Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore 5 การพูดดในงานอาชีพ

5 การพูดดในงานอาชีพ

Description: 5 การพูดดในงานอาชีพ

Search

Read the Text Version

การพูดเปน็ การสื่อสารทีม่ ีบทบาทท้ังในชวี ติ ประจาวนั และในงานอาชีพทุกอาชีพจาเปน็ ต้องสอื่ สารด้วยการพูด เพราะเป็นวธิ กี ารสอ่ื สารทงี่ า่ ย สะดวก รวดเร็วท่ีสุด การศึกษา เกยี่ วกับวิธีการพูดในรปู แบบทเี่ กี่ยวขอ้ งกับงานอาชีพจงึ เปน็ เรอ่ื งจาเป็น

หวั ขอ้ เร่อื ง

๑ ความหมายและความสาคญั ของการพูดในงานอาชีพ การพดู ในงานอาชีพ คือ การพดู ทีเ่ กี่ยวข้องกับงานอาชีพที่ปฏบิ ตั ิ เพ่อื ให้เกดิ ผลสมั ฤทธิ์ตามจุดมงุ่ หมายท้ังแบบเป็นทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ เชน่ การ สนทนา เจรจากจิ ธุระ การสัมภาษณ์ การพดู เชิญชวนการโฆษณาสินคา้ และบรกิ าร การพูดรายงานผล การปฏบิ ตั ิงาน การพูดสาธิต ๒ การสนทนา การสนทนา เป็นการพูดท่ีเราใช้มากท่ีสุดในชีวิตประจาวัน การสนทนาท่ีดีนอกจากจะสร้างและกระชับความสัมพันธ์กับ บุคคลอื่นแล้วยังมีส่วนช่วยให้งานอาชีพประสบความสาเร็จได้ เปน็ อย่างดี

๒.๑ ลกั ษณะของการสนทนาที่ดี การสนทนาทดี่ ีควรมีลักษณะดังนี้ ๒.๑.๑ เป็นเรื่องท่มี ีประโยชนแ์ ก่ทุกฝ่าย การหมั่นศึกษาหาความรรู้ อบตัวยอ่ มทาใหส้ ามารถเลือกเร่อื งที่มีสารประโยชน์ มาสนทนาไดอ้ ยา่ งหลากหลาย โดยไม่ทาใหค้ สู่ นทนาเบอ่ื หนา่ ย ๒.๑.๒ เปน็ เรื่องท่คี สู่ นทนามคี วามสนใจรว่ มกัน ซงึ่ จะทาให้การสนทนามีรสชาตแิ ละเป็นการสร้างความสมั พันธ์ทด่ี ี ๒.๑.๓ ผู้รว่ มวงสนทนามีโอกาสได้พดู โดยทัว่ ถึง ทาให้ทกุ คนมคี วามสนใจร่วมกัน

๒.๑.๔ กอ่ ให้เกิดความเข้าใจอันดีตอ่ กัน ผู้สนทนาควรจะยอมรับฟังความคิดเห็นของคู่สนทนา ไม่ยึดมั่นแต่ความคิดเห็นของ ตน ความเขา้ ใจอันดจี ึงจะเกดิ ขนึ้ ๒.๑.๕ ถกู ต้องเหมาะสมกบั กาลเทศะและบุคคล การสนทนาท่ีดตี ้องเหมาะสมกับโอกาส สถานการณ์และบุคคลทีร่ ว่ ม สนทนา เชน่ การสนทนากับเพื่อนรว่ มงาน สนทนากบั หวั หนา้ งาน สนทนา กับลกู คา้ ฯลฯ ในโอกาสตา่ งกัน เช่น การประชมุ งานสังสรรค์ การเสนอ ผลงาน ฯลฯ ยอ่ มมรี ปู แบบและวธิ กี ารใช้ภาษาทแ่ี ตกต่างกัน

๒.๒ ประโยชน์ของการสนทนาที่ดี การสนทนาท่ีดีนอกจากจะเป็นการสร้างและกระชับความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแล้ว ยงั มปี ระโยชนต์ อ่ งานอาชพี ดงั นี้ ๒.๒.๑ เปน็ เรือ่ งท่มี ีประโยชน์แก่ทุกฝ่าย การหม่นั ศึกษาหาความรรู้ อบตวั ย่อมทาใหส้ ามารถเลอื กเรือ่ งท่มี ีสารประโยชน์ มาสนทนาไดอ้ ย่างหลากหลาย โดยไมท่ าให้คู่สนทนาเบอ่ื หนา่ ย ๒.๒.๒ เปน็ การฝกึ ฝนสตปิ ญั ญา การสนทนาทีด่ ีนน้ั เราตอ้ งใช้ความคิดอยา่ งรวดเร็วตลอดเวลา เพื่อจับใจความและ โต้ตอบ จงึ เป็นการฝึกปญั ญาใหแ้ หลมคม มไี หวพรบิ ปฏภิ าณเพมิ่ ขึน้

๒.๒.๓ ช่วยส่งเสริมให้ประสบความสาเร็จในงานอาชพี ซงึ่ ตอ้ งอาศยั ความสามารถในการสนทนาอย่างมาก ๒.๒.๔ เป็นเคร่ืองนาทางไปส่กู ารได้ประโยชน์โดยไม่คาดหมาย การสนทนาที่ดีอาจทาให้เราได้รับประโยชน์โดยมิได้คาดหมายมาก่อน เชน่ ไดช้ อ่ งทางในการทางาน ได้ทราบข้อเทจ็ จริงทน่ี าไปใช้ประโยชน์แก่อาชีพ มองเห็นลู่ทางในการแก้ปญั หาของตนจากการชแี้ นะของค่สู นทนา เป็นต้น

๒.๓ ข้อควรคานึงในการสนทนา การสนทนาท่ีดีนอกจากจะเป็นการสร้างและกระชบั ความสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั แลว้ ยงั มีประโยชนต์ ่องานอาชีพดงั น้ี ๒.๓.๑ ยมิ้ แย้มแจ่มใส ท่าทางเป็นมิตร เป็นกนั เอง สุภาพท้งั คาพดู และกิริยาท่าทาง ๒.๓.๒ ไม่พดู ทบั ถม คุยโวโออ้ วด หรือยกตนข่มท่าน ไม่พดู ขดั คอ หรือขดั จงั หวะอยา่ งเสียมารยาท ๒.๓.๓ ต้งั ใจฟังคู่สนทนาและซักถามอย่างเหมาะสม ไม่ผกู ขาดการพดู เพยี งคนเดียวต้งั แต่ตน้ จนจบ ๒.๓.๔ เลือกคุยเรื่องทคี่ ู่สนทนาพอใจ สงั เกตปฏิกิริยาของคู่สนทนาวา่ พอใจในเร่ืองท่ีกาลงั พดู อยู่ หรือเขา้ ใจเร่ืองที่เราพดู หรือไม่ และไม่ควรซกั ถามเซา้ ซ้ีกวนใจ

๒.๓.๕ เปน็ ผ้ฟู งั ทด่ี ี ยอมรับฟงั ความคดิ เหน็ ของคสู่ นทนา เปดิ โอกาสให้คู่สนทนาแสดงความคิดเห็นมากที่สุด ไมห่ ัวเราะเยาะ หรือแสดงความขบขันเมอื่ ค่สู นทนาพูดผดิ ๒.๓.๖ พดู คุยในเรือ่ งท่คี วรพดู พูดถงึ คนอน่ื ในแงด่ ี ไม่คุยเรอื่ งส่วนตวั ของตนเองตลอดเวลา ขณะเดียวกนั กไ็ มถ่ าม เร่ืองส่วนตัวของคสู่ นทนาหากไม่สนิทกันมากพอ เพราะเป็นการเสียมารยาท ๒.๓.๗ หากมีความคิดเห็นขดั แย้งกบั คู่สนทนา ควรขัดแยง้ อยา่ งสุภาพละมนุ ละม่อม โดยใชเ้ หตุผลเพอ่ื รักษามติ รภาพ เช่น

๒.๓.๘ หากต้องการปลีกตวั จากการสนทนา ควรหาเหตผุ ลที่เหมาะสม และแสดงใหค้ ู่สนทนารู้วา่ อยากคยุ ด้วยในโอกาสตอ่ ไป เช่น

๒.๔ การแนะนาคู่สนทนา การแนะนาตัวในการสนทนาถ้าไมร่ ้จู กั กนั มากอ่ น อาจมีคนกลางแนะนา หรือแนะนาตัวเองก็ไดโ้ ดยมีหลกั ดังนี้ ๒.๔.๑ การแนะนาตัวเอง บอกช่ือ อาชพี เพอ่ื ใหอ้ กี ฝ่ายหนงึ่ รู้จกั เรา และเขาจะไดแ้ นะนาตวั เองบ้าง เชน่

๒.๔.๒ ถา้ เปน็ ผู้อาวโุ สและผู้อ่อนอาวุโส ใหแ้ นะนาผอู้ ่อนอาวุโสรูจ้ กั กับผู้อาวโุ ส เชน่ ๒.๔.๓ ถ้าเป็นสภุ าพสตรกี บั สภุ าพบุรษุ แนะนาสุภาพบุรุษให้รู้จักสุภาพสตรี หากน่ังอยู่สุภาพสตรีไม่ต้องลุกข้ึนยืน แตส่ ภุ าพบุรุษควรจะยืนขึ้นหากมผี ้แู นะนาใหร้ จู้ กั กับสภุ าพสตรี เช่น

๓ การเจรจากจิ ธุระ ในการติดต่อธุรกิจการงานต่าง ๆ บางคร้ังอาจต้องมีการพบปะเพื่อเจรจากับบุคคลที่ อยู่ในแวดวงอาชีพเดียวกันหรือต่างอาชีพเพื่อผลประโยชน์หรือเพ่ือความสาเร็จของการ ปฏิบัติงาน การเจรจากิจธุระเป็นการพูดที่เป็นการเป็นงานกว่าการสนทนา การเจรจากิจ ธุระมขี อ้ ควรปฏิบตั ดิ งั น้ี ๓.๑ นัดหมายเวลาและสถานทใ่ี หแ้ น่นอน ถ้ามกี ารเปลยี่ นแปลงหรือจะยกเลิกการนัดหมายต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า พร้อม ทงั้ ขออภัยอกี ฝา่ ยหนึ่งด้วย ๓.๒ กาหนดจดุ ประสงค์ หรอื เป้าหมายให้ชดั เจน พูดตรงประเดน็ ไม่อ้อมคอ้ มในการเจรจา ๓.๓ มที ่าทีเป็นมติ ร หน้าตาย้มิ แยม้ แสดงอธั ยาศยั ไมตรแี ละความจริงใจ

๓.๔ ไมเ่ อาแต่ประโยชนต์ น หากเป็นการขอความช่วยเหลือควรอยู่บนพ้ืนฐานของความเป็นไปได้และไม่สร้าง ความลาบากใหอ้ ีกฝา่ ย หากเปน็ ขอ้ ตกลงควรทาใหเ้ กิดความพอใจท้ังสองฝ่าย ๓.๕ เปดิ โอกาสให้คู่เจรจาแสดงความคิด แสดงเหตุผลอย่างเสรไี ม่ว่าจะเห็นด้วยหรอื ไม่กต็ าม ๓.๖ ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของคสู่ นทนาดว้ ยใจทีเ่ ปน็ กลาง ถ้าโตแ้ ย้งควรใชเ้ หตุผลเป็นทต่ี งั้ อย่าใชแ้ ตอ่ ารมณ์ ท่ีสาคญั ไมใ่ ชถ้ อ้ ยคารุนแรง ห้วนกระดา้ งอันจะทาใหเ้ สยี ไมตรี เพราะแม้วา่ การเจรจาคร้ังนอี้ าจไมป่ ระสบ ความสาเร็จแต่ยงั มโี อกาสครง้ั ตอ่ ไป

๔ การสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์มีลักษณะเป็นการสนทนาซักถามอย่างมีจุดมุ่งหมายเฉพาะประการใด ประการหนง่ึ ระหวา่ งบุคคลสองฝา่ ยเพ่อื นาข้อมูลความรู้ท่ไี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์ในการเผยแพร่ แก่วงการศึกษาวงสังคมต่าง ๆ หรือเพ่ือผลทางธุรกิจ ผู้เข้ารับการสัมภาษณ์ต้องเตรียม ความพรอ้ มในด้านบคุ ลกิ ภาพและความรู้ใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ ๔.๑ ความหมาย การสัมภาษณ์ คือการสนทนาระหวา่ งบคุ คลสองฝ่าย โดยคูส่ นทนาฝ่ายหนึง่ คอื “ผ้สู มั ภาษณ”์ ขอให้คู่สนทนาอกี ฝา่ ยหนึ่งคอื “ผใู้ ห้สัมภาษณ”์ ตอบคาถาม หรือแสดง ความคิดเหน็ ในเร่ืองใดเรอ่ื งหนงึ่ ตามวตั ถุประสงคห์ รอื เค้าโครงเรอ่ื งที่วางไว้

๔.๒ ข้อแตกตา่ งระหวา่ งการสมั ภาษณก์ ับการสนทนาท่วั ไป การแนะนาตวั ในการสนทนาถา้ ไม่รจู้ ักกนั มากอ่ น อาจมคี นกลางแนะนา หรือแนะนาตัวเองก็ไดโ้ ดยมหี ลกั ดงั น้ี ๔.๒.๑ การสมั ภาษณ์ต้องมกี ารเตรยี มตัวล่วงหนา้ ในเรอื่ งตา่ ง ๆ เช่น การนัดหมายผูใ้ หส้ ัมภาษณ์ กาหนดวัน เวลา และสถานท่ี การตง้ั คาถาม ฯลฯ ๔.๒.๒ มกี ารตั้งจุดมุ่งหมายและวางเค้าโครงเร่ืองไวแ้ น่นอน ส่วนการสนทนาอาจขนึ้ อยกู่ ับสถานการณ์และความสนใจร่วมกัน ๔.๒.๓ ผลที่ได้จากการสัมภาษณ์ อาจนาไปใช้อ้างอิง ใชเ้ พอื่ ประโยชนใ์ นการศกึ ษา หรอื เปิดเผยตอ่ สาธารณชน หากมใิ ช่เร่ืองที่เปน็ ความลบั สว่ นตวั หรอื อาจกอ่ ใหเ้ กิดผลเสยี หายต่อผ้ใู หส้ ัมภาษณ์

๔.๓ ประเภทของการสัมภาษณ์ การสมั ภาษณ์แบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท คือ ๔.๓.๑ การสมั ภาษณ์แบบเปน็ พิธีการ (Formal Interview) คือ การสัมภาษณ์ท่ีมีการกาหนดหัวข้อคาถาม กาหนดวัตถุประสงค์ กาหนดสถานที่ ตลอดจนมกี ารนัดหมายลว่ งหนา้ ๔.๓.๒ การสัมภาษณแ์ บบไมเ่ ป็นพธิ กี าร (Informal Interview) คือ การสัมภาษณ์ท่ีเป็นกันเองหรือเป็นการส่วนตัว ไม่ต้องเตรียมตัวมาก เพยี งแต่เตรียมจุดประสงค์ของการสมั ภาษณ์และคาถามไวล้ ว่ งหนา้



๔.๔ การสมั ภาษณ์เพ่อื สมัครเข้าทางาน ในการคัดเลอื กบคุ คลเข้าทางาน นอกจากสอบข้อเขยี นจะมกี ารสอบสมั ภาษณ์ เพื่อดบู คุ ลิกภาพปฏภิ าณไหวพรบิ และอปุ นสิ ัยของผู้สมัครด้วย ดังนั้นควรเตรียมตัวในการ สอบสมั ภาษณด์ งั น้ี ๔.๔.๑ กอ่ นสมั ภาษณ์ ควรเตรยี มตัวและเรยี นรู้มารยาททพี่ งึ ปฏบิ ัติ ไดแ้ ก่

๔.๔.๒ ขณะสัมภาษณ์ ควรปฏิบตั ดิ ังนี้ ตอบคาถามให้ตรงประเด็น ได้ใจความกระชบั ชัดเจน



๕ การพดู เชิญชวน การพูดเชิญชวนมักจะบอกจุดประสงคอ์ ยา่ งชดั เจนและชีใ้ หเ้ หน็ ประโยชน์รวมท้ังวิธปี ฏบิ ัติ ด้วย เช่น การพูดเชิญชวนให้ร่วมมือกันพัฒนาองค์กรหรือหน่วยงาน การชักชวนให้ร่วม ทาบุญ การชักชวนใหร้ ว่ มบริจาคอวัยวะ การขอบรจิ าคทรพั ยส์ นิ เพ่ือสาธารณกุศลตา่ ง ๆ ๕.๑ จดุ ม่งุ หมายของการพูดเชิญชวน ๕.๑.๑ เพ่อื ให้ผฟู้ งั เกดิ ความเชอื่ ถอื เชน่ การโนม้ นา้ วใจให้ผฟู้ ังเกดิ ความเลือ่ มใสศรทั ธาในศาสนา การพูดโฆษณาสินค้า เปน็ ต้น ๕.๑.๒ เพอื่ เร้าใจหรือสรา้ งความประทับใจแกผ่ ู้ฟัง เช่น การพูดปลุกใจให้เกิดความรักชาติ การพูดให้เกิดความประทับใจในวีรกรรมของผู้สร้าง คุณประโยชนใ์ ห้แกป่ ระเทศชาติ ฯลฯ ๕.๑.๓ เพอ่ื ให้ผ้ฟู ังกระทาการอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ตามทีผ่ ้พู ูดต้องการ เช่น การโฆษณาชกั ชวนให้คนไปเลือกตง้ั การพดู โนม้ นา้ วใจให้ช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน ฯลฯ

๕.๒ หลักการพูดเชิญชวน ๕.๒.๑ ใชภ้ าษาง่าย ๆ ไม่ต้องแปล เช่น ๕.๒.๒ ถ้าเปน็ คาเชิญชวนสนั้ ๆ ควรมีสัมผัสคล้องจองกัน เพ่ือใหจ้ ดจาไดง้ า่ ย เชน่ ๕.๒.๓ ผพู้ ดู จะต้องใช้ถอ้ ยคาสานวน ตลอดจนน้าเสยี งที่เรา้ ใจ เร้าอารมณผ์ ฟู้ งั ๕.๒.๔ ขอความร่วมมือโดยอา้ งเหตุผลหรอื ชใ้ี ห้เหน็ ประเด็นสาคัญของเรื่องน้นั เชน่

๕.๓ กลวิธใี นการพูดเชิญชวน ๕.๓.๑ การแสดงให้เห็นถึงความนา่ เชอ่ื ถอื ของผพู้ ดู ผ้พู ูดที่มีความรู้จรงิ ย่อมสามารถช้ีแจงขอ้ มลู ไดล้ ะเอียดและถกู ตอ้ ง ความมีคณุ ธรรม อาจใชว้ ธิ เี ล่าประสบการณต์ ่าง ๆ สอดแทรกไปในเนื้อหาของสาร ๕.๓.๒ การแสดงให้ประจักษต์ ามกระบวนการของเหตุผล การโนม้ น้าวใจท่มี เี หตผุ ลหนกั แนน่ เปน็ ข้อเทจ็ จรงิ นา่ เช่ือถอื ย่อมจะทาให้ผฟู้ งั คลอ้ ยตามไดง้ า่ ย ๕.๓.๓ การแสดงถงึ ความรู้สึกหรอื อารมณร์ ่วม บคุ คลที่มีอารมณร์ ว่ มกนั ย่อมคลอ้ ยตามกันไดง้ ่ายกว่าบคุ คลที่มคี วามร้สู กึ อคตติ ่อกัน ผพู้ ดู ทีม่ อี ารมณร์ ว่ มกบั ผู้ฟงั จะทาใหผ้ ้ฟู งั คลอ้ ยตามได้งา่ ย

๕.๓.๔ การแสดงใหเ้ หน็ ถึงทางเลือกทงั้ ด้านดีและเสีย เป็นการให้โอกาสผู้ฟงั ได้ใช้วจิ ารณญาณของตนเอง โดยพยายามชีใ้ ห้เหน็ ด้านดีของทาง ทชี่ แี้ นะมากกวา่ ด้านเสีย ๕.๓.๕ การสรา้ งความเปน็ กนั เองแกผ่ ้รู บั ฟงั การเปลยี่ นบรรยากาศใหผ้ ่อนคลายด้วยอารมณข์ นั ใหเ้ กิดความสนุกสนาน เพลดิ เพลนิ อาจทาใหผ้ ู้รับสารเปลย่ี นความรู้สกึ จากการตอ่ ตา้ นมาเป็นความรูส้ กึ กลาง ๆ พร้อมทีจ่ ะคล้อย ตามได้ ๕.๓.๖ การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า ถ้าคนเกดิ อารมณแ์ รงกลา้ จะขาดเหตุผล ขาดความพินิจพิจารณาอยา่ งถ่ีถ้วน อาจคลอ้ ย ตามผูโ้ นม้ น้าวใจไดโ้ ดยงา่ ย เชน่ หลงั จากฟังการเชญิ ชวนใหร้ ่วมบรจิ าคแล้ว ผฟู้ งั ก็ตดั สนิ ใจว่า “จะบรจิ าค”









๗ การพดู รายงานผลการปฏบิ ตั ิงาน การปฏิบัติงานในหน่วยงานทั้งภาครัฐบาลและเอกชน จาเป็นต้องมีการ ประเมินผลงาน หรือติดตามความเคล่ือนไหวคืบหน้าของงานน้ัน ในฐานะ ผู้ปฏิบัติงานนอกจากทางานให้บรรลุเป้าหมายแล้วยังต้องรู้หลักการและ วธิ ีการพดู เพ่ือรายงานผลการปฏิบัติงานด้วย การรายงานผลการปฏิบัติงาน เป็นการพูดเพื่อนาเสนอข้อมูลต่าง ๆ เก่ียวกับงานท่ีตนได้ปฏิบัติหรือรับผิดชอบอยู่ให้ผู้เก่ียวข้องได้ทราบ ขอ้ เท็จจริง เพื่อประโยชน์ในการปฏิบตั ิงาน หรอื ประกอบการตดั สินใจอยา่ ง ใดอย่างหนึ่ง ผู้รายงานควรจัดทารายงานเป็นลายลักษณ์อักษร หรือใช้ส่ือ ประกอบการพดู ดว้ ยจึงจะทาใหก้ ารรายงานนั้นนา่ เชื่อถือยง่ิ ขึ้น



๘ การพดู สาธิต การพูดสาธิต เป็นการพูดวิธีหน่ึงที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น ใช้ในการแนะนาสินค้า แนะนาการใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือ เคร่ืองใช้ต่าง ๆ ซึ่งผู้พูดจาเป็นต้องมีความรู้ และมี การฝึกฝนใหเ้ กดิ ความชานาญจงึ จะประสบความสาเรจ็ ในงานอาชพี ๘.๑ ความหมายของการพูดแบบสาธิต การพูดแบบสาธิต หมายถึง การพูดอธิบายเพ่ือให้ความรู้ หรือบอกเล่าข้อเท็จจริง โดยใช้อุปกรณ์ประกอบ ผู้สาธิตจะพูดพร้อมกับการปฏิบัติ ทดลอง หรือแสดงให้ชมด้วย โดยจะแสดงวธิ กี ารใช้เครื่องมอื หรอื อปุ กรณอ์ ยา่ งชา้ ๆ เพอื่ ใหเ้ ห็นขนั้ ตอนจนกระทงั่ ผู้ฟัง เขา้ ใจ จากน้นั จึงเปดิ โอกาสให้ผูฟ้ ังทดลองปฏิบตั ิ ภาษาท่ีใชใ้ นการพดู สาธติ มักเปน็ แบบบรรยายโวหาร การพูดลักษณะนจ้ี ะประสบความสาเร็จได้ ผพู้ ูด ตอ้ งมีการเตรียมการล่วงหนา้ ท้งั เรื่องที่พูดและอปุ กรณท์ ่จี ะนามาสาธติ โดยมี การฝึกซอ้ มการพดู และการใชเ้ ครอ่ื งมอื เป็นอย่างดี

๘.๒ จุดม่งุ หมายของการพูดสาธติ ๘.๒.๑ เปน็ การดึงดูดความสนใจของผฟู้ งั การพดู พรอ้ มท้งั ปฏิบัตไิ ปด้วยเป็นวิธกี ารนาเสนอ ทาให้ผูฟ้ งั สนใจมากกว่า การพูดอธบิ ายเพยี งอยา่ งเดียว ๘.๒.๒ ชว่ ยให้ผู้ฟงั เข้าใจขน้ั ตอนการปฏิบัติในเร่อื งนนั้ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง รวดเร็ว การท่ผี ฟู้ ังเห็นขั้นตอนอยา่ งชดั เจน ตลอดจนอาจได้ทดลองปฏบิ ตั ิดว้ ย ตนเอง ย่อมทาให้เกดิ ความเขา้ ใจมากข้ึน ๘.๒.๓ ชว่ ยประหยัดเวลา เมอ่ื จะต้องอธบิ ายสง่ิ ใดทม่ี กี ารลาดับข้นั ตอน หรอื อธิบายเรือ่ งที่ละเอียด ซบั ซ้อน การสาธิตทาให้ทนุ่ เวลาในการอธิบาย

๘.๓ การเตรียมตวั การพูดแบบสาธิตต้องพูดโดยใช้บรรยายโวหาร และมุ่งที่จะให้ความรู้ แนวปฏิบัติแก่ผู้ฟัง จึงต้องมีการเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นอย่างดี โดย แบง่ เป็น ๓ ข้ันตอนด้วยกนั คือ ๘.๓.๑ การเตรยี มตัวของผู้สาธิต มีขอ้ พึงปฏบิ ตั ดิ งั นี้ ควรเตรียมตัวและเรยี นรมู้ ารยาทท่ีพึงปฏบิ ตั ิ ได้แก่ ๑. ศึกษาคน้ คว้ารายละเอยี ดของเรื่องที่จะสาธติ ๒. ศกึ ษาวิธีใชอ้ ุปกรณ์ ๓. แต่งกายและปฏบิ ตั ิตนใหเ้ หมาะสมกับเรือ่ งท่จี ะสาธิต ๔. ใชภ้ าษาง่าย กระชับ รัดกมุ ชัดเจน ถูกตอ้ ง ๕” มีความม่นั ใจในตนเอง

๘.๓.๒ การเตรยี มเร่ืองที่จะสาธิต มขี ้อแนะนาดังน้ี ๑. กาหนดจดุ มงุ่ หมายและขอบเขตของเรอ่ื งใหช้ ัดเจน เพอื่ จะได้วางโครงเร่ือง ในการพูดได้ตรงประเด็น ๒. เรยี งลาดบั เนอื้ หาและขัน้ ตอนให้ต่อเนอ่ื งกนั อย่างเหมาะสม จดั ทาโครงเรื่อง ในการพดู สาธิตตามลาดบั ๓. รวบรวมเน้อื หาข้อมลู ทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับเร่อื งทจ่ี ะสาธิต ผสู้ าธิตต้องมคี วามรู้ ความเขา้ ใจในเร่ืองทพี่ ูดเป็นอย่างดี ตอบคาถามไดช้ ัดเจน

๘.๓.๓ การเตรยี มอปุ กรณท์ ี่จะสาธิต สง่ิ สาคัญสาหรบั การสาธิต คอื เครื่องมอื หรอื อุปกรณ์ทใ่ี ช้ประกอบ เพอื่ ให้มองเหน็ และเข้าใจได้อย่างแจม่ แจง้ การเตรียมอปุ กรณ์ท่ี จะสาธิตมขี ้อแนะนาดงั นี้ ๑. เลอื กอุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั เร่อื งและจานวนผู้ฟัง จัดเตรียมอปุ กรณใ์ ห้ เพยี งพอทผี่ ้ฟู งั จะเห็นได้อยา่ งทวั่ ถึง ๒. จดั วางอปุ กรณ์ในตาแหนง่ ทจ่ี ะนามาใชอ้ ย่างสะดวก ซักซ้อมข้ันตอนการใช้ อุปกรณ์ประกอบการพูดให้คล่องแคลว่ ๓. ตรวจสอบอปุ กรณท์ ี่จะนามาใช้ให้อยู่ในสภาพทด่ี ี กอ่ นพดู ทุกคร้ังตอ้ ง ทดลองใช้งานให้มน่ั ใจ ๔ ทดลองใชอ้ ปุ กรณท์ ่จี ะสาธติ ให้เกิดความชานาญ โดยเฉพาะหากเปน็ อุปกรณ์ ทม่ี ีความซบั ซ้อน

๘.๔ เทคนิคการพูดสาธติ ใหป้ ระสบความสาเรจ็ การพดู สาธิตจะประสบความสาเร็จไดน้ น้ั ผูพ้ ูดต้องคานึงถงึ องค์ประกอบดังน้ี ๘.๔.๑ เนอ้ื หา ผ้พู ดู ต้องมคี วามรูใ้ นเร่ืองทจ่ี ะสาธิตเป็นอย่างดี กลา่ วคือ รูด้ ี รจู้ รงิ ในเรื่องที่พูด ตอบคาถามและแกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ ได้ ๘.๔.๒ วัตถปุ ระสงค์ การพดู ทกุ ครงั้ กาหนดวัตถปุ ระสงคใ์ นการพดู ใหช้ ัดเจน เช่น เพื่อให้เกดิ ความเขา้ ใจ เชญิ ชวนให้ปฏิบตั ิ หรอื ขายสินค้า ๘.๔.๓ การเรยี งลาดับ ผพู้ ดู ต้องวางลาดบั ขน้ั ตอนการอธบิ าย และพดู ไปตามลาดบั ขน้ั ทไ่ี ด้วางไว้ ๘.๔.๔ บุคลกิ ภาพ ผพู้ ูดตอ้ งมีบคุ ลิกภาพท่ีดี ย้ิมแย้มแจ่มใส แสดงความเป็นมิตร ควบคมุ อารมณไ์ ด้เป็นอย่างดี ๘.๔.๕ การใช้ภาษา เลือกใช้ถ้อยคาให้เหมาะสมกับผู้ฟัง หลีกเล่ียงศัพท์ยากและศัพท์วิชาการ ใช้ภาษาที่ สือ่ สารไดช้ ดั เจน กระชบั ไดใ้ จความ ไม่พดู จาเย่นิ เยอ้ หรือห้วนกระดา้ ง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook