Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คู่มือฝี-พรทิพย์-091

คู่มือฝี-พรทิพย์-091

Published by ปิยวัช ท้ายรอด, 2021-08-25 05:33:24

Description: คู่มือฝี-พรทิพย์-091

Search

Read the Text Version

INCISION AND DRAINAGE คูม่ ือหัตถการ การผ่าฝ วชา การรักษาพยาบาลเบอ้ื งต้น พ.ย. 1426 วทยาลยั พยาบาลบรมราชชนนี พุทธชนิ ราช จดั ทาํ โดย นางสาวพรทิพย์ บุญสอง 61102301091 Sec B

ก คํานํา หนังสือคูม่ อื เล่มนเี ปนส่วนหนงึ ของรายวชา การรักกษาพยาบาล เบอื งต้น (พย.1426) โดยหนงั สือคู่มอื เลม่ นเี ปนการรวบรวมความรู้จาก เอกสาร ตาํ รา แนวปฏิบัตทิ ีดี โดยนาํ ความรู้ มาประมวลเปนค่มู ือการทํา หัตถการภายใตข้ อบเขต กระทรวงสาธารณสุข เรอื ง “แนวทางการผา่ ฝ” โดยหนังสือคมู่ อื เล่มนีมเี นอื หาเกยี วกบั ลกั ษณะของฝ วัตถุประสงค์ ของ การผ่าฝ อปุ กรณ์ในการผ่าฝ ขันตอนในการผา่ ฝ คาํ แนะนาํ หลัง การผา่ ฝ เปนต้น ผูจ้ ดั ทาํ หวงั เปนอย่างยงิ วา่ การจดั ทําหนังสือคมู่ อื เลม่ นี จะมีข้อมูล ทเี ปนประโยชนต์ อ่ ผทู้ สี นใจศึกษาเกยี วกบั การทํา หตั ถการการผ่าฝเปน อยา่ งดี พรทพิ ย์ บญุ สอง ผจู้ ัดทํา

สารบัญ ข เรอื ง หน้า คาํ นํา ก สารบญั ข เนือหา 1 ฝ 2 ตัวอยา่ งและชนดิ ของฝ 3 อาการของฝ 3 -สาเหตขุ องฝ 4 -การวนิ ิจฉยั ฝ 4 การรกั ษาฝ 4 -การผ่าฝ 5-6 แนวทางปฏิบัติในการผา่ ผแี ละเลาะ Cyst 7 การคาํ นวณยาชา 8 วตั ถุประสงค์การทําหัตถการ 8 -ขันตอนการทาํ หัตถการ 9 คาํ แนะนําผปู้ วยหลังผ่าฝ 9 -การตดั ไหม 10 การให้วัคซีนปองกันบาดทะยัก 11 อา้ งอิง

1 ฝ (Abscess) คอื ตุม่ หนองอกั เสบสะสมใต้ผิวหนงั หนองมีกลิน เหม็น เจบ็ ปวดเมอื สัมผัสโดน และก่อตัวขยายใหญข่ ึนเรอื ย ๆ ประกอบ ด้วยเซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาว เนอื เยอื ทตี ายแลว้ และเชือโรค ซงึ มักเปนการ ตดิ เชอื แบคทเี รีย 1.ฝ แบ่งเปน 2 ประเภท ตามบรเิ วณทเี กิด ได้แก่ 1.1 ฝทีผวิ หนัง เปนฝทกี ่อตวั ขนึ บริเวณใต้ผิวหนัง โดยบริเวณรากผมหรอื ขนทเี กดิ การ ติดเชอื จะพัฒนาจนเกดิ ฝ มีอาการ คอื ฝเกิดการอกั เสบบวมแดง เจ็บ ปวด รสู้ ึกแสบรอ้ น ในบางครังการติดเชอื สามารถเกิดขึนในทรวงอกของ ผู้หญงิ ทใี ห้นมบตุ รได้กลายเปนฝทเี ต้านม และบรเิ วณต่อมใต้ผิวหนงั ที แคมอวยั วะเพศหญงิ อาจเกิดการอกั เสบกลายเปนฝทีเรียกว่า ฝต่อมบาร์ โธลิน (Bartholin's Abscess) 1.2 ฝทีอวยั วะภายใน เปนฝทกี อ่ ตัวขึนบรเิ วณอวยั วะภายใน หรือในบริเวณทีว่างระหว่าง อวัยวะภายในร่างกาย อาการแสดงขึนอย่กู บั บรเิ วณทีเกดิ ฝ โดยฝภายใน รา่ งกายมกั เกิดจากอาการเจบ็ ปวยอยา่ งอนื ทีส่งผลทาํ ให้เกิดฝ เช่น การ ติดเชือในตับทําให้เกดิ ฝในตบั การติดเชือในเหงือกและฟนทาํ ใหเ้ กดิ ฝ และฟนเปนหนองได้ เปนตน้

2 ตัวอยา่ งของฝแต่ละชนดิ ไดแ้ ก่ - ฝในทวารหนกั เปนโรคทีเกิดจากการอกั เสบทีทวารหนกั จนเกิดรู ซงึ มี สาเหตมุ าจากการตดิ เชือโรค ทีเปนโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ พบไดท้ ุก เพศทกุ วัย โดยจะมีอาการปวด และบวมทีแก้มกน้ รวมถึงรอบ ๆ รทู วาร หนกั มีนาํ เหลืองซมึ ออกมา มีเลอื ดปน มหี นอง และคนั รอบ ๆ รฝู การ รักษาอาจตอ้ งใช้การผา่ ตัดหรือดดู หนองออก - ฝในเตา้ นม คือ ภาวะเต้านมอกั เสบ ทีมกี ้อนฝหนองอยภู่ ายใน เกดิ ตอ่ เนืองมาจากภาวะเตา้ นมอักเสบ ทไี มไ่ ดร้ บั การรกั ษา เต้านมอกั เสบที อาการไมด่ ีขนึ หรือไมต่ อบสนองตอ่ การรกั ษา - ฝในสมอง เปนการสะสมของฝหนอง ทงั ทีมถี ุงหมุ้ และไมม่ ถี ุงหุม้ พบได้ ทังนอกเยอื หุม้ สมองชันนอก หรือใต้เยอื หมุ้ ดูรา และในเนือสมองเอง เชอื ที พบบ่อย คือ เชือแบคทเี รีย - ฝในรังไข่ พบได้น้อย เชอื ว่าเกิดจากการทีเชือแบคทีเรยี กระจายเข้าไป ในแคปซลู ของรังไข่ มักเปนขา้ งเดยี ว และเกดิ ขึนในชว่ ง 1-2 สัปดาห์ หลังคลอด ก้อนหนองอาจแตก และทําให้มเี ยือบุชอ่ งทอ้ งอักเสบตามมาได้ - ฝในตบั เกิดจากการทีตบั ติดเชือ และเกิดมีฝ/หนองขึนในตบั ซงึ อาจ เกิดขนึ เพียงฝเดียวตาํ แหนง่ เดียว หรอื หลายฝก็ได้ โดยอาจเกดิ รว่ มกับที อวยั วะอนื ๆ เกดิ มีฝรว่ มด้วย หรอื เกดิ มฝี เฉพาะในตบั ก็ได้เชน่ กนั - ฝในปอด เกดิ จากการทปี อดมีการอกั เสบตดิ เชืออย่างรนุ แรง ทําให้เกิด การทาํ ลายเนือปอดจนเกดิ เปนโพรงหนอง

3 2.อาการของฝ เปนตุม่ กอ้ นบวมแดงปวดกดเจ็บ มผี มหรือขนอยูต่ รงกลางขนึ ใหม่จะแขง็ ตุ่ม นีจะขยายโตขนึ และเจบ็ มาก ตอ่ มาคอ่ ยๆนุ่มลงและกลดั หนอง บางครังเมอื ฝเปง มากๆ อาจแตกเองได้ หลงั ฝขึนไมก่ วี นั หรอื 1-2 สัปดาห์ ซงึ อาการเจ็บปวดจะทเุ ลา อาจมีต่อมนําเหลืองบรเิ วณใกล้เคียงอักเสบ รายทีเปนฝฝกบัว อาจมีไข้ ออ่ นเพลีย รว่ มด้วย ในรายทเี ปนฝหัวเดียวอาการทวั ไปมกั เปนปกติเมือหายแล้วมักเปนแผล เปน 3.สาเหตขุ องฝ 3.1 สาเหตขุ องการเกิดฝบริเวณผวิ หนังเปนการอดุ ตนั ของต่อมนํามนั หรอื ตอ่ ม เหงือใต้ผิวหนัง และการอักเสบของรูขมุ ขนหรือเซลล์ผวิ หนงั ทีตายแล้ว ทําใหเ้ ชอื โรคแทรกตัวเข้าไปภายในต่อมเหล่านี จงึ เกดิ กระบวนการอักเสบของระบบ ภูมิคุ้มกันรา่ งกายเพือต้านต่อเชอื โรค เกิดเปนฝทมี กี ารอกั เสบและโตขนึ เรือย ๆ ซึง เชือส่วนใหญท่ ีเปนสาเหตทุ ําใหเ้ กิดฝ คอื เชือแบคทเี รีย 3.2 ส่วนสาเหตุของการเกิดฝภายในรา่ งกาย มกั เปนภาวะแทรกซ้อนทพี ัฒนาขนึ หลังปวยจากอาการอนื ๆอยา่ งการตดิ เชือภายในอวัยวะตา่ ง ๆ เช่น ไส้ติงอกั เสบ และแตกภายในช่องท้อง ทาํ ให้เชอื แบคทีเรียกระจายเข้าสู่เนือเยอื อวัยวะต่าง ๆ ภายในช่องทอ้ ง จนอาจเกดิ เปนฝในเวลาตอ่ มาได้ 4.การวนิ ิจฉยั ฝ 4.1 การวินจิ ฉยั ฝทาํ ไดโ้ ดยสังเกตวา่ มีตุ่มหนองเกดิ ขึนตามร่างกาย แล้วตุ่ม หนองนันทาํ ให้เกิดความเจบ็ ปวดหรือไม่ หากตมุ่ นันมีขนาดใหญก่ ว่า 1 เซน็ ตเิ มตร หรือครึงนวิ หรือมอี าการเจ็บปวยอนื ทเี ปนสัญญาณของการตดิ เชอื รว่ มด้วย เช่น มี ไข้สูงกวา่ 38.5 องศาเซลเซยี สขนึ ไป ควรไปพบแพทยเ์ พือทาํ การตรวจรักษา เพือ ปองกนั ไม่ให้อาการปวยหรือภาวะแทรกซ้อนทีเปนอนั ตรายเกดิ ขนึ ตามมาได้ 4.2 ส่งตรวจตัวอย่างของเหลวจากฝ และแพทยอ์ าจส่งตรวจเพิมเตมิ ดว้ ย การอัลตราซาวด์ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) การสรา้ งภาพดว้ ย คลนื แม่เหล็กไฟฟา (MRI) สําหรับฝทอี วัยวะภายใน

4 5.การรกั ษาฝ 5.1 การรกั ษาฝในเบืองต้น หากฝมขี นาดเล็กและไม่เจ็บปวดรุนแรง ผู้ปวย สามารถดแู ลตนเองได้ดว้ ยวิธีงา่ ย ๆ ทีบ้าน อาการจะดีขึนและฝจะหายไปเอง โดยตอ้ งหลีกเลียงการบบี กดหรือใช้เขม็ เจาะฝดว้ ยตนเองเพือให้ของเหลวไหล ออกมา เพราะอาจทําให้เกิดการติดเชอื ในเนอื เยอื บรเิ วณใกล้เคียงและอาจสร้าง ความเสียหายแก่เส้นเลือดบรเิ วณดงั กลา่ วได้ 5.2 หากฝมีขนาดใหญ่หรอื มีอาการปวยทรี นุ แรง ผู้ปวยควรรบี ไปพบแพทย์ โดยแพทย์จะทาํ การรักษาดว้ ยการให้ยาปฏชิ ีวนะเพือฆ่าเชอื และอาจใชก้ าร ผ่าตดั เพือถ่ายหนองในฝออก ทังนี การรักษาฝขึนอย่กู ับความรุนแรงของฝ ชนิด และบริเวณทเี กิดฝ และดลุ ยพินิจของแพทย์ - การผ่าฝ (Incision & Drainage : I&D) การผา่ ฝ จะกระทาํ เมอื ฝกลดั หนองแล้ว ซึงจะมลี ักษณะนุ่มเหลวทังนีหากฝ อยู่บริเวณขาหนบี หรือรักแร้ คอและใตค้ าง มักเกดิ จากตอ่ มนาํ เหลืองอกั เสบ ให้ ส่งต่อไปรบั การรกั ษาทเี หมาะสมต่อไป

แนวทางปฏิบัตใิ นการผาผีและเลาะ Cyst 5 - เครอ่ื งมือทจ่ี ําเปน ตอ งใชใ นการผาฝ เลาะ Cyst หรอื กอ นใตผ วิ หนงั 1.ใบมดี 2.ดา มมดี (Scalpel handle) 3.Towel clip 4.Retractor 5.Metzenbaum Scissor 6.Arterial Clamp

7.Sponge Holder 6 8. กรรไกรตัดไหม 9.สาํ ลี/กอซ 10. นํา้ ยาตางๆ: นํา้ เกลอื (NSS), Hibiscrub , Providine scrup, Hibitane solution, Providine solution 11. Plaster ปดแผล 12.เขม็ เยบ็ แผล 13. Needle Holder 14. ไหมเย็บแผล 15.ยาชาเฉพาะที่

7 การคํานวณยาชา คํานวณจากสตู ร นาํ หนกั ผูป้ วย(kg) x 5 mg/ml/ยาชา 2% xylocaine (20 mg/ml) เชน่ ผู้ปวยหนกั 40 Kg = 40kg x5 mg/ml 20 mg/ml =ไมเ่ กนิ 10 cc

8 - วตั ถปุ ระสงค์ของการทําหตั การ 1.เพือระบายหนอง ซึงเปนการรกั ษาหลกั สําหรับการตดิ เชือโพรงหนอง บริเวณผิวหนัง 2.เพือลดการอกั เสบติดเชือ ขนั ตอนการทําหัตถการ ขนั ตอนการผา่ ฝ - เตรยี ม Set Dressing และอุปกรณใ์ ห้พร้อม -จัดท่าผ้ปู วยใหเ้ หมาะสม -ล้างมอื ให้สะอาดและสวมถุงมอื Sterile - ทําความสะอาดบริเวณฝด้วยยาฆา่ เชือโรค เช่น Povidone iodine - ขูด Curettage เอาเศษหนองในโพรงแผลออกให้หมด ใช้ Syringe ใส่นํายาลา้ งแผล lrrigate ล้างแผลใหส้ ะอาด แล้วแคแผลดว้ ยผ้ากอ๊ ซปราศจากเชือชบุ NSS + Providine 1:1 ลงในแผล - นดั ผปู้ วยทาํ แผลทกุ วนั จนกวา่ แผลจะหาย

9 คําแนะนําผปู้ วย หลังผา่ ฝ 1. รับประทานยาแก้ปวดและยาปฏิชวี นะตามแพทยส์ ัง 2. ถ้าบริเวณแผลปวดมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกชุ่ม ตลอดเวลา ให้กลบั มาพบแพทย์ กอ่ นนดั 3. ไม่ให้แผลเปยกนํา เเละมาทําแผลวนั ละ 1-2 ครั ง ขนึ อยกู่ ับ ปรมิ าณ หนอง ขนาดฝ และตาํ แหนง่ ของฝ 4. ให้รบั ประทานอาหารประเภทโปรตีน เพือส่งเสริม การหายของแผล การตดั ไหม -แผลทีบริเวณใบหน้า >>ตัดไหมประมาณวันที 5 -แผลทีหนังศีรษะ >> ตดั ไหมประมาณวันที 7-10 -แผลบริเวณเท้า >> ตัดไหมประมาณวนั ที 10-14

10 การใหว้ ัคซนี ปองกันบาดทะยัก - กรณีผูป้ วยยังไม่เคยได้รบั วคั ซีนปองกนั บาดทะยกั มากอ่ น หรือได้รบั มา นานเกนิ 10 ป >> ฉดี 3 ครัง ครังละ 0.5 cc (เดอื นที 0,1,6) - กรณีผปู้ วยเคยไดร้ ับวคั ซีนครบ 3 ครงั ไมเ่ กิน 10 ป >> ไมต่ ้องซีดซาํ - กรณีผปู้ วยได้รบั วัคซนี ครบ 3 ครงั แต่เกนิ 10 ป >> ฉีด Booster 1 ครงั

11 อางอิง คมสวสั ดิ อดุ มปลัง (2564) I (ABSCESS).สิบคน้ เมือ 24 สิงหาคม 2564,จาn https://cth.co.th/abscess/ POBPAD (2559) วราวธ ุ สุมาวงศ์. (2556). คู่มอื เวชปฏิบัตหิ ัตถการสําหรบั นิสิตนักศึกษา ............แพทย์ฉบับปรบั ปรุงครังที3). ศูนยแ์ พทย์ศาสตร์ ศึกษาชนั คลนิ ิก ............โรงพยาบาลแพร่ อวนั นท์ บวั ประชมุ (2564).การผ่าฝบทที 5 การทาํ หตั ถการ ภายใตข้ อบเขต .............ของระเบยี บกระทรวงสาธารณสุข,พิษณุโลก: วิทยาลัยพยาบาลบรม .............ราชชนนี พุทธชนิ ราช


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook