การใชภ้ าษาไทยเชิงวชิ าชีพจาเป็นตอ้ งมีความรู้เร่ืองหลกั การใชภ้ าษาไทย ท่ีถูกตอ้ ง เนื่องจากภาษาเป็นเคร่ืองมือสื่อสารในวิชาชีพ ดงั น้นั เพื่อใหส้ ามารถ ใชเ้ คร่ืองมือท่ีเรียกวา่ ภาษา ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ผใู้ ชจ้ าเป็นตอ้ งมีความรู้ความ เขา้ ใจ ลกั ษณะภาษาไทย ประเภทของภาษา ระดบั ภาษาท่ีใชใ้ นการสื่อสาร ภาษาถ่ิน และการอ่านเครื่องหมายต่างๆ เพื่อใหส้ ามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม กบั กาลเทศะ บุคคลและสถานการณ์
๑ ลกั ษณะภาษาไทย ๑.๑ ภาษาไทยเป็ นภาษาเรียงคา ภาษาไทยเป็นภาษาท่ีมีลกั ษณะเป็น ลกั ษณะที่สาคญั ของภาษาไทยไดแ้ ก่ ๑.๑ ภาษาไทยเป็นภาษาเรียงคา การเรียงคาในภาษาไทยมีความสาคญั ถา้ ตาแหน่งของคา เช่น เปลี่ยน ความหมายกจ็ ะเปลี่ยนไปดว้ ย เช่น ๑.๒ ภาษาไทยเป็นภาษาวรรณยกุ ต์ เช่น คาในภาษาไทยจะมีเสียงสูง-ต่าต่างกนั ซ่ึงเรียกวา่ เสียง วรรณยกุ ต์ และระดบั เสียงท่ีต่างกนั น้ี ทาใหค้ วามหมายของคา ต่างกนั ดว้ ย ๑.๓ ภาษาไทยเป็นภาษาที่มรลกั ษณะนาม ภาษาไทยเป็นภาษาที่มีลกั ษณะพเิ ศษ คือ มีคาท่ีบอก ลกั ษณะของคานามขา้ งหนา้ โดยปกติ ลกั ษณะนางจะใช้ ตามหลงั จานวนนบั
๑ ลกั ษณะภาษาไทย ๑.๑ ภาษาไทยเป็ นภาษาเรียงคา (ต่อ) ภาษาไทยเป็นภาษาท่ีมีลกั ษณะเป็น ลกั ษณะท่ีสาคญั ของภาษาไทยไดแ้ ก่ ๑.๔ ภาษาไทยเป็ นภาษาท่มี รี ะดบั เช่น ถอ้ ยคาในภาษาไทยมีหลายระดบั ในการติดต่อส่ือสารจาเป็นตอ้ งใชใ้ ห้ เหมาะแก่กาลเทศะ บุคคลและโอกาส เพื่อการส่ือสารสมั ฤทธ์ิผล
๒ ประเภทของภาษา ภาษา เป็นส่ือของการคิดและการติดต่อสื่อสาร เป็นสญั ลกั ษณ์ท่ีใชใ้ นการสื่อสาร ท้งั การถ่ายทอด ความรู้ ความคิด ความรู้สึก ภาษาแบ่ง เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ไดแ้ ก่วจั นภาษา และอวจั นภาษา ๑. วจั นภาษา คือภาษาท่ีใชถ้ อ้ ยคาโดยใชเ้ สียงส่ือความหมาย (ภาษาพดู ) และใชต้ วั อกั ษรสื่อความหมาย (ภาษาเขียน) ข้อควรระวงั ในการใช้วจั นภาษา ๑. ออกเสียงคาควบกล้าใหถ้ ูตอ้ ง ชดั เจน ๖. ใชภ้ าษากะทดั รัด ไม่ใชค้ าฟ่ ุมเฟื อย ๒. เวน้ วรรคตอนใหถ้ ูกตอ้ ง ๗. มีศลิ ปะในการใชภ้ าษาเลือกใชถ้ อ้ ยคาไดเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ ๓. ใชภ้ าษาสุภาพไม่ใชค้ าขยะ คาซ้าต่างๆ ๘. ใชส้ านวนโวหารไดถ้ ูกตอ้ ง ๔. ใชภ้ าษาชดั เจนตรงตามความหมายท่ีตอ้ งการ ๙. ไม่ใชค้ าท่ีมีความหมายขดั แยง้ กนั ในการสื่อสารประโยคเดียวกนั ๕. ไม่ใชค้ ายอ่ ในการสื่อสารดว้ ยการพูด ๑๐. ควบคุมอารมณ์ในการสื่อสารไดด้ ี
๒ ประเภทของภาษา (ต่อ) ภาษา เป็นสื่อของการคิดและการติดต่อส่ือสาร เป็นสญั ลกั ษณ์ท่ีใชใ้ นการส่ือสาร ท้งั การถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความรู้สึก ภาษาแบ่ง เป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ไดแ้ ก่วจั นภาษา และอวจั นภาษา ๒. อวจั นภาษา คือภาษาที่ไม่ใช่ถอ้ ยคา แต่มีการแสดงออกเพอื่ ส่ือความหมาย อาจะเป็น การแสดงออกทางเสียง แววตา สีหนา้ ท่าทาง หรือสญั ลกั ษณ์ต่างๆ เช่น ภาษามือ ภาษาดนตรี สญั ญาณไฟ เป็นตน้ การใช้อวจั นภาษาทเี่ หมาะสมจะทาให้การสื่อสารสัมฤทธ์ิผล ซ่ึงประกอบด้วย ๑. การแสดงออกทางดวงหนา้ ส่ือมารถส่ือใหร้ ับรู้อารมณ์ของคู่สนทนา วา่ กาลงั รู้สึกอยา่ งไร ๒. ท่ายนื ท่านงั่ และการทรงตวั ๓. การแต่งกาย ตอ้ งสุภาพ เหมาะสมแก่เวลาและโอกาส ๔. การใชม้ ือและแขน เช่นการบอกทิศทาง บอกขนาด ๕. การใชส้ ายตา ๖. การใชน้ ้าเสียง
๓ ระดบั ภาษาท่ใี ช้ในการส่ือสาร ๑.๓ ระดบั ภาษภาาษทาไใี่ ชทย้ในเปก็นาภราษสา่ือทส่ีมีราะรดบั การใชถ้ อ้ ยคาในภาษาไทยตอ้ งใชใ้ หน้ เหมาะสมกบั บุคคลและโอกาส โดยทว่ั ไปแบ่งเป็น ๓ ระดบั ไดแ้ ก่ ภาษาไม่เป็ นทางการ ๑. ภาษาเป็ นทางการ ๒. ภาษาก่ึงทางการ ๓.
ภาษาเป็ นทางการ ภาษาเป็นทางการ เป็นภาษาฟท่ีมีลกั ษณะถูกตอ้ งตามระเบียบแบบแผนของภาษา ไดแ้ ก่ ภาษาฟที่ใชต้ ิดต่อส่ือสารทางราชการ รัฐวสิ าหกิจ หรือบริษทั หา้ งร้าน ภาษาที่ใชก้ บั เอกสารทางราชการ ตารา บทความทางวชิ าการ รายงานทางวชิ าการ ภาษาท่ีใชใ้ นพิธีการ ต่างๆ ภาษาไม่เป็ นทางการ ภาษาไม่เป็ นทางการ เป็ นภาษาท่ีใช้กันทวั่ ไปในชีวิตประจาวนั ซ่ึงไม่เกี่ยวกับงาน ราชการ หรือหน้าที่หารงานทว่ั ๆไป ซ่ึงอาจมีการพูดหรือการเขียนติดต่อกบั บุคคลท่ีสนิท สนมคุน้ เคย ภาษาก่ึงทางการ ภาษาก่ึงทางการ เป็ นภาษาที่มีลกั ษณะก้าก่ึงกนั ระหว่างภาษาเป็ นทางการและไม่เป็ น ทางการ ใชก้ บั บุคคลทว่ั ไปที่ไม่มีความสนิทสนมคุน้ เคย เช่นการอบรมนกั เรียนหนา้ เสาธง
ตวั อย่างการใช้ภาษา
๔ ภาษาถน่ิ ภาษาไทยถ่ิน เป็นภาษายอ่ ยท่ีใชพ้ ดู จากนั ในทอ้ งถิ่นต่าง ๆ ซ่ึงเกิด จากการใชภ้ าษาเพ่ือการส่ือความหมาย ความเขา้ ใจกนั ระหวา่ งผคู้ น ที่อาศยั อยตู่ ามทอ้ งถ่ินน้นั ๆ ซ่ึงอาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาท่ีคนส่วนใหญข่ องแต่ละประเทศใชก้ นั และอาจจะ แตกต่างจากภาษาในทอ้ งถ่ินอ่ืนท้งั ทางดา้ นเสียง คา และการใชค้ า
๕ การอ่านเคร่ืองหมายต่างๆ
๕ การอ่านเคร่ืองหมายต่างๆ
๕ การอ่านเคร่ืองหมายต่างๆ
สรุปสาระสาคญั หลกั การใช้ภาไทยเบื้องต้น มนุษยเ์ ป็นสตั วส์ งั คมท่ีอยรู่ ่วมกนั เป็นกลุ่ม เมื่อมีกลุ่มสงั คมสมาชิกจาเป็นตอ้ งส่ือสาร กนั อยา่ งหลีกเล่ียงไม่ได้ การส่ือสารอาจทาใหผ้ สู้ ่งสารประสบความสาเร็จหรือลม้ เหลวจากการ ส่ือสารที่ไม่ดี เม่ือการส่ือสารมีความสาคญั เช่นน้ี จึงมีความจาเป็นที่เราซ่ึงเป็นสมาชิกของสงั คมตอ้ ง ศึกษาหลกั การใชภ้ าษาไทยเพ่ือใชส้ ่ือสารในชีวติ ประจาวนั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ๑. ลกั ษณะของภาษาไทย มีลกั ษณะสาคญั ไดแ้ ก่ เป็นภาษาเรียงคา เป็นภาษาวรรณยกุ ต์ เป็นภาษาท่ีมี ลกั ษณะนามและเป็นภาษาที่มีระกบั ๒. ภาษาแบ่งออกเป็น ๒ ประเภทไดแ้ ก่ วจั นภาษา และอวจั นภาษา ๓. ภาษาที่ใชใ้ นการสื่อสารแบ่งเป็น ๓ ระดบั ไดแ้ ก่ ภาษาที่เป็นทางการ ภาษาไม่เป็นทางการ และภาษาก่ึงทางการ ๔. ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่ใชเ้ พื่อสื่อสารเฉพาะทอ้ งถ่ินน้นั ๆ ๕. การอ่านเครื่องหมายต่างๆ ของงานเขียนในภาษาไทย ซ่ืองเคร่ืองหมายท่ีใชม้ ีท้งั ทต่ี อ้ งอ่านออก เสียง และไม่ตอ้ งอ่านออกเสียง
Search
Read the Text Version
- 1 - 13
Pages: