Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore สามก๊ก

สามก๊ก

Published by yonkamon47, 2022-08-31 08:24:55

Description: สามก๊ก

Search

Read the Text Version

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๔ ยุทธการที่เขาเตงกุนสัน ฝ่ายโจโฉแลซุนกวนก็ออกรบกันเดือนเศษ ซุนกวนก็ยอมอ่อนน้อมแก่โจโฉ ส่งหนังสือไป ยังโจโฉขอเลิกทัพ โจโฉก็ยกกลับฮูโต๋ ขุนนาง ใหญ่น้อยก็กราบทูลพระเจ้าเหี้ยนเต้ ให้โจโฉ เป็นวุยอ๋อง โจโฉมีความยินดีนัก แลตั้งให้โจ ผี บุตรคนโตเป็นที่ชีจู๊ สืบตำแหน่งโจโฉ อยู่ มาม้าใช้มาบอกว่าโลซกที่ปรึกษาซุนกวน ถึงแก่ความตายแล้ว แลเล่าปี่คิด จะมาตีเอา เมืองฮันต๋ง โจโฉแจ้งดังนั้นก็โกรธ ให้โจหอง ยกทหารไปช่วยแฮหัวเอี๋ยน ฝ่ายเล่าปี่ก็รุกเข้าตีทหารเตียวคับแตก และ ยึดได้ที่เก็บเสบียงที่เขาเทียนตองสันก็รุกคืบ เข้าจะไปตีเอาที่เก็บเสบียงข้างเขาเตงกุนสัน ซึ่งแฮหัวเอี๋ยนรักษาอยู่ ฝ่ายโจโฉรู้ดังนั้นก็ยก ทหารมาบรรจบโจหอง ณ ฮันต๋ง ให้แฮหัว เอี๋ยนระวังรักษาเสบียงไว้ให้ดี ฝ่ายขงเบ้งก็ให้ฮองตงออกตีเขาเตงกุนสัน ฮองตงใช้อุบายล่อให้แฮหัวเอี๋ยนออกมา แฮหัวเอี๋ย นมิสำคัญในก็ก็ออกมาถูกฮองตงเอาดาบฟันแฮหัวเอี๋ยนศรีษะขาดตาย ฝ่ายโจโฉรู้ดังนั้นก็ ร้องไห้รักแฮหัวเอี๋ยนเป็นอันมาก แล้วโกรธยกทหารสี่สิบหมื่นหวังแก้แค้นแทนแฮหัวเอี๋ยนก ลับสู้อุบายขงเบ้งมิได้ แตกหนีมาต้องยกทัพกลับฮูโต๋ทั้งเสีย เมืองฮันต๋งขณะนั้นพระเจ้าเหี้ยน เต้มาอยู่ฮูโต๋ได้ยี่สิบสามปี เล่าปี่ทำพิธีตั้งตัวเป็นเจ้าเรียกว่าเจ้าฮันต๋ง ๔๖

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๕ ประหารกวนอู ฝ่ายโจโฉเมื่อรู้ว่าเล่าปี่ตั้งตัวเป็นเจ้าก็โกรธนัก สุมาอี้จึงเสนออุบายให้ชวนซุนกวน เข้าร่วมตี เอาเมืองเกงจิ๋วคืน ฝ่ายซุนกวนก็เห็นชอบด้วยมีความแค้นอยู่นานแล้ว ฝ่ายกวนอูได้รับตรา ตั้งจากเล่าปี่ให้เป็นใหญ่ในเมืองเกงจิ๋วและให้ไปตีเอาเมืองอ้วนเซีย กวนอูจึงให้ปลูกร้านราย ทางตามริมน้ำ หวังมิให้ลิบองซึ่งตั้งทัพอยู่ด่านแฮเค้ามาโจมตีได้ หากมีทหารยกมา แต่ละ ร้านก็จะจุดควันเพลิงเป็นสัญญาณ ก็จะช่วยถึงกันได้ แล้วกวนอูก็ออกตีมาประชิดเมืองอ้วน เซีย โจโฉรู้ดังนั้นก็ให้อิกิ๋มแลบังเต๊กออกช่วยตีกวนอู อิกิ๋ม บังเต๊กก็ตั้งค่ายทัพอยู่ ขณะนั้นเกิดน้ำท่วมใหญ่ ค่ายอิกิ๋ม บังเต๊ก ทหาร ล้มตาย กวนอูจึงเข้าตีค่ายอิกิ๋มยอมอ่อนน้อม กวนอูจึงจับส่งไปเกงจิ๋ว และบังเต๊ง ก็ให้ไปฆ่าเสีย แล้วยกทหารเข้าตีเมืองอ้วนเซีย ขณะนั้นโจหยินยืน อยู่บนหอรบ ให้ทหารยิงเกาทัณฑ์ไปถูกไหล่ซ้าย กวนอู กวนเป๋งเข้าไปแก้กวนอูกลับมาค่าย กวนอู ป่วย ขณะนั้นหมอฮัวโต๋มาช่วยรักษาแผลกวนอู ว่า แผลถูกพิษเกาทัณฑ์รักษาต้องความเจ็บปวดเป็น อันมาก กวนอูมิครั่นคร้าม ยอมให้หมอฮัวโต๋ขูดพิษ จากกระดูกออก ตัวนั้นนั่งเล่นหมากรุกอยู่ หวังมิให้ทหาร เสียน้ำใจ หมอฮัวโต๋มีความนับถือกวนอูว่ามีความ อดทนเป็นอันมากแล้วลาออกมา ฝ่ายลิบองเห็นกวนอูตระเตรียมการมั่นคงก็มิรู้ทำประการ ใดจึงแกล้งป่วย ฝ่ายลกซุนก็เข้าเยี่ยม เสนอแผนการให้กวนอูตายใจ ลิบองเห็นด้วยจึงทำที เป็นยกตำแหน่งให้ลกซุนดูแลด่านแฮเค้าแทนแลตัวลกซุนก็ส่งหนังสือทำเป็นอ่อนน้อมแก่ กวนอู ฝ่ายกวนอูเห็นลกซุนมิได้มีชื่อเสียงเรียงนามแลทำทีอ่อนน้อม จึงหาแคลงไม่ก็เรียก ทหารที่ตรวจตราตามรายแม่น้ำไปช่วยตีเมืองอ้วนเซีย ลิบองเห็นดังนั้นก็ทำทีปลอมเป็นเรือ ลูกค้าแล่นผ่านร้านไฟ ทำทีเป็นหลบพายุแล้วก็จับทหารที่ดูร้านไฟเสีย ๔๗

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๕ ประหารกวนอู ปูนบำเหน็จเป็นอันมาก แล้วให้ไปเรียกชาวเมืองให้เปิดประตูรับทหารในเมืองสำคัญว่าพวก เดียวกัน เปิดประตูรับ ลิบองให้ทหารกรูเข้าไป ได้เกงจิ๋วโดยง่าย แล้วเอาอิกึ๋มออกจากคุกคืน แก่โจโฉ โจโฉก็ยกทัพหลวงหวังมาช่วยเมืองอ้วนเซีย กวนอูรู้ว่าโจโฉยกมาแลเมืองเกงจิ๋วก็เสีย แก่ลิบองแล้ว ก็มิได้เชื่อ แลซิหลงซึ่งยกทัพมาถึงก็เข้าสู้ด้วยกวนอู โจหยินซึ่งรักษาเมืองอ้วนเซี ยอยู่ เห็นดังนั้นก็ออกมาช่วยรบกระหนาบ กวนอูเห็นจะสู้มิได้ก็หนีออกมา ฝ่ายทหารกวนอู คิดถึงบุตรภรรยาที่อยู่ในเมืองเกงจิ๋ว มิมีใจสู้รบ หลบหนีออกมาเป็นอันมาก กวนอูก็รบ ต้านทานอยู่ แล้วหนีไปอยู่เมืองเป๊กเสีย แล้วขอความช่วยเหลือจากเล่าฮอง เบ้งตัด ซึ่งอยู่เมือง ซงหยง ฝ่ายเล่าฮอง เบ้งตั มิช่วยเหลือ กวนอูรู้ดังนั้นเห็นจะต้านทานที่เมืองเป๊กเสียไม่ได้ ให้ จิวฉองรักษาเมืองเป๊กไว้ แล้วก็หลบหนีออกมาหวังไปเสฉวน ทหารซุนกวนจับกวนอูได้ ซุนกวน เห็นกวนอูมีความซื่อสัตย์ จะเลี้ยงไว้มิได้ให้ประหารกวนอู กวนเป๋งเสียจิวฉองรู้เอาดาบเชือดคอ ตายตาม ตอนที่ ๕๖ โจโฉตาย ฝ่ายเล่าปี่ครั้นรู้ข่าวกวนอูแล้วก็ร้องไห้สิ้นสติสมประดีไป ครั้นฟื้นขึ้นก็ว่าจะปองล้างกังตั๋ง ตลอดไป แล้วจะยกทหารไปล้างกังตั๋งเสีย ฝ่าขงเบ้งให้ระงับไว้ก่อนเล่าปี่ก็ยอมแล้วก็ให้ฆ่าเล่าฮ องบุตรบุญธรรมเสีย ส่วนเบ้งตัดหนีไปสวามิภักดิ์แก่โจผี อยู่มาโจโฉคิดสร้างวังใหม่เห็นไม้ ใหญ่โจโฉสั่งให้ตัดเสีย ชาวบ้านจึงว่าต้นไม้ต้นนี้มีเทพารักษ์สถิตอยู่ โจโฉมิได้กลัวก็สั่งให้ตัด เสีย ต่อมาโจโฉก็ถูกเทพารักษ์มาหลอกหลอนตลอด โจโฉก็ปวดหัวเป็นกำลังให้หาหมอฮัวโต๋มา รักษา ครั้นหมอฮัวโต๋มาถึงก็เสนอการรักษาให้ผ่าศีรษะชำระโรค โจโฉได้ยินดังนั้นโกรธว่าเป็น อุบายฆ่าตัวให้ตาย ก็จับหมอฮัวโต๋ไปใส่คุกทรมาณอยู่ อยู่มาไม่นานหมอฮัวโต๋ก็ตาย ฝ่ายโจโฉโรคปวดหัวก็กำเริบเป็นกำลัง แลไปเห็นนางตังกุยหุย นางฮกเฮา ฮกอ้วน ตังสิน ซึ่ง โจโฉฆ่านั้นมา หลอกหลอน ทั้งได้ยินเสียงปีศาจร้องไห้เซ็งแซ่ ก็เห็นว่าตัวจะมิรอดแล้วก็ให้หา โจหอง ตันกุ๋ย สุมาอี้ กาเซี่ยง ฝาก ฝังบุตรภรรยาให้โจผีสืบทอดตำแหน่งต่อไป สั่งแล้วก็ทอด ใจใหญ่ก็ผวาล้มลงขาดใจตาย เมื่อโจโฉตายนั้นอายุได้หกสิบหกปี พระเจ้าเหี้ยนเต้มาอยู่เมืองฮู โต๋ได้ยี่สิบห้าปี ๔๘

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๖ โจโฉตาย พระเจ้าเหี้ยนเต้พระราชตราตั้งให้แก่โจผีสืบดำรง ตำแหน่งโจโฉต่อ ฝ่ายโจสิดน้องโจผีมิยอมคำนับศพ บิดา โจผีจึงสั่งให้ลงอาญาแก่โจสิด โจสิดมิได้เกรงกลัว โจผีโกรธนักให้เคาทูจับตัวโจสิด มารดาโจผีเห็นดังนั้น ร้องไห้อ้อนวอนโจผีให้โจสิดทำโคลงเกี่ยวกับพี่น้อง ภายในเจ็ดก้าวโดยมิให้เอ่ยคำว่าพี่น้อง หากมิได้ก็ฆ่า เสีย โจสิดมิย่อท้อเดินคิดโคลงได้เจ็ดก้าวก็เอ่ยว่า คั่ว ถั่วเอากิ่งถั่วมาเป็นฟืนไฟเมล็ดถั่วในกระทะจะไหม้ก็ เพราะกิ่งถั่วต้นรากอันเดียวกันนั่นเอง เหตุใดจึงเร่งไฟ หนักนัก โจผีได้ยินก็รำลึกถึงพี่น้อง ร้องไห้ให้โจสิดไป อยู่อันเหีย แลโจผีทำยศยิ่งกว่าโจโฉข่งเหงพระเจ้า เหี้ยนเต้ ฝ่ายแฮหัวตุ้นป่วยเป็นไข้หนักไม่นานก็ตาย โจ ผีบังคับให้พระเจ้าเหี้ยนเต้ออกจากบัลลังค์ แล้วขึ้น ครองราชย์เป็นกษัตริย์แทน สถาปนาราชวงค์วุย ไป สร้างวังใหม่ ณ ลกเอี๋ยง ขงเบ้งแจ้งดังนั้นจัดแจงทำ พิธียกเล่าปี่ขึ้นเป็นกษัตริย์บ้าง ตอนที่ ๕๗ เล่าปี่ยาตราทัพเหยียบกังตั๋ง เล่าปี่แค้นซุนกวน จัดแจงเตรียมทหารหวังล้างกังตั๋งให้ได้ ขุนนางต่างทัดทา เล่าปี่ก็มิฟังให้ขงเบ้ง รักษาเมืองเสฉวนเตรียมทหารยกไป เตียวหุยรักษาลองจิ๋วรู้ก็จัดแจงให้ฮอมเกียง เตียวตัด เตรียม เครื่องนุ่งห่มขาว ม้าขาวธง ขาวแลเครื่องศัตราวุ ภายในสามวัน ฮอมเกียง เตียวตัดเห็นว่าจัดหามิ ทัน เตียวหุยสั่งให้โบ ฮอมเกียง เตียวตัดคิดแค้น คิดไปสวามิภักดิ์ซุนกวน ตกดึกเตียวหุยเมาสุรา หลับเข้าไปแทงที่ท้องแลซอกคอ เตียวหุยร้องขึ้นมาคำเดียวก็ตาย ๔๙

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๗ เล่าปี่ยาตราทัพเหยียบกังตั๋ง แล้วฮอมเกียง เตียวตัดตัดศีรษะเตียวหุยหนีไปเมือง กังตั๋ง ฝ่ายเล่าปี่รู้ก็ร้องไห้รักเป็นอันมาก แล้วสั่งเคลื่อนทัพไปกังตั๋ง เอากวนหิน เตียวเปา บุตรกวนอู เตียวหุย ไปด้วย ฝ่ายซุน กวนแต่งแม่ทัพออกมาสกัดตั้งทัพที่เมืองอิเหลง เล่าปี่ก็ให้ฮ องตงออกรบ ทหารพัวเจี้ยงก็เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกฮองตง ตาย ฝ่ายสะโมโขเจ้าเมืองลำมัน ยกทัพมาช่วยเล่าปี่พบกำเห ลง ก็เอาเกาทัณฑ์ยิงไปถูกำเหลงตาย ทหารเล่าปี่ก็เข้ารบ ทหารซุนกวนมีชัยชนะ ซุนกวนรู้ดังนั้นก็สะดุ้งตกใจเห็นการ ใหญ่ส่งไมตรีไปหาเล่าปี่ เล่าปี่มิยอมรับหวังล้างกังตั๋งเสียให้ได้ กำเจ๊กเสนอให้ลกซุนสกัดเล่าปี่ ซุนกวนฟังก็ฉุกคิดเรียกหาตัว ลกซุน ให้อาญาสิทธ์มอบกระบี่บังคับบัญชาทหารทั้งปวง แล้วก็ยกทหารออกไป ฝ่ายลกซุนก็รักษาค่ายอยู่มิได้ออกรบ ทหารเล่าปี่ก็เข้ามาท้าสู้อยู่มิได้ขาด ลกซุนก็มิได้ออกรบ เล่าปี่ เห็นดังนั้นนึกประมาท จึงไปตั้งค่ายอยู่รายแม่น้ำอยู่เจ็ดพันเส้น ลกซุนเห็นเล่าปี่ตั้งค่ายมิต้องตำรา พิชัยสงครามก็ดีใจ ครั้นถึงเวลาค่ำก็เข้าตีหัวท้ายค่ายเล่าปี่ เอาเพลิงจุดสลับค่ายกันไป ฝ่ายทหาร เล่าปี่เห็นดังนั้นก็วิ่งหนีวุ่นวายไป วิ่งเหยียบล้มตายกันเป็นอันมาก ครั้นจะช่วยถึงกันก็มิได้ลกซุนก็ ให้ทหารเข้าตีค่ายเล่าปี่ ทหารเล่าปี่ล้มตายเป็นอันมากค่ายแตก เล่าปี่ก็เห็นเหลือกำลังจะสู้รบ ก็ แตกหนีไปถึงเมืองเป๊กเต ตอนที่ ๕๘ เล่าปี่ตาย ฝ่ายเล่าปี่ตั้งแต่เสียทัพแตกมานั้น ก็อัปยศอดสูใจยิ่งนัก มิยอมกลับเสฉวน ครั้นอยู่มาป่วยหนัก รู้ ว่าตัวจะตายแน่แล้ว ก็เรียกหาขงเบ้ง จูล่ง แลนายทหารทั้งปวงเข้ามา เล่าปี่ก็ฝากฝังอาเต๊าให้แก่ ขงเบ้งช่วยทำนุบำรุงต่อไป ครั้นสั่งสิ้นความก็ตรอมใจตาย ครองราชย์ได้สามปี แล้วขุนนางทั้งปวง ก็เชิญอาเต๊าขึ้นสืบราชสมบัติมีพระนามว่า พระเจ้าเล่าเสี้ยน ๕๐

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๘ เล่าปี่ตาย ฝ่ายสุมาอี้เห็นว่าบ้านเมืองเสฉวนยังมิปกติ จึงเสนอ พระเจ้าโจผีให้ตีเสฉวนเสีย พระเจ้าโจผีเห็นด้วย ก็ให้ ตระเตรียมทหารแล้วยกไปเป็นห้าทาง พระเล้าเล่า เสี้ยนรู้ดังนั้นก็ตกพระทัยนัก เรียกหาขงเบ้งเข้ามาช่วย คิด ราชการ ขงเบ้งจึงให้เตงจี๋ไปผูกพันธไมตรีกับซุน กวน ซุนกวนก็ยอมด้วย พระเจ้าโจผีเห็นว่า เมือง เสฉวนกับเมือง กังตั๋งเป็นไมตรีกัน ดีร้ายจะยกมา บรรจบตีลกเอี๋ยง ก็ให้ยกไปตีเมืองกังตั๋ง ซุนกวนก็ส่ง หนังสือขอกองทัพไปช่วยขงเบ้งก็ให้จูล่งยกทหารจะไป ตีเมืองเซ่งอั๋น พระเจ้าโจผีรู้ดังนั้นก็ถอยทัพกลับ ชีเซ่ง เตงฮองเห็นได้ทีก็ไล่ตามเข้าไป เตียวเลี้ยวเห็นดังนั้นก็ เข้าช่วยพระเจ้าโจผีถูกเกาทัณฑ์บาดเจ็บ อยู่มาพิษ เกาทัณฑ์ก็กลุ้มขึ้นแล้วก็ตาย อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้สามปี เบ้งเฮ็กเจ้าเมืองมันอ๋องคิดรุกรานเสฉวน ขงเบ้งขอ ออกไปปราบปรามหัวเมือง แลเส้นทางไกลกันดารนักทั้งโรคร้ายก็มาก ขงเบ้งก็ได้ยกทหารลงใต้ จับตัวเบ้งเฮ็กได้เป็นหลายครั้ง แลน้ำใจชาวเผ่าทางใต้นั้นดุร้ายนัก ก็มิอาจหักได้ด้วยกำลังทหาร ขงเบ้งก็หวังปราบปรามหัวเมืองให้สิ้นซาก จึงปล่อยตัวเบ้งเฮ็กเสียหกครั้ง ไล่ต้อนเบ้งเฮ็กจน อับจนก็จับได้ เบ้งเฮ็กจึงยอมอ่อนน้อมด้วยขงเบ้ง ไม่คิดรุกรานเสฉวนอีกเลย ขงเบ้งก็ยกทหาร กลับเสฉวน ตอนที่ ๕๙ ขงเบ้งตีวุยก๊ก พระเจ้าโจผีครองราชย์ได้เจ็ดปี ก็ประชวรหนักเห็นว่าตัวจะมิรอดก็เรียกโจจิ๋น สุมาอี้ ฝากฝังโจ ยอยผู้บุตรให้สืบราชสมบัติต่อไปสั่งเสร็จแล้วก็ขาดใจตาย ขุนนางทั้งปวงจึงเชิญพระเจ้าโจยอย ขึ้นเสวยราชสมบัติแล้วให้สุมาอี้ไปรับหน้าศึกที่เมืองเสเหลียง ๕๑

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๕๙ ขงเบ้งตีวุยก๊ก ขงเบ้งเห็นสุมาอี้มีสติปัญญา คิดอุบายข่าวลือไปว่าสุมาอี้คิดขบถ พระเจ้าโจยอยทรงเชื่อถอดสุมาอี้ ออกจากขุนนางเป็นไพร่ทำมาหากิน ขงเบ้งรู้ก็ยินดีเข้ากราบทูลพระเจ้าเล่าเสี้ยนไปตีลกเอี๋ยง พระเจ้าเล่าเสี้ยนครองราชย์ได้ห้าปี ขงเบ้งออกจากเมืองฮันต๋งเข้าคำนับที่ฝังศพม้าเฉียว แล้วตีถลำ เข้ามาตีเอาเมืองเทียนซุยให้จูล่ง ซุ่มทหารอยู่แลขงเบ้งใช้อุบายล่อม้าจุ้นเจ้าเมืองออกมา เกียงอุย ซึ่งเป็นนายทหารในเมืองนั้นสำคัญในอุบายก็ซ้อนกลเสีย จูล่งเสียทีกลับหาขงเบ้ง ขงเบ้งเห็นว่า เกียงอุยมิสติปัญญาก็ใคร่ได้มาอยู่ด้วย ทำอุบายเกียงอุยจึงยอมมาทำการอยู่ด้วยขงเบ้ง ขงเบ้งยก มาถึงเขากิสานพระเจ้าโจยอยตั้งให้โจจิ๋นออกต้านขงเบ้ง ฝ่ายโจจิ๋นสู้ขงเบ้งมิได้แตกหนีมา ฝ่ายพระเจ้าโจยอยเห็นดังนั้น ก็มิรู้จะหานายทัพมา สู้ขงเบ้ง จงฮิวจึงเสนอให้กลับแต่งตั้งสุมาอี้เข้าสู้ด้วย ขงเบ้ง พระเจ้าโจยอยเห็นชอบด้วยตั้งให้สุมาอี้เป็น ขุนนางอย่างเก่า แล้วให้ไปบรรจบกับพระเจ้าโจยอย ณ เตียงฮัน ฝ่ายขงเบ้งรู้ว่าพระเจ้าโจยอยให้สุมาอี้ กลับตำแหน่งเก่าก็ตกใจ แล้วว่าสุมาอี้จะมาตีปิด ต้นทางหาผู้อาสารักษาด่านเกเต๋ง ม้าเจ๊กอาสาทำ ทัณฑ์บนไว้แล้วยกไป ม้าเจ๊กมาถึงก็ประมาทไปตั้ง ทัพ สกัดบนยอดเนินเขาเมื่อสุมาอี้เมื่อยกทัพมาถึง เห็นดังนั้นก็เข้าล้อมเนินเขา ปิดทางน้ำแลจุดไฟเผาเสีย ทหารม้า เจ๊กก็แตกตื่นเป็นอลหม่าน ทหารสุมาอี้ก็เข้าล้อมอยู่ ม้าเจ๊กเห็นดังนั้นก็จวนตัวหนีหักออกมาแลรักษาต้นทางเกเต๋ง ไว้มิได้ ฝ่ายขงเบ้งรู้ดังนั้นก็ตกใจก็รีบเตรียมถอยทัพกลับฮันต๋ง เดินทางไปถึงเมืองเสเสียก็ให้หยุดอยู่ แลทหารบอกว่า สุมาอี้ยกทัพมาถึงแล้ว ทหารขงเบ้งก็ตกใจหน้าซีดเสียทุกคน แลขงเบ้งเห็นว่า จวนตัวคับขันนัก ให้เปิดประตูเมืองทั้งสี่ด้านแล้วมิให้ผู้ใดส่งเสียง แล้วตัวขงเบ้งก็ขึ้นไปบนกำแพง เมือง เล่นดีดพิณสบายอยู่ สุมาอี้เห็นดังนั้นก็นึกสงสัย พิเคราะห์อยู่ก็เห็นว่า ขงเบ้งแต่งกลมี ทหารซุ่มเป็นมั่นคง ก็ให้เร่งถอยทหารกลับ ฝ่ายทหารทั้งปวงเห็นสุมาอี้ยกทัพกลับไป ก็มีความ ยินดี แล้วขงเบ้งก็ให้ล่ากลับฮันต๋ง ฝ่ายจูล่งซึ่งล่วงมาอยู่ตำบลกิก๊ก ก็ฝ่ากลับออกมาได้อย่างมิ เป็นอันตราย ครั้นขงเบ้งกลับถึงฮันต๋งก็ฝืนใจให้ประหารม้าเจ๊กตามอาญาแลทัณฑ์บน แลขงเบ้ง ก็ให้เตรียมทหารพรักพร้อมไว้รอการตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง ๕๒

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๖๐ จูล่งตาย อยู่มาพระเจ้าเล่าเสี้ยนได้หนังสือจากซุนกวน ให้ออกตี ลกเอี๋ยง พระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นชอบด้วย ให้ขงเบ้งยกไป ตีลกเอี๋ยงแลก็รู้ข่าวว่าจูล่งตายแล้ว ขงเบ้งก็ร้องไห้รัก เป็นอันมาก แล้วว่าซึ่งจูล่งถึงแก่ความตายนี้เหมือนดั่ง แขนซ้ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนขาด พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ ร้องไห้รักแล้วให้แต่งการศพเป็นอย่างดี ขงเบ้งยกทัพ มาทางตันฉอง พระเจ้าโจยอยให้โจจิ๋นออกสู้ขงเบ้งไม่ นานเสบียงหมด ขงเบ้งจึงยกทัพกลับฮันต๋ง ฝ่ายเมือ งกังตั๋งก็ทำพิธีราชาพิเษกยกซุนกวนเป็นกษัตริย์ ส่ง ไมตรีไปเสฉวนให้ช่วยรบลกเอี๋ยงตีสองทางพระเจ้าเล่า เสี้ยนรู้ก็ให้ขงเบ้งออกตีลกเอี๋ยงอีกคราหนึ่ง พระเจ้าโจยอยรู้ดังนั้นก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นใหญ่คุมอาญาสิทธ์ทั้งปวง ขงเบ้งก็รุกไล่เข้ามา สุมาอี้ก็ตั้งค่าย สกัดอยู่แลมิได้ออกรบตั้งมั่นให้ช้าอยู่ ขงเบ้งเห็นดังนั้นก็คิดอุบายทำทีเป็นถอยทหารกลับ สุมาอี้ก็มิได้ หลงตามตีขงเบ้งก็ให้ถอยทุกสามร้อยเส้น เตียวคับเห็นดังนั้น ก็ขอออกตีขงเบ้ง สุมาอี้ก็ให้ไปแลยกทัพ หนุนไปช่วย ถูกกลขงเบ้ง ทัพสุ มาอี้ก็แตก อยู่มาขงเบ้งก็ป่วยหนัก ให้ถอยทัพกลับเสฉวน ครั้นรักษา ไม่นานก็หาย แล้วขงเบ้งก็ให้ซักซ้อมทหารหัด ปรือกันอยู่ จะไปตีเมืองลกเอี๋ยงอีกครั้งหนึ่ง ฝ่าย พระเจ้าโจยอยเห็นขงเบ้งท าการก าเริบ ก็ให้โจจิ๋นแลสุมาอี้ไปตีเสฉวน ครั้นเดินทางมาเกิดฝนตกห่า ใหญ่ จึงเลิกทัพกลับ ขงเบ้งเห็นได้ทีก็ยกทหารตามตี โจจิ๋นได้รับความอัปยศนักก็ตรอมใจตาย แลสุ มาอี้ก็ได้เข้ารบกับขงเบ้งเสียทียกทหารหนีถอยมา ขงเบ้งก็ล่วงลึกเข้ามาตั้งค่ายอยู่ ณ เขากิสาน สุมาอี้ คิดอุบายปล่อยข่างลือไปยังเสฉวนว่าขงเบ้งคิดขบถ พระเจ้าเล่าเสี้ยนรู้ดังนั้นก็สำคัญว่าจริง เรียก ขงเบ้งกลับ ขงเบ้งก็ถอนใจใหญ่ว่าการทำมาถึงเพียงนี้จะทำกลับทำการสักร้อยครั้ง ก็มิได้มาถึงนี่ได้อีก ครั้ง แล้วก็เลิกทัพกลับ แล้วเข้าว่าพระเจ้าเล่าเสี้ยน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ว่าตัวนั้นผิดหูเบา เชื่อฟังแต่คน ชั่ว ครั้นขงเบ้งสืบสาวเอาเรื่องแล้ว ก็จัดทแกล้วทหารจะไปตีเตียงฮัน ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวย ราษฎร์ได้เก้าปี ฝ่ายสุมาอี้รู้ดังนั้นก็ออกมาสกัดทัพขงเบ้ง ให้เตียวคับเป็นกองหน้า ขงเบ้งก็ยกมาถึง เขากิสาน อยู่มาขงเบ้งได้ข่าวว่า ซุนกวนจะยกมามาตีเสฉวน ขงเบ้งรู้ดังนั้นตกใจถอยทัพกลับ เตียวคับ ก็ตามไปต้องกลขงเบ้งถึงแก่ความตาย ๕๓

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๖๑ ขงเบ้งตาย ฝ่ายขงเบ้งซ่องสุมทหารได้สามปี ก็ลาพระเจ้าเหี้ยนเต้ไปปราบวุยก๊กให้ราบคาบ แล้วก็ยกทหารมา เขากิสานอีก สุมาอี้ก็ออกสกัดทัพ ขงเบ้งแต่งหนังสือชวนซุนกวนตีกระหนาบ ซุนกวนก็ยกทัพ หลวงมาเอง พระเจ้าโจยอยออกไปสกัดซุนกวนที่เมืองหับป๋า ครั้นรบกัน ทหารซุนกวนสู้มิได้ยก ทัพกลับกังตั๋ง ฝ่ายขงเบ้งก็รบกับสุมาอี้ยืดยาวอยู่ สุมาอี้ก็ตั้งมั่นมิได้ออกรบ ขงเบ้งก็ให้ทหารส่ง ผ้าซับในผู้หญิง ไปยังค่ายสุมาอี้ ทำทีเป็นเยาะเย้ย มิใช่ชายชาติทหาร สุมาอี้เห็นดังนั้นก็โกรธแต่ อยู่ในใจ แล้วก็ถามถึงตัวขงเบ้งกับทหารผู้นั้น ทหารผู้นั้นก็ว่า ขงเบ้งนอนมิได้ปรกติ ตรวจกำชับ ดูแลทหารอยู่เสมอ การใหญ่น้อยก็มิได้ผ่อนผันให้ผู้ใดทำ สุมาอี้ได้ยินดังนั้นก็ว่าเห็นขงเบ้งจะอายุ สั้นเสียแล้ว แล้วก็ให้บำเหน็จรางวัลแก่ทหารผู้นั้นตามสมควร ครั้นขงเบ้งอยู่ในค่าย แลเห็นดาวประจำตัวเศร้า หมองนักก็ว่าเห็นตัวจะตายเป็นมั่นคง เกียงอุยก็ว่า ให้ทำพิธีต่ออายุก็จะพอสืบไปได้บ้าง ขงเบ้งเห็นด้วย ก็ให้จัดทำพิธีต่ออายุครั้นทำพิธีอยู่หกคืน สุมาอี้ก๊ แลเห็นดาวอุปราชเมืองเสฉวนเศร้าหมองอยู่ เห็น ได้ทีให้ทหารไปร้องท้าทายถึงค่าย อุยเอี๋ยนเห็นดัง นั้นก็เข้าไปข้างใน หวังจะบอกขงเบ้งก็สะดุดโคมต่อ อายุนั้นดับไป ขงเบ้งเห็นดังนั้นตกใจแล้วว่าคงจะ เห็นไม่พ้นความตายเป็นมั่นคง ครั้นขงเบ้งก็ได้ให้เอียวหงี ทำหุ่นรูปแทนตัวนั่งเกวียนอยู่ให้ทหารทำตัวเป็นปรกติ แล้วก็สั่งเสีย ก่อนตายให้เจียวอ้วนเป็นมหาอุปราชแทนตนให้เกียงอุยว่าราชการฝ่ายทหาร ครั้นสั่งเสร็จแล้วก็ ตาย ขณะนั้นพระเจ้าเล่าเสี้ยนเสวยราษฎร์ได้สิบสองปี ฝ่ายสุมาอี้รู้ดังนั้นก็ติดตามไปหวังจะตี ทหารเสฉวนแลไปเห็นหุ่นขงเบ้ง ก็สำคัญว่าขงเบ้งยังไม่ตาย แลเห็นจะต้องกลขงเบ้งเสียแล้ว ก็รีบ ให้ยกทหารกลับ ฝ่ายอุยเอี๋ยนรู้ว่าขงเบ้งตายแล้วก็คิดขบถไปตั้งอยู่หน้ากำแพงเมืองฮันต๋ง ขงเบ้ง ขณะก่อนตายนั้น ก็ได้ฝากความลับไว้แก่ม้าต้าย ให้ไปอยู่เป็นไส้ศึกด้วยอุยเอี๋ยน เมื่ออุยเอี๋ยนยก มาตั้งหน้ากำแพงเมืองแล้ว เอียวหงีก็ฉีกหนังสือขงเบ้ง เป็นใจความว่าให้ลวงอุยเอี๋ยนมีใจกำเริบ ให้ร้องขึ้นว่าใครอาจสามารถฆ่ากูได้เอียงหงีก็ท้าให้อุย เอี๋ยนทำตาม แลขณะอุยเอี๋ยนแหงนหน้า จะร้องขึ้นม้าต้ายก็เข้ามาข้างหลัง ใช้กระบี่ฟันถูกศรีษะอุยเอี๋ยนขาดออกจากกาย เอียงหงี เกียง อุยก็มีความยินดี แล้วให้เอาศพขงเบ้งไปฝังไว้ ณ เขาเตงกุนสัน ๕๔

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๖๑ ขงเบ้งตาย ฝ่ายพระเจ้าโจยอยก็ตั้งให้สุมาอี้เป็นมหาอุปราช แลอยู่มาไม่นานก็สิ้นพระชมน์ ขณะนั้น พระเจ้าโจยอย ครองราชย์ได้สิบสามปี สุมาอี้ก็ให้โจฮองสืบราชสมบัติต่อมา ฝ่ายเกียงอุยก็มา ตีวุยก๊กอยู่เนืองๆ อยู่มาพระเจ้าโจฮอง เสวยราษฎร์ได้สิบสามปีสุมาอี้ก็ป่วยตาย พระเจ้าโจฮ องก็ตั้งให้สุมาสู สุมาเจียวผู้บุตรสุมาอี้ คุมอำนาจบ้านเมืองแลทหารทั้งปวง ตอนที่ ๖๒ สุมาเจียวตีเมืองเสฉวน ขณะนั้นลกซุนแลจูกัดกิ๋น ผู้มีสติปัญญาเมืองกังตั๋งก็ตาย แล้ว อยู่มาพระเจ้าซุนกวน เสวยราษฎร์ได้ยี่สิบสี่ปี ก็ ประชวรหนักถึงแก่ความตาย จูกัดเก๊กแลขุนนางทั้งปวงก็ ตั้งให้ซุนเหลียงเสวยราษฎร์แทน ฝ่ายสุมาสูแลสุมาเจียว ขุนนางผู้ใหญ่ผู้น้อยก็อยู่ในบังคับบัญชาสิ้น แลทำการก าเริบ พระเจ้าโจฮองก็คิดทำการกำจัดเสีย สุมาสูแจ้งดัง นั้นก็โกรธนัก ถอดพระเจ้าโจฮองออกจากราชสมบัติ ก็ให้ โจมอหลานพระเจ้าโจผีครองราษฎร์แทน พระเจ้าโจมอก็ แต่งตั้งให้สุมาสูเป็นมหาอุปราช อยู่มาพระเจ้าโจมอเสวยราษฎร์ได้สองปีเศษ สุมาสูก็ถึงแก่ความตาย สุมาเจียวก็ได้ เป็นมหา อุปราชแทน ฝ่าย เกียงอุยเห็ราชการเมืองวุยก๊กแปรปรวนอยู่ ก็เข้ายกทหารเข้ารบอยู่เนืองๆ แต่ มิสำเร็จ ฝ่ายเมืองกังตั๋งหมดสิ้นยุคพระเจ้าซุนเหลียง ก็ได้ซุนฮิวปกครองต่อมา เมืองวุยก๊ก ก็ได้ โจฮวนสืบราชสมบัติ ต่อจากโจมอ ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยน ซึ่งอยู่แดนเสฉวนนั้น ก็มิได้เอาใจใส่ ราชการ เสพย์สุราทุกวันมิได้ขาด เชื่อฟังแต่ถ้อยคำฮุยโฮขันที ฝ่ายเกียงอุยก็ได้ตีวุยก๊ก อยู่หลาย ครั้ง อยู่มาฮุยโฮก็ได้ยุยงพระเจ้าเล่าเสี้ยน ให้เรียกเกียงอุยกลับ ด้วยติดสินบนเงียมอูขุนนางใน เมืองเสฉวน พระเจ้าเล่าเสี้ยนก็ให้เรียกเกียงอุยกลับ เกียงอุยรู้ดังนั้นก็น้อยใจ แล้วยก ทหารลา ออกมาทำไร่นา ฝึกทหารอยู่ที่ตำบลหลงเส ๕๕

เนื้อเรื่องเต็ม (แบบย่อ) ตอนที่ ๖๒ สุมาเจียวตีเมืองเสฉวน สุมาเจียวเห็นราชการเสฉวนอิดโรย เห็นจะเสื่อมสลายแล้วก็ให้เตงงาย จงโฮย ตีเสฉวน พระเจ้า เล่าเสี้ยนก็มิได้สนใจออกว่าราชการ เตงงายก็ได้แยกไปตีทางอิมเป๋ง แลทางนั้น เดินลำบาก กันดารแสนเข็ญ เสฉวนแลเห็นเส้นทางอิมเป๋งกันดาร มิคิดจะมีทหารยกมาได้ จึงป้องกันหละ หลวม เตงงายยกทหารมาแต่น้อยผ่านมาได้ เข้าเมืองเสฉวน ฝ่ายพระเจ้าเล่าเสี้ยนเห็นจวนตัวมิ ป้องกัน ยอมอ่อนน้อม มอบเสฉวนให้เตงงาย เกียงอุยรู้ก็ตกใจแสร้งเข้าไปอยู่ด้วยจงโฮย แล้วยุ ให้ขบถก็ถูกทหารกลุ้มฆ่าทั้งจงโฮย เกียงอุย สุมาเจียวจึงได้เสฉวนแต่นั้นมา ตอนที่ ๖๓ สุมาเอี๋ยนสถาปนาราชวงศ์จิ้น ฝ่ายพระเจ้าโจฮวนก็ได้แต่งตั้ง สุมาเจียวเป็นจีน อ๋อง อยู่มาไม่นานสุมาเจียวก็ตาย สุมาเอี๋ยนผู้ บุตร ก็ได้เป็นที่จีน อ๋องแทนบิดา อยู่มาสุมาเอี๋ย นก็ถอดพระเจ้าโจฮวน ออกเสียจากราชสมบัติ ตั้งตนเป็นพระเจ้าจีนอ๋อง แต่นั้นก็ สิ้นสุดรา ชวงศ์วุ่ย แล้วสุมาเอี๋ยนก็เตรียมทแกล้วทหารทั้ง ปวงจะยกไปตีกังตั๋ง ฝ่ายพระเจ้าซุนฮิว แจ้งดังนั้นก็ทรงประชวรหนักถึงแก่ความตาย ขุนนางทั้งปวงก็ตั้ง ให้ซุนโฮสืบ ราชสมบัติ ต่อมา ฝ่ายพระเจ้าซุนโฮครั้นสืบราชสมบัติเสียแล้ว ก็ก าเริบท าหยาบช้าผิด ประเพณีมาแต่ก่อน ฝ่ายพระเจ้าสุ มาเอี๋ยนเห็นเมืองกังตั๋งจะโรยรา ก็ให้ยกทหารไปตีกังตั๋ง ฝ่ายพระเจ้าฮุยโฮเห็นข้าศึกยกเข้ามาจวนตัว ก็ออกมายก เมืองกังตั๋ง ให้แก่พระเจ้าสุมาอี๋ยน แต่ นั้นม พระเจ้าสุมาเอี๋ยนก็ได้รวมแผ่นดินสามก๊ก กลับมาอยู่เป็นหนึ่งเดียวอีก ครั้งหนึ่ง แล้ว สถาปนาราชวงศ์จิ้นสืบต่อมา ๕๖

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉยกทัพไปปราบเล่าปี่ โจโฉจึงออกจากพระราชวังกลับมาบ้านแล้วปรึกษาเทียหยกว่า ตังสินกับพวกห้าคนซึ่ง คิดร้ายเรานั้นเราก็ฆ่าเสียแล้ว ยังแต่เล่าปี่กับม้าเท้ง เราจะคิดประการใดจึงจะได้ตัวมาฆ่า เสีย เทียหยกจึงว่า ม้าเท้งไปอยู่เมืองเสเหลียงนั้นมีทหารเปนอันมาก ถ้าท่านจะยกกองทัพ ไปตีเอาบัดนี้เมืองเราก็เป็นกังวลอยู่ ขอให้ท่านเร่งแต่งผู้มีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมหาตัวม้า เท้งกลับเข้ามา อย่าให้ทันม้าเท้งรู้ว่าท่านจับตังสินกับพวกเพื่อนฆ่าเสีย ข้าพเจ้าเห็นว่าม้า เท้งไม่แจ้งเนื้อความทั้งนี้ก็จะเข้ามา จึงจับฆ่าเสียก็จะได้โดยง่าย อันเล่าปี่นั้นไปอยู่เมืองชีจิ๋ว ซ่องสุมทหารจะคอบรับกองทัพท่าน บัดนี้ทหารอ้วนเสี้ยวกับทหารเราก็ยังตั้งรอกันอยู่ ณ ตำบลกัวต่อ เห็นเล่าปี่จะให้มีหนังสือไปคิดกับอ้วนเสี้ยวเปนอันหนึ่งอันเดียวกัน ถ้าท่านยก กองทัพไปรบเล่าปี่ ดีร้ายอ้วนเสี้ยวจะยกมาตีเมืองฮูโต๋เปนมั่นคง ผู้ใดซึ่งจะต้านทานอ้วน เสี้ยวได้นั้นขัดสน โจโฉจึงตอบว่า เล่าปี่นั้นเป็นคนมีสติปัญญา ถ้าละไว้ช้าก็จะมีกำลังมากขึ้น อุปมาเหมือนลูกนกอันขนปีกยังไม่ขึ้นพร้อม แม้เราจะนิ่งไว้ให้อยู่ในรังฉนี้ ถ้าขนขึ้นพร้อม แล้วก็จะบินไปทางไกลได้ ซึ่งจะจับตัวนั้นเห็นจะได้ความขัดสน อ้วนเสี้ยวนั้นมีทหารมากก็ จริง แต่สติปัญญาน้อย ถึงจะคิดประการใดเราก็ไม่กลัว ๕๗

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉยกทัพไปปราบเล่าปี่ ขณะนั้นพอกุยแกเข้ามา โจโฉจึงปรึกษาว่า เราจะยกกองทัพไปรบเล่าปี่ ณ เมืองชีจิ๋ว ฝ่ายทิศตะวันออก แต่คิดเกรงอยู่ข้างฝ่ายทิศเหนือ เกลือกอ้วนเสี้ยวรู้ จะยกกองทัพมา โจมตีเอาเมืองฮูโต๋ ท่านจะคิดเห็นประการใด กุยแกจึงว่า อันความคิดอ้วนเสี้ยวนั้น ถ้าจะ ทำการสิ่งใดก็รวดเร็ว จะใช้ผู้ใดอ้วนเสี้ยวมักคิดสงสัยมิวางใจ ประการหนึ่งทหารทั้งปวงก็ แก่งแย่งกัน จึงจะยกมาตีเมืองฮูโต๋ ก็เห็นจะไม่สมความคิด อันเล่าปี่นั้นก็พึ่งได้กลับไปอยู่ เมืองชีจิ๋ว แล้วทหารของเราก็ติดไปด้วย ซึ่งจะคิดการศึกไปนั้น เห็นทหารทั้งปวงยังไม่ พร้อมเปนใจเดียวกัน ครั้นจะนิ่งไว้ทหารก็จะเป็นใจประนอมกันเข้า ขอเร่งยกกองทัพไปตี เมืองชีจิ๋วเสียก่อน โจโฉได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงตอบกุยแกว่า ซึ่งเราถามนี้แกล้งจะดู ความคิดท่าน ท่านว่ามาก็เหมือนน้ำใจเราคิด แล้วโจโฉก็เกณฑ์ทหารได้ประมาณยี่สิบหมื่น ยกออกจากเมืองฮูโต๋ ฝ่ายม้าใช้รู้ว่าโจโฉยกมา จึงรีบไปเมืองชีจิ๋วบอกเนื้อความแก่ซุนเขียนว่า บัดนี้กองทัพ โจโฉยกมา ซุนเขียนแจ้งดังนั้นก็ไปบอกแก่กวนอู ณ เมืองแห้ฝือตามคำม้าใช้ แล้วว่าให้ จัดแจงทหารไว้ให้พร้อม แลซุนเขียนก็ไปเมืองเสียวพ่าย บอกเนื้อความแก่เล่าปี่ ๆ แจ้งดัง นั้นจึงว่า เราจะให้มีหนังสือไปถึงอ้วนเสี้ยวอีก ให้ยกกองทัพมาช่วย จึงจะต้านทานโจโฉได้ เล่าปี่ก็แต่งหนังสือไปให้อ้วนเสี้ยว ซุนเขียนก็รับเอาหนังสือไปถึงเมืองกิจิ๋ว จึงเข้าไปหาเตียน ห้อง เล่าเนื้อความให้ฟังทุกประการ แล้วว่าท่านจงช่วยพาเข้าไปหาอ้วนเสี้ยว เตียนห้องได้ ฟังดังนั้นก็พาซุนเขียนเข้าไปถึงอ้วนเสี้ยว ซุนเขียนคำนับแล้วส่งหนังสือให้ อ้วนเสี้ยวอ่าน แจ้งแล้วมิได้ตอบประการใด แกล้งทำเป็นทุกข์ เตียนห้องเห็นหน้าอ้วนเสี้ยวนั้นเสร้าหมองจึงถามว่า วันนี้ข้าพเจ้าเห็นท่านไม่สบาย นั้นมีวิตกสิ่งใดหรือ อ้วนเสี้ยวจึงบอกว่า เรานี้ใกล้จะตายอยู่แล้ว จึงไม่มีความสบาย เตียน ห้องจึงว่า เหตุใดท่านเจรจาเป็นความอัปมงคล อ้วนเสี้ยวจึงว่า ชีวิตเราจะตายวันนี้พรุ่งนี้ก็ ไม่รู้ เราวิตกถึงบุตรห้าคน เห็นว่าบุตรคนสุดท้องนั้นมีสติปัญญาอยู่บ้าง แต่อายุยังเด็กนัก บัดนี้ก็ป่วยหนักอยู่ เราจึงไม่มีความสบาย จึงคิดการสิ่งใดมิได้ เตียนห้องจึงตอบว่า คนทั้ง ปวงก็ลือชาปรากฎว่า ท่านเป็นใหญ่อยู่ในหัวเมืองฝ่ายเหนือ เหตุใดท่านมาคิดย่อท้อ จะ มาตีตัวตายก่อนไข้นั้นไม่ควร บัดนี้โจโฉก็ยกกองทัพไปตีเมืองชีจิ๋ว เมืองฮูโต๋นั้นหามีผู้ใดอยู่ รักษาไม่ เล่าปี่ก็ให้หนังสือมาขอกองทัพท่านไปช่วย ๕๘

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉยกทัพไปปราบเล่าปี่ ถ้าท่านยกกองทัพไปโจมตีเมืองฮูโต๋ครั้งนี้เห็นจะได้โดยง่าย อ้วนเสี้ยวจึงตอบว่า เราก็ แจ้งอยู่ว่าครั้งนี้ได้ทีทำการศึก แต่ใจเรานั้นเป็นห่วงอยู่ถึงบุตร ถ้าบุตรเป็นอันตรายข้างหลัง ชีวิตเราก็จะตายด้วย ประการหนึ่งมาทว่าจะยกไปก็ไม่มีชัยชนะ ด้วยเหตุไม่สบาย แล้วสั่ง ซุนเขียนว่า ครั้งนี้เราไม่ยกไปแล้ว จงไปบอกแก่เล่าปี่เถิด ถ้าอับจนเข้าก็ให้มาหาเรา เราจะ ช่วยทำนุบำรุงมิให้ขัดสน เตียนห้องได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าดังนั้นก็โกรธจึงว่า เสียดายครั้งนี้ได้ทีอยู่แล้ว ควรหรือมา คิดเป็นห่วงด้วยลูกเล็กเด็กน้อย เตียนห้องทอดใจใหญ่เดินกระทืบเท้าออกไป ซุนเขียนก็ลา อ้วนเสี้ยวกลับไปเมืองเสียวพ่าย แจ้งเนื้อความแก่เล่าปี่ตามคำอ้วนเสี้ยวว่า เล่าปี่ได้ฟังดัง นั้นก็ตกใจจึงปรึกษาซุนเขียนว่า โจโฉยกกองทัพมาครั้งนี้ เราจะคิดอ่านรบพุ่งป้องกัน ประการใด เตียวหุยจึงว่าแก่เล่าปี่ว่า อันทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ ถ้าจะละให้ตั้งลงได้ ก็จะมีกำลัง ทำการศึกคิดร้ายแก่เรา บัดนี้กองทัพโจโฉก็ยกมาใกล้เมืองเราแล้ว เวลาค่ำวันนี้ข้าพเจ้าจะ อาสาคุมทหารยกออกไปโจมตีกองทัพโจโฉอย่าให้ตั้งมั่น ลงได้ เห็นโจโฉจะเสียทีเป็นมั่นคง เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นจึงว่า น้องเราแต่ก่อนมาเห็นว่าไม่มีความคิด มีแต่ฝีมือรบพุ่งกล้าหาญ เรา พึ่งได้เห็นความคิดน้องเรา ทำกลอุบายจับเล่าต้ายได้ครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้จะยกออกโจมตี กองทัพโจโฉมิให้ตั้งมั่นลงได้นั้นต้องใจเรานัก แล้วเล่าปี่ก็ให้เกณฑ์ทหารเตรียมไว้สำหรับเล่า ปี่กองหนึ่ง จัดทหารไว้สำหรับเตียวหุยกองหนึ่ง ฝ่ายโจโฉยกกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองเสียวพ่าย พอเกิดลมพายุใหญ่พัดหนักธงชัยซึ่ง ปักมาบนเกวียนนั้นหักทบลง โจโฉเห็นวิปริตดังนั้น ก็ให้หยุดทหารตั้งค่ายมั่นไว้ แล้วถามที่ ปรึกษาว่า ซึ่งลมพายุพัดมาถูกธงชัยเราหักลงทั้งนี้ จะเห็นดีแลร้ายประการใด ซุนฮกจึงว่า ซึ่งเกิดพายุใหญ่พัดธงชัยหักทบลงมานั้น เป็นลมตวันออก เวลาค่ำวันนี้ดีร้ายเล่าปี่จะยก ออกมาปล้นค่ายเราเป็นมั่นคง พอมอกายเข้ามาว่าแก่โจโฉว่า ลมตะวันออกพัดมาถูกธงชัย หักนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ากลางคืนวันนี้จะมีผู้มาปล้นค่าย ๕๙

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉยกทัพไปปราบเล่าปี่ โจโฉได้ฟังซุนฮกกับมอกายว่าต้องคำกันดังนั้นจึงว่า ซึ่งเกิดลมมาทั้งนี้หากเทพดา สำแดงเหตุให้รู้เพราะบุญของเรา โจโฉจึงให้แบ่งทหารเป็นสิบเอ็ดกอง กองหนึ่งให้อยู่รักษา ค่าย แปดกองนั้นให้นายทหารเอกคุมทหารเลวยกแยกออกไปซุ่มอยู่นอกค่ายทั้งแปดทิศ ถ้าเห็นกองทัพผู้ใดยกมาปล้นค่าย ก็ให้ทหารทั้งแปดกองตีกระหนาบล้อมเข้ามา สองกอง นั้นให้แยกกันไปตั้งสกัดอยู่ปากทางเมืองชีจิ๋วกองหนึ่ง เมืองแห้ฝือกองหนึ่ง ครั้นเวลาสองยาม เล่าปี่กับเตียวหุยก็คุมทหารออกมาจากเมืองเสียวพ่าย เตียวหุยนั้น คิดกำเริบว่า ครั้งก่อนทำกลอุบายจับเล่าต้ายได้ ครั้งนี้เล่าปี่ก็สรรเสริญความคิดเป็นอันมาก เตียวหุยจึงขี่ม้าคุมทหารเป็นกองหน้า ยกเข้าไปตีปล้นค่ายโจโฉ เตียวหุยเห็นคนในค่ายนั้น น้อย แล้วได้ยินเสียงทหารภายนอกโห่ร้องอื้ออึง ทั้งคบเพลิงก็สว่างขึ้นเป็นอันมาก จึงคิดว่า ดีร้ายโจโฉจะคิดกลอุบาย ก็พาทหารกลับออกมาหาเล่าปี่ พอพบ เตียวเลี้ยว เคาทู อิกิ๋ม ลิเตียน ซิหลง งักจิ้น แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน คุมทหารตี กระหนาบล้อมเข้ามาทั้งแปดทิศ ได้รบพุ่งฆ่าฟันกันเป็นสามารถ แลทหารซึ่งเตียวหุยคุมมา นั้น เป็นทหารเดิมของโจโฉก็แตกเข้าหานายทหารทั้งแปดกองนั้น ยังเหลือทหารซึ่งสนิธอยู่ ประมาณสี่สิบเศษ เตียวหุยรบพุ่งป้องกันเปนสามารถ แล้วพาทหารสี่สิบเศษนั้นรบฝ่าออก มาได้ จึงคิดแต่ในใจว่า ครั้นจะไปหาเล่าปี่แลไปเมืองชีจิ๋ว เมืองแห้ฝือบัดนี้ก็ไม่ได้ เห็นทหาร โจโฉจะไปตั้งสกัดอยู่ปากทาง จึงพาทหารทั้งปวงหนีขึ้นไปอยู่บนเขาบองเอี๋ยงสัน ๖๐

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เล่าปี่แตกทัพหนีโจโฉไปอาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยว ฝ่ายเล่าปี่นั้นขี่ม้าคุมทหารยกหนุนเตียวหุยเข้าไป ครั้นได้ยินเสียงทหารโห่ร้องอื้ออึง ล้อมค่ายโจโฉเข้ามา เล่าปี่จึงคิดว่าเตียวหุยเข้าไปปล้นค่ายนั้น ดีร้ายจะเสียทีแก่โจโฉ พอแล เห็นแฮหัวตุ้นคุมทหารเข้ามาตัดเอาทหารเล่าปี่ไปได้ประมาณกึ่งหนึ่ง เล่าปี่เห็นดังนั้นก็โกรธ จึงขับม้าเข้ารบด้วยแฮหัวตุ้น พอแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารตีกระหนาบเข้ามา เล่าปี่ก็ขับม้ารบพุ่ง ป้องกันเปนสามารถ ทหารเล่าปี่ล้มตายบ้าง เข้าหาโจโฉบ้าง เหลือทหารซึ่งสนิธอยู่ประมาณ สามสิบเศษ เล่าปี่จึงพาทหารรบฝ่าออกมาจะกลับไปเมืองเสียวพ่าย แลเห็นแสงเพลิงใน เมืองสว่างขึ้น เล่าปี่จึงคิดว่าทหารโจโฉเข้าตีเอาเมืองได้แล้ว จึงขับม้าพาทหารหนีไปถึงปาก ทางเมืองชีจิ๋วแลเมืองแห้ฝือ เห็นทหารโจโฉตั้งสกัดอยู่ทั้งสองทางเปนอันมาก จึงคิดว่าครั้ง นี้โจโฉยกมาทำการใหญ่หลวง เรากับเตียวหุยต่างคนต่างแตกไป แลกวนอูซึ่งอยู่รักษา ครอบครัวในเมืองแห้ฝือนั้น ก็ยังไม่ได้รู้เหตุว่าดีแลร้าย ซึ่งอ้วนเสี้ยวสั่งมาแก่ซุนเขียนว่า ขัดสนประการใดก็ให้ไปหาเถิดจะช่วยธุระนั้น ครั้งนี้จำจะไปอาศรัยอ้วนเสี้ยวอยู่ก่อน จึงจะ ได้คิดการต่อไป แล้วเล่าปี่ก็พาทหารรีบหนีจะไปทางเมืองกิจิ๋ว พอพบลิเตียนคุมทหารสกัด ทางอยู่ เล่าปี่ตกใจมิได้คิดอ่านสู้รบประการใด จึงทิ้งทหารสามสิบเศษเสีย ขับม้าหนีเอาตัว รอด ลิเตียนนั้นจับเอาทหารเล่าปี่ไว้ได้สิ้น ๖๑

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เล่าปี่แตกทัพหนีโจโฉไปอาศัยอยู่กับอ้วนเสี้ยว ขณะเมื่อเล่าปี่ควบม้าหนีไปนั้น ทั้งกลางวันกลางคืนได้ทางประมาณพันเส้น ครั้นถึง เมืองเซียงจิ๋วจึงบอกแก่นายประตูว่า เราจะเข้าไปหาอ้วนถำเจ้าเมืองซึ่งเปนบุตรอ้วนเสี้ยว นายประตูก็เอาเนื้อความเข้าไปบอกแก่อ้วนถำ อ้วนถำมีความยินดี จึงออกมาคำนับรับเล่าปี่ เข้าไป เล่าปี่จึงเล่าเนื้อความแต่หลังให้อ้วนถำฟังทุกประการ แล้วว่าเราจะไปอาศัยอยู่กับ อ้วนเสี้ยวผู้เป็นบิดาท่าน จะได้คิดอ่านกำจัดโจโฉเสีย อ้วนถำได้ฟังดังนั้นก็มีความสงสารเป็นอันมาก ก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยง แล้วจัดแจงที่อยู่ให้ เล่าปี่อาศรัย จึงแต่งหนังสือบอกไปถึงบิดาตามคำเล่าปี่ ให้ม้าใช้ถือไปก่อน แล้วให้ทหาร ป้องกันรักษาเล่าปี่ไปภายหลัง ม้าใช้มาถึงเมืองกิจิ๋ว ก็เอาหนังสือนั้นเข้าไปให้แก่อ้วนเสี้ยว ๆ แจ้งเนื้อความก็มีใจยินดี จึงพาทหารออกมาคอยรับเล่าปี่อยู่นอกเมือง ครั้นเห็นเล่าปี่มาถึง อ้วนเสี้ยวจึงไปจูงเอามือเล่าปี่ ถ้อยทีถ้อยคำนับกันแล้วพาเล่าปี่เข้ามาในเมือง อ้วนเสี้ยวจึง ว่าแก่เล่าปี่ว่า ท่านให้ซุนเขียนมาขอกองทัพนั้น บุตรเราป่วยหนักอยู่ จึงมิได้ยกไปช่วยท่าน ๆ อย่าน้อยใจแก่เราเลย เรามีความวิตกอยู่มิได้ขาด บัดนี้ท่านเสียเมืองไปแก่โจโฉ แต่ตัว ท่านได้มาเห็นหน้ากันนี้เรามีความยินดีนัก เล่าปี่จึงว่า ครั้งนี้ข้าพเจ้าเป็นคนอนาถา ซึ่งท่านนับถือนี้คุณหาที่สุดไม่ แต่ก่อนนั้น ข้าพเจ้าก็แจ้งอยู่ว่า น้ำใจท่านกว้างขวางอารี เลี้ยงทหารมิให้อนาทร ข้าพเจ้าก็คิดอยู่ว่าจะ มาพึ่งอยู่ให้ท่านใช้ จะได้ช่วยกันกำจัดโจโฉเสีย บัดนี้เสียทีแก่โจโฉมาแต่ตัว แต่น้องข้าพเจ้า ทั้งสองกับครอบครัวยังไม่รู้ว่าเป็นตายประการใด ซึ่งข้าพเจ้ามาหาท่านแต่ผู้เดียวนี้ มีความ อัปยศแก่คนทั้งปวงเปนอันมาก ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอกินน้ำสบถอยู่ทำการด้วยท่านกว่าจะ สำเร็จ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงจัดแจงเครื่องอุปโภคแลเครื่องบริโภคให้เป็น อันมาก ทำนุบำรุงเล่าปี่ไว้ในเมืองกิจิ๋ว ๖๒

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เตียวเลี้ยวอาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อมกวนอู ฝ่ายโจโฉในเวลากลางคืนนั้น คุมทหารเข้าตีเอาเมืองเสียวพ่ายได้ แลยกกองทัพไปตี เมืองชีจิ๋ว แลบิต๊ก บิฮอง กันหยง ซึ่งเล่าปี่ให้รักษาเมืองจึงคิดกันว่า ทัพโจโฉยกมาครั้งนี้ ใหญ่หลวงนัก เห็นเราจะต้านทานมิได้ ก็พากันหนีออกจากเมือง แต่ตันเต๋งเห็นจวนตัว จึง เปิดประตูเมืองออกไปรับโจโฉให้เป็นความชอบไว้ โจโฉเห็นดังนั้นก็มีความยินดียกทหาร เข้าไป จึงกำชับทหารมิให้ทำอันตรายแก่ชาวเมือง แล้วปรึกษาแก่ทหารทั้งปวงว่า เราจะยก กองทัพไปตีเอาเมืองแห้ฝือ ท่านทั้งปวงจะเห็นเปนประการใด ซุนฮกจึงว่า ข้าพเจ้ารู้กิตติศัพท์ว่า เล่าปี่ให้กวนอูรักษาครอบครัวอยู่เมืองแห้ฝือ ซึ่ง ท่านจะยกกองทัพไปตีนั้นควรนัก ถ้าละไว้อ้วนเสี้ยวก็จะยกมาพาเอาครอบครัวเล่าปี่ไป โจ โฉจึงตอบว่า อันกวนอูนั้นมีฝีมือกล้าหาญชำนาญในการสงคราม เราจะใคร่ได้ตัวมาเลี้ยง เป็นทหาร เราจะแต่งคนให้ไปเกลี้ยกล่อมกวนอูจึงจะได้ กุยแกจึงว่าอันน้ำใจกวนอูนั้น ซื่อสัตย์ต่อเล่าปี่นัก ซึ่งจะให้คนไปเกลี้ยกล่อมเห็นกวนอูจะมิลงใจด้วย แลผู้ใดซึ่งจะไปเกลี้ย กล่อมนั้นกวนอูก็คงจะฆ่าเสีย เตียวเลี้ยวจึงว่า ข้าพเจ้ากับกวนอูได้รู้จักกันมา ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขออาสาไปเกลี้ย กล่อมกวนอูให้ได้ เทียหยกจึงว่า ซึ่งเตียวเลี้ยวจะรับอาสาไปเกลี้ยกล่อมกวนอูนั้น เห็น กวนอูจะไม่มา ข้าพเจ้าจะขออาสาฬ่อลวงให้กวนอูออกจากเมืองแห้ฝือแล้ว ถ้าเห็นกวนอู สิ้นความคิดลงเมื่อใด จึงให้เตียวเลี้ยวไปเกลี้ยกล่อมเห็นจะได้โดยง่าย ๖๓

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เตียวเลี้ยวอาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อมกวนอู โจโฉจึงถามเทียหยกว่า ท่านจะคิดล่อลวงประการใด เทียหยกจึงว่า ท่านจับทหารเล่า ปี่ไว้ได้เป็นอันมาก จงให้บำเหน็จรางวัลให้ถึงขนาด แล้วสั่งให้ทำตามคำเรา จึงปล่อยเข้าไป ในเมือง ให้บอกว่าหนีกลับมาได้ ถ้าเราจะทำการก็ให้เปนใส้ศึกอยู่เมือง แล้วให้แต่งทหารไป รบล่อ ถ้ากวนอูไล่ออกมานอกเมืองแล้ว จึงให้ทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสองข้างล้อมไว้ จึงแต่งให้ผู้ มีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมกวนอูเห็นจะได้โดยง่าย โจโฉเห็นชอบด้วย จึงให้เอาทหารเล่าปี่ ซึ่งจับไว้ได้นั้นประมาณสี่สิบคน แล้วให้บำเหน็จรางวัลเปนอันมาก จึงสั่งเนื้อความตามคำ เทียหยกว่าทุกประการ ทหารทั้งปวงก็เข้าไปหากวนอูในเมืองแห้ฝือ แล้วบอกว่าข้าพเจ้าหนี โจโฉมาได้ กวนอูได้ฟังดังนั้นก็มิได้มีความสงสัย จึงเอาไว้ใช้สอยอยู่ ครั้นเวลาสามยาม โจโฉจึงให้แฮหัวตุ้นคุมทหารห้าพันเปนกองซุ่ม แล้วสั่งซิหลงกับเคา ทูว่า ถ้ากวนอูไล่แฮหัวตุ้นออกมาก็ให้ยกทหารตั้งสกัดไว้ คอยรบป้องกันอย่าให้กวนอูเป นอันตราย นายทหารทั้งสามคนก็ยกไปเมืองแห้ฝือ โจโฉก็คุมทหารยกตามไปตั้งอยู่แต่ไกล แฮหัวตุ้นคุมทหารมาตั้งอยู่ใกล้เชิงกำแพงเมืองแห้ฝือ ฝ่ายกวนอูเห็นกองทัพมาตั้งประชิดอยู่ดังนั้นก็มิได้ยกออกรบพุ่ง ให้ทหารขึ้นรักษาหน้าที่ ไว้มั่นคง แฮหัวตุ้นมิได้เห็นกวนอูยกออกมารบ จึงให้ทหารเลวร้องต่อล้อด่ากวนอูเปนข้อ หยาบช้า กวนอูได้ยินดังนั้นก็โกรธ จึงคุมทหารสามพันเปิดประตูเมืองออกมารบแฮหัวตุ้น ได้สิบเพลง แฮหัวตุ้นแกล้งชักม้าหนี กวนอูมิได้รู้กลอุบายก็ขับม้าไล่ไปทางไกลเมือง ประมาณสองร้อยเส้น กวนอูได้คิดขึ้นมากลัวว่าทหารโจโฉจะยกเข้าทำร้ายเมืองแห้ฝือจึง พาทหารกลับมา พอได้ยินเสียงประทัด แล้วแลเห็นเคาทูกับซิหลงคุมทหารออกมารบสกัดไว้ทั้งซ้ายขวา กวนอูก็ขับม้าเข้ารบพุ่งเปนสามารถ ซิหลง เคาทูก็รับรองป้องกันอยู่ กวนอูจะกลับเข้าไปใน เมือง พอพบแฮหัวตุ้นคุมทหารมารบอ้อมสกัดทางไว้ ซิหลงกับเคาทูก็รบตีกระหนาบเข้ามา กวนอูนั้นป้องกันลูกเกาทัณฑ์ไว้เปนสามารถ จะกลับเข้าเมืองก็ไม่ได้ จะหลีกไปข้างทางซ้าย ขวา ทหารก็หนุนหนาเข้ามา แต่รบป้องกันอยู่นั้นจนใกล้พลบค่ำ กวนอูอิดโรยกำลังลง จึง คุมทหารหนีไปถึงเนินเขาแห่งหนึ่ง ก็ขึ้นหยุดพักอยู่บนเขานั้น แฮหัวตุ้นซิหลงเคาทูเห็นดัง นั้นก็คุมทหารเข้าล้อมเชิงเขาไว้ ๖๔

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เตียวเลี้ยวอาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อมกวนอู ฝ่ายทหารเล่าปี่ซึ่งเข้าไปหากวนอูนั้น ครั้นเวลาพลบค่ำมิได้เห็นกวนอูกลับเข้าเมือง ก็ ชักชวนกันเปิดประตูออกมาหวังจะรับโจโฉ ม้าใช้เห็นดังนั้นก็เอาเนื้อความมาบอกแก่โจโฉ ๆ มีความยินดีก็คุมทหารเข้าเมืองแห้ฝือ แล้วให้เอาเพลิงเผาเมืองขึ้น หวังจะให้กวนอูเสีย น้ำใจ จึงสั่งให้ทหารรักษาครอบครัวเล่าปี่ไว้จงดี แล้วโจโฉก็กลับมาเกณฑ์ทหารหนุนเข้า ล้อมกวนอูไว้ กวนอูเห็นแสงเพลิงในเมืองสว่างขึ้นก็ตกใจ คิดถึงครอบครัวเล่าปี่ จึงคุม ทหารลงมาถึงเชิงเขา ทหารโจโฉรบสกัดไว้ลงมามิได้ แล้วรื้อกลับขึ้นบนเขาเปนหลายครั้ง จนรุ่งขึ้นกวนอูจึงขี่ม้าพาทหารลงไปใกล้จะถึงเชิงเขา พอเห็นเตียวเลี้ยวขี่ม้าถือง้าวขึ้นมา กวนอูจึงถามว่า ท่านจะมารบกับเราหรือ เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า ข้าพเจ้าจะมารบกับท่าน หามิได้ ซึ่งข้าพเจ้าขึ้นมานี้หวังจะแทนคุณท่าน แล้วเตียวเลี้ยวก็ลงจากม้าเอาง้าวนั้นวางไว้ เข้าไปคำนับกวนอู ๆ เห็นดังนั้นก็ลงจากม้ารับคำนับเตียวเลี้ยวแล้วถามเตียวเลี้ยวว่า โจโฉใช้ มาเกลี้ยกล่อมเราหรือ เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า ท่านได้มีคุณช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ บัดนี้ท่านมี ความทุกข์ใหญ่หลวง ข้าพเจ้าจึงอุตส่าห์ขึ้นมาหวังจะแทนคุณท่าน กวนอูจึงถามว่า ท่านคิดถึงคุณเรานั้นจะขึ้นมาช่วยเปนกำลังเราหรือ เตียวเลี้ยวก็ว่า หามิได้ กวนอูจึงว่า ท่านจะมาเกลี้ยกล่อมแลช่วยเราก็หามิได้ ซึ่งท่านขึ้นมานี้ด้วยเหตุสิ่งใด เล่า เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า ท่านกับเล่าปี่เตียวหุยมีความรักกันเปนอันมาก บัดนี้เล่าปี่กับเตียว หุยแตกไป ท่านก็ยังไม่รู้เหตุว่าเปนแลตาย เวลาคืนนี้มหาอุปราชยกกองทัพเข้าตีเมืองแห้ ฝือได้ แล้วสั่งแก่ทหารทั้งปวงมิให้ทำอันตรายแก่อาณาประชาราษฎร อันครอบครัวของเล่า ปี่นั้น ก็แต่งให้ทหารไปพิทักษ์รักษามิให้ผู้ใดทำอันตรายได้ ข้าพเจ้าเห็นว่ามหาอุปราชมีใจ เมตตาผูกความรักท่านถึงเพียงนี้ จึงเอาเนื้อความมาแจ้งแก่ท่าน กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าแก่เตียวเลี้ยวว่า เดิมเราถามตัวว่าจะเกลี้ยกล่อมหรือ ตัวว่าหามิได้ แลตัวมาว่ากล่าวดังนี้ จะว่าไม่เกลี้ยกล่อมนั้นตัวจะประสงค์สิ่งใดเล่า แล้วว่า เราอยู่ในที่นี้ก็เปนที่คับขันอยู่ ซึ่งเราจะเข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัยเลย ตัวเราก็ มิได้รักชีวิต อันความตายอุปมาเหมือนนอนหลับ ท่านเร่งกลับไปบอกแก่โจโฉให้ตระ เตรียมทหารไว้ให้พร้อม เราจะยกลงไปรบ ๖๕

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) เตียวเลี้ยวอาสาโจโฉไปเกลี้ยกล่อมกวนอู เตียวเลี้ยวได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า ซึ่งท่านว่าทั้งนี้โทษมีอยู่กับตัวท่านถึงสาม ประการ คนทั้งปวงจะล่วงคระหานินทาท่านได้ กวนอูจึงว่า ตัวเราถือความสัตย์มั่นคงอยู่ว่า ถึงตัวจะตายก็มิได้เข้ากับผู้ใด ซึ่งท่านว่ามีโทษสามประการนั้น ด้วยเหตุสิ่งใดบ้าง เตียว เลี้ยวจึงตอบว่า เดิมท่านกับเล่าปี่เตียวหุยได้สาบาลไว้ต่อกันว่า เปนพี่น้องร่วมสุขแลทุกข์ เปนชีวิตอันเดียวกัน ถ้าผู้ใดตายก็จะตายด้วย ครั้งนี้เล่าปี่กับเตียวหุยแตกไป ท่านก็ไม่รู้ว่า เปนหรือตาย แลบัดนี้ทหารก็น้อยนัก ซึ่งจะยกลงไปรบนั้น ถ้าท่านเปนอันตรายถึงสิ้นชีวิต ฝ่ายเล่าปี่เตียวหุยยังมีชีวิตอยู่จะเที่ยวตามหาท่าน หวังจะช่วยกันคิดการต่อไป เมื่อท่าน ตายเสียแล้วเล่าปี่เตียวหุยก็จะตายด้วย ซึ่งท่านสาบานไว้ต่อกันก็จะมิเสียความสัตย์ไปหรือ คนทั้งปวงก็จะล่วงนินทาว่าความคิดท่านน้อย ประการหนึ่ง เล่าปี่ก็มอบครอบครัวไว้ให้ท่านรักษา ถ้าท่านตายเสียภรรยาเล่าปี่ทั้ง สองนั้นจะพึ่งผู้ใดเล่า อันตรายก็จะมีต่างๆ การซึ่งเล่าปี่ปลงใจไว้แก่ท่านนั้นก็จะไม่เสียไป หรือ ข้าพเจ้าเห็นไม่ชอบเปนสองประการ อีกประการหนึ่งนั้น ท่านก็มีฝีมือกล้าหาญ แล้วแจ้งใจในขนบธรรมเนียมโบราณมาเปนอัน มาก เหตุใดท่านจึงไม่รักษาชีวิตไว้คอยถ้าเล่าปี่ จะได้ช่วยกันคิดการทำนุบำรุงแผ่นดินให้อยู่ เย็นเปนสุข ถึงมาทว่าท่านจะได้ความลำบาก ก็อุปมาเหมือนหนึ่งลุยเพลิงอันลุก แลข้ามพระ มหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ก็จะลือชาปรากฎชื่อเสียงท่านไปภายหน้า ว่าเปนชาติทหารมีใจ สัตย์ซื่อกตัญญูต่อแผ่นดิน ซึ่งท่านจะมานะลงไปรบพุ่งกับโจโฉ ถ้าชีวิตท่านตายเสียครั้งนี้ก็ จะไม่มีชื่อปรากฎไป ข้าพเจ้าเห็นโทษมีสามประการฉนี้ ข้าพเจ้าจึงว่า ๖๖

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) กวนอูขอคำมั่นสัญญาแล้วยอมไปอยู่กับโจโฉ กวนอูได้ฟังดังนั้น ก็นิ่งตรึกตรองอยู่เปนช้านาน ครั้นเห็นชอบด้วยจึงว่า ท่านว่าดังนี้ก็ ควรแล้ว แลโทษซึ่งมีสามประการนั้น จะให้เราทำประการใด เตียวเลี้ยวจึงว่า มหาอุปราชให้ ทหารล้อมท่านไว้เปนอันมาก ถ้าท่านมิสมัคเข้าด้วย เห็นชีวิตท่านจะถึงแก่ความตายหา ประโยชน์มิได้ ขอให้ท่านอยู่กับมหาอุปราชก่อนเถิด จะได้มีประโยชน์สามประการ ประการหนึ่ง ซึ่งท่านสาบาลไว้กับเล่าปี่เตียวหุยว่า จะช่วยกันทำนุบำรุงแผ่นดิน ความ สัตย์ข้อนี้จะได้คงอยู่ ประการหนึ่ง ท่านจะได้อยู่ปฏิบัติรักษาพี่สะใภ้ทั้งสองมิให้เปนอันตรายสิ่งใดได้ เปน สองประการ อีกประการหนึ่งนั้น ตัวท่านก็ฝีมือกล้าหาญมีสติปัญญา จะได้คิดการทำนุบำรุง พระเจ้าเหี้ยนเต้ให้ครองราชสมบัติสืบไป ข้าพเจ้าเห็นมีประโยชน์สามประการฉนี้ จึงเตือน สติท่านให้ดำริดูจงควร กวนอูจึงตอบว่า ซึ่งท่านว่ามีประโยชน์แก่เราสามประการนั้นก็จริงอยู่ แต่เราจะขอสัญญา ไว้สามประการบ้าง ถ้ามหาอุปราชยอม เราจึงจะถอดเกราะออกเสีย แล้วจะลงไปหามหา อุปราช แม้ความประการใดขาดแต่ข้อหนึ่ง เราก็จะสู้ตายเสีย ถึงมาทว่าคนทั้งปวงจะคระหา นินทาเราก็ตามเถิด เตียวเลี้ยวจึงว่า มหาอุปราชนั้นน้ำใจกว้างขวางอารีนัก มักสมาคมด้วย ผู้มีสติปัญญา ถ้าท่านจะว่าประการใดมหาอุปราชก็คงจะยอม ซึ่งท่านจะขอสัญญาสาม ประการนั้น คือข้อใดบ้าง ๖๗

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) กวนอูขอคำมั่นสัญญาแล้วยอมไปอยู่กับโจโฉ กวนอูจึงว่า เดิมเราได้สาบาลกันไว้กับเล่าปี่เตียวหุยว่า จะช่วยกันทำนุบำรุงพระเจ้า เหี้ยนเต้ แลอาณาประชาราษฎรให้อยู่เย็นเปนสุข ซึ่งเราจะสมัคเข้าด้วยนั้น เราจะขอเปนข้า พระเจ้าเหี้ยนเต้ประการหนึ่ง เราจะขอปฏิบัติพี่สะใภ้เราทั้งสอง แลอย่าให้ผู้ใดเข้าออก กล้ำกรายเข้าถึงประตูที่อยู่ได้ จะขอเอาเบี้ยหวัดของเล่าปี่ซึ่งเคยได้รับพระราชทานนั้น มา ให้แก่พี่สะใภ้เราทั้งสองประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ถ้าเรารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดตำบลใด ถึง มาทว่าเรามิได้ลามหาอุปราช เราก็จะไปหาเล่าปี่ แม้มหาอุปราชจะห้ามเราก็ไม่ฟัง แลเนื้อ ความสามประการนี้ ท่านจงเอาไปบอกแก่มหาอุปราชเถิด ถ้ายอมตามคำเรา ๆ จะลงไปหา เตียวเลี้ยวก็ลากวนอูแล้วขึ้นม้ากลับมาแจ้งเนื้อความแก่โจโฉทุกประการ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าแก่เตียวเลี้ยวว่า ซึ่งกวนอูไม่ยอมด้วยเรานั้น เราเปน ถึงมหาอุปราช กวนอูจะยอมเปนข้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็เหมือนเปนบ่าวเรา ถ้าเราบังคับบัญชา ราชการประการใดกวนอูก็จะไม่ขัดได้ กับซึ่งกวนอูว่าจะปฏิบัติรักษาพี่สะใภ้ทั้งสอง มิให้ผู้ใด แปลกปลอมเข้าไปถึงประตูที่อยู่นั้นเราก็จะยอม ทุกวันนี้อย่าว่าแต่ภรรยาเล่าปี่เลย ถึง ภรรยาผู้น้อยลงไปเราก็มิได้ให้ทำหยาบช้า ซึ่งกวนอูจะขอเอาเบี้ยหวัดเล่าปี่ให้แก่พี่สะใภ้นั้น เราจะให้ทวีขึ้นอีก แต่ข้อซึ่งกวนอูรู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดมิได้ลาเราก่อนจะไปหากันนั้น โจโฉสั่น สีสะไม่ยอม แล้วว่าเมื่อกวนอูเอาสัญญาฉนี้ เราจะเอามาเลี้ยงไว้ให้มีกำลังจะได้ประโยชน์สิ่ง ใดเล่า เตียวเลี้ยวจึงว่า มหาอุปราชไม่แจ้งหรือ ในนิทานอิเยียงซึ่งมีมาแต่ก่อนว่า เดิมอิเยีย งอยู่กับต๋งหางซึ่งเปนเจ้าเมือง ต๋งหางเลี้ยงอิเยียงเปนทนายใช้สอย ครั้นอยู่มายังมีคิเป๊กเจ้า เมืองหนึ่งนั้น ยกกองทัพมารบฆ่าต๋งหางตาย คิเป๊กได้อิเยียงไปไว้ จึงตั้งอิเยียงเปนขุนนาง ที่ปรึกษา อิเยียงมีความสุขมาเปนช้านาน แล้วเซียงจูเจ้าเมืองหั้นก๊กก็ยกทัพมารบฆ่าคิเป๊ก ตาย อิเยียงนั้นมีใจเจ็บแค้นเปนอันมาก จึงไปยังเมืองหั้นก๊กแล้วเข้าซ่อนตัวอยู่ในที่ลับ จะ ลอบทำร้ายเซียงจูให้ถึงแก่ความตาย เซียงจูจับได้ถึงสองครั้งมิได้เอาโทษ ให้ปล่อยอิเยียง เสีย ครั้นอยู่มาอิเยียงลอบเข้าไปซ่อนอยู่ถึงที่ข้างใน หมายจะฆ่าเซียงจูเสีย เซียงจูก็จับได้อีก จึงถามอิเยียงว่า ตัวจะทำอันตรายเรา ๆ จับได้ถึงสองครั้งแล้วก็มิได้เอาโทษ เราให้ปล่อยตัว เสียตัวก็มิได้หลาบจำ ๖๘

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) กวนอูขอคำมั่นสัญญาแล้วยอมไปอยู่กับโจโฉ รื้อจะมาทำร้ายเราอีกเราก็จับตัวได้ แลตัวผูกใจแค้นเรานั้นด้วยเหตุสิ่งใด อิเยียงจึงบอกว่า เดิมข้าพเจ้าอยู่กับต๋งหาง ๆ เลี้ยงข้าพเจ้าเปนทนายใช้สอย ครั้นคิเป๊กยกไปฆ่าต๋งหางเสีย เอาตัวข้าพเจ้าไปตั้งให้เปนขุนนางที่ปรึกษา ได้ความสุขเปนอันมาก ครั้นนี้ท่านยกไปฆ่าคิ เป๊ก ซึ่งเปนนายมีคุณแก่ข้าพเจ้าเสีย ข้าพเจ้ามีใจเจ็บแค้นอยู่ คิดอ่านมาหวังจะทำอันตราย ท่าน หวังจะแทนคุณคิเป๊ก ซึ่งท่านจับข้าพเจ้าได้ถึงสองครั้งแล้วปล่อยเสียนั้น ข้าพเจ้ายังไม่ หายแค้น จึงลอบเข้ามาจะทำร้ายท่านอีกท่านก็จับได้ แลโทษข้าพเจ้านี้ก็ถึงตายตามท่านจะ โปรดเถิด เซียงจูจึงว่า เราจะปล่อยเสียตัวจะคิดทำร้ายเราอีกหรือไม่ อิเยียงจึงว่า ท่าน ปล่อยข้าพเจ้าเสียข้าพเจ้าก็ยังจะคิดร้ายแก่ท่านกว่าจะสำเร็จ ข้าพเจ้าจึงจะหายแค้น ถ้า ท่านเอ็นดูข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะขอเสื้อซึ่งท่านใส่ แม้ท่านโปรดให้ ข้าพเจ้าจะได้สิ้นความ พยาบาทท่าน เซียงจูได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า อิเยียงนี้มีน้ำใจกตัญญู จะใคร่ได้อิเยียงไว้จึงถอด เสื้อให้อิเยียง ๆ ก็คำนับรับเอาเสื้อมา จึงถอดกระบี่ออกฟันเสื้อเสียสามที แล้วว่าแก่เซียงจู ว่า ข้าพเจ้าได้แทนคุณคิเป๊กแล้ว อิเยียงก็เอากระบี่เชือดคอตาย อันน้ำใจกวนอูนั้น ถ้าผู้ใดมีคุณแล้วเห็นจะเปนเหมือนอิเยียง อันเล่าปี่กับกวนอูนั้นมิ ได้เปนพี่น้องกัน ซึ่งมีความรักกันนั้น เพราะได้สาบาลต่อกัน เล่าปี่เปนแต่ผู้น้อย เลี้ยงกวนอู ไม่ถึงขนาด กวนอูยังมีน้ำใจกตัญญูต่อเล่าปี่ จึงคิดจะติดตามมิได้ทิ้งเสีย อันมหาอุปราชมี วาสนากว่าเล่าปี่เปนอันมาก ถ้าท่านได้กวนอูมาไว้ทำนุบำรุงให้ถึงขนาด เห็นกวนอูจะมี กตัญญูต่อท่านยิ่งนัก โจโฉจึงว่าแก่เตียวเลี้ยวว่า ท่านว่ากล่าวทั้งนี้ก็ชอบนัก จงเร่งขึ้นไปบอกแก่กวนอูว่า ซึ่ง สัญญาสามประการนั้นเรายอมแล้ว ท่านจงเร่งพากวนอูลงมาเถิด เตียวเลี้ยวจึงลาโจโฉขึ้น ไปบอกแก่กวนอู ๆ จึงว่า ถ้ามหาอุปราชยอมดังนั้นแล้ว ท่านจงลงไปบอกให้กองทัพซึ่งล้อม เราไว้นั้นเลิกไปเสีย เราจะเข้าไปแจ้งเนื้อความแก่พี่สะใภ้ทั้งสองคนก่อน ถ้าไม่เปนอันตราย แล้ว จึงจะไปหามหาอุปราช เตียวเลี้ยวก็ลงไปบอกแก่โจโฉตามคำกวนอูว่า โจโฉได้ฟังดังนั้น ก็ให้ม้าใช้ไปสั่งทหารซึ่งล้อมกวนอูไว้นั้นให้เลิกทัพถอย มา ซุนฮกจึงว่าแก่โจโฉว่า ซึ่งกวนอู ยอมแก่ท่านครั้งนี้เกลือกเปนกลอุบาย โจโฉจึงตอบว่า กวนอูเปนคนมีความสัตย์ เห็นจะไม่ คิดอ่านฬ่อลวงเรา ๖๙

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) กวนอูขอคำมั่นสัญญาแล้วยอมไปอยู่กับโจโฉ ฝ่ายกวนอูครั้นเห็นทหารโจโฉถอยไป ก็พาทหารเข้าไปในเมืองแห้ฝือ เห็นราษฎรทั้ง ปวงปรกติอยู่ จึงเข้าไปคำนับพี่สะใภ้ทั้งสองแล้วว่า ข้าพเจ้าเสียทีทำให้พี่ตกใจได้ความเดือด ร้อนนั้นโทษข้าพเจ้าผิดนัก พี่สะใภ้ทั้งสองจึงถามว่า เจ้ายังแจ้งว่าเล่าปี่นั้นพลัดไปอยู่แห่งใด กวนอูจึงบอกว่ายังไม่แจ้ง พี่สะใภ้จึงว่า โจโฉก็ได้เมืองแห้ฝือแล้ว เจ้าจะคิดอ่านประการใด กวนอูจึงบอกเนื้อความให้ฟังทุกประการ แล้วว่าบัดนี้ข้าพเจ้าเข้ามาปรึกษาด้วย พี่ทั้งสอง จะเห็นประการใด นางกำฮูหยินจึงว่าเวลาคืนนี้โจโฉเข้าในเมืองได้ พี่นี้เกรงอยู่ว่าจะเปนอัน ตรายต่างๆ เปนเดชะบุญของเรา โจโฉกำชับทหารมิให้แปลกปลอมเข้ามาถึงประตูได้ ครั้งนี้ เจ้ากับพี่ก็อยู่ในเงื้อมมือโจโฉ แลเจ้าจะยอมเข้าอยู่ด้วยเขานั้น ด้วยความจำเปนก็ตามเถิด แต่พี่เกรงอยู่ข้อหนึ่งว่า ถ้ารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดเราก็จะพากันไปหา เกลือกโจโฉจะมิให้ไป กวนอูจึงตอบว่า ข้อนี้พี่ทั้งสองอย่าวิตกเลย แม้ว่ารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดเราจะพากันไป หา ถึงมาทว่าโจโฉจะขัดขวางไว้ ข้าพจ้าจะคิดอ่านแก้ไขไปให้จงได้ แล้วกวนอูก็ลาพี่สะใภ้ทั้ง สอง พาทหารประมาณสามสิบคนออกไปถึงหน้าค่ายโดยโฉ ๆ เห็นกวนอูมาก็มีความยินดี จึงออกไปรับกวนอูเข้ามา กวนอูจึงคำนับโจโฉแล้วว่า ตัวข้าพเจ้าเปนเชลยท่านมิได้ฆ่าเสีย แล้วบอกไปรับข้าพเจ้าถึงนอกค่ายนั้น คุณหาที่สุดมิได้ โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่กวนอูว่า เราก็แจ้งอยู่ว่าท่านมีความสัตย์แลกตัญญู บัดนี้เรา กับท่านได้พบกันเราก็มีความยินดี กวนอูจึงตอบว่าเตียวเลี้ยวไปบอกข้าพเจ้าว่า มหาอุปราช รับปฏิญญาณทั้งสามประการแล้วข้าพเจ้าก็มีความยินดี เห็นว่าถึงนานไปเมื่อหน้ามหา อุปราชก็จะไม่คืนคำ โจโฉจึงว่า ซึ่งปฏิญญาณของท่านนั้น เราได้ออกปากรับแล้ว ถึงจะเปน ประการใดเราก็มิให้เสียวาจา กวนอูได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีจึงว่า แม้ข้าพเจ้ารู้ว่าเล่าปี่อยู่ ที่ใด ถึงมาทว่าเปนทางกันดารจะต้องข้ามพระมหาสมุทรแลลุยเพลิงก็ดี ข้าพเจ้าจะไปหา เล่าปี่ให้จงได้ แม้ข้าพเจ้ายังมิทันลามหาอุปราชก็ดี ขอท่านให้อภัยแก่ข้าพเจ้า อย่าเคืองด้วย เนื้อความข้อนี้เลย โจโฉจึงว่า ซึ่งท่านรู้ข่าวเล่าปี่แล้วจะไปหาก็ตามเถิด แต่ให้ท่านตรึกตรอง ดูให้เห็นควรก่อน แล้วโจโฉก็ให้กวนอูกินโต๊ะ แล้วว่าพรุ่งนี้เช้าเราจะยกกลับไปเมืองฮูโต๋ ๗๐

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) กวนอูขอคำมั่นสัญญาแล้วยอมไปอยู่กับโจโฉ กวนอูเข้าไปบอกพี่สะใภ้แล้ว ก็จัดแจงสิ่งของทั้งปวงแล้วออกมา ครั้นเวลาเช้าโจโฉก็ ยกทหารไป กวนอูจึงให้พี่สะใภ้ทั้งสองขึ้นขี่รถตามกองทัพโจโฉไป เวลาค่ำถึงที่ประทับ ตำบลใด โจโฉจึงให้กวนอูกับภรรยาเล่าปี่ทั้งสองคนนั้นอยู่เรือนเดียวกัน หวังจะให้กวนอูคิด ทำร้ายพี่สะใภ้ น้ำใจจะได้แตกออกจากเล่าปี่ จะได้เปนสิทธิ์แก่ตัว ฝ่ายกวนอูให้พี่สะใภ้ทั้ง สองนอนห้องข้างใน ตัวนั้นก็นั่งจุดเทียนดูหนังสือ รักษาพี่สะใภ้อยู่นอกประตูยังรุ่ง มิได้ ประมาทสักเวลาหนึ่ง จนถึงเมืองฮูโต๋ โจโฉรู้ดังนั้นก็เกรงใจกวนอูว่ามีความสัตย์แลกตัญญู ต่อเล่าปี่ โจโฉจึงให้กวนอูกับภรรยาเล่าปี่ไปอยู่ ณ ตึกสองหลังมีชานกลาง กวนอูจึงให้พี่ สะใภ้ทั้งสองคนนั้นอยู่ตึกหนึ่ง แล้วให้ทหารที่แก่ชราอยู่รักษาประมาณสิบคน ตัวนั้นอยู่ตึก หนึ่งระวังรักษาพี่สะใภ้ทั้งสอง ๗๑

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉพยายามผูกใจกวนอูแต่ไม่สำเร็จ ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง โจโฉจึงพากวนอูเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้แล้วทูลว่า กวนอูคนนี้มี ฝีมือพอจะเป็นทหารได้ พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็มีความยินดีจึงตั้งกวนอูเป็นนายทหาร โจโฉกับ กวนอูก็ลากลับมาบ้าน โจโฉจึงให้เชิญกวนอูกินโต๊ะ จัดแจงให้กวนอูนั่งที่สูงกว่าขุนนางทั้ง ปวง แล้วให้เครื่องเงินเครื่องทองแลแพรอย่างดีแก่กวนอูเปนอันมาก กวนอูรับเอาสิ่งของ นั้นแล้วก็ลาโจโฉกลับมาที่อยู่ จึงบอกเนื้อความทั้งปวงแก่พี่สะใภ้แล้วเอาสิ่งของนั้นให้ ฝ่ายโจโฉทำนุบำรุงกวนอูมิได้อนาทร สามวันแต่งโต๊ะไปให้ครั้งหนึ่ง ห้าวันครั้งหนึ่ง แล้วจัดหญิงสาวที่รูปงามสิบคนให้ไปอยู่ปฏิบัติกวนอู หวังจะผูกน้ำใจไว้ให้กวนอูหลง กวนอู ให้หญิงสิบคนไปอยู่ที่พี่สะใภ้ใช้สอย ครั้นถึงสามวันกวนอูจึงไปเยือนพี่สะใภ้ครั้งหนึ่ง นั่งอยู่ แต่นอกประตูแล้วถามว่า พี่อยู่ปรกติอยู่หรือ ๆ ป่วยไข้ประการใดบ้าง พี่สะใภ้จึงตอบว่า ปรกติอยู่มิได้ป่วยไข้ประการใด เจ้ารู้ข่าวเล่าปี่บ้างหรือไม่ กวนอูว่าไม่แจ้ง แล้วคำนับพี่สะใภ้ กลับมา โจโฉรู้กิตติศัพท์ว่า กวนอูปฏิบัติพี่สะใภ้โดยสุจริตดังนั้น ก็สรรเสริญกวนอูว่ามี ความสัตย์หาผู้เสมอมิได้ ๗๒

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉพยายามผูกใจกวนอูแต่ไม่สำเร็จ ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง โจโฉให้เชิญกวนอูมากินโต๊ะ เห็นกวนอูห่มเสื้อขาด โจโฉจึงเอาเสื้อ อย่างดีให้กวนอู ๆ รับเอาเสื้อแล้ว จึงเอาเสื้อใหม่นั้นใส่ชั้นใน เอาเสื้อเก่านั้นใส่ชั้นนอก โจโฉ เห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วถามว่า เอาเสื้อใหม่ใส่ชั้นในนั้นกลัวจะเก่าไปหรือ กวนอูจึงว่าเสื้อเก่า นี้ของเล่าปี่ให้ บัดนี้เล่าปี่จะไปอยู่ที่ใดมิได้แจ้ง ข้าพเจ้าจึงเอาเสื้อผืนนี้ใส่ชั้นนอก หวังจะดู ต่างหน้าเล่าปี่ ครั้นจะเอาเสื้อใหม่นั้นใส่ชั้นนอก คนทั้งปวงจะคระหานินทาว่าได้ใหม่แล้วลืม เก่า โจโฉได้ยินดังนั้นก็สรรเสริญกวนอูว่ามีกตัญญูนัก แต่คิดเสียใจอยู่ กวนอูก็ลาโจโฉกลับ มาที่อยู่ ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง หญิงคนใช้มาบอกแก่กวนอูว่า บัดนี้พี่สะใภ้ทั้งสองร้องไห้รักกันอยู่ ด้วยเหตุสิ่งใดมิได้แจ้ง กวนอูได้ฟังดังนั้นก็ตกใจจึงเข้าไปถึงริมประตูแล้วถามว่า พี่ทั้งสอง ร้องไห้ด้วยเหตุสิ่งใด นางกำฮูหยินจึงตอบว่า คืนนี้พี่ฝันเห็นเล่าปี่ตกหลุมลง ครั้นตื่นขึ้นมา ก็ตกใจจึงแก้ฝันแก่นางบิฮูหยิน เห็นพร้อมกันว่าเล่าปี่ตายแล้วพี่จึงร้องไห้รัก กวนอูได้ฟัง ดังนั้น พิเคราะห์ดูเห็นฝันผิดประหลาท สำคัญว่าเล่าปี่เปนอันตรายก็ร้องไห้ด้วย แล้วกวนอู จึงคิดกลอุบาย ว่าแก่พี่สะใภ้ทั้งสองหวังจะให้คลายความทุกข์ จึงว่าฝันนั้นจะสำคัญเอาเปน แน่มิได้ ด้วยพี่ทั้งสองมีน้ำใจคิดถึงเล่าปี่อยู่ จึงเผอิญให้ฝันทั้งนี้ ใช่เล่าปี่จะเปนอันตรายอ ย่างนั้นหามิได้ พี่ทั้งสองอย่าเสร้าโศกเลย พอคนใช้โจโฉมาบอกกวนอูว่า มหาอุปราชให้เชิญไป กวนอู ก็ลาพี่สะใภ้ไปหาโจโฉ ๆ เห็นหน้ากวนอูนั้นเสร้าหมองจึงถามว่า วันนี้เราเห็นท่านไม่สบาย มี ทุกข์สิ่งใดหรือ กวนอูบอกว่า พี่สะใภ้ข้าพเจ้าทั้งสองคิดถึงเล่าปี่ ด้วยมิรู้ว่าเปนหรือตายแล้ว ชวนกันร้องไห้ ข้าพเจ้าก็กลั้นน้ำตามิได้ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็ปลอบโยนกวนอู แล้วก็ชวนกิน โต๊ะ หวังจะให้คลายความทุกข์ กวนอูเสพย์สุราเมา มิได้เกรงใจโจโฉ เอามือจับหนวดของ ตัวเข้าแล้วจึงว่า เกิดมาเปนชายไม่ได้ทำนุบำรุงแผ่นดิน ทั้งเล่าปี่ผู้พี่นั้นก็มีคุณมา ถ้าเราจะ เอาใจออกหากบัดนี้ ก็หาผู้ใดจะนับถือว่าเปนชายไม่ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็คิดว่า กวนอูยังมีใจ สัตย์ซื่อต่อเล่าปี่อยู่ โจโฉทำเปนไม่ได้ยินจึงแกล้งถามกวนอูว่า หนวดของท่านประมาณสักกี่ เส้น กวนอูจึงตอบว่าหนวดของข้าพเจ้าประมาณหลายร้อยเส้น ครั้นถึงเทศกาลหนาวก็หล่น ไปบ้าง ข้าพเจ้าจึงทำถุงใส่ไว้ โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงเอาแพรขาวอย่างดี ทำถุงให้กวนอูสำหรับ ใส่หนวด กวนอูรับเอาถุงนั้นแล้วจึงลากลับมาที่อยู่ ๗๓

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉพยายามผูกใจกวนอูแต่ไม่สำเร็จ ครั้นเวลาเช้ากวนอูเข้าไปเฝ้า พระเจ้าเหี้ยนเต้ทอดพระเนตรเห็นกวนอูใส่ถุงหนวดดัง นั้นจึงตรัสถามว่า ถุงใส่สิ่งใดแขวนอยู่ที่คอนั้น กวนอูจึงทูลว่า ถุงนี้มหาอุปราชให้ข้าพเจ้า สำหรับใส่หนวดไว้ แล้วกวนอูก็ถอดถวายให้ทอดพระเนตร พระเจ้าเหี้ยนเต้เห็นหนวด กวนอูยาวถึงอกเส้นเลอียดงามเสมอกัน แล้วตรัสสรรเสริญว่า กวนอูนี้หนวดงาม จึงพระ ทานชื่อว่า บีเยียงก๋ง แปลภาษาไทยว่าเจ้าหนวดงาม แล้วก็เสด็จขึ้น โจโฉกับขุนนางทั้งปวง แลกวนอูก็ออกจากที่เฝ้า มาถึงประตูวังกวนอูก็ขึ้นม้าตามโจโฉไป ครั้นถึงหน้าบ้านกวนอูก็ ลาโจโฉจะมาที่อยู่ โจโฉเห็นม้ากวนอูผอม จึงถามว่าเหตุใดม้าจึงผอมไม่สมตัวท่าน กวนอูจึงตอบว่า ม้าตัว นี้มีกำลังน้อย ทานกำลังข้าพเจ้ามิได้จึงผอม โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงให้ทหารไปเอาม้าเซ็กเธาว์ มา แล้วถามกวนอูว่า ม้าตัวนี้เปนของผู้ใดท่านรู้จักหรือไม่ กวนอูจึงว่าม้าตัวนี้ของลิโป้ ข้าพเจ้ารู้จักอยู่ โจโฉก็ให้จัดแจงเครื่องม้าพร้อมแล้วก็ให้กวนอู ๆ มีความยินดี ลงจากม้า คุกเข่าลงคำนับแล้วว่า ซึ่งมหาอุปราชให้ม้าตัวนี้แก่ข้าพเจ้านั้นคุณหาที่สุดมิได้ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็คิดกริ่งใจจึงถามว่า เราให้เงินทองสิ่งของแก่ท่านมาเปนอันมากก็ไม่ ยินดี ท่านไม่ว่าชอบใจแลมีความยินดีเหมือนเราให้ม้าตัวนี้ เหตุไฉนท่านจึงรักม้าอันเปนสัตว์ เดียรัจฉานมากกว่าทรัพย์สิ่งสินอีกเล่า กวนอูจึงตอบว่า ข้าพเจ้าแจ้งว่าม้าเซ็กเธาว์ตัวนี้มีกำลังมาก เดิรทางได้วันละหมื่นเส้น แม้ข้าพเจ้ารู้ข่าวว่าเล่าปี่อยู่ที่ใด ถึงมาทว่าไกลก็จะไปหาได้โดยเร็ว เหตุฉนี้ข้าพเจ้าจึงมีความ ยินดี ขอบคุณมหาอุปราชมากกว่าให้สิ่งของทั้งปวง โจโฉได้ฟังดังนั้นยิ่งมีความน้อยใจ แล้วคิดว่าเราเสียทีที่ทำนุบำรุงกวนอูด้วยยศศักดิ์ ศฤงคารบริวาร กวนอูก็คิดรักเล่าปี่อยู่มิได้ขาด กวนอูก็ลาโจโฉไปที่อยู่ โจโฉจึงถามเตียว เลี้ยวว่า เราเลี้ยงกวนอูก็ถึงขนาดฉนี้แล้ว กวนอูยังมีน้ำใจผูกพันรักเล่าปี่อยู่ เราจะคิดอ่าน ประการใดกวนอูจึงจะเอาใจออกหากเล่าปี่ เตียวเลี้ยงจึงว่า ขอให้งดอยู่สักเวลาหนึ่งก่อน ข้าพเจ้าจะไปว่ากล่าวลองความคิดกวนอูดูว่า จะมีใจสัตย์ซื่อต่อเล่าปี่เที่ยงแท้หรือ ๆ จะคิด อ่านยักย้ายประการใดบ้าง ๗๔

เนื้อเรื่องเต็ม (เฉพาะตอนที่เรียน) โจโฉพยายามผูกใจกวนอูแต่ไม่สำเร็จ ครั้นเวลารุ่งเช้าเตียวเลี้ยงจึงไปหากวนอู ถ้อยทีถ้อยคำนับกัน เตียวเลี้ยวจึงว่าแก่ กวนอูว่า ตั้งแต่มหาอุปราชได้ท่านมาไว้ก็มีความยินดี ทำนุบำรุงท่านเปนอันมาก เพราะมี ความเมตตาท่าน กวนอูจึงว่าทุกวันนี้มหาอุปราชชุบเลี้ยงเราจึงได้มีความสุข คุณนั้นก็มีเป นอันมาก แต่จะได้วายคิดถึงเล่าปี่นั้นหามิได้ เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า ธรรมดาเกิดมาเปนชาย ให้รู้จักที่หนักที่เบา ถ้าผู้ใดมิได้รู้จักที่หนักที่เบา คนทั้งปวงก็จะล่วงติเตียนว่าผู้นั้นหามีสติ ปัญญาไม่ อันมหาอุปราชนี้มีน้ำใจเมตตาท่าน ทำนุบำรุงท่านยิ่งกว่าเล่าปี่อีก เหตุใดท่านจึง มีใจคิดถึงเล่าปี่อยู่ กวนอูจึงว่า ซึ่งมหาอุปราชมีคุณแก่เราก็จริงอยู่ แต่จะเปรียบเล่าปี่นั้นยังมิได้ ด้วยเล่าปี่ นั้นมีคุณแก่เราก่อน ประการหนึ่งก็ได้สาบาลไว้ต่อกันว่าเปนพี่น้อง เราจึงได้ตั้งใจรักษาสัตย์ อยู่ ทุกวันนี้เราก็คิดถึงคุณมหาอุปราชอยู่มิได้ขาด ถึงมาทว่าเราจะไปจากก็จะขอแทนคุณ เสียก่อนให้มีชื่อปรากฎไว้เราจึงจะไป เตียวเลี้ยวได้ฟังดังนั้นจึงถามกวนอูว่า ถ้าเล่าปี่ถึงแก่ ความตายแล้ว ท่านจะอยู่กับมหาอุปราชหรือ ๆ จะคิดประการใด กวนอูจึงตอบว่า ตัวเรา เกิดมาเป็นชายรักษาสัตย์มิให้เสียวาจา ถึงมาทว่าเล่าปี่จะถึงแก่ความตาย เราก็จะตายไป ตามความที่ได้สาบานไว้ เตียวเลี้ยวเห็นกวนอูนั้นมีใจสัตย์ซื่อต่อเล่าปี่อยู่เปนมั่นคง ก็ลากลับมา จึงเอาเนื้อความ ทั้งปวงบอกแก่โจโฉทุกประการ โจโฉได้ฟังดังนั้นก็ทอดใจใหญ่มีความวิตก ซึ่งจะเอากวนอู ไว้ให้ขาดจากเล่าปี่ก็ไม่สมคิด แล้วสรรเสริญกวนอูว่า มีความสัตย์ซื่อมั่นคงนัก ซุนฮกจึงว่า แก่โจโฉว่า อันความคิดกวนอูนั้นจะแทนคุณมหาอุปราชเสียก่อนแล้วจึงจะไปจาก ถ้ามีศึก มาก็อย่าให้กวนอูออกอาสา แม้กวนอูยังไม่มีความชอบก็จะอยู่ด้วยมหาอุปราช โจโฉได้ฟัง ดังนั้นก็เห็นชอบด้วย ๗๕

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา รูปแบบ ประพันธ์เป็นร้อยแก้ว โดยมีการดำเนินเรื่องที่ประเทศจีนในอดีต ทำให้ภาษาที่เขียนค่อน ข้างเข้าใจยาก กว่าบทประพันธ์ของไทย อีกทั้งชื่อของตัวละครในเรื่องเป็นภาษาจีนจึง ทำให้จดจำได้ยาก อาจเกิดความสับสนใน เนื้อเรื่องตามมา “...ขณะนั้นพอกุยแกเข้ามา โจโฉจึงปรึกษาว่า เราจะยกกองทัพไปรบเล่าปี่ ณ เมืองชีจิ๋ว ฝ่ายทิศตะวันออก แต่คิดเกรงอยู่ข้างฝ่ายทิศเหนือ เกลือกอ้วนเสี้ยวรู้จะยกกองทัพมา โจมตีเอาเมืองฮูโต๋ท่านจะคิดเห็นประการใด กุย แกจึงว่า อันความคิดอ้วนเสี้ยวนั้น ถ้า จะท าการสิ่งใดก็รวดเร็ว จะใช้ผู้ใดอ้วนเสี้ยวมักคิดสงสัยมิวางใจ ประการหนึ่ง ทหารทั้ง ปวงก็แก่งแย่งกัน จึงจะยกมาตีเมืองฮูโต๋ก็เห็นจะไม่สมความคิด...” (เมืองซีจิ๋ว หรือ สฺวีโจว ในภาษาจีนกลาง เป็น 1 ใน 9 มณฑลของเมืองจีนในอดีต ส่วน เมืองฮูโต๋หรือ ปัจจุบันคือนครสฺวี่ชาง ในประเทศจีน) ๗๖

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเรื่อง ๑. สาระ ผู้แต่งต้องการที่จะสื่อถึงความมีสัจจะ ความซื่อสัตย์ต่อสิ่งที่กวนอูได้ให้ค ามั่นต่อเล่าปี่ แม้แต่ ทางเลือกที่เข้ามาจะเป็นทางที่ดีกว่าก็ไม่สามารถเปลี่ยนใจของกวนอูได้เลยแม้แต่ น้อย ดั่งตอนที่เตียวเลี้ยว ยื่นข้อเสนอให้กับกวนอูและกวนอูก็ยื่นเงื่อนไข แต่ยังคงมอบ ความซื่อสัตย์ต่อสัจจะที่มีต่อเล่าปี่อยู่นั่นเอง “...ถ้าเรารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดต าบลใด ถึงมาทว่าเรามิได้ลา มหาอุปราช เราก็จะไปหาเล่าปี่ แม้ มหาอุปราชจะห้ามเราก็ไม่ฟัง...” ๒. โครงเรื่อง ๒.๑) มีการลำดับเหตุการณ์ที่สอดคล้องกัน ๒.๒) แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์ของกวนอู ผ่านเรื่องราวและเหตุการณ์ที่กวนอูพบเจอ อย่าง ชัดเจน “...เห็นกวนอูห่มเสื้อขาด โจโฉจึงเอาเสื้ออย่างดีให้กวนอู กวนอูรับเอาเสื้อแล้ว จึงเอาเสื้อ ใหม่นั้น ใส่ชั้นใน เอาเสื้อเก่านั้นใส่ชั้นนอก โจโฉเห็นดังนั้นก็หัวเราะแล้วถามว่า เอาเสื้อ ใหม่ใส่ชั้นในนั้นกลัวจะเก่า ไปหรือ กวนอูจึงว่าเสื้อเก่านี้ของเล่าปี่ให้ บัดนี้เล่าปี่จะไปอยู่ที่ ใดมิได้แจ้ง ข้าพเจ้าจึงเอาเสื้อผืนนี้ใส่ชั้นนอก หวังจะดูต่างหน้าเล่าปี่ ครั้นจะเอาเสื้อใหม่ นั้นใส่ชั้นนอก คนทั้งปวงจะครหานินทาว่าได้ใหม่แล้วลืมเก่า...” ๗๗

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเรื่อง ๒. โครงเรื่อง ๒.๓) โจโฉมีทหารเอก และ ที่ปรึกษา คอยให้ค าแนะน าและว่างกลอุบายในการศึก จน สามารถ เอาชนะเล่าปี่และเกลี่ยกล่อมกวนอูมาอยู่ฝ่ายตนได้ “...โจโฉจึงถามเทียหยกว่า ท่านจะคิดล่อลวงประการใด เทียหยกจึงว่า ท่านจับทหารเล่าปี่ ไว้ได้ เป็นอันมาก จงให้บ าเหน็จรางวัลให้ถึงขนาด แล้วสั่งให้ท าตามค าเรา จึงปล่อย เข้าไปในเมือง ให้บอกว่าหนี กลับมาได้ ถ้าเราจะท าการก็ให้เป็นไส้ศึกอยู่เมือง แล้วให้ แต่งทหารไปรบล่อ ถ้ากวนอูไล่ออกมานอกเมือง แล้ว จึงให้ทหารซึ่งซุ่มอยู่ทั้งสองข้าง ล้อมไว้ จึงแต่งให้ผู้มีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมกวนอูเห็นจะได้โดยง่าย ...” ๒.๔) สุดท้ายโจโฉก็ไม่อาจชนะใจกวนอูผู้มีความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเล่าปี่ได้ “...โจโฉได้ฟังดังนั้นก็คิดกริ่งใจจึงถามว่า เราให้เงินทองสิ่งของแก่ท่านมาเป็นอันมากก็ไม่ ยินดี ท่านไม่ว่าชอบใจแลมีความยินดีเหมือนเราให้ม้าตัวนี้ เหตุไฉนท่านจึงรักม้าอันเป็น สัตว์เดียรัจฉานมากกว่า ทรัพย์สิ่งสินอีกเล่า กวนอูจึงตอบว่า ข้าพเจ้าแจ้งว่าม้าเซ็กเธาว์ ตัวนี้มีก าลังมาก เดินทางได้วันละหมื่นเส้น แม้ข้าพเจ้ารู้ข่าวว่าเล่าปี่อยู่ที่ใด ถึงมาทว่าไกล ก็จะไปหาได้โดยเร็ว เหตุฉะนี้ข้าพเจ้าจึงมีความยินดี ขอบคุณมหาอุปราชมากกว่าให้ สิ่งของทั้งปวง...” ๗๘

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเรื่อง ๓. ฉากและบรรยากาศ ๓.๑) อธิบายได้ว่า ในเรื่อง ก าลังอยู่ในรัชสมัยของพระเจ้าเหี้ยนเต้ “...โจโฉได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะ แล้วว่าแก่เตียวเลี้ยวว่า ซึ่งกวนอูไม่ยอมด้วยเรานั้น เราเป็นถึง มหา อุปราช กวนอูจะยอมเป็นข้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ก็เหมือนเปนบ่าวเรา ๓.๒) โจโฉมีอำนาจมาก และขยายอิทธิพลไปยังหัวเมืองต่างๆอย่างรวดเร็ว “...โจโฉได้ฟังดังนั้นยิ่งมีความน้อยใจ แล้วคิดว่าเราเสียทีที่ทำนุบำรุงกวนอูด้วยยศศักดิ์ ศฤงคาร บริวาร กวนอูก็คิดรักเล่าปี่อยู่มิได้ขาด...” ๗๙

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเรื่อง ๔. ตัวละคร โจโฉ : มีบทบาทเป็นมหาอุปราชที่กุมอ านาจทางการเมืองของราชวงศ์ฮั่น และเป็นบุคคล ที่กระท า ทุกอย่างเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมาย โดยไม่สนใจสิ่งใดหรือแม้กระทั่งการให้ความ ส าคัญกับคนที่อยู่รอบๆตัว จนไปถึงคณะขุนนางที่ซื่อสัตย์ต่อตนเองก็ตาม “...บ้านโจโฉจึงให้เชิญกวนอูกินโต๊ะ จัดแจงให้กวนอูนั่งที่สูงกว่าขุนนางทั้งปวง แล้วให้ เครื่องเงิน เครื่องทองแลแพรอย่างดีแก่กวนอูเป็นอันมาก...” เล่าปี่ : รับบทบาทเป็นพี่ชายร่วมสาบานกวนอู เป็นคนที่เป็นที่รักใคร่แก่คนทั่วไป เก่ง เรื่องการซื้อ ใจคน “...เล่าปี่จึงว่า ครั้งนี้ข้าพเจ้าเป็นคนอนาถา ซึ่งท่านนับถือนี้คุณหาที่สุดไม่ แต่ก่อนนั้น ข้าพเจ้าก็ แจ้งอยู่ว่า น้ าใจท่านกว้างขวางอารี เลี้ยงทหารมิให้อนาทร ข้าพเจ้าก็คิดอยู่ว่า จะมาพึ่งอยู่ให้ท่านใช้ จะได้ ช่วยกันก าจัดโจโฉเสีย บัดนี้เสียทีแก่โจโฉมาแต่ตัว แต่น้อง ข้าพเจ้าทั้งสองกับครอบครัวยังไม่รู้ว่าเป็นตาย ประการใด ซึ่งข้าพเจ้ามาหาท่านแต่ผู้เดียว นี้ มีความอัปยศแก่คนทั้งปวงเปนอันมาก ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอ กินน้ าสบถอยู่ท าการด้วย ท่านกว่าจะส าเร็จ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดี จึงจัดแจงเครื่องอุปโภคแล เครื่องบริโภคให้เป็นอันมาก ท านุบ ารุงเล่าปี่ไว้ในเมืองกิจิ๋ว...” กวนอู : ผู้เป็นเพื่อนร่วมรบกับเล่าปี่ทั้งยังเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่ด้วย ความ กตัญญูซื่อสัตย์ เป็นที่ตั้งของชีวิต ทั้งยังเก่งการสงครามเป็นอย่างยิ่ง ๘๐

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านเนื้อหา องค์ประกอบของเรื่อง ๔. ตัวละคร “...อันกวนอูนั้นมีฝีมือกล้าหาญช านาญในการสงคราม เราจะใคร่ได้ตัวมาเลี้ยงเป็นทหาร เราจะ แต่งคนให้ไปเกลี้ยกล่อมกวนอูจึงจะได้ กุยแกจึงว่าอันน้ าใจกวนอูนั้นซื่อสัตย์ต่อ เล่าปี่นัก ซึ่งจะให้คนไป เกลี้ยกล่อมเห็นกวนอูจะมิลงใจด้วย แลผู้ใดซึ่งจะไปเกลี้ยกล่อม นั้นกวนอูก็คงจะฆ่าเสีย...” เตียวเลี้ยว : ขุนพลคนส าคัญของโจโฉ เป็นบุคคลที่กวนอูให้ความเคารพนับถือ เพราะ นับถือใน ความซื่อสัตย์และฝีมือ ทั้ง ๆ ที่อยู่คนละฝ่ายกัน ซึ่งเตียวเลี้ยวเป็นคนที่อาสาโจ โฉไปเกลี้ยกล่อมกวนอู ขณะที่แตกทัพให้มาอาศัยอยู่ชั่วคราวกับโจโฉนั่นเอง “...เตียวเลี้ยวได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า ซึ่งท่านว่าทั้งนี้โทษมีอยู่กับตัวท่านถึงสาม ประการ คนทั้งปวงจะล่วงคระหานินทาท่านได้ กวนอูจึงว่า ตัวเราถือความสัตย์มั่นคงอยู่ ว่า ถึงตัวจะตายก็มิได้เข้า กับผู้ใด ซึ่งท่านว่ามีโทษสามประการนั้น ด้วยเหตุสิ่งใดบ้าง เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า เดิมท่านกับเล่าปี่เตียวหุย ได้สาบาลไว้ต่อกันว่า เปนพี่น้องร่วมสุขแล ทุกข์เปนชีวิตอันเดียวกัน ถ้าผู้ใดตายก็จะตายด้วย ครั้งนี้เล่าปี่ กับเตียวหุยแตกไป ท่านก็ ไม่รู้ว่าเปนหรือตาย แลบัดนี้ทหารก็น้อยนัก ซึ่งจะยกลงไปรบนั้น ถ้าท่านเปน อันตรายถึง สิ้นชีวิต ฝ่ายเล่าปี่เตียวหุยยังมีชีวิตอยู่จะเที่ยวตามหาท่าน หวังจะช่วยกันคิดการต่อไป เมื่อ ท่านตายเสียแล้วเล่าปี่เตียวหุยก็จะตายด้วย ซึ่งท่านสาบาลไว้ต่อกันก็จะมิเสียความ สัตย์ไปหรือ คนทั้งปวง ก็จะล่วงนินทาว่าความคิดท่านน้อย...” ๘๑

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ การใช้โวหาร ๑. บรรยายโวหาร ๑.๑) เป็นการบรรยายเล่าเรื่องราวเป็นเหตุการณ์ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน อย่างไร “…ครั้นอยู่มาวันหนึ่งโจโฉจึงพากวนอูเข้าไปเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้แล้วทูลว่า กวนอูคนนี้มี ฝีมือพอจะเป็น ทหารได้ พระเจ้าเหี้ยนเต้ก็มีความยินดีจึงตั้งกวนอูเป็นนายทหาร โจโฉ กับกวนอูก็ลากลับมาบ้านโจโฉจึงให้ เชิญกวนอูกินโต๊ะ…” ๑.๒) เป็นการบรรยายตอนสู้รบ “…พอได้ยินเสียงประทัด แล้วแลเห็นเคาทูกับซิหลงคุมทหารออกมารบสกัดไว้ทั้งซ้ายขวา กวนอูก็ขับม้าเข้ารบพุ่งเปนสามารถ ซิหลง เคาทูก็รับรองป้องกันอยู่ กวนอูจะกลับเข้าไป ในเมือง พอพบแฮหัวตุ้นคุมทหารมารบอ้อมสกัดทางไว้ ซิหลงกับเคาทูก็รบตีกระหนาบ เข้ามา กวนอูนั้นป้องกันลูกเกาทัณฑ์ไว้เปนสามารถ จะกลับเข้าเมืองก็ไม่ได้ จะหลีกไปข้าง ทางซ้ายขวา…” ๒. อุปมาโวหาร ๒.๑) ตอนที่โจโฉคิดหาหนทางกำจัดเล่าปี่และเปรียบเล่าปี่ว่าเหมือนลูกนก “...เล่าปี่นั้นเป็นคนมีสติปัญญา ถ้าละไว้ช้าก็จะมีกำลังมากขึ้น อุปมาเหมือนลูกนกอันขน ปีกยังไม่ขึ้นพร้อม แม้เราจะนิ่งไว้ให้อยู่ในรังฉะนี้ ถ้าขนขึ้นพร้อมแล้วก็จะบินไปทางไกลได้ ซึ่งจะจับตัวนั้นเห็นจะได้ความขัดสน...” ๘๒

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ การใช้โวหาร ๒.๒) เปรียบความลำบากเหมือนการลุยไฟและการข้ามมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ “...เหตุใดท่านจึงไม่รักษาชีวิตไว้คอยท่าเล่าปี่ จะได้ช่วยกันคิดการทำนุบำรุงแผ่นดินให้ อยู่เย็นเป็นสุข ถึง มาตรว่าท่านจะได้ความล าบากก็อุปมำเหมือนหนึ่งลุยเพลิงอันลุก แล ข้ามพระมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ก็ จะลือชาปรากฏชื่อเสียงท่านไปภายหน้า...“ ๒.๓) เปรียบว่าความตายเหมือนการนอนหลับ ไม่น่ากลัว “....ซึ่งเราจะเข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัยเลย ตัวเราก็มิได้รักชีวิต อันความตาย อุปมา เหมือนนอนหลับ ท่านเร่งกลับไปบอกแก่โจโฉให้ตระเตรียมทหารไว้ให้พร้อม เรา จะยกลงไปรบ…” ๓. สาธกโวหาร ๓.๑) เป็นการนำนิทานอิเยียงมายกตัวอย่าง แสดงให้เห็นถึงความกตัญญ “...อันน้ำใจกวนอูนั้น ถ้าผู้ใดมีคุณแล้วเห็นจะเปนเหมือนอิเยียง อันเล่าปี่กับกวนอูนั้นมิได้ เปนพี่น้องกัน ซึ่ง มีความรักกันนั้น เพราะได้สาบาลต่อกัน เล่าปี่เปนแต่ผู้น้อย เลี้ยง กวนอูไม่ถึงขนาด กวนอูยังมีน้ าใจกตัญญูต่อ เล่าปี่ จึงคิดจะติดตามมิได้ทิ้งเสีย อันมหา อุปราชมีวาสนากว่าเล่าปี่เปนอันมาก ถ้าท่านได้กวนอูมาไว้ทำนุบำรุง ให้ถึงขนาด เห็น กวนอูจะมีกตัญญูต่อท่านยิ่งนัก…” ๘๓

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ รสทางวรรณคดีไทย ๑. เสาวรจนี ๑.๑) พระเจ้าเหี้ยนเต้ชื่นชมความงามของหนวดของกวนอู “…พระเจ้าเหี้ยนเต้เห็นหนวดกวนอูยาวถึงอกเส้นละเอียดงามเสมอกัน แล้วตรัสสรรเสริญ ว่ากวนอูนี้หนวด งาม จึงพระราชทานชื่อว่า บีเยียงก๋ง แปลภาษาไทยว่าเจ้าหนวดงาม…” ๒. พิโรธวาทัง ๒.๑) อ้วนเสี้ยวบอกกับเตียนห้องว่าตนเองเป็นห่วงบุตรอยู่ ทำให้ไม่ได้ยกทัพไป ทำให้ เตียนห้องรู้สึก โกรธเพราะครั้งนี้จะได้ทีอยู่แล้ว “…เตียนห้องได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าดังนั้นก็โกรธจึงว่า เสียดายครั้งนี้ได้ทีอยู่แล้ว ควรหรือมา คิดเป็นห่วงด้วยลูก เล็กเด็กน้อย เตียนห้องทอดใจใหญ่เดินกระทืบเท้าออกไป…” ๒.๒) เล่าปี่เห็นแฮหัวตุ้นคุมทหารเข้ามาตัดเอาทหารเล่าปี่ เล่าปี่เห็นแล้วจึงรู้สึกโกรธ “…พอแลเห็นแฮหัวตุ้นคุมทหารเข้ามาตัดเอาทหารเล่าปี่ไปได้ประมาณกึ่งหนึ่ง เล่าปี่เห็น ดังนั้นก็โกรธ จึง ขับม้าเข้ารบด้วยแฮหัวตุ้น พอแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารตีกระหนาบเข้ามา…” ๒.๓) เตียวเลี้ยวบอกว่าสิ่งที่โจโฉกระท าถือเป็นการเมตตาต่อกวนอู ดังนั้นกวนอูควรที่จะ ตอบรับ ข้อเสนอของโจโฉ แต่พอกวนอูได้รับฟังแล้วก็รู้สึกโกรธ “…กวนอูได้ฟังดังนั้นก็โกรธ จึงว่าแก่เตียวเลี้ยวว่า เดิมเราถามตัวว่าจะเกลี้ยกล่อม หรือ ตัวว่าหามิได้ แล ตัวมากล่าวดังนี้ จะว่าไม่เกลี้ยกล่อมนั้นตัวจะประสงค์สิ่งใดเล่า แล้วว่า เราอยู่ในที่นี้ก็เป็นที่ดับขันอยู่ ซึ่งเรา จะเข้าด้วยผู้ใดนอกจากเล่าปี่นั้นอย่าสงสัยเลยตัวเรา ก็มิได้รักชีวิต…” ๘๔

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ รสทางวรรณคดีไทย ๓ สัลลาปังคพิไสย ๓.๑) ตอนที่เตียนห้องเห็นหน้าอ้วนเสี้ยวเศร้าหมอง แล้วอ้วนเสี้ยวกล่าวว่าตนเองมีความ วิตกกังวล ปราศจากความสบาย “…เตียนห้องเห็นหน้าอ้วนเสี้ยวนั้นเคร้าหมองจึงถามว่า วันนี้ข้าพเจ้าเห็นท่านไม่สบายนั้นมี วิตกสิ่งใดหรือ อ้วนเสี้ยวจึงบอกว่า เรานี้ใกล้จะตายอยู่แล้วจึงไม่มีความสบาย เตียนห้อง จึงว่า เหตุใดท่านเจรจาเป็นความอัปมงคล อ้วนเสี้ยวจึงว่า ชีวิตเราจะตายวันนี้พรุ่งนี้ก็ไม่รู้ เราวิตกถึงบุตรห้าคน เห็นว่าบุตรสุดท้องนั้นมีสติปัญญาอยู่บ้าง แต่อายุยังเด็กนักบัดนี้ก็ ป่วยหนักอยู่ เราจึงไม่มีความสบายจึงคิดการสิ่งใดมิได้…” ๓.๒) หญิงคนใช้มาบอกกวนอูว่า พี่สะใภ้ทั้งสองร้องไห้อยู่ กวนอูจึงรีบเข้าไปถาม พี่ เลยบอกว่าฝันเห็น เล่าปี่ตายจึงร้องไห้ กวนอูได้ยินดังนั้นก็รู้สึกว่าผิดประหลาด เลยร้องไห้ด้วย “…พี่ทั้งสองร้องไห้ด้วยเหตุสิ่งใด นางกำฮูหยินจึงตอบว่า คืนนี้พี่ฝันเห็นเล่าปี่ตกหลุมลง ครั้นตื่นขึ้นมาก็ตกใจจึงแก้ฝันนางบิฮูหยิน เห็นพร้อมกันว่าเล่าปี่ตายแล้วพี่จึงร้องไห้รัก กวนอูได้ฟังดังนั้น พิเคราะห์ดูเห็นฝันผิดประหลาด สำคัญว่าเล่าปี่เป็นอันตรายก็ร้องไห้ ด้วย…” ๘๕

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ รสทางวรรณคดีสันสกฤต ๑.กรุณารส ๑.๑) อ้วนถำรู้สึกสงสาร เห็นอกเห็นใจเล่าปี่ เพราะเล่าปี่เล่าให้ฟังถึงสิ่งที่ได้พบเจอ “…อ้วนถำได้ฟังดังนั้นก็มีความสงสารเป็นอันมาก ก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยง แล้วจัดแจงที่อยู่ให้เล่า ปี่อาศัย จึงแต่งหนังสือบอกไปถึงบิดาตามคำเล่าปี่ให้ม้าใช้ถือไปก่อน แล้วให้ทหารป้องกัน รักษาเล่าปี่ไปภายหลัง ม้าใช้มาถึงเมืองกิจิ๋ว ก็เอาหนังสือนั้นเข้าไปให้แก่อ้วนเสี้ยว…” ๒.รุทรรส ๒.๑) โจโฉรู้สึกน้อยใจที่ต่อให้ให้เงินทอง ลาภยศแก่กวนอู ก็ไม่อาจเอาชนะใจกวนอูได้ “…โจโฉได้ฟังดังนั้นยิ่งมีความน้อยใจ แล้วคิดว่าเราเสียทีที่ทำนุบำรุงกวนอูด้วยยศศักดิ์ ศฤงคารบริวาร กวนอูก็คิดรักเล่าปี่อยู่มิได้ขาด กวนอูก็ลาโจโฉไปที่อยู่ โจโฉจึงถามเตียว เลี้ยวว่า เราเลี้ยงกวนอูก็ถึงขนาดฉะนี้แล้ว กวนอูยังมีน้ำใจผูกพันรักเล่าปี่อยู่…” ๓.วีรรส ๓.๑) เล่าปี่กับเตียวหุยคุมทหารออกมาเพื่อที่จะไปตีปล้นค่ายโจโฉ “...ครั้นเวลาสองยาม เล่าปี่กับเตียวหุยก็คุมทหารออกมาจากเมืองเสียวพ่าย เตียวหุยนั้น คิดกำเริบว่า ครั้งก่อนทำกลอุบายจับเล่าต้ายได้ ครั้งนี้เล่าปี่ก็สรรเสริญความคิดเป็นอัน มาก...” ๘๖

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ รสทางวรรณคดีสันสกฤต ๔. อัพภูตรส ๔.๑) ตอนแรกเล่าปี่คิดว่าแต่ก่อนน้องไม่มีความคิด แต่เล่าปี่เพิ่งเห็นว่าน้องทำกลอุบายจับ เล่าต้ายได้ครั้งหนึ่งจึงประหลาดใจ “…น้องเราแต่ก่อนมาเห็นว่าไม่มีความคิด มีแต่ฝีมือรบพุ่งกล้าหาญ เราพึ่งได้เห็นความคิด น้องเรา ทำกล อุบายจับเล่าต้ายได้ครั้งหนึ่ง มาครั้งนี้จะยกออกโจมตีกองทัพโจโฉมิให้ตั้งมั่นลงได้นั้น ต้องใจเรานัก…” ๕. ภยานกรส ๕ู .๑) พอเล่าปี่เห็นลิเตียนคุมทหารสกัดไว้อยู่ เล่าปี่ก็ตกใจกลัวและทิ้งทหารแล้วขับม้าหนี เอาตัวรอดไป “…พอพบลิเตียนคุมทหารสกัดทางอยู่ เล่าปี่ตกใจมิได้คิดอ่านสู้รบประการใด จึงทิ้งทหาร สามสิบเศษเสีย ขับม้าหนีเอาตัวรอด ลิเตียนนั้นจับเอาทหารเล่าปี่ไว้ได้สิ้น…” จินตภาพ ๑.ด้านภาพ (แสง สี) ๑.๑) แสงเพลิงในเมืองสว่างขึ้น “…เล่าปี่จึงพาทหารรบฝ่าออกมาจะกลับไปเมืองเสียวพ่าย แลเห็นแสงเพลิงในเมืองสว่าง ขึ้นเล่าปี่จึงคิดว่าทหารโจโฉเข้าตีเอาเมืองได้แล้ว…” “…ทั้งคบเพลิงก็สว่างขึ้นเป็นอันมาก จึงคิดว่าดีร้ายโจโฉจะคิดกลอุบาย ก็พาทหารกลับ ออกมาหาเล่าปี่…” ๘๗

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ จินตภาพ ๑.ด้านเสียง ๒.๑) เสียงทหารโห่ร้องอื้ออึง “…ฝ่ายเล่าปี่นั้นขี่ม้าคุมทหารยกหนุนเตียวหุยเข้าไป ครั้นได้ยินเสียงทหารโห่ร้องอื้ออึงล้อม ค่ายโจโฉเข้ามา…” ๒.๒) เสียงประทัด “…พอได้ยินเสียงประทัด แล้วแลเห็นเคาทูกับซิหลงคุมทหารออกรบสกัดไว้ทั้งซ้ายขวากวน อูก็ขับม้าเข้ารบพุ่งเป็นสามารถ ซิหลง เคาทูก็รับรองป้องกันอยู่ กวนอูจะกลับเข้าไปใน เมือง…” ๑.ด้านการเคลื่อนไหว (นาฏการ) ๓.๑) แสดงการเคลื่อนไหวตอนเดินกระทืบเท้า “…เตียนห้องได้ยินอ้วนเสี้ยวว่าดังนั้นก็โกรธจึงว่า เสียดายครั้งนี้ได้ทีอยู่แล้ว ควรหรือมา คิดเป็นห่วงด้วยลูกเล็กเด็กน้อย เตียนห้องทอดใจใหญ่เดินกระทืบเท้าออกไป…” ๓.๒) แสดงการเคลื่อนไหวสั่นศีรษะ “…โจโฉสั่นศีรษะไม่ยอม แล้วว่าเมื่อกวนอูเอาสัญญาฉะนี้ เราจะเอามาเลี้ยงไว้ให้มีกำลังจะ ได้ประโยชน์สิ่งใดเล่า…” ๘๘

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ จินตภาพ ๓.๓) แสดงการเคลื่อนไหวตอนรบ “...พอแฮหัวเอี๋ยนคุมทหารตีกระหนาบเข้ามา เล่าปี่ก็ขับม้ารบพุ่งป้องกันเปนสามารถ ทหารเล่าปี่ล้มตายบ้าง เข้าหาโจโฉบ้าง...” “...พอได้ยินเสียงประทัด แล้วแลเห็นเคาทูกับซิหลงคุมทหารออกมารบสกัดไว้ทั้งซ้ายขวา กวนอูก็ขับม้าเข้ารบพุ่งเปนสามารถ ซิหลง เคาทูก็รับรองป้องกันอยู่ กวนอูจะกลับเข้าไป ในเมือง พอพบแฮหัวตุ้นคุมทหารมารบอ้อมสกัดทางไว้ ซิหลงกับเคาทูก็รบตีกระหนาบ เข้ามา กวนอูนั้นป้องกันลูกเกาทัณฑ์ไว้เปนสามารถ จะกลับเข้าเมืองก็ไม่ได้ จะหลีกไปข้าง ทางซ้ายขวา...” “...พอพบ เตียวเลี้ยว เคาทู อิกิ๋ม ลิเตียน ซิหลง งักจิ้น แฮหัวตุ้น แฮหัวเอี๋ยน คุมทหารตี กระหนาบล้อมเข้ามาทั้งแปดทิศ ได้รบพุ่งฆ่าฟันกันเป็นสามารถ...” การเลือกใช้คำที่เหมาะสมกับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่อง ตอนที่กวนอูไปเข้าเฝ้าพระเจ้าเหี้ยนเต้ซึ่งเป็นกษัตริย์ ใช้คำราชาศัพท์ได้ถูกต้องเหมาะสม กับเนื้อเรื่องและฐานะของบุคคลในเรื่อง “…ครั้นเวลาเชา กวนอูเขาไปเฝา พระเจาเหี้ยนเตทอดพระเนตรเห็นกวนอูใสถ ุงหนวดดังนั้น จึง ตรัสถามวา ถุงใสส ิ่งใดแขวนอยูท ี่คอนั้น กวนอูจึงทูลวา ถุงนี้มหาอุปราชใหขา พเจา สําห รับใสหนวด ไว แลวกวนอูก็ถอดถวายใหท อดพระเนตร พระเจาเหี้ยนเตเ ห็นหนวดกวนอู ยาวถึงอกเสนละเอียด งามเสมอกัน แล้ว ตรัสสรรเสริญว่ากวนอูนี้หนวดงาม จึง พระราชทานชื่อว่า บีเยียงก๋ง แปลภาษาไทยวา เจา หนวดงาม แลวก็เสด็จข้ึน…” ๘๙

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ การใช้ถ้อยคำ ใช้ถ้อยคำและประโยคที่ไม่ซับซ้อน อ่านทำความเข้าใจได้ไม่ยาก แม้เป็นถ้อยคำที่ เป็นสำนวนโบราณที่แปลกไปจากภาษาในปัจจุบัน แต่ก็สามารถตีความได้ เช่น “…ถ้ารู้ว่าเล่าปี่อยู่แห่งใดเราก็จะพากันไปหา เกลือกโจโฉจะมิให้ไป…” เกลือก คำนี้มีความ หมายเดียวกับคำว่า ถ้า หาก ที่ใช้ในปัจจุบัน “…ถึงมาตรว่าท่านจะได้ความลำบาก…” มาตรว่า คำนี้มีความหมายเดียวกับคำว่า แม้ว่า ที่ ใช้ในปัจจุบัน “…เจ้ารู้ข่าวเล่าปี่บ้างหรือไม่ กวนอูว่าไม่แจ้ง…” ไม่แจ้ง คำนี้มีความหมายเดียวกับคำว่า ไม่รู้ ไม่ทราบ ที่ใช้ในปัจจุบัน “…กวนอูได้ฟังดั่งนั้น พิเคราะห์ดูเห็นฝันผิดประหลาด…” ผิดประหลาด คำนี้มีความหมาย เดียวกับ คำว่า แปลกประหลาด ที่ใช้ในปัจจุบัน การสัมผัสสระ “...เตียวเลี้ยวได้ฟังดังนั้นก็หัวเราะแล้วตอบว่า ซึ่งท่านว่าทั้งนี้โทษมีอยู่กับตัวท่านถึงสาม ประการ คนทั้งปวงจะล่วงคระหานินทาท่านได้...” ๙๐

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านวรรณศิลป์ นามนัย “…รบแฮหัวตุ้นได้สิบเพลง..” 1 เพลง ของการสู้รบ คือการเข้าโรมรันพันตูกัน 1 ครั้ง แล้วแยกออกจากกัน นั่นแปลว่า แต่ละเพลง อาจกินเวลาเพียงส่วนของวินาที หรือยาวเป็นนาทีก็ได้ ปฏิพากย์ “…เวลาค่ำวันนี้ดีร้ายเล่าปี่จะยกออกมาปล้นค่ายเราเป็นมั่นคง…” การหลากคำ “...แม้ข้าพเจ้ารู้ว่าเล่าปี่อยู่ที่ใด ถึงมาทว่าเปนทางกันดารจะต้องข้ามพระมหาสมุทรแลลุย เพลิงก็ดี...” พระมหาสมุทร คือ แม่น้ำ ๙๑

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านสังคม สะท้อนความเชื่อของคนในสังคม ๑. ความเชื่อในโชคลาง แม้โจโฉจะเป็นแม่ทัพที่มีความสามารถในการรบแต่เมื่อยกทัพมา เกิดลมพายุพัดธงชัยหัก ก็ต้องพึ่งคำทำนาย การรบแบบโบราณส่วนมากจะถือฤกษ์ยาม และโชคลาง \"...ฝ่ายโจโฉยกกองทัพมาใกล้จะถึงเมืองเสียวพ่าย พอเกิดลมพายุใหญ่พัดหนัก ธงชัยซึ่ง ปักมาบนเกวียนนั้นหักทบลง โจโฉเห็นวิปริตดังนั้นก็ให้หยุดทหารตั้งค่ายมั่นไว้ แล้วถามที่ ปรึกษาว่า ซึ่งลมพายุพัดมาถูกธงชัยเราหักลงทั้งนี้ จะเห็นดีแลร้ายประการใด ซุนฮกจึงว่า ซึ่งเกิดพายุใหญ่พัดธงชัยหักทบลงมานั้นป็นลมตะวันออก เวลาค่ำวันนี้ดีร้ายเล่าปี่จะยก ออกมาปล้นค่ายเราเป็นมั่นคง พอมอกายเข้ามาว่าแก่โจโฉว่า ลมตะวันออกพัดมาถูกธงชัย หักนั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ากลางคืนวันนี้จะมีผู้มาปล้นค่าย...\" ๒. ความเชื่อในเรื่องความฝัน เมื่อนางบิฮูหยินและกำฮูหยินเล่าความฝันของนางที่เกี่ยวกับ เล่าปี่ให้กวนอูฟัง กวนอูก็รู้สึกวิตกกังวล \"...นางกำฮูหยินจึงตอบว่า คืนนี้พี่ฝันเห็นเล่าปี่ตกหลุมลง ครั้นตื่นขึ้นมาก็ตกใจจึงแก้ฝันนา งบิฮูหยิน เห็นพร้อมกันว่าเล่าปี่ตายแล้วพี่จึงร้องไห้รัก กวนอูได้ฟังดังนั้น พิเคราะห์ดูเห็น ฝันผิดประหลาด สำคัญว่าเล่าปี่เป็นอันตรายก็ร้องไห้ด้วย...\" ๓. ความเชื่อเรื่องบุญกรรมที่ทำไว้ “...แล้วว่าบัดนี้ข้าพเจ้าเข้ามาปรึกษาด้วย พี่ทั้งสองจะเห็นประการใด นางกำฮูหยินจึงว่า เวลาคืนนี้โจโฉเข้าในเมืองได้ พี่นี้กรงอยู่ว่าจะเป็นอันตรายต่างๆ เป็นเดชะบุญของเรา...” ๙๒

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านสังคม สะท้อนความเชื่อของคนในสังคม ๔. ความเชื่อเกี่ยวกับการสาบานตน การกินน้ำสบถ คือ การดื่มน้ำสาบานซึ่งอาจเป็นน้ำ พุทธมนต์ น้ำเทพมนตร์ หรือสุราผสมเลือดที่ผู้ร่วมสาบานกรีดให้หยดลงแล้วดื่มประกอบ กับคำปฏิญาณ เช่น จะไม่ทรยศต่อกัน เป็นต้น “…ครั้งนี้ข้าพเจ้าจะขอกินน้ำสบถอยู่ทำการด้วยท่านกว่าจะสำเร็จ อ้วนเสี้ยวได้ฟังดังนั้นก็มี ความยินดี จึงจัดแจงเครื่องอุปโภคแลเครื่องบริโภคให้เป็นอันมาก ทำนุบำรุงเล่าปี่ไว้ ใน เมืองกิจิ๋ว…” สะท้อนเกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ของสังคมจีน ๑. การจัดเลี้ยง เป็นเอกลักษณ์ของคนจีน ในสังคมจีนไม่ว่าจะในโอกาสแสดงความยินดี ต้อนรับ หรือขอบคุณมักจะจัดอาหารเลี้ยงกันเป็นประจำจนกลายเป็นประเพณี \"...อ้วนถำไต้ฟังดังนั้นก็มีความสงสารเป็นอันมาก ก็ให้แต่งโต๊ะเลี้ยง แล้วจัดแจงที่อยู่ให้เล่าปี่ อาศัย จึงแต่งหนังสือบอกไปถึงบิดาตามคำเล่าปี่ให้ม้าใช้ถือไปก่อน...\" ๒. การให้ของกำนัล เป็นสิ่งที่ชาวจีนนิยมทำกันในเกือบทุกโอกาสจากเรื่อง จะเห็นได้ว่า โจโฉ ให้เครื่องเงิน เครื่องทอง เสื้อผ้าดี ๆ และให้ผ้าแพรขาวอย่างดีแก่กวนอู เพื่อทำถุงใส่หนวด \"...ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง โจโฉเชิญกวนอูมากินโต๊ะ เห็นกวนอูห่มเสื้อขาด โจโฉจึงเอาเสื้ออย่างดี ให้กวนอู กวนอูรับเอาเสื้อแล้ว จึงเอาเสื้อใหม่นั้นใส่ชั้นใน เอาเสื้อเก่านั้นใส่ชั้นนอก....\" \"...กวนอูจึงตอบว่าหนวดของข้าพเจ้าประมาณหลายร้อยเส้น ครั้นถึงเทศกาลหนาวก็หล่นไป บ้างข้าพเจ้าทำถุงใส่ไว้โจโฉได้ฟังดังนั้นจึงเอาแพรขาวอย่างดี ทำถุงให้กวนอูสำหรับใส่ หนวด...\" ๙๓

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านสังคม สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการทำสงครามของคนจีน ๑. การทำสงคราม นอกจากการใช้กำลังทหารแล้ว ยังต้องอาศัยสติปัญญาและเล่ห์เหลี่ยม จึงจะสามารถเอาชนะข้าศึกศัตรูได้ เช่น ตอนที่เทียหยกวางกลอุบายล่อลวงให้กวนอูออก จากเมืองแห้ฝือ เพื่อให้ทหารโจโฉเข้ายึดเมืองแห้ฝือ และก็ทำได้สำเร็จ \"...โจโฉจึงถามเทียหยกว่า ท่านจะคิดล่อลวงประการใด เทียหยกจึงว่า ท่านจับทหารเล่าปี่ ไว้ได้เป็นอันมาก จงให้บำเหน็จรางวัลให้ถึงขนาด แล้วสั่งให้ทำตามคำเรา จึงปล่อยเข้าไป ในเมืองให้บอกว่าหนีกลับมาได้ ถ้าเราจะทำการก็ให้เป็นไส้ศึกอยู่ในเมือง แล้วให้แต่งทหาร ไปรบล่อ ถ้ากวนอูไล่ออกมานอกเมืองแล้ว จึงให้ทหารซึ่งชุ่มอยู่ทั้งสองข้างล้อมไว้ จึงแต่ง ให้ผู้มีสติปัญญาไปเกลี้ยกล่อมกวนอูเห็นจะได้โดยง่าย...\" ๒. บุคลิกภาพของผู้นำ นอกจากการจะต้องมีสติปัญญาที่ฉลาด เชี่ยวชาญในการรบแล้ว ต้องมีความพยายามและความอดทน เช่น ตอนที่โจโฉใช้ความเพียรพยายามอดทนเพื่อ ผูกมัดใจกวนอูให้เกิดความจงรักภักดีต่อตนเอง ซึ่งโจโฉก็ทำได้สำเร็จหนึ่งขั้น แม้กวนอูจะ ยังคงซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อเล่าปี่อยู่แต่ก็รู้สึกสำนึกในบุญคุณของโจโฉและพร้อมที่จะ ตอบแทนคุณ \"...ฝ่ายโจโฉทำนุบำรุงกวนอูมิได้อนาทร สามวันแต่งโต๊ะไปให้ครั้งหนึ่ง ห้าวันครั้งหนึ่งแล้ว จัดหญิงสาวที่รูปงามสิบคนให้ไปอยู่ปฏิบัติกวนอูหวังจะผูกน้ำใจไว้ให้กวนอูหลง...\" “....กวนอูจึงว่าซึ่งมหาอุปราชมีคุณแก่เราก็จริงอยู่ แต่จะเปรียบเล่าปี่นั้นยังมิได้ ด้วยเล่าปี่ นั้นมีคุณแก่เราก่อน ประการหนึ่งก็ได้สาบานไว้ต่อกันว่าเป็นพี่น้อง เราจึงได้ตั้งใจรักษา สัตย์อยู่ ทุกวันนี้เราก็คิดถึงคุณมหาอุปราชอยู่มิได้ขาด ถึงมาตรว่าเราจะไปจากก็จะขอ แทนคุณเสียก่อนให้มีชื่อปรากฏไว้เราจึงจะไป...\" ๙๔

วิเคราะห์คุณค่าทางวรรณคดี ด้านสังคม สะท้อนแนวคิดเกี่ยวกับการทำสงครามของคนจีน ๓. ความสำคัญของนักการทูต นักการทูตมีความสำคัญในการช่วยราชการบ้านเมืองแม้แต่ ในยามศึกสงคราม ผู้ที่จะทำหน้าที่ทางการทูตต้องเป็นผู้ที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด มี ทักษะการพูดดี เช่นเตียวเลี้ยวที่สามารถโน้มน้าวใจให้กวนอูยอมรับราชการกับโจโฉได้เป็น ผลสำเร็จ \"...เตียวเลี้ยวจึงตอบว่า เดิมท่านกับเล่าปี่ เตียวหุยได้สาบานไว้ต่อกันว่า เป็นพี่น้องร่วมสุข แลทุกข์เป็นชีวิตอันเดียวกัน... เมื่อท่านตายเสียแล้ว เล่าปี่เตียวหุยก็จะตายด้วย ซึ่งท่าน สาบานไว้ต่อหน้ากันก็จะมิเสียความสัตย์ไปหรือ คนทั้งปวงก็จะล่วงนินทาว่าความคิดท่าน น้อย... เตียวเลี้ยวจึงว่า มหาอุปราชให้ทหารล้อมท่านไว้เป็นอันมาก ถ้าท่านมิสมัครข้าด้วย เห็นชีวิตท่านจะถึงแก่ความตายหาประโยชน์มิได้ขอให้ท่านอยู่กับมหาอุปราชก่อนเถิด จะ ได้มีประโยชน์สามประการ....\" สะท้อนค่านิยมในการประพฤติปฏิบัติของคนในสังคม ๑. ค่านิยมเรื่องความซื่อสัตย์ เช่น การแสดงออกของกวนอูต่อภรรยาของเล่าปี่และต่อโจโฉ \"...โจโฉรู้ดังนั้นก็เกรงใจกวนอูว่ามีความสัตย์แลกตัญญูต่อเล่าปี่ โจโฉจึงให้กวนอูกับภรรยา เล่าปี่ไปอยู่ ณ ตึกสองหลังมีชานกลาง กวนอูจึงให้พี่สะใภ้ทั้งสองคนนั้นอยู่ตึกหนึ่ง แล้วให้ ทหารที่แก่ชราอยู่รักษาประมาณสิบคน ตัวนั้นอยู่ตึกหนึ่งระวังรักษาพี่สะใภ้ทั้งสอง...\" ๙๕


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook