2 ก คานา ตามที่ สานักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ได้มอบหมายนโยบายการ ปฏิบัติงาน ขอบเขตการปฏิบัติงาน ของกศน.อาเภอ และกศน.ตาบล ปฎิบัติงานตามนโยบายประจาปี งบประมาณ ๒๕๖๓ การศึกษาต่อเนื่อง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่าน กระบวนการเรยี นร้ตู ลอดชีวิตในรปู แบบตา่ งๆให้กับประชาชน เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน สามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างม่ันคง และมีการบริหารจัดการความเส่ียงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความสมดุล และยัง่ ยืน กศน.ตาบลชาตติ ระการ จึงได้จดั ทาโครงการตามนโยบายและ จัดทาสรุปผลการจัดโครงการ ให้ผู้บริหารและบุคคลที่สนใจได้ทราบในภาพรวม โดยประมวลรายละเอียดและผลการจัดโครงการในคร้ังนี้ไว้ หากมขี ้อผดิ พลาดประการใด ผูจ้ ัดทาขออภยั มา ณ โอกาสนี้ นางสาวนภิ าพร พระคาสอน ครู กศน.ตาบลชาตติ ระการ สงิ หาคม ๒๕๖๓
3 ข หนา้ สารบญั 1 1 เร่อื ง ๔ - สรปุ ผลการดาเนนิ งาน ๕ - ส่วนที่ ๑ รายละเอียดโครงการ 16 - สว่ นท่ี ๒ วิธีการดาเนนิ การ ๒๒ - ส่วนที่ ๓ เน้ือหาสาระ - สว่ นท่ี ๔ ผลการดาเนนิ งาน 26-39 - สว่ นท่ี ๕ สรปุ ผลโครงการ อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ ภาคผนวก - ภาพกจิ กรรม - แบบประเมนิ ความพงึ พอใจ - โครงการฯ - จัดทาโดย
4 สรุปผลการดาเนนิ โครงการ โครงการการเรียนรตู้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง “ปลกู ผักสวนครวั รอบรว้ั กนิ เอง” ตาบลชาตติ ระการ ************************************************************************************************** สว่ นที่ 1 รายละเอยี ดโครงการ โครงการการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ปลกู ผกั สวนครวั รอบรั้วกินเอง” ตาบลชาตติ ระการ แผนงาน งบประมาณ : การจัดการศกึ ษาต่อเนอื่ ง งบประมาณ 3,600 บาท ลักษณะโครงการ : ( / ) โครงการต่อเน่ือง ( ) โครงการใหม่ กลมุ่ งานผู้รบั ผิดชอบ : งานการศึกษาต่อเนือ่ ง 1. โครงการการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง “ปลกู ผกั สวนครวั รอบรว้ั กินเอง” ตาบลชาตติ ระการ 2. สอดคล้องกับนโยบาย และจดุ เนน้ การดาเนินงาน กศน. สอดคล้องกบั มาตรฐานกศน. มาตรฐานการศึกษาต่อเนื่อง มาตรฐานที่ ๑ คณุ ภาพของผู้เรียนการศกึ ษาต่อเน่อื ง ๑.๑ ผู้เรยี นการศกึ ษาต่อเน่ืองมีความรู้ ความสามารถ และทักษะ และหรือคณุ ธรรมเป็นไป ตามเกณฑ์การจบหลักสตู ร ๑.๒ ผูจ้ บหลักสูตรการศึกษาตอ่ เนื่องสามารถนาความรทู้ ี่ไดไ้ ปใช้ หรอื ประยุกต์ใชบ้ นฐาน คา่ นยิ มรวมของสงั คม ๑.๓ ผูจ้ บหลักสูตรการศกึ ษาต่อเนื่องท่นี าความรู้ไปใช้จนเห็นเป็นประจักษ์หรือตวั อย่างทีด่ ี สอดคล้องกับนโยบาย และจดุ เนน้ การดาเนนิ งาน กศน. ภารกิจต่อเน่ือง ๑. ด้านการจัดการศกึ ษาและการเรียนรู้ ๑.๓ การศึกษาต่อเน่ือง 4) การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผ่านกระบวนการ เรยี นรตู้ ลอดชวี ติ ในรปู แบบตา่ งๆ ให้กบั ประชาชนเพอ่ื เสริมสรา้ งภูมิค้มุ กัน สามารถยนื หยัดอยไู่ ด้อย่างม่ันคง และมีการบรหิ ารจดั การความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ตามทิศทางการพฒั นาประเทศสู่ความสมดุลและยง่ั ยืน 3. หลกั การและเหตุผล เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวการดารงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ ระดบั ครอบครวั ระดับชุมชนจนถงึ ระดับรฐั ทั้งในการพฒั นา และบรหิ ารประเทศให้ดาเนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงน้ี เป็นกรอบ แนวความคิด และ ทิศทางการพัฒนาระบบเศรษฐกิจมหาภาคของไทย เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาท่ีสมดุล ยั่งยืน และมีภูมิคุ้มกัน เพ่ือความอยู่ดี มีสุข มุ่งสู่สังคมท่ีมีความสุขอย่างยั่งยืน หลักแนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง คือการพัฒนาที่ต้ังอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลาง และความไม่ ประมาท โดยคานึงถงึ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การสร้างภูมิคุ้มกันท่ีดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความ
5 รอบคอบ และคุณธรรม ประกอบการวางแผน การตัดสินใจ ประกอบกับการดาเนินชีวิตประจาวัน ย่อมมี รายรับ และรายจ่ายต่างๆ ที่เกิดข้ึน รายรับได้มาจากการทามาหาเลี้ยงชีพทั้งจากอาชีพหลัก และอาชีพรอง สว่ นรายจา่ ยกไ็ ดแ้ ก่ ค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้แก่ค่าอุปโภค และบริโภคท่จี าเป็นต่อการดารงชวี ติ ซ่ึงค่าใช้จ่ายเหล่านี้มี จานวนเพ่ิมสูงขึ้นมาโดยตลอด และไม่มีแนวโน้มท่ีจะลดลง การทาบัญชีครัวเรือนเป็นบัญชีท่ีใช้ สาหรับบันทึก รายได้ และรายจา่ ยท่ีเกิดข้ึนในชีวิตประจาวนั ของเรา ว่าในแตล่ ะวนั เรามรี ายได้เข้ามาแล้วจ่ายค่าใช้จ่ายออกไป เท่าไร ปัจจุบันยอดเงินคงเหลือมีเท่าไร ทาให้เกิดการวางแผนการใช้จ่ายต่อไปอย่างรอบคอบ ใช้จ่ายอย่าง พอเพียงเท่าท่ีมี อย่างระมัดระวังจึงสามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จาเป็นทาให้เกิดการประหยัดและการออม โดยมีรูปแบบการเรียนท่ีหลากหลาย ให้ชุมชนเป็นฐานในการพัฒนาการเรียนรู้ และทุนทางสังคมเป็นเคร่ืองมือ ในการจัดการเรียนรู้ เพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชนให้มีความเข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ตามแนวทาง เศรษฐกิจพอเพียง และประชาชนอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ทาให้เกิดสังคมแห่งการเรียนรู้ นาไปสู่สังคมที่ เข้มแข็ง มคี วามเออื้ อาทรตอ่ กันและพงึ่ พาตนเองไดอ้ ยา่ งยั่งยืน กศน.ตาบลชาติตระการ จึงได้จัดทาโครงการการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ปลูก ผักสวนครัวรอบร้ัวกินเอง” ตาบลชาติตระการ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ตามหลักการปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า และยั่งยืน ภายใต้แนวทางปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง และการพ่งึ พาตนเองอย่างย่ังยืนตามแนวคดิ ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง และมีความรู้เกี่ยวกับ ยาเสพติด กาหนดจดั โครงการ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ ทท่ี าการผ้ใู หญบ่ า้ น หมู่ที่ ๑ บ้านชาติตระการ ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาตติ ระการ จังหวัดพิษณุโลก 4. วัตถุประสงค์ 1. เพ่อื สง่ เสริมใหป้ ระชาชนเกิดการเรยี นร้บู ูรณาการความรู้ ประสบการณ์ และทักษะอาชีพ 2. เพื่อส่งเสรมิ ประชาชนใหเ้ กดิ การพ่งึ ตนเองโดยใช้การเรียนรูต้ ามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง และหลักเกษตรทฤษฎีใหม่ ๓. เพ่อื เสริมสร้างให้ประชาชนมภี ูมิคมุ้ กันใหก้ บั ตนเอง และสามารถยนื หยัดอยู่ไดอ้ ยา่ งยั่งยนื มีการ บรหิ ารจัดการความเสยี่ งอยา่ งเหมาะสม อยไู่ ด้ในสงั คมท่ีมกี ารเปล่ยี นแปลงอย่ตู ลอดเวลาอยา่ งรวดเร็ว ๔. เพอ่ื สง่ เสริมการอยู่รว่ มกันในสงั คมพฒั นาไปสู่การพัฒนาสคู่ วามสมดลุ อย่างย่ังยนื 5. เพ่อื สง่ เสริมใหป้ ระชาชนมีความรู้เกยี่ วกบั ยาเสพติด 5. เปา้ หมาย เชงิ ปริมาณ - กลมุ่ เปา้ หมาย(ประชาชนท่ัวไป) จานวน ๙ คน - วทิ ยากร/บคุ ลากรท่ีเกี่ยวข้อง จานวน 4 คน รวม 13 คน เชิงคุณภาพ เพ่ือให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจการจัดทาการเกษตรผสมผสานตาม แนวคิดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ และ ทักษะอาชีพใหเ้ กิดประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและชุมชนมีภูมิคุ้มกันให้กับตนเอง และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ อย่างยั่งยืน มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสม อยู่ได้ในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอยู่ตลอดเวลา อย่างรวดเร็ว มีการอยู่ร่วมกันในสังคมพัฒนาไปสู่การพัฒนาสู่ความสมดุลอย่างยั่งยืน และมีความรู้เกี่ยวกับยา เสพตดิ
6 6. สถานท่ี - ณ ทที่ าการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ท่ี ๑ บ้านชาติตระการ ตาบลชาติตระการ อาเภอชาติตระการ จังหวัด พษิ ณุโลก 7. งบประมาณท่ไี ด้รบั - 3,600.- บาท 8. ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ - กศน.อาเภอชาติตระการ - งานการศกึ ษาต่อเน่ือง กศน.อาเภอชาติตระการ จงั หวัดพิษณโุ ลก - ครอู าสาสมัครฯ - ครู กศน.ตาบล ทรี่ ับผดิ ชอบ 9. เปา้ หมายในการดาเนินโครงการ จานวน 9 คน เป้าหมาย ผสู้ ูงอายุและประชาชนท่วั ไป ผลการดาเนินงาน 1๘ คน ชาย ๒ คน หญิง 1๖ คน
7 ส่วนท่ี 2 วธิ กี ารดาเนนิ การ ผ้ดู าเนินการจดั ทาโครงการการเรยี นรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ปลูกผักสวนครัวรอบร้ัว กินเอง” ตาบลชาติตระการ ได้ดาเนินการในการอบรมเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู และการวิเคราะหข์ อ้ มลู ดังน้ี การดาเนนิ การจัดกิจกรรม 1. เตรียมการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน - ประชมุ วางแผนรปู แบบการจดั กิจกรรม - เลือกกจิ กรรมทจ่ี ะจัดกิจกรรมการเรียนการสอน - มอบหมายงานใหบ้ คุ ลากรท่เี กี่ยวขอ้ ง - ติดตอ่ ประสางานในการจัดกิจกรรม 2. วธิ กี ารดาเนินงาน - เขยี นเสนอโครงการ - เสนอโครงการ - เตรยี มการจดั กจิ กรรมโครงการ 1. เตรยี มการกอ่ นการจัดกจิ กรรมโครงการ - การจัดเตรียมเอกสารโครงการ - ประสานงานติดต่อผ้นู าชุมชนในพ้นื ที่เปา้ หมาย - รวบเน้ือหาทจ่ี ะบรรยายในโครงการ - อน่ื ๆ 2. ตดิ ตอ่ ประสานงานเครือข่าย จัดการกิจกรรมโครงการตามแผนท่ีวางไว้ - ลงทะเบยี นผู้เข้าร่วมการกิจกรรมโครงการ - วิทยากรใหค้ วามเรอื่ งตา่ งๆตามกาหนดการ - ฝึกปฏิบัติตามกาหนดการในโครงการ - สรปุ กจิ กรรมย่อย - ปดิ โครงการ - สรปุ รายงานผลการจดั กิจกรรมโครงการเป็นรูปเล่ม - รายงานผลการจดั กจิ กรรมโครงการใหผ้ ทู้ ่ี เกยี่ วข้องรับทราบ
8 ส่วนท่ี 3 เน้อื หาสาระ แนวคิดปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเกษตรทฤษฎีใหม่ เศรษฐกิจพอเพยี งกับทฤษฎใี หม่ตามแนวพระราชดาริ เศรษฐกจิ พอเพยี งความหมายกว้างกว่าทฤษฎีใหม่ โดยท่ีเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบแนวคิดท่ีช้ีบอกหลักการ และแนวทางปฏิบัติของทฤษฎีใหม่ ในขณะท่ี แนวพระราชดาริเกี่ยวกับทฤษฎีใหม่ หรือเกษตรทฤษฎีใหม่ ซ่ึง เปน็ แนวทางการพัฒนาการเกษตรอย่างเปน็ ข้นั ตอนนัน้ เป็นตวั อย่างการใช้หลกั เศรษฐกจิ พอเพียงในทางปฏิบัติ ท่ีเป็นรูปธรรม เฉพาะในพ้ืนที่ที่เหมาะสม ทฤษฎีใหม่ตามแนวพระราชดาริ อาจเปรียบเทียบกับหลักเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งมีอยู่ 2 แบบ คือ แบบพ้ืนฐาน กับ แบบก้าวหน้า ได้ดังน้ีความพอเพียงในระดับบุคคล และ ครอบครัว โดยเฉพาะเกษตรกรเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียงแบบพ้นื ฐาน เทียบไดก้ ับทฤษฎใี หม่ ทฤษฎีใหม่ข้ันตน้ ใหแ้ บ่งพ้นื ที่ออกเปน็ 4 ส่วน ตามอัตราสว่ น 30:30:30:10 ซง่ึ หมายถึง พ้ืนทีส่ ่วนทหี่ น่ึง ประมาณ 30% ใหข้ ดุ สระเกบ็ กักน้าเพ่ือใช้เก็บกักน้าฝนในฤดูฝน และใชเ้ สริมการ ปลกู พชื ในฤดูแล้ง ตลอดจนการเลย้ี งสัตวแ์ ละพืชน้าตา่ งๆ พนื้ ที่ส่วนที่สอง ประมาณ 30% ใหป้ ลกู ข้าวในฤดูฝนเพอื่ ใชเ้ ป็นอาหารประจาวนั สาหรบั ครอบครัว ใหเ้ พยี งพอตลอดปี เพื่อตัดค่าใช้จา่ ยและสามารถพง่ึ ตนเองได้ พ้ืนที่ส่วนท่ีสาม ประมาณ 30% ให้ปลูกไมผ้ ล ไม้ยนื ตน้ พชื ผกั พืชไร่ พชื สมนุ ไพร ฯลฯ เพ่ือใช้เปน็ อาหารประจาวนั หากเหลือบริโภคก็นาไปจาหนา่ ย พื้นที่สว่ นท่ีส่ี ประมาณ 10% เปน็ ทอ่ี ยู่อาศยั เล้ียงสตั ว์ ถนนหนทาง และโรงเรือนอ่นื ๆ ทฤษฎใี หม่ขน้ั ทสี่ อง เม่ือเกษตรกรเข้าใจในหลักการและได้ปฏบิ ัตใิ นท่ีดนิ ของตนจนไดผ้ ลแลว้ กต็ อ้ งเร่ิมขนั้ ที่ สอง คือให้เกษตรกรรวมพลังกันในรปู กลุ่ม หรอื สหกรณ์ ร่วมแรงร่วมใจกนั ดาเนินการในดา้ น
9 1. การผลิต (พันธุพ์ ชื เตรยี มดนิ ชลประทาน ฯลฯ) 2. การตลาด (ลานตากขา้ ว ยุ้ง เคร่ืองสขี า้ ว การจาหนา่ ย) 3. การเปน็ อยู่ (กะปิ น้าปลา อาหาร เคร่ืองนุ่งห่ม ฯลฯ) 4. สวัสดิการ (สาธารณสขุ เงนิ กู้) 5. การศกึ ษา (โรงเรยี น ทุนการศึกษา) 6. สังคมและศาสนา ทฤษฎใี หม่ข้ันที่สาม เม่ือดาเนินการผ่านพน้ ขน้ั ที่สองแลว้ เกษตรกร หรือกลุ่มเกษตรกรก็ควรพฒั นา ก้าวหนา้ ไปสู่ขนั้ ทีส่ ามต่อไป คือติดต่อประสานงาน เพื่อจดั หาทนุ หรือแหล่งเงนิ เช่น ธนาคาร หรือบรษิ ัท ห้าง รา้ นเอกชน มาชว่ ยในการลงทุนและพัฒนาคุณภาพชวี ิต ท้ังนี้ ทงั้ ฝา่ ยเกษตรกรและฝ่ายธนาคาร หรอื บริษัทเอกชนจะได้รบั ประโยชนร์ ว่ มกนั กลา่ วคอื - เกษตรกรขายข้าวไดร้ าคาสงู (ไมถ่ ูกกดราคา) - ธนาคารหรอื บรษิ ทั เอกชนสามารถซือ้ ขา้ วบริโภคในราคาต่า (ซ้ือข้าวเปลอื กตรงจากเกษตรกร และมาสีเอง) - เกษตรกรซื้อเคร่ืองอุปโภคบริโภคไดใ้ นราคาตา่ เพราะรวมกนั ซ้ือเปน็ จานวนมาก (เป็นรา้ น สหกรณ์ราคาขายส่ง) - ธนาคารหรือบรษิ ทั เอกชน จะสามารถกระจายบุคลากร เพ่ือไปดาเนินการในกิจกรรมต่างๆ ให้ เกดิ ผลดียง่ิ ขนึ้
10 การเลี้ยง การทาโรงเรอื น และการดูแลสตั ว์ปีกในครวั เรอื น โรงเรือนไซรเ์ ลก็ แบบแปลนและการลงทนุ เพอ่ื การเล้ียงไกพ่ ืน้ เมืองเปน็ อาชีพเสริม ปจั จบุ ัน กระแสออร์แกนิค ไร้สารพิษ มาแรงมาก ดว้ ยผู้บรโิ ภคหว่นั เกรงอันตรายจากสารเคมี อันนาไปสโู่ รคภยั ไข้เจบ็ ตา่ งๆและไก่ เป็นอาหารอกี ชนดิ หนงึ่ ท่ีอดุ มไปดว้ ยฮอร์โมนและยาปฏชิ ีวนะ ดังนน้ั ทางออกหน่ึงสาหรบั ผู้ ทม่ี ีพน้ื ที่ว่าง ข้างๆบ้าน ก็คือเล้ียงไก่ไว้บรโิ ภคเอง ไมว่ า่ จะเป็นไกเ่ นื้อหรอื ไก่ไข่วันนี้ “เสน้ ทางเศรษฐีออนไลน์” นา แปลนสาหรบั การสร้างโรงเรอื นเลย้ี งไก่มาฝากกนั ซึ่งจุดประสงคห์ ลกั ก็คือ การเล้ยี งในปรมิ าณที่ไม่มาก แต่ สามารถตอ่ ยอดเพื่อเป็นอาชีพเสริมได้ โรงเรอื นไก่พื้นเมืองต้นแบบ ท่ีได้มาคราวน้ี มาจาก ศูนยว์ จิ ัยและบารงุ พันธส์ุ ัตวก์ บินทรบ์ ุรี สานักพฒั นาพันธุ์ สัตว์ กรมปศสุ ัตว์ ที่มคี าแนะนาการสร้างโรงเรอื นดงั น้ี เปน็ โรงเรอื นขนาด 6 X 6 ตารางเมตร สามารถเลี้ยงไก่ได้ 15-20 ตวั วัสดกุ อ่ สร้างเปน็ ไม้ไผ่ และหลังคามุง ด้วยจากต้นทนุ ก่อสรา้ งประมาณ 4500-5000 บาท นั่นหมายความวา่ พ้ืนท่ที จี่ ะสร้าง น่าจะเปน็ ในสวน ที่มี ตน้ ไม้ใหญ่ใหค้ วามร่มเย็น และสรา้ งอยู่บนพื้นดนิ เนื่องจาก จะมพี น้ื ท่สี ่วนท่เี ป็นลานอิสระ ปล่อยให้ไก่ได้ ออกมาหากนิ ทงั้ พชื ตน้ หญา้ มด หรือปลวก เปน็ ต้นนอกจากน้ี โรงเรือนลักษณะนยี้ ังจะชว่ ยป้องกนั อันตราย จากสตั ว์อื่นๆทจ่ี ะเข้ามาทาร้าย และช่วยลดความเสยี่ งการเกดิ โรคระบาดไข้หวัดนกได้อกี ดว้ ยทง้ั น้ี เพือ่ เปน็ ตน้ แบบให้เกษตรกรรายร่อย สรา้ งโรงเรอื นขนาดเล็ก หรือนาไปพัฒนาตอ่ ยอดเพื่อรูปแบบใหม่ๆ ตอ่ ไป มองจากด้านหน้า มปี ระตเู ข้า
11 ภาพดา้ นขา้ ง
12 การทาบัญชคี รวั เรอื น การจัดทาบัญชีครวั เรือน จากสภาวะสงั คมปจั จุบันทเ่ี ต็มไปดว้ ยกระแสวตั ถุนยิ ม และความฟุ่มเฟือย ฟ้งุ เฟ้อ จนทาใหค้ นไทย หลงเดนิ ทางผิดไปตามกระแสนยิ มจนกลายเป็นปญั หา โดยเฉพาะปญั หาหนี้สนิ ท่ีไมม่ ีวนั จบสน้ิ อยา่ งไรก็ตาม คนไทยยังมที างออก ซงึ่ การจะดารงชีวิตใหอ้ ยรู่ อดภายใตส้ ังคมในปัจจุบนั แนวทางหนึ่งท่ีประชาชนไทยควร ยดึ ถอื คอื การพง่ึ ตนเอง รจู้ กั ความพอประมาณ และไมป่ ระมาท ตามแนวปรัชญา “เศรษฐกิจพอเพยี ง” ของ พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั ท่ที รงมองเหน็ ถึงความสาคัญของการสร้างภมู ิคุ้มกนั ให้กบั ตวั เอง รจู้ ักความ พอมพี อกนิ พอมพี อใช้ คานงึ ถึงหลกั เหตุผลและการประมาณตนเอง พร้อมกบั ทรงเตือนสตปิ ระชาชนคนไทย ไมใ่ ห้ประมาท โดยเฉพาะการใช้จา่ ยเงนิ อนั เป็นปัจจยั สาคัญในการดาเนนิ ชวี ิต การทาบัญชี คือ การจดบันทึก ข้อมูลเก่ียวกับเง่ือนไขปัจจัยในการดารงชีวิตของตัวเอง และภายใน ครอบครวั ชมุ ชน รวมถึงประเทศ ขอ้ มลู ทีไ่ ดจ้ ากการบนั ทึกจะเป็นตัวบ่งชี้อดีตปัจจุบันและอนาคตของชีวิตของ ตัวเอง สามารถนาข้อมูลอดีตมาบอกปัจจุบันและอนาคตได้ ข้อมูลท่ีได้ ท่ีบันทึกไว้ จะเป็นประโยชน์ต่อการ วางแผนชวี ติ และกจิ กรรมต่าง ๆ ในชวี ิต ในครอบครวั บัญชีครวั เรือน มไิ ดห้ มายถึง การทาบัญชีหรือบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันเท่านั้น แต่อาจหมายถึง การบันทึกข้อมูลด้านอ่ืน ๆ ในชีวิต ในครอบครัว เป็นต้น ของเราได้ด้วย เช่น บัญชีทรัพย์สิน พันธ์ุพืช พันธ์ุไม้ ในบ้านเราในชุมชนเรา บัญชีความรู้ความคิดของเรา บัญชีผู้ทรงคุณ ผู้รู้ในชุมชนเรา บัญชีเด็กและเยาชนของ เรา บัญชีภูมิปัญญาด้านต่าง ๆ ของเรา เป็นต้น หมายความว่า ส่ิงหรือเร่ืองราวต่าง ๆ ในชีวิตของเรา เราจด
13 บันทึกได้ทุกเรื่อง หากประชาชนทุกคนจดบันทึกจะมีประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและประเทศ จะเป็นแหล่งเรียนรู้ ครอบครัวเรียนรู้ ชุมชนเรียนรู้ และประเทศเรียนรู้การเรียนรู้เป็นท่ีมาของปัญญา ปัญญา เป็นทม่ี าของความเจรญิ ท้งั กาย สังคม ใจ และจิตวิญญาณของมนุษย์จะเห็นว่า การทาบัญชี หรือการจดบันทึก นสี้ าคญั ย่งิ ใหญม่ าก บคุ คลสาคัญในประเทศหลายท่านเปน็ ตัวอยา่ งที่ดขี องการจดบันทึก เช่น ท่านพุทธทาส ใน หลวง และสมเด็จพระเทพ ล้วนเป็นนักบันทึกท้ังสิ้น การบันทึก คือ การเขียน เมื่อมีการเขียนย่อมมีการคิด เม่ือมีการคิดย่อมก่อปัญญา แก้ไขปัญหาได้โดยใช้เหตุผลวิเคราะห์พิจารณา ได้ถูกต้อง น่ันคือ ทางเจริญของ มนุษย์ การทาบัญชีครัวเรือนในด้านเศรษฐกิจ หรือการบันทึกรายรับรายจ่ายที่ทางราชการพยายามส่งเสริม ให้ประชาชนได้ทากัน น่ัน เป็นเรื่องการบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันประจาเดือนว่า มีรายรับจากแหล่ง ใดบ้าง จานวนเท่าใด มีรายจ่ายอะไรบ้าง จานวนเท่าใด ในแต่ละวัน สัปดาห์ เดือน และ ปี เพื่อจะได้เห็น ภาพรวมว่า ตนเองและครอบครัวมีรายรับเท่าใด รายจ่ายเท่าใด คงเหลือเท่าใด หรือ เงินไม่พอใช้เท่าใด คื อ รายจ่ายมากกว่ารายรับ และสารวจว่ารายการใดจ่ายน้อยจ่ายมาก จาเป็นน้อยจาเป็นมาก จาเป็นน้อย อาจ ลดลง จา่ ยเฉพาะทจี่ าเปน็ มาก เช่น ซื้อกับขา้ ว ซอ้ื ยา ซอ้ื เสอื้ ผา้ ซอ่ มแซมบ้าน การศึกษา เป็นต้น ส่วนรายจ่าย ที่ไม่จาเป็นให้ลด ละ เลิก เช่น ซื้อบุหรี่ ซ้ือเหล้า เล่นการพนัน เป็นต้น เม่ือนารายรับ รายจ่าย มาบวกลบกัน แล้วขาดดุลเกินดุลไปเท่าใด เม่ือเห็นตัวเลข จะทาให้เราคิดได้ว่าสิ่งไม่จาเป็นนั้นมีมากหรือน้อยสามารถลดได้ หรือไม่ เลิกได้ไหม ถ้าไม่ลดไม่เลิกจะเกิดอะไร กับตัวเอง ครอบครัว ชุมชน และประเทศ หากเราวางแผนการ รับการจ่ายเงินของตนเองได้ เท่ากับว่า รู้จักความเป็นคนได้พัฒนาตนเอง ให้เป็นคนมีเหตุมีผล เป็นคนรู้จัก พอประมาณ เป็นคนรักตนเอง รักครอบครัว รักชุมชน และรักประเทศชาติมากขึ้นจึงเห็นได้ว่า การทาบัญชี ครัวเรอื น ในเรือ่ งรายรับรายจ่าย ก็คือวิถีแห่งการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาชีวิต ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นั่นเอง เพราะปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง คอื ปรัชญาชีวติ ท่ถี กู ต้องเหมาะสม พอดี สอดคล้องถูกต้องตามกฎธรรมชาติท่ี มีทงั้ ความเปน็ เอกภาพและดลุ ยภาพอยู่เสมอ การทาบัญชีครัวเรือนเป็นการจดบันทึกรายรับรายจ่ายประจาวันของครัวเรือน และสามารถนาข้อมูล มาวางแผนการใช้จ่ายเงินในอนาคตได้อย่างเหมาะสม ทาให้เกิดการออม การใช้จ่ายเงินอย่างประหยัดคุ้มค่า ไมฟ่ มุ่ เฟอื ย ดงั น้นั การทาบัญชชี ีครัวเรือนมคี วามสาคญั ดังนี้ 1. ทาใหต้ นเองและครอบครัวทราบรายรับ รายจา่ ย หนส้ี ิน และเงินคงเหลอื ในแต่ละวนั รายรับ หรือ รายได้ คือ เงิน หรือสินทรัพย์ท่ีวัดมูลค่าได้ ที่ได้รับจากการประกอบอาชีพ หรือ ผลตอบแทนท่ีได้รับจากการให้ผู้อื่นใช้สินทรัพย์ หรือ ผลตอบแทนจากการลงทุนในรูปแบบต่างๆ เช่น รายได้ จากค่าจ้างแรงงาน เงินเดือน ดอกเบ้ียรับจากเงินฝากธนาคาร หรือ จากเงินให้กู้ยืม รายได้จากการขายสินค้า หรอื บรกิ าร เปน็ ตน้ รายจา่ ย หรือ คา่ ใชจ้ า่ ย คอื คือ เงิน หรือสนิ ทรัพยท์ ว่ี ดั มูลคา่ ได้ ทจี่ ่ายออกไปเพื่อให้ได้ส่ิงตอบแทน กลับมา สง่ิ ตอบแทนอาจเป็นสินคา้ หรือบรกิ าร เช่น ค่าอาหาร ค่าน้าค่าไฟฟ้า (ค่าสาธารณูปโภค) ค่าน้ามัน ค่า หนังสือตารา เป็นต้น หรือรายจ่าย อาจไม่ได้รับสิ่งตอบแทนคือสินค้าหรือบริการก็ได้ เช่น เงินบริจาคเพื่อการ กศุ ล เงนิ ทาบญุ ทอดกฐิน ทอดผ้าปา่ เปน็ ต้น
14 หนี้สนิ คือ ภาระผูกพนั ทีต่ ้องชดใช้คนื ในอนาคต การชดใช้อาจจา่ ยเปน็ เงินหรือของมีค่าท่ีครอบครัว หรือตนเองมีอยู่ หน้ีสินเป็น เงินหรือส่ิงของที่มีค่าที่ครอบครัวหรือตนเองได้รับมาจากบุคคลหรือแหล่งเงิน ภายนอก เช่น การกู้ยืมเงินจากเพื่อนบ้าน การกู้ยืมเงินจากกองทุนต่างๆ การซ้ือสินค้าหรือบริการเป็นเงินเช่ือ การซอ้ื สินทรัพย์เปน็ เงินผอ่ นชาระ หรอื การเช่าซ้ือ เป็นต้น เงินคงเหลือ คือ เงิน หรือ ทรัพย์สินท่ีวัดมูลค่าได้ หลังจากนารายรับลบด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏ รายรบั มากกวา่ รายจา่ ยจะทาให้มีเงินคงเหลอื หรือในหลกั ทางบัญชีเรยี กวา่ กาไร แต่หากหลังจากนารายรับลบ ด้วยรายจ่ายแล้วปรากฏว่ารายจ่ายมากกว่ารายรับจะทาให้เงินคงเหลือติดลบหรือทางบัญชีเรียกว่าขาดทุน น่ันเอง 2. นาขอ้ มูลการใช้จ่ายเงนิ ภายในครอบครวั มาจดั เรยี งลาดบั ความสาคัญของรายจ่าย และวางแผนการ ใช้จ่ายเงิน โดยพิจารณาแต่ละรายการในแต่ละวันมีรายจ่ายใดท่ีมีความสาคัญมาก และรายจ่ายใดไม่จาเป็นให้ ตัดออก เพื่อให้การใช้จ่ายเงินภายในครอบครัวมีพอใช้และเหลือเก็บเพื่อการออมทรัพย์สาหรับใช้จ่ายสิ่ งที่ จาเป็นในอนาคต บัญชีครัวเรือนถือเป็นส่วนสาคัญในการปฏิบัติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง โดยยึดหลัก 3 ข้อ คือ การพอประมาณ ถ้ารู้รายรับรายจ่าย ก็จะใช้แบบพอประมาณ แต่ มีเหตุผล รู้ว่ารายจ่ายใดจาเป็นไม่ จาเป็น และเม่อื เหลือจากใชจ้ ่ายกเ็ กบ็ ออม นัน่ คอื ภูมคิ มุ้ กนั ที่เอาไว้คุ้มกันตัวเราและครอบครัว บัญชีครัวเรือน สามารถจดั ไดห้ มด จึงนับวา่ มีประโยชนม์ าก ขอ้ ควรระวงั ในการจัดทาบญั ชคี รัวเรอื น คือ ลมื บันทกึ บญั ชี ทาให้ขาดความต่อเนื่องในการบันทึก และ ส่งผลให้ไม่อยากบันทึก ผู้จัดทาเข้าใจผิดในรายการบัญชี ไม่เข้าใจรายการที่เป็นรายรับ จึงไม่ได้บันทึกบัญชี เช่น ลกู สง่ เงินมาให้พ่อแมส่ าหรับใชจ้ ่ายทุกวนั สนิ้ เดือน แต่พ่อแม่ไม่ได้บันทึกบัญชีรายรับเนื่องจากเข้าใจว่าเงิน ที่ได้รับมาน้ันมิได้เกิดจากการประกอบอาชีพของตนเองหรือ เข้าใจผิดรายการหน้ีสินแต่บันทึกว่าเป็นรายรับ ทาให้มไิ ด้เก็บเงนิ ไวส้ าหรบั จา่ ยชาระหน้ีในอนาคต เช่น ยืมเงินจากเพื่อนบ้านมาใช้จ่ายภายในครอบครัว ถึงแม้ จะได้รับเงินมาแต่รายการดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นรายรับเนื่องจากตนเองมีภาระผูกพันที่ต้องชดใช้ในอนาคต ซึ่ง อาจต้องชดใช้เงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยด้วย จากสาเหตุดังกล่าวอาจทาให้ครอบครัววางแผนการใช้ จ่ายเงิน ผดิ พลาด สว่ นข้อผิดพลาดอีกประการหนึ่งคือ การเขียนช่ือรายการผิด การบนั ทกึ ตัวเลขผิด การบวกหรือการลบ จานวนเงินผิดอาจเกิดจากการลืมจดบันทึกรายการบัญชี หรือบันทึกรายการซ้าๆ กันหลายรายการ ปัญหา ดังกลา่ วแก้ไขโดยการคานวณจานวนเงินกระทบยอดเงินคงเหลือในบัญชีกับยอดเงินฝากธนาคารที่ครอบครัวมี อยู่จริง หรือยอดเงินที่เก็บไว้สาหรับใช้จ่ายจริง หากพบว่ายอดเงินคงเหลือในบัญชีเท่ากับยอดเงินคงเหลือใน บัญชีเงนิ ฝากธนาคาร แสดงวา่ การจดั ทาบัญชีถูกตอ้ ง แตห่ ากกระทบยอดแล้วยอดเงินทั้งสองไม่เท่ากันอาจเกิด จากการบันทึกบัญชีผิดพลาด หรือเงินสดของครอบครัวสูญหาย นะคะ มาถึงตอนนี้แล้วท่านผู้ฟังหลายท่าน อาจนึกในใจแล้วว่าการจดบันทึกเป็นส่ิงที่สาคัญและจาเป็นมากสาหรับการดารงชีวิตในปัจจุบัน ยิ่ง เศรษฐกิจไม่ดี การเงนิ ขาดสภาพคล่องดว้ ยแลว้ ละก็คิดว่าหลายท่านคงอยากจะหันมาจดบันทึกรายรับและ รายจา่ ยกันบา้ ง การวางแผนการใช้จ่ายเงินให้เหมาะสมระหว่างรายรับและรายจ่าย ครอบครัวต้องมีรายรับมากกว่า รายจ่าย หากพบว่ารายรับน้อยกว่ารายจ่าย ต้องหาแนวทางนาเงินมาใช้จ่ายให้เพียงพอ โดยอาจต้องกู้ยืมเงิน
15 มาใชจ้ า่ ย แต่การกูย้ ืมเงินไม่ใช่แนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ เพียงแต่ช่วยให้การใช้จ่ายมีสภาพคล่องชั่วขณะ เท่านั้น และในระยะยาวยังส่งผลให้ครอบครัวมีภาระหน้ีสินจานวนมาท้ังเงินต้นและดอกเบ้ียซ่ึงจะเพ่ิมจานวน มากขึ้นตามระยะเวลาที่ยาวนานในการกู้ยืมเงิน เป็นปัญหาท่ีแก้ไขได้ยาก สาหรับการแก้ไขปัญหาการขาด สภาพคล่องในการใช้จ่ายเงินหรือปญั หารายรับไมเ่ พียงพอกับรายจา่ ยนัน้ มีแนวทางดังนี้ 1. การตัดรายจ่ายที่ไม่จาเป็นออก เพื่อลดภาระการจ่ายเงินออกจากครอบครัว เช่น รายจ่าย เกย่ี วกบั การพนัน ส่งิ เสพติดของมนึ เมา รายจ่ายฟุ่มเฟือย เป็นต้น เป็นการสรา้ งนสิ ัยมใิ ห้ใช้จา่ ยฟมุ่ เฟอื ย 2. การลดรายจ่ายที่จาเป็นลง เพ่ือสร้างนิสัยการประหยัด อดออม การใช้ทรัพยากรท่ีมีอยู่จากัด อย่างคุ้มค่า เช่น การปลูกผัก ผลไม้ไว้รับประทานเอง เพ่ือช่วยลดค่าอาหาร และค่าเดินทางไปตลาด อีกท้ังทา ให้สขุ ภาพดีอกี ด้วย ลดการใช้นา้ มันเช้ือเพลงิ แล้วหันมาออกกาลังกายโดยการปัน่ จกั รยาน หรือ การเดิน การวิ่ง แทนการขบั รถจกั รยานยนต์ หรอื รถยนต์ เป็นต้น 3. การเพ่ิมรายรับ หารายได้เสริมนอกเวลาทางานปกติ เช่น การใช้เวลาว่างรับจ้างตัดเย็บเส้ือผ้า การขายอาหารหลังเลิกงาน การปลกู ผัก หรอื เลีย้ งสตั ว์ไวข้ าย เปน็ ตน้ 4. การทาความเข้าใจกันภายในครอบครัวเพื่อให้ทุกคนร่วมมือกันประหยัด รู้จักอดออม การใช้ ทรัพยากรต่างๆ ลด ละ เลิก รายจ่ายหรือส่ิงที่ไม่จาเป็น และช่วยกันสร้างรายรับให้เพียงพอ เหมาะสมกับ เศรษฐกิจปจั จุบนั ตารางตวั อยา่ งแบบฟอรม์ บญั ชีครัวเรือน (บญั ชรี ายรับและรายจา่ ย) บัญชีรายรบั -รายจา่ ย วันท่ี รายการ รบั จา่ ย คงเหลือ หมายเหตุ ยอดคงเหลือยกมา รวมรับ จ่าย และยอดคงเหลอื ยกไป บทสรปุ การจดั ทาบญั ชีครัวเรือน หรือ บัญชีรายรับรายจ่ายน้ี ไม่ใช่เป็นแต่เพียงการจดบันทึกรายการต่างๆ ที่เป็นเงินเท่าน้ัน แต่ยังเป็นการสร้างความสามัคคีภายในครอบครัว รู้จักช่วยเหลือแบ่งปันกันในสังคม มีการ เรียนรู้ซ่ึงกันและกัน ซ่ึงเกิดจากประสบการณ์ต่างๆ ท่ีได้รับจากการจดบันทึกข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ทาให้ ประชาชนทุกคนรูจ้ ักการบรหิ ารจัดการด้านการเงินและการวางแผนการทางานทุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ได้ การทาบัญชีครัวเรือนทาให้ครอบครัวมีความสุขใช้ชีวิตโดยยึดหลักความพอเพียง มีเหตุมีผล รู้จักพึ่งพา ตนเอง มีความพอประมาณ การเงนิ มสี ภาพคลอ่ ง รู้จักการเกบ็ ออม ทุกคนรู้ถึงแหล่งท่ีมาของรายรับและการใช้ ไปของคา่ ใช้จา่ ยในแต่ละวันสามารถนาขอ้ มลู การใช้จา่ ยมาวางแผนบริหารการเงินในอนาคตได้
16 ที่มา : 1. ความรูเ้ กี่ยวกบั การจัดทาบัญชคี รวั เรือน. www.east.spu.ac.th/accounting/depart_new/Open_knowledge.php?id=398 2. ภัทรา เรืองสนิ ภิญญา. “บัญชีครัวเรือน” เร่อื งใกลต้ ัวทีถ่ กู มองขา้ ม “Home Accounting”. วารสาร วิทยาการจดั การและสารสนเทศศาสตร์ 2555; 7(1):20-8. การปลูกพชื ผกั ไว้บริโภคเองในครวั เรอื น วธิ ี การปลูกผัก ชนิดต่างๆ 1.หัวไชเ้ ท้า การปลูกหวั ไชเ้ ทา้ สามารถปลูกลงในที่ท่จี ะปลูกไดเ้ ลย ไม่ต้องเพราะกล้า แต่ต้องใช้ภาชนะในการปลูก ทีม่ คี วามลึกประมาณ 20 เซนติเมตร เพ่ือให้หวั ไช้เทา้ จะได้แทงหัวลงดนิ แล้วดินควรตอ้ งรว่ นซยุ เพราะหัวจะได้ แทงลงไปได้ง่าย 2.ถว่ั ฝกั ยาว ถว่ั พู ปลกู ถว่ั ฝักยาวไว้ทานเองในบ้านการปลูกถวั่ ฝักยาว และถ่วั พู อันดบั แรกควรแช่นา้ ท้ิงไวส้ ัก 1 คนื เพราะเมลด็ มนั จะค่อนข้างแข็ง จากนน้ั ใชก้ ระถางใบใหญ่หน่อย เม่อื เมลด็ เรม่ิ โตไดป้ ระมาณ 2 สปั ดาห์ กท็ า ค้างให้เขาเลือ้ ย ใช้ไม้รวกทาก็ได้ จับต้นพนั กับไมค้ า้ ง พนั ทวนเข็มนาฬิกา เพราะสังเกตได้วา่ ไมเ้ ล้อื ยจะงอก เลอ้ื ยทวนเข็มนาฬกิ า แตไ่ มค่ วรปลูกถวั่ ฝกั ยาวในฤดูหนาวนะคะ เพราะถวั่ ฝกั ยาวไปชอบฤดูหนาว 3. ผกั บุง้ ปลูกผกั บงุ้ ไว้ทานเองในบา้ น ปลูกผกั บุง้ จนี เรม่ิ จากซื้อเมล็ดพันธุแ์ บบซอง นาเมล็ดผักบุ้งแช่นา้ ไว้ 1 คนื จากนัน้ กห็ ่อด้วยผ้าต่ออีก 2 คืน ใหผ้ ้าชื้นตลอดเวลาเพ่ือเป็นการเร่งให้เมลด็ งอกเรว็ ข้นึ พอเมลด็ ผักบ้งุ เรม่ิ มรี ากขาวๆ งอกออกมา จากนน้ั เอานิว้ กดลงไปในดนิ ที่เตรียมไว้ แล้วหยอดเมลด็ ลงไป หลุมละ 1 เมลด็ ปดิ ปากหลมุ แล้วรดน้า หลงั จากน้ัน ประมาณ 1 สัปดาห์ ต้นผกั บุ้งกจ็ ะงอกออกมา จากนั้นก็รอจนมนั โตเตม็ ที่ก็สามารถเกบ็ มากนิ ได้แล้วค่ะ เพิ่มเติมการเลือกภาชนะให้อีกนิดนะคะ การเลอื กภาชนะท่ีใชป้ ลกู ควรเป็นกระถางทก่ี ว้าประมาณ 7 นว้ิ ขึ้นไป จะปลูกผกั บุง้ ไดป้ ระมาณ 10 ตน้ ทส่ี าคญั ผกั บงุ้ จนี ไมช่ อบหนา้ ฝน จึงควรปลกู ในฤดหู นานะคะ 4. พริกข้หี นูพรกิ การปลูกพริกข้ีหนู เริม่ จากนาพรกิ ข้ีหนูแห้งที่บ้านมาแกะเอาแต่เมลด็ แชน่ ้าสัก 1 คนื เช้ามาก็นาเมลด็ พริกมาลงปลกู ได้เลย ควรใช้กระถางเล็กๆ ขนาดสัก 6 นว้ิ ก็พอ ใส่กาบมะพร้าวสบั ครงึ่ หน่ึงของกระถาง แล้วใส่ ดนิ ท่ีเตรยี มไว้ ไม่ต้องเตม็ นะคะ แล้วโรยเมล็ดพรกิ ที่แชไ่ ว้ในกระถาง จากนั้นกใ็ สด่ นิ บางๆ ปดิ ทบั อีกชั้น รดนา้ เชา้ -เย็น ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ต้นพริกเลก็ ๆ ก็จะงอกออกมา รอใหเ้ ขาโตพอมใี บซัก 3-4 ใบ จึงค่อยแยกไป ปลกู ในกระถางใหญ่ เม่ือตน้ เร่ิมโตก็สามารถเกบ็ กินไดแ้ ล้วค่ะ 5. ผกั ชปี ลกู ผักไว้ทานเองในบ้าน ปลูกผักชเี ร่มิ จากซ้ือเมล็ดผักชที ่ีขายเปน็ ซอง นามาล้างนา้ ออกหลายๆ ครงั้ แล้วนาเมล็ดไปแชน่ า้ ไว้ 1 คนื พอตอนเชา้ ก็เอามาห่อผ้าไว้ คอยพรมนา้ ให้ผา้ ชื่นอยู่ตลอดเวลานะคะ เมื่อผา่ นไปประมาณ 2-3 วนั เมลด็
17 ผักชกี ็จะมรี ากเล็กๆ โผลข่ ้ึนมาให้นาไปโรยลงในแปลงฝักหรือกระถางที่เตรียมไว้ กลบดว้ ยดินอีกชน้ั รดนา้ เช้า- เย็น ไม่ต้องรดน้าแฉะนะคะ เพราะผักชีไม่ชอบ รอจนผกั ชีโตกส็ ามารถนาไปรับประทานได้แลว้ ทศั นัย ชยั เพ็ชร นักวิชาการเกษตร ศูนย์วจิ ัยและพัฒนาพชื ผกั เขตร้อน ภาควิชาพชื สวน คณะเกษตร กาแพงแสน ปจั จบุ นั เทรนด์การดูแลสขุ ภาพเป็นที่นิยมมากขน้ึ แต่ปญั หาในการเลอื กซื้อผักบรโิ ภคในปัจจบุ นั มกั เส่ียงกบั การไดร้ ับสารพษิ ตกคา้ งจากกระบวนการผลติ พชื ผกั ไมว่ า่ จะเปน็ ยาฆา่ แมลงหรือสารเคมีกาจดั ศัตรูพืช ซง่ึ เกิด จากการขาดความระมดั ระวังของผใู้ ชส้ ารเคมที ี่ไมไ่ ด้คานงึ ถึงความปลอดภยั ของผบู้ ริโภคเป็นหลัก การปลูก พชื ผักไว้บริโภคเองในครวั เรอื นจึงเปน็ ทางเลอื กหนึ่งท่ีผ้บู รโิ ภคสามารถลดความเสยี่ งจากสารเคมตี กค้างใน พืชผักได้ • ปลอดภัย มั่นใจวา่ ไดบ้ รโิ ภคผลผลติ ที่ปลอดภยั จากสารเคมี • ประหยัดคา่ ใชจ้ า่ ย หากผลผลติ เหลอื จากกนิ เองแล้ว ก็สามารถ แบง่ ขาย สรา้ งรายได้เสรมิ ได้ และไม่ จาเปน็ ต้องใช้พน้ื ทเ่ี ยอะ • ใช้เวลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ ไดใ้ ชเ้ วลาวา่ งรว่ มกนั กบั สมาชิก ในครอบครัว เรมิ่ จากการปลูกผักที่ดูแลง่ายและใชท้ าอาหารเป็นประจา เชน่ ต้นหอม ผักชี กะเพรา ใช้ส่วนท่ีเหลือจากการ ปรุงอาหาร เช่น ราก หัวหรอื กงิ่ นามาปักชาลงในดนิ หรอื วัสดุปลูกเพ่ือขยายพนั ธเ์ุ ป็นต้นใหม่ได้ ภาชนะเหลอื ใช้ เช่น ถงุ ปยุ๋ แก้วกาแฟ ถ้วยชาม นามาเจาะรรู ะบายนา้ บรเิ วณกน้ ภาชนะดา้ นล่าง กส็ ามารถ นามาใช้เป็นกระถางปลกู ผกั ไดง้ ่ายๆ
18 ขยะสดจากครัวเรือน เชน่ เศษผัก ผลไม้หรอื เศษอาหารนามาหมักรว่ มกับดินรว่ นและเศษหญา้ หรอื ใบไม้ อัตราส่วน 1:1:1 หมกั ท้งิ ไว้ประมาณ 1 เดอื น จนไมเ่ กิดความรอ้ นในการหมักแลว้ จึงนามาใชเ้ ปน็ วัสดสุ าหรบั ปลกู ผักไดโ้ ดยไมต่ ้องทงิ้ ให้เปล่าประโยชน์ การใชป้ ยุ๋ เคมีมักมีความเขา้ ใจผิดว่าเปน็ สารเคมอี นั ตรายน้นั แท้จรงิ แล้วปยุ๋ เคมีคอื ธาตุอาหารของพืชทผี่ ลิตจาก หินและแรท่ ่ีไดจ้ ากธรรมชาติโดยแรธ่ าตจุ ากหนิ บางชนดิ สามารถนามาใชเ้ ป็นปุ๋ยเคมีโดยตรง เช่น ธาตุ ฟอสฟอรัส (P) ไดจ้ ากหินฟอสเฟต ธาตุโพแทสเซียม (K) ไดจ้ ากกระบวนการสังเคราะห์ทางเคมีจากแรโ่ พแทช หรือปุ๋ยยูเรยี ที่ให้ธาตุไนโตรเจน (N) ก็เกิดจากการสังเคราะห์ได้จากสารอินทรียท์ ่ีมอี ยใู่ นธรรมชาตเิ ช่นกนั ปุ๋ยเคมใี ช้เวลาในการปลดปล่อยธาตุอาหารไมน่ าน ทาให้พืชสามารถดดู ธาตุอาหารไปใชไ้ ด้อย่างรวดเรว็ ให้ธาตุ อาหารตรงตามความต้องการของพืชในแต่ละระยะการเจริญเติบโต แตค่ วรใชป้ ุ๋ยเคมีในปรมิ าณท่ีพอเหมาะและ ถกู ชว่ งเวลาท่ตี ้นพชื ต้องการ เพราะการใช้ป๋ยุ เคมมี ากเกินไปก็สง่ ผลเสียต่อโครงสรา้ งของดินเช่นกนั เอกสารอา้ งอิง กรมวชิ าการเกษตร. ฉบบั แก้ไข 2539. เอกสารวิชาการเร่ือง หลกั และวิธกี ารผลติ ผกั อนามัย. อาไพพงศ์ เกาะ เทยี น. 2545. ผกั สวนครัว. กองเกษตรสัมพันธ์, กรมส่งเสรมิ การเกษตร.
19 ส่วนท่ี 4 ผลการดาเนนิ งาน ผูด้ าเนนิ การจดั ทาโครงการการเรียนรู้ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง“ปลูกผกั สวนครวั รอบรว้ั กนิ เอง” ตาบลชาตติ ระการ ในการอบรม เก็บรวบรวมข้อมูล และการวเิ คราะหข์ ้อมูลดังน้ี 1. เครื่องมอื ท่ใี ชใ้ นการจัดกิจกรรม ข้อมลู ปฐมภมู ิ ไดจ้ ากการกรอกแบบสอบถามของผูเ้ ข้ารว่ มกิจกรรม ข้อมลู ทุติยภมู ิ ศึกษาจากเอกสาร ขอ้ มลู ต่าง ๆ ที่เก่ียวข้อง 2. การเก็บรวบรวมข้อมูล 2.1 ประชากรและกล่มุ ตวั อยา่ ง 2.1.1 ประชาชนทีเ่ ข้ารับการอบรม 2.2 วธิ ีดาเนนิ การในการตดิ ตามและประเมินผลการดาเนินงานได้ดาเนนิ การดังน้ี 2.2.1 เครอื่ งมือท่ใี ชใ้ นการประเมิน เปน็ แบบสอบถาม แบง่ ออกเปน็ 3 ตอน คอื ตอนท่ี 1 ขอ้ มลู สถานภาพทั่วไปเก่ยี วกับผ้ตู อบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 ขอ้ มูลเก่ียวกบั ความพึงพอใจในการเข้ารว่ มโครงการฯ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะอื่น ๆ 2.2.2 วเิ คราะห์ขอ้ มลู ในการวิเคราะห์ ดาเนินการดังน้ี ตอนท่ี 1 ขอ้ มูลสถานภาพท่วั ไปของผ้ตู อบแบบสอบถามวิเคราะหผ์ ลด้วยการหาค่าร้อยละ ค่ารอ้ ยละ (%) P = 100 เมื่อ p แทน รอ้ ยละ F แทน จานวนผตู้ อบแบบสอบถาม n แทน จานวนทง้ั หมด ตอนที่ 2 ข้อมูลเกีย่ วกับการดาเนนิ งานตามโครงการ ใชค้ ่าเฉลยี่ x = เมอื่ x แทน ค่าเฉล่ีย แทน จานวนผู้ตอบแบบสอบถาม x แทน จานวนท้งั หมด n
20 ตอนท่ี 3 สรปุ ขอ้ เสนอแนะ โดยใชค้ วามถี่ ( f ) 2.2.3 การแปลผลข้อมูล ในการแปลความหมายของข้อมูล แปลผลจากค่าเฉลย่ี เลขคณิต x โดยใชห้ ลักเกณฑด์ ังน้ี คา่ เฉล่ียเลขาคณติ x ความหมาย 1.00 – 1.50 1.51 – 2.50 นอ้ ยทสี่ ุด 2.51 – 3.50 นอ้ ย 3.51 – 4.50 4.51 – 5.00 ปานกลาง มาก มากทส่ี ดุ 3. ผลการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน จากการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนตามโครงการการเรยี นรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ปลกู ผักสวนครวั รอบรวั้ กนิ เอง” ตาบลชาตติ ระการ ได้มีการสารวจความพงึ พอใจของผเู้ ข้าร่วมกจิ กรรมที่มตี ่อ รูปแบบการจดั กิจกรรม จานวน 1๘ คน โดยวิธีการตอบแบบสอบถาม จึงได้มีการนาเสนอข้อมูลในรปู ตาราง ประกอบคาบรรยาย โดยแบ่งออกเปน็ 3 สว่ น ไดแ้ ก่ ตอนที่ 1 ขอ้ มูลสว่ นบุคคล ตอนท่ี 2 ประเมินความพึงพอใจในการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ (กิจกรรมการเรยี นการสอน) ตอนที่ 3 สรปุ ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ สรุปเป็นประเด็นที่สาคญั ตอนท่ี 1 การวิเคราะห์ขอ้ มูลท่ัวไปของผ้ตู อบแบบสอบถาม ตารางท่ี 1 แสดงจานวน ร้อยละจานวนตามเพศ เพศ จานวน ( n = 9 ) ร้อยละ ชาย ๒ ๒๒.๒๒ หญงิ 1๖ ๑๗๗.๗๘ รวม 1๘ ๒๐๐.๐๐ จากตารางท่ี 1 ผลการศกึ ษาพบว่า ผเู้ ข้ารว่ มอบรมสว่ นใหญ่เปน็ เพศหญิง คิดเป็นร้อยละ ๑๗๗.๗๘ เพศชาย คิดเป็นร้อยละ ๒๒.๒๒ ตารางท่ี 2 แสดงจานวน ร้อยละจานวนตามอายุ อายุ จานวน ( n = 9 ) ร้อยละ ๑๕-๓๙ ปี ๑ ๑๑.๑๑ ๔๐-๕๙ ปี 1๒ 1๓๓.๓๓ ๖๐ ปี ข้ึนไป ๕ ๕๕.๕๖ 1๘ ๒๐๐.๐๐ รวม
21 จากตารางท่ี 2 ผลการศึกษาพบวา่ ผเู้ ข้าร่วมอบรมส่วนใหญ่ คอื ชว่ งอายุระหวา่ ง 40 – 59 ปี คิดเปน็ รอ้ ยละ 1๓๓.๓๓ รองลงมา คอื ชว่ งอายุ 60 ปขี ้นึ ไป คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๕๕.๕๖ และช่วงอายรุ ะหว่าง 15 – 39 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ ๑๑.๑๑ ตารางที่ 3 แสดงจานวน ร้อยละจานวนตามระดบั การศึกษาสงู สุด ระดบั การศกึ ษาสูงสดุ จานวน ( n = 9 ) รอ้ ยละ ประถมศกึ ษา 10 111.11 2 มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ 1 ๒๒.๒๒ มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 5 1๘ ๑๑.๑๑ อ่ืนๆ รวม 55.56 ๒๐๐.๐๐ จากตารางท่ี 3 ผลการศึกษาพบว่า ผ้เู ข้ารว่ มอบรมส่วนใหญ่มีระดบั การศึกษาสงู สุด คือ ประถมศึกษา คิดเป็นรอ้ ยละ 111.11 รองลงมา คือ อ่ืน ๆ คดิ เป็นร้อยละ 55.56 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ คดิ เปน็ รอ้ ยละ ๒๒.๒๒ และระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย คดิ เปน็ ร้อยละ ๑๑.๑๑ ตารางที่ 4 แสดงจานวน รอ้ ยละจานวนตามอาชีพ อาชีพ จานวน ( n = 9 ) ร้อยละ เกษตรกร 1๘ ๒๐๐.๐๐ รบั จา้ ง - คา้ ขาย - - นักเรยี น/นักศึกษา - - 1๘ - รวม ๒๐๐.๐๐ จากตารางที่ 4 ผลการศึกษาพบว่า ผู้เข้ารว่ มอบรมทัง้ หมดประกอบอาชีพเกษตรกร คิดเป็นร้อยละ ๒๐๐.๐๐
22 ตอนท่ี 2 การวเิ คราะห์ข้อมูลเก่ยี วกับความพึงพอใจในการจัดกจิ กรรม ตารางที่ 6 แสดงจานวน ร้อยละ และค่าเฉลี่ยของความพึงพอใจของผูเ้ ขา้ ร่วมอบรมที่มตี ่อการจัดกิจกรรม การเรยี นการสอน ระดบั ความพึงพอใจ/ความรู้ความเขา้ ใจ/การนาความรู้ไปใช้ ประเดน็ ความคดิ เหน็ มากทีส่ ดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ย คา่ เฉลยี่ อยู่ใน 5 4 3 2 ที่สุด ระดบั 1. ดา้ นหลักสูตร 1 1.1 ท่านได้มสี ่วนรว่ มในการ = 4.๔๒ เสนอความต้องการและวางแผนจดั กจิ กรรมตามหลักสูตรอาชพี นี้ ๑๓ ๓ ๒ - - 4.๒๘ มาก (7๒.๒๒%) (๑๖.6๗%) (๑๑.๑๑%) 1.2 เนื้อหาหลกั สูตรการจัด 1๔ ๓ ๑ - - 4.56 มาก (๗๗.๗๘%) (๑๖.6๗%) (๕.๕๖%) ที่สุด กิจกรรมอาชีพนตี้ รงกับความ - - - = 4.5๒ ต้องการของทา่ น - - 4.7๘ มาก ๑ 2. ดา้ นกระบวนการเรยี นรู้ (๕.๕๖%) - - 4.๕๐ มาก - 2.1 สอื่ /วัสดอุ ปุ กรณป์ ระกอบ 1๔ 4 ๑ - 4.๖๑ มาก (๕.๕๖%) - ทส่ี ดุ กจิ กรรมเรยี นร้มู เี พียงพอ (๗๗.๗๘%) (๒๒.๒๒%) ๒ - - 4.๓๓ มาก 2.2 สอ่ื /วัสดอุ ุปกรณก์ าร ๑๓ 4 (๑๑.๑๑%) - - 4.๓๙ มาก เรยี นรตู้ รงกับความต้องการ (7๒.๒๒%) (๒๒.๒๒%) ๒ (๑๑.๑๑%) = 4.๗๑ 2.3 ท่านไดใ้ ช้ทรัพยากรใน 15 ๒ - 4.89 มาก ทอ้ งถิ่นเป็นส่อื /วัสดุประกอบการ (๘๓.๒๒%) (๑๑.๑๑%) - ท่สี ุด เรียนรู้ ๑ (๕.๕๖%) - 4.6๗ มาก 2.4 ท่านได้ใชแ้ หลง่ เรยี นร/ู้ ภูมิ 1๔ ๒ ที่สดุ ๑ ปัญญาท้องถนิ่ ประกอบการเรียนรู้ (๗๗.๗๘%) (๑๑.๑๑%) (๕.๕๖%) - 4.5๖ มาก ท่ีสุด 2.5 ทา่ นสามารถเรียนรูแ้ ละได้ 15 ๑ ฝึกทกั ษะการปฏบิ ัติจริง (๘๓.๒๒%) (๕.๕๖%) 3. ดา้ นครู/วิทยากร 3.1 วิทยากรผู้สอนมีความรู้ 1๖ ๒ ความชานาญและประสบการณต์ รง (๘๘.๘๙%) (๑๑.๑๑%) ตามหลกั สตู ร 3.2 ความสามารถในการ 1๖ ๑ ถา่ ยทอดความรู้ของวทิ ยากรผู้สอน (๘๘.๘๙%) (๕.๕๖%) 3.3 วทิ ยากรรับผิดชอบการ 1๔ ๓ สอนครบตรงตามเวลาทก่ี าหนดตาม (๗๗.๗๘%) (๑๖.6๗%) แผน
23 ระดับความพงึ พอใจ/ความรู้ความเข้าใจ/การนาความรไู้ ปใช้ ประเดน็ ความคิดเหน็ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยทส่ี ุด ค่าเฉลี่ย อย่ใู น 5 4 3 2 1 ระดับ 4. ดา้ นสถานท่ี / ระยะเวลา = 4.๕๘ 4.1 สถานที่สะอาดและมี 1๔ ๒ ๒ - - 4.๓๓ มาก ความเหมาะสม (๗๗.๗๘%) (๑๑.๑๑%) (๑๑.๑๑%) 4.2 ระยะเวลาในการอบรมมี 15 ๓ - - - 4.๘3 มาก ความเหมาะสม (๘๓.๒๒%) (๑๖.6๗%) ท่ีสุด 5. ด้านการให้บริการของเจ้าหน้าท่ี = 4.6๑ 5.1 การบรกิ ารของเจ้าหนา้ ที่ 15 ๒ ๑ - - 4.๖๑ มาก (๘๓.๒๒%) (๑๑.๑๑%) (๕.๕๖%) ทส่ี ุด 5.2 การประสานงาน/อานวย 15 ๒ ๑ - - 4.๖๑ มาก ความสะดวกของเจ้าหนา้ ที่ (๘๓.๒๒%) (๑๑.๑๑%) (๕.๕๖%) ทส่ี ุด โครงการ 6. ดา้ นความรู้ความเข้าใจ = 4.35 6.1 ความรู้ ความเขา้ ใจใน 12 ๓ ๓ - - ๔.๐๐ มาก (6๖.6๗%) (๑๖.6๗%) (๑๖.6๗%) เร่ืองนก้ี ่อนการอบรม 6.2 ความรู้ ความเข้าใจใน 1๖ ๑ ๑ - - 4.67 มาก (๘๘.๘๙%) (๕.๕๖%) (๕.๕๖%) เร่ืองนห้ี ลังการอบรม ที่สดุ 6.3 สามารถบอกประโยชน์ 15 ๑ ๒ - - 4.๓๙ มาก ได้ (๘๓.๒๒%) (๕.๕๖%) (๑๑.๑๑%) 6.4 สามารถจัดระบบความคดิ 1๔ ๒ ๒ 4.๓3 มาก สูก่ ารพัฒนางานอยา่ งเป็นระบบได้ (๗๗.๗๘%) (๑๑.๑๑%) (๑๑.๑๑%) 7. ด้านการนาความรู้ไปใช้ = 4.๕๙ 7.1 สามารถนาความรูท้ ไี่ ด้รับ 1๔ ๓ ๑ - - 4.68 มาก ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้ (๗๗.๗๘%) (๑๖.6๗%) (๕.๕๖%) ทีส่ ุด 7.2 สามารถนาความรู้ไป 15 ๒ ๑ - - 4.๖๑ มาก เผยแพร่/ถ่ายทอดแกช่ ุมชนได้ (๘๓.๒๒%) (๑๑.๑๑%) (๕.๕๖%) ทส่ี ุด 7.3 มคี วามมัน่ ใจและสามารถ 15 ๒ ๑ - - 4.๖๑ มาก นาความรทู้ ี่ได้รบั ไปใช้ได้ (๘๓.๒๒%) (๑๑.๑๑%) (๕.๕๖%) ทส่ี ุด รวมท้ังส้นิ ๓๐๔ ๔๘ ๒๖ - - 4.5๓ มาก ที่สดุ (80.๔๒%) (๑๒.๗๐%) (๖.๘๘%) คา่ เฉลย่ี ถว่ งน้าหนัก 4.5๓ ระดบั ความคดิ เหน็ มากท่สี ุด
24 จากตารางท่ี 6 จากการศึกษาพบวา่ ผู้เขา้ รว่ มอบรมส่วนใหญ่มีความพงึ พอใจต่อการจัดโครงการ โดยแยก เป็น ข้อๆ ดงั นี้ 1. ด้านหลกั สูตร ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก คา่ เฉล่ีย = 4.๔๒ 2. ดา้ นกระบวนการเรยี นรู้ ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มากทสี่ ดุ ค่าเฉลี่ย = 4.5๒ 3. ด้านคร/ู วทิ ยากร ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากทส่ี ุด คา่ เฉลยี่ = 4.๗๑ 4. ดา้ นสถานท่/ี ระยะเวลา ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สดุ คา่ เฉลยี่ = 4.๕๘ 5. ดา้ นการให้บริการของเจ้าหน้าท่ี ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มากทส่ี ุด ค่าเฉลย่ี = 4.6๑ 6. ดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ ความพงึ พอใจอยู่ในระดับ มาก ค่าเฉลย่ี = 4.๓๕ 7. ดา้ นการนาความร้ไู ปใช้ ความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มากท่สี ุด ค่าเฉลีย่ = 4.๕๙ สรุปภาพรวมความพึงพอใจของผูเ้ ขา้ ร่วมโครงการ ท้ังหมด อยใู่ นระดับ มากทสี่ ดุ มีคา่ เฉลยี่ = 4.5๓ ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ไม่มี หมายเหตุ คดิ คะแนนเฉพาะท่ีความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มากขน้ึ ไป
25 ส่วนท่ี 5 สรุปผลโครงการ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามจัดทาโครงการการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพยี ง“ปลกู ผักสวนครัวรอบร้วั กนิ เอง” ตาบลชาตติ ระการ มีจดุ ประสงค์ในการจดั กิจกรรมดงั นี้ 4. วัตถปุ ระสงค์ 1. เพอ่ื สง่ เสรมิ ให้ประชาชนเกิดการเรียนร้บู รู ณาการความรู้ ประสบการณ์ และทักษะอาชีพ 2. เพ่อื ส่งเสริมประชาชนให้เกิดการพง่ึ ตนเองโดยใชก้ ารเรียนรูต้ ามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง และหลกั เกษตรทฤษฎีใหม่ ๓. เพือ่ เสรมิ สร้างให้ประชาชนมีภูมิคมุ้ กันใหก้ บั ตนเอง และสามารถยืนหยดั อยู่ได้อย่างยั่งยนื มีการ บริหารจดั การความเสย่ี งอย่างเหมาะสม อยู่ได้ในสงั คมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่ตู ลอดเวลาอยา่ งรวดเร็ว ๔. เพอ่ื ส่งเสริมการอยูร่ ว่ มกนั ในสังคมพัฒนาไปสู่การพัฒนาสู่ความสมดลุ อย่างย่ังยนื 5. เพอ่ื สง่ เสริมใหป้ ระชาชนมคี วามรเู้ กยี่ วกบั ยาเสพตดิ การดาเนนิ การจดั กจิ กรรม 4.1 ผู้เข้าร่วมกจิ กรรม ผ้เู ข้ารว่ มกจิ กรรมโครงการ จานวน 1๘ คน - เพศชาย จานวน ๒ คน - เพศหญิง จานวน 1๖ คน 4.2 เครอื่ งมอื ที่ใช้ในการอบรม ข้อมลู ปฐมภมู ิ ได้จากการกรอกแบบสอบถามของผเู้ ขา้ รว่ มกิจกรรม ขอ้ มูลทุตยิ ภูมิ ศกึ ษาจากเอกสาร ขอ้ มูลต่าง ๆ ท่ีเก่ยี วข้อง 4.3 การเกบ็ รวบรวมข้อมูล วเิ คราะหแ์ บบสอบถามในแต่ละสว่ น ดังน้ี ตอนที่ 1 ข้อมลู สว่ นบุคคล ตอนท่ี 2 ประเมนิ ความพึงพอใจในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะ สรปุ เป็นประเด็นทีส่ าคัญ 4.4 วิธกี ารวิเคราะหข์ ้อมลู ในการวิเคราะห์ขอ้ มลู ผูจ้ ัดไดด้ าเนินการ 2 ลักษณะ คือ 4.4.1 การสังเคราะห์เชงิ คุณลักษณะ ผจู้ ดั กิจกรรมทาการสงั เคราะห์โดยใช้วิธกี ารวิเคราะห์สังเคราะห์ 3 ดา้ น คือ ข้อมูลท่ัวไป ข้อมูลความ พงึ พอใจในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอน และข้อเสนอแนะ 4.4.2 การสังเคราะหก์ ารอบรมเชงิ ปรมิ าณ ในการสังเคราะห์การจัดกิจกรรมเชงิ ปรมิ าณ ผ้จู ดั กิจกรรมแยกออกเป็น คณุ ลักษณะต่าง ๆ ในการ สังเคราะห์ข้อมูลดังนี้ ขอ้ มูลเกี่ยวกบั เพศ / อายุ
26 ข้อมูลระดับความพงึ พอใจในการจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอน ขอ้ เสนอแนะ โดยเปรยี บเทยี บจานวนคนคิดเป็นร้อยละในแต่ละส่วนของขอ้ มูลการอบรม พร้อมการบรรยายประกอบ สรุปผลการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน ผลการจัดกจิ กรรม ผลการจดั กิจกรรมโครงการการเรียนรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง“ปลูกผักสวนครัวรอบร้ัว กินเอง” ตาบลชาติตระการ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์ สังเคราะห์จากแบบประเมินความพึงพอใจในการจัด กจิ กรรมการเรยี นการสอน และรปู แบบการจัดกิจกรรม สามารถสรปุ ได้ดังนี้ การสงั เคราะห์ขอ้ มูลท่ัวไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ผู้เขา้ ร่วมกิจกรรมสว่ นใหญ่เป็นเพศหญงิ มากกวา่ เพศชาย เนื่องจากเป็นเพศที่อยู่กบั บา้ นมากกวา่ มี หนา้ ท่ีทางานบา้ นงานเรอื น ผูเ้ ข้าร่วมกจิ กรรมสว่ นใหญ่มีอายรุ ะหว่าง 40 – 59 ปี เน่ืองจากในชว่ งจัดกิจกรรมประชาชนยังไมไ่ ด้ ทาการเกษตรหรอื บางคนก็วา่ งงานจากการเกษตร ผลการสังเคราะห์ทางจานวนของผู้เข้าร่วมกิจกรรม จานวนผู้เข้าร่วมกิจกรรมมากกว่าเป้าหมายที่ กาหนดไว้ แต่งบประมาณการฝกึ อบรมมีอย่อู ย่างจากดั การวเิ คราะห์ขอ้ มูลเก่ียวกับความพงึ พอใจในการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้ จากการศึกษาพบว่า ผูเ้ ขา้ ร่วมอบรมส่วนใหญ่มคี วามพงึ พอใจต่อการจัดการเรยี นการสอน ดังนี้ 1. ด้านหลกั สตู ร ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก ค่าเฉล่ีย = 4.๔๒ 2. ด้านกระบวนการเรียนรู้ ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มากทีส่ ดุ คา่ เฉลี่ย = 4.5๒ 3. ดา้ นคร/ู วิทยากร ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากทส่ี ุด คา่ เฉล่ยี = 4.๗๑ 4. ดา้ นสถานท่/ี ระยะเวลา ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากทสี่ ดุ คา่ เฉลย่ี = 4.๕๘ 5. ดา้ นการให้บริการของเจ้าหน้าที่ ความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากท่ีสดุ ค่าเฉลี่ย = 4.6๑ 6. ด้านความรคู้ วามเขา้ ใจ ความพึงพอใจอยใู่ นระดบั มาก ค่าเฉล่ยี = 4.๓๕ 7. ด้านการนาความรไู้ ปใช้ ความพึงพอใจอยู่ในระดบั มากท่สี ุด คา่ เฉลีย่ = 4.๕๙ สรุปภาพรวมความพึงพอใจของผู้เขา้ ร่วมโครงการ ท้ังหมด อยใู่ นระดบั มากที่สุด มีค่าเฉลยี่ = 4.5๓ อภิปรายผล จากการดาเนินการพบประเด็นสาคญั ท่ีสามารถนามาอภปิ รายผลได้ดงั น้ี 1. ด้านกลุ่มเปา้ หมาย 1.1 ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจการจัดทาการเกษตรผสมผสานตามแนวคดิ หลักปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง 1.2 ประชาชนเกิดการเรียนรู้บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ การไม่ใชส้ ารเคมใี น การเกษตร และทักษะอาชีพใหเ้ กิดประโยชนต์ อ่ การพฒั นาสังคมและชมุ ชนโดยรวม 2. ดา้ นงบประมาณ 2.1 จากการดาเนินงานพบงบประมาณทใี่ ช้ในการจัดซื้อวสั ดุในการอบรม ไม่เพียงพอสาหรับ การจดั กิจกรรม เน่ืองจากมีผเู้ ขา้ ร่วมอบรมมากกวา่ เปา้ หมายท่ีกาหนด
27 3. ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน 3.1 จากการดาเนินงานพบว่ากิจกรรมต้องยืดหยุ่นตามสภาพกลุ่มเป้าหมาย เน่ืองมาจาก สภาพชวี ิตความเปน็ อยู่ของกลุ่มเป้าหมายมีส่วนสาคญั ต่อการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 4. ดา้ นสถานที่ 4.1 การดาเนินการเป็นไปดว้ ยความสะดวก เรียบร้อย เน่ืองจากได้ใช้พื้นที่ในชมุ ชน 4.2 การใช้สถานที่ของผู้รับบริการเป็นศูนย์การเรียนรู้ในชุมชนทาให้เกิดความเชื่อมโยง สัมพันธ์กันระหวา่ ง กศน. และชุมชน ขอ้ มูลความตระหนกั ในการจัดกิจกรรมโครงการการเรียนรู้ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง“ปลกู ผกั สวนครัวรอบร้วั กินเอง” ตาบลชาติตระการ เพอ่ื ให้ผูร้ บั การอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในการจดั ทาการเกษตรผสมผสานตาม แนวคดิ หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ขอ้ มลู การปฏบิ ตั ิ (ความพยายาม) ในการจัดกิจกรรมโครงการการเรยี นรู้ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง“ปลูกผักสวนครัวรอบร้ัว กินเอง” ตาบลชาติตระการ ได้มีการประชุมวางแผนการดาเนินโครงการ และให้กลุ่มเป้าหมายที่เข้ารับการ อบรม เกิดการเรียนรู้บูรณาการความรู้ ประสบการณ์ การไม่ใช้สารเคมีในการเกษตร และทักษะอาชีพให้เกิด ประโยชนต์ อ่ การพฒั นาสงั คมและชุมชนโดยรวม จดุ เด่น 1. กลมุ่ เปา้ หมายมคี วามรบั ผิดชอบ 2. กจิ กรรมตรงตามความตอ้ งการของกล่มุ เปา้ หมาย 3. กลุ่มเปา้ หมายมีความสนใจในกจิ กรรมการเรียนการสอนดี 4. กลุม่ เปา้ หมายสามารถนาความร้ทู ี่ได้ไปใช้ในการดาเนนิ ชีวติ ประจาวันของตนเองได้ จุดควรพัฒนา (จุดด้อย) ผู้เรียนมีพื้นฐานในการเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ทาให้การเรียนรู้เป็นไปได้ช้ากว่ากาหนดท่ีได้ต้ังไว้ และ งบประมาณท่ีใช้ในการจัดกิจกรรมไม่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการอบรม เนื่องจากมีผู้เข้ารับการอบรมเป็นจานวน มาก แนวทางการพัฒนา ควรจัดหางบประมาณเพิ่มเติม หรือการขอความสนับสนุนจากแหล่งต่าง ๆ ในเรื่องการจัดหาวัสดุใน การเรยี นรู้ วิธีการพัฒนา 1. สร้างความรู้ ความเขา้ ใจท่ีดีในการจัดโครงการการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ปลูกผักสวนครัวรอบร้ัวกินเอง” ตาบลชาติตระการ กลุ่มเป้าหมายมีความรับผิดชอบในการจัดกิจกรรมการ เรียนการสอน ให้ผู้รบั การอบรม/ผรู้ บั บริการเห็นความสาคญั 2. ปรับวิธีการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับนักศึกษา/ผู้รับบริการ ให้มีความยืดหยุ่นโดยไม่เน้นหน่วย การเรยี นร้ตู ามหลักสตู ร แตใ่ หย้ ึดตัวนกั ศกึ ษาเป็นสาคัญ แลว้ จึงนาผลการดาเนนิ งานมาปรบั ปรุงในคร้งั ต่อไป
28 ข้อเสนอแนะในการดาเนนิ การครง้ั ต่อไป 1. ควรทาการศึกษาปัญหาความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย โดยใช้เครื่องมือที่หลากหลายรูปแบบ เพือ่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่ถกู ต้อง ตรงตามความต้องการของประชาชนมากทส่ี ุด 2. ควรศึกษาความต้องการของกลุ่มเป้าหมายในด้านต่าง ๆ ที่ต้องการรับบริการจาก กศน. เพ่ือให้ ทราบและสามารถจัดกิจกรรมตามหลกั สตู รให้สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของท้องถิน่ ได้ 3. ควรศึกษาผลกระทบจากการดาเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน โดยการศึกษาจาก กล่มุ เปา้ หมาย และชุมชน 4. ควรเกบ็ ขอ้ มูลของผู้เขา้ รับการอบรมหลังการอบรมด้วยทุกครงั้
29 ภาพกิจกรรม โครงการการเรยี นรูต้ ามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง“ปลกู ผักสวนครัวรอบรั้วกินเอง” ตาบลชาติตระการ วันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ณ ที่ทาการผู้ใหญ่บ้าน หมู่ท่ี ๑ บ้านชาตติ ระการ ตาบลชาตติ ระการ อาเภอชาตติ ระการ จังหวัดพษิ ณุโลก
30
31
32 จัดทำโดย ทปี่ รึกษา ผอ.กศน.อาเภอชาตติ ระการ 1.นางพรสวรรค์ กันตง ครู ๒.นายรงุ้ ภธู ร ภาศรี ---------------------------------------------------------------- ส่งเสรมิ สนบั สนนุ การจัดกจิ กรรม 1.นางสาวภาณมุ าศ ยศปญั ญา ครูอาสาสมคั รฯ ๒.นางสาวประยรู บุญประกอบ ครูอาสาสมคั รฯ ------------------------------------------------------------ ผู้รับผิดชอบ/ ผู้เรียบเรยี ง/ ผ้จู ดั พิมพร์ ูปเลม่ / ออกแบบปก นางสาวนภิ าพร พระคาสอน ครู กศน.ตาบลชาตติ ระการ
Search
Read the Text Version
- 1 - 32
Pages: