Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มัสอาละห์ กุรบ่าน 1

มัสอาละห์ กุรบ่าน 1

Published by ThaSaiLuad, 2021-07-08 05:52:22

Description: มัสอาละห์ กุรบ่าน 1

Search

Read the Text Version

1  บทบัญญตั ติ ่างๆของอดี ้ลุ อฎั ฮา ไม่มีอามา้ ลใดท่ีเป็นที่รักยงิ่ ณ อลั ลอฮฺ(ต.ล.)ในช่วงวนั อีดุล้ อฎั ฮามากไปกวา่ การเชือดสัตวพ์ ลี และการถือศีลอดใน วนั อะรอฟะห์(วนั ท่ี 9 ซุล้ ฮิจยะห์)น้นั จะลบลา้ งบาปท่ีเคยทามาก่อนหนา้ น้นั หน่ึงปี และหลงั จากน้นั หน่ึงปี และการถือศีลอดใน วนั อารอฟะห์เป็นผลใหไ้ ดร้ ับผลบุญอยา่ งมากมายมหาศาล (รายงานโดยติรมีซี เล่ม 1 หนา้ 157) ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าววา่ ฉนั หวงั วา่ การถือศีลอดในวนั อะรอฟะห์น้นั จะเป็ นเหตุใหอ้ ลั ลอฮฺ(ต.ล.)ลบลา้ งความผดิ หน่ึง ปี ก่อนวนั อะรอฟะห์และอีกหน่ึงปี หลงั จากวนั อะรอฟะห์” (รายงานโดยมุสลิม) ท่านนบี (ซ.ล.) กล่าววา่ “ไม่มีอามา้ ลใดจะมีความบริสุทธ์ิ(ประเสริฐ) ณ.อลั ลอฮฺ (ต.ล.) และไดร้ ับผลบุญมากไปกวา่ การปฏิบตั ิอามา้ ลในสิบวนั แรกของเดือนซุล้ ฮิจยะห์” มีคนถามวา่ “แมก้ ระทง่ั การญิฮาดในหนทางของอลั ลอฮฺ(ต.ล.) (กไ็ ม่ สามารถเทียบเท่า) กระน้นั หรือ ? ท่านนบี (ซ.ล.) ตอบวา่ “แมก้ ระทงั่ การญิฮาดในหนทางของอลั ลอฮฺ(ต.ล.) (กย็ งั ไม่เป็นท่ีพอ พระทยั ของอลั ลอฮฺ(ต.ล.)เท่ากบั การปฏิบตั ิอามา้ ลในสิบวนั แรกน้ี) เวน้ แต่ผทู้ ี่ออกไปญิฮาดดว้ ยทรัพยส์ ินของตน แลว้ เขาก็ ไมไ่ ดก้ ลบั มาอีกเลย” (รายงานโดย ดารุมี) การกล่าวตกั บรี ُ ‫َاللُه اَ ْك ََْب َاللُه اَ ْك ََْب ل َا ِا ٰ َل ِالاا ُهُل َاللُه اَ ْك ََْب َاللُه اَ ْك ََْب َ ِ ّٰ ِل احْ َم ْد‬ วายบิ ท่ีใหก้ ล่าวตกั บีรดงั กล่าว ต้งั แตห่ ลงั ละหมาดฟัจร่ีของวนั ท่ี 9 เดือนซุล้ ฮิจยะห์ ถึง ละหมาดอสั ร่ีของวนั ที่ 13 เดือนซุล้ ฮิจยะห์ สาหรับผชู้ ายใหอ้ า่ นออกเสียงหลงั ละหมาดฟัรดูทุกเวลา ไม่วา่ จะละหมาดเป็นญะมาอะห์หรือละหมาดคน เดียวก็ตาม แตผ่ หู้ ญิงน้นั ใหก้ ล่าวเสียงเบา ความสาคญั ของการทากุรบ่าน + อลั ลอฮ(์ ต.ล.) ทรงดารัสวา่ “ดงั น้นั เจา้ จงละหมาดเพ่ือพระเจา้ ของเจา้ และจงเชือดสัตวพ์ ลี” (ซูเราะห์อลั เกาซรั -2) + ทา่ นนบี(ซ.ล.)กล่าววา่ บุคคลใดที่ไมท่ ากรุ บา่ นในวนั อีดท้งั ๆที่การทากุรบา่ นเป็นหนา้ ที่เหนือเขา ดงั น้นั หา้ มเขาเขา้ ใกล้ สถานท่ีละหมาดของเรา (รายงานโดยอิบนูมายะฮฺ 3123) ผู้ทวี่ ายบิ (มีหน้าท)ี่ ต้องทากุรบ่าน เง่ือนไขที่ทาใหก้ ารทากุรบ่านเป็นวาญิบมีดงั น้ี 1. เป็นมุสลิม 2. เป็นบาเลฆ(บรรลุศาสนภาวะ) 3. ไม่เป็นมุซาเฟร(คนเดินทาง) 4. เป็นอากิ้ล(มีสติสัมปชญั ญะสมบูรณ์) 5. มีทรัพยส์ ินครบพิกดั (ของซะกาต)ในวนั อีด ข้อควรจา การทากุรบา่ นจะเป็นวาญิบน้นั ไมจ่ าเป็นตอ้ งรอใหพ้ กิ ดั ของทรัพยส์ ินครบรอบปี เพยี งแคค่ นๆหน่ึง ครอบครองพกิ ดั ในช่วงวนั อีด การทากรุ บา่ นก็จะเป็นวาญิบเหนือเขา ข้อควรจา นอกเหนือจากโลหะเงิน โลหะทอง สินคา้ และธนบตั รแลว้ หากคนๆหน่ึงมีทรัพยส์ ินที่เกินความจาเป็นท่ีมี มูลคา่ เท่ากบั พิกดั ครอบครองอยู่ เช่น มีบา้ นเกินหน่ึงหลงั ท่ีไมไ่ ดอ้ ยอู่ าศยั มีท่ีดินเกินท่ีไมไ่ ดอ้ ยอู่ าศยั หรือมีรถเกินที่ เกบ็ ไวท้ ี่ไม่ไดใ้ ช้ ในกรณีเหล่าน้ีการทากรุ บ่านก็จะเป็นวาญิบเหนือเขาเช่นกนั

2 ช่วงเวลาสาหรับการทากุรบ่าน + วนั และเวลาสาหรับการทากุรบา่ นคือ เร่ิมต้งั แต่หลงั ละหมาดอีดของวนั ที่ 10 เดือนซุล้ ฮิจยะห์ จนถึงตะวนั ตกดินของ วนั ที่ 12 ของเดือนซุล้ ฮิจยะห์ ระหวา่ งน้ีจะทาเวลาไหนกไ็ ด้ แต่ที่ประเสริฐที่สุดคือใหท้ าในวนั แรก รองลงมาคือวนั ท่ีสอง และ รองลงมาอีกคือวนั ที่สาม (ร็อดดุล้ มุฮฺตาร เล่ม 6 หนา้ 316 ) + อนุญาตใหท้ ากุรบา่ นในช่วงกลางคืนได้ แต่ก็เป็ นมกั รุฮฺตนั ซีฮี(ไมเ่ ป็นท่ีแนะนา)เพราะอาจเกิดความผดิ พลาดได้ (ร็อดดุล้ มุ ฮฺตาร เล่ม ๖ หนา้ ๓๑๖) สัตว์ทสี่ ามารถทากุรบ่านได้ (1) แพะหรือแกะที่อายคุ รบหน่ึงปี บริบูรณ์(ส่วนแกะท่ีมีอายุ 6 เดือนข้ึนไปท่ีอว้ นและตวั โตเท่ากบั แกะที่อายคุ รบ 1 ปี ก็ สามารถทากรุ บา่ นได)้ (2) ววั และควายที่อายคุ รบ 2 ปี บริบูรณ์ (3) อูฐท่ีมีอายคุ รบ 5 ปี บริบูรณ์ การร่ วมหุ้นส่ วนในการทากุรบ่ าน 1. สัตวพ์ ลีที่สามารถร่วมหุน้ ส่วนได้ คือ ววั ควาย และอูฐ ซ่ึงสามารถร่วมไดม้ ากสุดคือ 7 ส่วนเทา่ น้นั หากมากกวา่ 7 ส่วนแลว้ การทากุรบ่านของทุกคนจะใชไ้ ม่ได้ 2. ผรู้ ่วมหุ้นส่วนทุกคนจะตอ้ งเหนียตทากุรบ่าน(หรืออะกีเกาะห์)เท่าน้นั หากหุน้ ส่วนคนหน่ึงคนใดร่วมหุน้ ส่วนเพื่อ กินเน้ือเท่าน้นั หรือเพื่อเอาเน้ือไปคา้ ขาย การทากุรบา่ นของทุกคนจะใชไ้ ม่ได้ ( รอดดุล้ มุฆตาร 9 ½/ 395) 3. ผเู้ ชือดสัตวพ์ ลีไม่จาเป็นตอ้ งกล่าวชื่อของหุน้ ส่วนทุกคนขณะเชือด เพียงแค่เหนียตใหก้ บั หุน้ ส่วนทุกคนขณะซ้ือก็ เพยี งพอแลว้ 4. การเหนียตสาหรับหุ้นส่วนทุกคนขณะเชือดสัตวพ์ ลีเป็ นการประเสริฐกวา่ 5. หุน้ ส่วนทุกคนจะตอ้ งออกเงินไม่นอ้ ยกวา่ 1/7 ถา้ มิเช่นน้นั แลว้ การทากุรบ่านของทุกคนจะใชไ้ มไ่ ด้ 6. หุน้ ส่วนทุกคนจะตอ้ งแบ่งเน้ือใหเ้ ทา่ กนั อยา่ งชดั เจนโดยการชง่ั หา้ มแบ่งโดยการคาดคะเน (รอดดุล้ มุฆตาร 6/317) สัตว์ทไ่ี ม่อนุญาตให้ทากรุ บ่าน 1. สตั วท์ ่ีลิ้นขาด และไมส่ ามารถกินอาหารเอง (อาลมั ฆีรี 4/80) 2. แพะหรือแกะท่ีหวั นมขา้ งหน่ึงไมส่ ามารถหลง่ั น้านมไดถ้ าวร (ชามี 5 /1 ) 3. ววั หรือควายท่ีหวั นมสองขา้ งไม่สามารถหลงั่ น้านมไดถ้ าวร ววั หรือควายท่ีถูกตดั เตา้ นม หรือววั /ควายท่ีเตา้ นมมี แผลจนไมส่ ามารถใหน้ มลูก หรือสัตวท์ ่ีมีโรคภายนอกอยา่ งเห็นไดช้ ดั เจน (อาลมั ฆีรี 4/80) 4. สัตวท์ ่ีมีอวยั วะเพศผแู้ ละเพศเมีย(มีสองเพศในตวั เดียว)ไมค่ วรนามาทากุรบ่าน แต่สตั วท์ ่ีตอนไวอ้ นุญาตใหท้ ากุ รบ่านได้ 5. ไม่อนุญาตใหท้ ากรุ บา่ นสัตวท์ ่ีตาบอดท้งั สองขา้ ง หรือตาบอดขา้ งเดียว หรือตาขา้ งใดขา้ งหน่ึงมองเห็นเพยี ง 1/3 หรือนอ้ ยกวา่ น้นั 6.ไม่อนุญาตใหท้ ากุรบ่านสตั วท์ ี่หูขาด 1/3 หรือมากกวา่ น้นั และสัตวท์ ี่หางขาด 1/3 หรือมากกวา่ น้นั

3 7. ไมอ่ นุญาตใหท้ ากุรบา่ นสัตวพ์ กิ ารที่เดินเพยี ง 3 ขา ซ่ึงขาท่ี 4 ไม่สามารถแตะพ้ืน หรือสามารถแตะพ้นื แตไ่ ม่ สามารถเดินดว้ ยขาดงั กล่าว แตถ่ า้ สามารถใชข้ าพิการดงั กล่าวแตะพ้นื และเดินแบบขาเป๋ ได้ กอ็ นุญาตใหท้ ากุรบา่ น ได้ (รอดดุล้ มุฆตาร 5 / 316) 8. ไม่อนุญาตใหท้ ากุรบ่านสัตวท์ ่ีผอมจนหนงั หุม้ กระดูก 9. ไมอ่ นุญาตใหท้ ากุรบา่ นสตั วท์ ี่ไม่มีฟัน แต่หากฟันที่เหลืออยู่ มีมากกวา่ ฟันท่ีหกั ไป อนุญาตใหท้ ากรุ บ่านได้ (รอดดุล้ มุฆตาร 2 / 267) 10. ไม่อนุญาตใหท้ ากุรบา่ นสัตวท์ ่ีไม่มีใบหูแต่กาเนิด หรือหูขาด 1/3 หรือมากกวา่ น้นั แต่หากเป็ นสัตวท์ ่ีมีใบหูเล็กแต่ กาเนิด อนุญาตใหท้ ากรุ บา่ นได้ (ดุรเรมุฆตาร 2/322) 11. อนุญาตใหท้ ากุรบ่านสัตวท์ ี่ไมม่ ีเขาแตก่ าเนิด หรือมีเขาแต่เขาหกั เล็กนอ้ ย แต่ไม่อนุญาตใหท้ ากุรบา่ นสตั วท์ ่ีเขา หกั หรือหลุดจากโคน จนเกิดแผลท่ีกระทบไปถึงสมอง (ฟัตวารอฮีเมียะหฺ 5/161) การแจกเนื้อ วธิ ีการแจกเน้ือท่ีดีท่ีสุด คือ แบ่งเป็น 3 ส่วน ส่านที่ 1 สาหรับแจกใหก้ บั คนยากจน ส่วนที่ 2 สาหรับเครือญาติ มิตรสหาย และเพ่อื นบา้ น ส่วนที่ 3 สาหรับครอบครัว (รอดดุล้ มุฆตาร 6/316) + การเกบ็ เน้ือท้งั หมดไวใ้ ชเ้ องโดยไมแ่ จกจ่ายใหผ้ อู้ ื่นไม่ถือวา่ ฮารอม และการมอบเน้ือกรุ บา่ นใหค้ นต่างศาสนิกไม่ถือเป็น ฮารอมเช่นกนั (รอดดุล้ มุฆตาร 9/474) ส่ิงทตี่ ้องหลกี เลย่ี ง จะตอ้ งหลีกเลี่ยงจากการทามุซอฟาฮะห์(จบั มือกนั )หรือมุอานะกอฮฺ(กอดกนั )หลงั ละหมาดอีดท้งั สอง(โดยถือวา่ เป็น สิ่งจาเป็นตอ้ งกระทา หรือถือวา่ เป็นซุนนะห์ของวนั อีด) เพราะการกระทาดงั กล่าวไม่มีหลกั ฐานจากท่านนบี(ซ.ล.) การกล่าว สลามและการทามุซอฟาฮะห์เป็นซุนนะฮฺใหท้ าทนั ทีที่พบปะกนั ไมไ่ ดเ้ ป็นซุนนะฮฺให้ทาหลงั ละหมาดเป็นการเฉพาะ แต่ถา้ จะกระทาเพือ่ แสดงความรักความสามคั คีโดยไม่ถือวา่ เป็ นสิ่งจาเป็นหรือถือวา่ เป็ นซุนนะห์ของวนั อีด ดงั น้นั ก็อนุญาตให้ กระทาได้ (ฟัตวาดารุ้ลอุลูม การาจี 12/1661 ‫) بتصرف‬ การทากุรบ่านตามหลักซุนนะฮฺ + การเชือดสตั วพ์ ลีดว้ ยตนเองเป็นส่ิงที่ดีที่สุด แต่หากไม่สามารถเชือดเอง ก็อนุญาตใหใ้ ชผ้ อู้ ่ืนเชือดแทนได้ แตเ่ จา้ ของสัตว์ พลีควรอยขู่ า้ งสัตวพ์ ลีขณะเชือด + การเหนียตกุรบ่านแคใ่ นใจเท่าน้นั ก็เป็นท่ีใชไ้ ด้ ไมจ่ าเป็นตอ้ งกล่าวออกมา(จากปาก) แต่ส่ิงท่ีจาเป็ นจาเป็ นอยา่ งมากท่ี จะตอ้ งกล่าวขณะเชือดคือ ‫ ِب ْس ِم ُهِل َاللُه اَ ْك ََْب‬เพราะถา้ ไม่กล่าว ‫ ِب ْس ِم ُهل‬ขณะเชือด สตั วพ์ ลีก็จะไมเ่ ป็นที่ฮาล๊าล + สมควรลม้ สตั วพ์ ลีโดยการใหซ้ ี่โครงดา้ นซา้ ยของสัตวต์ ิดกบั พ้ืนและหนั ไปทางกิบละห์ แลว้ เชือดดว้ ยมีดท่ีคมอยา่ งรวดเร็ว พลางกล่าววา่ ‫بِ ْس ِم ُهِل َاللُه اَ ْك ََْب‬ + การหนั หนา้ ไปทางกิบลตั ขณะเชือดเป็นซุนนตั มุอกั กดั ท้งั สาหรับคนเชือดและสตั วพ์ ลี (อะห์ซะนุล้ ฟัตวา 7 / 407) + เป็นซุนนตั ให้อา่ นดุอาน้ีขณะลม้ สัตวพ์ ลีโดยใหห้ นั หนา้ ไปทางกิบละห์

4 ‫ِا ِّّن ََ اّ ْج ُت ََّْ ِجىَ ِلَاِّل ْى فَ َط َراح اس ٰد ٰو ِت َا ْل َا ْر َض َح ِن ْي ًفا َ َما َا ََن ِم َن احْ ُد ْْ ِش ِك ْ َي‬ ‫ِا ان َص ٰلو ِِ ْت َنُ ُس ِِ ْك َ َم ْم َيا َى َ َم َدا ِِ ْت ِ ّٰ ِل َر ِّب احْ َعاحَ ِد ْ َي‬ และใหอ้ า่ นดุอาน้ี(ก่อนเชือด)หรือหลงั เชือดสัตวพ์ ลี ‫َال ٰلّ ُه ام تَقَبا ْْ ُل ِم ِّّ ْن َمََكتَ َقبالْ َت ِم ْن َح ِب ْي ِب َك ُم َم اد ٍ َ ِم ْن َخ ِل ْي ِِ َل ِا ْب َرا ِه ْْ َي عَلَ ْْ ِي َدا اح اسل َا ُم‬ .......... ‫َال ٰلّ ُه ام ََ َل َ ِم ْن َك َع ْن‬ ใหเ้ ติมช่ือของผทู้ ากุรบ่านในช่องวา่ ง .............. การทากุรบ่านสาหรับผ้ลู ่วงลบั (มยั ยติ ) + อนุญาตใหท้ ากรุ บา่ นสาหรับคนตาย เพอ่ื ส่งผลบุญใหแ้ ก่พวกเขา (อิมดาดุล้ ฟัตวา 3/574) + อนุญาตใหก้ าหนดหน่ึงส่วนใหก้ บั ท่านนบี(ซ.ล.)และอีกหน่ึงส่วนสาหรับมุสลิมทุกคนท่ีล่วงลบั ไปแลว้ (ฟัตวามะฮฺมูดียะหฺ14/338) + หากทากรุ บา่ นสาหรับคนตาย จะทาใหพ้ วกเขาไดร้ ับผลบุญ แต่ก็ไม่ทาใหว้ ายบิ ของพวกเขาท่ีเคยขาดไปลุล่วง (ฟัตวาฮินดี 5/297 อะฮฺซะนุล้ ฟัตวา 7/407) + เน้ือกุรบ่านที่ทาใหค้ นตายดว้ ยความสมคั รใจของตนน้นั สามารถนาไปกินเองหรือแจกจ่ายใหใ้ ครก็ได้ แต่เน้ือกุรบา่ นท่ีทา ใหค้ นตายในกรณีที่เป็นวายบิ (ทาเพราะคนตายไดส้ งั่ เสียไว)้ น้นั จะตอ้ งไปแจกจา่ ยใหแ้ ก่คนยากจนเท่าน้นั (ดุรเรมุฆตาร 9/406) 7 อย่างทไี่ ม่สามารถกนิ ได้ในตัวของสัตว์ คือ 1. เลือด(ไหล) 2. อวยั วะเพศผู้ 3. อวยั วะเพศเมีย 4. ลูกอณั ฑะ 5. ต่อมแขง็ ๆ(ที่ข้ึนใตผ้ วิ หนงั ของสัตวบ์ างตวั ) 6. กระเพาะปัสสาวะ 7. ถุงน้าดี (น้าดี) (ฟัตวาฮินดี 5 / 29) หมายเหตุ มสั อาละห์ที่เสนอมาน้นั เป็นเพยี งบางส่วนเทา่ น้นั ดงั น้นั หากมีคาถามหรือขอ้ สงใสใดๆในเรื่องของ รายละเอียดกส็ ามารถสอบถามเพ่มิ เติมไดท้ ี่ 088 1605253 หรือ 0805080880 หมายเหตุ มสั อาละห์ท่ีเสนอมาน้นั เป็นมสั อาละห์ที่เขียนหรือแปลตามหลกั ฐานของมสั ฮบั ฮานาฟี (เรียบเรียงโดย ม. ฮาซัน มัดรอซะห์ อลั ฟารู๊ก) วนั ที่ 5 เดือนสิงหาคม 2562 พมิ พแ์ ละแจกจา่ ยโดย มสั ยดิ นูรุลอิสลาม อ.แมส่ อด จ.ตาก


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook