Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ใบความรู้แผนที่ 1 ความรู้เบื้องต้น

ใบความรู้แผนที่ 1 ความรู้เบื้องต้น

Published by hmeai.hmeai, 2023-06-19 01:56:10

Description: ใบความรู้แผนที่ 1 ความรู้เบื้องต้น

Search

Read the Text Version

ใบความรู้ เรื่อง ความรเู้ บ้ืองตน้ เก่ยี วกับคอมพิวเตอรก์ ราฟิก ความหมายของกราฟิกและคอมพวิ เตอร์กราฟิก กราฟกิ (Graphic) ที่มาของคาว่า กราฟิก มาจากภาษากรกี คือ - Graphikos หมายถึง การวาดเขยี น - Graphein หมายถึง การเขยี น กราฟิก หมายถึง การส่ือความหมายด้วยการใช้ศิลปะและศาสตร์ทางการใช้เส้น ภาพวาด ภาพเขียน แผนภาพ ตลอดจนสัญลักษณ์ ทั้งสีและขาว-ดา ซึ่งมีลักษณะเห็นได้ชัดเจน เข้าใจ ความหมายได้ ทันที ตรงตามทีผ่ สู้ ่ือสารต้องการ ความหมายของ “คอมพวิ เตอรก์ ราฟิก“ คอมพิวเตอร์กราฟิก หมายถึง การสร้างและการจัดการกับภาพกราฟิกโดยใช้คอมพิวเตอร์ ซึ่งการ พฒั นาคอมพิวเตอร์กราฟกิ เร่ิมต้นมาจากการเปน็ เทคนคิ อย่างหน่ึงในการแสดงข้อมูลตัวเลข จานวนมาก ๆ ให้ อยู่ในรูปที่ชัดเจนกว่าเดิมและทาความเข้าใจได้ง่ายกว่าเดิม เช่น ข้อมูลอาจแสดงได้ ในรูปของเส้นกราฟ แผนภาพ แผนภูมิ แทนท่ีจะเป็นตารางของตัวเลข จากน้ัน การใช้ภาพกราฟิก แสดงผลแทนข้อมูลหรือ ข่าวสารท่ยี ่งุ ยากกม็ ีการพัฒนามากขึน้ เรอ่ื ย ๆ ปจั จบุ นั มีการใช้ภาพกราฟิก ในงานทุก ๆ ด้าน ไม่ว่า ด้านธุรกิจ โรงงานอุตสาหกรรม งานศิลปะ การบันเทิง งานโฆษณา การศึกษา การวิจัย การฝึกอบรม และงาน ทางการแพทย์ จนเห็นได้ชัดเจนว่า คอมพิวเตอร์กราฟิก น้ันเริ่มมีความ สาคัญ เน่ืองจากเป็นเครื่องมือที่ สามารถช่วยงานในการออกแบบทางด้านกราฟิกให้เป็นไปอย่างรวดเร็ว สะดวก ไม่ต้องอาศัยเคร่ืองมือจานวน มาก อีกทั้งผ้อู อกแบบเองก็สามารถดูผลงานการออกแบบของ ตนเองไดท้ ันที ความหมายแอนเิ มชัน (Animation) แอนเิ มชัน (Animation) หมายถงึ กระบวนการท่เี ฟรมแตล่ ะเฟรมของภาพยนตร์ ถูกผลติ ขนึ้ ต่างหากจาก กนั ทีละเฟรม แลว้ นามารอ้ ยเรียงเขา้ ด้วยกนั โดยการฉายต่อเน่อื งกัน ไม่ว่าจากวิธีการ ใช้ คอมพวิ เตอร์กราฟกิ ถา่ ยภาพรปู วาด หรอื หรือรูปถ่ายแต่ละขณะของหุ่นจาลองที่คอ่ ย ๆ ขยบั เมอ่ื นาภาพ ดงั กล่าวมาฉาย ดว้ ยความเรว็ ต้งั แต่ 16 เฟรมตอ่ วนิ าที ขน้ึ ไป เราจะเห็นเหมือนวา่ ภาพดังกลา่ วเคลอ่ื นไหวได้ ต่อเน่อื งกนั ท้งั นเ้ี น่ืองจาก การเห็นภาพตดิ ตาในทาง คอมพิวเตอร์ การจดั เกบ็ ภาพแบบอนเิ มชันทใ่ี ชก้ ันอย่าง แพร่หลายในอนิ เทอรเ์ น็ต ไดแ้ ก่เกบ็ ในรปู แบบ GIF MNG SVG และ แฟลช กราฟกิ กับสงั คมปัจจุบัน ปัจจบุ นั เทคโนโลยไี ดว้ ิวฒั นาการไปค่อนข้างรวดเร็ว การใช้ระบบการติดต่อส่ือสารท่ีมี ประสิทธิภาพ มากข้ึน มีการกระจายของข้อมูลไปอย่างรวดเร็ว โดยอาจเป็นการกระจายข้อมูล จาก ท่ีหนึ่งไปยังอีกที่หน่ึง และการท่ีจะใหค้ นอีกซีกโลกหนง่ึ เขา้ ใจความหมายของคนอีกซีกโลกหน่ึงน้ันเป็นเร่ืองที่ไม่สามารถทาได้ง่ายนัก เน่ืองมาจากความแตกต่างกันท้ังทางด้านขนบธรรมเนียม ประเพณีวัฒนธรรม สภาพภูมิประเทศ สภาพดินฟ้า อากาศความเช่ือของแต่ละท้องถ่ิน ดังนั้นการใช้งานกราฟิกที่ดีที่สามารถสื่อความหมายได้ชัดเจนถูกต้อง จะ

ชว่ ยใหม้ นษุ ยส์ ามารถสอื่ สารกนั ได้ เขา้ ใจกันได้ เกนิ จินตนาการรว่ มกนั อกี ทงั้ ยงั เกดิ ทศั นคติที่ดีต่อกันด้วย หรือ ถึงขัน้ คล้อยตามใหป้ ฏบิ ตั ติ ามได้ 2. การเกิดภาพบนเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ ลักษณะและความหมายของพกิ เซล (Pixel) พิกเซล (Pixel) มาจากคาว่า Picture กับคาว่า Element เป็นหน่วยพื้นฐานของภาพ คือ จุดส่ีเหลี่ยมเล็ก ๆ ท่ีรวมกันทาให้เกิดเป็นภาพขึ้น ภาพหนึ่ง ๆ จะประกอบด้วยพิกเซลหรือจุดมากมาย ซึ่งแต่ ละภาพทสี่ ร้างขนึ้ จะมีความหนาแนน่ ของจดุ หรอื พิกเซลเหลา่ น้ีแตกต่างกนั ออกไป ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด (Resolution) เป็นตัวบอกถึงความละเอยี ดของภาพ โดยมหี นว่ ยเป็นพีพไี อ ppi ยอ่ มาจาก (Pixels Per Inch) คือจานวนจุดต่อนิ้ว (dpi: คือ dot per inch) ภาพที่มีความละเอียด สูงหรือ คุณภาพดี ควรจะมีค่าความละเอียด 300 X 300 ppi ขึ้นไป ค่า ppi สูงภาพจะมีความละเอียด คมชดั ข้นึ 3. การประมวลผลภาพคอมพวิ เตอร์กราฟิก วิธกี ารประมวลผลภาพคอมพวิ เตอร์กราฟิกมี 2 แบบ คอื 1. การประมวลผลแบบ Raster หรือ Bitmap 2. การประมวลผลแบบ Vector 3.1 การประมวลผลแบบ Raster การประมวลผลแบบ Raster หรือ แบบบิตแมป (Bitmap) หรอื เรียกวา่ เปน็ ภาพแบบ Resolution Dependent ลกั ษณะสาคญั ของภาพประเภทนี้ ประกอบขนึ้ ดว้ ยจุดสีต่าง ๆ ทีม่ ีจานวนคงท่ี ตายตัว ตามการสร้างภาพที่มีความละเอียดต่างกันไป ภาพแบบบิตแมปนี้ มีข้อดี คือ เหมาะสาหรับภาพท่ี ตอ้ งการระบายสี สรา้ งสี หรอื กาหนดสีท่ีต้องละเอียดและสวยงามได้ง่าย ข้อจากัดคือ เม่ือมีพิกเซลจานวนคงที่ นาภาพมาขยายให้ใหญ่ขึ้น ความละเอียดจะลดลง มองเห็นภาพเป็นแบบจุด และถ้าเพิ่มความละเอียดให้แก่ ภาพ จะทาให้ไฟล์มีขนาดใหญ่ และเปลอื งเน้อื ทีห่ น่วยความจามาก ในระบบวินโดวส์ (Windows) ไฟล์ของรูปภาพประเภทน้ี คือ พวกท่ีมีส่วนขยายหรือ นามสกุล (Extension) เปน็ .BMP , .PCX, .TIF , .GIF , .JPG, .MSP , .PCD, .PCT โปรแกรมที่ใชส้ รา้ ง คือ โปรแกรมประเภทระบายภาพ (Painting Program) เช่น Paintbrush , Photoshop , Photostyler เปน็ ตน้ 3.2 การประมวลผลแบบ Vector การประมวลผลแบบ Vector เป็นภาพแบบเวกเตอร์ หรือ Object-Oriented Graphics หรือเรียกว่า เป็นรปู ภาพ Resolution-Independent เป็นภาพท่มี ลี กั ษณะของการสร้างจากคอมพิวเตอร์

ที่มีการสรา้ งใหแ้ ตล่ ะสว่ นของภาพเป็นอิสระต่อกัน โดยแยกช้ินส่วนของภาพท้ังหมดออกเป็น เส้นตรง รปู ทรงหรือสว่ นโคง้ โดยอา้ งอิงตามความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์ หรือการคานวณซ่ึงมีทิศทาง การลากเส้นไป ในแนวต่าง ๆ จึงเรียกประเภท Vector Graphic หรือ Object Oriented ภาพเวกเตอร์น้ี มีข้อดีคือ สามารถ เปล่ียนแปลงขนาด โดยมีความละเอียดของภาพไม่ลดลง ภาพสามารถ เปลี่ยนแปลงหรือย้ายได้และมีขนาด ของไฟลท์ เ่ี ลก็ กวา่ พวกบิตแมป ในระบบวินโดวส์ ไฟล์รปู ภาพประเภทน้ี คือ พวกท่ีมีนามสกุลเป็น .EPS , .WMF, .CDR, .AI , .CGM, .DRW, .PLT เป็นตน้ และโปรแกรมทใ่ี ชส้ ร้างกค็ ือ โปรแกรมประเภทวาดรูป (Drawing Program) เช่น CorelDraw หรือ AutoCAD ส่วนบนเมคอินทอช (Macintosh) ก็ได้แก่ โปรแกรม IIIustrator และ Macromedia Freehand หรอื ภาพ .wmf ซง่ึ เป็น clipart ของ Microsoft Office ภาพทเ่ี ปน็ คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ มลี ักษณะท่ีมีจุดเด่นจุดด้อยเปรียบเทียบกันระหว่างบิตแมป กับพวก เวกเตอร์ ซ่ึงต้องพิจารณาเลือกใชใ้ หเ้ หมาะสมกบั งาน โดยเฉพาะในเรื่องเกี่ยวกับการเปล่ียนแปลงขนาดของรูป พวกบิตแมปเป็นภาพที่มีจานวนพิกเซลคงท่ี หากนามาขยายมาก ๆ ภาพจะลดความละเอียดลง ส่วนภาพ เวกเตอร์สามารถขยายขนาดได้โดยท่ีความละเอียดของภาพไม่เปลี่ยนแปลงแต่เรื่องของความสวยงาม พวก บิตแมปสามารถตกแต่งความละเอียดสวยงามได้ดีกว่า ซึ่งข้ึนอยู่กับจุดประสงค์ในการใช้งานหรือลักษณะของ งานทต่ี อ้ งการ อยา่ งไรก็ตาม อปุ กรณ์แสดงผลไมว่ ่าจะเป็นเครอื่ งพิมพ์ดอตแมทริกซ์หรือเลเซอร์ รวมทั้งจอภาพ จะเป็นการแสดงผลแบบ Raster Devices หรือแสดงในรูปของบิตแมป คือ อาศัยการรวมกันของพิกเซล ออกมาเป็นรูป แม้ว่าจะเป็นกราฟิกที่สร้างเป็นแบบเวกเตอร์แต่จะมีการเปล่ียนเป็นการแสดงผลแบบบิตแมป หรอื เปน็ พิกเซลเมอื่ จะพมิ พ์หรือแสดงภาพบนหน้าจอ 4. คอมพวิ เตอรก์ ราฟิกกับการประยกุ ต์ใช้ในงานด้านต่าง ๆ คอมพิวเตอร์กราฟิกกบั การออกแบบ คอมพวิ เตอรก์ ราฟิกไดถ้ ูกนามาใชใ้ นงานออกแบบมาเป็นเวลานาน คาวา่ CAD (Computer Aided Design) ซึ่งเป็นโปรแกรมสาหรับช่วยในการออกแบบทางวิศวกรรมเริ่มเป็นท่ีรู้จัก โปรแกรมเหล่าน้ีจะ ช่วยให้ผู้ออกแบบหรือวิศวกรออกแบบงานต่าง ๆ ได้สะดวกข้ึน กล่าวคือ ผู้ออกแบบสามารถเขียนเป็นแบบ ลายเส้น แล้วลงสี แสง เงา เพื่อให้ดูคล้ายกับของจริงได้ นอกจากน้ีแล้ว เม่ือผู้ออกแบบกาหนดขนาดของวัตถุ ลงในระบบ CAD แล้ว ผู้ออกแบบยังสามารถย่อหรือขยายภาพน้ัน หรือต้องการหมุนภาพไปในมุมต่าง ๆ ได้ ดว้ ย การแกไ้ ขแบบนี้กท็ าได้งา่ ยและสะดวกกว่า การ ออกแบบบนกระดาษ ทางด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและ อิเล็กทรอนิกส์ คอมพิวเตอร์กราฟิกถูกนามาใช้ในการออกแบบวงจรต่าง ๆ ผู้ออกแบบสามารถวาดวงจรบน จอภาพโดยใช้สัญลกั ษณต์ า่ ง ๆ ทร่ี ะบบจัดเตรยี มไว้ให้ แล้วประกอบกันเป็นวงจรท่ตี ้องการ ผู้ออกแบบสามารถ แก้ไข ตัดต่อ เพ่ิมเติมวงจรได้โดยสะดวก นอกจากน้ียังมีโปรแกรมสาหรับออกแบบ PCB (Printed Circuit Board) ซึ่งมคี วามสามารถจัดการให้แผน่ วงจรมีขนาดทจ่ี ะวางอปุ กรณท์ างอิเลก็ ทรอนิกส์ไดเ้ หมาะสมที่สดุ การออกแบบพาหนะต่าง ๆ เชน่ รถยนต์ เคร่ืองบนิ หรือเครอื่ งจกั รต่าง ๆ ในปจั จุบันกใ็ ช้ ระบบ CAD นกั ออกแบบสามารถจะออกแบบส่วนย่อย ๆ แต่ละส่วนก่อน แล้วนามาประกอบกันเป็นส่วนใหญ่ ขึ้น จนเป็นเคร่ืองจักรเครื่องยนต์ท่ีต้องการได้ นอกจากน้ีในบางระบบยังสามารถท่ีจะทดสอบแบบจาลองที่

ออกแบบไว้ได้ด้วย เช่น ออกแบบรถยนต์ แล้วนาโครงสร้างของรถที่ออกแบบนั้นมาจาลองการวิ่ง โดยให้ว่ิงที่ ความเร็วต่าง ๆ กันแล้วตรวจดูผลที่ได้ ซึ่งการทดลองแบบน้ีสามารถทาได้ในระบบคอมพิวเตอร์และประหยัด กว่าการสรา้ งรถจริง ๆ แลว้ นาออกมาศึกษาทดสอบการวิ่งการออกแบบโครงสร้าง เช่น ตึก บ้าน สะพาน หรือ โครงสร้างใด ๆ ทางวิศวกรรมโยธา และสถาปัตยกรรม ก็สามารถทาได้โดยใช้ CAD ช่วยในการออกแบบ หลังจากสถาปนิกออกแบบโครงสร้างในแบบ 2 มิติเสร็จแล้ว ระบบ CAD สามารถจัดการให้เป็นภาพ 3 มิติ และยังสามารถแสดงภาพท่ีมุมมองต่าง ๆ กันได้ตามที่ผู้ออกแบบต้องการ นอกจากน้ีในบางระบบสามารถ แสดงภาพให้ปรากฏต่อผูอ้ อกแบบ ภาพศลิ ปโ์ ดยคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ การวาดภาพในปัจจุบันน้ีใคร ๆ ก็สามารถวาดได้แล้ว โดยไม่ต้องใช้พู่กันกับจานสี แต่จะใช้ คอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ แทน ภาพท่วี าดในระบบคอมพิวเตอร์กราฟกิ สามารถกาหนดสี แสง เงา รูปแบบลายเส้นท่ี ต้องการได้โดยง่าย ภาพโฆษณาทางโทรทัศน์ หลายชิ้นก็เป็นงานจากการใช้คอมพิวเตอร์กราฟิก ข้อดีของ การใช้คอมพิวเตอร์วาดภาพก็คือ สามารถแก้ไขเพ่ิมเติมส่วนที่ต้องการได้ง่าย และสามารถนาภาพต่าง ๆ เก็บในระบบคอมพิวเตอรไ์ ดโ้ ดยใช้เครอื่ งสแกนเนอร(์ Scanner) แลว้ นาภาพเหล่านนั้ มาแกไ้ ข 5. ภาพเคล่ือนไหวโดยใชค้ อมพิวเตอร์ ภาพยนตร์การ์ตูน และภาพยนตร์ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ หรือภาพยนตร์ท่ีใช้เทคนิคพิเศษ ต่าง ๆ ในปัจจุบันมีการนาคอมพิวเตอร์กราฟิกเข้ามาช่วยในการออกแบบและสร้างภาพเคลื่อนไหว (Computer Animation) มากขึ้น เน่ืองจากเป็นวิธีที่สะดวก รวดเร็ว และง่ายกว่าวิธีอื่น ๆ ภาพท่ี ่ได้ยังดู สมจริงมากขึ้น เช่น ภาพยานอวกาศท่ีปรากฎอยู่ในภาพยนตร์ประเภทนิยายวิทยาศาสตร์ เป็นต้น การใช้ คอมพวิ เตอร์กราฟิกช่วยให้ภาพที่อยใู่ นจินตนาการของมนุษย์ สามารถนาออกมาทาใหป้ รากฎเป็นจรงิ ได้ ภาพเคล่ือนไหวมีประโยชน์มาก ท้ังในระบบการศึกษา การอบรม การวิจัย และการจาลองการ ทางาน เช่น จาลองการขับรถ การขับเคร่ืองบิน เป็นต้น เกมคอมพิวเตอร์หรือวิดีโอก็ใช้หลักการทา ภาพเคลื่อนไหวในคอมพิวเตอร์กราฟิกเช่นกนั อิเมจโปรเซสซิง (Image Processing) หมายถึง การแสดงภาพที่เกิดจากการถ่ายรูปหรือจากการ สแกนภาพให้ปรากฎบนจอภาพคอมพวิ เตอร์ วิธกี ารทางอิเมจโปรเซสซงิ จะต่างกบั วิธขี องคอมพิวเตอร์ กราฟิก กล่าวคือ ในระบบคอมพิวเตอร์กราฟิก ตัวคอมพิวเตอร์เองจะเป็นตัวท่ีสร้างภาพแต่เทคนิคทางอิเมจ โปรเซสซิงน้ัน ใช้คอมพิวเตอร์สาหรับจัดการรูปแบบของสีและแสงเงาที่มีอยู่แล้วในภาพให้เป็นข้อมูลทาง ดิจิตอล แล้วอาจจะมีวิธีการทาให้ภาพที่รับเข้ามานั้นมีความชัดเจนมากข้ึน ก่อนจากนั้นก็จะจัดการกับ ข้อมูลดิจิตอลนี้ให้เป็นภาพส่งออกไปที่จอภาพของคอมพิวเตอร์ทันที วิธีการน้ีมีประโยชน์ในการแสดงภาพ ของวัตถทุ เี่ ราไม่สามารถจะเห็นได้โดยตรง เช่น ภาพถ่ายดาวเทียมภาพจากทีวีสแกนของหุ่นยนต์อุตสาหกรรม เป็นต้น

เม่ือภาพถ่ายได้บันทึกเป็นข้อมูลดิจิตอลแล้ว ก็สามารถจะจัดการแก้ไขเปลี่ยนแปลงภาพน้ันโดย จดั การกบั ข้อมูลดิจิตอลของภาพน่ันเอง ซึ่งเราก็จะใช้หลักการของคอมพิวเตอร์ กราฟิกมาใช้กับ ข้อมูลเหล่านี้ ได้ เช่น ในภาพสาหรับการโฆษณา สามารถทาให้ภาพท่ีเห็นเหมือน ภาพถ่ายนั้น แปลกออกไปจากเดิมได้ โดยการมภี าพบางอยา่ งเพม่ิ เข้าไปหรือบางส่วนของภาพนั้น หายไป ทาให้เกิดเป็นภาพที่ไม่น่าจะเป็นจริงแต่ดู เหมือนกับเกดิ ข้ึนจรงิ ได้เปน็ ต้น 1. โปรแกรมสาหรบั งานกราฟิก โปรแกรมสาหรบั งานกราฟกิ เปน็ สว่ นท่ีสาคัญยงิ่ ในการใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ ผลิตผลงานกราฟกิ ในปัจจุบันมโี ปรแกรมสาหรบั ใชท้ างานกราฟิกเป็นจานวนมาก สามารถจัดแบง่ โปรแกรมสาหรบั งานกราฟิกออกเปน็ 2 ประเภทใหญ่ ๆ ตามแผนภาพดงั นี้ โปรแกรมสาหรบั งานกราฟิ ก โปรแกรมกราฟิ กนาเสนอ โปรแกรมกราฟิ กวาดภาพ โปรแกรมสร้างและตกแต่งภาพ โปรแกรมช่วยออกแบบ โปรแกรมกราฟิ ก 2 มติ ิ โปรแกรมกราฟิ ก 3 มติ ิ แผนภาพประเภทของโปรแกรมกราฟิก โปรแกรมช่วยออกแบบ โปรแกรมช่วยออกแบบจะใช้ในกราฟิกทางด้านวิศวกรรมและสถาปัตยกรรม เช่น แบบแปลน อาคาร แบบอุปกรณ์ แบบรถยนต์ แบบเครื่องบินสามารถใช้เขียนภาพโดยมีมาตราส่วนจริงได้โปรแกรมช่วย ออกแบบทั่วไปยงั แบ่งได้เป็นแบบ 2 มติ ิ ตวั อยา่ งเชน่ โปรแกรม AutoCAD และ แบบโปรแกรม 3 มิติ เชน่ 3DMAX ซ่งึ มักจะใช้ในงานสถาปัตยกรรม หรอื งานโฆษณา กราฟิกการนาเสนอ (Presentation Graphics) โปรแกรมประเภทนี้ใชน้ าเสนอข้อมลู หรือผลงาน ในรปู กราฟิก ส่วนใหญโ่ ปรแกรมจะอนุญาตให้ ใส่ ตัวอักษร ภาพ รปู กราฟตา่ ง ๆ และมกี ารเกบ็ ข้อมูลเป็นหน้า ๆ เพื่อนามาแสดงหรือนาเสนอได้ง่าย ตัวอย่าง โปรแกรมได้แก่ Lotus freelance , Microsoft PowerPoint โปรแกรมแสดงขอ้ มลู ทางกราฟกิ สามารถจดั อยู่ในกลุ่มโปรแกรมประเภทน้ีได้ เน่ืองจากใช้ข้อมูลจาก การเก็บรวบรวม คานวณ หรือทดลองมาแสดงผลเป็นรูปกราฟ 2 มิติ หรือกราฟ 3 มิติ ทาให้เข้าใจ ความสมั พันธข์ องข้อมลู ไดด้ ยี ่ิงข้นึ นอกจากน้ันยังมีโปรแกรมท่ีแสดงข้อมูลจากการคานวณจานวนมาก เช่น การสร้างแผนที่อากาศ การทดสอบเครื่องบินในอุโมงค์ลม การสร้างภาพนามธรรม

2. โปรแกรมกราฟกิ 2 มติ ิ ปัจจุบันมีโปรแกรมท่ีเก่ียวข้องกับการออกแบบกราฟิก 2 มิติ (2D Graphics) ในท้องตลาด มากมาย ให้เลอื กใชใ้ ห้ตรงกบั ความต้องการ สามารถแบ่งโปรแกรมประเภทนอ้ี อกได้ 3 ประเภท คอื 1. โปรแกรมการวาดเขียน (Paint and Draw Program) 2. โปรแกรมการออกแบบ (Design Program) 3. โปรแกรมแผนภูมิและกราฟ (Chart / Graph) 3. งานกราฟิกแบบ 3 มิติ นอกเหนือจากงานกราฟิก 2 มิติ ยังมีงานกราฟิกอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งปัจจุบันได้มีบทบาทในการ นาเสนอเป็นอย่างมากเนอื่ งจากสามารถนาเสนอได้สวยงาม เร้าความสนใจ ทาให้ผู้ชมเหมือนเข้าไปอยู่ใน เหตุการณ์จริง ๆ ได้ งานกราฟิกชนิดน้ีคือ งานกราฟิกทางด้าน 3 มิติในเบื้องต้นต้องทาความเข้าใจเกี่ยวกับ การออกแบบงานกราฟกิ 3 มิติ เพื่อเป็นแนวทางทจ่ี ะสามารถออกแบบงานกราฟกิ ในด้านนตี้ อ่ ไป การออกแบบวตั ถุ 3 มิติ สามารถสร้างวัตถุ 3 มิติได้ ซึ่งวัตถุบางช้ินอาจเริ่มต้นจากเส้น 2 มิติ หรือวัตถุ 3 มิติ น้ัน จะ ถือว่าเป็นวัตถุท้ังสิ้น ดังนั้นภาพท่ีสร้างข้ึนมาจากโปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ ไม่ใช่เพียงแค่ภาพวาด แต่ สามารถนาภาพนนั้ มาหมนุ หรอื เลอ่ื น เพื่อดสู ่วนตา่ ง ๆ ได้รอบ ๆ วตั ถทุ ส่ี ร้างขน้ึ หลักการของการอ้างอิงตาแหนง่ ของวตั ถุ ระบบแกนโคออร์ดิเนต (Coordinate) ในโปรแกรมสร้างภาพ 3 มิติ จะเป็นระบบคาร์ที เชยี น (Cartesian) ซ่งึ อา้ งอิงจุด 3 จุด ในแนวแกน X, Y และ Z โดยนับจุดตัดกันของท้ัง 3 แกนเป็นจุดเริ่มต้น ของระบบแกนโคออร์ดิเนต จะมีโคออร์ดิเนต (0,0,0) ณ จุดต่าง ๆ ใน 3D Space สามารถอ้างอิงได้ว่าจุดน้ัน ห่างจากแกน x ก่ีหน่วย แกน Y กี่หน่วย แกน Z ก่ีหน่วย ซึ่งระยะห่างจากแกนแต่ละแกนนี้จะ เป็นค่า กาหนดตาแหนง่ ของจุดท่อี ยู่ใน 3D Space ไดท้ ุกตาแหนง่ 4. โปรแกรมกราฟกิ 3 มิติ โปรแกรม 3 มิติ ท่ีมีคุณภาพสูง เพ่ือใช้ในงานออกแบบจริง ๆ ในท้องตลาดมีโปรแกรมประเภทน้ีอยู่ มากมายหลายบริษัทที่ผลิตโปรแกรม 3 มิติออกมา แต่ส่วนใหญ่ท่ีผลิตออกมา มักจะทางานอยู่บน Workstation เช่นใน Silicon Graphics เร่ิมมาผลิตโปรแกรมให้กับ Windows NT ส่วนมากโปรแกรม ลักษณะน้ีต้องการ Graphic Display card คุณภาพสูง จานวน Display RAM ตั้งแต่ 8 MBขึ้นไป และต้อง เป็นการ์ดท่ีใช้ OpenGL ได้ด้วย แต่เท่าที่มีอยู่ในท้องตลาดมีเพียงโปรแกรม 3D Studio MAX ก็ยังสามารถใช้ งานกับ OpenGL ไดด้ ี สาหรบั ในสว่ นต่อไปนีจ้ ะเป็นโปรแกรมที่ใช้งานทางดา้ น 3 มติ ิ

5. ความแตกต่างระหว่างกราฟกิ แบบ Raster และแบบ Vector ตารางเปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งกราฟกิ แบบ Raster และแบบ Vector Raster Vector 1. ลกั ษณะภาพประกอบขึน้ ดว้ ยจดุ ต่างๆ 1. ใช้สมการทางคณิตศาสตร์เป็นตัวสร้างภาพ มากมาย โดยรวมเอา Object (เช่น วงกลม เสน้ ตรง) 2. ภาพมีจำนวนพกิ เซลคงที่จึงตอ้ งการคา่ ความ ตา่ งชนิดมาผสมกนั ละเอียดมากข้นึ เมอ่ื ขยายภาพ โดยจะคานวณ 2. สามารถย่อและขยายขนาดไดม้ ากกวา่ โดยสดั สว่ น คา่ สีทลี ะ pixels ทาให้ภาพแตกเมอ่ื ขยายภาพ และลกั ษณะของภาพยงั เหมอื นเดมิ ความละเอยี ด ให้ใหญ่ ของภาพไมเ่ ปลย่ี นแปลง 3. เหมาะสำหรบั งานกราฟิก ในแบบต้องการ 3. เหมาะสำหรับงานแบบวาง Layout งานพมิ พ์ ให้แสงเงาในรายละเอยี ด ตวั อกั ษรLine Art หรือ Illustration 4. แสดงภาพบนจอทนั ที เมื่อรับคำส่ังยา้ ย 4. คอมพิวเตอร์จะใช้เวลาในการแสดงภาพมากกวา่ ขอ้ มลู จากหน่วยความจาทเ่ี กบ็ ภาพไปยงั เน่ืองจากตอ้ งทาตามคาสง่ั ทมี่ จี านวนมากกวา่ หน่วยความจาของจอภาพ 1. ความหมายของสี (Color) สี (Color) มีมากมายหลายสี จนบางครง้ั จาแทบไมไ่ หว หากจะให้คาจากัดความคาว่า “สี”ในหลักการ ทางวิทยาศาสตร์ สี คือ แสงท่ีส่องมากระทบวัตถุและสะท้อนกลับมาที่ตาเรา ท่ีไหนมีแสงที่นั่นก็จะมองเห็นสี ฉะน้นั อาจกล่าวไดว้ า่ สอี ยรู่ ายรอบตัวเราเทา่ ๆ กบั อากาศทห่ี ายใจ เพราะไม่ว่าจะมองไปทางใด ทุกอย่างมีสีสัน และในโทนสีเดยี วกนั เองกย็ ังมคี วามแตกตา่ งกนั อยา่ งนบั ไมถ่ ว้ น ยกตัวอย่างเช่น สีเขียวของใบไมแ้ ตกตา่ งกับสีเขยี วของตน้ หญ้าอย่างสิ้นเชิง อยา่ วา่ แต่ตน้ ไม้ ตา่ งชนิดกันเลย ในตน้ ไม้ตน้ เดียวกนั ก็มีสีเขียวที่แตกตา่ งกันอยู่แล้ว เช่นเดียวกับจติ รกรทตี่ อ้ งการวาดภาพ ถ้าจะวาดใหไ้ ดด้ ีต้องมคี วามร้ใู นเร่อื งการผสมสี การ สรา้ งภาพใน Photoshop ก็เช่นกนั ความรู้เรอ่ื งสจี งึ เปน็ ส่งิ สาคญั อยา่ งย่ิงสาหรบั คนท่ตี ้องการตกแต่ง ภาพใน Photoshop ในบทน้ีจะกลา่ วถึงความรูเ้ รอื่ งสี ซ่ึงจะออกไปทางทฤษฎีสักหน่อย เพือ่ ใชอ้ า้ งองิ ในบทอ่ืน ๆ Mode ของสีใน Photoshop จะแบง่ ออกเป็น 3 กลมุ่ คือ กลมุ่ ที่ 1 Mode ที่อา้ งองิ ตาม Model 1. RGB Mode ใชห้ ลกั การของ RGB Model โดยมกี ารกาหนดคา่ ความเขม้ ขน้ ของสแี ดง เขียว และนา้ เงินที่รวมกันในแตล่ ะพิกเซล เป็นคา่ ตง้ั แต่ 0 - 255 ตวั อย่างเชน่ สี Bright Red เกิดจาก R (สแี ดง) ที่ 246 และ G (สเี ขียว) ที่ 20 และ B (สนี า้ เงนิ ) ท่ี 50 ภาพที่เกิดจาก RGB Mode จะมถี งึ 16.7 ล้านสี

2. CMYK Mode ใช้หลักการของ CMYK Model โดยมกี ารกาหนดคา่ สโี ดยใชเ้ ปน็ เปอรเ์ ซน็ ต์ ความเขม้ ข้นของสแี ต่ละสีมาผสมกันเชน่ สี Bright Red เกิดจาก C 2 % M 93 % Y 90% และ K 0% หรือสีขาวเกิดจาก C M Y และ K อยา่ งละ 0% 3. LAB Mode ใชห้ ลกั การเดยี วกบั LAB Model เกดิ จากการผสมกันของ 3 องคป์ ระกอบคือ Lightness Component หรือ Luminance A Component (green-red) B Component (blue - yellow) กลุ่มที่ 2 Mode ทีถ่ ูกกาหนดขึ้นพเิ ศษ เรยี กวา่ Specialized Mode 4. Bitmap mode ประกอบด้วยคา่ สเี พยี ง 2 สี คือ สีขาว และสดี า ใชพ้ น้ื ทใ่ี นการเก็บข้อมลู เพียง 1 บิต งานทเี่ หมาะสาหรบั Bitmap คอื งานประเภทลายเสน้ ต่าง ๆ เช่น เครื่องหมาย และโลโก้ 5. Gray Scale mode ประกอบดว้ ยสีทง้ั หมด 256 สี โดยไล่สจี ากสีขาว สเี ทาไปเร่อื ย จนท้าย สดุ คือสีดา ใชพ้ ื้นที่ในการเกบ็ ข้อมลู 8 บิต 6. Duotone mode เป็นโหมดที่เกดิ จากการใช้ Channel สีเพียงบาง Channel เทา่ นนั้ 7. Indexed Color mode สีทั้งหมดมถี งึ 16.7 ล้านสี แตใ่ นภาพบางภาพท่ีใช้ ไมไ่ ด้ ใชส้ ีถึง 16.7 ล้านสี และจาเป็นต้องประหยัดเน้ือที่ในการเก็บข้อมูลของภาพ เพ่ือให้ภาพสามารถโหลดขึ้นมา ใช้งาน ได้รวดเรว็ เชน่ ภาพทต่ี ้องใช้งานกับ Internet ใน Photoshop จึงมีการคานวณเลอื กเฉพาะสที ่ี ใช้และสรา้ งเปน็ โหมดสขี ้นึ มาใหมเ่ พียง 256 สี เรยี กโหมดสีทีส่ รา้ งขน้ึ ใหม่ว่า Indexed Color mode 8. Multichannel mode เปน็ โหมดสที ่ีถูกแสดงด้วย Channel ตัง้ แต่ 2 ขนึ้ ไป แยก Channel ได้ หลาย Channel เปน็ โหมดสีทใ่ี ช้ประโยชน์มากสาหรบั งานพิมพ์ กลมุ่ ที่ 3 Mode Layer Blending mode เป็นโหมดพเิ ศษทีใ่ ช้เฉพาะใน Option Palette เพอ่ื เป็นตวั กาหนดวา่ พกิ เซลแตล่ ะพกิ เซลจะ มกี ารเปล่ยี นแปลงอยา่ ง ๆ เมื่อมีการปรบั เปล่ยี นใหแ้ สดงผลใน Blending mode ตา่ ง ๆ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook