Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หนังสือเครื่องยนต์แก๊สโซลีน หรือเครื่องยนต์เบนซิน

หนังสือเครื่องยนต์แก๊สโซลีน หรือเครื่องยนต์เบนซิน

Published by Pongpipat Khumhom, 2019-07-23 13:03:57

Description: เอกสารประกอบการสอนเล่มนี้ประกอบไปด้วยเนื้อหา 10 บท บทที่ 1 เกี่ยวกับเครื่องยนต์ บทที่ 2 หลักการทำงานของเครื่องยนต์ บทที่ 3 ระบบสตาร์ทรถยนต์ บทที่ 4 ระบบไฟชาร์จรถยนต์ บทที่ 5 ระบบจุดระบิดรถยนต์ บทที่ 6 ระบบระบายความร้อน บทที่ 7 ระบบหล่อลื่น บทที่ 8 ระบบเชื้อเพลิง บทที่ 9 การวิเคราะห์ปัญหา และบทที่ 10 การบำรุงรักษา

Keywords: เครื่องยนต์,หลักสูตรระยะสั้น,เบนซิน,แก๊สโซลีน

Search

Read the Text Version

ทาให้เช้อื เพลิงเกิดการลุกไหม้ข้นึ ในจังหวะอดั ก . ปั๊ม แ บ บ ก ล ไ ก ( Mechanical fuel ก่อนทห่ี วั เทยี นจะเรม่ิ จุดประกายไฟจากหวั เทยี น ซ่ึงจะมีผลทาให้แรงดนั ท่เี กดิ จากเปลวไฟทงั้ สอง pump) ปัม๊ แบบกลไกน้ที างานไดด้ ้วย ลูกเบ้ยี วซ่งึ ประทะกนั เกดิ การน็อคขน้ึ ถูกขบั ดว้ ยเพลาขอ้ เหวย่ี ง จะดนั ใหก้ ระเด่อื งยกขน้ึ รปู ท่ี 8.4 การชงิ จดุ ระเบดิ ทาให้เกิดสูญญากาศข้ึนในห้องไดอะแฟรมให้ 8.4 ระบบน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ของเคร่อื งยนตแ์ ก๊ส น้ามนั จากภายนอกถูกดดู เขา้ มาแทนท่ี เม่อื ลูกเบว้ี โซลีน ทาหน้าท่ี จ่ายส่วนผสมของอากาศกับ หมุนต่อไป น้ามนั ท่อี ยู่ในห้องไดอะแฟรมถูกดนั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ หรอื เรยี กอกี ชอ่ื หน่งึ วา่ “ไอด”ี เพ่อื จา่ ยเขา้ ไปยงั หอ้ งเผาไหมห้ รอื ภายในกระบอกสูบ ออกไปทางลน้ิ ทางออก 1. ถงั น้ามนั เช้อื เพลงิ (Fuel tank) เป็นท่ี 1. Cover gasket 8. Inlet check valve เกบ็ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ปกตอิ ยู่ดา้ นหลงั ของรถยนต์ และยดึ ตดิ กบั โครงรถ ถงั น้ามนั ทาจากเหลก็ แผ่น 2. Outlet check valve 9. From fuel Filter ปัม๊ ขน้ึ รูป ทถ่ี งั น้ามนั ยงั มหี น่วยของการวดั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ (Sending unit) อยดู่ ว้ ย 3. To carburetor 10. Camshaft 2. ปัม๊ น้ามันเช้อื เพลิง (Fuel pump) ทา 4. Diaphragm 11. Eccentric cam ห น้ า ท่ีดู ด น้ า มัน เ ช้ือ เ พ ลิง จ า ก ถัง แ ล้ว ส่ ง ไ ป ยัง คารบ์ ูเรเตอร์ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ มี 4 ชนดิ คอื 5. Diaphragm spring 12. Rocket arm UNIT 8 ระบบเชือ้ เพลงิ 6. Oil seal 13. Return spring 7. Air chamber 14. Fulcrum ข . ปั๊ม ไ ฟ ฟ้ า ( Electromagnetic fuel pump) ข้อดีของปัม๊ ไฟฟ้า คอื สามารถติดตงั้ ได้ สะดวก ป้ องกันอาการไอน้ามันอุดตันได้ง่าย ส า ม า ร ถ จ่ า ย น้ า มัน ไ ด้ม า ก ก ว่ า ท่ีเ ค ร่ือ ง ย น ต์ ตอ้ งการไดท้ นั ที ค. ปัม๊ สูญญากาศ (Vacuum fuel pump) ปัม๊ แบบสูญญากาศน้ีเป็นปัม๊ ทใ่ี ชก้ บั เคร่อื งยนต์ 2 จงั หวะ แผ่นไดอะแฟรมของปัม๊ ทางานตามการ เปลย่ี นแปลงความกดดนั ในหอ้ งเพลาขอ้ เหวย่ี ง ง. ปัม๊ น้ามนั แบบใช้มอเตอร์ (Motor fuel pump) เป็นปัม๊ ท่ใี ชม้ อเตอร์ไฟตรง (D.C.Motor) โดยมใี บพดั เป็นตวั ปัม๊ ส่งน้ามนั ตามการหมุนของ มอเตอร์ ปัม๊ มอเตอรน์ นั้ ตดิ ตงั้ อยู่ในบรเิ วณทต่ี ่าสุด ในถงั น้ามนั ยงั ใช้กับเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีนท่ีมี หวั ฉีดดว้ ย เพราะปัม๊ แบบน้ีใหแ้ รงดนั ของน้ามนั สงู กวา่ แบบอ่นื 45

UNIT 9 เคร่ืองยนต์ เราจึงควรศึกษาวิธีการหรือลาดับ ขนั้ ตอนในการปฎิบตั ิการต่างๆ เพ่อื นาไปใช้ใน การติดเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีนน้ี จะต้องมกี าร ชวี ติ ประจาวนั เม่ือเคร่ืองยนต์แก๊สโซลีนเกิด ตรวจสอบสภาพอุปกรณ์หรอื ส่วนประกอบต่างๆ ปัญหาขน้ึ การซ่อมแซมหรอื บรกิ ารควรจะต้องนึ ของเคร่อื งยนต์ ใหอ้ ยู่ในสภาพทส่ี ามารถใชง้ านได้ งถงึ สาเหตุและจุดบกพร่องทีจะเกิดข้นึ กบั ระบบ ตามปกติ เชน่ การตรวจระดบั น้าในหมอ้ น้า ระบบ ตา่ งๆ ของเคร่อื งยนต์ โดยไม่จาเป็นจะตอ้ งทาการ จุดระเบิด ระบบระบายความร้อน ระบบหล่อล่นื แยกชน้ิ ส่วนของเคร่อื งยนต์ออกทงั้ หมด เพยี งแต่ และระบบสตาร์ท เป็นต้น การตรวจสอบระบบ ทาการซ่อมเคร่อื งยนต์เฉพาะระบบท่เี ป็นปัญหา ต่างๆ เหล่าน้ี เป็นเร่อื งทส่ี าคญั มากสาหรบั การตดิ เท่านัน้ ปัญหาท่ีเกิดข้นึ จะสามารถแก้ไขได้ใน ระยะเวลาอนั สนั้ โดยเพยี งแต่ศกึ ษิเคราะหป์ ัญหา แลแก้ไขขอ้ ขดั ขอ้ งของปัญหานัน้ ๆ ในเบ้ืองต้น เสยี กอ่ น ดัง นั้น ก า ร วิเ ค ร า ะ ห์ ปั ญ ห า แ ล ะ แ ก้ไ ข ขอ้ ขดั ขอ้ งของเคร่อื งยนต์ทจ่ี ะกล่าวถงึ ต่อไปน้ีจงึ เป็ นแนวทางสาหรับกา รต รว จซ่ อม แล ะ บ ริก า ร เคร่ืองยนต์ เพ่ือให้เกิดความรวดเร็วและ มี ประสิทธิภาพ โดยจะแยกการวเิ คราะห์ปัญหา ขอ้ ขดั ขอ้ งและการแก้ไขของเคร่อื งยนต์ออกเป็น ระบบๆ โดยอา้ งองิ จาก 9.1 การแก้ไข 9.1.1 เสียงดงั จากกลไกขบั ลิ้น 1. ตรวจสอบการหลอ่ ลน่ื ของกลไกลน้ิ 2. ปรบั ตงั้ ระยะห่างใหถ้ ูกตอ้ ง สาเหตุ 3. เปลย่ี นลน้ิ ใหม่ 1. ลน้ิ ขาดการหลอ่ ลน่ื 4. เปลย่ี นสปรงิ ลน้ิ 2. ระยะห่างของลน้ิ มากเกนิ ไป 5. เปลย่ี นลกู กระทงุ้ 3. กา้ นลน้ิ สกึ หรอมาก 6. ทาความสะอาดหรอื เปลย่ี นลูกกระทงุ้ ใหม่ 4. สปรงิ ลน้ิ แตก 7. เตมิ น้ามนั หล่อล่นื ใหไ้ ดร้ ะดบั 5. ลูกกระทุง้ สกึ หรอมาก 6. ลูกกระทงุ้ ไฮดรอลกิ ไม่ทางาน 7. ระดบั น้ามนั หล่อลน่ื ต่ากวา่ ระดบั ทก่ี าหนด UNIT 9 วิเคราะห์เครอื่ งยนต์ 46

9.1.2 มเี สียงเคาะดงั ท่ีแบริ่งเพลาข้อเหวี่ยง การแก้ไข สาเหตุ 1. ปรบั ซ่อมหรอื เปลย่ี นเพลาขอ้ เหวย่ี งใหม่ 2. เปลย่ี นแบรงิ่ เพลาขอ้ เหวย่ี งใหม่ 1. เพลาขอ้ เหวย่ี งสกึ หรอมาก 3. เปลย่ี นแบรง่ิ กนั รนุ 2. แบรงิ่ สกึ หรอมาก 4. เปลย่ี นความหนืดน้ามนั หล่อล่นื 3. แบรงิ่ กนั รุนสกึ หรอมาก 5. ตรวจสอบแรงดนั ปัม๊ น้ามนั หล่อล่นื 4. น้ามนั หลอ่ ล่นื ทเ่ี พลาขอ้ เหวย่ี งหนดื น้อย 6. ปรบั ซ่อมหรอื เปลย่ี นเพลาขอ้ เหวย่ี งใหม่ 5. แรงดนั น้ามนั หลอ่ ล่นื ต่า 6. เพลาขอ้ เหวย่ี งไมไ่ ดศ้ นู ย์ การแก้ไข 1. ตรวจสอบแรงดนั ปัม๊ น้ามนั หล่อล่นื 9.1.3 มเี สียงเคาะที่ก้านสบู 2. เปลย่ี นน้ามนั หล่อลน่ื ใหม้ คี วามหนดื ทเ่ี หมาะสม สาเหตุ 3. เจยี ระไนขอ้ เหวย่ี งหรอื เปลย่ี นเพลาขอ้ เหวย่ี ง 4. เปลย่ี นแบรงิ่ กา้ นสบู 1. แรงดนั น้ามนั หลอ่ ลน่ื ต่า 5. ดดั กา้ นสูบหรอื เปลย่ี นกา้ นสบู ใหม่ 2. น้ามนั หล่อลน่ื มคี วามหนดื ต่า 3. เพลาขอ้ เหวย่ี งสกึ หรอมาก การแก้ไข 4. แบรง่ิ กา้ นสบู สกึ หรอมาก 1. ควา้ นกระบอกสูบเปลย่ี นลูกสูบใหไ้ ดข้ นาด 5. กา้ นสบู บดิ คด 2. ควา้ นกระบอกสูบเปลย่ี นลกู สบู ใหไ้ ดข้ นาด 3. ปรบั สลกั ลูกสูบใหไ้ ดต้ ามขอ้ กาหนด 9.1.4 ลูกสบู ตกขา้ ง 4. ตรวจสอบระดบั น้ามนั หลอ่ ล่นื สาเหตุ การแกไ้ ข 1. กระบอกสูบสกึ หรอมาก 1. เปลย่ี นสลกั ลกู สบู ใหม่ 2. ลกู สูบสกึ หรอมาก 2. ตรวจสอบระดบั น้ามนั หลอ่ ล่นื 3. สลกั ลูกสบู ยดึ แน่นเกนิ ไป 3. เปลย่ี นบูช 4. การหล่อล่นื น้อยเกนิ ไป 9.1.5 เสียงดงั ที่สลกั ลกู สบู สาเหตุ 1. สลกั ลูกสบู สกึ หรอมาก 2. การหล่อล่นื ทส่ี ลกั ลูกสบู น้อยเกนิ ไป 3. บูชรองรบั สลกั ลกู สบู สกึ UNIT 9 วิเคราะห์เครอื่ งยนต์ 47

9.2 9.2.1 ไม่มนี ้ามนั เชือ้ เพลิงในระบบน้ามนั เชื้อเพลิง สาเหตุ การแกไ้ ข 1. ไมม่ นี ้ามนั เชอ้ื เพลงิ ในถงั น้ามนั 1. เตมิ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ใหเ้ ตม็ ถงั 2. รูระบายอากาศทถ่ี งั น้ามนั อดุ ตนั 2. ทาความสะอาดรรู ะบายอากาศทถ่ี งั น้ามนั 3. กรองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ อดุ ตนั 3. เปลย่ี นกรองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ 4. ท่อส่งน้ามนั เชอ้ื เพลงิ อดุ ตนั 4. ทาความสะอาด ดดั ท่อใหต้ รง หรอื เปลย่ี นใหม่ 5. เกดิ เวเปอรล์ อ็ ค 5. เปลย่ี นน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ชนดิ ใหม่ 6. ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ไม่ทางาน 6. ซ่อมแซมหรอื เปลย่ี น 7. รูเขม็ ลกู ลอยอุดตนั 7. คลายนอ็ ตและทาความสะอาด 8. มอี ากาศรวั่ เขา้ ทอ่ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ กบั ถงั น้ามนั 8. ซ่อมแซมรอยรวั่ 9.2.2 จ่ายน้ามนั เชื้อเพลิงไม่เพยี งพอ การแก้ไข สาเหตุ 1. ทาความสะอาดรรู ะบายอากาศทถ่ี งั น้ามนั 2. เปลย่ี นกรองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ 1. รูระบายอากาศทถ่ี งั น้ามนั อดุ ตนั เป็นบางสว่ น 3. ทาความสะอาดหรอื ดดั ท่อสง่ น้ามนั ใหต้ รง 2. กรองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ อดุ ตนั เป็นบางส่วน 4. เปลย่ี นสปรงิ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ใหม่ 3. ท่อส่งน้ามนั เชอ้ื เพลงิ อุดตนั หรอื งอ 5. เปลย่ี นแผน่ ไดอะแฟรม 4. สปรงิ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ออ่ นลา้ 6. ซ่อมแซมหรอื เปลย่ี นใหม่ 5. แผน่ ไดอะแฟรมปัม๊ ฉีกขาด 7. ขนั โบลตย์ ดึ ปัม๊ น้ามนั 6. ลน้ิ กนั กลบั ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ชารุด 7. ยดึ ปัม๊ น้ามนั ไมแ่ น่น 9.2.3 ปัม๊ จ่ายน้ามนั เชือ้ เพลิงมากหรือมีแรงดนั มากเกินไป สาเหตุ การแก้ไข 1. แผน่ ไดอะแฟรมแขง็ เกนิ ไป 1. ปรบั หรอื เปลย่ี นไดอะแฟรมใหม่ 2. สปรงิ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ แขง็ เกนิ ไป 2. เปลย่ี นสปรงิ ใหม้ คี วามแขง็ ทเ่ี หมาะสม 3. กระเดอ่ื งปัม๊ คา้ ง (ไมม่ รี ะยะฟร)ี 3. ปรบั ระยะฟรกี ระเดอ่ื งปัม๊ UNIT 9 วิเคราะห์เครอ่ื งยนต์ 48

9.2.4 น้ามนั ท่วมคารบ์ ูเรเตอร์ การแก้ไข สาเหตุ 1. ปรบั หรอื เปลย่ี นไดอะแฟรมใหม่ 1. ระดบั ลกู ลอยสูงเกนิ ไป 2. เปลย่ี นสปรงิ ใหม้ คี วามแขง็ ทเ่ี หมาะสม 2. เขม็ ลูกลอยปิดไม่สนิท 3. ปรบั ระยะฟรกี ระเด่อื งปัม๊ 3. ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ มแี รงดนั สงู เกนิ ไป 4. เปลย่ี นลกู ลอยใหม่ 4. ลูกลอยรวั่ การแกไ้ ข 9.2.5 เครื่องยนตส์ ะดดุ ในขณะเดินเบา สาเหตุ 1. ปรบั ระดบั ลกู ลอย 2. ตรวจสอบลูกสบู ปัม๊ เร่ง 1. ระดบั ลกู ลอยต่าเกนิ ไป 3. ทาความสะอาด 2. ปัม๊ เรง่ น้ามนั ในคารบ์ ูเรเตอรบ์ กพรอ่ ง 4. ตรวจสอบระบบโชค๊ 3. ท่อสง่ น้ามนั อดุ ตนั 5. เปลย่ี นไสก้ รองใหม่ 4. ลน้ิ โชค้ ปิดเมอ่ื เคร่อื งยนตร์ อ้ น 6. ลา้ งทาความสะอาดคารบ์ ูเรเตอร์ 5. ไสก้ รองอากาศอุดตนั 6. วงจรเดนิ เบาอดุ ตนั การแก้ไข 9.2.6 เคร่ืองยนตเ์ ดินเบาไมเ่ รยี บหรอื ดบั 1. ปรบั รอบเดนิ เบาใหม่ สาเหตุ 2. ลา้ งทาความสะอาดคารบ์ ูเรเตอร์ 3. ปรบั ส่วนผสมไอดใี หถ้ กู ตอ้ ง 1. ปรบั รอบเดนิ เบาไมถ่ ูกตอ้ ง 4. ตรวจสอบการทางานของนมหนูไฟฟ้า 2. นมหนูเดนิ เบาอดุ ตนั 5. ตรวจสอบการทางานของลน้ิ โชก้ 3. สว่ นผสมไอดไี มถ่ กู ตอ้ ง 4. นมหนูไฟฟ้าไมท่ างาน การแกไ้ ข 5. ลน้ิ โชก้ เปิด (ขณะเคร่อื งเยน็ ) 1. ปรบั ระดบั ลูกลอย 9.2.7 ส่วนผสมบางขณะความเรว็ คงที่ 2. ตรวจสอบปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ สาเหตุ 3. เปลย่ี นลกู สูบปัม๊ เรง่ 4. ลา้ งทาความสะอาดคารบ์ เู รเตอร์ 1. ระดบั ลกู ลอยต่าเกนิ ไป 5. ทาความสะอาดคารบ์ เู รเตอร์ 2. แรงดนั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ น้อยเกนิ ไป 3. ปัม๊ เร่งไม่ทางาน 49 4. ท่อสญุ ญากาศทต่ี อ่ ไปจานจ่ายอดุ ตนั 5. นมหนูหลกั อดุ ตนั UNIT 9 วเิ คราะห์เครอื่ งยนต์

9.2.8 เครื่องยนตส์ ตารท์ ติดยาก (เครอื่ งเยน็ ) การแก้ไข สาเหตุ 1. ตรวจสอบระบบโชก้ 2. เหยยี บคนั เรง่ ใหอ้ ยใู่ นตาแหน่งทล่ี น้ิ เรง่ เปิดเตม็ ท่ี 1. โชก้ เปิด 3. เปลย่ี นไสก้ รองอากาศหรอื ทาความสะอาด 2. น้ามนั ท่วมจากการเหยยี บคนั เร่งมากเกนิ ไป 4. ปรบั ระดบั น้ามนั ใหถ้ ูกตอ้ ง 3. ไสก้ รองอากาศอดุ ตนั 5. ตรวจสอบระดบั เชอ้ื เพลงิ 4. ระดบั น้ามนั ไม่ถกู ตอ้ ง 6. เปลย่ี นน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ทม่ี คี ุณภาพสงู 5. ไม่มนี ้ามนั เชอ้ื เพลงิ ในคารบ์ ูเรเตอร์ 6. น้ามนั เชอ้ื เพลงิ คุณภาพต่า 9.2.9 เคร่ืองยนตส์ ตารท์ ติดยาก (เครื่องร้อน) การแกไ้ ข สาเหตุ 1. เปลย่ี นน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ทม่ี คี ุณภาพการระเหยต่า 2. เหยยี บคนั เรง่ เปิดเตม็ ทแ่ี ละสตารท์ เครอ่ื งยนต์ 1. เกดิ เวเปอรล์ อ็ ค 3. ทาความสะอาดไสก้ รองหรอื เปลย่ี นใหม่ 2. น้ามนั ท่วมเน่อื งจากเหยยี บคนั เร่ง 4. ตรวจสอบระบบหลอ่ เยน็ 3. ไสก้ รองอากาศอดุ ตนั 5. ตรวจสอบการทางานของลน้ิ ควบคมุ ความรอ้ น 4. เคร่อื งยนตร์ อ้ นจดั 5. ลน้ิ ควบคุมความรอ้ นจากไอเสยี บกพร่อง 9.2.10 ปัม๊ น้ามนั เชื้อเพลิงมเี สียงดงั (ปัม๊ กลไก) การแกไ้ ข สาเหตุ 1. ขนั โบลตย์ ดึ ปัม๊ ใหแ้ น่น 1. โบลตย์ ดึ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ หลดุ หรอื คายตวั 2. เปลย่ี นใหม่ 2. กระเดอ่ื งปัม๊ ชารดุ 3. เปลย่ี นใหม่ 3. สปรงิ กระเดอื งปัม๊ หกั 9.2.11 ถงั น้ามนั เชือ้ เพลิงและท่อส่งน้ามนั เกิดการยบุ ตวั สาเหตุ การแกไ้ ข 1. รูระบายอากาศทถ่ี งั น้ามนั อุดตนั 1. ทาความสะอาด 2. ไสก้ รองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ อดุ ตนั 2. ทาความสะอาดหรอื เปลย่ี นใหม่ 3. ท่อส่งน้ามนั ถกู บบี 3. เปลย่ี นใหม่ UNIT 9 วเิ คราะห์เครอื่ งยนต์ 50

9.2.12 สิ้นเปลืองน้ามนั เชือ้ เพลิง การแก้ไข 1. ระมดั ระวงั ในการใชค้ วามเรว็ สงู นานๆ สาเหตุ 2. พยายามอยา่ เร่งเครอ่ื งยนตบ์ ่อยครงั้ 1. ใชค้ วามเรว็ สูงเกนิ ไป 3. หลกี เลย่ี งการบรรทุกของหนกั 2. เรง่ ความเรว็ ทนั ทที นั ใด 4. สบู ลมยางใหไ้ ดต้ ามขอ้ กาหนด 3. บรรทกุ สมั ภาระมากเกนิ ไป 5. ปรบั เบรก 4. ลมยางออ่ นเกนิ ไป 6. ตรวจซ่อมรอยรวั่ 5. เบรกคา้ ง 7. เปลย่ี นใหไ้ ดต้ ามขอ้ ตกลง 6. น้ามนั เชอ้ื เพลงิ รวั่ 8. ตรวจสอบระบบโชก้ 7. นมหนูหลกั โตเกนิ ไป 9. เปลย่ี นหมอ้ เกบ็ เสยี ง 8. โชก้ คา้ ง 10. ปรบั ระดบั ลูกลอยใหม่ 9. ระบบไอเสยี อดุ ตนั 11. ตรวจสอบหวั เทยี น 10. ระดบั ลูกลอยสูงเกนิ ไป 12. ตรวจสอบกาลงั อดั 11. หวั เทยี นบกพร่อง 13. ตรวจสอบการทางานของครตั ช์ 12. กาลงั อดั ต่า 14. ปรบั ตงั้ จงั หวะการจดุ ระเบดิ ใหถ้ ูกตอ้ ง 13. คลตั ชล์ น่ื 14. จงั หวะจุดระเบดิ ผดิ การแก้ไข 1. เปลย่ี นหน้าทองขาว 9.3 2. ปรบั ระยะห่างของหน้าทองขาว 3. เปลย่ี นคอนเดนเซอร์ 9.3.1 ไม่มีประกายไฟท่ีเขยี้ วหวั เทียน 4. ประจกุ ระแสไฟฟ้าใหแ้ บตเตอร่ี 5. ทาความสะอาดและยดึ ขวั้ ใหแ้ น่น สาเหตุ 6. เปลย่ี นคอยลใ์ หม่ 1. หน้าทองขาวสกปรก 7. ตรวจสอบวงจรปฐมภูมิ 2. ระยะหา่ งหน้าทองขาวชดิ เกนิ ไป 8. ยดึ สายดนิ ใหแ้ น่น 3. คอนเดนเซอรเ์ สอ่ื ม 9. เชด็ ทาความสะอาด 4. แบตเตอรไ่ี ม่มไี ฟ 5. สายไฟวงจรปฐมภูมหิ ลดุ 6. คอยลเ์ ส่อื ม 7. ไมม่ กี ระแสไฟทว่ี งจรปฐมภูมิ 8. แผร่ นยดึ หน้าทองขาวไม่ลงดนิ 9. มคี วามชน้ื ทฝ่ี าครอบจานจา่ ยหน้าทองขาว UNIT 9 วเิ คราะห์เครอื่ งยนต์ 51

9.3.2 มปี ระกายไฟที่เขยี้ วหวั เทียนน้อยมาก การแกไ้ ข สาเหตุ 1. เปลย่ี นหน้าทองขาวใหม่ 2. เปลย่ี นฝาครอบจานจา่ ยและตวั โรเตอร์ 1. หน้าทองขาวสกปรกหรอื ไหม้ 3. เปลย่ี นสปรงิ หน้าทองขาว 2. หวั โรเตอรแ์ ละขวั้ ดา้ นในฝาจานจ่ายไหม้ 4. เปลย่ี นสายไฟแรงสูงใหม่ 3. สปรงิ หน้าทองขาวลา้ 5. เปลย่ี นลกู เบย้ี วจานจา่ ย 4. สายไฟแรงสูงเส่อื ม 6. เปลย่ี นบชู เพลาลูกเบย้ี ว 5. ลูกเบย้ี วจานจ่ายสกึ หรอ 7. เปลย่ี นคอนเดนเซอร์ 6. บูชเพลาลูกเบย้ี วจานจา่ ยสกึ หรอ 8. เปลย่ี นคอยล์ 7. คอนเดนเซอรเ์ ส่อื ม 9. ทาความสะอาดหรอื ยดึ ใหแ้ น่น 8. คอยลเ์ ส่อื ม 9. สายไฟวงจรปฐมภูมสิ กปรกหรอื หลดุ การแกไ้ ข 1. ปรบั ระยะหา่ งของเขย้ี วหวั เทยี น 9.3.3 จดุ ระเบิดผิดพลาดที่ความเรว็ ตา่ 2. เปลย่ี นหวั เทยี น สาเหตุ 3. เปลย่ี นหวั เทยี น 4. ใหแ้ กป้ ัญหาตามหวั ขอ้ 9.3.2 1. ระยะหา่ งของเขย้ี วหวั เทยี นมากเกนิ ไป 2. ฉนวนหวั เทยี นแตกรา้ ว การแกไ้ ข 3. หวั เทยี นบอด 1. เปลย่ี นหวั เทยี นใหม่ 4. มปี ระกายไฟออกทเ่ี ขย้ี วหวั เทยี นน้อยมาก 2. เปลย่ี นหวั เทยี นใหม่ 3. ปรบั ลาดบั การจดุ ระเบดิ ใหม่ 9.3.4 การจดุ ระเบิดผิดพลาดทกุ ความเรว็ 4. ปรบั ระยะห่างเขย้ี วหวั เทยี นใหถ้ กู ตอ้ ง สาเหตุ การแกไ้ ข 1. หวั เทยี นบอด 1. เปลย่ี นคอยลใ์ หม่ 2. ฉนวนหวั เทยี นแตกรา้ ว 2. เปลย่ี นทต่ี ดิ ตงั้ คอยลใ์ หม่ 3. ขวั้ สายไฟแรงสงู ทห่ี วั เทยี นไม่ถกู ตอ้ ง 3. ปรบั คา่ แรงเคล่อื นไฟแรงสงู ใหถ้ กู ตอ้ ง 4. ระยะห่างของเขย้ี วหวั เทยี นมากเกนิ ไป 9.3.5 คอยลเ์ ส่ือมเรว็ กวา่ กาหนด สาเหตุ 1. น้ามนั คอยลร์ วั่ 2. ความรอ้ นจากเคร่อื งยนต์ 3. แรงเคล่อื นไฟแรงสูงมากเกนิ ไป UNIT 9 วเิ คราะหเ์ ครอ่ื งยนต์ 52

9.3.6 หวั เทียนเสื่อมเรว็ กว่ากาหนด การแกไ้ ข สาเหตุ 1. กวดแรงบดิ หวั เทยี นใหไ้ ดต้ ามทก่ี าหนด 2. เปลย่ี นหวั เทยี นทม่ี คี า่ ความรอ้ นถูกตอ้ ง 1. เกลยี วเสยี ขณะตดิ ตงั้ หวั เทยี น 3. เปลย่ี นหวั เทยี นเป็นหวั เทยี นเยน็ 2. ใชห้ วั เทยี นทม่ี คี ่าความรอ้ นไมถ่ กู ตอ้ ง 4. เปลย่ี นน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ทม่ี คี า่ ออกเทนสงู 3. เกดิ การชงิ จดุ 5. ปรบั คา่ สว่ นผสมใหม่ 4. เกดิ ดโี ทเนชนั 5. ส่วนผสมไอดบี างเกนิ ไป การแกไ้ ข 1. ตรวจสอบระบบหลอ่ ลน่ื 9.3.7 เกิดการชิงจดุ 2. ทาความสะอาดหอ้ งเผาไหม้ สาเหตุ 3. เปลย่ี นใชห้ วั เทยี นเยน็ 1. เครอ่ื งยนตร์ อ้ นจดั การแก้ไข 2. มเี ขมา่ ในหอ้ งเผาไหมม้ าก 1. เปลย่ี นหวั เทยี นใหม่ 3. ใชห้ วั เทยี นรอ้ น 2. ตรวจสอบสายไฟแรงสงู ทห่ี วั เทยี น 3. ปรบั ไฟการจุดระเบดิ ใหถ้ กู ตอ้ ง 9.3.8 เครอื่ งเกิดอาการสะอึก สาเหตุ การแกไ้ ข 1. จดั ลาดบั การจดุ ระเบดิ ใหถ้ กู ตอ้ ง 1. หวั เทยี น 2. เปลย่ี นฝาครอบจานจา่ ย 2. จงั หวะจุดระเบดิ ไม่ถูกตอ้ ง 3. ไฟแกเ้ กนิ ไป การแก้ไข 1. ปรบั ตงั้ จงั หวะการจุดระเบดิ ใหถ้ ูกตอ้ ง 9.3.9 เครือ่ งเกิดอาการจาม 2. ตรวจสอบสายไฟและคอยล์ สาเหตุ 3. ตรวจสอบปรบั ตงั้ ลน้ิ ใหถ้ กู ตอ้ ง 1. ลาดบั การจดุ ระเบดิ ไมถ่ ูกตอ้ ง 53 2. ฝาครอบจานจ่ายรา้ ว 9.3.10 เกิดการระเบิดที่ท่อไอเสีย สาเหตุ 1. จงั หวะการจุดระเบดิ ไม่ถูกตอ้ ง 2. คอยลจ์ ุดระเบดิ เกดิ การลดั วงจร 3. ตงั้ จงั หวะการเปิดและปิดลน้ิ ผดิ UNIT 9 วเิ คราะห์เครอื่ งยนต์

9.4 การแกไ้ ข 1. เตมิ ใหไ้ ดร้ ะดบั 9.4.1 เครื่องยนต์รอ้ นจดั 2. ปรบั ความตงึ สายพานใหม่ 3. เปลย่ี นสายพานใหม่ สาเหตุ 4. เปลย่ี นสายพานใหม่ 1. ระดบั น้าในหมอ้ น้าต่าเกนิ ไป 5. ทาความสะอาดหมอ้ น้า 2. สายพานหยอ่ น 6. เปลย่ี นยางทอ่ น้า 3. สายพานขาด 7. ปรบั ซ่อมปัม๊ น้าและยดึ ทอ่ น้าใหแ้ น่น 4. สายพานลน่ื 8. เปลย่ี นฝาหมอ้ น้าใหม่ 5. สนิมอดุ ตนั ทห่ี มอ้ น้า 9. เปลย่ี นเทอรโ์ มสตทั ใหม่ 6. ยางทอ่ น้าอุดตนั 10. ทาความสะอาดเสอ้ื สบู 7. มอี ากาศรวั่ เขา้ ในระบบ 11. เปลย่ี นปะเกน็ ฝาสูบใหม่ 8. ฝาหมอ้ น้าทางาน 12. เปลย่ี นใบพดั ปัม๊ น้าใหม่ 9. เทอรโ์ มสตทั ไม่ทางาน 13. ปรบั ระยะเบรกใหม่ 10. สนมิ จบั ทท่ี างน้าเสอ้ื สูบ 14. เตมิ น้ามนั หลอ่ ลน่ื ใหไ้ ดร้ ะดบั 11. ปะเกน็ ฝาสบู รวั่ 15. เปลย่ี นยางท่อน้าใหม่ 12. ใบพดั ปัน๊ มน้าแตก 16. ปรบั ระยะหา่ งของลน้ิ ใหไ้ ดต้ ามทก่ี าหนด 13. เบรกรถยนตต์ ดิ 17. ปรบั จงั หวะการจุดระเบดิ 14. ระดบั น้ามนั หลอ่ ล่นื ต่ากวา่ ระดบั 18. ทาความสะอาดและเปลย่ี นนมหนูใหม่ 15. ยางท่อน้าตอนลา่ งยบุ ตวั 16. ตงั้ ระยะห่างของลน้ิ น้อยเกนิ ไป การแกไ้ ข 17. จงั หวะการจุดระเบดิ ลา่ ชา้ 1. เปลย่ี นเทอรโ์ มสตตั 18. ส่วนผสมไอดบี างเกนิ ไป 2. ตดิ ตงั้ กระบงั ลม 3. ตดิ ตงั้ เทอรโ์ มสตตั 9.4.2 เครือ่ งยนต์อ่นุ เครื่องช้า 4. เปลย่ี นใชเ้ ทอรโ์ มสตตั ทอ่ี ณุ หภูมสิ ูง สาเหตุ 1. เทอรโ์ มสตตั เปิดคา้ ง 2. อากาศเยน็ จดั 3. ไมม่ เี ทอรโ์ มสตตั 4. ใชเ้ ทอรโ์ มสตตั ชนิดทอ่ี ุณหภูมติ ่า UNIT 9 วิเคราะห์เครอ่ื งยนต์ 54

9.4.3 เครือ่ งยนตร์ ้อนจดั หรือเยน็ จดั อย่างเหน็ ได้ชดั สาเหตุ การแกไ้ ข 1. เซนเซอรอ์ ุณหภูมบิ กพรอ่ ง 1. เปลย่ี นเซนเซอรว์ ดั อุณหภูมใิ หม่ 2. เกจวดั อุณหภูมบิ กพร่อง 2. เปลย่ี นเกจวดั อณุ หภูมใิ หม่ 3. หลอดไฟเตอื นอุณหภูมคิ วามรอ้ นขาด 3. เปลย่ี นหลอดไฟใหม่ 9.4.4 สายพานดงั ขณะเร่งเครอื่ งยนต์ การแก้ไข สาเหตุ 1. ปรบั สายพานใหม่ 1. สายพานหยอ่ น 2. เปลย่ี นสายพานใหม่ 2. สายพานลน่ื 3. เปลย่ี นสายพานทข่ี ยั บใหถ้ กู ตอ้ งกบั ขนาดทใ่ี ช้ 3. ฝืดเน่อื งจากขบั ปัม๊ น้า ปัม๊ พวงมาลยั พาวเวอร์ 9.4.5 สายพานมีเสียงดงั ที่ความเรว็ รอบตา่ การแกไ้ ข สาเหตุ 1. ปรบั ความตงึ สายพานใหม่ 2. ปรบั สายพานใหม่ 1. สายพานหยอ่ น 3. เปลย่ี นสายพานใหม่ 2. สายพานสกปรก 4. เปลย่ี นสายพานใหม่ 3. สายพานไมไ่ ดข้ นาด 4. พูลเลยไ์ ม่ไดข้ นาด การแกไ้ ข 1. เปลย่ี นหมอ้ เกบ็ เสยี งใหม่ 9.5 2. เปลย่ี นทอ่ ไอเสยี ใหม่ 3. ตดิ ตงั้ ท่อไอเสยี ใหไ้ ดข้ นาด 9.5.1 กาลงั เครื่องตก สาเหตุ 1. หมอ้ เกบ็ เสยี งเกดิ การอุดตนั 2. ทอ่ ไอเสยี เกดิ การอดุ ตนั หรอื หกั งอ 3. ทอ่ ไอเสยี มขี นาดเลก็ เกนิ ไป 9.5.2 ระบบไอเสียมีเสียงดงั มาก การแก้ไข สาเหตุ 1. เปลย่ี นหมอ้ เกบ็ เสยี งทอ่ ไอเสยี ใหม่ 1. หมอ้ เกบ็ เสยี งหรอื ท่อไอเสยี ผุ 2. ซ่อมแซมขอ้ ตอ่ ทอ่ ไอเสยี 2. ไอเสยี รวั่ ทข่ี อ้ ตอ่ ทอ่ ไอเสยี 3. เปลย่ี นปะเกน็ ท่อไอเสยี ใหม่ 3. ปะเกน็ ท่อไอเสยี ฉีกขาด UNIT 9 วิเคราะหเ์ ครอ่ื งยนต์ 55

9.6 การแกไ้ ข 1. ตรวจสอบจงั หวะการจดุ ระเบดิ 9.6.1 เคร่อื งยนตร์ อ้ นจดั 2. ตรวจสอบระบบ สาเหตุ การแกไ้ ข 1. จงั หวะจดุ ระเบดิ ผดิ พลาด 1. ปรบั ตงั้ ลน้ิ 2. ระบบระบายความรอ้ นบกพรอ่ ง 2. เปลย่ี นอุปกรณ์ทช่ี ารุด 3. ปรบั ความเรว็ รอบเดนิ เบาใหถ้ กู ตอ้ ง 9.6.2 เครอื่ งยนต์เดินเบาสนั่ 4. เปลย่ี นส่วนทจ่ี าเป็น สาเหตุ 5. เปลย่ี นสว่ นทจ่ี าเป็น 6. ตรวจสอบลน้ิ สุญญากาศ 1. ตงั้ ลน้ิ ไม่ถูกตอ้ ง 7. ตรวจสอบระบบหลอ่ เยน็ 2. สญุ ญากาศรวั่ 8. ตรวจสอบลน้ิ ควบคุมระบบไหลเวยี นไอเสยี 3. ปรบั ความเรว็ เดนิ รอบเดนิ เบาไมถ่ ูกตอ้ ง 9. ตรวจสอบกาลงั อดั 4. คารบ์ เู รเตอรท์ างานบกพรอ่ ง 5. EFI บกพร่อง การแกไ้ ข 6. ลน้ิ สวติ ชส์ ุญญากาศควบคุมไฟฟ้าบกพร่อง 1. เปลย่ี นอปุ กรณท์ จ่ี าเป็น 7. ระบบหลอ่ เยน็ บกพรอ่ ง 2. ตรวจสอบจงั หวะการจดุ ระเบดิ 8. ลน้ิ ควบคมุ ระบบไหลเวยี นไอเสยี บกพร่อง 3. ทาความสะอาดไสก้ รองอากาศ 9. กาลงั อดั ต่า 4. ปรบั ตงั้ ชอ่ งวา่ งกา้ นลน้ิ 5. ตรวจสอบท่อทางน้ามนั เชอ้ื เพลงิ 9.6.3 เคร่อื งยนต์เร่งไมข่ นึ้ 6. เปลย่ี นอปุ กรณ์ทจ่ี าเป็น สาเหตุ 7. เปลย่ี นอุปกรณท์ จ่ี าเป็น 8. ตรวจสอบระบบควบคุมมลภาวะ 1. ทอ่ สุญญากาศรวั่ 9. ตรวจสอบระบบหล่อเยน็ 2. ระบบจดุ รเบดิ บกพร่อง 10. ตรวจสอบกาลงั อดั 3. ไสก้ รองอากาศอุดตนั 4. ระยะชอ่ งวา่ งกา้ นลน้ิ ไม่ถูกตอ้ ง 5. ท่อทางน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ตนั 6. คารบ์ ูเรเตอรบ์ กพรอ่ ง 7. EFI บกพรอ่ ง 8. ระบบควบคุมมลภาวะบกพรอ่ ง 9. เครอ่ื งยนตร์ อ้ นจดั 10. กาลงั อดั ต่า UNIT 9 วเิ คราะห์เครอื่ งยนต์ 56

