Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักฐานเตรียมการฝึกทหารใหม่ (หน้าที่พลเมืองที่ดี)

หลักฐานเตรียมการฝึกทหารใหม่ (หน้าที่พลเมืองที่ดี)

Published by ตำราเรียน, 2021-05-30 11:04:42

Description: หลักฐานเตรียมการฝึกทหารใหม่ (หน้าที่พลเมืองที่ดี)

Search

Read the Text Version

กองทพั บก หลกั ฐานเตรยี มการฝกึ ทหารใหม่ (๑๐ สปั ดาห)์ สาหรับ ทหารทกุ เหล่า เรอื่ ง หนา้ ทพ่ี ลเมอื งดี (เวลาสอนท้งั สิ้น ๓ ชวั่ โมง) พ.ศ. ๒๕๒๗

สาเนา บันทกึ ข้อความ ส่วนราชการ ยศ.ทบ. กองการฝกึ โทร. 2414106 ที่ กห 0461/ 2377 เรื่อง ใหใ้ ช้หลกั ฐานเตรียมการฝกึ วนั ที่ 8 ต.ค. 27 เสนอ อา้ งถึง คาสั่ง ทบ. ท่ี 381/2519 เรอ่ื ง ใหใ้ ช้ระเบยี บและหลักสตู รในราชการ ลง 22 ก.ค. 19 (หลักสูตรการฝกึ ทหารใหม่ 10 สัปดาห์) สงิ่ ทีส่ ง่ มาดว้ ย หลักฐานเตรยี มการฝึกทหารใหม่ (10 สัปดาห์) สาหรบั ทหารทุกเหล่า เรือ่ ง หนา้ ทีพ่ ลเมืองดี พ.ศ. 2527 หลกั ฐานเตรียมการฝึกทหารใหม่ ตามสิ่งท่สี ง่ มาด้วยน้ี แจกจ่ายเพ่ือใช้ประกอบหลักสูตรทหารใหม่ 10 สัปดาห์ที่อ้างถึง หากปรากฏข้อบกพร่องท่ีเห็นควรปรับปรุงแก้ไข ขอได้กรุณาแจ้งให้ ยก.ทบ. ทราบ เพื่อเสนอใหเ้ หล่าสายวทิ ยาการที่รับผดิ ชอบดาเนนิ การต่อไป. (ลงชอื่ ) พล.ต. ปวัฒวงศ์ หตุ ะเสวี (ปวัฒวงศ์ หุตะเสวี) จก.ยศ.ทบ. (พิมพต์ ามระเบียบสานักนายกรัฐมนตรี วา่ ดว้ ยงานสารบรรณ พ.ศ.๒๕๐๖) ทบ.๑๐๑ – ๐๐๓ – ๓

สารบาญ หนา้ กาหนดการสอน ๑ แผนบทเรียนครง้ั ที่ ๑ หน้าทพี่ ลเมืองดี (ครั้งที่ ๑) ๒ ถึง ๑๑ แผนบทเรยี นครั้งที่ ๒ หนา้ ทพ่ี ลเมืองดี (คร้ังที่ ๒) ๑๒ ถึง ๒๓ แผนบทเรียนครั้งท่ี ๓ หน้าที่พลเมืองดี (ครั้งท่ี ๓) ๒๔ ถงึ ๓๕

กาหนดการสอน วชิ า หนา้ ท่พี ลเมืองดี (เวลาสอนทัง้ ส้นิ ๓ ชว่ั โมง) ๑. วัตถุประสงค์ บทเรียนเร่ืองน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือจะสอนให้ทหารได้มีความรู้ เร่ืองหน้าที่ของพลเมืองที่ดี ไมว่ ่าจะอย่ใู นฐานะทเี่ ปน็ ทหารหรอื เปน็ พลเรอื นกต็ าม เพ่อื นาไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตนทั้งในขณะท่ีเป็นทหาร และเม่อื ออกจากกองประจาการไปแลว้ โดยมุง่ ประสงค์ จะให้ทหารทกุ คนไดเ้ ป็นพลเมอื งดขี องชาติสืบต่อไป ๒. ขอบเขต บทเรียนเรื่องนีม้ ุ่งหมายจะเน้นหนกั สอนใหท้ หารได้ทราบถึง หลักการบาเพ็ญตนให้เป็นพลเมืองดี ของชาติ อนั เปน็ หน้าที่ทที่ ุกคนพงึ ตอ้ งปฏิบตั ิ ในเรือ่ งการปฏิบัติเพ่ือตนเอง การปฏิบตั ิเพ่ือครอบครัว การปฏิบัติ เพ่ือชุมนุมชน การปฏิบัติเพื่อประเทศชาติ การปฏิบัติเพื่อศาสนา การปฏิบัติเพื่อพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติ เพ่ือรัฐธรรมนูญ หน้าท่ีของคนไทยในเวลารบ และการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เฉพาะสิ่งท่ีพลทหารควร จะต้องทราบ และยึดถือเอาไปเป็นหลักปฏิบัติ เพ่ือให้สามารถนาเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้พัฒนาตนเอง และสงั่ สอนบตุ รหลานให้เป็นพลเมอื งดขี องชาตใิ นต่อไป ๓. หลักฐาน คมู่ ือการสอนและอบรมทหารว่าดว้ ยการอบรมทหาร เล่ม ๒ (คอ.ทบ. ๒๑ - ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ ๔. กาหนดการสอน วชิ านี้ได้กาหนดขัน้ ตอนการสอนไว้ ดังตอ่ ไปนี้ ครง้ั ท่ี เรือ่ งทีส่ อน จานวนชั่วโมงท่ีใช้สอน ๑. หน้าท่ีพลเมืองท่ีดี (ครัง้ ที่ ๑) ๑ ชัว่ โมง ๒. หน้าทพ่ี ลเมืองท่ีดี (ครัง้ ท่ี ๒) ๑ ช่ัวโมง ๓. หน้าที่พลเมืองท่ีดี (ครั้งที่ ๓) ๑ ชั่วโมง ๓ ชัว่ โมง รวม

-๒- แผนบทเรยี น เร่อื ง หน้าทพ่ี ลเมืองท่ีดี (คร้ังที่ ๑) หลกั ฐานเตรียมการสอน วิชา : หน้าทพี่ ลเมืองดี วธิ สี อน : สอนเชงิ ประชุม เวลาท้ังหมด : ๓ ชั่วโมง ครั้งท่ี : ๑ เวลาสอน : ๑ ชั่วโมง (หยดุ พกั ประจาชว่ั โมง ๑๐ นาท)ี เครื่องอุปกรณก์ ารเรียนทตี่ ้องจดั ใหผ้ ู้รบั การสอน : ไม่มี เจา้ หน้าท่ีสอน : ครู ๑ คน สถานท่ี : หอ้ งเรียน เครือ่ งชว่ ยฝึก : ไมม่ ี หลักฐาน : คมู่ ือการสอนและอบรมทหารว่าดว้ ยการอบรมทหาร เล่ม ๒ (คอ.ทบ.๒๑ - ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ การแต่งกายและยุทโธปกรณ์สาหรบั ผู้รบั การสอน : แตง่ กายเคร่อื งแบบฝึกสวมหมวกแก๊ปทรงอ่อน, แต่งกายครง่ึ ท่อนสวมหมวกแก๊ปทรงอ่อน หรือถ้าจะใชเ้ วลาอบรมในเวลากลางคืน จะอนโุ ลมให้แต่งกายชุดกีฬาสวมหมวกแกป๊ ทรงอ่อนได้ ลูกมอื : ไมม่ ี ยานพาหนะ : ไมม่ ี

-๓- ๕ นาที ๑๐ นาที หวั ข้อการสอน ๓๐ นาที ๑. กลา่ วนา ๕ นาที ก. ความจาเปน็ ทต่ี ้องเรยี นรู้ ข. ชแี้ จงบทเรียน ๒. กลา่ วทัว่ ไป ก. พลเมอื งคืออะไร ข. หน้าที่พลเมอื งดโี ดยท่ัวไป ๓. การปฏิบัติเพอื่ ครอบครวั ก. ครอบครัวคืออะไร ข. ต้นเหตแุ ห่งความทุกข์สขุ ของครอบครวั ค. การปฏิบัตติ ่อบิดามารดา ง. หน้าทข่ี องสามีภรรยา ๔. สรปุ

-๔- คาบรรยาย ๑. กลา่ วนา ๕ นาที ก. ความจาเป็นท่ตี ้องเรยี นรู้ ในวันนคี้ รจู ะเริ่มต้นสอนทหารในเร่ืองหนา้ ทีพ่ ลเมอื งดี ครูไดเ้ คยกลา่ วมาแล้วว่า “ทหาร” ก็มีฐานะ เป็นประชาชนพลเมืองของชาติคนหนึ่งเหมือนกัน ทหารทุกคนในที่นี้เข้ามา รับราชการทหารตาม พระราชบัญญัติรับราชการทหาร ทหารจะเข้าประจากรมกองเพ่ือการศึกษา เล่าเรียนวิชาการทหาร และทางานรับใช้ประเทศชาติเพียง ๒ ปี เท่านั้น เม่ือครบกาหนดแล้วก็จะได้รับการปลดออกไปเป็น ทหารกองหนุน กลับไปยังภูมิลาเนาเดิมของแต่ละคน เมื่อได้รับการปลดไปแล้วก็ต้องไปดาเนินอาชีพเป็น บุคคลพลเรอื นคนหน่งึ ประเทศชาติจะดารงคงอยไู่ ด้ก็ต้องมีพลเมืองเป็นองค์ประกอบที่สาคัญอย่างหน่ึง ถ้าชาติบ้านเมือง ใดมีพลเมืองล้วนแล้วแต่เป็นคนดี รู้จักหน้าท่ีของตนและประพฤติตนไปในทางที่ถูกท่ีควรแล้ว ประเทศนั้น ชาติน้นั ก็จะเจริญรุ่งเรอื ง ชาติไทยเป็นชาติเก่าแก่มาแต่สมัยดึกดาบรรพ์ในโลกชาติหนึ่ง ได้ดารงความเป็นเอกราชมาจนถึง ทุกวันน้ีก็เพราะบรรพบุรุษของเราได้ประพฤติตนตั้งอยู่ในศีลธรรมอันดีงาม สั่งสอนสืบทอดกันต่อๆ มาจนถึง คนรุ่นเราในทุกวันนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่ก็ถือได้ว่าเป็นชาติและประเทศที่มีช่ือเสียงได้ชาติหน่ึง ที่ชนชาติอื่นท่วั โลกรูจ้ กั ดี เราคนไทยทุกคนต่างปรารถนาให้ชาติประเทศของเราเจริญรุ่งเรืองด้วยกันท้ังส้ิน ซึ่งครูได้กล่าวใน ตอนต้นแล้วว่า ชาติใดประเทศใดจะเจริญรุ่งเรืองได้ จะต้องอาศัยความมีพลเมืองท่ีดีเป็นพ้ืนฐานท่ีสาคัญ ประการหนึ่ง ในฐานะทีก่ รมกองทหารมีหนา้ ท่ีรับชายฉกรรจ์ของชาตเิ ขา้ มาฝึกสอน อบรม เป็นจานวนไม่ใช่น้อย ทางราชการมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะป้ันพลเมืองไทยให้เป็นพลเมืองท่ีดีของชาติ จึงได้ถือโอกาส นาเรื่อง หน้าที่พลเมืองดี เขา้ มาสอนทหารดว้ ย ก็โดยมีวตั ถปุ ระสงค์ที่สาคญั คอื ในระหว่างท่ีรับราชการทหาร อยูใ่ นกรมกอง ให้เป็นทหารท่ีดีของชาติ เมื่อออกจากราชการทหารไปแล้วให้เปน็ พลเมืองดีของชาติ การเป็นพลเมืองของชาตินั้น ไม่ใช่สักแต่ว่าเป็นพลเมืองเฉยๆ พลเมืองท่ีดีต้องรู้จักหน้าท่ีของตน ว่ามีอะไรบ้าง ถ้าทุกคนรู้จักหน้าที่ของตนท่ีพึงจะมีต่อสังคม และปฏิบัติตนดีอย่างถูกต้อง ก็ย่อมจะทาให้ “ชาติไทย” ของเราเจริญไม่ย่ิงหย่อนกว่าชาติอ่ืนๆ ในโลก น่ีแหละจึงเป็นเหตุผลที่สาคัญที่ทหารจะต้องเรียนรู้ เรือ่ ง หนา้ ที่พลเมอื งดี อันท่ีจริงแล้ว ความรู้เรื่องหน้าที่พลเมืองดีมิได้มีประโยชน์โดยตรงต่อทางการทหาร หากแต่ว่ามี เป็นเพียงส่วนหน่ึงเท่านั้น ผลดีอย่างใหญ่หลวงจะเกิดข้ึนในอนาคต เมื่อทหารออกจากราชการทหารไปแล้ว ถ้าได้นาหลักการต่างๆ ทค่ี รสู อนไปใช้ประพฤตปิ ฏบิ ัติตนและสั่งสอนบุตรหลานต่อไป จะทาให้ชาติของเราเจริญ เราต้องการผลในประการหลังนี้ เพราะฉะน้ันหากว่าทหารมีความรักชาติ และปรารถนาจะให้ชาติเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคต กจ็ งหม่นั ศกึ ษา จดจาและนาสิง่ ต่างๆ ท่ีครูจะสอนไปใช้ปฏิบตั แิ ละสัง่ สอนผอู้ ื่นในความรับผิดชอบของตนต่อไปดว้ ย ข. ช้แี จงบทเรยี น บทเรียนเรื่องหน้าที่พลเมืองดีนี้ ทหารมีโอกาสจะได้รับการสอนจากครูเพียง ๓ ชั่วโมงเท่าน้ัน การสอนจะแบ่งออกเป็น ๓ คร้ัง คร้ังละ ๑ ชั่วโมง โดยจะเน้นหนักสอนแต่เร่ืองสาคัญๆ ที่เห็นว่าทหารควรจะ ได้รับการศึกษา แต่ก็คงจะสอนไดภ้ ายในขอบเขตจากัด ครูจะสอนให้ทหารทราบในเรื่องต่อไปน้ี คือ คาจากัดความ ของคาว่าพลเมือง หน้าท่ีของพลเมืองดีโดยท่ัวไป การปฏิบัติเพื่อครอบครัว การปฏิบัติเพื่อชุมนุมชน

-๕- การปฏิบัติเพื่อประเทศชาติ การปฏิบัติเพื่อศาสนา การปฏิบัติเพ่ือพระมหากษัตริย์ การปฏิบัติเพ่ือรัฐธรรมนูญ หนา้ ท่ขี องคนไทยในเวลารบ และการใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ๒. กล่าวท่ัวไป ๑๐ นาที ก. พลเมืองคอื อะไร พลเมือง แปลวา่ ชาวเมอื ง หรือ ชาวประเทศ พลเมืองแต่ละคนถอื ว่าเป็นหนว่ ยหนง่ึ ของครอบครวั ของชมุ นุมชน และของประเทศชาติตามลาดับ ทั้งนี้เป็นเพราะว่าประเทศชาติหนึ่งๆ ย่อมจะประกอบด้วยชุมนุมชนหลายๆ แห่ง และแต่ละชุมนุมชนก็จะต้อง ประกอบด้วยครอบครัวหลายๆ ครอบครัว แต่ละครอบครัวก็ย่อมจะต้องประกอบด้วยสมาชิกของครอบครัว หลายๆ คน สมาชิกของครอบครัวแต่ละคนหรือคนแต่ละคนก็คือพลเมืองของชาติคนหนึ่งน่ันเอง ไม่ว่าจะเป็น เดก็ หรอื ผใู้ หญ่ถอื ว่าเปน็ พลเมืองท้งั น้นั ครอบครวั กด็ ี ชุมนมุ ชนก็ดี ตลอดจนถงึ ประเทศชาติจะมคี วามรม่ เย็นเปน็ สขุ ก็ต้องอาศัยพลเมือง แต่ละคนบาเพ็ญตนให้เป็นพลเมืองดี ผู้ใหญ่ต้องบาเพ็ญตนให้เป็นพลเมืองดีเพื่อเป็นตัวอย่างแก่เด็ก เด็กก็ต้อง รับการอบรมฝกึ ฝนประพฤติตนตามแนวทางแหง่ การเปน็ พลเมืองดเี พื่อเปน็ ผูใ้ หญ่ทดี่ ีในวันขา้ งหน้า ข. หนา้ ท่ีของพลเมอื งดโี ดยทวั่ ไป บุคคลที่จะทาหน้าที่เป็นพลเมืองดี จะต้องปฏิบัติดีต่อบุคคลและสิ่งต่างๆ หลายสิ่งหลายอย่าง แตอ่ ย่างไรก็ตามกอ่ นทจ่ี ะทาความดีตอ่ ผอู้ ่นื หรอื สิ่งอน่ื ตนเองจะต้องปฏิบัติตนให้ดีเป็นพ้ืนฐานเสียก่อนจึงจะไป สรา้ งความดีในดา้ นอนื่ ๆ ต่อไป พลเมอื งดีพึงปฏิบัติตนเองให้มนั่ อยูใ่ นหลกั แหง่ ความดี ดังตอ่ ไปนี้คอื (๑) มีความกตญั ญกู ตเวทตี ่อบิดามารดาตลอดจนผ้มู อี ุปการะคุณ (๒) มีความประพฤตดิ ี ม่ันอย่ใู นศีลธรรม มีลกั ษณะแท้ของสุภาพชน (๓) ก่อร่างสร้างตนให้เป็นหลักฐาน มีอาชีพที่พ่ึงตัวเองได้ มีความเพียรพยายาม ขยันขันแข็งต่อ การงาน เพ่อื ใหม้ ชี วี ติ เจรญิ กา้ วหนา้ (๔) รกั เกยี รติเสมอด้วยชวี ติ ผทู้ ่ียากจนเพราะสจุ รติ ยอ่ มมเี กียรติดีกว่ามงั่ มีขึน้ ไดโ้ ดยไม่สุจรติ (๕) มคี วามซ่ือสัตยส์ ุจรติ และซ่ือตรงต่อคนทงั้ หลายท้งั ในการกระทาและในทางความคดิ (๖) รักษาตนให้มีสุขภาพพลานามยั อันสมบูรณ์ ปราศจากโรคภยั ไขเ้ จ็บ (๗) ดารงชีวิตให้เหมาะสมกับฐานะ ไม่แสดงตนโอ่อ่าเกินฐานะ ไม่ปล่อยตนหลงระเริง รู้จัก ประหยัด มัธยัสถ์ คือรู้จักประมาณในการใช้สอยเงินทองไม่สุรุ่ยสุร่าย แต่ก็ไม่ใช่หมายความว่า ให้ตระหนี่ ถเ่ี หนียวจนเกินไป ควรใช้จ่ายให้เหมาะสมกับฐานะของตน คณุ สมบัตขิ ้อน้มี ีความจาเป็นอย่างยิ่ง สาหรับการจะ ต้ังตัวให้เป็นหลักเป็นฐาน (๘) จะต้องเป็นผู้เคารพต่อกฎหมายของบ้านเมืองอย่างเคร่งครัด ส่ิงใดท่ีเป็นการปฏิบัติ ท่ผี ิดกฎหมายแลว้ ตอ้ งไมป่ ระพฤติปฏิบัติเปน็ เดด็ ขาด ๓. การปฏบิ ตั ิเพือ่ ครอบครวั ๓๐ นาที ก. ครอบครัวคืออะไร ความหมายของคาว่า “ครอบครัว” ของคนไทยเรา หมายถึง บิดา มารดา สามีภรรยา และ บุตรธิดาที่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายโลหิต แต่สาหรับความหมายโดยท่ัวๆ ไป แล้วอาจกินความตลอดไป จนถงึ บคุ คลท่ีร่วมอยู่ในบ้านเดียวกัน เช่น นอกจากบิดามารดา สามีภรรยา และบุตรธิดา แล้วยังนับรวมไปถึง บคุ คลอ่ืนๆทอี่ าศัยอยใู่ นบ้านเดียวกนั ไดแ้ ก่ ญาติ คนใช้ หรือคนทอี่ าศยั อยู่ในบา้ นดว้ ย

-๖- ครอบครัว จึงมีความหมายเป็นคารวมที่หมายถึงสังคมน้อยๆ สังคมหนึ่ง อาจจะมีจานวนคนมาก หรือน้อยกไ็ ด้ เช่น มเี พียงสามีภรรยาสองคนก็ถอื ว่าเป็นครอบครัวหน่ึงได้ ข. ตน้ เหตุแหง่ ความทกุ ข์สขุ ของครอบครวั แต่ละคนในครอบครัวมีส่วนจะทาให้ครอบครัวได้รับความสุข หรือความทุกข์ ความเจริญหรือ ความเสอ่ื มไดท้ ้งั สิน้ หมายความว่าคนทอ่ี ยู่รว่ มกันในครอบครัวมสี ว่ นรับผดิ ชอบร่วมกนั นน่ั เอง บรรดาอาคารบ้านเรือน ทรัพย์สิน เงินทอง เคร่ืองใช้ไม้สอย เราถือว่าเป็นเพียงส่วนประกอบแห่ง ความสุขหรือทุกข์เท่านั้น หาใช่เป็นตัวการท่ีจะอานวยให้ครอบครัวมีความสุข ความทุกข์ ความเจริญ หรือ ความเสอ่ื มโดยตรงไม่ ตัวอยา่ งเชน่ ครอบครัวหน่ึงมีบ้านใหญ่ มีทรัพย์สินเงินทองมาก มีรถยนต์น่ัง มีรายได้ดี แต่บิดามารดาซึ่งเป็น หัวหน้าครอบครัวน้ันทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่เสมอ หรือบิดาเป็นขี้เมา ดื่มสุรา เมาแล้วชอบอาละวาด ด่าตี บุตรภรรยาอยู่เนืองๆ หรือบุตรไม่อยู่ในโอวาทคาส่ังสอนของบิดามารดา ประพฤติตนเป็นคนเกเรอยู่เป็น เนอื งนติ ย์ ชอบนาเรื่องเดอื ดรอ้ นมาส่บู ดิ ามารดาอยู่บ่อยๆ ลักษณะการภายในครอบครัวดังที่กล่าวนี้ ถึงแม้ว่า ครอบครวั นั้น จะมที รัพย์สนิ เงนิ ทองมากมหาศาล ก็ย่อมจะมีความสุขความเจริญไปไม่ได้ ครอบครัวน้ันย่อมมี แตค่ วามทุกข์ใจ เศร้าใจ และเสือ่ มโทรมหาความเจรญิ ไมไ่ ด้ ส่วนอีกครอบครัวหน่ึงค่อนข้างยากจน มีเงินทองทรัพย์สิน สิ่งของเคร่ืองใช้ไม่มาก แต่ทุกคนใน ครอบครัวรักใคร่สามัคคีปรองดองกัน ประพฤติปฏิบัติต่อกันเป็นอันดี รู้จักประมาณตน บิดามารดาไม่เหินห่าง หมั่นดูแลอบรมสั่งสอนบุตรธิดา ทั้งบุตรธิดาก็อยู่ในโอวาทคาสั่งสอนของบิดามารดา ลักษณะการเช่นน้ีย่อม กอ่ ใหเ้ กดิ ความอบอุ่นในครอบครัว ถึงแมว้ า่ จะอยู่บา้ นหลังเลก็ ๆ แคบๆ แต่ก็มีความสุขดีกวา่ ครอบครวั แรก จึงสรุปได้ว่า ต้นเหตุท่ีจะทาให้ครอบครัวมีความสุข หรือความทุกข์ท่ีแท้นั้น ก็คือการท่ีบุคคลใน ครอบครัวประพฤติปฏบิ ตั ิดหี รอื ไมด่ ีตอ่ กันนน่ั เอง เน่ืองจากว่าการประพฤติปฏิบัติต่อกันของบุคคลในครอบครัวมีความสาคัญที่จะทาให้ครอบครัว ได้รับความสุข เกิดความทุกข์ มีความเจริญรุ่งเรือง หรือมีความเสื่อมโทรมได้ ชาติท่ีเจริญพลเมืองจะต้องมี ความสุขความเจริญ เพราฉะนั้นพื้นฐานแห่งความสุขและความเจริญของพลเมืองจะต้องเ กิดข้ึนภายใน ครอบครัวอนั เปน็ สงั คมเล็กๆ กอ่ น จงึ ได้มีขอ้ กาหนดหน้าทีข่ องบุคคลในครอบครัวในฐานะต่างๆ กันมาให้ทหาร ศึกษากันต่อไป ขอให้ทหารติดตามศึกษาและยึดถือนาเอาไปเป็นแนวทางเพ่ือปฏิบัติตนต่อไปด้วย ซ่ึงเราถือว่า เป็นหนา้ ที่พลเมอื งดีของชาตจิ ะต้องพึงปฏิบัติ ค. การปฏิบตั ติ ่อบิดามารดา บิดามารดาถือว่าเป็นปูชนียบุคคลท่ีคนเราจะต้องเทิดทูนไว้เหนือกว่าสิ่งอื่นใด คนเราทุกคนเกิดมา มีชีวิตอยู่ได้จนเติบใหญ่ก็ด้วยพระคุณของบิดามารดาเป็นผู้ให้กาเนิด ชุบเลี้ยงให้ได้มีชีวิตรอดอยู่มาได้ ทา่ นใหก้ ารอบรมสัง่ สอน ท่านสง่ เสียให้ได้รบั การศึกษาตามสมควรแก่ฐานะ บิดามารดานั้นถือว่าเป็นพระประจาตัวคน ท่านเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดของคนท้ังปวง เพราะท่านได้ ให้แก่เราในสงิ่ ที่คนอืน่ ใหไ้ ม่ได้ ๔ ประการ คอื (๑) ความรกั อันบริสุทธแิ์ ละแน่นอน (๒) ความสงสารอนั แท้จริงปราศจากมารยา (๓) สง่ เสรมิ ให้กาลังใจเพื่อความสาเรจ็ และในคราวประสบความสาเร็จ (๔) ความเท่ียงธรรมตามเหตุผล ส่ิงท้ังส่ีประการน้ีได้เป็นปัจจัยให้คนเกิดเป็นคนเจริญเติบโตตามแนวทางของตน สามารถท่ีจะ อยู่รว่ มกับคน และทาประโยชนแ์ ก่คนได้ตามสมควร

-๗- ความสาเร็จทุกประการและทุกระยะ คนที่ได้ประสบล้วนมีมูลมาจาก อานุภาพแห่งความรัก ความสงสารของบดิ ามารดาทงั้ สิน้ ความกตัญญูรู้คุณของบิดา มารดา จัดว่าเป็นยอดของความรู้ เป็นเหตุนาไปสู่ความรู้และความดี ท้ังหลายได้ ถ้าคนเราไม่รู้จักคุณบิดามารดาแล้ว จะรู้สิ่งใดถูกต้องไม่ได้เลย เพราะคุณความดีของบิดามารดา เปน็ คณุ ความดีทีเ่ ดน่ ชดั รู้ไดง้ ่าย เหน็ ได้ง่าย การตอบแทนคุณบิดามารดาโดยกตเวทิตาจิตเป็นมูลเหตุแห่งความรับผิดชอบทั้งปวง ผู้ท่ีขาดกตเวที ต่อบิดามารดา คือไม่รู้จักตอบแทนคุณท่าน เรียกว่าเป็นผู้เนรคุณ จะไม่มีโอกาสรับผิดชอบหน้าท่ีและภารกิจ ทงั้ หลายไดด้ ว้ ยดเี ลย จะทาอะไรก็หาความเจริญก้าวหน้ามไิ ด้ ความมีกตญั ญกู ตเวทีต่อบดิ ามารดา จึงจัดว่าเปน็ ความดีโดยครบถ้วน ผูเ้ จริญแลว้ ยอ่ มไม่ควรละเว้น ทหารควรปฏบิ ตั ติ ่อบิดามารดา ดงั ต่อไปน้คี ือ (๑) ทา่ นเล้ียงมาแล้วพงึ เลี้ยงทา่ นตอบ บิดามารดาพึงเล้ียงเรามาด้วยความรักว่าเป็นลูก และเลี้ยงด้วยความเสียสละ เช่น อยากจะกิน อะไร ถึงตัวเองจะอดก็ยังสู้อุตส่าห์ขวนขวายหาให้ลูกกิน เป็นต้น ก็ให้พึงเล้ียงท่านว่าเป็นบิดามารดา และเล้ียง ด้วยความเสียสละทุกประการ เช่นเดยี วกบั ท่านท่ีทากับเรามา เชน่ พอเราโตมีเงินเดือน มีรายได้พึงแบ่งเงินทอง ให้ท่านใช้ ไม่ใช่ตอ้ งให้เราเหลอื ใช้เสียกอ่ นจึงจะให้ทา่ น เปน็ ต้น (๒) ท่านทางานใหแ้ ก่ตนมาแล้วพงึ ทาการงานให้แกท่ า่ นบ้าง โดยธรรมดาแลว้ การงานของเราซึ่งเป็นลูก บิดามารดามักจะถือเป็นเรื่องสาคัญ สาเร็จท่านก็ดีใจด้วย ถา้ มีอปุ สรรคข้อขัดข้องใดๆ ท่านจะพลอยเป็นทุกข์ใจด้วย จะเห็นว่าท่านทั้งสองนั้นทาด้วยใจจริง เพราะฉะนั้น ถ้าทหารมีกตเวที คือรู้การตอบแทนบุญคุณท่านแล้วไซร้ ก็ขอให้พึงมีความสนใจ เอาเป็นธุระอย่างจริงใจต่อ กิจการงานของท่านให้เหมือนกับที่ท่านมีความห่วงใยเรา พยายามให้ความช่วยเหลือในทุกทาง ไม่ว่าจะทาง กาลังกาย กาลังใจ และกาลังทรพั ย์ (๓) ดารงวงศต์ ระกลู ใหม้ ่ันคง บุตรที่ดีจะต้องปฏิบัติตนทุกอย่างเพ่ือรักษาช่ือเสียงของวงศ์ตระกูล ไม่ทาหรือประพฤติส่ิงใด ทจี่ ะทาให้วงศ์ตระกลู ตอ้ งเส่ือมเสียชื่อเสียงเป็นอันขาด เช่น ประพฤติตนเป็นโจรให้ตารวจจับไปถูกจาคุก เช่นน้ี ย่อมชื่อว่าเป็นผู้ทาให้เสื่อมเสียช่ือเสียงแก่วงศ์ตระกูล เพราะญาติพ่ีน้องที่ใช้นามสกุลเดียวกันจะพลอยต้อง อับอายขายหน้าเขาไปด้วย (๔) รักษาทรพั ย์มรดกที่ท่านยกให้ บรรดาทรพั ยส์ นิ ท่ีเปน็ มรดกตกทอดกนั มาตั้งแต่คร้ังปุูย่าตายาย บิดามารดา รักษามาได้ พอมาถึง ชน้ั เราพึงรกั ษาและหวงแหนสิ่งน้นั ไว้ อย่าไดท้ าลายใหเ้ สยี หายหรือขายกินเสยี เปน็ อันขาด เพราะคนที่เอาทรัพย์ สิ่งของท่ีเป็นมรดกตกทอดขายกิน คนท้ังหลายเขาจะดูหม่ินว่าสิ้นหนทาง นับได้ว่าเป็นการทาลายช่ือเสียงของ วงศ์ตระกูลเหมอื นกัน (๕) เม่อื ท่านล่วงลบั ไปแล้วพึงทาบญุ อทุ ิศส่วนกุศลใหท้ ่านตามสมควร เรื่องน้ีคนไทยถือเปน็ ประเพณีนิยม การตอบแทนคุณบิดามารดามิใช่จะถือกระทาเฉพาะแต่ท่ีท่าน ยังมีชีวิตอยู่ ถึงแม้ว่าท่านจะเสียชีวิตไปแล้วก็ตาม ควรได้มีการทาบุญทาทานอุทิศส่วนกุศลให้ท่านด้วย ก็จะได้ ช่ือว่ามีกตเวทตี อ่ ท่าน จงบาเพ็ญกุศลบูชาพระคุณท่านโดยกุศลจิตแม้ท่านจะจากไปแล้วนานเพียงไรก็ตาม ก็คงหม่ัน ระลึกถึงพระคณุ ท่าน และกราบไหวบ้ ชู าอยเู่ ปน็ ประจา

-๘- ง. หน้าท่ีของสามีภรรยา สามีภรรยาหรือคู่สมรสจะต้องมีความตั้งใจให้การดารงชีพเป็นไปด้วยดี เกิดบุตรหลานท่ีดีต่อไป แต่ทาไมสามีภรรยาจึงไม่เป็นไปเช่นนัน้ ทุกคน ท้งั นเี้ ปน็ เพราะบางคนยงั ขาดคณุ ธรรมบางอย่าง เพราะไม่ทราบ หรือทราบแล้วแตไ่ มป่ ระพฤตติ าม จงึ เป็นเรื่องที่ทหารทุกคนจะต้องทาความเข้าใจไว้ให้ดี เพ่ือบาเพ็ญตนให้เป็น พอ่ บ้านแมเ่ รือนท่ีดขี องพลเมืองต่อไป สามีภรรยาเป็นหลักสาคัญในครอบครัว เพราะครอบครัวที่มีสามีภรรยาดีย่อมเจริญและม่ันคง ครอบครวั ที่มีสามภี รรยาไมด่ ี ไม่มีอะไรจะชว่ ยใหเ้ กดิ ความเจริญและความมั่นคงไดเ้ ลย ชายที่ได้ภรรยาดียอ่ มมกี าลังใจท่ีจะปฏบิ ัติหน้าที่และภารกิจทุกอย่าง เพื่อความเจริญของครอบครัว และหญงิ ท่ีได้สามีที่ดีก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ถ้าท้ังชายและหญิงได้ภรรยาและสามีไม่ดีก็ย่อมหมดกาลังใจท่ี จะปฏิบัติหน้าท่ีและภารกิจทั้งหลาย เพราะไม่ทราบว่าจะปฏิบัติไปเพ่ืออะไร ทาให้เกิดความเบ่ือบ้าน เบื่อการงาน และเบอ่ื หมดทุกอย่าง ทาให้โครงการชวี ติ และครอบครวั เสยี ไปหมดทุกอย่าง สามแี ละภรรยามหี นา้ ทีพ่ ึงปฏบิ ัตติ ่อกนั ดังตอ่ ไปนี้คอื (๑) พงึ ศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจในเรือ่ งเพศ การสบื พันธุ์ และการชะลอการเกิดอันจะเป็นผลกระทบกระเทือน ตอ่ การครองชพี ของตนในขณะน้ัน ตวั อยา่ ง เชน่ ถ้าหากเหน็ ว่า ฐานะของตนยากจน การมีลูกหลายคนย่อมเกิน ฐานะทีจ่ ะเล้ยี งดูเขาให้สุขสมบูรณ์ได้ และย่ิงไปกว่านั้นจะเป็นการทาให้ฐานะยากจนยิ่งขึ้น ก็ควรจะศึกษาเร่ือง การคุมกาเนดิ บ้าง ให้มีบุตรเพียงให้พยงุ ฐานะของครอบครวั ให้อยู่ในข้ันดีไวก้ ่อน (๒) พงึ ถอื ว่าเงนิ ทองเปน็ เพียงอปุ กรณ์ของชีวิต สมควรจ่ายเพอ่ื การสมาคม และญาตพิ น่ี ้องบา้ ง ไม่สมควรประพฤติตนให้มีนิสัยตระหน่ีถี่เหนียวจนเกินไป การใช้จ่ายเพื่อการสมาคม เช่น การเล้ียงเพ่ือนฝูงเม่ือมาเยี่ยม เป็นต้น ควรมีบ้างตามสมควรแก่ฐานะแห่งตนญาติพ่ีน้องของภรรยาก็ดีหรือ ของสามีก็ดี ไม่ควรคิดรงั เกียจ (๓) พึงเรียนรู้นิสัยของคู่ครอง และให้พยายามโอนอ่อนเข้าหากัน จึงพึงระลึกอยู่เสมอว่า ชีวติ คู่ครองนน้ั ต้องรู้จกั เสยี สละอิสระสว่ นตัวเพ่อื กันและกนั ตามสมควร (๔) พยายามฝึกนิสัยของตนใหร้ จู้ กั มนี ิสยั ยบั ย้งั ใหม้ ากในทกุ ทางตอ้ งไมห่ ุนหันพลันแลน่ กบั ค่คู รอง (๕) จะต้องนึกอยู่เสมอว่า การขัดใจหรือผิดใจกันในระหว่างคู่ครองน้ันเป็นเร่ืองปกติธรรมดา ท่ีอาจจะเกดิ ขน้ึ ได้ จงร้จู ักให้อภยั ซึ่งกนั และกัน อยา่ ผกู ใจเจบ็ ให้เกดิ การแตกร้าวข้ึนไดเ้ ป็นอนั ขาด (๖) จะต้องไมค่ ดิ หวังอะไรจากกันและกนั มากเกนิ ไป (๗) ถ้ามปี ญั หาข้องใจอะไรเกิดขนึ้ ควรทาความเขา้ ใจกันเสีย อย่าปลอ่ ยให้ขุ่นเคืองอย่ใู นใจ (๘) จงพยายามหาความรเู้ ร่อื งพลานามยั ไว้เพ่ือคคู่ รองและบตุ ร (๙) พึงแยกจากบ้านบดิ ามารดาหรือผู้ใหญ่ไปดาเนินชีวิตด้วยลาแข้งของตนเอง และไม่ยุ่งเร่ืองของ พีน่ อ้ งของแตล่ ะฝาุ ยจนเกนิ สมควร (๑๐) จะต้องเอาใจใสอ่ บรมบุตรหลานให้เปน็ คนดีเพื่อประโยชน์ต่อครอบครัวและประเทศชาติ ๔. สรปุ ๕ นาที ก. สรปุ เรอ่ื งสาคัญท่ีทหารควรจะต้องจดจา (๑) พลเมือง แปลว่า ชาวเมืองหรือชาวประเทศ (๒) บคุ คลท่จี ะเป็นพลเมืองดนี น้ั จะตอ้ งปฏิบตั ิตนดีตอ่ ส่งิ ต่างๆ ดงั ต่อไปนี้คอื (ก) ตนเอง (ข) ครอบครวั (ค) ชุมนุมชน

-๙- (ง) ประเทศชาติ (จ) ศาสนา (ฉ) พระมหากษตั รยิ ์ (ช) รัฐธรรมนญู (๓) พลเมอื งดีจะตอ้ งปฏิบตั ิต่อตนเองใหต้ ั้งม่นั อยู่ในหลักแหง่ ความดี ดังตอ่ ไปนคี้ ือ (ก) มคี วามกตญั ญูกตเวทีตอ่ บดิ ามารดา (ข) มคี วามประพฤตดิ ี ต้ังม่ันอยใู่ นศลี ธรรม (ค) ก่อรา่ งสร้างตวั ให้เปน็ หลักฐาน (ง) รักเกยี รติของตนเองเสมอด้วยชวี ิต (จ) มคี วามซ่ือสัตยส์ จุ รติ และซอ่ื ตรงต่อคนท้ังหลาย (ฉ) รกั ษาตนให้มีสขุ ภาพพลานามัยทสี่ มบูรณ์ (ช) ดารงชวี ติ ใหเ้ หมาะสมแก่ฐานะของตน (ซ) เคารพต่อกฎหมายของบ้านเมอื ง (๔) ครอบครัว หมายถึง บุคคลที่อยู่รวมกันในบ้านเดียวกันอาจจะมี บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธดิ า ญาติ และคนที่มาอาศยั อยู่ (๕) ตน้ เหตุท่ีจะทาให้ครอบครวั มีความสขุ ก็คอื การท่ีบคุ คลภายในครอบครวั ประพฤตปิ ฏิบตั ิดตี ่อกนั (๖) ตน้ เหตทุ จ่ี ะทาให้ครอบครัวมีความทุกข์ ก็คือ การที่บุคคลภายในครอบครัวประพฤติปฏิบัติไม่ ดตี ่อกัน (๗) บดิ ามารดา บิดามารดาถือวา่ เปน็ ปูชนยี ะบุคคลทค่ี นเราจะต้องเทิดทูนไว้เหนอื กวา่ สิ่งอ่นื ใด (๘) บิดามารดาน้ันถือว่าเป็นพระประจาตัวคน ท่านเป็นผู้มีพระคุณสูงสุดของคนท้ังปวง เพราะท่านได้ให้แกเ่ ราในสิง่ ทคี่ นอนื่ ให้ไม่ได้ ๔ ประการ คอื (ก) ความรักอันบริสุทธแ์ิ ละแนน่ อน (ข) ความสงสารอนั แท้จริง (ค) ส่งเสรมิ ให้กาลังใจเพ่ือความสาเร็จทงั้ ปวง (ง) ความเทีย่ งธรรมตามเหตุผล (๙) พลเมืองดี ควรปฏิบตั ิตอ่ บดิ ามารดา ดังต่อไปน้ีคือ (ก) ท่านเล้ยี งมาแลว้ พงึ เลยี้ งทา่ นตอบ (ข) ทา่ นทางานใหแ้ ก่ตนมาแลว้ พงึ ทาการงานให้แก่ทา่ นบ้าง (ค) ดารงวงศ์ตระกูลให้มน่ั คง (ง) รักษาทรพั ย์มรดกทที่ า่ นยกให้ (จ) เมอ่ื ท่านล่วงลับไปแล้วพึงทาบุญอุทิศสว่ นกศุ ลให้ท่านตามสมควร (๑๐) สามีภรรยามีหนา้ ท่ีพึง่ ปฏิบตั ิตอ่ กัน ดังต่อไปน้ีคือ (ก) พึงศกึ ษาเร่ืองเพศ การสืบพนั ธุ์ เเละการชะลอการเกิด (ข) พึงถือว่าเงินทองเป็นเพียงอุปกรณ์ของชีวิต สมควรจ่ายเพื่อการสมาคมและญาติพ่ีน้อง บ้างตามสมควร (ค) พงึ เรียนรนู้ สิ ัยของคู่ครองเเละใหพ้ ยายามโอนออ่ นเข้าหากนั (ง) รจู้ ักยับยั้งชั่งใจ ไม่หุนหันพลนั เเลน่ กับคู่ครอง (จ) จงร้จู ักให้อภัยซ่ึงกนั เเละกัน

- ๑๐ - (ฉ) ไม่คดิ หวังอะไรจากกนั เเละกนั มากจนเกินไป (ช) ถ้าข้องใจกนั ต้องทาความเข้าใจกนั เสยี (ซ) หาความรูเ้ รื่องพลานามยั เพอื่ คู่ครองเเละบุตร (ฌ) ไม่ยุ่งเรือ่ งของพน่ี ้องของเเต่ละฝุายจนเกนิ สมควร (ญ) ชว่ ยกนั เอาใจใสอ่ บรมบุตรหลานใหเ้ ป็นคนดี ข. ทบทวนเร่ืองสาคญั ดว้ ยการตั้งปัญหาใหท้ หารตอบ (๑) ถาม พลเมือง เเปลวา่ อะไร ตอบ ชาวเมือง หรือชาวประเทศ (๒) ถาม บุคคลท่ีจะได้ช่อื ว่าเปน็ พลเมอื งดีนนั้ จะต้องเป็นผปู้ ฎิบตั ติ นดีตอ่ สิ่งต่างๆ ๗ สงิ่ อยากทราบวา่ มอี ะไรบา้ ง ตอบ ๑. ตนเอง ๒. ครอบครวั ๓. ชมุ นุมชน ๔. ประเทศชาติ ๕. ศาสนา ๖. พระมหากษัตรยิ ์ ๗. รฐั ธรรมนูญ (๓) ถาม พลเมืองดีจะต้องปฏบิ ตั ติ ่อตนเอง ใหต้ ั้งมน่ั อยใู่ นหลกั เเหง่ ความดี ๘ ประการ อยากทราบว่ามีอะไรบ้าง ตอบ ๑. กตัญญูกตเวทตี ่อบิดามารดา ๒. ประพฤตดิ ีอยูใ่ นศีลธรรม ๓. สร้างตวั ใหเ้ ปน็ หลกั ฐาน ๔. รกั เกียรตขิ องตนยิ่งกวา่ ชวี ิต ๕. ซื่อสตั ยส์ จุ ริต ๖. รกั ษาสุขภาพให้เเข็งเเรง ๗. ดารงชวี ิตใหเ้ หมาะสมตามฐานะ ๘. เคารพกฎหมาย (๔) ถาม บุคคลทร่ี วมกันอยู่ในบ้านเดยี วกัน อาจจะมี บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตร ธดิ า ญาติ เเละคนที่มาอาศยั อยู่ เราเรยี กบคุ คลเหลา่ นี้ว่า อะไร ตอบ ครอบครัว (๕) ถาม ต้นเหตุท่จี ะทาให้ครอบครัวมีความสขุ คือ อะไร ตอบ บุคคลในครอบครวั ปฏบิ ัติดตี อ่ กัน (๖) ถาม ตน้ เหตุทจ่ี ะทาให้ครอบครวั มีความทุกข์ คือ อะไร ตอบ บคุ คลในครอบครัวปฏิบตั ไิ ม่ดตี ่อกนั (๗) ถาม บุคคลท่ีถอื ว่าเป็นปูชนียะบคุ คลที่คนเราจะต้องเทิดทูนไวเ้ หนือกว่าสิง่ อื่นใดน้ัน คือ ผูใ้ ด ตอบ บิดา มารดา (๘) ถาม บิดามารดานัน้ ถอื ว่าเปน็ พระประจาตวั คน ทา่ นเป็นผู้มพี ระคุณสงู สดุ ของคนทงั้ ปวง เพราะทา่ นได้ใหเ้ เกเ่ ราในสิง่ ที่คนอ่นื ให้ไม่ได้ ๔ ประการ อยากทราบวา่ มีอะไรบ้าง

- ๑๑ - ตอบ ๑. ความรกั อันบรสิ ุทธิ์ ๒. ความสงสารเเทจ้ รงิ ๓. ให้กาลังใจเพ่ือความสาเร็จ ๔. ความเท่ยี งธรรม (๙) ถาม อยากทราบว่าพลเมืองที่ดจี ะต้องปฏิบัติตนต่อบดิ ามารดาของตนอย่างไรบา้ ง จงตอบ เปน็ ข้อๆ เพียงส้ันๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. เลยี้ งท่านตอบ ๒. ทางานใหเ้ เก่ท่าน ๓. ดารงวงศต์ ระกูลให้มนั่ คง ๔. รกั ษาทรพั ยท์ ี่ท่านให้ ๕. ทาบุญให้ท่านลว่ งลบั ไปเเลว้ (๑๐) ถาม ท่กี ล่าววา่ สามีภรรยาที่เปน็ พลเมอื งดี จะต้องศึกษาเรื่องเพศ เเละการชะลอการเกดิ ของบตุ รน้นั อยากทราบวา่ กระทาเพือ่ ประโยชน์ อะไร ตอบ ถ้ามีฐานะไมด่ เี เล้วมบี ุตรมาก ยอ่ มไมม่ ีกาลงั สง่ ศึกษาเลา่ เรยี น จะทาใหช้ าติไม่เจริญ เพราะมีพลเมืองไมด่ ี (๑๑) ถาม สมมตวิ ่ามญี าติพ่นี ้องของภรรยามาเย่ยี มเเล้ว ภรรยาซ้อื ของใหเ้ ขาเล็กๆ น้อยๆ ทหารเปน็ สามคี วรถือโกรธหรือไม่ ตอบ ไม่ควรโกรธ ถาม เพราะอะไร ตอบ พลเมอื งดีต้องถือวา่ เงินทองเป็นเพียงอุปกรณ์ของชีวติ (๑๒) ถาม สมมติวา่ ภรรยาของทหารชอบรับประทานอาหารประเภท เน้อื สัตว์ เเตท่ หารชอบ รบั ประทานอาหารประเภทผัก ทหารเปน็ สามีควรห้ามภรรยาซ้ือเนื้อสตั ว์มารับประทานหรือไม่ ตอบ ไมค่ วรหา้ ม ถาม เพราะอะไร ตอบ สามีทดี่ ีควรเรียนรนู้ ิสยั ภรรยาเเล้ว ควรโอนออ่ นเข้าหากัน (๑๓) ถาม สมมตุ ิวา่ ภรรยาทาสิ่งท่ไี มถ่ ูกใจทหาร ทหารควรดุด่าภรรยาหรอื ไม่ ตอบ ไมค่ วร ถาม เพราะอะไร ตอบ ตอ้ งรจู้ กั ยับยั้งชง่ั ใจ ไมห่ ุนหันพลันเเล่นกับภรรยา (๑๔) ถาม สมมุติว่าภรรยาของทหารทาสิ่งของทท่ี หารรักมาก ชารดุ เสียหาย ทหารควรโกรธ ภรรยาหรือไม่ ตอบ ไมค่ วรโกรธ ถาม เพราะอะไร ตอบ สามีทีด่ ตี อ้ งรูจ้ ักให้อภัยภรรยา (๑๕) ถาม อยากทราบวา่ สามภี รรยาพงึ มีหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบชอบต่อบตุ รหลานของตนอย่างไร ตอบ หม่นั อบรมสง่ั สอนให้เป็นคนดี

- ๑๒ - เเผนบทเรียน เรอ่ื ง หนา้ ที่พลเมอื งดี (คร้ังที่ ๒) หลักฐานเตรยี มการสอน วชิ า : หนา้ ท่พี ลเมือง วิธสี อน : สอนเชงิ ประชมุ เวลาทง้ั หมด : ๓ ช่วั โมง คร้งั ท่ี : ๒ เวลาสอน : ๑ ชว่ั โมง (หยดุ พักประจาชว่ั โมง ๑๐ นาท)ี เคร่ืองอปุ กรณก์ ารเรยี นทีต่ อ้ งจดั ให้ผู้รับการสอน : ไมม่ ี เจา้ หน้าทีส่ อน : ครู ๑ คน สถานที่ : ห้องเรียน เครือ่ งชว่ ยฝึก : ไม่มี หลกั ฐาน : คู่มอื การสอนเเละอบรมทหารวา่ ดว้ ยการอบรมทหารเลม่ ๒ (คอ.ทบ.๒๑ – ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ การเเตง่ กายเเละยุทโธปกรณ์สาหรับผรู้ บั การสอน : เเตง่ กายเครื่องเเบบฝกึ สวมหมวกเเก็ปทรงอ่อน, เเตง่ กายครึ่งท่อนสวมหมวกเเกป็ ทรงอ่อน หรือถา้ จะใช้เวลาอบรมในเวลากลางคืน จะอนุโลม ใหเ้ เต่งกายชุดกฬี าสวมหมวกเเก็ปทรงออ่ นก็ได้ ลกู มือ : ไม่มี ยานพาหนะ : ไม่มี

- ๑๓ - ๕ นาที หวั ขอ้ การสอน ๑๐ นาที ๑. กล่าวนา ๑๐ นาที ก. ทบทวนเรอื่ งทสี่ อนมาเเล้ว ๑๐ นาที ข. ชีเ้ เจงบทเรยี น ๑๐ นาที ๑๐ นาที ๒. การปฏิบตั ิเพือ่ ครอบครัว (ตอ่ ) ก. หนา้ ทข่ี องบดิ ามารดา ข. คณุ ธรรมของผู้ครองเรือน ๓. การปฏิบตั ิเพ่ือชุมนมุ ๔. การปฏบิ ัตเิ พื่อประเทศชาติ ๕. การปฏบิ ัตเิ พ่ือศาสนา ๖. สรปุ ก. สรุปเรื่องสาคญั ท่ีทหารควรจะตอ้ งจดจา ข. ทบทวนเรอ่ื งสาคัญดว้ ยการต้ังปัญหาให้ทหารตอบ

- ๑๔ - คาบรรยาย ๑. กลา่ วนา ๕ นาที ก. ทบทวนเรอ่ื งท่สี อนมาแลว้ ในวันน้ีครูจะสอนเร่ือง “หน้าท่ีพลเมืองดี” ต่อไปการสอนในวันน้ีเป็นการสอนครั้งที่ ๒ จะสอนต่อ จากครงั้ ทีแ่ ลว้ แต่กอ่ นทจ่ี ะเริ่มสอนต่อไป ครูจะขอทบทวนเรื่องที่สอนมาแล้วในช่ัวโมงที่หนึ่งเล็กน้อย พอเตือน ความทรงจาของทหารให้สามารถเรียนตดิ ต่อกันไปได้อย่างต่อเนื่อง เพราะบทเรียนเปน็ เร่อื งเดียวกัน การสอนในคร้ังที่ ๑ ครูได้สอนให้ทหารได้ทราบว่าหน้าที่ของพลเมืองดีน้ัน จะต้องปฏิบัติตนดีต่อ ส่ิงต่างๆ ๗ สิ่ง ได้แก่ ตนเอง ครอบครัว ชุมนุมชน ประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ รัฐธรรมนูญ ครูได้สอนไปแล้วถึงหน้าท่ีของพลเมืองดีโดยท่ัวไปอันหมายถึง การปฏิบัติต่อตนเองดีนั่นเอง และ ได้สอนมาถงึ หลักการปฏบิ ัติตนเพอื่ ครอบครัว ซึ่งได้ช้ีแจงให้ทราบว่าครอบครัวคืออะไร ต้นเหตุแห่งความทุกข์สุข ของครอบครัว การปฏิบตั ติ อ่ บดิ า มารดา และ หน้าที่ของสามภี รรยาซึง่ หลกั การปฏิบตั ิตอ่ ครอบครัวนีย้ งั ไมจ่ บ ในวันนี้ครจู ะไดส้ อนต่อไป ข. ชแ้ี จงบทเรียน บทเรยี นในวันน้ีครูจะสอนการปฏบิ ตั เิ พือ่ ครอบครวั ต่อในเร่อื ง หนา้ ท่ขี องบิดา มารดา และคุณธรรม ของผู้ครองเรือน และจะได้สอนหลักการของพลเมืองดีต่อในเร่ือง การปฏิบัติเพ่ือชุมนุมชน การปฏิบัติเพ่ือ ประเทศชาติ และการปฏบิ ัติเพื่อศาสนา ขอให้ทหารทุกคนจงตั้งใจเรียน และพยายามจดจาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แล้วนาไปใช้ ปฏิบัตติ นตอ่ ไปโดยเคร่งครดั เพอ่ื ความเปน็ พลเมอื งดขี องชาตสิ ืบไป ๒. การปฏบิ ัติเพ่ือครอบครวั (ตอ่ ) ๑๐ นาที ก. หนา้ ที่ของบดิ ามารดา บดิ ามารดาพงึ มีหนา้ ทป่ี ฏิบัตติ อ่ บุตร ของตน ดงั ต่อไปนค้ี อื (๑) ให้คาแนะนาสั่งสอนและอบรมบุตร เพื่อฝึกนิสัยให้เกิดความเคยชินในส่ิงท่ีดีงามได้แก่ การพูดจา ก็อบรมส่ังสอนให้พูดจาแต่ถ้อยคาไพเราะอ่อนหวาน ไม่พูดหยาบ ให้มีการขยันขันแข็งในการทางาน เช่น ให้ช่วยทางานบ้านต่างๆ เป็นต้น สอนให้มีระเบียบในการกินอยู่หลับนอน รู้จักรักษาทาความสะอาดบ้านเรือน และเคร่ืองใชแ้ ละสอนใหแ้ ตง่ กายให้เรยี บร้อย เป็นต้น (๒) ประพฤติแต่สิ่งท่ีดีงามเพ่ือทาเป็นตัวอย่างท่ีดีให้บุตรเห็นจนเคยชินติดเป็นนิสัยมาแต่เด็กๆ เพราะบิดามารดาเป็นตัวอย่างของบุตรท่ีจะเลียนแบบท่ีดีที่สุด จึงต้องทาตัวอย่างอันดีให้บุตรยึดถือเป็นแบบ ฉบับต่อไป (๓) จะต้องปกครองบุตรโดยให้ความยุติธรรมเสมอหน้า ไม่เลือกที่รักมักท่ีชังอันจะทาให้เด็กเกิด ความรสู้ กึ น้อยเน้ือตา่ ใจได้ บดิ ามารดาพงึ มีหนา้ ท่ีให้การสงเคราะหแ์ กบ่ ุตรของตน ๕ สถาน คือ (๑) ห้ามปรามบุตรมิให้กระทาชั่ว เพราะความช่ัวเป็นเคร่ืองทาลายทุกอย่าง นอกจากการอบรม ส่ังสอนห้ามปรามมิให้ทาในส่ิงท่ีชั่วต่างๆ แล้วจะต้องปูองกันมิให้ตกไปอยู่ในส่ิงแวดล้อมที่ช่ัวด้วย เช่น ถา้ เห็นลกู คบคนช่วั เป็นมิตรก็หา้ มปรามเสีย เปน็ ตน้ เช่นนถี้ อื ได้วา่ เป็นการกาจัด และปอู งกนั ความช่ัวเสียแต่แรก (๒) คอยอบรมสั่งสอนให้บุตรกระทาแต่ความดี เพราะความดีเป็นท่ีพ่ึงอันแน่นอนเป็นเครื่องช่วยคน ใหพ้ บทางดาเนินชีวิตท่ีถูกต้อง การอบรมบุตรให้ตั้งม่ันอยู่ในความดีงามได้แก่ การพยายามปฏิบัติแต่ส่ิงที่ดีงาม ใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ งเพื่อให้บตุ รทาตาม เปน็ ต้น

- ๑๕ - การอบรมสั่งสอนให้บุตรกระทาแต่สิ่งท่ีดีงามนั้นย่อมหมายความรวมถึง ความประพฤติ สุขภาพ และการดารงตนดว้ ยกลา่ วคอื ใหพ้ ยายามอบรมสั่งสอนในแต่ท่ีดีมีประโยชน์ (๓) พยายามส่งให้ได้รับการศึกษา เพราะการศึกษาเป็นเคร่ืองพัฒนาคน ให้มีความเจริญก้าวหน้า ในชีวิต มีการงานอาชีพที่ดีเกอ้ื กลู ให้มฐี านะความเปน็ อย่ดู ไี ด้ เชน่ พยายามส่งให้เข้ารับการศึกษาทางวิชาสามัญ และวิชาชีพตามแนวทางท่ีเขามีใจชอบและมีแนวทางท่ีเขาถนัดตามธรรมชาติ เพ่ือให้สามารถดารงชีพต่อไปได้ อย่างมฐี านะม่ันคงและมีความสุข เป็นต้น (๔) พยายามส่งเสริมให้มีคู่ครองท่ีเหมาะสม เพราะว่าคู่ครองนั้นมีส่วนท่ีจะทาให้อนาคตของคน เจริญรุ่งเรืองหรือทรุดโทรมได้ดังที่ครูได้เคยกล่าวมาแล้วในตอนต้น เพราะฉะนั้นบิดามารดาท่ีดีจึงต้องถือว่า เรื่องน้ีเป็นหน้าที่ของตนพึงจะต้องเอาใจใส่ดูแล ช่วยเป็นท่ีปรึกษาแก่บุตรในการเลือกคู่ครองท่ีเหมาะสม ในด้านต่างๆ เชน่ วยั ฐานะ การศกึ ษา วฒั นธรรม ชาติ และ ศาสนา เปน็ ตน้ (๕) มอบทรัพย์ที่ตนควรให้ในระยะเวลาที่เหมาะสม ถ้าหากว่าบิดามารดาเป็นคนมีฐานะดีมีทรัพย์ สมบัติพอที่จะแบ่งให้บุตรได้ ก็ควรแบ่งให้ในระยะที่เขาโตพอสมควร พอที่จะเริ่มสร้างตัวได้ ไม่ใช่เก็บไว้โด ย ไม่ยอมแบ่งให้เชน่ นั้น จะเท่ากับวา่ เลี้ยงลกู ไมร่ จู้ กั โตเสียที ท้ังจะมีผลทาให้บุตรไม่รู้จักการรับผิดชอบตัวเองด้วย เมือ่ ส้ินบญุ บิดามารดาแลว้ เขาจะไปไมร่ อดหรืออาจไม่มีความสามารถพอทีจ่ ะรักษาทรพั ย์สมบัติของบิดามารดา ไว้ไดก้ ็ได้ เพราะฉะนั้นบิดามารดาที่ดีจะต้องฝึกหัดบุตรให้รู้จักกับการต่อสู้เพ่ือการสร้างตัวเองเสียต้ังแต่ใน ขณะที่ตนยังมีชวี ิตอยู่ เช่นแบ่งทรัพยส์ มบตั ิใหใ้ นโอกาสที่เขาสมรส หรือเมอ่ื แยกตัวออกไปทามาหากินเป็นอิสระ เป็นตน้ ข. คณุ ธรรมของผู้ครองเรือน เพ่ือความสมบูรณ์พูนสุขของครอบครัว ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจาเป็นต้องรู้คุณธรรมของ ผคู้ รองเรือน ๔ ประการ คือ (๑) สุขเกิดแต่การมีทรัพย์ ได้แก่การมีทรัพย์เพื่อการจับจ่ายใช้สอยในเม่ือเกิดมีความจาเป็น เช่น อาหาร เสอื้ ผา้ บา้ นเรือนทีอ่ าศยั ยารักษาโรค เปน็ ตน้ ทรพั ยท์ ่หี ามาไดค้ วรแบ่งไว้เปน็ ๓ สว่ น คอื (ก) สาหรบั ใชส้ อยประจาวนั (ข) สาหรับใช้เมอ่ื ยามฉุกเฉนิ จาเป็น (ค) สาหรบั เกบ็ รกั ษาไวใ้ ช้ในบน้ั ปลายของชีวติ ซง่ึ ร่างกายประกอบกจิ การงานไม่ได้แลว้ (๒) สุขเกิดแต่การจ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง ได้แก่ การเรียนรู้จักใช้จ่ายทรัพย์ให้ถูกต้องแก่ ความต้องการและตามฐานะแหง่ ตน หรือให้เป็นไปโดยประหยัด ไมส่ ุร่ยุ สุรา่ ย (๓) สุขเกิดแต่การไม่เป็นหนี้ การเป็นหน้ีจนเกินกว่าความสามารถที่จะจัดการหามาชาระให้หมด ไปได้นั้น เป็นส่ิงที่ไม่ควรพึงกระทาเพราะการกระทาเช่นน้ันย่อมจะทาให้เกิดความเดือนร้อนทางจิตใจ เป็นเหตุใหเ้ กดิ ความไมส่ งบในครอบครัวได้ (๔) สุขเกิดแต่การประกอบการงานท่ีปราศจากโทษ หมายความว่าจะต้องประกอบการงานหรือ ทาอาชพี แต่กิจการงานทถี่ กู ที่ควรในทางสุจรติ ไม่ฉอ้ โกงหรือเบียดเบียนใคร ไม่ทามาหากินในทางที่ผิดกฎหมาย หรือประเพณีของบ้านเมืองเป็นต้น ผู้ใดประกอบกิจท่ีไม่สุจริตย่อมทาให้จิตใจเป็นทุกข์เพราะกลัวว่าจะเกิด ความผดิ ขึ้นในภายหลัง ผู้ครองเรือนนั้น นอกจากรู้ตัวและปฏิบัติตามคุณธรรมท้ัง ๔ ประการดังที่กล่าวมาน้ีแล้ว จะต้องรู้หลักของการปกครองทรัพย์สมบัติ ให้วัฒนาถาวรและให้คงอยู่ได้เสมอไป ซ่ึงมีอยู่ด้วยกัน ๔ ประการ ดงั ตอ่ ไปนค้ี อื

- ๑๖ - (๑) จงแสวงหาวัสดุท่ีหายแล้ว คือ เมื่อรู้สึกว่าอะไรหายแล้ว จงพยายามค้นหาให้พบไม่ใช่ปล่อย ปละละเลยไม่ค้นหา เพราะถือว่ามีทรัพย์มากมาย ซ้ือเอาใหม่ก็ได้เมื่อเป็นเช่นน้ีทรัพย์ก็จะหมดเปลืองไป โดยใชเ่ หตุทส่ี มควร และอาจเปน็ ช่องทางให้การหายกาเริบข้ึนได้ (๒) จงซ่อมแซมบูรณะพัสดุ คือ ทรัพย์สินสิ่งของเคร่ืองใช้อะไรก็ตาม เมื่อชารุดถ้าสามารถ ซ่อมแซมให้ใช้ได้ก็ควรทา ไม่ทอดท้ิงเสียเลยทีเดียวโดยคิดว่ามีเงินซ้ือหาเอาใหม่ก็ได้ เช่นเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย ขาดเล็กๆ น้อยๆ พอเย็บพอปะใช้ได้ ก็ควรเย็บหรือปะ แล้วใช้ต่อไปดีกว่าพอขาดเล็กๆ น้อยๆ ก็เลิกใช้ แลว้ ซือ้ ใหม่ เป็นต้น (๓) ไม่ต้ังบุคคลที่ไม่ซ่ือสัตย์สุจริตดูแลบ้านเรือน เพราะถ้าหากว่าใช้บุคคลประเภทนี้ดูแล บ้านเรือน หรือควบคุมการใช้จ่าย เช่น เป็นคนประกอบอาหารเป็นต้น ดูแลบ้านเรือนของตนบุคคลประเภทนี้ จะทาให้ค่าใช้จ่ายในครัวเรือนสูงข้ึนหรือเขาอาจจะโกงหรือยักยอกเอาไปเป็นประโยชน์ส่วนตน ซ่ึงจะทา ความยากจนมาสู่เราได้ (๔) รู้จักประมาณตนในการใช้จ่ายทรัพย์โดยประหยัด ไม่เป็นคนสุรุ่ยสุร่าย คือ รู้จักซื้อ เฉพาะทจ่ี าเป็นและมปี ระโยชน์ตอ่ การดารงชพี ของตนและครอบครัวเท่านนั้ ๓. การปฏบิ ตั เิ พือ่ ชมุ นุมชน ๑๐ นาที ก. การปฏิบตั ติ อ่ ชุมนุมชน พลเมอื งดีพึงมีหน้าทปี่ ฏิบัตติ นเพื่อชุมนมุ ชน ดังต่อไปน้ีคอื (๑) ต้องรู้จักเสียสละ พลเมืองดีต้องรู้จักเสียสละกาลังกาย กาลังทรัพย์และกาลังปัญญา เพือ่ พัฒนาชุมนมุ ชนรว่ มกับทางราชการ การสละกาลังกาย ไดแ้ ก่การอาสาสมัครออกแรงทางานเพ่ือสาธารณะ ประโยชน์ เชน่ ไปช่วยกันทาความสะอาดวัด ขุดลอกคลอง เป็นต้น การเสียสละกาลังทรัพย์ ได้แก่ การยอม เสยี ภาษโี ดยไม่หลกี เล่ยี งบดิ พร้วิ การรว่ มบรจิ าคทรัพยแ์ ละส่ิงของ เปน็ ตน้ การเสยี สละกาลงั ทางปัญญา ได้แก่ การสมัครรับเลือกเข้าไปใช้ความคิดเพื่อช่วยเหลือพัฒนาท้องถิ่น ช่วยคิดค้นหา วิธีการพัฒนาท้องถ่ินให้เจริญ เชน่ การสมัครรับเลือกเปน็ กานนั ผ้ใู หญ่บ้าน การชว่ ยออกความคดิ เห็นในคราวประชมุ ชาวบา้ นดว้ ยกัน เปน็ ต้น (๒) ใชส้ ิทธใิ นการเลือกต้งั บคุ คลเพื่อดาเนนิ งานใดๆ ของท้องถน่ิ หรือชมุ ชนอยา่ งตรงไปตรงมา ซึ่งการกระทาดังกล่าวน้ีจะต้องพยายามคิดถึงประโยชน์ของส่ วนรวมเป็นท่ีต้ังรวมท้ังจะต้องไม่ ละเลยหรือ เพิกเฉยไม่ไปใช้สิทธิเลือกต้ัง ตัวอย่าง เช่น การเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน การเลือกต้ังกานัน การเลือกตั้งสมาชิกสภา จังหวัด การเลือกตั้งผู้แทนราษฎร เป็นต้น พลเมืองดีต้องไม่ละเลยสิทธิของตน จะต้องไปใช้สิทธิเลือกเพราะ การไปใช้สิทธิเลือกนั้น เท่ากับว่ามีส่วนร่วมในการทาให้ชุมชนเจริญได้ แต่ท้ังนี้หมายความว่าจะต้องไปเลือก ด้วยความสุจริตใจจริงๆ ด้วย ไม่ใช่รับจ้างคนอ่ืนทา เช่นนั้นไม่ถือว่าเป็นพลเมืองดี ถึงแม้จะไปใช้สิทธิเลือก แล้วกต็ าม (๓) ให้ความร่วมมือช่วยเหลือชุมนุมชน โดยการก่อต้ังหรือร่วมมือในกิจการขององค์การ สถาบัน สมาคม สถานศึกษา และการสาธารณะกุศล เฉพาะอยา่ ง หรือเพ่อื กลมุ่ ชนใดกลุ่มชนหน่ึง เช่น การสงเคราะห์เด็ก การสงเคราะห์ผเู้ ดนิ ทาง การสงเคราะห์สตรี ตลอดจนการสวสั ดิการ และบรกิ ารประการอ่ืนๆ เป็นตน้ (๔) ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎข้อบังคับ ระเบียบคาส่ัง คาตักเตือน หรือคาแนะนาของพนักงาน เจ้าหน้าที่ของชุมนุมชน อันเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือการพัฒนาการของชุมนุมชน หรือการสงวน ทรัพยากรธรรมชาติ ฯลฯ โดยเครง่ ครัด (๕) เป็นหูเป็นตาให้กับชุมนุมชนและร่วมมือในการปูองกันสาธารณภัย เช่น อัคคีภัย โจรภัย เปน็ ตน้

- ๑๗ - (๖) ประกอบการงานและอาชีพท่ีเกิดประโยชน์แก่ตนเองและชุมนุมชน ด้วยความขยันหมั่นเพียร ไม่กระทาตนให้เป็นภาระแก่ชุมนุมชน โดยไม่มีเหตุผลตามความจาเป็นอย่างแท้จริงเป็นอันขาด จงพยายาม ยดึ ม่นั หลักการช่วยตัวเองและใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์โดยสมา่ เสมอ ข. การปฏิบตั ิต่อสาธารณะสมบัติ สาธารณสมบัติ คือ สมบัติอันเป็นของกลางที่ไม่ใช่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้หน่ึงผู้ใด โดยเฉพาะ เช่น วัด สวนสาธารณะ ที่ดินสาธารณะ ปูชนยี สถาน ฯลฯ เป็นต้น พลเมอื งดพี งึ มีหนา้ ทีป่ ฏิบตั ิตนต่อสาธารณสมบตั ิ ดังตอ่ ไปนี้คือ (๑) มีหน้าท่ีช่วยกันบารุงรักษาให้สะอาดและถาวร เช่น ไม่ทิ้งเศษส่ิงของหรือเศษอาหารบนถนน หนทางหรือลงในแม่น้าลาคลอง เพราะจะทาให้ถนนหนทางแลดูสกปรกไม่เจริญตาหรือทาให้แม่น้าลาคลอง ต้นื เขินและนา้ สกปรกได้ ไม่ทาให้สมบัติอันเป็นของกลางแตกหักทาลายชารุดเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่ีเป็น โบราณวัตถศุ ลิ ปวัตถอุ ันเป็นของเชิดชูศิลปกรรมและวัฒนธรรมของชาติไม่สมควรขุดค้นทาลาย เพียงหวังจะเอาไป เปน็ ประโยชนส์ ว่ นตวั (๒) มีหน้าที่ไม่ลุกล้าเขตหรือเข้าครอบครองท่ีสาธารณะ เพียงเพื่อต้องการผลประโยชน์ส่วนตัว เชน่ การรุกล้าที่สาธารณสมบตั ิ หรือเขา้ ไปยึดครอง เปน็ ตน้ (๓) มีหน้าท่ีไม่ฝุาฝืนข้อห้ามการทาอันตรายของสงวน จงช่วยปฏิบัติตามเพื่อสงวนไว้เป็น ประโยชน์ส่วนรวม เช่น ทางราชการห้ามจับสัตว์น้า ห้ามล่าสัตว์ ห้ามตัดไม้ในปุาสงวน เป็นต้น พลเมืองดี ต้องไมฝ่ าุ ฝนื ข้อห้ามน้ัน (๔) ไมก่ นั ทา่ หรอื กดี ขวางผูอ้ ื่นไม่ให้ใชท้ ่ีสาธารณะ ตวั อยา่ งเชน่ เรามีบ้านอยู่ริมถนน ซ่ึงหน้าบ้าน เป็นทางเท้าท่ีเขาสร้างไว้ให้คนเดิน ต้องไม่นาสิ่งของใดๆ ออกมาวางเกะกะจนผู้อ่ืนเดิน หรือใช้ทางเท้านั้น ไมส่ ะดวก เป็นตน้ (๕) มีหน้าท่ีช่วยกันขจัดสิ่งกีดขวางต่อการใช้สาธารณประโยชน์ เช่น ช่วยกันกาจัดผักตบชวา ออกจากคูคลองเพือ่ ใหป้ ระชาชนใชท้ างนา้ สญั จรไดโ้ ดยสะดวก เปน็ ต้น ๔. การปฏบิ ตั ิเพอื่ ประเทศชาติ ๑๐ นาที พลเมอื งดพี งึ มหี นา้ ทป่ี ฏิบัตติ นตอ่ ประเทศชาติ ดังต่อไปน้คี อื ก. มหี น้าทีป่ ูองกันประเทศชาติ ดงั นค้ี ือ (๑) ชายฉกรรจม์ ีหน้าท่ีรับราชการทหารตามที่กฎหมายกาหนด เช่น เข้ารับราชการทหาร เมื่ออายุครบ หรอื เขา้ มารบั ราชการตามทีท่ างราชการระดมพลโดยไมห่ ลีกเลยี่ งเสีย เปน็ ต้น (๒) ชว่ ยเหลือราชการทหารตามทีจ่ ะช่วยได้ (๓) ปฏิบตั ิตนตามคาแนะนาของทางราชการทหาร (๔) ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับทางราชการทหาร เพื่อปูองกันข้าศึกศัตรูรุกราน หรือบ่อนทาลาย ความมั่นคงของประเทศ ข. มีหน้าท่ีปฏิบัติตามและเคารพต่อกฎหมายของบ้านเมือง เช่น การไม่ค้าของผิดกฎหมาย ไมป่ ระพฤติตนเป็นโจร ไมค่ ้ากาไรเกนิ ควร ฯลฯ เป็นต้น ค. มีหนา้ ท่เี สยี ภาษตี ามทกี่ ฎหมายบัญญตั ิ ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและประชาชนจะมีความสงบสุขก็ต้องอาศัยการบริหารราชการแผ่นดินของ รัฐบาล ในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลน้ันต้องมีเงินรายได้สาหรับใช้จ่าย รายได้น้ีย่อมได้มาจาก ภาษีอากรเปน็ สว่ นมาก เช่น ภาษศี ลุ กากร ภาษีทีด่ ิน ภาษเี งินได้ อากรแสตมป์ คา่ ธรรมเนยี มต่างๆ ฯลฯ เปน็ ต้น

- ๑๘ - รายได้เหล่าน้ีรัฐบาลจะนามาทานุบารุงประเทศให้เจริญก้าวหน้าในด้านต่างๆ เช่น การทหาร การศึกษา การคมนาคม การเกษตร การสาธารณสุข การอุตสาหกรรม การพาณิชย์ ฯลฯ เป็นต้น รวมความว่าประชาชน พลเมืองช่วยกันเสียภาษีอากรให้แก่รัฐ ก็เพื่อให้ได้มีกาลังทหารไว้ปูองกันเอกราชของชาติ มีถนนดีๆ ไว้ใช้ มีโรงเรียนให้บุตรหลานของเราได้เล่าเรียนศึกษา มีโรงพยาบาลไว้รักษาความเจ็บปุวย มีตารวจไว้คอยรักษา ความสงบภายใน ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่ถือได้ว่าเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติและความสงบสุขของปวงชน ชาวไทยทง้ั ส้ิน พลเมอื งดีจึงไม่ควรหลกี เลย่ี งการเสียภาษี ง. มีหนา้ ท่ีในการใชส้ ิทธเิ ลือกตง้ั การเลือกตัง้ สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎรเป็นการเลือกบุคคลเข้าไปชว่ ยกันบรหิ ารประเทศตามระบอบ การปกครองแบบประชาธิปไตย ถ้าปวงชนละเลยไม่สนใจเลือกตั้งย่อมเปิดโอกาสให้คนเลวเข้าไปบริหาร ประเทศ ถ้าคนเลวเข้าไปบริหารประเทศ ประเทศชาติอาจล่มจม ปวงชนอาจไม่มีความสุข เพราะฉะน้ันหน้าท่ี ของพลเมืองท่ีดี จักต้องสานึกอย่เู สมอวา่ สิทธิการเลือกตั้งของตนเป็นสิ่งสาคัญต่อประเทศชาติอย่างยิ่ง พลเมืองดี ทกุ คนต้องไปเลอื กต้ังและต้องเลือกด้วยความสจุ ริตใจจริงๆ จงึ จะเกิดประโยชนต์ อ่ ชาติบา้ นเมอื งได้ จ. มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือร่วมมือแก่ทางราชการด้วยความเต็มใจ พนักงานเจ้าหน้าที่ของทาง ราชการทุกฝุายย่อมมสี ว่ นในการบริหารประเทศให้เจริญรุ่งเรืองตามนโยบายของรัฐบาล ในบางคร้ังอาจร้องขอ ความร่วมมือจากประชาชนพลเมืองในกิจการต่างๆ เช่น ให้ช่วยกันรักษาความสะอาดของบ้านเมือง ช่วยกนั บารงุ รกั ษาลาคลอง ฯลฯ เป็นตน้ พลเมืองดตี อ้ งให้ความรว่ มมอื ชว่ ยกนั ปฏิบัติตามอยา่ งพร้อมเพรียงกัน ประเทศชาติของเราจงึ จะเจรญิ ก้าวหนา้ ได้ ฉ. มหี นา้ ทีร่ บั การศกึ ษาตามเงือ่ นไขทีท่ างราชการบงั คับ การที่ทางราชการมีพระราชบัญญัติบังคับให้ บุคคลต้องเข้าศึกษาในระดับประถมศึกษาทุกคน ก็เพราะว่าการท่ีคนในชาติได้รับการศึกษาดี ย่อมมีส่วนทาให้ ชาติเจริญรุ่งเรืองได้เนื่องจากว่า ถ้าคนในชาติมีความรู้ดีก็สามารถประกอบอาชีพดีๆ ได้ด้วยกันทุกคน คนในชาติก็หาผู้ยากจนเข็ญใจไม่ได้ ชาติก็มีความเจริญรุ่งเรือง เพราะฉะนั้นจึงเป็นหน้าท่ีของคนไทยท่ีจะต้อง สง่ บตุ รหลานเข้าโรงเรียนทุกคน ช. มหี น้าที่ตอ้ งทางาน การประกอบการงานถือว่าเป็นหน้าที่อันสาคัญของพลเมืองเพราะการทางาน เป็นประโยชน์ท้ังต่อตัวเองและประเทศชาติ อาชีพทุกอย่างถ้าเป็นอาชีพที่สุจริตแล้วถือว่าเป็นอาชีพท่ีมีเกียรติ ทงั้ นนั้ ผู้ที่ไม่ทางาน ถ้าไม่ใช่เป็นคนพิการ ทุพพลภาพหรืออยู่ในสภาพที่ทางานไม่ได้แล้ว ช่ือว่าเป็น กาฝากเกาะกินน้าพักน้าแรงคนอื่น ท้ังส้ิน นอกจากจะเป็นบุคคลที่ไม่มีประโยชน์ต่อสังคมแล้วยังได้ชื่อว่าเป็น ผบู้ นั่ ทอนกาลังของชาตดิ ว้ ย ๕. การปฏิบตั ิเพอื่ ศาสนา ๑๐ นาที พลเมืองดพี งึ มีหนา้ ทีป่ ฏิบัติตนต่อศาสนา ดังตอ่ ไปนค้ี อื ก. เคารพสง่ิ สกั การะทางศาสนา ไม่ลบหลู่ดหู ม่นิ ด้วยกาย วาจา ใจ แต่ละศาสนาย่อมมีสิ่งพึงสักการะ ซ่ึงอาจจะเป็นในรูปวัตถุ เช่น รูปสักการะ หรืออาจเป็นสถานที่ เช่น โบสถ์ วิหาร ปูชนียสถานอื่นๆ หรือแม้แต่ เป็นบุคคล เช่น พระหรือนักบวช เป็นต้น พลเมืองดีต้องเคารพไม่ดูหม่ินด้วยกาย ได้แก่ แสดงกิริยาอาการ ดูหม่ิน ไม่กราบไหว้ เป็นต้น ไม่ดูหม่ินด้วยวาจา เช่น ไม่กล่าวถ้อยคาเหยียดหยามหรือไม่ดูหมิ่นด้วยใจ เช่น คดิ ดถู ูก เปน็ ต้น การที่บคุ คลจะเกิดลบหลู่ดูหมิ่นขึ้นน้ีย่อมเน่ืองมาจากความเขลา ไม่รู้ซ้ึงถึงสาระสาคัญทางพระศาสนา ทต่ี นนับถือนน่ั เองเปน็ ประการสาคญั

- ๑๙ - ข. เรียนรู้คาสอนทางศาสนาให้เข้าใจอย่างแจม่ แจง้ ต้องเรียนรู้คาสอนทางศาสนาที่ตนนับถือให้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งในสาระสาคัญต่างๆ มิฉะน้ันแล้ว อาจหลงผิด กระทาดว้ ยกาย กล่าวดว้ ยวาจา หรือคิดด้วยใจ ลบหลู่ดูหม่ินด้วยความเขลาก็ได้ และย่อมเป็นสิ่งท่ี พึงน่าละอายถ้าตนไม่รู้ ไม่เข้าใจถึงคาสอนทางศาสนาท่ีตนนับถือ จะกล่าวได้สนิทอย่างไรว่าตนเป็นผู้นับถือ ศาสนาน้ันๆ ทั้งๆ ที่ไม่มีความรู้อะไรเกี่ยวกับศาสนาที่ตนนับถือน้ันเลย หรือรู้แต่เพียงเล็กน้อยเกินไป ยอ่ มไม่ใชว่ ิสยั ของศาสนกิ ชนทด่ี ี ค. ปฏบิ ัตติ นและดารงชีวิตตามคาสง่ั สอนทางศาสนา เม่ือได้เรียนรู้คาสอนทางศาสนารู้อะไรช่ัวอะไรดีแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติและดารงชีวิตตามคาสั่งสอนทาง ศาสนาน้ัน ก็ยอ่ มไมบ่ งั เกิดประโยชน์แกต่ นและผู้อื่น ในเร่ืองปฏิบัติและดารงชีวิตตามคาสั่งสอนทางศาสนาน้ีมิใช่ว่าจะเกณฑ์ให้ทุกคนปฏิบัติครบถ้วน บริบูรณ์ทางศาสนาน้ันทุกประการไม่ แต่หมายถึงวา่ อยา่ งน้อยกต็ ้องปฏิบัตแิ ละดารงชวี ติ ใหเ้ ห็นไดว้ า่ ตนเป็น ผู้นับถอื ศาสนาใดให้เป็นท่ีประจักษ์เทา่ ท่จี ะพึงปฏิบัติได้ ง. ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา ทกุ ศาสนายอ่ มมีพธิ ีกรรมท่ีศาสนิกชนตอ้ งกระทาโดยสม่าเสมอ เช่น การสวดมนต์ การกราบไหว้บูชา หรือการปฏิบัติพิธีกรรมตามวันเทศกาลทางศาสนาน้ันๆ ตลอดจนการไปวัด ทาบุญ ฟังธรรม การเดินทาง ไปนมสั การสังเวชนียสถาน ฯลฯ เป็นต้น พลเมืองทีด่ ตี ้องกระทาหน้าที่ของตนให้เหมาะสมประพฤติหรือเข้ารว่ มการประกอบพธิ ีกรรมน้นั ๆ โดยไม่หลีกเล่ียงละเลย จ. ช่วยรว่ มมือหาทางดารงรกั ษาศาสนาทน่ี บั ถอื ไว้ ศาสนาเป็นของกลางหาใช่เป็นของบุคคลหนึ่งบุคคลใดโดยเฉพาะไม่ ทุกคนจึงมีส่วนร่วมที่จะต้อง ช่วยกันร่วมมือ หาทางดารงรักษาศาสนาที่ตนนับถือไว้ ข้อแรกทีเดียวย่อมได้แก่ตนเองจะต้องปฏิบัติตาม คาส่ังสอนทางศาสนาให้มากเท่าที่ตนจะกระทาได้ และแล้วก็คอยหาทางขจัดริดรอนไม่ให้มีการบ่อนทาลาย ศาสนาที่ตนนับถือ โดยมีหน้าที่ช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมตามกาลังความสามารถ เช่น การบริจาคบาเพ็ญกุศล หรอื ถา้ สามารถก็เข้ารับเปน็ ผ้อู ุปถมั ภ์กจิ การของศาสนานน้ั เปน็ ต้น ฉ. ให้ความเขา้ ใจทางศาสนาแก่ผู้ท่สี มควรตามโอกาสทเี่ หมาะสม ในบางโอกาสอาจมีผู้ที่สมควรที่เราจะพึงให้ความรู้ความเข้าใจทางศาสนาแก่เขา เมื่อถูกถามหรือ เม่ือมกี รณที ี่จะตอ้ งใหค้ วามเขา้ ใจ ก็เป็นหน้าที่ของศาสนิกคือผู้นับถือศาสนานั้นๆ จะพึงชี้แจงทาความเข้าใจแก่ เขาดว้ ยความระมัดระวังและถกู ต้อง ส่ิงที่ตนไม่รู้ไม่เข้าใจอย่างแท้จริง ทางท่ีดีพึงสงวนไว้อย่าใช้วิธีเดาแล้วช้ีแจงไปผิดๆ เพราะการ กระทาเช่นน้ันนอกจากจะเป็นการแสดงความโง่เขลาของตนเอง ยังจะได้ชื่อว่าเป็นผู้บ่อนทาลายศาสนาท่ีตน นบั ถอื อย่างไม่จงใจอกี ดว้ ย ช. ไมล่ บหลูด่ ูหม่ินศาสนาอ่นื หรอื บคุ คลทนี่ ับถือศาสนาอน่ื หลกั ใหญ่ในทางศาสนาโดยทั่วไปทุกศาสนาตรงกันในข้อท่ีว่า ต้องการให้เป็นเคร่ืองยึดเหนี่ยวน้าใจ มนุษย์ให้เป็นผู้สงบ ตั้งอยู่ในความดี จะมีความแตกต่างกันอยู่บ้างก็ในรายละเอียดบางประการ จึงเป็นการไม่ สมควรอยา่ งยิ่งที่จะลบหลดู่ ูหมน่ิ ศาสนาอืน่ หรือบุคคลผนู้ ับถือศาสนาอื่นพงึ ถอื วา่ เม่อื ตนนับถือศาสนาน้ีได้ผู้อื่นก็ ย่อมมีสิทธิท่จี ะนบั ถอื ศาสนาน้นั ไดเ้ ช่นเดียวกนั ความมศี รทั ธาเช่อื ม่นั เป็นของเฉพาะตัว บางทีก็สืบทอดมาในทางสังคมเดียวกันจึงไม่มีเหตุผลอันใด เลยทจ่ี ะไปลบหลดู่ ูหมิน่ กนั และกนั เปรยี บเสมอื นเดนิ ทางไปสู่จุดหมายเดียวกัน โดยใครจะเลือกเดินทางใดหรือ ด้วยยานพาหนะอะไรกไ็ ด้

- ๒๐ - ๖. สรปุ ๕ นาที ก. สรุปเร่อื งสาคญั ท่ีทหารควรจะต้องจดจา (๑) บดิ ามารดาพงึ มีหนา้ ทปี่ ฏบิ ัติตอ่ บุตรของตน ดงั ตอ่ ไปน้ีคือ (ก) ใหค้ าแนะนา ส่งั สอนและอบรมบตุ ร เพื่อฝึกนิสัยใหเ้ กดิ ความเคยชินในสิ่งท่ีดีงาม (ข) ประพฤติแตใ่ นสิ่งที่ดีงามเพ่อื ทาเปน็ ตวั อย่างทดี่ ีใหบ้ ุตรเห็น (ค) จะต้องปกครองบุตรด้วยความยตุ ิธรรมเสมอหนา้ (๒) บิดามารดาพึงมีหนา้ ท่ีใหก้ ารสงเคราะห์แกบ่ ุตรของตน ดงั ต่อไปนค้ี ือ (ก) หา้ มปรามบตุ รมใิ ห้กระทาความชว่ั (ข) คอยอบรมส่งั สอนใหบ้ ุตรกระทาแต่ความดี (ค) พยายามส่งให้ไดร้ บั การศึกษา (ง) พยายามส่งเสริมใหม้ ีคูค่ รองท่เี หมาะสม (จ) มอบทรัพยท์ ี่ตนควรให้ในระยะเวลาท่เี หมาะสม (๓) เพ่ือความสมบูรณ์พูนสุขของครอบครัว ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจาเป็นต้องรู้ คุณธรรมของ ผู้ครองเรือน ๔ ประการคือ (ก) สขุ เกิดแตก่ ารมีทรพั ย์ (ข) สขุ เกิดแต่การจ่ายทรัพย์ให้ถูกต้อง (ค) สุขเกิดแต่การไมเ่ ป็นหนี้ (ง) สขุ เกิดแตก่ ารประกอบการงานทีป่ ราศจากโทษ (๔) ผู้ครองเรือนนั้นนอกจากจะต้องรู้คุณธรรมของผู้ครองเรือนท้ัง ๔ ประการแล้ว จะต้องรู้จัก หลกั ของการปกครองทรัพยส์ มบัติ ๔ ประการดว้ ย ดังต่อไปน้ีคือ (ก) จงแสวงหาสิง่ ของเครื่องใชท้ ี่หายไป (ข) จงซ่อมแซมบรู ณะสิง่ ของเคร่ืองใชท้ ่ีชารดุ (ค) ไมต่ ัง้ บคุ คลท่ีไมม่ ีความซ่ือสตั ยส์ ุจริตดแู ลบ้านเรอื น (ง) รจู้ ักประมาณตนในการใชจ้ ่ายทรัพยโ์ ดยประหยัด (๕) พลเมืองดีพงึ มหี น้าท่ีปฏบิ ตั ิตนเพ่ือชุมนุมชน ดังตอ่ ไปนี้คือ (ก) ตอ้ งรูจ้ กั เสียสละ (ข) ใชส้ ิทธิในการเลือกตั้งบคุ คลผดู้ าเนนิ งานใดๆ ในท้องถ่ินอย่างตรงไปตรงมา (ค) ให้ความรว่ มมอื ช่วยเหลอื ชุมนุมชน (ง) ปฏบิ ัติตามกฎหมาย กฎข้อบงั คับ ระเบียบคาสั่ง คาตักเตือนหรือคาแนะนาของพนักงาน เจ้าหน้าทข่ี องชมุ นุมชุน (จ) เปน็ หูเป็นตาใหแ้ ก่ชมุ นมุ ชนและรว่ มมอื ในการปูองกันสาธารณภัย (ฉ) ประกอบการงานและอาชพี ทเ่ี กิดประโยชนแ์ กต่ นเองและชมุ นมุ ชน (๖) สาธารณสมบตั ิ คอื สมบัติอันเปน็ ของกลางท่ีไม่ใช่เปน็ กรรมสทิ ธิ์ของผู้หนง่ึ ผ้ใู ดโดยเฉพาะ เช่น วดั สวนสาธารณะ ที่ดินสาธารณะ ปชู นยี สถาน ฯลฯ เป็นตน้ (๗) พลเมอื งดีพงึ มีหนา้ ทีป่ ฏิบัติตนต่อสาธารณสมบตั ิ ดังต่อไปนี้คอื (ก) มหี นา้ ทช่ี ว่ ยกันบารงุ รกั ษาใหส้ ะอาดและถาวร (ข) มหี น้าที่ไม่รุกล้าเขตหรอื เข้าครอบครองทส่ี าธารณะ (ค) มีหน้าที่ไม่ฝุาฝืนข้อห้าม การทาอันตรายของสงวน เช่น การห้ามจับสัตว์น้า ห้ามตัดไม้ ในปาุ สงวน ฯลฯ เปน็ ต้น

- ๒๑ - (ง) ไม่กันท่าหรือกดี ขวางผู้อื่นไม่ให้ใช้ทสี่ าธารณะ (จ) มีหน้าทช่ี ่วยกันขจัดสิง่ กีดขวางต่อการใชส้ าธารณประโยชน์ (๘) พลเมอื งดีพงึ มีหน้าท่ีปฏิบตั ติ นต่อประเทศชาติ ดงั ตอ่ ไปน้ีคอื (ก) มีหนา้ ท่ีปูองกันประเทศชาติ (ข) มหี นา้ ท่ปี ฏบิ ัติตามและเคารพตอ่ กฎหมายของบ้านเมือง (ค) มหี นา้ ท่ีเสยี ภาษตี ามที่กฎหมายบัญญตั ิ (ง) มีหนา้ ทใ่ี นการใชส้ ิทธเิ ลือกตัง้ (จ) มหี นา้ ทใ่ี ห้ความชว่ ยเหลือรว่ มมือแก่ทางราชการดว้ ยความเตม็ ใจ (ฉ) มีหนา้ ท่ีรบั การศึกษาตามเง่ือนไขท่ีทางราชการบงั คบั (ช) มีหนา้ ทต่ี ้องทางาน (๙) พลเมอื งดีพงึ มหี น้าที่ปฏิบัติต่อศาสนา ดงั ต่อไปน้ีคือ (ก) เคารพสงิ่ สกั การะทางศาสนา ไมล่ บหล่ดู ูหม่ินด้วยกาย วาจา ใจ (ข) เรียนรู้คาสอนทางศาสนาให้เขา้ ใจอย่างแจ่มแจ้ง (ค) ปฏิบตั ิตนและดารงชีวติ ตามคาสง่ั สอนทางศาสนา (ง) ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา (จ) ชว่ ยร่วมมือหาทางธารงรักษาศาสนาทน่ี ับถือไว้ (ฉ) ใหค้ วามเข้าใจทางศาสนาแก่ผูท้ สี่ มควรตามโอกาสทเี่ หมาะสม (ช) ไม่ลบหลูด่ หู มนิ่ ศาสนาอ่ืนหรอื บคุ คลทนี่ ับถือศาสนาอ่ืน ข. ทบทวนเรื่องสาคัญดว้ ยการตง้ั ปัญหาใหท้ หารตอบ (๑) ถาม บิดามารดาพึงมีหน้าท่ีปฏิบัติต่อบุตรของตนอย่างไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพียงส้ันๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ให้คาแนะนา สง่ั สอน และอบรม ๒. ประพฤตสิ ง่ิ ดีงามให้เปน็ ตวั อยา่ ง ๓. ปกครองด้วยความยตุ ธิ รรม (๒) ถาม บิดามารดามีหน้าที่ในการสงเคราะห์แก่บุตรของตนเองอย่างไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพียงสนั้ ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. คอยหา้ มไม่ใหท้ าช่ัว ๒. สงั่ สอนให้ทาดี ๓. สง่ เขา้ รับการศึกษาในโรงเรยี น ๔. ส่งเสริมใหม้ ีคูค่ รองทเ่ี หมาะสม ๕. มอบทรพั ย์ใหเ้ มอื่ ถึงเวลาสมควร (๓) ถาม การที่บิดามารดาจะส่งเสริมให้บุตรมีคู่ครองท่ีเหมาะสมน้ัน อยากทราบว่าควรพิจารณา ความเหมาะสมในด้านใดบ้าง ตอบ ๑. วยั ๒. ฐานะ ๓. การศกึ ษา ๔. วัฒนธรรม ๕. ชาติ ๖. ศาสนา

- ๒๒ - (๔) ถาม เพ่ือให้ครอบครัวมีความสมบูรณ์พูนสุข ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวจาเป็นต้องรู้ คุณธรรม ของผคู้ รองเรือน ๔ ประการ อยากทราบวา่ คุณธรรมของผูค้ รองเรือน ๔ ประการนัน้ มีอะไรบ้าง ตอบ ๑. สขุ เกดิ แตก่ ารมีทรัพย์ ๒. สุขเกดิ แต่การจา่ ยทรัพยใ์ ห้ถูกต้อง ๓. สขุ เกดิ แต่การไมเ่ ป็นหนี้ ๔. สุขเกิดแตก่ ารประกอบการงานทป่ี ราศจากโทษ (๕) ถาม ท่ีกล่าวว่า สุขเกิดแต่การมีทรัพย์น้ัน อยากทราบว่ามีทรัพย์แล้ว จะเกิดสุขได้อย่างไร จงตอบสน้ั ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ เมื่อมีทรพั ย์ย่อมทาให้มคี วามสขุ เพราะจะมที รัพย์ไวใ้ ช้สอยเมอ่ื จาเปน็ จงึ ไม่เกดิ ทุกข์ (๖) ถาม พลเมืองท่ดี จี ะต้องแบ่งทรพั ย์ทหี่ าได้ออกเปน็ ๓ ส่วน อยากทราบว่าแบ่งไวเ้ ป็นส่วนใด และใชเ้ พื่อการใดบ้าง ตอบ ๑. สาหรบั ใช้สอยประจาวัน ๒. สาหรับใชเ้ มอื่ ยามฉกุ เฉินจาเป็น ๓. สาหรับเกบ็ ไวใ้ ช้ในบ้ันปลายของชีวิต (๗) ถาม การใช้จา่ ยทรัพย์ใหถ้ ูกตอ้ งหมายความวา่ อยา่ งไร ตอบ ใช้อย่างประหยดั ไม่สุร่ยุ สรุ ่าย (๘) ถาม ถา้ เรามหี น้ีสนิ มากจะทาให้ไม่มีสขุ ได้อยา่ งไรจงตอบเพยี งสนั้ ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ทาใหเ้ กิดความเดือดร้อนทางจติ ใจ (๙) ถาม ถา้ ทหารประกอบการงานทเี่ รยี กวา่ เปน็ โทษ จะทาให้ไมม่ ีความสุขได้อย่างไร จงตอบ เพียงส้ันๆ พอเข้าใจ ตอบ จะไมม่ ีความสขุ เพราะจติ ใจระแวงกลวั ความผิด (๑๐) ถาม ผู้ครองเรือนนัน้ นอกจากจะต้องรคู้ ุณธรรมชองผคู้ รองเรือน ๔ ประการแลว้ ยังตอ้ ง ร้จู กั อะไรอกี ดว้ ย ตอบ หลกั การปกครองทรพั ย์สมบัติ ๔ ประการ (๑๑) ถาม อยากทราบว่าหลักการปกครองทรัพยส์ มบัติของผคู้ รองเรือน ๔ ประการน้ัน มีอะไรบา้ ง ตอบ ๑. แสวงหาส่ิงของเคร่อื งใช้ท่ีหาย ๒. ซอ่ มแซมบูรณะส่ิงของเคร่ืองใช้ท่ชี ารดุ ๓. ไม่ต้ังผไู้ ม่ซื่อสตั ย์สจุ รติ ดูแลบ้านเรือน ๔. ใชจ้ า่ ยโดยประหยดั (๑๒) ถาม พลเมอื งดพี ึงมหี นา้ ที่ปฏิบตั ิตนเพื่อชมุ นุมชนอยา่ งไรบ้าง จงตอบเปน็ ขอ้ ๆ เพยี งส้ันๆ พอเข้าใจ ตอบ ๑. เสียสละ ๒. ใช้สิทธิเลือกตง้ั ๓. ใหค้ วามรว่ มมอื ชว่ ยเหลอื ในกจิ การต่างๆ ๔. ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย ข้อบังคบั ๕. ร่วมมือปูองกันสาธารณภัย ๖. ประกอบอาชพี ท่ีเปน็ ประโยชนต์ อ่ ตัวเองและชุมนุม

- ๒๓ - (๑๓) ถาม สมบัตอิ ันเปน็ ของกลางท่ีไมใ่ ช่เป็นกรรมสิทธิของผหู้ น่งึ ผู้ใดโดยเฉพาะ เรียกว่าอะไร ตอบ สาธารณสมบตั ิ (๑๔) ถาม พลเมืองดีพึงมหี นา้ ที่ปฏบิ ัติตนตอ่ สาธารณสมบัติอยา่ งไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพียงสัน้ ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ชว่ ยกนั บารุงรกั ษาให้สะอาดและถาวร ๒. ไม่รุกลา้ เขต ๓. ไม่ฝาุ ฝืนขอ้ หา้ มต่างๆ ๔. ไม่กนั ท่าหรือกดี ขวางผู้อน่ื ๕. ชว่ ยกันขจัดสง่ิ กดี ขวางต่อการใช้สาธารณประโยชน์ (๑๕) ถาม พลเมืองดพี ึงมีหน้าท่ปี ฏบิ ัติตนต่อประเทศชาตอิ ย่างไรบา้ ง จงตอบเป็นขอ้ ๆ เพียงสั้นๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ปอู งกนั ประเทศชาติ ๒. ปฏิบัติตามกฏหมายของบ้านเมอื ง ๓. เสยี ภาษตี ามกฎหมาย ๔. ใช้สิทธิเลอื กตั้ง ๕. ชว่ ยเหลือทางราชการ ๖. เข้ารับการศึกษาเลา่ เรียนตามทท่ี างราชการกาหนด ๗. ต้องทางาน (๑๖) ถาม ที่วา่ พลเมืองดมี หี น้าทีป่ ูองกนั ประเทศชาตินน้ั อยากทราบว่าจะแสดงการปูองกนั ประเทศชาติไดใ้ นลักษณะใดไดบ้ า้ ง จงตอบเป็นข้อๆ เพียงส้ันๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ชายฉกรรจต์ อ้ งเข้ารับราชการทหาร ๒. ชว่ ยเหลอื ราชการทหารตามทจ่ี ะชว่ ยได้ ๓. ปฏิบัติตามคาแนะนาของทางราชการทหาร ๔. เป็นหเู ป็นตาใหก้ บั ทางราชการทหาร (๑๗) ถาม พลเมืองดีพึงมหี น้าทป่ี ฏิบัติตนตอ่ ศาสนาอยา่ งไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพียงสัน้ ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ไมล่ บหลูด่ ูหมน่ิ ด้วย กาย วาจา ใจ ๒. เรียนร้คู าสอนให้เข้าใจแจ่มแจง้ ๓. ปฏบิ ัตติ นตามคาสอน ๔. ประกอบพธิ ีกรรม ๕. ร่วมมือธารงรักษาศาสนาใหถ้ าวร ๖. สอนผ้ไู ม่รู้ ๗. ไมล่ บหลดู่ ูหม่ินศาสนาอน่ื และผูน้ ับถือศาสนาอ่นื (๑๘) ถาม ใหท้ หารยกตวั อย่างการไม่ลบหลดู่ ูหมิน่ ศาสนาดว้ ย กาย มาใหฟ้ ังสัน้ ๆ สกั หนง่ึ อยา่ ง ตอบ การยอมกราบไหว้ (๑๙) ถาม ให้ทหารยกตวั อย่างการไม่ลบหลดู่ ูหมิ่นศาสนาด้วย วาจา มาให้ฟงั ส้ันๆ สกั หนึ่งอย่าง ตอบ ไม่กลา่ วถ้อยคาเหยยี ดหยาม (๒๐) ถาม ให้ทหารยกตัวอย่างการไม่ลบหล่ดู ูหมน่ิ ศาสนาดว้ ย ใจ มาใหฟ้ งั ส้นั ๆ สักหนง่ึ อยา่ ง ตอบ ไม่คิดดูถูกเหยยี ดหยาม

- ๒๔ - แผนบทเรยี น เรื่อง หนา้ ทพ่ี ลเมืองดี (คร้ังที่ ๓) หลกั ฐานเตรยี มการสอน วิชา : หน้าทีพ่ ลเมืองดี วธิ สี อน : สอนเชิงประชุม เวลาทงั้ หมด : ๓ ช่วั โมง คร้งั ท่ี : ๓ เวลาสอน : ๑ ชัว่ โมง (หยุดพักประจาชั่วโมง ๑๐ นาท)ี เครือ่ งอปุ กรณก์ ารเรยี นทต่ี อ้ งจัดใหผ้ ูร้ ับการสอน : ไมม่ ี เจ้าหน้าที่สอน : ครู ๑ คน สถานท่ี : หอ้ งเรียน เคร่ืองฝกึ : ไมม่ ี หลักฐาน : คู่มือการสอนและอบรมทหารวา่ ดว้ ยการอบรมทหาร เล่ม ๒ (คอ.ทบ. ๒๑ – ๓) พ.ศ. ๒๕๑๖ การแตง่ กายและยุทโธปกรณ์สาหรบั ผูร้ บั การสอน : แต่งกายเคร่อื งแบบฝึกสวมหมวกแกป๊ ทรงอ่อน, แตง่ กายคร่ึงท่อนสวมหมวกแก๊ปทรงออ่ น หรอื ถ้าจะใชเ้ วลาอบรมในเวลากลางคนื จะอนโุ ลมให้แต่งกายชดุ กฬี าสวมหมวกแกป๊ ทรงอ่อนก็ได้ ลกู มอื : ไม่มี ยานพาหนะ : ไม่มี

- ๒๕ - ๕ นาที หวั ขอ้ การสอน ๑๐ นาที ๑๐ นาที ๑. กลา่ วนา ๑๐ นาที ก. ทบทวนเรื่องท่ีสอนมาแล้ว ๑๐ นาที ข. ช้ีแจงบทเรียน ๕ นาที ๒. การปฏบิ ตั ิเพอ่ื พระมหากษัตรยิ ์ ๓. การปฏบิ ตั เิ พอื่ รัฐธรรมนญู ๔. หนา้ ที่ของคนไทยในเวลารบ ๕. การใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ ๖. สรปุ ก. สรุปเรื่องสาคัญที่ทหารควรจะต้องจดจา ข. ทบทวนเรื่องสาคญั ดว้ ยการต้งั ปัญหาให้ทหารตอบ

- ๒๖ - คาบรรยาย ๑. กลา่ วนา ๕ นาที ก. ทบทวนเรอ่ื งทีส่ อนมาแลว้ ในวันนี้ครจู ะสอนเร่ือง “หนา้ ท่ีพลเมอื งดี” ตอ่ ไป การสอนในครง้ั นเ้ี ปน็ การสอนคร้ังท่ีสาม ซึ่งจะเป็น ครั้งสุดท้ายคือ ครูจะสอนเร่ืองหน้าท่ีพลเมืองดีน้ีให้จบลงในวันน้ี แต่ก่อนท่ีจะเร่ิมสอนต่อไป ครูจะขอทบทวน ถงึ เรอ่ื งทส่ี อนมาแลว้ ในชั่วโมงก่อนหน้าน้ีสักเล็กน้อย พอเตือนความทรงจาของทหารให้สามารถเรียนติดต่อกัน ไปได้อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง เพราะเป็นบทเรียนเร่อื งเดียวกัน เมอ่ื ช่วั โมงแรกครไู ด้สอนใหท้ หารได้ทราบว่า หน้าที่ของพลเมืองดีน้ันจะต้องปฏิบัติตนดีต่อสิ่งต่างๆ ๗ ส่ิง ไดแ้ ก่ ตนเอง ครอบครัว ชุมนุมชน ประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ และรัฐธรรมนูญ ในสองช่ัวโมงท่ีผ่านมา ครูได้สอนให้ทราบถึงหน้าที่ของพลเมืองดีต่อตนเอง ครอบครัว ชุมนุมชน ประเทศชาติ และศาสนามาแลว้ ซง่ึ ยงั ไม่จบ ในวันนี้ ครูจะไดส้ อนตอ่ ไป ข. ชีแ้ จงบทเรียน บทเรียนในวันนี้ครูจะสอนหน้าที่พลเมืองดีต่อไปในเร่ือง การปฏิบัติเพื่อพระมหากษัตริย์ การปฏบิ ตั ิเพือ่ รัฐธรรมนูญ หนา้ ทขี่ องคนไทยในเวลารบ และการใช้เวลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ขอให้ทหารทุกคนจงตั้งใจเรียน และพยายามจดจาให้ได้มากท่ีสุดเท่าที่จะมากได้ แล้วนาไปใช้ ปฏบิ ัตติ นต่อไปโดยเครง่ ครดั เพ่ือความเปน็ พลเมืองดีของชาติสืบตอ่ ไป ๒. การปฏิบัติเพอ่ื พระมหากษตั รยิ ์ ๑๐ นาที พระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์พระประมุขสูงสุดยอดของประเทศไทย และชาติไทย ความจงรักภักดี ท่ีปวงชนชาวไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ย่อมเป็นสิ่งรวมจิตใจของประชาชนให้สมัครสมานสามัคคีกันได้ เพราะต่างก็พากันรู้สึกอยู่เสมอว่าเรามีพระมหากษัตริย์องค์เดียวกัน จึงอาจกล่าวได้ว่าพระมหากษัตริย์เป็น ศนู ย์รวมจิตใจของปวงชนชาวไทยท้งั มวลก็ได้ พลเมอื งดพี ึงมีหนา้ ทปี่ ฏิบัติตนตอ่ องค์พระมหากษัตริย์ ดงั ต่อไปนค้ี อื ก. พงึ ถือวา่ องคพ์ ระมหากษัตริยด์ ารงอยู่ในฐานะอนั เปน็ ท่ีเคารพสักการะ ผูใ้ ดจะละเมดิ มิได้ ข้อความท่ีครูกล่าวนี้เป็นบทบัญญัติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เนื่องจาก ประเทศไทยมีการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย แบบมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุขของชาติ จึงได้ยกฐานะองค์พระมหากษัตริย์ไว้ในฐานะสูงสุดซึ่งปวงชนชาวไทยทั้งมวลจักต้องเคารพสักการะ ผ้ใู ดจะละเมิดต่อองคพ์ ระมหากษตั ริยม์ ิได้ ชาติไทยของเรานั้นได้มีพระมหากษัตริย์ทรงสืบราชสันตติวงศ์มาแต่โบราณกาลจนถึงปัจจุบันน้ี บรรพบรุ ุษของเราไดเ้ ทดิ ทลู องค์พระมหากษตั ริย์ไวใ้ นฐานะสูงสดุ สบื ทอดกันตลอดมา เราเป็นชนรุ่นหลังจะต้อง รกั ษาสถาบันพระมหากษัตรยิ ข์ องเราไว้ ฉะนั้นจึงกล่าวได้ว่า เป็นหน้าท่ีของพลเมืองที่จะต้องทาการเคารพสักการะและแสดงความ จงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กฎหมายได้คุ้มครองพระมหากษัตริย์ไว้ทนสูงกว่าบุคคลธรรมดา เช่น การประทุษร้ายต่อพระมหากษัตรยิ ต์ ามกฎหมายลักษณะอาญาถอื วา่ มีโทษหนกั โดยถอื ว่าเป็นกบฏ การเคารพสักการะต่อองค์พระมหากษัตริย์นั้น พลเมืองดีพึงแสดงออกซ่ึงความเคารพต่อ องคพ์ ระมหากษัตริย์ ได้ ดังต่อไปนคี้ ือ

- ๒๗ - (๑) แสดงความเคารพเมื่อเข้าเฝาู เฉพาะพระพักตร์พระมหากษตั รยิ ์ (๒) แสดงความเคารพเม่ือพระองค์เสด็จพระราชดาเนินผา่ น (๓) แสดงความเคารพเม่ือได้ยินเพลงสรรเสรญิ พระบารมจี นจบ (๔) แสดงความเคารพเมื่อเห็นธงประจาพระองค์พระมหากษตั ริย์ (๕) แสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณท์ ตี่ ั้งไว้สาหรับสักการะ (๖) ควรมพี ระบรมฉายาลักษณป์ ระดับไว้ตามอาคารบ้านเรือน สาหรับไวส้ กั การะ (๗) หากโอกาสมีส่วนร่วมในการท่ีองค์พระมหากษัตริย์ทรงบาเพ็ญพระกรณียกิจเกี่ยวกับการกุศล สาธารณะและในการศาสนา เช่น หากโอกาสไปคอยเขา้ เฝูา สละเงินโดยเสด็จพระราชกศุ ล เปน็ ตน้ ข. พงึ ถือวา่ ผูใ้ ดจะกล่าวหาหรือฟูองร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้ ไม่ว่าจะเป็นโดยทางคดีแพ่ง คดีอาญา จะอยู่ในฐานะเจ้าพนักงาน ทางราชการ หรือเอกชนก็ตาม เน่ืองจากพระมหากษัตริย์เป็นที่มา ของเกียรติ ผู้ใดจะตาหนิติเตียน ดูหมิ่นพระบรมเดชานุภาพพระมหากษัตริย์มิได้ มีหลักที่พึงยึดถือยอมรับ กันไว้วา่ “พระมหากษตั ริยท์ รงกระทาผิดไม่ได้” พลเมืองดีจึงต้องมีหน้าท่ีเทิดทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ตาหนิติเตียนและไม่กล่าวหา ฟอู งร้องในทางใดๆ โดยเดด็ ขาด ค. พลเมืองดีพึงต้องเคารพสักการะ เทิดทูลองค์พระมหากษัตริย์ และรักษาระบอบการปกครอง แบบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษตั รยิ ์เป็นประมุขไว้โดยตลอดชว่ั กาลนาน ๓. การปฏิบัตเิ พอื่ รัฐธรรมนญู ๑๐ นาที รฐั ธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุดของประเทศอันเป็นแม่บทการปกครองประเทศ และเป็นพ้ืนฐานแห่ง กฎหมายอน่ื ๆ ทงั้ ปวง ปวงชนชาวไทยท้ังปวงจะต้องอยู่ภายใต้กฎหมายทุกชนิด ผู้ใดจะละเมิดกฎหมายมิได้ ถ้าผู้ใดละเมิด จะต้องได้รบั โทษตามท่กี ฎหมายกาหนด ปวงชนชาวไทยมหี นา้ ทีต่ ามรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนค้ี ือ ก. มหี น้าท่ปี ูองกันประเทศ ข. ชายฉกรรจม์ ีหน้าท่รี บั ราชการทหารตามทก่ี ฎหมายบัญญตั ิ ค. มีหน้าที่รักษาไว้ซึ่งการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ตามรัฐธรรมนญู ง. มีหน้าทีเ่ คารพตอ่ กฎหมายทงั้ ปวง จ. มีหน้าทใี่ ชส้ ิทธโิ ดยสุจริต และมุ่งถือประโยชนส์ ว่ นรวมในการเลอื กตงั้ และออกเสยี งประชามติ ฉ. มีหนา้ ที่เสียภาษอี ากรตามที่กฎหมายบญั ญตั ิ ช. มหี น้าทชี่ ่วยเหลือราชการตามทก่ี ฎหมายบัญญตั ิ ซ. มหี น้าทร่ี บั การศกึ ษาอบรมช้ันประถมศกึ ษาภายในเงอ่ื นไขและวธิ ีการท่ีกฎหมายบญั ญัติ พลเมืองดพี งึ มีหนา้ ทป่ี ฏิบตั ติ ่อรัฐธรรมนูญ ดงั ต่อไปนค้ี อื ก. เคารพต่อรัฐธรรมนูญหรือธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน ได้กล่าวมาแล้วว่า รัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายที่เป็นแม่บทการปกครองแผ่นดิน เพราะฉะน้ันพลเมืองที่ดีของชาติจะต้องยอมรับในระบอบบริหาร ประเทศตามท่บี ญั ญตั ิไว้ในรฐั ธรรมนญู รัฐธรรมนูญของประเทศไทยเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยท่ี มีพระมหากษัตริย์เป็น องคพ์ ระประมุขของชาติ ซงึ่ ปวงชนชาวไทยจะต้องเคารพสักการะองคพ์ ระมหากษตั ริย์ตามที่ได้อธิบายมาแล้ว

- ๒๘ - ในระบบบริหารประเทศ เราจะต้องมีคณะรัฐมนตรีซึ่งเราเรียกว่า รัฐบาล เป็นองค์คณะผู้บริหาร ประเทศ รัฐบาลของเราจัดตั้งขึ้นเพื่อความปลอดภัยและสงเคราะห์พวกเราชาวไทยท้ังมวลให้อยู่กัน อย่างร่มเย็นเป็นสุข เพราะฉะนั้นถ้าเราเคารพรัฐธรรมนูญ เราก็ต้องยอมรับและเคารพรัฐบาล เคารพต่อ กฎหมายท้ังปวง และต้องช่วยกันสอดส่องมิให้มีผู้ใดประพฤติฝุาฝืนกฎหมายด้วย เพราะผู้ฝุาฝืนกฎหมาย ย่อมเปน็ บคุ คลทจี่ ะนามา ซ่งึ ความไม่สงบสขุ มาส่สู งั คมของบา้ นเมืองเรา ข. ปอู งกันและยึดมั่นให้การออกเสียงเลือกตงั้ ใดๆ ให้เปน็ ไปโดยบรสิ ทุ ธิใ์ จ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นหัวใจสาคัญของการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย ซ่ึงประชาชนชาวไทยทั้งปวงต่างก็มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญท่ีจะต้องเลือก ผู้แทนของตนเข้าไปช่วยกันบริหารประเทศ ถ้าการเลือกตั้งดังกล่าวได้กระทาลงไปโดยไม่บริสุทธิ์ใจ ก็จะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยไม่ได้ และอาจได้บุคคลไม่ดีเข้าไปบริหารประเทศ อาจเป็นสาเหตุทาให้ชาติ ล่มจมได้ เพราะฉะน้ันพลเมืองดีจึงต้องสานึกเรื่องนี้ให้จงหนักจะต้องเลือกต้ังด้วยความบริสุทธ์ิใจของตนเอง จะยอมใหใ้ ครมาบีบบงั คับใดๆ ไม่ได้ มิฉะนนั้ จะถือได้วา่ ไมใ่ ชค่ นรักชาติ ค. ต้องไม่เพิกเฉยละเลยการใช้สิทธิเลือกต้ังของตนเอง การเพิกเฉยไม่ยอมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ย่อมได้ชื่อว่า ไม่รักชาติ ไม่ยอมรับรู้หรือมีส่วนร่วมในการบริหารบ้านเมือง การปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยนั้นอานาจอธิปไตยย่อมมาจากปวงชนชาวไทย ถ้ายังมีพลเมืองไม่ยอมไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ก็จะเรียกว่ามาจากปวงชนไม่ได้ คณะผู้บริหารประเทศที่เข้าไปบริหารประเทศก็ไม่ได้เข้าไปจากปวงชน แต่เข้าไปเพราะปวงชนเพียงบางส่วน เช่นน้ีถือว่าไม่สมบูรณ์แบบ ถ้าชาวไทยต้องการให้ชาติเจริญต้องช่วยกัน ไปออกเสียงเลือกต้ัง การไปใช้สิทธิเลือกตั้งจึงถือว่าเป็นหน้าท่ีสาคัญของพลเมืองทุกคน พลเมืองดีจึงไม่ควร เพกิ เฉยเสยี ๔. หนา้ ทขี่ องคนไทยในเวลารบ ๑๐ นาที บุคคลที่เกิดมามีชีวิตอยู่ร่วมกันประกอบข้ึนเป็นชาติหนึ่งนั้นแต่ละคนต่างก็มุ่งหวังในขณะตนมีชีวิตอยู่ ในอันทจ่ี ะประกอบกิจการงานและบาเพ็ญตนเพ่ือให้ชาติบ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองตามสติปัญญาและกาลังของตน ในภาวะการณ์ท่ีบ้านเมืองเป็นปกติ ต่างคนก็มุ่งที่จะประกอบอาชีพตามความรู้ความสามารถ ช่วยกันรักษา ความสงบเรียบรอ้ ยภายในบ้านเมอื งและอานวยความสะดวกให้แก่ทกุ คนซ่ึงเปน็ เพื่อนมนุษย์ด้วยกันไม่ว่าจะเป็น ชนชาติเดียวกันหรือต่างชาติต่างภาษากันก็ตาม เม่ือสภาพบ้านเมืองอยู่ในฐานะคับขัน ต่างก็รวมกันเป็น อนั หน่ึงอนั เดยี วกนั เพ่อื ชว่ ยกันคล่คี ลายสถานการณค์ บั ขนั ให้กลับคืนสู่สภาพปกติดว้ ยวิถีทางต่างๆ ชาติไทยต้ังม่ันอยู่ในสันติธรรมและแสวงหาสันติภาพอยู่เสมอ แต่จะต้องไม่ประมาท ถ้าหากบังเอิญ ต้องเผชิญต่อการรบ และต้องต่อต้านกับศัตรูผู้รุกรานโดยไม่เป็นธรรม ก็ต้องเป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้อง ร่วมแรงร่วมใจกันทาการต่อต้านข้าศึกศัตรูผู้รุกรานโดยพร้อมเพรียงกัน โดยเหตุนี้ประเทศไทยจึงได้มีการตรา กฎหมายเกี่ยวกับเร่ืองนี้ไว้ ซึ่งเรียกว่า พระราชบัญญัติกาหนดหน้าที่ของคนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๔ เพอื่ ใหช้ าวไทยทกุ คนสังวรณ์ในกิจการที่ตนพงึ ตอ้ งปฏบิ ัติเมอ่ื เกดิ ศึกสงครามข้ึนกับบ้านเมืองของเรา พลเมอื งดพี ึงมหี นา้ ทปี่ ฏบิ ตั ติ ามพระราชบัญญัติกาหนดหนา้ ท่ีของคนไทยในเวลารบ ดงั ตอ่ ไปนค้ี อื ก. เม่ือประเทศไทยต้องทาการรบกับประเทศหน่ึงประเทศใด ประชาชนชาวไทยทั้งมวลมีหน้าท่ีต้อง ปฏิบตั ิในทกุ ๆ ทางท่ีเป็นประโยชนแ์ กป่ ระเทศไทยและทข่ี ัดกับประโยชน์ของประเทศทที่ าการรบกับประเทศไทย ข. คนไทยคนใดล่วงรู้แผนการณ์ ฐานท่ีตั้ง การเคล่ือนไหวเก่ียวกับกาลังคน กาลังอาวุธ การเงินหรือ การอื่นใดในทานองท่ีกล่าวมานี้ของข้าศึก ให้ผู้นั้นรายงานต่อเจ้าหน้าที่ฝุายทหารหรือฝุายปกครอง โดยมิชักชา้

- ๒๙ - ค. คนไทยทุกคนต้องทาการต่อต้านข้าศึกทุกวิถีทางด้วยกาลังอาวุธ กาลังทรัพย์ หรือกาลังอ่ืนใดตาม คาส่ังของทางราชการ แต่ถ้าหากว่าตกอยู่ในฐานะที่ไม่สามารถทราบคาสั่งของทางราชการได้ ก็ต้องจัดการต่อต้านต่อไป ตามวถิ ีทางท่ีจะได้จนถึงทีส่ ดุ ถ้าไมส่ ามารถตอ่ ตา้ นไวไ้ ด้ให้ทาการขัดขวางหรือก่ออุปสรรคต่างๆ เพ่ือมิให้ข้าศึก ได้รับความสะดวกและให้ทาลายเคร่ืองมือ เครื่องใช้ เครื่องอุปโภค เคร่ืองบริโภค บ้านเรือนท่ีอยู่อาศัย สัตว์พาหนะและส่ิงของต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นของตน ของผู้อ่ืน หรือของทางราชการก็ตามท่ีจะอานวยให้ข้าศึกใช้ เปน็ ประโยชนไ์ ดโ้ ดยทาลายเสียให้ส้นิ ง. ในการปฏิบัติการต่อต้านหรือปูองกันไม่ให้ข้าศึกได้รับความสะดวกหรือประโยชน์น้ัน ให้พึงถือว่า สิง่ ใด ก็ตามที่ข้าศกึ บังอาจกระทาตอ่ ประเทศไทยโดยไม่เป็นธรรมแลว้ กเ็ ป็นการชอบทีจ่ ะทาลายข้าศกึ น้นั ได้ ประชาชนชาวไทยผู้ใดก็ตามท่ีฝุาฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับตามพระราชบัญญัตินี้ ย่อมมคี วามผดิ ตอ้ งระวางโทษประหารชวี ิต หรอื จาคุกตลอดชวี ิต และถูกริบทรพั ยส์ มบตั ิสว่ นตัวท้งั หมด ๕. การใชเ้ วลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยชน์ ๑๐ นาที เวลาว่าง หมายถึง เวลาที่เรามีอิสระว่างเว้นจากกิจการงานท่ีจะต้องกระทาเป็นปกติประจา คือ วา่ งจากการงานท่เี ปน็ หนา้ ท่ที ่ีไดร้ ับมอบหมายหรอื งานที่เป็นเร่ืองบังคับท่ีจะต้องกระทา เช่น งานอาชีพอย่างใด อย่างหนึ่ง หรอื งานตามความรับผิดชอบของตนอน่ื ๆ เปน็ ตน้ อนึ่งเวลาว่างย่อมหมายความรวมถึง เวลาหยุดพัก หรือเวลาท่ีทาสิ่งใดสิ่งหนึ่งท่ีเราทาข้ึนเองตาม อัธยาศัย (งานอดิเรก) หรือเวลาท่ไี ด้ใช้ไปกับการหาความสนุกเพลดิ เพลนิ อ่นื ๆ ดว้ ย ร่างกายและจิตใจของคนเราไม่ใช่เครื่องจักร จาต้องได้รับการพักผ่อนหย่อนอารมณ์งานต่างๆ ไม่ว่า จะเปน็ งานทีเ่ ปน็ หนา้ ที่ทไี่ ด้รับมอบหมายหรือเป็นงานท่ีบังคบั อยูว่ า่ เราจะตอ้ งทากต็ าม ยังไม่เคยมีปรากฏเลยว่า จะมีใครสามารถกระทางานน้ันได้ติดต่อกันไปโดยไม่มีการหยุดพักเลย ย่อมจะต้องมีระยะเวลาหยุดพักผ่อน หลับนอน โดยมกี าหนดเวลาทางานในวนั หนง่ึ ใหเ้ หมาะสม ไม่มากเกินไปหรือไมน่ ้อยเกนิ ไป พลเมอื งดคี วรมขี อ้ ควรระลกึ เก่ียวกบั การใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์ มีอย่ดู ้วยกัน ๓ ประการ คือ ก. อยา่ ละเลยต่อหน้าท่ีการงานโดยนาเอาเวลาที่จะต้องปฏิบัติหน้าท่ีการงานนั้นไปใช้อย่างอ่ืนเสมือน หนึ่งเป็นเวลาว่าง เช่น เอาเวลาท่ีต้องทางานไปน่ังอ่านหนังสือพิมพ์หรือหนังสือนิยายเสีย ปล่อยให้งาน หยดุ ชะงักค่งั คา้ งอยู่ดังน้ีเป็นต้น ฉะนน้ั เวลาท่จี ะใช้ไปอยา่ งเปน็ เวลาวา่ งจึงต้องเป็นเวลาว่างจากการงานประจา หรืองาน ที่ได้รับมอบให้ทาจริงๆ อย่าได้หลงผิดเบียดบังเอาเวลาในหน้าที่การงานไปใช้เป็นเวลาว่าง โดยเด็ดขาด ข. การใช้เวลาว่างต้องให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและผู้อ่ืนให้มากท่ีสุดเท่าที่จะมากได้ อย่านาเอา เวลาว่างไปประพฤติปฏิบัติให้เกิดโทษแก่ตัวเองและผู้อ่ืนเป็นอันขาด เช่น เล่นการพนัน หรือเล่นเกมการพนัน จนอดหลับอดนอนจนดึกดื่น หรือเที่ยวเตร่หาความสาราญหามรุ่งหามค่า เป็นต้น ส่ิงต่างๆ เหล่านี้ นอกจากจะแสดงว่าผู้ประพฤติไม่รู้จักค่าของเวลาแล้วยังใช้เวลาไปในทางท่ีผิดอีกด้วย ตัวอย่างเช่น การเอาเวลาวา่ งไปเลน่ การพนันอาจเป็นต้นเหตุให้เสียทรัพย์ หรือถูกจับได้รับโทษตามกฎหมาย หรือเอาเวลาว่าง ไปเท่ียวเตร่ดึกดื่นอดหลับอดนอน อาจมีผลเสียกระทบกระเทือนทาให้ไม่สามารถทางานท่ีจะต้องทาตามปกติ ในวนั รงุ่ ขึ้นให้บงั เกดิ ผลดีได้ เป็นต้น ค. พงึ กาหนดกจิ วัตรประจาวันของตนไว้วา่ ในวนั หนง่ึ ๆ น้นั ตนจะทาอะไรบ้าง เวลาใดเป็นเวลาของงาน เวลาใดเป็นเวลาว่างงานเพื่อพักผ่อนหย่อนอารมณ์ เปล่ียนจากงานประจาใช้เวลาว่างไปทาในสิ่งที่ชอบ ไม่หมกมุ่นในงานประจาจนเกินไป จนเกิดโทษแก่ตนเองถึงแก่เจ็บปุวย หรือถึงตาย เพราะไม่รู้จักกาหนดเวลา งานประจาและเวลาว่างให้เหมาะสม

- ๓๐ - พลเมืองดีพึงใช้เวลาวา่ งให้เกิดประโยชน์ในทางทด่ี ี ดังตอ่ ไปนคี้ ือ ก. ใช้เวลาว่างในทางที่เกิดประโยชน์แก่ตนเอง เช่น ฟังวิทยุ อ่านหนังสือดีๆ ฟังเทศน์ หรือการแสดง ปาฐกถาของผู้ทรงคุณวุฒิ เปน็ ต้น ข. ใช้เวลาว่างทางานอดิเรก เช่น ปลูกต้นไม้ดอก ไม้ผล ทาสวนครัว เลี้ยงสัตว์ ทางานอุตสาหกรรม ในครัวเรอื น เปน็ ตน้ ค. ไม่สมาคมกับนักเลน่ การพนัน หรือเกมกีฬาที่เป็นการพนัน เช่น กีฬาแข่งม้า เป็นต้น อันจะทาให้ เสียเวลาอนั มีคา่ ไปโดยเปล่าประโยชน์ ทง้ั ยงั เปน็ หนทางแห่งอบายมขุ ด้วย ง. หม่ันเอาใจใส่กับคนในครอบครัว ตลอดจนญาติมิตรเพ่ือนบ้านเรือนเคียง โดยสนทนาปราศรัย ในเร่ืองท่ีมีประโยชน์เพอ่ื แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นซง่ึ กนั และกัน ได้มีตัวอย่างท่ีบุคคลรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้ใช้เวลาว่างของตนฝึกฝนตนเอง มีความก้าวหน้า สูงส่งจนเป็นนักปราชญ์ เป็นรัฐบุรุษและเป็นนักประพันธ์ที่มีช่ือเสียงโด่งดัง ทั้งๆ ท่ีตนเองก็ได้ศึกษาเล่าเรียน เบื้องต้นเพียงเล็กน้อยอยู่เป็นจานวนมาก ท้ังน้ี ย่อมเป็นเพราะบุคคลเหล่านั้นรู้จักใช้เวลาว่างจากการงาน ทาการฝึกฝน หรอื ศึกษาเลา่ เรียนนั่นเองนับว่าเป็นแบบอย่างท่ีดี ปัจจุบันนี้ วิชาการและสถานศึกษาตลอดจน ตารา ซง่ึ พอทจ่ี ะศึกษาเล่าเรียนไดม้ เี พิ่มขน้ึ โดยลาดบั ถา้ ได้พยายามเสาะแสวงหาศึกษาฝึกฝนตน หรือพยายาม ฝึกฝนตนเองโดยอาศัยตารับตาราที่มีผู้แต่งเพ่ิมเติมอยู่เร่ือยๆ แล้วย่อมจะเป็นทางนามาซึ่งความสาเร็จในชีวิต ได้เป็นอยา่ งดี พลเมืองดีพงึ ใชเ้ วลาว่างของตนทาประโยชน์แกเ่ พ่ือนมนษุ ย์ดว้ ยกัน ดงั ตอ่ ไปน้คี ือ ก. พยายามหาเวลาวา่ งออกไปช่วยให้การสงเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยตนเอง เช่น ไปช่วยทางานให้แก่ ครอบครัวที่มีการเจ็บปุวยท่ีกาลังต้องการความช่วยเหลือ ช่วยสอนความรู้บางอย่างท่ีเพื่อนบ้านต้องการ หรือ บางทีกห็ าทางรว่ มกับผอู้ ื่นท่ีมเี จตนาตรงกนั จัดเปน็ สมาคมสังคมสงเคราะห์ขน้ึ เป็นตน้ ข. พยายามให้ความรว่ มมือชว่ ยเหลือในการพัฒนาการทอ้ งถนิ่ ของตน โดยร่วมมือกับชาวบ้านด้วยกัน หรอื กับทางราชการ เชน่ การตัดถนนหนทาง การขดุ ลอกบอ่ น้า การทาฝายกัน้ นา้ เพอื่ การเกษตร เปน็ ตน้ ค. พยายามหาโอกาสในเวลาว่างเข้าช่วยเหลือเกื้อกูลกิจการของพระศาสนาตามกาลังความสามารถ ของตน เช่น ออกแรงไปช่วยซ่อมแซมศาลาวัด ทาความสะอาดบริเวณวัด ไปช่วยงานวัดในเทศกาลทอดกฐิน เปน็ ต้น การบาเพ็ญประโยชน์แก่ผู้อ่ืนในเวลาว่างนั้น ถ้าทาได้นอกจากจะเป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นแล้ว ยังจะเป็นประโยชน์แก่ตนเองด้วย เช่น เป็นที่นับหน้าถือตาของคนท่ัวไปและย่อมจะเกิดเป็นความภาคภูมิใจ แกต่ นเองทาใหม้ จี ิตใจผ่องใสอีกด้วย ๖. สรปุ ๕ นาที ก. สรุปเรื่องสาคัญท่ีทหารควรจะต้องจดจา (๑) พลเมืองดพี ึงมีหนา้ ทปี่ ฏิบัตติ นตอ่ องคพ์ ระมหากษัตริย์ ดงั ตอ่ ไปนคี้ ือ (ก) พงึ ถือว่าองคพ์ ระมหากษัตรยิ ด์ ารงอยใู่ นฐานะอันเป็นทเ่ี คารพสกั การะ ผูใ้ ดจะละเมดิ มไิ ด้ (ข) พึงถอื ว่า ผใู้ ดจะกลา่ วหาหรือฟอู งร้องพระมหากษัตรยิ ์ในทางใดๆ มิได้ (ค) ต้องเคารพสักการะ เทิดทูลองค์พระมหากษัตริย์ และรักษาระบอบการปกครองแบบ ประชาธิปไตยท่มี พี ระมหากษัตริยเ์ ปน็ ประมุขไว้ช่วั กาลนาน (๒) พลเมืองดพี งึ แสดงออกซึ่งความเคารพต่อองค์พระมหากษตั รยิ ์ ได้โดยทางต่างๆ ดังตอ่ ไปนี้คือ (ก) แสดงความเคารพเมือ่ มีโอกาสเขา้ เฝาู เฉพาะพระพักตร์ (ข) แสดงความเคารพเมื่อพระองคเ์ สด็จพระราชดาเนนิ ผา่ น

- ๓๑ - (ค) แสดงความเคารพเมื่อได้ยินเพลงสรรเสริญพระบารมี (ง) แสดงความเคารพเมือ่ เหน็ ธงประจาพระองค์ (จ) แสดงความเคารพพระบรมฉายาลกั ษณ์ท่ีตัง้ ไวส้ าหรับสักการะ (ฉ) ควรมพี ระบรมฉายาลกั ษณข์ องพระองคป์ ระดับไว้เพื่อสกั การะท่บี ้านของตน (ช) คอยหาโอกาสมีส่วนรว่ มในการทอ่ี งคพ์ ระมหากษตั ริย์ทรงบาเพ็ญพระกรณียกจิ ตา่ งๆ (๓) รฐั ธรรมนญู คอื กฎหมายสูงสดุ ของประเทศอันเป็นแม่บทในการปกครองประเทศ (๔) ปวงชนชาวไทยมีหน้าทต่ี ามรัฐธรรมนูญ ดังตอ่ ไปน้ีคอื (ก) มหี น้าที่ปอู งกนั ประเทศ (ข) ชายฉกรรจม์ หี นา้ ท่ีรบั ราชการทหารตามท่ีกฎหมายบญั ญัติ (ค) มีหนา้ ท่รี ักษาไวซ้ ่งึ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุข (ง) มีหน้าที่เคารพต่อกฎหมายทงั้ ปวง (จ) มหี น้าท่ใี ชส้ ทิ ธเิ ลือกตงั้ โดยสจุ ริตใจ (ฉ) มีหน้าทเ่ี สียภาษีอากรใหแ้ ก่รฐั (ช) มีหน้าท่ชี ่วยเหลือราชการตามท่ีกฎหมายบญั ญตั ิ (ซ) มหี น้าทเ่ี ขา้ รับการศึกษาตามเงอ่ื นไขท่ีกฎหมายบัญญัติไว้ (๕) พลเมืองดพี ึงมหี นา้ ทป่ี ฏิบตั ิต่อรัฐธรรมนูญ ดังต่อไปนี้คือ (ก) เคารพต่อรัฐธรรมนญู (ข) ยดึ ม่นั ในการออกเสียงเลือกตง้ั ด้วยความบริสทุ ธิใ์ จ (ค) ตอ้ งไมเ่ พกิ เฉยละเลยการใชส้ ิทธ์ิเลือกตัง้ ของตนเอง (๖) ในเวลาที่ประเทศชาตบิ า้ นเมืองมศี กึ สงคราม คนไทยมีหน้าที่เฉพาะที่จะต้องยึดถือปฏิบัติตาม พระราชบัญญตั ิกาหนดหน้าทข่ี องคนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๔ อย่างเคร่งครดั (๗) พลเมืองดีพงึ มีหนา้ ทีป่ ฏิบตั ิตามพระราชบัญญัติกาหนดหน้าที่ของคนไทยในเวลารบ ดังตอ่ ไปนคี้ อื (ก) ตอ้ งปฏบิ ัตใิ นทุกๆ ทางท่ีเปน็ ประโยชนต์ ่อประเทศไทยและขัดประโยชน์ของชาติศัตรู (ข) ผใู้ ดลว่ งรู้ แผนการ ฐานทต่ี ้งั การเคล่อื นไหวข้องข้าศกึ ตอ้ งรายงานให้เจ้าหน้าท่ีฝุายทหาร ทราบโดยไมช่ กั ชา้ (ค) ต้องช่วยกันต่อต้านข้าศึกท้ังด้วยกาลังอาวุธหรือด้วยกาลังทรัพย์ตามคาสั่งของ ทางราชการ (ง) หาโอกาสทาลายล้างขา้ ศึกเทา่ ทจี่ ะมีโอกาสอานวยให้ (๘) ประชาชนชาวไทยผู้ใดประพฤติฝุาฝืนพระราชบัญญัติกาหนดหน้าท่ีของคนไทยในเวลารบ ย่อมไดร้ ับโทษ ๒ สถานคอื (ก) ประหารชวี ิต หรอื จาคุกตลอดชวี ิต (ข) ถกู รบิ ทรัพย์สมบัติสว่ นตัวทั้งหมด (๙) เวลาว่าง หมายถึง เวลาทม่ี อี สิ ระ วา่ งเวน้ จากกจิ การงานท่จี ะต้องกระทาเปน็ ปกติประจา (๑๐) พลเมืองดีควรมีข้อควรระลึกเก่ียวกับการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์อยู่ ๓ ประการ ดงั ต่อไปนี้คือ (ก) อยา่ ไดห้ ลงผิดเบียดบงั เอาเวลาในหนา้ ทกี่ ารงานไปใช้เปน็ เวลาว่างโดยเด็ดขาด (ข) อยา่ นาเอาเวลาว่างไปประพฤติปฏิบตั ิใหเ้ กดิ โทษแกต่ นเองและผอู้ ่นื เปน็ อันขาด (ค) พึงกาหนดเป็นกิจวัตรประจาวนั สาหรับตนเองไว้ว่าในวนั หนงึ่ ๆ นั้นตนจะทาอะไรบ้าง

- ๓๒ - (๑๑) พลเมืองดีพึงใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชนใ์ นทางท่ดี ี ดงั ตอ่ ไปนี้คอื (ก) ใชเ้ วลาวา่ งในทางทีเ่ กิดประโยชนแ์ ก่ตนเอง เชน่ ฟังวทิ ยุ อ่านหนงั สอื เปน็ ตน้ (ข) ใช้เวลาวา่ งทางานอดเิ รก (ค) ไม่สมาคมกบั นักเลน่ การพนนั (ง) หมั่นเอาใจใส่กบั คนในครอบครวั (๑๒) พลเมอื งดีพงึ ใช้เวลาวา่ งของตนทาประโยชนแ์ ก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกนั ดงั ต่อไปนี้คือ (ก) พยายามหาเวลาวา่ งออกไปชว่ ยใหก้ ารสงเคราะหเ์ พื่อนมนษุ ยด์ ้วยตนเอง (ข) พยายามให้ความร่วมมือช่วยเหลอื ในการพฒั นาการท้องถิ่นของตน (ค) พยายามหาโอกาสในเวลาวา่ งเข้าชว่ ยเหลือเกื้อกูลกจิ การของพระศาสนา (๑๓) ตัวอย่างการให้การสงเคราะห์เพอื่ นมนุษย์ ไดแ้ ก่ (ก) ไปช่วยทางานให้กบั ครอบครัวทีเ่ จบ็ ปุวย (ข) แนะนาความรใู้ นสิง่ ทีผ่ ู้อื่นไมร่ ู้ (ค) ต้ังสมาคมสงั คมสงเคราะห์ (๑๔) ตวั อย่างการให้ความร่วมมือชว่ ยเหลือในการพฒั นาการท้องถ่นิ ไดแ้ ก่ (ก) ชว่ ยกนั ตัดถนนหนทาง (ข) การขุดลอกบ่อน้า (ค) การสรา้ งฝายกั้นนา้ เพอื่ การเกษตร (๑๕) ตวั อยา่ งการชว่ ยเหลือเกื้อกูลกิจการพระศาสนา ไดแ้ ก่ (ก) ชว่ ยซอ่ มแซมศาลาวดั (ข) ทาความสะอาดบรเิ วณวัด (ค) ชว่ ยงานวัดในเทศกาลทอดกฐนิ ข. ทบทวนเร่ืองสาคัญดว้ ยการต้ังปัญหาให้ทหารตอบ (๑) ถาม พลเมืองดีพึงมหี นา้ ที่ปฏิบตั ติ นตอ่ องค์พระมหากษัตริย์ ๓ ประการ อยากทราบวา่ มีอะไรบ้าง ตอบเพียงสนั้ ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. พึงถือว่าพระมหากษตั รยิ ์ดารงอยู่ในฐานะอันเป็นทีเ่ คารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ๒. พงึ ถือวา่ ผ้ใู ดจะฟูองร้องพระมหากษัตรยิ ม์ ิได้ ๓. ตอ้ งเคารพและเทิดทลู พระมหากษตั รยิ ์ (๒) ถาม อยากทราบว่าพลเมอื งดีจะต้องแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตรยิ ใ์ นทางใดบ้าง ตอบเป็น ข้อๆ เพียงสน้ั ๆ พอเข้าใจ ตอบ ๑. เมือ่ เขา้ เฝาู ๒. เมื่อท่านเสด็จผ่าน ๓. เมอื่ ได้ยินเสยี งเพลงสรรเสริญพระบารมี ๔. เมือ่ เหน็ ธงประจาพระองค์ ๕. แสดงความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์ในท่ซี ่งึ ตั้งไว้เป็นทีส่ กั การะ (๓) ถาม ถ้าพลเมืองท่ดี ีซ่ึงมคี วามเคารพสักการะ และจงรกั ภักดใี นองค์พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยูห่ ัวของตน อยากทราบวา่ ควรมอี ะไรไว้ที่บา้ นของตน ตอบ พระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัว

- ๓๓ - (๔) ถาม กฎหมายสูงสุดของประเทศอันเปน็ แมบ่ ทในการปกครองประเทศ เราเรยี กกฎหมายน้ัน วา่ อะไร ตอบ รัฐธรรมนูญ (๕) ถาม ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กาหนดให้ปวงชนชาวไทยมีหนา้ ทสี่ าคญั อยู่ ๘ ประการ อยากทราบว่ามอี ะไรบ้าง จงตอบเพยี งสน้ั ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ปอู งกนั ประเทศ ๒. รบั ราชการทหาร ๓. รักษาใหม้ กี ารปกครองตามระบอบประชาธปิ ไตยท่ีมพี ระมหากษตั ริย์เป็นประมขุ ๔. เคารพกฎหมายท้ังปวง ๕. ตอ้ งใช้สิทธิเลือกตั้ง ๖. เสยี ภาษีอากร ๗. ชว่ ยเหลอื ราชการ ๘. รับการศึกษา (๖) ถาม พลเมืองดีพงึ มีหน้าท่ีปฏบิ ัติตนต่อรฐั ธรรมนูญอยา่ งไร จงตอบเปน็ ข้อๆ เพยี งสั้นๆ พอเข้าใจ ตอบ ๑. เคารพรฐั ธรรมนูญ ๒. ออกเสยี งเลือกต้งั ดว้ ยความบรสิ ุทธใ์ิ จ ๓. ไม่เพกิ เฉยละเลยการใช้สทิ ธเิ์ ลอื กต้ังของตน (๗) ถาม ในเวลาทป่ี ระเทศชาติเกดิ ศึกสงคราม ประเทศไทยของเรามีกฎหมายอยู่ฉบบั หนงึ่ ซง่ึ ได้กาหนดหน้าที่ของคนไทยไวซ้ งึ่ ต้องยึดถือปฏบิ ัติกนั โดยทั่วหน้า อยากทราบว่ากฎหมายฉบับน้ันมีช่ือวา่ อะไร ตอบ พระราชบญั ญัติกาหนดหนา้ ท่ีของคนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๔ (๘) ถาม พระราชบญั ญัตกิ าหนดหน้าท่ีของคนไทยในเวลารบ พ.ศ. ๒๔๘๔ ได้กาหนดวา่ ใน ยามทีป่ ระเทศมีศกึ สงครามให้คนไทยทัง้ ปวงมีหน้าท่ีสาคญั อยู่ ๔ ประการ อยากทราบวา่ มีอะไรบา้ ง จงตอบ เพยี งสน้ั ๆ พอเข้าใจ ตอบ ๑. ปฏบิ ตั ใิ นส่งิ ทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อประเทศไทยและปฏิบัตใิ นสิ่งที่ขดั ประโยชน์ของศตั รู ๒. ผูใ้ ดลว่ งรแู้ ผนการณต์ ่างๆ ของข้าศึกตอ้ งรีบแจ้งฝุายทหารทราบ ๓. ช่วยต่อต้านขา้ ศึกท้งั ในทางกาลงั อาวุธ และกาลังทรัพย์ ๔. หาโอกาสทาลายลา้ งขา้ ศึกเท่าที่มีโอกาส (๙) ถาม อยากทราบวา่ หากมีประชาชนชาวไทยผูใ้ ดประพฤตฝิ ุาฝืนพระราชบญั ญัติกาหนด หนา้ ทีข่ องคนไทยในเวลารบ จะไดร้ บั โทษสถานใดบ้าง ตอบ จะไดร้ ับโทษ ๒ สถานคือ ๑. ประหารชวี ิตหรอื จาคกุ ตลอดชวี ติ ๒. ถูกริบทรัพย์สมบตั ิส่วนตัวท้ังหมด (๑๐) ถาม เวลาว่าง คอื อะไร ตอบ เวลาวา่ ง คอื เวลาท่วี ่างเว้นจากการงานท่จี ะต้องกระทาเป็นปกตปิ ระจา (๑๑) ถาม พลเมอื งดีมีข้อควรระลกึ เกยี่ วกับการใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์อยู่ ๓ ประการ อยากทราบวา่ มอี ะไรบ้าง จบตอบเพียงสนั้ ๆ พอเขา้ ใจ

- ๓๔ - ตอบ ๑. ไมเ่ บียดบงั เอาเวลางานไปใชเ้ ป็นเวลาวา่ ง ๒. ไม่ใช้เวลาว่างประพฤติให้เกิดเป็นโทษ ๓. ควรกาหนดกิจวตั รประจาวันของตน (๑๒) ถาม ใหท้ หารยกตัวอย่างเกีย่ วกับ การไมเ่ บียดบังเอาเวลางานไปใช้เป็นเวลาวา่ งมาใหฟ้ งั สัก ๓ อย่าง ตอบ ๑. เวลาเรยี นแตเ่ อาหนงั สอื มาอ่าน ๒. เวลาผู้บงั คับบัญชาใชท้ างานออกไปนั่งคยุ กันเสยี ๓. เวลาจะต้องออกไปทามาหากนิ ตามปกติกลบั ไปปลูกดอกไมเ้ สีย (๑๓) ถาม ใหท้ หารยกตวั อย่างเกยี่ วกับ การใชเ้ วลาว่างประพฤตใิ นส่ิงทเ่ี กิดโทษมาให้ฟัง สกั ๓ อย่าง ตอบ ๑. เล่นการพนนั ๒. ไปเท่ียวเตรจ่ นดกึ ดืน่ ๓. ไปเสพสุรา (๑๔) ถาม เม่ือทหารมเี วลาว่าง ทหารควรจะใช้เวลาวา่ งน้นั ทาแต่ส่ิงดมี ีประโยชน์ อยากทราบ วา่ สงิ่ ดที ีค่ วรประพฤตนิ นั้ มีอะไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพยี งสั้นๆ พอเข้าใจ ตอบ ๑. ทาส่ิงทก่ี อ่ ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ๒ ทางานอดิเรก ๓. ไม่คบนกั เลน่ การพนัน ๔. หมัน่ เอาใจใสก่ บั คนในครอบครัว (๑๕) ถาม ใหท้ หารยกตวั อย่างเกยี่ วกับการทาส่งิ ท่ีก่อให้เกดิ ประโยชน์กบั ตนเอง มาใหฟ้ ัง สัก ๓ อยา่ ง ตอบ ๑. ฟังข่าววทิ ยุ ๒. อา่ นตารา ๓. อา่ นหนังสือพมิ พ์ (๑๖) ถาม ให้ทหารยกตัวอย่างเกยี่ วกับงานอดิเรก มาให้ฟังสัก ๓ อย่าง ตอบ ๑. ปลกู ตน้ ไม้ ๒. ทาสวนครัว ๓. เล้ียงสัตว์ (๑๗) ถาม พลเมืองดีจะต้องใชเ้ วลาว่างของตนทาประโยชน์ให้แก่เพื่อนมนษุ ย์ดว้ ยกัน อยากทราบวา่ การทาประโยชน์ใหแ้ กเ่ พ่อื นมนุษยด์ ว้ ยกันน้ันได้แก่การทาอย่างไรบ้าง จงตอบเป็นข้อๆ เพยี งสน้ั ๆ พอเขา้ ใจ ตอบ ๑. ออกไปช่วยสงเคราะห์ผู้อื่นดว้ ยตนเอง ๒. ชว่ ยเหลือในการพัฒนาท้องถน่ิ ๓. ชว่ ยเหลือเกือ้ กลู กจิ การพระศาสนา (๑๘) ถาม ให้ทหารยกตวั อย่างเก่ยี วกับการออกไปช่วยสงเคราะห์ผู้อ่ืนดว้ ยตนเองมาให้ฟงั สัก ๓ อยา่ ง ตอบ ๑. ชว่ ยครอบครวั ท่ีเจ็บปุวยทางาน ๒. แนะนาความรู้ในส่ิงทีผ่ ู้อ่ืนไม่รู้ ๓. ตงั้ สมาคมสงั คมสงเคราะห์

- ๓๕ - (๑๙) ถาม ให้ทหารยกตัวอย่างเกี่ยวกับการชว่ ยเหลือพัฒนาท้องถ่นิ มาใหฟ้ ังสกั ๓ อย่าง ตอบ ๑. ชว่ ยกนั ตัดถนนหนทาง ๒. การขุดลอกบ่อน้า ๓. การสรา้ งฝายกน้ั น้าเพ่ือการเกษตร (๒๐) ถาม ใหท้ หารยกตวั อย่างเกย่ี วกับการชว่ ยเหลอื เกื้อกูลกิจการพระศาสนามาให้ฟัง สกั ๓ อยา่ ง ตอบ ๑. ชว่ ยซ่อมแซมศาลาวัด ๒. ทาความสะอาดบริเวณวดั ๓. ชว่ ยงานวดั ในเทศกาลทอดกฐนิ