน เครื่องประดับ เครื่องแต่งกาย เคร่ืองนุง่ ห่ม หบี หอ่ บรรจุภณั ฑ์ เคร่อื งเรอื น และของตกแตง่ บา้ น
48 5 5ive 3 งานจกั สาน ภูมิปัญญาไทยในการน�ำวัตถุดิบตาม ธรรมชาติท่ีหาได้ในท้องถิ่น อาทิ หวาย ไมไ้ ผ่ กก มาผสานกบั กระบวนการจกั สานทมี่ ี ความเป็นเอกลักษณ์ สร้างสรรค์เป็น ผลิตภัณฑ์เครื่องเรือนและเคร่ืองใช้สอย ในทอ้ งถน่ิ ในอดตี มกั ผลติ เปน็ ของใชใ้ นชวี ติ ประจ�ำวนั เช่น ฝาบา้ น โตะ๊ เก้าอี้ ฝาชี สุ่มไก่ ตะกร้า เข่ง กระชัง แต่ปัจจุบันได้มีการ พฒั นาโดยนกั ออกแบบและชา่ งฝมี อื ทอ้ งถนิ่ มีการน�ำเอาวัสดุต่างๆ มาตีความ เล่าเร่ือง และต่อยอดให้กลายเป็นสินค้าที่มีความ ทันสมัย ใช้งานได้หลากหลายย่ิงขึ้น อาทิ กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่คอมพิวเตอร์ โคมไฟ ไม้ไผ่สาน ฉากกั้นห้อง ซ่ึงช่วยกระจาย รายได้ให้แก่ชุมชน ทั้งในด้านวัตถุดิบและ การผลติ โดยชา่ งฝมี อื ท้องถิ่น 4 งานเซรามิก หน่งึ ในสนิ คา้ ส่งออกท่มี ีความสำ� คญั ของไทย มีฐาน การผลิตหลักอยทู่ ีจ่ งั หวดั ล�ำปาง จงั หวดั ราชบุรี จังหวดั สระบุรี จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดสมุทรสาคร โดย ผู้ประกอบการราว 70% อยู่ในจังหวัดล�ำปางซ่ึงเป็น แหล่งดินขาวคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์เซรามิกของไทย ไม่เพียงมีคุณภาพดี แต่ยังมีเรื่องราวและภูมิปัญญา ที่สะท้อนอยู่ในผลงาน ไม่ว่าจะเปน็ ชามตราไก่ เคร่ืองเบญจรงค์ โอ่งมังกร ปัจจุบันนักออกแบบได้น�ำ องค์ความรู้ใหม่ๆ และความคิดสร้างสรรค์มาประยุกต์ เข้ากับงานผลิตเซรามิก มีการตีความเล่าเร่ืองใหม่ เพอ่ื สรา้ งสนิ คา้ ทเี่ ขา้ กบั ยคุ สมยั มากขนึ้ อาทิ งานเซรามกิ ร่วมสมัยสไตล์อาร์ต ของโรงงานเซรามิคเถ้า ฮง ไถ่ จังหวัดราชบุรี รวมถึงการต่อยอดไปยังผลิตภัณฑ์ ท่ีเก่ียวข้อง เช่น สีเคลือบเซรามิค “ไทยโทน” โดย เคลย์ช็อป (Clay Shop)
5ive 5 49 5 สมุนไพร ชวี ติ ประจำ� วนั ของคนไทยเกยี่ วพนั กบั การใชส้ มนุ ไพร มาต้ังแต่อดีต ทั้งในอาหารการกิน เครื่องดื่ม ยา รักษาโรค และเคร่ืองส�ำอาง ปัจจุบันกระแสรักสุขภาพ ป ร ะ ก อ บ กั บ ก า ร ก ้ า ว เ ข ้ า สู่สั ง ค ม ผู ้ สู ง อ า ยุ ข อ ง หลายประเทศทวั่ โลก กลายเป็นโอกาสของตลาดสินค้า สมุนไพรไทยเพ่ือการดูแลสุขภาพและความงาม เมอ่ื ผสมผสานกบั เทคโนโลยแี ละความกา้ วหนา้ ทางการ ผ ลิ ต ท� ำ ใ ห ้ เ กิ ด ก า ร ต ่ อ ย อ ด ส มุ น ไ พ ร ไ ท ย ไ ป เ ป ็ น สินค้าต่างๆ อย่างหลากหลาย อาทิ เครื่องส�ำอาง ผลติ ภณั ฑท์ ำ� ความสะอาด อาหารและเครอ่ื งดมื่ สขุ ภาพ ยารักษาโรคและอาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ส�ำหรับ สตั วเ์ ลย้ี ง และยงั ขยายวงไปยงั ธรุ กจิ สปา สถานพยาบาล สถานเสรมิ ความงาม แหลง่ ทอ่ งเที่ยว เปน็ ต้น
50 T TALK TO ZINE LONg Table Symposium อาหารบา้ นบา้ น เชฟโบ ดวงพร ทรงวศิ วะ เม่อื นกึ ถงึ อาหารท่อี ร่อยที่สดุ ตอ้ งนกึ ถึง “อาหารบา้ นบ้าน” ทสี่ รรค์สรา้ งขน้ึ จาก“ ความรักความเอาใจใส่ของคนในบ้าน และการถ่ายทอดสืบต่อกันมาของคนใน ทอ้ งถ่นิ แม้อาหารแต่ละบา้ น แตล่ ะถน่ิ จะแตกตา่ งกันไปในแตล่ ะพืน้ ท่ี แตก่ เ็ ปน็ อตั ลกั ษณท์ ี่“เชฟโบ”ดวงพร ทรงวศิ วะแหง่ รา้ น“โบ.ลาน”อยากเกบ็ รกั ษาไว้และนำ� มา ถ่ายทอดให้คนในเมืองได้รับรู้ถึงความน่าสนใจและน่ากินของอาหารพ้ืนบ้านไทย 4 ภาค ในงานมหกรรมความรคู้ รงั้ ท่ี 3 Long Table Symposium: อาหารบา้ นบา้ น “ตอน มรดกจากบรรพบุรษุ เรื่องกนิ เป็นเรื่องใหญแ่ ละเรอื่ งส�ำคัญ ในอนาคตข้างหน้า อาหารจะดีหรอื ไมด่ ี ข้ึนอยู่กับทรัพยากรธรรมชาติท่ีเหลืออยู่ หากขาดทรัพยากรที่สมบูรณ์อาหารจาก ธรรมชาติย่อมลดน้อยลงไปด้วย กิจกรรมการกินและการท�ำอาหารของมนุษย์ ส่งผลกระทบต่อโลกใบนี้ไม่มากก็น้อย ขึ้นอยู่กับเราจะเลือกแบบไหน พวกเราใน ฐานะมนุษย์ต้องพยายามรักษาธรรมชาติท่ีอุดมสมบูรณ์ไว้ เพราะนั่นคือก้าวแรก ของวฏั จักรการรบั ประทานอาหารทดี่ ี และยงั่ ยนื ทมี่ า : www.okmd.or.th/knowledge-festival/video/kf3/466/ SCAN QR CODE ดูเพ่ิมเตมิ สแกนเลย!
Search