UNIT 1o การป้องกนั ชารุดเสยี หาย การบารุงจงึ ไดจ้ ดั แบ่ง ตามระยะทก่ี าหนด เคร่ืองยนต์หรือเคร่ืองจักรกลต่างๆ ท่ี นามาใช้งานเป็นระยะเวลานานๆ ช้นิ ส่วนของ 10.1 เครอ่ื งยนตบ์ างชน้ิ อาจจะเกดิ การสกึ หรอหรอื ชารดุ เ พ่ื อ ต ร ว จ ส อ บ เ ค ร่ื อ ง ย น ต์ ใ ห้ มี เสยี หายกอ่ นระยะเวลาการใชง้ าน ซ่งึ ตามปกตเิ รา จงึ ควรรจู้ กั วธิ บี ารงุ รกั ษาเคร่อื งยนตแ์ ละรถยนต์ให้ ประสิทธิภาพท่ีพร้อมใช้งานได้ทุกขณะ ทัง้ ยัง อยู่ในสภาพท่ใี ชง้ านได้ตามปกติ แล้วยงั ช่วยลด ป้องกนั ความเสยี หายทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ กบั เคร่อื งยนตไ์ ด้ คา่ ใชจ้ ่ายในการซ่อมแซมชน้ิ ส่วนทส่ี กึ หรออกี ดว้ ย ล่วงหน้า ด้วยการแบ่งแยกการตรวจสอบออกเป็น ระบบสาคญั เมอ่ื ใชง้ านเคร่อื งยนตไ์ ปนานๆ ยอ่ มมกี าร เปลย่ี นแปลงของชน้ิ ส่วนภายในไปตามสภาวะใช้ 10.1.1 การตรวจวดั ระดบั น้ามนั เคร่อื ง งานท่แี ตกต่างกนั สภาพการสึกหรอของชน้ิ ส่วน ต้องตรวจสอบระดบั น้ามนั เคร่ืองได้โดยการดึง จะไม่สามารถชเ้ี ฉพาะลงไปไดช้ ดั เจนวา่ ชน้ิ ส่วนใด เหลก็ วดั ระดบั น้ามนั เคร่อื งเพ่อื เชด็ ทาความสะอาด ควรจะได้รบั ซ่อมแซม เปล่ยี นออก หรอื เพียงแต่ จากนนั้ ใหใ้ สเ่ หลก็ วดั ระดบั น้ามนั กลบั เขา้ ทเ่ี ดมิ ให้ บารงุ รกั ษาเท่านนั้ เหลก็ วดั ระดบั น้ามนั เครอ่ื งอยูใ่ นตาแหน่งเดมิ และ ดงึ เหลก็ วดั ระดบั ออกมาอีกครงั้ เพ่อื ตรวจระดบั ดงั นนั้ ผผู้ ลดิ รถยนต์ จงึ มคี ู่มอื ในการทจ่ี ะ น้ามนั หล่อล่นื ท่มี อี ยู่ภายในอ่างน้ามนั เคร่อื งซ่งึ ต กาหนดระยะเวลาของการตรวจสอบการใช้งาน ม า ม ม ป ก ติร ะ ดับ น้ า มัน เ ค ร่ือ ง ค ว ร อ ยู่ ร ะ ห ว่า ง ของเคร่อื งยนตใ์ ห้เป็นไปตามระยะเวลาหรอื เพ่อื เคร่อื งหมาย จุดสองจุด หรอื สญั ลกั ษณ์แบ่งสอง สว่ น UNIT 10 การบารงุ รักษา รปู ที่ 10.1 ตาแหน่งกา้ นวดั ระดบั น้ามนั หลอ่ ล่นื 10.1.2 การตรวจสภาพท่อทางและรอย รวั่ ซึมของน้ามนั หล่อล่ืน ซ่ึงส่วนมากจะใช้ท่อ ยาง สาหรบั การนาทอ่ ยางมาใชง้ านทาใหเ้ กดิ การ 57

รัว่ ซึม ข อ งน้ ามัน หล่อล่ืน ถ้า ตร วจ พ บว่ามี ขอ้ ควรระวงั ผขู้ บั ขร่ี ถยนตไ์ ม่ควรเปิดฝาหมอ้ น้า น้ามันหล่อล่ืนรัว่ ซึมตามจุดต่อท่อต่างๆ ควร ในขณะทเ่ี ครอ่ื งยนตร์ อ้ นจดั เพราะอาจจะทาใหน้ ้า เปล่ยี นทอ่ น้ามนั หล่อล่นื ใหม่ทนั ที เพราะถา้ ปลอ่ ย ในหม้อน้าท่มี คี วามดนั สูงและมคี วามร้อนสูง พุ่ง ใหน้ ้ามนั หล่อล่นื ของเคร่อื งยนต์ ลดลงมากเกนิ ไป ขน้ึ มาโดนใบหน้าของผขู้ บั ข่ี ทาใหเ้ กดิ อนั ตรายได้ อาจจะทาให้เคร่ืองยนต์ร้อนจัดและอาจทาให้ ลกู สบู ตดิ ได้ 10.1.4 ตรวจสภาพสายรดั ท่อน้า ท่อ ยางหม้อน้าควรตรวจดูว่าสายรดั ท่อน้าเป็นสนิม 10.1.3 การตรวจวดั ระดบั น้าหล่อเยน็ หรอื ไม่ และเกดิ การสกึ หรอหรอื เส่อื มสภาพการใช้ น้าหล่อเยน็ จะระเหยออกไปจากระบบหลอ่ เยน็ ได้ งาน ทาใหน้ ้ารวั่ ซมึ ออกมาตามจุดต่อของทอ่ หมอ้ ก็เน่ืองจากน้าหล่อเย็นได้รับความร้อนจากการ น้า ถา้ พบวา่ มลี กั ษณะดงั กลา่ วควรเปล่ยี นสายรดั ทางานของเคร่อื งยนตจ์ นเดอื ดกลายเป็นไอ ดงั นนั้ ท่อน้าใหม่ทนั ที แต่ถ้าพบว่าสายรดั ท่อน้าหลวม เพ่อื ใหน้ ้าหล่อเยน็ มอี ยู่ในระดบั ท่กี าหนดอยู่เสมอ เกนิ ไปกข็ นั ใหแ้ น่น หรือเพ่ือป้องกันน้าแห้งในระบบหล่อเย็น ผู้ใช้ รถยนตจ์ าเป็นต้องตรวจสอบตาแหน่ง น้าในหม้อ การตรวจสภาพของท่อยางหม้อน้า ควร น้าและถงั สารองให้อยู่ในระหวา่ ง ต่า และเตม็ ถา้ ตรวจดูว่าท่อยางหม้อน้ามรี อยแตก บวม เป่ือย พบวา่ ระดบั น้าในถงั น้าสารองอยู่ในระดบั ต่าสุด วธิ ี และเส่อื มสภาพการใชง้ านหรอื ไม่ ถา้ พบวา่ ท่อยาง ปฏบิ ตั ิ คอื เปิดฝา ถงั น้าจะพอดกี บั ระดบั สูงสดุ ซง่ึ หมอ้ น้าเส่อื มสภาพการใชง้ านตามลกั ษณะต่างๆ บางครงั้ เราอาจจะเปิดฝาหมอ้ น้าเพ่อื ตรวจสอบดู ท่ีได้กล่าวข้องต้น ควรเปล่ียนใหม่ทันทีสภาวะ ว่า น้าท่ีอยู่ในหม้อน้านัน้ มีความสกปรกมาก ตา่ งๆ การบารุงรกั ษา หรอื ไม่ ถา้ พบวา่ น้ามลี กั ษณะขนุ่ ควรเปลย่ี นน้าใน หม้อน้าใหม่ทนั ที เพราะอาจจะทาใหร้ ะบบระบาย 10.1.5 การตรวจสอบระดบั น้ากรดใน ความร้อนของเคร่อื งยนต์เกดิ ความขดั ขอ้ ง เช่น แบตเตอร่ี และการเช่ือมต่อของสาย ระบบ เครอ่ื งยนตร์ อ้ นจดั เป็นตน้ ไฟฟ้ าภายในรถยนต์ได้รับกระแสไฟฟ้ าจาก แบตเตอร่ใี นการทางาน ซ่งึ แบตเตอรจ่ี ะไดร้ บั การ รปู ที่ 10.2 ตาแหน่งแสดงระดบั น้าหลอ่ เยน็ ป ร ะ จุ ไ ฟ จ า ก อัล เ ท อ ร์ เ น เ ต อ ร์ ใ น รู ป แ บ บ ข อ ง พลังงานเคมี และจะจ่ายกระแสไฟให้อุปกรณ์ UNIT 10 การบารงุ รักษา ไฟฟ้าของรถยนตไ์ ด้โดยการเปลย่ี นพลงั งานเคมี ใหเ้ ป็นพลงั งานไฟฟ้า แบตเตอรจ่ี ะสูญเสยี ปรมิ าณ ของน้ากรดให้ลดน้อยลงในขณะท่เี กบ็ ประจไุ ฟฟ้า เขา้ และคายประจอุ อก ดังนัน้ การตรวจระดับน้ากรดก็เพ่ือให้ ความถ่วงจาเพาะของน้ากรดถูกตอ้ งตามทก่ี าหนด 58

ตามมปกตแิ ล้วน้ากรดในแต่ละช่องของแบตเตอร่ี 10.2 ควรจะมรี ะดบั เสมอขอบด้านลา่ งของชอ่ งเตมิ พอดี หรอื เหนือแผน่ ธาตุประมาณ 10 ถงึ 15 มลิ ลเิ มตร ระบบต่างๆ ของเครอ่ื งยนตแ์ กส๊ โซลนี จะมี สาหรบั แบตเตอร่ชี นิดเปลอื กใส ระดบั น้ากรดจะ อายกุ ารทางานโดยขน้ึ อยูก่ บั ระยะทางทร่ี ถยนตว์ งิ่ อยู่ระหวา่ งเสน้ Upper Level และ Lower Level ได้ (ระยะทางเป็ นกิโลเมตร) ซ่ึงช้ินส่วนของ เคร่ืองยนต์ จะสามารถใช้งานได้ยาวนานนั้น รปู ท่ี 10.3 การตรวจสอบระดบั น้าในแบตเตอร่ี จะตอ้ งมกี ารบารุงรกั ษาอย่างสม่าเสมอ 10.1.6 ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ค ว า ม ตึ ง เราจึงควรปฏบิ ตั ิการบารุงรกั ษารถยนต์ สายพาน สายพานท่ใี ช้ขบั เคล่อื นปัม๊ น้า พดั ลม ตามระยะ ดงั ต่อไปน้ี ระบายความรอ้ น อลั เทอรเ์ นเตอร์ เม่อื ถูกใชง้ าน จะเกดิ การหย่อน เป็นสาเหตุทาใหเ้ กดิ เสยี งดงั และ 10.2.1 ร ะ บ บ ร ะ บ า ย ค ว า ม ร้ อ น อุปกรณ์ท่สี ายพานขบั เคล่อื นทางานไม่เป็นปกติ (Cooling System) เม่ือตรวจพบว่าน้าท่ีอยู่ใน ระบบต่างๆ ของเคร่อื งยนตเ์ กดิ การชารุดเสยี หาย หมอ้ น้า หรอื ถงั น้าสารองมคี วามสกปรกอย่างมาก ได้ เช่น อลั เทอร์เนเตอร์ประจุกระแสไฟฟ้าให้ ซ่ึ ง อ า จ ะ ท า ใ ห้ เ ค ร่ื อ ง ย น ต์ มีค ว า ม ร้ อ น สู ง ข้ึน แบตตเตอรไ่ี ดไ้ มเ่ พยี งพอ เ พ รา ะว่า น้ า เ ป็ น ตัวระบา ย ค วา ม ร้อ น อ อ ก จาก เครอ่ื งยนต์ เราจงึ ควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี รปู ท่ี 10.4 การตรวจสอบความตงึ ของสายพาน UNIT 10 การบารงุ รักษา 1) การเปลี่ยน – ถ่ายน้าในหม้อน้า ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ก. สตาร์ทเคร่ืองยนต์ให้ติดแล้วท้ิงไว้ ประมาณ 10-15 นาที แล้วดับเคร่ืองยนต์ และ ต ร ว จ ดู ว่า เ ค ร่ือ ง ย น ต์แ ล ะ ห ม้อ น้ า เ ย็น ล ง แ ล้ว หรอื ไม่ ข. เปิดฝาหม้อน้า โดยใชผ้ า้ รองทฝ่ี าหมอ้ น้าก่อน แลว้ ตรวจดูสภาพของน้าในหมอ้ น้า ค. เปิดวาล์วถ่ายน้าตรงส่วนล่างของหมอ้ น้าออก เพ่อื ปล่อยให้น้าไหลออกมาจากหม้อน้า จนหมด ง. ปิดวาล์วถ่ายน้า แลว้ เตมิ น้าสะอาดลง ไปในหมอ้ น้าใหเ้ ตม็ แลว้ สตาร์ตเคร่อื งยนต์ให้ตดิ อีกครงั้ หน่ึงเพ่อื ทาการล้างหม้อน้า ก่อนท่ีจะใช้ น้ ายาล้างหม้อน้ าเทลงไปในหม้อน้ า ตาม 59

อัตราส่วนเหมาะสม แล้วปิดฝาหม้อน้าให้แน่น ค. ถ้าตรวจพบว่าท่อยางหม้อน้ามีรอย สนิท แตก แล้วมีน้าไหลออกมา ควรเปล่ยี นใหม่ทนั ที โดยการถ่ายน้าออกใหห้ มดแลว้ คลายสกรูของสาย ฉ. สตาร์ตเคร่ืองยนต์ให้ติด แล้วท้ิงไว้ รดั ท่อรดั ท่อน้าออกก่อน ต่อจากนัน้ ให้ดงึ เอาท่อ ประมาณ 15-20 นาที แลว้ ดบั เคร่อื งยนต์ ยางหมอ้ น้าออกมา ซ. เปิดวาลว์ ถ่ายน้าออกใหห้ มด แล้วเตมิ ง. นาท่อยางหมอ้ น้าอนั ใหม่ใส่เขา้ ไป แต่ น้าสะอาดลงไปในหมอ้ จนเตม็ สตารต์ เคร่อื งยนต์ ควรทาจาระบตี รงขอบด้านในของท่อยางหมอ้ น้า ใหต้ ดิ แลว้ จงึ ถ่ายน้าออกใหห้ มด ก่อนทจ่ี ะสวมเขา้ ไปใน แล้วจงึ ใชเ้ ขม็ ขดั รดั ท่อยาง หมอ้ น้าใหแ้ น่น ฌ. เตมิ น้าสะอาด พรอ้ มน้ายาหล่อเยน็ ลง ไปในหมอ้ น้าแลว้ สตารต์ เคร่อื งยนต์ ใหต้ ดิ ไวเ้ พ่อื จ. เตมิ น้าสะอาดลงไปในหม้อน้าให้เต็ม สงั เกตดูระดบั น้าในหม้อน้าจะลดลงหรอื ไม่ และ แลว้ สตารต์ เคร่อื งยนต์ใหต้ ดิ เพ่อื ตรวจดกู ารรวั่ ซมึ ตรวจหารอยรวั่ ซมึ ของน้าตามจุดตอ่ ทอ่ ตา่ งๆ ของน้า โดยการเร่งเคร่อื งยนตพ์ อ ประมาณ แลว้ สงั เกตดูรอยรวั่ ซมึ ของน้าตามจุดต่างๆ รปู ท่ี 10.2 การเปลย่ี นถา่ ยน้าในหมอ้ น้า 10.2.2 ร ะ บ บ ห ล่ อ ลื่ น ( Lubricating 2) การเปลี่ยนสายรดั ท่อน้าและท่อยาง หม้อน้า ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน System) ระบบหล่อล่นื ของเคร่อื งยนตแ์ กส๊ โซลีน ก. ควรตรวจสภาพภายนอกของท่อยาง จะใชน้ ้ามนั หล่อลน่ื เพอ่ื ชว่ ยในการหล่อล่นื ชน้ิ ส่วน หม้อน้าก่อน เม่อื พบวา่ มรี อยแตก บวม เป่ือยยุ่ย ต่างๆ ของเคร่อื งยนต์ เพ่อื ลดการสกึ หรอชว่ ยใน หรือเส่ือมสภาพการใช้งาน ควรเปล่ียนท่อยาง การระบายความร้อน และชะล้างส่งิ สกปรกออก หมอ้ น้าใหม่ทนั ที จ า ก ช้ิน ส่ วน ข อ ง เ ค ร่ือง ย น ต์ เ ป็ น ต้น เ ม่ือ เ ค ร่ือ ง ย น ต์ท า ง า น ไ ปเ ป็ น ระย ะเ วลา ห น่ึ ง ข. ถา้ ตรวจพบวา่ มรี อยรวั่ ออกมาตามจุด น้ามนั หล่อล่ืนในเคร่ืองยนต์ก็จะกลายเป็นสีดา ต่อต่างๆ ของท่อยางหม้อน้า ควรตรวจสอบดูว่า และอาจจะลดน้อยลงไปเร่ือยๆ เม่ือถึงกาหนด สายรดั ท่อน้าหลวมเกนิ ไปหรอื ไม่ ถา้ หลวมเกนิ ไป ระยะเวลา เราจงึ ควรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี กใ็ ชป้ ระแจหรอื ไขควงขนั ใหแ้ น่น 1) การเปล่ียน – ถ่ายน้ามนั หล่อล่ืน ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ก. นารถยนต์ข้นึ ลิฟต์แล้วยกขน้ึ ให้ลอย เหนือจากพน้ื พอทจ่ี ะยนื ปฏบิ ตั งิ านไดอ้ ย่างสะดวก ข. นาถาดเหลก็ หรอื ถงั มารองใหต้ รงรถู ่าย น้ามนั เคร่อื ง UNIT 10 การบารงุ รักษา 60

ค. ใชป้ ระแจแหวน หรอื ประแจกระบอก ง. นากรองน้ามนั หล่อลน่ื อนั ใหม่ใส่เขา้ ไป คลายปลกั๊ ถ่ายน้ามนั เคร่ืองออก แล้วปล่อยให้ โดยใชม้ อื ขนั ใหแ้ น่น น้ามนั เคร่อื งไหลออกมาจนหมด จ. สตาร์ตเคร่ืองยนต์ยนต์ให้ติด แล้ว ง . เม่ือ น้ า มัน เค ร่ือ ง ไ ห ลอ อ ก ม า จน ต ร ว จ ดู ร อ ย รั่ว ซึ ม บ ริ เ ว ณ ร อ บ ๆ ก ร อ ง หมดแล้ว ให้ใชป้ ระแจขนั ปลกั๊ ถ่ายน้ามนั เคร่อื งให้ น้ามนั หล่อลน่ื แน่น รปู ท่ี 10.5 การเปลย่ี นกรองน้ามนั เคร่อื ง จ. เปิดฝาเติมน้ามนั เคร่ืองออก แล้วนา ข้อแนะนา ควรใช้จาระบีทาซีลยางของกรอง กรวยใส่เขา้ กบั รูเตมิ แลว้ นาน้ามนั มาเตมิ ลงไปใน น้ามนั หล่อล่นื ก่อนท่จี ะประกอบเขา้ ไป และควร เคร่ืองยนต์ ตามปริมาณท่ีคู่มือของรถกาหนด ตรวจดูรอยรวั่ ซมึ ของน้ามนั หล่อล่นื ตามจุดต่างๆ ก า ห น ด ไ ว้เม่ือ เติมเส ร็จ แล้วใ ห้ปิ ด ฝาเติม ของระบบหลอ่ ลน่ื น้ามนั เครอ่ื งไว้ 10.2.3 ระบบน้ ามันเชื้อเพลิ ง (Fuel ฉ. สตารต์ เคร่อื งยนตใ์ หต้ ดิ ทง้ิ ไวป้ ระมาณ System) ระบบน้ามนั เชอ้ื เพลิง เป็นอกี ระบบหน่งึ 10-15 นาที เพ่อื ใหน้ ้ามนั เครอ่ื งมอี ณุ หภูมสิ ูงขน้ึ ท่ีมีความสาคัญอย่างมากของเคร่ืองยนต์แก๊ส โซลีนเพราะการจุดระเบิดในแต่ละครัง้ ของ ช. ดบั เครอ่ื งยนตแ์ ลว้ ดงึ เหลก็ วดั ขน้ึ มา ใช้ เคร่อื งยนต์จะต้องเกดิ การลุกไหม้ ส่วนผสมของ ผา้ เชค็ น้ามนั เคร่อื งท่เี หลก็ วดั ออกให้หมดต่อจาก อากาศกบั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ในอตั ราสว่ นทเ่ี หมาะสม นนั้ ให้เสยี บเหลก็ วดั ลงไปตาแหน่งเดมิ จนสดุ แล้ว กับเคร่ืองยนต์ ส่วน ประกอบของระบบน้ามัน ดงึ ขน้ึ มาอกี ครงั้ ตรวจดูระดบั น้ามนั เครอ่ื งทว่ี ดั ได้ เชอ้ื เพลงิ จะประกอบดว้ ยอุปกรณ์ต่างๆ เชน่ ถงั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ คาร์บูเรเตอร์ ปัม๊ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ถา้ ยงั ไม่ถงึ ขดี F ใหเ้ ตมิ น้ามนั เครอ่ื งลงไป และกรองน้ามนั เชอ้ื เพลิง เป็นต้น เราควรมกี าร อกี จนกวา่ จะถงึ ขดี F พอดี บารุงรกั ษาอปุ กรณ์ตา่ งๆ ในระบบน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ข้อควรระวงั ใชน้ ้ามนั เคร่อื งใหต้ รงตามคูม่ อื ของ ดงั ตอ่ ไปน้ี ร ถ ย น ต์ แ ล ะ ต ร ว จ ดู ร อ ย รัว่ ซึม ท่ีป ลัก๊ ถ่ า ย น้ามนั เครอ่ื งดว้ ย 61 2) การเปล่ียนกรองน้ามันหล่อล่ืน ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ก. เปิดฝากระโปรงรถยนต์ข้ึน แล้วใช้ ผา้ ยางคลุมกนั สรี ถยนต์ ข. ใช้เคร่ืองมือถอดกรองน้ามันหล่อล่นื ออก แลว้ รอใหน้ ้ามนั เคร่อื งไหลออกมาจนหมด ค, ใชผ้ า้ เชด็ ทาความสะอาดหน้าแปลน ของเสอ้ื กรองน้ามนั หล่อลน่ื ใหส้ ะอาด UNIT 10 การบารงุ รักษา

1) การทาความสะอาดคาร์บูเรเตอร์ เรยี บรอ้ ย แลว้ ลา้ งทาความสะอาดภายนอกของถงั น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ก . ถอดหม้อก รองอากาศออกจาก จ. ใชน้ ้ามนั เชอ้ื เพลงิ เตมิ ลงไปในถงั แลว้ เขย่าไปมาเพ่อื ใหน้ ้ามนั ชะล้างเอาสงิ่ สกปรกทอ่ี ยู่ คารบ์ เู รเตอร์ ภาย ในถงั ออกมาให้หมด ถอดถุงพลาสตกิ ออก ข. ถอดท่อทางน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ทต่ี ่อเขา้ กบั แล้วเ ท น้ า มัน เ ช้ือ เ พ ลิง อ อ ก จ า ก ถัง ปฏิบัติ เหมอื นเดมิ ประมาณ 2 – 3 ครงั้ คารบ์ ูเรเตอร์ ออกใหห้ มดแลว้ ถอดสายคนั เร่งออก จากคารบ์ เู รเตอร์ ฉ. เทน้ามนั เช้อื เพลิงภายในถังออกให้ หมด แล้วใชส้ ายลมเป่ าไล่ส่ิงสกปรกทต่ี กค้างอยู่ ค. คลายน็อตยดึ คารบ์ ูเรเตอรอ์ อกให้หมด ภายในถงั และทอ่ ทางน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ออก ทกุ ตวั ช. ยกถังน้ามนั เช้อื เพลิงไปประกอบไว้ ง . ถ อ ด แ ย ก ช้ิ น ส่ ว น ต่ า ง ๆ ข อ ง ตาแหน่งเดิม แล้วต่อท่อทางน้ามนั เช้อื เพลงิ ให้ คาร์บูเรเตอร์ออก แล้วล้างทาความสะอาดด้วย เรยี บรอ้ ย น้ามนั เบนซิน เป่ าให้แหง้ ด้วยลมหรอื เชด็ ใหแ้ ห้ง ดว้ ยผา้ สะอาด 10.2.4 ร ะ บ บ จุ ด ร ะ เ บิ ด ( Ignition จ . ป ร ะ ก อ บ ช้ิ น ส่ ว น ต่ า ง ๆ ข อ ง System) ท่ใี ชใ้ นเคร่อื งยนตแ์ ก๊สโซลนี เป็นระบบ คารบ์ ูเรเตอรย์ อ้ นตามลาดบั การถอด จุดระเบดิ ดว้ ยแบตเตอร่ี ซ่งึ จะมอี ุปกรณ์ต่างๆ เชน่ ฉ. ประกอบหมอ้ กรองอากาศเขา้ ตาแหน่ง สวติ ชจ์ ุดระเบดิ คอยล์จุดระเบดิ จานจ่าย สายไฟ เดมิ แรงต่า และสายไฟแรงสูง เป็นต้น เราควรมกี าร บารุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ของระบบจุดระเบิด ช. สตาร์ตเครอ่ื งยนตใ์ หต้ ดิ เพ่อื ตรวจสอบ ดงั ตอ่ ไปน้ี ดกู ารทางานของคารบ์ เู รเตอร์ 1) การทาความสะอาดหรือเปลี่ยน 2) การ ทาค วาม สะ อาด ถัง น้ า มัน เชื้อเพลิง ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน และปรับตัง้ ระยะห่างหน้ าทองขาว ลาดับ ก. ยกรถยนตข์ น้ึ โดยใชล้ ฟิ ตย์ กรถ ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน ข. ใชป้ ระแจกระบอก หรอื ประแจกแหวน ก. เปิดฝาครอบจานจ่าย แล้วถอดหวั โร คลายปลกั๊ ถ่ายน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ออกใหห้ มดโดยใช้ ถงั รองน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ไวด้ า้ นล่าง เตอรอ์ อก ค. ถอดท่อทางน้ามนั เชอ้ื เพลงิ ทต่ี ่อกบั ถงั ข. หมุนเคร่อื งยนต์ไปตามเขม็ นาฬกิ าให้ น้ามนั เชอ้ื เพลงิ ออกใหห้ มด ง. ยกถังน้ามันเช้ือเพลิงลงมาด้านล่าง สบู 1 อดั สุด แล้วใชถ้ ุงพลาสตกิ ปิดท่อทางน้ามนั เช้อื เพลิงให้ ค. ตรวจดวู า่ หน้าทองขาวเปิดออกหรอื ยงั ให้ไขควงปากแบนคลายสกรูออก แล้วนาฟิลเลอร์ UNIT 10 การบารงุ รกั ษา 62

เกจมาวดั ระยะห่างของหน้าทองขาว (ค่ากาหนด โซลีน เพราะว่าอากาศท่จี ะนาไปผสมกบั น้ามนั 0.30 – 0.45 มลิ ลเิ มตร) เชอ้ื เพลงิ นนั้ จะตอ้ งมคี วามสะอาดบรสิ ุทธิ ์สาหรบั อุปกรณ์ท่ีทาหน้าท่ีกรองฝ่ ุนละอองหรือดักส่ิง ง. เมอ่ื วดั ไดต้ ามค่าทก่ี าหนดแลว้ กข็ นั สก แปลกปลอมท่ปี ะปนมากบั อากาศ คอื หมอ้ กรอง รูใหแ้ น่น อากาศ และมอี ุปกรณ์อ่นื ๆ เชน่ ทอ่ รว่ มไอดี ลน้ิ ไอ ดี เป็นต้น การบารุงรกั ษาระบบไอดี ควรปฏบิ ตั ิ จ. นาหวั โรเตอรม์ าใส่เขา้ กบั ตาแหน่งเดมิ ดังน้ี การทาความสะอาดหรือเปล่ียนกรอง แลว้ ปิดฝาครอบจานจา่ ย อากาศ ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน 2) การทาความสะอาดหรือเปลี่ยนหวั ก. ถอดฝาครอบหมอ้ กรองอากาศออก ข. นาไส้กรองอากาศออกมา แล้วใช้ลม เทียน ลาดบั ขนั้ ตอนในการปฏบิ ตั งิ าน เป่า จากดา้ นในออกมาดา้ นนอก เพ่อื ใหฝ้ ่นุ ละออง ทต่ี ดิ อย่กู บั ไสก้ รองอากาศหลุดอกมาใหห้ มด ก. ถอดสายไฟแรงสงู ออกจากหวั เทยี นให้ ค. ใช้ผ้าสะอาดเช็ดภายในหม้อกรอง หมดทกุ ตวั อากาศใหส้ ะอาด ง. นาไส้กรองอากาศประกอบเข้าท่ี ข. ถอดหวั เทยี นออกให้หมดทุกตวั แลว้ ตาแหน่งเดมิ ตรวจดวู า่ หวั เทยี นสกปรกหรอื ไม่ จ. ประกอบฝาครอบหมอ้ กรองอากาศ ขอ้ เสนอแนะ ถา้ ตรวจพบวา่ ไสก้ รองอากาศมรี อย ค. ทาความสะอาดหวั เทยี นโดยการนาหวั ฉีกขาดหรอื เส่อื มสภาพการใช้งาน ให้เปล่ยี นไส้ เทียนไปประกอบเขา้ กบั เคร่อื งล้างหวั เทยี นหรอื กรองอากาศใหม่ทนั ที ลา้ งดว้ ยน้ามนั เบนซนิ แลว้ ใชล้ มเป่าใหแ้ หง้ ง. ปรับตัง้ ระยะห่างของเข้ยี วหัวเทียน ดว้ ยฟิลเลอรเ์ กจ (คา่ กาหนด 0.6 – 0.7 มลิ ลเิ มตร) จ. ถ้าตรวจพบว่าหวั เทยี นมรี อยแตกร้าว หรอื เสอ่ื มสภาพการใชง้ าน ใหเ้ ปลย่ี นหวั เทยี นใหม่ ฉ. ประกอบหัวเทียนและสายไฟแรงสูง เขา้ ทต่ี าแหน่งเดมิ รปู ที่ 10.5 การปรบั ตงั้ ระยะห่างหวั เทยี น รปู ท่ี 10.5 การทาความสะอาดกรองอากาศ 10.2.5 ระบบไอดี (Intake System) เป็น 63 อกี ระบบหน่ึงท่มี คี วามสาคญั ของเคร่อื งยนต์แก๊ส UNIT 10 การบารงุ รกั ษา

JOB SHEET Module 1 1 ทำกำรเชอ่ื มต่อสำยไฟขวั้ + ผำ่ นเขำ้ แอมมเิ ตอร์ 2 และออกจำกแอมมเิ ตอรเ์ ขำ้ ขวั้ 30 ของมเิ ตอร์ 3 สตำรท์ จำกนนั้ ทำกำรเช่อื มขวั้ – กบั โครงของ 4 มอเตอร์สตำร์ท เมื่อทำกำรทดสอบแล้ว มอเตอรส์ ตำรท์ จะไมท่ ำงำน Module 1 การตรวจสอบระบบสตารท์ เช่อื มต่อมอเตอร์สตำร์ทด้วยขวั้ 50 จะทำให้ มอเตอรส์ ตำรท์ ทำงำน ดว้ ยกำรท่เี ฟืองพเิ นยี น (เฟื องขบั ) ขยับด้วยแรงของสนำมแม่เหล็ก ดว้ ยกระแสประมำณ 55A ทแ่ี รงดนั 11V. กำรทดสอบขดลวดดึงด้วยกำรเช่อื มต่อตำม ภำพ ขวั้ + เช่อื มต่อท่ขี วั้ 50 ทำงด้ำนของขวั้ ลบเช่ือมลงโครงและขัว้ C ของตัวสวิสต์ แม่เหลก็ เมื่อทำกำรทดสอบจะเหน็ เฟื องขบั เลื่อนออกมำ ถำ้ หำกปลดขวั้ C ออก จะเหน็ ไดว้ ำ่ เฟืองขบั จะ ไม่ทำงำน คือจะแสดงให้เห็นได้ว่ำยังคง ลกั ษณะกำรทำงำนแบบเดมิ อยู่ แตถ่ ำ้ หำกถอด ขวั้ ลบออกจำกโครงของสวสิ ต์แม่เหลก็ เฟืองขบั จะทำงำนดว้ ยกำรเลอ่ื นกลบั เขำ้ ไปดงั เดมิ 65

JOB SHEET Module 2 1 1. ทำกำรตรวจสอบสำยขวั้ B วำ่ มกี ำรตอ่ ถกู 2 ตำแหน่งของกำรชำรจ์ หรอื ไม่ 3 4 2. ทำกำรสตำรท์ เครอ่ื งยนต์ 3. ยกขวั้ + จำกแบตเตอรอ่ี อก ถำ้ เคร่อื งดบั Module 2 การตรวจสอบระบบไฟชารจ์ แสดงวำ่ ไดชำรจ์ มปี ัญหำจำกกำรทำงำน 4. ตรวจสอบสำยไฟชำรจว์ ำ่ ขนั แน่นหรอื ไม่ ใชเ้ วอรเ์ นยี รว์ ดั ระยะควำมยำวของแปรงถำ่ น ค่ามาตรฐาน 9.5 – 11.5 mm. ค่ำต่ำสดุ 1.5 mm. ถำ้ วดั คำ่ ไดแ้ ลว้ มคี ำ่ ต่ำกวำ่ 1.5 mm. ควรทำกำรเปลย่ี นแปรงถำ่ น ด้วยกำรใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั ควำมต่อเน่ืองระหวำ่ ง ขวั้ F และขวั้ B กำรวดั ระหวำ่ งขวั้ + และ - จะตอ้ ง มีควำมต่อเน่ืองระหว่ำงกนั เพียงทิศทำงเดียว หำกวัดแล้วไม่มีควำมต่อเน่ือง หรือต่อเน่ือง สองทศิ ทำงควรทำกำรเปลย่ี นเรก็ กเู ลจเตอร์ ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรว์ ดั ควำมต่อเน่อื งระหว่ำงขวั้ F และ ขวั้ E กำรวดั ระหวำ่ งขวั้ + และ - จะต้องมคี วำม ต่อเน่ืองระหว่ำงกนั เพียงทิศทำงเดียว หำกวดั แลว้ ไม่มคี วำมต่อเหน่ือง หรอื ไม่ต่อเน่ืองควรทำ กำรเปลย่ี นเรก็ กูเลจเตอร์ 66

5 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์วดั ค่ำควำมต้ำนทำนระหว่ำงเส้น 6 ขดลวดค่ำมำตรฐำนต่ำกว่ำ 1 และตรวจสอบ 7 เส้นลวดกบั โครงของอลั เทอร์เนเตอร์ต้องมีค่ำ 8 มำกกวำ่ 10 k หรอื สงู กวำ่ 9 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ตรวจสอบควำมต่อเน่ืองระหวำ่ งขวั้ Module 2 การตรวจสอบระบบไฟชารจ์ P1, P2, P3 และ B และระหว่ำงขวั้ P1, P2, P3 และ E มำตรฐำนจะต้องมีควำมต่อเน่ืองระหวำ่ ง กันเพียงทิศทำงเดียว หำกวดั แล้วไม่มีควำม ต่อเน่ือง หรือต่อเน่ืองสองทิศทำงควรทำกำร เปลย่ี นเรก็ ตไิ ฟเออร์ ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ตรวจสอบควำมต่อเน่อื ง ตงั้ ย่ำนมลั ตมิ เิ ตอร์ไปท่โี อห์มวดั ควำมต้ำนทำนระหว่ำงสลิ ปรงิ ค่ำมำตรฐำนประมำณ 1.7-2.1 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรต์ รวจสอบควำมกำรชอ๊ ตของขดลวด ดว้ ยกำรใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรใ์ นย่ำนโอห์มค่ำมำตรฐำน 10k หรือมำกกว่ำ หำกมีค่ำไม่ถึงแสดงว่ำมี กำรช๊อตระหว่ำงขดลวดทำใหเ้ กดิ ควำมต่อเน่ือง ของขดลวดในย่ำนวดั โอหม์ ตรวจสอบควำมขรุขระของสลปิ รงิ (ผวิ ของสลิ ปิ รงิ จะมีขนำดเสมอกนั หำกใช้แล้วจะมีรอยสกึ ของ แปรงถ่ำนท่เี กดิ กำรเสยี ดสกี นิ เน้อื ของโลหะ) และ วดั ระยะเส้นผ่ำนศูนย์กลำงประมำณ 14.2 -14.4 mm. ต่ำกว่ำท่ียอมรับได้ 12.8 mm. ถ้ำมีค่ำต่ำ กวำ่ ควรทำกำรเปลย่ี นสลปิ รงิ 67

JOB SHEET Module 3 1 1. ตดิ ตงั้ ไทมม์ งิ่ ไลท์ ดว้ ยการคบี สายหวั เทยี น 2. ทาการสตารท์ เคร่อื งยนต์ 3. ตรวจสอบการทางานของไทมม์ งิ่ ไลท์ (เมอ่ื หวั เทยี นเกดิ ประกายไฟจะเกดิ กระแสไหลผา่ น สายไฟทาให้หลอดไฟไทม์ม่ิงไลท์สว่างข้นึ จากการตดั ผา่ นของโรเตอร์ 2 ใชฟ้ ิลเลอร์เกจวดั ระยะห่างระหว่างหน้าทองขาว ในตาแหน่งท่แี กนโรเตอร์ทามุมให้แขนของหน้า ทองขาวเกดิ การยกตวั เกิดช่องห่างระหว่างกนั ของหน้าทองขาว ค่ามาตรฐาน 0.45 mm. 3 หากไม่ได้มาตรฐานตามรูปท่ี 2 ให้ทาการหมุน แกนโรเตอร์ให้มุมดเวล ทาการยกตวั ของแขน หน้าทองขาวจะเกดิ เป็นชอ่ งวา่ ง (Air gap)จากนนั้ ทาการปรบั ตงั้ จานจ่ายด้วยการใชไ้ ขควง ปิดสก รปู ละทาการบดิ มุมบากของแขนทท่ี าการปรบั ตงั้ 4 ตงั้ ตวั ปรบั คา่ ออกเทนตามคา่ มาตรฐานของเคร่อื ง แต่ละเคร่อื ง ด้วยการปรบั เสน้ Center Line และ เสน้ Setting Mark ใหต้ รงกนั และทาการปรบั ตาม ค่าทต่ี อ้ งการ Module 3 การตรวจสอบสอบระบบระบบจุดระเบดิ แบบหนา้ ทองขาว 68

5 ใชม้ ลั ติมเิ ตอร์วดั ค่าความต้านทานของอุปกรณ์ ดว้ ยการตงั้ ย่านในการวดั ทต่ี าแหน่งโอหม์ มเิ ตอร์ ความต้านทานประมาณ 1.2 6 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรต์ รวจสอบต้านทานระหวา่ งขดลวด ปฐมภูมขิ องคอยลจ์ ุดระเบดิ ขวั้ + และ ขวั้ – ความต้านทานประมาณ 1.3–1.7 7 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรต์ รวจสอบตา้ นทานระหว่างขดลวด ทุตยิ ภูมขิ องคอยลจ์ ดุ ระเบดิ ขวั้ + และ ขวั้ สายไฟ แรงสูง ความต้านทานประมาณ 10 –15 k 8 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ตรวจสอบความต่อเน่ืองระหวา่ งขวั้ + และกราวน์ตวั ถงั ตอ้ งปรากฎเป็นอนิ ฟินติ ้ี 9 ค่าความต้านทานไม่ควรเกิน 25 k หากมีค่า เกินกาหนดควรทาการเปล่ยี นสายหวั เทยี นใหม่ หากยงิ่ มคี ่าความตา้ นทานน้อยกระแสท่ไี หลผา่ น ของหวั เทยี นจะไหลผา่ นไดง้ ่ายมากยงิ่ ขน้ึ Module 3 การตรวจสอบสอบระบบระบบจุดระเบดิ แบบหนา้ ทองขาว 69

JOB SHEET Module 4 1 1. ตรวจสอบแรงดนั ไฟฟ้าท่ขี วั้ ลบของคอลย์จุด ระเบดิ และสายไฟตวั ตา้ นทาน 2. เปิดสวติ ชก์ ญุ แจในตาแหน่ง On 3. ตรวจสอบแรงดนั ไฟฟ้าระหว่างคอลยข์ วั้ ลบ และสายไฟเสน้ สเี หลอื ง ค่าแรงดนั ไฟประมาณ 12 โวลต์ 2 1. ปลดสายไฟจากจานจ่าย 2. ปรบั ตงั้ ย่านวดั โอห์ม 1 หรอื 10 ใช้โอห์ม มเิ ตอร์วดั ขวั้ สายไฟทงั้ สองขวั้ มป่ี ลดออกจาก ปลกั๊ จานจา่ ย 3 3. เปิดสวติ ชจ์ ดุ ระเบดิ On 4. ตรวจสอบแรงดนั ไฟระหวา่ งขวั้ - ตวั ตา้ นทาน ค่าแรงดนั ไฟควรเข้าใกล้ 0 4 1. ตรวจสอบระยะหา่ งของชอ่ งวา่ งสนามแม่เหลก็ 2. ปรับตัง้ ระยะห่างช่องว่างระหว่างโรเตอร์ และป๊ิกอพั คอลด์ ว้ ยการใชฟ้ ิลเลอรเ์ กจ ระยะห่างช่องวา่ ง 0.2 – 0.4 มม. Module 4 การตรวจสอบระบบจุดระเบดิ แบบทรานซสิ เตอร์ 70

5 1. ตรวจสอบขวั้ กาเนิดสญั ญาณ 2. ตรวจสอบความต้านทานดว้ ยการวดั คา่ ความ ตา้ นทาน ความต้านทาน 130 – 190 6 ตรวจสอบค่าความตา้ นทานของคอยลจ์ ุดระเบดิ ท่ี ขดลวดปฐมภูมิ ความต้านทานประมาณ 1.3–1.7 7 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ตรวจสอบตา้ นทานระหวา่ งขดลวด ทุตยิ ภูมขิ องคอยล์จุดระเบดิ ขวั้ + และ ขวั้ สายไฟ แรงสงู ความต้านทานประมาณ 10 –15 k 8 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรต์ รวจสอบความต่อเน่ืองระหวา่ งขวั้ + และกราวน์ตวั ถงั ตอ้ งปรากฎเป็นอนิ ฟินิต้ี 9 ตรวจสอบคา่ ความตา้ นทานของสายตวั ตา้ นทาน ความต้านทานประมาณ 1.2 Module 4 การตรวจสอบระบบจุดระเบิดแบบทรานซสิ เตอร์ 71

JOB SHEET Module 5 1 การต่อวงจรไฟตามภาพท่ีปรากฎด้วยการใช้ แหล่งจ่ายไฟจากสองแหล่ง คอื 12 โวลต์ เขา้ ขวั้ +B และแรงดนั ไฟ 3 โวลต์ป้อนเขา้ ขวั้ IGT เป็น จงั หวะกระพรบิ 2 ตรวจสอบฝาครอบจานจ่ายดว้ ยการใชม้ ลั ตมิ เิ ตอร์ วดั คา่ ความตา้ นทาน ค่ามาตรฐานไมเ่ กิน 25 3 ตรวจสอบขดลวดปฐมภูมภิ ายในจานจ่าย (ขณะ เคร่อื งเยน็ ) ตามรูปภาพประกอบ ความต้านทานประมาณ 1.28-1.56 4 ตรวจสอบขดลวดทุตยิ ภูมภิ ายในจานจ่าย (ขณะ เคร่อื งเยน็ ) ตามรปู ภาพประกอบ ความต้านทานประมาณ 10.4-14.0 Module 5 การตรวจสอบระบบจดุ ระเบิดแบบ IIA 72

5 ตรวจสอบระยะหา่ งระหวา่ งโรเตอรแ์ ละขดลวดป๊ิก อัพคอยล์ ด้วยการใช้ไฟฟิ ลเลอร์เกจในการ ตรวจวดั (ถ้าหากน้อยเกนิ ไปอาจทาใหก้ ารหมุน ของแกนโรเตอรต์ ดิ ขดั แต่หากมากเกนิ ไปอาจส่ง สญั ญาณผดิ พลาดได)้ ความมาตรฐานประมาณ 0.2 มม. 6 ใชม้ ลั ตมิ เิ ตอรต์ รวจสอบตา้ นทานของป๊ิกอพั คอยล์ ระหวา่ งขวั้ G1 และ G, NE และ G- ความต้านทานประมาณ 140–180 ถ้าหากค่าความต้านทานไม่ไดต้ ามมาตรฐานให้ เปลย่ี นตวั ใหม่ Module 5 การตรวจสอบระบบจดุ ระเบดิ แบบ IIA 73

JOB SHEET Module 6 1 ตรวจสอบคอยลจ์ ุดระเบดิ ดว้ ยการถอดชุดคอยล์ จุดระเบดิ และทาการทดสอบ สงั เกตุประกายไฟท่ี ออกมาจากหวั เทยี น 2 การตรวจสอบคอยล์จุดเบิดแบบ DIS (Direct Ignition System) ด้ ว ย ก า ร ต่ อ ส า ย ไ ฟ กั บ แหล่งจ่ายไฟสองสว่ นไดแ้ ก่ไฟ 12 โวลตต์ ่อเขา้ กบั +B และดา้ นลบต่อลง GND 3 และทาการต่อสายไฟอกี ชุดเขา้ กบั แหล่งจ่ายไฟ ขนาด 5 โวลต์เข้าขัว้ IGT ด้วยการกาหนด สัญญาณพัลส์ (การกระพริบ) และทาการพ่วง GND ด้วยโลหะนามาล่อไว้ทางจุดกาเนิดของ ประกายไฟหวั เทียน (ส่วนขวั้ IGF ปล่อยท้งิ ไว้ เน่ืองจากเป็นขวั้ ท่รี บั สญั ญาณ IGT กระตุ้นเพ่อื ป้อนการทางานในการสงั่ ฉดี น้ามนั เขา้ ยงั กลอ่ ง Module 6 การตรวจสอบระบบจุดระเบิดแบบดีไอเอส 74

JOB SHEET Module 7 1 หมุนเคร่อื งยนต์ให้สูบ 1 ตำแหน่งอดั สุด สงั เกต 2 จำกหน้ำพูเล่ให้สญั ลักษณ์มำร์คไทม์มง่ิ ตรงกบั 3 มำรค์พูเล่ (วำล์วไอดี และวำล์วไอเสยี ต้องขยบั 4 ได)้ Module 7 การปรบั ต้ังวาล์วเครอ่ื งยนต์ ปรบั ตงั้ ระยะห่ำงวำลว์ ตำมลูกศรช้ี โดยพจิ ำรณำ จำกหน้ำเคร่อื งยนต์ ระยะห่างวาลว์ IN 0.13 mm. (0.0051 in) EX 0.23 mm. (0.0091 in) ใชฟ้ ิลเลอร์เกจววดั ระหว่ำงตนี วำลว์ และกระเดอ่ื ง กดวำลว์ และคำยนตั ลอ็ ค และขนั สกรปู รบั ตงั้ ตำม ค่ำระยะห่ำงมำตรฐำน เม่อื ได้ค่ำทำกำรขนั นตั ลอ็ ตสกรปู รบั ตงั้ ทำกำรหมุนหน้ำพูเลเคร่อื งยนต์ 360 องศำ (อกี หน่ึงรอบเพ่ือให้มำร์คมำตรงท่ีตำแหน่งเดิม ) ปรบั ตงั้ ระยะห่ำงวำลว์ ตำมลูกศรช้ี โดยพจิ ำรณำ จำกหน้ำเครอ่ื งยนต์ ตำมคำ่ มำตรฐำน 75

5 หมุนพูเล่เพลำขอ้ เหวย่ี ง ใหต้ ำแหน่งมำรค์ ตรงสูบ 6 1 จะอยู่ในตำแหน่งอดั สุด จมูกวำล์วจจะไม่กดลง 7 ทถ่ี ้วยแผ่นชมิ ถ้ำยงั กดอยู่ให้หมุนเคร่อื งยนตอ์ กี 8 360 องศำ (1 รอบ) 9 ตรวจสอบระยะห่ำงวำล์วด้วยกำรใชฟ้ ิลเลอร์เกจ ระหวำ่ งลูกเบย้ี วและตนี วำลว์ Module 7 การปรบั ตัง้ วาล์วเครอื่ งยนต์ ระยะห่างวาลว์ IN 0.15 – 0.25 mm. EX 0.20 – 0.30 mm. จดบนั ทกึ และทำกำรหมุนอีก 360 องศำ และทำ กำรตรวจสอบวำลว์ ทเ่ี หลอื จำกกำรตงั้ วำลว์ หำกวำล์วไม่ได้มำตรฐำนให้ใช้เคร่ืองมือพิเศษ SST (A) กดวำลว์ ลง และนำ SST (B) คนั ระหวำ่ ง ลกู เบย้ี วและตนี วำลว์ และนำ SST (A) ออกมำ นำแผ่นชมิ ทต่ี อ้ งกำรปรบั ตงั้ ออกมำดว้ ยกำรใชไ้ ข ควงขนำดเลก็ งดั ร่องแผน่ ชมิ ออกมำ พิจำรณำระยะควำมหนำแผ่นชิมด้วยกำรใช้ ไมโครมเิ ตอร์ ดว้ ยกำรคำนวนจำกสตู ร Intake: N = T + ( A - 0.20) Exhaust: N = T + (A - 0.25) เม่อื T คอื ควำมหนำแผ่นชมิ ท่ใี ช้, A คอื ระยะห่ำงวำลว์ ทว่ี ดั ได,้ N คอื ควำมหนำแผ่นชมิ ใหม่ 76

JOB SHEET Module 8 1 ทำกำรหมุนเพลำลูกเบ้ียวด้วยประแจบล็อกให้ 2 ตำแหน่ง O อยู่ด้ำนบน (เป็นตำแหน่งท่ีสูบ 1 3 วำล์วไอดีและไอเสียปิดทัง้ คู่ ในจังหวะอัดสุด 4 ของวฏั จกั รออตโต) Module 8 การปรบั ต้ังสายพานไทมม์ งิ่ ทำกำรหมุนเพลำขอ้ เหวย่ี งของเคร่อื งยนต์ให้จำ แหน่งท่เี ฟืองพูเล่ ตรงกบั ตำแหน่งทเ่ี สอ้ื สบู (เป็น ตำแหน่งท่ลี ูกสูบท่ี 1 อยู่บนสุด เสมอกบั ฝำเส้อื สบู ) ตดิ ตงั้ ลูกลอกปรบั ตงั้ ควำมตงึ สำยพำนดว้ ยกำรใช้ ประแจขันแน่นตำมแรงขัน (แล้วแต่รุ่นของ เ ค ร่ือ ง ย น ต์บ ำ ง รุ่ น จ ะ เ ป็ น อีก ลัก ษ ณ ะ ท่ี ยกตวั อย่ำงคอื รุ่นของเครอ่ื งยนต์ 4A) ทำกำรใส่สำยพำนไทม์มง่ิ โดยพจิ ำรณำตำแหน่ง มำรค์ ทงั้ 4 จดุ (ทเ่ี ฟือง 2 จดุ ทเ่ี สอ้ื 2 จุด) ใหต้ รง และทำกรใส่สำยพำนไทม์มงิ่ จำกนนั้ ทำกำรหมนุ ตรวจสอบ ตอ้ งไม่มกี ำรขยบั ตำแหน่งของมำรค์ ท่ี ทำไว้ 77

JOB SHEET Module 9 1 การตรวจสอบหม้อน้าทาไดด้ ้วยการใชส้ ายตาใน 2 การพิจารณารอยรัว่ ซึมรอบหม้อน้า แลการ 3 ทดสอบด้วยการใชเ้ คร่อื งทดสอบรอยรวั่ ตามรูป 4 ด้วยการสร้างแรงดนั เข้าไปในระบบด้วยการใช้ แรงดนั ประมาณ 17 PSI Module 9 การตรวจสอบระบบระบายความรอ้ น ทาการตรวจสอบวาล์วน้ าด้วยการถอดวาล์วน้ า ออกจากตวั เครอ่ื งยนต์ แลว้ นามาตม้ เพอ่ื ใหค้ วาม รอ้ น เ ม่ือ ถึง อุณหภูมิท าง านม ากก ว่า 80 อ ง ศา เซลเซียส วาล์วน้าจะถูกเปิดออกใหน้ ้าร้อนไหล ออก และนาน้าเยน็ เขา้ มาแทนท่ี ทาการตรวจสอบดว้ ยการป้อนแรงดนั ไฟฟ้า 12V. เข้าขวั้ + และ – จะทาให้พดั ลมหม้อน้าทางาน หากไม่ทางานลองใชม้ อื หมนุ ชว่ ย (เมอ่ื ใชม้ อื หมุน ช่วยแล้วทางาน หรือไม่ทางานเลยควรทาการ เปลย่ี นมอเตอรห์ มอ้ น้าใหม่) 78

JOB SHEET Module 10 1 ระดบั น้ำมนั เคร่อื งควรอยรู่ ะหวำ่ ง L และ F ถำ้ ต่ำ 2 กว่ำ L ควรทำกำรเติมน้ำมนั เคร่ืองเพ่ิมจนถึง 3 ระดบั F แต่ถำ้ หำกมำกเกนิ ไปจะทำใหเ้ คร่อื งยนต์ 4 อดื มำกขน้ึ Module 10 การตรวจสอบระบบหลอ่ ลน่ื ควรทำกำรตรวจสอบแรงดนั น้ำมนั เคร่อื งด้วยกำร สตำรม์ เคร่อื งและทำกำรอุ่นเคร่อื งให้ได้อุณหภูมิ ปกติ และใชเ้ กจวดั แรงดนั น้ำมนั ท่รี อบเดินเบำ แรงดนั ประมำณ 4.3 PSI ถ้ำรอบท่ี 3,000 RPM แรงดนั ประมำณ 36-71 PSI ในกำรถอดประกอบเคร่อื งยนตอ์ ยำ่ งแรกทค่ี วรทำ คือกำรถ่ำยน้ำมนั เคร่อื งออกมำจำกเคร่อื งยนต์ ท่ีน็อตใต้เคร่ืองประมำณเบอร์ 17 จะมีแหวน ทองแดงรองเพ่อื กนั น้ำมนั ซมึ ออกมำดว้ ย กำรถอดกรองน้ำมนั เคร่อื งจะใชเ้ ครอ่ื งมอื พเิ ศษใน กำรถอดประกอบ ดว้ ยกำรหมุนทวนเขม็ นำฬกิ ำ เพ่อื นำออก และหมุนตำมเขม็ นำฬกิ ำเพ่อื ตดิ ตงั้ หลงั จำกเปลย่ี นกรองอนั ใหม่ ค่ำขนั แน่นประมำณ 25 N.m. 79

JOB SHEET Module 11 1 1. ขันน๊อตนำเอำเพลำลูกเบ้ียวออกมำตำม 2 ตวั เลขท่แี สดงในภำพ และถอดท่อร่วมไอดี 3 ไอเสยี ออกมำก่อนทำกำรถอดฝำสบู 4 2. หลงั จำกนำเพลำลูกเบย้ี วออกแลว้ ทำ กำร Module 11 การถอดประกอบฝาสบู เครอ่ื งยนต์ มำรค์ ทถ่ี ว้ ยวำลว์ เพอ่ื กนั กำรประกอบสลบั ตำแหน่ง หลงั จำกนนั้ ทำกำรขนั น๊อตฝำสูบ ออกตำมเลขทแ่ี สดงในรูปภำพ และทำกำร ถอดดว้ ยกำรขยบั ซำ้ ย ขวำ หรอื นำไขควง ปำกแบนสอดเพอ่ื ทำกำรยกฝำขน้ึ 3. ทำกำรตดิ ตงั้ ปะเกน็ ฝำสูบใหม่ หำกเป็นของ แท้ใหน้ ำเลขลอ็ ตท่แี สดงกำรผลติ ขน้ึ (วำงผดิ ดำ้ นตำแหน่งไม่ตรง) 4. ตรวจสอบวดั กำรยดื ตวั ของน็อต ดว้ ยกำรใช้ เวอร์เนียร์คำร์ลิปเปอร์ ตามค่ามาตรฐาน ของเครื่องยนต์แต่ละรุ่น ถ้ำควำมยำวเกนิ ค่ำมำตรฐำนเน่อื งจำกเกดิ กำรยดื ตวั ใหเ้ ปลย่ี น ใหม่ 80

5 5. ทำกำรฉโลมน้ำมันเคร่ือง หรือจำระบีทำ เกลยี ว บนเกลยี วน๊อตฝำสูบ และขนั ฝำสบู เขำ้ ตำมตำแหน่งตำมรูปท่แี สดง ด้วยกำรใชแ้ รง ขนั ปอนด์ ตำมคูม่ อื ซ่อมมำตรฐำน ค่ามาตรฐาน 40 ft.lbf 6 6. หลังจำกขันน็อตเข้ำตำมแรงขันปอนด์ เคร่อื งยนตบ์ ำ้ งรนุ่ นยิ มใหข้ นั เพม่ิ อกี 90 องศำ ด้วยกำรทำสญั ลกั ษณ์ และทำกำรขนั เขำ้ ให้ ไดต้ ำมองศำ Module 11 การถอดประกอบฝาสบู เครอ่ื งยนต์ 81

JOB SHEET Module 12 1 ประกอบแบรง่ิ ดา้ นบน ดว้ ยการพจิ ารณารอยบาก 2 ของแบริง่ จะสวมเข้าไปยงั เส้อื ได้พอดี ตรงรอย 3 บากของเสอ้ื ทร่ี องรบั 4 ทาการประกอบประกบั เพลาขอ้ เหวย่ี งดา้ นล่าง Module 12 การถอดประกอบเพลาขอ้ เหวยี่ ง ในลกั ษณะเดยี วกนั ประกอบแหวนกันรุนด้านข้างของสูบท่ีมีร่อง รองรบั ด้วยการพิจารณาดา้ นร่องของแหวนกนั รนุ ออกดา้ นนอก ประกอบด้วยการใช้น้ามนั เคร่ืองชโลมท่แี หวน และทาการขนั แน่นเพลาขอ้ เหวย่ี งตามแรงขนั ของ เคร่อื งยนต์ จากนัน้ ทาการหมุนเพลาข้อเหว่ยี ง ผลทไ่ี ดเ้ พลาขอ้ เหวย่ี งตอ้ งหมนุ ไดห้ ากหมนุ ไม่ได้ ตอ้ งทาการหาขอ้ ผดิ พลาดทเ่ี กดิ ขน้ึ 82

JOB SHEET Module 13 1 ทำกำรถอดสปริงหรือแหวนล็อคด้ำนข้ำงของ 2 ลูก สู บ (End gap) ด้วย ก ำ รใ ช้คีม ถ่ำ ง ห รือ 3 เครอ่ื งมอื ทเ่ี หมำะสมตำมสภำพหน้ำงำน 4 ทำกำรใหค้ วำมรอ้ นกบั ลกู สูบดว้ ยอณุ หภูมิ 80 Module 13 การถอดประกอบลกู สบู – 90 C เพ่อื ให้ลูกสูบเกิดกำรขยำยตวั เพ่อื ง่ำย ต่อกำรถอดประกอบ ทำกำรประกอบลูกสูบและก้ำนสูบ โดยกำร พิจำรณำสัญลักษณ์ดังภำพ ให้หันไปในทำง เดยี วกนั (สญั ลกั ษณ์หนั ไปหน้ำเครอ่ื ง) ทำกำรถอดประกอบแหวนลูกสูบด้วยกำรใชค้ บี ถ่ำงแหวนบบี แหวนอดั ตวั ท่ี 1, แหวนอดั ตวั ท่ี 2 และชดุ แหวนกวำดน้ำมนั กำรตดิ ตงั้ พจิ ำรณำปำก แหวนดงั แสดงในภำพ Cord Mark ให้ด้ำนเรียบ อยู่ดำ้ นบน หรอื ตำมคู่มอื ซ่อม 83

5 กำรประกอบแหวนด้วยกำรจดั เรียงแหวนตำม 6 ภำพทแ่ี สดงใหเ้ หน็ กนั ดว้ ยกำรยดึ พจิ ำรณำจดุ ท่ี 7 หนั ไปหน้ำเคร่อื งเพ่อื ง่ำยต่อกำรจดั แหวน หรอื 8 พิจำรณำแนวควำมคิดกำรจัดแหวนต้องไม่มี 9 ชอ่ งวำ่ งของปำกแหวนไหนตรงกนั Module 13 การถอดประกอบลกู สบู ทำกำรประกอบลูกสูบเขำ้ กบั เส้อื สูบด้วยกำรใช้ ปลอกรัดแหวนรดั เข้ำกบั ลูกสูบ แล้วทำกำรหนั ตำแหน่ง O ไปทำงหน้ำเคร่ืองยนต์ แล้วใช้สนั ค้อนในกำรกระทบเข้ำไปในเส้ือสูบจนหน้ำสูบ เสมอกบั เสอ้ื สูบ กำรตดิ ตงั้ ประกบั ก้ำนสูบต้องพิจำรณำรอยบำก ของน้ำมนั หล่อล่นื ต้องตำแหน่งติดตงั้ ท่ถี ูกต้อง สงั เกตได้ เม่อื ประกอบจะช่องน้ำมนั ไหลได้อย่ำง สะดวก ทำกำรประกอบประกบั ลูกสูบโดยกำรพจิ ำรณำ สญั ลกั ษณ์ตำมภำพประกอบ หำกหนั สญั ลกั ษณ์ กลบั ทำงจะส่งผลต่อกำรไหลของน้ำมนั หล่อล่ืน ของกำ้ นสูบ ขันประกับลูกสูบให้ได้ตำมค่ำมำตรฐำนของ เคร่อื งยนต์แต่ละรุ่นด้วยกำรใชเ้ คร่อื งมอื ประแจ ปอนด์ แนะนำประแจปอนดด์ ำ้ นยำวเน่ืองจำกชว่ ย ลดกำรสูญเสยี ของพลงั งำนในกำรทำงำนไดด้ ี ค่ำ มำตรฐำนประมำณ 20 N.m. (ต้องพิจำรณำตำม ควำมเหมำะสมของเครอ่ื งยนตแ์ ต่ละรุน่ ) 84

JOB SHEET Module 14 1 1. ทำกำรสตำร์ทเคร่อื งยนต์และอุ่นเคร่อื งยนต์ 2 ให้ได้อุณหภูมทิ ำงำน เม่อื ได้อุณหภูมทิ ำงำน 3 ของเครอ่ื งยนตแ์ ลว้ ทำกำรดบั เคร่อื งยนต์ Module 14 การวดั กาลงั อดั เครอ่ื งยนต์ 2. ถอดปลกั๊ จำนจำ่ ยทต่ี ดิ ตงั้ บนหวั เทยี นทกุ สูบ 3. ทำกำรถอดหวั เทยี นออกจำกฝำสบู ทกุ สบู 4. ทำกำรตรวจสอบแรงกำลงั อดั ดว้ ยกำรใชเ้ กจ วดั กำลงั อดั ใสเ่ ขำ้ ไปยงั เบำ้ ของหวั เทยี นแต่ ละสูบทต่ี อ้ งกำร 5. ทำกำรสตำรท์ เครอ่ื งยนตเ์ พ่อื ทดสอบกำลงั อดั ของสูบแตล่ ะสบู 6. สตำรท์ เคร่อื งจนกวำ่ เขม็ ของหน้ำปัทมเ์ กจวดั กำลงั อดั จะขน้ึ ไปสดุ 7. ทำกำรอำ่ นค่ำและพจิ ำรณำเกณฑม์ ำตรฐำน 8. ทำซ้ำตำมขนั้ ตอนแบบน้ีทุกสบู ค่ามาตรฐานแรงดนั 142 PSI โดยแต่ละสูบตอ้ งมแี รงดนั ไมต่ ่างกนั 14 PSI เม่อื เทยี บกนั แลว้ ทงั้ หมด 85

JOB SHEET Module 15 1 1. ตดิ ตงั้ ไทมม์ ง่ิ ไลท์ ดว้ ยการคบี สายหวั เทยี น 2 2. ทาการสตารท์ เคร่อื งยนต์ 3 3. ตรวจสอบการทางานของไทมม์ ง่ิ ไลท์ (เมอ่ื หวั 4 เทียนเกิดประกายไฟจะเกิดกระแสไหลผา่ น Module 15 การปรบั ตงั้ องศาจดุ ระเบิด สายไฟทาให้หลอดไฟไทม์มงิ่ ไลท์สว่างขน้ึ จากการตดั ผา่ นของโรเตอร์ ตรวจสอบการทางานขององศาการจุดระเบดิ เม่อื การการตดั ผ่านของพูเล่กบั แผ่นมาร์คองศาหน้า เ ค ร่ือ ง ย น ต์ อ ง ศ า ป ร ะ ม า ณ 10 BTDC ณ ตาแหน่งรอบเดนิ เบา ถา้ ค่าองศาการจดุ ระเบดิ ไมไ่ ดต้ ามคมู่ อื ซ่อมใหท้ า การปรบั แต่งเคร่อื งยนตด์ ว้ ยการคายน๊อตแลว้ ทา การหมุนจานจ่าย ถ้าหากต้องการให้องศาจุด ระเบิดก่อนมาข้ึนหมุนทวนเข้มนาฬิกา ถ้า ตอ้ งการใหไ้ ฟจดุ ระเบดิ ตอนเขา้ ใกลศ้ นู ยต์ ายบบน ใหห้ มุนตาม (ไฟแก่ทวนไฟอ่อนตาม) ทาการตรวจสอบองศาจุดระเบดิ ตามค่มู อื ซ่อมอกี ครงั้ หรือหากใชป้ ระสบการณ์ในการตรวจสอบ ดว้ ยการใชก้ ารฟังเสยี งการทางานของเครอ่ื งยนต์ หากหมุนไปแล้วเกิดเสียงเคร่ืองยนต์ทางานมี กาลงั สูงสุดใหต้ งั้ องศาการจุดระเบดิ ณ ตาแหน่ง นนั้ 86

1. ประสานพงษ์ หาเรอื นชพี , 2548, งานเคร่อื งยนต์แกส๊ โซลีน, ซเี อด็ ยูเคชนั่ จากดั (มหาชน), กรุงเทพฯ. 2. ประสานพงษ์ หาเรอื นชพี , 2544, งานไฟฟ้ายานยนต์, ซเี อด็ ยูเคชนั่ จากดั (มหาชน), กรงุ เทพฯ. 3. นพดล เวชวฐิ าน, 2544, เคร่ืองยนต์หวั ฉีด EFI, สานกั พมิ พ์ ส.ส.ท., กรงุ เทพฯ. 4. สมปอง คงนิ่ม, 2560, ปัญหารถยนตย์ อดฮิต, ซเี อด็ ยเู คชนั่ จากดั (มหาชน), กรงุ เทพฯ. 5. บรษิ ทั โตโยตา้ (ประเทศไทย) จากดั , 2530, เครอื่ งยนต์ 4A-F, 4A-GE ค่มู อื การซ่อม, กรุงเทพฯ. 6. Toyota Motor Corporation, 2004, ZZ Engine repair manual, Japan. 7. Toyota Motor Corporation, 2006, NZ Engine repair manual, Japan. 8. Hearst Magazine Property, 2003, Complete Car Care Manual, Bishop Books, New York. 9. wikiHow, 2019, Car Maintenance and Repair [Online], Available: https://www.wikihow.com/ Category: Car-Maintenance-and-Repair 87

เอกสารประกอบการสอนเลมนี้ผูจัดทำไดใชความรูความสามารถในดานทฤษฎี และปฏิบัติทางเครื่องกล ทั้งไดรวบรวมขอมูลตางๆ โดยขอมูลที่ไดมานั้นมาจากหนังสือ ทผ่ี จู ดั ทำไดเ ลา เรยี นมาในอดตี จนถงึ ปจ จบุ นั เพอ่ื นำขอ มลู มาใชป ระกอบในการจดั ทำเอกสาร จะไดนำมาใชใ หเกิดประโยชนต อ การเรียนการสอนไดม ากทีส่ ุด ภายในเอกสารการสอนเลมนี้ ประกอบไปดวยเนื้อหาเกี่ยวกับเครื่องยนต หลักการทำงานของเครื่องยนต ระบบสตารท ระบบไฟชารจ ระบบจุดระบิด ระบบระบายความรอน ระบบหลอลื่น ระบบเชื้อเพลิง การวเิ คราะหป ญ หา การบำรงุ รกั ษา โดยครอบคลมุ เนอ้ื หาในหลกั สตู รประกาศนยี บตั รวชิ าชพี หลกั สตู รระยะสนั้ และเหมาะสมกับผทู สี่ นใจ e-mail: [email protected] e-book: http://pubhtml5.com/homepage/djuu