48 สอื่ สอน
49 สอื่ ซอ่ ม/สอื่ เสริม
50 จากการดำเนินงานส่งผลให้ขา้ พเจา้ ได้รับความไวว้ างใจเป็นวิทยากรในการเผผยแพร่องค์ความรเู้ กย่ี วกับการ ใชพ้ ัฒนาสือ่ นวตั กรรมเทคโนโลยเี พ่อื การเรยี นรู้ ดงั น้ี 1. สาธติ การสอนคณิตศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 2. วทิ ยากร การออกแบบการจัดการเรียนรู้สำหรบั ครูสอนไมต่ รงวุฒิ จดั โดย มหาวิทยาลัยราชภฎั ยะลา 3. วทิ ยากรการผลติ ส่ือการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ป.1 โดย สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษา นราธวิ าส เขต 3 4. เสวนาทางวิชาการ และเผยแพรผ่ ลงาน นวัตกรรมทางการศึกษา โดย มหาวิทยาลัยราชภัฎยะลา 5. วทิ ยากรอบรมส่ือสามมิตสิ ำหรับครภู าษาอังกฤษ โดย สำนกั งานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษา นราธิวาส เขต 3 2.2.7 ครมู ีการวัดผลและประเมินผลการเรียนรูท้ มี่ ีประสิทธิภาพ ข้าพเจ้าไดป้ ฏิบตั ิในการการวดั และประเมนิ ผลดงั นี้ 1) ประเมนิ ผลอยา่ งต่อเน่ืองและควบคู่ไปกับกระบวนการเรียนการสอน ใช้งานหรือกจิ กรรมคณติ ศาสตร์ เป็นสิง่ เรา้ ให้ผเู้ รยี นเข้าไปมีส่วนร่วมในการเรยี นรู้ และใช้การถามคำถาม นอกจากการถามเพื่อตรวจสอบและส่งเสรมิ ความรู้ความเข้าใจในเน้ือหาแลว้ ถามคำถามเพ่ือตรวจสอบและสง่ เสรมิ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตรด์ ้วย เช่น การถามคำถามในลักษณะ “นกั เรยี นแกป้ ัญหานีอ้ ย่างไร” “ใครสามารถคิดหาวิธกี ารนอกเหนอื ไปจากนี้ได้อีก” “นักเรียนคดิ อย่างไรกบั วิธกี ารที่เพื่อนเสนอ” กระตุน้ ดว้ ยคำถามซง่ึ เนน้ กระบวนการคิด ทำใหเ้ กิดปฏิสัมพนั ธร์ ะหว่าง ผู้เรียนด้วยกัน และระหวา่ งผูเ้ รยี นกับผู้สอน ผเู้ รยี นมโี อกาสไดพ้ ดู แสดงความคดิ เหน็ ของตน แสดงความเห็นพ้องและ โตแ้ ยง้ เปรยี บเทยี บวิธกี ารของตนกับของเพ่อื นเพ่ือเลือกวิธกี ารที่ดีในการแกป้ ัญหา ด้วยหลกั การเช่นนีท้ ำใหส้ ามารถ ใช้คำตอบของผเู้ รียนเป็นขอ้ มูลเกีย่ วกบั ความรู้ความเข้าใจและทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ของผเู้ รียน 2) ประเมนิ ผลสอดคล้องกับจุดประสงคแ์ ละเป้าหมายการเรยี นรู้ จุดประสงค์และเป้าหมายการเรยี นรู้ในทีน่ ี้ เป็นจดุ ประสงคแ์ ละเปา้ หมายทกี่ ำหนดไว้ในระดับชน้ั เรยี น ระดบั สถานศึกษา และระดบั ชาติ ในลกั ษณะของสาระและ มาตรฐานการเรยี นรู้ทป่ี ระกาศไวใ้ นหลกั สตู ร ประเมนิ ผลตามจดุ ประสงคแ์ ละเป้าหมายการเรยี นรู้เพอื่ ให้สามารถบอก ได้วา่ ผู้เรยี นบรรลุผลการเรยี นร้ตู ามมาตรฐานท่ีกำหนดหรอื ไม่ แจง้ จดุ ประสงค์และเป้าหมายการเรียนรู้ในแต่ละเรือ่ งใหผ้ ู้เรยี นทราบ เพ่ือให้ผูเ้ รียนเตรยี มพร้อมและ ปฏบิ ัติตนใหบ้ รรลจุ ดุ ประสงค์และเปา้ หมายทก่ี ำหนด 3) ประเมนิ ผลทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ ใหค้ วามสำคัญการประเมนิ ผลทกั ษะ/กระบวนการทาง คณิตศาสตร์ เทา่ เทียมกับการวัดความรู้ ความเขา้ ใจในเนือ้ หา การสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนำเสนอ การเชือ่ มโยงและความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ ทักษะ/ กระบวนการทางคณติ ศาสตร์เปน็ สิ่งท่ตี ้องปลูกฝังให้เกิดกบั ผเู้ รียน เพอื่ การเปน็ พลเมืองที่มีคุณภาพรูจ้ ักแสวงหา ความรดู้ ้วยตนเอง ปรบั ตัวและดำรงชวี ิตอย่างมีความสุข ออกแบบงานหรอื กิจกรรมที่สง่ เสริมใหเ้ กดิ ทกั ษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ โดยใช้วธิ ีการสงั เกต สัมภาษณ์ หรือตรวจสอบคุณภาพผลงานเพื่อประเมินความสามารถของผ้เู รยี น งานหรือกิจกรรมการเรียนบาง กจิ กรรมอาจครอบคลมุ ทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์หลายด้าน 4) ประเมนิ ผลการเรยี นรูน้ ำไปส่ขู ้อมูลสารสนเทศเกี่ยวกบั ผูเ้ รยี นรอบดา้ น การประเมนิ ผลการเรียนรู้มใิ ช่ เป็นเพียงการให้นักเรียนทำแบบทดสอบในช่วงเวลาท่ีกำหนดเท่าน้ัน แต่ใชเ้ คร่ืองมือวัดและวิธกี ารทห่ี ลากหลาย เช่น การทดสอบ การสังเกต การสมั ภาษณ์ การมอบหมายงานให้ทำเป็นการบ้าน การทำโครงงาน การเขยี นบนั ทึกโดยผูเ้ รยี น
51 การให้ผู้เรยี นจัดทำแฟม้ สะสมงานของตนเอง หรือการให้ผู้เรียนประเมนิ ตนเอง การใชเ้ คร่ืองมือวัดและวธิ ีการท่ี หลากหลายทำใหผ้ ้สู อนมีข้อมูลรอบด้านเกี่ยวกบั ผ้เู รยี น เพ่ือนำไปตรวจสอบกบั จุดประสงค์และเป้าหมายการเรียนรู้ที่ กำหนดไว้ เลือกและใชเ้ ครื่องมอื วดั และวธิ กี ารท่ีเหมาะสมในการตรวจสอบการเรยี นรู้ การเลือกใชเ้ ครื่องมือวัดขน้ึ อยู่กบั จุดประสงค์ของการประเมิน เชน่ ประเมินเพื่อวินจิ ฉยั ผู้เรียน ประเมิน เพื่อให้ได้ข้อมลู ย้อนกลบั เก่ียวกบั การเรยี นการสอน และประเมินเพ่ือตดั สินผลการเรียน ประเมนิ เพื่อวินจิ ฉัยผู้เรยี น มีจุดประสงคเ์ พ่ือค้นหาข้อบกพร่องในการเรียนรู้และสาเหตขุ องข้อบกพร่อง และตรวจสอบความพอเพยี งของความร้แู ละความสามารถท่ีเป็นพ้นื ฐานจำเปน็ ของผูเ้ รียนวธิ ปี ระเมิน ควรใช้การ สังเกต การสอบปากเปลา่ หรือการใชแ้ บบทดสอบวนิ จิ ฉยั ทงั้ นีค้ ำถามหรืองานทใี่ ห้ผ้เู รียนทำควรม่งุ ไปท่เี น้ือหาท่เี ปน็ พื้นฐานจำเป็นทผ่ี ู้เรยี นทุกคนตอ้ งรู้ รวมท้งั ทักษะ/กระบวนการทางคณติ ศาสตร์ด้วย ประเมนิ เพือ่ ใหไ้ ดข้ ้อมูลย้อนกลบั เกีย่ วกบั การเรยี นการสอน มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อตรวจสอบวา่ ผู้เรียน บรรลุถงึ ตัวชี้วดั หรอื ไม่เพียงใด วิธีการประเมนิ ควรครอบคลมุ ตง้ั แต่การทดสอบ การนำเสนองานในช้ันเรียน การทำ โครงงาน การแกป้ ัญหา การอภิปรายในช้นั เรียน หรือการทำงาน ทม่ี อบหมายให้เป็นการบ้าน ประเมินเพอ่ื ตัดสินผลการเรียน มจี ดุ ประสงค์เพอ่ื ตรวจสอบวา่ ผูเ้ รียนมีความเข้าใจและสามารถประยกุ ต์ ความรู้ได้เพียงใด สมควรผา่ นรายวชิ านัน้ หรอื ไม่ วธิ ีการประเมินควรพจิ ารณาจากการปฏบิ ตั ิงานและการสอบที่ สอดคลอ้ งกบั ตัวช้วี ดั ของรายวชิ า (กรณีตัดสินผลการเรียนรู้รายวิชา) 5) ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ชว่ ยส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนมีความกระตือรือรน้ ในการปรบั ปรุงความสามารถด้านคณิตศาสตร์ ของตน การประเมินผลระหว่างเรียนทำให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น คิดปรับปรุงข้อบกพร่องและพัฒนา ความสามารถด้านคณิตศาสตร์ของตนให้สูงขึ้น สร้างเครื่องมือวัดหรือวิธีการที่ทา้ ทาย และส่งเสริมกำลังใจแก่ผู้เรียน ในการขวนขวายเรียนรู้เพิ่มขึ้น เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมินตนเอง ด้วยการสร้างงานหรือกิจกรรม การเรียนรู้ที่ส่งเสริมบรรยากาศให้เกิดการไตร่ตรองถึงความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการทำงานของตนได้อย่าง อิสระ ชว่ ยส่งเสริมให้ผู้เรยี นมีความกระตือรอื ร้นในการปรับปรุงและพัฒนาความสามารถดา้ นคณิตศาสตร์ของตน 2.28 ครมู ีการจดั ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น ไดจ้ ดั ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น ดงั น้ี การรู้จักนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล 1) การจัดการเรียนการสอน ได้วเิ คราะหผ์ เู้ รียน จากการใชแ้ บบสำรวจความต้องการในการจัดการเรียนการสอน การสัมภาษณ์ แบบทดสอบข้อมูลผล การทดสอบความสามารถทางวิชาการ ข้อมูลด้านสุขภาพ เพื่อศึกษาสภาพที่เป็นอยู่จริงของผู้เรียนทั้งดา้ นความรู้ (k) ทักษะกระบวนการ( P) และด้านเจตคติ( A) คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมที่พึงประสงค์ รวมทั้งวิธีการเรียนรู้ของ ผู้เรยี น แล้วนำมาวางแผนการจดั กจิ กรรม แนะแนวในชน้ั เรยี นให้เหมาะสม กบั ผ้เู รยี นเป็นรายกลุ่มและรายบคุ คล สามารถพัฒนาผเู้ รยี นได้ตรง 2) การดูแลนักเรียนประจำชนั้ ได้จัดทำระเบียนสะสมทางการแนะแนว (ปพ.๘) เพ่ือสำรวจประวัติและ ข้อมูลสารสนเทศทุกด้านของนักเรยี น และออกเยี่ยมบา้ นนกั เรียนในชัน้ ประถมศึกษา ปีที่ ๖ โรงเรยี นบ้านสนั ทรายคองน้อย ตำบลเวียง อำเภอฝาง จงั หวัดเชียงใหม่ ในภาคเรียนท่ี ๑ และภาคเรยี นท่ี ๒ เพ่ือให้การช่วยเหลอื และส่งเสริมนักเรียนตามความเหมาะสม และความต้องการของแตล่ ะบุคคลตามศักยภาพ และตามความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล
52 การคัดกรองนกั เรยี น 1) การจัดการเรียนการสอน ได้จำแนกผู้เรียนตามพื้นฐานการเรียน เช่น กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง กลุ่ม อ่อน เป็นตน้ แล้วจึงวางแผนกระบวนการจัดกจิ กรรม ส่งเสรมิ จุดเดน่ และลดจุดดอ้ ยในวิธีการเรียนรูข้ องผ้เู รยี น โดย จดั กลุ่มคละกันท้งั คนเกง่ ปานกลาง อ่อน เพ่ือใหเ้ กิดการเรียนรู้และช่วยเหลอื เกอื้ กลู กนั ในกลมุ่ 2) การดูแลนักเรียนประจำช้ัน ได้คัดกรองนกั เรยี นจากการเก็บข้อมูลทุกด้านของผเู้ รยี น โดยวเิ คราะห์ จากระเบยี นสะสมและสารสนเทศเพ่ือการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น และจากแบบประเมนิ พฤตกิ รรมเด็ก (SDQ) โดย จำแนกออกเปน็ ๔ กลุ่ม ไดแ้ ก่ กลมุ่ ปกติ กลุ่มพเิ ศษ กลุ่มเสี่ยง และกลมุ่ มีปัญหา ดงั นี้ (2.1) กลมุ่ ปกติ หมายถงึ นกั เรียนที่มภี าวะเป็นปกติ ไม่มีปัญหาการเรยี น ความประพฤติ และสุขภาพ พรอ้ มที่จะได้รับการดูแลสง่ เสรมิ ตามความสามารถ ความสนใจ ความถนัด และความต้องการของแต่ละบคุ คล (2.2) กลมุ่ พเิ ศษ หมายถงึ นักเรียนทม่ี คี วามสามารถพเิ ศษเฉพาะดา้ นทเ่ี ดน่ ชดั ซ่ึงต้องได้รบั การสง่ เสรมิ ความสามารถนนั้ ๆใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ (2.3) กลุ่มเสี่ยง หมายถึง นักเรียนที่มีภาวะเป็นปกติ แตก่ ำลังอยใู่ นสภาพแวดลอ้ มที่ไม่ค่อยเหมาะสม ซง่ึ สามารถถูกชักจูงไปในทางท่ีเปน็ ปัญหาได้ หากไม่ได้รับการปอ้ งกนั ดูแลเฝ้าระวังอย่างใกลช้ ิด ต่อเนือ่ ง และตรง ประเด็น (2.4) กลุม่ มีปัญหา หมายถึง นักเรยี นทมี่ ภี าวะผดิ ปกติ มปี ัญหาดา้ นการเรียน ด้านความประพฤติ และ ดา้ นสขุ ภาพ ควรไดร้ ับการช่วยเหลือให้ตรงตามสภาพปญั หาที่แท้จรงิ การสง่ เสรมิ นกั เรียน 1) การจดั การเรียนการสอน ผรู้ ายงานใชว้ ิธกี ารจดั การเรียนรใู้ ชว้ ิธีการจดั กระบวนการเรียนรูท้ ่ี หลากหลาย เพื่อส่งเสรมิ และพฒั นาศักยภาพของผ้เู รียนตามสภาพท่ีมีความแตกตา่ งกนั ใหเ้ ตม็ ศักยภาพ เช่น ส่งเสริม กระบวนการคิดวิเคราะห์โดยใช้กระบวนการวจิ ัย จัดกจิ กรรมสอนซ่อมเสริมส่งเสริมความสามารถพิเศษ ค่ายวชิ าการ ส่งนกั เรียนเขา้ ร่วมประกวดแขง่ ขนั จดั ศูนย์การเรียนรู้ตามกลุ่มสาระ เป็นต้น 2) การดูแลนักเรียนประจำชั้น ได้ส่งเสริมพฒั นาผเู้ รียนด้านระเบยี บวินัย คณุ ธรรมจรยิ ธรรม และ ความสามารถพเิ ศษด้านศลิ ปะ ดนตรี กีฬาเช่น กจิ กรรมสง่ เสริมประชาธิปไตยในโรงเรียน กิจกรรมคณะกรรมการ นักเรียน กจิ กรรมลูกเสือ - เนตรนารี กจิ กรรมกีฬาสี เปน็ ต้น นอกจากนี้ได้สง่ เสริมผู้เรียนตามกลุม่ การคัดกรอง ดงั นี้ (2.1) นกั เรียนกลมุ่ ปกติ ได้ให้การดูแลส่งเสริมโดยการสนับสนนุ ใหเ้ กิดการพัฒนาตนเองตามความถนดั ความสนใจ และความสามารถของแต่ละบุคคล ให้คำแนะนำในวิธีการก้าวสู่จุดหมายที่ผู้เรียนใฝฝ่ ัน แนะแนว แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศต่าง ๆ ตลอดจนแนะนำผูเ้ ชย่ี วชาญเฉพาะด้านทผี่ ู้เรยี นสามารถขอรับคำปรกึ ษาหรือช้ีแนะได้ (2.2) นักเรยี นกลุม่ พเิ ศษ ไดส้ ง่ เสรมิ สนบั สนนุ ความสามารถพเิ ศษทมี อี ยู่ ใหไ้ ดร้ ับการพฒั นาอยา่ งเตม็ ตาม ศกั ยภาพ เช่น นกั เรยี นที่เรยี นดีผลการเรียนเฉลยี่ อยู่ในระดับดีเย่ยี ม มีความสามารถสงู ในวชิ าต่าง ๆ ไดส้ ่งเสริม สนบั สนนุ ให้ผู้เรียนไดร้ ว่ มสอบแขง่ ขนั ในระดบั ต่าง ๆ และสง่ เขา้ ร่วมกิจกรรมคา่ ยวิชาการตา่ ง ๆ (2.3) นักเรียนกลุ่มเสี่ยง ได้ดูแลการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่อง และตรงประเด็น เช่น ผู้เรียนประสบ ปัญหาด้านการเรยี น หนีเรียนไปเล่นเกม ทำให้มีปัญหาด้านการเรียน เรียนไม่ทันเพื่อน ไม่มีสิทธิ์สอบ เวลาเรียนก็ไม่ ตั้งใจเรียนไม่ส่งงานตามที่ครูมอบหมาย ได้ประสานงานกับบิดามารดา ผู้ปกครอง เพื่อช่วยเหลือด้านการเรียน เรง่ ด่วน ปรับพฤติกรรมดา้ นการเรยี น ขอความรว่ มมือใหค้ รูประจำวชิ า และเพ่อื นชว่ ยกำกับดูแล ได้ติดตามเยี่ยมบ้าน เพ่ือหาสาเหตุของปัญหาซึง่ นักเรยี นกส็ ามารถพัฒนาตนเองและปรบั ปรุงตวั เองได้เป็นอย่างดี (2.4) นกั เรียนกลุ่มมีปญั หา ได้ให้การดูแลโดยการให้ความเอ้ืออาทรห่วงใย ทำการศึกษาเป็นรายกรณี (Case Study) เพื่อช่วยเหลอื นักเรียนตามสภาพของปัญหาและความแตกตา่ งระหว่างบุคคลเพ่ือให้ผู้เรียนได้คน้ พบ ตวั เอง ได้พฒั นาศักยภาพของตน สามารถใช้ชวี ติ อยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
53 การมอบรางวัลให้กบั นักเรยี นทส่ี อบ RT ได้ 100 คะแนน
54 2.2.9 ครูจดั บรรยากาศท่สี ่งเสรมิ การเรียนรู้อยา่ งมคี วามสุขและความปลอดภยั ของผูเ้ รียน การจดั บรรยากาศในชนั้ เรียน เปน็ การจัดสภาพแวดลอ้ มในชั้นเรยี นให้เอื้ออำนวยต่อการเรยี นการสอน เพอ่ื ช่วยส่งเสริมให้กระบวน การเรยี นการสอนดำเนินไปอย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ และช่วยสร้างความ สนใจใฝ่รู้ ใฝศ่ กึ ษา ตลอดจนช่วยสรา้ งเสรมิ ความมรี ะเบียบวินยั ใหแ้ กผ่ ู้เรียน นางสายสุณี อนิ จันทร์ ไดจ้ ัดบรรยากาศในชน้ั เรยี นที่ ส่งเสริมการเรียนรูอ้ ยา่ งมีความสุขและความปลอดภยั ของผู้เรียน ดังน้ี 1.จดั ห้องเรียนทช่ี ว่ ยส่งเสรมิ ใหก้ ารเรียนการสอนดำเนินไปอย่างราบรน่ื ห้องเรียนทไี่ ม่คบั แคบจนเกินไป ทำ ใหน้ กั เรียนเกิดความคล่องตวั ในการทำกจิ กรรม ให้มชี ่องวา่ งระหวา่ งแถวท่นี ักเรียนจะลกุ นั่งไดส้ ะดวก และทำ กจิ กรรมไดค้ ล่องตัว 2.จดั หอ้ งเรยี นที่ช่วยสร้างเสริมลกั ษณะนสิ ัยท่ดี งี ามและความมีระเบยี บวนิ ัยให้แก่ผเู้ รียน เช่น หอ้ งเรียนท่ี สะอาด จดั โตะ๊ เก้าอ้ีไว้อยา่ งเป็นระเบียบ มคี วามเอื้อเฟ้ือเผอื่ แผต่ อ่ กนั นักเรยี นจะซึมซับสิ่งเหล่าน้ีไวโ้ ดย ไมร่ ู้ตัว 3.จัดห้องเรียนทีช่ ่วยสง่ เสริมสุขภาพท่ดี ีให้แกผ่ เู้ รียน เชน่ มีแสงสว่างท่เี หมาะสม มที นี่ ง่ั ไมใ่ กล้กระดานดำ มากเกินไป ใหน้ กั เรียนทน่ี ง่ั ทุกจุดอ่านกระดานดำไดช้ ดั เจน มขี นาดโต๊ะและเก้าอ้ีท่ีเหมาะสมกับวัย รูปร่างของ นกั เรยี น 4.จดั หอ้ งเรียนทช่ี ว่ ยส่งเสริมการเรยี นรู้ และสรา้ งความสนใจในบทเรียนมากยิง่ ข้ึน เชน่ การจดั มุมวชิ าการต่าง ๆ มมุ หนงั สอื เพื่อฝึกนิสยั รกั การอ่าน สง่ เสริมให้นกั เรยี นอ่านคล่อง ส่งเสริม การค้นคว้าหา ความรู้ และการใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ การจัดปา้ ยนเิ ทศ การตกแต่งห้องเรียนดว้ ยผลงานของนักเรียน 5.จดั หอ้ งเรยี นทช่ี ว่ ยส่งเสริมการเปน็ สมาชกิ ท่ดี ีของสังคม เชน่ ฝกึ ใหน้ กั เรยี นรบั ผดิ ชอบช่วยกันเก็บกวาด เช็ดถู เป็นการปลกู ฝงั นิสัยรัก ความสะอาด และฝึกการทำงานร่วมกัน การฝึกให้ มมี นุษยส์ มั พันธ์ที่ดีต่อกัน การฝกึ ใหม้ อี ธั ยาศัยไมตรีในการอยู่ร่วมกัน 6. สรา้ งเจตคติที่ดตี ่อการเรียนและการมาโรงเรียน โดยให้ความเข้าใจนักเรยี น ให้ความเมตตาเอ้ืออารตี ่อ นักเรียน เปดิ โอกาสให้นักเรียน ไดซ้ ักถาม ให้ความเปน็ กันเองแก่นักเรยี น
55 2.2.10 ครมู กี ารวิเคราะหส์ ภาพปญั หาของผเู้ รียนนำไปสงั เคราะห์หาแนวทาง วิธีการเพือ่ พัฒนาผ้เู รยี น ได้รับการพฒั นาจากหนว่ ยงานการศึกษาต่าง ๆ การพฒั นาตนเอง และได้ศึกษาตอ่ ในระดบั ปริญญาโทใน สาขาการวดั และประเมนิ ผลการศกึ ษา จนทำให้ นางสายสณุ ี อินจันทร์ เกดิ องคค์ วามรู้ด้านการจัดการเรยี นการสอน คณิตศาสตร์ และการวัดและประเมนิ ผล โดยมีขั้นตอนในการจัดการเรยี นการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ดงั น้ี 1.ศกึ ษารวบรวมขอ้ มลู ของผู้เรยี นเป็นรายบุคคล ครตู อ้ งศึกษาวิเคราะหว์ ิจัยเพื่อทำความรู้จักกบั ผ้เู รยี น เปน็ รายบุคคล ดูพัฒนาการของเด็ก ดูขอ้ มูลภูมหิ ลังพื้นความร้คู วามสามารถทางการเรียน และความต้องการของ ผเู้ รียน 2.วิเคราะห์เพื่อค้นหาศักยภาพของผู้เรียน โดยใช้จิตวิทยาการเรียนรู้หรือเทคนิคพหุปัญญา (Multiple Intelligence) เพื่อดูว่าผู้เรียนมีศักยภาพทางปัญญาด้านไหนมากน้อยเท่าใด สามารถช่วยเหลือแนะนำเพื่อจัด การศึกษาให้เสอดคล้องกับศักยภาพและความสามารถของผู้เรียนได้ สามารถช่วยทั้งผู้เรียนที่มีสติปัญญาสูงโดย สว่ นรวม หรอื มคี วามพิการเบ้ืองต้น ดา้ นใดด้านหน่ึงกส็ ามารถท่จี ะพฒั นาไปได้เต็มตามศักยภาพ 3.รว่ มกับผูเ้ รยี นในการสร้างวิสยั ทศั น์ คอยกระตุน้ ความต้องการของผเู้ รียนได้โดยการช่วยเด็กสรา้ ง วสิ ัยทศั นห์ รอื ความฝนั ท่ีจะไปให้ไกลท่ีสุด เพ่ือที่จะสร้างพลังและแรงจูงใจ 4.ร่วมวางแผนการเรียน ครูก็คือเป็นผู้ร่วมวางแผน เป็นผู้ให้คำแนะนำในฐานะผู้มีความรู้และความ เชีย่ วชาญมปี ระสบการณ์มากกวา่ โดยจดั ทำแผนการจัดการเรยี นรู้กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ช้นั ประถมศึกษาปี ที่ ๖ ซึ่งโดยแต่ละแผน มีองค์ประกอบคือ สาระสำคัญ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด จุดประสงค์ การเรียนรู้ คุณลักษณะอันพึงประสงค์ สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน สาระการเรียนรู้ กระบวนการจัดการเรียนรู้ สื่อ และแหล่ง การเรียนรู้ การวัดผลประเมินผล บันทึกผลหลังสอน ได้จัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การสนทนา ซักถาม การเล่นเกม การสาธิต บทบาทสมมุติ กิจกรรมกลุ่ม การอภิปราย การนำเสนอผลงาน การใช้สื่อประกอบการสอน ใช้สื่อของจริง และ สื่ออิเลคทรอนิกส์ที่ผู้สอนสร้างขึ้นเอง เช่น หนังสืออิเลคทรอนิกส์ แถบโจทย์ปัญหา บัตรจำนวน แผนภาพ แบบฝึก ทักษะ เป็นต้น ผู้สอนใช้คำถามกระตุ้น เพื่อให้ได้ข้อสรุป และ เมื่อนักเรียนสรุปเป็นองค์ความรู้ได้ ให้นักเรียน ฝึก ทักษะเพื่อให้เกิดความชำนาญและเข้าใจยิ่งขึ้นเป็นความรู้พื้นฐานในการเรียนรู้ในระดับชั้นสูง และทำให้สามารถ ประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตประจำวันได้ 5.แนะนำช่วยเหลอื เรือ่ งการเรยี น แทนท่ีครจู ะบอกเนื้อหาใหแ้ บบเดิม ครูกเ็ พียงแต่แนะนำเนื้อหา บางสว่ นและวธิ ีการเรียนให้ผู้เรียน 6.สรรหาและสนบั สนุนสอื่ อปุ กรณ์ เป็นผู้สนับสนนุ สรรหาสื่อและอุปกรณต์ า่ งๆ จดั หาเทคโนโลยีทางการ ศึกษาท่ใี ชป้ ระกอบการเรียน 7.ใหผ้ ้เู รยี นสรา้ งความรู้เอง ให้ผเู้ รียนเรยี นรู้ดว้ ยตนเอง ไม่ใช้วิธีบอกใหจ้ ำ โดยการให้ตัวอย่าง ให้แบบ ฝกึ ทักษะท่หี ลากหลาย 8. เสรมิ พลงั และสรา้ งกำลังใจ อธบิ ายหรอื แนะนำเพ่ือให้ ผู้เรยี นมีความตง้ั ใจที่จะเรียนต่อไป ครูต้องใช้ ทุกวิธที จี่ ะกระตุน้ เพื่อสร้างความสนใจให้เรยี นต่อไปได้ 9. รว่ มการประเมินผล ให้คำแนะนำเรื่องการวัดและประเมนิ ผล โดยใหผ้ ู้เรียนเปน็ ผู้ประเมนิ ผลการเรยี น ดว้ ยตนเอง เพื่อดูวา่ สามารถเรียนได้สอดคลอ้ งกบั เปา้ หมายท่ีตง้ั ไว้ในแผนมากน้อยเพยี งใด ถา้ ผู้เรียนยงั ไมบ่ รรลุผล ตามทวี่ างไว้กจ็ ำเปน็ ทจี่ ะต้องกลบั ไปวางแผนและแก้ไขใหม่ 10. เก็บรวบรวมขอ้ มูล ข้อมูลที่ได้จากการประเมินผลจะเปน็ ข้อมลู ย้อนกลบั เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รยี นนำไปใช้ในการ ปรบั ปรงุ แก้ไขการเรียนตอ่ ไป
56 โดยยดึ หลักการสอนดังน้ี 1) ตอ้ งมีความร้ใู นเรอื่ งทส่ี อนอยา่ งลกึ ซง้ึ แม่นยำเนอื้ หา 2) ตอ้ งมีอารมณ์ขัน สอนไดส้ นกุ สนานไม่น่าเบอ่ื 3) ตอ้ งมีความแมน่ ยำ และมีความม่ันใจในการสอน 4) สอนด้วยความรกั และเมตตานักเรียน ไม่ขม่ ขบู่ ังคบั กรรโชก 5) ตอ้ งมีความอดทนและอดกล้ันต่อความไมร่ ขู้ องนักเรยี น 6) ต้องมีความเขา้ ใจในพัฒนาการและความสนใจของนักเรียน 7) ตอ้ งรู้จกั ยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคลของนกั เรียน 2.3 พฤติกรรมและผลทีแ่ สดงถึงการใชห้ ลกั ธรรมาภิบาลในการปฏบิ ัติงาน 2.3.1 ครใู ช้หลกั คุณธรรมในการปฏบิ ตั งิ าน ข้าพเจา้ ประพฤตปิ ฏิบตั ิตนโดยยึดมั่นในหลกั คุณธรรม จรยิ ธรรม มีความศรัทธาและปฏบิ ัติตนตาม หลกั ธรรมของศาสนา โดยยดึ ถอื มาตลอดว่า “ทุกศาสนาล้วนสอนให้เปน็ คนดี” อยู่ตลอดเวลา โดยยึดมั่นในหลัก คำสอนของศาสนา มีความเสียสละ อดทน มีความเมตตา กรณุ า มีมนุษย์สมั พนั ธ์ท่ีดีกับเพ่ือนร่วมงาน นกั เรยี น ผู้ปกครอง ชมุ ชน ประพฤติตนอยใู่ นหลักศีลธรรม แสดงกิรยิ า วาจาและมารยาทสุภาพเรยี บร้อย ยึดมัน่ ใน วฒั นธรรมและประเพณีอันดีงามของไทย ตลอดท้งั การให้ความอปุ การะต่อบิดา มารดา รวมถึงผูม้ พี ระคณุ และ บุคคลอืน่ ทีต่ กทุกข์ไดย้ าก หรอื การบรจิ าคทรัพย์ เพ่ือทำบุญกศุ ลแกป่ ระโยชนส์ ว่ นรวมตามกำลงั ความสามารถและ พรอ้ มท่จี ะใหโ้ อกาส ให้อภยั กับทกุ คนทผ่ี ิดพลาดในเรื่องต่าง ๆ ทผ่ี ่านมา ขา้ พเจ้าปฏบิ ัติการสอนท่ี นำแนวคดิ สผู่ ู้ ปฏิบตั ิถึงการสรา้ งวินัย การฝึกอบรมและให้ความรโู้ ดยใช้หลกั ธรรมของศาสนา เนน้ ระเบียบวินัย ไดว้ างรูปแบบของ การมีวินัยสู่ การปฏิบัตโิ ดยเป็นเรอ่ื งหนึ่งในการปฏิบตั ิการสอนตามดา้ นคุณธรรมจริยธรรมเรือ่ งระเบยี บวินยั และความ รบั ผดิ ชอบจดั ทำป้ายนเิ ทศตามทตี่ า่ ง ๆ ในโรงเรียนเก่ยี วกบั การรกั ษาระเบยี บวินยั จดั โครงการและกิจกรรมทส่ี ่งเสริม ระเบียบวินยั ทางธรรม เพื่อส่งเสรมิ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมของนักเรียน ในโรงเรียน ไดแ้ ก่ กจิ กรรมพบกันสวสั ดี เปน็ กจิ กรรมท่ีฝึกใหน้ กั เรยี นทำความเคารพตามหลักศาสนาที่ตนนบั ถอื ซ่ึงไดผ้ ่านการทำวิจยั เชิงคณุ ภาพ เรื่อง การ พัฒนาการทำความเคารพของโรงเรียนอนบุ าลระแงะ โดยจดั ทำ Focus group เพ่ือหาแนวทางที่ถูกตอ้ งในการทำ ความเคารพ พฒั นานักเรยี นในการทำความเคารพในรูปแบบต่างๆ ท่ีนกั เรียนสามารถพงึ ปฏบิ ตั ไิ ดภ้ ายใตส้ ังคมพหุ วฒั นธรรม จากการดำเนินการน้ี สง่ ผลให้ใหน้ กั เรียนได้รบั รางวัลเหรียญทอง การประกวดมารยาทไทย ในงาน ศิลปหัตถกรรมนักเรยี น ระดับชาติ ปกี ารศกึ ษา 2562 และไดเ้ ป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียน นอกจากน้ี ยังปลูกฝงั ให้ นักเรียนจดั ทำโครงงานคุณธรรมตามความสนใจของนักเรียน เชน่ โครงงานหนั ส้นชนตกึ โครงงานเดนิ อย่างมด โครงงาน ลดวง่ิ บนอาคารเรยี น ลดอุบตั เิ หตุ เปน็ ต้น ส่งผลใหโ้ รงเรยี นได้เป็นโรงเรยี นคุณธรรม และได้มโี อกาส นำเสนอเป็นตัวแทนสำนักงานเขตพน้ื ท่กี ารศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 ไดเ้ ข้าร่วมจัดนิทรรศการและแสดงผล งานนวัตกรรมสรา้ งสรรค์คนดีของผบู้ รหิ ารสถานศึกษาและครู โรงเรยี นคณุ ธรรม สพฐ.เขตตรวจราชการที่ 8 ครง้ั ที่ 1
57 2.3.2 ครูใช้หลกั ความโปรง่ ใสในการปฏิบัติงาน ข้าพเจ้าโดยยึดหลักความถกู ต้องตามกฎหมาย ระเบยี บ แบบแผน ประเพณี ปฏิบตั ิของทาง ราชการและหนว่ ยงาน ยืนหยัดกระทำในสิง่ ท่ีถกู ต้อง เป็นธรรม ข้าพเจา้ พยายามศกึ ษาหาความรู้ในเรอื่ งกฎหมาย ระเบียบ แนวปฏิบัตขิ องทางราชการ ทต่ี อ้ งใชใ้ นการปฏบิ ัตหิ นา้ ทีอ่ ยู่เสมอ เพื่อใหท้ นั ต่อเหตกุ ารณ์และ การ เปลย่ี นแปลงตา่ งๆอย่เู สมอ ทง้ั นเ้ี พ่ือใหส้ ามารถปฏบิ ัตงิ านไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเปน็ ไปตามระเบยี บของ ทางราชการ การตดั สินใจในเร่ืองใดๆกต็ าม ข้าพเจ้าจะยึดหลักกฎหมายและความถูกต้องเป็นสำคัญที่สุด นอกจากนี้ขา้ พเจ้ายังได้ เน้นยำ้ กบั นักเรียน และเพื่อนรว่ มงานทุกคนให้ปฏบิ ัตติ ามระเบยี บ ขอ้ กฎหมายของทางราชการอยู่เสมอเมื่อมีโอกาส ทเี่ หมาะสม ขา้ พเจา้ ไดม้ กี ารใช้หรอื ใหข้ ้อมลู ข่าวสารของสว่ นบุคคลและของทางราชการให้เป็นไปด้วยความถกู ต้อง ทกุ เสมอ ไดแ้ ก่ การใหข้ ้อมูลขา่ วสารของบุคคล และของโรงเรียนหรอื หนว่ ยงานต้นสังกดั แก่ผมู้ าตดิ ต่อสอบถาม ข้อมูลตามความเป็นจริงถูกตอ้ ง เพ่ือประโยชน์ของนักเรยี น ผปู้ กครอง และสถานศึกษา เมอื่ มีผู้ปกครองมาตดิ ต่อ สอบถามข้อมูลตา่ งๆของโรงเรียนขา้ พเจา้ กจ็ ะให้ข้อมลู เหลา่ นน้ั ดว้ ยความเป็นจริงไม่บิดบัง เช่น ข้อมลู เกยี่ วกบั พฤติกรรมนักเรียน ผลการเรยี นหรือขอ้ มูลอ่นื ๆกต็ าม นอกจากน้ีข้าพเจ้ายงั ยอมรบั ความคดิ เหน็ จากทุกฝา่ ย เพื่อ นำมาปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพของโรงเรยี นเสมอ นอกจากน้ีข้าพเจา้ ยงั ได้ให้ข้อมลู ที่เปน็ ประโยชนต่อองคก์ รของ ทางราชการ และเชอ่ื มโยงและใชข้ ้อมลู ในการปฏิบตั ิงานของเพื่อนรว่ มงานในองค์กรวิชาชพี ได้อย่างถูกต้องและทันต่อ เหตกุ ารณ์เสมอ ข้าพเจา้ ไดป้ ระพฤตปิ ฏิบตั ติ นเปน็ แบบอย่างที่ดี เหมาะสม กบั สถานภาพและตำแหน่งหน้าท่ี มีการวางแผนชีวติ ใหเ้ กดิ ความรักความศรัทธาต่อผู้รว่ มงาน ผู้ปกครอง ชมุ ชน และนักเรยี น จงึ ตอ้ ง มีการครอง ตนให้อย่ใู นคุณธรรม จริยธรรมและมีความพอเพียง ไม่เคยใชต้ ำแหน่งหนา้ ที่เพอื่ หาประโยชนแ์ กต่ นเอง ปฏบิ ตั ิ หน้าท่ีด้วยความซ่ือสตั ยส์ ุจรติ ขยันและอดทน ยึดหลักศาสนาในการปฏิบตั ติ น ให้ความเสมอภาคกับทุกคน วาง แผนการดำรงชวี ิตของตนอย่างเป็นระเบียบระบบ ในการครองงานต้องปฏบิ ัติตนให้เป็นแบบอยา่ งท่ีดีของเพื่อน รว่ มงาน ท้งั การมาทำงาน การแตง่ กาย การพดู จา การปฏิบัติงาน หรือปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ต้องเป็นแบบอยา่ งทุกกรณีอยู่ เสมอ ส่วนการครองคน ถือได้ว่าเปน็ เรอ่ื งสำคัญเพราะคนยอ่ มมีความแตกต่างกนั และทุกคนมีความสำคัญต่อองค์กร ทงั้ ส้นิ ดงั นั้นการปฏบิ ตั ติ นของข้าพเจ้า จึงใหค้ วามสำคญั ในเร่อื งการประพฤตปิ ฏิบัตติ นตามหลักจรรยาบรรณของ
58 ครูอยูเ่ สมอ ข้าพเจา้ ปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ งทีด่ ถี ือเป็นหน้าทขี่ องครูที่ใหค้ ำแนะนำ ตักเตือนควบคุม กำกับดแู ล นกั เรียนทกุ คนในโรงเรียน จงึ ตอ้ งเปน็ ครูทปี่ ระพฤติปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างท่ดี ี ใหก้ บั ผรู้ ่วมงาน นกั เรียน ผู้ปกครอง และชุมชนในทกุ ๆ ด้าน ทัง้ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ระเบยี บวนิ ยั ดา้ นบุคลิกภาพ การปฏบิ ตั งิ าน และผลการ ปฏบิ ตั ิงาน เป็นผู้ครองตน ครองคน ครองงาน ด้านจรรยาบรรณวิชาชีพครผู สู้ อน 2.3.4 ครูใชห้ ลักความมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน ขา้ พเจ้าประพฤติปฏบิ ตั ติ น มีจติ อาสา จติ สาธารณะ ใชห้ ลักความมสี ว่ นรว่ มในการปฏบิ ัตงิ านและมุ่ง ประโยชนส์ ว่ นรวม ดังนี้ 1. มุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ได้แสดงออกโดยการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียนได้ ดำเนนิ การทุกรายการ เป็นผู้ทม่ี ีจติ อาสา จติ สาธารณะ และมุ่งประโยชน์แกส่ ว่ นรวมดว้ ยการใหค้ วามช่วยเหลือ ให้ความ ร่วมมือแก่ส่วนรวม อย่างทุ่มเทและเสียสละ จนสำเร็จเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมได้บริจาคสิ่งของเครื่องใช้นุ่งห่มให้กับ นกั เรยี นท่ยี ากจน ได้อุทิศตนเพ่ือปฏิบัตงิ านและหน้าที่ด้วยความเสียสละ แม้เป็นวันหยุด หรือนอกเวลาราชการ ทั้งนี้โดย คำนึงถงึ เปา้ หมายคุณภาพของงานและผลสัมฤทธิ์ของงาน เพอ่ื มงุ่ ประโยชนแ์ ก่ส่วนรวมเปน็ สำคัญ ไดป้ ฏิบัติราชการโดย บรจิ าคทรัพย์เพ่ือชว่ ยเหลือนักเรียนทเี่ ดือดร้อน ได้มจี ิตอาสาชว่ ยเหลือเพ่ือนร่วมงานในการปฏิบตั หิ น้าทตี่ ่าง ๆโดยท่ีไม่มี คำส่ัง 2. การรว่ มบริจาคทรัพย์ในกจิ กรรมต่าง ๆ เชน่ วันสำคัญทางศาสนา บรจิ าคเงนิ ทำบุญ บริจาคเงนิ สงเคราะห์ศพ บรจิ าคชว่ ยเหลือผู้ประสบอัคคภี ยั เปน็ ตน้ 3. เข้าร่วมกบั หน่วยงานในการเดินรณรงค์การไปใช้สทิ ธิเลือกตง้ั ในชุมชน 4. เข้ารว่ มกบั หน่วยงานและชุมชน ในการเดินรณรงคต์ อ่ ต้านอบายมุขและสารเสพติด 5. ให้ความรว่ มมือแก่สว่ นรวมโดยการเขา้ รว่ มกจิ กรรมทช่ี ุมชน จัดงานดว้ ยความเต็มใจทุม่ เทและเสยี สละจนสำเร็จ เกิดประโยชนต์ ่อสว่ นรวม 6. ใหก้ ารช่วยเหลอื หรอื ให้ความรว่ มมือแกส่ ว่ นรวมอย่างทุ่มเทเสยี สละจนสำเรจ็ และเกิดประโยชน์ต่อ สว่ นรวม ดังนี้ 6.1) อทุ ิศเวลาและทุ่มเทใหง้ าน ไมใ่ ชเ้ วลาราชการ เพื่อประโยชนข์ องตนเอง 6.2) เมอื่ มีงานต้องทำเพิ่มขนึ้ จะทำงานนัน้ จนแล้วเสรจ็ แม้ตอ้ งทำนอกเวลาราชการ 6.3) สละเวลาเพอ่ื ให้คำแนะนำช่วยเหลอื กับเพอื่ นที่ประสบปัญหาในการทำงาน 6.4) ไมเ่ คยปฏเิ สธเมอ่ื ผู้บังคับบัญชาหรือเพ่ือนร่วมงานขอความชว่ ยเหลือ 6.5) เตม็ ใจให้บริการแกท่ ุกคนอย่างเทา่ เทียมกนั โดยไม่มีเง่ือนไขวา่ ผรู้ ับบรกิ ารเปน็ ใคร 6.6) ชักชวนให้เพ่ือนรว่ มงานชว่ ยส่งเสริมและสนบั สนนุ การมจี ิตอาสา จติ สาธารณะท้ังทางตรงและ ทางอ้อม จากการดำเนนิ งานส่งผลให้ขา้ พเจา้ ได้รบั คัดเลอื กไดร้ ับการคัดเลือกเป็นผูท้ ่ีมีผลงานดเี ด่นของจงั หวัด ชายแดนภาคใต้ ประจำปี พ.ศ.2562
59
60 2.3.4 ครใู ช้หลักความคุ้มค่าในการปฏบิ ตั ิงาน ประพฤติปฏิบตั ิตน มคี วามอตุ สาหะ ขยนั อดทน มุ่งม่ันและรบั ผดิ ชอบต่อผลสัมฤทธข์ิ องงาน โดยยึด หลักประหยดั คุม้ ค่า มีประสิทธิภาพ ดงั นี้ 1. การทำงานทไ่ี ดร้ ับมอบหมายทุกงาน ขา้ พเจ้าใชค้ วามมานะ พยายาม มคี วามขยัน และอดทน ตงั้ ใจ ทำงานเพื่อใหง้ านสำเร็จลุล่วงอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพทุกครั้ง โดยเฉพาะในเรื่องการสอนนักเรียนทมี่ ีผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี น ตำ่ ซ่ึงเปน็ เรื่องทตี่ ้องใชค้ วามพยายาม ความอดทน และต้องทมุ่ เทท้ังกายใจ ในการพฒั นานกั เรียนใหร้ ัก และมเี จตคติ ทีด่ ตี อ่ การเรยี นคณิตศาสตรแ์ ตด่ ้วยความมงุ่ มัน่ ของข้าพเจา้ กส็ ามารถทำให้นักเรยี นทุกคนอยากเรียนคณิตศาสตร์ และมี ผลสมั ฤทธิท์ างการเรียนสงู ข้นึ 2. การฝกึ ซ้อมกิจกรรมทางวิชาการ เชน่ กิจกรรมแขง่ ขนั คดเลขเรว็ กิจกรรมโครงงานคณติ ศาสตร์ ตอ้ งใช้เวลานอกราชการในการฝกึ ซ้อมนกั เรยี นต้องขยนั อดทน แม้ว่าบางครง้ั ต้องใช้เวลายาวนานมาก แต่ขา้ พเจ้าไม่ เคยย่อท้อจนมผี ลงานเป็นทป่ี ระจกั ษ์อยา่ งต่อเนื่อง สรา้ งช่ือเสียงให้โรงเรียนทุกปีการศึกษาเป็นทไ่ี วว้ างใจของผูบ้ รหิ าร และผ้ปู กครอง 3. ความขยนั อดทน มคี วามมุ่งม่นั มผี ลงานท่ีเดน่ ชัดคือ ผลการทดสอบ O-NET ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 6 วิชาคณิตศาสตร์ มีค่าเฉลยี่ สงู ข้ึนจากปที ่ีผ่านมาและสูงกวา่ ค่าเฉล่ียระดบั ชาติ ๒.๓.๕ ครใู ช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในการปฏบิ ัติงาน ขา้ พเจ้าได้ยดึ หลกั การดำรงชีวิตตามแนวทางตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง รจู้ ัก ความพอประมาณคือไมม่ ากเกนิ ไปและน้อยจนเกินไป ใชค้ วามมีเหตุมผี ลในการตัดสนิ ใจและมีภูมคิ ุ้มกนั ในตัว ไม่วา่ สภาวะกาลจะมีการเปลยี่ นแปลงไปก็ตาม เราก็สามารถดำเนินชีวติ ไดอ้ ย่างปกติไม่เดอื ดรอ้ นไดแ้ ก่ การรจู้ ักวางแผนในการดำเนินชวี ติ มีความพอเพยี งพอประมาณ เชน่ การใชจ้ า่ ยในส่ิงท่ีจำเปน็ ไมใ่ ช้จ่ายเกินตวั รู้จกั ตัวเองอยู่เสมอ ส่ิงใดที่สามารถทำเองหรผื ลติ เองได้กจ็ ะทำโดยไม่รรี อ เช่น จะใช้เวลาวา่ งจากงานราชการในวนั หยดุ ไป ทำสวนดว้ ยตนเอง หรอื การปลูกพชื ผักสวนครัวไวก้ นิ เองในครอบรัว นอกจากนยี้ งั ได้มีการวางแผนการใช้เงนิ ของ ครอบครวั ไดอ้ ย่างลงตัว ทำใหไ้ ม่มีความเดือดร้อนทาง ดา้ นเศรษฐกิจ นอกจากน้ีข้าพเจ้ายังการแสดงออกถึงการมี เหตุผล การรจู้ กั ความพอดี รจู้ ักประมาณตน ความคุม้ ค่า เช่น มีการวางแผนการใชจ้ ่ายอยา่ งประหยัด รูจ้ ักอด ออม ดว้ ยการยึดแนวทางตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงที่เหมาะสมกับฐานะค่าใช้จ่ายและค่าครองชีพในทุก สถานการณ์ ใช้จ่ายเทา่ ทจี่ ำเป็น แต่รู้จักการเออ้ื เฟ้ือเผ่ือแผ่มีน้ำใจตอ่ คนรอบข้าง นอกจากน้นั ยงั สนับสนนุ และส่ิง เสรมิ กิจกรรมอนรุ กั ษ์พลังงานและสิง่ แวดลอ้ มตามนโยบายของรฐั บาลและหนว่ ยงานมาโดยตลอด ได้พยายามให้ ความรแู้ ละกระตนุ้ เตอื นนักเรียนและผู้เกี่ยวข้องใหเ้ หน็ ความสำคัญในเรื่องดังกลา่ วตลอดมา พร้อมทงั้ ยังไดเ้ ข้าร่วม กจิ กรรม ท้ังยงั สง่ เสริมใหน้ กั เรยี นและบคุ ลากรถือปฏิบตั ิในเรื่องการดำเนนิ ชีวิตตามหลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ท้งั ทางตรงและทางอ้อมอยเู่ สมอ มีการกำหนดวสิ ยั ทัศน์ในการดำรงชีวิต ตามเป้าหมายชวี ติ ทไ่ี ด้วางแผนไว้ นอกจากนี้ ขา้ พเจา้ ได้จดั กิจกรรมการเรยี นรู้เพ่ือให้นักเรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกบั การดำเนนิ ชีวติ ตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ได้แก่ การจัดการเรยี นการสอนแบบโครงงาน เชน่ โครงงานอนุบาลระแงะร่วมใจประหยัด นำ้ และไฟฟ้า โครงการถังขยะจากเศษผ้าเก่า โครงงานกระเปา๋ จากเศษผา้ โครงงานปุย๋ หมกั ออร์แกนิค โครงงานนำ้ หมักชวี ภาพหลักเลีย่ งภาวะโลกร้อน โครงงานจักรยานป่ันพลงั งานนำ้ เปน็ ตน้ ฝกึ ฝนนักเรียนในการทำบัญชรี ายรับ รายจ่าย ผา่ นกิจกรรมการปลกู ผักสวนครวั โดยให้นกั เรยี นปลกู เอง แลว้ นำมาจำหน่าย และคำนวณต้นทนุ กำไรท่ี เกิดขึ้น จดั กิจกรรมตลาดนักเรยี นเพ่อื ให้นักเรยี นไดม้ ีโอกาสแสดงออก และจำหนา่ ยผลิตภัณฑข์ องช้นั ตนเอง รวมถึง ปลกู ฝงั การประกอบอาชีพสุจรติ การอยู่อย่างพอเพยี ง ผา่ นสถานการณ์จรงิ ทเี่ กดิ ขน้ึ นอกจากน้ี ยงั จดั กจิ กรรมเสริม
61 ทกั ษะอาชีพใหก้ ับนกั เรียน เช่น ผา้ มัดย้อม ขนมปยุ ฝ้าย นวดฝา่ เทา้ เพื่อสุขภาพ ขนมโค วุ้น เป็นตน้ จากการ ดำเนินงานส่งผลให้โรงเรียนได้รบั เปน็ โรงเรียนทีม่ คี วามโดดเดน่ ดา้ นการจัดการพลงั งานของโรงเรียนปลอดขยะ โรงเรียนสจุ รติ โรงเรียนคุณธรรม และสถานศึกษาพอเพียง โครงงานอนบุ าลระแงะร่วมใจประหยัดนำ้ และไฟฟา้ การเสริมทักษะอาชีพ เร่อื ง นวดฝ่าเทา้ เพื่อสขุ ภาพ การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เร่อื งการปลูกผกั สวนครัว
62 การฝึกนักเรยี นจำหนา่ ยผักสวนครวั แล้วนำไปคำนวณตน้ ทุน กำไรท่ีได้รบั การจดั กิจกรรมตลาดนักเรยี น จดั กจิ กรรมเสริมทักษะอาชพี เร่อื ง ขนมโค และวุ้น
63 จดั กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะอาชพี เรอื่ ง กระเป๋าจากเศษผ้า
64
65 2.4 รางวัลและผลงานเชิงประจักษจ์ ากการปฏิบัติหน้าท่ี 2.4.1 ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนของผูเ้ รียน 1. แสดงผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 6 ปกี ารศึกษา 2560-2562 มีแนวโนม้ พัฒนาข้ึนและสูงกว่าเปา้ หมายของสถานศึกษาที่กำหนดไว้ร้อยละ 65 ปีการศึกษา 2560 2561 2562 คา่ เฉลย่ี 69.39 69.83 70.28 2. ผลการทดสอบระดบั ชาตขิ ัน้ พื้นฐาน O-NET กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 2560-2562 ปกี ารศกึ ษา 2561 2562 คา่ เฉลีย่ 34.05 34.07 3. ไดร้ บั การประกาศเกียรติคณุ มีผลการทดสอบทางการศึกษาระดบั ชาติข้นั พืน้ ฐาน (O-NET ) ระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 6 ปีการศกึ ษา 2561
66 2.4.2 ผเู้ รยี นมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พ.ศ.2551 ชนั้ / จำนวนนกั เรยี น ดีเย่ยี ม ไม่ผ่าน หมาย ห้อง ทงั้ หมด (3) ดี (2) ผา่ น (1) (0) เหตุ ป.1/1 35 0 0 0 ป.1/2 35 36 0 0 0 ป.2/1 36 30 4 0 0 ป.2/2 34 30 4 0 0 ป.3/1 34 18 9 0 0 ป.3/2 27 15 9 0 0 ป.4/1 24 30 0 0 0 ป.4/2 30 28 0 0 0 ป.5/1 28 32 3 0 0 ป.5/2 35 34 0 0 0 ป.6/1 34 27 0 0 0 ป.6/2 27 30 0 0 0 30 345 29 0 0 รวม 374 92.25 7.75 0.00 0 ร้อยละ 100 2.4.3 ผ้เู รียนมีผลงานดีเดน่ เปน็ ท่ปี ระจักษ์ (ย้อนหลัง ๓ ปี) ที่ ชอื่ - สุกลนกั เรยี น รางวัลทไ่ี ดร้ บั หน่วยงานทีม่ อบ ปีการศกึ ษา 2560 สพป.นราธิวาส เขต 3 1 เดก็ ชายซิดดิก๊ จยิ ง่ี อ รองชนะเลศิ อนั ดบั 1 การแขง่ ขันคิดเลขเรว็ ป.4-6 กจิ กรรมทักษะวิชาการทางคณิตศาสตร์ สพป.นราธวิ าส เขต 3 2 เด็กชายคณิศร รุจริ ะการกุล ระดบั เขตพืน้ ที่ รองชนะเลศิ อนั ดบั 1 การแก้ปัญหาทาง สพฐ. 3 เด็กชายซิดด๊ิก จยิ ่ีงอ คณิตศาสตร์ ป.4-6 กิจกรรมทักษะวิชาการทาง สพฐ. 4 เด็กหญิงวริศรา อ่องบุญ คณติ ศาสตร์ ระดับเขตพน้ื ที่ สพฐ. 5 เด็กหญงิ สุนิชา เทพศรี ผู้นำเสนอโครงการโรงเรยี นปลอดขยะ ผนู้ ำเสนอโครงการโรงเรียนปลอดขยะ ผ้นู ำเสนอโครงการโรงเรยี นปลอดขยะ
67 ที่ ชื่อ - สุกลนักเรยี น รางวลั ท่ีไดร้ บั หน่วยงานที่มอบ 6 เดก็ ชายซดิ ดกิ๊ จิย่ีงอ รองชนะเลศิ อนั ดบั 1 เหรยี ญเงนิ การแขง่ ขนั คิด สพป.นราธิวาส เขต 3 7 เดก็ หญิงกชพร ไชยกลุ เลขเร็ว ป.4-6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรยี น ระดบั 8 เด็กหญงิ สตี โี รฮานา เลาะสรุ ี เขตพื้นท่ี ปกี ารศึกษา 2560 ปกี ารศกึ ษา 2561 รองชนะเลิศ อันดับ 1 เหรียญทองแดง การ สพป.นราธวิ าส เขต 3 1 เดก็ หญงิ กชพร ไชยกุล แขง่ ขนั คิดเลขเร็ว ป.4-6 งานศลิ ปหตั ถกรรมนกั เรยี น ระดับเขตพ้ืนที่ 2 เด็กหญิงฟาตอนะห์ ยาสะอา ปีการศกึ ษา 2560 ปีการศึกษา 2562 1 เดก็ หญงิ กชพร ไชยกลุ รองชนะเลศิ อันดับ 1 เหรยี ญเงินการแขง่ ขนั สพป.นราธิวาส เขต 3 2 เดก็ ชายฟาฮัด สอื แมง อัจฉริยภาพทางคณติ ศาสตร์ ป.1-3 งาน ศลิ ปหตั ถกรรมนักเรียน ระดบั เขตพ้ืนท่ี ปี การศกึ ษา 2560 รองชนะเลิศ อันดบั 1 เหรียญทองแดง การ สพป.นราธิวาส เขต 3 แขง่ ขนั คดิ เลขเรว็ ป.4-6 งานศลิ ปหัตถกรรม สพป.นราธิวาส เขต 3 นกั เรียน ระดับเขตพื้นที่ ปีการศกึ ษา 2561 เข้ารว่ ม การแข่งขนั คดิ เลขเรว็ ป.1-3 งาน ศิลปหตั ถกรรมนักเรยี น ระดับเขตพน้ื ท่ี ปีการศึกษา 2561 รองชนะเลศิ อนั ดบั 1 เหรยี ญเงนิ การแข่งขันคิด สพป.นราธวิ าส เขต 3 เลขเร็ว ป.4-6 งานศิลปหัตถกรรมนกั เรยี น ระดับ เขตพ้นื ท่ี ปีการศึกษา 2562 รองชนะเลิศ อนั ดับ 2 เหรียญทองแดง การ สพป.นราธิวาส เขต 3 แข่งขันคิดเลขเร็ว ป.1-3 งานศลิ ปหตั ถกรรม นักเรียน ระดับเขตพ้นื ที่ ปกี ารศึกษา 2562 2.4.4 ครูมีผลงานดีเดน่ เปน็ ท่ีประจกั ษ์ ผลงานดีเด่นระดบั ชาติ ภาค/จงั หวดั เขตพ้ืนท่ฯี หมายเหตุ ที่ ชือ่ ✓ 1 วทิ ยากรการอบรมสมั มนาแลกเปลีย่ นเรยี นรกู้ ารจดั กิจกรรม ลด เวลาเรยี น เพม่ิ เวลารู้ โดย สำนักงานเขตพนื้ ที่การศึกษา ประถมศกึ ษานราธวิ าส เขต 3
68 ที่ ช่อื ผลงานดีเด่นระดับ ชาติ ภาค/จงั หวัด เขตพ้นื ท่ฯี หมายเหตุ 2 วทิ ยากร เรื่อง สภาพและปญั หาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ ✓ ในโรงเรียนประถมศกึ ษาพืน้ ที่ 3 จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส) ประจำปีงบประมาณ 2562 โดย สำนักงานศึกษาธกิ ารภาค 7 3 วทิ ยากรการอบรมเชิงปฏบิ ตั กิ ารการพัฒนาศกั ยภาพครูในการ ✓ วิเคราะห์โจทย์การทดสอบสำหรับผใู้ นพ้นื ท่ชี ายแดนใต้ 4 โรงเรียนทีม่ ีผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้นั พ้ืนฐาน ✓ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 6 ปกี ารศกึ ษา 2561 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ลำดับที่ 3 5 เปน็ คณะทำงานการศึกษาวจิ ัย เร่ือง สภาพและปัญหาการเรยี น ✓ การสอนคณติ ศาสตร์ในโรงเรยี นประถมศกึ ษาพ้นื ที่ 3 จงั หวัด ชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปตั ตานี และนราธิวาส) ประจำปี งบประมาณ 2562 6 วิทยากร การอบรมเชิงปฏบิ ัติการหลกั สูตรการจดั การเรยี นรู้ด้วย ✓ วิธกี าร Active Learning เพื่อนกระดับคุณภาพผ้เู รียนสู่การ เรยี นรู้ใรศตวรรษท่ี 21 โดย สำนกั งานศึกษาธิการจังหวดั ปัตตานี 7 ผู้นำเสนอผลงานการประกวดนวัตกรรมการสอนภาษาไทย ✓ ชายแดนใตง้ านนำเสนอผลงาน \"นวัตกรรมภาษาไทยชายแดนใต้\" 8 คณะกรรมการดำเนนิ การออกข้อสอบสำหรบั การคัดเลือกบุคคล ✓ เพื่อบรรจแุ ละแตง่ ตงั้ เข้ารับราชการเป็นข้าราชการครแู ละ บคุ ลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีที่มคี วามจำเปน็ หรือมีเหตุพเิ ศษ โดย สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัดนราธิวาส 9 ครูผ้สู อนนกั เรียนได้รับรางวลั ระดบั เหรยี ญทองแดง รองชนะเลศิ ✓ อนั ดับท่ี 2 กจิ กรรม การแข่งขันคดิ เลขเรว็ ระดับช้นั ป.1 - ป.3 งานศลิ ปหัตถกรรมนกั เรยี น ครัง้ ที่ 69 ระดบั เขตพ้นื ท่กี ารศึกษา ประจำปี 2562 10 ครผู ้สู อนนกั เรียนไดร้ ับรางวัลระดบั เหรียญเงิน รองชนะเลศิ ✓ อนั ดบั ท่ี 1 กจิ กรรม การแขง่ ขนั คิดเลขเร็ว ระดบั ชัน้ ป.4 - ป.6
69 ท่ี ช่อื ผลงานดเี ด่นระดับ ชาติ ภาค/จังหวัด เขตพื้นทฯี่ หมายเหตุ งานศลิ ปหตั ถกรรมนักเรยี น คร้งั ที่ 69 ระดับเขตพน้ื ท่ีการศึกษา ประจำปี 2562 ✓ ✓ 11 วทิ ยากร การอบรมเชงิ ปฏบิ ัติการผลิตสื่อเพ่ือยกระดบั คุณภาพ ✓ การจัดการเรียนการสอนภาษาองั กฤษ ✓ 12 วิทยากร บรรยาย เรือ่ ง หลักสตู รสถานศึกษาและเอกสาร ✓ ประกอบหลกั สตู ร 13 วิทยากรอบรมโครงการติวเข้มเตมิ เต็มความรู้ 14 เหรยี ญเงินครผู สู้ อนยอดเยย่ี ม ระดับประถมศึกษา บรู ณาการ ดา้ นบรหิ ารจัดการโครงการประกวดหนว่ ยงานและผู้มผี ลงาน ดเี ด่นประสพผลสำเรจ็ เป็นท่ปี ระจกั ษ์เพ่ือรับรางวลั ทรงคุณคา่ สพฐ. (OBEC AWARDS) คร้ังท่ี 9 ประจำปกี ารศกึ ษา 2562 ระดับภาคใต้ 15 ไดร้ ับการคัดเลอื กเป็นผทู้ ม่ี ผี ลงานดเี ดน่ ของจังหวดั ชายแดน ภาคใต้ ประจำปี พ.ศ.2562 ตอนท่ี 3 ผลงานท่สี ำคญั โดยย่อ เพ่ือนำไปจัดพิมพใ์ นหนังสอื อเล็กทรอนกิ ส์ “ ครดู ใี นดวงใจ” ชอื่ ผลงาน “สายใยรัก สังคมพหุวฒั นธรรม เก่งคณิต พชิ ติ การอา่ น” ชือ่ -สกลุ นางสาวยามีละห์ สุกี โรงเรียนอนุบาลระแงะ สงั กัดสำนักงานเขตพน้ื ทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานราธวิ าส เขต 3 ท่ีอยู่ 165 หมทู่ ่ี 1 ถนนระแงะมรรคา ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จงั หวดั นราธิวาส หมายเลขโทรศัพท์ท่ีตดิ ต่อได้สะดวก 088-3823248 อดุ มคตใิ นการทำงาน ทำทุกวัน ทำทกุ งาน ประสานผลประโยชนข์ องชาติ ขา้ พเจา้ มีปณธิ านในการปฏบิ ตั งิ าน คือ มุ่งม่ันพัฒนาการศกึ ษาสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ซง่ึ ข้าพเจ้า ปฎิบัตหิ น้าท่ีเปน็ ผ้ทู ม่ี คี วามรักและศรทั ธาในวชิ าชีพครู โดยไดร้ ับการอบรม บ่มเพาะจากการเป็นนักศกึ ษาในโครงการ สควค. มหาวทยาลยั ทกั ษิณ ได้รบั การศกึ ษาอบรมในวิชาชพี ครู จงึ มีความรัก ความศรัทธาในอาชพี ครู ตระหนักถงึ ความสำคัญของจรรยาบรรณวิชาชีพครู ครูคือผ้ทู สี่ ังคมให้การยกย่องวา่ เปน็ “ปูชนียบุคคล” เปน็ บคุ คลที่ควรค่าแก่ การเคารพบชู า นบั แตไ่ ดร้ ับการบรรจุ แตง่ ตัง้ เขา้ รบั ราชการ ปฏบิ ัตหิ น้าที่ราชการด้วยความต้ังใจ ไดป้ ระพฤตปิ ฏบิ ัติ
70 ตนตามจรรยาบรรณวชิ าชีพอยา่ งเคร่งครัด มีความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่ ให้ความรว่ มมือกับเพ่ือนร่วมงาน ชุมชนและองค์กร อ่นื ๆตามโอกาสอย่างเหมาะสม มีความรบั ผิดชอบในการทำงาน ตั้งใจจรงิ เปน็ ผู้เสียสละเวลาในการปฏิบัติและทำงาน ที่ได้รบั มอบหมายจากผบู้ งั คับบัญชาอยา่ งตัง้ ใจ โดยยึดหลักการปฏบิ ัตงิ านคือ การครองตน ครองคน ครองงาน มา เปน็ แนวทางการปฏิบตั งิ าน ด้านการครองตน ไดน้ ำหลักธรรมมาใช้ในการปฏิบัตงิ าน มคี วามขยนั หม่นั เพยี ร และมี ความรบั ผิดชอบในหน้าที่และตนเอง ตงั้ ใจทำงาน จนประสบผลสำเร็จ ไม่ย่อท้อต่ออปุ สรรค ร้จู กั ประหยัด รักษา ทรพั ย์สินทางราชการ มรี ะเบียบวนิ ัย เคารพกฎหมาย ประพฤติตนเปน็ ตัวอย่างทด่ี แี ก่บุคคลท่ัวไป ปฏิบตั ิตามหลกั ศาสนา รว่ มงานวนั สำคญั ต่างๆและงานที่สำคัญอยา่ งสมำ่ เสมอ ด้านการครองคน สามารถประสานความสัมพนั ธแ์ ละสร้าง ความเขา้ ใจที่ดกี บั ผู้บงั คบั บญั ชาและเพ่ือนร่วมงานได้เปน็ อย่างดี ส่งผลใหไ้ ดร้ บั แต่งต้งั เป็นหวั หน้าฝ่ายบรหิ ารวิชาการ หวั หนา้ โครงการโรงเรยี นดมี ีคุณภาพ หวั หน้างานประกันคุณภาพภายใน เจา้ หน้าสารสนเทศ หัวหน้ากลุ่มสาระการ เรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ สามารถเปน็ ผู้นำและทำงานเป็นกลุ่มกับทกุ คนได้ สามารถใหค้ ำแนะนำคำปรกึ ษากับเพื่อนครู มี ความรบั ผิดชอบ มีเหตผุ ล ยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของทุกคน สร้างความสามัคคี และรว่ มงานของหมคู่ ณะท้งั ในและ นอกหนว่ ยราชการ เปน็ วิทยากรท้งั ในและนอกหนว่ ยงาน ด้านการครองงาน ปฏบิ ัติงานด้วยความตัง้ ใจ อดทน มานะ พยายาม เพอ่ื ใหง้ านสำเร็จบรรลเุ ปา้ หมายดว้ ยดเี พื่อเกิดผลดีแกเ่ ด็ก โรงเรยี น ทกุ คนและทุกฝา่ ย จดั ทำแผนการเรยี นรู้ ที่เน้นผ้เู รียนเป็นสำคญั จดั ทำรายงานการวจิ ยั ในชัน้ เรยี นเพ่ือพัฒนาผูเ้ รียนอยา่ งเปน็ ระบบ อบรมสั่งสอนนักเรียนให้เป็น คนดีคนเก่งอยู่ในสงั คมได้อยา่ งมีความสุข หม่นั พฒั นาตนเอง และปรับปรงุ งานในหน้าทขี่ องตนให้มีศักยภาพมากขึ้น เพื่อเพิม่ ประสิทธิภาพของตนเองใหท้ ันต่อเหตุการณ์และการเปลย่ี นแปลงในยุคปจั จบุ ัน ขา้ พเจ้าได้นำความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะจากการประเมนิ การปฏิบัติงาน และผลจากการประเมนิ ใน ระดบั ตา่ ง ๆ เกยี่ วกับการบริหารจัดการช้นั เรียน มาพฒั นารูปแบบในการบรหิ ารจัดการช้ันเรยี นที่สง่ เสรมิ ใหน้ ักเรียน อา่ นคล่องเขยี นคล่องและคิดเลขเป็นโดยใช้ “รู้รกั สามัคคี และ เขา้ ใจ เข้าถงึ พฒั นา” โดยคำนึงถึงความแตกตา่ ง ของศักยภาพของผู้เรยี นเป็นรายบุคคลด้วย สายใยรกั สงั คมพหุวัฒนธรรม โรงเรยี นเปน็ หน่วยงานทางการศึกษาทจ่ี ัดการความรใู้ ห้กับนกั เรยี นได้อย่างมีคณุ ภาพ การจดั การความรู้ อยา่ งมีคุณภาพและยัง่ ยนื ได้ ก็ต้องเน้นให้นกั เรียนไดล้ งมือปฏิบัติจรงิ ผา่ นกระบวนการกลุ่ม เพื่อเด็กจะไดช้ ่วยเหลือ ซ่ึงกนั และกนั ในการเรียนรคู้ อยชีแ้ นะพาทีมช่วยเหลือและมีความรัก ความสามัคคีกับเพือ่ นในกลมุ่ ให้ จะไดเ้ กิด องค์ความรูท้ ่ียัง่ ยนื สบื ไปด่ังพระบรมราชโอวาทพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร “รู้รัก สามัคคี” โรงเรยี นอนบุ าลระแงะตั้งอยู่ทา่ มกลางสงั คมพหวุ ัฒนธรรมทางภาษา ดังนนั้ จะมนี ักเรียนกลุ่มหนึง่ ทเ่ี รยี นรู้ ทางภาษาไม่เก่งฟังแลว้ ไมส่ ามารถแปลความได้เนื่องจากนักเรียนสว่ นหนึง่ ใชภ้ าษาถน่ิ ในชวี ิตประจำวัน เชน่ ภาษา มลายู ภาษาเจะ๊ เห ภาษาใต้ เป็นต้น ซ่งึ เป็นอุปสรรคในการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตรท์ นี่ กั เรยี นไมส่ ามารถแก้ โจทยป์ ัญหาได้ อนั เน่ืองมาจาก นักเรียนไม่เขา้ ใจความหมายของของคำ เลยไมส่ ามารถวเิ คราะหโ์ จทย์และแก้ปัญหา ในโจทย์ สง่ ผลใหน้ กั เรียนไม่อยากมาเรียน เบื่อกับการเรียน และยงั สง่ ผลตอ่ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนกล่มุ สาระการ เรยี นร้คู ณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย และกลุม่ สาระการเรยี นรู้อ่ืนๆ อีกดว้ ย ข้าพเจ้าในฐานะหัวหนา้ ฝ่ายบรหิ ารวิชาการ จงึ ไดศ้ ึกษายุทธศาสตร์พระราชทานของพระบาทสมเดจ็ พระ บรมชนกาธิเบศร มหาภมู ิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร “เข้าใจ เข้าถึง พฒั นา” นำมาประยุกตใ์ ชใ้ นการ แกป้ ัญหาดังกลา่ ว ดังนี้ เข้าใจ คือ เขา้ ใจถงึ บรบิ ท สภาพสังคม วัฒนธรรมของนักเรยี นแต่ละคน โดยข้าพเจ้าได้ใช้ระบบดแู ล ชว่ ยเหลือนกั เรยี น ซง่ึ ทำใหท้ ราบวา่ นักเรยี นแตล่ ะคนใช้ภาษาในชวี ติ ประจำวันแตกต่างกัน นน่ั คอื ภาษาเจ๊ะเห ภาษามลายู ภาษาไทยกลาง ภาษาใต้ เป็นตน้
71 เขา้ ถงึ คือ เข้าถงึ ปญั หาทแี่ ทจ้ รงิ ในการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ นน่ั คือ นักเรยี นไมเ่ ข้าใจ ความหมายของคำ พฒั นา คือนำข้อจำกัดของนักเรยี น มาแปลงวิกฤตให้เปน็ โอกาส โดยพัฒนาการอ่านของนักเรยี น พร้อมๆไปกับพัฒนาการคิดเลขเป็นในรายวิชาคณติ ศาสตร์ หลกั การพฒั นาการสอน Discoveryรูเ้ ขารเู้ รา เพอ่ื วิเคราะห์และตีโจทย์ใหแ้ ตก ร่วDมสreรa้างmฝัน 1. วเิ คราะหห์ ลักสูตรแกนกลาง พหุวฒั นธรรม coach 2. วิเคราะหผ์ ูเ้ รยี นรายบุคคล 3. วิเคราะห์สภาพชุมชน coach วฒั นธรรมและภาษา ดี เก่ง คณิต 4. ศกึ ษาแนวคดิ ทฤษฎีท่เี กยี่ วขอ้ ง มีสุข 5. ออกแบบการจดั การเรยี นรู้ อา่ นไม่ออก 5.1 Active Learning เขยี นไมไ่ ด้ 5.2 Activity base learning 5.3 Hands on Destiny coach Design 6. Gallery walk 7. หลักการวัดและประเมินผล ลงมอื ทำ ทบทวน ปรบั ปรุงและวดั ประเมินผล ร่วมออกแบบ 8. หลกั จิตวิทยาเชงิ บวก AI4D นกั เรียนอ่าน นกั เรียนมเี จตคติท่ดี ตี อ่ การ นกั เรียนสามารถอยู่ คลอ่ งเขียนคลอ่ ง อ่านและการคดิ สามารถ ร่วมกนั อยา่ งสันตใิ นสงั คม และคดิ เลขเป็น นาํ ไปใชใ้ นการเรียนวชิ า พหุวฒั นธรรม อืน่ ๆ
72 นอกจากนี้ ทกั ษะการอ่าน และคิดเลขเป็น เปน็ ทกั ษาการเรียนรขู้ องนักเรียนในศตวรรษที่ 21 จากความเปน็ และความสำคัญดงั กล่าว ข้าพเจา้ จงึ ไดจ้ ัดทำรปู แบบการบริหารจัดการช้ันเรยี นด้วย “สายใยรกั สังคม พหวุ ัฒนธรรม เก่งคณิต พิชติ การอา่ น” โดยมขี ้นั ตอน ดงั น้ี ขน้ั ตอนท่ี 1 วิเคราะหห์ ลกั สูตร หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลระแงะ ฉบบั ปรบั ปรุง พุทธศักราช 2562 วเิ คราะห์มาตรฐานการเรยี นรู้ ตวั ชีว้ ัดทมี่ ปี ญั หาโดยใชผ้ ลการสอบ O-NET วิชา คณิตศาสตร์ และวชิ าภาษาไทยแลว้ นำมาจัดลำดับความสำคญั รวมถงึ ศึกษาธรรมชาตวิ ิชาของแต่ละวิชา ขั้นตอนที่ 2 วเิ คราะห์นักเรียนเปน็ รายบคุ คล โดยเฉพาะภาษาท่ีนกั เรียนใช้ในชวี ติ ประจำวันทเ่ี ป็น ภาษาหลัก ขั้นตอนท่ี 3 วิเคราะหส์ ภาพชุมชน วัฒนธรรมและภาษา ขน้ั ตอนท่ี 4 จดั ทำหลกั สูตรท้องถิน่ บรู ณาการ “สายใยรกั สงั คมพหุวัฒนธรรม เก่งคณิต พิชติ การ อ่าน” ข้ันตอนท่ี 5 ออกแบบการจดั การเรยี นรู้แบบบรู ณาการ “สายใยรกั สังคมพหุวัฒนธรรม เก่งคณิต พิชิตการ อ่าน” โดยเนน้ การจดั การเรยี นรู้ Active Learning Activity base learning Hands on เพ่อื ให้นักเรยี นได้ลงมอื ปฏบิ ัติจรงิ ใชส้ ถานการณจ์ รงิ และได้ฝกึ กระบวนการคิด ฝึกอ่าน ภายใต้การเรยี นรู้ท่ีวา่ “ร้รู ัก สามัคคี” รวมถงึ ได้ จัดทำบทเรยี นการต์ ูนออกเป็น 3 ภาษา โดยมีขนั้ ตอนในการจดั การเรยี นรู้ ดงั นี้ ขั้นที่ 1 ขน้ั Brain gym และทบทวนความรเู้ ดมิ ขั้นท่ี 2 ขน้ั เร้าความสนใจ ขั้นที่ 3 ขน้ั ปฏบิ ตั กิ ิจกรรม บทเรยี นการ์ตูน ขั้นที่ 4 ข้ันนำเสนอ/แลกเปล่ียนเรียนรู้ 3 ภาษา ขน้ั ท่ี 5 ขน้ั สรุปหลกั การ ขัน้ ท่ี 6 ขน้ั นำไปใช้ ขั้นตอนที่ 6 Gallery walk เป็นกจิ กรรมท่ีมงุ่ เน้นให้นักเรียนได้ฝกึ ฝนความกลา้ แสดงออก การแสดงความ คดิ เห็นอย่างสร้างสรรค์ แลกเปลี่ยนเรยี นรู้ และรว่ มช่นื ชมผลงานของตนเอง และเพ่ือนๆ ขน้ั ตอนที่ 7 หลกั การการวัดและประเมนิ ผล ศึกษาหลกั การวดั และประเมินหน่วยการเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ การประเมินในการเรยี นการปกติ และการประเมนิ การอา่ น การเขยี น โดยคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พน้ื ฐานของ โรงเรยี น ซ่งึ คณะกรรมการเป็นผ้อู อกขอ้ สอบ ดำเนินการภาคเรยี นละ 2 คร้งั ขน้ั ตอนที่ 8 ศึกษาหลกั จิตวทิ ยาเชิงบวก Al4D การดำเนินงานตามกรอบแนวคิด 1. รู้เขารเู้ รา เพ่อื วเิ คราะห์และตโี จทย์ให้ แตกวางแผนโดยวิเคราะหส์ ภาพบริบทการดำเนินงานตามหลกั การ บริหารงานด้วยจติ วทิ ยาเชงิ บวก AI4D โดยเร่มิ จากการคัดกรองผูเ้ รียน วเิ คราะห์หลักสตู ร พัฒนาหลักสูตร ออกแบบการสอน ควบคู่ไปกับการเย่ยี มบ้านนักเรยี นเปน็ รายบุคคล นำข้อมูลมาคดั กรองผเู้ รียนตามระบบดูแล ชว่ ยเหลอื นักเรยี น เพ่ือสนับสนุนการดำเนนิ งานให้เกิดประสิทธิภาพ 2. การร่วมกนั สร้างฝัน ทีจ่ ะพฒั นางานใหด้ ียิ่งขึ้นโดยรว่ มพดู คุยปรึกษากับคณะครกู ล่มุ สาระอ่นื ๆ เพอ่ื หา แนวทางชว่ ยเหลอื ใหต้ รงกบั สภาพปญั หา ออกแบบจัดกิจกรรมเรียนรสู้ ่งเสรมิ การให้กิจกรรมตามความเหมาะสมและ ความถนดั และสอดคลอ้ งกับบรบิ ทของสังคมพหุวัฒนธรรม 3. ลงมือทำตามขั้นตอนกระบวนการหรอื แผนงานทตี่ ั้งไว้ตามลำดับ มกี ารตดิ ตาม ทบทวน ปรบั ปรงุ พัฒนา ผลลพั ธอ์ ย่างต่อเน่ือง 4. ร่วมช่นื ชมยนิ ดีกับภาพความสำเรจ็ ทไี่ ดร้ ่วมกันกำหนดขึ้นอย่างเป็นข้ันเป็นตอน
73 สรปุ ผลความสำเร็จของงาน จากการดำเนินการจดั การเรยี นรูแ้ บบบรู ณาการส่งผลใหน้ กั เรยี น โรงเรยี น ดงั น้ี 1. นักเรียนมีความสามารถในการอา่ น อ่านคล่องเขยี นคล่อง ร้อยละ 99.12 2. นกั เรยี นมีความสามารถในการคิดเลขเปน็ ร้อละ 98.35 3. นกั เรยี นมเี จตคตทิ ่ีดีต่อการอา่ นและการคิดสามารถนำไปใชใ้ นการเรยี นวชิ าอืน่ ๆ 4. นักเรยี นสามารถอยู่ร่วมกันอยา่ งสันติในสังคมพหุวฒั นธรรม 5. โรงเรียนมผี ลการทดสอบ O-NET ป.6 โดยภาพรวมทัง้ 4 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ปีการศึกษา 2562 สูง กว่าค่าเฉลยี่ ระดับประเทศและอย่ใู นลำดับที่ 2 ของสำนกั งานเขตพ้ืนทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 6. โรงเรยี นมีผลการทดสอบ O-NET ป.6 วชิ าคณติ ศาสตร์ ปกี ารศึกษา 2562 อยู่ในลำดับที่ 2 ของ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 และสงู กวา่ คา่ เฉลย่ี ระดบั ประเทศ 7. ไดร้ บั คัดเลอื กจากสำนักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 นำเสนอนวตั กรรม ภาษาไทย หน่วยงาน คือ ศนู ยป์ ระสานงานและบรหิ ารการศึกษาจังหวดั ชายแดนภาคใต้ 8. ไดร้ ับเชิญใหไ้ ปแสดงผลงานของตนเองและร่วมเสวนาทางวิชาการในโครงการพฒั นาครูของครเู พอื่ พัฒนาท้องถิ่นชายแดนใต้ หน่วยงาน คือ มหาวิทยาลยั ราชภัฏยะลา 9. ไดร้ ับรางวลั เหรยี ญเงิน ครผู สู้ อนยอดเยีย่ ม ระดบั ประถมศึกษา บูรณาการ ดา้ นบริหารจดั การโครงการ ประกวดหน่วยงานและผูม้ ผี ลงานดเี ดน่ ประสพผลสำเร็จเปน็ ที่ประจักษเ์ พ่ือรงั ราวลทั รงคุณคา่ สพฐ. (OBEC AWARDS) ครง้ั ท่ี 9 ประจำปีการศึกษา 2562 ระดับภาคใต้ หน่วยงานท่มี อบ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้น พื้นฐาน 10. ได้รบั การคดั เลอื กเป็น ผู้ทม่ี ผี ลงานดีเดน่ ของจังหวดั ชายแดนภาคใต้ ประจำปี พ.ศ.2562 11. บุคคลตน้ แบบในสามจังหวดั ชายภาคใต้และไดล้ งในจลุ สารกระทรวงศึกษาธิการ (สว่ นหนา้ ) ฉบบั เดอื นสิงหาคม https://anyflip.com/zlazj/vtvc/ การนำไปใช้ประโยชนแ์ ละความเชื่อมโยงกบั จังหวดั ชายแดนภาคใต้ 1. นำไปพฒั นานกั เรยี นแบบองคร์ วมได้ ความรู้ ทักษะกระบวนการ และเจตคติ นำความรู้ ประสบการณ์ ข้อเสนอแนะจากการประเมินการปฏิบตั ิงาน และผลจากการประเมิน ในระดับตา่ ง ๆ เก่ยี วกับการบริหารจดั การชนั้ เรียน มาพัฒนารปู แบบในการบรหิ ารจัดการช้ันเรยี นทีส่ ่งเสรมิ ให้ นักเรียนอา่ นคลอ่ งเขยี นคล่องและคดิ เลขเปน็ โดยใช้ “รรู้ ัก สามคั คี และ เขา้ ใจ เขา้ ถึง พัฒนา” โดยคำนึงถึงความ แตกตา่ งของศกั ยภาพของผู้เรียนเป็นรายบคุ คลดว้ ย สายใยรัก สังคมพหวุ ัฒนธรรม เกง่ คณติ พิชิตการอา่ น 2. นำไปใชบ้ รู ณาการกับหน่วย/เรื่องอ่นื ๆ ได้ เนื่องจากการบริหารจดั การชั้นเรียน “สายใยรกั สังคมพหุวฒั นธรรม เก่งคณิตพชิ ิตการอ่าน” ได้ มกี ารบูรณาการกับกลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตรเ์ ป็นแกนหลกั กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย และกลมุ่ สาระ การเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม ดังแผนภูมบิ รู ณาการ ดังน้ี 3. นำไปใชบ้ ูรณาการกบั รายวชิ าอ่นื ๆ ได้ การบริหารจดั การช้นั เรยี น “สายใยรกั สังคมพหุวฒั นธรรม เก่งคณิตพิชติ การอ่าน” ได้มี การบูรณาการ กับกลุม่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์เป็นแกนหลัก กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย และกลุ่มสาระการเรยี นรู้สงั คม ศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ไดเ้ ปน็ อย่างดี อนั เนื่องมาจากสามารถเข้าถงึ ผ้เู รยี นได้อยา่ งแทจ้ รงิ พัฒนาผ้เู รียนไดต้ รง ตามตวั ชี้วดั ทต่ี ้องการ
74 4. นำไปใช้เป็นต้นแบบเผยแพรข่ ยายผลได้ 1. ไดร้ ับคัดเลอื กจากสำนักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษาประถมศึกษานราธิวาส เขต 3 นำเสนอนวตั กรรม ภาษาไทย หน่วยงาน คือ ศนู ย์ประสานงานและบริหารการศึกษาจังหวดั ชายแดนภาคใต้ เมอ่ื วันท่ี 28-30 กรกฎาคม 2562 2. ไดร้ ับเชิญให้ไปแสดงผลงานของตนเองและรว่ มเสวนาทางวชิ าการในโครงการพฒั นาครูของครู เพือ่ พฒั นาท้องถน่ิ ชายแดนใต้ หน่วยงาน คอื มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา เมอ่ื วันที่ 7-8 กันยายน 2562 3. ได้รบั เกียรตจิ าก ดร.พรี ะศักดิ์ รัตนะ ผ้ตู รวจกระทรวงศึกษาธกิ ารมาตรวจเยี่ยมชนั้ เรยี น วชิ า คณิตศาสตร์ โดยไม่ได้แจง้ ให้ทราบล่วงหน้า 4. ไดร้ บั เกียรตเิ ปน็ วิทยากรในระดบั ตา่ งๆ 5. เปน็ คณะทำงานการศกึ ษาวิจยั เรอ่ื ง สภาพและปญั หาการเรียนการสอนคณติ ศาสตร์ในโรงเรยี น ประถมศกึ ษาพืน้ ท่ี 3 จังหวดั ชายแดนภาคใต้ (ยะลา ปตั ตานี และนราธวิ าส) ประจำปงี บประมาณ 2562 5. เช่ือมโยง/นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวัน 5.1 นำความรู้ท่ไี ด้รบั ไปประกอบอาชีพเป็นพิธีกรในงานตา่ งๆ ได้ 5.2 นำความรหู้ รือทักษะที่ไดเ้ ป็นลา่ มใหก้ ับชาวบ้านในการประชมุ ระดับต่างๆ เช่น การประชมุ ผู้ปกครอง การประชมุ อำเภอเคล่อื นท่ี จงั หวดั เคลื่อนที่ 5.3 นำความรทู้ ่ไี ดร้ บั ไปต่อยอดในการเรยี นรช้ันสูงๆ ต่อไป แนวคดิ ในการพฒั นาต่อไป มแี นวคดิ ในการพฒั นาเพ่ือใหเ้ กดิ ประสิทธิภาพทางการเรียนและเจตคติทีด่ ีต่อคณิตศาสตรช์ องผ้เู รียน โดย จะดำเนนิ การจดั การเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเปน็ สำคญั ได้ศกึ ษาและพจิ ารณาเลือกใช้การจัดการเรยี นรหู้ ลากหลาย แบบ มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ สาระการเรียนรู้ ความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน เพื่อให้เกิดประสิทธิผลต่อการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนควบคู่ไปกับการพัฒนาการอ่าน โดยการ พัฒนาบทเรียนการ์ตูนให้ในรูปของสื่ออิเล็คทนอกนิกส์ เพื่อให้นักเรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และต่อยอดใน การพัฒนาตนเองตอ่ ไป ขอรับรองว่าข้อความข้างต้นนี้เปน็ ความจรงิ (ลงชอื่ ).............................................ผู้รบั รอง (นายณัทกร แก้วประชมุ ) ผอู้ ำนวยการสำนักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษานราธวิ าส เขต 3
75
76
77
78
79
Search